สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เอนก เหล่าธรรมทัศน์ หารือเรื่องการสร้างความปรองดองในสังคมไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรองดองในหมู่ประชาชน และการดําเนินคดีหลายกรณีที่ไม่ได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศและประชาชน โดยเสนอแนวทางในการจัดทําข้อเสนอเพื่อเยียวยาและป้องกันเหตุการณ์รุนแรง

ศาสตราจารย์พิเศษเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ

กราบเรียน ท่านประธาน สปช. สมาชิก สปช. ที่เคารพทุกท่านครับ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๗ เมื่อ ๗ เดือนที่แล้วท่านประธาน สปช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองซึ่งมีผมเปึนประธานกรรมการนะครับ ก็มีสมาชิกของ สปช. หลายท่าน ได้รับการแต่งตั้งเข้าไปอยู่ในกรรมการชุดนั้น เช่น ท่านดิเรก ถึงฝัืง ท่านเอกชัย ศรีวิลาศ ท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ท่านบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ท่านทิชา ณ นคร ท่านประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ แต่ก็มีสมาชิกจากคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เช่น ศาสตราจารย์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เข้ามาอยู่ด้วยนะครับ

แล้วก็มีสมาชิกจาก สนช. เช่น ท่านศิระชัย โชติรัตน์ มาเปึนที่ปรึกษาและกรรมการด้วยนะครับ นอกจากนั้นก็ยังมีท่านเดชา ปุญญบาล ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในภายหลัง มีท่านอาณันย์ วัชโรทัย แล้วก็มีบุคคลจากนอก สปช. เช่น คุณพะเยาว์ อัคฮาด ซึ่งเปึนผู้ที่ได้รับความสูญเสีย มีคุณนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ซึ่งเปึนผู้ได้รับความสูญเสีย มีคุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ซึ่งเปึน ประธานญาติวีรชน ป้ ๒๕๓๕ มีประสบการณ์ นอกจากนั้นก็มีอาจารย์วลัยพร รัตนเศรษฐ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ย์ ได้ทํางานกันอยู่ ๗ เดือน ก็มีแนวทางการดําเนินงาน ๖ แนวด้วยกัน คือ ๑. วางกรอบแนวคิดและออกแบบกระบวนการปรองดองให้ควบคู่ไปกับ การปฏิรูปประเทศ ๒. ร่วมมือทํางานกับกลไกอื่น ๆ ที่ดําเนินการขับเคลื่อนกระบวนการ สร้างความปรองดอง ๓. แสวงหาจุดร่วมของคนในสังคมในการสร้างความปรองดอง ปัองกันมิให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นซ้ํา โดยผ่านการรับฟังพูดคุย ตรวจสอบข้อเท็จจริง และถอดบทเรียนจากประสบการณ์ ๔. จัดทําฐานข้อมูลรวมเกี่ยวกับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุม ๕. สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความเห็นทางการเมือง ที่ต่างกัน ๖. ประสานงานและเสนอแนวทางต่อหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน ในเบื้องต้นที่ทํางานมา ๗ เดือนได้สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากการฟัง การพูดคุย กับผู้ที่ เคยทํางานการสร้างความปรองดองทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ผู้บริหารระดับสูงของ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ผู้มีส่วนได้เสียจากความขัดแย้ง ทางการเมือง แล้วก็ มีข้อสังเกต ๔ ประการดังต่อไปนี้ ๑. สาเหตุของการชุมนุมระหว่างป้ ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ผลประโยชน์และอุดมการณ์ของกลุ่ม บุคคลในหลายระดับ โดยกลุ่มบุคคลเหล่านั้นแสดงออกถึงการต่อต้าน คัดค้าน การใช้อํานาจ ของรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในแต่ละช่ วง ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เกิดจากการที่ ฝ์ายหนึ่งเข้าสู่อํานาจและใช้อํานาจโดย ขาดการยอมรับจากอีกฝ์ายว่าชอบธรรม ซึ่งเมื่อ เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันหรือเอาชนะอีกฝ์ายได้นําไปสู่การละเมิดกฎหมายเปึนเหตุจูงใจ ให้ใช้ความรุนแรง เกิดความสูญเสีย ประกอบกับประชาชนไทยที่มีประสบการณ์ และพื้นฐาน การเข้าถึงทรัพยากรในการพัฒนา ที่แตกต่างกันมีความตื่นตัวทางการเมือง ในระบอบ ประชาธิปไตยเพิ่มมากขึ้น ทําให้เกิดการตีความให้ความหมายของประชาธิปไตย ที่แตกต่างกัน และมองความขัดแย้งทางการเมืองต่างกัน จนเกิดเปึนขั้วความคิดที่เปึนฝักฝ์าย ไม่พอใจ และ ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ขยายเปึนวงกว้าง โดยที่แต่ละฝ์ายก็มีสื่อของตนเอง ข้อสังเกต

ประการที่ ๒ ก็คือผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อและมีการใช้ความรุนแรง ได้บั่นทอนศักยภาพในการพัฒนาประเทศไปอย่างมาก นอกจากจะสูญเสียทางด้านร่างกายและ จิตใจแล้ว ปัญหาที่เกิดตามขึ้นมาส่งผลกระทบถึงกำรบริหารของรัฐ ของระบบเศรษฐกิจ เกิดความอ่อนแอในด้านสังคม วัฒนธรรม ในทางสถิติมีการคํานวณว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มพลังต่าง ๆ ทุก ๆ สี เปึนเวลา ๗๐๐ วันหรือประมาณ ๒ ป้ คิดเปึน ๑ ใน ๔ ของระยะเวลา ๘ ป้ ทําให้มีผู้เสียชีวิตรวม ๑๓๔ ราย ผู้บาดเจ็บมากกว่า ๔,๐๐๐ ราย ผู้ต้องคดีอีก ๑,๘๓๓ คน คิดเปึนจํานวนคดี ๑,๔๕๑ คดี แบ่งเปึนคดีของแกนนํากลุ่มพันธมิตร ๑๕๒ คดี นปช. ๒๐๑ คดี กปปส. ๒๑๒ คดี มีผู้ที่ถูกจองจํา ๒๙๑ ราย ปัจจุบันมี ๑๗๐ ราย ใน ๗ เรือนจําทั่วประเทศ และผู้ที่มีทรัพย์สินเสียหายมากกว่า ๑๕,๐๐๐ ราย อีกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ก็ต้องแบกรับหน้าที่ในการดูแลเยียวยาผลกระทบ ที่เกิดขึ้นในด้านต่าง ๆ ตามมา ข้อสังเกตประการที่ ๓ ก็คือในการพบปะกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม เราก็ได้พบว่าในส่วนแรกผู้ที่ได้รับผลกระทบทางคดี ที่ถูกจับกุมคุมขังในเรือนจําซึ่งเราได้ไปเยี่ยมมา ก็พบว่าผู้ต้องขังซึ่งมาจากกลุ่มอุดมการณ์ ความคิดที่แตกต่างกันกลับมีความเอื้ออาทรต่อกัน และยอมรับว่าเมื่อตนได้รับอิสรภาพ พ้นโทษแล้วแม้อุดมการณ์จะยังเหมือนเดิม ก็ยืนยันว่าจะไม่ไปข้ องเกี่ยวกับการใช้ ความรุนแรง และการชุมนุมทางการเมืองที่เปึนการกระทําที่หมิ่นเหม่ผิดกฎหมายอีก เพราะพวกเขาล้วนขาดซึ่งอิสรภาพ และเปึนทุกข์กับการที่ครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหา อย่างยากลําบาก จึงต้องการโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตปกติในสังคมอีกครั้งหนึ่ง ในอีกส่วนหนึ่งเราได้พบกับแกนนํากลุ่มการเมืองและผู้นําทางความคิด

ในระยะแรกนั้นผู้ที่เราเชิญเข้ามาร่วมพูดคุยทั้ง ๒ สีนั้นมีความขัดเขิน กังขา และสงสัยต่อ ความจริงใจในการสร้างความปรองดองของอีกฝ์ายหนึ่ง แต่ก็มีความสุภาพในการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ผู้เข้าร่วมพูดคุยทั้ง ๒ ฝ์ายต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของ ผู้อื่นเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง และสนใจรับรู้สถานการณ์ในเรื่องกระบวนการ ร่างรัฐธรรมนูญว่าจะสามารถนําประเทศออกจากความขัดแย้งในสังคมได้อย่างไร มีความเห็นว่า ในการปรองดองนั้น ทั้ง ๒ ฝ์ายมีความเห็นว่าในการปรองดองนั้นต้องอยู่บนฐานของ การที่ทุกกลุ่มทุกฝ์ายได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน เปึนการปรองดองของทุกฝ์าย ไม่ใช่การปรองดองของผู้มีอํานาจรัฐ และแต่ละฝ์ายต่างได้รับทราบว่าพ วกเขาถึงแม้ว่าจะต่างสี ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือถูกดําเนินคดี แล้วก็การดําเนินคดีหลาย ๆ กรณีก็ไม่ได้เปึนไป อย่างรวดเร็วเท่าที่ควร จึงเห็นพ้องต้องกันว่าอํานาจรัฐและกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่ได้ เข้าข้างใคร เมื่อได้พูดคุยกันหลายคนก็ได้ตระหนักว่าทั้งที่มาจากสีไ หนก็ตามล้วนแต่มีที่มา หรือมีประวัติศาสตร์การทํางานเพื่อสังคมร่วมกันมาในอดีต บางคนมาจาก ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ บางคนมาจาก ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ บางคนมาจากพฤษภาคม ๒๕๓๕ บางคนอยู่ในฝักฝ์าย เดียวกันมาก่อนแล้วก็เปลี่ยนสี และกลายมาเปึนคู่ขัดแย้ง บางคนเปึนญาติ บางคนเปึนเพื่อน ร่วมสถาบันการศึกษา สิ่งที่เปึนจุดร่วมของผู้ที่เข้าร่วมพูดคุยกับคณะกรรมการศึกษา ความปรองดอง จุดร่วมที่สําคัญก็คือพวกเขาต้องการที่จะเห็นความปรองดอง สมานฉันท์ เกิดขึ้นในสังคมไทย อยากเห็นบ้านเมืองมีความสงบ หลายครั้งที่ทําเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง เขาคิดว่า สิ่งที่เขาทํานั้นถูกต้อง แต่เขาก็ยอมรับว่ามีการกระทําบางครั้งที่เกินเลยไป ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อประชาชน นอกจากนั้นขอกล่าวถึงผู้ได้รับผลกระทบบาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตจาก เหตุการณ์ชุมนุมด้วยนะครับ จากการจัดเสวนาโดยคณะกรรมการชุดนี้ระหว่างผู้ที่ประสบกับ เหตุการณ์ในช่วง พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยจําแนกเปึน ๓ กลุ่ม คือ ๑. ผู้ที่ออกไป ร่วมชุมนุมแล้วได้รับบาดเจ็บ ๒. ครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติการควบคุม ฝูงชน ๓. ครอบครัว และประชาชนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งที่ไม่ได้เปึนผู้เข้าร่วมชุมนุม ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทั้ง ๓ กลุ่ม ยังมีความทุกข์ ความโกรธ และ ความลําบากในการดํารงชีวิตอย่างมาก ด้วยเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นและเปึนกลุ่มที่ยังไม่ได้รับ การเยียวยาอย่างทั่วถึง เมื่อได้รับฟังสถานการณ์และผลกระทบที่แต่ละฝ์ายเผชิญอยู่ รับรู้ถึง สาเหตุที่เข้าไปในบริเวณที่ชุมนุม ไม่ว่าจะด้วยอุดมการณ์ หรือด้วยหน้าที่ตามภารกิจ

หรือด้วยความบังเอิญที่ไปอยู่ในเหตุการณ์ก็เกิดความเห็นใจกัน โดยได้ร่วมกันให้ข้อเสนอแนะ กับคณะกรรมการเราเกี่ยวกับการเยียวยา รวมทั้งให้แง่คิดเรื่องการสร้างความปรองดองและ ปัองกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอีกด้วย ซึ่งทางคณะกรรมการก็ได้นํามาเปึนแนวทาง ในการจัดทําข้อเสนอใน ๖ ภารกิจที่อยู่ในรายงานที่อยู่ในมือของท่านสมาชิก สปช. แล้วนะครับ ข้อสังเกตประการสุดท้ายที่ผมจะขอพูดถึงก็คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเปึนลําดับในเรื่อง การอํานวยความยุติธรรมของฝ์ายรัฐบาล จากการที่เราติดตามข่าวสารและได้รับฟังรายงาน โดยตรงก็พบว่ามีการเร่งรัดดําเนินคดีกับผู้ที่ เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในระยะ ไม่กี่เดือนนี้ ทุกกลุ่ม ทุกฝ์ายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเปึนกลุ่มพันธมิตร นปช. กปปส. คปท. กองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทยหรือ กคป. รวมทั้งมีการพิจารณาลดโทษ และพ้นโทษตามเกณฑ์ไปบ้างแล้ว สําหรับผู้ต้องขังที่มีคุณส มบัติเข้าเกณฑ์ และทาง คณะกรรมการของเราได้ทําการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องคดีประเภทคดีเพื่อเตรียมการ และวางแนวทางในการอํานวยความยุติธรรมที่เอื้อกับการสร้างบรรยากาศปรองดอง ถ้าท่านสมาชิกหยิบรายงานมาพลิกดูก็จะเห็นข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้ต้องคดีต่าง ๆ ค่อนข้างจะ สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะหาได้ในเวลานี้ ท่านสมาชิก สปช. ครับ จากนี้ไปผมจะขอให้กรรมการ อีก ๒ ท่าน คือ ดอกเตอร์บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ จะมานําเสนอภาพรวมของรายงาน ซึ่งมี ๓๙ หน้านี่

แล้วก็ข้อเสนอแนะด้วยนะครับ แล้วก็จะเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ภูมิ มูลศิลปี เปึนผู้นําเสนอในเรื่องการอํานวยความยุติธรรมโดยละเอียดนะครับ ๒ ท่านนี้อาจจะพูด หรืออาจจะนําเสนอสลับกันไปมานะครับ ก็ขอทั้ง ๒ ท่าน ขออนุญาตท่านประธาน ให้ทั้ง ๒ ท่านชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ