ทิวา การกระสัง หารือเรื่องกฎหมายการกีฬา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกีฬาในการพัฒนาคนและสร้างสังคมที่มีระเบียบ วินัย และสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พร้อมเสนอแนวคิดในการจัดตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการกีฬาในประเทศ และเสนอว่าให้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อแยกภาระทางด้านการกีฬาออกมาต่างหากให้รับผิดชอบ เพื่อพัฒนาการกีฬาของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน กระผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการกฎหมายการกีฬา ได้รับมอบหมายจากท่านประธาน ให้ดูแลงานด้านกฎหมายว่าแนวในการปฏิรูปการกีฬานั้นมีความจําเปึนหรือไม่ที่จะ ร่างกฎหมายเข้าไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๒๗ กําหนดให้สภาปฏิรูป แห่งชาติสามารถเสนอกฎหมายที่จําเปึนในการปฏิรูปได้ แล้วข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘๐
กําหนดให้คณะกรรมาธิการแต่ละคณะนั้นสามารถศึกษาวิเคราะห์ถึงความจําเปึนในการที่จะ เสนอกฎหมายพร้อมกับรายงานนั้นได้ นอกจากนี้ในมาตรา ๓๕ วรรคท้ายกําหนดว่า ในการที่จะตั้งองค์กรใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปนั้นต้องคํานึงถึงความจําเปึนว่า องค์กรนั้นสามารถดําเนินการขับเคลื่อนการปฏิรูปได้ เพราะเหตุนี้เองกรอบการปฏิรูป ที่สําคัญ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการกีฬา โดยเฉพาะการก่อตั้งดําเนินการองค์กรใหม่ ไม่ใช่องค์กรใหม่โดยตรงนะครับ โดยมีการตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และกระทรวงการกีฬานั้นมีความจําเปึนจะต้องร่างกฎหมายเข้าไปด้วย สําหรับร่างกฎหมายแรก ที่ผมจะเสนอต่อสภานี้คือร่างกฎหมายพระราชบัญ ญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งในรายงานนั้นกําหนดไว้ในหน้า ๑๘๑ เปึนต้นไป ผมจะเสนอเฉพาะบทบัญญัติที่สําคัญ ๆ เท่านั้นว่ามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินั้นมาจากไหน บัญญัติไว้ในมาตรา ๒ กับมาตรา ๓
โดยเฉพาะความสําคัญอยู่ที่มาตรา ๓ (๑) ที่บอกว่าให้ยกเลิกพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ และพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา (๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ ทําไมต้องบัญญัติ อย่างนี้ เนื่องจากว่าการก่อตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินั้นเรายกฐานะขึ้นมาจากสถาบัน การพลศึกษา เมื่อยกฐานะจากสถาบันการพลศึกษาจึงต้องยกเลิกกฎหมายเดิม แล้วบังคับใช้โดยมาตรา ๕ มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัตินี้บอกว่าให้สถาบันการพลศึกษา ตามพระราชบัญญัติสถาบันการพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ เปึนมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัตินี้ แสดงให้เห็นว่าการตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินั้นไม่ได้ใช้ งบประมาณของรัฐอะไรเพิ่มขึ้นเลย โดยการยกฐานะจากสถาบันเดิมนั้น เพราะเหตุอะไร เราถึงต้องมีความจําเปึนขนาดไหนถึงต้องยกสถาบันการพลศึกษาขึ้นมาเปึนมหาวิทยาลัยนั้น ทางกรรมาธิการหลายท่านก็อภิปรายเข้าไปแล้วนะครับ สาระสําคัญอีกอันหนึ่งนะครับ ผมจะไปเร็ว ๆ เลย เนื่องจากว่าในพระราชบัญญัตินั้นถ้าท่านสมาชิกอ่านทุกมาตราแล้ว ถ้าเห็นว่ามาตราใดมีส่วนที่จะต้องเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้การบังคับใช้นั้นสามารถดําเนินการได้ ก็ขอความกรุณาท่านเสนอแนะได้เลย ผมไปที่มาตรา ๘๑ บทเฉพาะกาล การก่อตั้ง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเมื่อสภานี้เห็นชอบในรายงาน และเห็นชอบในพระราชบัญญัตินี้ เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยหลักแล้วสามารถที่จะก่อตั้งได้ เห็นได้จากมีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ก็ใช้ในรูปแบบเดียวกันนี้ ในมาตรา ๘๑ บอกว่า ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิภาระผูกพันทั้งปวง ข้าราชการ ลูกจ้าง อัตรากําลัง เงินงบประมาณ และรายได้ของสถาบันการพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬามาเปึนของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามพระรา ชบัญญัตินี้ การบังคับใช้ ตามบทบัญญัตินี้ก็เปึนการยกฐานะขึ้นโดยไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเปึนภาระแก่งบประมาณของรัฐ แต่อย่างใด สําหรับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาตินี้ กระผมขอความกรุณาท่านสมาชิกทุกท่าน เพื่อประโยชน์เปึนเครื่องมือในการสร้างบุคลากร ในการกีฬา เพราะเหตุว่าการกีฬาต่อไปนั้นเราไม่ได้มองการกีฬาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง กับการกีฬา แต่การกีฬานั้นนําไปใช้กับประชาชนทั้ง ๖๐ ล้านคน ขอความกรุณาท่านสมาชิก ทุกท่าน ถ้าท่านเห็นว่ามีบทบัญญัติในมาตราใดที่จะต้องเพิ่มเติมก็สามารถที่จะอภิปราย และแนะนําได้ ผมไปที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับที่ ๒ ก็คือพระราชบัญญัติว่าด้วย สภาการกีฬาแห่งชาติ สภาการกีฬาแห่งชาตินี้เกิดจากการศึกษาและวิจัยที่ผ่านมา
ของกรรมาธิการว่าแผนพัฒนาการกีฬาในแต่ละฉบับมาถึง ๕ ฉบับแล้วนี่ขาดเครื่องมือ ในการขับเคลื่อน เนื่องจากว่ารัฐบาลใดหรือรัฐมนตรีใดที่สนใจเรื่องเกี่ยวกับการกีฬา ก็มีการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนา ถ้าหากรัฐมนตรีหรือรัฐบาลใดที่เห็นว่าการกีฬานั้น ไม่มีความสําคัญสําหรับประเทศหรือประชาชน ก็บริหารราชการหรือขับเคลื่อน น้อยกว่ากิจการอื่น เห็นได้จากแผนพัฒนาทั้ง ๔-๕ ฉบับนั้น อย่างแผนพัฒนาฉบับที่ ๕ นั้น ตัวชี้วัด ๑๐๐ ผ่านมา ๓ ป้ได้แค่ ๒๒ คะแนน เนื่องจากว่าขาดองค์กรในการขับเคลื่อนนั่นเอง ทางกรรมาธิการก็เลยมีการเสนอว่าองค์กรในการขับเคลื่อนนั้นควรจะมีองค์กรหนึ่ง ซึ่งทําหน้าที่ในการเสนอนโยบายแล้วก็ขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ภาครัฐและภาคประชาชนด้วย บทบัญญัติแห่งสภาการกีฬาแห่งชาติมีกําหนดไว้ในหน้า ๒๐๘ กระผมขอความกรุณา ท่านไปดูที่สาระสําคัญของสภานี้ โดยเฉพาะดูในมาตรา ๑๒ หมวด ๒ ว่าด้วยสภาการกีฬาแห่งชาติ มาตรา ๑๒ ท่านจะเห็นว่ามีสมาชิกหลายท่าน เคยอภิปรายว่าการตั้งองค์กรใด ๆ ก็ตาม ส่วนมากจะตั้งนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ทําให้ไม่ค่อยจะมีเวลา ในการประชุม ขอความกรุณาว่าคณะรัฐมนตรีนั้นจะมีรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงาน ในแต่ละกระทรวงอยู่แล้วนะครับ
เพราะเหตุนี้ในมาตรา ๑๒ (๑) จึงบัญญัติให้นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เปึนประธานนะครับ ท่านจะเห็นว่าในฝ์ายการเมืองในสภานี้ มีอยู่แค่ ๒ ท่าน ก็คือนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีที่กํากับดูแลในแต่ละกระทรวงนั้นเท่านั้น ท่านดูใน (๓) (๔) (๕) นะครับ จะมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา ส่วนมาก เราให้ความสําคัญกับประชาชนหรือบุคลากรหรือบุคคลที่เกี่ยวกับการกีฬาทํา หน้าที่ ในการบริหารการกีฬานะครับ ทางกรรมาธิการเชื่อว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาสามารถรู้ว่า จะต้องพัฒนาอย่างไรนะครับ สิ่งสําคัญที่สุดเครื่องมือสําคัญที่สุดในการที่จะพัฒนากีฬา โดยเฉพาะเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน องค์กรหลักที่เปึนเครื่องมือ ก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือในรัฐธรรมนูญใหม่เรียกว่าองค์การบริหารท้องถิ่น กําหนดไว้ใน (๔) ของมาตรา ๑๒ ให้กรรมการสภาซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จํานวนสี่คน จาก ผู้แทนสมาคมกีฬาที่ใช้คําว่า “แห่งประเทศไทย” ผู้แทนสมาคมกีฬาจังหวัด ผู้แทนสื่อมวลชน ด้านการกีฬา และผู้แทนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น นะครับ ซึ่งก็เห็นว่าถ้ากระทรวงหรือ มหาวิทยาลัยส่งองค์ความรู้ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นการขับเคลื่อนทางด้านการกีฬา ของประเทศก็จะสามารถประสบความสําเร็จได้ เนื่องจากว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มีเครื่องมือ ปัจจุบันนี้เราทราบปัญหาดีว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกฎหมาย ท้องถิ่นเองนั้นให้ท้องถิ่นมีหน้าที่เพียงส่งเสริมสนับสนุนด้านการกีฬา แต่ไม่สามารถที่จะ ทําการพัฒนาด้านการกีฬาด้วยตนเอ งได้นะครับ เพราะเหตุนี้เอง เราจึงกําหนดไว้ ในมาตรา ๓๑ ของพระราชบัญญัติสภาการกีฬาแห่งชาติ ที่บอกว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือในรัฐธรรมนูญใหม่อาจจะใช้ คําว่า องค์การบริหารท้องถิ่น ซึ่งมีกฎหมายจัดตั้ง มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาด้านการกีฬา ต่อไปท้องถิ่นก็สามารถที่จะพัฒนา ด้านการกีฬาด้วยตนเองได้ ใช้งบประมาณได้โดยกระทรวงนั้นหรือสภาการกีฬานั้นมีหน้าที่ ในการส่งองค์ความรู้เข้าไปนะครับ แล้วก็ส่งนโยบายสนับสนุนพัฒนาด้านการกีฬาแก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ถามว่าแล้วองค์กรใหม่หรือสภานี้จะใช้งบประมาณ ของรัฐอย่างสิ้นเปลืองหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ทางกรรมาธิการเรา คิดตลอดเวลาว่าเราจะไม่ตั้งองค์กรใด ๆ ก็ตามที่ก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณของรัฐบาล กําหนดไว้ในมาตรา ๒๒ นะครับ ให้ประธานสภา รองประธานสภา กรรมการสภา ที่ปรึกษา คณะกรรมการ อนุกรรมการ บุคคลและผู้เชี่ยวชาญ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น
ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกําหนด หลัก ๆ ก็คือมีเบี้ยประชุมเฉพาะการประชุมเท่านั้น ไม่มีค่าตอบแทนในรูปของเงินเดือน เพราะฉะนั้นการสิ้นเปลืองงบประมาณจึงน้อย ทางกรรมาธิการเลยคิดว่าการตั้งสภาการกีฬาแห่งชาติ เมื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติเห็นชอบ รายงานและเห็นชอบในกฎหมายฉบับนี้ก็ สามารถดําเนินการได้ในรัฐบาลนี้เลยนะครับ ส่วนกฎหมายฉบับต่อไปก็คือร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเปึนเรื่องที่หนั กใจมากของกรรมาธิการ โดยเฉพาะในอนุกรรมาธิการ ปฏิรูป กฎหมายเอง เราจะเสนอกฎหมายนี้หรือไม่นะครับ ผมขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังท่ำนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่า กระทรวงการกีฬานั้น ทางกรรมาธิการไม่ได้เสนอด้วยกรรมาธิการเอง แต่ได้มาจากการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนทุกเวทีทั้งประเทศนี้นะครับ ลําดับแรกที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือต้องการให้มีกระทรวงของตนเองที่เกี่ยวข้องกับการกีฬานะครับ เนื่องจากประชาชน มองเห็นว่าการกีฬานั้นสามารถที่จะพัฒนาคนให้เปึนคนได้นะครับ สามารถที่จะสร้างคน ในชาติให้มีระเบียบ มีวินัย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจากการที่เรามีกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ซึ่งเปึนกระทรวงที่มีภารกิจที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือกระทรวงการท่องเที่ยวนั้น มีหน้าที่ในการหาเงินเข้าประเทศพูดตามภาษาชาวบ้านนะครับ แต่กระทรวงการกีฬานั้น เปึนเรื่องเกี่ยวกับสังคม ก็คือเรื่องการ ใช้เงินนะครับ แต่กีฬาในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เปึนกีฬา ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพชีวิต คุณภาพ หรือความเปึนเลิศ หรือเหรียญทองแต่อย่างเดียว
แต่กีฬาสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศแล้วก็เลี้ยงประเทศได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากเรามีเจ้าภาพของเราเองที่ชัดเจนคือมีกระทรวงการกีฬาที่รับผิดชอบแล้ว สามารถที่จะตอบโจทย์ในการพัฒนาการกีฬาของประเทศได้ จึงมีการเสนอว่าให้มี พระราชบัญญัติปรับ ปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปึนพระราชบัญญัติสั้น ๆ โดยแยกภาระ ทางด้านการกีฬาออกมาต่างหากให้รับผิดชอบ ก่อนที่จะมีการจัดตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ ผมอาจจะไม่อธิบายในรายละเอียดของพระราชบัญญัตินะครับ ซึ่งมีอยู่ในรายงานแล้ว ถ้าหากท่านเห็นว่ากระทรวงนี้มีความจําเปึนอย่างไร หรือไม่มีความจําเปึนอย่างไร ท่านสามารถเสนอแนะต่อทางฝ์ายกฎหมายได้ แต่ความจําเปึนอย่างยิ่งที่เราจะต้องเสนอ กฎหมายฉบับนี้ต่อสภานี้เพื่อให้เห็นชอบนะครับ สุดท้ายนี้ผมหวังว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านเห็นความสําคัญของการกีฬา การกีฬาในรัฐธรรมนูญนี้เราไม่ได้คิด ถึง เรื่องของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการกีฬาซึ่งเปึนบุคคลเฉพาะทาง แต่เราเห็นว่ากีฬานั้น สําคัญในการพัฒนาประเทศและขับเคลื่อนประเทศนี้ ซึ่งโลกพัฒนาต่อไป กีฬาก็พัฒนาต่อไป การพัฒนาต้องต่อเนื่อง ท่านก็จะเห็นว่าในการแข่งขันวอลเลย์บอลเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ที่ผ่านมาทีมชาติจีนมีอายุเฉลี่ ยไม่เกิน ๒๒ ป้ ทีมชาติญี่ปุ์นก็เช่นเดียวกัน แต่ทีมชาติไทย มีอายุเฉลี่ยเท่าไรท่านก็เห็น เนื่องจากว่าประเทศเหล่านี้เขามีการพัฒนาบุคลากรด้านการกีฬา ของเขาอย่างต่อเนื่อง มีเครื่องมือในการรับผิดชอบอย่างชัดเจนแต่ของเรานั้นยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นการกีฬาจึงมีความจําเปึนอย่างยิ่ง ในการที่จะปฏิรูปและมีองค์กรที่จะส่งต่อ ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายนี้คิดว่าสภานี้ จะเห็นชอบในร่างกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ ขอขอบพระคุณครับ