รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๒ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ และ
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและ โทรทัศน์
ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คือขอเป่ดอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในวันนี้นอกจากมีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานี วิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุ โทรทัศน์แห่งประเทศไทยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุมด้วย ก็หวังว่าทุกท่านคงจะได้ถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ทราบว่าท่านได้แสดง ความคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ในการแก้วิกฤติของชาติบ้านเมืองในครั้งนี้ด้วยความบริสุทธิ์ ใจทุกท่านนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงาน การประชุม วันนี้ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วนขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมขอแจ้งให้ ที่ประชุมทราบ
ผมได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ เรื่องขออนุญาตใช้สื่อภาพเหตุการณ์สลาย การชุมนุมจากท่านวิทยา บุรณศิริ นะครับ แล้วก็ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว นะครับ อันไหนควรออกได้ อันไหนไม่ควรออกได้ ไม่ใช่ผมไม่อนุมัตินะครับ เพื่อความ เรียบร้อยในการอภิปรายทุกฝ์ายนะครับ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ นะครับ เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม วิทยา บุรณศิริ นะครับ ท่านประธานขออนุญาตได้โปรดนะครับ ว่าผมได้ส่งเอกสารให้ท่านประธานเปึนลายลักษณ์อักษรพร้อมรายละเอียด เพราะฉะนั้น ท่านประธานไม่อนุญาตในส่วนไหนนั้นกรุณาได้แจ้งตัวกระผมด้วย
ครับ คือตอนนี้ทางเลขาธิการ ผมมอบหมายให้ท่านเลขาธิการ ท่านเลขาธิการได้ตั้งคณะทํางานขึ้นไปตรวจสอบแล้ว ครับ แล้วก็คิดว่าส่วนไหน ส่วนไหน เดี๋ยวทางเลขาธิการจะได้แจ้งให้ท่านวิทยาได้ทราบ
แต่ว่าสภาเรากําลังจะประชุมนะครับท่าน รัฐสภากําลังจะพิจารณา สมาชิกจําเปึนต้องใช้ เอกสารที่ผมได้นําเสนอส่งให้ท่านประธานรัฐสภาเพื่อประกอบการพิจารณา คงไม่ใช่เรื่อง ของฝ์ายค้านที่จะรับฟังหรือว่านําเสนออย่างเดียว ผมอยากให้สมาชิกรัฐสภาและพี่น้อง ประชาชนนั้นได้เห็นภาพรายละเอียด กระผมก็ทําตามขั้นตอนนะครับท่านครับ
เปึนพระคุณนะครับ คือส่วนภาพถ่าย ของท่านนะครับที่ท่านส่งมาให้ผมนี่นะครับ ผมดูทุกอันแล้วก็ไม่เปึนไรครับ เพราะว่า หนังสือพิมพ์ทุกฉบับออกแล้วครับ ไม่มีปัญหาครับ
ต้องขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ในส่วนของวีซีดี (VCD) ที่นําเสนอนั้นภาพเปึนส่วนหนึ่งที่นําออกมาให้ท่านว่าแต่ละเรื่องราวนั้นเปึนอย่างไรนะครับ ถ้าท่านจะอนุญาตนั้นผมมีลําดับขั้นตอนในการที่จะดําเนินการ ถ้าส่งเอกสารคืนกลับมา ให้ผม ผมจะได้บริหารการจัดการได้ครับท่านครับ
ครับ จะพยายามให้เร็วที่สุดนะครับ
ขอบพระคุณครับ
แต่ตอนนี้ก็อภิปรายไปก่อน แล้วก็คิด ให้เร็วที่สุดที่จะเร็วได้ เพราะเรามีเวลาครับ และผมก็ได้ตกลงกับท่านประธานวุฒิสภาแล้วนะครับ ก็แจ้งให้เพื่อนสมาชิกที่เคารพรัก ของรัฐสภาแห่งนี้ได้ทราบนะครับ ในวันนี้เราจะมีการสับเปลี่ยนกันระหว่างผมกับ ท่านประธานวุฒิสภานะครับ จนถึง ๐๖.๐๐ นาฬิกาครับ คนละ ๒ ชั่วโมงครับ ก็เรียนให้ ท่านทราบเดี๋ยวจะหาว่าพวกผมแก่แล้วก็ถอย เดี๋ยวนี้แก่จะสู้เพื่อบ้านเมืองนะครับ ก็เรียน ให้เพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านที่เคารพได้ทราบด้วยครับ ต่อไปนะครับ มีอะไรครับ ผม จะเข้าระเบียบวาระแล้วครับมันเสียเวลา เดี๋ยวท่านจะอภิปรายด้วย เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภานะครับ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอยากถามท่านประธาน ท่านจะให้ประชุม อย่างไรครับ ไปถึง ๐๖.๐๐ นาฬิกา แสดงว่าไม่มีหยุดเลยใช่ไหมครับ ประชุมไปถึงตี ๒ ตี ๓ ตี ๔ อย่างนี้หรือเปล่า ที่ท่านพูดผมเข้าใจแบบนั้นนะครับ
คุณหมอก็เข้าใจถูกแล้วครับ คือ หมายความว่าแต่ละท่านต้องการที่จะพูดในสภาไม่พูดนอกสภา เราจะพูดในสภา พวกผม ๒ คนนี้จะเปึนประธานในการพูดของท่านตลอดใน ๒ วันนี้นะครับ แล้วแต่ที่ประชุมเห็นว่า จะป่ดเมื่อไรอะไรเมื่อไรมันเรื่องของสภาครับ เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลเองเสนอญัตติในเรื่องดังกล่าว แต่พวกเราเองในฐานะ ฝ์ายค้านพูดกันมาตั้งแต่วันที่ ๘ วันที่ ๙ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองจนกระทั่งเหตุการณ์ มันบานปลายมาถึงวันนี้ ท่านประธานครับ เวลาที่ท่านประธานกําหนดมันเปึนเวลา ซึ่งพี่น้องประชาชนเองในช่วงถ้าเกินเที่ยงคืนแล้วผมคิดว่าไม่มีใครดูละครับ จํานวนคนที่ สนใจก็จะลดน้อยลง ส่วนหนึ่งพวกเราได้เตรียมเอกสารหลักฐาน รวมถึงข้อเท็จจริงที่ บางอย่างบางประการซึ่งทางสื่อมวลชนเองก็ยังไม่มีในรายละเอียด พวกผมเองนั้นก็คงใคร่ ขออนุญาตท่านประธานได้พิจารณาครับว่าคนจริง ๆ แล้วความสามารถในการที่จะใช้ใน เรื่องของสติปัญญาหรือในเรื่องของความพร้อมคงต้องมีเวลาในช่วงต่าง ๆ ถ้าท่านประธานบอกว่า หมุนเวียนผลัดเปลี่ยน ท่านประธานอ้างถึงตัวท่านประธานเอง ทั้งสองท่าน ผมคิดว่าไม่ถูกละครับ เพราะคนที่ติดตามไม่ใช่เฉพาะในสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ เฉพาะรัฐบาล แต่คนที่กําลังจ้องดูเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้น เปึนพี่น้องประชาชนและคนที่ได้รับ ความเสียหายในส่วนต่าง ๆ เมื่อสักครู่ผมขึ้นมาสื่อต่าง ๆ บอกว่ามีสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเขาได้เก็บ ข้อมูลไว้เยอะแยะมากมาย แต่วันนี้ติดแต่ว่ามี พ.ร.ก. (พระราชกําหนด) ประกาศออกมา จึงไม่สามารถที่จะนําสู่สาธารณชนได้ ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้ต้องเป่ดและอนุญาต แต่การอนุญาตนั้นต้องมีช่วงเวลา ท่านประธานทําอย่างนี้ผมว่าไม่ชอบและไม่ถูกต้องครับ
ครับ ผมก็เป่ดความโปร่งใสของผม ให้ท่านทราบ ส่วนท่านจะมีความเห็นของท่านอย่างไรก็มันเรื่องของสภาครับ สภาจะพัก การประชุมเวลาไหนอะไรไหน ผมก็ไม่ได้ขัดข้องมันเรื่องมติของสภาครับ ผมก็จะ ดําเนินการเพื่อที่ท่านได้ร้องขอ เพราะว่าผมก็ได้เห็นหนังสือของท่านวิทยา ๔๕ ท่าน หรือ ๔๗ ท่าน ผมก็เพิ่งได้รับเมื่อวันที่ ๒๐ นะครับ เสร็จแล้วผมก็ได้ตอบท่านวันนี้แล้ว นะครับ ก็ต้องประทานอภัย เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๖ มันเขียนไว้ชัดแจ้งว่า ๑๖ รายการนี้ ประธานรัฐสภาจะเป่ดประขุมร่วมได้ในกรณีใดบ้าง เราก็ได้ดูกฎหมายครับ เพราะฉะนั้นก็จึงเรียนให้ทราบ และตอนนี้ก็เปึนโอกาสที่ทาง รัฐบาลได้เสนอให้มีการฟังความคิดเห็นจากบรรดาท่านสมาชิกรัฐสภาเพื่อนําไปปรับปรุง แก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ผมคิดว่าการปรึกษายุติได้แล้วครับ ดําเนินการต่อไปนะครับ ต่อไปนะครับ
ท่านประธาน ครับ ทางนี้ครับสมาชิกวุฒิสภา
เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมหารือท่านประธานนิดเดียวครับ เพราะว่าประเด็นที่ท่านได้กรุณาพูด ไปก่อนหน้านี้ ผมเกรงจะเกิดความสับสนท่านครับ อย่างนี้ท่านครับ ทุกคนทราบดีว่า ระยะเวลาที่เราจะประชุมกันนี่ก็คือ ๒ วัน และใน ๒ วันนี้ จากการประสานงานของ วิป (Whip) ๓ ฝ์าย ก็คือว่าเราเริ่มจาก ๑๐.๐๐ นาฬิกาจนถึง ๒๒.๐๐ นาฬิกา เปึนผล ทําให้มีการคํานวณเวลาออกมาแล้วว่าเท่ากับ ๒๔ ชั่วโมง แล้วเวลาที่คํานวณอันนี้ ท่านครับ มันก็นําไปแบ่งให้กับสมาชิก เช่น วุฒิสภาได้ ๖ ชั่วโมง ก็ไปแบ่งกัน ๒๒ คน ๒๒ คณะกรรมาธิการท่านครับ ดังนั้นถ้าหากท่านบอกว่าจะอภิปรายกันจนถึง ๐๖.๐๐ นาฬิกา นั่นก็แปลว่าเราจะมีการขยายเวลาเพิ่มขึ้นใช่หรือไม่ เพราะบางคนนี่หยิบ ฉลากแล้วไม่ได้ เช่น ผมหยิบฉลากไม่ได้อภิปรายนะครับท่าน ถ้าท่านขยายเวลา ผมคิดว่า ต้องมาตกลงกันใหม่ ดังนั้นผมอยากให้ท่านได้ยืนยันว่า ท่านเปึนมุขคลายเครียดหรือว่า ท่านเอาจริงครับเรื่องเวลาจนถึง ๐๖.๐๐ นาฬิกา ขอบพระคุณท่านครับ
ผมเรียนเพื่อคลายเครียดอย่างที่ท่าน ว่านะครับ ผมจะเป่ดโอกาสนะครับ สองผู้เฒ่านี้นะครับจะเป่ดโอกาส ท่านไม่ต้องห่วง ละครับ กระผมขอดําเนินการต่อไปเลยนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน
ขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ขอเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แถลงครับ เชิญครับ แต่ขณะเดียวกันก็กลับปรากฏว่ามีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งบางส่วนเปึนแกนนําของการชุมนุม ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการชุมนุมไป โดยเริ่มมีการพูดถึงการใช้ลักษณะของความรุนแรง มากยิ่งขึ้น และต่อมาก็ได้ปรากฏเหตุการณ์ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวทาง การชุมนุมไป เช่น
ในวันที่ ๗ เมษายน ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่พัทยาที่ผู้ชุมนุมได้เข้ามาพยายาม ป่ดล้อมแล้วก็ทําร้ายผมขณะที่เดินทางกลับจากการประชุมที่พัทยา และ
ต่อมาในวันที่ ๙ เมษายน ก็พบความเปึนจริงว่ามีการออกใบปฏิบัติการใน ลักษณะของการป่ดถนนหรือป่ดสี่แยกในหลายบริเวณในกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้อง กราบเรียนกับท่านประธานว่าการกระทําในลักษณะเช่นนั้นทั้งหมดย่อมถือได้ว่าไม่เปึนไป ตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญในการบัญญัติให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ได้พยายามที่จะใช้ความอดทน อดกลั้น โดยยึดถือ แนวปฏิบัติเดิมก็คือหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและความรุนแรง แต่ว่าการชุมนุมก็ได้ เคลื่อนย้ายไปสู่เมืองพัทยาซึ่งกําลังจะมีการจัดการประชุมครั้งสําคัญในภูมิภาคเอเชีย นั่นก็คือการประชุมสุดยอดอาเซียนกับคู่เจรจา ซึ่งมีทั้ง ๑๐ ประเทศในอาเซียนและอีก ๖ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมไปถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่มาร่วมประชุมด้วย เริ่มมี การประกาศชัดเจนว่าต้องการที่จะขัดขวางไม่ให้การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นได้
ในที่สุดในวันที่ ๑๐ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ก็ได้มีความ พยายามที่จะขัดขวางการประชุมครั้งนั้น และในที่สุดรัฐบาลโดยเห็นแก่ความปลอดภัย สูงสุดของผู้นําของมิตรประเทศ ก็ได้ตัดสินใจเลื่อนการประชุมสุดยอดดังกล่าวไป ซึ่งถือได้ ว่าทําให้เกิดความเสียหายกับประเทศของเราและภูมิภาคของเราอย่างมาก แต่กระนั้นแม้ มีการเลื่อนการประชุมแล้วก็ยังมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งบุกเข้าไปในโรงแรมที่เปึนที่จัดการ ประชุม และก็มีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น กระผมจึงได้หารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเปึนการประชุมคณะรัฐมนตรีตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยวิธีการประชุม คณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศภาวะฉุกเฉินที่เมืองพัทยา แล้วก็ได้ดําเนินการในการที่จะดูแล ว่าเราสามารถที่จะให้ผู้นําประเทศต่าง ๆ นั้นสามารถเดินทางกลับประเทศของเขาได้อย่าง ปลอดภัย ซึ่งก็ได้ดําเนินการเสร็จสิ้นในช่วงค่ําของวันเดียวกัน จึงได้มีการยกเลิกประกาศ ภาวะฉุกเฉินที่เมืองพัทยาในค่ําวันเดียวกัน หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นแล้ว วันรุ่งขึ้นเมื่อ มีการจับกุมแกนนําผู้ชุมนุมที่ได้บุกรุกเข้าไปขัดขวางการประชุม ก็ได้เกิดภาวะความไม่สงบ ขึ้นอีกในกรุงเทพมหานคร โดยมีการเคลื่อนไหวในลักษณะของการไปป่ดล้อมศาล รวมไป ถึงการพูดจาปราศรัยหลายแห่งก็เปลี่ยนแปลงจากการชุมนุมโดยสงบไปเปึนการเรียกร้อง ให้มีผู้ชุมนุมบางส่วนนั้นไปกระทําการที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนการไปป่ดล้อมสถานที่ ราชการ ป่ดถนน ไปจนถึงการตั้งค่าหัวไล่ล่าบุคคลหลายคนในรัฐบาลหรือในส่วนอื่น ๆ ซึ่งกระผมเชื่อมั่นครับว่าพวกเราทุกคนที่มีจิตใจเปึนประชาธิปไตย รวมทั้งผู้ชุมนุมจํานวน มากที่เคยมาชุมนุมนั้นคงไม่สามารถที่จะยอมรับแนวทางดังกล่าวได้ เพราะเปึนการ กระทําที่ผิดกฎหมายและนํามาสู่ความไม่สงบอย่างชัดเจน หากปล่อยให้มีการดําเนินการ ต่อไปนั้น ความเปึนนิติรัฐก็ย่อมจะต้องสิ้นสุดลง เพราะเท่ากับว่าเราอนุญาตให้คน สามารถแสดงออกอย่างเป่ดเผยในการกระทําที่ผิดกฎหมายและเรียกร้องให้พี่น้อง ประชาชนดําเนินการในลักษณะที่ผิดกฎหมายได้ รวมทั้งมีการใช้ความรุนแรงด้วย ผมจึง ได้ปรึกษากับทางรัฐมนตรีเพื่อให้มีมติคณะรัฐมนตรีประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ในช่วงบ่ายของวันที่ ๑๒ โดยได้ไปแถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทย ทันที ที่แถลงเสร็จก็ได้ลงมาเพื่อที่จะเดินทางกลับออกจากกระทรวงมหาดไทย ก็ปรากฏว่าได้มี กลุ่มผู้ชุมนุมจํานวนหนึ่งได้เข้ามา แล้วก็พยายามที่จะทําร้าย ความจริงก็กล่าวได้ค่อนข้าง เต็มปากเต็มคําเลยครับว่าพยายามที่จะฆ่าตัวกระผม จากคําพูด จากพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ว่าในที่สุดกระผมก็สามารถที่จะเดินทางออกมาจากกระทรวงมหาดไทยได้ แล้วก็ได้มีการประชุมกับฝ์ายความมั่นคงต่าง ๆ ว่า เมื่อได้มีการประกาศใช้พระราชกําหนด แล้วจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างไร ตลอดคืนของวันที่ ๑๒ เราได้มี การประเมินกันครับว่าขณะนั้นผู้ชุมนุมนั้นก็จะมีการออกไปปฏิบัติการตามพื้นที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เราได้ซักซ้อมความเข้าใจในการออกประกาศ ในการกําหนดโครงสร้าง และการมอบนโยบายให้แก่ผู้ปฏิบัติทุกคนว่าการประกาศใช้พระราชกําหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทาง การเมือง แต่จุดมุ่งหมายคือนําบ้านเมืองกลับสู่ภาวะความปกติ ความสงบสุข และ ปกปัองประเทศของเราให้ยังคงเปึนประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมายเท่านั้น ได้ให้นโยบาย ชัดเจนครับว่า ในการปฏิบัติการต่าง ๆ ซึ่งเราทราบดีว่าโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันมีอยู่ ตลอดเวลาว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติอย่างโปร่งใส และยึดนโยบายสําคัญที่สุดของ รัฐบาลนั่นก็คือว่าจะต้องพยายามทุกวิถีทางไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือความเสียหาย ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะต่อร่างกายชีวิตของพี่น้องประชาชนและทรัพย์สินต่าง ๆ กระผม กราบเรียนว่า ได้กําชับตรงนี้หลายครั้งและได้ยืนยันว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้น จะต้องเป่ดโอกาสให้สื่อสารมวลชนทั้งในและต่างประเทศสามารถที่จะสังเกตการณ์ได้ อยู่ตลอดเวลา และหากมีปัญหาการปะทะ การบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปดูแลว่า ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ฝ์ายใดได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด รวมไปถึงว่าหากมีข้อมูลข้อเท็จจริง ประการใดที่บ่งบอกถึงการไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้ ก็จะต้องมีการตรวจสอบและชี้แจง ข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบโดยเร็วที่สุด
ดังจะเห็นได้ว่าการปฏิบัติการซึ่งเริ่มขึ้นประมาณช่วงเช้ามืดของวันที่ ๑๓ ที่บริเวณแยกดินแดงนั้นต่อเนื่องตลอดทั้งวันในหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ทางผู้ที่ เกี่ยวข้องก็จะได้มีการรายงานข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้รับทราบ รวมทั้งเป่ดโอกาสให้ มีการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงข้อสงสัยว่า จะมีผู้ใดเสียชีวิตหรือไม่ ไม่เพียงแต่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทางฝ์ายความมั่นคงครับ แต่ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของโรงพยาบาล การบริการฉุกเฉิน การบริการสาธารณสุขก็จะเปึน ผู้ที่คอยชี้แจงและให้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาโดยลําดับ กระผมกราบเรียนว่าตัวกระผมเองได้ ตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาว่ามีปัญหาหรือไม่ รวมทั้งท่านผู้บริหารระดับสูงฝ์ายความมั่นคง ทุกคนก็ได้ยึดถือนโยบายนี้และปฏิบัติในเช่นนี้ตลอดทั้งวันในวันที่ ๑๓ เมษายน จนในที่สุดกล่าวได้ว่าการคลี่คลายสถานการณ์ตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ก็ดําเนินการไปด้วยความเรียบร้อย เหลือเพียงแต่ผู้ชุมนุมจํานวนหนึ่งซึ่งยังคงชุมนุม ต่อเนื่องอยู่บริเวณรอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาล คืนวันที่ ๑๓ กระผมก็ได้มีการประชุมฝ์าย ความมั่นคงอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะตัดสินใจว่าจะดําเนินการอย่างไรต่อไป แล้วก็ได้ตัดสินใจกันครับว่าจะไม่มีการเข้าสลายผู้ชุมนุมบริเวณรอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาล เนื่องจากกังวลว่าอาจจะนําไปสู่ความสูญเสียได้ แต่ได้ตัดสินใจใช้วิธีการในการที่จะตรึง สถานการณ์รอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาลไว้ด้วยการเคลื่อนกําลังคนและบุคลากรต่าง ๆ เข้าไป โฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมนั้นได้สลายการชุมนุม และต่อมาในช่วงเช้า วันรุ่งขึ้นก็มีการพูดคุยกัน แล้วก็ทางผู้ชุมนุมก็ได้ตัดสินใจที่จะสลายการชุมนุมไป แม้การชุมนุมจะยุติลงรอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาล ก็ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมจํานวนหนึ่งซึ่งยังคง มีการชุมนุมต่อเนื่องในบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร เช่น ที่แยกวังแดง ลานเจษฎาบดินทร์ หรือสนามหลวง กระผมก็ได้ให้นโยบายว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ์ายความมั่นคงนั้นใช้วิธีการ เข้าไปพูดคุยเพื่อร้องขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กราบเรียนท่านประธาน ย้ําอีกครั้งครับว่า เหตุการณ์ทั้งหมดในช่วงนั้นดําเนินการไปอย่างเป่ดเผย โปร่งใส และ เปึนไปตามนโยบายที่กระผมได้มอบไว้กับทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง
ในแง่ของการดําเนินคดีนั้นก็ได้ให้นโยบายชัดเจนครับว่า แม้ว่าจะมี ผู้กระทําผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเมื่อมีการประกาศพระราชกําหนดแล้ว การชุมนุมไม่สามารถกระทําได้ แต่ว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้มีการสนับสนุนให้เกิด ความรุนแรงนั้นก็ไม่ได้มีการดําเนินการอะไร ก็สามารถอํานวยความสะดวกให้เดินทาง กลับบ้านได้ มีเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมยุยงให้เกิดการใช้ความรุนแรงและ การกระทําที่ผิดกฎหมายเท่านั้น ซึ่งก็ต้องดําเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ไม่ว่าจะเปึนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือพระราชกําหนดประกอบกันไป เหตุการณ์ทั้งหมดที่มีการตรวจสอบนั้นก็พบว่ามีผู้เสียชีวิต ๒ ราย ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ของการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับพี่น้องประชาชนในชุมชนนางเลิ้ง มิได้เปึนส่วนหนึ่ง ของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เราพยายามที่จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเมื่อทราบว่าจะเกิด เหตุการณ์ของการปะทะกัน แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปทันเวลา ซึ่งก็ขอกราบเรียนว่าพวกเรา ทุกคนก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สําหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและมีการนําส่ง โรงพยาบาลทั้งหมดนั้น ซึ่งมีทั้งฝ์ายเจ้าหน้าที่และฝ์ายพี่น้องประชาชนทั่วไป ทั้งที่เปึน ผู้ชุมนุมหรือประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ก็มีการตรวจสอบครับว่า ในส่วนที่ได้รับบาดเจ็บจาก กระสุนป๋นนั้นจะมีอยู่ก็คือ ทหาร ๔ นาย และประชาชน ๒ ราย ซึ่งก็ได้มีการตรวจสอบว่า กระสุนป๋นนั้นไม่ใช่เปึนลักษณะที่ทางเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติการในการที่จะคลี่คลาย เหตุการณ์ตามจุดต่าง ๆ ตามที่กระผมได้กราบเรียนมาแล้ว
นอกจากนั้นเมื่อต่อมามีข่าวว่าพบศพ ๒ ศพ ลอยอยู่ในแม่น้ําเจ้าพระยา ก็ได้มีการไปตรวจสอบครับว่าบุคคลทั้งสองนั้นยังมีชีวิตอยู่ในคืนของวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งก็เปึนเวลาหลังจากที่มีการคลี่คลายสถานการณ์ตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครไป หมดแล้ว แล้วก็ผู้ที่ให้การในการสืบสวนสอบสวนที่พบบุคคลทั้งสองในช่วงสุดท้ายก่อน เสียชีวิตนั้น ก็ยืนยันว่าบุคคลทั้งสองนั้นไม่ได้เข้าไปร่วมชุมนุมแต่ประการใด เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนครับว่า การดําเนินการทั้งหมดก็ผ่านไปตามแนวนโยบายที่รัฐบาลได้ ให้ไว้ อย่างไรก็ตามครับ ผมเองทราบดีว่าอาจจะมีข้อสงสัย อาจจะมีข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ซึ่งย่อมจะเปึนสิทธิของพี่น้องประชาชนหรือเพื่อนสมาชิกในการที่จะสอบถามได้ ดังนั้น ส่วนหนึ่งของการขอเป่ดประชุมตามมาตรา ๑๗๙ ในวันนี้ก็เปึนการเป่ดโอกาสให้ท่าน นําเสนอข้อมูลต่าง ๆ ได้เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจง ประชาชนต่อไป แต่ขอยืนยันครับว่าแนวทางของรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่มีเรื่องใดเลยที่เปึน ลักษณะของการที่จะจงใจใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ที่สําคัญที่สุดก็คือเปัาหมายทั้งหมดของการทํางานไม่ใช่เรื่องของการเข้าปราบปราม ในเรื่องของการชุมนุมทางการเมืองแต่เพื่อรักษากฎหมาย หลังจากนี้ไปกระผมก็ได้ ให้นโยบายชัดเจนครับ นับตั้งแต่การปฏิบัติการต่าง ๆ สิ้นสุดลงกระผมบอกว่าเรื่องนี้ไม่มี ฝ์ายใดทางการเมืองชนะอย่างแน่นอน แต่เปึนเรื่องของการนําความสงบสุขกลับคืนมา เพื่อที่จะเอาเวลาที่อยู่ในความสงบนั้นมาพูดคุยกันถึงทางออกในการแก้ปัญหา ความขัดแย้งที่ดํารงอยู่ในสังคมของเราต่อไป ซึ่งเปึนวัตถุประสงค์สําคัญที่สุดที่กระผม ได้ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อเป่ดการอภิปรายทั่วไปและรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน สมาชิกรัฐสภาในวันนี้
กระผมขอกราบเรียนเปึนประเด็นสุดท้ายครับว่า วันนี้เปึนวันที่พวกเรา ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยจะต้องช่วยกันสร้างศรัทธาให้กับระบบรัฐสภาและระบบ การเมือง เปึนวันที่เราต้องตัดสินใจครับว่าเราจะใช้สถาบันแห่งนี้เพื่อสมานแผลต่าง ๆ ในสังคม หรือเราจะกลายเปึนส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในสังคม ที่ต้องกราบเรียนอย่างนี้ กระผมย้ําอีกครั้งครับว่า ผู้ที่คิดไม่เหมือนกับรัฐบาล ผู้ที่ต่อต้านผมจํานวนมาก ผมเชื่อว่า เปึนความคิดในทางการเมืองที่บริสุทธิ์ และกระผมก็ยังยืนยันที่จะรับฟังแนวทางความคิด เหล่านั้น และจึงได้เสนอไปแล้วว่าประเด็นข้อเรียกร้องบางประเด็น เช่น การแก้ไข รัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปการเมืองนั้นเราจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ ในอดีตเราเดินหน้าอยู่ แต่อาจจะตกลงกันไม่ได้ในเรื่องของรูปแบบวิธีการในการดําเนินการ วันนี้เราควรจะมา ช่วยแสวงหาความชัดเจนว่าเราจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไรต่อไป ในส่วนของพรรคร่วม รัฐบาลนั้นได้มีการมอบหมายให้ทุกพรรคไปประมวลข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายใน ๒ สัปดาห์เพื่อกลับมาประชุมร่วมกันอีกทีหนึ่ง และกระผมก็จะยินดีมากถ้าเพื่อนสมาชิก ในพรรคฝ์ายค้านก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี ก็จะได้ระดมความคิดเห็นในลักษณะเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่ายังคงมีการดําเนินการของคนบางกลุ่ม ซึ่งไม่ต้องการให้ความขัดแย้งนั้นสิ้นสุดลง กระผมเข้าใจได้ทุกคนที่เปึนคนไทยนั้นเราเปึน ห่วงที่สุดคือการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยไม่ว่าจะในเหตุการณ์ใดก็ตาม และกระผมกราบเรียนว่าถ้ามีข้อมูลใดซึ่งจะเปึนประโยชน์ในการร่วมกันตรวจสอบชี้แจง แสวงหาข้อเท็จจริงนั้นรัฐบาลยินดี แต่ก็ต้องขอเตือนว่าในช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา ก็ได้มีการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม อ้างอิงภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวก็แล้วแต่ ซึ่งต่อมาก็ปรากฏชัดเจนตามที่สถานีโทรทัศน์บางช่องเสนอไปก็คือว่า ไม่ได้ตรงกับ ความเปึนจริง ลักษณะอย่างนี้อันตรายครับ เพราะมีความพยายามของคนบางกลุ่มที่จะ อาศัยเงื่อนไขนี้เพื่อปลุกระดมให้สภาพของบ้านเมืองเราย้อนกลับไปเหมือนกับในช่วงก่อน สงกรานต์ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าคนที่มีจิตใจเปึนประชาธิปไตยนั้นย่อมไม่คิดอ่านที่จะทําเช่นนั้น และก็จะไม่เปึนผลดีกับฝ์ายใด และยิ่งจะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียเลือดเนื้อของ พี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน และที่สําคัญก็คือสุ่มเสี่ยงต่อการที่เราจะสูญเสีย ประชาธิปไตย
กระผมกราบเรียนท่านประธานว่ายิ่งไปกว่านั้นการให้สัมภาษณ์ของบุคคล ต่อสื่อต่างประเทศ บางส่วนก็ได้พยายามที่จะขยายวงความขัดแย้งตรงนี้ออกไปเพิ่มเติม เมื่อวานนี้ก็มีกรณีการให้สัมภาษณ์ที่ไม่เหมาะสมไม่บังควรอย่างยิ่ง จาบจ้วงถึงสถาบัน และองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าเราทุกคนจะช่วยกันยุติการกระทํา เช่นนั้น เพราะสถาบันดังกล่าวอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกันก็มีแกนนําผู้ชุมนุมคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวของสํานักข่าว ต่างประเทศ บอกว่าต่อไปนี้การชุมนุมนั้นจะเปลี่ยนรูปแบบไป และพูดถึงการใช้อาวุธและ การใช้ความรุนแรง
กระผมอยากจะเชิญชวนผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกท่านครับว่า วันนี้ เราช่วยกันปฏิเสธแนวทางอย่างนั้นเถอะครับ ส่วนความคิดเห็นที่แตกต่างวันนี้เราใช้เวที รัฐสภาในการเป่ดขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนรับฟังกัน ให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ ถ้าเราทํา เช่นนั้นได้ครับ ไม่มีฝ์ายใดชนะละครับ นอกจากพี่น้องประชาชนและระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แต่ว่าถ้าการประชุมของเราใน ๒ วันข้างหน้า พี่น้องประชาชนมองเห็นแต่ความขัดแย้ง กระผมก็มีความรู้สึกเปึนห่วงว่าเรากําลังที่จะ ล้มเหลวในการทําหน้าที่ของแต่ละฝ์าย ไม่โทษฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง กระผมจึงหวังเปึนอย่างยิ่ง ครับว่าการที่รัฐบาลได้ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ ช่องทางตามระบบรัฐสภานี้ จะทําให้ เพื่อนสมาชิกทุกคนที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้น ได้ช่วยกันหาทางออกให้บ้านเมือง รัฐบาลพร้อมรับฟังและชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ คือ ทางวิปได้แบ่งสัดส่วนไปแล้ว ก็เอาตามสัดส่วนที่ทางวิปได้ดําเนินการนะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเวลานั้น แล้วแต่ละพรรค แล้วแต่ละฝ์ายจะบริหารกันเองนะครับ ต่อไปนะครับ ทางฝ์ายพรรคเพื่อไทยคนแรก คุณเจริญ จรรย์โกมล เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นนั้นในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึน ตัวแทนของปวงชนชาวไทย เราได้รับเวลาในการบริหาร ๘ ชั่วโมง ซึ่งพวกผมเองก็จะ อภิปรายโดยจํากัดเวลาของแต่ละบุคคลตามที่เราได้กําหนดไว้ แต่ก่อนอื่นนั้นผมใคร่ขอ ถามท่านประธานไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีก่อน ก่อนที่จะมีการอภิปรายนําเสนอแนะ เพื่อนําไปสู่ในการแก้ไขปัญหาของชาติและบ้านเมืองของเราในขณะนี้ ตามพระราชกําหนด บริหารราชการในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๒ เปึนต้นมา แล้วก็ได้หยิบยกในมาตรา ๑๑ โดยให้อํานาจของคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ขณะนี้ เหตุการณ์ร้ายแรงก็ได้ยุติลงไปแล้ว แล้วท่านนายกรัฐมนตรีได้อภิปราย ได้พูดถึงสถานการณ์ และลําดับเหตุการณ์เสมือนหนึ่งว่าขณะนี้ได้มีบุคคลบางบุคคลที่มีการหยิบยก บางประเด็นขึ้นมา และผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะประกาศยกเลิกได้ หรือไม่ เพราะเมื่อวานนี้ผมเอง ซึ่งในฐานะวิปฝ์ายค้านได้ร่วมประชุมกับรัฐบาลและทาง วุฒิสภาก็มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาว่า การประชุมในวันนี้จะขัดหรือแย้งต่อการ ประกาศพระราชกําหนดของท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และได้มีการหารือกันต่างฝ์าย ก็ต่างออกความเห็น แต่ในการออกความเห็นนั้นท่านประธานที่เคารพครับ มันไม่มีข้อยุติ ว่าสิ่งซึ่งเรามาประชุมในวันนี้จะขัดหรือแย้งกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศหรือไม่ แต่ผมเชื่อด้วยความสุจริตใจเพื่อให้บ้านเมืองนั้นเดินไปได้ ขณะนี้เหตุการณ์ร้ายแรง อย่างที่ท่านได้กล่าว ที่ท่านได้นําเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้นั้น มันน่าจะยุติสิ้นสุดลงไปแล้ว ท่านจะคงไว้ทําอะไร ผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่าน จะเอาอย่างไรก่อน ซึ่งผมจะได้อภิปรายต่อไปครับ
เชิญตอบได้ครับท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กระผมตระหนักดีนะครับว่าการประกาศใช้ พระราชกําหนดนั้นควรจะใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด แล้วก็ได้ปรึกษาหารือไม่เพียงแต่ เฉพาะกับฝ์ายความมั่นคงนะครับ แม้แต่ผู้นําในภาคธุรกิจซึ่งดูจะเปึนกลุ่มคนซึ่งน่าจะ ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการประกาศใช้นะครับ เพราะว่าอาจจะมีผลกระทบกับภาพลักษณ์ ก็เรียนครับว่าได้ประชุมในส่วนของฝ์าย ความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กําลังเร่งรัดอยู่ครับว่าให้ทุกฝ์ายดําเนินการให้เกิด ความมั่นใจว่าเมื่อยกเลิกพระราชกําหนดไปแล้ว เราสามารถที่จะทําให้สถานการณ์นั้น ยังคงอยู่ในภาวะปกติได้ ซึ่งขณะนี้ก็จะมีเพียงทางฝ์ายของตํารวจนะครับ ซึ่งขอเวลาอีก เพียงระยะหนึ่ง ซึ่งผมก็ได้เรียนไปแล้วว่าคงจะเปึนระยะเวลาที่ไม่นานเกินไปนัก ถ้านับ ก็เปึนจํานวนวันละครับ และก็คงจะสามารถที่จะดําเนินการยกเลิกได้ต่อไปครับ
ท่านสมาชิกครับ กระผมขออนุญาต เวลาสักนิดเดียวครับ ขณะนี้เราได้ต้อนรับนายโรเจอร์ ไพรซ์ สมาชิกรัฐสภาและประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลียที่มาเยี่ยมชมรัฐสภาเรา ครับ ด้วยความยินดีนะครับ ขอบคุณครับ มิสเตอร์โรเจอร์ ครับ เชิญ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองด้วยความตั้งใจอยากจะเห็นความปรารถนาดีของรัฐบาล แต่ที่ท่านตอบบอกว่า ท่านก็ไม่มีระยะเวลา เราก็อยากเห็นความสมานสามัคคีกัน ความ ปรองดอง ผมเองก็เปึนประชาชนคนหนึ่งและเปึนสมาชิกซึ่งเปึนปากเสียงแทนพี่น้องประชาชน สิ่งซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับก็คือว่า ที่ท่านประกาศนั้นเปึนการจํากัดสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชน เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้มันได้สิ้นสุดระงับลงไปแล้ว ท่านทําไมไม่รีบดําเนินการ ท่านก็ออกมาพูดต่อสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้บอกว่ายังไม่มีกําหนดระยะเวลา ท่านก็ไปเชื่อ ฝ์ายเดียวคือเจ้าหน้าที่ตํารวจ อันนี้ผมฝากท่านประธานไว้นะครับ ว่าเหตุการณ์มันได้ สิ้นสุดลงแล้วตามกฎหมายตามพระราชกําหนด มาตรา ๑๑ วรรคท้าย ท่านต้องประพฤติ ปฏิบัติ ไหนบอกว่าปกครองโดยนิติรัฐ นิติธรรม ใช้หลักกฎหมายในการบริหารราชการ แผ่นดิน เมื่อมันสิ้นสุดลง ทําไมไม่ประพฤติปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้มาพูดต่อหน้าพวกเรา ยังไม่มี กําหนดเวลาท่านประธานที่เคารพ ผมขอแจ้งต่อท่านประธานว่า เรื่องนี้เราจะสมานฉันท์ เราจะฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิกสภาได้อย่างไร เมื่อท่านเองท่านก็ยังไม่ตอบ พวกผมในฐานะวิปฝ์ายค้านเองก็ยังสงสัยเหมือนกันว่า เรามาประชุมวันนี้มันจะถูกต้อง หรือไม่ ก็มีการถกเถียงกันยังไม่มีข้อยุติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนี้ก่อนอื่น ต้องขอความกรุณาท่านประธาน ตามที่รัฐบาลได้ขอใช้ มาตรา ๑๗๙ ในวันนี้ขอฟัง ความคิดเห็นต่อสมาชิกรัฐสภานั้น สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไป รัฐบาลก่อนจะมีการเริ่มการอภิปราย
อันที่ ๑ ผมฝากไว้อย่างนี้ครับ ในการอภิปรายในครั้งนี้นั้นรัฐบาลต้อง ใจกว้าง
อันที่ ๒ ต้องยอมรับฟังโดยไม่มีอคติ ถึงแม้นว่าในการอภิปรายของ ท่านสมาชิกนั้นจะไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจ ไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองต้องการก็ตาม ก็ต้องรับฟัง
อันที่ ๓ นําเอาความคิดเห็นทั้งหลายไปแก้ไข ไม่ต้องการให้บ้านเมือง เกิดเหตุการณ์แบบนี้
อันที่ ๔ ขอให้รับฟังอย่างมีสติ จะได้ก่อให้เกิดปัญญา
อันที่ ๕ ต้องมีความจริงใจและไม่เสแสร้ง
อันที่ ๖ มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง
อันที่ ๗ นําปัญหามาให้ท่าน มาใช้ มาอธิบายถึงเหตุและผล ที่มาและที่ไป ในวันนี้ ไม่ใช่จะมาโต้วาที เอาแพ้เอาชนะ เอาคําพูดมาประหัตประหารกันในสภาแห่งนี้
อันที่ ๘ ขอให้รัฐบาลมีความอดทน อดกลั้น ต่อการนําเสนอ รับฟังด้วย จิตใจที่บริสุทธิ์ ถึงแม้นว่าการนําเสนอนั้นอาจจะไม่พอใจ ไม่ว่าประการใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะการที่ท่านเป่ดสภาในครั้งนี้นั้นก็เพื่อรับฟังใช่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะต้องยอมรับกันใน ที่ประชุมแห่งนี้ก่อนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาในการ อภิปรายในครั้งนี้เพียง ๒๐ นาที เพราะว่าเวลามันจํากัด ผมจะขอนําเสนอเพื่อให้สภาแห่งนี้และรัฐบาลได้ทราบถึงปัญหาและสาเหตุของความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นก่อนสั้น ๆ ให้เข้าใจ ผมเองได้รับฟัง ได้สอบถามพี่น้องประชาชน ผมฟังได้ข้อยุติ อยู่ ๓ เรื่อง
ในเรื่องแรก ก็คือว่า การที่ออกมาชุมนุม การที่ออกมาประท้วงเรียกร้องก็คือ การไม่ได้รับยุติธรรม เขาแสวงหาความยุติธรรมแต่ไม่ได้รับความยุติธรรม จึงเกิด อยุติธรรม นี่เปึนปัญหาแรก
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่า การปฏิบัติอย่าง ๒ มาตรฐาน ซึ่งรัฐบาลแห่งนี้ รัฐบาล ของท่านนี่แหละครับบอกว่าได้แถลงตอนที่ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึน นายกรัฐมนตรี ท่านก็บอกว่า จะปกครองโดยนิติรัฐ นิติธรรม ผมไม่ปฏิเสธครับ รัฐบาลที่ จะปกครองโดยกฎหมาย แต่การปฏิบัติในทางกฎหมายซึ่งการนําสู่การปฏิบัติในทาง กฎหมายนั้นมันเปึนการเลือกปฏิบัติจริงหรือไม่ ผมจะได้หยิบยกข้อเท็จจริงนะครับ ท่านประธาน หยิบยกข้อเท็จจริงที่พี่น้องประชาชนเขาสะท้อนผ่านพวกเรามา ซึ่งในการ หยิบยกข้อเท็จจริงนี้ขึ้นมา ผมขอให้รัฐบาลและมวลสมาชิกของเราได้โปรดรับฟังด้วย จิตใจบริสุทธิ์ก่อนนะครับ ก่อนที่เราจะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งหมดทั้งปวง
ในเรื่องที่ ๓ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า การที่รัฐบาลของท่านเองได้เข้าสู่ อํานาจในครั้งนี้นั้นเขาบอกว่า มาโดยมิชอบ มาโดยมิชอบ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังพูด กับประชาชน พูดกับพี่น้องประชาชน ผมมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย ผมไม่ปฏิเสธเรื่อง ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มาโดยชอบหรือไม่ นี่เราต้องพูดกันให้ชัดเจน นี่คือสาเหตุของ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๘ วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ จนถึงวันที่ท่านสลายนี่ละครับที่มีการยกเลิกกันนั้น อันนั้นเปึนปลายเหตุ แต่ต้นเหตุจริง ๆ ก็คือ ๓ เหตุการณ์นี้ละครับท่านประธานครับที่มันเกิดขึ้น ผมจึง เรียงลําดับให้ท่านประธานได้ทราบอย่างนี้ครับว่า สาเหตุมันเริ่มต้นมาตั้งแต่อะไร เมื่อไร อย่างไร ให้เห็นภาพก่อน เราต้องยอมรับในสภาแห่งนี้ หลายท่านอยู่ในสภาแห่งนี้ ไม่แตกต่างกัน ก่อนมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ในขณะนั้นเรายอมรับว่าการเมือง การบริหารราชการบ้านเมือง พรรคการเมืองของเรา มันอ่อนแอ เราก็ต้องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยมีเจตนารมณ์ให้พรรคการเมือง เข้มแข็ง การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความมั่นคง ให้มีผลสัมฤทธิ์กับพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการ สสร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) ขึ้นมาชุดหนึ่ง ในสมัย ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ก็มีการเลือกตั้งตัวแทนของแต่ละจังหวัดเข้ามากําหนด ในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในขณะนั้น โดยมีเจตนารมณ์และเปัาหมายก็คือว่า ต้องการให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ต้องการให้รัฐบาลบริหารประเทศชาติอย่าง มีความมั่นคง เปึนที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนได้ มันจึงเกิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ นั่นคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ นี่คือ เจตนารมณ์ในขณะนั้น ก็มีการเลือกตั้งกันขึ้นมา เมื่อมีการเลือกตั้งกันขึ้นมาก็ปรากฏว่า มีพรรคการเมืองซึ่งได้ชื่อว่า พรรคไทยรักไทย ขณะนั้นได้ ๒๔๘ เสียงจัดรัฐบาล เมื่อจัด รัฐบาลเขาก็แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ ในนโยบาย ๑ ๒ ๓ ในเรื่องของประชานิยม โดยมี ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ก็ปรากฏว่า การที่เขาไปหาเสียงแล้ว รับปากกับพี่น้องประชาชนทําได้ทุกอย่าง ไม่ว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ไม่ว่ากองทุน หมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท โอทอป (OTOP) สิ่งเหล่านี้เปึนที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนว่า อย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่า ประชาธิปไตยจับต้องและสัมผัสได้ อันนี้คือเหตุการณ์ที่มัน เรียงลําดับขึ้นมาว่า ก่อให้เกิดพรรคการเมืองเข้มแข็งใช่ไหม ใช่ ถูกต้อง นี่คือเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เราต้องการให้ พรรคการเมืองเข้มแข็ง ให้รัฐบาลเข้มแข็ง บริหารให้ประชาชนได้ สิ่งเหล่านี้มันพัฒนาการ ของมันขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาถึงในการเลือกตั้ง ครั้งที่ ๒ เกิดขึ้น คือเท่าที่ผมจําได้ ก็ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทย เอง ได้รับเสียงจากพี่น้องประชาชนถึง ๓๗๗ เสียง ผลพวงจาก ๓๗๗ เสียงนั้นมาจากอะไร ก็มาจากนโยบายที่เราได้สัมผัส นโยบายที่มันสามารถจับต้องได้ ซึ่งพี่น้องประชาชนบอก เลือกตั้งไปแล้วได้อะไร เลือกตั้งไปแล้วได้อะไร นี่ล่ะครับที่สิ่งเขาได้ นี้คือสิ่งที่เขาได้ พอ ๓๗๗ เสียงขึ้นมามันก็มีเหตุการณ์ อันนี้เปึนเรื่องปกติอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูด นั่นล่ะ ความคิดเห็นทางการเมืองอาจจะแตกต่างกันได้ เหมือนกับดอกไม้ต่างสีต่างพันธุ์ มันก็สามารถบานสะพรั่งในสวนเดียวกันได้ ความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง แต่มันก็อยู่ ในสังคมด้วยความสงบก็ได้ เราจะมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นว่า นโยบายอย่างนี้ เปึนนโยบายประชานิยม นโยบายอย่างนี้ไม่ถูกต้อง นโยบายอย่างนี้เปึน การให้แต่พรรคพวกพวกพ้องของตัวเอง ก็ได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มบุคคลขึ้นมากลุ่มหนึ่งได้ มีการต่อต้านและคัดค้าน เราจะมีการชุมนุมกันเพื่อจะเรียกร้องปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น นี่คือข้อขัดแย้งกันเกิดขึ้นในสังคมในขณะนั้น ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องปกติในทางการเมือง ซึ่งความเห็นแตกต่างกันไม่เปึนเรื่องผิดปกติแต่ประการใด
ต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ก็ได้มีหน่วยงานหรือส่วนต่าง ๆ ไม่ว่า นักวิชาการก็เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็น พอแสดงความคิดเห็นเขาบอกว่ารัฐบาล ที่บริหารอยู่ในขณะนั้นเปึนเผด็จการทางรัฐสภา เห็นไหมครับ รัฐบาลเปึนเผด็จการในสภา ไม่สามารถอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ อันนั้นผมไม่ได้โทษใครละครับ เพราะกติกาของ สังคมมันเขียนไว้อย่างนั้น ก็นํามาสู่อะไรครับ เขาบอกว่าเปึนเผด็จการทางรัฐสภา กลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ก็นํามาบอกว่าอย่างนี้คือ ระบอบทักษิณ ได้บัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่ ระบอบทักษิณ ระบอบทักษิณคืออะไร ก็คือนโยบายที่เขาจับต้องสัมผัสได้ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ก็เริ่มมีการประท้วงอย่างรุนแรง มีการใส่เสื้อสีในการ ปลุกระดมให้ประชาชนรู้สึกว่าขัดแย้งและเกลียดชังรัฐบาลในขณะนั้นอย่างรุนแรงไม่เคย เกิดขึ้นในสังคมในขณะนั้น นี่คือความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้นมาระดับเรื่อย ๆ เปึนการพัฒนา ในเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนั้น โดยมีกลุ่มการเมือง มีนักธุรกิจ กลุ่มอํานาจเก่า ตุลาการบางส่วนได้ร่วมกันนะครับ อันนี้ได้เห็นภาพก่อนที่ผมได้ฉาย ปรากฏว่าท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อรัฐบาลเข้มแข็งอย่างนี้ ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ยุบสภาได้มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ ๒ ท่านเองก็ไม่ได้ลงเลือกตั้ง ท่านก็ ออกมาคัดค้าน ปรากฏว่าก็บอกว่าการเลือกตั้งในครั้งนั้นเปึนโมฆะ ก็นํามาสู่อะไรครับ นํามาสู่การยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยกลุ่มอํานาจเก่าขึ้นมา ซึ่งมีความเห็นแตกต่างและขัดแย้งกับระบอบทักษิณ คือท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น เมื่อได้มีการยึดอํานาจของพี่น้องประชาชนระบบการปกครอง โดยระบอบประชาธิปไตยซึ่งพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจรัฐบาลนั้นได้สิ้นสุดลง กลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุนก็ยินดี ดีใจ ก็ปรากฏว่าเหตุการณ์ความไม่ชอบธรรมมัน ก็เริ่มเกิดขึ้น เมื่อคณะยึดอํานาจชุดหนึ่งชื่อว่า คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) นั้น ก็ได้ออกกฎหมายซึ่งเรียกว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ละครับ ซึ่งมันมีปัญหา มีออก กฎหมายรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องซึ่งมันขัดแย้งกันอยู่หลายเรื่อง โดยเจตนารมณ์ของ กฎหมายรัฐธรรมนูญในขณะนั้นก็คืออะไรครับท่านประธานครับ ๑. อยากให้รัฐบาลอ่อนแอ ๒. พรรคการเมืองอ่อนแอ ๓. ให้เสถียรภาพของประเทศนั้นไม่มั่นคง ดูได้จากอะไรครับ ผมจะไม่หยิบยกประเด็นทั้งหมด
ประเด็นแรกที่จะให้ท่านประธานได้เห็นก็คือ มาตรา ๑๙๐ เห็นไหมครับ ในสมัยที่ท่านายกรัฐมนตรีเปึนผู้นําฝ์ายค้านท่านก็หยิบยกขึ้นมาพูด พอท่านกลับมาเปึน ฝ์ายบริหารมันก็เช่นเดียวกัน ทําให้รัฐบาลไหนก็ตามที่รัฐบาลของประเทศไทยในขณะนี้ ไปเจรจาที่ไหนก็ไม่มีความมั่นคง เขาก็ถามเหมือนกับคุณไม่มีอํานาจในการมาเจรจา ต้องมาขอต่อสภา อันนี้คืออะไรครับ มีเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็ง โดยในการออกกฎหมายรัฐธรรมนูญในขณะนั้นชี้ให้เห็นว่า เอาปัญหาของรัฐบาลที่เกิดขึ้น ของคนคนเดียว แล้วมาร่างกฎหมายเพื่อบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ ผลพวงเหล่านี้ละครับ มันก่อให้เกิดปัญหาของสังคมในทุกวันนี้
ประการที่ ๒ ชี้ให้ได้เห็นนะครับว่าพรรคการเมืองมันอ่อนแออย่างไร คนคนเดียวกระทําความผิด ต้องยุบทั้งพรรค นี่คือความไม่เปึนประชาธิปไตย เขาต้องการ ให้พรรคการเมืองมันอ่อนแอ นี่คือความมุ่งหมายของเผด็จการในขณะที่ยึดอํานาจ ในขณะนั้นต้องการร่างกติกาของสังคมเพื่อนํามาใช้
ประการที่ ๓ ที่ผมจะชี้ให้เห็นก็คือว่า องค์กรอิสระซึ่งการเข้ามาสู่ตําแหน่ง ต่าง ๆ นั้น ไม่ได้เชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน เปึนการแต่งตั้งจากคณะ คมช. (คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ) ขึ้นมา ไม่ว่า ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ) ไม่ว่า คตง. (คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน) หน่วยงานอิสระทั้งนั้น แล้วหน่วยงานอิสระเหล่านี้ละครับมาเปึนตัวกําหนดในการคัดสรรหรือสรรหาสมาชิก วุฒิสภาส่วนหนึ่ง ก็ปรากฏว่ามีการแต่งตั้งกันตามขั้นตอนมา อันนี้เปึนจุดบกพร่องหนึ่งซึ่ง ได้เห็นว่า ทําให้สถานภาพทางการเมืองของประเทศไทยขณะนี้เกิดความแตกแยก ทั้งหมดทั้งปวงท่านประธานที่เคารพครับ ก็ปรากฏว่าท่านมีความพึ่งหวังว่าหลังจากที่ คมช. ได้สิ้นสุดลงก็มีการเลือกตั้ง ก็คิดว่าพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองกลุ่มเปัาหมาย ของท่านนั่นแหละจะได้เข้ามาชนะการเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่ กลับมาเปึน พรรคพลังประชาชน ให้ความไว้วางใจเข้ามาเปึนเสียงอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล ก็ปรากฏ อะไรครับ กลุ่มอํานาจเก่านี่ละครับ กลัวว่าอํานาจซึ่งมีการเลือกตั้งแล้วจะเข้ามาเช็กบิล (Check bill) ในกลุ่มนี้ เกิดปัญหาอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชมันเกิดขึ้นเห็นไหมครับท่านประธาน ที่นํามาสู่ตําแหน่งอิสระทั้งหลายนี่แหละ เริ่มเกิดขึ้น เกิดขึ้นอย่างไรครับ ผมเห็นหัวหน้า พรรคชาติไทยในขณะนั้นไปแถลงต่อศาล แถลงเช้าตัดสินบ่าย ท่านเคยเห็นไหมครับ ผมนี่ เปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ การให้ความยุติธรรมของแต่ละฝ์ายนั้น เวลา แถลงแล้วต้องให้เวลาในการพิจารณาการตัดสินชี้ขาดคดี ไม่ใช่ว่าแถลงเช้าตัดสินบ่าย สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากอะไรครับ จากองค์กรที่ท่านได้แต่งตั้งนี่เช็กบิลอีกฝัืงหนึ่งเพื่อจะ โค่นล้มทําลายล้างอีกฝัืงหนึ่งให้ได้ ก็ปรากฏว่าพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย ทั้งหลายถูกยุบครับ พอถูกยุบมันก็เกิดอะไรครับ พี่น้องประชาชนที่มีความฝักใฝ์ ที่มี ความศรัทธา ที่มีการยอมรับในพรรคนี้ก็บอก เออ ผมไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่ได้รับ ความเปึนธรรม ทีอีกฝัืงหนึ่งทําอะไรได้ อีกฝัืงหนึ่งทําอะไรไม่ได้ มันก็เลยเกิดขึ้นครับ นี่คือ ปัญหา นี่คือปัญหาจากหลักเกณฑ์ที่เราวางไว้ ซึ่งผมกําลังอธิบายว่านี่ละคือที่มาของ ปัญหาทั้งหมด ว่าพี่น้องประชาชนมีความรู้สึก มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ในสังคมนี้ทําไมมัน ไม่เท่าเทียมกัน ในสังคมนี้ทําไมมันแตกต่าง ทั้งที่บอกว่าทุกคนยึดถือในหลักการ เคารพ ในกฎหมาย กฎหมายฉบับเดียวกันแต่ได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน นายกรัฐมนตรีก็เพียง พูดบอกว่า ทุกคนผมปกครองโดยนิติรัฐ ๆ ท่านเคยคิดไหมครับ ท่านเคยคิดไหมเรื่องนี้ ผมจะสะท้อนนะครับ สะท้อนความเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วท่านฟังนะครับฟังแบบ สุจริตใจอย่ามีอคติ เดี๋ยวผมจะลําดับความให้ฟัง ทั้งหมดนี้นะครับนํามาสู่ในเรื่องของ ความขัดแย้ง พอความขัดแย้งเกิดขึ้น อะไรครับท่านประธานครับ มันก็มีความคิดกัน ขึ้นมาบอกว่า ๒ มาตรฐานนี่ละ ผมจะลําดับความให้ฟังว่า ผมเห็นพี่น้องประชาชนมา สะท้อน ผมก็เลยเอาความคิดของพี่น้องประชาชนมาเรียงร้อยถ้อยคําให้ท่านประธาน ได้ฟัง เขาบอกว่า แผ่นดินนี้มันอยุติธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีครับหนึ่งประเทศของเราแต่มี ๒ มาตรฐาน ความยุติธรรมจําเปึนมากสําหรับในสังคมปัจจุบันครับ ถ้าผู้มีอํานาจยังดําเนินการในลักษณะ ๒ มาตรฐาน ยังทําในลักษณะเลือกปฏิบัติอยู่ ให้พบเห็นบ่อยครั้งและต่อเนื่องจะทําให้ความเชื่อมั่นในทางกฎหมายระบบการปกครอง ของรัฐในปัจจุบันไม่อาจจะแก้ไขได้ที่สุดถึงที่สุด ท่านประธานครับ ผมจะยกตัวอย่างจาก ที่ได้รับมาจากพี่น้องประชาชน ฟังก่อนนะครับ อย่าเพิ่งมาคัดค้านหรืออะไร อันนี้เปึน เรื่องของที่ประชาชนสะท้อนมาเราจะนําไปสู่ในการแก้ไขนะครับ ไม่มีอคติเปึนอย่างอื่น เขาบอกว่า
ข้อที่ ๑ ผมจะเอาเปึนเรื่อง ๆ ให้ฟัง เขาบอกว่านายกรัฐมนตรีสมัครนี่ ทํากับข้าวออกทีวีโดนปลดจากนายกรัฐมนตรี ข้อหาได้รับค่าจ้างจนมีเสียงหัวดัง ทั่วประเทศ แต่นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สอนหนังสือได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกันแต่กลับไม่มีผลใด ๆ ต่อ ตําแหน่งตุลาการและ ป.ป.ช.
ข้อที่ ๒ นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) บุกบ้าน สี่เสาเทเวศร์ ตํารวจลุย แก๊สน้ําตา กระบอง แกนนํา นปก. โดนจับติดคุก แต่พันธมิตรยึด สนามบิน ล้อมสภา อารมณ์แรงจนฆ่า ส.ส. ได้ นักวิชาการบอกว่าห้ามใช้แก๊สน้ําตาและ อาวุธใด ๆ ใช้โล่อย่างเดียว ทุกวันนี้แกนนํามอบตัวเสร็จแล้วยังลอยนวลไม่ติดคุก ความผิดพรรคพลังประชาชนยังไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ศาลเชื่อว่ากระทําผิดเลยสั่งให้ยุบ พรรค แต่พรรคประชาธิปัตย์ซื้อเสียงที่เพชรบูรณ์ สมุทรปราการ กลับหลุดใบแดง ไร้ความผิด รายการความจริงวันนี้พูดความจริงกลับถูกระงับการออกอากาศและสั่งตัด สัญญาณ ดี สเตชั่น (D Station) แต่ เอเอสทีวี (ASTV) ปลุกปัืนประชาชนศาลกลับให้ ความคุ้มครองชั่วคราวจนทุกวันนี้
๕. นปช. ขว้างหิน อิฐ ใส่รถตํารวจจับได้อย่างรวดเร็ว แต่พันธมิตรใช้อาวุธ ป๋นยิงในที่สาธารณะ ยิงสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ที่ถนนวิภาวดี ซอย ๓ ทําร้ายร่างกาย จนเกือบตายกลับลอยนวล ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่เขาป่ดสภาท่านเห็นไหมครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจของเราอยู่ในสภาถูกยิง ๒ คน พันธมิตรใช้ป๋นยิงทีวีจับได้จนถึงวันนี้ เปึนอย่างไรครับ ลอยนวล ฝากท่านประธานไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีนิดหนึ่ง ท่านครับ พี่น้องประชาชนของเราเขามาชุมนุมด้วยความสุจริตใจในการเรียกร้องแสวงหาของ ความยุติธรรมและความเปึนธรรม ผมอยากถามความรู้สึกไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่าน ใช้ประกาศฉบับนี้ ท่านคิดได้อย่างไร ท่านลองเปรียบเทียบด้วยความเปึนธรรมในสังคม แห่งนี้ว่า คนเรานี่นะครับฆ่าคนตายถือว่าเปึนโทษทางอาญาอย่างรุนแรง มีผลกระทบต่อ ความมั่นคงความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของพี่น้องประชาชน อันนี้ตามกฎหมาย แต่คนที่เขามาชุมนุม มาป่ดถนนหนทาง ผมถามท่านประธานเถอะครับ ๒ ข้อหานี้มัน แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่ยิงเขาตายมันมีความร้ายแรงทางคดีอาญาถึงโทษประหารชีวิต แต่ที่ป่ดถนนหนทางต่าง ๆ นั้นเปึนโทษปรับในทางพระราชบัญญัติจราจร ท่านคิดได้ อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านเอารูปภาพคนเหล่านี้ไปประจานออกหน้าสื่อ หนังสือพิมพ์ประกาศจับรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วที่ยิงคนตายออก หมายจับกันเยอะแยะทําไมท่านไม่ประจานอย่างนี้บ้างล่ะครับ อย่างนี้หรือเราจะสมานฉันท์ตามที่นโยบายของท่าน ความรุนแรงมันก็แตกต่างกัน ข้อหามันก็แตกต่างกันคิดได้อย่างไร ผมเปึนห่วงท่านนายกรัฐมนตรีถึงแม้นว่าเราจะ รุ่นราวคราวเดียวกัน ตั้งแต่ท่านมาอยู่ ผมมาอยู่ในสภา ถ้าท่านไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรีผม ก็มีโอกาสคุยกับท่านครับ ผมเพิ่งคุยกับท่านครั้งเดียว ตอนที่ท่านเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ผมก็ไม่ได้คุยกับท่าน อันนี้เรื่องจริงที่คุยกันอยู่ข้างนอกสภาวันนั้น ผมเปึนห่วงนะครับ ในวุฒิภาวะของผู้นําของประเทศในขณะนี้หลายเรื่อง ผมหยิบยกให้เห็นว่านี่คือ ความแตกต่างเห็นได้ชัด ๒ มาตรฐานเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน มันไม่ผิดเลย ที่พี่น้องประชาชนเขาแสวงหาในเรื่องของความเปึนธรรมและความยุติธรรมในขณะนี้
อีกเรื่องหนึ่งที่เขายังสงสัยอยู่ เขาบอกว่า ขายหุ้นชิน ทักษิณโดนด่าทั้งชาติ แต่ดีแทค (Dtac) ขายหุ้นให้ทุนกับนอร์เวย์ (Norway) ไม่ถูกด่า กล่าวหาว่าหวยบนดิน ทําผิดกฎหมาย แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกําลังจะเอาเงินหวยบนดินไปใช้ ในเมื่อบอกว่า ผิดกฎหมายแล้วเอาไปใช้ของเขาทําไมล่ะ ไปใช้ทําอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะเอาเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปใช้ เอาไปใช้ทําอะไร ที่พูดนี่นะครับ ไม่ได้พูดกระแนะกระแหนหรือทิ่มแทงนะครับ เปรียบเทียบให้เห็นที่พี่น้องสะท้อนมา ผมก็สะท้อนไปเท่านั้นเอง ผมไม่มีอารมณ์ที่จะต้องไปกระแนะกระแหนอะไรเอาเรื่อง ข้อเท็จจริง อันนี้เปึนข้อเท็จจริงทั้งหมด ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ขู่รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้ยุบสภา ห้ามปราบพันธมิตร ป่ดล้อมสภา แต่กับรัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ที่ประชาชนออกมามากกว่า ๓ แสนคนไล่รัฐบาลกลับให้ทหารออกมาปราบ ประชาชน แล้วอะไร ท่านก็บอกว่าท่านลําดับความมาครึ่งชั่วโมงท่านก็บอกว่าไม่ได้ปราบ ผมก็สงสัย ผมอยู่ต่างจังหวัดอยู่จังหวัดชัยภูมิ ผมกลับมาที่กรุงเทพฯ วันที่ ๑๔ ผมกับ ท่านประธานวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ์ายค้าน ท่านอภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎรกับเพื่อนสมาชิกอีก ๕๐ คน ผมสงสัยอย่างที่รัฐบาลได้พูดต่อสภาแห่งนี้ ไม่ได้ปราบ ไม่ได้ปราบ บอกว่าใช้ลูกป๋น ใช้ลูกป๋นแบลงค์ (Blank) ลูกป๋นเสียงดังเพื่อข่มขู่ ไม่ให้พี่น้องประชาชนมีการบุกรุกกันเข้ามา ผมก็สงสัยผมในฐานะเปึนนักกฎหมาย ผมก็ สงสัยเช่นเดียวกัน ผมก็เคยชวนท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ท่านอภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปดูด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ สิบปากว่ามัน ไม่เท่าตาเห็นนะ ผมเข้าไปที่วัดเบญจมบพิตรเห็นทหารยืนอยู่ ๑ กองร้อย และอีกกลุ่มหนึ่ง ก็นั่งรออยู่นั้น ผมเดินเข้าไปบอกว่าพวกผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากจะมา ถามว่ามีการใช้อาวุธกันจริงไหม มีการใช้ลูกกระสุนกันจริงไหม มีการใช้จริงกันไหม เพราะว่าผมฟังจากรายการทีวีเห็นแต่รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เห็นแต่โฆษก ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาพูดบอกว่าไม่ใช้อาวุธจริง ใช้ลูกแบลงค์ ใช้ลูกกระสุน ไม่จริง แล้วไม่เคยถามอีกฝัืงหนึ่งเลยพูดอยู่ฝัืงเดียวแต่ไม่ถามอีกฝัืงหนึ่ง พวกผมก็สงสัย เหมือนกับพี่น้องประชาชนเหมือนนักวิชาการบางท่านสงสัย ผมก็ไปถาม ท่านประธานครับ ไหนลองอธิบายสิลูกแบลงค์ที่มันยิงแล้วเสียงดังมันเปึนอย่างไร เขาบอกยิงแล้วมันเสียงดัง แล้วพอเวลามันตกใส่คนแล้วมันเปึนแผลไหม ผมก็ถามอย่างที่ผมไม่มีความรู้ แล้วผม ก็ถามต่อไปว่าไหนขอดูสิลูกแบลงค์อยู่ในป๋นของคุณป๋นอะไร เขาบอกป๋นเอ็ม ๑๖ ไหนขอดูลูกแบลงค์สิ ขอสักลูกหนึ่งสิ แล้วก็ให้ดอกเตอร์สุรพงษ์มาถ่ายรูปไว้ ถามไปถามมา บอกว่าถามจริง ๆ เถอะมันมีไหมที่คุณบอกว่าลูกแบลงค์ บอกไม่มีครับ ไหนผมขอดูสิ ท่านประธานครับ พอขอดูทําอย่างไรครับ ผมแสดงกิริยา บิดซ้าย บิดขวาไม่ให้เราดู บิดซ้าย บิดขวา ผมบอกถามจริง ๆ เถอะที่ใส่นี่คุณใส่หรือเปล่า ใส่ครับ ใส่ลูกอะไร ลูกจริงครับ อันนี้ผมไปจริงนะครับ เดี๋ยวจะได้มีภาพ แล้วยิ่งสงสัยมากกว่านั้นท่านประธานครับ ท่านบอกว่าโฆษกของ ทบ. ออกมาพูด โฆษกของรัฐบาลออกมาพูดบอกว่าไม่มีลูกจริง ผมก็ยิ่งสงสัย ท่านประธานครับ อันนี้เปึนรูปภาพทั่วไปของนายวิเชียรที่ถูกยิงนะครับ และนายวิเชียรคนนี้ก็ได้ไปแจ้งความบันทึกต่อพนักงานสอบสวนที่พญาไทบอกถูกยิง เขามาชุมนุม ชุมนุมด้วยบริสุทธิ์ใจที่เรียกร้องตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เขาถูกยิง ก็ถามต่อว่าใครยิง เขาบอกว่า อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะ เขาไปบันทึกต่อพนักงานสอบสวนว่าทหารยิงเขา ผมก็เลยสงสัยว่า เอ๊ะ สิ่งที่ท่านพูด ออกมานั้น บอกว่าลูกแบลงค์กับลูกจริงมันอะไรกันจริง อันนี้เปึนหลักฐานครับ แต่ที่พูดไป นี่ก็พยายามจะเตือนฝ์ายรัฐบาลบอกว่า ที่ท่านพูดนี่ท่านต้องระมัดระวังด้วยในการ นําเสนอข่าว ท่านประธานครับ อีกรูปหนึ่งรูปเดียวกัน หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวแล้ว ท่านดูสิครับ รอยผ่าตัด เย็บ ผมเห็นท่านสนธิถูกยิงยังไม่เท่าไร อันนี้ยิ่งกว่าสี่เท่าของแผล ที่เย็บสมองคุณสนธิด้วยซ้ําไป คนคนเดียวกันเดี๋ยวนี้อยู่โรงพยาบาลพระรามเก้า ที่ผมพูด มานี้ไม่ใช่เปึนอื่นไกล ผมพยายามให้เห็นว่ารัฐบาลที่ท่านพูดมาตั้งแต่ต้นมีความตั้งใจที่ไม่ อยากให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ไม่อยากใช้อาวุธจริง แต่มันเกิดขึ้นเพราะอย่างนี้มันเพราะอะไร
อีกประการหนึ่งครับท่านประธานครับ เขาบอกว่านายกรัฐมนตรีทักษิณ ให้คํารับรองในฐานะสามี กรณีที่ดินรัชดา มันก็เปึนตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ ทั่วไป แต่กลับมีความผิด พี่น้องชาวบ้านเขาพูดมาอย่างนี้ครับ แต่เขาไปเปรียบเทียบกับ นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ นี่นะครับยึดที่ดินเขายายเที่ยงอยู่ในเขตป์าสงวนกลับไม่มีความผิด นี่คือ ๒ มาตรฐานไหมครับ เขาบอกพันธมิตรป์วนเมือง ประกาศป่ดล้อมสภาหรือชุมนุม ยึดสนามบิน สื่อก็ดี นักวิชาการก็ดี อาจารย์ก็ดี ออกมารุมประณาม ออกมาปรามตํารวจ ว่าอย่าใช้ความรุนแรง ให้ตํารวจมีโล่ กระบอง แก๊สน้ําตาอย่างเดียว เสื้อแดงรัก ประชาธิปไตยออกมาชุมนุม สื่อ นักวิชาการ อาจารย์ออกมาบอกว่า เสื้อสีแดงอย่าสร้าง ความรุนแรง ท่านเอาทหารพร้อมอาวุธครบมือนี่กลับมาบอกว่าเปึนลูกป๋นหัวกระดาษ แต่ ที่น่าแปลกทําไมประชาชนจึงบาดเจ็บเปึนร้อย นี่ครับหลักฐานที่พูดนี้นะครับ เวลาพูด อย่างทําอย่าง ที่ท่านนําเสนอมานี่นะครับ
อีกอันหนึ่งนะครับ คดียุบพรรคพลังประชาชน ท่านประธานก็เปึนด้วย กระผมนั่นแหละ อยู่พรรคด้วยกันนั่นแหละขณะนั้น รอบหนึ่ง รอบสอง ศาลรับฟัอง พิจารณาตัดสินอย่างรวดเร็ว เห็นไหมครับ ที่ผมโยงให้เห็นว่าการที่ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มานี่มันเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ตัดสินอย่างรวดเร็ว ผมไม่เคยเห็นหัวหน้าพรรคใด พรรคหนึ่งไปแถลงต่อศาลแล้วร้องห่มร้องไห้ต้องถูกตัดสิทธิ ๕ ป้ อย่างรีบเร่ง โดยไม่ให้ โอกาสแก้คดีใด ๆ เลย แต่ในเวลาเดียวกันคดี ปรส. ของพรรคประชาธิปัตย์กลับดองไว้ หมดอายุความ เห็นไหมครับ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมากจาก รัฐบาล โดยเสียงข้างมากจัดพี่น้องประชาชนทั้งประเทศถูกหาว่าเปึนรัฐบาลชั่ว เพราะได้ คะแนนจากรากหญ้าที่ขายเสียงขายสิทธิได้ ส.ส. ไร้คุณภาพ ซื้อเสียงมาแต่พรรคของท่าน สร้างความปัืนป์วนหายนะให้กับประเทศชาติ กลับใช้วิธีต่าง ๆ ดึง ส.ส. คู่แข่งให้มาโหวต ให้ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กล่าวหานะครับ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมนําเสนอให้ฟัง เพื่อเรา จะมาแก้ไขปัญหา นี่คือความไม่ชอบธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกและทหารใหญ่ขึ้นเวที พันธมิตรวิจารณ์รัฐบาลอย่างชัดเจน ไม่ผิด แต่หมวดเจี๊ยบเขียนหนังสือและจัดรายการ ดี สเตชั่น กองทัพบกว่าผิดกฎกระทรวงกลาโหม นี่คือเทียบให้เห็น เสื้อแดงชุมนุมประท้วง หอการค้า ประชุม ประท้วง ชุมนุม ประท้วง หอการค้า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ นักวิชาการ หาว่าทําลายเศรษฐกิจของประเทศ แต่เสื้อเหลืองติดอาวุธ ป่ดทําเนียบ ป่ดสภา ป่ดสนามบิน ก่อการร้าย ประท้วง รัฐบาลกลับนิ่งเฉย ไม่วิจารณ์ใด ๆ กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ขู่บ้าน ๑๑๑ ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองในการปราศรัย หาเสียงให้กับพรรคพลังประชาชน แต่มาวันที่พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล คุณเนวิน ชิดชอบ มีส่วนในการจัดรัฐบาลอย่างชัดเจน สื่อออกข่าว มีรูปชัดเจนกอดกับคุณอภิสิทธิ์ กลม แต่ กกต. บอกว่าไม่ผิด ยกคําร้อง ท่าน ส.ว. เรืองไกร ยื่นถอดถอนท่านสมัครเรื่อง ทํากับข้าวออกทีวี ท่านว่าถูกแล้ว ชอบแล้ว แต่ฝรั่งหัวเราะกันทั่วโลก พอท่าน ส.ว. เรืองไกร คนเดิมยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์เพราะหลักฐานชัดว่าร่วมกับคุณเนวิน ณ ๑๑๑ ดําเนินกิจการทางการเมือง ท่าน กกต. สั่งสอยทันที และถอนสิทธิท่าน ส.ว. เรืองไกร แต่โชคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคําร้อง ท่านทําหน้าที่ของท่านน่ะถูก ต้องชมเชยท่าน อย่างนี้ เห็นได้ชัดครับ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กลับเฉย แต่พอ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทหารปราบปรามใช้กําลังทหารพร้อมอาวุธ เข้าจัดการทันที ท่านเห็นไหมครับ นั่งเรียงกันแม่ทัพต่าง ๆ
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ถูกล็อกกุญแจมือไขว้หลังหิ้วขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปสอบสวนที่ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี ตั้งข้อหาร้ายแรงโทษฐานบุกรุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียน ทําให้รัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสียหน้า การที่นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนําม็อบยอมสลายเดินเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ โดยดี แต่โดนล็อกตัวแยกขังตามค่ายทหารและ ตชด. (ตํารวจตระเวนชายแดน) โดย ไม่ยอมให้ประกัน โทษการชุมนุมเฉย ๆ นะครับ กับโทษฆ่าคนมันคนละเรื่องกันครับ ศาล เขายังให้ประกันตัว เห็นไหมครับความรุนแรงมันแตกต่างกัน เปึนความคิดเห็นแตกต่างกัน ทางการเมืองเท่านั้นเอง จะประหัตประหารทําลายล้างกันถึงขนาดนั้นเลยหรือ เทียบกับ พันธมิตร โดนข้อกล่าวหาร้ายแรงสากลบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ป่ดสนามบิน ดอนเมือง ยึดทําเนียบรัฐบาลเปึนเดือน ๆ เวลาเขาไปมอบตัวเห็นไหมครับท่านประธาน ตํารวจต้องโค้งคํานับต้อนรับประดุจดังคนสําคัญและให้ประกันตัวครับ เช่นเดียวกันตอน ม็อบเสื้อสีเหลือง ทหารแค่ยืนแล้วก็คุมเชิงม็อบพอเปึนพิธี แต่ถึงคิวเสื้อแดงทหารยืน ถือป๋นเอ็ม ๑๖ รถถังออกมา พร้อมอาวุธหนักตั้งแนวเรียงหน้ากระดาน เห็นไหมครับ ที่ผมนําเสนอนี้ท่านประธานครับ ให้เห็นภาพว่านี่คือ ๒ มาตรฐานที่ประชาชนเขาเรียกร้อง แสวงหากันอยู่ ทั้งหมดทั้งปวงนี่ผมใช้เวลามาพอสมควร ผมจึงลําดับความให้เห็นว่า อันที่ ๑ ก็คือความขัดแย้งกันนําไปสู่ในเรื่องของความแตกแยกในเรื่องของความคิด พอของความคิดก็นําไปสู่การปฏิบัติในทางกฎหมาย ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ
เรื่องสุดท้ายผมจะชี้ให้เห็นว่า ผมก็ไม่อยากกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี แต่เราต้องนําเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีจะทราบหรือไม่ทราบ หรือท่านทราบแล้วก็สุด แล้วแต่ท่าน เสื้อสีน้ําเงิน ท่านประธานครับ ผมเองได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งถูกเรียกเข้าไปชุมนุมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทราบนะครับ ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบ แต่ท่านปล่อยไปได้อย่างไรเรื่องเหล่านี้ มีการเรียก เจ้าหน้าที่ตํารวจจากจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ไว้ที่โรงซ่อมที่สุวรรณภูมิ แล้วก็ไปเอาปลัดของจังหวัดบุรีรัมย์พร้อมกับ อปพร. (อาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน) ของตํารวจประมาณ ๕๐๐ คน ปลัดกับ อปพร. กับวัยรุ่นที่อยู่อยุธยารวมกันเปึน ๑,๕๐๐ คนนั้นน่ะ ท่านรู้เรื่องหรือเปล่า เปึนกองกําลังหนึ่ง แล้วก็ใส่เสื้อสีน้ําเงินไปทําลายล้างกันอยู่ที่พัทยานี่แหละ นี่แหละคือจุดสาเหตุของ เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งปวง ท่านอย่าเพิ่งนําเสนอ ไปกล่าวหา กล่าวร้ายคนไทยด้วยกัน นี่คือปัญหาสาเหตุของการเกิดขึ้นในครั้งนี้
สุดท้ายผมจึงขอเสนออย่างนี้ครับท่านประธานครับ เมื่อสังคมก่อให้เกิด ความแตกแยกกัน ปัญหาส่วนหนึ่งและปัญหาที่มันเกิดขึ้นทุกวันนี้ก็คือความไม่ชอบธรรม การไม่ได้รับการปฏิบัติทางด้านกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันล้วนแล้วแต่เกิดในของท่าน ทางออกในขณะนี้ พวกเราผมเสนออย่างนี้นะครับว่า คืนอํานาจให้พี่น้องประชาชนเถอะ แล้วให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจเลือกกันเข้ามา แล้วถึงวันนั้นเราค่อยมาแก้ไขกฎเกณฑ์ กติกาของชาติบ้านเมืองนะครับ แล้วก็ทุกฝ์ายต้องอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ผมไม่อยาก เห็นความโหดร้ายทารุณเกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทยอีกครั้ง สิ่งที่ผ่านมามันเปึนฝันร้าย โหดร้ายทารุณเหลือเกิน ไม่เคยเห็นครั้งใดที่โหดร้ายทารุณเท่าครั้งนี้ จิกหัวผู้หญิงดึง เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ บอกว่าไม่มีอาวุธ แต่บาดแผลมันเกิดขึ้น นี่คือหลักฐาน เรากําลัง เรียกร้องหาความเปึนธรรม ความยุติธรรม คืนให้เขาเถอะครับ คืนและเราค่อยว่ากัน ให้พี่น้องตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง แล้วกติกาสังคมต่าง ๆ เราค่อยมาว่ากันใหม่ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังคงไม่ชี้แจงรายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ นะครับ ขออนุญาตสั้น ๆ ๒-๓ ประเด็น ที่อยากจะให้เข้าใจตรงกันนะครับ
ประเด็นแรก ท่านถามว่าเหตุใดเหตุการณ์สิ้นสุดลงแล้วจึงยังไม่เลิก พ.ร.ก. ก็กราบเรียนนะครับว่ายังไม่สิ้นสุดครับ เพราะว่ายังมีแกนนําผู้ชุมนุมขณะนี้ อย่างที่กระผม ได้ยกเปึนตัวอย่างกรณีหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์ว่ายืนยันว่ากําลังเคลื่อนไหวต่อสู้ต่อไป โดยการใช้อาวุธ เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับ คือจุดที่กระผมก็พยายามขอให้เจ้าหน้าที่ว่า ถ้าสามารถที่จะไปพูดคุยกับแกนนําต่าง ๆ ได้ว่าขอให้อยู่ในความสงบ แล้วก็เคลื่อนไหว ตามรัฐธรรมนูญ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี่ก็คงจะไม่เปึนปัญหาถ้าคลี่คลาย ตรงนั้นได้ ซึ่งก็เปึนนโยบายที่กระผมได้ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตํารวจนะครับ ว่าเรื่องของ การจับ ไม่จับนี่ ให้ดูว่ามีปัญหาในเรื่องของความมั่นคงหรือไม่ ถ้าไม่มีนะครับก็พยายาม ย้ํามาโดยตลอด ซึ่งอันนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถที่จะยืนยันได้ว่ากระผมได้ให้นโยบาย เช่นนั้น
ประเด็นที่ ๒ ครับ ที่จริงเรื่องที่ท่านลําดับความมาทั้งหมดนี่ ก็เปึนเรื่องที่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากระผมได้ออกโทรทัศน์ แล้วก็บอกว่าทราบว่าเปึนความในใจของ พี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม แล้วก็พยายามที่จะเสนอแนวทางในการแก้ไขอยู่ในปัจจุบัน แล้วก็รวมทั้งกระบวนการในวันนี้ เราก็หวังว่าจะเปึนส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาด้วย
มีประเด็นที่อยากจะเรียนนิดเดียวครับ เรื่อง ๒ มาตรฐาน กระผมก็เรียนว่า บางเรื่องกระผมก็ไม่สบายใจแล้วก็ได้พูดไปบ้างแล้ว แต่ว่าขอความกรุณาอย่างนี้ครับ เวลาท่านพูดถึงเรื่อง ๒ มาตรฐานนี่ หลายเรื่องท่านพูดถึงการดําเนินการไม่ใช่ในสมัยที่ กระผมมาเปึนรัฐบาล เปึนรัฐบาลก่อนหน้า แต่อาจจะไม่ใช่อํานาจของรัฐบาล เช่น เปึนอํานาจของกลไกอื่น ๆ ก็ขอความกรุณาว่าอย่าให้เกิดความเข้าใจว่าเปึนเรื่องของ รัฐบาลนี้ และตัวอย่างหนึ่งที่เปึนรูปธรรมมากนะครับ ก็คือว่าท่านพูดถึงกรณีคดี ซึ่งมีการเคลื่อนไหวของพันธมิตรในขณะนั้น แล้วก็ยิงป๋นเข้าไปที่กระผมเข้าใจว่า ถนนวิภาวดี ซอย ๓ คดีนั้นเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลที่แล้ว แล้วกระผมเข้ามานี่ กระผมเชิญ ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติบอกคดีนั้นต้องจัดการ เพราะว่าเห็นได้ชัดว่ามันเปึน การกระทําความผิดอาญา แล้วก็ในที่สุดนําไปสู่การออกหมายจับครับในสมัยรัฐบาล กระผมนะครับ ๒๐ คน กระผมก็เรียนว่านี่เปึนตัวอย่าง แต่ว่าบางคดีที่มาจากป้ที่แล้ว กระผมก็ได้เรียนไปแล้วว่ากระผมรู้สึกว่ามันล่าช้า ก็กําลังเร่งรัดดําเนินการอยู่ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าอยากจะให้ระมัดระวังสักนิดหนึ่งเวลาพูดถึงเรื่องของ ๒ มาตรฐานว่า ตรงนั้นเปึนเรื่องของการเกิดขึ้นในยุคใด สมัยใด โดยองค์กรใด แต่ในส่วนตัวของกระผมขณะนี้พยายามแก้ไข แล้วก็ยอมรับครับว่าในความรู้สึกของ ประชาชนยังมีความรู้สึกค้างคาใจเช่นนี้ ซึ่งกระผมก็ได้ออกรายการไปเมื่อวันอาทิตย์ แล้วก็พยายามที่จะหาทางแก้ไขต่อไป
ส่วนกรณีสุดท้ายก็อยากจะกราบเรียนครับว่า เรื่องของมวลชนที่ขณะนี้บอกว่า จะมีเรื่องของเสื้อสีน้ําเงิน ผมได้ให้เปึนนโยบายเมื่อวานนี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ไปอีกครั้งหนึ่งครับว่า ขณะนี้เราต้องช่วยกันทําให้เรื่องปัญหามวลชนที่ตั้งกันขึ้นมาแล้วก็ ใส่เสื้อสีนี่มันไม่ควรจะมีเพิ่มขึ้นมาอีก แล้วก็ได้กราบเรียนแล้วว่ากรณีของการรณรงค์ของ ทางกระทรวงมหาดไทยซึ่งได้มีการรณรงค์ในเรื่องของการปกปัองสถาบัน ก็ได้ให้นโยบาย ท่านรัฐมนตรีไปแล้วว่าไม่ควรจะมีเรื่องสีเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะว่าผมคิดว่าคนที่จะปกปัอง สถาบันนั้นควรจะใส่เสื้อทุกสี เพราะนั่นคือความมุ่งหมายร่วมกันของคนไทยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป เชิญคุณวรินทร์ เทียมจรัส
ท่านประธานครับ ผมขอพาดพิง ๑ นาทีครับ
มีอะไรครับ คือไปตามลําดับครับท่าน
ท่านประธานครับ อยากฝากครับส่วนที่พาดพิงโดยตรงครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ในคําอภิปรายของท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ว่า ในคดีของ ปรส. (องค์การ เพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) ของพรรคประชาธิปัตย์ กลับดองไว้จนหมด อายุความ ผมเปึนรัฐมนตรีในช่วงนั้นครับ ขอชี้แจงเพียงว่า คดี ปรส. ไม่มีส่วนใด ๆ เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์เลย เปึนเรื่องมีความสงสัยในการเสียภาษีของผู้ที่ประมูล กองสินทรัพย์ของ ปรส. ไป ไม่มีข้อกล่าวหาใด ๆ เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ และ
อีกประการหนึ่ง คดีนี้หมดอายุความไปในช่วงรัฐบาลที่แล้วครับ ไม่ใช่ ในรัฐบาลนี้ สอบถามว่าหมดอายุความตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เหตุที่ดองไว้จนหมดอายุความ ทราบว่าบริษัทผู้ที่มีปัญหาภาษีดังกล่าวพาดพิงถึงบุคคลบางคนในรัฐบาลยุคนั้นครับ จึงได้มีการดองไว้จนหมดอายุความ ขอบพระคุณครับ
ครับ ก็ได้ชี้แจงแล้วครับ ต่อไปเชิญ คุณวรินทร์ เทียมจรัส ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ
เดี๋ยวก็ถึงท่านแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายท่านประธานชี้แจงเรื่องการถ่ายทอดครับ
ถ่ายทอดก็ถ่ายทอดอยู่แล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมได้รับการโทรศัพท์บอกกล่าวจากพี่น้องประชาชนโทรมาบอกว่าสัญญาณการ ถ่ายทอดของสถานีโทรทัศน์ที่ทําการถ่ายทอดสด ณ ขณะนี้ สัญญาณได้ขาดหายอยู่ หลายช่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้พูดถึงเรื่อง ๒ มาตรฐานของ รัฐบาล อยากให้ท่านประธานช่วยกําชับหน่อย
ครับ ผมจะกําชับครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เดี๋ยวผมจะช่วยกําชับไปอีกทางนะครับว่าไม่ให้เกิดปัญหาอย่างที่ว่า แล้วก็ขอความกรุณา เพื่อนสมาชิก คุณเจริญ จรรย์โกมล ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน เรื่องรูปของ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ขอความกรุณาเราจะได้มาช่วยกันพิสูจน์ว่ามันเกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร เพราะว่าเปึนนโยบายของกระผมอยู่แล้วอย่างที่ได้กราบเรียนนะครับว่า ถ้าท่านมีข้อมูล อะไรมาขอส่งให้เรา เราจะตรวจสอบแล้วก็พิสูจน์ แล้วก็ชี้แจงกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านเจริญช่วยส่งด้วย เจ้าหน้าที่ ไปรับจากท่านเจริญด้วย ๒ ใบนะครับท่านเจริญ ต่อไปครับ ท่านวรินทร์ เทียมจรัส
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอ กราบเรียนผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา มีความห่วงใยและได้ พยายามที่จะสนับสนุนในการทํางานของท่านนายกรัฐมนตรีตามกรอบอํานาจที่ รัฐธรรมนูญได้มอบอํานาจให้เรา ขอยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะต้องพิทักษ์ รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ และมีหน้าที่ร่วมกับกองทัพ ในการรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมเดชานุภาพของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีหน้าที่จะต้องลาออกหรือยุบสภา เพื่อสนอง ความมักใหญ่ใฝ์สูงหรือเพื่อความต้องการของผู้หนึ่งผู้ใด เพราะท่านทําหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรีของปวงชนชาวไทย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องสร้าง ความสมานสามัคคีให้เกิดขึ้น และท่านต้องรับผิดชอบในฐานะที่เปึนนายกรัฐมนตรีของ คนทั้งประเทศ ท่านมีหน้าที่ต้องทําให้คนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างน้อย ๕๐ ล้านคน มี กินมีใช้ตามอัตภาพ ไม่ใช่ช่วยคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แล้วก็ปล่อยให้คนส่วนใหญ่ของ ประเทศทนทุกข์ลําบากยากเข็ญ ฉะนั้นรัฐบาลต้องทบทวนนะครับ รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่นําเอานโยบายประชานิยม เพราะ ประชานิยมไม่สามารถจะแก้ปัญหาในระยะยาวได้ ถ้ารัฐบาลมีข้อจํากัดในเรื่องการดําเนิน นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงจะทําอย่างไร ผมขอแนะนําว่าท่านสามารถที่จะขอข้อมูลและ คําแนะนําจากมูลนิธิชัยพัฒนาได้
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นผมมีข้อสังเกตและ ขอตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ซึ่งบัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่ง อาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย ข้อที่ผมตั้งข้อสังเกตก็คือว่า โดยปราศจากการ ขัดกันแห่งผลประโยชน์ การแก้รัฐธรรมนูญนั้นเปึนผลโดยตรงของสมาชิกแห่งรัฐสภานี้ เปึนผลโดยตรงต่อรัฐบาลในเรื่องความขัดแย้งในรัฐธรรมนูญนั้น วุฒิสภาได้ให้ ความสําคัญได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นศึกษาในประเด็นต่าง ๆ และเชิญผู้เชี่ยวชาญและ นักวิชาการและสถาบันที่ทําการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญมาให้ความรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่สําคัญที่มีปัญหาในทางสังคม เช่น มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๒๓๗ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เรื่องการแทรกแซง และเรื่องการเข้าสู่ตําแหน่งและการอยู่ในตําแหน่ง ผลจากการศึกษามี ข้อสังเกตว่า ในมาตรา ๑๙๐ นั้นไม่จําเปึนต้องแก้ไข แต่รัฐบาลหรือสภาผู้แทนราษฎร จะต้องไปออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ส่วนมาตราอื่น ๆ นั้นจะมี ท่านสมาชิกท่านอื่นทําการอภิปรายต่อไป
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นเรื่องการนิรโทษกรรมให้กับนักการเมืองกลุ่ม หนึ่ง โดยอ้างว่าเปึนโทษทางการเมืองนั้น ด้วยความเคารพ กระผมเห็นว่า โทษทาง การเมืองที่ต้องตัดสิทธินักการเมือง ๕ ป้นั้นเปึนโทษที่เกิดจากการกระทําการทุจริต เลือกตั้งหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งเปึนการประกอบอาชญากรรมทาง การเมือง ด้วยการปล้นสะดมอํานาจของประชาชนและนําอํานาจของประชาชนนั้นไป แสวงหาประโยชน์ให้กับพวกตน ผมว่าไม่เปึนธรรม ถ้า กกต. จับไม่ได้ พรรคการเมืองได้ ประโยชน์ไปเต็มร้อย แต่ถ้าจับได้จะให้กรรมการพรรคเพียงคนเดียวรับผิดชอบหรือไม่เปึนธรรม นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ความวุ่นวายของบ้านเมืองในขณะนี้ยังไม่ยุติ ฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องมีกฎหมายมีเครื่องมือที่จะใช้ในการทําหน้าที่ต่อไป การประกาศ พระราชกําหนดบริหารราชการในภาวะฉุกเฉินจึงเปึนเครื่องมือสําคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องใช้และควรจะใช้ต่อไปยังไม่ควรยกเลิกจนกว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะสะเด็ดน้ํา เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับประเทศและความสงบกลับมาสู่บ้านเมือง แต่ถ้าท่านคิดว่า จะยกเลิกพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมคิดว่าสิ่งสําคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทําก็คือว่า ท่านต้องสอบถามและต้องตรวจสอบกับฝ์ายความมั่นคงของประเทศ ท่านอย่าถาม คนใกล้ตัวของท่าน ถ้าจําเปึนจะต้องยกเลิกเพราะท่านเห็นว่าเปึนข้อเรียกร้องและเปึน ข้อต่อรองทางการเมืองแล้ว และผมมีข้อแนะนําว่าท่านนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะยกเลิก พระราชกําหนดฉบับนี้ได้ แต่ท่านต้องใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ วรรคสอง คือเมื่อมีความจําเปึนท่านต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานฝ์ายทหารใช้กฎอัยการศึกและ ให้เป่ดเต็มระบบคือให้เป่ดศาลทหารด้วย ให้เจ้าหน้าที่ฝ์ายทหารทําหน้าที่ให้สะเด็ดน้ํา แล้วส่งมอบบ้านเมืองให้กับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เมื่อ ๒๒๘ ป้ที่แล้ว คือวันที่พระพุทธยอดฟัาจุฬาโลก ได้ทําการวางหลักเมืองและวางดวงเมือง วันนี้ถึงเปึนวันสําคัญนะครับ ที่รัฐสภาแห่งนี้ ได้ทําหน้าที่ที่จะนําพาประเทศนี้ไป เพราะฉะนั้นโดยในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทําหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีของ ปวงชนชาวไทยเราฝากนะครับ รัฐสภานี้ฝากท่านไว้ว่า ท่านเปึนผู้นําในรัฐนาวานี้ไป เพราะฉะนั้นถ้าลูกเรือของท่าน ท่านใดปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องและเปึนภัยต่อการนํารัฐนาวานี้ ท่านต้องใช้อํานาจของท่านจับโยนแม่น้ําไปเลยครับ โยนทะเลไปเลยครับ ขอบคุณครับ
ครับ ต่อไปคุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ เหตุการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วง เทศกาลในวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ภายใต้แรงกดดันที่พยายามที่จะทําให้เกิดจลาจลขึ้น กลางกรุงเทพมหานคร และรัฐบาลเองก็พยายามที่จะปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมตามหลัก มาตรฐานสากล เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและบาดเจ็บกับผู้ชุมนุมและประชาชน แต่ดิฉันคิดว่านะคะ รัฐบาลนั้นเปึนสุภาพบุรุษมากเกินไปค่ะ เนื่องจากเมื่อเทียบกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา ที่โรงแรม รอยัล คลิฟ บีช (Royal Cliff Beach) พัทยา ที่กลุ่ม ผู้ชุมนุมนั้นได้บุกเข้าไปเพื่อยุติการประชุมอาเซียน หรือว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับรถของ ท่านนายกรัฐมนตรีในกระทรวงมหาดไทยที่ถูกรุมทําร้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากกลุ่มผู้ชุมนุม โดยไม่ได้คํานึงถึงหลักมนุษยธรรมแล้ว ก็สิทธิและเสรีภาพของประชาชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่รถแก๊สที่แฟลตดินแดง หรือว่าที่ มัสยิดที่ถนนเพชรบุรี ซอย ๗ ที่ถูกทําลาย แล้วก็ประชาชนในชุมชนเพชรบุรี ซอย ๗ นั้น ส่วนมากเปึนชาวมุสลิม ก็ถูกทําร้ายด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มีการเผารถเมล์ที่บริเวณ ริมทางรถไฟยมราช และที่เลวร้ายมากที่สุดก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ตลาดชุมชนนางเลิ้งค่ะ ในวันที่เกิดเหตุนั้นนะคะ เปึนวันอาทิตย์ที่ ๑๓ เมษายน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เปึนเหตุการณ์ที่เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและชาวตลาดนางเลิ้งเองไม่ได้เกิดขึ้น จากการควบคุมการชุมนุมของฝ์ายรัฐบาลแต่อย่างใด ดิฉันขออนุญาตลําดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่ตลาดนางเลิ้งในวันอาทิตย์ที่ ๑๓ เมษายน เวลาประมาณ ๑๔.๐๐ นาฬิกาเศษค่ะ ตอนนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ ๓๐ คน ได้นํารถประจําทางมาขวางอยู่บริเวณสี่แยก ถนนพะเนียง บนถนนนครสวรรค์ แล้วก็ราดน้ํามันที่รถ ที่ถนน แล้วก็ราดยาวไปจนกระทั่ง มาถึงหน้าร้านอุดมพานิช ซึ่งเปึนร้านตึกแถวอยู่หน้าตลาดชุมชนนางเลิ้ง ท่านประธานคะ มีคนจะมาเผาบ้านของเรา เราจะทนอยู่ได้อย่างไรค่ะ ชาวชุมชนตลาดนางเลิ้งก็ต้อง ออกมาค่ะ ออกมาช่วยกัน เอาทรายมากลบน้ํามันค่ะ แล้วก็พยายามที่จะช่วยกันเข็นรถ ประจําทางคันนั้นนี่ออกไปให้ห่างพ้นจากบ้านของเขา ก็แน่นอนที่สุดค่ะ ก็ต้องเกิด การปะทะระหว่างชาวชุมชนตลาดนางเลิ้งแล้วก็กลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อชาวบ้านนี่ออกมามากขึ้น กลุ่มผู้ชุมนุมที่มีอยู่ประมาณ ๓๐ คน ก็ล่าถอยไป โดยที่ได้ล่าถอยไปทางแยกผ่านฟัา แล้วก็กลับไปชุมนุมกันที่ทําเนียบรัฐบาล แต่ก่อนที่จะไปก็ได้ขู่เอาไว้ว่าจะกลับมาใหม่ แน่นอนที่สุดค่ะเหตุการณ์ก็ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น ชาวชุมชนตลาดนางเลิ้งต้องร่วมมือ ร่วมใจกันค่ะ เพราะว่าเขารู้ดีว่าเหตุการณ์ร้ายจะต้องเกิดขึ้นในอีกไม่นานข้างหน้านี้ พวกเขาก็ออกมารวมตัวกันมากขึ้นบนถนนนครสวรรค์ แล้วก็อยู่บริเวณสองฝัืงริมทางเท้าของถนนนครสวรรค์ด้วย แล้วก็พยายามจัดเวรยามกัน ที่จะเฝัาระวังชุมชนของพวกเขาเอง เมื่อเวลาประมาณ ๐๖.๐๐ นาฬิกาเศษในวันนั้น กองทัพของผู้ชุมนุมก็กลับมาจริง ๆ มาอยู่บนสะพานเทวกรรม สะพานเทวกรรมนั้นอยู่ ระหว่างสนามม้านางเลิ้งกับแยกพะเนียงที่กลุ่มผู้ชุมนุมนั้นนํารถประจําทางมาขวางถนนไว้ แล้วก็มีแค่เพียงแผงเหล็กชั้นเดียวเท่านั้นที่กั้นกลางระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งมาเปึนกองทัพ กับประชาชนชาวบ้านตลาดนางเลิ้งที่เขาออกมาปกปัองชุมชนของพวกเขาเอง เมื่อกลุ่ม ผู้ชุมนุมมารวมตัวกันมากขึ้นนะคะ มีรถจักรยานยนต์ประมาณ ๒๐ คัน มีคนขับพร้อมคน ซ้อนท้าย แล้วก็คนที่เดินเท้าอีกประมาณ ๓๐-๔๐ คน มารวมตัวกันบนสะพานเทวกรรม เมื่อเวลาประมาณทุ่มเศษ ๆ ก็ได้ดึงแผงเหล็กนั้นออก แล้วรถจักรยานยนต์ ๒๐ กว่าคันนั้น ก็ได้ขับลงมาจากสะพานปาระเบิดเข้าใส่ถนนนครสวรรค์ ๓ ลูกด้วยกัน แต่โชคดีที่ไม่ได้ถูก ประชาชนเลยแม้แต่คนเดียว แต่ว่าทุกคนก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ทัน ได้หายตกตะลึงนะคะ ก็ต้องวิ่งหนีกระสุนที่คนที่นั่งซ้อนจักรยานยนต์ ๒๐ กว่าคันนั้น ยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไม่ปรานีค่ะ พร้อมด้วยคนที่เดินเท้าข้างหลังรถจักรยานยนต์ ก็วิ่งกรูกันเข้ามายิงใส่ประชาชนที่วิ่งเข้าตามซอยต่าง ๆ ทั้งสองฝัืงถนนนครสวรรค์ ส่วนหนึ่งก็วิ่งมุ่งหน้าไปที่แยกพะเนียง และแยกจักรพรรดิพงษ์ อีกส่วนหนึ่งก็วิ่งเข้าซอกซอย ทั้งสองฝัืงของเส้นถนนนครสวรรค์ วิ่งหนีตายกันกระเจิงเข้าไปในบ้านของตนเองค่ะ เพื่อจะต้องป่ดประตูบ้านแล้วก็ป่ดไฟ แล้วก็หลบอยู่แต่ในบ้านตั้งแต่เวลาประมาณทุ่ม เศษ ๆ จนถึงสี่ทุ่มเศษ ๆ แล้วก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเข้าไปข่มขู่ เข้าไปยิงป๋นเปึนระยะ ๆ ตลอดเวลา จนกระทั่งถึงเวลาสี่ทุ่มเศษ เข้าไปทุบประตูบ้าน ซึ่งชาวบ้านก็หลบกันอยู่ในบ้าน แล้วก็ไปถามว่ามีใครซ่าออกมา ท่านประธานคะ ไม่มีใครซ่าค่ะ ชาวบ้านนั้นเขาเปึน ผู้บริสุทธิ์ เขาจะต้องมาสังเวยชีวิตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงแค่ว่าเขาออกมาปกปัอง บ้านของตนเองไม่ให้ถูกเผา ในเสี้ยววินาทีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนั้นกราดยิงใส่ชาวชุมชนนางเลิ้ง บนเส้นถนนนครสวรรค์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๑๐ กว่าราย และมีผู้ที่ถูกยิงอาการสาหัสและ ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ๒ รายด้วยกัน คือ นายปัอม ผลพันพัว อายุ ๕๔ ป้ และ นายยุทธการ จ้อยช้อยชด หรือโต๊ด อายุ ๑๙ ป้ ทั้ง ๒ คนถูกยิงในที่เกิดเหตุทันทีแล้วก็ถูก นําส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมาในวันนั้นเอง และผู้บาดเจ็บอีก ๑๐ กว่าราย ทั้งสาหัสและก็บาดเจ็บเล็กน้อย อันนี้เปึนสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนไทยด้วยกัน และใน วันนั้นเองกําลังของเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ นั้นดิฉันเข้าใจค่ะ เห็นใจว่าในวันที่เกิดเหตุนั้น เกิดเหตุร้ายขึ้นหลายแห่งหลายจุดด้วยกัน เพราะฉะนั้นกําลังของเจ้าหน้าที่ก็ไม่เพียงพอ แต่ดิฉันเสียใจว่าถ้ากําลังของเจ้าหน้าที่มาเร็วกว่านี้สักนิดหนึ่ง ก็คงจะไม่มีผู้เสียชีวิตถึง ๒ รายด้วยกัน ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นท่านที่ไปเดินที่ตลาดนางเลิ้งยังสามารถที่จะ เห็นร่องรอยของกระสุนป๋นที่ฝังอยู่บนกําแพง อยู่ตามประตูบ้าน ตามร้านค้าได้หลายจุด ที่เห็นได้ชัดเจนก็จะเปึนซอยนครสวรรค์ ๔ และซอยนครสวรรค์ ๘ ซึ่งเปึนทางเข้าชุมชน ตลาดนางเลิ้งในวันนั้น ร่องรอยเหล่านั้นยังอยู่ค่ะ ก็จะเปึนซอยนครสวรรค์ ๔ และซอยนครสวรรค์ ๘ ซึ่งเปึนทางเข้าชุมชนตลาดนางเลิ้ง ในวันนั้นร่องรอยเหล่านั้นยังอยู่ค่ะ แต่ว่าร่องรอยในจิตใจของครอบครัวของนายปัอมและ นายโต๊ด และชาวตลาดนางเลิ้งนั้นคงจะต้องเสียขวัญไปอีกนาน ดิฉันเสียใจกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น แล้วก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เหล่านั้นต้องเกิดกับชุมชนอื่น ๆ ดิฉันขอเรียกร้อง นะคะ ให้พวกเราคนไทยด้วยกันร่วมกันออกมาค่ะ ออกมาร่วมมือร่วมใจกัน ปกปัอง บ้านเกิดของเรา ปกปัองประเทศชาติของเรา เมื่อมีคนที่จะเข้ามาทําร้ายพวกเรา พวกเรา ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ใช่คิดว่าตัวใครตัวมัน ออกมาปกปัองบ้านของท่าน ประเทศชาติ ของท่าน และในส่วนของผู้ชุมนุมเองดิฉันก็ขอเรียกร้องนะคะว่า ท่านลองกลับไปคิดดูว่า สิ่งที่ท่านทําลงไปในเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น ท่านทําเพื่อใคร ท่านได้ทําเพื่อประเทศชาติ ของท่านหรือเปล่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นเปึนช่วงที่เราควรจะส่งเสริมการท่องเที่ยว เราควรจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเปึนเม็ดเงินมหาศาลทั้งในและต่างประเทศ แต่ท่านทําลายบรรยากาศการท่องเที่ยวลงหมดสิ้น แม้แต่การประชุมอาเซียน ท่านก็ทําลายความเชื่อมั่นของต่างชาติ ท่านทําลายเศรษฐกิจที่เรากําลังจะฟุ๋นฟูกันอยู่ลง อย่างย่ําแย่ ในยุคโลกาภิวัตน์ในโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ดิฉันคิดว่าเราต้อง ร่วมมือร่วมใจกันค่ะ ร่วมกันให้ประเทศของเรานั้นสามารถที่จะยืนหยัดแข่งขันกับนานา อารยประเทศได้ ในอดีตนั้นประเทศไทยเคยเปึนเสือหนึ่งในห้าของประเทศอุตสาหกรรม ใหม่หรือนิคส์ นิว อินดัสเตียล คันทรีส์ (NICs : New Industrials Countries) แต่ว่าในปัจจุบัน อย่าว่าแต่ ๑ ใน ๕ เสือเลยนะคะ แม้แต่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและ ประเทศเวียดนามก็หายใจรดต้นคอเราอยู่แล้วค่ะ ทําไมเราไม่ช่วยกันร่วมมือกันสร้าง ประเทศของเรา ถ้าเรามัวแต่ขัดแย้งกันอยู่อย่างนี้นะคะ อีกไม่นานในกลุ่มประเทศอาเซียน ก็จะนําหน้าเราไปหมดทุกประเทศค่ะ ดิฉันขอฝากไว้ให้พวกเราคนไทยด้วยกัน ทุกคนนะคะ ขอให้รักกัน ให้สามัคคีกัน ร่วมกันสร้างประเทศไทยของเราให้แข่งขันกับโลก โลกาภิวัตน์ใบนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอใช้เวลาสั้น ๆ ชี้แจง ๒ ประเด็นครับ
ในประเด็นแรกครับ ที่คุณเจริญ จรรย์โกมล ได้พูดว่า รัฐบาลได้ปฏิบัติการ ๒ มาตรฐาน ทีคดีของเสื้อเหลืองไม่เร่งรัดดําเนินคดี แต่คดีของคนเสื้อแดงรีบทํา ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า คดีของพันธมิตรหรือเสื้อเหลืองที่กระทําความผิด นะครับ
คดีแรกคือ คดียึดทําเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตํารวจได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ส่งสํานวนให้อัยการเรียบร้อยแล้ว
คดีบุกยึดสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที (NBT) สอบสวนคดีเสร็จสิ้นแล้ว ส่งสํานวนให้อัยการแล้ว
คดียึดสนามบินดอนเมือง อยู่ระหว่างการสอบสวนนะครับ ขณะนี้ได้สอบ พยานไปทั้งสิ้น ๒๙๒ ปาก แล้วก็สามารถจะสรุปสํานวนได้ภายใน ๓๐ วันนี้ครับ
คดียึดสนามบินสุวรรณภูมินะครับ ได้สอบพยานไปแล้วทั้งหมด ๑๙๘ ปาก และคิดว่าจะมีผู้ต้องหาประมาณ ๒๘ คน ตํารวจจะต้องสอบพยานอีก ๔ ปาก ซึ่งเปึน พยานสําคัญ และคิดว่าจะส่งสํานวนให้อัยการได้ภายในสัปดาห์ ๒ สัปดาห์นี้ครับ จะได้ เห็นว่าไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติอย่างที่คุณเจริญ จรรย์โกมล ได้ตั้งข้ออภิปรายเมื่อสักครู่ นะครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่ได้นํารูปมาแสดงแล้วก็บอกว่า ผู้ชายคนนั้น ชื่อ นายวิเชียร ขีดกลาง แล้วถูกยิงโดยเจ้าหน้าที่ในขณะที่ไปปฏิบัติการแก้ไขปัญหาใน วันที่ ๑๓ เมษายน ผมได้ตรวจสอบทันทีครับท่านประธานครับ ปรากฏว่านายวิเชียรคนนี้ ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า จากรายงานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติศูนย์นเรนทรแจ้งว่า มีบันทึกไว้ครับว่า นายวิเชียร ขีดกลาง อายุ ๓๑ ป้ เข้าโรงพยาบาลนําส่งโรงพยาบาลเมื่อเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๓ เมษายน เข้าโรงพยาบาลครั้งแรกที่โรงพยาบาลมิชชั่น แล้วส่งต่อไป ที่โรงพยาบาลราชวิถีครับ โรงพยาบาลราชวิถีนี่ทําการผ่าตัดให้ถูกยิงที่ต้นขาครับ แต่ปรากฏว่าแผลกระสุนนี่นะครับไม่ใช่กระสุนที่ทหารใช้ ไม่ใช่อาวุธสงครามนะครับ และไม่ใช่อาวุธประจํากายของทหาร ที่สําคัญท่านประธานครับ ในเวลาประมาณ ๑๔.๓๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา นั้น ไม่มีการปฏิบัติการของทหารในบริเวณนั้น คือบริเวณทางรถไฟใกล้แยกอุรุพงษ์นะครับ
ข้อที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือว่า คนเจ็บคือนายวิเชียร ขีดกลาง ตอนแรกก็ส่งไปที่โรงพยาบาลมิชชั่น แล้วก็โรงพยาบาลราชวิถีรับต่อไปผ่าตัดให้ ต่อมาครับ ได้มีผู้นํานายวิเชียรย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า นายวิเชียรเข้าโรงพยาบาล เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน แต่ไปแจ้งความเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ตอนเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา หลังจากที่มีผู้พาไปที่โรงพยาบาลพระรามเก้าแล้ว ขอกราบเรียนเพื่อเปึนข้อมูลครับ
ขอบพระคุณครับ ต่อไป คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในท่ามกลางความขัดแย้งมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงบทนํานะครับ มีหนังสือพิมพ์มติชนฉบับประจําวันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ เขียนไว้ ในหัวข้อว่า สู้กันในสภา สาระโดยสรุปก็คือว่า
ประวัติศาสตร์ทางการเมืองพิสูจน์ให้เห็นมาครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อใดรัฐสภา ไม่ทําหน้าที่ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ปล่อยให้รัฐบาลใช้อํานาจไปในทางมิชอบ จนบ้านเมืองเกิดวิกฤติ ประชาชนก่อปฏิกิริยาต่อต้าน บทสรุปมักจะลงเอยด้วยการถูกยึด ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อทั้งพรรคการเมือง ประชาชนและประเทศชาติ สําหรับประชาธิปไตยก็มี อันต้องล้มลุกคลุกคลานตลอดเวลา เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจะปล่อยให้วิกฤติการณ์ดํารงคงอยู่ ทําไม ส.ว. และ ส.ส. คนไหนก็ได้ในพรรคการเมืองใดก็ได้ โปรดจับกลุ่มแล้วยื่นไมตรี ต่อกัน การช้าไปเพียงวันเดียวอาจนํามาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในแผ่นดินผืนนี้ก็ เปึนได้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาจํานวนหนึ่งที่ ได้ประชุมฉุกเฉินเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ที่ผ่านมา จนได้ข้อสรุปจํานวนหนึ่งประมาณ ๖-๗ ข้อ เสนอต่อรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติทางด้านการเมืองที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยก็ได้นําเรื่องนี้เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน ทางพรรคเพื่อไทย เห็นความสําคัญของการดําเนินงานในสภาผู้แทนราษฎร โดยในวันที่ ๘ และวันที่ ๙ เมษายนที่ผ่านมา
ในวันที่ ๘ เรามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากฎหมาย เรื่องวาระการดํารงตําแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่นหลายฉบับ ทางฝ์ายค้านก็ให้ความ ร่วมมือกับรัฐบาลด้วยดีในการผ่านกฎหมายหลายฉบับ พอมาถึงฉบับสุดท้ายสมาชิกก็ยัง อยู่กันเต็มสภา ซึ่งจะต้องมีการลงคะแนนกฎหมายฉบับนี้ มีการประสานงานในเบื้องต้น โดยทางพรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน เปึนผู้ที่จะยื่นญัตติด้วยปากเปล่า เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาวิกฤติทางด้าน การเมืองต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่น่าเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนพรรคการเมืองที่มี ความเชี่ยวชาญในการทํางานในสภา เปึนพรรคการเมืองเก่าแก่ กลับทําให้สภาล่มด้วย การขาดองค์ประชุม ไม่ครบองค์ประชุม วันแรกผมยังไม่ติดใจเท่าไร ก็คิดว่าทางฝ์าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะยังไม่ได้สื่อสารกับผู้บริหารให้รอบด้าน แต่ในวันที่สอง คือวันที่ ๙ เมษายนต่อเนื่องมา ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยก็ได้ ปรึกษาหารือเรื่องนี้กันอีก แล้วก็มอบหมายให้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่จะยื่นญัตติ ด้วยปากเปล่าอีกเช่นกัน หลังจากจบกระทู้สด มีการประสานงานกันระหว่างวิปทั้ง สองฝ์ายแต่ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน มีการทําให้สภานี้ต้องเลิกกลางคัน โดยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นบอกว่า มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น เมื่อมี เหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ทําไมไม่พิจารณากันหรือแก้ไขปัญหากันในสภา ทั้ง ๆ ที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยู่กันพร้อมทั้งสองฝ์าย
ผมจึงอยากจะตั้งคําถามแรกครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องนี้ หรือไม่ แค่ไหน อย่างไร ท่านให้นโยบายที่จะนําปัญหานี้โดยใช้เวทีแห่งสภามาแก้ไข ปัญหานี้มากน้อยเพียงใด หลายคนอาจจะพาลคิดไปว่า เอ๊ะ ที่ไม่ประชุมสภานี่หรือว่าจะ ป่ดประตูตีแมวกัน ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่หลายคนเขาคิดว่าทําไมไม่เอาเรื่องนี้มาคุยกัน ในสภา นี่คือเรื่องแรก ประเด็นแรกที่ผมอยากจะสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี
ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานครับ มีการแอบอ้างสถาบันอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ในการทําลายล้างฝ์ายตรงข้าม ผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกัน ในทางการเมือง ในวันที่ ๙ เมษายน ชัดเจนครับท่านประธาน สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตคงจะต้องเอ่ยนาม คุณอรรถพร พลบุตร ได้ตะโกนในสภา ๓-๔ ครั้ง ชี้หน้า มาทางพรรคฝ์ายค้านว่า ไอ้พวกล้มล้างสถาบัน ใช้คําพูดนี้ชี้มายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทางกลุ่มพรรคฝ์ายค้านว่า ไอ้พวกล้มล้างสถาบัน คําพูดนี้ย้ําแล้วย้ําอีก ๆ ทั้ง ๆ ที่มี พรรคพวกเตือน ดึง ผมโดยส่วนตัวโกรธจนตัวสั่นไปหมด นึกไม่ถึงว่าจะมีการกล่าวหากัน กลางสภามายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกฝัืงหนึ่งได้ ในขณะเดียวกันสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เพิ่งเกิดครับท่านประธาน แม้แต่ตอนการจัดตั้งรัฐบาล ผมและผู้ช่วย ส.ส. ของผมได้รับการติดต่อ ได้รับการประสานงานว่า อย่าดึงเลย อย่าสู้เลย รู้ไหมสู้กับใคร สู้กับสถาบัน ไม่มีทางชนะ ผมไม่เชื่อ ผมให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ต่อสื่อมวลชน แต่ก็ไม่เห็นมี คนใดออกมาแก้ข่าวนี้ หนังสือพิมพ์ก็ลงอยู่ ทีวีก็ออกอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมได้ประสบมาด้วยตนเอง จะตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาตรวจสอบผมก็ยินดีนะครับในเรื่องนี้ว่ามีการกล่าวอ้างกันจริง คนไทยเรารักและ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยกันทั้งนั้น เราเพิ่งภาคภูมิใจเมื่อไม่กี่วันมานี้ในการที่ไป รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ทุกคนมีความสุขทั้งนั้นยิ้มแย้ม แจ่มใสในวันที่ไปรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพิ่มสายขึ้น เพิ่มชั้นขึ้นเปึนความ ภาคภูมิใจ แต่การมากล่าวหา การมาแอบอ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่พวกผมยอมรับ ไม่ได้ วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์คร่าว ๆ วันที่ ๕ พฤษภาคม วันฉัตรมงคล กระทรวงมหาดไทย จะระดมพล ๒ แสนคนใส่เสื้อสีน้ําเงิน นี่มันอะไรกันครับท่านนายกรัฐมนตรี แสดงว่า ความคิดอย่างนี้มันยังดํารงคงอยู่ มันก็จะมีเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ําเงิน ออกมาเปรอะ ไปหมดในอนาคต แล้วเราจะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราอย่างไร ผมดีใจที่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้สั่งห้ามไปแล้ว แต่ความคิดนี้มันยังดํารงคงอยู่ในรัฐบาลของ ท่าน แล้วปัญหามันเกิดมาจากตรงนั้น เดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกของผมได้กล่าวไปในตอนต้น ก็คือ คุณเจริญ จรรย์โกมล ว่าเราอย่ามองแค่ปลายเหตุถึงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน แต่เราต้องมองต้นเหตุสาเหตุของการชุมนุมของพี่น้องประชาชนจํานวนไม่ต่ํากว่า ๒-๓ แสนคนว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนความคับแค้นทาง ด้านจิตใจสะสมที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ท่านประธานที่เคารพครับหลังจาก ปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ เปึนต้นมา ประเทศของเราดําดิ่งลงยังเหวลึกอย่างไม่ เคยปรากฏมาก่อน ที่ว่าไม่เคยปรากฏมาก่อนก็เพราะว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ประเทศเดียว ในประชาคมโลก เราเปึน ๑ ในประชาคมโลกที่จะต้องติดต่อกับนานาชาติ ต่างประเทศ เขาไม่คบค้าสมาคมกับเราเลยในช่วงของการปฏิวัติรัฐประหาร กฎกติกาที่ออกมา ก็เพื่อทําให้การเมืองนั้นมันอ่อนแอ แต่อํามาตย์เข้มแข็ง กฎกติกาออกมาอย่างนั้นจริง ๆ พวกเราทราบกันดีอยู่ ที่สําคัญผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าผมไม่เคยคิดช่วย คนคนเดียว ไม่เคยมีความคิดอย่างที่เคยมีการกระแนะกระแหนกัน ค่อนขอดกัน แต่ถาม กลับไปว่าคนคนเดียวนั้นเขาได้รับความเปึนธรรมหรือไม่ กฎกติกาที่มาเล่นงานเขา มันยึดโยงมาจากประชาชนหรือไม่ อํานาจประชาชนหรือไม่ ยกตัวอย่าง ผมฟันธงไปเลย ไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่าง กรณีที่ใช้คําพูดว่า นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาหลบคดี ๒ ป้ ถูกตัดสินจําคุก ๒ ป้ ถ้าใครเปึนครอบครัวเขา เปึนผู้ที่รักเคารพศรัทธาเขาจะคิด อย่างไร เมื่อเขาคิดอีกมุมหนึ่งว่ากฎกติกาหรือองค์กรที่มาเล่นงานเขานี่ มันเปึนกฎกติกาจากองค์กรที่ยึดโยงอํานาจประชาชนหรือเปล่า ผมมองว่า คตส. ไม่ใช่ องค์กรที่ยึดโยงมาจากอํานาจประชาชน แต่ คตส. ยึดโยงอํานาจมาจากปลายกระบอกป๋น ตรงนี้มองกันคนละมุมแล้ว เมื่อเรามองกันคนละมุม เราก็ต้องมองดูว่านานาชาตินี่เขา เชื่อถืออะไร นานาชาติเขาก็จะมองเรื่องประชาธิปไตยเปึนหลัก เมื่อประชาธิปไตยถูก บิดเบือน ถูกล้มล้างไปโดยอํานาจเผด็จการ แน่นอนนานาชาติเขาก็ไม่เชื่อ ผมถึงอยากจะ ให้มองตรงนี้ย้อนกลับไปยังเบื้องต้นว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นและมันสะสมมานี่มันจริงไหม นี่ในเรื่องตัวบุคคล
ในเรื่ององค์กร การยุบพรรคการเมือง ยุบแล้วยุบอีก ยุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคการเมืองอื่น ๆ ต่างประเทศเขามีแบบนี้ไหม ใครทําผิดก็ ว่าไปตามผิด นี่หมดเลย หมดทั้งพรรค ผมสะท้อนใจมากวันที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ต้องถูกยุบ เพราะทางพรรคของผมเคยถูกยุบมาก่อน เห็นเขาร้องไห้กันทั้งพรรคนี่สะท้อน ใจมากว่า เอ๊ะ แล้วคนที่เขาไม่ได้ทําความผิดนี่ทําไมจะต้องได้รับโทษด้วย นอกจากนั้น พี่น้องประชาชนที่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองเปึนล้าน ๆ คนต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ทําไมพี่น้องประชาชนต้องได้รับผลกระทบไปด้วย การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมากว่าจะหาผู้สมัคร รับเลือกตั้งครบ ๙๐ วันได้แทบตาย บางจังหวัดต้องไปเอาคนงาน ต้องไปเอายาม อยากจะล้มกันไปเลยทั้งหมดไม่ให้เหลือหรอเลยอย่างนั้นหรือ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วเรา มองว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม พี่น้องประชาชนเขาจึงรวมตัวกันมาเปึนแสน ๆ คน ใน จํานวน ๓ แสนคนที่มา ถ้าท่านเอา ๕ คนคูณเข้าไป นี่คือคนในครอบครัว ๑ ล้าน ๕ แสนคน ถ้าเอาญาติพี่น้องพรรคพวกเพื่อนฝูงเอาอย่างน้อย ๑๐ คนคูณเข้าไปเปึนสิบล้านคน ท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าท่านคงไม่อยากจะมีปัญหากับคนเปึนสิบล้านคน ผมมั่นใจ อย่างนั้นวันนี้ถึงจะมาหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แต่การหาทางออกท่านต้อง ยอมรับความจริง สิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนี้มันก็จะเปึนความจริงจํานวนหนึ่งที่จะต้องมี การพิสูจน์กัน
ผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีในอีกประเด็นหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงหรือไม่ในการไปดําเนินการสั่งการร่วมกับบุคคล นอกคณะรัฐมนตรีที่เพื่อนสมาชิกต่อไปจะอภิปราย เปึนภาพปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอ (Clip Video) ชัดเจนว่า ไม่ใช่เปึนบุคคลในรัฐบาล แล้วตรงนั้นเปึนจุดสําคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤติ ทางด้านการเมืองตามมา ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ท่านเอาหลักฐาน อะไรมาออกทีวีพูลในทันทีหลังจากที่มีการยิงเอ็ม ๗๙ เข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงบอกว่า เปึนฝ้มือของ นปช. ผมเป่ดดูทันที เห็นอย่างนี้จริง ๆ ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงบอกว่าเปึนฝ้มือของ นปช. ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ได้เปึนพนักงานสอบสวน หรือท่านได้รับรายงานมาแล้วว่าเปึน นปช. มีพยานหลักฐานอะไรจับตัวได้แล้ว หรือเปล่า รับสารภาพหรือเปล่า หรือเห็นใส่เสื้อแดง หรือเห็นหน้าเห็นตา ตรงนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงจะต้องมาตอบ เพราะการออกทีวีพูลในห้วงเวลา นั้น เท่ากับการเติมน้ํามันลงในกองไฟ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ท่านต้องทบทวนการทํางาน ของทีมงานของท่านว่าก็มีส่วนอย่างสําคัญยิ่งที่ทําให้สถานการณ์มันพัฒนาไป
สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นต่อไปก็คือว่า กรณีการใช้กําลังทหาร และอาวุธสงครามเข้าปราบปรามพี่น้องประชาชน ตรงนี้ในเรื่องข้อกฎหมายก็จะมีทีมที่จะ มาอภิปรายต่อไป แต่ในข้อเท็จจริงผมอยากจะให้เปรียบเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาล ที่ผ่านมาแค่ใช้โล่ ใช้แก๊สน้ําตา ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ตํารวจ กําลังถูก ป.ป.ช. เล่นงานดําเนินคดีอยู่ นี่ใช้อาวุธสงคราม เดี๋ยวจะมีฝ์าย เชี่ยวชาญมาว่า การยิงลูกจริงกับลูกปลอมมันเปึนอย่างไร เขาจะพิสูจน์กัน วันนี้เปึนสิ่งที่ จะต้องพิสูจน์เพื่อหาความจริงว่าคืออะไร การใช้อาวุธสงคราม แน่นอนบาดเจ็บเปึนร้อย ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทางการเมืองครับ ผมมีความเห็นส่วนตัวอย่างนั้น เพราะอะไร เพราะพรรคของท่านบอกว่า ประชาชนต้องมาก่อน ผมจับใจแกนนําของ นปช. พูดก่อนจะสลายตัวว่า อยากจะให้ผู้ที่ชุมนุมได้รับความปลอดภัย อยากจะรักษา ชีวิตของผู้ชุมนุม ดังนั้นจึงสลายตัว ถ้าเขาเห็นแก่ตัว ดื้อรั้น เขาจะต้องเอาพี่น้องประชาชน เปึนโล่กําบังเหมือนกับที่อีกสีหนึ่งเคยเอาผู้หญิง คนแก่ คนชรา เปึนโล่กําบัง แต่นี่เขา ไม่ครับ เขาสลายตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลซึ่งจะต้องดูแลพี่น้องประชาชน กลับใช้กําลังทหาร ๕๐ กองร้อย หลายพันคน นะครับ ๕๐ กองร้อย อาวุธสงคราม อาวุธสงครามนี่ในเอเชียที่ใช้กันมีประเทศเดียวครับ แล้วก็ประเทศนั้นเปึนเผด็จการ ไม่ได้เปึนประชาธิปไตย เปึนรัฐบาลทหาร นอกนั้นดูทั่วโลก ที่เขาใช้อาวุธสงครามปราบปรามประชาชนนี่ คือประเทศในแอฟริกา ซึ่งก็เปึนเผด็จการ เช่นกัน ประเทศไทยเราตกต่ําถึงเพียงนั้นเชียวหรือที่ใช้กําลังทหาร ใช้อาวุธสงครามในการ ปราบปรามพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบ ทางการเมือง
ผมมีสิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นต่อไปก็คือว่า ขณะนี้เรามองการเมืองมองชั้นเดียวไม่ได้ครับ ถ้าเปึนหมากรุกนี่อาจจะต้องหลายชั้น มอง ข้ามช็อท (Shot) ไป มีเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นแล้วเราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่าง วันหนึ่ง ผมอยู่ที่จังหวัดนครพนม ผมเป่ดทีวีดูช่องเอเอสทีวี ลูกพรรคของท่านซึ่งเปึนแกนนําพันธมิตรอภิปรายให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยระบอบ ทักษิณเปึนระบอบทุนนิยมสามานย์ ผมไม่แปลกใจเลย เปึนเรื่องธรรมดา แต่ที่ผมแปลกใจ ก็คือว่า เขากลับต่อว่ามายังพรรคที่ตัวเองสังกัดว่าเปึนอนุรักษ์นิยมสามานย์ แปลกใจ งง มันเกิดอะไรขึ้น ผมตามไม่ทัน แต่หลังจากมาวิเคราะห์สถานการณ์ที่มาพัฒนาไป ก็เห็นว่าช่วงนั้นรัฐบาลกําลังจะออกหมายจับพันธมิตรหลายคน ก็มีการตัดพ้อต่อว่ามายัง รัฐบาล ลืมเรื่องเก่าแล้วหรือ ได้เสื้อสีใหม่แล้วลืมเรื่องเก่า นี่คือสิ่งที่เปึนประเด็นแรกที่ ผมตั้งข้อสังเกต
ประเด็นที่สอง ในทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากการลอบสังหารบุคคลสําคัญ ในแกนนําพันธมิตร ไม่น่าเชื่ออีกเหมือนกัน ทั้งลูกชาย ทั้งแกนนําพันธมิตรให้สัมภาษณ์ ไม่ได้พูดถึงเสื้อสีแดงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้ง ๆ ที่เหลืองกับแดงแทบจะฟัดกันบ้านเมือง แตกวุ่นวายในอดีตที่ผ่านมา แต่เขากลับไปมองของอํานาจนอกระบบ กลับไปมองสีอีก สีหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงใช้อยู่ในขณะนี้ เปึน เรื่องที่ผมก็คาดไม่ถึงว่าขณะนี้บ้านเมืองมันพัฒนาไปถึงไหนอย่างไรแล้ว นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นว่าขณะนี้บาดแผล ของความขัดแย้งมันร้าวลึกลงไปยังพี่น้องในชนบท ผมถูกต่อว่าจากพี่น้องในจังหวัดของ ผม ทําไมไม่ล้อมศาลากลาง ทําไมไม่ยึดศาลากลาง ผมเคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน ผมก็บอกว่าไม่ได้ เกิดมีมือที่สาม ไปดําเนินการกับศาลากลาง งบประมาณที่เราจะไปทํา ถนน เรื่องแหล่งน้ําในอนาคต เราก็ต้องมาซ่อมแซมสถานที่ราชการ เงินเรามีน้อยในภาวะ เศรษฐกิจบ้านเมืองอย่างนี้ เราหาวิธีอื่นในอันที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจะดีกว่า ผมบรรเทาเบาบางไปเยอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายก็บรรเทาเบาบางปัญหา ต่าง ๆ เหล่านี้ไปเยอะ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีถ้ายังปล่อยสถานการณ์ให้มันมีการพัฒนา แตกแยกไปมากกว่านี้ ผมไม่อยากจะเห็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดอยู่บนบัลลังก์ แต่ข้างล่างเต็มไปด้วยกองเลือด ผมไม่อยากเห็นอย่างนั้น ผมถึงอยากจะให้ท่านแสดง ความรับผิดชอบทางการเมืองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าคนไหนฝ์ายไหนจะตายก็เปึน คนไทยเหมือนกัน ไม่ว่าฝ์ายไหนคนไหนจะบาดเจ็บก็เปึนคนไทยเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะให้ท่านแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ท่านต้องเปึนตัวของตัวเอง ตรงนี้ สําคัญที่สุด ถ้าท่านเปึนตัวของตัวเองผมคิดว่าท่านจะสมาร์ท (Smart) มาก ทําไม ผมคิดว่าท่านอาจจะไม่ใช่เปึนตัวของตัวเอง เพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน เชิงบู๊ ในเชิงฟาดฟัน มันไม่น่าจะเปึนนิสัยของท่าน ท่านจะต้องตัดสินใจทางการเมือง เพื่อรักษาประเทศของเราเอาไว้ให้ได้ ขณะนี้ผมไม่ได้มองเรื่องพรรคเรื่องพวก ไม่ได้มองถึง ขนาดนั้น เพราะประเทศชาติมันย่ําแย่เลยจนกว่าที่เราจะมองเรื่องพรรคเรื่องพวกเรื่องพ้องแล้ว ต้องเอาประเทศชาติไว้ให้ได้ ถ้าท่านนึกตรงนี้ได้ลองไปเอาชวเลขหรือ สิ่งที่ท่านอภิปรายเสนอไว้ ผมไม่อยากจะเอามาอ่านตรงนี้เสียเวลา ในสิ่งที่ท่านได้เคย เสนอไว้ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง
สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านเปึนประเด็นสุดท้ายก็คือว่า หลังจากที่ วิปฝ์ายค้าน วิปรัฐบาล วิป ส.ว. ประชุมกันเมื่อวานนี้ มีข้อตกลงใจในอันที่จะเยียวยาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เกิดการต่อต้านยกใหญ่ คุณประสงค์ สุ่นศิริ ให้สัมภาษณ์ขู่ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมใช้คําว่า ขู่ ท่านต้องเลือกเอาแล้วว่าท่านจะยืนอยู่เคียงข้าง ประชาธิปไตยหรือจะไปรับใช้เผด็จการในสิ่งที่มีการตกทอดกันมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เปึนต้นไป ผมมีเรื่องกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก คุณชวลิตนะครับ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน ขออนุญาต ตอบสั้น ๆ บางคําถามนะครับ เพื่อความสบายใจ
ประเด็นแรก ท่านถามผมเรื่องว่ารับทราบหรือไม่ถึงปัญหาเหตุการณ์ใน สภาในช่วงวันที่ ๘ วันที่ ๙ ก็ขอกราบเรียนว่า โดยปกติแล้วผมก็จะมาร่วมประชุมสภาแล้วก็ ให้ความสําคัญกับการประชุมตรงนี้อย่างสม่ําเสมอ บังเอิญว่าช่วงวันที่ ๘ วันที่ ๙ นี่ครับ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่พัทยากับผมเมื่อวันที่ ๗ ทําให้ผมต้องเดินทางกลับไปที่พัทยาแล้ว ก็ร่วมประชุมในเรื่องของการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการจัดประชุมอาเซียนอยู่ เพราะฉะนั้นช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาวันที่ ๘ วันที่ ๙ ผมไม่ได้รับทราบในช่วงนั้น มารับทราบหลังจากที่เปึนข่าวไปแล้ว แล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ แล้วก็หวังว่าจะไม่เกิด เหตุการณ์ความวุ่นวายในสภากันอีกครับ
ประเด็นที่สอง ผมเห็นด้วยกับท่านครับ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันที่เรา เทิดทูนเคารพนับถือ ผมได้พูดชัดเจนเปึนนโยบายนะครับว่า เราต้องไม่ให้มีใครจาบจ้วง และไม่ให้มีใครแอบอ้าง ดังนั้นผมจึงได้ยึดนโยบายนี้มาโดยตลอดในการที่จะพยายาม ทุกวิถีทางไม่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นถูกดึงเข้ามาสู่วังวนของความขัดแย้ง แล้วก็ ต้องยอมรับนะครับว่าช่วงการเคลื่อนไหวในช่วงหลังของการชุมนุมก็เปึนเรื่องที่เรา ไม่สบายใจมาก เพราะมีการพาดพิงไปถึงสถาบันหรือผู้ที่มีความใกล้ชิดกับสถาบัน พระมหากษัตริย์อยู่ตลอดเวลา เราก็พยายามที่จะขอว่าเรื่องนี้อย่าได้พูดนะครับ ท่านก็ คงทราบว่าผมก็ได้ให้สัมภาษณ์ในแนวทางนั้นมาโดยตลอด
ประเด็นที่สาม ท่านถามว่า ผมเปึนผู้ที่ใช้ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปดําเนินการในเรื่องของการร่วมมือกับบุคคลที่อยู่นอกคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการรักษา ความสงบเรียบร้อยหรือความปลอดภัยที่พัทยาหรือไม่ ก็กราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในเรื่องของความมั่นคงนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านจะเปึนผู้ดูแลแล้วก็จะเปึนผู้ชี้แจง ต่อไป เพราะว่าวันที่ผมเดินทางไปที่พัทยา ลําพังเฉพาะข้อมูลที่ผมจะต้องเตรียม ในการประชุมกับผู้นําอาเซียน และอาเซียนบวกสาม บวกหก ซึ่งไม่ได้มีเวลาในการ เตรียมการก่อนหน้านั้นเลยนะครับ ก็เปึนภาระที่มากอยู่ก็มีการมอบหมายท่านรอง นายกรัฐมนตรี ผมจะเข้ามารับผิดชอบชัดเจนก็คือเมื่อมีการประกาศพระราชกําหนด แล้วก็อย่างที่ท่านได้เห็นนะครับ ทางวิทยุ โทรทัศน์ว่าผมได้มีการดําเนินการกับทางฝ์าย ความมั่นคงอย่างใกล้ชิด แล้วก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ นะครับ เพราะว่าได้มีการกําชับในเชิง นโยบายอย่างชัดเจน รวมไปถึงที่ท่านได้กล่าวเมื่อสักครู่ เรื่องของการที่จะไม่มีการสร้าง กลุ่มมวลชนขึ้นมาเพื่อทําให้เกิดความยุ่งยากในการแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยต่อไป ผมต้องขออนุญาตย้ําอีกครั้งครับ คือท่านพูดถึงการใช้อาวุธสงครามเข้าปราบปราม ประชาชน ผมขอกราบเรียนนะครับว่า นโยบายของรัฐบาลในการทํางานช่วงระยะเวลาที่ ผ่านมาชัดเจน แล้วก็จนถึงวันนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ยังไม่มีรายใดเลยนะครับที่ได้รับบาดเจ็บ จากอาวุธสงคราม อันนี้เปึนสิ่งซึ่งมีการพิสูจน์กันโดยในส่วนของแพทย์และโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงอยากจะกราบเรียนครับว่า ขอให้แยกแยะครับ การใช้พระราชกําหนด และการใช้กองกําลังต่าง ๆ มาร่วมกันก็เปึนเรื่องหนึ่ง ส่วนปัญหาความบาดเจ็บหรือความ สูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก็เปึนเรื่องที่ต้องพิสูจน์กัน และผม ได้กราบเรียนแล้วนะครับ เหมือนกับกรณีเมื่อสักครู่ เมื่อท่านมีข้อมูลท่านให้เรามา เราก็จะ ไปพิสูจน์แล้วก็เอาข้อเท็จจริงต่าง ๆ แถลงออกไป เพราะฉะนั้นก็ขอให้ความสบายใจ ผมเรียนนิดหนึ่งครับว่า ท่านกังวลในเรื่องของการยอมรับความมั่นใจในส่วนของ ต่างประเทศ ที่จริงก่อนเกิดเหตุการณ์ท่านก็จะเห็นชัดเจนนะครับว่า บทบาทของเรา ในฐานะประธานอาเซียนได้รับการยอมรับชัดเจนจากประชาคมโลก โดยเฉพาะในการ ประชุมสุดยอดที่ลอนดอน ที่มีการประชุม จี ๒๐ (G ๒๐) และแม้แต่ในช่วงวันศุกร์ กลางคืนที่ได้มีโอกาสประชุมกับอาเซียน ๑๐ ประเทศ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย รวมไปถึง ว่าแม้เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วก็มีแถลงการณ์ของรัฐบาลที่เปึนประชาธิปไตยชัดเจน แสดง ความเข้าใจ ที่จริงก็มีความห่วงใยด้วยซ้ําว่า เรานี่ได้ดําเนินการเด็ดขาดมากน้อยแค่ไหน ในการที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย ก็อยากจะกราบเรียนว่า ขอให้มั่นใจว่าขณะนี้เรา ไม่ได้มีปัญหานั้นแล้ว
ส่วนประเด็นสุดท้ายครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยที่ท่านพูดครับ แล้วก็ เล่าให้ฟังว่ามีคนมาชักชวนหรือว่าสอบถามว่าทําไมท่านไม่นํามวลชนต่าง ๆ ไปล้อม ศาลากลางอะไรต่าง ๆ ผมเห็นด้วยกับท่านอย่างยิ่ง และก็ขอขอบคุณที่ท่านได้แสดงจุดยืน เช่นนั้น ขอให้ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองคิดเหมือนกันท่านครับ เราจะได้เอา งบประมาณมาพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทําเรื่องโครงสร้าง พื้นฐาน เดินหน้าช่วยเหลือคนที่ตกงาน ส่วนปัญหาการเมืองต่าง ๆ ก็มาคลี่คลายกันตาม กระบวนการที่เราจะมีการปรึกษาหารือเพื่อปฏิรูปการเมือง แก้ไขความไม่เปึนธรรมอะไร ต่าง ๆ ที่หลงเหลืออยู่ต่อไป ถ้าท่านสามารถทําให้ผู้ชุมนุมมีความคิดเช่นนี้ครับ จะมีประโยชน์อย่างมากในการแก้ปัญหาต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านกฤช
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
ท่านมีอะไรครับ
คือขออนุญาตท่านประธาน ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในนามสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เองได้กล่าวว่า ผู้ป์วยอยู่ที่โรงพยาบาล ราชวิถี นายวิเชียร ย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า ในส่วนนี้ที่บอกว่า ทางโรงพยาบาลหรือทางรัฐบาลเอง ทางราชการย้ายไปนั้นไม่ใช่นะครับ วันที่ ๑๕ นี่ผม ได้ไปเยี่ยมตอนช่วงประมาณ ๑๔.๐๐ นาฬิกา แล้วก็มีการร้องขอครับ จากญาติผู้ป์วยว่า ต้องการที่จะย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลอื่นจากราชวิถี ก็เลยย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาล พระรามเก้าครับ ขออนุญาตครับว่าไม่ใช่ทางราชการย้ายนะครับ
ครับ เชิญท่านกฤชนะครับ
ประการที่ ๑ รัฐบาลถูกกล่าวหามาโดยตลอดว่า ๒ มาตรฐาน ไปที่ไหน ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ต่างจังหวัด แม้กระทั่งที่บ้านผมจังหวัดกําแพงเพชร มาที่กรุงเทพฯ นี่ มาในสภานี้ ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง รัฐบาลถูกกล่าวหาว่า ๒ มาตรฐาน ถามว่า ณ วันนี้รัฐบาลได้ตอบคําถามคําว่า ๒ มาตรฐานนี้ได้ชัดเจนแจ่มแจ้งหรือยัง ในความเห็นของผมนี่ผมเอาใจช่วยรัฐบาลนะครับ ทุกครั้งที่รัฐบาลตอบเรื่องมาตรฐานนี่ พยายามจะเอาใจใส่ช่วยให้รัฐบาลนี้ตอบแล้วเกิดความพึงพอใจแก่สังคม หรือเกิดความ พึงพอใจต่อฝ์ายที่ร้องเรียน ร้องเรียกอะไรก็ตาม แต่ ณ วันนี้ยังไม่พบครับ ไม่ได้ตําหนิ รัฐบาลนะครับ มันเปึนปัญหาซึ่งจะต้องคิดร่วมกัน ฝ์ายร้องเรียก ฝ์ายร้องเรียน ก็เช่นเดียวกัน เวลาจะพูดว่ารัฐบาล ๒ มาตรฐาน ก็น่าจะทําเปึนประเด็นให้ชัดเจน ประเด็นอะไรบ้างที่ท่านกล่าวหาว่ารัฐบาลนี่มี ๒ มาตรฐานนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ขออภัยที่จะต้องพูดอย่างนี้ ช่วยได้ไหมครับว่ามีประเด็นอะไรบ้าง ท่านเขียนไปเลย ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ เรียงไปเลยนะครับ แล้วรัฐบาลก็ขอ ความกรุณาว่าตอบมาเลยนะครับ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ นี่ว่ามันไม่มี ๒ มาตรฐานด้วยเหตุผลอย่างนี้ แล้วให้มหาชนได้ทราบนะครับ ส่งไปที่ไหนก็ได้ ส่วนราชการก็ได้ ส่งไปยังหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ก็ได้ เอากันให้มันเกิดความชัดเจน แล้วอะไรที่มันก้ํา ๆ กึ่ง ๆ รัฐบาลต้องรับผิดชอบไปนะครับ ผมเข้าใจครับ รัฐบาลเองนี่ นะครับในเรื่องของ ๒ มาตรฐานนั้นก็มีปัญหา ปัญหาของรัฐบาลอยู่ที่องค์กรอิสระครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมเห็นตํารวจนะครับท่านประธานครับ เห็นตํารวจมาชี้แจงเรื่องความ ไม่ ๒ มาตรฐานของตํารวจนะครับ ตํารวจบอกเรามีมาตรฐานเดียวในการดําเนินคดี ผมดู แล้วผมสงสารท่าน ผบ.ตร. นะครับ ถ้าท่านทั้งหลายดูทีวีเหมือนกับผมนี่ ท่านเห็นท่าน ผบ.ตร. นั่งหน้าเศร้าไหมครับ ท่านนั่งหน้าเศร้ามากเลยนะครับ แล้วท่านก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่ ๒ มาตรฐาน ทั้ง ๆ ที่ท่านเอง ณ วันที่ท่านพูดนี่ ผมไม่ทราบว่าท่านมีศักยภาพที่จะ พูดหรือเปล่า ความจริงควรจะเปึนรัฐบาลที่ออกมาชี้แจง ไม่ใช่ ผบ.ตร. หรือไม่ใช่ตํารวจ คนใดคนหนึ่ง ฝากไปยังรัฐบาลด้วยว่า ในเรื่องของ ๒ มาตรฐานนี้ ถ้าท่านแก้ปัญหาคํานี้ ไม่ได้นะครับ บ้านเมืองก็จะมีความวุ่นวายไม่สงบสุขอยู่อย่างนี้ และผมเชื่อนะครับ เชื่อใน ศักยภาพของรัฐบาลว่าท่านทําได้ครับ แล้วก็ฝากไปยังบรรดาผู้ร้องเรียน ไม่ว่าจะเปึน เสื้อแดงหรือฝ์ายค้านนี่นะครับ ช่วยทําเรื่องนี้ให้ชัดเจนได้ไหม อย่ากล่าวหาลอย ๆ เอากัน เปึนเรื่องเลย เอาให้ชัดเจน จะเห็นความจริงที่จะเกิดขึ้นครับ ณ วันนี้พี่น้องประชาชนยัง สับสนครับว่า ๒ มาตรฐานของใคร หรือมาตรฐานเดียวของใคร ขออนุญาตเรียนใน เบื้องต้นเท่านี้นะครับ ผมมีเวลาไม่มากนัก
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะนําเรียนต่อสภาแห่งนี้ ก็เรื่องของเสื้อแดง นั่นละครับ เสื้อแดงนี่นะครับผมอยากจะเรียนว่า ผมเปึนคนบ้านนอกนะครับ นําเรียน ที่ประชุมเพื่อทราบก่อน เปึนสมาชิกวุฒิสภาจากบ้านนอก และผมนี่คุ้นเคยอยู่กับพี่น้อง ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน เสื้อแดงที่ท่านเห็นนี่นะครับ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์เปึนชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนครับ เปึนบุคคลยากจนครับ ไม่ว่าเขาจะเข้ามาประท้วงด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม เขาได้เข้ามาแล้ว และเปึนบุคคลยากจนที่ได้เข้ามาแล้ว บวกกับใครรู้ไหมครับท่านครับ บวกกับบุคคลที่เปึนกรรมกร ไม่ว่าจะเปึนคนขับรถแท็กซี่ คนขับรถตุ๊กตุ๊ก แม้กระทั่งเด็ก เสริฟ (Serve) อาหารที่มาเข้าร่วมกับเสื้อแดง ผมคงไม่พูดเหตุผลว่าเขาเข้ามาเพราะอะไร อย่างไร เพราะหลายท่านได้พูดไปแล้ว แต่ปัญหา ณ วันนี้นะครับ ท่านขับไล่เขาออกไป ผมอยากจะเรียกว่าขับไล่เขาออกไป กระเซอะกระเซิงกลับบ้าน หัวใจขาดวิ่น เจ็บปวด เจ็บช้ํา แล้ว ณ วันนี้กระจายไปทั่วประเทศไทย รัฐบาลต้องเตรียมเยียวยาบุคคลเหล่านี้ ให้ได้ในทันท่วงทีเพื่อความสงบสุข คนในเมืองเพียงที่ยังอยู่นะครับท่านครับ ที่ผมเรียนว่า เปึนคนขับรถแท็กซี่ คนขับรถตุ๊กตุ๊ก ท่านได้ใจเขาหรือยัง ณ วันนี้ ท่านได้มีแผนการที่จะทํา ให้บุคคลเหล่านี้หายความช้ําชอกแล้วหรือยัง รัฐบาลต้องรีบทํา ถ้าไม่อย่างนั้นทั้งในเมืองและทั้งชนบทจะเกิดปัญหาพร้อม ๆ กันอีก แล้ว ณ วันนั้นในครั้ง ต่อไป ผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะรับมืออยู่หรือเปล่า ผมนําเรียนในฐานะคนกลางนะครับ ที่ได้เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นมาตั้งแต่เสื้อเหลือง แล้ว ณ วันนี้นี่คนกลางจะฟัง จะดู จะเห็น ดีกว่าคนที่ไม่ใช่เปึนคนกลาง ผมไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่เปึนกลาง ก็อยากจะนํา เรียนว่าสิ่งที่น่าจะต้องทํา ณ วันนี้นะครับท่านครับ ก็คือรัฐบาลต้องเตรียมเยียวยาทั้ง พี่น้องในชนบท คนบ้านผมนี่มาเยอะนะครับ เสื้อแดงก็มาเยอะนะครับ เสื้อเหลืองก็เยอะ ครับ มาทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง ก่อนจะมานี่พวกนี้ไปลาผม หลายคนไปลานะครับ บอกว่า อยากจะมาเดินขบวน ความเห็นก็ไม่เหมือนกันครับ เสื้อเหลืองจะมา ผมบอกเออไปเถอะ เสื้อแดงจะมา ผมบอกเออไปเถอะ ผมว่าคนที่จังหวัดผมทั้งนั้นนะครับ นําเรียนว่า พี่น้องประชาชน ณ วันนี้น่าสงสาร เศรษฐกิจก็ไม่ดี การเมืองก็แย่ แล้วพี่น้องประชาชน จะพึ่งใคร วันนี้ผมดีใจที่ผมกราบเรียนว่าพวกเราทั้งหลาย ได้เข้ามา ณ ที่นี้แล้ว
ผมมีอีกเรื่องหนึ่งครับ อยากจะนําเรียนเวลาผมหมดแล้วนะครับ ขออีก นิดเดียวนะครับ เรื่องที่ผมอยากจะนําเรียนด้วยความห่วงใยก็คือว่า มีผู้ได้เสนอทางรัฐบาล บอกว่าให้ย้ายครับ ให้ย้ายข้าราชการ มีผู้หวังดีต่อรัฐบาลครับ บอกว่าต้องย้าย ผบ.ตร. บอกว่าต้องย้าย ผบ. เหล่าทัพ พอดีท่านนายกรัฐมนตรีโชคดีนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่า ยังไม่มีเวลาพิจารณา ผมว่าไม่ต้องไปพิจารณาละครับ การย้ายข้าราชการไม่ได้ แก้ปัญหาได้ เมื่อคราวที่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ท่านย้ายข้าราชการไปไม่รู้กี่คนแล้ว ย้ายทั้ง ตํารวจ ย้ายทั้งกระทรวงมหาดไทย แล้วไม่กี่วันนี้ก็ย้ายผู้บัญชาการตํารวจ ผู้กํากับการ ตํารวจทางจังหวัดชลบุรี ท่านคิดว่าแก้ปัญหาได้หรือครับ แก้ไม่ได้ครับ คนที่สมควรจะย้าย นี่นะครับผมจะฝากบอกรัฐบาล กลับไปดูในหมู่ ครม. ของท่านนะครับ มีหลายคนที่เปึน ปัญหา มีหลายคนมาก ๆ ที่เปึนปัญหา เอาละ ผมอาจจะยกตัวอย่างแค่คนเดียว คนที่ รับฝากมานะครับ คนที่ไปป่ดสนามบินนั่นแหละครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องพิจารณา ครับ นั่นละคือตัวปัญหาตัวหนึ่งของประเทศไทย แล้วถ้าไม่เอาคนคนนี้ไปนี่ครับ ปัญหาก็ คงจะเกิดไม่หยุดละครับ
ข้อสุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ตัวปัญหา สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือรัฐธรรมนูญ มีหลายมาตราเหลือเกินที่จะต้องแก้ แต่ก็มีเจ้าของ รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นนะครับ บอกว่าอย่าแก้นะ ฉันเปึนเจ้าของ รัฐธรรมนูญนี่ใครจะเปึน เจ้าของไม่ได้ พี่น้องประชาชนคนไทยเปึนเจ้าของครับ แล้ว ณ วันนี้ที่มันเกิดขึ้น ปัญหา ต่าง ๆ ทั้งหมดทั้งหลายที่เกิดขึ้นนี่มันเกิดจากรัฐธรรมนูญส่วนหนึ่งเราต้องยอมรับกัน มาตรา ๖๘ มาตรา ๒๓๗ ซึ่งเปึนตัวปัญหาอย่างยิ่ง และในความเห็นของผมนี่ มาตรา ๓๐๙ ก็ควรจะแก้ไขครับ ถ้าท่านทําได้นะครับ ความสมัครสมานสามัคคีจะเกิดขึ้น แล้วเมื่อสักครู่นี้ผมฟังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องของการยกเลิก พ.ร.บ. ฉุกเฉินว่ายังทําไม่ได้ ปัญหาที่ทําไม่ได้ก็คือว่า ขณะนี้ท่านบอกอย่างนี้นะครับว่ากําลังจะมี การใช้อาวุธ ท่านพูดแล้วผมห่วงใยประเทศชาตินะครับ คนระดับนายกรัฐมนตรีพูดอย่างนี้ นี่นะครับเสียหาย ก็คงจะฝากทางท่านประธานไปยังรัฐบาลว่ารีบนะครับ รีบสร้างความ สมัครสมานสามัคคี โดยใช้เมตตาธรรม ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านธนาครับ ท่านธนา อยู่ไหมครับ ยังไม่อยู่นะครับ ถ้ายังไม่อยู่ข้ามไปท่านเฉลิมชาติ การุญ อยู่ไหมครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายเฉลิมชาติ การุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเกิดมาในชาตินี้ผมมีความรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งหนึ่งที่ได้ทํากับ ส่วนรวมกับประเทศชาติของเรานะครับ นอกจากการมาดํารงตําแหน่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือ การได้มีการโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มแนวร่วม ประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือที่เราเรียกกันว่า นปก. หลังจากที่ประเทศไทยของเราถูก ยึดอํานาจโดยกลุ่ม คมช. หลังวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา ผมเองกับเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในห้องนี้หลายท่าน พวกเราได้ร่วมมือกันต่อสู้เรียกร้อง ประชาธิปไตยเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพื่อเรียกร้องสิ่งที่เราคิดว่าเปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พวกเรา ได้เคยนําพี่น้องประชาชนหลายคนเคลื่อนไหวหลาย ๆ จังหวัด ไม่ว่าจะเปึนที่จังหวัด สกลนคร จังหวัดยโสธร จังหวัดแพร่ จังหวัดลําพูนนะครับ รวมไปถึงจังหวัดหนองคาย ในครั้งนั้นกระผมเองมีความรู้สึกว่าเราเองเราทําในสิ่งที่ถูกต้องเรียกร้องรวมจนถึงสิ่งหนึ่งที่ เปึนความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง คือ การรณรงค์ให้กับพี่น้องไม่ว่าจะชาวอีสาน ชาวเหนือ ได้เห็นความแตกต่างระหว่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ จนกระทั่งในเขตพื้นที่ ภาคอีสาน ภาคเหนือเปึนเขตพื้นที่สีแดง คือ มีประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งจังหวัดสกลนครของผมก็ถือว่าเปึนระดับต้น ๆ ของประเทศไทยที่เราไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ
อีกอย่างหนึ่งที่กระผมเองมีความภาคภูมิใจก็คือ ในเรื่องของการได้รับ เลือกเข้ามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตอนนั้นในนามของพรรคพลังประชาชน พวกเราได้ทําตามสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากเอาไว้ คือต้องการให้ ท่านสมัคร สุนทรเวช ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี ต้องการให้พรรคพลังประชาชนเปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาล และอีก สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนฝากความหวังเอาไว้กับพรรคพลังประชาชนตอนนั้นคือ ความต้องการให้ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย อย่างปลอดภัย ผมเองได้รับเลือกเข้ามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามของพรรค พลังประชาชน แต่สิ่งที่ตัวกระผมเองร่วมด้วยเพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค พลังประชาชนที่เราได้ทําตอนนั้นเราได้ทําตามเงื่อนไข ได้ทําตามสิ่งที่เราเคยให้คํามั่น สัญญากับพี่น้องประชาชนเอาไว้คือให้ ท่านสมัคร สุนทรเวช ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี สิ่งหนึ่งที่เราภาคภูมิใจคือ วันที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทาง กลับมาประเทศไทยเปึนสิ่งที่พวกเราภาคภูมิใจ และพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนที่มีความรักในตัวท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ต่างมีความรู้สึกดีใจ และอบอุ่นใจ ท่านประธานครับ แต่เหตุการณ์ของพวกผมได้มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านสมัคร สุนทรเวช ต้องโดนพิจารณาคดีในกรณีเรื่องการไป ดําเนินรายการชิมไปบ่นไป หลังจากที่ท่านพ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี พวกผมพร้อม ด้วยเพื่อน ๆ สมาชิกหลายคนในพรรคพลังประชาชนตอนนั้น เรายืนยันที่จะเอาท่านสมัคร สุนทรเวช กลับมาเปึนนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพราะเรามีความเชื่อมั่นในการทํางาน ความหนักแน่น ความตรงไปตรงมาของท่านสมัคร สุนทรเวช และเรามีความเชื่อมั่นว่า หากท่านสมัคร สุนทรเวช ได้เปึนนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ ผมมีความเชื่อมั่นส่วนตัวเอง และมีความเชื่อส่วนตัวว่า พรรคพลังประชาชนของผมของพี่น้องอาจจะไม่ถูกยุบ ไปนะครับ แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ นั้นของ ท่านสมัคร สุนทรเวช ก็เกิดปรากฏการณ์ภายในของพรรคพลังประชาชนของผมเกิดขึ้น เปรียบเสมือนกับท่านโดนหักหลัง แล้วก็ทําให้ท่านต้องไม่สามารถที่จะกลับมาเปึน นายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งมาถึงวันที่ ๒ ธันวาคม พรรคพลังประชาชนของผมได้ ถูกยุบไปนะครับ พรรคพลังประชาชนของพี่น้องที่ให้ความหวังได้ถูกยุบไปนะครับ กระผมขอกราบเรียนว่า หลังจากการเปลี่ยนแปลง หลังจากพรรคพลังประชาชนของผมที่ถูกยุบไป ตอนนั้น ตัวผมเองแล้วก็พรรคพวกหลายคน เรามีความประสงค์ มีความต้องการที่จะมีการจัดตั้ง รัฐบาลนะครับ สิ่งหนึ่งที่กระผมเองได้รับได้ถูกกระทํากับพี่น้องร่วมพรรคเดิมของพวกเรา ก็คือ ในเรื่องของการกดดันนะครับ ในขณะที่ตัวผมเองยังไม่ได้มีการตัดสินใจทางการเมือง แต่มีคนตั้งโจทย์เอาไว้แล้วว่า พวกผมจะมีการหักหลัง พวกผมจะมีการทรยศ มีการใช้ พี่น้องใส่เสื้อสีแดงเข้ามาป่ดล้อมบ้านพัก เข้ามาต่อว่า ต่อว่าถึงโคตรถึงตระกูลนะครับ ซึ่ง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตัวผมเองถือว่าเปึนสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะในขณะนั้นเราเองยังไม่ได้ ตัดสินใจทางการเมืองนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นตัวผมเองและเพื่อน อีกหลายคน เราต้องถือเอกสิทธิ์ความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมาร่วมจัดตั้ง รัฐบาล แล้วก็เปึนผลสืบเนื่องทําให้เราสามารถตั้งพรรคของพวกเราได้เองคือ พรรคภูมิใจ ไทย จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นครับ กระผมเองอยากจะกราบเรียนว่า ปัญหาทาง การเมืองหรือสิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ในเรื่องของการต่อสู้ทางการเมืองนอกสภา ในเรื่องของ การต่อสู้ของพี่น้องสีแดงในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา กระผมเองในฐานะที่เคยร่วมงานกับ พี่น้องสีแดงนะครับ หลายคนจะจําได้นะครับ เมื่อก่อนเรามีศูนย์บัญชาการอยู่ที่พี ๘ (P ๘) สิ่งที่เราพูดกันตลอดก็คือ การหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง เราจะต้องเรียกร้องด้วยสันติ วิธี ปราศจากความรุนแรง เราจะไม่นําพี่น้องเข้ามาร่วมชุมนุม แล้วทําให้พี่น้องที่มาร่วม ชุมนุมได้รับการบาดเจ็บเดือดร้อน หรือสิ่งที่เปึนการชุมนุมของเรา เราเคยตกลงกันว่าเรา จะไม่ทําให้พี่น้องที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับพวกเราได้รับความเดือดร้อน แต่วันนี้กระผมเองเห็น สภาพที่เกิดขึ้น เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการใช้ ความรุนแรง การใช้รถแก๊ส แอลพีจี (LPG) จํานวนหลายคันเพื่อเปึนเครื่องมือในการ กดดันรัฐบาล กระผมไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังนะครับ แต่คนได้รับคําสั่งมาปฏิบัติ กระผมเข้าใจว่ามีความรู้สึกอย่างไร แต่คนที่อยู่เบื้องหลังกระผมไม่มีคําพูดว่า ไม่สามารถ ที่จะอธิบายออกมานะครับว่าเปึนอย่างไร แต่รู้อย่างหนึ่งคือเปึนคนที่จิตใจโหดเหี้ยมแล้วก็ ใจดํานะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เปัาทุกเปัาตอนนี้เริ่มเข้าไป มองในเรื่องของการใช้ความรุนแรงของเพื่อน ๆ สีแดงของเรานะครับ กระผมเองกล่าว ต่อรัฐสภาวันนี้ กระผมไม่ต้องการที่จะตําหนินะครับ แต่ผมต้องการที่จะเรียบเรียงสิ่งที่ เกิดขึ้นเพื่อให้เพื่อน ๆ ของเราได้คิดแล้วก็ไตร่ตรอง รวมจนถึงเปึนห่วงหลังจากที่มีการหยุด การชุมนุม ยังมีประเด็นต่อเนื่องออกไปว่าจะมีการเคลื่อนไหวใต้ดิน จะมีการใช้ความ รุนแรงถึงขนาดที่จะต้องหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้กัน กระผมขอฝากนะครับ ฝากเรียนผู้ที่ เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ว่าขอให้ใช้วิจารณญาณให้ดี เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการใช้กําลัง สิ่งที่ จะเกิดขึ้นจากการใช้กําลังพวกเราไม่มีใครแพ้ใครชนะละครับ แต่สิ่งที่แพ้แน่นอนนี่ผม เชื่อว่าประเทศชาติของเราและพี่น้องประชาชนที่ทํามาหากิน ทุกคนจะได้รับความ เดือดร้อนนะครับ กระผมเองก็คงจะต้องขออนุญาตฝากให้พวกเราทุกคนหรือคนที่ เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐบาลที่มีหน้าที่ในเรื่องของการปัองกันแล้วก็ในเรื่องของผู้ที่ เปึนแกนนําในการจัดการชุมนุม หรือผู้ที่กําลังมีความคิดที่จะเคลื่อนไหวนับจากวันนี้ไป ขอให้คิดถึงประเทศชาติของเราเปึนที่ตั้งครับ กระผมกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ
ต่อไปเชิญท่านไชยา พรหมา ครับ
ท่านประธาน ครับ ผม ธนา ชีรวินิจ ครับท่านประธาน ขออนุญาตปรึกษาท่านนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ ท่านเรียกชื่อผมนะครับ ก็เลยจะสอบถามว่าจะให้ผมใช้สิทธิอภิปรายเลยหรือเปล่า
คือของท่านต้องไปต่อ คิวนะครับ คือตอนนี้ของท่านไชยานะครับ ต่อไปก็ท่านภิญโญ แล้วถึงจะวนมา ท่านธนานะครับ
แต่พอดี ท่านเรียกชื่อผม ผมก็เลยเข้ามานะครับ ขอบคุณครับ
ครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านรัฐบาลที่มีความตั้งใจที่อยากจะเห็น ความสมานฉันท์เกิดขึ้นในชาติ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก่อนที่กระผมจะแสดงความคิดเห็น ทางการเมือง อยากจะเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าความตั้งใจของรัฐบาลนั้นจะต้อง เปึนความตั้งใจที่อยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงธรรม และมีความตั้งใจที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาด้วยความที่ไม่มีอคติ แต่ถ้าเกิดว่าการอภิปรายใน ๒ วันนี้ เปึนสิ่งที่รัฐบาลต้องการอยากที่จะให้อุณหภูมิทางการเมืองให้มีความอ่อนลงโดยปราศจาก ความจริงใจแล้ว การประชุม ๒ วันนี้ก็คงจะไร้ผลในการที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหา
ท่านประธานที่เคารพครับ สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นเมื่อช่วง สงกรานต์ที่ผ่านมา เราไม่คิดว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ซึ่งถือได้ว่าเรามีสถาบัน หลักอันที่สําคัญอยู่ ๓ สถาบัน คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ประเทศของเราเปึน เอกราช มีความยิ่งใหญ่ มีความเปึนป๊กแผ่น มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ไม่มีชาติใดใน โลกได้เทียบเท่ากับประเทศของเรา เรามีศาสนาคือศาสนาพุทธ ที่คนส่วนใหญ่ ของประเทศนี้ถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ นับถือพระพุทธศาสนา ซึ่งเราถือว่าเปึนศาสนาที่มี ความสําคัญ ที่มีความสืบทอดกันมาถึงเวลา ๒,๕๐๐ กว่าป้ ถึงแม้นว่าประเทศของเราจะมี พี่น้องหลายคนที่นับถือต่างศาสนา เราก็ให้สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาด้วยความ เคารพ แล้วก็มีเจตนาในการที่จะสร้างความสงบสุขในชาติเช่นกัน เรามีสถาบัน พระมหากษัตริย์ที่ไม่มีประเทศใดในโลกที่สถาบันพระมหากษัตริย์จะคงอยู่ ถือว่าเปึนศูนย์ รวมน้ําใจของคนไทยเหมือนกับประเทศไทย ความเข้มแข็งของ ๓ สถาบันของไทยนี้ ได้นํามา สู่ความเปึนป๊กแผ่นไม่ว่าจะเรื่องของการเมือง ในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของสังคม แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เราไม่เชื่อว่าเหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ที่แล้วช่วงสงกรานต์นั้น จะ เปึนตราบาปของประเทศนี้ที่ให้สังคมโลกเขามองประเทศไทยในทางที่ดูถูกเหยียดหยาม ว่า เปึนประเทศที่มีความป์าเถื่อน มีความโหดร้าย ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาทาง การเมือง ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองนั้นมันส่งผลกระทบไปสู่เรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของสังคม ในเรื่องของการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาของประเทศวันนี้ ได้ทําให้ส่งผลไปสู่ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เกิดการว่างงาน เกิดการเลิกจ้างงาน เกิดการ ไม่มีการลงทุน ไม่มีการท่องเที่ยว เพราะว่าความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและ ปัญหาการเมืองนั้นดํารงอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ถามว่ามูลเหตุของปัญหานั้นมันเกิดมา จากอะไร ถ้ามุมมองของรัฐบาลมีมุมมองที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของพวกกระผมในฐานะที่เปึน ผู้แทนฝ์ายค้าน ถึงแม้ว่ามุมมองของพวกกระผมในฐานะที่เปึนสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้ มีความเห็นที่แตกต่างจากรัฐบาล รัฐบาลจะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นนําไปแก้ไข ปรับปรุงเพื่อให้เกิดสันติภาพความสงบสุขในชาตินั้น พวกผมก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่ก่อนจะถึงปัญหาตรงนั้นครับท่านประธานครับ เรามามองว่าความแตกแยกทาง การเมือง การแตกแยกของคนในชาติที่แบ่งออกเปึนทั้งสีเหลือง สีแดง แล้ววันนี้จะขยาย ออกไปยังเสื้อสีอื่นนั้น มันมีมูลเหตุมาจากอะไร ก่อนที่เราจะพูดถึงผลเราต้องพูดถึงเหตุ ครับว่า เหตุของความขัดแย้งนี่เพื่อนสมาชิกหลายท่านในสภาแห่งนี้ แล้วก็เพื่อนสมาชิกใน ซีกฝ์ายค้านก็ได้นําเสนอแล้วว่า มูลเหตุส่วนหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ครับ นั่นก็คือมูลเหตุมา จากเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่เปึนซากเดนเผด็จการ ที่มีเจตนาในการเขียนรัฐธรรมนูญที่ บนพื้นฐานของความไม่เชื่อใจนักการเมือง ต้องการทําลายล้างนักการเมืองและทําลาย ล้างพรรคการเมืองบางพรรค พูดตรง ๆ ก็คือ ต้องการทําลายล้างพรรคการเมือง ไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และวันนี้มาเปึนพรรคเพื่อไทย ถ้าหากว่ามูลเหตุของ ปัญหาทางการเมืองที่ต้องการทําลายล้างทางการเมืองอย่างนี้แล้ว โดยมีการเลือกปฏิบัติ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่ามีปัญหาในเรื่องของการปฏิบัติที่เปึน ๒ มาตรฐาน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากว่าปัญหาความขัดแย้งยังดํารงอยู่อย่างนี้ เราไม่สามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาได้ ถ้าหากว่าไม่เข้าใจถึงมูลเหตุของปัญหาแล้วตั้งใจที่จะแก้ เราต้อง ยอมรับครับว่าการชุมนุมของพี่น้องเสื้อแดงนั้นเปึนการชุมนุมการเมืองภาคประชาชน เช่นเดียวกันครับท่านประธานครับ พี่น้องที่ชุมนุมเสื้อเหลือง พันธมิตรก็บอกว่านี่คือ การเมืองใหม่ นี่คือการเมืองภาคประชาชนที่ต้องการมามีส่วนร่วมในการกําหนดทิศทาง ของประเทศ เพราะเห็นว่าในสมัยนั้นรัฐบาลตามความเชื่อของพี่น้องเสื้อสีเหลืองได้มองว่า รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เขามีความเห็นที่แตกต่าง ตรงกันข้ามของรัฐบาลในยุคนั้นครับ เขาก็ได้มาแสดงพลังในสิทธิบนพื้นฐานในการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธ เฉกเช่นเดียวกันครับท่านประธานครับ คนเสื้อสีแดงที่เขามี ความเชื่อ มีความศรัทธา มีความห่วงใย มีความรัก มีความผูกพันกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่เขาเองได้ลงคะแนนสนับสนุนพรรคการเมืองพรรคนี้เพื่อให้ไปต่อสู้เอา งบประมาณบริหารประเทศ แล้วนําผลประโยชน์นั้นมาสู่เขานั้น เปึนสิทธิของเขาที่จะต้อง หวงแหน เปึนสิทธิของเขาที่จะต้องมีความห่วงใย เขาเองก็มีความรู้สึกว่าพรรคการเมือง และอดีตผู้นําของประเทศและอดีตนายกรัฐมนตรีของเขานั้นถูกกระทําในทางที่เลือก ปฏิบัติและไม่มีความเปึนธรรม เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ารัฐบาลเข้าใจว่าการชุมนุมของพี่น้อง เสื้อแดงก็ดี นั่นคือสีสันของประชาธิปไตย แต่ทําอย่างไรที่วันนี้เรามาคุยกันในเวทีรัฐสภา แห่งนี้ เพื่อต้องการให้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพราะการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ในขณะที่ภาวะการเมืองเรายังแบ่งฝักแบ่งฝ์ายอยู่อย่างนี้ มันไม่ใช่ผลดีสําหรับประเทศนี้ และบ้านเมืองนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลว่า พวกผมเองเปึนสมาชิกรัฐสภา ถึงแม้ว่าจะเปึนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านก็มีความปรารถนาดี กับบ้านเมืองนี้ที่อยากจะเห็นความสงบ และไม่อยากจะเห็นคนไทยไม่ว่าจะใส่เสื้อสีใด เมื่อเห็นหน้ากันแล้วจะต้องประหัตประหารเข่นฆ่ากันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามและไม่ใช่สิ่งที่ พวกเราต้องการ เราก็อยากจะเห็นบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะของความสงบ เพื่อที่เราจะได้ เดินหน้าต่อไป ผมเองก็ไม่อยากจะเห็นบรรยากาศที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีใน รัฐบาลชุดนี้เดินทางไปตรวจราชการในต่างจังหวัดแล้วมีพี่น้องเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมขับไล่ ไม่ให้ท่านไปตรวจราชการ บรรยากาศอย่างนี้พวกผมก็ไม่ต้องการเช่นกัน เพราะพวกผมคิดว่าในวันหนึ่งที่พวกเราไปเปึนรัฐบาลเราก็ไม่อยากจะเจอปัญหาที่มีพี่น้อง ทําการต่อต้านรัฐบาลในขณะที่เราเปึนรัฐบาลเช่นกัน
ท่านประธานที่เคารพครับ มูลเหตุของความขัดแย้งหลายท่านได้พูดไปแล้ว มาจากมูลเหตุที่ไม่มีความเปึนธรรม ถูกเลือกปฏิบัติเปึน ๒ มาตรฐาน ในขณะที่พี่น้อง เสื้อเหลืองชุมนุมยึดทําเนียบรัฐบาล พี่น้องเสื้อเหลืองยึดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบิน ดอนเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคําตอบว่าการป่ดสนามบิน สุวรรณภูมิซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ต่อความเชื่อมั่นของประเทศ ต่อนักลงทุน ต่อนักท่องเที่ยวที่ต้องการอยากจะมาเที่ยวแล้วมาที่ประเทศไทย ความเสียหายที่เกิดขึ้นประเมินค่ามิได้ครับท่านประธานครับ ผลกระทบของการป่ด สนามบินส่งผลไปถึงผลประกอบการของบริษัทการบินไทย ที่มีผลประกอบการขาดทุนถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วบริษัทการบินไทย ก็เปึนบริษัทมหาชนที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้น เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าผลการขาดทุนนั้นพ้นความรับผิดชอบของรัฐบาล ไม่ได้ เพราะว่ากระทรวงการคลังถือหุ้น นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นยากที่จะเยียวยาและ ประเมินค่าว่าความเสียหายนั้นจะเยียวยากันอย่างไร
ในทางตรงกันข้ามที่ผมบอกว่าเลือกปฏิบัติครับ นอกจากคนที่อยู่ใน กระบวนการป่ดสนามบิน ป่ดหน้า ป่ดตาอําพรางตัวเองแล้วขึ้นหอบังคับการบิน เพื่อต้องการไม่อยากจะให้มีการบินลงที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ภาพของการ เปรียบเสมือนโจรก่อการร้ายสากลในการยึดสนามบินนั้นภาพเหล่านี้ต่างชาติยังจําได้ครับ คนไทยยังจําได้ นี่คือความโหดร้าย นี่คือความป์าเถื่อนที่นานาอารยประเทศที่เขาต้องการ อยากจะแสดงออกทางการเมืองและเขาไม่ใช้วิธีนี้ละครับ แต่ในขณะเดียวกันบอกว่า การชุมนุมของพี่น้องเสื้อเหลืองที่อยู่ทําเนียบรัฐบาลก็ดีที่อยู่สนามบินสุวรรณภูมิก็ดี นี่เปึน การอารยะขัดขืนอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ สุดแท้แต่ว่าท่านจะสรรหาสิ่งที่มีเหตุผล ประกอบเหตุผลที่ท่านจะสนับสนุนอย่างนั้นหรือครับ ในขณะที่พี่น้องเสื้อแดงมาชุมนุมที่ ทําเนียบ ในขณะที่เสื้อแดงชุมนุมที่ต่างจังหวัดต่าง ๆ เขาก็แสดงออกในบนพื้นฐานของ สิทธิและเสรีภาพที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เฉกเช่นเดียวกัน นั่นคือการแสดงออก การเมืองภาคประชาชนที่เขามีความหวงแหน ที่เขามีความรู้สึกว่าพรรคการเมืองที่เขา สนับสนุน คนของเขาถูกกระทําและก็เลือกปฏิบัติอย่างสิ้นเชิง หลายท่านพูดไปแล้วครับ ว่ากรณียุบพรรคนั้นผมจะไม่พูดซ้ํา เพราะฉะนั้นวันนี้ถึงบอกท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับว่า ถ้าหากว่าท่านจะให้ปัญหานี้ยุติท่านยอมรับความจริงครับว่า มูลเหตุของปัญหานั้นมาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้เช่นกัน สัญญาณนี้มันส่งมาแต่ ตอนที่ลงประชามติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับ ตอนนั้นพวกผมก็ถูกตราหน้าว่าเปึน คนขัดขวางรัฐธรรมนูญ พวกผมบอกว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งมีพื้นฐาน การร่างรัฐธรรมนูญมาจากพื้นฐานเจตนาของการเกลียดชังนักการเมือง ต้องการทําลาย ล้างพรรคไทยรักไทยในขณะนั้น ต้องการทําลายล้างอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น แล้วเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อต้องการอยากจะทําให้การเมืองอ่อนแอ เขียน รัฐธรรมนูญเพื่อมีความเกลียดชังการทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่คือมูลเหตุ ที่พี่น้องประชาชนชาวอีสานและพี่น้องชาวภาคเหนือหลายจังหวัดโนโหวต (No Vote) ครับ ผมจําได้ว่าในตอนนั้นอยู่ในช่วงสมัยที่รัฐบาลมาจากการปฏิวัติถึงรัฐบาลจะใช้ อํานาจองคาพยพของรัฐบาลผ่านกลไกราชการในการสั่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่าต้องรับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ไขทีหลัง เกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาประชุมรับนโยบายมา กลับมาเขาก็ไปบอก ชาวบ้านบอกว่าไม่ต้องรับ แล้วก็อย่าไปดูถูกเขานะครับว่าที่เขาอยู่ในต่างจังหวัดที่เปึน ชาวไร่ ชาวนา เปึนคนระดับรากหญ้านั้นเขาไม่มีความรู้ เขารู้ครับว่านั่นคือรัฐธรรมนูญ เผด็จการ นี่คือต้นตอของปัญหาและก็ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบันนี้ มีการแบ่งฝักแบ่งฝ์าย มีการใส่เสื้อสีเหลือง ใส่เสื้อสีแดง และจะลามไปถึงใส่เสื้อสีน้ําเงินอีก ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลต้องสร้างนิติรัฐ นิติธรรม วันนี้ผมเห็นความตั้งใจของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องการอยากจะเห็นบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ แต่สิ่งที่ผมรับไม่ได้นั่นก็ คือว่า การที่รัฐบาลได้ตัดสินใจใช้ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถามว่าเปึน ความผิดของรัฐบาลหรือเปล่า รัฐบาลอาจจะมีเหตุผลครับที่มีความจําเปึนว่าในสถานการณ์ อย่างนั้นรัฐบาลต้องตัดสินใจในการใช้ พ.ร.ก. ในสมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สนุทรเวช นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ใช้พระราชกําหนดเหมือนกันครับ แต่มันมี ข้อเปรียบเทียบให้เห็นได้ชัดครับว่าในขณะนั้นผู้ที่รับผิดชอบตาม พ.ร.ก. นั่นก็คือรัฐบาล ต้องการอยากจะให้ทหารเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แต่กองทัพกลับ วางเฉยครับ โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการความสูญเสียให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ผมยัง จําได้ครับท่านประธานครับ เหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๑ พวกกระผมและ ท่านประธานและท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในสภาแห่งนี้ แล้วนอกสภามีพี่น้องเสื้อเหลือง มาชุมนุมที่หน้าสภาแล้วตะโกนบอกว่าฆ่ามัน ๆ ถ้าวันนั้นพวกผมไม่ป้นรั้วออกไป เพื่อนสมาชิกในสภาไม่ป้นรั้วหนีออกไป เราก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น วันนั้นรัฐบาล ตัดสินใจในการสลายการชุมนุมครับ เราเห็นใจว่าวันนั้นตํารวจเปึนจําเลยของสังคม ตํารวจเขาใช้วิธีการละมุนละม่อมมาโดยตลอด และประกาศมาโดยตลอดว่าการสลาย การชุมนุมนั้นเขาจะใช้วิธีการที่อาณาอารยประเทศในโลกนี้เขาทํากัน นั่นก็คือ ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ํา เขาจะใช้โล่ เขาจะใช้กระบองแค่นั้นเอง ผมจําได้ว่าตอนนั้น ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือไปยังกรุงเทพมหานครเพื่อที่จะขอใช้ รถดับเพลิงเพื่อสลายการชุมนุม ปรากฏว่าไม่ได้รับความร่วมมือ อาจจะเปึนเพราะว่า ผู้ว่า กทม. ตอนนั้นเปึนคนของพรรคของท่านก็ได้ ไม่เปึนไรครับ ตํารวจก็ตัดสินใจในการ ที่จะสลายการชุมนุมถึงขั้นที่จะต้องตัดสินใจใช้แก๊สน้ําตาในการสลายการชุมนุมหน้าสภา ในวันที่ ๗ ตุลาคม สื่อสารมวลชน นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ บางท่านได้มาพูดในที่ตรงนี้ละครับ แล้วก็ชี้หน้ารัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าหมด ความชอบธรรมในการปกครองประเทศและบริหารประเทศต่อไปแล้วเพราะมีการล้มตาย ของพี่น้องประชาชน ตอนนั้นยังมีข้อพิสูจน์อีกมากมายครับว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากใคร เกิดขึ้นจากการใช้อํานาจของเจ้าหน้าที่หรือเกิดขึ้นจากตัวผู้ชุมนุมเอง วันนี้ จะต้องหาข้อเท็จจริงมาพิสูจน์ แต่ตอนนี้ตํารวจเขาเปึนจําเลยของสังคมไปแล้ว เปรียบเทียบกับเหตุการณ์วันที่ ๑๓ เมษายน ช่วงสงกรานต์นี้ครับ รัฐบาลตัดสินใจใช้ พ.ร.ก. สลายการชุมนุมของพี่น้องที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร โดยใช้กําลังทหารติดอาวุธ ครบมือครับ ท่านประธานครับ ผมถามว่ารัฐบาลรู้หรือไม่ว่าการใช้อาวุธป๋นเอ็ม ๑๖ นั้นมัน สุ่มเสี่ยงต่อการที่จะเกิดปัญหา ที่อาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการที่จะใช้อาวุธในการสลาย การชุมนุม แต่ผมเสียดายครับ เสียดายว่าทางรัฐบาลนั้นได้ด่วนตัดสินใจเกินไป รัฐบาล ออกทีวีรวมการเฉพาะกิจ แล้วสรุปว่าเหตุผลที่รัฐบาลตัดสินใจใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ ก็เพราะว่าคนเสื้อแดงใช้วิธีการรุนแรงในการที่จะยิงอาวุธสงครามเข้าไปยังศาล รัฐธรรมนูญ นั่นคือจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นก็มีการเผารถเมล์ มีการเผาสถานที่ต่าง ๆ มากมาย ก่อการจลาจลในกรุงเทพมหานคร สรุปแล้วก็คือรัฐบาลนั้นโยนความผิดไปให้กับ คนเสื้อแดงทันที ท่านด่วนสรุปเกินไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน ยังไม่มีบทพิสูจน์อะไรเลยนะครับว่ามันเปึนการกระทําของคนเสื้อแดงจริงหรือเปล่า ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเลยว่า ถ้าหากว่าคนเสื้อแดงมีการกระทํา แบบนั้น กระทําผิดกฎหมาย ใช้ความรุนแรง ต้องการอยากจะมีการเผชิญหน้าและการ ปราบประชาชน - พวกกระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาฝ์ายค้าน พวกผมก็ไม่เอาด้วยครับ ในการที่จะทําลาย บ้านเมืองโดยที่ไม่มองถึงความถูกต้องของบ้านเมือง เราก็ไม่เอาด้วยครับ เพราะฉะนั้นคน ที่ทําผิดกฎหมาย คนที่สร้างความเสียหาย รัฐบาลมีหน้าที่ในการที่จะตรวจสอบ หาข้อเท็จจริงครับ ว่าวันนี้สิ่งที่ท่านออกทีวีรวมการเฉพาะกิจกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงสร้าง ความรุนแรงก่อนนี้มันมีข้อเท็จจริงคืออะไร และผมก็จะใช้สิทธิในฐานะที่เปึนพลเมืองไทย คนหนึ่งตั้งข้อสงสัยครับท่านประธานครับ ผมสงสัยว่ากลุ่มบุคคลที่ยั่วยุต้องการให้เกิด ความรุนแรงนั้น เปึนไปได้หรือไม่ว่ามาจากการชุมนุมที่พัทยา อาจจะมีกองกําลังติดอาวุธ ที่เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านพูดไปแล้วอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นี่เปึนกองกําลังเฉพาะ กิจในการสร้างปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น ถอดเสื้อสีน้ําเงินแล้วก็มาใส่เสื้อแดงแล้วก็ขับรถเมล์ มาจอด แล้วก็ยิงป๋นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ นี่คือข้อสงสัยที่มีสิทธิที่จะสงสัยได้ แต่รัฐบาลมี หน้าที่หาข้อเท็จจริงครับ แล้วก็มาบอกกับพี่น้องประชาชนว่าสิ่งเหล่านี้ข้อเท็จจริงคืออะไร รัฐบาลต้องเข้าใจครับว่าการชุมนุมของประชาชนนั้นเปึนสิทธิเสรีภาพ การแสดงออกของ พี่น้องประชาชนเสื้อแดงก็ดี เสื้อเหลืองก็ดี หรือเสื้ออะไรก็ดี ถ้าปฏิบัติการอยู่ในกรอบ เพราะเขามีความเชื่อ มีความศรัทธาในความคิดทางการเมืองของเขาเอง เพราะการเมือง นั้นมันเสมือน ท่านประธานครับ การเมืองนั้นเขาเปรียบเทียบการเมืองนั้นเหมือนสงคราม ทําไมถึงเปรียบเทียบว่าการเมืองเหมือนสงครามครับ การเมืองนั้นเขาเปรียบเทียบว่า เหมือนสงคราม แต่เปึนสงครามที่ต่อสู้ในเรื่องอุดมการณ์ในเรื่องของนโยบาย แต่เปึน การเมืองที่ไม่หลั่งเลือดครับ การเมืองเปรียบเสมือนสงครามก็คือ สงครามในการต่อสู้ใน เรื่องของนโยบาย ช่วงชิงเพื่อให้ได้ชัยชนะมาเพื่อมาบริหารประเทศ แล้วเอาผลประโยชน์ นั้นไปสู่พี่น้องประชาชน เรียกว่าการเมืองที่ไม่มีการหลั่งเลือด เรียกว่าสงครามที่ไม่มีการ หลั่งเลือด แต่ความหมายของสงครามนั้นหมายถึง การเมืองที่เกิดความขัดแย้งในประเทศ นําไปสู่การหลั่งเลือดครับ นี่คือข้อแตกต่างเชิงสัญลักษณ์ว่าระหว่างการเมืองกับสงคราม นั้นต่างกันอย่างไร แต่น่าเสียดายครับ น่าเสียดายที่รัฐบาลได้ตัดสินใจใช้ พ.ร.ก. สลาย การชุมนุมแล้วเกิดมีความสูญเสียเกิดขึ้นเปรียบเสมือนรัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะทําให้ การเมืองกลายเปึนสงครามกลางเมืองครับ และสงครามนี้มันก็จะไม่ยุติ ตราบใดที่ ความยุติธรรม ความเปึนธรรม ความเสมอภาค และการปฏิบัติ ๒ มาตรฐานยังมี อยู่ในสังคมไทยนี้ สงครามกลางเมืองหรือสงครามประชาชนย่อมเกิดขึ้นครับ แต่ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ต้องเปึนห่วงว่า สงคราม ประชาชนที่มันจะเกิดนี่ประชาชนเขาไม่จับป๋นต่อสู้กับอํานาจรัฐละครับ แต่เขาจะ แสดงออกในท่าทางที่ต่อต้าน ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ให้การสนับสนุนและเกลียดชังรัฐบาล มากกว่า ถ้าตราบใดมูลเหตุของปัญหานี้ยังดํารงอยู่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้บอกว่า รัฐบาลของท่านมาด้วยวิถีทางที่ไม่ชอบ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึงเรื่องความไม่เปึน ธรรม เรื่องการเลือกปฏิบัติ นั่นคือมูลเหตุของปัญหาครับ เพราะฉะนั้น ความตั้งใจของรัฐบาลท่านจะต้องเข้าใจปัญหานี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสูญเสีย จากการใช้ พ.ร.ก. ในการปราบประชาชน ท่านประธานครับ เรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ครับ กองกําลังทหารติดอาวุธนั้นยังไม่พอนะครับ ผมถามว่ารถถังยานเกราะนี่เปึน เครื่องมือหนึ่งในการปราบจลาจลที่นานาอารยประเทศในโลกนี้เขาทํากันหรือครับ ภาพของรถถังในการไล่บี้มอเตอร์ไซค์ ภาพรถถังในการไล่บี้รถแท็กซี่ ภาพรถถังในการไล่บี้ ฆ่าประชาชนมันไม่ได้ออกสื่อไทยครับ แต่มันออกสื่อทั่วโลกครับ แล้วก็หาได้ในเว็บไซต์ (Web site) ในปัจจุบันนี้ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกของผมจะเอาภาพเหล่านั้นมาให้ท่านนายกรัฐมนตรีดู ผมถึงบอกว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจนําการเมืองสู่สงคราม เพราะท่านรู้ว่าการใช้กําลังทหารนั้นมันสุ่มเสี่ยง ต่อความสูญเสีย แล้ววันนี้มันก็เกิดขึ้นแล้วครับ แล้วเราก็มานั่งพิสูจน์กันบอกว่าเหยื่อที่ถูก ยิงนั้นมันถูกยิงจริงหรือเปล่า ถูกยิงมาจากไหน ถูกยิงมาจากลูกป๋นของราชการ ลูกป๋นของ ทหาร ลูกป๋นของตํารวจหรือเปล่า นั่นคือปลายเหตุครับ แต่ต้นเหตุก็คือการตัดสินใจ ที่ผิดพลาดต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ครับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมถึงบอกว่า ตราบใดที่ปัญหามันยังไม่แก้ ถึงท่านจะใช้พระราชกําหนด ท่านจะใช้กฎหมายบีบบังคับ ให้การสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นหมดไป ท่านใช้อํานาจในการป่ดสื่อทุกชนิด ไม่ว่าจะเปึน ดี สเตชั่น ไม่ว่าจะเปึนวิทยุชุมชน สิ่งเหล่านี้ในสังคมประชาธิปไตย เขาไม่ทําครับ ท่านประธานครับ การรับรู้ข่าวสารของประชาชนต้องให้ประชาชนมีสิทธิ เลือกในการที่จะรับรู้ข่าวสาร ทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายที่ตรงกันข้ามกับรัฐบาล ในสมัย ที่รัฐบาลท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ผมจําได้ครับว่าถูก กล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณนั้นแทรกแซงสื่อ รัฐบาลทักษิณไม่ได้ป่ด เอเอสทีวี ไม่ได้ป่ดวิทยุ ชุมชนที่อาจจะเปึนกระบอกเสียงในการต่อต้านรัฐบาล แต่ในยุคนี้มันตรงกันข้ามครับ ประชาชนรับสื่อฝ์ายเดียว นั่นก็คือรับสื่อจากรัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในสังคมประชาธิปไตยนั้นเปึนสังคมของความหลากหลาย ถ้าประชาชนถูกกดดันมากขึ้น มันจะนําไปสู่ของการต่อต้าน เปึนสงครามประชาชน ที่ผมบอกแล้วครับ ไม่ใช่ว่าเขาจับป๋น ต่อสู้กับอํานาจรัฐเหมือนสมัยในอดีต ไม่ใช่ครับ เขาจะแสดงออกในการอารยะขัดขืน ที่ไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน ไม่ต้อนรับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมก็ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น ถ้าหากว่า วันหนึ่งพวกเราไปเปึนรัฐบาล เราได้รับการต่อต้านอย่างนั้น เราก็ไม่ปรารถนาครับ ถ้าท่าน เข้าใจปัญหาว่าถ้าท่านจะใช้กฎหมายบีบบังคับประชาชน บอกว่าวันนี้เหมือนกับ สถานการณ์มันหยุดยั้ง มันเบาลงแล้ว ไม่ใช่ ตราบใดที่รัฐบาลยกเลิกประกาศ พ.ร.ก. ผมเชื่อว่าการชุมนุมทางการเมืองยังจะเกิดขึ้นอีกต่อไป แล้วจะรุนแรงมากขึ้น ผมก็ ไม่อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในบ้านในเมือง เพราะว่าวันนี้ประเทศเราได้รับความ เสียหายอย่างมากในเรื่องของการเมือง มันควรที่จะเดินต่อไปได้แล้ว และพวกเราเปึน หนึ่งในสมาชิกรัฐสภาก็มีความปรารถนาดีกับบ้านเมืองเช่นกันครับ ไม่ได้แตกต่างไปจาก ท่านประธานและรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสรุป รัฐบาลต้องตัดสินใจครับ ต้องตัดสินใจ ในการที่จะตัดสินใจทางการเมืองถึงความผิดพลาดในการประกาศใช้นโยบายนี้ ท่านจะ แสดงออกโดยวิธีใดก็สุดแท้แต่ แต่ผมสรุปว่าท่านต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียนี้ เรา ไม่สามารถที่จะให้อภัยและให้เวลากับรัฐบาลได้ต่อไป และผมฝากสุดท้ายว่าสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องสร้างบรรทัดฐานในฐานะที่ท่านเปึนหัวหน้ารัฐบาล ไม่เฉพาะ รัฐบาล ไม่เฉพาะนักการเมือง ไม่เฉพาะพรรคฝ์ายค้านครับ องคาพยพในสังคมนี้ไม่ว่าจะ เปึน กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ กระบวนการยุติธรรม นักสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ ตลอดจน สื่อมวลชน ท่านจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความแบ่งแยกประชาชนในประเทศนี้ครับ นี่คือการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่า การนําเสนอปัญหาของพวกเรา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาจะเปึนประโยชน์อย่างมาก ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณา นําเอาความคิดเห็นของพวกเรา แล้วก็รับฟังด้วยความเที่ยงธรรมแบบไม่มีอคติ แล้วเราก็ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในสิ่งที่เปึนประโยชน์สําหรับชาติบ้านเมืองนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รายละเอียดเกี่ยวกับการตัดสินใจ แล้วก็การ ดําเนินการตามพระราชกําหนดนั้นคงจะชี้แจงในช่วงท้ายนะครับ เพียงแต่ขอใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก
ประการแรก ตั้งแต่ก่อนที่มีการประกาศใช้พระราชกําหนดไปจนถึงวันที่เรา ตัดสินใจประกาศใช้ ผมมีโอกาสพูดต่อพี่น้องประชาชนในทางสาธารณะหลายครั้ง ผม ไม่เคยกล่าวหาพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมเลยครับ ว่าได้ไปกระทําการ ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย แต่ผมบอกว่ามันมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งได้เปลี่ยนแปลงลักษณะของการชุมนุมไปในทางที่ผิด กฎหมาย แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ พฤติกรรมเหล่านั้นมีอยู่จริงแน่นอน ครับ ผมสัมผัสด้วยตัวเองทั้งที่พัทยา ทั้งที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็เปึนการกระทําซึ่งไม่ได้ เปึนไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ นั่นคือที่มาของการประกาศใช้พระราชกําหนด ไม่ใช่เปึนเรื่องของการที่จะไปหวังใช้อํานาจของพระราชกําหนดไปสกัดกั้นการชุมนุม ในทางการเมือง ผมกราบเรียนต่อไปครับว่าในแง่ของการทํางานตามพระราชกําหนดได้ พูดถึงนโยบายที่ชัดแจ้ง แล้วถ้าหากท่านบอกว่ามันมีการกระทําการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ผมก็ได้เรียนแล้วว่าพร้อมที่จะรับข้อมูลเหล่านั้นมาเพื่อตรวจสอบแล้วก็ดําเนินการต่อไป ส่วนปัญหาที่เปึนปัญหาพื้นฐานที่ท่านบอกเปึนความไม่เปึนธรรมนั้น ผมก็ได้รับแล้วว่า เปึนเรื่องที่เราพึงจะต้องมาหาทางออกร่วมกัน เพราะฉะนั้นอยากจะให้เข้าใจตามนี้นะครับ ไม่ใช่เรื่องที่อยากจะเปลี่ยนความขัดแย้งทางการเมืองเปึนสงคราม แต่ผมต้องถามท่าน กลับครับ ที่แกนนําให้สัมภาษณ์บีบีซี (BBC) ล่าสุดนี่ครับว่าจะเปลี่ยนแปลงเปึนการใช้ อาวุธต่อสู้นี่ อย่างนี้ยังถือเปึนการต่อสู้ทางการเมืองหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนว่าตรงนี้ คือปัญหาครับ ถ้าเราแยกแยะตรงนี้ออกจากกันได้ อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ พ.ร.ก. ต้องยกเลิกการประกาศใช้แน่นอน เมื่อยกเลิกแล้วการชุมนุมทางการเมืองย่อมต้องทําได้ แล้วก็การดําเนินการในเรื่องวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ต้องทําได้ตามปกติ ท่านจะ วิพากษ์วิจารณ์ ตําหนิ ด่าทอรัฐบาลทําได้หมดครับ เหมือนกับก่อนหน้านี้ ๓ เดือนมาเราก็ ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องเลย แต่ขอความกรุณาอย่างเดียวว่าอย่ามีการชุมนุม อย่ามีการใช้ สื่อในลักษณะที่ปลุกระดมให้มีการทําผิดกฎหมายเท่านั้นเอง ตรงนี้ครับที่เราต้องการให้ หยุด ถ้าเราหยุดตรงนี้ได้นี่ครับทุกอย่างก็จะสามารถนํามาสู่กระบวนการในการแก้ไข ปัญหาได้ต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับท่านประธานครับ นิดเดียวครับในฐานะต่อเนื่องครับ
ครับ นาทีเดียวนะครับ
ท่านประธานครับ ผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเรียนว่าสิ่งที่ผมได้อภิปรายไปนั้น ผมได้เรียนกับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีแล้วครับว่า ในบางเรื่องเปึนเรื่องของการเมืองภาคประชาชน นั้นพวกเราไม่มีส่วนร่วมด้วย แต่วันนี้ที่ผมแสดงทัศนคติทางการเมืองนี่ ผมเลือกใช้วิถีทาง ทางรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นในเรื่องบางอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องของการหมิ่น สถาบัน ไม่ว่าจะเรื่องของการใช้ความรุนแรงโดยอาวุธนั้น พวกผมไม่ปรารถนาครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านนายกรัฐนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับ แล้วถ้าหากว่า ทุกท่านยืนยันอย่างนี้ เรามาร่วมมือกันครับ เรามาร่วมมือกันว่าคนที่ยังยืนยันที่จะใช้ วิธีการเช่นนั้นต้องเป่ดโอกาสให้รัฐบาลดําเนินการตามกฎหมายได้ เท่านั้นเองครับ แล้วก็ ขณะนี้ถ้าหากว่าทางฝ์ายเจ้าหน้าที่เขาสามารถที่จะทําให้สถานการณ์มันคลี่คลายลงได้ พ.ร.ก. ยกเลิกแน่นอน แล้วก็การใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองเหมือนเดิมแน่นอนครับ แล้ว ต่อจากนี้ไปทุกฝ์ายต้องช่วยกัน ไม่ให้มีกลุ่มคนซึ่งยังอยากจะใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายมา เปึนผู้นําในเรื่องของการเคลื่อนไหวในทางการเมืองครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านภิญโญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมต้อง ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้มานําเสนอข้อเสนอแนะ และขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ใช้มาตรา ๑๗๙ ให้มีในวันนี้ แต่ถ้าท่านไม่ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ในวันนั้น วันนี้พวกเราทั้งหลายก็ยังไม่ได้พูดกัน และไม่รู้ว่าเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมานั้น เราได้ประชาธิปไตย และ ณ วันนี้มันหลายป้แล้ว เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยนั้นแบ่งนานสุดไมได้ ความต้องการในวันนี้ต้องการให้ชาติ มั่นคง มีความสงบสุขพอสมควรอยู่ในระดับดี มั่นคงสุด ๆ ก็ไม่ได้ สงบสุขสุด ๆ ก็ไม่ได้ เนื่องจากว่าคําว่า ข้อขัดแย้ง นั้นจะต้องมีตลอดเวลา ที่สําคัญที่สุดในวันนี้ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เปึนผู้นํารัฐบาล จะต้องนําข้อเสนอแนะทั้งหลายในสภา แห่งนี้ในวันนี้ เพื่อนําไปเคลื่อนขบวนในการดําเนินการต่อไป อย่าให้หยุดอยู่กับที่ ถ้าหยุด อยู่กับที่ก็จะมีปัญหา ท่านประธานครับ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วต่ผมก็เห็นด้วย ในหลายประเด็นไม่เห็นด้วยบ้าง เพราะฉะนั้นทางรัฐบาลต้องมีการคัดเลือก คัดสรร การอภิปรายเพื่อที่จะนํามาใช้ให้เกิดความสงบสุขในสังคมไทยของเรา ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์นั้น ผมอยู่ที่จังหวัดกระบี่ได้ท่องเที่ยวไปทุกอําเภอ ตั้งแต่อําเภอเกาะลันตา อําเภอเมือง จนถึงอําเภออ่าวลึก อําเภอคลองท่อม ก็จะเห็นว่าใน จังหวัดกระบี่นั้นเงียบเหงาพอสมควร แต่ที่บ้านผมแท้จริงนั้นไม่เงียบเหงาในงานสงกรานต์ เนื่องจากว่ามีการพายเรือคายัค (Kayak) ที่อ่าวท่าเลน ตําบลเขาทอง อําเภอเมืองกระบี่ ท่านประธานครับ แนวทางในวันนี้นั้นจุดที่สําคัญที่สุดตั้งแต่มีสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาร่วม ตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ ก็จะได้ยินคําว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ กระผมในฐานะ สมาชิกรัฐสภาที่มาตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั่งวิเคราะห์อ่านทุกมาตราแล้ว ถ้าไม่มี รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาก็ไม่สามารถจะเข้ามาได้ เนื่องจากว่าเงื่อนไขหลายเงื่อนไขเหลือเกินที่ทําให้คนอย่างผมนั้นสามารถเข้ามาเปึน สมาชิกวุฒิสภาได้ แต่กระนั้นก็ตามก็มีจุดบกพร่อง ก็ต้องแก้ไขได้ ดังมาตรา ๒๙๑ ได้ระบุ ไว้แล้วว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ไม่ใช่สรณะ ไม่ใช่แก้ไขไม่ได้ เพราะไม่มีตัวอักษรใด ไม่มีสื่อใด ภาษาใด ที่เขียนมาแล้วครอบคลุม จะต้องมีการแก้ไขอยู่ตลอดเวลา เพราะได้ ใช้มาหลายฉบับแล้ว เพราะฉะนั้นในวันนี้มีการประชุมแล้ว แล้วก็มีวาระที่จะต่อเนื่อง เหลือบไปเห็นแล้วในญัตติที่เสนอเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สามารถทําได้ ท่านประธานครับ วันที่มีการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนกับประเทศคู่เจรจานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่ง เลื่อนไป ผมขอเสนอครับท่านประธานครับว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนกับ ประเทศคู่เจรจานั้นให้เลื่อนไปจัดที่จังหวัดกระบี่ ที่อําเภอเกาะลันตา มีสถานที่ที่สวยงาม และเงียบเหงา ผมพูดอย่างนี้ ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ก็หันมายิ้มแล้ว ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ก็หันมายิ้มแล้ว ผมขอเสนอให้เลื่อนไปจัดที่อําเภอเกาะลันตา จังหวัด กระบี่ จังหวัดกระบี่ ตอนนี้เที่ยวบินลงวันละ ๑๐ กว่าเที่ยว เปึนสนามบินนานาชาติ เมือง กระบี่เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก มีเจ้าเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ยอดเยี่ยม ท่านศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ และมีนายกองค์การบริการส่วนจังหวัดที่มีฝ้มืออันดับหนึ่ง ท่านสมศักดิ์ กิตติธรกุล ท่านประธานครับ ผมได้เวลาน้อยมาก เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการการศึกษา ที่ผมเปึนตัวแทนนั้น ท่านประธานสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ บอกว่าให้แบ่งกับท่านตวง อันทะไชย คนละครึ่ง ตอนนี้ผมมีเวลาอีก ๔๕ วินาที เวลาที่เหลือประมาณ ๑๐ นาที ก็จะให้ท่านตวง อันทะไชย จริง ๆ แล้วผมอยากจะขอร้องท่านประธานว่าให้ท่านตวงได้ต่อจากผมไปเลย จะได้ต่อเนื่องกัน เพราะผมนั้นไม่ได้ลงลึกอะไรเท่าไร แต่ขอเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้น ผมเชียร์ท่านอยู่แล้ว เพราะท่านมีความรู้ความสามารถ ไม่เลือกปฏิบัติ ประชาชนมาก่อน ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเปึนคิวของท่านธนา ชีรวินิจ นะครับ แล้วที่ผมจัดไว้นะครับ หลังจากท่านธนา ชีรวินิจ แล้วคือท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แล้วก็ท่านตวง อันทะไชย แล้วก็ท่านรณฤทธิชัย คานเขต นะครับ เชิญ ท่านธนา ชีรวินิจครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ได้กรุณานําญัตติขอเป่ด อภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองได้พยายาม ที่จะทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้เปึนอย่างดีก็คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนี้เปึนคนมีมาตรฐานเดียว ผมจําได้ดีครับ ท่านประธานครับ เมื่อตอนเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ ขณะมีเหตุการณ์ก่อความไม่สงบขึ้นใน กรุงเทพมหานคร ขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ท่านได้เรียกร้องให้รัฐบาล ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ใช้อํานาจตามมาตรา ๑๗๙ เป่ดอภิปรายไปทั่วไปโดยไม่มีการลง มติให้สมาชิกรัฐสภาได้นําเสนอปัญหาและทางออกให้กับประเทศชาติ วันนี้เหตุการณ์ เกิดขึ้นคล้าย ๆ กัน แต่สถานะของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปลี่ยนไป วันนี้ไปเปึน นายกรัฐมนตรี แต่วิธีคิดวิธีการทํางานนั้นเหมือนเดิมครับท่านประธานครับ เหมือนเดิมก็ คือว่า ท่านยังเชื่อมั่นว่าระบบรัฐสภานั้นจะสามารถนําพาและแก้ไขปัญหาของชาติได้ ท่านนําเอาวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกลับมาให้สภาแห่งนี้ซึ่งเปึนผู้แทนของปวงชน ชาวไทยทั้งหมดได้มีโอกาสที่จะเสนอปัญหา ได้เสนอแนวทางในการแก้ไข ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายก่อนหน้าผมหลายท่าน ซึ่งผม เชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามฟังการอภิปรายในวันนี้ก็คงจะเห็นพ้องต้องกันครับว่า การอภิปรายในวันนี้เปึนไปด้วยความสร้างสรรค์ เปึนไปด้วยเจตจํานงที่จะแก้ไขวิกฤติของ ชาติ และนั่นคือสิ่งที่พวกเราสมาชิกรัฐสภาทุกคนมุ่งมาดปรารถนา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเวทีแห่งนี้เกิดประโยชน์ขึ้นอย่างแน่นอนครับ ผมได้ฟัง สมาชิกฝ์ายค้านหลายท่านได้หยิบยกปัญหาที่เกิดขึ้นในการชุมนุมก่อการไม่สงบ หรือแนวความคิดที่พี่น้องประชาชนเข้ามาร่วมการชุมนุม ส่วนหนึ่งท่านได้บอกว่าเกิดจาก ความเข้าใจที่มีความรู้สึกว่ามันมีการกระทํา ๒ มาตรฐาน มีการไม่ให้ความเปึนธรรมกับ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง หรือมีการจงใจให้เกิดการปฏิบัติไม่เปึนไปตาม กฎหมาย ผมเชื่อว่าทุกคําถามที่เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาเปึนคําถามและเปึนสิ่งที่ แกนนําผู้ชุมนุมได้หยิบยกมาพูดจากับพี่น้องประชาชนในการชุมนุมที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น จะเปึนโอกาสดีที่รัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีจะได้รวบรวมประเด็นที่ท่านสมาชิก ทั้งฝ์ายค้าน รัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา และตอบข้อข้องใจของเพื่อนสมาชิกทั้งหมด ซึ่งผมก็เชื่อว่าข้อข้องใจดังกล่าวนั้นวันนี้ถูกนําไปเปึนข้อข้องใจของพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่ง ถ้าเวทีของสภาแห่งนี้จะสามารถใช้เปึนเวทีที่จะทําความเข้าใจไปสู่พี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ ผมว่าจะเกิดความเข้าใจครับ และหากพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศเกิดความเข้าใจในเหตุการณ์และสถานการณ์ตรงตามข้อเท็จจริง ผมว่าจะไม่มี การชุมนุมครับ จะไม่มีคนที่จะสามารถปลุกระดมแนะนํามวลชนเข้ามาชุมนุมได้หาก พี่น้องประชาชนเข้าใจสถานการณ์และเหตุการณ์ที่แท้จริง
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ครับ เมื่อสองวันนี้ผมได้มี โอกาสดูสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตํารวจได้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในการปฏิบัติ ตามกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องถือ ว่าอยู่ใกล้กับข้อมูลข่าวสาร แต่มีหลายประเด็นครับที่พวกเราเองก็ยังเกิดความไม่เข้าใจ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตํารวจซึ่งเปึนชุดเดียวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ซึ่งขณะนั้นผู้ชุมนุมก็มีความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่ได้ให้ความเปึนธรรม แต่วันนี้ เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดนี้ก็เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่า ไม่เปึนธรรมคงจะไม่ได้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ตอบกับสื่อมวลชนนั้นมีหลายประเด็นที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภาว่า ถ้าได้มีโอกาสทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าจะเกิดความเข้าใจอันดี ผมยกตัวอย่างครับ ท่านประธานครับ มีอยู่ข้อหนึ่งที่ผมฟังแล้ว หลาย ๆ คนซึ่งถ้าไม่ใช่นักกฎหมาย ถ้าเปึน พี่น้องประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่มีโอกาสมีความรู้หรือติดตามสถานการณ์จะไม่มี โอกาสเข้าใจได้เลยครับ ประเด็นที่พูดกันมากก็คือ ๒ มาตรฐานกับกลุ่มพันธมิตรสีเหลือง ๒ มาตรฐานกับกลุ่มสีแดง มีการตั้งคําถามมากมาย ซึ่งก็ได้มีการหยิบยกขึ้นในที่ประชุม สภาแห่งนี้ว่าทําไมเสื้อเหลืองถึงไม่จับกุม แต่ทําไมเสื้อแดงจับกุม ถ้าวันนั้นพี่น้อง ประชาชนได้มีโอกาสติดตามการชี้แจงของรองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ผมทราบดีว่า ถ้าฟังแล้วจะเกิดความเข้าใจ ท่านได้ตอบชัดเจนครับว่าสถานการณ์มันต่างกัน สถานการณ์ในวันนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจจําเปึนจะต้องปฏิบัติการตามกฎหมายเมื่อ ปรากฏการกระทําความผิดซึ่งหน้า และปรากฏหลักฐานเชื่อได้ว่ากําลังจะดําเนินการ กระทําความผิดต่อไปและก่อให้เกิดความเสียหาย จึงต้องมีการดําเนินการจับกุม แต่ในขณะที่เกิดเหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคมนั้น เหตุการณ์ได้สงบลงแล้ว และได้มีการ มอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงได้มีกระบวนการทางกฎหมายต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนก็คือว่า ไม่ว่าจะกลุ่มใดก็ตาม กระบวนการทั้งหมดในการกระทํา ความผิดนั้นได้สู่กระบวนการยุติธรรมครบถ้วนทุกเหตุการณ์ ทุกเรื่องราว เพราะฉะนั้นผม ว่าถ้าเรื่องนี้ถ้ารัฐบาลได้ใช้โอกาสในการประชุมรัฐสภาแห่งนี้ทั้ง ๒ วัน ทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชน ผมเชื่อครับว่าพี่น้องประชาชนจํานวนมากจะได้รับฟังข้อมูลข่าวสารอีก ด้านหนึ่ง แทนที่จะได้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากแกนนําเพียงด้านเดียว
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน เนื่องจากเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ กรุงเทพมหานคร คือพื้นที่เขตดินแดง ห้วยขวาง วังทองหลาง แล้วก็ลาดพร้าว แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปรายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๓ เมษายนที่ผ่านมา ถึงเหตุการณ์ในการสลายการชุมนุมเมื่อ เวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกาเศษ หรือแม้กระทั่งเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้นํารถ แก๊สมาจอดที่บริเวณหน้าแฟลต ๓ แฟลต ๔ ถนนประชาสงเคราะห์ กรุงเทพมหานคร ซึ่ง เปึนพื้นที่ในเขตดินแดง ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านอาจจะไม่ได้เห็นเหตุการณ์ หลายท่านไม่ได้มีโอกาสที่จะมาอยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการชุมนุมครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การชุมนุม ทางการเมืองใด ๆ ก็ตาม แกนนํานั้นต้องพึงระมัดระวังและต้องมีความรอบคอบที่สุด ในการที่ประชาชนจํานวนหมื่นจํานวนแสนคนมาร่วมชุมนุมนั้น โอกาสที่จะควบคุม สถานการณ์ โอกาสที่จะสร้างความเข้าใจกับแกนนําหรือผู้ชุมนุมนั้นทําไปได้ยาก และเหตุการณ์ในวันที่ ๑๓ ได้ปรากฏชัดแล้วครับว่าถ้าแกนนําไม่สามารถที่จะควบคุม มวลชนที่มาร่วมชุมนุมได้ โอกาสที่จะเกิดความเสียหายกับชีวิตทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนนั้นมีมากมายเกินที่เราจะคาดคะเนได้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าในเช้าวันที่ ๑๓ เมษายน ที่ได้มีการนํารถแก๊สของบริษัทสยามแก๊ส มาจอดที่หน้า บริเวณแฟลต ๓ ดินแดง ในช่วงเช้าพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยตามแฟลตก็เฝัาติดตาม สถานการณ์ผ่านทางระเบียงซึ่งอยู่หน้าห้องพัก ก็ดูว่าเหตุการณ์เปึนอย่างไร แต่ว่า เหตุการณ์เริ่มมีความไม่สบายใจเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเป่ดวาล์ว (Valve) แก๊ส ออกมา และกลิ่นแก๊สนั้นฟุังกระจายไปทั่วรัศมีบริเวณแฟลตตั้งแต่แฟลต ๑ ถึง แฟลต ๒๐ แล้วก็ด้านตรงข้ามก็เปึนโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ แล้วก็มีแฟลต ๒๗ แฟลต ๒๘ ถึง แฟลต ๒๑ อยู่ฝัืงริมถนนวิภาวดี ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนจํานวนมาก ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวมีประชาชนอาศัยอยู่ในแฟลตการเคหะแห่งชาติถึง ๑๐๐ กว่าแฟลต พี่น้องประชาชนไม่ต่ํากว่า ๕๐,๐๐๐ คน อาศัยอยู่รอบบริเวณที่รถแก๊ส ไปจอดทิ้งไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเพราะไม่มีความ เข้าใจก็ติดตามสถานการณ์จากบนบ้านของตัวเอง มายืนดูอยู่ข้างถนน ซึ่งต่อมาทาง รัฐบาลก็ได้พยายามที่จะประชาสัมพันธ์ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากเหตุระเบิด ซึ่งอาจจะ เกิดขึ้นได้จากรถแก๊สดังกล่าว ซึ่งมีน้ําหนักบรรทุกประมาณ ๒ ตัน หรือ ๓ ตัน รัศมีระเบิด ทําการไกลถึง ๕ กิโลเมตร ผมเองได้รับการประสานจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้บอกว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันอพยพพี่น้องประชาชนซึ่งขณะนั้นยังเฝัาดูสถานการณ์ โดยไม่ได้คิดว่า อันตรายนั้นมันใกล้ตัวมากขนาดไหน ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอขอบคุณทุกส่วนที่ มีส่วนช่วยกันที่จะคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ พี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ทั้งผู้อํานวยการเขต สํานักปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ของ กรุงเทพมหานคร และที่ต้องขอบคุณอย่างมากก็คือเจ้าหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งดูแลพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่ หลังจากได้รับการประสานครับ ท่านประธานครับ พวกผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ท่าน ไม่ว่าจะเปึนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่าน ส.ส. ดอกเตอร์สรรเสริญ สมะลาภา เราได้ใช้ สรรพกําลังทุกด้าน บุคลากรทุกส่วนที่จะสามารถติดต่อได้ ทําความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนทุกห้อง อาศัยเจ้าหน้าที่สํานักงานเขตดินแดง ท่านผู้อํานวยการเขต อาศัย หัวหน้าสํานักงานเคหะดินแดงซึ่งรับผิดชอบ ขอกําลังเจ้าหน้าที่เดินเคาะทุกห้องครับ และ บอกพี่น้องประชาชนว่าไม่สามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ เพราะหากเกิดเหตุซึ่งไม่คาดคิดขึ้นมา จะเสียชีวิตกันเปึนแสนเปึนหมื่น หลังจากทําความเข้าใจแล้วครับท่านประธานครับ ก็ได้ เริ่มมีการอพยพประชาชนในบริเวณดังกล่าว ซึ่งภาพทางทีวีอาจจะไม่เห็น เพราะเราใช้ การอพยพทางด้านหลังของแฟลต ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด้านหน้าถนนประชาสงเคราะห์ที่ รถแก๊สได้จอดอยู่ ได้มีการอพยพประชาชนในบริเวณดังกล่าวไปที่จุดโรงพยาบาล พระรามเก้า ซึ่งต้องถือว่าไกลพอสมควรจากจุดที่เกิดเหตุ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าวันนั้นเกิดมีการระเบิดที่รถแก๊สดังกล่าว ซึ่งขณะนี้มีแก๊สฟุังกระจายไปทั่วบริเวณ ไม่ว่า จะเกิดการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมีใครจงใจจะสร้างสถานการณ์ สมมุตินะครับ ท่านประธาน ยิงป๋นไปนัดหนึ่งที่รถแก๊สที่เป่ดวาล์วแก๊สไว้แล้ว อานุภาพการทําลายนั้น มหาศาล คนที่อยู่ในแฟลตจะไม่มีโอกาสรับรู้เลยครับท่านประธานครับ จะเสียชีวิตกัน แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว และอานุภาพของแรงระเบิดนั้นจะรุนแรงมหาศาล รัศมีทําการ ๕ กิโลเมตร กรุงเทพมหานครจะเปึนเมืองที่จะเกิดโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้นได้ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า แกนนําของผู้ชุมนุมจะต้อง พิจารณาให้รอบคอบว่าไม่สามารถเอาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมาเปึนตัวประกัน กับการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ที่ท่านดําเนินการ ถ้าท่านไม่สามารถควบคุมแกนนําหรือม็อบ หรือกลุ่มชนต่าง ๆ ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยได้ ท่านต้องพึงระมัดระวังที่สุดว่า เหมาะสมหรือไม่ที่ท่านจะดําเนินการให้มีการลุกขึ้นของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า พี่น้องชาวดินแดงหลายคนไม่สบายใจ หลายคนออกจากห้อง แต่ท่านทราบไหมครับ มีหลายร้อยคนออกไม่ได้ ท่านทราบไหมครับเพราะอะไร มีผู้สูงอายุ จํานวนมากอายุ ๗๐-๘๐ ป้ ไม่สามารถเดินเหินได้ ออกมาไม่ได้ แล้วก็ไม่ประสงค์จะออก เพราะว่าไม่รู้จะไปไหน และไม่รู้จะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไร ยังมีผู้สูงอายุจํานวนมาก และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องติดอยู่ที่แฟลตอีกหลายร้อยคน เดชะบุญของประเทศครับที่ ไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น เปึนเพราะพี่น้องชาวแฟลต พี่น้องชาวดินแดงได้ช่วยกันครับ ทุกคนเห็นว่าสถานการณ์อย่างนี้ทุกคนต้องช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือตัวเองในการที่ จะกอบกู้สถานการณ์ ส่วนหนึ่งครับท่านประธานที่ดูติดตามภาพข่าว แต่งตัวเปึนแบ็ทแมน (Bat Man) ครับ เพื่อไปดึงความสนใจของกลุ่มผู้ชุมนุมออกไป ส่วนหนึ่งพยายามเข้าไปที่ รถแก๊สเพื่อไปป่ดวาล์ว ในขณะที่มีรถเมล์จอดอยู่ข้าง ๆ กลุ่มผู้ชุมนุมได้เป่ดถังน้ํามันและ นําผ้าชุบน้ํามันจ่อกับตัวถังน้ํามันออกมา เพื่อในกรณีที่เกิดระเบิดมันก็จะเกิดระเบิด ติดตามกันมาอีกหลายลูก ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งแน่นอนครับไม่ได้ถูกฝ๊ก มาเพื่อปฏิบัติการเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบ แต่ด้วยหัวใจของการที่จะรักษาชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ก็ช่วยกันเสี่ยงภัยครับ นํารถดับเพลิงเข้าไปฉีดเพื่อเลี้ยง เพื่อไม่ให้เกิดประกายไฟที่จะเกิดขึ้นกับบริเวณรถแก๊สดังกล่าว
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านที่กําลังอภิปรายอยู่นะครับ
ท่านประท้วงว่าอย่างไรครับ
จริง ๆ แล้วประท้วงในเรื่องของการให้ข้อมูล ซึ่งอาจจะนําข้อมูลเปึนเท็จมาแถลงในสภา ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วใส่ร้ายผู้อื่น กรณีที่ท่านได้อภิปรายว่า มีกลุ่มมวลชน เสื้อแดงนั้นได้เอารถแก๊ส ซึ่งบรรจุแก๊สเข้าไปในที่ชุมนุม ข้อเท็จจริงเท่าที่ทราบมานะครับ ว่า รถคันดังกล่าวนั้นไม่มีแก๊สภายในแต่อย่างใด แล้วกลุ่มผู้ชุมนุมที่เอามากั้นนั้นเขากลัว ทหารเข้ามารุมทําร้ายเขา ภายในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยทหารเต็มไปหมด แล้วรถคัน ดังกล่าวไม่มีแก๊สบรรจุภายในแต่อย่างใดนะครับ ถ้าท่านมีหลักฐานยืนยันนะครับว่า มีแก๊สอยู่ท่านนํามาแสดงสิครับ
เอานะครับ ท่านธนาว่า อย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เวทีแห่งนี้ เปึนเวทีศักดิ์สิทธิ์ และวันนี้สถานการณ์บ้านเมืองเปึนเรื่องวิกฤติ ไม่มีใครที่จะเอา เหตุการณ์ที่เสี่ยงเปึนเสี่ยงตายเกี่ยวกับชีวิตของพี่น้องประชาชนมาพูดโดยไม่มีข้อเท็จจริง ผมรับผิดชอบคําพูดของผมทุกประการที่อภิปรายในสภาแห่งนี้ และผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่ดินแดง ท่านไม่รู้ละครับว่าตอนที่ เป่ดวาล์ว นั้นกลิ่นแก๊สนั้นกระจายฟุังไปแค่ไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมรับผิดชอบในคําอภิปรายผมทุกประการครับท่านประธานครับ และที่ผมได้กราบเรียน ผมไม่ได้เอ่ยถึงกลุ่มเสื้อแดงในการดําเนินการที่บริเวณแฟลต ดินแดงเลย ผมบอกว่า กลุ่มผู้ชุมนุม และสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไป ก็คือหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้ช่วยเหลือทําให้เหตุการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว นั่นคือ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ในการเรียกร้องไม่ว่าจะเปึนอะไรก็ตามตามกฎหมาย ทุกคนมีส่วน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นแล้วครับว่า ไม่ใช่มีกลุ่มผู้เรียกร้องฝ์าย เดียวที่จะสามารถแสดงอะไรที่ตัวเองต้องการได้ พี่น้องประชาชนก็สามารถแสดงพลัง แสดงถึงความถูกต้อง ถึงสิทธิ และสิ่งที่เขาควรจะได้รับตามกฎหมาย วันนี้ทุกคนช่วยกัน จากเหตุการณ์ที่สาธร ไปถึงเหตุการณ์ที่ดินแดง ไปถึงเหตุการณ์ที่นางเลิ้ง ไปถึงเหตุการณ์ ทุก ๆ ส่วน นั่นเพราะพี่น้องประชาชนมีความรับรู้ร่วมกันว่า ทุกคนไม่สามารถปล่อยให้ สถานการณ์บ้านเมืองเปึนไปโดยเกิดวิกฤติท่ามกลางความวุ่นวายอย่างนี้ได้ต่อไป เพราะ คนที่จะเสียหายก็คือพี่น้องประชาชนทุกคน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนที่เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นประท้วงก็คือ วันนี้ผมอยากให้ทางรัฐบาลดําเนินการ ตรวจสอบครับว่า รถแก๊สคันนี้เข้ามาที่พื้นที่ดินแดงได้อย่างไร เพราะวันนี้ไม่มีการพูดถึง ประเด็นนี้เลยครับ พี่น้องชาวดินแดงที่เขาเสี่ยงชีวิตในวันที่ ๑๓ เมษายน เขาอยากจะฟัง คําตอบว่า รถแก๊สคันนี้เข้ามาได้อย่างไร และจากข้อมูลที่ปรากฏทางหน้าหนังสือพิมพ์มี รถแก๊สเข้ามา ๓ คันในเวลาเดียวกัน คันหนึ่งถูกยึดอยู่ที่ดินแดง อีกคันหนึ่งถ้าผมจํา เหตุการณ์ไม่ผิดไปที่บริเวณราชปรารภ และจากข้อมูลที่ติดตามมามีรถแก๊สอีก ๕ คัน ที่กําลังเข้ามา แต่เนื่องจากมีการป่ดถนนของเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงไม่สามารถเข้ามาใน พื้นที่กรุงเทพมหานครได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลจะต้องทําความเข้าใจแล้วก็ข้อเท็จจริง ให้ปรากฏกับพี่น้องประชาชน พี่น้องชาวดินแดงเขาฝากผมมาครับว่า วันที่ ๑๓ พวกเขา ทุกคนถูกยึดเปึนตัวประกัน เสี่ยงทั้งชีวิต ครอบครัว ลูกหลาน ถ้ามีเหตุระเบิดเกิดขึ้น มันหมายถึงทั้งครอบครัว หมดกันทั้งครอบครัวนะครับ ไม่มีญาติสืบทอดสกุลอีกต่อไป เพราะทุกคนอยู่รวมกันที่นั่น เพราะฉะนั้นอยากฝากท่านประธานว่า ในกรณีนี้ก็ขอให้ ดําเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดเปึนที่ปรากฏแก่พี่น้องที่ต้องเสี่ยงภัยในวันที่ ๑๓ เมษายนด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สภาแห่งนี้ได้พูดจากันชัดเจนว่า วันนี้ ประเทศชาติเกิดความแตกแยกทางการเมือง แตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง และถ้า ไม่สามารถประสานความเข้าใจ สร้างความเข้าใจในข้อมูล ในความคิดที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งพยายามที่จะถ่ายทอดข้อมูลนั้นให้กับพี่น้องประชาชน และรัฐบาลใน ฐานะที่มีหน้าที่ในการบริหารชาติบ้านเมือง มีหน้าที่อย่างหนึ่งสําคัญอย่างยิ่งครับที่จะต้อง ทําความจริงให้ปรากฏเพื่อให้ข้อเคลือบแคลงสงสัยของพี่น้องประชาชนในเรื่องต่าง ๆ ที่เปึนมูลเหตุในการชุมนุมในวันนี้ให้ปรากฏชัดเจน ว่าไม่ได้เปึนอย่างที่แกนนํา หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะปลุกให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ผิด ผมขอ เรียกร้องท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ประกาศวาระแห่งชาติได้ไหม ครับ วาระแห่งชาติในการที่จะทําข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่เปึนเรื่องของความแตกแยกทาง ความคิดของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ให้ใช้เครื่องมือของรัฐทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทุกปัญหาที่เพื่อนสมาชิกหยิบยกมาวันนี้ว่าเกิดความ ไม่เข้าใจใน ๒ มาตรฐาน ในเรื่องความไม่ยุติธรรม ใช้เวที ใช้หน่วยงาน ใช้เครื่องมือของ รัฐครับเข้าไปทําความเข้าใจเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีในข้อมูลที่ตรงกัน ผมเชื่อว่าถ้า พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตรงกันและเชื่อว่าไม่ได้มีการกระทํา ๒ มาตรฐาน ไม่ได้มีการกระทําที่ไม่ให้ความเปึนธรรมกับฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง แต่โดยเฉพาะ รัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แสดงเจตนารมณ์และการกระทําที่ ชัดเจนมาตลอดว่ายึดมั่นในผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมว่าวันนี้พี่น้องประชาชน พร้อมที่จะรับฟัง และผมขอท่านประธานครับว่าถ้าไม่ทําวันนี้ วาระแห่งชาติในการที่จะ สร้างความเข้าใจให้ข้อมูลข่าวสารถึงพี่น้องประชาชน วันนี้ต้องขอร้องไปยังภาคเอกชนครับ ไม่ว่าจะเปึนช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ ในต่างจังหวัดครับ บางทีไม่มีโอกาสดูโทรทัศน์ ไปนาก็ทํานา ฟังแต่วิทยุ ทําอย่างไรที่จะให้ข้อมูลข่าวสารนี้ไป ถึงพวกเขาให้ได้ ต้องถือเปึนวาระแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความสมัครสมาน สมานฉันท์ขึ้นใน บ้านเมืองนี้ และผมเชื่อว่าเหตุการณ์ก่อความไม่สงบอย่างนี้จะไม่สามารถปลุกขึ้นมาได้ โดยคนใดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กระผมขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ เรื่องกรณีรถแก๊สที่ได้มีผู้นําไป ขวางถนนเอาไว้ที่ดินแดงและที่ถนนศรีอยุธยาครับ กรณีรถแก๊สจริง ๆ แล้วดูเหมือนว่าจะมี ๓ คัน แท้ที่จริงแล้วมีเพียง ๒ คันเท่านั้นครับท่านประธานครับ คือเปึนรถแก๊สของบริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ป่โตรเคมีคัลส์ จํากัด (มหาชน) ครับ ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม ๓ แขวงสาธุประดิษฐ์ กรุงเทพฯ บริษัทนี้ได้ให้รถบรรทุกแก๊สหกล้อ ๒ คันครับ คันหนึ่ง มีน้ําหนัก ๘ ตัน อีกคันหนึ่งมีน้ําหนัก ๔ ตัน จะให้เอาแก๊สไปส่งลูกค้าที่ปัูมแก๊สที่ ถนนอโศก-ดินแดงครับ ปรากฏว่าเมื่อเวลาประมาณ ๐๖.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๑๓ เมษายนครับ กลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ประมาณ ๑๐๐ คน ได้เข้าไปยึดรถดังกล่าวทั้ง ๒ คัน แล้วก็ขับขี่ออกไปจากปัูมแก๊ส โดยเอาคันที่ ๑ ที่น้ําหนัก ๘ ตันไปจอดไว้ที่ถนนอโศก-ดินแดง ระหว่างแฟลตที่ ๑ กับแฟลตที่ ๒ ส่วนคันที่ ๒ ที่มีน้ําหนักแก๊ส ๔ ตันเอาไปจอดที่ ถนนราชปรารภ แล้วก็ต่อมาในเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ นาฬิกา กลุ่ม นปช. ก็ได้เอา รถบรรทุกแก๊สคันที่ ๒ มาจอดขวางถนนศรีอยุธยา ตรงบริเวณโรงพยาบาลสงฆ์ เจ้าหน้าที่ ตํารวจได้เข้าไปเจรจาแล้วก็ผลักดัน กลุ่มผู้ชุมนุมจึงขับรถแก๊สคันดังกล่าวไปจอดไว้ ที่บริเวณบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จํากัด ซอยรางน้ํา การจอดรถแก๊ส ทั้ง ๒ สถานที่นี้ครับ ผู้ชุมนุมได้ขู่ว่าถ้าเจ้าหน้าที่ทหารไม่ถอนตัวออกไปเขาจะระเบิด รถแก๊ส นั่นคือเรื่องที่เปึนสาเหตุให้พี่น้องประชาชนแฟลตดินแดงได้ออกมาต่อต้านกลุ่ม ผู้ชุมนุมครับ วันเดียวกันครับตอนเวลาประมาณ ๑๓.๐๐ นาฬิกาครับ พลตํารวจตรี วิชัย สังข์ประไพ รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ๑ ได้ไปประสานงานกับหน่วยเก็บกู้ วัตถุระเบิดแล้วเข้าไปตรวจสอบ แล้วก็ได้นําเอารถแก๊สออกไปจากบริเวณที่ตั้งของ บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นเนล จํากัด ครับ แล้วเมื่อตํารวจเข้าไปสลายผู้ชุมนุมเสร็จ แล้วจึงได้เอารถแก๊สจากบริเวณหน้าแฟลตดินแดงที่ ๑ และที่ ๒ ออกไป รัฐบาลมีทะเบียน หมายเลขรถแก๊สหมดแล้วทราบว่าใครเปึนผู้ขับขี่รถแก๊สนี้และถูกชิงไปเวลาเท่าไร ชัดเจนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป ถึงท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิก พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ผมจะอภิปราย ท่านประธานผมขออนุญาตใช้แผ่นประกอบการอภิปรายนะครับ เพราะเปึนหลักฐาน และ ผมก็ได้ทําหนังสือถึงท่านประธานเมื่อตอนเช้านี้ ตลอดจนวงล้อนี้เพื่อแสดงหลักฐาน เพราะการอภิปรายของผมนั้นท่านประธาน ถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจนมันอาจจะเปึนการ สร้างฉาก เปึนการเอาตัวเลขมั่วซั่วมาชี้แจงให้พี่น้องประชาชนฟัง มันไม่ได้ครับ วันนี้การ นําเสนอข้อมูลต่าง ๆ ต้องมีหลักฐานชัดเจน ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า วันนี้ครับ การอภิปรายของผมนั้นจะขออภิปรายจากมุมมอง ความนึกคิด ข้อสงสัย ข้อสังเกตของ ผมที่ได้ติดตามข่าวสารในช่วงที่ชุลมุนวุ่นวายกัน มันมีหลายประเด็นครับที่ผมอยากจะชี้ ให้พี่น้องประชาชนให้สังคมไทยได้เห็น จะเห็นแตกต่างจากผมไปก็ไม่เปึนไร แต่ในมุมมอง ของผมซึ่งผมสันนิษฐานและมีหลักฐานประกอบ ก็จะได้ให้พี่น้องที่ชมรายการนี้ได้ใช้ วิจารณญาณ น ๑๓ ถ้าอายุต่ํากว่า ๑๓ ก็ต้องมีผู้ใหญ่ให้คําแนะนํา ผมอยากจะเรียน ท่านประธานครับว่า
เดี๋ยว ผมถามท่านสุรพงษ์ นิดเดียว เอกสารนี้เหมือนกับที่เมื่อเช้ามาให้ดู
เรียบร้อยครับเหมือนกัน ผมถ่ายสําเนาไปให้ท่านประธานเรียบร้อยหมดแล้วครับ ผมทํา ทุกอย่างอยู่ในกฎเกณฑ์
รูปอันนั้นนะครับ
ครับ ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแน่นอนท่านประธาน ผมจะไม่ใส่ร้ายใคร เพราะวันนี้ผมต้องการ หาทางออกให้กับประเทศไทย
ครับ อนุญาตให้ท่าน แสดงได้ครับ
ประเทศไทยจะได้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะวันนี้สังคมไทยส่วนหนึ่งข้องใจเปึนอย่างยิ่งครับ ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําเกินกว่าเหตุหรือไม่ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําร้าย ประชาชนที่ไม่มีอาวุธปราศจากอาวุธหรือไม่ อันนี้เดี๋ยวนายกรัฐมนตรีต้องตอบ รัฐมนตรี ดูแลด้านความมั่นคงก็ต้องตอบให้ประชาชนได้รับทราบ และโดยเฉพาะการอ้างของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าวันที่ ๗ เมษายน โดนคนเสื้อแดงไปรุมทําร้ายที่ พัทยา แต่ภาพที่ออกมาท่านประธาน รถท่านนายกรัฐมนตรีทับรถมอเตอร์ไซค์ รถ มอเตอร์ไซค์ล้มอยู่ข้างหน้าทําไมไม่พูดถึงกัน ทําให้เขาเกิดความเคียดแค้นชิงชังหรือไม่ ไม่ใช่มาเรียกคะแนนสงสารบอกผมจะโดนทําร้าย เดี๋ยวพอผมอภิปรายนี้จบ ผมเชื่อว่า ประชาชนไม่สงสารท่านละครับ ท่านประธาน ผมจะพูดถึงทางออกของประเทศไทยเพื่อ หาแนวทางร่วมแก้ไขวิกฤติและความขัดแย้งในสังคมไทยให้ประเทศไทยได้เดินหน้าต่อไป ได้ครับ อันนี้คือความตั้งใจจริงของผมในการอภิปรายในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเริ่มต้นเลยครับว่า ที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าวันนี้จะใช้เวทีสภาแห่งนี้ เพื่อจะหาต้นตอของความขัดแย้งในสังคมไทย วันนี้ต้องถามกันว่าจะฟังกันจริงหรือไม่ ถ้าไม่ฟัง การประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ไม่มีประโยชน์ ซีกรัฐบาลทุกท่านเห็นพ้อง กับการที่จะแก้ไขวิกฤติร่วมกันหรือไม่ เพราะ ๒-๓ วันที่ผ่านมาครับ ฟังการแถลงข่าวของ พรรครัฐบาลโดยทีมโฆษก ผมไม่สบายใจครับ มีแต่ความยุแยงตะแคงรั่ว สร้างความ แตกแยกจนกระทั่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังออกมาปรามเลยครับว่าได้ โทรศัพท์ไปบอกให้โฆษกเบา ๆ กันหน่อย อย่างนี้ใช้ได้ครับ บ้านเมืองอาจจะไปได้ ผมอยากจะเท้าความที่มาของปัญหาต้นตอสั้น ๆ ครับท่านประธาน ต้นตอของความ วุ่นวายทั้งหมดในสังคมไทยในวันนี้ เริ่มต้นตั้งแต่การปฏิวัติ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ล้มรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ยัดเยียดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดย คมช. อันนี้เปึน ประเด็นแรก
ประเด็นที่สอง การชุมนุมประท้วงของคนเสื้อเหลืองขับไล่รัฐบาล ยึดสนามบิน ยึดทําเนียบรัฐบาล อันนี้ก็เปึนต้นตออีกอันหนึ่ง
ประเด็นที่สามครับ สําคัญที่สุด คือการปล้นประชาธิปไตย ล้มรัฐบาลพรรค พลังประชาชน ที่สําคัญที่สุดงูเห่าภาค ๒ แย่งกันจัดตั้งรัฐบาลทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ใช่เสียง ข้างมากมันน่าอับอาย
อันนี้ละครับคือต้นตอ ๓ ประเด็น ในระหว่างนั้นมีการเลือกปฏิบัติ มี ๒ มาตรฐาน มีตุลาการภิวัตน์ อันนี้ละครับเปึนมูลเหตุทําให้คนเสื้อแดงต้องลุกขึ้นมา ทวงคืนอํานาจอธิปไตยของปวงชนผู้เปึนเจ้าของประเทศเพื่อให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่ แท้จริง วันนี้ครับต้องยอมรับครับว่าการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดง ที่ผ่านมาชุมนุมด้วยใจบริสุทธิ์ ออกมาด้วยจิตใจที่ต้องการเห็นบ้านเมืองมีความเปึนธรรม ต้องการมีระบบประชาธิปไตยที่ถูกต้องและสมบูรณ์แบบ ต้องการใช้สิทธิของตนเองใน การให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่ตนเองเปึนผู้เลือกด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ไม่ได้มีการเตรียมการ ที่จะสร้างความวุ่นวายละครับ เปึนการชุมนุมตลอดมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ปราศจากอาวุธ ไม่เข้าไปยึดทําเนียบรัฐบาล แม้กระทั่งการประชุมล้อมรัฐสภาก็ยัง อนุญาตให้สมาชิกเข้าประชุมได้ แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์ท่านประธาน คนเสื้อแดง เปึนการชุมนุมที่ไม่มีการจัดตั้ง ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือวันที่ ๘ เมษายน เมื่อคนเสื้อแดง ออกมาเปึนจํานวนมาก รัฐบาลมีบางคนที่เปึนคนดีครับ แต่มีบางคนหวงแหนอํานาจกลัว ว่ารัฐบาลจะถูกล้มลงไป ผลประโยชน์ที่รอคอยที่อ้าปากจะรับเงินนั้น หรือรับผลประโยชน์ ต่าง ๆ นั้นมันจะสูญมลายไป ก็เลยต้องสร้างสถานการณ์ครับ สร้างสถานการณ์มีกลุ่มเข้า มาแทรกแซง เดี๋ยวผมจะชี้ตัวอย่างให้ดูท่านประธานว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกันอย่างไรบ้าง สิ่งที่ผมพูดมีหลักฐานครับ ผมไม่ใช่พูดเอาน้ําลายมาละเลงทําให้ท่านเสียหาย วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังผมให้ดี วันที่ ๘ คนมา ๓ แสนคน แต่สื่อออกไปแค่ ๘๐,๐๐๐ คน ๙๐,๐๐๐ คน คนที่มาชุมนุมก็มีอาการเกิดความไม่พอใจแน่นอนครับ เปึนมนุษย์ปุถุชน ไม่ใช่เปึนพระที่สําเร็จลุล่วง ก็ต้องมีอารมณ์เกิดขึ้นไม่พอใจแน่นอนครับ แต่บังเอิญ แผนการอันชั่วร้ายที่ได้ทํากับคนเสื้อแดงผู้มาร่วมชุมนุม แม้กระทั่งคนเสื้อแดงเองก็มี ความคิดเปึนเอกเทศ เพราะไม่ได้มีการจัดตั้งครับ บางครั้งไปด้วยกันเท่าที่ผมได้ สดับตรับฟังมานั่งรถไปคันเดียวกันคนเสื้อแดงไม่รู้จักกันเลย ใครที่ใส่เสื้อแดงมาก็ถือว่า เปึนคนเสื้อแดง แต่การที่มาปะปนนั้นมีแน่นอนและผมจะมีตัวอย่างให้ดูด้วย มีภาพถ่ายครับ ที่ผมไปถ่ายมา แล้วมีเสื้อแดงปลอมปรากฏอยู่ในรูปที่ผมมี เดี๋ยวขออดใจรอหน่อย นะครับ มีครับหลักฐาน วันนี้จะไม่พูดด้วยน้ําเน่านะครับ แล้วการที่ล้อมอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ จริงอยู่ครับกลุ่มแท็กซี่เปึนกลุ่มเสื้อแดงเขาก็เกิดอารมณ์ เขาก็ต้องการที่จะให้ การประท้วงยุติ อันนี้เปึนธรรมชาติของผู้ชุมนุมประท้วง บางคนมีจิตใจร้อน มีความ เลือดร้อนก็ไปชุมนุมป่ดอนุสาวรีย์ แน่นอนครับสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนใน กรุงเทพมหานคร แต่เขาก็คิดได้ครับ วันถัดมาวันที่ ๙ เขาไปป่ดล้อมกลางคืนที่เราประชุม สภาแห่งนี้ วันที่ ๑๐ เขาก็สลายจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ทําเนียบรัฐบาล กลุ่มเสื้อแดงเขาก็ไม่เห็นด้วยครับ แต่ในเมื่อเปึนเสื้อแดงด้วยกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อนลําบาก เพื่อนทําอะไรลงไปก็ต้องไปช่วยกัน อันนี้เราต้องให้อภัยกันได้ พวกมาก ควบคุมลําบาก ไม่เหมือนคนเสื้อเหลืองครับ คนเสื้อเหลืองเข้าไปยึดทําเนียบมีการ์ดคอยล้อม มีการตรวจเช็คอาวุธ คนที่เปึนพวกตนเองให้เข้า คนที่ไม่ใช่ไม่ให้เข้า อันนั้นเขามืออาชีพครับ เราต้องยอมรับอย่างนี้ ท่านประธานผมจะขอชี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อให้เห็นว่าสังคมไทย วันนี้เกิดความคลางแคลงใจซึ่งกันและกัน เกิดความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในสังคมไทย ความไม่เปึนธรรม การเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด แล้วสิ่งที่ประชาชนถามว่า ทําไมรัฐบาลต้องทํากับผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงถึงขนาดนั้น เดี๋ยวผมจะเริ่มเลยนะครับ อันนี้ ก็อีกเรื่องหนึ่งว่าเปึนมุมมองที่ผมเห็นพร้อมทั้งหลักฐานที่ผมจะนําเสนอ
ข้อแรก ความพยายามให้ร้าย ใส่ร้าย จัดฉาก สร้างฉาก ก่อเหตุให้เกิด ความวุ่นวาย เพื่อจะป่ดฉากการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดง และสร้างความเกลียดชัง ให้เกิดกับคนเสื้อแดงในสังคมไทย อันแรกครับ ท่านประธานขออนุญาต ภาพนี้คนเสื้อ สีน้ําเงินอาจจะเปึนอย่างที่ท่านประธานบอกว่าเห็นในทีวี เห็นในโทรทัศน์ เห็นในสื่อแล้ว แต่คนเสื้อสีน้ําเงินมารวมตัว ถามท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านรู้ไหมว่าคนเสื้อ สีน้ําเงินมา ถ้าท่านปฏิเสธผมนะ ผมมีหลักฐานด้วย ผมจะขออนุญาตท่านประธานอ่าน หลักฐานให้ท่านประธานได้ยินได้ฟัง จากหนังสือพิมพ์มติชนรายวันขออนุญาตอ่าน เปึน การแถลงเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน เวลา ๑๓.๔๕ น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงทางทีวียกเลิกการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา พร้อม ประกาศใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ข้อความนะครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดอย่างนี้ครับ จากการที่รัฐบาล ได้จัดประชุมอาเซียนและคู่เจรจาที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แต่ได้มีพี่น้องประชาชนกลุ่ม หนึ่งได้มีการชุมนุมและมีความพยายามขัดขวางการประชุม ซึ่งรัฐบาลได้ใช้แนวทางของ ความละมุนละม่อม อดทน อดกลั้น และพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามา ขัดขวางการประชุมของประเทศไทย ของอาเซียน และคู่เจรจาได้ นอกจากนี้ ฟังดี ๆ นะครับ ยังมีพี่น้องประชาชนจํานวนหนึ่งเปึนอาสาสมัคร ที่เข้ามาช่วยรัฐบาลในการรักษาความ สงบเรียบร้อย ต่อเนื่องอีกนิดเดียวครับ แต่เหตุการณ์เมื่อเช้านี้ ได้เกิดการปะทะกัน บางส่วนระหว่างประชาชนด้วยกันเอง ท่านบอกว่าอันนี้เปึนอาสาสมัคร และการปะทะกัน เปึนระหว่างประชาชนกับประชาชน ท่านโกหกประเทศไทย โกหกประชาชนได้อย่างไร แล้วภาพนี้ท่านประธาน คนเสื้อสีน้ําเงินนี่ครับยิงหนังสติ๊กครับ สื่อมวลชนดูสิครับ พี่น้อง ประชาชนที่ดูการถ่ายทอดเห็นไหมครับ คนเสื้อสีน้ําเงินสวมหน้ากากอย่างกับโรบินฮูด อย่างกับหน้ากากดํา แล้วถือหนังสติ๊ก อย่างนี้นายกรัฐมนตรีอย่าบอกว่าไม่รู้นะครับ รูปนี้ ท่านประธานครับ ไม้ครับ ไม้กระบองที่ถือเตรียมการมาอย่างดีเหลาเสียกลมเลยครับ สวย เลย อันนี้ตั้งใจครับ ตั้งใจมาตีคนเสื้อแดง อันนี้อาจจะทําให้ท่านประธานไม่ค่อยพอใจ ผมสักเล็กน้อย
ไม่มีนะครับ ด้วยความบริสุทธิ์ใจครับ แต่ว่าผมขอร้องครับ ก็ค่อย ๆ พูด เดี๋ยวเส้นโลหิตจะแตกครับ ค่อย ๆ พูดครับ ตามสบายครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เปึนห่วงผม รูปนี้นะครับท่านประธาน ผมก็ไม่รู้ว่าบุคคลที่ซ้อน มอเตอร์ไซค์ไปโผล่อะไร ไปทําอะไร เดี๋ยวนายกรัฐมนตรีท่านตอบผมนะครับ แล้วรูปนี้ เกิดขึ้นเวลาก่อนตี ๑ นี่นะครับรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงกับลูกชายท่าน ประธานอีกแล้วไปโผล่กันตรงนี้ ไปชี้นิ้วชี้ไม้ชี้มือ อะไรกันครับ คนเสื้อแดงเขาไป ชุมนุมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาไปด้วยความสงบ เขาทํามาตรา ๖๓ อะไรกันนักกันหนา นายกรัฐมนตรีถึงส่งคนไปตีหัวประชาชนด้วยกันเอง เสื้อสีน้ําเงิน ท่านนายกรัฐมนตรี ผมจะขอประณามท่านเลยนะครับ ประณามท่านต่อหน้าคําแถลงของท่านนี้ ท่านแถลง อย่างนี้และท่านจะรับผิดชอบต่อประชาชนได้อย่างไร อันนี้เปึนประเด็นแรกเอาง่าย ๆ จะ พูดเบา ๆ หน่อยนะครับ เดี๋ยวหัวใจจะวาย ท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ การจัดฉาก ท่านจําภาพนี้ได้ไหมครับที่กระทรวงมหาดไทย เดี๋ยว เพื่อนผมจะมาเล่ารายละเอียดในแต่ละกรณีอีกนะครับ อันนี้ที่กระทรวงมหาดไทย คนที่ อุ้มออกมานี่วันที่ ๑๒ เมษายน คือท่านเลขานุการนายกรัฐมนตรี คือท่านนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นะครับ ท่านประธานลองดูวันนั้นข่าวออกไปใหญ่โตเลยครับ สื่อมวลชนออก เลยว่าซี่โครงหักท่านประธาน ซี่โครงหัก บาดเจ็บ วันที่ ๑๗ เมษายน คนซี่โครงหักวิ่งขึ้น ทําเนียบรัฐบาล ผมอยากจะไปเจอซินแสหรือหมอที่รักษาท่านว่าทําไมมันเก่งขนาดนั้น จากซี่โครงหักวิ่งขึ้นบันได ผมมีสคริปต์ (Script) หมด แต่วันนี้เอาเปึนช็อท ๆ มา จะได้เห็น กันจะ ๆ นะครับ อย่างนี้ถือว่าสร้างภาพไหมครับ มีการกล่าวหาใส่ร้ายคนเสื้อแดงไหม ครับว่า คนเสื้อแดงทําเกินกว่าเหตุ วันนั้นคนเสื้อแดงอุ้มออกมานี่เขาช่วยนะครับ แต่ก่อนที่ เขาจะโกรธนั้นต้องไปดูเหตุการณ์ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะมาเล่า คนเราถ้าไม่โกรธถึงที่สุด ไม่เอาไม้ไปแทงกระจกรถอย่างนั้นละครับ คนเรามันโกรธถึงขีดสุดแล้วถึงทําอย่างนั้น ท่านประธาน
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องลอบวางที่ว่าจะไประเบิดไปเผาธนาคารกรุงเทพ และตึกซีพี ค่าจ้างนะครับ ๕,๐๐๐ บาทท่านประธาน แต่ป๋นที่ใช้ราคาเปึนแสนบาท ผมถือว่าโจรนี้โจรกระจอก ไม่ได้มีการจ้างละครับ ตอนเช้ามีการกล่าวหาว่าจะเกิด วินาศกรรม พอบ่ายจับได้ออกมานั่งแถลงเลยนะครับ และที่สําคัญที่สุด รถกระบะที่ใช้ของ สามคนนี้เปึนทะเบียนบุรีรัมย์ ก็คิดเอาเองก็แล้วกัน ท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งลูกแก๊ส เมื่อสักครู่นี้ฟังเพื่อนสมาชิกพูดเปึนตุเปึนตะ ได้กลิ่นแก๊สอย่างโน้นอย่างนี้ ผมไม่สนครับ ผมว่าคนเสื้อแดงจะเอาปัญญาที่ไหนไปขับรถนี้มาถ้าไม่ใช่คนเสื้อแดงปลอม แล้วบอกว่า เมื่อสักครู่นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าไปจอดที่ดิวตี้ฟรี (Duty free) แล้วก็มา อันนี้ยิ่ง ทําให้สงสัยเลยครับ ถ้าผมเปึนคนเสื้อแดง ผมไปวันนั้นผมยอมตายแล้ว ผมระเบิดแม่ง ขอโทษครับประธานหลุดไป ผมระเบิดมันเลยท่านประธานไม่เอาไว้แล้ว แต่คนเสื้อแดง ไม่ใช่ทําอย่างนั้น มันมีการจัดฉากท่านประธาน นอกจากนั้นยังมีกรณีเผารถเมล์ ท่านประธานรู้ไหมครับ ผมไปดูมาวันนั้น กว่าจะทะลุแต่ละด่านได้ ทหารมีไม่รู้กี่ด่าน แล้วรถเมล์หลุดเข้าไปได้อย่างไร ๓๐-๔๐ คัน และไปเผา ท่านประธานไม่นึกหรือครับ ท่านประธานลองไปถามเด็กบ้านนอกชนบท เด็กอมมือยังรู้เลยว่าจัดฉากเล่นละครใส่กัน เพื่อจะให้เสื้อแดงเสียหายมากที่สุด คนเกลียดชังมากที่สุด ทําอย่างนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวมี เพื่อนสมาชิกจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ
นอกจากนั้นท่านประธาน การลอบยิงมัสยิดเปึนประเด็นการเมืองแน่นอน แล้วคนที่มาแถลงเปึนกรรมการ ขออภัยครับ คนของพรรครัฐบาลทั้งนั้น พรรคเดียวกัน นั่นแหละกับท่านนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้นครับท่านประธาน กรณีพระถูกฆ่า เดี๋ยวมี เพื่อนสมาชิกจะลุกขึ้นมาเล่าให้ฟัง ประชาชนถูกยิงตายที่นางเลิ้ง เดี๋ยวมีคนมาเล่าให้ฟัง ครับ คนบาดเจ็บกระโดดลงจากรถ ในขณะที่ศพถูกลําเลียงไป มีรอดชีวิตกระโดดลงมา โดยที่ไม่รู้เหมือนกันว่ารอดมาได้อย่างไร เขานึกว่าตายครับ เดี๋ยวมีพยานหลักฐานชัดเจน เพื่อนสมาชิกก็จะมาเล่าให้ฟัง ลูกชายของคนที่ทําหน้าที่เปึนการ์ดของ นปช. เปึนพี่น้อง ชาวอุดรธานีเสียชีวิต ถูกทุบ เดี๋ยวก็จะมีเพื่อนสมาชิกมาเล่าให้ฟัง อันนี้เปึนประเด็นแรกนะครับ เรื่องการสร้างภาพ จัดฉาก ให้ร้าย ทําร้าย สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับคนเสื้อแดง
ทีนี้มาเรื่องการใช้ ๒ มาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารและตํารวจ อันนี้ละครับ ท่านประธานรู้ไหมครับ ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง และการธนาคาร ได้เชิญหน่วยงานมาชี้แจงเรื่องความเสียหายในกรณีป่ดสนามบิน สุวรรณภูมิ ตํารวจมาชี้แจงกับผมครับว่า แกนนําที่บุกไปนั้นยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เพราะต้องสอบปากคําพยาน ๒๐๐ ปาก ดูแผ่นซีดีที่ปราศรัยเปึนร้อย ๆ แผ่น ผมบอก ชาติหน้าก็จับได้ แต่คนเสื้อแดงสิครับ ปัูบ ๆ ประทานอภัย ตดไม่ทันหายเหม็นจับแล้ว นี่ความเปึน ๒ มาตรฐาน อันนี้ตํารวจนะครับ แต่ทหารครับท่านประธาน ความร่วมมือของ ทหารในการสลายม็อบ อาวุธร้ายแรงครบมือ ไม่ใช้มาตรฐานสากลในการสลายการชุมนุม ท่านประธานดูภาพนี้ ภาพนี้ละครับ เปึนภาพที่ทหารใช้อาวุธยิง อาจจะยังไม่ทันยิง นะครับ แต่เล็งไปในแนวระนาบ แนวระนาบเขาบอกว่าเปึนลูกแบลงค์ หรือลูกหัวกระดาษ เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้ดูนะครับว่าทหารใช้ลูกจริงครับ นี่ครับ จะเอาเปึนเอาตายกันฆ่า ประชาชนหรืออย่างไร ทหารพยาบาลยังถือป๋นเลยท่านประธาน สวมปลอกพยาบาล ยังถือป๋น อะไรจะขนาดนั้น เสื้อแดงไม่ได้มีอาวุธละครับ เดี๋ยวผมจะพิสูจน์ให้ดูด้วยว่า ทําไมเสื้อแดงไม่มีอาวุธ สิ่งที่ผมพูดนั้นเปึนจริงหมดครับ ท่านประธานเคยเห็นอีแอบไหม ภาพนี้นะครับ อีแอบไม่ใช่ทหาร ซ่อนตัวอยู่ริมเสาไฟฟัา สะพายป๋นครับ อยู่ปะปนกับ ทหาร อันนี้น่าดูหน่อย คนเสื้อน้ําเงินสะพายป๋นอยู่กับทหาร อะไรจะขนาดนั้น ถ้าใช้ มาตรฐานดี ๆ อย่างนี้ผมรับได้ครับ ถือโล่ ถือกระบอง ปากก็ตะโกนด่าก็ไม่เปึนไร แต่ประชาชนมันไม่ตาย ไม่ถูกยิง แล้วท่านประธานดูรูปนี้ครับ คนถูกยิงเลือดอาบโดนลาก ไป นี่ท่านประธาน ซ้อนมอเตอร์ไซค์กุมแผล ถูกลาก ถูกขี่เพื่อเอาไปรักษาพยาบาล นายวิเชียร ขีดกลาง อย่างที่เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้มาบอกเขาโดนยิงครับ ผมมีหลักฐานด้วย วันนี้ถึงบทเศร้าครับต้องพูดเบาหน่อย เขาไปแจ้งความเรียบร้อย ท่านประธาน ที่ สน. พญาไท นายวิเชียร ขีดกลาง โดนยิงครับ เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา เขาไปแจ้งความเมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา มีหลักฐานชัดเจน และระบุด้วยครับว่าทหารเปึนคนยิง และอีกคนหนึ่งครับ นายสุริยนต์ ไม้ประเสริฐ เหตุเกิดบริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแถวถนนราชวิถี อันนี้ขึ้น รถตุ๊กตุ๊กแล้วถูกยิง แล้วเขาระบุเลยครับมีทหารที่เขาไปเจอ ๑๐-๒๐ นาย ผมไม่มาพูดว่า มีเสื้อแดงเปึนร้อย ๆ อะไรอย่างนี้นะครับ ไม่มีหลักฐาน ผมมีหลักฐานหมดเดี๋ยวผมจะ มอบท่านประธาน อันนี้คือข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ผมไม่ได้มาพูดโกหก เพราะนิสัยผมไม่ชอบ โกหก ท่านประธานนี่ครับ อันนี้จะให้ท่านประธานได้ดู นายวิเชียร ขีดกลาง ถูกยิงด้านนี้ครับ ขาขวาทะลุมาแล้วมาปัืนตรงขาซ้ายครับ และนายวิเชียร ขีดกลาง ให้ปากคําผมอัดเทปไว้ หมดนะครับ มีเทปด้วย เขายืนยันครับว่าทหารยิงเขา มันทะลุตั้งแต่นี้แล้วมาปัืนตรงเนื้อ ตรงนี้ แล้วที่ทหารทําไม่เปึนกลางไม่เปึนธรรม กรณีนี้ครับ เดี๋ยวมีเพื่อน ส.ส. จะมาพูด ท่านประธาน แมน ออฟ เดอะ เยียร์ (Man of the year) ลากหัวผู้หญิงต่อหน้ารั้วของชาติ ทหารกล้าของชาติ ปล่อยให้สุภาพสตรีที่เปึนเพศแม่ เพศเมียถูกลากถูอย่างนั้น ยืนดูเฉย ๆ ผมก็เลยสันนิษฐานครับ อดสงสัยไม่ได้ ถ้าไม่ใช่พวกเดียวกันก็คงจะไปทําร้ายแล้วหรือ ห้ามปรามแล้ว บังเอิญอาจจะเปึนพวกเดียวกันก็ได้ รั้วของชาติ แบบนี้เงินภาษีราษฎรเขา อยากเสียไหมครับ ไปซื้ออาวุธป๋นแบบนี้ ไปตบตีคนที่ไม่มีทางสู้อายเขาไหมครับ อันนี้ภาพ อาจจะไม่ชัดหน่อย เอาไรท์ (Write) ออกมาจากแผ่นเปึนช็อท เพราะว่าเดี๋ยวถ้าไรท์ยาว ๆ หาว่าผมไปจ้างเขาแต่ง ไปแสดงละครจัดฉาก ซึ่งพรรคนี้เขาชอบว่า ว่าพรรคเพื่อไทยกําลัง ไปจัดรูปแบบ ไปแต่งเรื่องแต่งราว สร้างสถานการณ์ เลยต้องเอามาเปึนช็อท ๆ อย่างนี้ ครับ ไม่ได้ไปจ้างนักแสดงหรือโรงถ่ายที่ไหนมาถ่ายทํานะครับ ของจริงครับ ท่านประธานที่ ยอมรับไม่ได้ก็เรื่องการแถลงข่าว การนําเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อด้านเดียวอย่างไม่เปึน กลาง ใช้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ แถลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง ท่านประธานจําได้ไหม ครับ หมอโรงพยาบาลราชวิถี พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด หมอทหาร พันเอก นายแพทย์ ดุษฎี ทัตตานนท์ ผมจําได้เพราะผมนอนดูตอน ๓ ทุ่มครับ ในรายการรีบออกมาโต้เลย บอกว่าป๋นที่ใช้ยิงในแนวระนาบเปึนลูกปลอม ลูกหัวกระดาษ แต่ถ้ายิงขึ้นฟัาเปึนลูกจริง แล้วทั้ง ๓ ท่านออกมาแถลงว่าผู้ป์วยที่ถูกยิงไม่ได้ถูกยิงด้วยป๋นเอ็ม ๑๖ เปึนป๋น ๙ ม.ม. เปึนป๋นลูกซอง ท่านประธานดูภาพนี้ครับ ทหารถือป๋นอะไรครับ เอ็ม ๑๖ ไหม ป๋นสั้นครับ ป๋นสั้นท่านประธาน ลูก ๑๑ ม.ม. ขนาดเดียวกับ ๙ ม.ม. อย่างนี้ขึ้นลําไว้เรียบร้อย ท่านประธาน นี่นกเล็ก ๆ ขึ้นนกไว้ สับนกไว้แล้วกะยิงแน่ แล้วนี่ถ่ายตรงบนสะพาน โรงพยาบาลมิชชั่นครับ อย่างนี้ออกมาแถลงข่าวเปึนตุเปึนตะ แล้วหมอก็มีพิรุธนะครับ ผมนั่งฟังอยู่ หมอที่โรงพยาบาลราชวิถี ตอนแรกไม่ยอมบอกว่าถูกยิงด้วยรูอะไร เปึนรูเข้าไป ตอนหลังหลุดออกมาเพราะโกหกไม่แนบเนียนบอกว่าเปึนกระสุน ไม่เชื่อไปเอาวิดีโอเทป ในการออกรายการนี้มาดูได้เลยครับท่านประธาน ผมจับไว้ทุกประเด็น ผมเปึนคนช่าง สังเกต เพื่อน ๆ เรียกผมว่าลูกอีช่างสังเกต นี่ครับ อันนี้ย้ําอีกทีครับ ลูกป๋นจริงครับ โดนยิง เข้าขนาดนี้ท่านประธาน การแถลงข่าวโกหกอันนี้ เปึนสิ่งที่สังคมไทยรับไม่ได้ การป่ดกั้นสื่อ เสนอฝ์ายเดียว ไปป่ด ดีทีวี (DTV) ไปป่ดวิทยุชุมชน คนเขาก็ยิ่งโกรธยิ่งเกลียด ทําไมไม่กล้ารับความจริงล่ะครับ วันนี้ไฮไลท์ (Highlight) ของผมจริง ๆ นะครับท่านประธานคือเรื่องนี้ครับ เรื่องล้อรถยนต์ กว่าผมจะไปแย่งเอาล้อรถยนต์อันนี้มาได้ ใช้ความสามารถนะครับ ผมจะเล่าให้ ท่านประธานฟังอย่างนี้ครับ ท่านประธานจําเหตุการณ์ที่เกิดที่สะพานดินแดงวันนั้น ได้ไหมครับ รูปที่ผมได้มานี่เปึนรูปถ่ายทหารยิงรถเมล์สาย ๑๑๓ เห็นชัดเลยครับ ทหาร เปึนกลุ่มแล้วยิงเข้าไป ในกล้องไม่เห็นซูม (Zoom) นะครับ เดี๋ยวพี่น้องประชาชนทางบ้าน มองไม่เห็นอีก เดี๋ยวช่วยซูมหน่อยช่างภาพ ยิงรถเมล์สาย ๑๑๓ มีนบุรี - หัวลําโพง อันนี้ เปึนภาพถ่ายที่รูกระสุนอยู่ในตัวรถ อันนี้เปึนรถเมล์คันนี้หลังจากที่ถูกยิงแล้ว สาย ๑๑๓ ความเสียหายโดยรอบ เบอร์ทะเบียนมีเรียบร้อยตรงกันหมด อันนี้ก็เปึนอีกภาพหนึ่งที่ยิง แต่ที่สําคัญที่สุดท่านประธาน ล้อนี่ละครับ ล้อนี้โดนยิง แล้วผมไปเอากระทะล้อมาเพื่อจะ ยืนยันครับว่า รูกระสุนนั้นผมไม่ได้ใช้สว่านไปเจาะ ผมจะส่งไปที่แผนกพิสูจน์ทาง วิทยาศาสตร์ว่า รูกระสุนนี้เปึนรูกระสุนจาก เอ็ม ๑๖ ท่านประธาน มี ๒ รู ตรงกันเลยครับ ไปแย่งเขามา ถ้าแย่งศพนี่มันลําบาก เพราะศพมันถูกเผา มันไม่มีหลักฐาน ล้อยาง ล้ออย่างนี้ทหารมันจะยกไปทําลายมันก็คงหนัก มันคิดไม่ถึง ไม่ถึงว่าคนฉลาดอย่างผมจะ ไปเจอ เห็นไหมครับ ผมถึงได้ขนานนามจากเพื่อนว่า ลูกอีช่างสังเกต เห็นไหมครับ ท่านประธาน พี่น้องประชาชนจะได้เห็นครับ แล้วรูใหญ่ไหม เหล็กนี่หนาแค่ไหน หนัก แค่ไหนท่านประธาน ลูกป๋นนี่ไม่ใช่ทะลุง่าย ๆ นะครับถ้าไม่ใช่ เอ็ม ๑๖ ชัดเจนครับว่า วันนี้ พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด ที่บอกมาว่ายิงแนวราบ กระสุนปลอม ยิงแนวบนกระสุนจริง เดี๋ยวผมจะมีจับโกหกได้อีกนะครับท่านประธาน อย่างนี้ใช้ไม่ได้ วิทยุรวมการเฉพาะกิจผม ยังให้อภัยที่มันใช้ ทรท. ผมก็นึกถึงไทยรักไทยตลอด ขอบคุณมาก มี ๒ รู นะครับ ท่านประธาน เดี๋ยวผมจะไปให้ศูนย์ที่พิสูจน์หลักฐานดูเลยว่ายิงจากป๋นอะไร เอ็ม ๑๖ ไหม ท่านประธาน นี่ครับการป่ด ดีสเตชั่น วิทยุชุมชนคนเสื้อแดง ในขณะที่คนเสื้อเหลือง เอเอสทีวี ก็ไม่ป่ด วิทยุชุมชนคนเสื้อเหลืองก็ไม่ป่ด อย่างนี้นายกรัฐมนตรีไม่อายเขาบ้างหรือ ท่านป่ดกั้นสื่อขนาดนี้ แล้วคนที่นั่งข้างท่าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นี่มีการให้ สัมภาษณ์ มีการให้สัมภาษณ์ครับว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย โดนคนในพรรคสมาชิก พรรคด่าว่าไม่เอาจริงเอาจัง จึงต้องอ้างเหตุผลเนื้อหาปลุกระดมมวลชนให้สร้างความ วุ่นวายในบ้านเมือง เกิดการจลาจล ล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนผู้นําที่พัทยา การประชุมนั้นล้มลงไม่ใช่เสื้อแดงนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนสั่งเลื่อนการประชุม เอง เหมือนกับคนเสื้อเหลืองครับ เข้าไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ คนเสื้อเหลืองเขาบอกว่า เขาไม่ได้สั่งป่ด แต่การท่าอากาศยานไปสั่งป่ดเอง อันนี้ก็เช่นกันครับ คนเสื้อแดงเขาไป ด้วยความสงบ แต่ดันเอาคนสีน้ําเงินใส่หนังสติ๊กแล้วเหลาไม้ไปตีเขา แบบนี้บ้านเมืองมัน จะสงบได้อย่างไรครับ หาเรื่องให้คนตายกันเอง ให้คนทะเลาะกันเอง ท่านประธาน วันอังคารที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ วันที่พวกผมจะไปยื่นหนังสือนะครับ ท่านประธาน ชาวบ้านโทรมาบอกว่า เอ็นบีทีเดิม สทท. ๒ สถานีวิทยุโทรทัศน์ ๒ ไม่ยอม ซูม มองไม่เห็น ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวผมจะไปเดินสายปราศรัยเอาก็แล้วกัน อย่าหาว่าผมปลุกระดม สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธาน จะแจกซีดี ๑ ล้านแผ่น ต้องการความ สงบแต่จะเอาซีดี อันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลกําลังจะตกแต่งแผ่นซีดี ตกแต่งเหตุการณ์ทั้งหมด ใหม่หมด ใช่ไหมครับ ขนาดหมอนี่ หมอหน้าตาซื่อ ๆ แต่ พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด ยังออกมาชี้แจงผ่าน ทรท. วิทยุรวมการเฉพาะกิจ โกหกประชาชนเลยท่านประธาน นี่ท่านประธานวันที่ ๑๔ ผมจะไปยื่นหนังสือเพื่อขอเป่ดประชุมแก้ไขปัญหาวิกฤติ แต่บังเอิญก่อนไปผมบอกประธานวิปฝ์ายค้านผมกับท่าน พันเอก ท่านรองประธานสภา บอกว่าเราไปดูก่อนเพราะมันจะสลายม็อบ โชคดีที่พวกผมไปดู นี่ครับผมไปถ่ายรูปผมเลย ท่านประธาน หล่อเลย ท่านประธานให้กล้องซูม ผมไปถ่ายกับทหาร ผมบอกทหารว่า อย่างไรรู้ไหมครับ จะเอาไปเปึนที่ระลึก แต่ที่ไหนได้ผมฉลาดกว่านั้นครับ เพราะแนวหลังนี่ นะครับเปึนคนเสื้อแดง และทหารพวกนี้ไม่ใช้กระบอง ไม่ใช้โล่ แก๊สน้ําตาก็ไม่ใช้ ลูกป๋นผม ถามว่าใส่ลูกจริงไหม แบลงค์ ๆ ให้พูดเหมือนโฆษกกองทัพบก แบลงค์ ผมก็นึกว่าลูกไม่มี กระสุน ไม่ได้ใส่กระสุน ผมบอกถ้ามึงสะพายป๋นไม่มีลูกมึงทําไมโง่ โคตรหนัก ขออภัย ท่านประธาน ใช้คําไม่สุภาพ มันหนักเปล่า ๆ ไปแขวนวิ่งทําไม ใช่ไหมครับถ้าไม่มีลูกป๋น แต่ตอนหลังมารู้ว่า แบลงค์ ก็คือ ลูกหัวกระดาษ ลูกป๋นหัวกระดาษ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ลูกจริงครับ เดี๋ยวผมจะมีรูปถ่ายให้เห็นว่าลูกจริง แล้วที่น่าสังเกตท่านประธานมุมนี้ครับ มุมนี้เสื้อแดงปลอมครับ ใส่เสื้อทหาร ผูกผ้าพันคอสีแดง ใส่รองเท้าผ้าใบ ใส่กางเกงยีนส์ นี่กล้องต้องซูมให้เห็นครับ อันนี้คือเสื้อแดงปลอมครับ ที่ไปปะปนกับคนเสื้อแดง บังเอิญ เขาคงคิดว่าผมถ่ายเปึนที่ระลึกเลยมายืนโชว์ ที่ไหนได้ท่านประธานรูปนี้เห็นไหมครับ มุมนี้ ชัด ๆ เลย นี่ใส่หมวกแก๊ปสีน้ําเงิน ใส่เสื้อทหาร กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ผ้าพันคอสีแดง อย่างนี้จะให้ผมคิดเปึนอื่นได้อย่างไร มีการจัดฉากเพื่อให้ดูเหมือนเสื้อแดงทําความวุ่นวาย ท่านประธาน รูปนี้ผมก็แอบถ่ายครับเหตุการณ์นี้เพื่อจะให้เห็นว่าป๋นที่สะพายนั้นนี่ใช้ลูก จริงหรือลูกปลอม ถ้าเปึนลูกกระดาษหัวป๋นต้องติดอะแดพเตอร์ (Adapter) เดี๋ยวเพื่อน สมาชิกจะมาเล่าเรื่อง อะแดพเตอร์ ให้ฟัง และยิงไปตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด ไม่ได้ ต้องยิงทีละนัด อันนี้ ผมนี่จบวิศวะ บังเอิญรู้ไปทุกเรื่องท่านประธาน และเปึนลูกอีช่างสังเกต ท่านประธานนี่ครับ ผมก็ผ่านมามีทหารนั่งอยู่ในรถเตรียมพร้อมหน้าสภานี่ลูกป๋นจริง ๆ ทั้งนั้นเลย ห้อยมาเลย ครับ ผมถามจริง ๆ ครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําเกินกว่าเหตุหรือไม่ ท่านเห็นประชาชนคนเสื้อแดงไม่ใช่มนุษย์หรืออย่างไร จะยิงทิ้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบประทานขออนุญาตท่านประธาน
มีอะไร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ
เขากําลังพูดสนุก ๆ อยู่นะ
๓๐ วินาทีท่านประธานครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกรัฐสภา ผมต้องเรียนว่ามี พี่น้องประชาชนเปึนจํานวนมากได้โทรศัพท์มาหาบอกว่า การถ่ายทอดของสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีทีนั้นเวลาฝ์ายค้านเอาเอกสารที่สําคัญ โดยเฉพาะภาพหรือเอกสารอื่น ๆ มาแสดง นั้น โทรทัศน์เอ็นบีทีซึ่งกําลังถ่ายทอดสดไม่ได้ซูมภาพให้เห็นได้ชัดเจนแต่อย่างใด ผมอยากให้ท่านประธานได้สั่งการผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่กํากับดูแล ด้วยครับ ท่านประธานครับ
ก็ร้องขอท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านสาทิตย์ ช่วยสั่งการ
ท่านกลัวหลักฐานหรือครับท่านประธานครับ
ผมบอกแล้วครับ นั่งลงได้ครับ ผมบอก แล้วครับ
ท่านไม่กลัวนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานผมเอาใหม่อีกรอบได้ไหมครับ ประชาชนจะได้ฟังข้อเท็จจริงท่านประธาน ผมอยากจะเอาอีกรอบได้ไหมครับ
ก็เอาสักตอนตี ๔ ตี ๕ ก็ได้
ได้ ตี ๔ ก็ได้ เดี๋ยวประชาชนเขารอผม ถ้าท่านประธานให้เวลาผมจริง ๆ นะครับ ตี ๔ ผมจะพูดตี ๔
ให้แน่นอนครับ ให้สบายใจเถอะครับ ผมจะนั่งให้ท่านพูด
ท่านประธานผมเชื่ออย่างนี้ครับ เชื่อด้วยความสนิทใจ เชื่อด้วยความบริสุทธิ์ใจครับว่า รัฐบาลสั่งฆ่าประชาชนแน่นอน เพราะหวงแหนอํานาจ ไม่อยากจะให้อํานาจสูญเสียไป ท่านประธานครับ โชคดีครับที่วันที่ ๑๔ คุณวีระ มุสิกพงศ์ ได้สั่งยกเลิกการชุมนุม โชคดีครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วพวกผม ๓๐ กว่าคนที่เปึน ส.ส. พรรคเพื่อไทยแกล้งไปยืนดูว่าทหารจะ ทําอย่างไรนั้น ทหารฆ่าแน่นอน ฆ่าคนโดยปราศจากอาวุธเพราะอะไร ท่านประธานจําได้ไหมครับ พอมีการสลาย ประชาชนเสื้อแดงเดินผ่านทหารออกมาชูบัตรประชาชน ไม่พบอาวุธเลย หลังจากนั้นข่าวก็บอกว่าไม่พบอาวุธ ไม่เจอแม้กระทั่งระเบิดป่งปอง อย่างนี้คนเสื้อแดง มาด้วยความบริสุทธิ์ใจหรือไม่ ผมต้องขอบคุณคนเสื้อแดงครับที่มาด้วยใจ มาด้วยตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ เปึนการชุมนุมปราศจากอาวุธ มือเปล่าจริง ๆ แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นช่วยไม่ได้ท่านประธาน ช่วยไม่ได้เพราะว่ามีการสร้างสถานการณ์ มีการรู้เห็น เปึนใจ อย่างเสื้อสีน้ําเงิน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ รู้เห็นเปึนใจแน่นอนครับ ไปทําร้าย คนเสื้อแดง ท่านประธานวันนี้สังคมไทยมีแต่ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย และการสร้างข่าว ขึ้นในสังคมไทย ทําให้รัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่ได้ยากครับ ผมพยายามจะคิดหาวิธีแก้ไขวิกฤติ อันนี้ร่วมกับท่าน เพราะอยากจะเห็นบ้านเมืองสงบ แต่ถ้ามีข่าวอย่างนี้มันไปไม่ได้ครับ เสื้อแดงและเสื้อเหลืองออกมาต่อสู้กัน ข่าวที่ออกนะครับ เสื้อน้ําเงินขึ้นมาครองเมือง มีทหารใหญ่อยากเปึนนายกรัฐมนตรี แบบนี้ ข่าวแบบนี้แล้วมันจะอยู่ได้ไหม
ประเด็นที่ ๒ การปล่อยให้เสื้อแดงบุกพัทยา บุกกระทรวงมหาดไทย เปึนฝ้มือทหารที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ยุบสภา ข่าวแบบนี้รัฐบาลอยู่ได้ไหมครับ ถามจริง ๆ ท่านก็ต้องตอบผมตรง ๆ การลอบสังหารคุณสนธิมีข่าวจากลูกชายว่ามีคนเสื้อ สีน้ําเงินได้ประโยชน์ ซึ่งทุกฝ์ายก็ออกมาปฏิเสธกัน แต่ข่าวก็คือข่าว เห็นไหมครับ ข่าวแบบนี้มันรังแต่จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม นายใหญ่ผมนี่เอาแล้ววันนี้ ยอมรับเปึนนายใหญ่เลย นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร น่ะ ก็มีการให้ร้ายตลอดเวลาว่า ท่านปลุกปัืนระดม ท่านอยู่เมืองนอก ท่านพูดมา ท่านเรียกร้องทุกครั้งว่าให้ชุมนุมเพื่อ เรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติ แต่ก็ไปกล่าวหาท่าน ท่านไปได้วีซ่าเข้าประเทศในฐานะ ทูตพิเศษนิการากัว (Nicaragua) ก็เอามาเล่นข่าวกันเปึนตุเปึนตะ แล้วบ้านเมืองจะไปได้ อย่างไรครับ กลัวอะไรกันนักกันหนา ท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้พูด ไป การกล่าวหาพรรคเพื่อไทยตัดต่อภาพเหตุการณ์ การสลายการชุมนุมของทหาร มีคน ตายจํานวนมาก วันนี้ผมยังหาศพไม่เจอเพราะอะไร เพราะมันไปเผาทิ้งหมด หาหลักฐาน ยาก ท่านอาจารย์จําตอน ๑๔ ตุลาคมได้ไหม ถ้าไม่กอดศพไว้ไม่มีทางได้ หายไปเท่าไร พฤษภาทมิฬหายไปเท่าไร วันนี้โชคดีครับที่ล้อยาง มันวิ่งหนีไม่ได้ครับ ถ้าล้อยางล้อแม็กซ์มันเอาไปได้ง่ายมันเอาไปแล้ว ผมยกกัน ๒-๓ คน ท่านประธาน อันนี้เปึนตัวอย่างง่าย ๆ หลักฐานชัด ๆ ท่านประธาน ผมไม่อยากได้ยินการ กุข่าว จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ บอกว่ามีการลอบสังหารนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดได้อย่างไร อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็โดนมาแล้ว ท่านองคมนตรีก็โดนมาแล้วลอบสังหาร คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ก็โดน วันนี้จะเอาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกหรือ ไม่ได้ครับ บ้านเมืองมันวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้น มันก็กล่าวหาใส่ร้ายกัน ใครเขาอยากจะฆ่ากัน สภาแห่งนี้มีไว้ให้พูดครับ ผมว่าท่านเดี๋ยวลงไปผมก็ไปคุยกับ ท่านได้ แต่วันนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เราไม่ได้มีอคติต่อกันละครับ สภาแห่งนี้ต้องรู้จักใช้ให้เปึนประโยชน์และต้องเป่ดใจให้ กว้าง ผมสรุปง่าย ๆ ว่า การนําเสนอข้อมูลข่าวสารต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวัง ไม่ให้ เกิดความแตกแยก และเปึนกลางอย่างแท้จริง ฝากท่านสาทิตย์อย่าป่ดกั้นข้อมูลข่าวสาร ให้เสรีแก่พี่น้องประชาชนได้รู้ได้เห็น ท่านประธาน สังคมไทยไปต่ออีกไม่ได้แล้วครับ หากคนไทย ๑. ใจไม่กว้าง จิตใจคับแคบ ๒. ไม่ยอมกัน ไม่รู้จักการให้อภัย ๓. ไม่ลืมอดีต หรือสิ่งที่ผ่านมา ๔. ไม่รู้จักเสียสละ ไม่ละวาง วันนี้คนไทยทุกคนและประเทศไทยพ่ายแพ้ กันหมดถ้วนหน้า ไม่มีใครชนะละครับ ร่วมกันตั้งต้นชีวิตประเทศไทยกันใหม่ และวันนี้ รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องยอมรับความจริงว่า ได้ทําความรุนแรงกับพี่น้อง ประชาชนเกินกว่าเหตุ และอย่าใช้สื่อออกมาโกหกประชาชนว่าไม่มีคนตาย ป่ดหูป่ดตา ประชาชน รัฐบาลนี้หมดความน่าเชื่อถือ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมดความชอบธรรม เพราะท่านจะด้วยความตั้งใจหรือเชื่อคนใกล้ชิดหรือไม่ก็แล้วแต่ ท่านได้สั่งฆ่าและทําร้ายประชาชนอย่างชัดเจน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องแสดงความ รับผิดชอบ ยุบสภา คืนอํานาจให้ประชาชน น่าจะเปึนทางออกที่ดี ภาพนี้ครับ ท่านประธาน การ์ตูน ๒ ตัวนี้พูดกัน ว่าความขัดแย้งในสังคมไทย โคลสอัพ (Close-up) หน่อย ซูมหน่อย ความขัดแย้งในสังคมไทยจะหมดได้เมื่อไร ผมจะอ่านนะครับ ปัญหา ความขัดแย้งของไทยจะอยู่อีกยาวไหม ๒ ตัวนี้พูดกัน ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ตัวนี้พูดนะครับ แล้วตัวนี้ก็บอกว่า ขึ้นอยู่กับอภิสิทธิ์อย่างไร สุดท้ายมันตอบครับ อยู่ยาว แค่ไหน ความขัดแย้งก็ยาวเท่านั้น การ์ตูนยังคิดเลยครับท่านประธาน ผมอยากเห็น ผมเห็น หน้านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมก็บอกตรง ๆ ครับว่า สงสารท่านจริง ๆ ท่านดูภาพนี้ครับ ท่านประธาน เอามือกุมขมับ หมดแล้วครับ หมดแล้วท่านนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจเถอะครับ เพื่อบ้านเพื่อเมือง ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสุรพงษ์ครับ ช่วยส่งเอกสารภาพ ที่ชี้แจงให้สภาด้วย เพื่อจะได้
ท่านประธาน ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ผมถ่ายไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วครับ เมื่อเช้านี้
คือรูปมันไม่ชัด ผมเห็นแล้วครับ มันไม่เหมือนของจริง คืออยากได้ของจริงครับ
เอาเหมือนของจริง เดี๋ยวกระทะล้อนี่ขอก่อนนะครับ เพราะว่าไปตรวจวินิจฉัย แล้วก็หมาย ที่แจ้งความเดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านหมดครับ
เปล่าครับ คือท่านต้องยืนยันว่า จะต้องส่งมอบไปให้ทางเลขาธิการรัฐสภาไว้เปึนหลักฐานของสภาครับ
หลักฐานนี้ผมถ่ายให้เรียบร้อยครับ
เปล่าครับ ไม่ใช่ครับ เอกสารใด ๆ ที่ ท่านได้ชี้แจงต่อสภานั้นควรจะมอบให้สภาไว้
ได้ ๆ ครับ เดี๋ยวผมถ่ายให้ครับ
ทั้งหมด คือภาพถ่ายที่ท่านส่ง ขออนุมัติผมที่ผมอนุญาตนั้นมันดูไม่ได้เลยครับ
มันถ่ายไม่ชัดใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมปริ้นท์ (Print) สีออกมาให้ใหม่ เพราะสีนี้แพงครับ
แล้วเมื่อไรครับ
ใบหนึ่ง ๖ บาท อาทิตย์หน้า
รูปการ์ตูนนี่ไม่เปึนไรครับ รูปอื่น สําคัญกว่า
รูปอื่นนี่ใช้เวลาเพราะผมต้องไปจ้างเขาไรท์ออกมาครับ ใช้ทุนทรัพย์ รูปกุมหัวเอาไหมครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ ช่วยส่งก็แล้วกันครับ ถือว่าท่านรับปากกับสภาแล้วครับ ต่อไปครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ ท่านสมาชิกได้อ้างถึงนี่ สักครู่นะครับก็จะมีการชี้แจงในรายละเอียดต่อไป ผมเพียงแต่ อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ นะครับว่า สิ่งหนึ่งซึ่งต้องปฏิเสธโดยสิ้นเชิงก็คือว่า ท่านใช้คําว่า ผม หรือ รัฐบาลสั่งฆ่าประชาชน ไม่เคยมีความคิดนี้ และไม่เคยมีแนวทางการใช้ความ รุนแรงจากตัวผมเลยครับ แล้วก็ผู้ที่ปฏิบัติงานทุกส่วนสามารถยืนยันได้ว่านโยบายของผม นั้นคืออะไร แล้วก็ที่ผ่านมาการทํางานของรัฐบาลก็เน้นในเรื่องของความโปร่งใส เพื่อที่จะให้ทุกฝ์ายตรวจสอบได้ เพราะฉะนั้นรายละเอียดนั้นจะมีการชี้แจงต่อไป แต่ว่า ผมเองไม่อยากประท้วงท่านตอนที่ท่านใช้คําพูดนี้ แต่ขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
ส่วนที่ท่านห่วงใยผมนะครับ บอกผมกุมขมับหรืออะไรนั่น ผมว่าเปึนเรื่อง ปกตินะครับคนที่ทํางาน บางครั้งก็มีอิริยาบถซึ่งเพียงเสี้ยววินาทีเดียวก็ถูกถ่ายรูปไว้ได้ เอาวันนี้ก็แล้วกันครับ ผมเข้มแข็งพอที่จะเป่ดสภาด้วยตัวเอง เพื่อให้ท่านได้มาตรวจสอบ อย่างเต็มที่ แล้วก็พร้อมที่จะนั่งฟังแล้วก็ชี้แจงตลอด พร้อมทํางานต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ขอใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อที่จะ ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวอยู่นี่ได้ทราบ ข้อเท็จจริง จะขออนุญาตชี้แจงเฉพาะบางประเด็น เพราะว่าบางประเด็นนั้นผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกยังคงจะต้องอภิปรายต่อเนื่อง แล้วผมก็จะนําเรียนท่านประธานและเพื่อน สมาชิกพร้อม ๆ กันไปทีเดียว ประเด็นที่ผมขอค้างไว้ท่านประธานครับ คือวิธีการจัด กองกําลังของทหาร การใช้อาวุธของทหารนะครับ ซึ่งจะทําให้เข้าใจเมื่อผมได้นําหลักฐาน ทั้งหลายมาแสดงนะครับ แต่ว่าในชั้นนี้ผมขอชี้แจงประเด็นเล็ก ๆ นะครับว่า
ประการที่ ๑ ที่ท่านได้ระบุว่า ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งฆ่าประชาชนแล้วทหาร พาศพหนีไป ผมยืนยันครับว่าในการปฏิบัติการคราวนี้ทั้งหมดไม่มีคนตายเพราะมือของ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหาร แม้แต่คนเดียวนะครับ
ประการที่ ๒ ที่ท่านบอกว่า ฝ์ายรัฐบาลไปใส่ร้ายนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ว่าปลุกปัืนปลุกระดม ผมเรียนครับว่าเมื่อคืนวานนี้เองครับ สถานีโทรทัศน์ซึ่งเปึน ของเอกชนและไม่ใช่สถานีของรัฐบาลครับ ได้นําคําพูดของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ครับ เอามาออกทีวี ๒ หนครับ ชัดเจนว่าให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้ล้มล้างรัฐบาล แล้วอีกตอนหนึ่งบอกว่า ถ้าเสียงป๋นแตกเมื่อไรจะมาเดินนําประชาชนปฏิวัติเอง ชัดนะครับ ไม่มีใครไปใส่ร้ายครับ
อีกประการหนึ่งครับ ท่านบอกว่าคนเสื้อแดงของท่านเดินออกจากที่ชุมนุม เมื่อวันที่ ๑๔ ไม่มีอาวุธเลยครับ แสดงบัตรประชาชน แต่ผมขออนุญาตเรียนเปึนข้อมูล ครับ ที่รถสุขาที่จอดอยู่หลังเวทีนะครับ มีระเบิดมือนะครับ มีอาวุธที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บ ได้ภายหลังจากผู้ชุมนุมออกไปแล้วนะครับ
อีกอันหนึ่งครับ ที่ท่านพูดถึงว่า รัฐบาลจัดฉากที่กระทรวงมหาดไทย กรณีที่ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีถูกอุ้มออกจากรถนะครับ แล้วก็อ้างว่า ซี่โครงหัก แล้วตอนนี้วิ่ง ขึ้นบันไดทําเนียบรัฐบาลได้ที่ท่านช่วยอภิปรายไปทั้งหมดนะครับ ผมเรียนว่า พี่น้อง ประชาชนได้ดูข่าวสด ๆ จากการรายงานของสถานีโทรทัศน์หลายช่องเหมือนกัน ภาพที่ เห็นคนเสื้อแดงได้รุมทําร้ายคนขับรถของคุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ได้รับบาดเจ็บ ผู้ติดตาม ได้รับบาดเจ็บ คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ได้รับบาดเจ็บ สภาพของรถนั่นเห็นกันจะ ๆ ในเวลา ที่เกิดเหตุจริง ๆ นะครับ รัฐบาลคงไม่สามารถไปทําฉากอย่างนั้นขึ้นมาได้นะครับ ก็เปึนโชคดีของท่านเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ประการใด
ในประการสุดท้ายครับ ที่ผมขออนุญาตชี้แจงก็คือว่า คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล กล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รู้เห็นเปึนใจให้คนใส่ เสื้อสีน้ําเงินมารุมทําร้ายเสื้อสีแดงนะครับ ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ ๑๐ เมษายน หลังจากที่ผมประชุมเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ มีหน้าที่ดูแลรักษาทางขึ้นโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ที่จะใช้เปึนที่ประชุมของ ผู้นําอาเซียนและประเทศคู่เจรจากับอาเซียนในตอนค่ําครับ ผมก็ได้คําตอบครับว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจคงไม่สามารถที่จะยับยั้งผู้ก่อกวนก่อการที่จะไปบุกรุกสถานที่ประชุมได้ ก็หนักใจครับ ก็ได้มีการปรึกษาหารือกันครับ มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มีนายกเมือง พัทยา และใครต่อใครที่เปึนตัวแทนประชาชนมากมายครับ เขาก็ได้บอกว่าจะชักชวน พี่น้องประชาชนซึ่งต้องการให้การประชุมอาเซียนที่พัทยาเปึนไปด้วยความเรียบร้อยและ เปึนไปด้วยความสําเร็จ เขาอยากเห็นงานนี้สําเร็จ เขาไม่ต้องการให้คนเสื้อแดงไปล้มการ ประชุม เพราะฉะนั้นเขาอาสาครับที่มาช่วยยืนเปึนเพื่อนตํารวจ ยืนเปึนเพื่อนทหารเพื่อ ปัองกันไม่ให้คนเสื้อแดงบุกรุก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้ไปปฏิบัติการ กับผมครับ ผมไปดูแลที่ตั้งของเจ้าหน้าที่ตํารวจทหารแล้วก็พี่น้องประชาชนที่มา อาสาสมัคร ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นต้องไปเตรียมการประชุมที่จะต้องหารือกับ ผู้นําในวันรุ่งขึ้นครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมขอเรียนให้ทราบครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านตวง อันทะไชย ครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตคุณตวง รอเดี๋ยว
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพื่อทําความเข้าใจกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าว พาดพิงถึงแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งอยู่ในการกํากับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ เพราะถ้าไม่ชี้แจงแล้วก็อาจจะเกิดความเสียหายในวิชาชีพทางการแพทย์ของท่านได้ เพื่อนสมาชิกได้พูดในทํานองที่ทําให้เข้าใจว่า แพทย์ผู้ดูแลผู้ป์วยที่เปึนคนป์วยที่ถูกยิงคือ นายวิเชียร ขีดกลาง นะครับ ซึ่งแพทย์ที่ดูแลผมก็จําชื่อท่านไม่ได้ แล้วก็เห็นภาพท่าน ในตอนที่ท่านไปชี้แจงทางโทรทัศน์ แล้วก็ข้ออภิปรายของเพื่อนสมาชิกดูประหนึ่งว่า แพทย์ได้ให้สัมภาษณ์ในทํานองที่จะให้ร้ายกับผู้ป์วยหรือในทํานองที่ทําให้ผู้ป์วยเสียหาย ผมขอยืนยันกับท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกเปึนการเบื้องต้นครับว่าระหว่าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมในฐานะคนที่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้ ในฐานะคนที่ถูก กระทํา ไม่ว่าเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาทุกครั้งของสถานการณ์ เข้าใจดีครับว่าถ้าเกิด สถานการณ์เช่นนี้ ความเสียหายอาจจะเกิดขึ้นค่อนข้างจะรุนแรง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ในฐานะที่ผมกํากับดูแลกระทรวงสาธารณสุขและให้นโยบายกับแพทย์ พยาบาลและ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็คือการต้องปฏิบัติต่อผู้เจ็บผู้ป์วยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง สถานการณ์ทั้งหมดด้วยความเปึนธรรม โดยจะต้องไม่แยกแยะครับว่าผู้ป์วยนั้นเปึนผู้ป์วย สีแดงหรือเปึนผู้ป์วยสีเขียวหรือสีอะไรก็ตาม และคิดว่าตลอดระยะเวลาของ การดําเนินการทั้งหมดครับ แพทย์ที่ได้ให้การดูแลผู้ป์วยทั้งหมดได้ทําหน้าที่อย่าง ตรงไปตรงมา ไม่มีใครละครับจะป่ดฟัาด้วยฝ์ามือได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดครับเปึนที่ ประจักษ์ภายใต้สายตาของพี่น้องประชาชน ผมเองได้มีโอกาสไปดูผู้ป์วยรายที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึง และวันที่ผมไปเยี่ยมผู้ป์วยรายนี้ ขออนุญาตเรียน เพื่อนสมาชิกด้วยความจริงนะครับว่า ผมไม่ทราบด้วยซ้ําครับว่า ผู้ป์วยรายนี้เปึนผู้ป์วย ที่สวมเสื้อสีแดงหรือใส่เสื้อสีอะไรก็ตาม แต่ได้มอบหมายกําชับกับโรงพยาบาลตลอด ครับว่าจําเปึนต้องดูแลผู้ป์วยด้วยความตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นผมยืนยันครับว่าแพทย์ที่รักษาผู้ป์วยวันนั้น ผมได้ซักถามแล้วครับว่าผู้ป์วยถูก ยิงด้วยอาวุธอะไร แพทย์ก็ตอบกับผมไม่ได้ครับ เพราะเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ แต่ถ้าเพื่อนสมาชิกอยากทราบว่าโดนกระสุน เอ็ม ๑๖ เปึนอย่างไร มาดูที่ผมได้ครับ ผมพอจะมีประสบการณ์ให้เพื่อนสมาชิกดูได้
สิ่งที่ผมรู้สึกไม่สบายใจเปึนประการที่ ๒ กรณีที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่พูด ถึงกรณีรถแก๊สไปในทํานองที่ว่า ถ้าเปึนตัวท่านเองคงจะระเบิดให้ตายกันไปแล้ว เพื่อนสมาชิกครับ พี่น้องที่ฟังอยู่ทางบ้านครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓-๑๔ หรือตลอดเหตุการณ์ทั้งหมด สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขและแพทย์ใน กระทรวงสาธารณสุขกังวลที่สุดครับ ไม่ใช่เรื่องของคนที่ถูกยิงหรือบาดเจ็บ เราเชื่อมั่นว่า กระบวนการแพทย์และการเตรียมความพร้อมเราสามารถที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึงและ ช่วยชีวิตทุกคนได้อย่างเปึนธรรม แต่สิ่งที่ผมต้องเรียกประชุมฉุกเฉินหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และแพทย์ทั้งหมดครับ คือกรณีที่คนร้ายกลุ่มหนึ่งได้นํารถแก๊สไปจอดในที่ที่เปึนที่ชุมนุม ของประชาชน ไม่ว่าบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง แล้วก็มีการเป่ดแก๊สทิ้งออกมา ผมได้เรียก แพทย์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะนายแพทย์รองผู้อํานวยการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งท่านมีประสบการณ์ เกี่ยวกับแก๊สระเบิดครับ ท่านเปึนคนหนึ่งที่โดนแก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่แล้ว วันนี้ท่านเปึนรองผู้อํานวยการแพทย์ฉุกเฉิน สภาพท่านก่อนที่จะถูกแก๊ส ระเบิดครับ ท่านเปึนหมอที่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาครับ แต่วันที่มานั่งเปึน รองผู้อํานวยการแพทย์ฉุกเฉิน ท่านมาในฐานะคนที่พิกลพิการไปทั้งร่างครับ ทั้งหน้าตา ทั้งมือ ทั้งเท้า ทั้งหมด ถามว่าท่านโดนอะไรครับ ท่านบอกว่าท่านโดนแก๊สในรัศมี ๒๐๐ เมตร และเปึนผู้โชคดีเพราะลมเปลี่ยนทิศครับ สิ่งที่เราต้องเตรียมการวันนั้นในกระทรวง สาธารณสุขก็คือ รายงานท่านนายกรัฐมนตรีว่า สิ่งจําเปึนครับว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่ อาจรับมือได้ครับถ้าเรามีคนพิเรนทร์คิดเลว ๆ ชั่ว ๆ ในการระเบิดแก๊สกลางกรุง เพราะพิษ ของแก๊สที่อยู่ที่ดินแดง สามารถลามไปถึงราชวิถี ลามไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ แน่นอนครับเราไม่มีทางรับมือได้อยู่กับอาการบาดเจ็บล้มตายของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานท่านนายกรัฐมนตรีครั้งแรกครับ ก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องอพยพประชาชนออกจากบริเวณนั้นครับ พวกผมรับมือไม่อยู่ครับ ถ้ามีคนพิเรนทร์คิดทําอย่างนั้น และจะเปึนใครก็ตามครับ ในฐานะที่ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมมีหน้าที่รับมือที่จะรับผู้ป์วยทุกคน แต่เฉพาะคนที่คิด เลว ๆ กับการที่จะระเบิดแก๊สตรงนั้น ผมคิดว่าผมจะต้องตามเอาตัวมาให้ได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ตลอดเหตุการณ์ที่ผ่านมาครับ ผมคิดว่าข้อเท็จจริง ค่อนข้างจะเปึนที่ประจักษ์ และถ้าเพื่อนสมาชิกมีข้อเท็จจริงมากกว่านั้นนะครับ ผมใน ฐานะที่กํากับดูแลกระทรวงสาธารณสุขและก็ได้กําชับโดยตลอดครับว่าทุกคนที่เปึน คนป์วยจะต้องได้รับการดูแลอย่างตรงไปตรงมา ถ้าตรงไหนไม่ตรงไปตรงมา ผมในฐานะที่ กํากับดูแลกระทรวงสาธารณสุขก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นขออนุญาต เรียนเปึนการเบื้องต้นนะครับว่า ข้อเท็จจริงก็คือ แพทย์ที่ไปให้สัมภาษณ์ในรายการ โทรทัศน์ดังกล่าว ท่านให้ตามข้อเท็จจริงของวิชาชีพแพทย์ครับ ไม่ได้คิดจะป่ดฟัาด้วย ฝ์ามือครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมไม่คาดคิดนะครับว่าจะได้ยินคําอภิปรายที่มีการบิดเบือนข้อมูล และมีการใช้วิธีคําอธิบาย ที่เปึนเท็จมากมายขนาดนั้น แต่ว่าการลุกขึ้นมาชี้แจงของพวกเราทั้งหมดนี้นะครับ ก็จะทําอยู่ บนพื้นฐานของการชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่รัฐบาลได้ทําหน้าที่ในการแก้ไข ปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดเหตุจลาจลเผาเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่าน มา ผมตั้งใจที่จะลุกขึ้นตอบสั้น ๆ ในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสื่อสารมวลชนเท่านั้นเองครับ
กรณีเรื่องดีทีวีกับวิทยุชุมชน ผมเข้าใจว่าจะมีผู้อภิปรายเพิ่มเติมมากกว่านี้อีก ซึ่งต้องขออนุญาตท่านประธานว่าเดี๋ยวคงจะต้องมีการชี้แจงลงลึกในรายละเอียดในส่วนนั้น แต่ในส่วนเบื้องต้นที่มีการลุกขึ้นมาอภิปรายในสภานี้โดยเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็ บอกว่ารัฐบาลมีการแทรกแซง ป่ดสื่อ ออกข่าวด้านเดียวจัดฉากแล้วทําให้เกิดความเข้าใจ ผิดต่อพี่น้องประชาชนนั้น ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ข้อเท็จจริง ไม่ได้เปึนเช่นนั้น ต้องเรียนว่าความพยายามที่จะใช้สื่อสารมวลชนในการสร้างประเด็นที่ จะนําไปสู่ความรุนแรงนั้นมีการใช้โดยกลุ่มแกนนําของผู้ชุมนุมตลอดมา แม้แต่กระทั่งคนที่ พี่น้องประชาชนก็รู้ดีว่าอยู่เบื้องหลังของการทําให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้นมา คือท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นั้น การปราศรัยผ่านวีดิโอ ลิงค์ (VDO link) ก็ดี ผ่านการ โฟนอิน (Phone In) ก็ดีหลายครั้ง และมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ ดีสเตชั่น รวมถึงการสร้างประเด็นเพื่อผ่านสื่อสารมวลชนภายในประเทศ แล้วก็ปรากฏเปึนข่าว โดยทั่วไป สื่อสารมวลชนก็มีการนําเสนอให้โดยไม่มีการที่จะถูกป่ดบังจากฝ์ายรัฐบาลเลย ตลอดมา แต่เพราะเหตุนั้นนี่ครับที่ทําให้เหตุการณ์ความรุนแรงทั้งหลายเกิดขึ้น คําพูดที่ เกิดขึ้นจากวิธีการที่ท่านใช้การชี้นําให้เกิดความรุนแรงผ่านทางสื่อที่ท่านบอกว่าดีสเตชั่น นั้น มีถ้อยคําที่ชัดเจนหลายข้อครับ เช่น ไม่ขุดรากถอนโคนประชาธิปไตยก็เกิดไม่ได้ ถ้อยคําที่บอกว่าถ้า ดีสเตชั่นถูกป่ด แล้วใช้คําว่า กูจะเผาที่ตรงนั้นตรงนี้มีอยู่ครับ มีถ้อยคํา ที่พาดพิงไปถึงบุคคลอื่นที่รุนแรง เช่น พูดถึงคุณแม่ของผู้นําประเทศบางท่าน มีคําพูด เมื่อตอนเที่ยงคืน ๒๕ นาที ในวันที่ ๙ เมษายน ว่าจะไปป่ดล้อมที่พัทยาไม่ให้มีการ ประชุมให้จงได้ นี่คือถ้อยคําที่ถูกเผยแพร่ผ่านดีสเตชั่น มีถ้อยคําที่พูดตอนเที่ยงคืน ๕๑ นาที ของวันที่ ๙ เมษายน โดนแกนนําคนหนึ่งบอกว่า เราจะจับอภิสิทธิ์มา แล้วบีบบังคับให้มันลาออก นี่อยู่ในคําพูดที่ท่านบอกว่าพวกท่านพูดกันเองเผยแพร่ผ่าน ดีสเตชั่น มีคําพูดที่พาดพิงถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีอีกเยอะครับ ความจริงผมมี คลิปวีดิโอทั้งหมดที่พูดถึงนี้เพื่อยืนยันว่าพวกท่านเองต่างหาก แกนนําเองต่างหาก ของผู้ชุมนุมที่ใช้วิธีการปลุกระดมที่รุนแรงแล้วผ่านสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น ต้องเรียน เบื้องต้นว่า ดีสเตชั่น ท่านเป่ดมาหลายเดือนแล้วครับ แล้วรัฐบาลเองก็ไม่ได้ไปดําเนินการ อะไร แต่ในช่วงหลังที่ผ่านมาการปลุกระดมผ่านดีสเตชั่น และมีการถ่ายทอด ผ่านวิทยุชุมชนบางที่นั้นมันทําให้เกิดการกระทําความผิดเกิดขึ้นมาจริง แล้วท่านประธานครับ คลิปบางอันผมเชื่อว่าการเป่ดเผยเต็มที่ในที่นี้ก็จะเปึนอันตราย แต่ยืนยันว่าฝ์ายรัฐบาล มีอยู่ครับ และคงจะต้องมีการดําเนินคดี คือคําพูดของแกนนําของผู้ชุมนุม ที่พูดพาดพิงถึงสถาบันอันเปึนที่เคารพอย่างชัดเจน แล้วก็ปรากฏในการเผยแพร่ผ่าน ดีสเตชั่นด้วย แต่รายละเอียดเรื่องการป่ดในส่วนนี้จะขออนุญาตท่านประธานชี้แจง ในส่วนหลังต่อไป แต่เพียงจะลุกขึ้นมายืนยันว่าการปลุกระดมผ่านดีสเตชั่น และคําพูด ต่าง ๆ นั้นทําให้เกิดความรุนแรงและนําไปสู่การกระทําที่ผิดกฎหมายจริง อย่างไรก็ตาม ครับ ท่านพยายามจะพูดว่ามีการจัดฉาก มีการสร้างฉากต่าง ๆ ขึ้นมาให้ดูเลวร้ายแล้ว เผยแพร่ผ่านสื่อทั้งหลาย ผมเรียนว่าหลายวันที่ผ่านมาต้องชมพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงครับ ที่ทําหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา อย่างน้อยที่สุดในสถานีโทรทัศน์ทุกช่องที่มีการ ถ่ายทอดเผยแพร่ข่าวทั้งวันนั้น พี่น้องประชาชนได้รับทราบเหตุการณ์ได้ดู รัฐบาลเอง ก็ไม่เคยป่ดกั้นและโปร่งใสในการให้สื่อทุกสื่อถ่ายทอดตลอดเวลา ไม่เฉพาะแต่สื่อไทยครับ แม้แต่กระทั่งสื่อต่างชาติก็มีการรายงานข่าวเผยแพร่ตลอดเวลา ดังนั้นถ้ามีเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในลักษณะที่เปึนการสร้างฉากจริง ไม่มีทางป่ดบังสายตาสื่อมวลชนได้ แต่สิ่งที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ท่านหยิบมาพูดเพียงแต่มุมของท่านเพียงด้านเดียว ท่านบอกผู้ ชุมนุม ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธไม่มีความรุนแรง แล้วภาพอย่างนี้เกิดขึ้นมาได้ อย่างไรครับ ภาพผู้ชุมนุมที่ถือระเบิดเพลิงพร้อมที่จะขว้าง ภาพเช่นนี้สื่อสารมวลชนก็เปึน คนเผยแพร่ พี่น้องประชาชนก็เห็นว่ามันไม่ใช่เปึนการชุมนุมโดยสงบที่ปราศจากอาวุธอีก ต่อไป ความจริงภาพพวกนี้ถูกเผยแพร่เยอะนะครับ การรุมทุบตีรุมทําร้ายที่ กระทรวงมหาดไทยรถที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งกับท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ถูกกลุ่มผู้ชุมนุม รุมทุบตี ทําร้าย ภาพปรากฏออกทีวีทั่วประเทศมันสร้างฉากไม่ได้ละครับ คําถามก็คือว่า ถ้าเกิดทุบตีแล้วกระจกแตกอะไรจะเกิดขึ้นกับผู้นําประเทศ คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เล่าให้ พวกเราฟังครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่านมันเลวร้ายเพียงใดในสภาพของรถที่ท่านถูก ทุบกระจกแตก มีการขู่เอาชีวิต มีการขว้างก้อนหินขนาดใหญ่เข้าไปในรถ ซึ่งโชคดีท่านไม่ โดน แต่คนขับรถท่านโดนด้ามธงที่คนยืนบนหลังคากระทุ้งลงมา นึกสภาพตัวเองสิครับ ถ้านั่งอยู่ในรถเจอสภาพนั้นท่านจะบอกว่าไปสร้างภาพเดินขึ้นบันไดในวันหลังได้หรือครับ นี่คือของจริงที่มันเกิดขึ้น การเผา การทําลายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น นี่เปึนภาพคนขับรถของ คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ สร้อยคอหายนะครับ เงินในกระเปิาถูกล้วงไปหมดนะครับ ผมถามว่านั่นคือการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธหรือไม่ นี่คือสภาพโชคเลือดที่อยู่ ในรถ ความจริงมันไม่ต้องฉายคลิปละครับ ภาพเช่นนี้มันปรากฏออกสู่สายตาประชาชน ทั่วทั้งประเทศแล้ว ผมเพียงแต่จะบอกว่าสื่อสารมวลชนเขาทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และเต็มที่ แม้แต่กระทั่งว่าความพยายามของกลุ่มผู้ชุมนุมบางคนที่เปึน แกนนําที่จะบิดเบือนข้อมูล ข้อเท็จจริงกลับถูกสื่อสารมวลชนจับได้ครับ อันนี้หรือเปล่า ที่ทําให้พวกท่านโกรธว่าสื่อสารมวลชนเขาทําหน้าที่ตรงไปตรงมาเกินไปแล้วจับโกหกกลุ่ม แกนนําได้ ผมยกตัวอย่าง เช่น ภาพของกลุ่ม นปช. ที่ไปแถลงข่าวที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา
ท่านประธาน ครับ ผมขอประท้วงท่านรัฐมนตรีครับ
มีการ อ้างถึงว่าทหารมีการนําคนลงจากรถ
ท่านประธาน ครับ ผมขอประท้วงรัฐมนตรีครับ
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมันไม่ใช่ ชี้แจงที่เขาพูดนะครับ รัฐมนตรีกลับใส่ร้าย ท่านก็บอกว่าจะสมานฉันท์ แต่ท่านเอาข้อมูล นี้มาใส่ร้าย ใส่ร้าย ใส่ร้ายแล้วอย่างนี้มันจะเปึนการโต้วาทีกันหรือเปล่าครับ ท่านต้อง รับฟังครับ พวกผมอึดอัดใจก็ถามท่าน แต่ท่านไม่ตอบที่เราถาม ท่านไปใส่เอาข้อมูลอื่นมา โจมตี นปช. ในที่นี่นะครับ อยากให้ท่านประธานช่วยควบคุมรัฐมนตรีหน่อยครับ
ครับ จะพยายามครับ ท่านรัฐมนตรี ก็ช่วยผ่อนหนักเปึนเบาบ้างครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานต่อครับว่าผมเพียงแต่ยืนยันการทําหน้าที่ที่ตรงไปตรงมา ของสื่อสารมวลชน และเรียนท่านประธานว่าไม่มีการใช้ข้อมูลที่เปึนเท็จและสั่งให้ สื่อสารมวลชนป่ดบังแต่ประการใด กรณีที่มีการพูดถึงภาพที่ทหารจับคนลงมาจาก รถประจําทางสายหนึ่ง แล้วก็ไปมีการแถลงข่าวว่ามีเสียงป๋นดังขึ้น มีคนล้มลงและเชื่อว่า ถูกยิงนั้น ในวันเดียวกันนั้นเองครับที่สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งก็นําภาพที่ต่อเนื่องกันมา แล้วก็ทําให้เห็นว่าจริง ๆ คนนั้นไม่ได้ถูกยิง แต่ล้มลงแล้วก็มีการดําเนินการโดยทางฝ์าย ของทหาร ผมเรียนว่าทางสื่อสารมวลชนที่เขาเสนอภาพเช่นนี้เปึนการทําหน้าที่ ที่ตรงไปตรงมา เช่นเดียวกันครับ มันยืนยันได้ว่าถ้าฝ์ายรัฐทําอะไรที่รุนแรงและเขามีภาพ อยู่นี่ ไม่มีทางละครับที่จะไปป่ดบังข้อเท็จจริงเหล่านั้นได้ ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูล ข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา แม้แต่กระทั่งความพยายามที่จะบิดเบือนว่ามีทหารขนศพ ไปเผาที่ซอยวัดลาดพร้าว ๗๑ อันนี้ก็ปรากฏเปึนข่าวทุกช่องครับว่า สุดท้ายสถานีโทรทัศน์ทุกช่องก็เดินทางบุกไปพิสูจน์ที่วัดลาดพร้าว ๗๑ มีการสัมภาษณ์ พระที่อยู่ในวัด มีการพาไปดูที่เมรุเผาศพ ที่ตรงนั้นก็เปึนที่อยู่ทหารเปึนที่พักจริง แต่เมรุ ซึ่งมี ๒ เมรุนั้น เมรุหนึ่งไม่มีการเผา ส่วนอีกเมรุหนึ่งยังอุ่นอยู่ ยังมีภาพของผู้ตาย ซึ่ง บําเพ็ญกุศลตามปกติถูกเผาอยู่ที่นั่น นี่ผมเรียนท่านประธานเพื่อยืนยันว่า สื่อสารมวลชน เขาก็ทําหน้าที่ของเขาตรงไปตรงมาและรัฐบาลเองก็ไม่มีการไปสั่งป่ดบังข้อมูลข่าวสาร แต่ประการใด ผมเรียนท่านประธานเบื้องต้นแค่นี้ครับ เพื่อยืนยันว่าสื่อสารมวลชนเขาทํา หน้าที่อย่างตรงไปตรงมาครับ
ขอบคุณครับ ฟังสมาชิกเขาก่อนแล้ว ค่อยตอบ สัก ๑๐ คนหรือ ๒๐ คนแล้วค่อยตอบ เพราะว่างานจะได้เดินเรียบร้อย เชิญ ท่านตวงครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
ท่านประธาน ขออนุญาตพาดพิงนิดเดียว
เดี๋ยวสักครู่ครับ ให้ท่านตวงพูดก่อนครับ
ไม่ได้ครับ ต่อเนื่องท่านประธานครับ
ใช้ สิทธิพาดพิงนิดเดียวท่านประธาน
เดี๋ยวครับ นั่งลงก่อน เชิญ
ขอต่อเนื่องนิดเดียวครับ
เชิญนั่งก่อนครับ เชิญนั่งก่อน เชิญนั่ง ก่อน ให้ท่านตวงพูดก่อน ท่านลุกแล้วลุกอีกครับ แล้วท่านได้พูดแล้ว แล้วเดี๋ยวสักครู่ค่อย เป่ดโอกาสให้ครับ
มิได้มัน ต่อเนื่องครับท่านประธานครับ
เดี๋ยวเป่ดโอกาสให้ครับ
ต่อเนื่อง ท่านประธานครับ
เพราะว่าโต้ไปโต้มาแล้วงานไม่เดิน เลยครับ
ไม่ใช่โต้ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานมีข้อตกลงในการประชุมวิปนะครับ ว่าถ้ามีข้อสงสัยอะไรนี่ให้ สอบถามเลยเพื่อคลี่คลายปัญหานั้น จะได้ไม่มีข้อขัดข้องใจกัน ผมจะสอบถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง
ก็แสดงว่าท่านต้องสองรอบสิครับ
เปึน ข้อตกลงในการประชุม
ท่านประธานครับ ขอ ได้โปรดเมตตา ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
นั่นท่านตวงประท้วง ให้ท่านตวงพูด ก่อนเถอะครับ
คือผมขออนุญาตใช้ สิทธิของผมเพื่อที่จะประทานอนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อเช้านี้พวกเราสมาชิก วุฒิสภาด้วยความชื่นชม เราอยากเห็นบรรยากาศแห่งการเดินทางไปสู่เปัาหมายของชาติ แล้ววันนี้ผมเองผมจะลุกขึ้นมาผมก็จะบอกรัฐบาลครับว่า ท่านอุตส่าห์เป่ดมาตรา ๑๗๙ ท่านต้องฟังสมาชิกให้มากขึ้น ผมก็จะบอกครับ เพื่อมีข้อเสนอที่เปึนมุมแตกต่างที่สมาชิก วุฒิสภาได้ทําการบ้านมาแล้ว แล้วจะบอก รัฐบาลว่าทางออกของประเทศมันควรจะทํา อย่างไรทั้งพื้นฐาน
เดี๋ยวท่านได้พูดนะครับ ท่านตวงครับ
ผมขอ นาทีเดียวครับ ท่านประธาน
เชิญนั่งครับ เดี๋ยวท่านตอบก็จะต้อง พาดพิงที่ท่านพูดอยู่วันยังค่ํา แล้วท่านจะได้โอกาสนั้นถามครับ
ท่านประธานพอจบจากท่าน ส.ว. แล้วผมต่อถามเลย ๑ นาที
เดี๋ยวทางรัฐบาลเขาตอบไปนี่ก็ อาจจะต้องพาดพิงถึงที่ท่านพูดนะครับ แล้วท่านก็มีโอกาสที่จะได้ซักถามครับ ไม่มีปัญหา ครับ ท่านสุรพงษ์ก็เหมือนกัน ขอความกรุณาให้ท่านตวงได้พูดก่อนเถอะครับ
ท่านประธานครับ เปึนข้อตกลงของวิปนะครับว่าจะให้คลี่คลายปัญหา
ครับ เชิญนั่งก่อนครับ
ผม ต่อจากนี้เลยนะครับ
ขอบคุณท่านสุรพงษ์ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านตวงครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ผมขอประทานอนุญาตได้ เริ่มต้นว่า ลองมาฟังอีกมุมที่แตกต่างหลากหลายที่เราไปทําการบ้านมาในกลุ่มของ ส.ว. เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เราเปึนคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในขั้วใดขั้วหนึ่ง ที่จะกราบเรียนท่านทั้งในเชิงหลักวิชาการและแนวคิดของกลุ่มเรา ผมเรียน ท่านประธานเบื้องต้นว่า ความจริงผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ขอได้โปรดท่านได้ฟังให้มากกว่านี้ ท่านอย่าเพิ่งโต้ครับ เพราะท่าน อุตส่าห์เป่ดมาตรา ๑๗๙ มานี่เพื่อที่จะรับฟัง ผมคิดว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่ไพศาลนัก โลกนี้เปึนโลกแห่งเทคโนโลยี ไม่มีทางที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะบิดเบือนข้อเท็จจริงไปจากสื่อมวลชน ที่อยู่ข้างบนนี้ เขามีข้อมูลครับ แล้วประชาชนเขาทราบดีครับ เขาตัดสินใจดีครับ ถ้าเรา เชื่อมั่นต่อประชาชน เราต้องให้ประชาชนได้รับรู้ว่าแท้จริงบุคคลแต่ละคนนั้นเขาขึ้นมา อย่างไร เขามีที่มาอย่างไร ผมไม่เห็นความจําเปึนจะต้องขึ้นมาโต้ตลอดเลย
ผมเริ่มต้นอย่างนี้ ความเปึนจริงไม่มีเวลาที่จะพูดถึงอดีต แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า แม้อยากจะพูดถึงอนาคตนี่มันก็จําเปึนที่จะต้องพูดถึงเรื่องเมื่อวาน เพื่อที่จะมีข้อเสนอแนะก้าวไปสู่วันข้างหน้าว่าจะต้องทําอย่างไร สมาชิกวุฒิสภาจํานวน หนึ่งได้นั่งคุยกันบนพื้นฐานว่า เราจะช่วยประเทศ ผมย้ําและขีดเส้นใต้สองเส้นว่า ช่วย ประเทศ ไม่ได้ช่วยรัฐบาลเพื่อหาทางออกของปัญหานี้อย่างไร เราพบว่าที่ผ่านมานั้น รัฐบาลอยู่ในภาวะที่จะทํา จะทําอะไรก็เกรงจะเกิดข้อครหา ครั้นไม่ทําเลย นี่อย่างที่ผ่าน มาก็ยิ่งลําบากมากกว่า และเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ท่านประธานเองก็ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นว่า พอจะทําก็กลัวจะเกิดข้อครหาที่ได้แถลงต่อสภาไปแล้ว แต่พอ ทําก็เกิดปัญหาแล้วก็เปึนปัญหาที่มันเกิดขึ้น ที่ผมคิดว่าเหตุการณ์วันนี้มันคือจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ที่รัฐบาลจะต้องมองไปข้างหน้า จะต้องยึดหลักให้มั่น และจะต้องทํางานให้หนักขึ้นกว่าเดิม หนักกว่าวันที่ ๑๓ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมถามคําถามท่านเบื้องต้นว่า ท่านจะทําอย่างไรกับการชุมนุม นอกพื้นที่ที่เกิดขึ้นที่ไม่ใช่อยู่ในภาวะฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นในวันสองวัน ท่านจะทําอย่างไร กับการเคลื่อนไหวของคนในต่างประเทศอีกคนสองคน ผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศครับ แต่ต่างประเทศเขารู้แล้วละครับ ว่าคืออะไร เวลาท่านทํากับคนเหล่านี้ท่านไม่ต้องมาบอก เขาละครับ ท่านใช้กลไกของท่านทํางาน ไม่ต้องมาโพนทะนาบอกว่าจะต้องทําอะไรบ้าง
ประการต่อมา ท่านจะบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง เปึนธรรม เสมอภาค และเท่าเทียมกันอย่างไร
คําถามสุดท้ายเฉพาะช่วงนี้ผมคิดว่า ณ เวลานี้เสร็จจากการอภิปราย มาตรา ๑๗๙ นี่ รัฐบาลต้องกลับไปตั้งหลัก ชั่งน้ําหนักให้ดี ๆ ระหว่างความได้ ความเสีย จุดสมดุลในการที่จะคงพระราชบัญญัติในภาวะฉุกเฉินเอาไว้กับการประกาศยกเลิกเสีย เพราะมันส่งผลกระทบต่อความเสียหายต่อประเทศของเรา ไม่ว่าจะเปึนทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ผมคิดว่ารัฐบาลเสร็จนี้จะต้อง ประกาศให้ชัดว่า ท่านควบคุมสถานการณ์ไว้อย่างไร จะยกเลิกอย่างไร ผมเริ่มต้นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้าจะให้ข้อเสนอแนะในเวลาข้อจํากัดที่ผมมีอยู่นี้ ไม่จบ แต่ผมจะบอก ท่านประธานว่าจะเสนออย่างไร ถ้ามีเวลาว่าง วันที่ท่านให้เวลากับวุฒิสภาใช้ มาตรา ๑๖๑ นั้น ผมจะนํารายละเอียดมากราบเรียนท่าน แต่เวลา ๑๐ นาทีอาจจะพูดได้ บางช่วง
ผมขอประทานอนุญาตท่านประธานกราบเรียนผ่านไปยังรัฐบาลเริ่มต้น อย่างนี้ว่า พวกเราเห็นตรงกันว่าวิกฤติของประเทศคราวนี้ มันเกิดเมื่อต้นป้ ๒๕๔๖ ปลายป้ ๒๕๔๗ มุมต่างที่เรามองนี่ ผมเกรงว่ารัฐบาลจะลืม ความจริงรากเหง้าของวิกฤติ ของประเทศคราวนี้มันเกิดจากรากเหง้าของการทุจริตคอร์รัปชันอย่างมีระบบและ กระบวนการอย่างสลับซับซ้อน แล้วไล่เรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อป้ ๒๕๔๘ ได้มีกลุ่มคนขึ้นมา เรียกร้องว่า มีการทุจริตคอร์รัปชัน นําไปสู่การเรียกร้องชุมนุมประท้วง และป้ ๒๕๔๙ ก็ไปสู่การยึดอํานาจปฏิวัติ แล้วมีคนอีกกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมาบอกว่าไม่ใช่ทุจริตคอร์รัปชัน แต่เปึนการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย คน ๒ กลุ่มก็ลุกขึ้นมาต่อสู้โดยใช้ฐานพลังมวลชน ของตัวเองขึ้นมาต่อสู้ และใช้ประเทศไทยเปึนเครื่องเดิมพัน ผมวิเคราะห์อย่างนี้เพื่อจะ บอกท่านประธานว่า ถ้าเราทําใจเปึนกลาง มองอย่างเห็นความเปึนจริง เราจะพบว่าจาก วันที่เกิดเหตุการณ์ ๒ ครั้ง กลุ่มนั้นก็โดนวันที่ ๗ ครับ กลุ่มนี้ก็โดนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่าน มา ไม่แตกต่างกัน จุดจบก็คือ ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จุดจบก็คือ ประเทศ ได้รับความหายนะบนซากปรักหักพัง บนซากกระดูกและคราบน้ําตาของประชาชน จุดจบ มันคืออย่างนี้ ถ้าถามว่าแล้วเรามีข้อเสนออย่างไรต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธาน ๓ ประเด็นด้วยกัน ด้วยเวลาจํากัดว่า
ประการที่ ๑ เบื้องต้นรัฐบาลจะต้องทบทวนหน่วยงานความมั่นคง และความปลอดภัยของชาติทั้งระบบ ทั้งภายในประเทศและนอกประเทศอย่างจริงจัง
ประการที่ ๒ รัฐบาลจะต้องใช้วิกฤติของประเทศเวลานี้ให้เปึนโอกาสของ ประเทศในการกอบกู้ฟุ๋นฟูด้วยกระบวนการประชาสังคมและเครือข่ายของภาคประชาชน เพื่อลดความขัดแย้ง เสริมสร้างสันติสุขขึ้นมา สร้างความสามัคคีของคนในชาติ
ประการที่ ๓ รัฐบาลจะต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในชาติ ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และสร้างภูมิคุ้มกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชันอย่างเปึนระบบ
ผมเรียนท่านประธานขีดเส้นใต้ให้ย้ํานะครับว่า กระบวนการเรียนรู้ที่ผมพูด ถึงมิได้หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน คือกระทรวงศึกษาธิการ มันแตกต่าง กันโดยสิ้นเชิง
ผมเริ่มต้นที่เรื่องแรก คือทบทวนเรื่องหน่วยความมั่นคงภายในประเทศของ รัฐบาล พวกเราเฝัาดูนี่ เราเห็นว่ารัฐบาลทํามาตรการในเชิงรับมากกว่ารุก หลายครั้งผม เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความสงสาร ด้วยความเห็นใจ แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกว่า แล้วทําไมการปัองกันรักษาความปลอดภัยของผู้นําประเทศนั้นต้องปล่อยให้คนไปทุบที่รถ ได้อย่างไร อายเขาไปทั่วโลก เกิดครั้งที่ ๑ ยังไม่พอท่านประธานครับ ไปเกิดครั้งที่ ๒ แทบ เอาชีวิตไม่รอด ถ้าคิดอีกมุมดี คิดอีกมุมหนึ่ง มองว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนที่อดทนต่อ สภาพที่เกิดขึ้น คิดอีกมุมหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะทําอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดเงื่อนไขในการ ที่จะทําสักอย่างหนึ่งไหม ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีให้ลองคิดนะครับ แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นก็ตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทบทวน หน่วยรักษาความมั่นคงและภายในประเทศ ไม่ว่าจะเปึนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ วันนี้ ระดับผู้ปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตํารวจเขาไม่มีปัญหาละครับ ท่านทราบไหมครับว่าใคร มีปัญหา ท่านนายกรัฐมนตรีทราบดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีทราบดี เมื่อประชาชน ไม่สามารถพึ่งพาผู้รักษาความปลอดภัยภายในประเทศได้ ประชาชนก็ลุกขึ้นมาตั้งกอง กําลังทําร้ายกัน อันนี้อันตรายมาก ท่านประธานจําได้ไหมครับ เหตุการณ์ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เกิดจากปรัชญาตรงนี้ เมื่อผมโดนกระทํา ผมโดนเอ็ม ๗๙ ยิง เมื่อยิงแล้ว ไม่ตาย รัฐบาลผู้มีอํานาจไม่สามารถช่วยได้ เขาก็ยกกองกําลังไปต่อสู้กันประหัตประหาร อย่างนี้ อันตรายท่านประธานครับ จะต้องทบทวนผู้รักษาความมั่นคงภายในให้ได้ เปึนระบบและเปึนกระบวนการอย่างมั่นใจและมั่นคงต่อประชาชน
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าหน่วยทหารต้องให้เขากลับไปสู่ที่ตั้งครับ เรากําลังใช้ ฝาโอ่งมาป่ดฝาตุ่มครับ เรากําลังใช้คนที่เขาถูกฝ๊กมาเพื่อปกปัองในสู้รบสงคราม รักษาอาณาเขตประเทศ แต่มาใช้ภายในประเทศ ถ้าท่านทําได้ภายใน ๓ วัน ๔ วัน มันก็จะพลิกฟุ๋นสร้างความมั่นใจต่อประชาชน ต่อผู้ลงทุนภายนอกและภายในประเทศ แล้วก็จะกอบกู้ฟุ๋นฟูขวัญกําลังใจคืนมา หน่วยงานด้านข่าวกรองของท่านนายกรัฐมนตรี และกระทรวง ทบวง กรมของประเทศไทย ในทัศนะพวกเราเห็นว่ามันอ่อนมาก ผมไม่รู้ว่า เขาอ่อนหรือว่าเขามีข้อมูล ท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้ข้อมูล อันนี้ผมไม่ทราบ แต่เราเห็นว่ามันอ่อนเกินไปที่จะรักษาประเทศอันเปึนที่รักของเราไว้ได้
และประการสําคัญ การรักษาความปลอดภัยผู้นําประเทศนั้น ทําให้เปึน มืออาชีพหน่อยครับ ผมถามหน่อยว่าตอนอยู่พัทยานี่ถ้าเขาจะยิงนี่ตายแล้ว อยู่ที่ กระทรวงมหาดไทยมีระเบิดสักลูกตายแล้ว มีเอ็ม ๗๙ นายกรัฐมนตรีตายนี่ ผมเปึน พลเมืองของท่านนายกรัฐมนตรี ผมอายไปทั่วโลกครับ
ประการต่อมาการกอบกู้ฟุ๋นฟูประเทศด้วยประชาสังคม เวลาผมหมดพอดี ท่านประธาน ผมเพิ่มนิดเดียว ท่านประธานนิดเดียวครับ จะจบแล้วครับ
เอาอีกสัก ๒ นาทีก็ได้ครับ เห็นใจ ครับ เพราะว่าต้องลุกประท้วงเองครับ
กระบวนการกอบกู้ด้วย กระบวนการประชาสังคม ผมเรียนท่านประธานว่า
ประการที่ ๑ เราจะต้องเสริมสร้างสังคมแห่งสันติสุขด้วยเครือข่ายของ ประชาคมที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลมองไม่เห็นทุนของตัวเองมีอยู่ มองข้ามทุนที่ มีอยู่ ทุนของท่านคืออะไรท่านประธานครับ ผมทํางานในพื้นที่มานาน อสม. (อาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) อปพร. (อาสาสมัครปัองกันฝ์ายพลเรือน) กองทุนหมู่บ้าน ประชาคมหมู่บ้าน สมาคมครู สมาคมหมออนามัย ข้าราชการพลเรือน สมาคมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คนเหล่านี้เขาพร้อมที่จะปกปัองคุ้มครองชุมชนหมู่บ้านและประเทศของเขา แต่ท่านไม่เคยจัดเวทีให้เขามานั่งคุยกัน ชวนเข้ามาช่วยกันปกปัองคุ้มครอง ท่านเชื่อไหมครับ เหตุการณ์เดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น เพราะประชาชนลุกขึ้นมาช่วยท่าน ท่านถึงได้อยู่ วันนี้ ท่านจะต้องกลับไปดูต้นทุน
ต้นทุนประการที่ ๒ เขามีองค์กรเอกชนที่ทํางานด้านนี้อยู่แล้ว เขามีการ ออกแบบงานในภาคพื้นที่ ผมแนะนําชื่อท่านก็ได้ แอลดีไอ (LDI : Local Development Institute) สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา เขาเก่งมาก เขามีเครือข่ายทั่วประเทศ สสส. (สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ที่รับเงินจากภาษีไป สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) สช. (คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน) สมาพันธ์ ครู หมออนามัย เครือข่ายประชาสังคม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่รับงบประมาณ เหล่านี้ ท่านลองชวนเข้ามานั่งคุย พอคุยเสร็จเรียบร้อย หัวใจสําคัญของมันก็คือว่า ท่านจะใช้คนไปโดยที่ไม่มีงบประมาณ ท่านต้องตั้งกองทุนกองหนึ่งขึ้นมา ท่านนายกรัฐมนตรีมีงบกลาง เปึนกองทุนแห่งการสร้างเสริมสมานฉันท์ของคนในชาติ ภายใน ๓ เดือน ภายใน ๖ เดือน ภายใน ๑ ป้ คนเหล่านี้ท่านไม่ไปบอกเขาล่ะครับ เขาลุกขึ้นมาออกแบบคิดได้ มีเครือข่าย แล้วทํางานเปึนระบบอย่างเปึนกระบวนการ นี่คือ ฐานในการสร้างความมั่นคงโดยที่ท่านไม่ต้องลงทุนเลย
ประการสุดท้าย ท่านประธานได้ให้ความเมตตากับผม ผมขอประทาน อนุญาตเรียนว่าปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ผมคิดว่านี่คือหัวใจสําคัญ ผมถาม ท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยว่า ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีไปไหนล่ะครับ ท่านเคยชวนสื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์ ทีวี โทรทัศน์ ระบบอินเทอร์เน็ต เคเบิลทีวีเหล่านี้ มานั่งคุยกันไหมว่า คนเหล่านี้จะช่วยกันสร้างสรรค์สมานฉันท์ของคนในชาติอย่างไร เพราะอย่าลืมนะครับว่าเราเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยนี่ เราไม่ได้เรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น เราเรียนรู้เรื่องทุจริตคอร์รัปชันนี่เราไม่ได้เรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น แต่เราเรียนรู้ผ่าน ทีวี ผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านวิทยุชุมชน และผ่านสถานีช่องต่าง ๆ รัฐบาลจะต้องเปึนเจ้าภาพ ชวนคนเหล่านี้มาช่วยกันออกแบบว่า เราจะใช้กลไกที่มีเหล่านี้เปึนเครื่องมือในการให้ ประชาชนได้เรียนรู้ว่าประชาธิปไตยที่เขาเรียกร้องนั้นมันแตกต่างกันอย่างไร ประชาธิปไตยที่จะทําให้สังคมไทยก้าวผ่านความขัดแย้งไปจะทําอย่างไร ประชาธิปไตยที่ แตกต่างแต่ไม่แตกแยกมันคืออย่างไร วิถีชีวิตประชาธิปไตยมันคืออย่างไร โดยเฉพาะ สถานีโทรทัศน์ที่ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้ออกแบบเปึนตราหอยใหม่นี่ นะครับ กลับมาใช้ กลับมาเป่ดพื้นที่ให้คนเหล่านี้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากท่านมา ออกพื้นที่ ให้คนชุมชนได้ออกมาแสดงความคิดเห็น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าย้ําไปถึง ตอนสุดท้ายที่กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่า ท่านอย่าลืมรากเหง้าของมัน ก็คือมัน มาจากการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเปึนระบบ เปึนกระบวนการ และสลับซับซ้อนเกินกว่าที่ คนธรรมดาจะเข้าใจ นําไปสู่ความแตกแยก แล้วมันก้าวไปสู่การเรียกร้องประชาธิปไตย ๑๐ คน ประชาธิปไตยไม่เหมือนกัน แล้วประชาธิปไตยในโลกนี้ก็ไม่เหมือนกันจริง ๆ ไม่มี ประชาธิปไตยบ้านไหนที่เหมือนกันเลยครับ ในทฤษฎีที่เราสอนหนังสือ ที่ไปเรียนหนังสือ มาด้วยกัน จึงได้กราบเรียนท่านประธานเอาไว้เท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้เมตตา ให้เวลาเพิ่มเติม ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ มี ๒ ท่านนะครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ ผมกําลังจะบอกเดี๋ยวนี้เอง ครับท่านสุรพงษ์ ไม่ต้องประท้วงละครับ คือผมจะให้โอกาส เพราะวันนี้เปึนวันที่เรามาพูด ในสภา เราต้องให้โอกาส ท่านสุรพงษ์ฝากสัก ๑ นาที แล้วก็ท่านชวลิตสัก ๑ นาทีก็พอ นะครับ ฝากเพื่อทางรัฐบาลจะได้ตอบครับ
กราบเรียนท่านประธาน ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องการที่จะชี้แจงกรณีที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกับรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นมาตอบ ผมนะครับ เปึนปัญหาซึ่งผมต้องชี้แจง เพราะมิฉะนั้นแล้วความเสียหายจะเกิดขึ้น กับผมนะครับ ต่อกรณีที่ผมได้หยิบยกรูปภาพที่มีการแถลงข่าวระหว่างหมอกับ พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด ที่ว่าไปเช็กผู้ป์วยแล้วผู้ป์วยไม่ได้ถูกป๋น เอ็ม ๑๖ อันนั้นเปึน สิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่เถียงครับ เพราะว่าผมบอกว่าไม่จําเปึนทหารต้องใช้ เอ็ม ๑๖ เสมอไป เพราะรูปภาพนี้มันชัดเจนในตัวมันเองท่านประธาน มันเปึนการใช้ ๑๑ มม. แล้วก็ลูก กระสุนมันก็ใกล้เคียงกับ ๙ มม. แล้วมีการขึ้นนกเรียบร้อย ผมไม่ได้หมายถึงว่าไปดูถูก ผู้ป์วยหรืออะไรนะครับ ผมเพียงแต่บอกว่าหมออาจจะไม่เข้าใจเรื่องลักษณะลูกกระสุน ก็ ไปวิเคราะห์ว่าทหารต้องใช้ เอ็ม ๑๖ อย่างเดียว แต่รูปนี้ยืนยันว่าทหารไม่จําเปึนต้องใช้ เอ็ม ๑๖ ใช้ ๑๑ มม. ก็มี อันนี้คือประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ที่รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาว่าผม อภิปรายเท็จ ผมเรียนตรง ๆ ว่าผมอภิปรายท่านประธานก็เห็น มีหลักฐานทั้งหมด เปึนภาพ และผมก็พูดในตอนต้นว่าผมจะอภิปรายในความนึกคิด ในข้อสงสัย ข้อสังเกต ของผม คนที่ฟังต้องใช้วิจารณญาณ ประชาชนเขาตัดสินใจเองครับ ผมไม่ได้กล่าวเท็จ เพราะว่าผมมีหลักฐานท่านประธาน นอกจากนั้นแล้วนะครับ ท่านบอกว่าภาพที่ท่าน นํามาเสนอ ถามว่าเสื้อแดงที่เอาระเบิดปานั้น ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าเสื้อแดง ปลอมหรือไม่ ท่านบอกได้ไหมว่าเปึนเสื้อแดงจริงหรือปลอม เพราะผมมีภาพเสื้อแดง ปลอมอยู่นี้ วันนี้เอาข้อความจริงมาพูดกัน ประชาชนจะเชื่อผมหรือไม่ก็เปึนเรื่องของ ประชาชน ประชาชนจะเชื่อท่านหรือไม่ก็เปึนเรื่องของท่าน แต่ผมเชื่อได้ว่าวันนี้รัฐบาลทํา เกินกว่าเหตุจนพี่น้องประชาชนรับไม่ได้ ขอบคุณครับ
พอแล้วครับ เชิญคุณชวลิตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมติดใจที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงได้บอกว่า ได้ใช้อาสาสมัครในการรักษาความสงบ เรียบร้อยในคราวนี้ ผมอยากจะสอบถามกลับไปนะครับว่า อาสาสมัครทําไมต้องสวม หน้ากาก อาสาสมัครทําไมไม่ให้คนเห็นหน้า อาสาสมัครต้ององอาจผึ่งผายนะครับ อาสาสมัครทําไมใช้หนังสติ๊ก อาสาสมัครทําไมใช้กระบอง อาสาสมัครบางภาพยืนอยู่หลังทหาร แล้วก็ใช้อาวุธสงคราม ประการสุดท้ายขอสอบถามว่า ใช้อํานาจตามกฎหมายอะไร ในการใช้อาสาสมัครเหล่านั้น มีการแต่งตั้งถูกต้องตามกฎหมายไหม ใช้คําสั่งอะไรครับ
ขอบคุณ ยังไม่ให้ท่านตอบละครับ อย่าเพิ่งตอบเลยครับ เชิญคุณรณฤทธิชัย คานเขต ครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม รณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่มัน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓-๑๔ เมษายน นี่ผมเชื่อว่าพี่น้องคนไทยเกือบทั้งประเทศนี่นะครับ คงมี โอกาสได้ติดตามทางข่าวสาร แม้กระทั่งทางทีวี และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คงจะไม่ค่อย จะสบายใจกันนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถือว่าเปึนเรื่องที่พี่น้องคนไทยด้วยกันเกิดความ ขัดแย้งกันค่อนข้างจะรุนแรง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่อง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สุเหร่าพญาไท ถนนเพชรบุรี ซึ่งหลายท่านถ้าไม่เคยเข้าไปแถวนั้นนะครับ เพราะถนนเพชรบุรีค่อนข้างยาว ช่วงของสุเหร่าพญาไทจะอยู่ตรงช่วงของ กิ่งเพชร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓ ช่วงระยะเวลาประมาณสักบ่าย ๓ โมงกว่า ๆ พี่น้องอยู่ที่นั่นหลายคนนะครับ เปึนเพื่อนสนิท เปึนคนที่ผมรู้จัก เปึนญาติพี่น้อง เพราะ สมัยผมเรียนพลศึกษาอยู่นี่ผมกินนอนอยู่แถวนั้น มีโอกาสไปปฏิบัติศาสนกิจที่นั่นร่วมกัน ด้วย พอเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้นนี่มันก็มีคํากล่าวหาครหานินทากัน ปล่อยข่าวว่า มีการสร้างภาพและจัดฉาก ผมเองนี่ผมก็ไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นมีทางเดียวก็คือต้อง ไปเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงว่าอะไรคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นโดยแท้จริง ก็มีโอกาสได้เข้าไปคุยกับ พรรคพวกกัน ไปคุยกับญาติพี่น้อง คนอีสานอยู่ที่นั่นก็เยอะครับ ผมก็ไปสอบถาม ข้อเท็จจริงว่าเรื่องมันเกิดขึ้นนี่เพราะอะไร ก็ได้ทราบข่าวจากคนที่เขาอยู่ในเหตุการณ์เขา เล่าให้ฟังว่า จริง ๆ แล้วตอนที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ นี่ประมาณสักบ่าย ๓ โมงกว่า ๆ ที่ เพชรบุรี ซอย ๕ มันจะอยู่ตรงข้ามกับซอยกิ่งเพชร แถวบ้านครัวนะครับ มันตรงข้ามกัน มีกลุ่มพี่น้องคนไทยที่ใส่เสื้อแดงขยับมา อาจจะถูกไล่มา ผมไม่ทราบ แต่ว่ามาจากทาง ยมราช มานี่จริง ๆ แล้วที่บอกว่ามีการสร้างภาพเกิดขึ้นนี่คงไม่ใช่ ผมมีรูปภาพแต่ผม ไม่อยากขยายเพราะไม่อยากที่จะให้พี่น้องเห็นว่าเปึนความขัดแย้งกัน แต่ว่าอยากให้ดู ภาพซึ่งภาพเหล่านี้เปึนภาพที่พี่น้องประชาชนที่เขาสามารถถ่ายภาพได้ นี่คือกลุ่มเสื้อแดง จริง ๆ ครับ ไม่มีการสร้างภาพเกิดขึ้นแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ จะซูมก็ได้นะครับ เพราะว่า ผมไม่ได้ขยาย เพราะไม่ต้องการที่อยากจะเอาเรื่องเหล่านี้มาสร้างให้เกิดความขัดแย้ง แต่ให้เห็นว่าเปึนกลุ่มเสื้อแดงที่เปึนรถนะครับ เปึนรถที่มีเครื่องเสียง ผมถามว่ารถคันนี้มา จากไหน เขาบอกว่ารถคันนี้มาจากยมราช นั่นแสดงว่ามันมีการสลายกันเกิดขึ้น แล้วคน เหล่านี้เขาก็อพยพกลับมา เขากลับมาทางด้านนี้ ผ่านมาด้านนี้ แล้วมาถึงที่ซอย ๕ นี่ปรากฏว่าขบวนหยุดอยู่ที่ตรงนั้น พอหยุดแล้วนี่ส่วนหนึ่งทะลุเข้าไปข้างใน ก็ไม่ทราบ เจตนาว่าทําไมต้องทะลุเข้าไปตรงนั้นด้วย ผมก็ไปสอบถามว่ามันมีสาเหตุโกรธเคืองอะไร กันบ้างไหม มีใครที่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับทางกลุ่มเสื้อแดงเขาไหม เขาก็บอกว่าในซอย นั้นนี่มันก็มีคนหลายกลุ่มอยู่ที่นั่น มีทั้งคนที่เปึนพี่น้องมุสลิม เปึนคนต่างชาติก็มี เพราะมัน มีแฟลตอยู่ มีคนทางภาคอีสานเราก็มี มีคนจากทางใต้ก็มี ก็เข้าใจว่าอาจจะมีคนที่เปึนสื่อ ที่พยายามจะดึงเอาบุคคลเหล่านั้นเข้าไปมีปัญหา พอเข้าไปก็เกิดไปปะทะกันเกิดขึ้นกับ คนซึ่งอยู่ภายในซอย ๕ ก็มีการด่าทอกัน แล้วตอนหลังมาก็เกิดการทะเลาะวิวาทกัน นี่คือ สาเหตุ แต่ว่าพอหลังจากทะเลาะวิวาทแล้วนี่ สิ่งที่มันเกิดขึ้นนี่นะครับค่อนข้างจะเปึนเรื่อง ที่เปึนที่วิตกของคนที่อยู่ในซอย เพราะมีการเอายางรถยนต์มาเผา ที่เอายางรถยนต์มาเผา นี่มันก็คงไม่ถึงกับทําให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในซอยนี่เขาวิตกกังวล ที่หนักที่สุดที่เขากลัว กันที่สุดก็คือมีการเอาถังแก๊ส ซึ่งตอนนั้นบ้านเขาป่ดได้เขาป่ดแล้ว แต่ว่าร้านอาหารนี่เขา ป่ดไม่ทัน พอป่ดไม่ทันนี่ก็มีคนไปเอาถังแก๊ส เอาออกมาแล้วโยนเข้าไปใส่ในยางรถยนต์ที่ กําลังเผาอยู่ แต่ว่าช่วงนั้นนะครับ มีคนโทรศัพท์ไปบอกรถดับเพลิง จริง ๆ แล้วเขาไปบอกนี่ เพื่อต้องการให้รถดับเพลิงมาดับไฟที่ยางรถยนต์ ก็เปึนช่วงที่มีคนไปเอาถังแก๊สนี่ออกมา ซึ่งถังแก๊สถึงมันจะไม่ใหญ่ มีรูปภาพชัดเจนครับ ผมเองนี่ผมพยายามจะขอว่ามีใคร ถ่ายวีดิโออะไรไว้บ้างไหม ก็มีชาวบ้านที่เขาถ่ายไว้ได้นะครับ ที่ผมไม่เอาฉายให้ดู เพราะไม่อยากสร้างความขัดแย้ง แต่ว่าในวิดีโอนี้ผมดูแล้วนะครับ ไม่มีการสร้างภาพ ผมย้ําตรงนี้นะครับ เพื่อต้องการให้ทุกคนได้เข้าใจว่าพี่น้องชุมชนที่ซอย ๕ และซอย ๗ ของสุเหร่าพญาไท ไม่มีการสร้างภาพ เปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเปึนเพราะความ ไม่พอใจจากการที่โดนสลาย เพราะตอนหลังมานี่กลุ่มที่มาจากยมราชจะมาชนกันกับกลุ่ม ที่มาจากทางประตูน้ํา รูปนี้เขาก็ถ่ายไว้ อันนี้คือตรงกลางคือสะพานลอยของราชเทวี ก็จะ เห็นว่ากลุ่มเสื้อแดงที่มาจากทางประตูน้ําก็จะมาสมทบกันที่นี่ มันถึงเกิดเหตุการณ์ ค่อนข้างจะรุนแรง ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเมื่อเหตุการณ์มันปะทะกันเกิดขึ้นนี่มีคน เข้าใจว่าไปเอาถังแก๊สจากร้านดวงดี ซึ่งเปึนร้านอาหารเอามาโยนใส่ยางรถยนต์ ซึ่งกําลัง ถูกเผาอยู่ แต่ว่าก็ยังโชคดีที่อย่างน้อย ๆ นะครับ รถดับเพลิงก็เข้ามาดับทัน แต่ว่าสิ่งที่ ทําให้พี่น้องประชาชนในซอย ๕ ทีแรกมันจะเกิดเฉพาะในซอย ๕ อย่างเดียวนะครับ ในซอย ๕ ที่เขาตกใจ ที่เขาเล่าให้ผมฟังนี่ ตอนหลังมาแม้กระทั่งเด็กอายุประมาณสัก ๑๐ กว่าขวบ ยังต้องออกมาต่อสู้และปัองกันตัวเองเลย นี่ครับ เด็ก ๆ ครับ เขาออกมา ช่วยกัน เพราะมีการตะโกนบอกว่า เผาให้หมด ทั้งซอย ๕ แล้วมันทะลุไปซอย ๗ ได้ เสียงในวีดิโอก็ชัดเจนนะครับ นี่คือ ต้นเรื่องที่มันจะทําให้เกิดความรุนแรงมาถึงซอย ๗ ในขณะนั้น เพราะคําพูดคํานี้อาจจะ พูดเพราะว่าเกิดจากความโกรธที่มีคนที่เขาลุกขึ้นมาต่อสู้ ซึ่งชาวบ้านเขากลัวเรื่องการเผา พอมีการปะทะกันเกิดขึ้นปุ็บ ความรุนแรงมันก็เริ่มเกิดขึ้น เพราะว่าคนภายในซอยเขาไม่มี อาวุธ แต่คนที่มาเห็นชัด ๆ คือมันมีไม้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเสียงป๋นที่มันดังขึ้นมันจะมาจาก ตรงจุดไหนไม่รู้ แต่ว่าหลังจากที่คนเขาลุกขึ้นมาต่อสู้ แล้วสามารถที่จะจับคนได้ ๑ คน ซึ่งเขาบอกกับผมว่าเขาจับส่งตํารวจ แล้วตอนหลังมาทั้งคนที่โดนจับและของที่ได้ก็คือ ระเบิดป่งปองตัวนี้ หายไปจากสถานีตํารวจ แต่ก็ไม่ว่ากัน ตอนนั้นผมไม่จับมาเปึน ประเด็น แต่ให้เห็นว่ามันมีความรุนแรงเกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่ผมห่วงที่สุด ณ วันนี้ เมื่อคืนผม ก็ยังไป ผมไปคุยกับญาติพี่น้องที่นั่น ผมออกมาก็ ๔ - ๕ ทุ่ม ผมพยายามจะคุย คุยหลาย ๆ คน คุยทั้งซอย ๕ คุยทั้งซอย ๗ คุยของพรรคพวกกันที่ผมเคยไปกินไปนอนอยู่ แล้วผมเชื่อว่าเขาไม่โกหกผม สิ่งที่น่าเปึนห่วงมากที่สุดก็คือ เรื่องการยิงสุเหร่า ผมตกใจ ตรงนี้ เพราะไม่ว่าจะยิงสุเหร่า ยิงวัด ยิงโบสถ์ ยิงในสิ่งซึ่งมันเปึนสิ่งที่พี่น้องแต่ละศาสนิก เขาถือว่าเปึนจุดศูนย์รวมของเขา ผมห่วงเรื่องนี้ ที่ห่วงเพราะว่ามันเคยเกิดขึ้นที่ปักษ์ใต้ มันเกิดขึ้นที่กรือเซะมาแล้ว และทําให้พี่น้องคนไทยต้องฆ่ากันอยู่ตรงนั้น ผมไม่อยากให้ เหตุการณ์อย่างนี้มันมาเกิดขึ้น จริง ๆ แล้วถ้าสมมุติถ้าผ่านมาก็ผ่านไปเสีย ผมเชื่อว่ามันก็ ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ความรุนแรงมันก็ไม่เกิดขึ้น เราอาจจะแสดงความไม่พอใจถูก ทหารปราบ ผมเองผมก็เคย เคยโดนลักษณะอย่างนี้ ถามว่าเจ็บช้ําน้ําใจไหม มันก็เจ็บ แต่ว่าไม่ควรจะเอาพี่น้องประชาชนมาเปึนที่รองรับในเรื่องของอารมณ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมกราบเรียน ณ วันนี้ สิ่งที่น่าเปึนห่วงอยู่ตอนนี้ก็คือว่า ในชุมชนเขายังไม่ไว้ใจ สถานการณ์ เพราะมีการพูดกันว่าจะกลับมาพร้อมกับจะมาเผามึงอีก นั่นแสดงว่ามัน ยังไม่จบ คําพูดคํานี้ นี่ผมนั่งคุยเมื่อคืนนี้ตัวนี้นะครับ เขาบอกว่าจะกลับมาเผามันอีก ทุกวันนี้เขาต้องตั้งหน่วยที่จะรักษาความปลอดภัยของตัวเอง ผมเห็นทหารอยู่ผมก็ไปคุย กับทหาร วันนี้เขาเอาทหารมา ผมถามว่าทําไมไม่เอาตํารวจ เขาบอกเขาส่งคน แล้วที่มี ระเบิดป่งปองที่จับได้ส่งให้ตํารวจแล้ว เขาบอกว่ามันหายไป เขาก็เลยไม่ค่อยมั่นใจ ผม บอกทางตํารวจเอง จริง ๆ แล้วเขาก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่เขาได้รับคําสั่ง จากผู้บังคับบัญชาได้ เขาบอกว่าวันนี้เขาขอทหาร เพราะว่าอย่างน้อย ๆ เขาบอกว่าทหาร ยังเห็นใจเขาอยู่ สิ่งที่เขาวิตกกังวลขอย้ําอีกทีหนึ่งนะครับว่า วันนี้เขายังไม่คลายเรื่อง ความวิตก เรื่องที่ไม่แน่ใจว่าเขาจะโดนอีกระลอกไหม ผมอยากฝากไปถึงคนที่มีส่วน เกี่ยวข้องทุกคนที่ฟังที่ผมพูดอยู่ในขณะนี้นะครับว่า ถ้าสมมุติว่ายังมีแนวความนึกคิดใน เรื่องการที่จะกลับไปทําอะไรที่มันไม่ถูกไม่ต้องอย่างที่เขาพูดให้ผมฟังเมื่อคืนนี้ว่า เขากังวลเขาห่วงเรื่องถ้าเกิดกลับมาอีกครั้งแล้วมาเผาบ้านเขา ตรงนั้นบ้านมันอยู่ติด ๆ กัน เลย แล้วยังมีบ้านไม้อยู่ แล้วคนส่วนใหญ่คนที่ซอยกิ่งเพชรเปึนคนที่มีทุกกลุ่ม ทุกเหล่า อยู่ที่นั่น เขาอยู่กันด้วยความสงบ ความนึกคิดอาจจะขัดแย้ง ส่วนหนึ่งอาจจะคิดว่า ในอดีต ผมถามเขาว่าทําไมเขาถึงแวะเข้ามา เขาสันนิษฐานว่าตรงนั้นแต่ก่อนมีเสื้อเหลืองเยอะ ผมก็ถามเขา มันเสื้อเหลืองทั้งหมดเลย หรือเปล่า เขาบอก ไม่ใช่ เขาเอง ณ วันนี้มีหลากสีอยู่ตรงนั้น มันเปึนเพียงแนวความนึกคิด ที่มันอาจจะไม่ตรงกันบ้าง แต่ว่าเขาไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน เขาอยู่กันด้วยความสงบ มันมีภาพที่ยิงมัสยิดที่สุเหร่า คือภาพนี้นะครับ ข้างบนมีรอยโบ๋เลย ผมถามว่า เอ๊ะ ทําไม เขายิง เขาเข้าไปข้างในไหม เขาบอก ไม่เข้า ที่ไม่เข้าเพราะว่าเขาป่ดประตูทันหลังจากที่ เขาสวดมนต์เสร็จแล้ว เขาป่ดประตูทัน แต่มันมีคนอยู่ข้างบนนะครับ ซึ่งเปึนคนที่อยู่ ประจําที่สุเหร่าก็ เข้าใจว่าอาจจะมองไปเห็นคนข้างบนก็คิดว่าอาจจะเปึนอันตรายกับคน เสื้อแดงก็ได้ เขาคิดอย่างนี้นะครับ เขาก็เลยยิงขึ้นไปข้างบนแล้วไปโดนกระจกตัวนี้ คนที่ออกมาพูดมาให้ปากคํา เมื่อคืนผมก็มีโอกาสคุยกับทางคณะกรรมการของมัสยิดนะครับ เขาบอกว่าเขาไม่ให้สัมภาษณ์อีกแล้ว เพราะว่าให้สัมภาษณ์ไปสิ่งที่เขาพูดเวลาเอาไปลง เขาบอกมันไม่ตรงตามที่เขาพูดไป คนที่เปึนอิหม่ามก็คือคนเปึนผู้นําในสุเหร่านั้น ในสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจนั้น ถ้าเปึนพระก็เหมือนเจ้าอาวาส เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่มัน เกิดขึ้นกับสถานที่ที่เขาเปึนผู้นําอยู่นี่เขาต้องออกมา เวลาสัมภาษณ์ก็ต้องสัมภาษณ์คน คนนั้นนะครับ ผมฟังเมื่อคืนนี้แล้วผมเชื่อว่าไม่มีการสร้างภาพ ไม่มีการจัดฉาก เปึนเรื่องของคนที่มีปัญหาที่ผ่านไปแล้วคิดว่าชุมชนนี้เปึนชุมชนของฝ์ายตรงข้ามกับตัวเอง ท่านประธานครับ ผมค่อนข้างจะวิตกห่วงใยแต่ว่าก็ยังโชคดีนะ ผมดูวีดิโอแล้วมีกลุ่มญาติ พี่น้องผม ซึ่งทางภาคอีสานผมดูแล้วแท็กซี่น้อยมาก ที่ผมเห็นในวีดิโอมีประมาณสัก ๒-๓ คัน ผมดีใจนะ ดีใจที่ว่าอย่างน้อย ๆ พี่น้องส่วนหนึ่งซึ่งมีความขัดแย้งกันอยู่ไม่ได้ไป สมทบตรงจุดนั้น จะเปึนเรื่องของคนซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเปึนคนซึ่งมาจากไม่ไกลนัก เปึนเรื่อง ของตัวบุคคล ก่อนที่จะเข้าที่ซอย ๗ ถูกไล่มาจากซอย ๕ มีการปะทะกัน มีการขว้างปากัน แล้วก็ในซอย ๕ เขามีร้านรวงโดนตีแตกหมดล่ะ แต่มันมาหนักตรงซอย ๗ พอถูกไล่มาจาก โน่นแล้วมาถึงซอย ๗ ปรากฏว่าที่มาจากทางประตูน้ํามาสมทบ พอมาสมทบปุ็บมันก็ กลายเปึนกําลังซึ่งมันมากขึ้น ทีนี้เข้าซอย ๗ เลย เริ่มจากไล่ทุบข้างหน้าแตกระเนระนาด ตรงนั้นยังไม่เท่าไรครับ ไปเผารถอีก เผารถมอเตอร์ไซค์ ตีรถเขาแตกละเอียด มีภาพ ทั้งหมดครับ และภาพคนตีก็มี แต่ผมไม่อยากเอามาโชว์เพราะไม่อยากสร้างความขัดแย้ง แต่ให้เห็นว่าลักษณะอย่างนี้มันเกิดจากเรื่องของบันดาลโทสะ ย้ําอีกทีไม่ใช่การจัดฉาก แน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่อยากจะฝากพี่น้องผู้ที่มีความขัดแย้งก็คือว่า ณ วันนี้ชาติ บ้านเมืองผมว่ามันจะล่มสลายกันนะ ถ้าเราไม่ช่วยกัน ถ้าเรายังมีความขัดแย้งอย่างนี้อยู่ เอาเรื่องบ้านผมเลยวันนี้มีผลกระทบอย่างไร เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องแท็กซี่ เมื่อเช้านี้ผมมี โอกาสได้คุยกับพี่น้องซึ่งเปึนคนขับแท็กซี่ เฉพาะเพราะบ้านผมวันนี้ในจังหวัดยโสธรเริ่มมี ผลกระทบแล้ว ผลกระทบเรื่องอะไรครับ เรื่องของความขัดแย้งระหว่างสีกับสี ในบ้าน เดียวกันแท้ ๆ สมัยก่อนมีงานบุญช่วยกันหมดเลยทั้งบ้าน หัวบ้านท้ายบ้านช่วยกันหมดเลย แต่ ณ วันนี้ บอกเสื้อแดงทําบุญ กลุ่มหนึ่งไม่ชอบเสื้อแดงกูก็ไม่ไป อ้ายกลุ่มที่บอกไม่ชอบเสื้อแดง ทําบุญ กลุ่มเสื้อแดงก็ไม่ไป ผมบอกถ้าอย่างนี้ละนะบ้านเมืองมันไปไม่รอดหรอกครับ เพราะอะไร เพราะความสามัคคีไม่เกิดขึ้นเลย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่าน พูดตลอดเวลา ทําไมไม่คิดเรื่องพระราชดํารัสของพระองค์ท่านมาใส่สมองบ้าง ประเทศชาติจะอยู่ได้มันต้องมีความสามัคคี ถ้าเกิดความขัดแย้งในชุมชนในหมู่คนถามว่า มันจะมีความสุขได้อย่างไร ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมมีรูปเยอะแยะ เดี๋ยวผมจะฝาก ท่านประธานอย่างน้อย ๆ ได้เห็นว่าความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้นมันเหมือนกับคนซึ่งมันต่าง อารมณ์กัน ผมเองผมก็โดนมาสมัยเสื้อเหลืองขึ้น เขาก็หาว่าผมเปึนเสื้อแดง พอเสื้อแดง ขึ้นก็หาว่าผมเปึนเสื้อเหลือง ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองเปึนอะไร เขาถามผมใส่เสื้อสีอะไร ผมบอก ผมใส่เสื้อสีธงชาติพอแล้ว ผมเอาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเปึนที่ตั้งพอแล้ว ผมสบายใจ ผมมีโอกาสทํางานให้กับทุกกลุ่มไม่ใช่เลือกทํางานฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง ไม่ใช่ วันนี้สิ่งที่ต้องการเห็นก็คือเรื่องความสามัคคี ท่านประธานครับ เมื่อเช้ามีโอกาสนั่งคุยกับ กลุ่มแท็กซี่ เพราะว่าคราวนี้กลุ่มแท็กซี่ค่อนข้างที่จะถูกกล่าวหาค่อนข้างเยอะว่าเปึนคนที่ ทําให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น มันไม่ทั้งหมดละครับ กลุ่มแท็กซี่ส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นชอบกับการที่จะใช้ความรุนแรง เพราะคนขับแท็กซี่คือคนทํามาหากิน ที่บ้านไร่ นามันไม่มีน้ํา ภัยแล้งเข้าฝนไม่ตก มีที่นาก็เหมือนไม่มี ก็ต้องเข้ามาทํามาหากินในเมืองที่ มันเจริญแล้ว ส่วนหนึ่งก็มาขับแท็กซี่กัน พอมีเงินมีทองหน่อยก็ซื้อแท็กซี่เปึนของตัวเอง ถ้าเงินทองไม่มีก็เช่าแท็กซี่ พอเหตุการณ์ตรงนี้เกิดขึ้นปุ็บนี่ ผมถามว่าวันนี้มีผลกระทบ อย่างไรบ้าง คุยให้ฟังหน่อยสิ เราจะช่วยกันแก้ไขปัญหามันจะแก้กันอย่างไร ขอข้อมูล หน่อยว่ามันมีผลกระทบอย่างไร เขาบอกวันนี้สิ่งที่เขาเห็นชัดเลย ผู้โดยสารมีความรู้สึก ไม่ดีต่อแท็กซี่ ซึ่งก็กราบเรียนไปถึงพี่น้องที่ฟังอยู่นะครับว่า จริง ๆ แล้วแท็กซี่เองก็ไม่ใช่ว่า ต้องการสร้างความรุนแรงนะครับ เพียงแต่บางครั้งความที่เชื่อในตัวผู้นําเขาพาไปไหน ก็ไปกัน ลุยก็ลุยกันนะครับ แต่ว่าวันนี้ที่เขามีความรู้สึกก็คือว่าคนที่ขึ้นรถวันนี้มีความรู้สึก ที่ไม่ค่อยดีต่อกลุ่มพี่น้องแท็กซี่
อันที่ ๒ ก็คือผู้โดยสารใช้บริการแท็กซี่น้อยลง หันไปใช้บริการสาธารณะ ประเภทอื่นแทน ก็ทําให้รายได้เขาลดลง ผมถามเมื่อเช้าว่าในอดีตที่ผ่านมาเอาสักเดือน ที่แล้วนี่นะครับ เขามีรายได้วันหนึ่งมันพอจะจุนเจือครอบครัวอย่างไรบ้าง เขาบอกเขาก็พอ เหลือ วันไหนโชคดีหน่อยก็ได้เปึน ๑,๐๐๐ บาท วันไหนโชคไม่ดีก็ได้ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท แต่ว่า โดยถัวเฉลี่ยแล้วเดือนหนึ่งก็ยังพอมีเงินเก็บประมาณสัก ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท พอส่งทาง บ้านได้ แต่ ณ วันนี้หลังจากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น วันนี้แม้กระทั่งค่าเช่ามันก็ดึงหน้าดึงหลัง กันอยู่ และโดยเฉพาะแท็กซี่ที่รับ พอพูดภาษาอังกฤษได้รับผู้โดยสารจากต่างประเทศ วันนี้กระทบมากครับ รายได้มันลดลงเห็นชัดเจน ชาวต่างชาติเองวันนี้ก็เริ่มหายไป เขาเคย ไปเอาแท็กซี่ไปจอดแถววัดชนะสงคราม แต่ก่อนมันก็พอรับได้ บางทีก็โฉบไปสนามบิน สุวรรณภูมิบ้างนะครับ ก็พอที่จะได้ผู้โดยสาร พอที่จะมีเงินรับคนต่างชาติไปพัทยา เที่ยวหนึ่งก็ได้ที ๒,๐๐๐ บาท แต่ ณ วันนี้มันเริ่มหายไปแล้ว นี่คือผลกระทบที่เขาบอกกับ ผมเมื่อเช้านี้ นักท่องเที่ยวลดลงทําให้รายได้น้อยลงไปด้วย นี่คือผลกระทบที่มันชัดเจน มาก ณ วันนี้ ผมก็ถาม พอดีมีพวกกันผมมีพวกกันและอยู่แถว ๆ ที่มันเกิดเหตุตรงซอย ๗ ด้วย ผมมีพวกกันเปึนเจ้าของอู่ ผมถามบอก เฮ้ย ช่วงนี้เปึนอย่างไรบ้าง เขาบอกวันนี้คนขับรถแท็กซี่บางส่วนเกรงกลัว เรื่องของความผิด เดินทางกลับไปบ้าน ไม่มาขับรถ ทําให้รถจอดในอู่มากขึ้น เจ้าของอู่ ขาดรายได้จากการให้เช่า เพราะเหตุการณ์นี้ ก็กลัวมีความผิด พอมีความผิดก็กลับ บ้านเลย รถที่มีคนเช่าเปึนประจํานี่ไม่มีคนเช่า รายได้ของเจ้าของอู่ก็ลดลงไปโดยปริยาย มีรถแท็กซี่ของเจ้าของอู่เสียหายจํานวนหนึ่ง อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อจะขอให้ทาง ส่วนราชการเข้าไปช่วยเหลือ วันนี้ไม่มีใครรับผิดชอบ มันจะรับผิดชอบได้อย่างไร ก็คนที่ เช่าหนีหมดแล้ว เขาก็ต้องมาจ่ายเอง ต้องซ่อมเองวันนี้ นี่ก็คือผลกระทบอีกอันหนึ่งสําหรับ คนที่เปึนเจ้าของอู่ สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของภาพลักษณ์ของชาวต่างชาติ ซึ่งคนขับแท็กซี่ เขาเล่าให้ฟัง คนที่เขาสามารถพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง เขาบอกว่าแท็กซี่เปึนกลุ่มคนที่ ก่อการจลาจล ทําให้เกิดความรุนแรงจึงไม่กล้าใช้บริการเพราะเกรงกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย และนี่คือภาพที่มันสะท้อนให้เห็นว่า เหตุการณ์ ณ วันนี้ไม่ได้สร้างความดีอะไรให้เกิดขึ้น เลย มันมีแต่ความเสียหาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของบุคคลต่อบุคคล ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ อาชีพที่ตัวเองทําอยู่ มีผลกระทบทั้งหมด ผมเลยคุยกับเขาว่าถ้าสมมุติว่าถ้าเหตุการณ์ยัง ไม่ปกติสุขจะทําอะไรกันกิน เขาบอกเขาอยากกลับบ้าน พรรคพวกส่วนหนึ่งบอก อยาก กลับบ้าน น้องนุ่งส่วนหนึ่ง ลูกหลานส่วนหนึ่งบอกอยากกลับบ้าน กลับบ้านยังมีข้าวให้กิน ยังมีบ้านให้อยู่ แต่ถ้าอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วเหตุการณ์ในอนาคตไม่รู้จะจบอย่างไร การทํามา หากินไม่รู้จะดําเนินชีวิตตัวเองอย่างไร อยากกลับบ้าน แต่พอจะกลับบ้านแล้วเขาจะทํามา หากินอย่างไร ผมก็เลยอยากฝากเรื่องนี้ และผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านมองเห็น ปัญหา ผมอยากฝากเรื่องอาชีพ ขอพูดเรื่องนี้สักนิดหนึ่งนะครับ อย่างน้อย ๆ ให้พี่น้อง ประชาชนที่เขาฟังอยู่ให้เขามีความหวัง คนอีสาน ณ วันนี้นะครับ อาชีพหลักคืออาชีพ เกษตร ผมเชื่อว่าถ้าสมมุติว่าคนที่ทําการเกษตรมีน้ํา น้ําก็สามารถประกอบอาชีพได้ เขาจะกลับบ้านเพื่อทํามาหากินที่บ้าน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวก็ได้ และผมเชื่อว่า ถ้ารายได้เขาดี มีน้ํา มีอาชีพ มีรายได้ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้มันอาจจะลดลง แม้กระทั่งเรื่องการจราจรด้วย ผมกับ ส.ส. พิกิฏ ศรีชนะ ที่จังหวัดยโสธร เราก็เลยมา นั่งคุยกันว่าทําอย่างไรจะผลักดันเรื่องน้ําได้ เพราะถ้าใช้งบปกติ อย่างป้นี้ของ กรมชลประทานมีงบอยู่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๕ จังหวัดบวก ๑ กรุงเทพฯ ทําอย่างไรก็ ตามแต่งบประมาณมีนิดเดียว ถ้าจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําต้องทําเปึนระบบ ต้องกู้อย่าง เดียว จําเปึนต้องกู้ อย่างจังหวัดยโสธรบ้านผม ผมเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ํา ของ ๕ จังหวัด ของจังหวัดยโสธรด้วย ใช้ป้หนึ่งประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท สัก ๑๐ ป้ วันนี้น้ําท่วมจ่ายไปจังหวัดยโสธรจ่ายไป ๔๖ ล้านบาท ภัยแล้งขอ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเซ็นไปให้แล้ว ขอบพระคุณครับวันนี้เขาก็โทรมา แต่ผมตามแล้วที่ สํานักงบประมาณ เขากําลังดําเนินการให้ อีก ๒๗๖ ล้านบาท ฟรี ๆ โดยที่จ่ายเงิน ๓๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐๗ ล้านบาท จ่ายไปฟรี ๆ ไม่ได้แก้ไขปัญหาเลย แต่ถ้าเพิ่มอีก ๗๐๐ ล้านบาท เปึน ๑,๐๐๐ ล้านบาท เราสามารถที่จะสร้างระบบชลประทานให้กับเขา ได้ เพราะฉะนั้นความขัดแย้งมันจะได้เลิกกันเสียที ความขัดแย้งวันนี้ที่มันเกิดขึ้นส่วนหนึ่ง ก็เพราะว่ามีคนไปปลุกไปปัืนกัน บางทีก็เสื้อเหลืองขึ้นบ้าง เสื้อแดงขึ้นบ้าง ปวดหัวตาย เลยนะครับ แต่ถ้าเมื่อไรเราหยุดพูดเรื่องนี้ หยุดเสียทีได้ไหม เราพูดเรื่องทํามาหากิน เรื่องปากท้องพี่น้องประชาชน หยุดทะเลาะกัน แล้วพอเลือกตั้งใครชอบใครก็ค่อยว่ากันนะครับ อย่างนี้บ้านเมืองจะสงบ แต่ถ้ายังเอาเรื่อง เดิมมาพูดกันอยู่นี้อย่างไร ๆ มันก็ทะเลาะกันไม่เลิกนะครับ ก็ฝากท่านประธานสภาไปถึงผู้ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่เรื่องของสุเหร่าพญาไท ผมก็จะมอบซีดีพร้อมกับรูปที่พอที่จะเปึน ประโยชน์ให้ท่านประธานได้พิจารณานะครับ แต่ว่าผมขอย้ําอีกทีว่าที่นั่นไม่มีเสื้ออะไร ที่ไปทําให้พี่น้องเกิดความเข้าใจผิด ไม่มีการสร้างภาพ ไม่มีการจัดฉาก ของจริง ๆ ทั้งนั้นนะครับ มันเปึนอย่างนั้น แต่ผมรู้ว่ามันเปึนเพราะอารมณ์นะครับ ก็ฝากผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกคน ถ้าหยุดได้ก็ขอหยุดเถอะ หยุดเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หยุดเพื่อพ่อของ แผ่นดินครับ ผมเชื่อว่าคนที่เปึนพ่อของแผ่นดินเห็นลูกทะเลาะกันพระองค์ท่านไม่สบายใจ ละครับ แต่ว่าถ้าจะทําเปึนกุศลให้กับพระองค์ท่าน ผมว่าพวกเราหันหน้ามาหากันแล้วยุติ เรื่องทั้งหมดให้มันได้ แล้วก็เราเริ่มดําเนินชีวิตของเราแก้ไขปัญหาให้กับพวกเรา ผมว่า อย่างไร ๆ ก็ทนเอานะครับ มันต้องทน ถ้าสมมุติมันไม่เปึนเหมือนที่ตัวเองคิด อยากได้แล้ว มันยังไม่ได้ อยากเปึนมันยังไม่เปึนก็เอาไว้เลือกตั้งคราวหน้า ก็ทนอีกนิดหนึ่ง วันนี้ รัฐธรรมนูญจะแก้ ไม่แก้ มันอยู่ที่สภาเรานี่นะครับ จะแก้ไม่ใช่ว่าแก้พรุ่งนี้ มะรืนนี้ มันต้อง มาดู ต้องถามพี่น้องประชาชนด้วย นี่ผมเปึนกลาง ๆ เลยนะครับ จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญ บางมาตราผมก็อยากให้แก้อย่าง มาตรา ๒๖๖ อย่างนี้มันมาลิดรอนสิทธิผม สมัยก่อนผม กับส่วนราชการเราทํางานร่วมกัน ณ วันนี้เราไม่รู้ว่าเราไปขอร้องส่วนราชการบอกให้ทํา โครงการให้หน่อยเปึนการก้าวก่ายผิดมาตรา ๒๖๖ หรือเปล่า อย่างนี้ผมก็อยากให้แก้ แต่ว่าก็ต้องถามพี่น้องประชาชนด้วยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูว่าอันไหนมันดีเก็บไว้ อันไหนไม่ดีก็เปลี่ยน ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่มันสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ละครับ ไม่มี ครับ ใช้ไปแล้วส่วนหนึ่งระยะเวลาหนึ่งพอมันล่วงเลยไปปุ็บเห็นข้อบกพร่อง เราก็มาพูดมา คุยกันว่าจําเปึนต้องแก้นะ แก้จะแก้อย่างไร ใครได้ประโยชน์ สูงสุดพี่น้องประชาชนต้องได้ ประโยชน์นะครับ ก็ขอฝากท่านประธานไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ต่อไปเชิญ ท่านสถาพร มณีรัตน์ ครับ
ท่านครับ พันตํารวจโท สมชาย ใช่ไหมครับ หรือใครครับ ท่านเรียกใคร ครับ ขออนุญาตครับ
ท่านสถาพรครับ
ท่านสถาพรหรือครับ
ครับ
ท่านมีชื่อผมหรือเปล่าครับ
ก็มีครับ เดี๋ยวท่าน
ไม่เปึนไรครับ ท่านสถาพรก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมตามหลังได้ไม่เปึนไร ครับท่านประธานครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิก รัฐสภา และในนามของพี่น้องประชาชนซึ่งเข้าร่วมการชุมนุม และอีกมุมหนึ่งในฐานะ ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่เช้ามานั้นเราได้มีการ นําเสนอเฉพาะภาพของกรุงเทพมหานคร วันนี้กระบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้นมัน ไปทั้งแผ่นดินแล้วครับ ที่เขาบอกว่าแดงทั้งแผ่นดิน เราลืมนึกไปว่าสิ่งที่เขาเคลื่อนไหว เข้ามากรุงเทพมหานครนั้นมันมีรากเหง้าครับ เราอย่าลืมว่ารากหญ้าของพวกเรานั้นตั้งแต่ เกิดการปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายนนั้น พี่น้องรากหญ้าของเรานั้นลําบากมากครับ ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ สิ่งเหล่านั้นได้สะสมมา เพราะ เราลืมไป ว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคือประชาธิปไตยที่ทําให้พี่น้องลืมตาอ้าปากได้ เขาคิด คํานึงว่าสิ่งที่เขาเคยได้เคยมี เคยมีศักดิ์ศรีอยู่ในสังคม เคยทํากระบวนการทุกอย่างโดย นโยบายของรัฐ เขาถูกตัดรอนนะครับ บางคนก็บอกว่าเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บางคนก็ถูกกล่าวหาว่าการเมืองที่มาของรัฐบาลไม่ชอบธรรม แต่เราลืมไปว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ให้สิทธิชุมชน ให้สิทธิพี่น้องประชาชน อย่างมากมายมหาศาล เราไปมัวแก้กันว่าเราจะประกาศกฎอัยการศึกอย่างไร จะใช้ พ.ร.ก. กดหัวพี่น้องเราอย่างไร แล้วก็คิดว่ากรุงเทพมหานครถ้าเราประกาศแล้วเราจะได้ทั้ง แผ่นดิน เราคิดได้แค่นี้ครับ เรานึกว่ากรุงเทพฯ คือประเทศไทย ไม่ใช่ครับ ท่านประธานที่เคารพ กรุงเทพฯ เปึนเพียงส่วนหนึ่งที่เสนอความขัดแย้งให้สื่อให้ทั่วประเทศเห็น แค่นั้นเอง แต่ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางความเชื่อถือ ความขัดแย้ง ในเรื่องของระบอบประชาธิปไตยนั้นมันไปทั้งแผ่นดินครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองนั้นในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าไปอยู่กับพี่น้องประชาชนและได้รับ ฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนนั้น วันนี้พี่น้องประชาชนหลายภาคส่วนคิดเกินกว่า นักการเมืองแล้วครับ เขาคิดไปไกลกว่านักการเมืองอย่างพวกเราหลายเท่าครับ เขาคิดถึง การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เปึนธรรม เขาคิดถึงกระบวนการทางการเมืองที่ได้มาจาก อํานาจที่เขาเลือกเข้ามาแล้วกลับไม่ใช่ที่เปึนตัวแทนอย่างแท้จริงของเขา นี่ต่างหากคือ รากเหง้าของความขัดแย้ง มันไม่ใช่สีแดงหรือสีเหลือง แต่สิ่งที่เขาทนไม่ได้ก็คือเรื่องของ ๒ มาตรฐาน ท่านครับ ท่านได้เข้าสู่อํานาจ แต่ท่านค่อนข้างที่จะเฉื่อยชากับเสื้อเหลือง ไม่ว่าการบุกยึดสนามบิน การดําเนินคดี การบุกยึดทําเนียบ ท่านพยายามที่จะหลีกเลี่ยง นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากมาเลยนะครับ พยายามที่จะไม่พูดถึงสิ่งเหล่านั้น เสมือนหนึ่งว่าสมานฉันท์และเสมือนหนึ่งว่ารู้กันกับกระบวนการของเสื้อเหลือง นี่คือ ความรู้สึกจริง ๆ ครับ ผมเองนั้นก็พยายามอธิบายกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดว่าเรา เปึนนักการเมืองอันไหนคือความถูกต้องเราก็อยู่ส่วนนั้น แต่พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งเขาก็ เถียงว่า ท่านได้อํานาจมาโดยไม่ถูกต้อง เราจําเปึนที่จะต้องเข้ามาเพื่อที่จะชี้ให้รัฐบาล เห็นว่ายุบสภาเถอะ คืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนเถอะ เขาปรารถนาแค่นั้นละครับ ส่วนการโฟนอิน ส่วนการป่ดดีทีวี ส่วนป่ดวิทยุชุมชนในฝ์ายของเสื้อแดงนั้น นั่นเปึนเพียง องค์ประกอบความชอบธรรมที่ท่านอ้างเพื่อใช้อํานาจต่อท่ออํานาจของท่านให้อยู่ยืนยง คงกระพันต่างหาก ท่านประธานที่เคารพ นี่เปึนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนจริง ๆ เรา จําเปึนต้องเอาความจริงมาพูดกันครับ ถ้าวันนี้เราเรียกร้องความสมานฉันท์ แต่เรายัง ไม่เอาความจริงมาพูดกันมันก็เปึนความเหนื่อยเปล่าครับ แล้วเราก็จะอยู่บนซากน้ําตา ซากศพ ซากเลือด เราก็จะแสวงหาอํานาจกันอย่างนี้เปึนวัฏจักร จากป้ ๒๕๑๕ ป้ ๒๕๑๖ มาป้ ๒๕๑๙ มาป้ ๒๕๓๕ แล้วก็มาป้ ๒๕๕๒ ได้อํานาจ แล้วก็ยึดอํานาจ ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้พวกเราเข้ามาสู่อํานาจ แล้วก็ขัดแย้งกันเอง วันนี้พี่น้องประชาชนเขา ไม่ยอมนะครับ เขาจะลุกขึ้นมาทวงถามการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เขาต้องการอํานาจของเขาคืนครับ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานสภาผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีคิดถึงการยุบสภาเถอะครับ แล้วชูนโยบายมาสู้กันใหม่ ใครชนะพี่น้อง ประชาชนเลือกมาแล้วก็ต้องยอมครับ ก็ต้องยอมให้เขาบริหารจัดการประเทศ เราเลิกใช้ วิธีการที่ไปฉกชิงวิ่งราวแต่ละฝ์าย แต่ละส่วนเพื่อต้องการเสียงอํานาจในรัฐสภาแห่งนี้ พี่น้องครับ ผมเองนั้นแปลกใจครับ ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์นี้อยู่ที่พัทยาครับ เสื้อนี้ ซูมด้วยนะครับ ทีวี ช่อง ๑๑ เสื้อนี้ท่านรัฐมนตรีบุญจงถือเมื่อวันอภิปรายวันหนึ่งกับ เสื้อนี้ที่พัทยาครับ เหมือนกันเลยครับ ทําให้พี่น้องประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่าชุดสีน้ําเงิน ที่ผ่านมาที่พัทยานั้น มีการจัดฉากกันหรือเปล่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านต้อง รับผิดชอบครับ เพราะตรงนั้นคือสถานการณ์ที่เปึนจุดน้ําผึ้งหยดเดียว คล้ายกันเหลือเกินครับ ท่านครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าเมื่อกระบวนการของเสื้อแดงที่เขาเดินทางไปสู่จังหวัดชลบุรีไปที่ พัทยา ซึ่งนําโดยนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นั้น ก็เปึนการต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างปกติ สงบ และเป่ดเผย เพียงแต่ต้องการไปยื่นหนังสือให้ตัวแทนได้รับทราบว่ารัฐบาลนั้นไม่ชอบ ในการที่จะจัดการประชุมอาเซียน เขาต้องการอย่างนั้นจริง ๆ แล้วในทางสากลนี่การยื่น หนังสือก็ถือว่าเปึนเรื่องปกติครับ การประชุมจี ๗ การประชุมอาเซียน การประชุมที่ไหน ทั่วโลก เมื่อพี่น้องประชาชนไปยื่นหนังสือแล้วก็จบครับ เปึนการนําเสนอทางกระบวนการ ในการต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่มันนอกเหนือกว่านั้นครับท่านครับ นี่ครับคือ ท่านระแวงมวลชน หวาดระแวงกันจนเกินไป มีการวางแผนที่จะปราบเสื้อแดง โดยคิดว่า คนกลุ่มนี้เปึนผู้ที่ก่อความไม่สงบจะทําให้ประเทศชาติเสียหาย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจําภาพนี้ได้ไหมครับว่าค่ําคืนวันนั้นท่านได้มีการวางแผนร่วมกัน คนใส่หมวก ท่านเนวินครับ คนที่ชี้คือท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วคนที่เปึนทหารพรางนี่เก่งนักจับ พี่น้องประชาชนมือเปล่านี่ เสธ. ทหารครับ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ เก่งนัก กับประชาชนคนไทยด้วยกันนี่ นี่ครับท่านจําได้ไหมครับ ถ้าคิดแล้วนึกว่าเปึน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นะครับ นี่ครับ นี่คือการเกิดเมื่อมีการสลายม็อบ มีการลุกฮือกันที่พัทยา ท่านประกาศภาวะฉุกเฉิน และมีการจับอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับ จตุพร พรหมพันธุ์ ไปกักขังไว้ในที่ไหนไม่อาจทราบได้ พี่น้องประชาชนในการชุมนุมก็จําเปึนที่จะต้อง เรียกร้องครับ ขบวนการก็เกิดความเครียดก็จําเปึนที่จะต้องยกระดับการต่อสู้ ตรงนี้ผม ต้องถามว่าความรับผิดชอบของรองนายกรัฐมนตรีจะเปึนอย่างไรที่เกิดตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากที่ท่านประกาศภาวะฉุกเฉินหรือ พ.ร.ก. ความมั่นคงที่ พัทยาแล้ว พี่น้องประชาชนของเราส่วนหนึ่งก็กลับ แต่ก็ยังถูกหลายส่วนซึ่งเปึนบางภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ภาพเหล่านี้เพื่อน ๆ ของผมก็ได้โชว์ให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็นแล้ว หลังจาก ที่มีการอันนั้นพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็มีการบุกแสดงออกทางการเมืองด้วยเจตนา บริสุทธิ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือการชุมนุมทางการเมืองอย่างเป่ดเผยปราศจากอาวุธ และมีการดําเนินกิจกรรมทางการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลอย่าใช้ความรุนแรง อย่าใช้ ความรุนแรงกับพี่น้องชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่เสียงพี่น้องมวลชนในต่างจังหวัดแผ่วเบา เหลือเกินครับ ฝ์ายความมั่นคงอ่านจากรายงานท่านอ่านผิดๆ ถูกๆ หรืออาจจะถูกกดดัน ว่าจะต้องย้ายนายตํารวจ ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ย้ายข้าราชการที่ปล่อยให้มีการชุมนุม ในศาลากลางหรือเขตศาลากลาง มีความกดดันทุกอย่างครับ ผมเองห้วงเวลานั้นผมได้ ขออนุญาต ผมกลับพื้นที่ ผมได้เห็นความอึดอัดของพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะที่จังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเปึนการชุมนุมสงบ เป่ดเผย และไร้ซึ่ง อาวุธใดๆ ทั้งสิ้น อึดอัดครับ แต่จังหวัดภาคเหนือและทั่วประเทศด้วย ใส่เสื้อแดงออกมา จากบ้านมาฟัง ดีสเตชั่น มาฟังว่าพวกเราอยู่กันอย่างไร สุดท้ายครับ สิ่งที่เขาแค้นกว่านั้นคือท่านป่ดวิทยุชุมชนและดีสเตชั่น ซึ่งเปึนการสื่อสาร ๒ ทางที่ชัดเจนที่สุด อีกฝ์ายหนึ่งไม่พอใจเสื้อแดงก็ไปดู เอเอสทีวี ไปดูช่อง ๑๑ ไปดู รวมการเฉพาะกิจที่มีทหาร ๑ คน แล้วก็มีหมอ ออกแล้วออกอีก ฝ์ายที่เขาอีกฝ์ายหนึ่ง ที่เขากลาง ๆ เขาก็ดูทุกช่อง แต่พอดีทีวีเปึนจอดํา วิทยุชุมชนถูกทหารค้น ตํารวจค้น ยึด แล้วชาวบ้านท่านลองคิดดูสิครับ อยู่ ๆ สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้น เขามีวิจารณญาณนะครับ เขาไม่ได้ก่อความรุนแรงอะไรเลย เขาก็มานั่งฟังกันอย่างสงบ เขาก็ออกมาท้องถนนสิครับ ท่านครับ นี่ในต่างจังหวัดนะครับ ในกรุงเทพมหานครไม่ต้องคิดว่ามันจะรุนแรงกันขนาด ไหน เขาก็ออกถนนสิครับ เมื่อออกถนนคนมันเยอะนี่ครับ ท่านจะให้ทําอย่างไร ท้องถนน คือที่สาธารณะ ถ้าอยู่ศาลากลางนี่ความเครียดมี ความเสี่ยงที่จะเผาศาลากลางก็จะเกิดขึ้นครับ ความเสียหายมันจะเกิดขึ้นเพราะเปึนศูนย์อํานาจรัฐส่วนหนึ่ง เพราะท่านไปป่ดดีทีวี ไปป่ดวิทยุชุมชน เอาทหาร ตํารวจเข้าตรวจค้น ทั้ง ๆ ที่ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไม่ได้ควบคุม ในจังหวัดนั้น ๆ เลยครับ พอเราเอาพี่น้องประชาชนมาบนท้องถนน ท่านก็ออกหมายจับ หมายเรียก ผมก็โดน โดนไป ๒-๓ โรงพัก เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตีข่าวใหญ่โตหมด หาว่าอย่างโน้นอย่างนี้ นี่คือการสื่อสารทางเดียวครับ ท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้เราสื่อสารทางเดียว แน่จริงท่านยกเลิก พ.ร.ก. เย็นนี้สิครับ เป่ดดีสเตชั่นสิครับ เป่ดวิทยุชุมชนสิครับ แล้วให้ประชาชนตัดสิน ไหนว่าประชาชนมา ก่อนล่ะครับ ไหนว่าประชาชนมาก่อนล่ะครับ หรือประชาชนมาก่อนแล้วนั่งรอท่านบริหาร ประเทศ พฤติปฏิบัติของพวกเรานักการเมืองมันเห็นกันครับ ก่อนได้อํานาจกับหลังได้ อํานาจนี่ไม่นานเลยครับ ๓-๔ เดือนเห็นกันเลยครับ ผมเองนั้นเข้าใจครับ การต่อสู้ความ คิดเห็นความต่างทางการเมืองเราผ่านมาหมดแล้วครับ แต่ครั้งนี้มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เยอะแยะครับ ท่านมองเสมือนหนึ่งว่ากลุ่มชนสีแดงนั้นมันไม่มีเส้น เปึนไพร่ เปึนคนชั้นต่ํา เสียงไม่ดังละครับ เดี๋ยวโดนทหารเอาท๊อปบู๊ต (Top boot) เข้ามาเหยียบเขาก็กลับ ท่านกําลังประเมินสถานการณ์พี่น้องของผมพลาดแล้วครับ วันนี้พี่น้องของผมคิดไกลกว่า พวกเราเยอะครับ เขาคิดถึงขั้นอยากจะจัดการบริหารงบประมาณแบบอิสระด้วยซ้ําไป เขายังมองว่างบประมาณที่จะกู้แล้วมาถมที่กรุงเทพฯ เกือบ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่ได้ ประโยชน์อะไรเลย แต่ลูกหลานเขาต้องมาแบกรับภาระ ส่งข้าราชการจากส่วนกลางไป เสวยอํานาจ กดขี่ข่มเหงเขา แล้วก็กลับมาเสพสุข มาเปึน ผบ.ทบ. มาเปึนปลัดกระทรวง มาเปึนอธิบดี ก็สร้างความยากจนของเขาทั้งนั้น วันนี้พี่น้องของเราคิดไปไกลแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่คิดเพียงแต่ว่าจะเปึนสีแดง สีเหลือง หรือไม่คิดเพียงแต่จะยุบสภา คิดไปไกลกว่านั้น ผมไม่อยากจะให้พี่น้องเราต้องเตลิดเป่ดเป่งไปมากกว่านั้นครับ เป่ดเวที ให้พวกเราเถอะ ไม่ยุบสภา ก็ยกเลิก พ.ร.ก. ภายในชั่วโมงสองชั่วโมงนี้เสีย ท่านต้อง รับผิดชอบครับ เราจะมาลอยหน้าลอยตาแล้วใช้สภาแห่งนี้ อภิปรายแล้วก็ไม่มีผลอย่างใด นี่ มันก็เสียเวลาพี่น้องประชาชนเปล่า ๆ วันนี้ผมเปึนนักการเมืองคนแรกครับที่เรียกร้องให้ ยุบสภา และเดินเข้าหาประชาชน แล้วชูนโยบายสู้กันใหม่ครับท่าน ไม่มีเสียงสวรรค์ใดเกิน กว่าเสียงสวรรค์ของประชาชน ทําเถอะครับ แล้วท่านจะได้บารมีกลับคืนมา วันนี้ท่านไม่มี ความสุขละครับ ท่านบริหารประเทศภายใต้สภาวะวิกฤติ วันนี้ก็จะไปกู้เขาอีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีก็เก็บไม่ได้ตามเปัา แล้วท่านไปสมคบกับผู้มีอํานาจนอกระบบ อีก แล้วก็ล้อมปราบพี่น้องประชาชนอีก ท่านคิดว่าท่านจะเดินถนนสายการเมือง เรายังอายุ ๔๐ ป้กว่าครับท่าน เรายังอายุ ๔๕-๔๖ ป้ กันครับ เรายังอยู่อีกไกลในถนนเส้นนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมเรียกร้องนะครับ ว่าวันนี้เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ว่าใครก็แล้วแต่เมื่อมีเหตุการณ์อย่างนี้แล้วต้อง รับผิดชอบครับ เมื่อเลือดตกยางออกกันแล้วการสั่งการใด ๆ ที่ท่านสั่งไปโดยชอบ หรือไม่ชอบ หรือโดยตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุมันเกิดแล้ว นักการเมืองรุ่นใหม่อย่าง พวกเรามีไหมครับที่จะรับผิดชอบตรงนี้ ผมเองนั้นพี่น้องของผมก็โดนหมายจับครับ ทั้ง ๆ ที่ชุมนุมโดยสงบ เป่ดเผย ไม่มีอาวุธ และพี่น้องที่ออกมาบริสุทธิ์จริง ๆ ครับ ออกมา พร้อมผักบุ้ง ออกมาพร้อมกับกับข้าวกับปลา ไม่มีเลยครับที่ว่าจัดตั้ง เขาเพียงแต่ต้องการ ระบอบประชาธิปไตยจริง ๆ เขาเพียงแต่ต้องการที่อยากจะเห็นรัฐบาลที่มาจากเสียง ส่วนใหญ่จริง ๆ เขาต้องการมีส่วนร่วมที่ไม่ใช่เฉพาะวันเลือกตั้ง ที่ไม่ใช่เฉพาะ วัน เข้าคูหาแล้วกาพวกเราเข้ามานั่งในสภาแห่งนี้ เขายังอยากจะตรวจสอบพวกเรา อีกครั้งหนึ่งครับ นี่คือปฐมเหตุครับ ในการที่ลุกขึ้นมาและเขาไหลเข้ามานี่ ท่านไม่แปลกใจ หรือครับ ไม่ใช่บารมีของ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร หรือครับ ไม่ใช่บารมี ของการโฟนอินใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ผู้นําอย่างวีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่มีบารมีพอที่จะเรียกคนมาเปึนล้านคน แต่สิ่งนั้นมันเปึนการตกผลึกในระบอบ ประชาธิปไตย เปึนการตกผลึกของจิตวิญญาณของพี่น้องรากหญ้าจริง ๆ ท่านไม่เห็น หรือครับ เสื้อแดงผมนี่หลงหมด ขนาดทหารเอารถมาจอดจะรับกลับบ้าน เขายังขึ้นรถ ไม่เปึนเลยครับ แล้วจะขับรถเมล์ จะเผาโน่นเผานี่เปึนหรือครับ ผมกังวลอย่างนี้ครับท่าน กังวลภาพเหล่านี้ละครับ กังวลภาพเหล่านี้ละครับ หรือปฏิเสธว่าไม่มีการสวมรอย เพราะฉะนั้นร่องรอยประวัติศาสตร์มันได้โจษจันไว้ครับ ไม่มีสิ่งใดที่จะบิดเบือน ประวัติศาสตร์ได้ เราสํานึกในอดีตกันทุกคนละครับ เข้าใจปัจจุบันแล้วก็มุ่งมั่นอนาคต สังคมวันนี้กําลังต้องการผู้ที่รับผิดชอบ ยิ่งท่านบอกว่าความรับผิดชอบของนักการเมือง อย่างพวกเรานั้นสูงกว่ากฎหมาย ผมจําประโยคอมตะวาจาของท่านเสมอ ผมก็คิดว่า สามัญสํานึกที่ท่านจะสูงกว่ากฎหมายคงจะต้องรับผิดชอบ จะยุบสภา จะลาออกแล้วแต่ ดุลยพินิจของท่าน ถ้าอํานาจที่ท่านได้มานั้นไม่สนุก ไม่ใช่อํานาจที่แท้จริงท่านอย่ารักษา ไว้เลยครับ เราอายุยังน้อยด้วยกันครับ เรากําลังจะนําประเทศชาติอีกหลายรุ่นครับ แค่วันนี้ถ้าท่านยืนขึ้นมายืดอกรับผิดชอบต่อสถานการณ์ ประกาศยุบสภา พี่น้องประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญ และเราก็เดินไปหาประชาชน และจะได้รู้กันว่า เหตุการณ์วันนั้น วันที่ ๑๓-๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ หรือเหตุการณ์ที่จะผ่านไปจะเกิดขึ้นใน อนาคตนั้นประชาชนจะเปึนผู้ตัดสิน วันนี้เราไม่ทราบละครับว่าใครเปึนผู้ตัดสิน เพราะอํานาจวันนี้ยังอยู่ภายใต้ท๊อปบู๊ต ภายใต้อํานาจมืดอยู่ ผมก็ยังแปลกใจว่าทหาร ไปเกี่ยวข้องในต่างจังหวัดได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่ไม่ออก พ.ร.ก. ไปกันหมดครับ ท่านครับ ท่านอาจไม่สั่ง ท่านอาจไม่รู้ วันนี้เขาอ้างครับ อ้างสถาบัน อ้างหาว่าให้เราสมานฉันท์กัน โดยใช้ทหาร กอ.รมน. (กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน) บวกกับกองกําลัง บางส่วนในต่างจังหวัด วันนี้เต็มพื้นที่ครับท่านครับ แล้วเราจะสมานฉันท์กันได้อย่างไร ท่านกําลังใช้คนผิดกับงานแล้วนะครับ คนเหล่านั้นเขาให้เปึนรั้วของชาติครับ ไม่ใช่มา ปราบพวกเดียวกันครับ เราใช้ภารกิจเขาเปึนรั้วของชาติไปยันเขาพระวิหารให้อยู่ก็แล้วกัน ไปยัน ๓ จังหวัดชายแดนให้อยู่ก็แล้วกัน ตรงนั้นครับคือภารกิจหลัก ส่วนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุขนั้นมันเปึนจิตสํานึก ของคน ๖๓ ล้านคนครับ อย่าใช้กําลังมาข่มขืนดูถูกดูแคลนสิ่งเหล่านั้นเลยครับ ผมหวังไว้ ว่าข้อมูลอันจํากัด ด้วยเวลาอันจํากัด และข้อเรียกร้องที่กระผมมีนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล แต่เราเปึนฝ์ายพี่น้องประชาชนด้วยกัน คงจะทําให้ จิตสํานึกของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถือว่าเปึนนายกรัฐมนตรีที่หนุ่ม อยู่ในวัยเดียวกับพวกเรา คงจะคิดถึงอนาคตของการเมือง อนาคตของพี่น้องประชาชน การอภิปรายของผม ๒๐ กว่านาทีนั้น หวังให้รัฐบาลรับผิดชอบ ประกาศยุบสภา คืนอํานาจให้กับประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมฟังเพื่อนสมาชิกจากจังหวัดลําพูนด้วยความ สนใจแล้วก็ด้วยความไม่สบายใจนะครับ คือขอยืนยันว่าถ้าผมมีความคิดอย่างที่มีความ เข้าใจกันอย่างนั้น ผมก็ไม่ควรจะนั่งอยู่ตรงนี้จริง ๆ ขอยืนยันว่าสิ่งที่ผมดําเนินการไป แล้วก็เปึนแนวคิดแนวปฏิบัติที่ให้ไปนี่ไม่ได้เปึนอย่างนั้นเลยครับ ผมเรียนว่าในส่วนของ พื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ ภาคอีสานนั้น ผมทราบข่าวมีการ รายงานว่า ในช่วงที่มีเหตุการณ์ชุลมุนอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เริ่มมีพี่น้องประชาชนซึ่งก็อาจจะ เปึนความอึดอัดอย่างที่ท่านเรียนนะครับอย่างที่ท่านพูด ได้มารวมตัวกัน ชุมนุมกัน จนกระทั่งฝ์ายความมั่นคงเสนอว่า ผมน่าจะต้องประกาศใช้พระราชกําหนดในอีกหลาย พื้นที่ ผมได้ตัดสินใจในขณะนั้นว่า รัฐบาลไม่ควรเดินไปในเส้นทางนั้นเด็ดขาด ควรที่จะ พยายามทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ถ้าเปึนการเรียกร้องที่เปึนการชุมนุมโดย สงบนั้น เปึนสิทธิที่พึงจะกระทําได้ แต่ขอให้ระมัดระวังอย่าให้นําไปสู่เรื่องของการกระทํา ที่ผิดกฎหมาย นี่คือแนวทางซึ่งผมได้มอบไว้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ แล้วก็ขณะเดียวกันก็ ขอเรียนครับว่า เรื่องทั้งหมดนี้ไม่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่จะไปต่อท่ออํานาจ ไปมองว่าจะ มีความพยายามที่จะไปสร้างความไม่เปึนธรรม กดขี่ หรืออะไรทั้งสิ้น กราบเรียนครับว่า ที่จริงแล้วผมมาทํางานตรงนี้ไม่เคยเลือกปฏิบัติระหว่างพื้นที่ แล้วก็มีความประสงค์ที่จะ เข้าไปแก้ไขปัญหาของทุกพื้นที่ แต่ว่าด้วยความขัดแย้งในทางการเมืองก็มีอุปสรรคอยู่ แล้วก็เปึนเหตุผลสําคัญที่ผมได้พูดกับทุกท่านมาโดยตลอดว่า แม้แต่เรื่องของการดํารง ตําแหน่งของผมว่าจะเปึนไปนานเท่าไรอย่างไร ผมไม่เคยพูดเลยว่าจะต้องอยู่ครบวาระ แต่ต้องการเห็นเสถียรภาพ ต้องการคลายความขัดแย้งเพื่อที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหา ทางการเมืองได้อย่างสมบูรณ์ ต้องยอมรับครับว่าแม้กระทั่งการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ในช่วงเดือนมกราคม ก็เกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้นซึ่งเปึนความไม่สงบ ซึ่งผมไม่ต้องการ เห็นภาพอย่างนั้นในการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งควรจะเปึนการเป่ดโอกาสให้ทุกฝ์าย สามารถเข้าไปในทุกพื้นที่ หาเสียงได้อย่างเสรี ไม่มีการไปข่มขู่คุกคามซึ่งกันและกัน ผมก็ อยากจะเรียนครับว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราต้องพูดคุยกันต่อไป อย่างไรก็ตามที่มีการพูดว่า เหตุผลที่มีการออกมาสู่ท้องถนน มีการชุมนุม เนื่องจากการป่ดสถานีโทรทัศน์หรือสถานี วิทยุ ผมเข้าใจว่าการลําดับเหตุการณ์อาจจะไม่ตรงกันนะครับ ข้อมูลเราจะไม่ตรงกัน ตอน ที่เขามีการพูดถึงการเริ่มมีการรวมตัวกันนี่ ขณะนั้นไม่มีกรณีเรื่องของวิทยุชุมชนเลยครับ เรื่องของวิทยุชุมชนนี่มาเปึนเรื่องภายหลัง แล้วก็เปึนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับ พ.ร.ก. แล้วก็เปึน เรื่องที่จะต้องดําเนินการอย่างตรงไปตรงมา ทีนี้ผมคิดว่าถ้าท่านคิดว่ามันมีกรณี ซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องนะครับ หมายความว่าท่านมีการชุมนุมโดยสงบ ปราศจาก อาวุธจริงๆ แล้วก็มีการจับกุมนี่ ผมยินดีแลกเปลี่ยนกับท่านข้างหลังบัลลังก์นี่เลยครับ เชิญท่านมาพบปะพูดคุยเพื่อให้ความเปึนธรรมกับท่านอย่างเต็มที่ เพราะนี่คือนโยบาย ของผมครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผมขอใช้เวลาสั้น ๆ เล็กน้อยเท่านั้นนะครับ เพื่อที่จะให้ข้อมูลที่ ถูกต้อง เปึนข้อมูลอีกทางหนึ่งที่ผู้ที่กําลังติดตามฟังการอภิปรายจะได้รับทราบ ผมขอเรียน กับท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปพัทยาวันนั้นครับ ไม่ได้เปึน การแสดงออกทางการเมืองโดยสงบเป่ดเผยปราศจากอาวุธครับ เพราะว่าเมื่อเกิดเหตุ มีการปะทะกันนั้นครับ มีผู้บาดเจ็บ ผู้บาดเจ็บคนหนึ่งชื่อ นายสนิท แก้วศรี โดนสะเก็ด ระเบิดบริเวณลิ้นป้ืลึกจนถึงตับรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา แพทย์ทําการผ่าตัด ล้างแผลนําสะเก็ดระเบิดออกนะครับ อยู่โรงพยาบาล ๕ วัน ค่ารักษาพยาบาล ๑ แสนบาทเศษ คนนี้ก็เปึนชาวบ้านที่มาช่วยปัองกันโรงแรมที่ประชุม อีกคนหนึ่งครับชื่อ นายสมพงษ์ จําปาเทศ ถูกยิงด้วยอาวุธป๋นที่ไหล่ขวากระดูกแตก นี่ก็เปึนอีกคนหนึ่งครับ คนนี้ได้แจ้งความไว้ที่ สภ. หนองขาม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเรียน ข้อเท็จจริงให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบว่า ตอนแรกผมก็คิดครับว่า คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไปเพียงเพื่อที่จะต้องการยื่นหนังสือ วันที่ ๑๐ ครับ เราก็ อนุญาตให้คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไปยื่นหนังสือครับ แล้วแถลงข่าว และบอกว่าจะ กลับ แต่พอยื่นหนังสือเสร็จไม่กลับครับ กลับไปรวมตัวรอพรรคพวกที่จะไปจากกรุงเทพฯ เพื่อปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๑๑ ท่านประธานที่เคารพครับ รูปที่คุณสถาพร มณีรัตน์ เอามาแสดงเมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่ถามนี่เปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ ๑๐ หลังจากที่ คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไปยื่นหนังสือแล้วไปรวมพวกชุมนุมต่อที่จะบุกใหม่ในวันรุ่งขึ้น มีคนไปเปึนกําลังใจให้รัฐบาลหลายคนครับ คุณเนวิน ชิดชอบ ที่คุณสถาพร มณีรัตน์ โชว์รูปนั้นก็ใช่ครับ คนอื่นก็ไปด้วยครับ มีพวกเราที่อยู่ในที่นี้ไปกันหลายคนครับ มีคนมาอาสา ครับว่าจะเอาประชาชนมาช่วยปัองกัน แล้วก็ประชาชนบางส่วนผมปฏิเสธครับ เพราะกลัว ว่าจะเปึนเรื่อง เพราะผมทราบว่าเปึนประชาชนที่อาจจะมีเรื่องได้ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ ที่เขาอาสาไปนั้นผมก็เห็นแล้วว่าเปึนประชาชนธรรมดา เปึนคนพัทยา เปึนคนละแวกนั้น เสียส่วนใหญ่
ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งครับ ที่คุณสถาพร มณีรัตน์ เอารูปมาชี้นั้นแล้วบอกว่า มีผม มีคุณเนวิน ชิดชอบ และมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น คุณสถาพร มณีรัตน์ ให้ข้อมูลที่ผิดพลาดกับสภาแห่งนี้ครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ไปอยู่ที่พัทยาในคืนวันที่ ๑๐ ครับ ผมขอเรียนท่านประธานเพื่อทราบครับ
ครับ ที่จัดคิวไว้นะครับ หลังจากท่านวันชัยแล้วก็คือ
ท่านประธาน ที่เคารพ ขออนุญาตพาดพิง ๑ นาทีครับ
ครับ ๑ นาทีนะครับ
คือผมเอง ก็ไม่ได้รู้จักทหารนะครับ เพราะผมก็เปึนลูกชาวไร่ชาวนา ทหารยศ พลเอก นี่ไม่เคยไป สัมผัส แต่มันคลับคล้ายคลับคลากับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ผมก็บอกว่าอย่าง นั้นแต่ถ้าเขาไม่ไปก็ไม่มีปัญหาครับ อาจจะเปึนนายพลคนอื่นก็ได้ ไม่มีปัญหา เพราะผม ไม่รู้จักจริง ๆ แต่คลับคล้ายคลับคลาเปึน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ กราบ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ไม่ใช่ก็ไม่เปึนไรนะครับ ที่เรียนท่านสมาชิกนะครับ หลังจากท่านวันชัย แสงสุขเอี่ยม แล้วคิวต่อไปก็คือ ท่านพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ แล้วท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ แล้วก็ท่านสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ แล้วก็ท่านสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ แล้วก็ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นะครับ แล้วท่านอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ แล้วก็ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์นะครับ เชิญท่านวันชัยครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ จากข้อเรียกร้องของกลุ่มที่ชุมนุมก่อนการชุมนุม จนกระทั่งเกิดเปึนการจลาจลร้ายแรง แล้วก็การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ ๙ ถึง วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ เกิดการจลาจลร้ายแรงและยุติชั่วคราวเมื่อวันที่ ๑๔ ส่วนรายละเอียดผมจะไม่กล่าวถึง เพราะว่ามีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติและ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงมากแล้วนะครับ ผมจะกล่าวถึงว่าการจลาจลร้ายแรง ดังกล่าวส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไรบ้างนะครับ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ การท่องเที่ยวมากที่สุด ธุรกิจการท่องเที่ยวเปึนผู้รับกรรมโดยไม่ได้เปึนผู้ก่อ ทําให้รัฐ มีรายได้ลดลงจากการจัดเก็บภาษีที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากประชาชนมีรายได้ลดลง ทําให้งบประมาณของประเทศไทยอยู่ในสถานะขาดดุลประมาณ ๕๒,๕๐๐ ล้านบาท ทํา ให้รัฐต้องหาแหล่งเงินกู้เพื่อมาสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ทําให้การ บริโภคของประชาชนลดน้อยลงอย่างมาก กระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภค ทําให้เกิดการ ยกเลิกการประชุมอาเซียน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศโดยรวม เนื่องจากมีกําหนด การลงนามความตกลงอยู่หลายฉบับ แต่ไม่สามารถดําเนินการได้เสร็จสิ้น ผู้นําประเทศ ต่าง ๆ ที่มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุมต้องเดินทางกลับ ทั้ง ๆ ที่ภารกิจสําคัญยังไม่เสร็จ เรียบร้อย ท่านประธานครับ การส่งออกในระยะยาวของประเทศจะต้องได้รับผลกระทบ จากผู้ประกอบการต่างชาติ ย้ายฐานการผลิตหรือตัดสินใจไปลงทุนในประเทศอื่น แทนที่จะลงทุนในประเทศไทย ขาดความเชื่อมั่นในสถานการณ์ของประเทศไทยครับ อัตราการว่างงานก็จะเพิ่มขึ้นนะครับ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและใครเปึนผู้กระทํา ท่านประธานครับ ลําพังปัจจุบันนี้ปัจจัยภายนอกจากวิกฤติการเงินของโลกก็ส่งผลให้ เศรษฐกิจของไทยในป้ ๒๕๕๒ ต้องถดถอยหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว เมื่อบวกกับปัญหา การเมืองภายในประเทศบานปลายเปึนการจลาจลรุนแรงเช่นนี้ ทําให้วิกฤติเศรษฐกิจของ ประเทศรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทวีคูณครับ การฟุ๋นตัวของเศรษฐกิจของไทยคงจะต้องลากยาว เนิ่นนานต่อไปอีกหลายป้ครับ ประกอบกับขณะนี้ธนาคารพาณิชย์พยายามปัองกันตัวเอง โดยการชะลอการปล่อยสินเชื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการกู้เงิน มีการจัด ๗ กลุ่ม ธุรกิจเสี่ยงและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออย่างมาก ได้แก่ ธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเสียหาย เสียเม็ดเงินหายไปถึง ๑ แสนล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวปกตินี่ ควรจะได้ป้ละ ๕-๖ แสนล้านบาท ต้องเสียหาย
๒. อุตสาหกรรมรถยนต์ บริษัทรถยนต์ของสหรัฐอเมริกาขาดสภาพคล่อง และสภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมืองทําให้ไทยซึ่งเปึนฐานการผลิต รถยนต์ การผลิตขยายตัวลดลงมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจการส่งออกก็กระทบมาก เนื่องจากกําลังซื้อของประเทศหดตัวอย่างรุนแรง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องชะงัก เนื่องจากธนาคารชะลอการปล่อยกู้ เพราะไม่มั่นใจ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เอสเอ็มอี (SME) หดตัวอย่างมาก เนื่องจากสายป์านไม่ยาวและสถานการณ์ไม่อํานวย อุตสาหกรรมเครื่องประดับและอัญมณี ได้รับผลกระทบ เนื่องจากกําลังซื้อจาก ต่างประเทศลดลงและค่าเงินบาทผันผวน และการแข็งค่าเกินไปของค่าเงินบาทเทียบกับ เงินยูเอสดอลลาร์ (US dollar) ท่านประธานครับผู้ประกอบธุรกิจทุกวันนี้ลําบากมากครับ รวมทั้งภาคการเกษตร ผลผลิตการเกษตรราคาตกต่ําอยู่แล้วจะตกต่ํายิ่งขึ้นไปอีก เห็นใจ พี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนของเราเถอะครับ อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้น ท่านประธานทราบไหมครับว่าสํานักวิจัยต่าง ๆ ในประเทศไทยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส ๒ ของป้นี้จะหดตัวลงมากกว่าร้อยละ ๗ จากเดิมคาดว่าจะหด ตัวเพียงร้อยละ ๓.๑-๓.๘ เท่านั้น ส่งผลให้กระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมตลอด ป้ ๒๕๕๒ โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวมีแนวโน้มที่จะต่ํากว่าที่คาดการณ์เดิมไว้ถึง ประมาณร้อยละ ๒-๓ ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี (GDP) ในป้นี้หดตัวลงประมาณร้อยละ ๓.๕-๖ เปึนตัวเลขที่สูงนะครับ จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว เพียง ๑.๕ ไม่เกิน ๓.๕ นะครับ แม้กระทั่งธนาคารโลกโดยนักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจําประเทศไทยก็ประเมินว่า สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยจะทําให้ เศรษฐกิจติดลบถึงร้อยละ ๔.๙ เศรษฐกิจไทยถือว่าติดลบมากที่สุดในประเทศกําลัง พัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเปึนครั้งแรกในรอบ ๑๑ ป้นะครับ ที่เศรษฐกิจของ ไทยถดถอย เปึนเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีการเจริญเติบโต ในอัตราร้อยละประมาณ ๔.๕ เกือบทุกป้นะครับ โดยป้ ๒๕๕๐ เติบโตร้อยละ ๔.๙ แต่ผลกระทบจากปัญหาการเมืองป้นี้อาจทําให้เศรษฐกิจของไทยติดลบถึงร้อยละ ๔.๘ ถ้าคํานวณความแตกต่างระหว่างป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๕๒ ป้นี้ จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยติด ลบโดยรวมถึงร้อยละ ๙.๗ เมื่อเทียบป้นี้กับป้ ๒๕๕๐ เปึนเรื่องสําคัญครับ จะเห็นว่า ปัญหาการเมือง การชุมนุมบานปลายเปึนการจลาจลในครั้งนี้กระทบต่อเศรษฐกิจของ ประเทศเปึนอย่างมากการเมืองซ้ําเติมปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชน ประเทศชาติ ต้องบอบช้ําและลําบากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ การพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลซึ่งเปึนฝ์ายบริหารราชการแผ่นดิน ก็คงจะทําได้ยากลําบากยิ่งขึ้น เนื่องจาก การขาดดุลงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ สูงกว่าประมาณการไว้อย่างมาก เนื่องจากอะไร ครับ ประชาชนมีรายได้น้อยลง รัฐก็จะมีรายได้ลดลงด้วย จากวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติ ของสถานการณ์ปัจจุบันนี้ โดยมีข้อมูลผลของการจัดเก็บรายได้ของรัฐในช่วง ๖ เดือนแรก ของป้งบประมาณ คือ เดือนตุลาคม ๒๕๕๑ ถึง มีนาคม ๒๕๕๒ จัดเก็บรายได้ได้ เพียง ๕๕๙,๒๓๔ ล้านบาท ต่ํากว่าประมาณการถึง ๙๘,๒๗๗ ล้านบาท ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ต่ํากว่าประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของประมาณการครับท่านประธาน ไม่ว่า จะเปึนกรมสรรพากรก็ดี กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือรัฐวิสาหกิจ ล้วนแล้วแต่ จัดเก็บรายได้ต่ํากว่าประมาณการไม่ต่ํากว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้นนะครับ รัฐบาลก็คงจะต้องแก้ปัญหาการขาดรายได้โดยการกู้เงิน เราจะเห็นว่าตามมติ ครม. เมื่อ วันที่ ๑๗ เมษายนนี้ อนุมัติให้มีการกู้เงินภายในประเทศ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้วงเงิน ที่รัฐบาลสามารถกู้เงินในประเทศได้ คือ ๔๔๑,๒๐๘ ล้านบาท เต็มเพดานการกู้เงิน แล้วนะครับ อันนี้เปึนไปตามมาตรา ๒๑ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ส่วนการกู้เงินจากต่างประเทศ ก็คงเหลือวงเงินที่สามารถกู้เพิ่มเติมได้อีก เล็กน้อยเท่านั้นประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนะครับ ซึ่งเปึนไปตามมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ ซึ่งการแก้ปัญหาการขาดรายได้ที่ควรจะได้โดยการ กู้เงิน ก็เปึนความจําเปึนที่จะต้องทําเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เปึนการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะเปึนภาระในภายภาคหน้าในการที่จะต้องคืนเงินกู้ไม่ว่าใครจะ เปึนรัฐบาลก็ตาม รวมทั้งจะเปึนภาระของประชาชนทั้งประเทศด้วย การพัฒนาประเทศ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ก็จะลดลงมากครับ โดยมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ เมื่อวานนี้เอง มีความจําเปึนต้องปรับลดงบประมาณป้ ๒๕๕๓ จาก ๑.๙ ล้านล้านบาท เปึน ๑.๗ ล้านล้านบาท ต้องปรับลดลงถึง ๒ แสนล้านบาทนะครับ เพราะว่ารัฐบาลไม่สามารถจะจัดเก็บรายได้ได้ เนื่องจากประชาชนขาดรายได้ รายได้ ลดลงนะครับ
กำ ร ที่ รั ฐ บำ ล ต้ อ ง กู้ เ งิ น ใ น ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ต่ำ ง ป ร ะ เ ท ศ ก็ ดี การปรับลดงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ลงก็ดี เกิดจากอะไรครับ เกิดจากภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจของโลกและของประเทศไทย และยังถูกการเมืองซ้ําเติม ทําให้รายได้ของ ประชาชน รายได้ของรัฐขาดหายไป ถ้าพวกเราไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลก็ดี ฝ์ายค้านก็ดี หรือ กลุ่ม นปช. ที่เขาเรียกกันว่า เสื้อแดงก็ดี หรือบุคคลอื่นใดก็ดี ไม่สามัคคีกัน ไม่สมานฉันท์ กัน ไม่เห็นความยากลําบากของประชาชน พี่น้องประชาชน ไม่รักประเทศชาติในทางที่ ถูกต้อง ยังคงมีปัญหาทางการเมือง ยังคงมีการสร้างเงื่อนไขทางการเมืองอย่างรุนแรงและ ต่อเนื่อง มีการแย่งชิงอํานาจการบริหารโดยวิธีการต่าง ๆ ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจ บริหาร ก็จะเปึนการซ้ําเติมครับ ซ้ําเติมให้วิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติของสังคมของประเทศ ไทยบอบช้ํามากยิ่ง ๆ ขึ้นนะครับ เราก็จะได้เห็นนักธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจล้มละลาย เพิ่มขึ้น ต้องฆ่าตัวตายยกครอบครัวก็มีครับ ดังเช่นได้ปรากฏแล้วในวิกฤติต้มยํากุ้ง พ.ศ. ๒๕๔๐ มีธุรกิจล้มลงอย่างมากมาย มีประชาชนฆ่าตัวตายมากเปึนที่ประจักษ์อยู่แล้ว ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหา ประชาชนจะเกิดความแตกแยก ธุรกิจ หลายชนิดอาจจะต้องล้มลงอย่างน่าเสียดาย เกิดปัญหาคนว่างงานมากมาย ปัญหา สังคมก็จะตามมา ประเทศชาติก็จะเสียหายมากขึ้น ๆ จนยากแก่การเยียวยา ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ท่านเปึนผู้แทนปวงชน ชาวไทย ท่านคงประจักษ์อยู่แล้วว่าท่านเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย เราคงไม่ต้องการเห็น คนไทยและประเทศชาติตกอยู่ในสถานะเช่นนี้ เราคงจะต้องหันหน้าเข้าหากัน ช่วยกัน แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมือง อย่างมีเหตุมีผลแล้วก็ เหมาะสม เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะว่าภาวะ เศรษฐกิจโลกขณะนี้ผ่านมา ๑ ไตรมาสแล้วนะครับ ยังไม่เห็นจุดต่ําสุด เมื่อยังไม่ทราบว่า จุดต่ําสุดอยู่ตรงไหน ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเศรษฐกิจจะสามารถฟุ๋นตัวกลับมาได้เมื่อไร ต้องใช้เวลานานสักกี่ป้ ดังนั้น ในเวลานี้ผมขอวิงวอนให้ทุกฝ์ายต้องช่วยกันประคับประคอง ให้ประเทศไทยสามารถฝ์าวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ ไม่ว่าจะเปึนวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติทาง สังคม และวิกฤติทางการเมือง ท่านประธานครับ ผมขอฝากความหวังของประชาชน คนไทยทั้งประเทศไว้กับรัฐบาลและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ณ ที่นี้ช่วยกัน สร้างสรรค์เถอะครับ ช่วยกันสร้างสรรค์ตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะไม่มีโอกาส ขณะนี้ประชาชน เบื่อหน่ายมากแล้วครับ ประชาชนต้องการความสงบนะครับ ถ้าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บางประการเพื่อความเหมาะสม ก็อาจจะเปึน ความจําเปึนครับเพื่อความเรียบร้อยของบ้านเมือง
ประการสุดท้ายผมจะใช้เวลาไม่มากนักนะครับ ว่าประการสุดท้ายขอฝาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ มีข่าวจากสื่อบอกว่า แดงไม่หยุด ปลุกครบ ๑๐ จังหวัด บุกกรุงเทพฯ ประเดิมชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาคร แดงไม่หยุดครับ ปลุกครบ ๑๐ จังหวัด ก่อนบุกกรุงเทพฯ ประเดิมชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาครนะครับ มีข่าวจากสื่อว่าเสื้อแดง จะจัดชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายนนี้ที่จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครไม่ได้เปึนพื้นที่ที่มีการประกาศพระราชกําหนดการบริหาร ราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกําหนด พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังนั้นในวันเสาร์ ที่จะถึงนี้เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาถึงเที่ยงคืนจะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงที่จังหวัด สมุทรสาคร และอาจจะต่อเนื่องไปถึงจังหวัดนครราชสีมาแล้วก็ถ้ามีการชุมนุมครบ ๑๐ จังหวัดแล้วนี่ก็จะมาชุมนุมต่อในกรุงเทพฯ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคงมีความจําเปึนจะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ที่มีความ ร้ายแรงในจังหวัดสมุทรสาครก่อนวันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายนนี้นะครับ สมุทรสาครไม่ต้องการ การชุมนุม ไม่ต้องการเกิดการจราจล เพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจก็เหนื่อยเพียงพออยู่แล้ว ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้ความเด็ดขาดครับ ใช้ความเด็ดขาดในการปกครอง ใช้อํานาจ บริหารราชการแผ่นดิน ชาวจังหวัดสมุทรสาครและประชาชนทั่วประเทศขอเปึนกําลังใจ ให้กับท่านครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาและท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปเชิญท่านพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ นะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขออนุญาต ทําความเข้าใจกับท่านประธานในเรื่องของเวลานะครับ พอดีว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้กรอบเวลามาทั้งหมด ๓๓ นาที ในส่วนของผมเองตั้งใจจะอภิปรายประมาณ ๑๐ นาที ถ้าอภิปรายไม่ถึงก็ขออนุญาตสงวนสิทธิที่จะใช้เวลาที่เหลือให้กับเพื่อนสมาชิก พรรคชาติไทยพัฒนาของผม ท่านอื่น ๆ จะไปจัดสรรเวลาให้ลงตัวภายใน ๓๓ นาทีครับ
ท่านประธานครับ เปึนที่ทราบกันดีนะครับว่าวันนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดของ ประเทศไทยเราก็คือ ความขัดแย้งของคนในชาติ จริง ๆ แล้วความขัดแย้งของคนในชาตินี่ ถามว่าวันนี้ผมเองรู้สึกท้อแท้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในฐานะที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรนะครับ จริง ๆ แล้วก็ตัดสินใจอยู่นานนะครับว่า วันนี้จะพูดในสภาหรือเปล่า จะอภิปรายในสภาหรือเปล่า เพราะอดไม่ได้ครับทุกพื้นที่มีการแบ่งคนออกเปึนสองฝักสองฝ์าย แม้จะความขัดแย้ง รุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ตาม การพูดก็อดไม่ได้ที่จะต้องทําให้ฝ์ายหนึ่งพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง นะครับ แต่ในฐานะที่เปึนผู้แทนของปวงแทนชาวไทยก็คงต้องขออนุญาตใช้เวทีแห่งนี้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับคนในชาติ ต้องยอมรับว่าวันนี้ การเมืองภาคประชาชนค่อนข้างที่จะมีบทบาทมาก รัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งมาจาก เสียงข้างมากไม่ได้แปลว่ารัฐบาลนั้นจะบริหารประเทศไปได้ตลอดรอดฝัืง วันนี้ต้องฟัง เสียงประชาชนด้วย หลาย ๆ คนนะครับพูดว่าวันนี้ปัญหาใหญ่คือรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่ล่ะครับ ผมเปึน ส.ส. สมัยแรก แต่ผมสมัครรับเลือกตั้งตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๘ และมาป้ ๒๕๕๐ จริง ๆ แล้วผมรับรู้หมดนะครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนอย่างไร ฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนอย่างไร ความรู้สึกส่วนตัวผมเองตั้งแต่รุ่นที่ ขออนุญาต เอ่ยนะครับ รัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ผมก็ได้มีโอกาสลงพื้นที่ถึงตอนนั้นจะยังไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎรก็ดี ช่วงปลาย ๆ สมัยนะครับ ปลาย ๆ ป้ ๒๕๔๔ จะเข้ามาป้ ๒๕๔๘ ช่วงนั้นก่อนที่จะมีการรณรงค์หาเสียง เลือกตั้ง ผมว่าผู้แทนราษฎรในเขตพยายามที่จะชี้แจงกับพี่น้องประชาชนเหมือนกับ พยายามจะแบ่งคนโดยการบอกว่า ใครที่อยากจะได้สิทธิพิเศษต้องเปึนสมาชิกพรรคไทย รักไทยเท่านั้น จริง ๆ แล้วผมว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งมันน่าจะมาจากตรงนั้นนะครับ พยายามแบ่งคนออกเปึนกลุ่ม ๆ โดยการเป่ดรับสมาชิกพรรค ใครที่ไม่ได้เปึนสมาชิกพรรค แทบจะไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรตอบแทนเลย ไม่ได้รับการดูแลเลย จริง ๆ แล้วผมว่าเปึน สิ่งที่ไม่ถูก หลาย ๆ คนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนฉบับประชาชน จริง ๆ แล้ว เปึนฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งก็ว่าได้ แต่ผมเชื่อครับทุกฉบับต้องมีข้อเสีย ฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่หลาย ๆ คนบอกว่าเปึนฉบับที่ดีที่สุด ฉบับหนึ่ง จริง ๆ แล้วมันก็ทําให้รัฐบาลเข้มแข็งจนเกินไป เข้มแข็งจนบางทีแทบตรวจสอบ ไม่ได้เลยครับ จนมีปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยในการบริหารราชการแผ่นดินที่อาจจะ ส่อไปในทางทุจริต ในส่วนฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งหลาย ๆ คนเรียกว่า ฉบับ คมช. จริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากให้มองว่าที่มามาจากไหน อยากจะให้มองที่เนื้อหาสาระมากกว่า วันนี้ถามว่า ผมชอบฉบับป้ ๒๕๕๐ ไหม บางส่วนก็ชอบ บางส่วนก็ไม่ชอบครับ จริง ๆ แล้วอยากจะให้ ทั้ง ๒ ฉบับเอามาเกลี่ยกัน หาจุดดีของทั้ง ๒ ฉบับ ผมไม่อยากให้ทั้ง สองฝ์ายหาแต่จุดที่ มันแย่แล้วก็เอามาโจมตีกัน อย่าลืมนะครับว่า ทุกท่านที่เปึนผู้แทนราษฎรวันนี้ หรือแม้กระทั่งที่เปึนวุฒิสภาในวันนี้ ทุกท่านก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ จริง ๆ แล้ววันนี้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราก็ต้องกระทําการอะไรก็ได้ที่อยู่ภายใต้ กรอบของกฎหมาย ยกตัวอย่างนะครับ
ฉบับป้ ๒๕๔๐ มีการแบ่งเขตเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว ในส่วนตัวผมเองผม มีความรู้สึกว่ายิ่งมีการเลือกตั้งเมื่อไร อดไม่ได้ละครับที่จะต้องมีการแบ่งคนออกเปึน สองฝักสองฝ์าย ยิ่งเมื่อไรมีการแบ่งเขต โดยเฉพาะถ้าสามารถเลือก ส.ส. ได้คนเดียว มันก็ จะแบ่งเปึน ๒ ฝ์ายนะครับว่าพวกคุณ พวกผม พอไม่ใช่พวกก็จะกลายเปึนแทบจะไม่มอง หน้ากันเลย ผมว่าจริง ๆ แล้วหลายๆ อย่างไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป หลายๆ ท่านนะครับ บอกกับพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลภายใต้การนําของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่รัฐบาลที่มา จากประชาธิปไตย บอกว่าเปึนการฉกชิงวิ่งราวกันมาบ้างละ จริงๆ แล้วรัฐบาลจากพรรค ประชาธิปัตย์นี่นะครับก็ได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเมืองไทย และผมเองก็เปึนผู้แทนราษฎรคนหนึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่เคยยกมือ สนับสนุนให้รัฐบาลทั้งท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แล้วสุดท้ายก็มาเปึนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จริงๆ แล้วรัฐบาล ทั้ง ๓ รัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับก็มาจากประชาธิปไตยทั้งนั้น ละครับ ผมมองว่าบุคคลที่จะสามารถช่วยเหลือที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ดี ที่สุดและใกล้ชิดพี่น้องประชาชนดีที่สุดน่าจะเปึน ส.ส. น่าจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะได้มีโอกาสลงพื้นที่เข้าไปพบปะพี่น้องประชาชน อยู่ที่ว่าผู้แทนราษฎรเหล่านั้นจะมี จิตสํานึกในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน คืออย่าไปมองเลย ครับว่าวันนี้เราเปึนฝ์ายค้าน เราเปึนฝ์ายรัฐบาล วันนี้เรามามองกันว่าเราจะทําอย่างไรให้ ประเทศชาติสงบดีกว่า คืออย่าไปยุยงปลุกปัืน อย่าไปทําให้คนจงเกลียดจงชังกัน อย่าไป แบ่งสีเลยครับ วันนี้ครับผมไปทุกงาน ผมพยายามพูดกับพี่น้องประชาชนนะครับว่า วันนี้ ไม่ว่าจะเหลือง จะแดง ทุกคนคือคนไทยเหมือนกันหมด อยากให้ทุกคนหันหน้าเข้าหากัน นะครับ อีกหลายๆ ภาคส่วนที่จะพยายามช่วยได้ก็น่าจะเปึนส่วนของสื่อมวลชนก็ดี ส่วนของข้าราชการนักวิชาการก็ดีที่ควรจะต้องออกมาให้ข้อมูล ผมค่อนข้างเห็นใจ รัฐบาลนะครับ ในการใช้สื่อของรัฐ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลหรือวิธีการ ใดๆ ก็ตามที่รัฐบาลกระทํา ผมค่อนข้างเข้าใจว่าจริงๆ แล้วรัฐบาลไม่ใช่เฉพาะ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ละครับ ตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ดี รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็ดี ทุกรัฐบาลโดน กล่าวหาหมดครับเมื่อใช้สื่อของรัฐเปึนคนออกอากาศ เปึนคนเผยแพร่ให้ประชาชน อีกฝ์ายหนึ่งก็ต้องออกมาโจมตีว่าครอบงําสื่อ ก็อยากจะขอวิงวอนให้กับพี่น้องประชาชน นักวิชาการ หรือคนกลางทั้งหลายได้มีโอกาสออกมาช่วยกัน ช่วยกันบอก ช่วยกัน สนับสนุน ช่วยกันแก้ต่างแทนรัฐบาล เพราะว่าถ้ารัฐบาลเปึนฝ์ายพูดเพียงฝ์ายเดียว มันก็ จะมองเปึนการครอบงําสื่อ และท้ายที่สุดนี้นะครับ ผมมองว่าไม่ว่าจะเปึนการยุบสภาก็ดี การที่นายกรัฐมนตรีลาออกก็ดี มันก็คงไม่ใช่ทางแก้ปัญหาละครับ และผมเองนะครับวันนี้ ให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ผมก็คงไม่สบายใจละครับ ที่จะได้กลับเข้ามาเปึนผู้แทนในบรรยากาศการเมืองแบบนี้ จริง ๆ แล้ววันนี้ผมว่าแนวความคิดของคนฝังรากลึกเกินไปแล้ว เราจะทําอย่างไรครับให้ มาช่วยกันแก้ไขแนวความคิดของคนในชาติ จริง ๆ แล้วคงต้องเริ่มที่นักการเมือง คงต้อง เริ่มที่พวกเรานะครับ แล้วเรามามองกันอีกทีว่าทําอย่างไรถึงจะให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชน ปลูกฝังให้คนเหล่านั้นมีคุณธรรม มีจริยธรรมที่ดี ยอมรับกฎหมาย ให้ทํางาน ภายใต้กฎหมายครับ ผมคงรบกวนเวลาสภาเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณมากครับ
ครับ เชิญท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ พอดีในช่วงเวลาที่ผมอภิปรายท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ นั่งอยู่ คงจะเหลือแต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง จริง ๆ แล้วอยากจะเรียน ท่านประธานว่าอยากจะให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มานั่งฟังบ้างนะครับ เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่านโดยตรงเลย แล้วท่านเปึนคนที่อยู่ในเครื่องแบบ เปึนชายชาติทหารที่จะต้องมารู้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมืองในขณะนี้ ผมคิดว่านี่เปึน เรื่องที่มีความสําคัญมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนว่าพี่น้องประชาชนที่มา ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยไม่ว่าจะเสื้อแดงหรือเสื้ออื่นใดก็แล้วแต่ที่มารวมชุมนุมกัน นี่คือสิ่งที่เขาเรียกร้องจริง ๆ แล้วก็เปึนความตั้งใจเปึนความประสงค์ หลายท่านก็อภิปราย แล้วว่าไม่ได้ถูกจ้างมาตามที่บางคนได้กล่าวหา มาด้วยความสมัครใจ มาด้วยความ เรียกร้องในสิ่งที่เขาควรจะได้ แล้วก็ปัญหาที่มันเกิดขึ้นที่ให้เขาเรียนรู้เองว่าสิ่งที่มัน ไม่เปึนธรรม ๒ มาตรฐานทั้งหลายนี่มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้โดยรัฐบาล เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเขาไม่ออกมาสิ่งต่าง ๆ นั้นก็จะทําให้เขาเองนั้นเสียประโยชน์ไป เพราะฉะนั้นการ มองในมุมนี้ผมเรียนว่าในฐานะที่เปึนรัฐบาล ไม่ว่าจะมีการชุมนุมด้วยคนจํานวนน้อยหรือมาก ก็สุดแล้วแต่เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องสนใจ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องสนใจไม่ว่าการ ชุมนุมจะ ๒๐ คน ๓๐ คน ๔๐ คน ๕๐ คนก็สุดแล้วแต่ เหมือนในอดีตที่ผ่านมาสมัยที่ พวกเราเปึนรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนการประชุมเรียกร้องของกลุ่มคนไม่กี่คนนี่นะครับ ก็ต้อง เข้ามาดูแลและเยียวยาแก้ไขเพื่อให้เกิดความเข้าใจแล้วก็นําไปสู่การแก้ปัญหา ไม่ใช่มา ตีฆ้องร้องป์าวใส่ร้ายปัายสีบอกว่า ที่ชุมนุมเรียกร้องนั้นถูกจ้างมา ถูกเกณฑ์มา ถูกจ้างมา สารพัดสารพันใส่ร้ายปัายสีกันอยู่อย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่มันเปึนความประสงค์ เปึนการต่อสู้ เปึนการเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตยตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญทุกอย่างเลย ท่านเห็น ไหมครับ เพราะฉะนั้นการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์การใส่ร้ายปัายสีอย่างนี้เกิดขึ้นมาโดยตลอด บังเอิญจังหวะที่มันเกิดช่วงของรอยต่อระหว่างเสื้อเหลืองพอดี มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล พอดี แน่นอนที่สุดครับวันนี้ผมเชื่อได้ว่าท่านประธานครับท่านนายกรัฐมนตรีท่านรู้ดีใน การจัดรัฐบาลท่านต้องไม่ปฏิเสธครับวันนี้ ที่ผ่านมาท่านขึ้นมานั่งเปึนนายกรัฐมนตรีวันนี้ และคณะของท่านเกิดจากแรงผลักดัน แน่นอนครับของทหาร ท่านต้องไม่ปฏิเสธนี่คือ ความจริงที่ทุกคนรับรู้ ซึ่งวันนี้ผมอยากจะให้สภามีการพูดความจริงกันชัด ๆ ครับ ถ้าไม่มี ตรงนั้นท่านขึ้นไม่ได้ เนื่องจากว่าพรรคหลาย ๆ พรรคเขาก็ดูทิศทางทหารจะเอาอย่างไร เพราะว่าการเมืองไทยมันอยู่ภายใต้การกําหนดชี้ทางของทหารมาตลอด ผมพยายามสื่อ ไปยังพี่น้องสมาชิกรัฐสภา บอกไปทางพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลาว่าอดีตที่ผ่านนี่ต้อง ทบทวนกันครับ ต้องทบทวนว่าทําไมรัฐบาลต้องถูกกําหนดทิศทางโดยคณะทหาร กลุ่มหนึ่งโดยตลอด ซึ่งเวียนวนอยู่ในอํานาจทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ตัวเองเลย แล้วตัวเองนั้นก็จะต้องแบ่งแยกภาระหน้าที่ความเปึนทหารที่ชัดเจนแยกออกจากการเมือง นั่นคือสิ่งที่ผมเรียกร้องมาโดยตลอด แล้วผมฟันธงทุกครั้งที่ผมมีโอกาสขึ้นพูดว่าต้นเหตุ ของปัญหาคือคณะทหารกลุ่มนี้ ต้องการอยู่ในอํานาจ ต้องการมีผลประโยชน์ แล้วมันก็ เวียนมาทุกยุคทุกสมัย นักการเมืองเราเองนี่เราก็ยอมคล้อยตาม ไม่แข็งแรง อ่อนแอ แล้วก็ เปึนเหมือนกับรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัจจุบันไม่มีผิดเพี้ยนเลย ท่านประธานครับ ที่ผมกําลังจะโยงให้ท่านเห็นก็คือว่าวันนี้ท่านขึ้นมาตรงนั้น วันนี้ผมถาม นี่ครับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมานั่งไหม ไม่นั่ง เขาจะไปไหนก็สุดแล้วแต่เขา ไม่ฟัง เห็นไหมครับ เพราะอะไร ก็เพราะว่าเขาคิดว่าเขาคือ จ๊อกกี้ (Jockey ) นี่ คือม้าเขามีทหารแบ็ค (Back) อยู่ วันนี้ทหารต้องเปึนม้าไม่ใช่จ๊อกกี้ นายกรัฐมนตรีเปึนจ๊อกกี้ครับ ที่จะต้องบังคับทิศทางการเดิน กําหนดด้วยนโยบายของ รัฐบาลชัดเจนมาก ท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาลหลาย ๆ เรื่องเปึนประโยชน์ นโยบายบางอย่างที่ไม่สามารถจัดงบประมาณให้ทางกองทัพได้ วันนี้รัฐบาลไม่กล้า ถ้าเกิดว่าเขาร้องขอหรือเสนอขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีความจําเปึนต่อการปัองกันประเทศเลย ผมพยายามที่จะนําเสนอเพื่อผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ หลายเรื่อง เพราะผมไม่มี โอกาสที่จะไปคุยกับท่านส่วนตัว เพื่อจะให้เห็นว่าวันนี้เศรษฐกิจเปึนอย่างนี้ วันนี้ทหารขอ งบประมาณขึ้นมาไม่ว่าจะเปึนเครื่องบินกริพเพน (Gripen) ที่ ผบ.ทอ. ออกมาพูดอยู่ ตลอดว่าอยากจะได้งบประมาณตรงนี้ เพื่อมาเอื้อกันเห็นไหม ที่ผมพูดตรงนี้เพื่อจะแสดง ให้ว่าเมื่อเขาขอมารัฐบาลที่เกิดจากการสนับสนุนของทหารปฏิเสธลําบากมาก ทั้ง ๆ ที่ วันนี้เครื่องบินชนิดนี้ประเทศผู้ผลิตเองเขาก็ตัดงบประมาณในการพัฒนาเครื่องบินชนิดนี้ มีข้อบกพร่องเยอะแยะมากมาย ราคาก็แพง ที่ผมพูดตรงนี้เพื่อจะให้ท่านมองให้เห็นว่า วันนี้ท่านไม่กล้า เพราะทําไมล่ะ เพราะเขาผลักดันท่านให้ท่านต้องนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเปึนรถเกราะล้อยางกับยูเครน ซึ่งวันนี้ทุกคนรู้หมด นี่เฉพาะยูเครน นี่อีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท กริพเพนอีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเห็นไหมครับ ที่ผมพูดตรงนี้ เพื่อที่จะย้อนให้ ท่านสั้น ๆ ได้เข้าใจว่าวันนี้รถเกราะล้อยางยูเครนนี่ สตง. เขาก็ไม่เอาด้วย แล้วก็มันมีการย้อมแมวเอาของเก่ามาขายให้กับกองทัพไทย เปึนความพยายามของคน ที่อยู่ในกองทัพที่สนับสนุนท่านนี่แหละที่อยากจะได้เหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่มันผิดสเปกหมด มันไม่มีขีดความสามารถพอ ล้อยางก็ทับตะปูเรือใบไม่ได้ แตกแบนหมด ทําทางรถไม่ได้ ลําเลียงคนไม่ได้ ซื้อมาทําไม ท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีครับ นี่คือสิ่งที่ผม ไม่สบายใจ ผมกําลังจะโยงให้เห็นนี่คือวงจรที่มันเปึนอย่างนี้ แล้วก็มองได้ว่าวันนี้รัฐบาล กับทหารเขารู้กันอีกในเรื่องงบประมาณ ผมไม่อยากจะมองอย่างนั้นเลย แต่มันทําให้ มองเห็นได้ชัดเจนว่าต่างคนต่างเอื้อประโยชน์ให้กัน งบประมาณของแผ่นดินจํานวน มหาศาล ไม่ว่าจะเปึนป๋นประจําการของทหาร ซึ่งกองทัพบกเองได้ทําการศึกษาสํารวจมา ๔ ป้ บอกว่าป๋นเอ็ม ๑๖ เอ ๒ (M 16 A 2) ที่ใช้อยู่เปึนประจําสุดยอดแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมครับ ปรากฏว่ากองทัพไปซื้อทาเวอร์ (Tavor) จากประเทศอิสราเอลมาครับ ทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่ากระบอกครับ เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทดสอบเลย มันหมายความว่าอย่างไรวันนี้ เสร็จแล้วรัฐบาลท่านตรวจสอบได้ไหม ไม่ได้ เพราะทําไม เขาผลักดันท่านนะ นี่คือสิ่งที่ท่านต้องลงไปใคร่ครวญให้ดีว่าวันนี้ถ้าเกิดยังเปึนรัฐบาลอยู่ ภายใต้การชี้นําของนายทหารกลุ่มหนึ่งที่ยังแสวงหาอํานาจทางการเมืองอยู่นี่ วันนี้มันเปึน ประชาธิปไตยไม่ได้ครับ เขาถึงบอกว่านี่คือพวกขุนนาง อํามาตย์ แล้วก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ แล้วก็ชี้นิ้วให้ทําอย่างนี้ เขาของบอะไรมาก็ให้เขาจัดให้อย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่กองทัพบุคลากรเอง ไม่ต้องการแต่เปึนความต้องการของผู้นํากองทัพ ผมไม่อยากจะพูดว่ามีได้เสียอะไรกัน ใต้โต๊ะหรือไม่ ไม่อยากจะพูด ท่านเห็นไหมครับ นี่คือสิ่งที่ผมนําเสนอให้เห็น ๆ ชัด ๆ สั้น ๆ ยังมีเครื่องบินพีซีไนนท์ (PC-9) อีกครับท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรีครับ ๕๖๕ ล้านบาท เครื่องบินฝ๊กที่พี่น้องทหารหาญ เราเปึนนักบินทั้งหลายถึงเวลาแล้วก็ต้อง ฝ๊กปรับปรุงเทคโนโลยีการบินทั้งหมด ๒๑ ลํา ตกไปก่อนแล้ว ๑ ลํา เหลือ ๒๐ ลํา ทั้งหมด ๕๖๕ ล้านบาท เอาบริษัทอุตสาหกรรมการบิน จํากัด มาทําสัญญาว่าจ้างในกรณีพิเศษ ไม่มีการประมูลแข่งขัน บริษัทไม่เคยผ่านงาน แต่ว่าบริษัทนี้มีนายทหารผู้ใหญ่ถือหุ้นอยู่ ด้วย แล้วแจ้งว่าเปึนรัฐวิสาหกิจเบิกไปได้ทันทีเลย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ จาก ๕๖๕ ล้านบาทไม่ต้องทําอะไรเลย จับเสือมือเปล่า เห็นไหมครับ เบิกไป ๒๓๐ กว่าล้านบาท แล้ววันนี้ซ่อมอยู่ได้ ๒ ลําจาก ๒๐ ลําครับ ตกไป ๑ ลํา ๒๑ ลํา ตก ๑ เหลือ ๒๐ ลํา เบิกไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ซ่อมไปได้ ๒ ลํา คณะกรรมการตรวจรับไม่ยอมเซ็นด้วย เพราะว่ามันไม่ถูกต้องตามสเปก นักบินไม่กล้าบินครับ เห็นไหมครับมันเอื้ออํานวยกัน อย่างนี้หรือเปล่าท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมต้องส่งบอกไปยัง ท่านประธานผ่านท่านนายกรัฐมนตรี นี่ครับ ผมไม่เคยเห็นประเทศไหนที่คนที่พ้นจาก กองทัพไปแล้วเปึนนายทหารผู้ใหญ่ แล้วกลับมาจดทะเบียนบริษัท หากินกับกองทัพ เขามองว่าวันนี้รัฐบาลทําอะไรไม่ได้ครับ เพราะรัฐบาลไม่กล้าหาญชาญชัยพอ เพราะ รัฐบาลไม่สมาร์ท พอที่จะสั่งการเขาได้ ผมบอกแล้ววันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีคือจ็อกกี้ กองทัพนั้นคือม้า มันจะมองเปึนอื่นไปไม่ได้เลย นั่นคือการเกื้อกูลกันหรือเปล่า เพราะว่า ท่านเองท่านมาโดยกําลังทหาร แล้ววันนี้การแต่งตั้งแต่ละครั้ง สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ขอโทษนะครับท่านประธานครับต้องเอ่ยครับ ใครจะมาสั่งการ ท่านนายกรัฐมนตรี จะเสนอใครเปึน ผบ. เหล่าทัพ ต้องขอตรวจสอบก่อน ไม่ได้ อํานาจ สูงสุดอยู่ที่ท่าน ผมถามว่าท่านกล้าไหมครับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ท่านจะแต่งตั้งอะไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเสนอมาท่านไม่เห็นด้วย ท่านกล้าไหม วันนี้คงต้องแยกกันให้ชัดเจนครับ ทุกคนต้องรู้หน้าที่แล้ว กองทัพก็ทําหน้าที่ ของกองทัพเสียให้มันเข้มแข็งสง่า ไม่ใช่กองทัพมายุ่งการเมืองอยู่อย่างนี้ ผมก็รักกองทัพ เหมือนท่านทุกคน แต่ในเวลาเดียวกันวันนี้ไลน์ (Line) บังคับบัญชาทั้งหลายมันมาจาก ไลน์เดียวหมด กลุ่มก้อนพวกพ้องตัวเองหมด ท่านกล้าหาญชาญชัยไหมที่จะจัดผู้นําทหาร ที่เขามีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ในการสู้รบทั้งหลายมานํากองทัพบ้าง ซึ่งเขา อาจจะอยู่หน่วยอื่นก็ได้ ไม่จําเปึนต้องมาอยู่หน่วยที่คุมกําลังอยู่ในปัจจุบัน ท่านไม่กล้า เขาเสนอมาอย่างไรก็ต้องอย่างนั้น แต่สมัยทักษิณไม่ให้ เห็นไหมครับทําไม มันคือความไม่ พอใจเห็นไหมครับ เสนองบประมาณมาเพิ่มเติมบอกไม่เอา ตัดตามอัตรากําลังที่จะต้อง จัดเท่านั้นเอง ตามอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะต้องมีในกองทัพ ความไม่พอใจเกิด ท่านก็จะเจอ แบบเดียวกันในระยะเวลาอันใกล้นี้ถ้าเกิดว่าท่านไม่เห็นด้วย ท่านเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้เลยว่าการจัดสรรงบประมาณ ๕๓,๙๙๙ ล้านบาท ที่ผ่านมา ของกองทัพ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ไม่มีการประมูลแข่งขัน นะครับ จัดซื้อวิธีพิเศษหมด พวกฉันฉันให้ไป บางบริษัทไม่เคยยื่นบริษัทเข้ามาประมูลเลย ๑๐ บริษัทเสนอมา เอาบริษัทที่ ๑๑ นี่แหละ ของพวกกูนี่แหละ ท่านเห็นไหมครับ ๔ บริษัท เสนอพีซีไนนท์ เครื่องบินฝ๊กนี่ ปรากฏว่าบริษัทที่ ๕ ไม่ได้เสนอเลย แต่คนหลังบ้านจะเอา ต้องให้ครับ สิ่งที่ผมพูดตรงนี้ก็เพื่อที่จะให้ท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้ปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ ทุกคนต้องรู้หน้าที่ตัวเอง ถ้าวันนี้ท่าน เปึนนักการเมืองเปึนผู้นําประเทศแล้วท่านไม่สามารถที่จะให้เขาแยกแยะหน้าที่ของเขาได้ ถูกต้อง ตํารวจทําหน้าที่ตํารวจ ทหารทําหน้าที่ทหาร ทุกคนรู้หน้าที่ตัวเองหมด ผมว่า ปัญหาตรงนี้ไม่เกิดครับ รัฐบาลวันนี้ทหารก็ลงมายุ่งการเมือง เพราะว่ามีกําลังอาวุธ กําลัง ทหารอยู่ข้างหลังเห็นไหมครับ เหมือนกับที่ท่านเอากําลังมาสลายมาปราบปรามประชาชน ผมไม่ได้เรียกว่าการควบคุมฝูงชนเลย เพราะการควบคุมฝูงชนท่านทําอย่างนี้ไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านพูดเมื่อตอนที่เป่ดอภิปรายท่านบอกว่าท่านเปึนคนเรียก ประชุมและขอมติ ครม. ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ขออนุญาตพูดสั้น ๆ ที่ผมยิ่งสะท้อนใจ ใหญ่ รู้ไหม โอ้โฮ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมหวังไว้กับท่านเหมือนกันนะ ในความรู้สึก ส่วนตัวผมชื่นชมท่านเหมือนกัน แต่วันนี้ท่านไม่รอบคอบเลย ท่านประกาศทําไมล่ะ เสื้อแดงนี่สองมือ สองแขน สองขาเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร ผมนี่เดินจนทั่ว ผมเปึนคนถามว่า มีกองกําลังไหม เพราะผมเองผ่านโรงเรียนเสนาธิการทหารบกเหมือนกัน หลักสูตรฝ์าย อํานวยการตํารวจ ประชาชนชุมนุมเยอะๆ ถ้าเขาต้องการจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ต้องการจะล้มโน่นล้มนี่นะครับ มันไม่มีกองกําลังทําไม่สําเร็จ ไม่ว่าจะเปึน ฟ่เดล คาสโตร (Fidel Castro) ไม่ว่าจะเปึน เช กูวารา (Che Guevara) ไม่ว่าจะเปึน เหมา เจ๋อตุง (Mao Tes-Tung) ไม่เคยมีปรากฏ เพราะฉะนั้นท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เสื้อแดงก็ดี ผู้มาชุมนุมก็ดี ไม่จําเปึนต้องเสื้อแดงเขาก็มาชุมนุม เขามาเรียกร้องความเปึน ประชาธิปไตย เรียกร้องความถูกต้อง เรียกร้องความเปึนมาตรฐาน ความเสมอภาค ภายใต้กฎหมายไทยเหมือนกัน ชัดเจนครับ ไม่มี หลังจากสลายแล้วท่านเห็นไหมครับ หลังจากควบคุมได้แล้ว ถ่ายรูปแช็บ แช็บ แช็บ ผมถามว่าท่านประธานครับ มีใครไหมที่ จับมีดได้ทั้งเล่ม มีใครไหมจับแต่ป๋นกระบอกหนึ่งกับคนเปึนพัน ๆ เกือบหมื่นคน ไม่มีเลย แม้แต่นิดเดียว ท่านถามตํารวจสิมีไหม แสดงว่ามือเปล่าเท่านั้นเองที่เขาเอาไว้เรียกร้อง แล้วเขาชุมนุมมา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ท่านไล่ได้ไหม สนามหลวง กทม. สนามราชมังคลา กีฬาสถาน ไปสนามศุภชลาศัย ชุมนุมมาไม่เคยมีปัญหาเลยแม้แต่นิดเดียว ที่มันเกิดขึ้น คือความพยายามของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเท่านั้นเองที่จะต้องการที่จะเข้าไปสลาย เพราะ กลัว กลัวว่าประชาชนจะชุมนุมกันเยอะ ๆ แล้วจะเปลี่ยนแปลงโน่น เปลี่ยนแปลงนี่เพื่อจะ ล้มรัฐบาล แต่ท่านไม่ละเอียด ไม่รอบคอบเลยท่านประกาศตรงนี้มา ถ้าเกิดว่า ท่านจะควบคุมฝูงชนจริง ๆ ท่านใช้กําลังตํารวจเข้าไปก่อนสิครับ ท่านก็รู้อยู่ วันนี้ท่านรู้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านก็รู้เต็มอก ไม่ต้องไปประกาศว่าวันนี้ ๓ วันต้องสลายให้ได้ ที่ไหนก็ไม่มี เพราะว่าการสลายฝูงชนนั้นนะครับ ๑. แน่นอนที่สุดต้องไม่ให้บาดเจ็บล้ม ตาย เรื่องใหญ่มาก ไม่ให้บาดเจ็บและล้มตาย ไม่ให้เกิดการประทุษร้ายต่อชีวิตและ ร่างกาย ถึงมันจะต้องยืดเยื้อยาวออกไปอีกกี่วันก็ตามก็ต้องอดทน นี่คือการควบคุมฝูงชน แต่วันนี้ท่านเล่นประกาศเลย ๓ วันต้องสลายให้ได้ มันอะไร กําลังที่เอามานี่ท่านประธาน ครับ ผมบอกได้เลยว่ามันยิ่งกว่าปฏิวัติอีก ผมยังพูดกับพี่น้องพวกผมหลายคนเลยบอกว่า เอ๊ะ ท่านอภิสิทธิ์นี่ปฏิวัติตัวเองนี่ ใช้กําลังทหารขนาดนี้ นี่คือปฏิวัติตัวเองสมัยถนอม หรือเปล่า ท่านประธานเห็นไหมครับ ผมมีความรู้สึกอย่างนั้นว่ากําลังทหารที่เอามา ทั้งรถ สายพานลําเลียง อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย กําลังทหารเปึนหมื่น ไม่ว่าจะเปึน พล. ๑ พล.ร. ๒ มทบ. ๑๑ มทบ. ๑๔ มาหมด พล. ๙ มาหมด กับเสื้อแดงที่ไม่ได้มีอะไรเลย พูดแล้วมันน่าสงสาร ท่านประธานครับ ดูอาวุธครับ ผมขออนุญาตดูอาวุธ ท่านโคลส (Close) ให้ดูนิดครับ เอ็ม ๖๐ นี่เอามาทําไมครับ เอามายิงกับใคร ทหารเขมรตะคอก ทีเดียวมุดอยู่ในรูไม่โผล่สักนิดเดียวสักคน มีทหารกล้าคนหนึ่งที่ออกไปสู้ ถามว่าเอามายิง กับใครท่านประธาน ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี กระสุนยิงหมดนี่ ถามว่าเอามายิงกับใคร เอ็ม ๖๐ นี่ กระสุน ๗.๖๒ นี่ มันยิ่งกว่า เอ็ม ๑๖ อีก เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกบอกว่ามันดีแต่ เก่งรบกับคนไทย กลยุทธ์ทั้งหลายที่เอามาใช้ เลว ๆ ทั้งหลายเอามาใช้กับคนไทยด้วยกัน มันต้องเอาไปใช้กับศัตรูนอกประเทศ ผู้รุกรานประเทศไทย นี่คือสิ่งที่ต้องพูด ท่านประธานครับ เอ็ม ๑๖ ไม่ต้องพูดถึง ประทับแนวนอนยิง ชัดเจนครับ ถามว่าเสื้อแดง มันมีอะไร ไม่มีครับ ป๋นสักกระบอกยังหาไม่เจอเลย ผมนี่ได้แต่สงสารบอก ตายแล้ว แต่ต้องการจะเปึนส่วนหนึ่งในการรักษาความยุติธรรม วันนี้ผมได้รับความยุติธรรมเหมือน ท่านครับ ผมพูดอยู่เสมอว่าความยุติธรรมไม่ต้องซื้อ ซื้อไม่ได้ ผมมีความรู้สึกเหมือน ท่าน ท่านประธานดู ยิงกราดหมด ไม่มีละครับ เขาห้าม ท่านดูในคู่มือระเบียบปฏิบัติ ราชการสนาม ไม่มีครับ เขาห้ามแม้กระทั่งยิงขู่ ท่านไปเป่ดดูหน้า ๔๗ เป่ดดูได้เลย เขาสอนทหารไว้ ยิงขู่ก็ไม่ได้ ประชาชนตระหนกตกใจ ห้าม มันต้องจัด
ประการแรกก็คือต้องส่งคนเข้าไปเจรจากับผู้ชุมนุมก่อน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งแกนนํา นั่นคือเริ่มต้นเลย การเจรจาก่อนดีที่สุด ท่านส่งใครไปคุยไหม ๒. ก็คือ เมื่อคุยไม่รู้เรื่อง ท่านก็ประกาศเตือน ขั้นตอนมันมีชัดเจนครับ เมื่อประกาศเตือนไม่รู้เรื่อง ท่านก็จัดแสดงกําลัง แสดงกําลังโดยทหารท่านจะออกมาเท่าไร มากน้อยก็ไม่มีใครว่า กระสุนป๋นนี่เขาห้ามบรรจุกระสุนจริง ท่านจําไว้นะครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต ผ่านท่านนายกรัฐมนตรี ห้ามบรรจุกระสุนจริง ยกเว้นจะสงสัยว่าตัวเองนั้นจะถูกทําร้าย ถึงแก่ชีวิต ดีไหมครับ แล้วบรรจุกระสุนจริงก็ยังสั่งยิงไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาเท่านั้นจะเปึนคน สั่งยิง เห็นไหมครับ ขั้นตอนนี้คือข้ามไปด้วย จริง ๆ แล้วจะต้องใช้สารเคมีอีก มีการแปรรูป ขบวนอีก แปรรูปขบวนเพื่อกดดันผู้ชุมนุม อาจจะเปึนหน้ากระดาน แล้วก็ประกอบหมู่อีก ๑ หมู่ด้านข้าง หรือ ๒ หมู่ก็สุดแล้วแต่ แต่ต้องไม่ใช้กระสุนจริงเด็ดขาด แต่กระสุนจริงมี เตรียมเอาไว้ แต่ห้ามใส่ ห้ามบรรจุ เพราะมันจะลั่นเมื่อไรไม่รู้ พอลั่นขึ้นมาปังลูกน้องใส่ ป๊บ ป๊บ ป๊บ หมดเลย เพราะทําไม ไม่รู้ นึกว่านายสั่งยิงแล้วกูก็ยิงระเบิดเลย ทลายหมด พังหมด ตายหมด เห็นไหมครับ หรือไม่ก็ท่านใช้วิธีใช้สารเคมี นั่นก็คือแก๊สน้ําตา วันนี้ไม่มี เดินลุย วิ่งล่าไล่ โอ้โฮ ท่านเห็นซีดี ผมเชื่อว่าท่านเห็นแล้ว กองกําลังทหารวิ่งไล่ล่าชาวบ้าน ซึ่งไม่ใช่ คุณต้องเดินเปึนรูปขบวน จะเปึนรูปลิ่มอะไรก็สุดแล้วแต่ เปึนรูปขั้นบันไดก็เดิน สุดแล้วแต่ เมื่อประชาชนถอยแล้วต้องแสดงศักยภาพในการที่จะเข้าไปควบคุมให้ได้ อย่างวันนี้ไม่มีเลย ยิง พรึด ๆ หมด แล้วก็บอกว่ากระสุนแม็ก โฆษก ทบ. พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด ขออนุญาตบอกว่า เอ็ม ๑๖ ลูกกระดาษ ขอโทษทีท่านประธานครับ มันไม่มี หรอกครับ เอ็ม ๑๖ ลูกกระดาษในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนผลิตครับ เขาถึงบอกว่ารุ่นเขาถึง เรียกว่า โฆษกม้าตัวเมียตัวนี้ ไม่รู้เรื่อง ลูกกระดาษไม่มี ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ให้ดูนะ ท่านประธานครับ ขออนุญาตให้ทีวีโคลสนิดด้วย นี่ครับ เอ็ม ๑๖ อันแรกคือ บอน (Born) เอ็ม ๑๙๓ นี่ละลูกจริงชัด ๆ ลูกจริง ชัด ๆ นี่ครับ อันนี้ลูกจริงเลย แล้วนี่ครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตนี่ครับ ปลอกเอ็ม ๑๖ มีเปึนร้อย ลูกจริงมีเปึนร้อย ผมเอามา แค่ ๒ ลูกให้เห็น และแผลที่มันเข้าเหวอะหวะ ๆ นี่ ไม่ใช่กระสุนลูกนี้หรือครับ แพทย์ต้อง มีจรรยาแพทย์ มันมีทั้ง ๙ มม. ทั้ง ๑๑ มม. มีทั้ง เอ็ม ๖๐ มีทั้งเอ็ม ๑๖ มีทั้งป๋นเอสเค (SK) มีหมด คุณจะเอาไปยิงกับใคร คนไทยด้วยกัน ท่านประธานครับ นี่สิ่งที่เห็นในที่ เกิดเหตุ เขาถ่ายภาพเอาไว้ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ ลูกกระสุนเอ็ม ๑๖ เห็นไหมครับ ทีนี้นี่ครับกองใหญ่ ๆ ที่ยึดมาได้ครับ ที่เก็บมาได้ นี่ใช้แล้วทั้งนั้น กระสุนของจริงทั้งนั้น นี่ถ่ายบนเวทีของผู้ที่ชุมนุม ท่านประธานครับ มันเลวร้ายมาก ใช้ไม่ได้ การใช้กําลังทหารขณะนี้ ท่านต้องระมัดระวัง เกิดการสูญเสียแน่นอน มากน้อยก็ต้องสูญเสีย ผมไม่อยากประณาม ว่าท่านมือเปุ๋อนเลือดแล้ว ไม่อยากประณาม นี่คือสิ่งที่เห็นครับ ท่านประธานครับ ที่โฆษก ม้าตัวเมียของกองทัพมันบอกว่าลูกกระสุนใช้ลูกกระดาษ ไม่มี มันมีลูกกระสุนคือ ลูกแบลงค์ ลูกแบลงค์ ยิงไปไม่มีหัวกระสุนละครับ แต่ปลายหัวมันจะเปึน จีบลีบนี่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ ภาพมีเห็นชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นกําลังทหารที่ บรรจุกระสุนจริงมันยิงไม่เลี้ยงครับ ถามว่าทหารมีอํานาจในการที่จะปกปัองตัวเองไหม มีครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในระเบียบปฏิบัติราชการสนามเขาบอกไว้ว่า ถึงแม้ว่า จะโดนยิงตายก็ตาม ทหารจะยิงกราดไปหาคนสุ่มไม่ได้เลย ตรงเปัาหมาย สมมุติว่าพรึด มาจากตรงท่านประธานถึงทางผมนี่ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง โดนกระสุน ผมเปึน ทหารอยู่นี่ ผมจะยิงพรึดไปทางท่านไม่ได้เลย ถ้าผมไม่แน่ใจ ผมจะต้องโดดเข้าหาที่กําบัง เพื่อสํารวจก่อนว่าจุดยิงมาจากตรงไหน ห้ามยิงต่อพรึด ๆ ไปทันทีเลย นี่คือระเบียบปฏิบัติ ในราชการสนาม เพราะเขาต้องการเซฟ (Safe) ผู้คน เซฟประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย แล้ววันนี้มันยิงกันระเบิดเถิดเทิงเลยท่านประธาน ถามว่านี่คือวิธีในการควบคุม หรือว่าวิธี ปฏิวัติกันแน่ ท่านประธานครับ ผมเสียใจจริง ๆ ผมเสียใจที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านไม่รอบคอบ ขออนุญาตพูดอย่างนี้นะครับ ท่านอาจจะไม่สบายใจ แต่ด้วยความเคารพว่าผมเปึนห่วง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นลูกแบลงค์เวลายิงนี่นะครับ พอยิงเข้าไปถ้าเปึนป๋นธรรมดา ปลอกกระสุนเหมือนกับเอ็ม ๑๖ หมดทุกอย่างของจริง ๆ แต่เวลายิงไปนี่นะครับ ท่านประธานครับ แก๊สนี่มันจะส่งออกไป มันจะส่งออกไปหมด จะออกทางรูแล้วก็ออกทาง กระสุนตามไป แรงดันของแก๊สมันไม่สามารถจะผลักกลับมาเพื่อจะให้ลูกรั้งมันดัน คันเลื่อน ผลักดันกระสุนขึ้นไปเปึนลูกที่ ๒ ได้ เพราะฉะนั้นเขาต้องใช้อะแดปเตอร์ เห็นไหม ครับนี่คืออะแดปเตอร์ที่ติดหัวลํากล้องป๋นครับ ท่านประธานครับ เพราะทําไม เพราะไอ้นี่ มันจะช่วยเก็บแก๊สเอาไว้แล้วผลักออกไป แล้วก็จะยิงเปึนระบบออโต้ได้ ปัูบ ปัูบ ปัูบ ปัูบ ได้ ถามว่าทหารที่เอามานี่เหมือนที่นาย พันเอก สรรเสริญ พูดนี่ว่าเปึนลูกแบลงค์ ลูกแบลงค์มันต้องมีครับใช้อะแดปเตอร์ กระบอกป๋นแต่ละกระบอกไม่มี นี่ทหารอเมริกัน เขาใช้เห็นไหมครับ นี่ในการซ้อมเห็นไหมครับ ลูกแบลงค์มีแต่เสียงครับ เหมือนกับป๋น ที่ปล่อยยิงนักกีฬา ปัง ไม่มีหัว แต่ว่ายิงใกล้ๆ เพรสเชอร์ (Pressure) ของแรงกดมันทําให้ ตาบอดได้เหมือนกัน เห็นไหมครับท่านประธาน นี่ทหารอเมริกันเขาใช้ ชัดเจนครับ เขาติด ไว้หมด เพราะฉะนั้นถึงบอกว่ามันใช้ลูกจริง แล้วจะมาปฏิเสธ แค่นี้ก็หลอกประชาชน อย่าไปคิดว่าประชาชนโง่ไม่รู้ พูดเรื่องป๋นแล้วอ้ายโง่กันหมด ผมถึงเชิญชวนพี่น้องสมาชิก รัฐสภาทั้งหลายอยู่ตลอดเวลาว่า ขอให้ใกล้ชิดกองทัพ ขอให้รู้เรื่องกิจกรรมกองทัพ ขอให้ รู้เรื่องงบประมาณกองทัพ ขอให้รู้เรื่องบทบาทภารกิจหน้าที่ของกองทัพ เพราะทําไม เราจะได้รู้เขา เขาซื้ออาวุธขึ้นไป อย่างจีที ๒๐๐ ท่านประธาน ซื้อไปหาวัตถุระเบิด โดยใช้ วิธีส่าย นี่ซื้อไปแล้ว ไม่มีการประมูล งบนี้ซื้อครั้งแรก ๑๐๐ กว่าล้านบาท อันหลังสุด ๑๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ไปตรวจระเบิด หาวัตถุระเบิด เครื่องมือนี่มันตรวจได้ เฉพาะสารวัตถุระเบิดจริง ๆ แต่ปรากฏว่าโจรก่อการร้ายภาคใต้มันเปลี่ยนมาใช้ปุิย ใช้แอมโมเนียไนเตรท ตรวจไม่เจอเลยเห็นไหมครับ ระเบิดตูม ๆ ตูมตลอด ๓๐๐ กว่าล้านบาท ทําอะไรไม่ได้เลย ซื้อไปทําไม ผมบอกว่าต้องรู้ ทหารต้องทําหน้าที่ของทหารเสีย ถอยกลับ เข้ากรม กอง เสีย อย่ามาแบ็ค การเมืองเขาเจรจากันจบเรียบร้อยไม่มีปัญหา แล้วท่านประธานวุฒิสภาเองก็ดี ผมเองก็ยังเสียใจ แล้วท่านก็มาด่วนสรุปว่าการสลายฝูงชนครั้งนี้ ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ทําการควบคุม หรือปราบ หรือสลายฝูงชน ที่จริงแล้วเขาไม่เรียก สลายฝูงชนหรอก เขาเรียกการควบคุมฝูงชน ไม่รุนแรง ไม่รุนแรงผีบ้าอะไรท่านประธาน เอาอาวุธขนาดนี้ออกมา รถสายพานลําเลียงยังมีอีกนะครับท่านประธาน ผมเรียน ท่านประธานนิดหนึ่งว่าถ้าประชาชนผู้ชุมนุม หรือกลุ่มเสื้อแดงเขาคิดจะต่อกรกับทหารนี่ ผมเล่าให้ท่านฟัง คืนวันที่ ๑๒ กลุ่มของเสื้อแดง คนที่มาชุมนุมทั้งไม่ใช่เสื้อแดงด้วย ที่ไม่เห็นด้วยกับ แต่การเคลื่อนกําลังทหารมา เขายึดป๋นเอ็ม ๑๖ ได้ ๒๒ กระบอก ๒๒ กระบอกจะยิงกันตาย ทหารไม่ยอมลงจากรถ เพราะถือว่าถูกปลดป๋นนี่ถือว่ากูแพ้ ไม่ยอม ตํารวจมา พันตํารวจโท สมิง ท่านไปเช็กได้ที่ สน. ดินแดง คุณสุรชัยได้รับแจ้ง วิ่งไปที่ เกิดเหตุ เอาป๋นนี้ไปส่งที่ บชน. พลตํารวจตรี จักรทิพย์ ชัยจินดา รองแป็ะนี่แหละ ผมรู้จักดี บันทึกเอาไว้เรียบร้อย ถ้าเขาคิดจะทําร้ายใครคนหนึ่งคนใด ไม่ปล่อยเอาไว้หรอกตั้ง ๒๒ กระบอก ทั้งอาวุธป๋นพร้อม และกระสุนพร้อม ๕.๕๖ พร้อมเลย กระสุนเปึนหีบ ๆ เลย ท่านไปดูได้ที่ พลตํารวจตรี จักรทิพย์ ชัยจินดา มีเอกสารชัดเจน จริงหรือไม่จริง นี่คือกลุ่ม ที่เขาชุมนุม เขาไม่ต้องการที่จะสร้างความรุนแรงเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านเห็นไหมครับ แล้วนอกเหนือจากนั้นท่านประธานครับ พออีก ๓๐ นาที ที่เดิมอีก เขายึดป๋นเอ็ม ๑๖ ได้อีก ๑๑ กระบอก บริเวณที่เดียวกันนั่นหลงทางเข้ามา ป๋นกล๊อก (Glock) อีก ๖ กระบอก เขาก็เอาไปส่งให้ ไม่ได้ยึดไว้เลย แล้วเรื่องที่สําคัญพบกับตัวผม ท่านประธานครับ ผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ผมเรียนว่าผมก็เปึนคนรักความยุติธรรม มีทหารนําด้วยรถฮัมวี่มา ๑ คัน ยศพันโท มีทหารถืออาวุธป๋นมาอีกประมาณ ๒๐ คน หลงทางครับ ทหารที่มาจากปราจีนบุรีครับ ซื่อบื่ออย่างไรก็ไม่รู้ ลงยมราชปัูบวิ่งปุ็บถึงจุดเสื้อแดงเลยตรงหน้าสนามม้านางเลิ้ง ผมก็ เห็นช่วงที่ผมไปพอดี ก็ปรากฏว่ามอเตอร์ไซค์เข้ามาวิ่งชาร์จข้างหน้าเพราะเห็นทหารเข้า มาใกล้ชิดครับ แล้วมันใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ชุมนุมนิดเดียว กลุ่มผู้ชุมนุมก็เคลื่อนเข้ามา เยอะแยะเลย ผมก็รีบกระโดดข้ามกลางถนน ผมก็ถามเหมือนกับที่เปึนพวกเดียวกัน บอกว่า เฮ้ยน้องรุ่นไหน ถาม ผบ. พัน เขาบอก เตรียมทหารรุ่น ๓๒ ครับพี่ ผมบอก เฮ้ยน้องมาทําไม เขาบอกว่านายสั่งให้มายึดพื้นที่ตรงนี้ ผมบอกจะบ้าหรือเปล่าวะ เห็นไหมนี่เสื้อแดงอยู่ตรงนี้ เปึนหมื่นอยู่ตรงนี้ คุณเข้าไปคุณตายพอดี เสื้อแดงก็เริ่ม มาหมด ล้อม เพราะว่าเขาเห็นทหารมาถึงเขาก็ต้องเตรียมในการที่จะรับมือว่า เฮ้ย มันทําไมบุกมาถึงขนาดนี้ทั้ง ๆ ตัวเองนั้นเขาไม่ได้ต่อสู้ต่อกลอนอะไรแม้แต่นิดเดียวเลย ท่านประธานครับ ผมก็บอกว่า ไอ้น้องเอาทหารขึ้นรถเสีย เขาก็สั่งทหารขึ้นรถทั้งหมดเลย พร้อมกระสุนป๋น เชื่อไหมครับเสื้อแดงล้อมกรอบหมดแล้ว ผมก็บอกว่า ไอ้น้องถอยได้ไหม ไม่มีประโยชน์เลยแล้วอย่าทําร้ายประชาชนได้ไหม เขาบอก ได้ครับผม ได้ครับ ๆ พี่ ได้ครับ ถอยกลับไปเสียไม่ทําร้ายประชาชนนะ เขาบอกไม่ทําร้าย พี่น้องเสื้อแดงก็ปรบมือ ให้ครับ ช่วยกันให้เขาถอยรถ รถมันมาติดตรงยมราชก็ค่อย ๆ ให้รถคันหลังถอยออกไป ที่ผมพูดตรงนี้ท่านประธานเพื่อที่จะให้รู้ว่าเขาไม่ได้คิดจะสู้รบปรบมือแม้แต่นิดเดียวเลย แล้วถ้าวันนั้นเขาสั่งยึดอาวุธป๋นทหารสู้ไม่ได้หรอกครับ แล้วผมถามว่าวันนี้ที่ทําไปนี่มัน เกินกว่าเหตุไหม ต้องไม่ทํา ยกเปึนกองกําลังเข้าไปเหมือนกับที่พัทยา ท่านประธาน เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกอภิปรายแล้วถ้าไม่มีกลุ่มที่มันมาสร้างปัญหาที่เปึนเสื้อน้ําเงิน ผมรู้ หมดมาจากไหนท่านประธานครับ ลูกน้องเก่าผมก็หลายคน พูดตรง ๆ เลย เพราะผมเคย รับราชการอยู่ที่บุรีรัมย์ ผมเคยรับราชการอยู่ที่อุบลราชธานี ผมอยู่พื้นที่ชายแดน วันนี้ยังมี รายชื่อเลยครับท่านประธานอยากจะได้ไหมครับ ถูกเกณฑ์มา ถูกสั่งมา ไม่รู้พื้นที่พัทยา เลย เสร็จแล้วก็มาดักทําร้าย วันที่เขาไปยื่นหนังสือแค่นั้นจบแล้ว ท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ รับหนังสือแล้วจบแล้ว แต่พวกนี้ไม่ลดราวาศอก คิดว่ากูก็ชนกับมึงได้ ท่านประธานครับ มีผู้นําเสื้อน้ําเงินนี่ไปนั่งประชุมที่ ศปก. ภาค ๒ ที่ศาลากลางพัทยาร่วมกับ พลตํารวจโท อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้ช่วย ผบ.ตร. นี่แหละ ผมรู้จักเขา ผมอยู่เลยเลิงนกทา เขาอยู่นิคม คําสร้อย คนนี้เราก็อยู่ชายแดนมาด้วยกัน ไปร่วมประชุม แล้วคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับราชการ ของกองทัพแม้แต่นิดเดียวไปประชุมทําไม วางแผนเอาคนเข้ามาก่อกวนทําร้าย ดักทําร้าย ไม่อย่างนั้นพวกนี้เขาจะไม่ขึ้นไปอีกหรอก ถูกซุ่มทําร้าย ที่ขออนุญาตพูดที่ว่า เมื่อสักครู่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดมาว่า มีคนบาดเจ็บใครทําล่ะ เขาไม่มีอาวุธ พวกนั้นเต็มไปหมด มีด ไม้พลอง กระบอง เถื่อนหมด แถมจ่ายสตางค์ให้ด้วยเบี้ยเลี้ยง ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ มันยั่วยุ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอาจจะไม่ทราบหรอก เพราะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านน่ารัก เพราะท่านตามพวกนี้ไม่ทัน ท่านไม่ทันครับ แต่ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมตามทัน ตามทัน ท่านเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันเกิดขึ้นเพราะอะไร วันนี้ถามว่า รัฐบาลรู้เห็นเปึนใจกับคนเสื้อน้ําเงินหรือเปล่า ต้องตอบ ท่านตอบว่าไม่รู้แน่นอน แต่ถาม ว่าระเบิดควันนี่ที่ขว้างนี้ กรีเนด แฮนด์ สโมค (Grenade Hand Smoke) กรีเนด แฮนด์ สโมค ขว้างจากคนกลุ่มน้ําเงิน โทรทัศน์ออกทุกช่อง ใส่เสื้อแดงป่ดฉากม่านควันแล้วระดม ยิง ถามว่ามันได้มาอย่างไร กลุ่มเสื้อน้ําเงินมันได้มาอย่างไร เพราะมันเปึนของที่ใช้ ในราชการมันเปึนศาตราภัณฑ์ มันเปึนยุทธภัณฑ์ แล้วจะไม่ให้เขาสู้หรือ บางคนมันสวม วิญญาณตายเปึนตายอย่างนี้ มันไม่ได้เกิดผลดีแม้แต่นิดเดียวเลย การยั่วยุ แม้กระทั่งที่ กระทรวงมหาดไทย วันนั้นที่ท่านไปแถลงที่จะประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ขออนุญาตพูด สักนิดสั้น ๆ ๒ คนหายไป ท่านอริสมันต์ ท่านจตุพร เขาก็ต้องตามผู้นําเขา เปึนตายร้ายดีอย่างไร ไม่ว่าใครก็ตาม เขาก็ไปดู แล้วเขาก็ไม่อยาก ให้ท่านประกาศ มีการเป่ดช่องทางเข้าไว้ให้เรียบร้อย เขาก็มองว่าเปึนแผนของท่าน หรือเปล่าในการที่จะหาทางสลายฝูงชน โดยอ้างบอกประชาชน การยิงเอ็ม ๗๙ เข้าศาล รัฐธรรมนูญ ของอย่างนี้ แหม ไม่อยากจะพูดเลย มันขี้ผง ท่านประธานครับ อย่างนี้ อย่างเรามองกันออก จับมือเผาอะไรทั้งหลาย ผมมองนิดเดียวผมก็รู้แล้ว คุณวัชรพลไป แถลงนี่มันไม่เหมือนกับพนักงานสอบสวนหรอก ดูเด๋อ ๆ ด๋า ๆ ผู้ต้องหาเองก็เดินไปพิมพ์ นิ้วมือ พนักงานสอบสวนอย่างพวกผมนี่ผมมองอันนี้ผมรู้เลยว่าอ้ายนี่ของปลอม ท่านอาจจะบอกว่าของจริง แต่ว่าผมมีของปลอม แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่รู้ มันจัด ไปหมด เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ แม้กระทั่งสมาชิกรัฐสภาหลายคนเมื่อสักครู่ ตามไม่ทันหรอก ตามไม่ทัน กลยุทธ์กลโกง แกมโกงทั้งหลายมันเขี้ยวยิ่งกว่าคุณ ไม่มีทาง เดินออกประตูนี่ต้องตะแคงออก เดินตรงหน้าไม่ได้ ติดประตู เพราะเขี้ยวมันยาว ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้น ก็เพราะอย่างนี้ แล้วเขาก็ตามหา เสร็จแล้วพอเข้าไปแล้ว รปภ. ของท่านนี่แหละ พรึด พรึด พรึด ด้วยความเปึนห่วงใย ทําหน้าที่ตรงนั้นผมไม่ปฏิเสธ ในการสลายฝูงชนผมก็ไม่ ปฏิเสธในการควบคุมฝูงชนผมก็ไม่ปฏิเสธ แต่ว่าท่านต้องทําตามขั้นตอน เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาสงสัยว่าคนของเขาถูกยิงตาย เขาก็แห่เข้าไป ด้วยแรงของความโกรธ อารมณ์ของคนร่วม เห็นไหมครับเขาไม่ได้คิดทําร้ายท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีน่ารักจะตาย ไม่มีใครทําหรอกครับ เขารักษาท่านยิ่งกว่าคนอื่นด้วยซ้ํา ไป ยังดี ครั้งแรกท่านแถลงหรือเปล่าครับว่าท่านเองก็ไม่ได้อยู่ในรถ แต่ครั้งหลังท่านแถลง ว่าท่านอยู่ในรถ เอาละไม่ว่ากันตรงนั้น ผมเชื่อว่า รปภ. พาท่านออกไปแล้ว แต่ว่าเรื่องของ คุณนิพนธ์ที่ผมเคารพครับ อยู่ด้วยกัน ลูกพี่เก่า ต้องให้ความเปึนธรรม สุพร อัตถาวงศ์ ซึ่งเขาไม่ได้อยู่ในที่นี้ เขาขึ้นบนรถประกาศ หลังจากที่กลุ่มเสื้อแดงเข้าไปตามหาศพ คุณนิพนธ์ โผล่ออกมาจากชั้น ๔ ผลุบผลับ ๆ คนขับรถก็ตกใจ เปึนผมก็ตกใจ โอ้โฮ เสื้อแดงเปึนร้อย เปึนพันคน ขอโทษทีครับท่านประธาน กูจะผ่านไปได้อย่างไรวะ ก็อย่างเดียวคือต้องแลก ต้องวิ่งลงมาข้างล่าง ผ่าลงมา ทีนี้พอผ่าลงมาคนที่ตามขึ้นไปก็คิดว่าศพอยู่ในรถ ท่านประธาน มันก็แห่ตามรถเลย อันนี้ก็ผ่าเข้ามาก็กระโดดหลบ ก็ตาม คนขับมันไม่ใช่ มือชั้นประเภทเซียนเหยียบเมฆ หลบหลีก หลีกหนีได้ ชนกําแพงทะลุแล้วมาชนแท็กซี่ กระจกรถแตกหมด ท่านนิพนธ์ต้องพูดความจริง ท่านออกมาแถลงความจริงว่าวันนี้มีคน เสื้อแดงทําร้ายท่านไหม ใครพาท่านส่งโรงพยาบาล ไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงหรือ วันนี้ต้อง ขอบคุณสุพรด้วย เพราะสุพรบอกว่าอย่าทําร้ายเขา ๆ อย่าทําร้ายเขา ถ้าทํามันไปแล้ว มันไม่ได้รุนแรงขนาดที่ท่านคิด และผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรว่าวันนี้ เพียงแต่ว่าขอความเข้าใจ กันว่า วันนี้ถ้าไม่เริ่มต้นความคิดที่มันชัดเจน ถูกต้อง โดยอาศัยอ้ายนี่เปึนปฏิปักษ์ ฉันไม่เอาเอง เหมือนกับการสลายนี่ เขาบอกว่าการเข้าสลายฝูงชน คนที่เข้าสลายต้องมี ความเปึนกลางทางการเมือง เพราะหมายถึงว่ากลุ่มที่เข้าไปสลายต้องเปึนกลางทาง การเมืองนะ แล้วผมถามว่ามันเปึนกลางได้อย่างไรวะ เพราะมันปฏิเสธชัดเจน ตั้งแต่สมัย รัฐบาลสมชาย ปฏิเสธเลย ไม่ร่วม สั่งไม่ทํา เบี้ยว พูดง่าย ๆ เถอะ เบี้ยวสุด ๆ เพราะว่า ขอโทษท่านประธานครับพูดภาษาไทย กูไม่เอามึงแล้ว เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นสั่งการ ไม่ทํา มี พ.ร.ก. ไม่ทําแต่ของท่านพอมี พ.ร.ก. ปัูบ พับ พับ พับ ลงมาเรียงหน้าสลอนเลย ผมอยากให้เรียงหน้าไปเขาพระวิหารจริง ๆ พวกนี้ ภาคใต้เปึนอย่างไร มันต้องลงไป ตรงนั้น ไปควบคุมยุทธการที่นั่น ภาษาอังกฤษเขาเรียก ทีโอซี (TOC) แทคติคอล โอเปอเรชั่นส์ เซนเตอร์ (Tactical Operations Center) นายใหญ่ต้องลงไปดูที่นั่น ไม่อย่างนั้นไม่จบ ไม่จบ ทหารชั้นผู้น้อยเขียนหนังสือมาถึงผมเยอะแยะ ขอโทษนะครับ ไม่ใช่ ท่าน พลเอก ประวิตร หรือเปล่าครับ ใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ เพราะผมไม่ทราบว่า วันนี้ท่านได้กรุณามานั่งฟัง นี่คือทหาร เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ต้องบอกว่าท่านต้องลงไป ดูแลกํากับ เพราะว่ามันต้องมอนิเตอร์ (Monitor) วันต่อวัน แผนต้องเปลี่ยนทุกวัน วันนี้ฆ่า ครูจะทําอย่างไร วันนี้ฆ่าทหารจะทําอย่างไร วันนี้ฆ่าพลเรือนจะทําอย่างไร ต้องปรับ มอนิเตอร์หมด แต่วันนี้ไม่มีเลย เอาเวลามาตรงนี้เอาเวลามาดูเรื่องไม่เปึนเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับผ่านไปท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านครับ ถอยเถอะ พอเถอะ ท่านเปึนพี่ใหญ่ ผมรู้ว่าท่านเปึนประธานรุ่นที่คนเขารัก คนในรุ่นรัก พี่ชายผม รุ่นเดียวกับท่าน เพื่อนรุ่นท่านหลายคนสมัยเรียนเตรียมทหารไปนอนที่บ้านผม ที่เขาใหญ่ ท่านถอยเถอะครับ ทําหน้าที่ตัวเองที่ถูกต้องเถอะ ปล่อยให้นายกรัฐมนตรีหรือใครที่ขึ้นมา ทางการเมืองเขาบริหารประเทศ ท่านทําหน้าที่สนับสนุนกองทัพให้เปึนประชาธิปไตย นี่คือประเทศสมัยใหม่ อย่าคิดทําร้ายเลยครับท่าน ผมก็เคารพท่าน แต่ว่าวันนี้มันต้อง แยกแยะกันให้ชัดเจนว่าวันนี้เลิกเถอะครับ ถ่ายทอดอํานาจ คนไหนเก่งต้องเอามาเปึน ผู้นํากองทัพรักษาบ้านเมือง นําประเทศ นํากองทัพ ไม่ใช่พวกกู กูเอาพวกกูอย่างเดียว คนอื่นจะอยู่หน่วยไหนไม่เกี่ยว มันต้องค่ายนี้ บูรพาพายัคฆ์อย่างเดียว เขาเรียกว่า บูรพาพายัคฆ์ ขออนุญาตพูดใช้คํานี้เอาบูรพาพายัคฆ์อย่างเดียว คนอื่นไม่ได้โตเลย มีขีดความสามารถไม่ได้แพ้ นําการรบได้ แต่งตั้งเขาเถอะครับ มันต้องเปึนธรรม วันนี้ผมทํา หนังสือเสนอท่าน ท่านประธานครับ ผ่านท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสนอตั้งกรรมการสอบสวนวินัย พลเอก อนุพงษ์ พลเอก อิทธิพร ผบ.ทอ. ที่อยากได้กริบเพน ถึงขนาด แต่ผมรู้ว่าเขาไม่อยากได้หรอก ตัวลูกพี่เขาอยากได้คือ พลเอก ชลิต พุกผาสุข อยากได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ท่านปรับเถอะครับ ท่านพ้นไปแล้วท่านมาสายการเมือง ท่านมาเริ่มทําให้บ้านเมืองมันเข้าสู่ระบบที่มันเปึนปกติเถอะ ท่านจะเปึนผู้ใหญ่ที่ถูกเคารพ นับถือโดยพวกเรา โดยทหารหาญทั้งหลายที่พร้อมที่จะพลีชีพ พลีกายเพื่อแผ่นดิน ท่านต้องมีความรักเอ็นดูต่อรุ่นน้อง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนก็ตาม เพราะว่าเขามีวินัยอยู่แล้ว ดูเขาให้ทั่วถึง แต่งตั้งเขาให้ดี เอาคนมีความรู้ความสามารถมาจัดการกับกองทัพ ไม่อย่างนั้นไปไม่ได้ กองทัพอ่อนปวกเป้ยก วันนี้งบประมาณแต่ละอย่างผ่านท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอีกที เขาจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เขามีคณะกรรมการควบคุม ทบทวนควบคุมการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เขาจะมีคณะกรรมการศึกษาไป ๑๐ ป้ ว่าภัยคุกคามประเทศมันเกิดอะไรขึ้น ใน ๑๐ ป้ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วมาสรุป แน่นอนอันแรกเขาบอกว่าปัญหาที่จะต้องสนับสนุนเรื่องของกองทัพก่อนก็คือ ปัญหาชายแดนภาคใต้ ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บวกกับอีก ๔ อําเภอของ สงขลาของบประมาณเท่าไร ท่านนายกรัฐมนตรีให้ไปเลย แต่ว่าต้องดูนิดนะ เพราะเดี๋ยว มันไปงุบงิบกันหรือเปล่าไม่รู้ ตรงนี้ต้องตรวจสอบ
๒. ใช้ไม่ตรงกับความต้องการของบุคลากร เอาเสื้อเกราะไปให้ แค่เสื้อเกราะนั่นปรากฏว่าผมถามว่า แล้วถ้าเกิดว่ายิงทะลุทําอย่างไร ทะลุก็ทะลุไป ทะลุก็ ตายไปฟรี ๆ จะบ้าหรือเปล่า พอยิงทะลุแล้วมันต้องจ่ายสิ บริษัทที่มันเอามาทําสัญญากับ กองทัพ มันต้องจ่าย ๑ ล้านบาท ยิงเข้าไปทะลุแล้วบาดเจ็บต้องจ่าย ๕ แสนบาท ต้องมี ปรากฏว่าถามกองทัพบอกไม่มีหรอก แล้วมึงรักลูกน้องภาษาอะไรกัน อย่างนี้ต้องดู เห็นไหมครับ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องนําเรียนและบอกท่าน
๓. ก็คือปัญหาชายแดนที่เรามีกับเขาพระวิหาร ที่เรามีชายแดนพม่า ชายแดนภาคใต้ ในเรื่องของแนวตะเข็บชายแดนเขาขอมาอย่างนี้ อย่างเช่น รถสายพาน ลําเลียงให้ ให้ไปเลย เพราะมันต้องบรรทุกทหารกําลังรบที่จะออกไปรบ แต่อย่าไปเอา ยูเครนนั่นมา ท่านรีบกลับไปดูเลย ของย้อมแมวขาย พลเอก สนธิ นั่นละวิ่งมาแล้ว อยากได้จะตายชัก ดิ้นกระเส่าๆ อยู่นี่ ผมพูดทีไรก็ตายอีกแล้ว สมชายเอากูอีกแล้ว แต่มัน เรื่องจริงท่านประธานย้อมแมวมา แล้วบริษัทที่เสนอมา ๑๐ บริษัท ไม่ได้ ท่านประวิตร ท่านรู้ดี ท่านก็รู้ ท่านยังไปเอาด้วย ผมรู้ วันนี้ท่านสั่งแล้ว ผมรู้ แต่ว่าต้องเอาชัด ๆ ตรงนี้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมรู้ไหมครับ มันต้องลําเลียงคนลงไปในชายแดนภาคใต้ เข้าไปต่อกร กับข้าศึกศัตรู ปรากฏว่าอะไรมันวิ่งเข้าไปทับตะปูก็ไม่ได้ เรือใบก็ไม่ได้ มันเปลี่ยนล้อยาง ใหม่ เปลี่ยนสเปกใหม่ เห็นไหมครับ เอามาขายประเทศไทย กองทัพก็หลับหูหลับตา สมัย พลเอก สนธิ นี่แหละ มันจะไปกันใหญ่แล้ว แล้วก็ปรากฏว่า ๑๐ บริษัทที่เสนอไม่ได้ บริษัทที่ยูเครนอยู่ไหนก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่มีข้อตกลงทางการทหาร ไม่มี ท่านประธานครับ ประเทศที่มันจะค้าขายอาวุธกันได้ต้องมีคู่สัญญาทางการทหารต่อกัน ปรากฏว่ายูเครน กับไทยไม่มีเลย แล้วไปซื้อมาได้อย่างไร ซื้อมาได้อย่างไร รีบเอาเงินคืน หยุดเรื่องการ จ่ายเงินเสีย กริบเพนก็เหมือนกันท่านอีก ๖ ลํา อีก ๖ ลําอีกประมาณ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดเสียเดี๋ยวนี้ เอาเงินไปบริหารอย่างอื่นที่เดือดร้อนอยู่ ท่านจะได้ไม่ต้องไปรีดภาษีพี่น้องประชาชน แล้วก็ทําความมั่นคงให้เกิดขึ้นในประเทศ สร้างความเข้าใจให้ดี ผมว่านี่คือเรื่องที่ผมจะต้องนําเรียนเพื่อที่จะให้ท่านได้รับทราบ จริง ๆ แล้วผมเรียนว่ามันมีอีกหลายเรื่อง ท่านครับ ที่ผมอยากจะบอกว่า วันนี้สรุปว่าการ สลายฝูงชนครั้งนี้ท่านทําผิดมหันต์เลย ท่านไม่ควรจะประกาศ พ.ร.ก. ด้วย แล้วไม่ควรจะ เอากําลังทหารเข้าไป ท่านใช้กําลังตํารวจเข้าไปก่อน โล่ กระบองมี เครื่องฉีดน้ํามี แก๊สน้ําตามีนะครับ ผลักดันรูปแบบขบวนในการที่จะกดดัน เขาไม่สู้ อยู่แล้ว แต่ท่านไม่ได้ทดลองทําเลย การเรียกใช้กําลังทหารคือทางสุดท้ายเท่านั้นเอง ไม่มีทางอื่น วันนี้มันมีทางอื่นให้ทําอีกเยอะแยะ ท่านต้องยอมรับความจริงวันนี้ว่า บ้านเมืองมันเดินลําบาก บ้านเมืองเดินยาก เพราะตราบใดที่ท่านมองสภาพของกลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดต่างกันออกไป โดยคิดว่าเขาเปึนปฏิปักษ์ยิ่งตาย แต่ผมก็ยังดีใจ ท่านประธานครับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็พยายามที่จะบอกว่าไม่แยกแยะสีไหน ท่านจะให้ความเปึนธรรม ทุกฝ์าย หลายอย่างที่ท่านพูดผมฟังท่านหมด นี่คือสิ่งที่มันเปึนการเริ่มต้นที่ดี แต่ผมคิดว่า วันนี้เพื่อที่จะให้ทุกอย่างมันยุติแล้วเดินไปได้ง่าย ปัญหาต่าง ๆ จะได้ไม่เกิด ความเข้าใจ ผิดจะได้ไม่มี เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกเรามีการพูดถึงยิงคุณสนธิ เห็นไหมครับ นั่นแหละ กระสุนจริง กระสุนจริงหวังตาย เอาตายแน่ ๆ เห็นไหมครับ มันไม่จบ เพราะฉะนั้นวันนี้ ทางออกอย่างไร ผมคิดว่ามันมี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีกล้าหาญชาญชัย แล้วมั่นใจว่า สิ่งที่ตัวเองทํานี่นะครับชอบ ให้พี่น้องประชาชนเรียกกลับเข้ามาใหม่ แล้วรีบมาแก้ รัฐธรรมนูญกันเสีย หรือท่านจะกําหนดว่า ๖๐ วันเท่านี้เจรจาให้จบนะครับก็ว่าเลย หรือท่านจะเปึนรัฐบาลแห่งชาติ ตัวผมนะไม่ปฏิเสธ ทําเถอะครับ ให้บ้านเมืองมันสงบ เรียบร้อย ผมอยากเห็นการเมืองมันเดินไปตามระบบของมัน ผมอยากจะเห็นทหารที่ดี แจ้งหน้าที่ตัวเองให้ชัดเจน แล้วผู้ใหญ่ที่พ้นจากกองทัพไปแล้วเปึนพี่เลี้ยงที่ดีกับกองทัพ ไม่ใช่เปึนคนที่หากิน หาเศษหาเลยกับกองทัพ ซึ่งมันไม่มีวันที่จะปรับปรุงกองทัพ ให้เข้มแข็งเลย แล้วมีความเปึนประชาธิปไตยเลย ก็ฝากท่านประธานครับ ผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ ขอบพระคุณครับ
ครับ เชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กระผมขออนุญาตใช้เวลา เล็กน้อยเพื่อที่จะอธิบายให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่ติดตามสถานการณ์อยู่ ได้เข้าใจข้อเท็จจริงเพิ่มเติมนะครับ กระผมขอกราบเรียนเปึนเบื้องต้นว่า รัฐบาลเห็นว่า เปึนความจําเปึนจริง ๆ ครับที่จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครในตอนนั้น เพราะว่าฝ์ายผู้ชุมนุมได้กระทําการด้วยความรุนแรง มากมายหลายประการอย่างที่ปรากฏในสื่อมวลชนทั้งหลายอยู่แล้วนะครับ กระผมจะ ไม่เสียเวลาไปพูดในรายละเอียด ไม่ว่าจะเปึนเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย หรือการป่ด กั้นการจราจรที่ดินแดง หรือที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือในที่ต่าง ๆ รัฐบาลจําเปึนครับ ที่จะต้องให้การจราจรเป่ดใช้ได้หลังจากวันสงกรานต์ เพราะพี่น้องประชาชนจะได้กลับมา จากการไปต่างจังหวัดนะครับ
ขออนุญาตครับ
ท่านเฉลิมประท้วงอะไร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานหารือท่านรอง นายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงและคณะรัฐมนตรีว่า ข้อความที่ท่านกําลังจะตอบนี่ก็เปึน ข้อความที่พวกผมกําลังจะอภิปราย แล้วผมก็มีคิวอภิปรายจากคุณสมชายก็เปึนวุฒิสภา ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีใจเย็นสักนิดหนึ่ง หรือคณะรัฐมนตรีใจเย็นสักนิดหนึ่ง แล้วรวบรวมประเด็นตอบทีเดียว ผมว่าจะเหมาะสมกว่า ที่ผมหารือท่านประธาน เพราะเมื่อวานเวลาประชุมพรรคเพื่อไทย บรรดาวิปฝ์ายค้านก็บอกว่าได้ตกลงกับฝ์ายรัฐบาล แล้ว ผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบ หรือทราบแล้ว ท่านใจร้อน ก็อยากจะชี้แจงก่อน ก็หารือเท่านั้นละครับ ถ้าท่านเห็นว่าท่านอยากจะแจงทุกช็อท พูดทุกช็อท ก็สิทธิของท่าน แต่ว่าสิ่งที่ท่านกําลังจะพูดเดี๋ยวผมก็จะต้องอภิปราย แล้วท่าน ก็ขึ้นอีกขึ้นอีก เปึนห่วงครับ เหนื่อยมาหลายวันจะได้พูดเสียทีเดียว ก็แล้วแต่ทางรัฐบาล นะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ กระผม จะอภิปรายเฉพาะประเด็นเดียวก็คิดว่าพี่น้องประชาชนติดตาม แล้วก็อาจจะมี ความสงสัยข้องใจ ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ซึ่งกระผมทําหนังสือไปแล้วนะครับ กระผมจะขอแสดงภาพเรื่องของกระสุนจริงหรือกระสุนซ้อมนะครับ กระผมขออนุญาต นําเข้าสู่ภาพที่ได้เตรียมไว้นะครับเพื่อจะได้เห็นนะครับ ท่านประธานครับในการ ดําเนินการในคราวนี้นะครับ กําลังพลส่วนใหญ่ของทหารใช้กระสุนซ้อมครับที่เรียกว่า กระสุนแบลงค์ ซึ่งมีความแตกต่างจากกระสุนจริง ซึ่งจะได้เห็นนะครับจากภาพที่จะเสนอ เดี๋ยวนี้ครับ
(ฉายภาพวีดิทัศน์ประกอบการอภิปราย)
ภาพนี้จะเปึนภาพที่จะ สาธิตให้เห็นว่า ใช้กระสุนจริงหรือกระสุนแบล็งค์อย่างไรนะครับ กระสุนจริงนั้นเปึนอย่างที่ ท่านสมชาย เพศประเสริฐ พูดครับ หัวแหลม ๆ มีหัวตะกั่ว ส่วนกระสุนซ้อมนะครับ กระสุนแบล็งค์จะเปึนหัวจริงก็อย่างที่ปรากฏอยู่ในภาพที่เห็นนี้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นั่นเพียงแต่เพื่อที่จะแสดงให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้เห็นว่า ในการปฏิบัติการในวันที่ ๑๓ นั้นกําลังพลส่วนใหญ่ใช้กระสุนชนิดนี้ แล้วก็ใช้อะแดปเตอร์ ที่ทําขึ้นเองอย่างนี้นะครับ กระผมกราบเรียนว่าในการปฏิบัติคราวนี้ครับถึงแม้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้กระผมเปึนผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารนั้น ก็ได้ทําตามกฎระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ กําลังทหารทุกอย่างทุกประการครับ กระสุนที่กําลังพลส่วนใหญ่ใช้ก็จะเปึนกระสุนแบลงค์ อย่างที่ได้สาธิตให้เห็น จะมีกระสุนจริงที่จ่ายให้เฉพาะผู้บังคับบัญชาของทหาร ในชุดปฏิบัติการ ซึ่งใช้ยิงขึ้นฟัาเพื่อเปึนการข่มขวัญผู้ชุมนุม ผลักดันผู้ชุมนุมให้เป่ด การจราจรเท่านั้นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุก ท่านนะครับ ที่ผมลุกขึ้นมาตอบนี่ผมคงไม่ตอบเกี่ยวกับในเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ กับท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะตอบ ในรายละเอียดมากแล้ว แต่ผมขออนุญาตตอบเกี่ยวกับในเรื่องของกิจการทหารที่ทาง เพื่อนสมาชิกที่เคารพได้พูดถึงกองทัพนะครับ
เกี่ยวกับในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ ตั้งแต่ผมนั้นได้เข้ามารับตําแหน่ง เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผมยังไม่ได้เซ็นในเรื่องของการจัดซื้อจัดหา ยุทโธปกรณ์อย่างใดเลย แล้วก็สิ่งที่ท่านได้พูดถึงเรื่องกริบเพนก็ดี เรื่องยานเกราะล้อยาง ก็ดี ส่วนเรื่องกริบเพนนั้นขณะนี้ในล็อตแรกก็ยังไม่ได้รับเครื่องบิน แล้วก็ยานเกราะล้อยาง ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่ายังติดปัญหาเกี่ยวกับในเรื่องของ มาตรา ๑๙๐ ที่ไม่สามารถที่จะดําเนินการต่อไปได้ แล้วผมก็ยังไม่ได้ดําเนินการ แล้วส่วน ในเรื่องของอาวุธป๋น ๓๐,๐๐๐ กระบอก ที่ท่านว่าซื้อมาก็เช่นเดียวกัน ผมยังไม่ได้เซ็นอะไร ทั้งสิ้น ยังไม่ได้ดําเนินการอะไรทั้งสิ้น แล้วก็ยืนยันว่าเรื่องยุทโธปกรณ์ของกองทัพนั้น กองทัพเราเนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ มากมาย มีกําลังพลมากนะครับ ก็สามารถที่จะ ดําเนินการเกี่ยวกับในเรื่องของการจัดซื้อจัดหา ดําเนินการเกี่ยวกับในเรื่องของการ พิจารณายุทโธปกรณ์ต่าง ๆ นั้นอย่างรอบคอบครับ มันไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ด้วย ผู้บัญชาการเหล่าทัพเพียงคนเดียวหรอกครับ ผมอยากเรียนให้ทราบอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านเห็นว่าอะไรไม่สมควรท่านเรียกไป เพราะท่านในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฝ์าย ทหารท่านเรียกไป ท่านเอาไปดูนะครับว่าอะไรควรอะไรไม่ถูกต้อง ท่านสามารถดําเนินการ ได้ครับ ผมอยากเรียนให้ทราบว่ามันไม่ใช่ตามที่ท่านบอกว่า กองทัพดําเนินการโดยลําพัง ดําเนินการเอง การดําเนินการทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ใช่ บุคลากรของกองทัพมีหลายแสนคนครับ แล้วทุกคนก็จับตาดูผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นของเขาว่าเขาทําอะไร ถ้ามันไม่ดี ผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกันนะครับ อยากเรียนให้ทราบอย่างนั้น
ส่วนในเรื่องของการแต่งตั้งก็เช่นเดียวกัน ในอดีตที่ผ่านมาที่ท่านบอก ใช่ครับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านมีอํานาจเต็มในการที่จะตั้งใครก็ได้ เพราะสมัยที่ท่านอยู่ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นขณะนั้นยังไม่มี พ.ร.บ. จัดส่วน ราชการของกระทรวงกลาโหม ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ขณะนี้มี แล้วก็มีในเรื่องของการ แต่งตั้งโยกย้าย มีกรรมการอยู่ด้วยกัน ๗ ท่าน ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรี ช่วยว่าการ แล้วก็ ผบ. สูงสุด ผบ. เหล่าทัพ แล้วก็มีปลัดกระทรวงเปึนกรรมการ เพราะฉะนั้นการโยกย้ายนั้นเราจะต้องทําทุกอย่างตามขั้นตอน ตามห้วงระยะเวลาตามที่ พ.ร.บ. กําหนดครับ อย่างนั้นผิดกฎหมายครับ
ส่วนในเรื่องของการว่าทหารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เกี่ยวกับในเรื่อง ของการจัดตั้งรัฐบาล ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าผมไม่อยากจะพูดไปว่าทหารนั้น ไม่สามารถที่จะไปดําเนินการเกี่ยวกับในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลได้เลย เนื่องจากว่า การจัดตั้งรัฐบาลนั้นก็เปึนเรื่องของสมาชิกที่จะต้องเลือกกันเองนะครับ ดําเนินการเอง เพราะฉะนั้นไม่ใช่เกี่ยวกับทหารจะต้องไปดําเนินการ ทหารไปชี้นําอย่างไร ถ้าพรรคการเมืองไม่เอาด้วย สมาชิกไม่เอาด้วยก็ไม่สามารถจะทําอะไรได้ และในขณะเดียวกันที่ผมเข้ามาดํารงตําแหน่งนี้ผมก็ไม่ได้อยากที่จะเข้ามา ก็เปึนเรื่องของ ทางพรรคการเมืองเชิญผมเข้ามา เพื่อที่จะให้ผมมาช่วยดูแลทางด้านการทหาร แล้วผมก็ ยืนยันว่าผมพยายามที่จะดูแลทหารทุกเหล่าทัพให้อยู่ในกรอบของระเบียบวินัยอย่าง เคร่งครัด ผมอยากเรียนให้ทราบอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกท่านใดสงสัยในการ ดําเนินการของกองทัพของทหาร ท่านอยากจะพบกับผมได้ ผมสามารถที่จะพูดกับท่านได้ในทุกๆ เรื่องนะครับ ผมอยากเรียนท่านอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านต้องพูดอย่างมีเหตุมีผล ผมพร้อม ผมไม่ได้ติดใจอะไรทั้งสิ้นนะครับ ผมอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ เปึนไปตาม กฎหมายครับ
ส่วนในเรื่องของการควบคุมบังคับบัญชานั้น ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า ทหารเราเรามีผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นอย่างที่ท่านทราบ ท่านก็ผ่านโรงเรียนฝ์าย เสนาธิการของกองทัพบกมา เพราะฉะนั้นการปกครองบังคับบัญชาเนื่องจากเขามีอาวุธ นะครับ ก็คงจะต้องใช้ความรอบคอบ ใช้ความประณีตในการดูแลกําลังพลทุกระดับตั้งแต่ หมู่ หมวด กองร้อย กองพัน กรม กองพล กองทัพ จนกระทั่งถึงผู้บัญชาการทหารบก เพราะฉะนั้นก็คงไม่ง่ายนักหรอกครับว่าที่จะทําอะไรตามอําเภอใจนะครับ อยากเรียน ให้ทราบ ผมคงตอบท่านเกี่ยวกับในเรื่องของกิจการของกองทัพเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ
มีอะไรต่อ
ผมอภิปรายเมื่อสักครู่ท่านประธานครับ ขออนุญาตวันนี้ได้
ไม่ตอบโต้นะ
ไม่ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เหมือนคุณพ่อผมครับ ท่านสั่ง อะไรผมเชื่ออยู่แล้วครับ ขออนุญาตสั้น ๆ นิดเดียวท่านประธานครับ ผมเรียนว่า ผมอธิบายให้ท่านประธานผ่านไปท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านไปรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมให้ได้รับทราบว่าวันนี้ทุกคนต้องรู้หน้าที่และบทบาทตัวเอง ท่านบอกว่า วันนี้ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดรัฐบาล ท่านรู้ตัวของท่านเอง วันนี้ท่านเปึน ชายชาติทหารจริงหรือเปล่า เท่านั้นเองครับ ผมถามท่านสั้น ๆ แค่นี้
ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ คุณสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัด เพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ดิฉันจะใช้สิทธิในการอภิปรายก็อยากจะระบาย ความรู้สึกต่อท่านประธานสักนิดหนึ่งว่า ก่อนที่สมาชิกวุฒิสภาจะได้อภิปรายสักคนหนึ่งนี่ มันช้ามาก มันใช้เวลาที่ต้องคอยนาน เพราะฉะนั้นก็ปรึกษาท่านนิดหนึ่งมันต้องง้าง ลุกขึ้น ทําท่าจะลุกขึ้นหลายครั้ง
อดทนสักนิดหนึ่งครับ
ค่ะ อดทนมาก เลยค่ะ
ครับ ขอบพระคุณครับ สีนี้ไม่ได้ สีนั้นได้ อะไรทํานองอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ในประเทศชาติของเรา เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องหันกลับไปดู ไปทบทวนว่าบทบาทการ บริหารจัดการสื่อของรัฐที่มีอยู่นั้น ทําอย่างไรให้ขับเคลื่อนให้รวดเร็วกว่าที่เปึนอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งภาษาสื่อเรียกว่า เพิ่มพื้นที่ข่าวให้มากขึ้นในภาวะที่บ้านเมืองไม่ปกติ เพราะเรายังเห็น สื่อยังมีเรื่องของความบันเทิงมากเหลือเกินในขณะที่เกิดเหตุวิกฤตินั้น เพราะการเกิดเหตุ วิกฤติในช่วง ๒-๓ วันนั้น มันเรียกได้ว่าเปึนสงครามแย่งชิงพื้นที่ข่าวสาร เพราะฉะนั้นดิฉัน ขอให้ครั้งนี้เ ปึนบทเรียนที่รัฐบาลต้องจดจํำ ท่านประธานที่ เคารพ ดิฉันไม่สบายใจเมื่อได้ยินจากสื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าจะให้ มีการแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ดิฉันไม่สบายใจ เพราะดิฉันเปึนชาวพุทธศาสนา จึงถือหลักที่ว่ากรรมใดใครก่อ คนผู้นั้นต้องรับกรรมไป ดิฉันต้องขอโทษที่จะต้องขอเอ่ยถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่ได้รับผลกระทบ เว้นวรรคทางการเมืองจากผลของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันได้ยินและ ทุกคนโทษว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่ท่านทั้งหลาย ที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ล้วนแต่เข้ามานั่งในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้ท่านกลับไปดูมาตรา ๑๒๓ ท่านอาจจะลืมไปแล้ววันแรกที่ท่าน เข้ามาทําหน้าที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้น ท่านได้ให้คําปฏิญาณตนว่าอย่างไรกลับไปดู เพราะฉะนั้นดิฉันอยากถามท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายว่ามีใครสักกี่คนที่โทษตัวเองหรือ โทษการกระทําของสมาชิกในองค์กรที่ตัวเองสังกัด ดิฉันเชื่อว่าถ้าใครทําแต่สิ่งที่ถูกต้อง ให้กฎหมายเข้มแข็งและเข้มงวดอย่างไรก็แล้วแต่ คนผู้นั้นย่อมไม่ได้รับผลกระทบจาก กฎหมายที่เข้มงวดนั้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นท่านที่เคารพทั้งหลายในสภาแห่งนี้ อย่าได้โทษรัฐธรรมนูญเลย แล้วหาเหตุที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันเชื่อว่าในช่วงที่ บ้านเมืองวิกฤติทางการเมืองเช่นนี้ ถ้าเรามุ่งในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันเชื่อว่า ประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งย่อมที่จะไม่ยอม เมื่อไม่ยอมมันก็เกิดวิกฤติของบ้านเมือง เช่นนี้อีก เปึนเรื่องที่เกิดซ้ําแล้วซ้ําอีก ซึ่งสิ่งที่บอบช้ําคือประเทศชาติของเรา แล้วเมื่อไรล่ะ เราจะก้าวพ้นออกไปจากบ่วงกรรมแห่งนี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ถ้ามีความตั้งใจจริงในการที่จะทําให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข อย่างแท้จริง มิใช่สักแต่ใช้คําพูดว่า รักประเทศชาติ รักบ้านเมือง ดิฉันอยากให้เปึน การกระทําจริง ๆ แล้วก็ดิฉันเชื่อว่าในการที่รัฐบาลเป่ดการอภิปรายมาตรา ๑๗๙ ในวันนี้ และพรุ่งนี้นั้น จะประสบหรือบังเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแน่นอน ถ้าท่านมีความตั้งใจจริง หาข้อยุติให้ได้ อย่าได้แต่ใช้คําพูดหรือปักธงไปแล้ว มันยากที่จะหาข้อยุติได้ ซึ่งพวกเราสมาชิกวุฒิสภา ภาวนาหรือปรารถนาที่จะให้หาข้อตกลงได้ใน ๒ วันนี้ ขอขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ท่านรักษาเวลาได้ดีมาก ครับ มีอะไรครับ
ผมจะต่อเนื่อง จากเปึนการบริหารเวลาครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ของวุฒิสมาชิกครับ
เดี๋ยวครับ ไปตามขั้นตอนครับ สลับครับ เดี๋ยวผมจะถูกดุอีกครับ
ท่านประธานครับ ผมเรียนปรึกษาครับ พอดีเนื่องจากเปึนขั้นตอนของวุฒิสมาชิก ได้ ๑๖ นาที นะครับเมื่อสักครู่นี้และท่านวุฒิสมาชิก ท่านผู้ทรงเกียรติ
เดี๋ยวท่านค่อยต่อเอาก็ได้ครับ ขอประทานอภัย คุณสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ คุณสมชัยเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนครราชสีมา ผมขอขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ทําให้ มีบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ในการร่วมแก้ปัญหาประเทศชาติในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ผมมีความเห็นว่าท่านมีแววดี มีกระแส มีโอกาสที่จะ เปึนนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤติได้ นับแต่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีมา จนถึงวันนี้ผมให้คะแนนท่านบวก ยังไม่ติดลบ แต่ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของท่านในการ สมานฉันท์ให้คนไทยมีความสามัคคีนั้น ผมคิดว่ามันยากเย็น แล้วก็จะต้องกล้าตัดสินใจ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าการสมานฉันท์เปึนเรื่องที่พูดง่ายแต่ทํายาก ก่อนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะขึ้นบริหารในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านเคยพูดถึงปัญหาปักษ์ใต้ พรรคฝ์ายค้านพูดถึงปัญหาปักษ์ใต้ว่าสามารถแก้ได้ด้วยวิธีนั้นวิธีนี้ แต่จริง ๆ แล้ว เมื่อมาบริหารประเทศชาติก็จะพบกับความยากเย็น มันมีเรื่องราวซับซ้อนซ่อนเงื่อน แล้วถึงวันนี้ก็ยังไม่มีสถานการณ์ที่บรรเทาเบาบาง เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านดังนี้ นะครับว่า การแตกแยกทางความคิดวันนี้ของคนไทยในประเทศชาติของเรานั้นมันรุนแรง แล้วก็มีส่วนเสริมจากสื่อมวลชนอย่างยิ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการเชิญบุคคล ๒-๓ คนนะครับ มีนักวิชาการ มี ส.ว. สรรหา แล้วก็มีพิธีกร มากล่าวถึงพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ที่ผมมีส่วนร่วมเสนอชื่อ แทนที่จะศึกษาแล้วก็เชิญพวกเราได้มีโอกาสไปแสดงความ คิดเห็นบ้าง พิธีกรนั้นพูดเหยียดหยามคนลงชื่อ พูดเหยียดหยามกฎหมายฉบับนี้ โดยไม่รู้ ในระบอบประชาธิปไตยว่าการเสนอกฎหมายเปึนหน้าที่ของสมาชิก ไม่ใช่เสนอปัูบ ประกาศได้เลย เสนอแล้วจะต้องมารับฟังสมาชิกคนอื่น มาถกเถียงกันขั้นวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง แล้วเสียงส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเอาหรือไม่เอา นั่นคือจุดเริ่มต้นนะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายปรองดองนี่เมื่อเปึนสิ่งที่ผมคิดว่าจะทําให้ประเทศชาติรอดพ้นได้ผม ก็ลงชื่อ เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีด้วยว่า เวลาจะมีการอภิปรายในเรื่องแบบนี้มันจะต้องให้คนที่มีส่วนร่วมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ การแตกแยกของคนไทยนั้นเห็นชัดมาตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว พรรคผมนั้นมีชื่อว่าพรรครวมใจไทยได้เมื่อไรชาติจึงจะพัฒนาได้ พรรคผมได้แค่ ๙ คน เพราะประชาชนเลือกข้างครับ เขาเลือกข้างหนึ่งก็คือพรรคพลังประชาชนเปึนพรรคใหญ่ อีกข้างหนึ่งก็คือพรรคใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าการแตกแยก นั้นประชาชนเลือกข้างกันอย่างชัดเจน ผมขอเสนอนะครับว่าวันนี้ ขอเสนอ ท่านประธานสภาผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าจะให้เปึนรูปธรรม การแก้ปัญหาดีที่สุด นะครับ เราต้องใช้หลักของท่านประธานชัยนี่ละครับ บอกว่าต้องเอาผู้มีบุญบารมีมาคุย ผู้มีบุญบารมีผมนั่งคิดหลายตลบครับ ในที่สุดผมก็ค้นพบ ๒ คน ท่านประธานที่เคารพ ครับ คน ๆ หนึ่งไต่เต้าจากการเปึนโฆษกในรถแห่ หาเสียงให้คนอื่น จนกระทั่งวันนี้มา ดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เปึนแกนนําเสื้อแดงนะครับ คือท่านจตุพร พรหมพันธุ์ อีกคนหนึ่งก็ไต่เต้าจากการเปึนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของจังหวัดนครราชสีมา แล้ววันนี้ ก็มาเปึนแกนนําเสื้อเหลือง ถ้าสภาจะแก้ปัญหานะครับ สภามีสมาชิก ๒ คนนี้ วิถีชีวิต ๒ คนนี้ทุกวันนี้นะครับ ส่วนหนึ่งไปปลุกระดมเสื้อเหลือง ส่วนหนึ่งไปปลุกระดมเสื้อแดง แล้วมันจะเกิดความสามัคคีได้อย่างไร ท่านประธานนี่ละครับ จะเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ เราจะให้คนส่วนใหญ่มาคุยกันมันไม่สามารถคุยกันได้ละครับ เราเอาคนแค่ ๒ คนก่อน จะคุยกันเรื่องอะไร จะคุยกันวิธีไหน จะตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมหรือไม่ เปึนเรื่องของ รายละเอียด ใช้บารมีของท่านประธาน แล้วก็เชิญทั้งสองคนนี้มาพูดคุยกันว่าประเทศของเรานั้น แตกแยกมากแล้ว ท่านจะเอาอย่างไร เพราะท่านทั้งสองคนมีส่วนร่วม มีเอกสารทาง ราชการครับ ที่บอกว่าทั้งสองคนมีส่วนร่วม เพราะถูกหมายจับทั้งคู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าเรามีความหวังครับ เพราะว่าในอดีตตั้งแต่ป้ ๒๕๐๙ มีเสียงป๋น แตกขึ้นมา แล้วก็แบ่งเปึน ๒ ฝัก ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งก็ พคท. สู้กับรัฐบาล มีการรบรา ฆ่าฟัน ลูกหลานชาวไร่ ชาวนาล้มตาย ทหารบาดเจ็บ วันนี้ก็เหมือนกันครับ รัฐบาลต่อสู้ กันจริง ๆ พูดกันจริง ๆ นี่ ก็ตัด ค ควาย ตัวเดียวก็คือ พท. สู้กับรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่ท่านประธานจะต้องใช้อํานาจของท่านประธาน ใช้ความคิดของ ท่านประธาน ใช้ความรู้สึกของความเปึนคนไทยของท่านประธาน ตั้งแต่ท่านเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยหนุ่ม ๆ จนถึงวันนี้ท่านสะสมอะไรไว้มากเหลือเกิน ท่านต้องนํามาใช้ เพราะว่าการแก้ปัญหาประเทศชาติมันแก้ได้หลายทาง ทางฝ์าย นิติบัญญัติเขาก็แก้นะครับ แต่เขาถูกบอกว่าเปึน ๒ มาตรฐาน ทางฝ์ายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านก็แก้ดังที่ผมให้กําลังใจท่าน แต่วันนี้ท่านประธานรัฐสภา ของผมจะต้องแก้อย่างจริงจัง จะต้องแก้ด้วยความตั้งใจ ผมกราบเรียนท่านว่าแนวทาง ของการเชิญทั้งสองท่านมาพูดคุยกันนี่เปึนแนวทางที่ไม่ยาก แล้วเปึนแนวทางที่เปึนไปได้ ทั้งสองคนคุยกันอาจจะไม่รู้เรื่องในวันนี้ เพราะอาจจะมีการสายสนกลในที่จะต้องไป สัมพันธ์กับคนอื่นเยอะแยะก็ไม่เปึนไร เราเริ่มต้นวันนี้ก็จะทําให้บรรยากาศทางการเมือง อย่างน้อยที่สุดก็สงบลง บรรยากาศการเมืองก็จะดีขึ้นครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องอย่างนี้เปึนเรื่องเส้นผมบังภูเขา เปึนเรื่องที่เปึนไปได้ เปึนเรื่องที่ ถ้าหากว่าทั้งสองคนไม่ยอมคุยกัน เราต้องถามเขาแล้ว คุณต้องการทําให้ประเทศชาติ ร ๖/๒๕๕๒ (ส. ทั่วไป) วีณา ๑๐๑/๒ แตกแยกไปกว่านี้หรือ ขอร้องให้คุณมาคุยกันแค่นี้ก็ยังไม่สามารถทําได้ แล้วทุกวันคุณก็มา อยู่สภา แล้วก็ไปปลุกระดม มาอยู่สภา แล้วก็ไปหาความคิดของตนเองในการที่จะสร้าง อะไร ซึ่งเราก็เข้าใจนะครับว่าอาจจะมีความปรารถนาดี แต่มีมุมมองที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เราโชคดีครับ ทางสภาไทยของเรา รัฐสภา ของประเทศไทยโชคดีที่ว่าคนขัดแย้งกัน ๒ คนนี่เปึนสมาชิกของเราทั้งคู่ ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านเปึนคนกลาง ร่วมกับผมก็แล้วกัน เพราะว่าท่านอยู่นครราชสีมาก็ประสานกับนครราชสีมา ส่วนทางนี้ ผมอาจจะขอความกรุณาจากผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยเพื่อดําเนินการนะครับ ความจริงความคิดของท่านดีมากครับ แต่ควรจะพูดก่อนหน้านี้ ต่อไปนะครับ ฟังมือใหญ่ครับ คือต่อไปท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผู้นํา ส.ส. พรรคเพื่อไทย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องเรียกท่านประธาน วันนี้ก็ต้องเรียกท่านประธานรัฐสภา เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ประธานรัฐสภา ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณบรรดาสมาชิกของพรรคเพื่อไทยที่ได้กรุณา อนุญาตให้เวลาผมได้อภิปรายในสภา แต่เดิมก็คิดว่าจะไม่อภิปราย เพราะเมื่อญัตติไม่ไว้วางใจใช้เวลาพรรคพวกไป ๒ ครั้ง ครั้งแรก ๓ ชั่วโมง ครั้งที่ ๒ สรุปก็ประมาณ ๔๘ นาที ซึ่งท่านประธานได้กรุณาเปึนอย่างยิ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการอภิปรายวันนี้ถ้าจะหยิบยกส่วนหนึ่งส่วนใดมาอภิปราย มันจะเห็นสารัตถะไม่เปึนรูปธรรม ก็จะเปึนนามธรรม แต่สิ่งแรกอยากบอกท่านประธาน รัฐสภาที่ผมเคารพรักด้วยระยะเวลายาวนาน รัฐบาลพยายามที่จะอภิปรายแสดงเหตุผล ค่อนข้างไม่ตรงต่อความเปึนจริง ซึ่งผมจะอธิบายตอนท้าย แต่เบื้องต้นผมต้องบอกก่อนว่า วันที่ ๑๒ เมษายน ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศ พระราชกําหนดฉุกเฉิน ในสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกําหนด มาตรา ๕ บวกมาตรา ๑๑ เปึนการฉุกเฉินร้ายแรงที่กระทรวงมหาดไทย ในขณะที่ท่านประกาศผมติดตามดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเลย พอประกาศเสร็จลงมาถึงถูกทุบรถ คุณนิพนธ์ถูก ตี แต่ก่อนประกาศไม่มี อาจจะมีความรู้สึกนึกคิดพกมาจากพัทยา ชลบุรีหรือไม่ ผมไม่ ทราบ รัฐบาลต้องพูดให้ตรงไปตรงมา ในขณะที่ท่านประกาศพระราชกําหนดที่ กระทรวงมหาดไทยสถานการณ์การชุมนุมข้างทําเนียบปกติ ก่อนหน้านั้น วันที่ ๙ มีการไป ป่ดถนนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และหรืออาจจะมีการป่ดถนนที่สามเหลี่ยมดินแดง ไม่มี อีเมอร์เจนซี่ (Emergency) ไม่มีสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน แต่หลังจากประกาศแล้วละก็ ถึงจะได้มีการทุบรถ การทําร้าย รปภ. ยิงเสื้อแดง เสื้อแดงเข้าไปทุบตี มีการยึดอาวุธป๋นอูซี่ ชนิดเก็บเสียงแล้วเอามา ต้องพูดให้ชัดครับ เบื้องต้นผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่า ผมต้องเรียงลําดับและหวังใจว่าบรรดาสมาชิกคงเข้าใจพวกผม ผมยกตัวอย่างว่า พรรคประชาธิปัตย์ท่านก็เคารพผู้นําพรรคของท่านในอดีต ไม่ว่าจะเปึนท่านควง อภัยวงศ์ หม่อมราชวงศ์ อาจารย์เสนีย์ ปราโมช ท่านพิชัย รัตตกุล ท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน พวกท่านชื่นชมชื่นชอบ ผมไม่ขัดข้อง ก็เปึนหน้าที่ เปึนสิทธิ เพราะเปึน บรรพบุรุษทางการเมือง พวกผมและมวลสมาชิกตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาเปึน พรรคพลังประชาชนและมาเปึนพรรคเพื่อไทยก็ชื่นชม ชื่นชอบ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เพราะอะไรครับ เพราะ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ก็เปึน หน้าที่พวกผมที่จะเคารพนับถือ ไม่ใช่พอผมเคารพนับถือก็ทายาทอสูร ทาสระบอบทักษิณ รับเงินมาเท่าไร แล้วเวลาท่านชื่นชมกันล่ะ ผมไม่เคยว่า เผลอ ๆ อย่างพี่ชวน พี่บัญญัติ ผมก็แอบชื่นชมข้ามพรรคก็เปึนสิทธิของผม ท่านประธานครับ การเมือง มันเริ่มต้นเพราะ พันตํารวจโท ทักษิณ มาเล่นการเมือง ตั้งพรรคไทยรักไทย ๓๐ บาท รักษาทุกโรค คนบอกตายทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน พักหนี้เกษตรกร เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล (SML) ประชาชนชอบ โอทอป วัน ตําบล(One Tumbol) วัน โปรดักท์ (One Product) ฝ์ายไม่เห็นด้วยก็ โอ (O) ก็วัน (One) ที (T) ก็ทักษิณ โอ (O) ก็ วัน (One) ที (T) ก็คุณหญิงพจมาน มันเกิดอย่างนี้ พี่น้องประชาชนตัดสินเลือกตั้ง ป้ ๒๕๔๔ พรรคไทยรักไทยเขาได้ ๒๔๘ เสียง ผมอยู่พรรคความหวังใหม่ ไปปราศรัย อย่างไรคนฟังเยอะ วี๊ดบึ้ม ๆ เต็มหมด แต่เวลาเลือกไปเลือกพรรคไทยรักไทย เพราะ พันตํารวจโท ทักษิณ ออกปัายหาเสียง เหมือนชายน้อยในบ้านทรายทอง ผมเปึน คนอภิปรายปราศรัยบนเวที เขาได้ ๒๔๘ เสียงจัดตั้งรัฐบาล เขาดําเนินกิจกรรม ทางการเมือง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่ได้ยกร่าง เปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับพี่น้องประชาชน มี สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้รัฐบาลแข็งแรง พรรคการเมืองแข็งแรง จะไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต้อง ๑ใน ๕ พรรคการเมืองฝ์ายค้าน ใครเปึนผมไม่ทราบ ไม่ต้องพูด รวบรวมเท่าไรไม่ได้ ๑ ใน ๕ ก็และเล็มเอารัฐมนตรี ร่วมรัฐบาลพรรคโน้นบ้างพรรคนี้บ้าง มีการไม่ไว้วางใจทุกฤดูกาลที่โอกาสเอื้ออํานวย ก็ไปบอก พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่สนใจสภา ท่านก็บอกว่าท่านไม่มีภารกิจ ถ้าจะถามท่านท่านมอบคนอื่นก็ได้ มันตกผลึก มันตกตะกอน ท่านประธานครับ จากป้ ๒๕๔๔ มาป้ ๒๕๔๘ ก็มีกระบวนการไม่พอใจ ชุมนุมที่ไหนครับ ชุมนุมที่สวนลุมพินี พรรคฝ์ายค้านตอนนั้นปรบมือ ประชาธิปไตยเยี่ยมมาก ยอดมาก เยี่ยมมาก ๆ ไปชุมนุมกันที่สวนลุมพินี สวนลุมพินีของใครครับ ของ กทม. ใครเปึนผู้ว่าราชการครับ ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน พรรคอะไรครับ พรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เปึนอะไรครับ เปึนพรรคฝ์ายค้าน พวกพรรคไทยรักไทย พวกคนที่ศรัทธาประสาทก พันตํารวจโท ทักษิณ ก็ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เอ๊ะ รู้ไหม เปึนพวก กันหรือเปล่า สุดท้ายมีการยกขบวนจากสวนลุมพินีมาทําเนียบรัฐบาล กีดขวางการจราจร ไหมครับ แน่นอน ก็เปึนบนถนนหลวง รัฐบาลชุดนั้นทําอะไรบ้างไหมครับ ไม่ ชุมนุมสงบ ปราศจากอาวุธ สันติ ๆ สงบ ปราศจากอาวุธ ก็มา พอมาเลือกตั้งใหม่ พันตํารวจโท ทักษิณ ประชาชนชอบ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค คนก็บอกดี กองทุนหมู่บ้านบอกดี พักหนี้ เกษตรกรดี เอสเอ็มอี เอสเอ็มแอล พีเพิล แบงก์ (People Bank) ธนาคารประชาชนบอกดี เลือก ๓๗๗ คน มาบริหารราชการบ้านเมือง คนประท้วงหยุดไหมครับ ไม่ ไปไหนครับ สนามหลวง ไปสนุกกันใหญ่ ครูบาอาจารย์ ดอกเตอร์ดอกแตเต็มหมด เต็มหมดผมนั่งดู ออกวิทยุโทรทัศน์ แพลมเข้าไปในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แพลมเข้าไปเลยครับ แล้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้อาจารย์คนหนึ่งครับเปึนคนร่างคําสั่งคณะปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ในคําสั่งยึดทรัพย์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน อาจารย์ จากมหาวิทยาลัยนี้ครับ มันขัดแย้งกันมาตลอด พอมาป้ ๒๕๔๘ บริหารราชการบ้านเมือง การชุมนุมเรียกร้องจากสนามหลวงเดินออกมามาทําเนียบ ป่ดประปราย พอมาป้ ๒๕๔๙ มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หลายพรรคการเมืองไม่ลง พอเลือกตั้งประกาศไม่ได้ครับ เพราะบอกว่าเปึนโมฆะ ท่านประธาน ที่ผมมาเรียงลําดับลูกหลานที่เขายังไม่ได้ติดตาม ศาลรัฐธรรมนูญบอกโมฆะตรงไหนครับ ท่านประธาน บอกว่าไอ้ตู้ลงคะแนนนี่คนไป ลงคะแนนหันหลังให้กับถนน หันหลังให้กับคนด้านนอก ก็แปลว่าเขาเชื่อว่าคนอยู่ข้างหลัง มองผัวะเห็นลงคะแนนเลย ซึ่งมันเปึนไปไม่ได้ ผมไม่ใช่นักเรียนนอก ฝรั่งบอก นอนเซนส์ (Nonsense) ไร้สาระ ก็บอกการเลือกตั้งไม่ชอบ ชุดนั้นแหละครับ ชุดเก่าละครับ ชุดเสื้อเหลือง วี๊ดบึ๊ม วี๊ดบึ๊ม วี๊ดบึ๊ม วี๊ดบึ๊ม ผู้นําเดินทางไปกองทัพบก ไปขอแรงให้ทหาร ปฏิวัติ ผู้บัญชาการทหารบกขณะนั้น ไม่เอา ไม่มี ไม่เอา ไม่มี นักข่าวชอบถาม เมื่อไรจะ ปฏิวัติครับ จะปฏิวัติไหม ผมบอกอย่าไปถามทหาร เธอไม่เอา ถามบ่อย ๆ ๑๙ กันยายน ผัวะ เห็นไหมครับ เขาทําการปฏิวัติโดยมีเหตุผลว่าประชาชน ๒ ฝ์ายจะฆ่ากัน ปฏิวัติเสร็จ ออกคําสั่งเรียบร้อย คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี องค์พระมหากษัตริย์เปึนประมุข ปฏิวัติที่ไหนครับที่จะมาปฏิรูปประชาธิปไตย มันไม่ใช่ ปฏิวัติคือการยึดอํานาจ ปฏิวัติโดยประชาชน พีเพิล รีโวลูชั่น (People Revolution) นี่ปฏิวัติโดยทหาร เมืองนอกเขาเรียก จุลตาร์ เดลต้า กรุ๊ป เมื่อทําการปฏิวัติเสร็จ เอาสิครับ ที่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ความขัดแย้งมันเริ่มต้น พอปฏิวัติเสร็จก็มีตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เหตุผลในการปฏิวัติมี ๔ ข้อ ๑. สร้างความขัดแย้ง ให้เกิดขึ้นต่อคนในชาติ เรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ในระบอบประชาธิปไตย เรื่องความขัดแย้งมันเปึนเรื่องปกติ ถ้าไม่ขัดแย้งมันจะเปึนประชาธิปไตยได้อย่างไรครับ อเมริกาก็เดโมแครต (Democrat) รีพับลิกัน (Republican) ประเทศอังกฤษ พรรคเลเบอร์ (Labour) คอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) เมืองไทยใหญ่ ๆ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชาชน เพราะพรรค ไทยรักไทยถูกยุบ พอพรรคพลังประชาชนถูกยุบก็พรรคเพื่อไทยก็อยู่เท่านี้ครับ มันก็ต้อง ขัดแย้ง มันเห็นเหมือนกันไม่ได้ในระบอบประชาธิปไตย ถ้าเห็นเหมือนกันมันดิกเตเตอร์ (Dictator) คือ เผด็จการ ทหารให้เหตุผลข้อที่ ๒ ส่อไปในทางทุจริต ๓. แทรกแซงองค์กร อิสระ ๔. น่ากลัวครับ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นี่เปึนเครื่องมือหากินของคนการเมือง ถ้าเลือกตั้งแพ้ ศรัทธาไม่มี ก็จะบอกว่า โอ๊ย พรรคเราไม่ได้ซื้อเสียง พอชนะเมื่อไร ก็ประชาชนนิยม พอแพ้ไม่มีสตางค์ แพ้อ้ายนี่ซื้อเสียง เศรษฐีเล่นการเมือง ก็คนมันรวย จะเล่นการเมืองเขาผิดตรงไหน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนห้ามไว้ ท่านประธาน ครับ ความขัดแย้งขึ้นต่อคนในชาติส่อไปในทางทุจริต แทรกแซงองค์กรอิสระ หมิ่นพระบรม เดชานุภาพ ใน ๔ ข้อนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสถาปนาตัวเองมาเปึน คมช. หลังการปฏิวัติ ตั้งกรรมการกี่คนครับ ตั้งมาประมาณ ๙ คน ใครเปึนประธานครับ ท่านนาม ยิ้มแย้ม จริง ๆ ไม่แย้มแล้วก็ไม่ยิ้ม สมัยเปึนอนุ กกต. ผัวะ สอบเสร็จยุบพรรค ไทยรักไทยปล่อยพรรคประชาธิปัตย์ นาม ยิ้มแย้ม นี่ละครับ เดิมตั้ง ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช อดีตประธานศาลฎีกา ท่านสวัสดิ์บอก เอ๊ะ อย่างนี้ไม่ได้ ไม่อยากเปึนเครื่องมือของฝ์ายหนึ่ง ฝ์ายใดที่มาประหัตประหารนักการเมือง ที่ผมบอกท่านประธานก็จะชี้ให้เห็น พันตํารวจโท ทักษิณ ถูกคณะทหารปฏิวัติ คณะทหารปฏิวัติเสร็จตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เขาร้อง เขาคัด เขาค้านว่าท่านนามนี่เปึนปฏิปักษ์ เปึนอริทางการเมือง ไม่เปลี่ยน ไม่มี คณะกรรมการตรวจสอบที่ไหนในประเทศนี้และไม่มีในโลกมนุษย์ใบนี้ ท่านประธานครับ องค์ตุลาการเวลาพิจารณาคดีมีคนร้องท่านมีสป่ริต (Spirit) ถอนตัว นี่ตั้งมาจากอํานาจ คณะปฏิวัติ ซึ่ง พันตํารวจโท ทักษิณ อยู่มหานครนิวยอร์ก คุณล้มเขา ล้มอํานาจใน ระบอบประชาธิปไตย แล้วก็ตั้งคนมาตรวจสอบเขา เอาคนเปึนศัตรูกับเขามาตรวจสอบ เขาขอ เปลี่ยนไม่เอา แล้วมันเขียนกฎหมายอย่างไรครับ บอกว่าเวลาจะร้องเปลี่ยนตัวกรรมการ ก็ให้ร้องต่อคณะกรรมการ ท่านนาม ยิ้มแย้ม อีกคนท่านประธานก็เห็นด้วยกับผม นายแก้วสรร อติโพธิ เดิมทีก็ลับ ๆ ล่อ ๆ ไม่รู้ว่าเปึนพวกใคร ก็ปรากฏว่าตอนพ้นภารกิจ หน้าที่จะลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปหาพรรคประชาธิปัตย์ แล้วพวกใครครับ พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธไม่เอาลง ชัดครับ เอาบุคคลเหล่านี้มาสอบสวน พันตํารวจโท ทักษิณ โอ้โฮ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพูดตลอด นักโทษ ๆ นักโทษ ๆ ผมเรียนท่านประธานเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบ พันตํารวจโท ทักษิณ ได้แค่ จําเลยที่ถูกศาลลงโทษ เขาไม่ได้เรียกนักโทษ เปึนจําเลยที่ถูกคําพิพากษาลงโทษจําคุก ๒ ป้ ข้อหาอะไรรู้ไหมครับ เอาบัตรประจําตัวให้ภริยาไปซื้อที่ดินเท่านั้นละครับ โอ้โฮ ท่านคณะรัฐมนตรีออกมาทุจริต ๆ มันไม่เปึนธรรม ท่านประธานที่เคารพ เดี๋ยวก็บอกเฉลิม พูดตรงนี้สงสัยรับจ็อบ (Job) ได้สตางค์ ผมมีกินมีใช้ครับ ชีวิตไม่เคยเดือดร้อน เด็ก ๆ ก็กินข้าว วัดสตางค์ไม่เสีย คนบางขุนเทียนแถวนี้ละครับ ไม่ได้ลําบากลําบน แต่ผมต้องพูดให้ ท่านประธานที่กระผมเคารพ และพี่น้องประชาชนนี่แหละ นี่มันเริ่มขัดแย้งมาเรื่อย ๆ พันตํารวจโท ทักษิณ นี่ไปเชื่อทนายของกองทุนฟุ๋นฟูที่แนะนําทนายที่คุณหญิงพจมาน มอบอํานาจให้ไปทําการซื้อที่ดิน พุทธศักราช ๒๕๓๓ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๖ เขาเขียนไว้ชัด กรณีขายต้องให้สามียินยอม กรณีซื้อไม่ต้อง ใครที่ปัญญาทึบไปเป่ดกฎหมายดูได้ มันจะได้ไม่ขัดแย้งกันต่อไป ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์แก้ไขป้ ๒๕๓๓ มาตรา ๑๔๗๖ สามีไม่ต้องยินยอมให้ภริยาไปซื้อ อสังหาริมทรัพย์ก็ซื้อขายได้ ก็เชื่อทนายก็เซ็นไป อัยการฟัอง ไม่ได้ฟัองอะไรเลยว่าทุจริต คิดไม่ชอบ แป็บ ๆ ช่อง ๑๑ เวลาสี่ทุ่มกว่า ห้าทุ่ม ผมก็อยากดู พอดูแล้วก็อารมณ์เสีย ก็เอาผู้คนมาด่าเขาตลอดทุจริต ๆ ๆ มันไม่ใช่ พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่ได้ทําผิดกฎหมาย แต่ทําสิ่งที่กฎหมายห้าม ถ้าพูดอย่างนี้ไม่อธิบายคนฟัง อะไรวะเฉลิม ที่ไม่ผิดกฎหมายคือ เรื่องอย่างนี้ ถ้าเปึนคนอื่นที่ไม่มีตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่มีตําแหน่งรัฐมนตรี ทําได้ครับ ทําได้ครับ แต่ พันตํารวจโท ทักษิณ เปึนนายกรัฐมนตรี ทําในสิ่งกฎหมายห้าม เปึนไปตาม กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ฝรั่งเรียก ออแกนนิก ลอว์ (Organic Law) มาตรา ๑๐๐ มีบทลงโทษตามมาตรา ๑๒๒ จําคุก ๓ ป้ ปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้ทําผิดกฎหมาย แต่ทําสิ่งกฎหมายห้าม เหตุที่ไม่ผิดกฎหมาย เพราะถ้าไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เปึน รัฐมนตรี ไม่ได้เปึนรัฐมนตรีช่วย ทําได้ครับ แต่ถ้าเปึนมาตรา ๓๕ บวก ๑ เปึน ๓๖ ทําไม่ได้ อัยการเขาฟัองตามพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ มีบทลงโทษ ตามมาตรา ๑๒๒ องค์คณะ ๙ ท่าน ๕ ท่านบอกผิด ๔ ท่านบอกไม่ผิด นิดเดียวครับ ถ้า ๕ ท่านบอกไม่ผิด ป์านนี้คงเดินปร๋ออยู่แถวนี้ ทีนี้ ๕ ท่านบอกผิด ๔ ท่านบอกไม่ผิด แล้วในคําพิพากษา อัยการมีความเห็นว่าให้ยึดเงิน ๗๗๒ ล้านบาท เพราะเปึนเงินที่ใช้ กระทําความผิด ผมนั่งอ่านคําพิพากษา ๓-๔ ครั้ง ตกผลึกได้ความว่าศาลสั่งคืนเงิน คือราคาที่ดิน ๗๗๒ ล้านบาทให้กับคุณหญิงพจมาน คุณหญิงพจมานไม่ผิด พันตํารวจโท ทักษิณ ผิด แล้วก็จําคุก ๒ ป้ ท่านประธานครับ ผมรู้มาทางลับ รัฐบาลนี้ครับ สั่งอัยการ กองการต่างประเทศให้ทําหนังสืออายัดตัว พันตํารวจโท ทักษิณ ยังประเทศที่คิดว่า คาดว่า น่าเชื่อว่าพํานักอยู่ที่นั่น แจ้งคลุม ๆ ส่วนรายละเอียดจะดําเนินการประสานต่อไป ผมไม่ใช่ศาสตราจารย์ทางกฎหมาย แต่ก็ร่ําเรียนมาพอสมควร ท่านประธานครับ ความผิดที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ถูกกล่าวหามีประเทศไทยประเทศเดียวครับ ที่มีข้อกล่าวหาเหล่านี้ ที่อื่นไม่มีหรอกครับ โอ้โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศระล่ําระลักต้องล่า นักโทษชาย ตรงนี้ครับมันจึงขยายความบาดหมาง มันจึงสร้างความร้าวฉาน เพราะเวลา รัฐบาลพูดรู้หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่เขาถือว่าแสดงความเห็นอย่างนี้ คนแถวบ้านผม เขาบอกว่าโง่ ไม่รู้ข้อเท็จจริง เมืองไทยมีสนธิสัญญากับมิตรประเทศว่าด้วยการส่งผู้ร้าย ข้ามแดน ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ เมื่อไม่นานมานี้ โอ๊ย ส่งคนไปเดินกันที่ฮ่องกง ไม่ได้ทําอะไร เลยครับ ถ้าคนมีหมายจับอยู่ในประเทศ เปึนหน้าที่ของอธิบดีกรมตํารวจ แต่ถ้าไปอยู่ เมืองนอกเมืองนาเปึนหน้าที่ของอัยการสูงสุด ไม่ใช่หน้าที่ของนายกษิต ภิรมย์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณมีหน้าที่เปึนไปรษณีย์หรือสนับสนุน ส่งเสริมการทํางานของอัยการสูงสุดเท่านั้น จะขอตัวอย่างไรครับ ท่านจะได้เลิกพล่ามกัน สักที ขอตัวต้องทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประเทศนั้น ๆ เสร็จเรียบร้อยรัฐมนตรีมหาดไทยจะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดของประเทศนั้น ๆ แล้วเขาต้อง ดูว่า ๑. มีสนธิสัญญากันหรือไม่ ฮ่องกงไม่มี ดูไบมีไหม ไม่มี ตะวันออกกลางทุกประเทศ มีไหม ไม่มี ไม่มีสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับเมืองไทย แต่เขาใช้วิธีการ เจรจา เขาใช้วิธีการถ้อยทีถ้อยอาศัย ๑. ฮ่องกงไม่มีสนธิสัญญา ๒. ความผิดที่เกิดขึ้น ฮ่องกงบอกบ้านเขาไม่ผิด ๓. เรื่องนี้เปึนเรื่องการเมือง ท่านประธานครับ ทําไมไม่การเมือง ก็แค่แปลหัวกระดาษ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทาง การเมืองเขาห้ามแล้ว เรื่องที่ ๔ ทั่วโลกโดยกฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ ๑๔ อาติเคิล ๑๔ (Article 14) ข้อ ๕ เขาบอกชัดกรณีศาลเดียวเขาไม่ส่งตัวให้แก่กัน โดยเฉพาะ ในสหราชอาณาจักรประเทศอังกฤษเขาเซนซิทีฟ (Sensitive) เรื่องนี้มาก ท่านประธาน เห็นไหม ราเกซอยู่แคนาดาใช้กฎหมายอังกฤษ ป่ืน จักกะพากอยู่อังกฤษขอมา ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ เขาไม่ส่ง แต่พวกท่านเช้า สาย บ่าย เย็น นักโทษชาย ๆ นักโทษชาย นี่แหละครับมันจึง เปึนที่มาของความบาดหมาง มันจึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน เอาให้ตรงไปตรงมาสิ เขาผิดข้อหาอะไร ทีสมัยพวกเอาที่ดินไปแจกเศรษฐีที่ภูเก็ต ผมก็อภิปรายแทบตาย เนวิน ชิดชอบ ลูกชายท่านประธานก็ร่วมอภิปรายกับผม ผมร่ายยาวทั้งหมด พี่เสนาะ เทียนทอง ร่ายยาว เนวินป่ดท้ายเอาไปแจกเศรษฐี เอาไปแจกสามี ส.ส. พรรคตัวเอง ผมก็ ถือว่าเรื่องมันเลยมาแล้ว มิถุนายน ๒๕๕๐ ศาลฎีกาตัดสินบอกเอาคืนมา ๆ เอาคืนมา ก็คืนให้ทางราชการ ตอนนั้นผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทราบไหมครับ มูลค่าเท่าไร ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเนวินกับเฉลิมได้อะไรไหม ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบไหม ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะพรรคนี้วิเศษวิโส ดีหมด สะอาดหมดจด ทําอะไร ไม่ต้องผิด แต่ พันตํารวจโท ทักษิณ เอาบัตรประจําตัวแท้ ๆ ถ่ายให้เมียไปซื้อที่ติดคุก ๒ ป้ เขาก็บอกกระบวนการยุติธรรม มันไม่ยุติธรรม ก็มันไม่ยุติธรรมเริ่มต้น คนตั้งคนสอบเขา คือพวกปฏิวัติชิงอํานาจ แล้วก็ตั้งคนมาสอบเขา เอาศัตรูมาสอบ รัฐบาลเรียกร้องต้อง เคารพคําสั่งศาล ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง ผมเคารพ ผมนี่ละรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม แล้วเปึนกระทรวงยุติธรรมที่ทํางานกับผู้พิพากษาตุลาการ ก็ชงไปให้ ท่านอย่างนั้น แล้วจะไปตัดสินอย่างไร เห็นไหมครับ ลูกสาวท่านทักษิณคนหนึ่งออกมา แถลงข่าวมีหนังสือบอก โอ้โฮ คตส. มันเรียกไป สอบเสร็จไม่ให้ใครพบ ไม่ให้ใครปรึกษา ไม่ให้ใครรู้ ไม่ให้ใครเห็น ได้จังหวะเผลอนิดเดียวหนูขอเข้าห้องน้ํา หนีมาเลย ไม่เซ็นชื่อ ก็เซ็นอย่างไรครับ เขียนเองสอบเอง ๆ มันมีการสอบสวนที่ไหนในประเทศไทย ก็มีไอ้คณะ อุบาทว์นี่ละครับที่มันสอบเอง ไม่ให้ใครเปึนที่ปรึกษา บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป. วิ.อาญา แก้ใหม่ เขามีหมด ต้องให้ทนายความ ต้องแจ้งข้อกล่าวหา สมัครใจไม่ให้การ ได้หมด คตส. ไม่ได้ครับ เขาจะรับได้อย่างไร เปึนผมผมก็ไม่รับ ก็คนปฏิวัติตั้งมาสอบเมื่อไร ก็ผิดครับ แล้วมันมีอํานาจล้นฟัา คดีไหนที่เขาสั่งฟัอง แล้ว ป.ป.ช. ไม่ฟัอง หรืออัยการ ไม่ฟัอง ฟัองเองได้อีกครับ แล้วกฎหมายอย่างนี้มันมีไหม พอเขาบ่น ๒ ป้ เรียกร้องกันจัง โดยเฉพาะผู้ก่อการร้ายนั่งในรัฐบาล ก็นี่อย่างไรครับมันถึงเกิดความร้าวฉาน ถึงเกิดความ แตกแยก ที่ผมเรียนท่านประธานเพราะผมไม่รู้จะเรียนใคร ท่านนายกรัฐมนตรีผมก็ไม่ให้ แต้ม ไม่ให้หรอกครับ เดี๋ยวผมจะบอกตอนท้ายไม่ให้แต้มเพราะอะไร ผมมีที่มาที่ไป ท่านประธานครับ จากนี้ต่อไปผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อนะครับว่านี่ ๒ ข้อ ใน ๑๖ ข้อ บวกภาคผนวกที่ผมจะมากราบเรียนท่านประธาน วันนี้เปึนเรื่องสําคัญ ผมไม่ได้บอกว่ารัฐบาลมีน้ําใจเป่ด ท่านก็มีเวทีนี้แหละพูดจาเพราะเสนาะหู เมื่อสักครู่ฟัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงเรื่องกระสุนป๋น โอ้โฮ ไปเก่งมาจากไหน ไม่รู้เลย รู้กําลังรบ รู้กําลังหลัก รู้อาวุธยุทโธปกรณ์นี่ เอ็ม ๑๖ เอชเค เอ็ม ๗๙ ไม่คาดคิดว่าท่านสุเทพของผม พัฒนาเร็วจริง ๆ ผมเดินไปข้างนอกไปเช็คข่าวนิดหน่อย ฟังเสียงรายงาน เอ็ม ๑๖ ตรงนี้ เอชเค ตรงนี้ นี่ลูกแบลงค์ นี่ลูกหลอก นี่ลูกจริง มันเก่งจริง ๆ เก่งเกินกว่าที่ผมคิด ท่านประธานครับ เมื่อ คมช. สถาปนาอํานาจตัวเอง ตั้งกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ท่านทักษิณเอาพรรคพวกมาแล้วก็ยกร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พรรคพลังประชาชน เขาไม่รับ เขาบอก วี โหวต โน (We Vote No) เขาไม่รับ สนช. จะเอา ๆ ๆ เขาบอกเขา ไม่เอา ผมก็เปึนหน้าที่ไปรณรงค์หาเสียงอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง บอกพี่น้องประชาชน ๓ ข้อ พี่น้องที่เคารพ ถ้าพี่น้องอยากให้แก้รัฐธรรมนูญแล้วนํา พันตํารวจโท ทักษิณ กลับบ้านพี่น้องอยากให้สมัครเปึนนายกรัฐมนตรี อยากให้เฉลิมเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย พี่น้องเลือกพวกผม ผมเปึนคนรณรงค์ทุกที่ ไม่ใช่อีแอบ ไม่ใช่ปกป่ด เพราะผมบอกต้องบอกประชาชนเขาก่อนว่าเราไม่เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราจะแก้ไข จะเอาป้ ๒๕๔๐ ตอนนั้นท่านประธานกับผมอยู่พรรคเดียวกันนี่แหละครับ ท่านประธาน เปึนประธานวิป มันก็มีพี่น้องประชาชนมาเรียกร้อง เอ้าว่าอย่างไรพลังประชาชน คุณหา เสียงรณรงค์กับพี่น้อง คุณบอกจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อไรแก้สักที มีประชาชนเสนอมา แสนกว่าชื่อ เหลือ ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อ ผมไปไหน คุณเฉลิมเปึนอย่างไร มท. ๑ ได้เปึนแล้ว สะใจแล้วใช่ไหม ผมบอกไม่ละครับ ไม่ละครับ ก็แค่คิดเท่านั้นนะครับ แค่คิดจะแก้ รัฐธรรมนูญ พันธมิตรลุกพรึบเลย รออยู่แล้วครับ พอตอนหลังเขาชุมนุมกันมา ๔-๕ ครั้ง ทางพรรคพลังประชาชนบอกไม่แก้ ไม่แก้ ไม่แก้ เขาบอกหยุดไม่ได้ หยุดไม่ได้แล้ว เพราะ เริ่มชุมนุมประท้วง เขาชุมนุมประท้วง ท่านประธานครับ ผมต้องบอกไว้ครับ มีสมาชิก พรรคไหนขึ้นเวที ผมต้องบอกนะครับว่ามีคนในพรรคไหนไปเยี่ยมเยียน ผมต้องบอกนะครับ เอาขนมนมเนยไปให้กัน ไม่พูดหรอกครับ ทุกคนรู้ พี่น้องประชาชนทราบ ต่อมา ท่านประธานครับ พูดไปก็ไม่ใช่เยาะเย้ย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องหยุดพูด ผมไม่ได้ ดุดันสั่งสอนท่าน ท่านต้องคิดให้หมด ท่านบอกว่าท่านมาถูกต้อง เปึนนายกรัฐมนตรี ถูกต้อง แต่มันไม่ชอบธรรม ถูกต้องผมไม่ปฏิเสธ มันไม่ชอบธรรม มันอับอาย มันเสีย ศักดิ์ศรีคนเรียนอังกฤษ มันเสียศักดิ์ศรีคนรักประชาธิปไตย มันเสียศักดิ์ศรีคนซึ่งได้ แสดงออก โอ้โฮ รักประชาธิปไตย ผมเคยพูดว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เปึน นายกรัฐมนตรีรอบนี้หิมะตกเมืองไทย ผมให้เกียรติครับ ผมจะไปดูถูกท่านได้อย่างไร ให้เกียรติ อะไรมันจะกล้าหรือวะ ในสถานการณ์อย่างนี้ไม่รู้ตัวเอง ผมมาจากการเลือกตั้ง ถูกต้อง วันที่ ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๑ พรรคท่านได้เท่าไร ๑๖๔ พวกผม ๒๓๓ มากกว่าผม ตรงไหน นับไปสิ ไม่อับอาย ขออนุญาตไปแอบอ้างสมัยรัฐบาลท่านชวน มันคนละประเด็น สมัยท่านชวน พลเอก ชวลิต ลาออก แต่นี่ท่านสมชายถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ผมไม่ลง ดีเทล (Detail) การตัดสิน สมัยท่านชวน พลเอก ชวลิต ลาออก แต่ก่อนหน้านั้นท่านชวนแพ้ ๑ คะแนน ต่อพรรคความหวังใหม่ ท่านชวนไม่แย่งตั้งรัฐบาล พอ พลเอก ชวลิต ลาออก พรรค ร่วม ความหวังใหม่ก็ไปร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนี้มันไม่น่าเกลียด มันไม่ขี้เหร่ มัน พอได้ ต้องรู้สํานึกตัวเองสิว่าตัวเองมามาแบบไหน นี่ยังไม่รู้เลยมาจากใคร ท่านประธานที่ เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานครับว่าหลังจากตั้งรัฐบาลแล้ว พันธมิตรก็ดําเนินการ ประท้วง พฤติการณ์พันธมิตร ๑. ขับไล่รัฐบาล ปลุกปัืนยุยงทุกรูปแบบ ๒. กีดขวาง การจราจร ๓. บุกรุกสถานีเอ็นบีที สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบิน สุราษฎร์ธานี สนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่ บุกกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม นอกจากนี้ยังมีการบุกรุกขัดขวางการแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับมันฝังใจคนจน เขาถึงมาชุมนุมกันมากมาย เขาโกรธ เขาเลือก พวกผมมาเปึนรัฐบาล วันนี้มีสมาชิกบอกว่าใครไม่รู้ป้กทางโน้น วุฒิสภากระมัง บอกโอ้โฮ คนมาชุมนุมเปึนคนรากหญ้า คนยากคนจน เปึนกรรมกร เปึนพนักงานทํางานหาเช้ากินค่ํา ถูกต้องที่สุด เขาเลือกพวกผมเปึนรัฐบาล ทีนี้พอเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มันคาใจเขาครับ ท่านประธานที่เคารพ มันคาใจว่า เอ๊ะ อํานาจพวกเขาที่มอบให้พวกผมมาเปึนแกนหลัก มาเปึนแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาล แล้วถูกฉกชิงถูกวิ่งราว ใหม่ ๆ ครับท่าน รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงนี่แหละ ท่านก็บอกว่าจะตั้งรัฐบาลแข่ง ผมบอกว่า เอ๊ะ ตัวเลขมันน้อยกว่ากันนะ ท่านก็บอกไม่เปึนไร ยังมีน้ําใจนะครับ รอพรรคพลังประชาชนตั้ง ก่อน ท่านบอกถ้าตั้งไม่ได้ท่านตั้ง ถูกต้อง แต่คราวนี้มันเกิดสถานการณ์ยุบพรรค พอยุบ พรรค พรรคพวกก็มีสิทธิเลือกพรรคใหม่ ขอประทานโทษต้องเอ่ย พรรคภูมิใจไทย พรรค ท่านประธานนั่นแหละ ก็ก่อนเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ มันไม่มี มันมีพรรคนี้ เมื่อไรเล่า มันก็มีแต่พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ พันธมิตรชุมนุมขับไล่รัฐบาล ปลุกปัืนทุกรูปแบบ รัฐบาลพวกผม ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่กล้า ดําเนินคดี ไม่ได้ทําอะไรเลย ป่ดตาป้ี ป่ดตาป้ี ขับรถจะไปประชุมที่ทําเนียบ เขาอยู่ ด้านหลัง โอ๊ยตายแล้ว เดี๋ยวมันจะตีเมื่อไร โอ๊ยตายแล้ว เดี๋ยวมันจะด่าเมื่อไร วันดีคืนดี ยกกําลังไปกระทรวงมหาดไทย แล้วเอาเปึดไปปล่อยให้ผม ๒ ตัว ผอม ๆ นะ ผอม ๆ เนื้อ หนังไม่มีหรอก ผมก็ยืนดูเองมาทําไม เขาบอกเอาเปึดไปปล่อย ๒ ตัวเปึนสัญลักษณ์ รัฐมนตรีเปึดเหลิม ผมไม่ได้ว่าอะไรเลย มาก็มา มาก็มา ผมยังบอกยามที่เฝัากระทรวงบอก น้องชายไปดูสิ ไปดูสิว่าเปึดยังเหลือไหมจับไปแกงสักตัว หรือไม่ก็ทําลาบเปึด ปรากฏว่า พอปล่อย ปล่อยเสร็จก็จับอกเปึดเอากลับไปที่เก่า เทิดภูมิ ใจดี นะครับอ้ายตัวดีนี่ เอาไป ให้ผม ท่านประธานครับ พอมาวันนี้ท่านประธานทราบไหมครับ ผู้แทนราษฎรทุกพื้นที่ ในประเทศไทยที่ไปร่วมชุมนุมถูกตํารวจออกหมายเรียกจะดําเนินคดีทั้งหมด เดินไปเถอะพี่ หมายเรียก บอกเรื่องอะไร พี่หมายเรียก พี่หมายเรียก เนื่องจากไปปราศรัยบนนั้นบนนี้ตั้งเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ (๑) (๓) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๕ มาตรา ๒๑๖ ให้ไปพบเมื่อนั่นเมื่อนี่ โดนหมด ป่ดสภาเมื่อไรถ้าท่านเรียกประชุม คณะกรรมาธิการงบประมาณละก็หมดเลย ผมนะปลอดภัย มีพรรคพวกบอกคุณเฉลิม มาขึ้นเวทีหน่อย บอกผมไม่เคยเล่นการเมืองอย่างนี้ ไม่ใช่ ไม่เห็นด้วย หรือ เห็นด้วย แต่ผมมันชอบยืนปราศรัย เวลารณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง มันชอบอย่างนั้นแล้วมันถนัด อย่างนั้นก็เลยไม่ได้ไปกับเขา บางคนบอกว่าให้แวะไปข้างหลังหน่อย ผมน่ะอ่านขาด แค่ไปเดินผ่านหน้าเวทีถูกจับแล้วครับ ก็เขารออยู่ เขารออยู่ ถ้าเหลิมผ่านละมึง มึงโดนแน่ ผมรู้นี่ครับ การเมืองมันอ่านทางกันออก ผมก็ไม่ไป ก็เลยรอดมาได้ยืนพูดวันนี้ ท่านประธานครับรูปแบบพันธมิตรที่ชุมนุม ผมไม่ว่า ใครหนักกว่ากันสังคมตัดสินได้ พันธมิตรไม่ได้ถูกดําเนินคดีอะไรเลยแต่ต้น พอมาถูกดําเนินคดีทีหลัง นี่ละครับมันคับแค้น ทางจิตใจ ยากไร้ทางวัตถุ พันธมิตรขึ้นโรงพักท่านประธานทราบไหมครับ ตํารวจผู้ใหญ่ ๆ ท่านสนธิครับ ท่านนั่งห้องแอร์เถอะครับ ท่านจําลอง ท่านสมเกียรติ อ้ายสุริยะใสยังเปึน ท่านสุริยะใส ท่าน หมดนะ ตํารวจมันโค้งหัวชนกันแตกระนาวหมด นั่นพันธมิตร แล้วท่านรู้ไหมครับ พอพวกเสื้อแดงเริ่มต้นเขาไปมอบตัว ตั้งข้อหาอะไรท่านทราบไหมครับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ (๑) (๓) ป. อาญา ๒๑๕ ป. อาญา ๒๑๖ ตั้ง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ด้วย ไม่ได้เป่ดกฎหมายอาญา มาตรา ๗ การกระทํา ต่างประเทศจะมีการลงโทษถือว่าเปึนความผิดในประเทศได้ ต้องมีความผิดดังต่อไปนี้ เขาเขียนชัด ตํารวจก็ถูกบีบ ตั้งหลายข้อหา ท่านทักษิณ ชินวัตร เข้าเกณฑ์มาตราเดียวคือ มาตรา ๑๑๖ ส่วนนอกนั้นเปึนการกระทํานอกประเทศ ไม่ถือว่าเปึนความผิดในประเทศ เพราะกฎหมายระบุไว้ ถ้ามาตรานี้ไม่ต้อง มาตรานี้ไม่ต้อง มาตรานี้ไม่ผิด มาตรานี้ อยู่ที่ไหนทําถือว่าผิด แล้วดูสิครับ ไปตั้งข้อกล่าวหา ไปขออนุมัติจับ บอกว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ร่วมชุมนุมตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ผมไปดู พจนานุกรม พจนานุกรมบอก ชุมนุมคือ มั่วสุม คือการสุมหัว ก็ท่านทักษิณ ชินวัตร อยู่ดูไบ เขามาทางโฟนอิน มาทาง วีดิโอ ลิงค์ แล้วมันสุมหัวตรงไหน นั่นมาตรา ๒๑๕ พอมามาตรา ๒๑๖ ผู้ร่วมชุมนุมมีอาวุธ ท่านทักษิณ ชินวัตร มีไมโครโฟนเปึนอาวุธ แล้วก็ ขัดคําสั่งเจ้าพนักงาน ใครสั่งเขาเขาอยู่ดูไบ ขออนุมัติจับวันที่ ๙ เมษายน ศาลไม่อนุมัติ พอวันที่ ๑๔ เมษายน ศาลอนุมัติรวม ๑๔ คน ท่านประธาน ผมอภิปรายยาก ผมบอก พรรคพวกอย่าให้ผมอภิปรายเลย แม่ทัพนายกองกับผมหลายคนก็ชอบกัน ตํารวจที่เปึนใหญ่ เปึนโตวันนี้ก็ผูกพันรักใคร่ชอบพอ สมัยผมเปึนสารวัตรกองปราบเขาก็ระดับ รองสารวัตร ร้อยตํารวจตรี ร้อยตํารวจโท ทีนี้ผม ๘ ป้ไม่ได้เงินเดือนก็เปึน ร้อยตํารวจเอก นานหน่อย เปึนจนออกก็เท่านั้น วันนี้ก็อยู่เท่านี้ ให้มากกว่านี้ก็ไม่เอาประเดี๋ยวคนไม่รู้จัก วีระกับณัฐวุฒิเขาไปมอบตัว มีนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่มารับกลางที่ประชุมครับ ผมย้ํากับ ท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง วันที่นายกรัฐมนตรีประกาศพระราชกําหนดในสถานการณ์ ฉุกเฉิน มาตรา ๕ มาตรา ๑๑ ฉุกเฉินรุนแรง เรื่องไม่มีอะไรเลยครับ มันมีที่พัทยา กรุงเทพฯ ไม่มีครับ กรุงเทพฯ ก็มีป่ดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อาจจะมีล้ําไปหน่อยแถว ๆ ดินแดง แต่หลังจากประกาศพระราชกําหนดแล้วลงมานายกรัฐมนตรีถูกทุบตึงตัง ๆ ท่านประธาน ครับ นายกรัฐมนตรีนี่ต้องรู้สิ ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีก่อนผมนะ แต่เรื่องถูกทุบตี ถูกไล่ ผมก่อนท่าน ผมนี่ก่อนท่านนะ หนีแทบตายก็มี ล้อมไว้ ๆ จับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม มาประชาทัณฑ์ ขณะนี้กําลังจะหนีออกแม่น้ํากระบี่ ขณะนี้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม กําลังจะ ลงเรือยอร์ช ไม่มีเลยครับ ก็นั่งอยู่ในโรงแรมของท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ผมก็นึกในใจ จะหนีทางไหน ข้างนอกเต็มหมด ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน รอเช้ามืดก็เหลือ ๕๐๐ คน หลบแวบออกมา โอ้โฮ ตํารวจ อปพร. ผู้ว่า ผู้การ ผู้กํากับ ท่านต้องสู้ศักดิ์ศรี บอก ไม่ได้ น้องชายคุณไม่ต้องมาสอนผม ผมมีวิธีคิด อยู่เฉย ๆ พอ ตีสี่สี่สิบ ใกล้ ๆ ตีห้า ผมแวบ ออกมา ที่เขาตามไม่ได้ เขาทุบไม่เจอ เพราะผมนั่งรถกระบะ ไม่มีใครคิดรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนั่งรถกระบะ พรรคพวกรู้จักเอาเบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ผมบอกนี่จะหา เวรให้พี่หรือ เอ็งไปไกล ๆ เอารถกระบะมา เดี๋ยวพี่ไปของพี่เอง ผมก็หนีมานี่ สนามบินกระบี่ ผมเข้าใจครับ ลงเครื่องบินวันนั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ไปถามปลัดกระทรวงมหาดไทยคนนี้แหละนั่งรถไปกับผม ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ คนนี้ยังอยู่ ผมเอารถเบนซ์วีโต้ ดีเซลไป พอลงเครื่องผัวะตํารวจบอกท่านข้างหน้าเต็มแล้ว ผมบอก เขามาข้างหน้าไปข้างหลัง ไม่ได้ครับ มีคนเชียร์ท่านด้วย บอกว่าเพิ่งเชียร์ที่นี่เลย เอากันไว้ ก่อนยังไม่ต้องมาเชียร์ผม หาวิธี ผมออกมาท่านประธานครับ ขับรถมานี่มาล้อมประมาณ ๕๐ ครับ ตีหน้ารถปัง ๆ ผมบอกแล้วอย่างไรเอียงซ้าย พอเอียงซ้ายตอนท้ายมันจะไปตบ เขา ผมบอกหักขวา อย่าทําร้ายพี่น้องประชาชน พอเอียงซ้ายผัวะ หักขวาผัวะ คนขับถาม ทําอย่างไรท่าน หนีสิวะ ก็หนีมาที่โรงแรมกระบี่เมอริไทม์ ผมไม่โกรธเลย รถบุบเยอะแยะ กลับมาก็ซ่อม ผมไม่ได้แสดงบทละครอะไรเลย แต่ตอนหนีมาได้เขาหลับ เข้าไปใส่เสื้อสูท เนคไทไม่ผูก ขาออกมาเหลือเชิร์ตตัวเดียว ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่รู้ ผู้การไม่รู้ ผู้กํากับไม่รู้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่รู้ นายอําเภอไม่รู้ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไปเลยเตรียมประชุม ประชุมก็ตายสิครับ ก็มันมีการจ้างมาจากสุราษฎร์ธานี จากภูเก็ต จากพังงา จากกระบี่ ผมจะไปประชุมเรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดิน เพราะที่กระบี่มันออกโฉนดชนิดยกภูเขา ออกเปึนลูกครับ ตรงนั้นทรัพย์สินเปึนแสนล้านบาท ถ้าตรงไปตรงมาตรวจสอบ ท่านประธานครับ พอมาที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ที่ผมเรียงลําดับถ้าไม่ยอมรับ ซึ่งกันและกันปัญหามันไม่จบ ก็คนกันเองทั้งนั้นไม่ได้มีศัตรูคู่อาฆาตอะไรเลย พอพวกผม เชียร์ท่านทักษิณ โอ๊ยรับเงิน โอ๊ยทายาทอสูร ก็ผมเคารพของผมนี่ มันเปึนสิทธิ มันเปึน ความชอบธรรม ถ้าพวกผมชอบ พันตํารวจโท ทักษิณ พี่น้องประชาชนเขาไม่ชอบเลือกตั้ง รอบหน้าเลี้ยงหลานหมด ก็ไม่ได้เข้าสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ วันที่ ๗ มีมาหน้า รัฐสภา ท่านประธานก็ทําหน้าที่ประธานก็รู้อยู่ ผมมาแผล็บเดียว สายข่าวรายงานพี่ พี่คือ เปัาหมาย บอกรู้แล้ว รู้แล้ว แล้วผมทําอย่างไร ผมก็หนีก่อน ไม่ทันเซ็นชื่อก็มันมาแล้ว ผมก็เผ่นก่อน ออกไปเลย ก็มีคนบอกว่า โอ๊ยผมมาแล้วไม่เซ็นชื่อ ไม่แสดงบัตร ผมบอก ไม่เปึนไร ท่านประธานชัยรู้จักผมดีว่าผมเปึนคนจริงคนจังในการประชุมสภา ทํางานกันมา ตั้งแต่เปึนฝ์ายค้าน เปึนรัฐบาลอภิปรายมาตั้งแต่นายกรัฐมนตรีรุ่นเก่า อะไรต่ออะไร ไม่มีหรอกอ้ายเรื่องจะหนีสภา ท่านประธานครับ พันธมิตรมาประชุมแล้วบอกว่า จะทําร้าย จะบุก ใครขัดขวางจะทําร้ายแล้วก็มาวี๊ดบึ้ม วี๊ดบึ้ม วี๊ดบึ้ม ผมจําไม่ผิดนะ คลับคล้ายคลับคลา เหมือนกับนายกรัฐมนตรีลงไปทักทายนิดหน่อย จะใช่หรือไม่ ผมไม่ทราบ ไม่ใช่ก็ไม่เสียหาย ใช่ก็ไม่เสียหาย สรุปแล้วไม่เสียหาย เพราะท่านปฏิเสธอย่างไรไม่มีใครเชื่อหรอก ว่าพันธมิตรไม่ใช่พวกท่าน พวกท่าน เหมือนเสื้อแดงพวกผมอย่างไร ไม่มีป่ดปังตัวจริง ชัดเจน พวกผม ท่านประธานครับ พอมีการสลายม็อบ ผมไม่อยากพูดถึงกองทัพ ไม่พูด พอมีการสลายม็อบ มีการยิงแก๊สน้ําตา มีคนเจ็บ มีคนตาย ตายผมพูดไปแล้วเมื่อ คราวที่แล้ว สุภาพสตรีตายตรงไหนรู้ไหมครับ จะไปบุก บชน. ตํารวจ คนตาย อาก็รู้จักดี นายตํารวจคนนี้ นิติวิทยาศาสตร์เขาบอกแล้วระเบิดจากในรถ ชัดเจน ไม่ได้ตายเพราะ ตํารวจทําหน้าที่ เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ละครับ ขอเอ่ยชื่อ ท่านนิดเถอะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ละครับ ตกใจ ตกใจมาก รับไม่ได้ ละเมิดสิทธิ มนุษยชนรับไม่ได้ ทําหนังสือถึงกรรมการสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม กรรมการสิทธิมนุษยชนสอบสวนเรียบร้อยส่ง ป.ป.ช. ป.ป.ช. ดําเนินคดีกับท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แถมเอาพี่จิ๋วของผมไปด้วย ดําเนินคดีกับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ในความผิดคดีอาญา ตํารวจผู้หลักผู้ใหญ่โดนหมด ผิดวินัยร้ายแรง พลตํารวจโท สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการนครบาล โดนย้ายไปกองบัญชาการภูธร ภาค ๔ โดนดําเนินคดี พลตํารวจตรี ลิขิต กลิ่นอวล รองผู้บัญชาการนครบาล โดนดําเนินคดี พลตํารวจตรี เอกรัตน์ มีปรีชา โดนดําเนินคดี นั่นแก๊สน้ําตานะครับ อย่างไร มันถึงชิงชัง แล้วคราวนี้เปึนอย่างไรบ้างล่ะ คราวนี้เหตุเกิดเปึนอย่างไร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ควรจะทําหนังสือร้องกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วยตัวเอง ดูสิว่ากรรมการ สิทธิมนุษยชนเขาจะว่าอย่างไร ท่านประธานครับ ตอนนั้นมีรายงานข่าวจ่อจับผมตลอด ผมก็นึกในใจ โธ่ ชีวิตผมนี่มันจะเปึนผู้ต้องหาทั้งชาติเลยหรือนี่ จ่อตลอด มีรายงานข่าว ต่อที่ประชุม ครม. มีรัฐมนตรีคนหนึ่งยศไม่มาก ได้เสนอปราบปรามม็อบ ได้เสนอย้าย ผบ.ตร. ไม่มีเลยครับ ไม่ได้คุย ไม่ได้โม้ ท่านประธานผมจบหลักสูตรปราบจลาจลระบบ อังกฤษ ได้ทุนรัฐบาลอังกฤษไปฝ๊กที่ประเทศมาเลเซีย ๘ อาทิตย์ ต่ออีก ๒ อาทิตย์ เปึน ๑๐ อาทิตย์ ทั้งกรมตํารวจ หลานชายประธานเปึนครูฝ๊ก ป้ ๒๕๑๕ กองทัพบก ขอกรมตํารวจให้เอาข้าราชการตํารวจไปฝ๊กให้ทหารราบ กรมที่ ๑๑ บางเขน ลานซีเมนต์ นั่นแหละ ผมไปยืนสั่งแถว แถวตรง หน้าเดิน กลับหลังหัน ซ้ายหัน ขวาหัน ขั้นบันได หน้ากระดาน ดาวว่าว ฝ๊ก ตีกระดิ่ง รถ โอซี (OC) รัฐบาลอังกฤษจัดทํา ใช้โล่ กระบอง ส่งรหัส ฝ๊ก ผมเข้าใจวิธีการ แต่สถานการณ์เวลาเผชิญหน้ามันคุมไม่ได้ ผมไม่ซ้ําเติมทหาร แล้วผมก็ไม่เข้าข้างทหาร แต่เรื่องอย่างนี้มันไม่ควรเกิดถ้าเปึนรัฐบาลไม่มีต้นทุนทางสังคม นะหรือ ท่านนายกรัฐมนตรีเก็บกระเปิาไปแล้ว ถ้าผมเปึนนายกรัฐมนตรี หรือท่านสมชาย เปึนนายกรัฐมนตรี หรือท่านสมัครเปึนนายกรัฐมนตรีตอนนั้นแล้วเหตุการณ์เกิดอย่างนี้ ท่านประธานเรียบร้อย ต้องหนีเหมือนเวียดนามใต้หนีเวียดกง ต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ต้องไปแล้วครับ แต่ท่านก็ใช่จะอยู่ได้ ใกล้แล้วครับ อยู่ไม่ได้หรอก สุดท้ายท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานต่อว่าพันธมิตรป่ดทําเนียบรัฐบาล บุกรุกสถานที่ราชการ ชุมนุมทั้งหมดอยู่สนามบิน ป่ดสนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินภูเก็ต สนามบินหาดใหญ่ สนามบินดอนเมือง มีอยู่วันหนึ่งที่สนามบินดอนเมืองนั่งประชุม ครม. ครับ ผมได้รับสายข่าว บอกพี่ เปัาหมายพี่อีกแล้ว เดี๋ยวมันมา ผมก็เผ่นก่อน ออกมา ออกไปก่อน หนังสือพิมพ์ กระแหนะกระแหน โอ้ เฉลิมขี้กลัว ขี้ปอด ถูกต้องครับ เพราะผมไม่มีสิทธิทะเลาะ กับประชาชน ไม่มีสิทธิให้ใครไปทําร้ายประชาชน ผมก็เผ่นก่อน พันธมิตรเจอรองผู้การ อารมณ์เสียไม่เจอเฉลิม ทั้งตบ ทั้งเตะ ทั้งกระทืบล้มไปอยู่ที่พื้นกระทืบ แล้วอ้ายนั่น เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างไรครับ รองผู้การต้องไปโรงพยาบาลพอจะจับ จะจับ มันเลย ยึดสนามบินดอนเมือง โอ้ แต่มาพอเสื้อแดงอยู่ข้างทําเนียบรัฐบาล ป่ดอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ ป่ดสามเหลี่ยมดินแดง ผมยกพัทยาบอกว่าจะเปึนจะตาย รัฐบาลออกพระราชกําหนด สถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา ๕ พอแล้วครับ มาตรา ๕ สถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชนเสียสิทธิ ๖ ข้อ ผมไม่อยากอ่านเสียเวลา นี่ใส่ มาตรา ๑๑ เข้าไปด้วย มาตรา ๕ บวกมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๑ เสียสิทธิอีก ๑๐ ข้อ รวมแล้วท่านนายกรัฐมนตรีประกาศพระราชกําหนดฉุกเฉินในขณะยังไม่มีเหตุการณ์อะไร มีคนอยู่ข้างทําเนียบ มีป่ดอนุสาวรีย์ ป่ดสามเหลี่ยมดินแดง เวลารัฐบาลชี้แจงท่านอย่า บิดเบือนสิ ทุบรถ ตีหัวหลังประกาศพระราชกําหนด ใครก็หมั่นไส้ มันตกค้างมาจากพัทยา นายกรัฐมนตรีจะมีอารมณ์ตกค้างมาหรือไม่ผมไม่ทราบ ท่านประธานครับ วันนี้ สั่งดําเนินคดีหมด ตํารวจแจ้งข้อกล่าวหานายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ตามประมวลกฎหมายอาญา อาศัยอํานาจการควบคุมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ๔๘ ชั่วโมง พอไปฝากขังศาล ได้รับคําสั่ง บอกว่าให้ยื่น ๒ เปเปอร์ (Paper) เปเปอร์แรกให้อาศัยพระราชกําหนดในสถานการณ์ ฉุกเฉินร้ายแรง พุทธศักราช ๒๕๔๘ อีกเปเปอร์หนึ่งฝากขังตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา ขอ ๑๒ วัน ศาลก็บอก ถ้าคุณจะควบคุมตัวตาม พระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงก็ว่าไป สาระสําคัญท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้ผมไม่ได้สอนท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมอยากบอกพี่น้องประชาชนคนไทย ทั่วประเทศ เจตนารมณ์ในการออกพระราชกําหนดฉบับนี้เขาหวังเอาไว้แก้ปัญหา ในสถานการณ์ฉุกเฉินในสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้และ ๓ อําเภอ ในจังหวัดสงขลา นั่นคือเจตนารมณ์ กฎหมายมันมีสป่ริต กฎหมายมันมีจิตวิญญาณ การออกกฎหมายมันต้องมีเจตนารมณ์แนบท้าย เขาออกเพื่อแก้ไขปัญหาในภาคใต้ เพราะผู้กระทําความผิดทั้งคนมันแค่สงสัยว่าจะเปึนสมาชิกกลุ่มนั้น ว่าจะเปึนสมาชิกกลุ่มนี้ แต่ยังไม่มีหลักฐานดําเนินคดีอาญา ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จึงได้คิดค้นออก พระราชกําหนดฉบับนี้ ต่อมาสภารับรอง คือใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ควบคุมตัวได้ ครั้งแรก ๗ วัน เอามาก่อน แต่จะควบคุมตัวได้เขาต้องขอศาลก่อนคุม ไม่ใช่คุมแล้วขอ ผมย้ํากับท่านประธาน และให้เสื้อแดงที่ฟังคําอภิปรายของผมทั้งประเทศอย่าตระหนก ตกใจ เดี๋ยวผมจะบอกตอนท้ายว่าอะไรเปึนอะไร เขาต้องขออนุญาตศาลก่อนแล้วมา ควบคุมตัว แต่กรณีนายวีระ นายอริสมันต์และนายณัฐวุฒิ เมื่อไปถึงนครบาล ตํารวจแจ้ง ข้อกล่าวหา ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๒๑๕ มาตรา ๒๑๖ แจ้งข้อกล่าวหา ร ๖/ วันนี้ผมเชื่อตํารวจถูกบังคับ ตํารวจถูกสั่ง ให้นายประกันเอาตัวกลับมา เขาเรียกว่า ถอนประกัน คดีอย่างนี้พันธมิตรขึ้นโรงพัก ท่านครับ ท่านสนธิ ท่านจําลอง ท่านสมเกียรติ ท่านหมด อ้ายนี่เอาไปขังไหนครับ เอาไปขังไว้ ตชด. กองบัญชาการ ตชด. ภาค ๑ คลอง ๕ ที่ไหนครับ ปทุมธานี อริสมันต์ก็ถูกข้อกล่าวหาบุกรุก กวนประชุมอะไรแล้วแต่ เอาไปขัง ที่ไหนครับ ตชด. คลอง ๕ โอ้โฮ อยู่ที่นี่ไม่ได้เดี๋ยวถูกแย่งตัว ตํารวจก็เกินไป ใส่หมวกไหมพรม เสื้อดํา เอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ โอ้โฮ อะไรมันจะปานนั้น พอลงมา โอ้โฮ อาวุธป๋นยาวการ์ด พับ เดินส่งตัวค่ายนเรศวร หัวหิน พอศาลให้ประกันตัว นครบาลก็ให้ประกันตัว วันนี้จะ ถอน อริสมันต์ก็เลยต้องหนี เปึนผมผมก็หนี ก็รัฐบาลมึงจะเล่น ฟรี คิค (Free kick) นี่ จะล่อ ๓๐ วันเปล่า ๆ ไม่มีรัฐบาลประชาธิปไตยที่ไหนเขาใช้กระทํากับผู้ชุมนุม มีรัฐบาล ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เปึนตราบาปของท่าน ท่านประธาน ครับ เขาเอาเฉพาะปราบพวกปักษ์ใต้กฎหมายฉบับนี้ ประเทศไม่มั่นคง ไม่ใช่เลย เสื้อแดง ก็รักประเทศ รักน้อยกว่านายอภิสิทธิ์ตรงไหน โอ้โฮ เสื้อแดงพวกผมไม่จงรักภักดี เอาอะไร มาวัดว่าคนอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จงรักภักดีมากกว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ไม่มีละครับ พวกพันธมิตรก็เหมือนกัน พรรคพลังประชาชนไม่จงรักภักดี คนอย่างผมนี่หรือไม่จงรักภักดี นั่งหน้าสลอนเปึนนายกรัฐมนตรีวันนี้เคยไปเหน็ดเหนื่อย เสี่ยงเปึนเสี่ยงตายเหมือนกับผมมีบ้างไหม ไม่มีหรอก ผมไม่ใช่ทหาร ไม่ใช่นักรบ แต่จับ คนร้ายทีหนึ่งก็ผ่านสงครามที จับคนร้ายครั้งหนึ่งถือว่าสมรภูมิครั้งหนึ่ง ชีวิตจับเปึนร้อย อาวุธยุทโธปกรณ์รู้จักหมด ป๋นยิงแม่น ๑๐๐ ยิงได้ ๙๘ ได้เหรียญทองพิเศษของกรมตํารวจ ตํารวจบางคนเดินเปะปะ ๆ ติดเหรียญนี่กิตติมศักดิ์ ยิงไม่เปึน บางคนพออยู่ใกล้ เหตุการณ์สถานการณ์ก็ดรามา (Drama) โปรโมชัน (Promotion) แสดงออกถึงความดุเด็ด เผ็ดมัน ท่านประธานครับ ลองหันกลับไปดูสิ บางคนป๋นแก๊ปยังยิงไม่เปึนเลย ผมกราบเรียน ท่านประธานต่อนะครับ ว่าขณะนี้ทนายฝ์ายผู้ต้องหาเขาไปยื่นคําร้องต่อศาลอาญารัชดา เขาบอกว่ารัฐบาลออกพระราชกําหนดโดยไม่ชอบ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปเบิกความ ๑. ท่านบอกว่าท่านไม่ได้อยู่ในที่ประชุมด้วย ๒. ท่านบอกว่าไม่มีเอกสารอะไรเลย ที่นายกรัฐมนตรีเอามาให้มีแต่เพียงเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีประชุม ครม. แล้วแจ้งให้ทราบว่าได้ออกพระราชกําหนดฉุกเฉินได้ประกาศใช้ ฉุกเฉินไม่ใช่ ธรรมดา ฉุกเฉินร้ายแรง และมีพนักงานสอบสวนไปเบิกความ พรุ่งนี้เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ศาลจะมีคําสั่ง ศาลจะมีคําสั่งอย่างไรนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมไม่ก้าวล่วง แต่ในฐานะเปึนนักกฎหมายต้องวิเคราะห์ ต้องแสดงความเห็น ต้องขอโทษเพื่อนสมาชิก ถ้าเวลาผมจะเกินไปบ้าง ท่านอนุญาตนะครับ
ท่านประธานครับ ต่อมาก็มีเรื่องที่ต้องบอกท่านประธาน เสื้อน้ําเงิน โอ๊ย ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกอย่างไรครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า เสื้อน้ําเงินนี่อาสาสมัครที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชักชวนมา ให้คนโน้นคนนี้ไปเกี่ยวข้องเปึนคนมาให้กําลังใจ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับ อย่างนี้ท่านพูดกับคนอื่นได้ แต่พรรคเพื่อไทยไม่เชื่อครับ ไม่เชื่อ จริง ๆ ผมไม่อยากบอกว่าเปึนคําสั่งใครสั่งมา จะบอกกับท่านประธานว่ามาจาก กองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ๓ อยู่ไหนครับ จังหวัดนครราชสีมา เขตไหนครับ อีสานใต้ ครับ ภูธรภาค ๓ อีสานใต้ มากี่จังหวัดครับ
๑. จากจังหวัดนครราชสีมา มีกําลัง ๑ กองร้อยปราบจลาจล ๑ กองร้อย มี ๑๕๐ คน มี พันตํารวจเอก ชยุต รัตนอุบล รองผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด นครราชสีมา เปึนคนคุมทีม นายตํารวจคนนี้เปึนหัวหน้าสํานักงาน พลตํารวจโท กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการขณะนี้
๒. มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ของท่านประธาน แต่ท่านไม่ได้สั่งมาหรอก มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ๒ กองร้อย กองร้อยละ ๑๕๐ คน รวมแล้ว ๓๐๐ คน มี พันตํารวจเอก นิคม อินเฉิดฉาย รองผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ อ้ายหมอนี่ ไม่ใช่นักเรียนนายร้อยเหมือนผมนั่นแหละ เปึนนักเรียนอบรม รุ่น ๗ รับผิดชอบ
๓. มาจากจังหวัดสุรินทร์ มีกําลังคน ๑ กองร้อย ประมาณ ๑๕๐ คน มี พันตํารวจเอก บุญจันทร์ นวลสาย รองผู้บังคับการภูธรจังหวัดสุรินทร์ นักเรียนนายร้อย รุ่น ๓๔ รับผิดชอบ
๓ จังหวัดมาทั้งหมด ๗๐๐ คนครับ มาแต่งตัวเรียบร้อย ยศถาบรรดาศักดิ์ ลดหลั่นกันลงมา ก็มาปกติธรรมดานี่ครับ ทีนี้อ้ายพวกนี้มันประหลาด แทนที่จะมา รายงานตัวหน่วยราชการ ไปรายงานตัวสนามบินสุวรรณภูมิ ทันทีถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โทรหาผมเลย เขาเรียกผม สารวัตร สารวัตร สารวัตร ผมมาแล้วนะนี่ เขาเอาผมมาอยู่ สุวรรณภูมิ บอกแล้วเปึนอย่างไร อีกชั่วโมงต่อมา ๓,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ให้เบี้ยเลี้ยงพิเศษ สถาปนาตัวเองใส่เสื้อน้ําเงิน น้ําเงินทึบ มีภารกิจหลักรับคําสั่งจากบุรุษ นิรนาม ผมไม่เห็นกับตานี่ท่านประธานครับ ผมไม่มีการพาดพิงถึงใคร เห็นกับตามันก็ไม่มี หลักฐาน เอาเปึนว่ามีบุรุษนิรนามเอาไปทํางาน แต่มันไม่ใช่อาสาสมัครที่ผู้ว่าเกณฑ์อย่างที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงพูด มันไม่ใช่โวลันเทีย (Volunteer) เปึนข้าราชการตํารวจ ยศลดหลั่นกันลงไป ผ่านการฝ๊ก อบรมมาอย่างดี ใช้อาวุธเปึน ยั่วยุเปึน จิตวิทยามวลชนเปึน ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่าก็เห็นนะครับ อ้ายเสื้อน้ําเงิน พอเดินผ่านแถวตํารวจตะเบ๊ะพรึบ ๆ ก็อ้ายตํารวจมันรู้ครับ มันก็บอกว่า เอ๊ะ เจ้านายวันนี้ มาใส่สีน้ําเงิน เครื่องแบบไม่แต่ง เครื่องหมายไม่ติด แล้วมาทําไม มันก็ตะเบ๊ะ ๆ ถ้าเปึน อาสาสมัครจริงใครจะไปตะเบ๊ะ ไม่ใช่ละครับ กรุณานิดท่านประธานครับ ไม่ใช่เรื่องทําร้าย อะไรกันก็ให้เห็นเสื้อน้ําเงินแล้วก็อยู่กับตํารวจครับ ก็มันตํารวจด้วยกันครับ แล้วจริง ๆ ไปดําเนินการไม่ดี ไปเกเรเขา ไปเกเรพวกเสื้อแดง เขาขึ้นไปยื่นหนังสือเขากลับลงมาก็ไป เกเรเขา มีการยิงหนังสติ๊ก มีการขว้าง ลงไปอยู่ในยุทธศาสตร์ ยุทธภูมิที่ดีกว่า อ้ายพวกนี้ ผ่านเชิงเขาก็โยนไฟอะไรมา เสื้อแดงก็บอก เอ๊ะ อย่างนี้หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าหาเรื่องทําร้าย ก็จะขึ้นไปทวงถาม เขาให้เวลาชั่วโมงหนึ่ง ผิดถูกผมไม่บอก ผมมาเล่าให้ท่านประธานฟัง ผมมาบอกให้สมาชิกทราบ ผมบอกให้พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศได้รับรู้ พอขึ้นไปเขาก็บุกเข้าไป ท่านประธานครับ โรงแรมนี่บางส่วนมันเปึน ที่สาธารณะ ผมไม่ทราบว่าตรงนั้นเปึนแบบไหน เข้าห้องนอน ห้องพัก ศาลฎีกาตัดสินว่า เปึนที่รโหฐาน แต่ถ้าที่ทั่วไปโรงแรมนี่ในเคาน์เตอร์ (Counter) เดินเข้าเดินออก ห้องประชุมที่ไม่มีคนจัดคนเช่า เขาเรียกว่า ที่สาธารณะ ใครก็เข้าไปได้ ผมดูอยู่ เหตุการณ์ รุนแรงที่สุด กระจกแตก ๓ แผ่นเท่านั้นละครับ แตก ๓ แผ่นครับ มิตรประเทศเขาไม่ ประชุมแล้ว เขาบอกสถานการณ์ไม่ดี เขาเลิกแล้วครับ พอเลิกแล้วพวกนี้ก็บุกเข้าไป ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นกระจกแตกหรืออย่างไรไม่ทราบได้ โอ๊ยแถลงเลย ต้องเอาแล้ว ต้องประกาศพระราชกําหนด เขาเลิกกันแล้วครับ รัฐมนตรีต่างประเทศออกมาสิ้นสภาพ เลย ผมว่าผมหนีจากกระบี่นี่ผมยังดูถูกตัวเอง หนีทําไม หนีทําไม แต่มาดเดินยังดี นี่ลูกน้องหิ้วกัน สป้ด โบท (Speed boat) โอ้โฮดูไม่ได้เลย แล้วเวลาเวทีพันธมิตรมาเลย กูไม่กลัวมึง อ้ายฮุน เซน อ้ายกุ๊ย อ้ายนี่ อ้ายนั่น นักเลงเกินร้อยครับ แต่เจอพวกเสื้อแดงไป กระจกแตก ๓ แผ่นแท้ ๆ ครับ ทําไมผมทราบท่านประธาน หลังเหตุเกิดผมไปอยู่พัทยา ๕ วัน ผมไปเลยว่าบุรุษนิรนามมากินข้าวที่ฟูัดแฟร์ กินอะไร ไปรอที่บาลีไฮ ท่าเรือ ปรากฏว่า คนคุมท่าเรือเก่าลูกน้องผม เขาเล่าให้ฟังหมด แต่นั่นไม่ใช่สาระ ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ก็ทํากันอย่างนี้ ไหนเคารพสิทธิพี่น้องประชาชน พอไปประกาศ พระราชกําหนด ท่านนายกรัฐมนตรีทําบู๊ลิ้ม หนังสือพิมพ์เขียนเชียร์ โอ๊ยตัดสินเด็ดขาด เมคกิ้ง ดิซีชั่น (Making decision) ลาสท์ ไลฟ ฟอร์ ดีเฟนด์ (Last life for defend) โอ๊ย ผมก็ชื่นใจ ไปถามว่าเหตุการณ์เปึนอย่างไร เขาว่านายกรัฐมนตรีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปก่อน แล้ว ถามไปไหน เขาว่าไปรอส่งแขกที่สนามบินอู่ตะเภา ผมก็นึกในใจ ปกตินายกรัฐมนตรี ต้องขึ้นลําสุดท้าย ต้องให้มิตรประเทศไปก่อน แล้วเราก็ขึ้นตามมาส่งที่สนามบินอู่ตะเภา ผมไม่รู้นะครับว่าพนักงานโรงแรมหลอกผมไหม ผมก็ไป ไปเลียบ ๆ เคียง ๆ บอกนี่มันเปึน อย่างไร มันรุนแรงมากไหม เขาก็บอกอย่างที่เห็น พอกระจกแตกป๊งปัง ๆ อริสมันต์ก็แถลง พอแถลงเสร็จก็กลับ เลิกเสร็จแล้วครับ นายกรัฐมนตรีประกาศราชกําหนดฉุกเฉิน เขาด่ากัน ทั้งตลาด เขาว่ากันทุกร้านค้า ประกาศทําไมก็ไม่ประชุมแล้ว ผมบอกไม่เปึนไร ผมรับรู้ไว้ วันไหนถ้าได้เปึนนายกรัฐมนตรีผมจะได้ไม่ทําอย่างนี้ แล้วผมก็บอกเขา แล้วผมถาม เปึนอย่างไร นายกรัฐมนตรีอดีตนายทหารเก่ามาดเปึนอย่างไร เด็กบอกว่าท่านขึ้น เฮลิคอปเตอร์ลําแรกไปก่อน ท่านบอกว่าท่านจะไปรอส่งแขกบ้านแขกเมืองที่สนามบิน อู่ตะเภา ท่านไม่ต้องตอบผมว่าจริงหรือเท็จ เขาเล่าให้ผมฟัง ถ้าเขาโกหกก็แปลว่า ผมโกหก ถ้าเขาพูดจริงก็แปลว่าผมพูดจริง นี่เปึนสิ่งที่ผมได้เล่าให้ท่านฟัง ท่านประธาน ครับ ข้อที่ ๑๐ ผมไม่ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียกเลิกพระราชกําหนดอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมกําลังจะบอกว่าท่านเปึนนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ทําลายบรรยากาศประชาธิปไตย ทําลายเศรษฐกิจของชาติยับเยิน ต้องจารึกเปึนประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี ประกาศพระราชกําหนดในกรุงเทพมหานคร ฝรั่งบอก ฮาร์ท ออน ทาวน์ (Heart on Town) ใจกลางเมืองหลวง และสั่งทหารให้มาปฏิบัติหน้าที่ ผมไม่ว่าทหาร เขารับคําสั่ง ใช้ส่วนไหนของร่างกายคิด กู้เงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้เงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่อีก ๒ แสนล้านบาทจะต้องตัด งบประมาณป้ ๒๕๕๓ การคงพระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านนายกรัฐมนตรี แน่จริงอย่าเลิก คงไว้สิ ประเทศจะได้ฉิบหายมากกว่านี้ ท่านรู้ไหมรัฐบาลจีนเขาออก หนังสือแล้ว ห้ามคนจีนมาเที่ยวในเมืองไทย เพราะมีพระราชกําหนดในสถานการณ์ ฉุกเฉิน ท่านประธานครับ วันนี้บ้านเมืองฉุกเฉินอะไร ไม่มี มีอะไรครับ ผมไม่อยากพูด รถ แก๊สใครสร้างสถานการณ์ ผมไม่อยากพูด ยิงมัสยิด การวางงานทั้งนั้น เอารถแก๊สมาก็ หวังว่ามีเหตุผลในการสลายผู้ชุมนุม ไปยิงมัสยิดเพื่อจะฟัองไปยัง มิดเดิล อีสท์ (Middle East) ใส่เสื้อแดงนี่ ก็ตัวเดียวใส่ได้ก็ถอดได้ ใส่ได้ ตอนเผารถเมล์ ท่านประธานที่ เคารพ สถานการณ์ผู้ชุมนุมเพลี่ยงพล้ําตํารวจกับทหารตรึงสถานการณ์ได้แล้วถึงมีการเผา รถเมล์ เผาทําไมละครับ ก็เผาเพื่อให้เกิดความชอบธรรมในการปราบปราม ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ผมมียศเปึน ร้อยตํารวจโท อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่นาทีแรกจน ถนอม ประภาส บินออกนอก ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผมเปึน ร้อยตํารวจเอก ผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมเห็นมาทุกอย่าง แต่บางเรื่องผมไม่พูดที่นี้ ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่า จากนี้ ต่อไปต่างชาติไม่มาลงทุน นายอภิสิทธิ์ นายแน่มาก นายสร้างความหายนะให้ประเทศ อะลอต (A lot) มาก ไม่สามารถประเมินค่าได้ ท่านประธานครับ หากความยุติธรรมไม่มี สามัคคีมันไม่เกิด อีกฝ์ายมีเรื่อง ผัวะ ๆ พอหลบลื้อจะสู้หรือ พอหลบลื๊อจะสู้หรือ นี่เพราะ มันอคติ บ้านเมืองไม่เปึนประชาธิปไตยก็ไม่มีใครเชื่อถือ ก็หัวหน้ารัฐบาลมันไม่ได้เสียง ข้างมากจากการเลือกตั้ง จากการรวบรวม ไปไหนก็อายเขา ไม่สง่างาม ไม่เข้าท่า เสียดาย ครับ เสียดายจริง ๆ โอ๊ยตอนนั้น แหม เวลาพูดในสภา สมัยท่านชวนเปึนนายกรัฐมนตรี เปึนโฆษกรัฐบาล นายกรัฐมนตรีคนนี้เปึนคนสร้างความแตกแยกมากที่สุดในจํานวน นักการเมืองทั้งหมด เปึนโฆษกรัฐบาลพรรคความหวังใหม่ถอนตัว แนะนําว่าท่านชวนต้อง ยุบสภา ท่านชวนเอาพรรคชาติพัฒนาไปร่วม โอ๊ย ลอยหน้าลอยตา อย่างนี้เปึนรัฐบุรุษ ไม่ได้ อย่างนี้เปึนรัฐบุรุษไม่ได้ ถ้ารัฐบุรุษต้องยุบสภา ท่านชวนไม่ยุบ แล้วลาออกจาก โฆษกไหม ไม่ครับ ก็เปึนโฆษกรัฐบาล ท่านสมัคร
ท่านหัวหน้าครับ ผมว่าไม่ใช่อภิปราย ไม่ไว้วางใจนะ ผมว่าเสนอแนะ
นี่มันร้ายกว่าเพราะมีคนเสียเลือด
ครับ เสนอแนะ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวท่านประธานรอผมสรุปครับ เสียเลือดเนื้อ ขออนุญาต ท่านประธานครับ พอท่านสมัครเปึนนายกรัฐมนตรีจีบปากจีบคอ ประดิบประดอยคําพูด โอ๊ย อย่างนี้ยุบสภา ๆ วันนี้ผมพูดกับท่านประธาน ผมไม่ได้เรียกร้องให้ยุบสภาหรอก อภิสิทธิ์นายแน่ นายอยู่ไป ไม่มีเรียกร้องให้ยุบสภา ผมจะไปเรียกร้องทําไม รัฐบาลชุดนี้ เหมือนท่านประธานเคยสอนผม อ้ายหลานชายรู้จัก ลาขึ้นรถไหม ผมก็ถามท่านประธานมันแปลว่าอะไร ท่านประธานบอก ลาขึ้นรถนี่เราดึง หน้า มันถอยหลัง แต่พอเราดึงหลังมันเดินหน้า เพราะฉะนั้นผมตั้งฉายารัฐบาลชุดนี้ว่า เปึนรัฐบาลลาขึ้นรถ ไม่ฟังใคร ไม่ฟังใคร โอ๊ย การเสนอข่าวต้อง ทูเวย์ คอมมูนิเคชั่น (Two-Way Communication) ไปดูช่อง ๑๑ สิ ด่าชาวบ้านเขาหมด แหม เปึนนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ อ้ายตี๋น้อย เคยให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลใจกว้างจะเป่ดโอกาสให้ ฝ์ายค้านใช้สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ เมื่อไรล่ะ เมื่อไร ให้มาสิ ไปดีเบท (Debate) กับใคร ก็ได้ตั้งแต่หัวแถวยันท้ายแถว ยกเว้นภาษาอังกฤษ ผมพูดไม่เก่ง เพราะผมเรียนเมืองไทย อย่างอื่นได้ทุกบททุกกระทง ท้าไว้ตรงนี้ เอาสิ คนละห้องก็ได้ นายกรัฐมนตรี ๓๐ นาที ผม ๓๐ นาที นายกรัฐมนตรี ๔๐ นาที ผม ๔๐ นาที ตั้งปัญหาตุ๊กตาขึ้นมาเลย ดูสิว่า พูดแล้วจะเปึนอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ สถานการณ์การออกพระราชกําหนดทําให้ ต่างชาติไม่มาลงทุน เปึนการซ้ําเติมเศรษฐกิจของไทยอย่างยากที่จะให้อภัย ท่านประธานครับ ข้อ ๑๑ ผมไม่เคยยอมรับรัฐบาลชุดนี้ ผมมาจากสภา แถลงนโยบายที่ไหนล่ะ ความจํา เสื่อมหรือ ก็ไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาหรือ ไม่มี ท่านประธานครับจากนี้ต่อไปจะเปึนเรื่องใหญ่ นี่มันแตกแยกกันจริง ๆ ผมถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติกฎหมายใดที่คงพระราชกําหนด อันประกาศไปเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูเลขาธิการคณะรัฐมนตรีชี้แจงทางช่อง ๑๑ อาศัยพระราชกฤษฎีกา ป้ ๒๕๔๘ ประกาศใช้วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๘ มาตรา ๘ วรรคสอง ความว่า การประชุม ครม. ถ้านายกรัฐมนตรีเห็นว่าต้องเก็บเรื่องการประชุมเปึนความลับ เก็บเปึนความลับนะครับ เขาเขียนชัดให้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉินที่กระทรวงมหาดไทย มีการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย มีการประชุมร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี และตัวนายกรัฐมนตรีเท่าที่ ผมทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานได้อ่านพระราชกฤษฎีกา ให้ฟังสักเล็กน้อยเถอะครับ พระราชกฤษฎีกานี่มันเปึนกฎหมายที่มีศักดิ์ศรีและ ความศักดิ์สิทธิ์น้อยกว่าพระราชบัญญัติ ศาลจะชี้พรุ่งนี้ล่ะครับเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา แต่ผมในฐานะเปึนคนเรียนกฎหมาย ขออนุญาตประทานกราบเรียนอาจจะผิดถูก แต่นี่เปึนมุมมองของผม อย่างน้อย ๆ เปึนกรณีศึกษา อย่างน้อย ๆ ให้คนที่เปึนนักกฎหมายเขามีความภูมิใจ ว่านักการเมืองที่เรียนกฎหมาย แล้วแสดงความคิดความอ่านไม่ได้ขี้เท่อ พระราชกฤษฎีกา ป้ ๒๕๔๘ อาศัยอํานาจตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ ณ วันนี้ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๑ ป้ ๒๕๔๐ ทหารปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญไปแล้วครับ รัฐธรรมนูญไม่มีเหลืออยู่แล้วครับ ป้ ๒๕๔๐ ยังอาศัยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ป้ ๒๕๓๔ แก้ไขเพิ่มเติม ป้ ๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อ ป้ ๒๕๔๕ มาออกพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จึงออกโดยอํานาจฝ์ายบริหาร โดยอาศัยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเขายกเลิกแล้วมาถึงวันนี้ แต่ตอนออกยังไม่เลิก มาตรา ๒๒๑ และระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓/๑ มีสาระสรุปในมาตรา ๘ (๒) ขออนุญาตท่านประธานได้อ่านสักนิดเถอะครับว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในกรณีปกติ ให้ดําเนินการได้เมื่อมีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวน คณะรัฐมนตรีทั้งหมดที่มีอยู่ คณะรัฐมนตรีคือใครครับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญบอกว่า คณะรัฐมนตรีประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี ๑ คน คณะรัฐมนตรีอีก ๓๕ คน รวมแล้ว ๓๖ คน นี่พระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา ๓/๑ นาย ก จะเกิดบริหารราชการ แผ่นดินให้กู๊ด กัฟเวิร์นเมนท์ (Good Government) ให้บริการรวดเร็วเปึนประโยชน์ พี่น้อง ประชาชนจึงให้ตราพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๘ ผมอยากรู้ว่ากฤษฎีกามึงจะเขียนอย่างไร ให้นายกรัฐมนตรีตอบเรื่องนี้ เขาบอกต้องหนึ่งในสาม วรรคแรก
วรรคสอง เขาบอกว่า ในกรณีจําเปึนเพื่อการรักษาประโยชน์สําคัญของ ประเทศ หรือมีกรณีฉุกเฉินหรือเพื่อประโยชน์ในการรักษาความลับ นายกรัฐมนตรีจะ รักษาความลับและพิจารณาเรื่องอะไรเปึนความลับ ก็ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาร่วมกับ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านจะ ๔ คน ๕ คน ผมไม่รู้ แต่ในระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประชุม ครม. แล้วประกาศภาวะฉุกเฉิน มาตรา ๕ มาตรา ๑๑ กรุงเทพมหานครไม่มีเรื่อง ร้ายแรง ไม่มีเรื่องรุนแรงอะไรเลย มีป่ดถนน ๒ ที่ จะอยู่ข้างทําเนียบที่หนึ่ง ไม่เข้าเกณฑ์ พระราชกฤษฎีกา มาตรา ๘ วรรคสอง และที่สําคัญที่สุดเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินนํามาในการออกพระราชกฤษฎีกา เขาต้องการเก็บเรื่องนั้น ๆ เปึนความลับ อาทิเช่น ลดค่าเงินบาท อาทิเช่น ขึ้นภาษีสรรพสามิต อาทิเช่น จะขึ้นภาษี สินค้า ถ้าให้คนรู้มากแล้วไม่เปึนความลับ ก็พระราชกําหนดที่นายกรัฐมนตรีประกาศ มันไม่ใช่รู้เมืองไทย ซีเอ็นเอ็น (CNN) บีบีซี ไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นการกระทําของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงขัดกับบทบัญญัติพระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาตรา ๕ ท่านประธานครับ มาตรา ๕ ผมสรุปให้สั้น ๆ ในกรณีมีสถานการณ์ฉุกเฉิน จะเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย ภัยพิบัติจะเกิดกับบ้านเมือง เขาให้นายกรัฐมนตรีประกาศภาวะ ฉุกเฉินได้ หลักการเขาบอกว่า ต้องด้วยความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้ประกาศ แต่กรณีจําเปึนจริง ๆ เขาให้นายกรัฐมนตรีประกาศได้ แต่ประกาศเสร็จต้องให้ ครม. เห็นชอบภายในสามวัน มาตรา ๕ ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สําคัญผิด เหลิงอํานาจ ลุแก่อํานาจ ไม่มีหิริโอตัปปะ ไปเข้าใจว่าการประชุมกัน ๔-๕ คน เปึนการประชุมของคณะรัฐมนตรี มันไม่ใช่ พระราชกฤษฎีกาเล็กกว่าพระราชกําหนด พระราชกําหนดคือพระราชบัญญัติ มาตรา ๘ วรรคสองของพระราชกฤษฎีกา ป้ ๒๕๔๘ ออกก่อนพระราชกําหนดฉุกเฉิน เขาบอกว่าให้เก็บเปึนความลับ ก็ให้ประชุมก่อนน้อย ๆ พระราชกําหนดไม่ใช่ความลับครับ ประชุมแล้วต้องประกาศ ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ประชุม เหตุร้ายที่เกิดคือการจราจรติดขัด ๓ แห่ง แห่งแรกข้างทําเนียบรัฐบาล แห่งที่สอง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แห่งที่สาม สามเหลี่ยมดินแดง ตีกบาล ทุบรถ นั่นหลังจากประกาศ แล้ว ไม่ใช่ อย่าสับสน อย่าใส่ร้ายพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ผมช่วยท่านไม่ได้ แต่ผมช่วยเรื่องกฎหมายได้ ท่านประธานครับ เมื่อครบวันที่ ๑๕ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้นําคําประกาศภาวะฉุกเฉินมาขอความเห็นชอบจาก ครม. อย่าไปอ้างสมัยท่านสมัคร อย่าไปอ้างสมัยท่านสมชาย เพราะเมื่อผ่านไป ๓ วันไม่เอาเข้า ครม. ก็แปลว่าพระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินมันเลิกไปโดยปริยาย นี่นายอภิสิทธิ์ ไม่เอามาเข้า ครม. ตามมาตรา ๕ ของพระราชกําหนด แล้วยังคงเมนเทน (Maintain) ยังคงรักษาไว้ซึ่งอํานาจตามพระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉินจากการให้สัมภาษณ์ หลายที่ หลายหน หลายแห่ง ท่านประธานครับ นี่ผมภาวนา ถ้าพรุ่งนี้ศาลอาญาเขาบอก ว่าการออกพระราชกําหนดไม่ชอบ ตามพระราชกําหนด ข้อที่ ๕ คือมาตรา ๕ ผมอยาก เห็นหน้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทําอย่างไร ผมไม่ได้แช่ง แต่อยากให้เปึนอย่างนั้น ท่านประธานครับ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีต้อง ๑ ใน ๓ ถ้ามีความ จําเปึนให้ประชุมเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง แต่เรื่องที่พิจารณานั้นต้องเปึนความลับ เช่น ขึ้นภาษี ลดค่าเงินบาท และ หรืออะไรก็ตามที่เปึนความลับ กรณีการออกพระราชกําหนดมันไม่ใช่ ความลับ เมื่อประกาศแล้วตอนประกาศชอบไหม ชอบ แต่ ๓ วันต้องเข้า ครม. เห็นชอบ และทุกมาตราที่มีอยู่ ท่านประธานครับ เขาจะบอกว่า ต้องให้ ครม. เห็นชอบ ต้องให้ ครม. เห็นชอบ เพราะอํานาจตามกฎหมาย ตามพระราชกําหนดฉบับนี้มันเหมือนอํานาจของ คณะปฏิวัติในอดีตที่เอาคนมาขังเปึนอันธพาลได้ แต่พระราชกําหนดบอกว่า ขอคุม ๗ วัน ครบ ๗ วัน ขอคุม ๗ วัน รวมแล้วไม่เกิน ๓๐ วัน แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ๓ วันต้องให้ ครม. เห็นชอบ ผมตรวจสอบทั้งหมด ไม่มี ก็ดูกันละว่าพรุ่งนี้ศาลท่านจะวินิจฉัยอย่างไร ท่านประธานครับ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปเบิกความท่ามกลางความไม่มั่นใจ ๑. ไม่มีเอกสารประชุม ครม. ๒. เลขาธิการคณะรัฐมนตรีไม่อยู่ด้วย ประชุมอะไรล่ะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีไม่อยู่ด้วย ๓. ไม่เคยเอาเอกสารอะไรให้ท่าน แต่วันที่ ๑๗ มาประชุมก็แจ้งให้ทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไป นะครับว่าจะเอาอีกสักเรื่องเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมไม่พูดนะครับว่าใครทําแรง ไม่แรง ใครรับคําสั่งหรือไม่อย่างไร ตํารวจทําอะไร ทหารทําอะไร ผมไม่พูด แต่บังเอิญผมไปอ่านข่าวมติชนเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒ ขอประทานโทษ ต้องเอ่ยอ้าง หนังสือพิมพ์ครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลใช้กฎหมายเหมือนบ้านป์า เมืองเถื่อนไม่เคยยึดหลักนิติรัฐ ไม่เคยยึดหลักนิติธรรม ทําอะไรตามอําเภอน้ําใจ ไม่คํานึง สิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ มติชนรายงานเรียบร้อยบอกว่า มีนายตํารวจยศ พลตํารวจตรี คนหนึ่งผมไม่อยากเอ่ยชื่อ หยิกเล็บเจ็บเนื้อ ผมยังมีวิญญาณเปึนตํารวจ ยังรักตํารวจ เขาบอกเลยครับว่ามีการ จับกุมผู้ต้องหาตามพระราชกําหนดฉุกเฉินรวม ๑๙ คน ครั้งแรกเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา จับไป ๑๒ คนและเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นจับอีก ๗ คนรวม๑๙ คน กล่าวหามั่วสุมตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ขัดคําสั่งตามพระราชกําหนดมีโทษจําคุก ๒ ป้ ปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท คดีขึ้นศาลแขวง ผมตรวจสอบ ตรวจสอบเปึนอย่างไรครับ จับไปจาก บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เอาไปขังที่ไหนครับ เขาบอกค่ายสักแห่งหนึ่ง ท่านประธาน ผม ก็เลยมาดูว่ากรณีการจับเสื้อแดง ๑๙ คน เสื้อแดงทั้งหลายฟังไว้ แล้วตั้งแต่พรุ่งนี้ไปที่ พรรคเพื่อไทยตั้งทนายฟัองให้หมด นายตํารวจบอกว่าจับโดยอาศัยอํานาจตาม พระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมฟันธงว่า ๓ วันไม่ให้ ครม. เห็นชอบ พระราชกําหนดไม่มีแล้ว ถ้ายังมี ท่านประธานที่เคารพ ตามพระราชกําหนดเขาเขียนไว้ชัด กรณีจะจับกุมตัวใครต้องขออํานาจศาลจับ แล้วอาศัยอํานาจตามพระราชกําหนดเอาไป ควบคุม ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจับตอนตี ๔ ศาลท่านป่ดอยู่ ไม่ได้ไปปลุกศาล เว้นแต่ ศาลพระภูมิบ้านเราที่ยังไปกราบไปไหว้ ท่านประธานตื่นเช้าผมทราบเวลา ตีห้า ไหว้พระ เวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกาไหว้เจ้าที่ เวลา ๐๖.๓๐ นาฬิกามาสภา แต่นี่จับ ตี ๔ ครับ ถามว่า เอาอํานาจอะไร หรือว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีทําอะไรก็ได้ ภาพดี มีกองหนุน เทคโนแครต (Technocrat) จับเขาไปขัง เอาอํานาจอะไร ท่านประธานครับ ในความเปึนตํารวจเก่า ผมก็ไปดู ถ้าจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่า ความผิดซึ่งหน้า ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๘๐ จับได้ แต่ต้องให้สิทธิผู้ต้องหา ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๗/๑ และ วิ. อาญา มาตรา ๘๓ คือจับตาม วิ. อาญา ต้องเอาไปโรงพัก เหตุเกิด สน. ดินแดงต้องไปโรงพักดินแดง เหตุเกิด สน. ดุสิต ต้องไปโรงพักดุสิต เหตุเกิด สน. พญาไท ต้องไปโรงพักพญาไท และเมื่อ ใช้ ป. วิ. อาญา จับกุมต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ นี่ไม่มี จับไปโน่นเลยสระบุรี ผู้ต้องหาบางคนตกใจสารภาพ ก็เอาเขาไปฟัองที่ศาลแขวงดุสิต เปึนการกระทําที่อัปยศ ที่สุด รัฐบาลอาศัยอํานาจอะไร พวกตํารวจที่เขียนให้เขาชี้แจง ชี้แจงมาสั้น ๆ สิน้องว่าที่ทํา มันผิดกฎหมาย ให้เขาตอบสิ จับไป ๑๒ คน บวกอีก ๗ คน เปึน ๑๙ คน อ้างพระราช กําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ตีสี่ ไปขออนุญาตศาลที่ไหน ไม่มี ผมตรวจสอบแล้ว ถ้าจะจับ ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๘๐ ต้องให้สิทธิตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๗/๑ จะอ่านให้ ท่านประธานฟัง ท่านประธานที่เคารพครับ
มาตรา ๗/๑ ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรือขังมีสิทธิแจ้งหรือขอให้ เจ้าพนักงานแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งถูกจับหรือผู้ต้องหาไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุมและ สถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรก พนักงานสอบสวนต้องบอกเขาว่าเขามีสิทธิอะไร
(๑) พบหรือปรึกษาผู้ซึ่งจะเปึนทนายความเปึนการเฉพาะตัว
(๒) ให้ทนายหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคําตนได้ในชั้น สอบสวน
(๓) ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร
(๔) ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป์วย
นี่ไม่มีเลย คุณทําผิดกฎหมาย มาตรา ๘๐ ก็คือ เห็นกระทําผิด
มาตรา ๘๓ ป. วิ. อาญา บอกว่า ในการจับนั้น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งเปึน ผู้ช่วยที่ทําการจับผู้ต้องหา ต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับ ไปยังที่ทําการของพนักงานสอบสวนท้องที่ที่เหตุเกิด จับที่ดินแดงอ้างพระราชกําหนดไม่ได้ เพราะไม่ได้ขอศาล ถ้าจะอ้าง ป. วิ. อาญา ก็ไม่ได้ กระทําการขัดกฎหมาย มีความผิดสําเร็จ หมดแล้ว ผมอยากรู้พวกเขียนน่ะระวัง คดีอาญามันมีอายุความ ตอบมาเถอะแล้วผม อภิปรายเสร็จผมต้องขอโทษบรรดาเสื้อแดงด้วย เพราะนิสัยผมเมื่อพูดแล้วผมให้ ประชาชนตัดสิน นายกรัฐมนตรีจะชี้แจง รองนายกรัฐมนตรีชี้แจง เรื่องของพวกท่าน ประชาชนเขาฟัง เขาคอมแพร์ (Compare) เขาเปรียบเทียบได้ว่าเสื้อน้ําเงินมันไม่ใช่ อาสาสมัคร เสื้อน้ําเงินไม่ใช่มาช่วยทําอะไร มันมาจากจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ โคราช จับ ๑๒ คน บวก ๗ คน อ้างพระราชกําหนดไม่ได้ เพราะต้องขอศาล ไม่ได้ขอ จับไปแล้ว อ้างความผิดซึ่งหน้า ป. วิ. อาญา มาตรา ๘๐ ต้องทําตาม มาตรา ๗/๑ ต้องทํา ตาม ป. วิ. อาญา มาตรา ๘๓ ไม่ทําคุกทั้งนั้น เข้าคุกทั้งนั้น ท่านประธานครับ ออกพระราชกําหนด ออกได้ ประกาศได้ ๓ วันต้องให้ ครม. เห็นชอบ ไม่มี เขาบอกว่า ประชุม ครม. กับคนที่เกี่ยวข้องต้องกรณีเปึนความลับ ขึ้นภาษี ลดค่าเงินบาท ให้คนรู้มาก ไม่ได้ นั่นละประชุมลับ นี่พระราชกําหนด พอประชุมเสร็จ แต๊ด ๆ แต๊ด ๆ แต๊ด ตอน ประกาศพระราชกําหนดไม่มีเหตุร้าย จราจรติดขัด ๒ แห่ง ๓ แห่ง ตรงทําเนียบ โอ๊ย จะเปึนจะตายระล่ําระลัก แต่ตอนประกาศพระราชกําหนดลงมาแล้วรถพังน่ะ ใช่ ตีหัวร้างข้างแตก ใช่ บุกกระทรวง ใช่ หรือจะอ้างเหตุบุกพัทยา ประกาศพระราชกําหนดแล้ว เลิกแล้ว จะมา ประกาศกรุงเทพฯ มันก็คนละที่กัน ท่านประธานครับ ผมไม่บอกละครับว่ามีใครตายไหม เพราะผมไม่เห็น ผมไม่กล้าพูดละครับว่าใครยิงใคร แต่จากการดูรูปภาพมันมีการเสีย เลือดเนื้อแน่นอนไปประชุมจี 7 (G ๗) มาท่านรู้บ้างไหม หรือไปก็สป้ช (Speech) เปึนภาษาอังกฤษกล่าวสุนทรพจน์ที่อังกฤษ วันประชุมจี ๗ เจ้าหน้าที่ตบหน้าสุภาพสตรี ท่านหนึ่งที่มาประท้วง โอ้โฮ มันเอาเปึนเอาตาย วันนี้สอบให้เสร็จ ที่นี่จิกหัวดึงกันกระชาก ไป ฝ์ายหนึ่งก็บอกว่ายิง โอ๊ย โทรทัศน์ไปออกรายการ มันไม่ได้ยิงมันแค่ตี แล้วมันตีเขาได้ หรือ โอ๊ย มีความภาคภูมิใจ รัฐมนตรีก็ลอยหน้าต่อยหอย อ้ายพวกนี้กลั่นแกล้ง ไม่ได้ยิง ไม่ได้อะไร อ้ายโทรทัศน์ อ้ายข่าวเด่นเย็นนี้ โอ๊ยเอียงตกขอบ เอาไปออกรายการ ไม่ได้ยิง ครับ แค่ตี ก็แล้วก็มึงตีเขาได้กันหรือ หัวร้างข้างแตก จิกหัว อังกฤษตบหน้าเบา ๆ ตบหน้า เบา ๆ เขาเอาเปึนเรื่องเปึนราว ท่านประธานครับ ความสมานฉันท์วันนี้ไม่มีแล้ว มันไม่มีแล้ว ท่านอย่ามาบอกพวกผมเลยเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก็ผมไม่รับแต่ต้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ต้องมาปรึกษา อยากทําอะไรเชิญเลย ทําไปเลย ผมไม่ให้ความสนใจ เพราะมันมีการ เสียเลือดเนื้อ ผมบอกว่ามันสามัคคียาก ก็เพราะรัฐบาลชุดนี้มันมือเปุ๋อนเลือด ปฏิเสธผมสิ จับกุมคุมขังคนไม่มีมาตรฐานกฎหมายรองรับ เอาไปขังทําไมสระบุรี อย่าเข้าใจผิดนะ ประกาศพระราชกําหนดไม่ใช่ประกาศกฎอัยการศึก คนละเรื่อง ท่านทําได้ขอศาล ขอศาล คุมได้ ๓๐ วันต้องปล่อย แต่พระราชกําหนดต้องมีอายุความ ๓ วัน ท่านไม่ให้ ครม. เห็นชอบจบแล้ว เลิกแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับ ฝ์ายความมั่นคงทําตามคําสั่งหรือไม่ อย่างไร แม่ทัพนายกองผมไม่แตะท่าน เพราะผมไม่เห็น ท่านมาอภิปรายวันนี้ผมบอกได้เลยอีกร้อยชาติพันชาติความรู้สึกของผมถ้ายังจําความได้ ผมจํานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปชั่วกัลปาวสาน เกิดชาติไหนก็ต้องนึกออกว่าท่านเปึน หัวหน้ารัฐบาลมือเปุ๋อนเลือด ท่านจะอยู่ต่อ ไม่อยู่ต่อ แล้วแต่ท่าน แต่ผมบอกท่านว่า ท่านบริหารประเทศชาติไม่ได้แล้ว ผมเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพกระแนะกระแหน ตลอด คนอย่าง ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อย่างนี้ คุณสุเทพลืมแล้วหรือ เลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์คุณแพ้ผม คุณแพ้ผม ที่โรงแรมเอเชีย คนอย่าง ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ลงคะแนนเลือกกรรมการบริหารพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แพ้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แล้วผมได้รับการแต่งตั้งเปึนรองเลขาธิการพรรคควบคู่ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสุเทพเปึนเลขานุการพี่บัญญัติ เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีนั่งทํางานโต๊ะ ชนหน้ากัน หรือลืมไปแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ยุคเก่านี่เขาไม่หน้าด้านครับ แต่ยุคนี้ ผมไม่ทราบ ท่านประธานครับ ผมอภิปรายกินเวลาพรรคพวกมาเยอะ ผมต้องขอโทษ บรรดาพรรคพวก ถ้าเดิมก็จะไม่อภิปรายเพราะเกรงใจพรรคพวกเขา โอ้ ภริยาก็โทร ใครก็โทร บอกที่บ้านโทรเยอะ เมื่อไรเฉลิมจะพูด เมื่อไรเฉลิมจะพูด วันนี้พูดอย่างไร ก็แล้วแต่ อ้ายพวกไม่ชอบหน้าผมก็บอก แหม เฉลิมพูดดีหมด แต่ใส่อารมณ์มากไปหน่อย แล้วคนหัวร้างข้างแตกเลือดท่วมอย่างนี้ ถ้าผมไม่มีฟ้ลลิ่ง (Feeling) เลือกตั้งจังหวัด ร้อยเอ็ดจะไปชนะได้อย่างไรครับ ผมมีฟ้ลลิ่ง บอกท่านประธานด้วยความเคารพว่าบรรดา เสื้อแดงทั้งหลาย ท่านทั้งหลายไม่ได้กระทําผิดคิดร้ายอะไรกับบ้านเมือง จะเคลื่อนไหว อะไรผมไม่เคยห้ามและผมไม่เคยสนับสนุน ท่านต้องระมัดระวัง เพราะรัฐบาลชุดนี้ ใช้อํานาจโดยไม่คํานึงบทบัญญัติของกฎหมาย จะทําอะไรก็ได้นึกว่าภาพดี นึกว่าแสดงแล้ว พี่น้องประชาชนเชื่อ แต่พวกผมไม่เชื่อ สามัคคีไม่มี เพราะความยุติธรรมไม่เกิด รบกวน เวลารัฐสภาเพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณท่านประธาน ถ้าท่านประธานนั่งฟังผมอภิปราย ท่านจะรู้ทันทีเพราะท่านเปึนผู้พิพากษาเก่า จับคนไปขังได้อย่างไร ความผิดซึ่งหน้าตาม ป. วิ. อาญา ถ้าจะเอาพระราชกําหนดต้องขอศาล รัฐบาลชุดนี้รัฐบาลอุ้มสม รัฐบาล เทพประทาน รัฐบาลที่มีตัวช่วย ผมจะดูต่อไปนับจากนี้ว่าตัวช่วยทั้งหลายทั้งปวง ได้รู้พฤติกรรมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะรัฐมนตรี ออกพระราชกําหนดผิดกฎหมาย เจ้าประคุณถ้าพรุ่งนี้เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ศาลบอกผิด เรียบร้อย ถ้าศาลชั้นต้น บอกไม่ผิด พวกเราก็จะอุทธรณ์ในศาลอุทธรณ์ต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานและต้อง ขอโทษท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ท่านพูดไปเถอะ ผมไม่มีวิธีการ เพราะท่านพูดหลักการใหม่น่ะ ผมพูดเยอะแล้ว เดี๋ยวนายกรัฐมนตรี เอาอย่างไร รองนายกรัฐมนตรีเอาบ้าง อ้ายพวกเขียนให้ตอบระวังให้ดีนะ เรียงหน้าให้ดี นะ ๔ แผ่นต้องให้ถ้วนนะ หายไปแผ่นหนึ่งมึงยุ่งตายเลยนะ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับและขอบพระคุณบรรดาสมาชิกที่กรุณาให้โอกาสผมได้แสดง ความคิดเห็นในการอภิปรายครั้งนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน ขอบพระคุณบรรดา สมาชิกของสภาที่ไม่ได้ค้านผมเลย ขอบคุณจริง ๆ เปึนการอภิปรายครั้งแรกที่ไม่มีคน ประท้วง จะเก็บแต้มอันนี้ไว้ด้วยความภาคภูมิใจและสะสมเอาไว้เปึนแต้มของการจดจํา ขอบพระคุณอีกครั้งครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมาย ให้มีหน้าที่ดูแลเรื่องความมั่นคง กระผมจะใช้เวลาเพียงเล็กน้อยครับ เพื่อจะชี้แจง ในประเด็นที่อาจจะทําให้ท่านผู้ฟังหรือเพื่อนสมาชิกเกิดความสับสนจากคําอภิปราย เมื่อสักครู่
ในประการแรก ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า การที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศพระราชกําหนด สถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายนที่ผ่านมานั้น เปึนสถานการณ์ที่ฉุกเฉินจริง ๆ แล้วเปึนความจําเปึนจริง ๆ ที่จะต้องดําเนินการอย่างนั้น ท่านสมาชิกกล่าวอ้างว่าในตอนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ยังไม่มีความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น ในกรุงเทพมหานคร กระผมขอเรียนกับท่านประธานว่าท่านสมาชิกพูดไม่จริงครับเรื่องนี้ เพราะในตอนเช้ามืดของวันที่ ๑๒ เมษายน เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตํารวจได้จับกุม นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ได้ กําลังจะนําตัวไปฝากขังที่ศาลซึ่งเปึนการจับกุมตาม หมายจับ ปรากฏว่าได้มีกลุ่มผู้ก่อการจํานวนประมาณ ๒,๐๐๐ คน ได้เคลื่อนย้ายไปป่ด ล้อมศาลอาญา เพื่อบีบบังคับให้มีการปล่อยตัวนายอริสมันต์ ใช้คน ๒,๐๐๐ คน มีรถไปป่ดศาลอาญานั้น ต้องถือว่าเปึนเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในกรุงเทพมหานครในประเทศไทย นอกจากนั้นท่านสมาชิกก็ยอมรับเองเมื่อสักครู่ว่า ยังมี การไปป่ดการจราจรที่ดินแดง ยังมีการป่ดการจราจรที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กระผม ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า พฤติกรรมของผู้ชุมนุมอย่างนี้ครับ มันไม่ใช่การ ชุมนุมโดยสงบตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญได้อนุญาตเอาไว้ แต่เปึนการใช้อํานาจแล้วไป ล่วงเกินสิทธิของประชาชนคนอื่น ไปคุกคามศาล ไปคุกคามเจ้าหน้าที่ ไปขัดขวางการใช้ ชีวิตตามปกติของพี่น้องประชาชนในการที่จะสัญจรไปมา ผู้คนตกใจกันทั้งบ้านทั้งเมือง ครับ จริง ๆ แล้วกระผมเชื่อเหลือเกินว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในบ้านเมืองคิดว่า รัฐบาลควรจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนหน้านั้นนานแล้วด้วยซ้ําไป แต่กระผมเรียน กับท่านประธานว่า รัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ด้วยความอดทน ด้วยความอดกลั้น อย่างที่สุด จนกระทั่งเมื่อเห็นว่าเขาได้ทําร้ายประเทศชาติอย่างรุนแรง ใช้กําลังเข้าไป ป่ดล้อมสถานที่ประชุมระดับนานาชาติ เสียหายกับประเทศไทย เสียหายกับประเทศ ต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ แล้วยังกําเริบเสิบสานเข้ามาก่อการในกรุงเทพมหานครอย่างที่ไม่เกรง กฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่นครับ รัฐบาลจําเปึนที่จะต้องคลี่คลาย สถานการณ์ให้คืนกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และนั่นคือต้องอาศัยอํานาจตาม พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน ผมขอกราบเรียนยืนยันกับท่านประธาน ณ ที่นี้ว่า ก่อนที่จะทําการ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ได้พิจารณากันอย่างรอบคอบทุกอย่างทุกประการ และกระผมเชื่อเหลือเกินว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเห็นด้วยกับการประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล กระผมขออนุญาตย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่พัทยา ก่อนที่จะมี การมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในวันที่ ๑๒ เมษายน กระผมกราบเรียนกับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลักฐานปรากฏชัด มีเทปที่บันทึกคําอภิปราย คําปราศรัย ของนายอริสมันต์ที่บริเวณหน้าทําเนียบรัฐบาลก่อนที่จะไปพัทยาว่า เขาจะไปดําเนินการ เพื่อล้มการประชุมอาเซียน ซัมมิทที่พัทยา แล้วก็ได้นํากําลังไปจริง ๆ แล้วได้ดําเนินการ อย่างที่เขาพูดไว้จริง ๆ มันไม่ใช่เพียงแต่กระจกแตก ๓ แผ่นละครับท่านประธานครับ กําลังของคนเหล่านี้ได้บุกเข้าไปที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท ที่เปึนสถานที่ใช้จัด ประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน เข้าไปจนถึงบริเวณชั้นล่าง ซึ่งชั้น ๒ เปึนที่ที่ผู้นําอาเซียน กําลังประชุมกันอยู่ บรรดาผู้ติดตามเจ้าหน้าที่ของผู้นําทั้งหลายแต่ละประเทศร้องห่ม ร้องไห้ มีภาพปรากฏในทีวีหลายช่อง คนทั้งประเทศก็เห็น ไม่ใช่เรื่องที่ไปทําเล่น ๆ หรือไป ทําเพียงแค่ว่ากระจกแตก ๓ แผ่น อย่างที่อภิปรายเมื่อสักครู่ ทําจนกระทั่งผู้นําเหล่านั้น ไม่มีกระจิตกระใจจะประชุมได้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีจึงต้องประกาศขอเลื่อน การประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนครั้งนี้ออกไป คนที่บุกรุกเข้าไปนั้น ไม่ได้หยุดยั้ง เพียงเท่านั้น ยังพยายามที่จะฝ์าเข้าไปในโรงแรมเพื่อตามหาท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เขาประกาศว่าเขาจะจับตัวนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้ได้ในวันนั้น มีเจ้าหน้าที่รักษาความ ปลอดภัยของผู้นําบางประเทศต้องชักป๋นออกมาครับ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ชักป๋นออกมา คนเขาถึงได้ตกใจถอยออกไปครับ เพราะฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นที่พัทยาไม่ใช่ เรื่องเล็กน้อยอย่างที่คุณเฉลิมได้ออกมาพูดเมื่อสักครู่ คุณเฉลิมบอกว่า เขาเข้าไปแล้ว เขาออกมาแล้ว แล้วจะไปประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทําไม กระผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานครับ ที่จําเปึนจะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่พัทยาก็เพื่อที่จะได้ คุ้มครองอารักขาบรรดาผู้นําของประเทศต่าง ๆ ให้เขาเดินทางกลับประเทศของเขาด้วย ความปลอดภัย เพราะนั่นเปึนหน้าที่ความรับผิดชอบของประเทศไทย ของคนไทย และของรัฐบาลไทย คนที่บุกรุกเข้าไปในโรงแรมเหล่านั้นครับ ไม่ได้บุกรุกแล้วถอยกลับ ครับ ยังควบคุมเส้นทางเข้าออกในโรงแรมอยู่จนถึงเวลาเย็นของวันที่ ๑๑ เมษายน พวกกระผมต้องดําเนินการในการเคลื่อนย้ายผู้นําประเทศต่าง ๆ เพื่อไปส่งยังสนามบิน อู่ตะเภาทีละราย ๆ ท่านผู้นําบางท่านก็ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บน ดาดฟัาของโรงแรม ผู้นําหลายท่านไม่เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ก็ต้องรออยู่จนเย็น จนค่ํา ถึงจะได้ออกจากโรงแรมได้ มีผู้นําบางท่านก็เดินทางโดยทางเรือที่เราจัดไว้เพื่อไปส่งที่ อู่ตะเภา คุณเฉลิมพยายามจะเสียดสีท่านนายกรัฐมนตรีว่าออกไปก่อนเพื่อน กระผม กราบเรียนต่อท่านประธานว่า ผมเปึนคนกํากับในการเคลื่อนย้ายท่านผู้นํา แล้วผมได้ ตกลงกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะต้องไปส่งผู้นําทุกท่านถึง เครื่องบินให้รู้ว่าเราได้ดูแลเขาปลอดภัยจนนาทีสุดท้าย ท่านนายกรัฐมนตรียังได้ไปขอโทษ ท่านผู้นําของประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น แบ่งหน้าที่กันอย่างนี้ครับ แล้วก็เมื่อส่งผู้นําหมด เหลือผู้นําของประเทศญี่ปุ์น ซึ่งจะต้องออกจากโรงแรมเปึนรายสุดท้ายก่อนเวลาประมาณ ๒ ทุ่ม ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังเดินทางย้อนกลับมาจากสนามบินอู่ตะเภาเพื่อมาขอโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ์น ไม่ได้เปึนไปอย่างที่คุณเฉลิมพูดจาเสียดสีแต่ประการใดทั้งสิ้น กระผมกราบเรียนให้ท่านประธานทราบตรงนี้เพื่อได้เห็นภาพว่า การพูดจาที่เปึนความจริง นั้นคงไม่สามารถที่จะพูดเอาสนุกแล้วหาเรื่องคนอื่นไปได้ละครับ ข้อเท็จจริงมีอยู่ กระผม กราบเรียนต่อท่านประธานว่า แน่นอนครับ เปึนครั้งแรกที่การประชุมระดับนานาชาติต้อง ล้มเหลวอย่างไม่เปึนท่า ท่านนายกรัฐมนตรีประเทศไทยก็ได้ขอโทษผู้นําทุกประเทศ เขาเห็นใจ เขาเข้าใจ หลายประเทศยังบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีเราว่าถ้าเปึนประเทศเขา จัดการไปเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้อธิบายว่าเราพยายามจะทําด้วยความอดทน พยายามทํา ด้วยความอดกลั้น ไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน การต่อสู้กัน ในทางการเมืองในประเทศไทยไม่เคยทําอะไรรุนแรงกันขนาดนี้ อย่างน้อยนักการเมือง ด้วยกันก็ต้องคิดถึงหน้าตาของประเทศ อย่างน้อยนักการเมืองด้วยกันก็จะคิดถึง ผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่มุ่งเอาแพ้เอาชนะจนทําลายชื่อเสียงประเทศชาติ หน้าตา ประเทศชาติย่อยยับอย่างนี้ ผู้นําหลายประเทศเขาเข้าใจครับ
ท่านประธานครับ กรณีที่มีการจับกุมนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า นายอริสมันต์นั้นได้กระทําความผิด กฎหมายอาญา ด้วยการปลุกปัืนยุยงประชาชนให้ลุกฮือขึ้นก่อความไม่สงบ เจ้าหน้าที่ ตํารวจได้ไปขออนุมัติศาล ขอหมายจับจากศาล ขอไปทั้งหมด ๑๔ คน ศาลอนุมัติให้ออก หมายจับนายอริสมันต์เพียงคนเดียว ศาลออกหมายจับแล้วครับ นายอริสมันต์ก็ยังไป ก่อเหตุที่พัทยาอีกเปึนคดีที่ ๒ เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ได้ไปขอหมายศาลพัทยา เพื่อให้ออกหมายจับนายอริสมันต์เปึนคดีที่ ๒ นายอริสมันต์ได้ก่อความไม่สงบที่พัทยาเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมาประกาศชัยชนะที่เวทีหน้า ทําเนียบรัฐบาล และในที่สุดก็ถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจจับได้ในตอนเช้ามืดของวันที่ ๑๒ เมษายน และนั่นคือต้นเหตุที่ทําให้ผู้ชุมนุมได้เคลื่อนกําลังประมาณ ๒,๐๐๐ คนไปป่ด ล้อมศาลอย่างที่ผมได้กราบเรียนมาแล้ว การที่เจ้าหน้าที่ตํารวจจําเปึน ที่จะต้องนํานายอริสมันต์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปที่ค่ายนเรศวรก็เพราะเห็นพฤติกรรมของ ผู้ชุมนุมที่มีเจตนาจะแย่งชิงผู้ต้องหา พาไปไกล ๆ เพื่อที่จะได้ไม่เปึนปัญหา แต่ได้ปฏิบัติ ตามกฎหมายทุกอย่าง ท่านผู้บัญชาการตํารวจนครบาลได้ประกาศให้เปึนที่รับรู้ว่า นํานายอริสมันต์ไปกักตัวเอาไว้ที่ไหน ทําตามกฎหมายถูกต้อง กระผมยังสงสัยเลยครับ กระผมเปึนคนถามกับท่านผู้บัญชาการตํารวจนครบาลเองว่าทําไมต้องประกาศ เดี๋ยวเขา ก็ตามไปชิงตัว เดี๋ยวก็จะเปึนปัญหาอีก ท่านบอกกระผมว่าต้องประกาศ เปึนเรื่องที่ กฎหมายบังคับเอาไว้ เพราะฉะนั้นไม่ได้แอบเอาไปขังที่ไหนครับ รู้ว่าอยู่ที่ไหน ญาติไปได้ และในขณะที่นําตัวไปนั้นก็มีคนอ้างเปึนทนาย มีคนอ้างเปึนญาติขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปด้วย กระผมจะถือโอกาสกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าขณะที่เฮลิคอปเตอร์ขนไป พาผู้ต้องหาไปที่ค่ายนเรศวรนั้น นายอริสมันต์ยังล็อกคอนักบินจนกระทั่งต้องนํา เครื่องบินลงระหว่างทาง เจ้าหน้าที่จึงจําเปึนต้องใส่กุญแจมือหลังจากนั้นเพื่อพาไปยัง ค่ายนเรศวร กระผมกราบเรียนอย่างนี้ เพราะเปึนข้อเท็จจริงที่ต้องการให้ท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกได้ทราบว่ามันมีเหตุการณ์ที่จําเปึนที่เราจะต้องปฏิบัติ แต่เราไม่ได้ปฏิบัติ เกินเลยไปจากความเปึนจริง ไม่ได้เกินเลยจากที่กฎหมายให้อํานาจไว้แต่ประการใด ทั้งสิ้นครับ
กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานต่อไปครับว่า กรณีที่ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกําหนดนั้น คุณเฉลิมก็อ้างว่า ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผมกราบเรียนครับ เราได้ปรึกษากันกับเจ้าหน้าที่ของกฤษฎีกา ได้ปรึกษากับเลขาธิการ ครม. ได้ดูข้อกฎหมายเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว และกระผมคิดว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ขณะที่เราพูดจากันอยู่ในสภาในขณะนี้กระผมเชื่อว่ามีนักกฎหมาย มากมายในประเทศไทยฟังอยู่ แล้วก็ในการที่จะไปขออํานาจศาลในการฝากขังนั้น ท่านเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้ไปชี้แจงต่อศาลถึงประเด็นข้อเท็จจริงในเรื่องของขั้นตอน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครบถ้วนทุกอย่างทุกประการแล้ว ท่านประธานครับ กระผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานในเวลาสั้น ๆ นี้ครับว่าการที่คุณเฉลิมได้พูดจา ว่ามีเจ้าหน้าที่กระทําการรุนแรง รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนรัฐบาล มือเปุ๋อนเลือด กระผมขอกราบเรียนกับท่านประธานยืนยันตรงนี้ครับว่า ในการปฏิบัติการ แก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในคราวนี้นั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทําให้ใครเสียชีวิตเลย แม้แต่คนเดียว วันนี้ก็ยังยืนยันอยู่ครับ ยังยืนยันอยู่ว่าไม่มีการเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีมือเปุ๋อนเลือดอย่างที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง กล่าวหา แล้วที่บอกว่าไปทําทารุณแม้กระทั่งผู้หญิง จิกหัว ผู้หญิงลากออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเห็นภาพนั้นแล้ว กระผมได้เห็นว่า ได้มีการนําภาพนี้ไปแสดงตามที่ต่าง ๆ ผมเรียนยืนยันกับท่านประธานครับว่า คุณผู้ชาย คนนี้ทะเลาะกับผู้หญิงกลุ่มที่ใส่เสื้อแดง แล้วก็อยู่ห่างจากเจ้าหน้าที่ทหารที่กําลังไปปฏิบัติการอยู่ เขาตบตีกัน เขากระชากกัน เปึนเรื่องของพลเรือนกับพลเรือน ไม่ใช่เรื่องเจ้าหน้าที่ทหารหรือเจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่ประการใด ภาพนี้มีภาพเคลื่อนไหวที่เขาถ่ายยาวกว่านี้ครับ สามารถจะพิสูจน์ความ จริงได้ แล้วเมื่อเขาเกิดเหตุตบตีกัน ทหารเข้าไปถึงก็ช่วยแยกให้ครับ เพราะฉะนั้นที่พูดว่า เจ้าหน้าที่ทารุณนั้นไม่ใช่ครับ
ประเด็นที่บอกว่าตอนที่เกิดเหตุที่ดินแดง ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปกดดันเพื่อเป่ด การจราจรนั้น ได้มีการจับกุมผู้ต้องหา ๑๒ คน ในเวลาตอนตีสี่ คุณเฉลิมพยายามพูดให้ คนเห็นว่ารัฐบาลนี้ทําผิด เพราะไม่มีอํานาจที่จะไปจับกุมคนตอนตีสี่ ก่อนที่จะดําเนินการ ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหานี้เรารู้เรื่องนี้แล้วครับ ได้มีการปรึกษาหารือกันแล้วครับ ในกรณี อย่างนี้ฝ์ายกฎหมายทั้งหลายยืนยันว่าเปึนความผิดซึ่งหน้า จับได้แน่นอน จับแล้วทําไม เอาไปขังที่สระบุรี นี่ก็เปึนประเด็นครับ ไม่ต้องการให้ปัญหาใหญ่โตบานปลายออกไป ไม่ต้องการให้มวลชนเคลื่อนกําลังไปแย่งชิงผู้ต้องหาจนเกิดประเด็นปะทะกับเจ้าหน้าที่ ครับ แล้วการดําเนินการอย่างนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจยืนยันครับว่าเขาทําถูกต้องตาม กฎหมาย ตํารวจไปด้วย ตํารวจไปควบคุมตัว ตํารวจเปึนผู้สนับสนุน เปึนผู้สอบสวน เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนยืนยันว่ารัฐบาลนี้ได้ปฏิบัติทุกอย่างตามอํานาจหน้าที่ ที่กฎหมายได้อนุญาตเอาไว้ ไม่ได้ทําอะไรที่เปึนการลุแก่อํานาจอย่างที่คุณเฉลิม ได้กล่าวหาแต่ประการใดครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกจาก ซีกฝ์ายค้านได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น ไม่ว่าจะเปึนคุณเจริญก็ดี คุณไชยา คุณสุรพงษ์ คุณสถาพร หรือ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมมี ๒ ประเด็นครับท่านประธานที่เคารพ ครับ ที่จะต้องชี้แจง นั่นก็คือ
ประเด็นที่ ๑ เปึนประเด็นเกี่ยวกับกรณีที่กล่าวหาว่าเปึนรัฐบาลที่ไม่เปึน ประชาธิปไตย เพราะการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้มีงูเห่าภาค ๒
ส่วนประเด็นที่ ๒ เปึนประเด็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้น เปึนการ กล่าวหาว่าเปึนการกระทําของคนกลุ่มเสื้อน้ําเงิน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองเคารพในความคิด ในการแสดงออก ของเพื่อนสมาชิกครับ แต่วันนี้เวลาพูดกล่าวหา พูดให้ร้าย พูดเสียดสีนั้นจะต้องคิดให้ รอบคอบว่าสิ่งที่พูดนั้นเปึนจริงไหม วันนี้กล่าวหาผมและเพื่อนสมาชิกจากซีกของพรรค ภูมิใจไทยในเรื่องที่ผมกล่าวประเด็นที่ ๑ ก็คือเปึนงูเห่าภาค ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟังเรื่องนี้มาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่อยากแสดงออก เพราะถือว่านั่นคือความคิด ของเพื่อนสมาชิกบางคน แต่ถ้าไม่พูดวันนี้มันจะคาใจผมอยู่ ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานว่า ภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไป ๒๓ ธันวาคมนั้น ผลจากการเลือกตั้ง ที่ผมอยู่พรรคพลังประชาชนก็เปึนแกนจัดตั้งรัฐบาล สิ่งที่เราสัญญากับพี่น้องประชาชน ตลอดเวลาว่าเราต้องการให้หัวหน้าสมัครซึ่งเปึนหัวหน้าพรรคเปึนนายกรัฐมนตรี นั่นคือสัญญาที่เราทําไว้กับประชาชน และเราก็ได้สนับสนุนโหวตให้นายกสมัคร เปึนนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีสมัครมีคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญและพ้นจาก การเปึนนายกรัฐมนตรี เราเองก็ยังยืนยันว่าจะต้องให้นายกรัฐมนตรีสมัคร เปึนนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง สิ่งนี้ครับต้องขอยืนยันว่าเราไม่เคยผิดสัญญากับประชาชน แต่ด้วยมติพรรคพลังประชาชนให้เลือกนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พวกเราก็ทําตาม เลือกนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี จากนั้นผลจากการตัดสินคดียุบพรรคมีผลทําให้นายกรัฐมนตรีสมชายต้องหลุดพ้น จากการเปึนนายกรัฐมนตรีเพราะคดียุบพรรค ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนตัวแทนของประชาชน ผมมีวิจารณญาณในการตัดสินใจ ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เปึนอยู่ในขณะนั้นพวกผมควรตัดสินใจอย่างไร ผมคิดเปึน ผมรู้ว่าการเมืองควรเดินอย่างไร ในขณะเดียวกันกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นกําหนดชัดเจน ครับ ในกรณีมีการยุบพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองที่ถูกยุบ มีเอกสิทธิ์โดยกฎหมายที่จะหาพรรคการเมืองอยู่ใหม่ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันยุบพรรค พวกผม ๒๐ กว่าคนประกาศชัดเจนครับว่า ผมนั้นขอเลือกพรรคการเมืองที่ผมจะสังกัด อยู่เอง และที่สําคัญที่สุดครับ ก่อนจะมีการยุบพรรคพลังประชาชนต้องเรียนให้ทราบว่า มติพรรคพลังประชาชนไม่เคยมีมติเลยว่าถ้ายุบแล้วจะไปอยู่พรรคการเมืองใด สมาชิก พรรคไม่รู้ ถ้าใครรู้ก่อนลองตอบครับ ไม่มีใครทราบครับ ฉะนั้นเมื่อไม่มีมติพรรคการเมือง ที่จะให้สมาชิกพรรคพลังประชาชนก่อนยุบอยู่แล้วนี่ มันก็เปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกพรรค พลังประชาชนที่จะเลือกพรรคการเมืองอยู่ภายใน ๖๐ วัน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นว่ารัฐบาลนี้ไม่เปึนประชาธิปไตยนั้น ไม่ใช่ เปึนการกล่าวเท็จ เปึนการพูดโกหก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่พูดนี่ต้องคิดให้รอบคอบ การเปึนประชาธิปไตยต้องเปึนคนของ ตัวเองเปึนนายกรัฐมนตรีหรือ หรือเปึนญาติพี่น้องตัวเองเปึนนายกรัฐมนตรีหรือ จึงจะเปึน ประชาธิปไตย วันนี้การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่เปึนการโหวต เลือกโดยกลไกตามรัฐธรรมนูญครับ มีการโหวตในสภาผู้แทนราษฎรชัดเจน มีการแข่งขัน ๒ ชื่อ คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก นี่คือความจริงครับ ใครก็รู้ ใครก็ทราบ พวกผมนั้นไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง และตัดสินใจสนับสนุน นายอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี ผมผิดตรงไหน ผมเปึนงูเห่ากันหรือครับ สิ่งที่ผมต้องถาม กลับว่า วันนี้คนที่อยู่พรรคเพื่อไทยแล้วไปเลือก พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก พรรคเพื่อแผ่นดินเปึนนายกรัฐมนตรีอย่างนี้เขาเรียกว่าอะไร ตรงนี้จะต้องเข้าใจครับ เมื่อท่านเข้าใจแล้วท่านจะได้หยุดคิด หยุดพูด นี่คือกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย และผมยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลที่ถูกต้องในระบบ ในกติกา และมีการโหวตอย่าง ชอบด้วยกฎหมายครับ
ส่วนประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุเกิดการปะทะกันครั้งนี้ เปึนความเสียหายซึ่งคนไทยไม่อยากจะเห็น ๑ ป้ที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนคนไทยเขาเห็น การชุมนุมตลอดระยะเวลาเกือบ ๒๐๐ วัน ที่เรียกว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร บรรยากาศแห่งการยึดทําเนียบรัฐบาล บรรยากาศแห่งการป่ดสนามบิน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดผลกระทบทั้งนั้น ไม่มีใครอยากเห็น แต่พอมีรัฐบาลที่มีการโหวตโดยถูกต้อง ในกระบวนการรัฐสภาแล้วนี่ ประชาชนทุกคนก็อยากจะเห็นรัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน แต่เหตุการณ์ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เริ่มประชุมวันแรกแถลงนโยบายก็ไม่สามารถทําได้ จุดมุ่งหมายชัดเจนครับ คนที่เคยเปึน รัฐบาลเคยมีอํานาจพอสูญเสียอํานาจไม่ยอมครับ มีการปลุกระดม มีการยุยง ทําทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้รัฐบาลนี้ไม่สามารถบริหารประเทศได้ ท่านประธานครับ ผมเคารพสิทธิเสรีภาพของคนครับ การแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย การจะไม่เห็นด้วย กับรัฐบาล การที่จะไม่เห็นด้วยกับรัฐมนตรีเปึนเรื่องปกติ แต่วันนี้ถ้าเราทําอยู่ในกติกา ในกฎหมาย ผมมั่นใจว่าบ้านเมืองเราสามารถเดินต่อไปได้ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ หลังจากที่รัฐบาลนี้เข้ามาเราเห็นชัดเจนว่า เกิดการแบ่งกลุ่มชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วก็เกิดการ ขับเคลื่อนและขยับขยายไปเรื่อย ๆ นั่นก็คือการล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เรานั้นมีบุคลากร ซึ่งเปึนข้าราชการอยู่ทั่วประเทศไทย ในระดับหมู่บ้านก็มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกท้องถิ่น นายอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด มีกรรมการชุมชน กรรมการแม่บ้าน สิ่งหนึ่งซึ่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นเปึนประจักษ์ชัดเจนว่าเราต้องสร้าง ความสมานฉันท์ และประการที่สําคัญที่สุดว่า สิ่งที่เกิดความแตกแยกและเปึนประเด็น สําคัญที่ ๑ ของคนในชาติก็คือ การที่เอาสถาบันนั้นมาใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง มีการจาบจ้วง มีการดูหมิ่น แล้วกลุ่มการเคลื่อนไหวเราปฏิเสธไม่ได้ครับ ว่าวันนี้หลายคนมีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลายคนเคยเปึนแกนนําแล้วหนีออกนอกประเทศ นี่คือความจริงครับ ฉะนั้นโจทย์ กระทรวงมหาดไทยวันนี้ นอกจากบําบัดทุกข์ บํารุงสุขแล้วนี่เรายังมีการทําหน้าที่ในการ ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ และการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ นี่คือสิ่งที่ เราทําครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ที่พูดถึงเรื่องเสื้อสีน้ําเงินนี่ ผมไม่โทษท่านหรอก ครับ ท่านไม่ใช่คนทํา แต่ท่านเปึนคนคิด แล้วท่านก็จินตนาการเปึนอย่างโน้นเปึนอย่างนี้ ผมเองต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าการทําโครงการปกปัองสถาบันนั้น เรายึดหลักที่จะต้องการ ให้พี่น้องประชาชนคนไทยนั้นรวมใจเปึนหนึ่งเดียว ที่จะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ทุกอําเภอ ทุกหมู่บ้าน ทุกจังหวัด เพื่อจะสร้างสันติสงบแล้วก็ สามัคคีให้เกิดขึ้น วันนี้โครงการที่เกิดขึ้นโครงการนี้ทําขึ้นทุกจังหวัดครับ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๘ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ เราเริ่มครั้งแรกที่จังหวัด เพชรบุรี ช่วงนั้นจังหวัดเพชรบุรีมีการประชุมนานาชาติเปึนครั้งแรก ก็มีการจัดโครงการ ปกปัองสถาบันสมานฉันท์คนในชาตินะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ ๑๘ ที่จังหวัด เพชรบุรี มีมวลชนร่วม ๒๐,๐๐๐ คนครับ ที่มาร่วมกันทํากิจกรรมหน้าศาลากลางจังหวัด ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย อปพร. กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาร่วมกันครับ เสื้อที่ใส่ก็เปึนเสื้อน้ําเงินที่ผม เคยชี้แจงกับฝ์ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ ด้านหน้าเขียนชัดเจนครับ คําว่า ปกปัองสถาบัน ด้านหลัง สงบ สามัคคี สันติ นี่คือการทํากิจกรรมอยู่ในพื้นที่วันที่ ๑๘ หลังจากการทําวันที่ ๑๘ นะครับ สิ่งที่กลุ่มบุคคลเหล่านี้เขาทํากิจกรรมในพื้นที่ ก็คือ การดูแลพื้นที่การประชุมนานาชาติครั้งนั้นที่จังหวัดเพชรบุรี หลังจากนั้นก็เลื่อนมา วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ครับ ทําที่จังหวัดสกลนคร ภาคอีสาน วันนั้นก็มีมวลชน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. อปพร. ตํารวจบ้านและประชาชนต่าง ๆ ร่วม ๒๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีการ มอบเสื้อน้ําเงินอย่างที่ผมบอกครับ ด้านหน้าเปึน ปกปัองสถาบัน ท่านประธานครับ ต่อจากนั้น วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ก็ทําที่จังหวัดอุดรธานี มวลชนก็ร่วม ๒๕,๐๐๐ คน นี่ภาพผู้ว่าราชการจังหวัด นี่เจ้าคณะจังหวัดครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กํานันผู้ใหญ่บ้าน แม่บ้านต่าง ๆ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน ส่วนวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ตรงนี้ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิครับ ก็มีมวลชน มา ๑๕,๐๐๐ คนนะครับ จากนั้นก็มาที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดนครราชสีมาวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๒ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอเต็มไปหมดนะครับ แล้วก็มาที่จังหวัดนนทบุรี วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ กลุ่มมวลชนครับ ร่วม ๑๐,๐๐๐ คน จากนั้นก็มาที่จังหวัดนครปฐม วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๒ จังหวัดสมุทรสาคร วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ นะครับ ส่วนจังหวัดชลบุรี วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๒ มวลชน ๕,๐๐๐ คน ครับ มาร่วมพลังปกปัองสถาบัน สมานฉันท์คนในชาติ นี่คือผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีครับ มวลชนนั่งอยู่ ๕,๐๐๐ คน ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้เราทํามาตั้งแต่เริ่มเข้ามา บริหารกระทรวงมหาดไทย มีเปัาหมายอย่างที่ผมกราบเรียนชัดเจนครับ วันนี้กลุ่มมวลชน เหล่านี้เขาเปึนคนพื้นที่ เขาเปึนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึน อส. อปพร. บางคนก็เปึนแม่บ้าน นี่คือสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยดําเนินการอยู่ ส่วนการชุมนุมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ครับที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม บอกว่าวันนี้สีแดงก็คือพรรคเพื่อไทยนั่นแหละ ท่านก็รับ ชัดเจน ท่านไม่ได้ปฏิเสธ นี่พูดจริง ชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นมันมีอยู่ว่า เหตุที่เกิดขึ้นที่พัทยา พี่น้องเสื้อน้ําเงินคือใคร ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ได้กล่าวถึงกรณีของ เสื้อน้ําเงินที่ปรากฏอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงที่มีการชุมนุมวันที่ ๒๖ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอตอบยืนยันเลยว่า ถูกต้องครับ ที่มีพี่น้องประชาชนที่ใส่เสื้อ สีน้ําเงินอยู่บริเวณตรงนั้น จังหวัดสมุทรปราการเปึนจังหวัดหนึ่งที่มีการทําโครงการ ปกปัองสถาบัน สมานฉันท์คนในชาติ หลังจากทําเสร็จท่านประธานทราบไหมครับว่า คนสมุทรปราการเขามีความรู้สึกว่าช่วงที่มีการชุมนุมของพี่น้องพันธมิตรนั้นไปป่ด สนามบินบ้านเขา เขาเดือดร้อนมากครับ เขามีปัญหามาก ฉะนั้นวันนี้เมื่อมีการชุมนุมของ เสื้อแดงที่ทําเนียบรัฐบาล สิ่งหนึ่งซึ่งเขารวมกลุ่มกันครับ ก็คือการร่วมกันปกปัองสนามบิน ของเขา เขาปกปัองสนามบินของเขาครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดนํากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. อปพร. มารวมอยู่กันเปึนพันคนครับ แล้วจุดที่รวมอยู่ก็คือจุดที่บริเวณของสนามบิน แต่คนละส่วนนะครับ มารวมกันอยู่เพื่อที่จะร่วมกันปกปัอง ไม่มีอาวุธ ไม่มีอาวุธตั้งอยู่ พื้นที่
ส่วนประเด็นที่กรณีว่ามีกําลังของตํารวจที่มาจากจังหวัดนครราชสีมาบ้าง จังหวัดสุรินทร์บ้าง หรือจังหวัดบุรีรัมย์บ้าง อันนี้ถูกต้องครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเวลามีการ ชุมนุมเกิดขึ้น จะมีการใช้กําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจจากภาคอีสานและภาคอื่น ๆ มาดูแล สนามบินสุวรรณภูมิก็เช่นเดียวกันครับ วันนี้ถึงแม้นยังไม่มีการป่ด แต่มีการเตรียม ความพร้อม แล้วก็มีการขอใช้กําลังอย่างถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง มีหนังสือขอจาก พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการนะครับ แล้วก็มีการส่งกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจมา มีหนังสือจาก ผู้บังคับการตํารวจจากจังหวัดบุรีรัมย์ จากจังหวัดนครราชสีมา จากจังหวัดสุรินทร์อย่าง ถูกต้อง และบุคคลเหล่านี้นะครับไม่มีอาวุธ ไม่มีอาวุธนะครับ ท่านประธานครับ เขามา เพื่อจะมาตั้งรับดูแลสนามบินสุวรรณภูมิร่วมกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน อยู่ในจุดนั้น เพราะวันนี้เราประมาทไม่ได้ครับ บางครั้ง การเคลื่อนย้ายการชุมนุม การป่ดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ทํามาแล้ว ป่ดทางด่วน ก็ทํามาแล้ว ฉะนั้นกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะตั้งรับอยู่บริเวณจุดนี้ครับ ที่สําคัญครับเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งหมดที่พัทยาที่ปรากฏเสื้อสีน้ําเงินนั้น ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้พัทยาเปึนสถานที่ชุมนุม แล้วก็เปึนสถานที่ประชุมนานาชาติ คนพัทยา คนชลบุรีนั้น เขาสนับสนุนให้มีการชุมนุมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่พัทยานั้นพอมีการชุมนุมเสร็จ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการประชุมกันบ่อยครั้ง ผมก็มี โอกาสไปร่วม โดยมีมวลชนจากพื้นที่เขาเตรียมต้อนรับการชุมนุมนานาชาติ ซึ่งจัดที่ จังหวัดของเขา เพราะเปึนจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว มีการส่งเสริม วันที่ ๙ เมษายนเขาก็ รวมกลุ่มมวลชนครับ สนับสนุนการประชุมอาเซียน ซัมมิท บริเวณศาลาว่าการเมืองพัทยา อันนี้คือสิ่งที่คนพัทยาเขาพร้อมที่จะต้อนรับการชุมนุมครับ
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงของจะใกล้วันชุมนุม พอเขารู้ข่าวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ บรรดากลุ่มมวลชนของคนพัทยา คนชลบุรี ไม่ว่าจะเปึนคน พื้นที่หรือคนที่มาทํางานอยู่ที่พัทยา ท่านประธานครับ เขาได้รวมกลุ่มกันเพื่อจะต่อต้าน กลุ่มเสื้อแดง พอเขารู้ข่าวว่าจะมาจังหวัดเขา กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เต็มไปหมดครับ ใส่เสื้อ น้ําเงินรวมกันกับคนที่ทําโครงการปกปัองสถาบันเขาก็ออกมาคัดค้านต่อต้าน ไม่ให้เกิด การชุมนุมในพื้นที่ของเขา นี่คือการรวมพลังของคนวันที่ ๙ นะครับที่พัทยา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ฉะนั้นผมต้องเรียนท่านประธานว่า ช่วงที่เกิดเรื่องทั้งหมดนั้นที่เห็นใส่เสื้อ น้ําเงินนั้น ใช่ครับ เปึนเสื้อปกปัองสถาบัน เปึนเสื้อที่กลุ่มมวลชนที่ประกอบด้วยชาวบ้าน เปึนคนชลบุรี เปึนคนพัทยา เปึนคนพื้นที่ที่เขาประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจังหวัดเขาจะ จัดการชุมนุม ขอร้องคนเสื้อแดงอย่ามาชุมนุมคัดค้านในพื้นที่ของเขา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ชัดเจนครับ วันนี้คนเหล่านี้ไม่มีอาวุธ อาจจะมีบ้างหนังสติ๊กที่เห็นหรือไม้ข้างทาง นั่นเปึน เรื่องปกติที่เขาจะต่อต้าน ฉะนั้นผมขอยืนยันครับ แต่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นผมต้องเรียนภาพ ความจริงว่าออกปรากฏสื่อทั่วไปคือการบุกไปในโรงแรมที่เห็นชัดเจนนะครับ บุกโรงแรม เสร็จประกาศแถลงการณ์เลยครับ ยังกับยึดอํานาจได้แล้ว นี่คือมันชัดเจนว่าใส่เสื้อสีอะไร ฉะนั้นผมต้องเรียนท่านประธานที่เคารพว่า เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้บรรดาพี่น้องเสื้อน้ําเงินนั้นไม่ได้เคยไปกระทําอะไรที่จะให้เกิดความ เสียหาย เปึนคนพื้นที่ที่จะต้องการปกปัองพื้นที่ของเขา ให้การประชุม ให้การชุมนุมนั้นไป ด้วยความเรียบร้อย มันเปึนเรื่องปกตินะครับ คนในพื้นที่เขาต้องรักษาพื้นที่ของเขา แล้วที่ สําคัญที่มีการกล่าวหาว่าเกิดการปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับเสื้อน้ําเงินนั้น แล้วทําให้ พี่น้องชาวเสื้อแดงบาดเจ็บเปึนจํานวนมาก ไม่เปึนความจริงครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ คนที่บาดเจ็บทั้งหมดในเหตุทั้งหมดนั้นมีด้วยกัน ๑๓ คน ๑๓ คนท่านประธานครับ มีนายชาญชัย มีนายสนิท แก้วศรี นายพงษ์พัฒน์ นายสมพงษ์ ต่าง ๆ เหล่านี้ คนต่าง ๆ เหล่านี้เปึนคนที่ใส่เสื้อน้ําเงินครับ มาร่วมกันปกปัอง มาร่วมกันต่อต้านไม่ให้ กลุ่มชุมนุมนั้นเข้ามาบุกรุกในพื้นที่ของเขา ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ทั้งหมดนี้มีซีดีครับ ผมไม่ใช้เวลาของสภา ผมจะส่งให้ประธานเพื่อไปพิจารณาดูว่าคนที่ ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดนั้นเปึนชาวบ้าน แล้วก็เปึนผู้ได้รับการกระทําของพี่น้องที่ชุมนุม ชาวเสื้อแดง ไม่ว่าจะเปึนระเบิดขวดหรือระเบิดพลาสติกก็ตาม นี่อยู่ในซีดีทั้งหมดนะครับ
ส่วนกรณีที่ท่านนํารูปของคุณเนวิน ชิดชอบ ขึ้นมา บางท่านก็อภิปราย พูดเอ่ยชื่อ บางท่านก็ไม่เอ่ยชื่อ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า คุณเนวิน ชิดชอบ นั้นท่านเปึน คนไทย ท่านก็อยากเห็นประเทศไทยของเรามีความสงบ มีความเรียบร้อย สิ่งหนึ่งซึ่งท่าน เดินทางไปที่นั่นเพื่อท่านต้องไปดูเหตุการณ์ว่า คนที่เปึนแกนนําในการชุมนุมนั้นส่วนใหญ่ รู้จักกัน เคยทํากิจกรรมร่วมกัน การที่เดินไปตรงนั้นถ้าท่านมีอะไรไม่สุจริต มีอะไร ไม่โปร่งใส ท่านคงไม่ออกมาแถลงข่าว หรือมาเป่ดเผยให้เห็นรูปตามสื่อหรอกครับ ฉะนั้น ผมขอยืนยันว่าทั้งหมดที่ทําไปนั้นเพื่อต้องการที่จะให้เห็นการประชุม การชุมนุมทั้งหมด นั้นเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ฉะนั้นผมขอยืนยันว่าวันนี้บ้านเมืองเรานั้นมีความแตกแยก ครับท่านประธานที่เคารพครับ การแตกแยกทั้งหมดนี้จะต้องแก้ไขร่วมกัน วันนี้เรามาคุยที่ ปลายเหตุว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร เรามาคุยกันทุกครั้งก็คือว่า คนเจ็บเกิดขึ้นแล้ว ส่วนแกนนํานั้นก็ไม่รู้อยู่ไหน วันนี้ผมเชื่อว่าสังคมเรานั้นสามารถแก้ปัญหาความวุ่นวายได้ ผมต้องการกราบเรียนพี่น้องพวกเราทุกคนครับ โดยเฉพาะ ส.ส. ในซีกของฝ์ายค้าน เราคือคนไทยด้วยกันครับ วันนี้เรามาร่วมมือกันเถอะครับที่จะทําให้ประเทศนี้ปกครอง ระบอบประชาธิปไตยต่อไปได้ ไม่ยากหรอกครับ จะแก้ปัญหาประเทศนี้ พันตํารวจโท ทักษิณ คนเดียวครับที่สามารถทําได้ ถ้าท่านหยุดการเคลื่อนไหว ผมมั่นใจครับว่าประเทศนี้จะ สามารถเดินต่อไปได้ แล้วเราก็มาแก้ปัญหากัน หลังจากนั้นเสร็จเราก็มาร่วมกันปฏิรูป การเมืองอย่างไรก็ได้ บ้านเมืองก็จะมีความสุขต่อไปครับ
ครับ เชิญท่านรัฐมนตรี โสภณครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมมีประเด็นที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภา ๒ ประเด็นสั้น ๆ
ประเด็นแรกก็คือการกล่าวถึงการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง คมนาคม ซึ่งการอภิปรายตั้งแต่เช้ามาก็มีความกังวลถึงการปฏิบัติของทางรัฐบาลที่เปึน ๒ มาตรฐาน
ประการที่สอง ก็คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและมีความกังวลที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงคมนาคม ที่กังวลบอกว่าเปึนการสร้างสถานการณ์ ก็คือในเรื่องของการเผา รถเมล์อะไรทั้งหลาย ฉะนั้นผมก็ขออนุญาตได้กราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและ ท่านสมาชิกรัฐสภาดังนี้นะครับ
ประเด็นที่การปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม ผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในขณะที่ มีการชุมนุมที่เรียกว่าเสื้อเหลืองในคราวที่แล้ว กระผมเองเปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบสนามบินอยู่ แล้วก็ได้ทราบการเคลื่อนไหวและปฏิบัติต่อ ผู้ชุมนุมเหมือนกับวันนี้ที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติเหมือนกันครับ เรื่องแรกก็คือมาตรการที่ผู้กระทําผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนเสื้อเหลืองที่ไปบุกสนามบิน ไปป่ดล้อมสนามบิน กระทรวงคมนาคมเองก็ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ มีการฟัองถึงฟัองทั้งศาลปกครอง ฟัองอาญา แล้วก็ฟัองแพ่ง เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็เปึน มาตรฐานที่กระทรวงคมนาคมได้ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมที่เรียกว่า เสื้อเหลือง
ส่วนประเด็นที่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ผ่านมาที่เกิดความเสียหายมีการเผารถ อะไรทั้งหลายนั้น เราก็ไปแจ้งความทุกคดี เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้ที่ปฏิบัติ ที่ผมมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องของกระทรวงคมนาคมปฏิบัติเปึนมาตรฐานเดียวกัน ในขณะที่เปึนรัฐบาลคราวที่แล้ว และรัฐบาลขณะนี้ อันนี้คือประเด็นที่ ๑
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิก รัฐสภาก็คือที่มีความกังวลหรือคิดว่าเปึนการสร้างสถานการณ์ของรัฐบาล กราบเรียน นะครับเรื่องที่เกี่ยวข้องเรื่องใหญ่ ๆ ก็มีคือเรื่องรถเมล์ คือเรื่องการเผารถเมล์ การเผา รถเมล์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ นาฬิกา เกิดที่ราชปรารภขณะนั้น ผู้ชุมนุมผมกราบเรียนก่อนที่ผมจะชี้แจงท่าน ผมอยู่ใกล้ ๆ กับสถานการณ์นะครับ เหมือนกับการไปป่ดสนามบิน วันที่เสื้อเหลืองป่ดสนามบินผมก็อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จนรักษาการ เอ่ยชื่อท่านได้ครับ ผู้อํานวยการรักษาการเสรีรัตน์ท่านได้ขอร้องให้ผม ออกมา เพราะเกรงว่าถ้ามีนักการเมืองอยู่ตรงนั้นเหมือนจะเปึนสายล่อฟัา ผมก็กลับ ออกมา ปลอมตัวกลับออกมา ผมก็ทราบเหตุการณ์ทั้งหมด เหมือนวันนี้เหมือนกันครับ ที่มีการเผารถเมล์ ผมกราบเรียนนะครับว่าวันที่มีการเผารถเมล์อะไรนี่เกิดขึ้นจาก สถานการณ์ชุมนุม โดยเฉพาะผมนี่ได้ให้นโยบายกับผู้ที่พนักงานขับรถของ ขสมก. บอกว่า อย่าดึงกุญแจออกแล้ววิ่งหนี ถ้าผู้ชุมนุมขึ้นรถหรือขอร้องอยากให้ไปส่งที่ไหนต้องไปส่ง ถ้าท่านดึงกุญแจออกหนีแล้ว ผู้ชุมนุมก็จะมีการต่อสายตรงอะไรทั้งหลายก็จะเปึนเหตุแห่ง การเผารถ แต่ที่ทราบจากการรับรายงานนะครับว่าวันที่มีการผลักดันจากฝ์ายทหาร ผู้ชุมนุมก็ถอยร่นมาที่ถนนราชปรารภ ขณะที่ถอยร่นก็มีรถเมล์ที่ขวางหน้าอยู่ ฝ์ายเจ้าหน้าที่ก็ผลักดันมา จนผู้ชุมนุมถอยออกไปก็มีการจุดไฟเผา เปึนเหตุให้เผารถครั้ง แรก หลังจากนั้นก็ลุกลามมาจนถึงวันที่ ๑๔ แล้วขอกราบเรียนว่าวันนี้ที่มีการเผารถเปึนรถ ของ ขสมก. ๑๓ คัน เปึนรถของรถร่วม ๙ คัน ท่านลองคิดดูนะครับว่าถ้าเปึนการสร้าง สถานการณ์กระทรวงคมนาคมหรือใครต่อใครจะไปเอารถเอกชนมาเผามันเปึนไปไม่ได้ อยู่แล้ว วันนี้แม้แต่ผู้ประกอบการที่เราอยากพิสูจน์ว่าการยิงอะไรทั้งหลายนี่เชื่อไหมครับ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภานะครับ เราอยากไปพิสูจน์ว่ามีการยิง ที่รอยยิงผู้ประกอบการเขาไม่อยากยุ่ง เขาบอกว่าเขาจะซ่อมเอง ฉะนั้นจึงกราบเรียนว่า เรื่องนี้เราได้ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมเปึนมาตรฐานเดียวกันและการสร้างสถานการณ์ไม่มี ส่วน เรื่องที่มีการกล่าวถึงเรื่องผู้ชุมนุมเสื้อน้ําเงินที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านได้ชี้แจง ผมเรียนอย่างนี้นะครับ เมื่อผมทราบข่าวว่าจะมีการชุมนุม ระดับการรักษา ความปลอดภัยของสนามบินมีอยู่ ๔ ระดับ ระดับที่ ๑ คือระดับปกติ ระดับที่ ๒ ก็คือมีข่าว ว่ำ จ ะ มี กำ ร คุ ก คำ ม ร ะ ดั บ ที่ ๓ มี ภั ย คุ ก คำ ม ต่ อ ส นำ ม บิ น ร ะ ดั บ ที่ ๔ ก็ถึงขั้นป่ดสนามบิน วันนี้เมื่อเหตุเกิดที่มีการป่ดสนามบินของเสื้อเหลืองซึ่งเปึนเรื่องที่ เราได้รับผลกระทบ สนามบินสุวรรณภูมิประเทศไทยเราได้รับผลกระทบเปึนเรื่องที่ เจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิเองหวั่นวิตกเกรงว่าจะมามีการป่ดสนามบิน ผมเองก็ต้องขอบคุณนะครับที่ผู้ชุมนุมที่เรียกว่า เสื้อแดง ไม่ไปป่ดสนามบิน ก็ขอบคุณ อย่างตรงไปตรงมา แต่ว่าคนที่เขากังวลเขาก็เตรียมการ โดยเฉพาะผมเองผมก็บอกว่าวันนี้ ถ้าเราจะให้ชาวต่างชาติที่ใช้สนามบินสุวรรณภูมิรู้ถึงเรื่องการเตรียมพร้อมหรือมีเหตุที่จะ เกิดขึ้นกับสนามบินสุวรรณภูมิ ทําให้ผู้โดยสารชาวต่างชาติตกใจ ผลกระทบจะเกิดอย่าง มหาศาลอย่างยิ่ง ผมก็ได้แจ้งต่อผู้บริหารของสนามบินสุวรรณภูมิว่าให้พิจารณาโดย รอบคอบ ก็ขอกําลังตํารวจอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไป ส่วนเรื่องอาสาสมัครผมก็บอกว่า วันนี้หลังจากเกิดเหตุจังหวัดสมุทรปราการเองก็ร่วมกับสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ฝ๊กอบรมอาสาสมัครร่วมกับ รปภ. ของสนามบินสุวรรณภูมิในการแก้ไขปัญหา เขาก็ฝ๊ก ร่วมกันปกติอยู่แล้ว แล้วก็มีอาสาสมัครที่ว่า ผมก็ยังบอกว่าอย่าเอามาโชว์ ให้เอาหลบ ๆ ไปไกล ๆ ถ้าอย่างนั้นผู้โดยสารชาวต่างชาติหรือใครต่อใครเห็นก็จะเกิดความเสียหาย ฉะนั้นผมก็เรียนต่อท่านด้วยความเคารพนะครับว่า วันนี้ไม่มีเหตุที่กระทรวงคมนาคมหรือ รัฐบาลจะไปสร้างสถานการณ์ โดยการที่หลายท่านที่ได้กล่าวถึงว่ามีการเผารถเมล์ เปึนการสร้างสถานการณ์อะไรก็แล้วแต่ ก็กราบเรียน แล้วก็ขอเรียนย้ํานะครับว่าการ ปฏิบัติที่เปึนมาตรฐานเดียวกัน ขณะที่เสื้อเหลืองยุติการชุมนุม เราจัดรถส่งไปคราวนั้น ใช้เงินประมาณแสนกว่าบาท แต่เสื้อแดงยุติการชุมนุม เราได้จัดรถขนคนกลับบ้าน ๕๐ กว่าคัน ใช้เงินล้านกว่าบาท ฉะนั้นกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้สิ่งที่เปึนหน้าที่ ของกระทรวงคมนาคมหรือภารกิจของกระทรวงคมนาคมได้ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมเปึน มาตรฐานเดียวกันครับ และก็ไม่มีการสร้างสถานการณ์ ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกรัฐสภาจากจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย จากการชี้แจงของท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ท่านได้บอกว่า คําก็ปกปัอง สถาบัน สองคําก็ปกปัองสถาบัน ผมอยากจะเรียนถามรัฐมนตรีว่า คําที่เขียนไว้หน้าอก เสื้อทั้งหมดนี่สถาบันอะไรครับ ท่านบุญจงครับ ท่านเขียนว่าสถาบันอะไรครับ ท่านตอบ ในสภาอันทรงเกียรตินี้ ท่านปกปัองสถาบันอะไร ท่านตอบมาเพื่อจะได้เปึนหลักฐานใน สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ท่านตอบเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านบุญจงตอบสั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ต้องขอเรียนเพื่อนสมาชิกนะครับ ถามย้ํา ประเทศไทยมีสีขาว สีแดง สีน้ําเงิน สีน้ําเงินคือพระมหากษัตริย์ กระทรวงมหาดไทยนั้นมีหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับประชาชน ฉะนั้นสีน้ําเงินที่เรา เขียนบนหน้าอกนั้นก็คือคําว่า ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งวันนี้กระทรวงมหาดไทย ทราบดีครับว่าในสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม คนบางคนนั้นได้มี การละเมิดหรือจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ สิ่งหนึ่งซึ่งเรากําลังรณรงค์อยู่ในพื้นที่ก็คือ ให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ทางนายอําเภอ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยสอดส่องดูแล นี่คือสิ่งที่ เราทํา ในขณะเดียวกันด้านหลังทั้งหมดนั้นก็คือ สงบ สันติ สามัคคี ก็คือการสร้าง ความสมานฉันท์ สร้างความสงบ โดยวิธีการพูดคุยเจรจาโดยวิธีสันติ ไม่ใช้กําลัง ไม่ใช้ ความรุนแรง นี่คือเจตนาของเสื้อทั้งหมดที่เกิดขึ้นนะครับ ฉะนั้นผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่า บางครั้งเสื้อเหล่านี้อาจจะมีคนเปึนข้าราชการใส่บ้างก็เปึนเรื่องปกติ เหมือนข้าราชการ ตํารวจใส่เสื้อแดง เสื้อแดงก็ปรบมือว่าตํารวจใส่เสื้อแดงแล้ว เปึนเรื่องธรรมดา ฉะนั้น ไม่ต้องวิตกครับ โครงการนี้ทําทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ แล้วจะขับเคลื่อนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีจิตสํานึกร่วมกัน นั่นก็คือความจงรักภักดีต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์ครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมไม่อนุญาตนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมกําหนดลําดับไว้อย่างนี้นะครับ หลังจาก ท่านธีระจิตต์แล้วนะครับ เปึนท่านจุติ ท่านฐิติมา ท่านอโณทัย ท่านขยัน ท่านธันยรัศม์ ท่านสงวน แล้วก็ท่านวรวิทย์นะครับ เชิญท่านธีระจิตต์ครับ
(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ผมไม่อนุญาตนะครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้ข้อบังคับโดยอนุโลม ข้อ ๖๓ ของการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพนั้นได้ตอบพาดพิงไปถึง ผู้เสียหายคือ คุณอริสมันต์ แล้วกล่าวถึงว่าการขึ้นไปในเรื่องของการดําเนินการในเรื่อง ต่าง ๆ ว่าเปึนความเสียหายจึงมีการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินขึ้นมา ผมเองนั้นขออนุญาต ท่านประธานครับว่า ผมมีหนังสือ ๑ ฉบับ ซึ่งเปึนของคุณอริสมันต์ได้ส่งมาให้ผมเมื่อวานนี้ บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวในสภาก็คงจะมีการพาดพิงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็เปึนเรื่องจริง ครับ ดังนั้นเพื่อเปึนการไม่ให้สับสนต่อพี่น้องประชาชนที่กําลังรับฟังอยู่นี่ เปึนการลําดับ เหตุการณ์ทั้งหมดนะครับ ซึ่งผู้ที่ถูกพาดพิงเกิดความเสียหายคือ คุณอริสมันต์ไม่สามารถ ที่จะมาพูดจาในสภาแห่งนี้ได้ และพี่น้องประชาชนเองนั้นก็ไม่สามารถที่จะรับรู้เหตุผล ต่าง ๆ ได้ จึงขออนุญาตท่านประธานครับ ได้อ่านถ้อยคําต่าง ๆ พร้อมทั้งจะส่งมอบ เอกสารให้กับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนไปยัง
เดี๋ยวท่านไม่ได้ประท้วง นี่นะครับ ก็ไม่ได้นะครับ ท่านไม่ได้ประท้วงนะครับ เชิญท่านนั่งนะครับ ท่านพิเชษฐ ประท้วงอะไร
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วงครับ ผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิในส่วนที่ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้กล่าวพาดพิงถึงจังหวัดกระบี่และโรงแรมกระบี่
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านไม่ได้ประท้วง ผมไม่อนุญาตทั้งนั้นนะครับ เชิญท่านนั่งนะครับ เชิญท่านพิเชษฐนั่ง นะครับ ไม่ใช่ ตอนนี้ท่านต้องประท้วงผมนะครับ ท่านไม่ได้ประท้วงนะครับ ถ้าผมอนุญาต ก็ต้องอนุญาตหมดทุกคน ถ้าอย่างนั้นนะครับ เอาอย่างนี้ท่านนั่งลงก่อนนะครับ เดี๋ยวผม กําลังพูดกับท่านวิชาญก่อนนะครับ ท่านวิชาญว่าอย่างไรครับ
ผมขออนุญาตใช้เวลาในส่วนของฝ์ายค้านครับ เพราะเมื่อสักครู่หารือทางวิปฝ์ายค้าน ถ้าท่านประธานไม่อนุญาตต้องใช้เวลาในส่วนนี้ครับ
ครับ อนุญาตครับ เชิญเลย
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
ท่านมันจะจบแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะมาพูดกับท่านพิเชษฐต่อนะครับ เชิญท่านวิชาญอ่านท่านอริสมันต์ที่ว่า
ท่านประธานครับ ผมประท้วงสิ่งที่จะต้องอ่านต่อไปนี้ครับท่านครับ
ครับ ท่านประท้วงว่า อย่างไรครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ประท้วง สั้น ๆ เท่านั้นเองครับ เพราะว่าท่านกําลังจะอ่านคําที่เขาฝากมา ถ้าอย่างนั้นมีใครที่ถูก พาดพิงข้างนอก ต่อไปนี้มาตรฐานของเราคือฝากได้อย่างนั้นหรือครับ แล้วคนที่ถูกฝากนั้น คือคนที่ถูกหมายจับนะครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ชัดเจนก่อนนะครับว่าสิ่งที่ฝากนั้น สามารถอ่านในสภาแห่งนี้ได้หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเองเลยก็แล้วกัน เพราะเปึนข้อมูลครับ
ท่านอภิปรายเองไม่ต้อง อ่านอันนั้นนะครับ
ครับ ขออนุญาตเอกสารประกอบก็แล้วกันครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่พัทยา เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ได้มีการขึ้น
ท่านประธานครับ ขออนุญาต
ครับ ท่านประท้วงอะไร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตประท้วงท่านประธานว่าในลําดับการอภิปรายนั้นเราจัด ตามคิวครับท่านประธาน ดังนั้นถ้าถึงคิวใครท่านประธานต้องให้ท่านผู้นั้นได้เปึน ผู้อภิปราย วันนี้ขณะนี้ไม่ใช่คิวของท่านผู้กําลังอภิปรายครับท่านประธานครับ ได้โปรด วินิจฉัยด้วยครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ผมวินิจฉัยว่าอย่างนี้นะครับ จัดตามลําดับคิวแต่คราวนี้ผมอนุญาตให้ท่านพูด ๒ นาที
ขอบคุณท่านประธานครับ
ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ท่านผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ
คือเดี๋ยวผมวินิจฉัย ไปแล้ว เมื่อสักครู่ท่านประท้วงเรื่องจัดลําดับนะครับ
ผมประท้วง ท่านประธานเรื่องจัดลําดับเช่นเดียวกันครับ ท่านผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๘ เรื่องการประชุมนี่ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ พวกเราชาวจังหวัดชลบุรีโดนพาดพิงนะครับ เรายังไม่เคยยกมือขึ้นขอพูดในเรื่อง การพาดพิง แม้แต่ท่านรัฐมนตรีบุญจงพูดถึงเรื่องพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีที่ใส่เสื้อสีน้ําเงิน เช่นเดียวกันนะครับ เพราะเราต้องการให้การประชุมนั้นเปึนไปด้วยความเรียบร้อย ในเมื่อจัดลําดับแล้วก็จัดไปตามลําดับสิครับท่าน
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านนั่งลงนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านอภิปรายได้ ๒ นาทีนะครับ
ถ้าท่านอนุญาต ให้ ๒ นาที ต่อไปพาดพิงต้องให้ผมด้วยนะครับ
ไม่เปึนไรครับ ผมเอา วินิจฉัยตรงนี้ก่อนนะครับ
ถ้าอย่างนั้น ไม่เปึนธรรมนะครับท่านประธานครับ
ผมอนุญาตแล้วนะครับ เชิญนั่งลงก่อนทั้งหมดนะครับ เชิญนั่งลงก่อนทั้งหมดนะครับ ๒ นาทีนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
จับเวลาด้วยนะครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอลําดับ เหตุการณ์นิดหนึ่งว่าในวันที่ ๑๐ เมษายน กลุ่มคนเสื้อแดงนําโดยท่านอริสมันต์นั้น ได้เดินทางไปเพื่อที่จะยื่นหนังสือที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ขณะที่เดินทางไป เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกานั้น ได้เจอด่าน ๔ ด่าน ซึ่งสามารถผ่านด้วยดี แต่ได้มีการปราศรัย เพื่อที่จะโจมตีรัฐบาลในภาษาต่าง ๆ พร้อมทั้งยื่นหนังสือกับตัวแทนทางอาเซียน
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ
เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา หลังจากนั้นได้เดินทางกลับ ขณะเดินทางกลับได้เจอกับกลุ่ม เสื้อน้ําเงิน
เดี๋ยว ๆ ท่านประท้วง อะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานครครับ ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานว่า สิ่งที่สมาชิกท่านนี้กําลังอ่านไม่แตกต่าง จากที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้นะครับว่านี่คือคําฝากจากผู้ต้องหาในคดีนะครับ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไม่ต่างกันนะครับ แล้วถ้าท่านปล่อยให้ท่านผู้อภิปรายต่อไป
ท่านบุญยอดครับ ผมวินิจฉัยแล้วว่าให้ ๒ นาทีนะครับ จวนจะจบแล้วนะครับ ท่านนั่งลงนะครับ ท่านนั่งลง ได้ ท่านบุญยอดนั่งลงนะครับ
ต่อนะครับ ขณะเดินทางกลับได้เจอกับเสื้อสีน้ําเงิน
ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับท่านประธาน
ซึ่งอยู่หลังจากแนวกั้นของตํารวจ
ผมขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายครับท่านประธาน เพราะว่าสิ่งที่ท่านอ่านนั้นมันไม่ตรงกับความเปึนจริง ที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดครับ
ครับ ไม่เปึนไรนะครับ
เพราะฉะนั้น ท่านต้องให้เวลาผมพาดพิงด้วยนะครับ เพราะสิ่งที่พูดไม่
คืออย่างนี้นะครับ ท่านที่ อภิปรายท่านรับผิดชอบในข้อมูลของท่านเองนะครับ เชิญครับ
ขณะเดินทางกลับได้เจอกับกลุ่มเสื้อสีน้ําเงินซึ่งอยู่ห่างจากแนวกั้นของตํารวจและทหาร มาทําร้ายคนเสื้อสีแดงจนได้รับบาดเจ็บนะครับ ในวันที่ ๑๐ วันที่ ๑๑ กลุ่มเสื้อแดง จึงได้ เดินทางกลับไปที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเดินขึ้นเขา เจอด่านทหารและได้เจรจาด้วยความเรียบร้อย โดยเจตนารมณ์ของคนเสื้อแดงครั้งนี้ มาเพื่อที่จะเจรจากับกลุ่มการประชุมอาเซียนเพื่อจะสอบถามถึงเอกสารที่ได้ยื่นนั้นได้มี เนื้อหาอย่างไรในการเจรจาในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะจะไม่รับรองในเรื่องต่าง ๆ ที่รัฐบาลชุดนี้ ได้มีการประชุมโดยความไม่ชอบธรรม ในเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา มีการปะทะกันระหว่างเสื้อสีน้ําเงินกับเสื้อสีแดง ซึ่งเสื้อสีน้ําเงินนั้นได้เตรียมระเบิด ป๋น ลูกหิน หนังสติ๊ก ตะปูเรือใบ เพื่อสกัดกั้นเสื้อสีแดง มีการยิงใส่คนเสื้อสีแดง ๓ คน รวม ๒ วันได้รับบาดเจ็บนะครับ กับคนที่ขึ้นไปประมาณ ๒๐ คน หลังจากนั้นทหาร ได้สั่งให้คนเสื้อสีน้ําเงินสลายตัว และทางกลุ่มเสื้อสีแดงได้เดินทางไปยังโรงแรม โดยมี ทหารนําไป ทั้งนี้กลุ่มเสื้อแดงร้องเรียน
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
เรียกร้องให้รัฐบาลหาผู้กระทําความผิด
เอาละครับ หมดเวลาแล้ว นะครับ ส่วนที่เหลือท่านส่งเอกสารมานะครับ เดี๋ยวท่านนั่งได้แล้วครับ เชิญท่านนั่งนะครับ ต่อไปเชิญท่านธีระจิตต์นะครับ ท่านพิเชษฐว่าอย่างไรครับ
ท่านประธาน ถ้าท่านประธานไม่ฟังอะไรใครเลย เอาแต่เที่ยวป่ดไมโครโฟนใครต่อใคร อย่างนี้เรื่องไม่มีจบละครับ การทําหน้าที่ประธาน
ไม่ใช่ ท่านพิเชษฐ ประท้วงอะไรผมครับ
ผมเรียน ท่านประธานแล้วว่าผมใช้สิทธิที่จะชี้แจงในส่วนที่ถูกพาดพิงถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง ผมไม่ใช่คนเหลวไหลที่จะทําอะไรไม่มีวินัยในสภา ท่านประธานฟังเสียบ้างสิครับ
เดี๋ยวท่านพิเชษฐ ที่ท่าน พูดถึงเรื่องกระบี่อะไรนี่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับท่านพิเชษฐนะครับ
ท่านประธาน เพราะท่านประธานไม่ฟังน่ะสิครับ ก็โรงแรมผมครับ แล้วมันไม่เกี่ยวกับผม ได้อย่างไรล่ะครับ ก็ท่านประธานไม่ฟังอะไรใคร ใช้แต่อํานาจ
เดี๋ยวท่านก็ต้องประท้วง อะไรผม ถ้าอย่างนั้นนะครับ
ประท้วงใน สิ่งที่ผมขอใช้สิทธิชี้แจงสิ่งที่พาดพิงท่านประธานไม่ให้ผมชี้แจง แต่เรื่องเหลวไหลบางเรื่อง ท่านประธานกลับอนุญาตกี่นาทีก็ไม่ทราบ
คือผมวินิจฉัยอะไรแล้วนี่ นะครับ ต้องเปึนเด็ดขาดนะครับ
ก็ท่านประธาน วินิจฉัยอย่างไม่มีสตินี่ครับ ท่านฟังเสียก่อนสิครับก่อนวินิจฉัย ท่านเปึนตุลาการมาแล้วนะครับ
ไม่ใช่ คือท่านพิเชษฐ กําลังจะประท้วงหรือจะขออภิปราย
ผมไม่ได้ ประท้วง ผมยกมือมาตั้งนานแล้ว ผมขอเรียนท่านประธานว่า ผมจะขอชี้แจงในส่วนที่ถูก พาดพิงและเสียหาย ก็พูดกับท่านประธานกี่ครั้งแล้ว แล้วคนอื่นขัดจังหวะท่านประธานก็ชี้ อยู่เรื่อย แล้วพอจะพูดอะไรท่านประธานก็ป่ดไมโครโฟนอยู่เรื่อย อย่างนี้ไม่ใช่ประธานที่ เก่งนะครับ ประธานที่เก่งไม่จําเปึนต้องไปป่ดไมโครโฟน
ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม สุพจน์ โพธิ์ทองคํา วุฒิสมาชิก ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมประท้วง ท่านพิเชษฐครับ เปึนการก้าวล่วงท่านประธานวุฒิสภาของผมครับว่า ท่านวินิจฉัยโดย ไม่มีสติ ขอให้ถอนคําพูดครับ
ท่านประธานครับ ผมอยากให้วุฒิท่านนั้นนั่งลงครับ ไม่เกี่ยวกับท่านครับ ท่านประธาน วินิจฉัยอะไรโดยไม่ฟังและไตร่ตรอง นั่นแหละคือการ
เดี๋ยว ท่านพิเชษฐ มีคน ประท้วงท่านนะครับว่าท่านกล่าวหาผมว่า ผมวินิจฉัยโดยไม่มีสตินะครับ ท่านจะว่า อย่างไรครับ
ผมถาม ท่านประธานว่า คนโน้นก็ยกมือ คนนี้ก็ยกมือ ท่านประธานไม่ต้องฟังเลยหรือครับว่า อะไร ที่มีสาระเรื่องราวอะไร ท่านประธานโพล่งออกมาแม้กระทั่งคําว่า ไม่ได้ทําเกี่ยวอะไรกับผม เพราะท่านประธานไม่ฟัง แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานลงไปข้างล่างฟังบ้างหรือเปล่าว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม พูดว่าอย่างไร
ผมฟังหมดทุกอย่าง นะครับ ผมอยู่ในห้องแล้วผมก็ฟังด้วย ผมก็ฟังเรื่องที่ไปป่ดล้อมกระบี่อะไรนั่นนะครับ ผมฟังนะครับ ท่านพิเชษฐ ผมจะอนุญาตต่อเมื่อท่านชี้แจงว่าท่านประท้วงอะไรผมเท่านั้น แหละ
ผมชี้แจงผมประท้วงว่า ท่านประธานไม่ได้ทําหน้าที่โดยถูกต้องให้ผมได้ชี้แจงในสิ่งที่ผมถูก พาดพิง
ผมวินิจฉัยนะครับ บอกว่าผมวินิจฉัยว่า ผมทําหน้าที่ถูกต้องแล้ว เชิญท่านนั่งลงได้ เชิญท่านนั่งลงนะครับ ท่านพิเชษฐ ไม่เปึนไรครับ ผมวินิจฉัยแล้ว เชิญท่านนั่งนะครับ ไม่ใช่ ถ้าท่านยืนแสดงว่า ท่านไม่ปฏิบัติตามคําสั่งผมนะครับ ผมขอร้องนะครับ ผมขอร้องให้ท่านนั่งนะครับ ไม่เปึนไรครับ เชิญท่านนั่งนะครับ ท่านประท้วงอะไรผมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านเปึนประธานของผมด้วยนะครับ เพราะเปึนประธานรัฐสภาอยู่ใน ขณะนี้ ท่านประธานดูข้อบังคับ ข้อ ๖๓ นะครับ ข้อ ๖๓ เปึนเรื่องของการประท้วง และวรรคสองเปึนเรื่องของการใช้สิทธิพาดพิงตามสิทธิ เหมือนกับการประท้วงนะครับท่านครับ ท่านต้องให้สิทธิสมาชิกซึ่งถูกพาดพิงให้เขาได้ใช้ สิทธิเหมือนประท้วงท่านครับ ถ้าหากว่าท่านได้ให้ท่านพิเชษฐท่านได้ใช้สิทธิพาดพิงป์านนี้ ก็คงจบไปแล้ว ขอท่านพิจารณาเถอะนะครับว่า
ท่านไม่ได้ประท้วงผม ใช่ไหมครับ ผมวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่ที่บอกว่าพาดพิง ผมวินิจฉัยว่ามันไม่พาดพิง เชิญท่านนั่งลงนะครับ ท่านบุญยอดนั่งลงนะครับ ไม่ได้พาดพิงถึงท่านพิเชษฐอย่างไร ผมวินิจฉัยว่าไม่พาดพิงนะครับ มันเปึนโรงแรม ไม่ใช่ตัวท่านพิเชษฐ ท่านนั่งลงนะครับ คือผมฟังทั้งหมดแล้วท่านไม่ได้เสียหายอะไรเลย ท่านนั่งลงนะครับท่านพิเชษฐ ท่านอย่า มาต่อล้อต่อเถียงกับผมนะครับ ไม่เปึนไรครับ ผมไม่ได้ว่าอะไร ท่านนั่งลงครับ จะจบแล้ว นะครับ ท่านนั่งลงนะครับท่านพิเชษฐ ผมขอร้องนะครับ ผมขอร้องท่านนั่งลง ผมขอร้องให้ ท่านนั่งลงนะครับ นั่งลงอย่างเดียวเท่านั้นแหละครับ ท่านนั่งลงนะครับ ไม่ละครับ เชิญท่านนั่งลง ท่านสุพจน์มีอะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา วุฒิสมาชิก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน วุฒิสภาเปึนที่เคารพของสมาชิกวุฒิสภา เช่นเดียวกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนที่เคารพของพวกท่านทั้งหลาย เมื่อท่านไม่เคารพประธานผม ผมจะขออนุญาต นําคณะวุฒิสภาของผมออกไปทั้งหมดเดี๋ยวนี้ครับผม
ไม่เปึนไรครับ ท่านสุพจน์ เชิญนะครับ จบแล้วครับ เชิญท่านธีระจิตต์ครับ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ กระผม ธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในนามของสมาชิก รัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานซึ่งได้มีวินิจฉัย แล้วก็ด้วยความใจเย็นและ ถูกต้อง ผมเองซึ่งได้มีคิวที่ต้องอภิปรายก็รับฟังอย่างถูกต้องจากท่านประธาน ก็ขอขอบพระคุณ ณ ที่นี้ด้วย
ตามที่ได้รับฟังข้ออภิปรายต่าง ๆ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เนื่องจาก ญัตติขออภิปรายทั่วไปซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรีนั้น เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ ช่วยกัน คลี่คลายวิกฤติซึ่งที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะนําเสนอในวันนี้ ผมคิดว่าจะเปึนฉีกไปอีกแนวหนึ่ง เรื่องของความเสียหายของทางด้านเศรษฐกิจของ ประเทศ สิ่งที่เกิดขึ้นมาผมเรียนว่า ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ มีแต่ประเทศชาติและ ประชาชนเท่านั้นที่ได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานครับ ตามที่มี เหตุการณ์เกิดความวุ่นวายขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเปึนวิกฤติที่ร้ายแรงเกิดความ วุ่นวาย ก็เปึนคนละเรื่องกับที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ป้ ๒๕๕๑ แต่มันก็เปึนเรื่องที่ เกี่ยวเนื่องกันมา ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราทราบดีว่าป้ที่แล้วซึ่งมีวิกฤติทางด้าน การเงินที่เรียกว่า ไฟแนนเชียล ไครซิส (Financial crisis) ที่เกิดขึ้นจากเรื่องที่เรียกว่า ซับไพร์ม (Subprime) เกิดจากที่สหรัฐอเมริกา แล้วก็ลามไปถึงประเทศพัฒนาทางยุโรป ทําให้สถาบันการเงินล้มระเนระนาด ซึ่งท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านก็ได้ทราบดีและเราก็ได้ ติดตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ซับไพร์มนั้นแน่นอน กระทบเปึนวิกฤตการณ์ทาง การเงินของโลก ได้กระทบมาถึงประเทศไทย และโชคดีอยู่อย่างหนึ่งที่สถาบันการเงินของ ประเทศไทยเรานั้นมีความแข็งแรง แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบได้กระทบถึง ภาคอุตสาหกรรมหลาย ๆ ส่วน ภาคการท่องเที่ยวทําให้เกิดการทางด้านบริการ ซึ่งลามไป ถึงการต้องการปลุกคนงานนะครับ การเลิกจ้างคนงาน เปึนต้น ท่านทราบไหมครับ วิกฤตการณ์ในเรื่องนี้ได้ทําให้เกิดการที่เปึนวิกฤตการณ์ที่บริษัทใหญ่ ๆ ทั่วโลกเปึน มาตรการเหมือนกันหมดที่มีการที่เรียกว่า รีดัคชั่น เอนฟอร์ซ (Reduction enforce) คือเปึน การปลดคนงาน บริษัทยักษ์ใหญ่ทุกแห่งตามที่พวกเราได้ติดตามในหนังสือพิมพ์ท่านจะ เห็นว่าจะมีมาตรการลดคนงานตั้งแต่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง บางแห่ง มากกว่านั้นนะครับ มีอยู่ทุกวัน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เมื่อประเทศไทยเรานี่เจอ ๓ เด้ง ซ้อน ๆ กันตั้งแต่ซับไพร์ม ตามด้วยวิกฤติเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วก็มาเดือน เมษายน ๒๕๕๒ นี้ อันนี้สิครับที่ทําให้ประเทศไทยเราไปสู่วิกฤติอย่างใหญ่หลวง ถ้าพวกเราไม่สามารถคลี่คลายปัญหาด้านนี้ ซึ่งเปึนปัญหาด้านการเมือง และความไม่ สงบนี้ลงไปได้แล้วนี่ผมคิดว่าประเทศชาติเราคงจะเลวร้ายลงไปทุก ๆ ที ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเทศเราอยู่ได้ก็ด้วยความมั่นคงของทางด้านเศรษฐกิจ ผมเองผมทราบว่า ท่านสมาชิกรัฐสภาหลาย ๆ ท่านก็คงเหมือนกับผม ที่ได้รับการถามไถ่จากเพื่อนฝูง ที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะทางด้านข่าวสารอีเมลหรือทางโทรศัพท์ ถึงสภาวะสถานะ ของประเทศไทยเรา อันนี้ได้บ่งบอกถึงความไม่เชื่อมั่นในสถานภาพของประเทศไทย และแน่นอนกระทบถึงความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ผมเชื่อใจแน่ใจว่า ท่านสมาชิกรัฐสภาคงได้ติดตามเช่นเดียวกับผมถึงอินดิเคเตอร์ (Indicator) ต่าง ๆ ของสถาบันจัดความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะในด้านการเงินหรือการลงทุนของนานาชาติ สแตนดาร์ด แอนด์ พัว’ส (Standard and poor ‘s) เอสแอนด์พี (S&P) ไม่ใช่เอสแอนด์พี ที่เปึนภัตตาคารของไทย ซึ่งอันนี้ผมต้องขอชมเชยซึ่งเขาเปึนหัวหอกในการที่ทําให้ครัวไทย สู่ครัวโลกนะครับ แต่ สแตนดาร์ด แอนด์ พัว ส เอสแอนด์พี เปึนบริษัทจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือชั้นนํา ก็ได้ลดความน่าเชื่อถือด้านสกุลเงินบาทของไทย จากเอเหลือ เอบวก พร้อมทั้งมีแนวโน้มเปึนลบ ซึ่งเปึนการสะท้อนถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ที่ไม่มีเสถียรภาพ โดยเฉพาะสเตทเมนท์ (Statement) ที่ทางสแตนดาร์ด แอนด์ พัว ส เขาเขียนว่า เราเชื่อว่านักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างมาก โอ้โฮ อันนี้หนักหนาครับ หนักหนา ทําให้ประเทศเราสูญเสียโอกาสอย่างมากมาย ทางด้านบริษัท โนบุระ อินเตอร์ เนชั่นแนล ก็เหมือนกัน ก็ได้ระบุในบทวิเคราะห์ว่า อันดับความน่าเชื่อถือของไทยอยู่ที่ บี บี บี บวกนั้นจะต้องถูกปรับลดลง อันนี้ก็ทําให้สถานะทางด้านของเราความน่าเชื่อถือ ก็ลดลงไปอีกอันหนึ่ง รวมทั้งเอดีบี (ADB) อาเซียน ดีเวลลอปเมนท์ แบงก์ (Asian Development Bank) ก็กล่าวว่าถ้าความไม่มีเสถียรภาพทางสังคมไทยยังดําเนิน ต่อไป การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลว่าตัวอินดิเคเตอร์ที่นําเรียน มาให้ทราบนี้ได้บ่งชี้อย่างชัดเจนถึงความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง ของประเทศชาติ และความไม่เชื่อถือในการลงทุน ตามที่ผมได้เรียนไปแล้วนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลก็ได้มีการพยายามเยียวยา ซึ่งเปึนรูปธรรม อันหนึ่ง แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นถ้าท่านดูดี ๆ ในภาคอุตสาหกรรม เมนูแฟคเจอริ่ง (Manufacturing) หรือที่เรียกว่า ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งเปึนภาคอุตสาหกรรมเศรษฐกิจที่เปึนฐานมั่น ของเศรษฐกิจของประเทศชาตินั้น ปัจจุบันนี้ตั้งแต่หลังจากมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แล้ว ความถดถอยมีการโพรดัคชั่น (Production) เมนูแฟคเจอริ่ง ลดลงไปในช่วงระยะ ควอเตอร์ (Quarter) แรกของเดือน ผมคาดว่าคงไม่ต่ํากว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในเกือบทุก ๆ เซคเตอร์ (Sector) อันนี้แน่นอนทําให้เรื่องภาษีของประเทศนี่ก็ต้องลดน้อยลงไป และผมก็ ยังดีใจที่รัฐบาลก็ยังได้เห็นทันที ได้มีการลดน้อย ปรับลดงบประมาณลงมา อันนี้ผมคิดว่า ยังทันต่อเหตุการณ์ ท่านประธานครับ จากที่ญัตตินี้ที่รัฐบาลได้นําเข้ามาขอคําเสนอแนะ นั้น เนื่องจากเวลามีจํากัด ผมอยากจะกราบเรียนว่า เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ทางคณะ สมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งก็ได้มีการประชุมหารือกัน เพราะได้เห็นว่าเกิดการวิกฤติ ถ้าเรา ไม่คลี่คลายให้มันดีขึ้นแล้ว เราอาจจะมีปัญหาจะเกิดเปึนแบบเดียวกับประเทศซึ่งเรา ไม่อยากจะเห็นในประเทศไทย เช่น ประเทศปากีสถาน ประเทศบังกลาเทศ เราไม่อยากจะ เห็นให้มันเกิดขึ้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจากการประชุมกันในวันที่ ๑๔ นั้นมีสมาชิกวุฒิสภา มาร่วมกันทั้งหมด ๗๗ ท่าน และส่วนใหญ่ได้ให้ข้อคิดเห็นซึ่งได้นําเสนอและมีการพับลิค (Public) ไปแล้ว แม้กระทั่งในหนังสือพิมพ์ ผมเองก็เปึนคนหนึ่งที่ได้นําเสนอข้อเสนอแนะ และผมเห็นว่าเปึนรูปธรรมที่ชัดเจน ก็ยืนยันว่าขอให้นําเรื่องนี้ซึ่งความจริงก็อยู่ในเอกสาร ที่ได้นํามาในหน้า ๑๔ มีทั้งหมด ๗ ข้อ แต่รูปธรรมข้อที่สําคัญที่สุดผมคิดว่า รัฐบาลจะต้อง พิจารณาเรื่องความร่วมมือในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา เพื่อให้เกิด ความสามารถทําให้การบริหารให้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น และเปึนประโยชน์สุขต่อทุก ๆ คน โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมแก้ไขในเรื่องนี้ ผมก็คงใช้เวลาตามที่ได้กําหนดให้นะครับ ขอผ่าน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านสนธยา มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ กระผมเองได้นั่งฟังอยู่ตั้งแต่ ๑๐ นาฬิกาเศษตลอดมาครับ ในฐานะที่ เปึนสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่ง เมื่อสักครู่ก่อนที่ท่านธีระจิตต์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ก่อนที่ท่านจะได้สิทธิอภิปรายนั้น กระผมสังเกตตั้งหลายครั้งแล้วครับ เมื่อถึงคราวที่ สมาชิกวุฒิสภาถึงคิวอภิปรายก็จะต้องมีการโต้เถียง ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดนะครับ แต่ที่ สําคัญที่สุดครับ กระผมเองกราบเรียนว่าไม่ได้เปึนองครักษ์พิทักษ์ท่านประธาน แต่โดยที่ ผมเองได้ฟังคําอภิปรายของสมาชิกท่านหนึ่งได้พูดว่า ท่านประธานขาดสตินั้น แล้วก็มี ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านได้ลุกขึ้นขอให้ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านนะครับ ท่านสุพจน์ โพธิ์ทองคํา ครับ ท่านขอให้สมาชิกท่านนั้นได้กรุณาถอนคําพูด กระผมก็กราบเรียนยืนยันว่า สมาชิกวุฒิสภานี่ได้ดูท่านเล่นมาหลายเรื่อง ไม่ว่าฝ์ายไหนนะครับ เราก็ฟังด้วยมีสติครับ แต่การที่ท่านพูดในลักษณะนี้ก็ให้ท่านทบทวนนะครับว่าท่านจะถอนคําพูดหรือไม่ ถ้าท่าน ไม่ถอนนะครับ
ท่านสนธยา เอาเถอะนะครับ ผมไม่ติดใจอะไรหรอก ท่านครับขอบคุณมาก เชิญนั่งนะครับ เชิญนั่งเถอะ
ก็ขอยืนยันตามที่ท่านสุพจน์ โพธิ์ทองคํา ได้หารือไปแล้วนะครับว่าท่านจะถอนหรือไม่ครับ เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านก็ไม่สบายใจครับ เพื่อประกอบการพิจารณาครับ แต่ผม คนหนึ่งละถ้าไม่ถอนผมจะเดินออกครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เอาเถอะ ๆ ท่านสนธยา นะครับ ไม่เปึนไร ผมไม่เปึนไรหรอกนะครับ จบแล้วนะครับ เอาเถอะนะครับ ต่อไปก็เชิญ ท่านสมัยนะครับ แทนท่านจุตินะครับ เชิญท่านสมัยครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอขอบพระคุณครับที่รัฐสภาได้จัดให้มีการ ประชุมในวันนี้ในญัตติตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขอให้เป่ดอภิปราย ทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อจะได้ระดมความคิด ระดมความเห็นในหมู่สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด เกี่ยวกับเรื่องของ การร่วมมือกันในการแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่เกิดความขัดแย้งขึ้นในบ้านเมืองของเราในขณะนี้เปึน ประเด็นที่เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่า เปึนผลสืบเนื่องมาจากเรื่องของการเมืองที่มีคนสองฝ์าย เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ผลพวงจากความไม่เข้าอกเข้าใจอันดีต่อกันในหมู่พี่น้อง ชาวไทย ซึ่งเราเหมือนเปึนผู้สืบสายโลหิตเดียวกันมานั้น ก็สืบเนื่องจากเราต้องยอมรับ ความจริงครับว่าผลพวงจากการปฏิวัติหรือการยึดอํานาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งกระผมเองนั้นก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามเกี่ยวกับเรื่องของการทําปฏิวัติรัฐประหารแต่อย่างใด ทั้งสิ้น แต่ถ้ามองถึงเหตุผลของคณะที่เขายึดอํานาจในขณะนั้น ที่แถลงว่าเขายึดอํานาจ เพราะประชาชนเกิดความแตกแยกเปึนฝักเปึนฝ์าย เพราะมีการทุจริตคอร์รัปชันกันขนานใหญ่ และมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ รวมทั้งมีการกระทําอันหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่น พระบรมเดชานุภาพ จากสิ่งที่เขาประกาศออกไปนั้นพี่น้องประชาชนในวันนั้นแซ่ซ้อง สรรเสริญสดุดีนําดอกไม้ไปมอบให้ทหารซึ่งมันไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นมาก่อน และจากวันนั้นเปึนต้นมาจนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็มีความเห็นขัดแย้งกันในหมู่ของพี่น้องประชาชนคนไทย แม้กระทั่งสมาชิกในรัฐสภา แห่งนี้ก็มีการเรียกร้องกันอยู่บ่อยครั้งครับว่า ให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผลพวงต่าง ๆ เหล่านี้ครับกระผมเห็นว่าถ้าเราใช้เหตุ ใช้ผล ใช้สติในการพินิจพิจารณา ซึ่งวันนี้รัฐบาลก็คงจะได้ประโยชน์เปึนอย่างยิ่งจากข้อเสนอของพวกเรา ถ้าหากว่า เราได้เสนอด้วยความสุจริตใจ คงจะต้องเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า เหตุเกิดที่ไหน เราคงต้องแก้ที่ต้นเหตุ เหตุที่เกิดจากความไม่สงบที่พัทยาก็ดี จนมาถึงวันที่ ๘ เมษายน เปึนต้นมา จนถึงวันที่ ๑๔ เมษายนนั้นเราต้องยอมรับครับว่าเหตุผลจากเรื่องของการวีดิโอ ลิงค์ ก็ดี ในเรื่องของการ โฟนอิน จากต่างประเทศเข้ามาก็ดี เปึนการปลุกเร้าให้พี่น้อง ประชาชนออกมาชุมนุมกันให้มาก ด้วยเหตุผล ๓ ประการก็คือ ๑. ต้องการใช้มวลชน ในการขับไล่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ๒. ต้องการขับไล่องคมนตรี และ ๓. ต้องการที่จะโค่นล้ม ระบอบอมาตยาธิปไตย และให้มีการสถาปนารัฐไทยใหม่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แหละครับ ที่เปึนต้นเหตุทําให้คนไทยของเราลุกเปึนไฟ มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่มาจาก ต่างแดน และพี่น้องประชาชนที่ต้องการความสงบสุข ไม่ต้องการจะเห็นความวุ่นวาย เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ กระผมขออนุญาตได้เรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า เมื่อสักครู่ ได้มีท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ได้อภิปรายไปหลายประเด็นครับ แต่ประเด็นหนึ่ง ที่กระผมไม่สบายใจก็คือ มีการกล่าวอ้างในเรื่องของการดําเนินการทั้งหมดว่าเปึนการจัด ฉาก ซึ่งกระผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า คงไม่มีใครละครับที่คิดจะเอาชีวิตคน ไทยมาเปึนองค์ประกอบของฉากในการที่จะทําให้เกิดการทําลายล้าง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ซึ่ง กันและกัน วันนี้ต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในครั้งนี้เกิดปัญหาทุกด้านครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งในเรื่องของศาสนสถาน ซึ่ง เปึนที่เคารพนับถือของพี่น้องประชาชน ผมในฐานะเปึนคนมุสลิมคนหนึ่งในประเทศนี้ ขออนุญาตเรียนยืนยันกับท่านประธานครับว่า เรื่องกรณีของความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพมหานคร และที่ลามปามไปจนถึงเรื่องของการยิงมัสยิดนั้นเปึนเรื่องที่เกิด ความสะเทือนขวัญและกําลังใจของพี่น้องคนไทยทุกคนครับ ไม่เฉพาะพี่น้องที่นับถือ ศาสนาอิสลาม เพราะเหตุการณ์อย่างนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่นครับ ในประเทศไทยของเราครั้งนี้ก็ เปึนครั้งที่ ๒ ครั้งแรกจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ที่ลุกลามบานปลายไปถึงวันนี้ก็ เนื่องจากการฆ่าหมู่ล้างเผ่าพันธุ์เยาวชนที่อยู่ในมัสยิดจํานวน ๒๘ คน จากเหตุการณ์ วันนั้นมันเปึนเหตุที่กระเทือนไปทั่วโลก มาถึงวันนี้มีการยิงมัสยิด กระผมอยากจะเรียน ท่านประธานครับว่า มัสยิดคืออะไร มัสยิดก็คือสถานที่กราบไหว้พระผู้เปึนเจ้าในศาสนา อิสลาม ขออนุญาตท่านประธานครับที่จะได้หยิบยกอ้างถึงคัมภีร์ในศาสนาอิสลามที่มีคน นับถืออยู่ ๑,๖๐๐ กว่าล้านคนในขณะนี้ คําสอนในคัมภีร์อัลกุรอานในบทที่ ๗๖ ใน องค์การที่ ๑๘ บัญญัติไว้ว่า แล้วว่าแท้จริงบรรดามัสยิดนั้นเปึนของอัลเลาะห์ ดังนั้น พวกเจ้าอย่าวิงวอนขอผู้ใดเคียงคู่กับพระองค์ นี่คือคําสั่งของพระผู้เปึนเจ้า และในบทที่ ๙ องค์การที่ ๑๐๘ บัญญัติว่า แน่นอนมัสยิดที่ถูกวางรากฐานบนความยําเกรงตั้งแต่วันแรกนั้น สมควรอย่างยิ่งที่เจ้าจะเข้าไปยืนละหมาดในนั้น เพราะในมัสยิดนั้นมีคณะบุคคลที่ชอบจะ ชําระตัวให้บริสุทธิ์ และอัลเลาะห์นั้นทรงรับบรรดาผู้ที่ชําระตัวให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ จากสิ่งเหล่านี้ละครับ พี่น้องมุสลิมในประเทศนี้เขาเกิดความสะเทือนใจ เพราะเขามีมัสยิด ก็เหมือนกับพี่น้องที่เปึนพุทธศาสนิกชนมีวัดวาอารามและคนเหล่านั้นเขาก็ใช้สิทธิตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับครับ ที่บัญญัติในเรื่องสิทธิและเสรีภาพส่วน บุคคล ในฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๗ ซึ่งกระผมจะไม่ขออนุญาตได้อ่านใน รายละเอียด เพราะเนื่องจากว่าเวลามีจํากัด เพียงแต่จะเรียนท่านประธานว่าเรื่องที่มีพี่ น้องชาวมุสลิมได้ยื่นหนังสือไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ได้เปึนการจัดฉากว่าเอาคนไป ยิงมัสยิดแล้วเพื่อจะยื่นหนังสือร้องเรียนไปถึงกลุ่มประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง แต่เปึนเพราะเนื่องจากว่าพี่น้องชาวมุสลิมเขาพิจารณากันแล้วว่าเหตุเกิดที่ใดต้องแก้ที่ ต้นเหตุ เมื่อเขาเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมกันเปึนจํานวนหลาย หมื่นคนนั้น เพราะเนื่องจากคุณทักษิณเปึนคนโฟนอินเข้ามา เปึนคนที่ส่งสัญญาณมาจาก ต่างประเทศบอกว่าให้มาเล่นสงกรานต์ที่ทําเนียบรัฐบาล เที่ยวนี้ประชาชนจะไม่กลับบ้าน มือเปล่า นอกเหนือจากชัยชนะ และในวันที่ขัดขวางไม่ให้มีการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่พัทยานั้นก็ได้โฟนอินมาบอกว่าเปึนชัยชนะของประชาชน ถ้ามีการต่อสู้เสียเลือดเนื้อ แม้แต่น้อย เขาจะกลับมาเปึนหัวหน้าคณะผู้ชุมนุม สิ่งเหล่านี้แหละครับ พี่น้องมุสลิมก็เลย เห็นว่าคุณทักษิณเปึนต้นเหตุที่เกิดความไม่สงบ รวมทั้งเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นกับมัสยิด ที่เพชรบุรี ซอย ๗ ด้วย เขาทราบกันครับว่าคุณทักษิณพํานักอยู่ที่ดูไบ เขาก็เลยยื่นหนังสือ ไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อจะได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางประเทศนั้นได้รับทราบใน พฤติกรรม พฤติการณ์ต่าง ๆ ของคณะบุคคลซึ่งกระทําการต่อสถาบันทางศาสนา
ท่านประท้วงอะไรครับ
กระผมขออนุญาตได้กราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่กระผมได้เรียนต่อ ท่านประธานในวันนี้
เดี๋ยวท่านสมัยหยุดก่อน นะครับ มีคนประท้วงครับท่านสมัย ท่านประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงเพื่อนสมาชิกครับ ไปใส่ร้าย ใช้คําพูดใส่ร้ายว่า เปึนต้นเหตุ ใครกันแน่ครับที่เปึนต้นเหตุ ผมว่าการยิงประชาชนนี่เปึนต้นเหตุครับ ท่านอย่า ไปใส่ร้าย แล้วใครไปทํามัสยิดท่าน ท่านพิสูจน์ได้หรือยังครับว่าใครเปึนคนไปยิงมัสยิด ท่านไปกล่าวหาว่าท่านทักษิณเปึนต้นเหตุ ท่านอยู่เมืองนอกจะเปึนต้นเหตุได้อย่างไรครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยครับ
เดี๋ยวท่านสมัยว่าอย่างไรครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ กระผมกําลังอภิปรายว่าคุณทักษิณเปึนต้นเหตุในการ ระดมคน เชิญชวนคนออกมาชุมนุม และสิ่งที่คุณทักษิณพูดมาทั้งหมดนั้นคนไทย ทั้งประเทศรับทราบกันแล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อคนที่ออกมาเคลื่อนไหวตามคําเชิญชวน ของคุณทักษิณ สิ่งที่คนเหล่านี้กระทํานี่
ท่านประธานครับ พูดกันง่าย ๆ เขาเสียดสีใส่ร้ายตาม ข้อ ๖๒ ข้อ ๖๑ นะครับ อย่าให้เขา คือเขาพยายาม ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับว่าที่เขาพูดมานี้มันเปึนใส่ร้ายเสียดสีไหม นะครับท่านประธาน
ผมวินิจฉัยนะครับ ไม่ได้ ใส่ร้ายอะไรหรอก เพราะว่าก็พูดไปตามความรู้สึก แล้วท่านรับผิดชอบอยู่แล้ว เชิญท่าน
ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเรียนว่าทุกคําพูดที่กระผมได้พูดนั้น กระผมรับผิดชอบครับ เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ได้ดําเนินการไปแล้ว พี่น้องชาวมุสลิมเขามี ความรู้สึกเจ็บปวด แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะกล่าวหาพี่น้องชาวพุทธทั้งหมดนะครับ เพราะว่าใครเปึนผู้ปฎิบัติใครเปึนผู้กระทําคนนั้นต้องได้รับผลครับ สิ่งที่เกิดขึ้น ในประเทศชาติของเรา เราไม่ต้องการจะให้เกิดความกระทบกระทั่งซึ่งกันและกันระหว่าง คนต่างศาสนิก ทีนี้ประเด็นที่กระผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่เปึนความจริงทั้งหมดครับ และเราก็ได้ยื่นหนังสือนี้ไปถึงท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจําประเทศ ไทยเพื่อให้รับทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ว่ามันมีการลบหลู่ดูหมิ่นเรื่องของ ศาสนสถาน มีการละเมิดในเรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลเกี่ยวกับเรื่องของศาสนาจริง เพื่อที่จะได้ส่งข่าวคราวดังกล่าวนั้นไปถึงเจ้าของบ้านเจ้าของเมืองที่คนคนหนึ่งไปพํานัก อาศัยอยู่ ไม่ว่าจะในเชิงธุรกิจ หรือว่าในเรื่องของการหลบหนีคดีตามคําพิพากษาของศาล ก็ตาม สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นจริงครับ ไม่ได้เปึนไปอย่างที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่บอกเปึนการจัดฉาก กระผมเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับว่าศาสนาเปึนของสูงเปึนของบริสุทธิ์เกินกว่าที่จะคิดอาจเอื้อมเอามาขยี้ขยํา เปึนเครื่องมือทางการเมือง วันนี้เราอย่าคิดว่านักการเมืองจะเอาศาสนามาเปึนเครื่องมือ แต่ทําอย่างไรที่จะให้นักการเมืองเคารพ ให้เกียรติในศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของศาสนา เพราะ ศาสนาทุกศาสนาใครก็รัก ใครก็นับถือ ก็ขออนุญาตได้เรียนเรื่องเหล่านี้ไว้เพื่อเปึนบันทึก ในรัฐสภาอันทรงเกียรตินี้ว่า ส่วนหนึ่งของความวุ่นวาย ส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะมีคนละเมิดกฎหมาย มีคนละเมิดกติกาทางสังคม และในขณะเดียวกันครับเกิดขึ้น จากโมหะจริต เกิดขึ้นจากอคติ เพราะว่าเนื่องจากรับฟังข้อมูลฝ์ายเดียว หรือว่า ในขณะเดียวกันมีผลประโยชน์เข้ามาแอบแฝง สิ่งเหล่านี้ทําอย่างไรครับ ที่รัฐสภานี้จะต้อง ช่วยกันคิดหาทางออกให้กับบ้านของเมือง กระผมเรียนท่านที่เคารพ ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าทั้งหมดนั้นไม่ได้เปึนการพูดจาอะไรที่มันเกินเลยจากความเปึนจริง แต่ทั้งหมดนั้น คือข้อเท็จจริงที่พี่น้องประชาชนเขาประสบจริง ๆ ครับ และคนที่อยู่ในเหตุการณ์เขา สามารถยืนยันได้ไม่ว่าจะไปขึ้นศาลไหน เขาก็พูดได้อย่างนี้ละครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ คุณรณฤทธิชัย ได้อภิปรายไปในตอนเย็น ท่านอยู่คนละพรรคกับผมนะครับ ท่านเปึน ส.ส. จากยโสธร กระผมเปึน ส.ส. กรุงเทพฯ แต่ความจริงก็คือความจริง ต่อให้เอา ส.ส. ภาคเหนือ ไปถามพี่น้องประชาชนเขาก็จะพูดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวป่ดไม่มิดหรอกครับ ขออนุญาตได้เรียนต่อท่านประธานครับว่า วันนี้สิ่งที่เปึนปัญหาความทุกข์ระทมข่มขืนของคนไทยก็คือ เรื่องของการแตกสลายของ ประเทศชาตินี้ ก็เนื่องจากกิเลส ๔ ตัว ๑. เนื่องจากเราบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในการ นําเสนอต่อพี่น้องประชาชน ๒. เนื่องจากอคติหรือโมหะจริตที่เราไม่ยอมรับความจริง ๓. ผลประโยชน์ผมเรียนท่านประธานครับว่าในเขตเลือกตั้งย่านบ้านกระผม มีการระดม คน มีการรับส่ง มีการจ่ายค่าแรง มีการให้ข้อมูลอันเปึนเท็จ เรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริง และประการสุดท้ายก็คือมีบุคคลที่พยายามจะชักนําเชิญชวนให้คนไทยของเราในปัจจุบัน ไม่เคารพกฎกติกาของสังคมและละเมิดกฎมาย ซึ่งถือได้ว่าเปึนเรื่องที่น่ารังเกียจเปึนที่สุด กระผมใคร่ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสได้พูดความจริงในวันนี้ในรัฐสภา อันทรงเกียรติ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตเสริมของท่านสมัยที่กําลังพูด ถึงกรณีที่ซอย ๕ ซอย ๗ ผมขออนุญาตอภิปราย ณ ตรงนี้เลย เพื่อจะได้สอดคล้องกับ ท่านสมัยพูดสอดคล้องที่ท่านสมาชิกพูด แล้วก็สอดคล้องที่ท่านเฉลิมก็ได้พูดถึงว่า
เดี๋ยวท่านอยู่ในคิว หรือเปล่าครับ
ผมขอ อนุญาตที่จะใช้ว่าในฐานะที่เปึนมุสลิมด้วย แล้วก็อยู่ในซอยนั้นด้วย ผมขออนุญาตแล้ว ทุกอย่างจะเคลียร์ (Clear) เพราะผมมีซีดี มีซีดีที่ให้ท่านประธานและมีหนังสือตอบมา ที่ผมสามารถที่จะฉายซีดีแล้วก็มีการตรวจสอบแล้ว ถ้าดูตัวอย่างของซีดี มีการพูดถึง มันจะจบเลยครับเรื่องนี้
ขออย่างนี้ได้ไหมครับ ขอไปตามลําดับได้ไหม ขอตามลําดับแล้วกันนะครับ เชิญท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เพื่อน ๆ จากข้างหลังบางท่านก็มาหารือกันว่า ให้ผมทําความ เข้าใจกับท่านประธาน ผมก็ถือโอกาสใช้เวลาสักเล็กน้อยนะครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็รู้ว่าอยู่ในสภานี้ถึงแม้ประชุมร่วมในรัฐสภาไม่นาน แต่ผมไม่เคยเปึนคนเกเร ผมเปึนคนรักษาระเบียบ ผมเปึนคนรักษาวินัย และผมก็พยายามที่จะให้น้องๆ ทั้งหลาย ในสภาผม ยึดเคร่งในระเบียบวินัย แต่สิ่งหนึ่งที่นักกฎหมายอย่างท่านประธาน อย่างผม ถือไปตลอดชีวิตก็คือ เราอย่ายอม จํานนกับความไม่ถูกต้อง เราอย่าปล่อยให้ความไม่ถูกต้องอะไรมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ยอม จํานนผ่านไป มันก็จะเสียสถาบัน ท่านประธานกับผมก็มาจากที่เดียวกัน เรายังเห็นหน้า เห็นหลังกันอยู่ไว ๆ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมเพียงแต่พยายามว่า อยากใช้สิทธิ ในการที่ผมถูกพาดพิง ผมจะไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม เพราะเขากับ ผมก็จะไม่มีอะไรต่อล้อต่อเถียง แต่บางเรื่องมันเคลือบคลุม และมันกระทบกระเทือนไปถึง โรงแรมที่ภริยาผม ลูกผมเปึนคนดูแล ผมมาอยู่ทางการเมือง ผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่อง ธุรกิจใด ๆ เลย ทอดทิ้งลูกเมียให้เขาดูกิจการเขาด้วยความยากลําบาก แต่ทําไมเขาต้อง มารับกรรมเพราะมีพ่อ มีผัว มาอยู่ทางการเมือง แล้วก็ต้องรับกับอะไรที่ไม่สิ้นสุด ไม่ใช่ บางเรื่องในสามีในที่นี้ผมก็อยากที่จะชี้แจงเพื่อจะทําความเข้าใจที่ชัดเจนเท่านั้น ท่านประธานครับ บริสุทธิ์ยุติธรรม เราต้องยอมรับว่าเมื่อสักครู่ท่านประธานก็พลาด ท่านประธานก็สับสน ผมก็พลาด เราต่างคนต่างพลาด แล้วมันก็สับสนซึ่งกันและกัน ผมชี้แจงในสิ่งที่ถูกต้อง ท่านประธานไม่ยอมให้ผมพูด แต่อีกฝ์ายหนึ่งท่านประธานให้เขา ๒ นาที ๓ นาทีให้เขาอ่านเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ล่วงเกินอะไร ในฐานะที่เปึนประธานรัฐสภา ทําหน้าที่ประธานหรือเปึนประธานวุฒิสภา ผมเคารพ ในสถาบัน ๑๗ ป้ในสภานี้ผมให้ความเคารพกับวุฒิสภา เมื่อเปึนรัฐบาลผมมานั่งชี้แจง ทุกครั้งผมให้เกียรติวุฒิสภา เพื่อนผมที่เปึนวุฒิสมาชิกทุกคนทั้งเพื่อนทั้งน้องก็รู้ว่า ผมให้ความเคารพในสถาบัน แต่เมื่อสักครู่ท่านประธานก็ต้องให้โอกาสผมบ้าง ท่านประธานสรุปว่า ผมผิดอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมันก็เปึนความพลาดกัน อย่างไรก็ตามครับ เพื่อให้ทุกอย่างเปึนไปด้วยความสบายใจของทุกฝ์ายนะครับ สิ่งที่ท่านประธานทําผิดท่าน ไม่ต้องขอโทษผมครับ แต่อะไรที่ผมล่วงเกินท่าน คําว่าเมื่อสักครู่ที่พูดว่า ท่านประธานไม่มีสติ เพราะท่านไม่ได้ตั้งสติจริง ๆ ท่านกําลังสับสนวุ่นวาย และเราต่างฝ์ายต่างไม่ตั้งสติมันก็มี เหตุเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าท่านคิดว่าไม่สมควร หรือเพื่อนผมคิดว่าไม่สบายใจ ผมก็ถอน คําว่า ท่านประธานไม่มีสติ ขอบคุณครับ
ท่านวิทยามีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครพนม ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา แล้วก็เปึนเลขานุการของวิปวุฒิสภานะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายนะครับ อภิปราย เสียดสีนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ วันนี้นายกรัฐมนตรีขออภิปรายตามมาตรา ๑๗๙ ขอความคิดเห็นจากสมาชิกวุฒิสภา ขอความคิดเห็นจาก ส.ส. ว่าจะมีความคิดเห็นในการบริหาร แก้ปัญหาประเทศชาติเราอย่างนี้นะครับ ประเทศชาติเราทุกวันนี้เกิดความขัดแย้งกัน เรามาวันนี้เราเสียเวลาเปึนสิบ ๆ ชั่วโมง แล้วมาแสดงกิริยามารยาทออกในทีวีเปึนอย่างนี้ เกิดความสมานฉันท์ไหมครับ เราเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย ๖๕ ล้านคน เราต้องการ ให้คนไทยสมานฉันท์ แต่ตัวแทนของคนไทยทั้ง ๖๕ ล้านคนกลับมาเสียดสี กลับมา ทะเลาะกันอย่างนี้ เปึนตัวอย่างที่ดีไหมครับ วันนี้นะครับ แล้วพรุ่งนี้เรามาร่วมกันทั้ง ส.ส. ส.ว. เราต้องการเสนอทางแก้ให้กับนายกรัฐมนตรี ทางแก้ให้กับคณะรัฐมนตรีว่า ปัญหาที่ เกิดขึ้นทุกวันนี้เราจะหาทางออกด้วยกันอย่างไร ไม่ใช่เรามาวันนี้แล้วก็ต่างคนต่างที่จะมี ทิฐิซึ่งกันและกัน ผมว่าประเทศชาติเรานี้จะถอยหลังไปอีกนะครับ สงสารเถอะครับ สงสาร ประเทศไทยครับ ต่อไปนี้ผมขอร้องเถอะครับ การเสียดสี การอภิปรายใส่ร้ายซึ่งกันและกัน ผมขอเถอะครับ ในเมื่อเราประชุมวิปกัน ๓ ฝ์ายเมื่อวานนี้ เราบอกว่า จะพูดแต่สิ่งดี ๆ จะหาทางออกแต่สิ่งดี ๆ ให้กับนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรี ว่าประเทศไทยเรานี้ บอบช้ํามากขนาดไหน ผมขอเถอะครับ เรามาร่วมมือกัน จับมือกัน เปึนตัวอย่างที่ดีกับ คนไทยทั้งชาติครับ ขอบคุณครับ
ครับ เอาละครับ ต่อไป เอาตามกําหนดต่อไปนะครับ ท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวท่านประธานครับ ผมจะพูดให้ดีครับ ไม่มีปัญหาครับ
เชิญครับ
ถ้าอะไรที่คิดว่า ผมเสียดสีท่านประธาน ผมก็ขออภัย แต่ผมไม่ใช่เปึนคนช่วงเสียดสีนะครับ ผมก็ไม่ชอบ เสียดสีใครหรือใครเสียดสีใครผมก็ไม่ค่อยจะชอบ เมื่อสักครู่เพียงแต่ผมพยายามยืนยันใช้ สิทธิของผมเท่านั้น ท่านประธานก็ยืนยันในสิทธิอํานาจของท่านประธาน ผมไม่ได้เสียดสี ใครและท่านประธานก็ไม่ได้เสียดสีใครนะครับ เราต้องการความสมานฉันท์ผมเห็น ด้วยครับ แล้วก็เข้าใจในเพื่อนวุฒิหลาย ๆ ท่านส่วนใหญ่ก็เพื่อนรักกันนะครับ ขอขอบคุณ ครับท่านประธานครับ
ไม่เปึนไรครับ ท่านพิเชษฐ ผมมันไม่มีอะไรอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านฐิติมาต่อครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะวันนี้ดิฉัน ก็เห็นใจท่านประธานมาก ๆ เลยนะคะ เพราะว่าดิฉันเองเคารพท่านประธานแล้วก็เห็นว่า ท่านประธานเปึนคนอ่อนโยนมาก แล้วก็ต้องขอชื่นชมในความรักศักดิ์ศรีของ สมาชิกวุฒิสภาค่ะ ท่านประธานคะ ตอนแรกดิฉันดีใจที่วันพุธที่ ๒๒ แล้วก็ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๒ นั้น คณะรัฐมนตรีนั้นได้ให้เกียรติ ส.ส. และ ส.ว. มาประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส. และ ส.ว. ถึงเรื่องที่มันเกิดวิกฤติอย่างร้ายแรงที่สุด ในประเทศไทยครั้งหนึ่งก็ว่าได้ แต่ตอนนี้ดิฉันรู้สึกเสียใจแล้วค่ะ ไม่ดีใจแล้ว เพราะดิฉัน รู้สึกว่า ส.ส. ของพวกเรานั้นหลายคน โดยเฉพาะฝ์ายรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีดูจะไม่ ค่อยเข้าใจถึงมาตรา ๑๗๙ ดีพอ เพราะว่าตอบคําถามทุกชอทเลยมันเกินไป และยังมีการ ประท้วงกันมากมาย จนกระทั่งเกิดเรื่องเมื่อสักครู่ ดิฉันก็เห็นใจผู้ที่อภิปรายสักครู่นะคะว่า แทบจะไม่มีคนฟัง เพราะว่า ส.ว. ท่านรักศักดิ์ศรีของท่าน ท่านรักท่านประธาน ท่านก็จะ เดินออกจากห้องประชุม เอาล่ะค่ะวันนี้ดิฉันเองไม่ต้องเสียใจไม่ต้องดีใจ แต่เสียใจกับสิ่งที่ เกิดขึ้นกับบ้านเมืองค่ะ เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่ร้ายแรงเหลือเกิน ดิฉันเองเห็นด้วยกับการ ใช้ระบบรัฐสภานะคะว่าพวกเรานั้นตัวดิฉันเองนั้นได้มีสิทธิที่ใช้ความคิดเห็นมาแสดงออก มาแนะนํา แล้วดิฉันก็เอาตัวอย่างจากประชาชนมาบอกกับรัฐสภาแห่งนี้ด้วย แต่ดิฉันรู้สึกว่า การใช้ระบบรัฐสภาของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นดูจะเปึนประเภทที่เรียกว่า ประสาทช้าไปหน่อย เพราะอะไร เพราะพวกเรา ส.ส. พรรคเพื่อไทยพยายามอยู่หลายครั้งค่ะ หลายครั้งมากที่จะช่วยแก้ปัญหาโดยใช้สภาแห่งนี้ แต่ดูเหมือนว่าท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้นจะมีคู่หูคู่ใจที่คอยช่วยเหลือคอยปกปัองอยู่ในสภาแห่งนี้อยู่ตลอด เพราะป่ดประชุมทุกที ส.ส. พรรคเพื่อไทยเสนอให้นําเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเปึน วาระในการประชุมและเปึนวาระที่ ๑ ด้วย แต่ท่านประธานก็เลื่อนอยู่เรื่อย หรือเมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ นี้ก่อนสงกรานต์ พวกเราพรรคเพื่อไทยก็พยายามที่จะถกกันในสภา เพื่อแก้ไขปัญหากับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงที่อยู่ที่หน้าทําเนียบรัฐบาล แต่ท่านประธาน คู่หูคู่ใจนั้นก็ป่ดประชุมไปเสียเฉย ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหามันยังคงลําบากอยู่ แต่วันนี้ วิกฤติบ้านเมืองมันหนักเหลือเกิน มีเลือดตกยางออก มีการเสียชีวิต มันอาจจะไม่เกิดขึ้น ถ้า ส.ส. พรรคเพื่อไทยได้พูดในสภาก่อนหน้านี้เราอาจจะให้เหตุผลที่ดีก็ได้ เพราะฉะนั้น วันนี้ทั้งดิฉันและเพื่อน ส.ส. นั้นก็จะนําเรื่องร้องเรียนจากประชาชนทั้งจากทางโทรศัพท์ จากทางจดหมาย จากทางอีเมล์ หรือจากการเจอะเจอกับประชาชนเขาก็บ่นมา เสียงสะท้อนของประชาชนนั้นบอกกล่าวมาให้ดิฉัน บอกในสภาว่า ประชาชนเขาถามมาค่ะว่า ประชาธิปไตยและความเปึนธรรมในสังคมไทยอยู่ที่ไหน ดิฉัน ขอย้ํานะคะว่าประชาชนเขาสงสัยและฝากมาถามว่า ความเปึนประชาธิปไตยและความ เปึนธรรมในสังคมอยู่ที่ไหนคะ ท่านประธานต้องเข้าใจนะคะว่าประชาชนคนไทยนั้นไม่ใช่ เขาไม่สนใจการเมือง เขาเฝัาดูอยู่ตลอดเวลานะคะ ประชาชนเขารู้ว่าบ้านเมืองนั้นมันเปึน อย่างไร บางคนอาจจะเข้าใจแบบหนึ่งก็รู้สึกแบบหนึ่ง แต่บางคนอาจจะเข้าใจอีกแบบหนึ่ง แล้วก็รู้สึกอีกแบบหนึ่งได้ แต่อย่างไรก็ตามก็มีประชาชนจํานวนมากเขามองดูเหตุการณ์ บ้านเมืองที่ผ่านมาแล้วเขารู้สึกว่าสังคมไทยมี ๒ มาตรฐาน ไม่ยุติธรรมเลย เมื่อช่วงที่กลุ่ม พันธมิตรชุมนุมจนเกิดความวุ่นวายยุ่งเหยิงเกิดวิกฤติ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ภาคเอกชนก็เสนอให้รัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นั้นยุบสภา แต่เมื่อกลุ่ม คนเสื้อแดงชุมนุมและเกิดวิกฤติ ภาคเอกชนก็กลับเสนอให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดการอย่างเด็ดขาดและไม่เคยเสนอให้ยุบสภา ประชาชนเขาเลย บอกว่าไม่เท่าเทียมกัน แล้วการทําเผด็จการรัฐประหารนั้น ปกติสังคมไทยเคยรับรู้ว่าเปึน การกระทําที่ไม่ดีทั่วโลกเขาไม่ยอมรับ เพราะเปึนการทําลายทั้งเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง ความเจริญของประเทศไทยที่ควรจะล้ําหน้าอยู่ในเอเชีย กลับกลายเปึนถูก กระชากถอยหลังลงคลอง แต่เผด็จการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นั้น กลับเห็นภาพประชาชนบางคนนําดอกไม้มาให้กับทหารที่ถือป๋น แล้วก็ขับรถถังออกมา ประชาชนส่วนใหญ่จึงบอกว่าอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง หรือการตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย แต่ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ๑๑๑ คน ทั้งที่พวกเขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย ก็ต้องกลายเปึนประชาชนชั้นสามเลยนะคะ คนอายุ ๑๘ ป้ ยังมีสิทธิเลือกตั้ง แต่นี่ไม่มีด้วยซ้ํา ประชาชนเขาเลยรู้สึกว่ามันไม่เปึนธรรมเลย การ ตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นขัดกับหลักกฎหมายสากลที่ออกกฎหมายย้อนหลังที่ เปึนโทษ ซึ่งดิฉันได้ยินนักกฎหมายที่เปึนเพื่อนนะคะ หลายคนบอกว่าต้องฉีกตําราทิ้งกัน เลยดีกว่า ทีนี้เมื่อคราวที่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน องค์กร วิชาชีพสื่อมวลชน ๕ องค์กร ประกาศไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าพระราชกําหนดฉุกเฉิน ฉบับนี้ ไม่ได้ตราขึ้นตามหลักนิติธรรม และมีเนื้อหาขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน กลับเห็นด้วย และขอให้รัฐบาลและกองอํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน คือ กอฉ. ใช้ กําลังของเจ้าหน้าที่เท่าที่จําเปึน ประชาชนเขาก็เลยรู้สึกแปลก ๆ เอ๊ะ ทําไมไม่คัดค้าน ครั้งนี้ทําไมการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินล่ะ หรือสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีได้รับ การคุ้มครองให้ดําเนินกิจการจนถึงทุกวันนี้ แต่ในขณะที่ดี สเตชั่นถูกตรวจค้น ถูกตัดไฟ ถูกป่ดจอมืด นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ทํากับข้าวออกโทรทัศน์ให้แก่บริษัทเอกชน แห่งหนึ่ง ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะไปกระทํา ผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๗ แต่ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญเองจัดรายการวิทยุ และสอนหนังสือมหาวิทยาลัยเอกชน ขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีใคร ว่าอะไร ประชาชนเขาก็เลยรู้สึกประหลาดใจ หรือการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ผู้นํากองทัพประกาศวางตัวเปึนกลาง ไม่ทําหน้าที่รักษากฎหมาย และยังเสนอให้ นายกรัฐมนตรีลาออกและยุบสภา โดยให้เหตุผลว่า ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ในกรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดง กองทัพกลับเข้ารับผิดชอบอย่างแข่งขันเด็ดขาดในการใช้กําลังอาวุธร้ายแรงเข้าจัดการกับ กลุ่มผู้ชุมนุม ประชาชนเขาเลยรู้สึกว่าทําเกินกว่าเหตุ หรือ ๒ มาตรฐานเยอะเหลือเกิน รัฐบาลสมชายใช้กําลังจัดการกับกลุ่มพันธมิตรที่ป่ดล้อมรัฐสภา ถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบ แล้วก็มีข้อสรุปว่าให้ดําเนินคดีอาญากับนายกรัฐมนตรีสมชายและรองนายกรัฐมนตรี ชวลิต ยงใจยุทธ แล้วก็ดําเนินคดีลงโทษทางวินัยข้าราชการตํารวจอีกจํานวนมาก เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตแล้วก็บาดเจ็บจากการใช้แก๊สน้ําตา ในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นใช้ กําลังทหารพร้อมอาวุธร้ายแรงครบมือกับคนเสื้อแดงจนบาดเจ็บจํานวนมาก แต่ไม่มี องค์กรอิสระใดทําการตรวจสอบ ประชาชนเขาเลยรู้สึกว่ามัน ๒ มาตรฐาน หรือกลุ่ม พันธมิตรป่ดล้อมรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประณามการปฏิบัติหน้าที่ ของรัฐบาล ณ ขณะนั้น และเจ้าหน้าที่ว่าใช้ความรุนแรงกับประชาชนผู้ชุมนุม แต่ในกรณี การสลายผู้ชุมนุมของคนเสื้อแดงโดยกําลังทหารที่ร้ายแรงและครบมือนั้น ประธาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกลับระบุว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นจัดการกับปัญหาได้ดีอย่างมี เกียรติและมีศักดิ์ศรี ประชาชนเขาเลยยิ่งรู้สึกถึง ๒ มาตรฐานมากขึ้นไปอีก ท่านประธาน คะ ข้อเท็จจริงที่ดิฉันได้นํากล่าวมานี้มันแสดงให้เห็นถึงความไม่เปึนธรรมในสังคมไทยที่ ประชาชนเขารู้สึกแล้วเขาสะท้อนออกมาให้ดิฉันเองมาพูดในสภาแห่งนี้ แต่มันมากกว่า นั้นค่ะ มันมากกว่าเรื่อง ๒ มาตรฐาน มันเปึนการแสดงออกอย่างร้ายแรงถึงปัญหา ที่เรียกว่า ความไม่เปึนประชาธิปไตย ท่านประธานอาจสงสัยว่ามันไม่เปึนประชาธิปไตย อย่างไร ประชาธิปไตยนั้นอํานาจสูงสุดท่านประธานก็รู้อยู่เปึนของประชาชนใช่ไหมคะ แต่ว่าสิ่งที่เราเห็นมาตลอดก็คือ บทบาทของกองทัพในการแสดงออกแบบ ๒ มาตรฐาน ยืนยันได้ชัดเจนว่าระบบการปกครองปัจจุบันนั้นใคร ๆ จะเปึนรัฐบาลได้ หรือรัฐบาลจะอยู่ รอดปกครองประเทศได้ ผู้กําหนดคือ ผู้นํากองทัพนั่นเอง ประชาชนไม่สามารถกําหนด ความอยู่รอดของรัฐบาลได้เลย อย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือเปล่าคะ เพราะหาก รัฐบาลใดไม่เปึนพวกเดียวกับผู้นํากองทัพ ทหารก็อาจจะสนับสนุนให้กลุ่มประชาชน ต่อต้านจนปกครองประเทศไม่ได้ แต่ในทางกลับกันหากรัฐบาลเปึนพวกเดียวกับกองทัพ ท่านประธาน มีประชาชนออกมาต่อต้าน ก็จะพบกับการปราบปรามอย่างรุนแรง เช่น อย่างครั้งนี้ที่ใช้กระสุนจริงหรือกระสุนปลอมก็แล้วแต่ แต่เปึนการไล่ล่าประชาชนยิ่งกว่า สัตว์ ท่านประธานคะ อย่างนี้มันชัดไหมคะที่ประชาชนเขาถึงได้สงสัย และฝากถาม เพิ่มเติมมาอีกด้วยว่า ประเทศไทยเราขณะนี้นั้นเปึนประชาธิปไตยหรือเปล่าคะ ดังนั้น ประชาชนเสื้อแดงจึงออกมาชุมนุมกันเปึนเรือนแสนท่านประธาน การชุมนุมเรียกร้องนั้น แน่นอนถ้าจากฝัืงตรงข้ามรัฐบาลต้องไม่ชอบ ไม่ยอมทําตาม ไม่พอใจ ไม่อยากจะทําตาม คําเรียกร้องแน่นอน แต่ถ้าหากรัฐบาลมีความเข้าใจจริงใจในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ท่านประธานคะ ท่านลองฟังประชาชนเขาสักนิด ประนีประนอมกับเขาสักหน่อย แล้วจินตนาการร่วมกับเขา เพราะเขาเปึนประชาชนเปึนเจ้าของประเทศของประเทศนี้ เหมือนกัน เช่น ถ้ารัฐบาลยอมรับฟังข้อเรียกร้องของเขาว่าพวกเขาต้องการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ต้องการที่จะใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าดิฉันเห็นว่า ประชาชนเขาคิดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน แล้วก็ เปึนประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่ง ถ้าเกิดรัฐบาลยอมรับฟังเสียก่อน แล้วก็ขอ ประนีประนอม เปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ เสีย ดิฉันว่าเรื่องราวเหตุการณ์ ร้าย ๆ มันคงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะว่าอะไร เพราะว่าคนเราย่อมรู้สึกถึงการลดราวาศอกกันบ้าง แรงต้านมันจะไม่มาก นัก แต่นี่เปึนเพราะว่ารัฐบาลนั้นไม่ยอมรับฟังเสียงของประชาชน มัวแต่จะเอาชนะคะคาน เลี่ยงบาลี โยกไปทําอย่างอื่นบ้าง ที่ทําให้ผู้ชุมนุมนั้นไม่ได้รู้สึกว่ารัฐบาลนั้นจริงใจเลย ดังนั้นการจลาจลในประเทศมันจึงเกิดขึ้นจนได้ ท่านประธานคะ การประกาศพระราช กําหนดบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐบาลประกาศมาตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายนนั้น ในความคิดของดิฉันไม่ได้เปึนการแสดงความเปึนภาวะผู้นําของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลย แต่มันเปึนเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งสามารถกระทําได้เท่านั้น แต่ซ้ําร้ายความรุนแรงต่าง ๆ การสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินนั้น ล้วนเกิดขึ้นภายหลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งสิ้น ท่านประธานคะ ความรู้สึกรุนแรง รู้สึกหวาดกลัวต่อความตายนั้น พวกเราคงรู้สึกกัน มาแล้ว ท่านประธานคงจําบรรยากาศวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ได้ไหมคะ ที่พวกเรา ส.ส. ส.ว. เจ้าหน้าที่สภา ผู้ติดตามหรือว่าสื่อมวลชนพวกเราติดอยู่ในสภา ติดกันอยู่เปึนพันคน ดิฉันเองหันไปมองหน้าคนโน้นก็กังวล หน้าคนนี้ก็รู้สึกว่ากังวล แล้วก็ยังเห็นน้องบางคน ร้องไห้ เพราะอะไร เพราะพวกเขาคิดถึงว่าความตายมันอยู่เบื้องหน้า ท่านประธานเอง ก็เช่นเดียวกัน เราจึงต้องป้นรั้วหนีไปจากสภากัน คงจําเหตุการณ์อันนั้นได้ เพราะว่าเสียง ตะโกนจากกลุ่มพันธมิตรนั้นบอกว่า ฆ่ามัน ฆ่ามัน เปึนคําที่ ส.ส. หลายคนในวันนี้ก็พูด เช่นกัน แต่นั่นแหละค่ะ ดิฉันคิดว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ๑๖๐ กว่าคน ยกเว้นคนหนึ่ง นะคะวันนั้นบอกอยู่ที่สภา ในวันที่เราถูกป่ดล้อมอยู่ในสภา ถูกป่ดล้อมเราติดอยู่ในสภา ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ก็คงรู้สึกได้เช่นเดียวกัน เปึนความรู้สึกถึงการปองร้ายต่อชีวิต เมื่อ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั้นถูกผู้ชุมนุมทุบรถที่นั่งที่ กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานคะ อย่างนี้เขาเรียกว่ากรรมตามทันค่ะ เอาละค่ะ ท่านประธานคะ เราก็โดนปองร้ายกันทั้งสองฝ์าย แต่จากนี้ไปบ้านเมืองเราจะเปึนอย่างไรคะ ดิฉันคิดว่าหลังจากประชุมร่วมรัฐสภา ๒ วันนี้แล้วเรื่องมันจะจบไหมคะ นี่คือคําถาม เรื่องนี้มันจะจบไหม ท่านประธานบางครั้งพวกเราต้องมาประมวลเหตุการณ์นะคะ ต้องมา พิจารณาข้อเสนอแนะหรือคําพูดที่ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่พวกเราสมาชิกรัฐสภาเคย อภิปรายไว้ในสภาแห่งนี้ มันอาจจะเปึนคําตอบที่ดีสําหรับอนาคตประเทศไทย ในวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็ได้ ท่านประธานดิฉันจึงอยากจะขอยกตัวอย่างคําอภิปรายของ ส.ส. ท่านหนึ่ง ที่เคยอภิปรายไว้ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่กําลังมีการชุมนุมอยู่หน้า ทําเนียบรัฐบาล และมีกลุ่มพันธมิตรอยู่ในทําเนียบรัฐบาลนั้น ท่านประธานคะ ดิฉัน ประทับใจแล้วก็เชื่อว่าประชาชนคนไทยอีกหลายคนทีเดียวประทับใจเช่นเดียวกับดิฉัน เพราะว่า ส.ส. ท่านนี้ได้อภิปรายไว้ดีมาก ท่านได้บอกถึงความขัดแย้งถึงสถานการณ์ที่เกิด ขึ้นอยู่ ณ ขณะนั้น ท่านได้พูดถึงความพยายามที่จะยัดเยียดหรือว่าใส่ร้ายปัายสี ส.ส. ท่านนี้บอกถึงความห่วงใยและให้คิดถึงหัวอกของประชาชน ส.ส. ท่านนี้บอกถึงความ ถูกต้องทางกฎหมาย และท่านยังบอกถึงข้อเสนอแนะที่ดีให้กับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ด้วย ท่านประธานคะ ส.ส. ท่านนี้ได้อภิปรายไว้อย่างไร ดิฉันจะขอ ยกตัวอย่างค่ะ สําหรับประเด็นความห่วงใยต่อผู้ชุมนุมนะคะ ส.ส. ท่านนี้บอกว่าท่านได้ ไปพูดคุยกับนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่เพื่อขอความมั่นใจในเรื่องที่จะไม่มีการใช้ความรุนแรง ต่อผู้ชุมนุม ท่านพูดด้วยว่า ผมไปทําหน้าที่ของผมในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นพี่น้องประชาชนได้รับบาดเจ็บซึ่งเกิดขึ้นจากการปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมขอ ความร่วมมือการอํานวยความสะดวกในเรื่องนี้เท่านั้นครับ ท่านประธานคะ อย่างนี้ดิฉัน รู้สึกประทับใจ และคิดว่าประชาชนอีกหลายคนคงต้องประทับใจเช่นเดียวกัน และที่ ส.ส. ท่านนี้ทั้งลงไปขอร้องนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ แล้วก็แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ต้องทําแบบนี้บ้างนะคะ
สําหรับประเด็นการกระทําที่ถูกต้องตามกฎหมายและการเข้าใจหัวอกของ ประชาชนนั้น ส.ส. ท่านนี้ก็พูดว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการทําผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายใด แล้วก็ยืนยันนะครับ ไม่ว่าจะเปึนคําตอบใดสําหรับประเทศ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันวันนี้มันต้องเข้าใจหัวอกประชาชนทุกฝ์าย สิทธิของเขาเราต้องเคารพ คนที่เขาตากแดดตากฝนกลางถนน ๓ เดือน ชนะเขาก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นนะครับ ส่วนตัว หลายคนละทิ้งธุรกิจการงาน ทะเลาะกับครอบครัวมาอยู่ตรงนั้น เรามองเขาเปึนกบฏหรือ ครับ เรามองเขาว่าเปึนเครื่องมือของพรรคการเมืองหรือครับ ไม่ใช่หรอกครับ คนมาจํานวนมากนั้นเราต้องคิดครับ รัฐบาลต้องคิด ท่านนายกรัฐมนตรีต้องคิดครับ ท่านคิดหรือครับว่า แนวคิดที่ต่อต้านสิ่งที่เขาเห็นเปึนความไม่ถูกต้องมันจบลง มันไม่จบ หรอกครับ ถ้าเราพยายามที่จะเข้าใจหัวอกของประชาชนทั้งสองฝ์าย ตรงนี้ครับ มันเปึนวิธี เดียวที่เราจะหาทางออกได้ อย่างนี้สิคะดิฉันชื่นชมค่ะท่านประธาน ชื่นชมจริง ๆ เพราะ เปึนคําพูดที่มีเหตุมีผล มีหลัก มีเกณฑ์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ต้องทําอย่างนี้นะคะ ส.ส. ท่านนี้ยังทิ้งท้ายถึงข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาบ้านเมืองต่อนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ด้วยว่า วันนี้ผมต้องพูดขัดใจเพื่อนสมาชิกอีกหลายคนว่า ส.ส. มักจะไม่เสนอให้ ท่านยุบสภาหรอกครับ ผมเองแค่นึกถึงก็เหนื่อยยากแค่ไหน เวลาหาเสียงก็ไม่อยากแล้ว ผมไม่อยากกลับไปเลือกตั้งหรอกครับ แต่ว่าการยุบสภาจะเปึนการแสดงความรับผิดชอบ อย่างหนึ่ง พวกผมบอกว่า ทั้งสภาเราเจ็บด้วยกัน เรายุบสภาครั้งนี้พวกผมมีแต่เสียเปรียบ เสียเปรียบทุกเรื่อง แต่ผมบอกว่าวันนี้ผมยอมครับ ท่านประธานคะ ดิฉันฟังแล้วซึ้งใจค่ะ ซึ้งใจถึงความเสียสละของ ส.ส. ท่านนี้มาก ที่เสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นั้นแสดงความรับผิดชอบ แก้ปัญหาต่าง ๆ จะจบ ปัญหาต่าง ๆ นั้นจะจบลง ท่านประธาน หลายคนคงสงสัยว่า ดิฉันยกตัวอย่างคําอภิปรายของ ส.ส. ท่านนี้แล้ว ส.ส. ท่านนี้คือใคร ดิฉันขออนุญาตนําเสนอวีซีดี การอภิปรายของ ส.ส. ท่านนี้ที่ได้อภิปรายไว้ใน การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ เพื่อเปึนการยืนยันที่ดิฉันเอา มานั้นเปึนการอภิปรายของ ส.ส. ท่านนี้จริง ๆ ค่ะ ขอวีซีดีด้วยค่ะ
(ฉายภาพวีดีทัศน์ประกอบการอภิปราย)
ไม่เปึนไรค่ะ วีซีดีนั้นซ้ํา เพราะเขาต้องการจะบอกค่ะว่าอยู่ไม่ได้แล้ว ท่านประธานคะ ผู้ที่ฟังวิทยุอยู่ อาจจะไม่ทราบว่าผู้ที่พูดอยู่เมื่อสักครู่ในวีซีดีนั้นคือใคร ดิฉันขอพูดทางไมโครโฟนตรงนี้ ให้ผู้ที่ฟังวิทยุอยู่ได้เข้าใจนะคะว่า ดิฉันยกตัวอย่าง ส.ส. ท่านนั้นที่อภิปรายไว้ดีเหลือเกิน มีหลัก มีเหตุ มีผลเหลือเกินนั้น คือผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่ชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านประธานลองคิดดูนะคะว่า ตอนที่ท่านอภิสิทธิ์เปึนฝ์ายค้าน ท่านได้พูดไว้ สวยหรูอย่างไร แต่พอท่านมาเปึนรัฐบาล เหตุเกิดคล้ายคลึงกัน มีคนไม่ใช่ ๑ แสนคน เปึน ๓ แสนคนเลยก็ว่าได้มาชุมนุมบริเวณทําเนียบรัฐบาล มีผู้ชุมนุมป่ดถนนเหมือน ๆ กัน มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเหมือน ๆ กัน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กลับมีการ ปฏิบัติที่แตกต่างจากที่เคยพูดไว้ในอดีต รุนแรงและโหดร้ายกว่าในอดีต มีการสลาย การชุมนุมผิดหลักสากล ผิดหลักสิทธิมนุษยชน ซ้ําร้ายยังป่ดกั้นข้อมูลข่าวสาร บิดเบือน ข้อเท็จจริง ไม่เคยแสดงความห่วงใยต่อผู้ชุมนุมที่บาดเจ็บเลย และมีการทําการละเมิด กฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง เช่น การไม่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบภายใน ๓ วันนับจากออกพระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน และเมื่อถึงทีของท่านเปึนรัฐบาล มีประชาชนมาชุมนุมขับไล่ท่านหลายแสน ท่านกลับไม่แสดงความรับผิดชอบยุบสภา ดังที่ ท่านเคยเสนอกับรัฐบาลนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ดูสิว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ มีความเปึนธรรมหรือไม่ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันคงไม่มาอภิปรายเพื่อรื้อฟุ๋นอดีต หรือมาเปรียบเทียบการปฏิบัติต่อมาตรฐานของนายกรัฐมนตรีท่านนี้หรอกนะคะ แต่อยากจะเตือนสติที่ท่านเคยให้ไว้กับสังคมและสภาแห่งนี้ เพื่อให้ท่านนําข้อแนะนําจาก การประชุมครั้งนี้ไปพิจารณาหาทางแก้ไขกับสถานการณ์ที่เปึนอยู่ ดิฉันเองในฐานะ ตัวแทนปวงชนชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็คงต้องขอเสนอแนะกับสภาแห่งนี้ เช่นเดียวกัน ดิฉันขอเสนอแนะอย่างนี้ว่า เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความสงสัยไม่พอใจ การไม่เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การจัดการกับการชุมนุมที่รัฐบาล ได้ทําไป ดิฉันขอเสนอให้รัฐบาลนั้นตั้งคณะกรรมการที่เชื่อถือได้ขึ้นมาสักคณะหนึ่ง เพื่อทําหน้าที่ตรวจสอบ สอบถาม สอบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกี่ยวกับการดําเนินการ กับการชุมนุมที่เพิ่งผ่านไปทุกขั้นตอน เพื่อพิสูจน์ว่ามีการกระทําใดที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้งหลาย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเปึนธรรมต่อทุกฝ์ายและปัองกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่ยังคุกรุ่นอยู่แล้ว กลายเปึนปัญหาใหญ่โต
๒. รีบเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในประเด็นที่ก่อให้เกิด ความไม่เปึนธรรมและความไม่เปึนประชาธิปไตยโดยเร็ว หรือให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นกลับมาใช้เพื่อตัดอํานาจของกองทัพที่ครอบงําการเมืองอยู่ ณ ขณะนี้
๓. การที่ฝ์ายรัฐบาล โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ บอกว่าถ้าเรื่องวุ่นวายทั้งหมดจะจบได้ก็คนคนเดียว ให้ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร หยุดการดําเนินการใด ๆ นั้น ดิฉันก็ขอให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น หยุดการดําเนินการใด ๆ ที่เปึน ๒ มาตรฐานเสีย ก็เพราะว่า ๒ มาตรฐาน นี้แหละ ความไม่ยุติธรรมนี้แหละ ที่มีอยู่ในสังคมไทยในช่วง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาเรื่องวุ่น ๆ มันถึงได้คงอยู่ ไม่จบสักที
๔. เพราะฉะนั้นเหมือนกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เคยเสนอต่อ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ในการแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง คือขอให้ท่านยุบสภา คืนอํานาจที่แท้จริงให้กับประชาชนเปึนผู้ตัดสิน ด้วยเหตุที่ท่านได้ใช้ ความรุนแรงต่อการสลายผู้ชุมนุม ท่านประธานคะ หวังว่าการอภิปรายแสดงความคิดเห็น ของดิฉันคงจะไม่ใช่การพูดลอยลม หรือพูดเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ เพราะดิฉันอยากจะให้ปัญหาต่าง ๆ มันจบโดยเร็ว ดิฉันไม่อยากเห็นภาพการปองร้าย ต่อชีวิตไม่ว่าจะวิธีใดก็ตามที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ หรือ รัฐมนตรีท่านอื่น ๆ ก็ได้ เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็น่าสนใจนะคะ หรือท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็ไม่เบาน่าสนใจ เช่นเดียวกัน เสียงสะท้อนประชาชนเขาบอกมาค่ะ ท่านรัฐมนตรีนั้นควรจะรีบเร่งทําตาม ข้อเสนอแนะเถอะนะคะ ท่านน่าจะได้รับชัยชนะ และชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการชนะ ตัวเอง ชนะใจตัวเอง ชนะใจผู้อื่นค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเรียนสั้น ๆ นะครับ
ประการแรก หลักการทั้งหลายที่กระผมได้อภิปรายไว้เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ กระผมยืนยันครับ แล้วก็พรุ่งนี้ในช่วงสุดท้ายก็จะอธิบายให้เห็นถึง เหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น และทําไมการดําเนินการทั้งหลายของกระผมในขณะนี้และ ในอนาคตก็จะได้ยึดหลักการตามที่ได้เคยเสนอแนะไว้ต่อรัฐสภา
ประการที่สอง อยากจะกราบเรียนว่ากระผมให้ความมั่นใจกับเพื่อน สมาชิกว่าข้อเสนอทั้งหลายที่ได้มีการเสนอแนะในวันนี้ไม่ว่าจะจากฝ์ายใดก็ตาม พรุ่งนี้ กระผมก็จะมีการประมวลแล้วก็หาทางสรุปว่าแนวทางของการแก้ไขปัญหาต่อไปน่าจะ เปึนอย่างไร แล้วก็จะเรียนว่าหลายเรื่องซึ่งท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายไปนั้นได้พูดถึงก็เปึน ส่วนหนึ่งของแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป อยากจะกราบเรียนครับว่ากระผมยังไม่ลง รายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ นะครับ เพราะว่าท่านประธานเองก็ได้ปรารภกับกระผมว่าไม่ อยากให้ชี้แจงค่อนข้างที่จะละเอียดทุกครั้งที่มีการอภิปราย แต่ว่าอยากจะขอเรียน ท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่า กระผมลุกขึ้นมาแต่ละครั้งนี่กระผมไม่ได้ใช้วิธีในการ ตอบโต้ แต่กระผมอธิบายในประเด็นที่จําเปึนเท่านั้น แล้วก็พยายามที่จะใช้ความอดทน เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลายต่าง ๆ แล้วก็เนื่องจากมีสมาชิก ทั้งสมาชิก วุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเพิ่งนั่งลงไปนี่บอกว่าบรรยากาศในช่วงค่ําที่ผ่านมา อาจจะทําให้เกิดความรู้สึกว่าเรามาประชุมกันแล้วไม่ได้อะไร ก็ขอเรียนนะครับว่าอย่างที่ ยืนยันไปแล้วช่วงท้ายกระผมจะสรุปทุกประเด็นแล้วก็นําเอาความคิดเห็นต่าง ๆ มาประมวล แต่ก็อยากจะเรียนท่านประธานในโอกาสนี้ด้วยว่า อย่างน้อยที่สุดในช่วงของการประชุม ในวันนี้ กระผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายค้านที่อภิปรายไป ๒ ท่าน ท่านหนึ่งกระผมลุกขึ้นมาชี้แจงหลังจากที่ท่านอภิปรายจบ ว่าถ้ามันมีแนวปฏิบัติ ตามไม่เข้าใจอะไร โดยเฉพาะเรื่องของการชุมนุมในต่างจังหวัดก็มาคุยกัน ได้มาคุยกัน ครับ แล้วก็ได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่ด้วย อันนี้ก็เปึนการยืนยันถึงความจริงใจที่กระผมให้กับ การที่จะแก้ไขปัญหา ส่วนอีกท่านหนึ่งก็ได้มีการพูดจาปรารภกันว่า มันน่าจะมีวิธีการที่จะ เดินต่อไป ซึ่งก็พร้อมที่จะมีการปรึกษาหารือ เพราะฉะนั้นที่กราบเรียนท่านประธานตรงนี้ เพราะว่า ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามการประชุมมีความรู้สึกว่า การมาประชุม ร่วมกันครั้งนี้ไม่ได้มีส่วนในการที่จะแก้ไขปัญหา หรือว่ามีแต่ความขัดแย้ง เพื่อที่จะให้ พี่น้องประชาชนได้มีความสบายใจและมีความมั่นใจในความจริงใจของกระผมที่จะใช้ กลไกนี้ให้เปึนประโยชน์ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ๑๖ นาที เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้นั้น ปัญหาความ มั่นคงภายในของประเทศกําลังกลายเปึนปัญหาหลัก ที่ถ้าหากไม่แก้ไขให้เรียบร้อยแล้วก็ คงไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาอื่น ๆ ได้เลยครับ ดังนั้นรัฐบาลจึงควร พิจารณาและกําหนดภารกิจสําคัญที่สุดในระยะเวลาสั้นตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป เพื่อทําให้ บ้านเมืองมีความสงบสุข และให้ประชาชนอบอุ่นใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งครับ ความเปึนจริง ของประเทศไทยในขณะนี้คือ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ขยายตัวไป อย่างกว้างขวาง ทําให้การค้าขาย การดํารงชีวิตตามปกติสุขสูญสิ้นไป นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีต้องเพิ่มการอารักขาอย่างเข้มแข็งชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน องคมนตรีถูก คุกคามและไม่มีความปลอดภัย สถาบันศาลถูกคุกคามอย่างรุนแรงด้วยอาวุธสงคราม ผู้คนในตระกูลสําคัญ ๆ พากันหลบหนีออกนอกประเทศเปึนส่วนใหญ่ แกนนําพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถูกลอบสังหารด้วยอาวุธสงครามนานาชนิดใจกลางพระนคร ในขณะที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังมีข่าวการลอบสังหารผู้คนอื่น ๆ ตามมาอีก เปึนจํานวนมากครับ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้เลยแม้แต่คนเดียว ไม่รวมเหตุการณ์ใช้อาวุธสงครามถล่มการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตยที่ทําให้คนตายและบาดเจ็บจํานวนมาก ซึ่งยังจับใครไม่ได้เลยเช่นเดียวกัน ผู้นําประเทศอาเซียนและองค์กรระดับโลกที่มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนได้เผชิญกับ ความไม่ปลอดภัยต่อหน้าต่อตา และข่าวคราวความไม่ปลอดภัย ความป์าเถื่อน และ ความเปึนอนาธิปไตยได้ถูกเผยแพร่ออกไปสู่โลกกว้างครับท่านประธาน สภาพเช่นนี้ได้ ทําลายการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ทําลายการท่องเที่ยว และพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ของประเทศอย่างยับเยิน เปึนสภาพที่คนไทยไม่อาจอดทนหรือทนรอต่อการแก้ไขหรือ ความไร้ประสิทธิภาพได้อีกต่อไป ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องรู้ร้อนรู้หนาวต่อความเดือดเนื้อ ร้อนใจของคนไทยทั้งประเทศ และต้องเร่งรีบนําความสงบสุขกลับคืนประเทศชาติและ ปกปัองประชาชนให้มีความปลอดภัยและอบอุ่นใจโดยทั่วกันในทันที และถ้าหากมี อุปสรรคสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยเฉพาะด้านบุคคลนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลควรใช้ความกล้าหาญ เด็ดขาด ถือเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเปึนที่ตั้ง กําจัดอุปสรรคเหล่านั้นเสียก่อน มิฉะนั้นคนดีมีฝ้มือหรือคนรับผิดชอบต่อบ้านเมืองก็ไม่มีโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับ บ้านเมืองได้ จะต้องเลิกวิธีคิดแบบลูบหน้าปะจมูก หรือการเล่นพรรคเล่นพวก อย่างเด็ดขาดสิ้นเชิง สถานการณ์ในยามวิกฤติเช่นนี้ จําเปึนที่รัฐบาลจะต้อง เลือกเฟันข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต มีประสิทธิภาพเข้ามาทํางานให้กับชาติบ้านเมือง โดยด่วนที่สุด มิฉะนั้นรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ประชาชนและประเทศชาติก็อยู่ไม่ได้ เรื่องนี้มีฐานะสําคัญกว่า การอยู่และรอดของรัฐบาล เพราะหากมัวแต่คิดถึงเรื่องความรอดอยู่ของรัฐบาลโดยใช้วิธี ประนีประนอม หรือการยอมจํานนโดยไม่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจแล้ว และกล้าหาญแล้ว ในที่สุดก็ไปไม่รอดด้วยกันทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ กระผมได้กราบเรียนมานั้นคือความจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในขณะนี้ที่จะต้อง เร่งรีบแก้ไขให้หมดไป แต่การที่จะแก้ไขปัญหาให้หมดไปนั้นต้องแก้ที่ต้นเหตุครับ ท่านประธาน ที่ทําให้เกิดปัญหาดังกล่าว กระผมมีความเห็นว่าสาเหตุปัญหาของประเทศ เราในขณะนี้อย่างน้อยมีความสําคัญอยู่ ๕ ประการครับท่านประธาน
ประการแรก เกิดจากการประมาณสถานการณ์ที่ผิดพลาด คือไม่คาดคิด หรือคิดไม่ถึงว่าใครจะกล้าหาญชาญชัยล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมุ่งสังหารนายกรัฐมนตรีถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา คิดไม่ถึงว่าใครจะกล้าป่ดกั้น จราจรจนคนกรุงเทพฯ ทั้ง ๑๑ ล้านคนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า คิดไม่ถึงว่าใครจะกล้า นําเอารถแก๊สขนาด ๘ ตัน ๔ ตันไปจอดตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเตรียมก่อวินาศกรรม ซึ่งจะทําลายชีวิตคนกรุงเทพฯ เปึนล้านคน และเผาผลาญกรุงเทพฯ ถึง ๑ ใน ๓ คิดไม่ถึงว่า จะมีคนบ้าคลั่งยึดเอารถบัสทางราชการมาเผาเล่นตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ คิดไม่ถึงว่า คนไทยบางคนจะบ้าคลั่งสั่งคิดวางเพลิงเผาบ้านคนไทยด้วยกัน และคิดไม่ถึงว่าจะมีคน บ้าคลั่งทําลายทรัพย์สินของประชาชนกระทั่งใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่มัสยิดของ พี่น้องชาวมุสลิม การไม่คาดคิดหรือคาดคิดไม่ถึงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่างานด้านการข่าว ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงครับท่านประธาน หากไม่แก้ไขตรงจุดนี้กระผมเห็นว่าจะส่งผลให้เกิด สภาวะหูหนวก ตาบอด ต่อไปครับท่านประธาน และอาจเกิดปัญหาใหญ่กว่านี้ซ้ํารอย ขึ้นมาอีก
ประการที่สอง เกิดจากการปล่อยปละละเลยทั้งโดยรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ ได้มีการละเมิดกฎหมายบ้านเมือง รัฐธรรมนูญในเวลานานเกินสมควร ตลอดระยะเวลาที่ ผ่านมามีการกระทํามากมายที่ชัดเจนปราศจากข้อสงสัยใด ๆ ว่าเปึนการทําลายความ มั่นคง เปึนการบ่อนทําลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ทําลายสถาบันศาลเพื่อเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข แม้กระทั่งมีการใช้ อาวุธสงครามนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีการเอาใจใส่อย่างจริงจังที่จะปัองกันการแก้ไข หรือดําเนินการกับผู้ผิดกฎหมายเพื่อไม่ให้เปึนเยี่ยงอย่างสืบไป จึงทําให้เหตุการณ์ บานปลายขยายวงจนเปึนอันตรายร้ายแรงและก่อวิกฤติที่รุนแรงที่สุดของชาติขึ้น ดังนั้น รัฐบาลเองต้องเอาจริงเอาจังและกล้าหาญใช้ความเด็ดขาดในการรักษากฎหมายคือตรา ของบ้านเมืองให้มีความศักดิ์สิทธิ์ และต้องเข้มงวดกวดขันให้เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายให้ มีความศักดิ์สิทธิ์และมีผลจริงทางปฏิบัติ รวมทั้งต้องประสานกับกระบวนการยุติธรรม ทั้งหลายให้ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพเที่ยงธรรมและไม่ล่าช้า เพราะกระบวนการ ยุติธรรมที่ล่าช้านั้นคือ ความไม่ยุติธรรม และเปึนต้นเหตุของปัญหาบ้านเมืองครับ ท่านประธาน ทําให้คนไม่เกรงกลัวกฎหมายและกล้าละเมิดกฎหมาย เรื่องนี้มีความสําคัญ อย่างยิ่ง ถ้าหากไม่แก้ไขแล้วก็จะเกิดปัญหาร้ายแรงขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต
ประการที่สาม มีการปล่อยปละละเลยให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร อันเปึนเท็จหลายรูปแบบ สร้างความเข้าใจและความเชื่อผิด ๆ ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ทําให้ประชาชนเห็นผิดเปึนชอบ เห็นชอบเปึนผิด เชื่อความเท็จเปึนความจริง แล้วบ่มเพาะ ความเกลียดชังคนในชาติขึ้นอย่างกว้างขวาง และมีระดับที่วิกฤติถึงขนาดคิดฆ่าคนไทย ด้วยกันเอง โดยที่รัฐไม่เคยใช้เครื่องมือสื่อสารของรัฐซึ่งมีอยู่จํานวนมากในการอํานวย ความสามัคคีและความเข้าใจที่ถูกต้องในหมู่ประชาชน กลับใช้ไปในทางที่มอมเมาเยาวชน ส่งเสริมความฟุังเฟัอฟุ์มเฟ๋อยเน่าเฟะให้กับสังคมไทย จะเห็นได้จากวันสงกรานต์ที่ผ่านมาหลายช่องก็มีละครตลอดเวลาเหมือนกับบ้านเมืองอยู่ ในภาวะปกตินะครับ และนี่คือเหตุใหญ่ที่ทําให้ความเข้าใจผิด ความเห็นผิดเปึนชอบ ขยายตัวอย่างกว้างขวางชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนกระทั่งเปึนภัยคุกคามต่อความ มั่นคงของชาติไปแล้ว รัฐบาลต้องตระหนักให้เพียงพอว่าการได้รับข้อมูลที่ผิด การบ่ม เพาะความคิดที่ผิด ทําให้เกิดความแตกความสามัคคี ถึงขนาดที่คนไทยฆ่าคนไทยด้วย กันเองได้ ดังนั้นจึงพึงถือเอาเรื่องนี้เปึนวาระสําคัญแห่งชาติในการหยุดยั้งการปลุกระดม ในความคิดของกระผมนะครับ การบิดเบือนใส่ร้ายปัายสีโดยสื่อให้เปึนผลจริงในทันทีและ ใช้สื่อของรัฐในทางสร้างสรรค์ ที่เปึนประโยชน์ต่อประชาชน ที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ ถูกต้องทั่วด้าน ซึ่งจะเปึนหลักและเปึนรากฐานแห่งความสามัคคีภายในชาติ ลบล้างฐาน ความผิดไถ่ค่าไถ่ออกจากหัวใจคนไทยบางคนให้เปึนผลสําเร็จ
ประการที่สี่ครับท่านประธาน ในขณะนี้มีความสําคัญผิดในระบอบ ประชาธิปไตยเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและอย่างร้ายแรง โดยประชาชนแยกไม่ออกว่า ระหว่างการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญกับการเคลื่อนไหวที่บ่อนทําลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หรือการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์เปึนประมุข ความจริงที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่าทั้ง ๆ ที่มีการกระทําที่ ประจักษ์ชัดว่ามุ่งล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข มุ่งยุยงให้คนไทยฆ่ากันเอง ถึงขนาดยุยงให้คนตามล่าไล่ฆ่านายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอย่างเป่ดเผย มุ่งยุยงให้ล้มล้างสถาบันศาล ให้สังหาร องคมนตรีและผู้คนอีกมากมาย หรือการกระทําที่ย่ํายีกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าการกระทํา ที่ป่ดการจราจรทั่วกรุงเทพฯ ที่มุ่งร้ายต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ซึ่งเหล่านี้ไม่ใช่การใช้สิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หากเปึนการกระทําที่เปึนภัยต่อ ความมั่นคงของประเทศชาติและราชบัลลังก์ ตลอดจนทําลายสันติสุขของประชาธิปไตย ทั้งมวล เพราะเหตุที่รัฐบาลเข้าใจผิดในปัญหาสิทธิเสรีภาพดังกล่าว จึงทําให้ผู้กระทํา ความผิดได้ใจและดําเนินไปอย่างล้น เกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิไว้ครับ แล้วกลายเปึนการทําลายชาติบ้านเมือง ทําลายความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ และทําลายระบอบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ตลอดจนทําลายเกียรติภูมิของชาติ ในสังคมโลกอย่างยับเยิน ซึ่งหากเรื่องนี้ทําความเข้าใจจําแนกแยกแยะการใช้สิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญกับการกระทําที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญและระบอบการปกครองอย่างชัดเจน ว่าอย่างไหนเปึนการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ อย่างไหนเปึนการกระทํานอกเหนือ รัฐธรรมนูญ และไม่มีสิทธิที่จะกระทํารัฐบาลต้องมีหน้าที่ชี้แจงประชาชนโดยทั่วไป ให้รับทราบนะครับ
ประการที่ห้า การให้สัญญาณที่ผิด ๆ ครับท่านประธาน แก่ผู้กระทําผิด กฎหมาย เช่น การส่งสัญญาณว่าพร้อมเจรจากับฝ์ายตรงข้าม ซึ่งหนีอาญาแผ่นดิน การส่งสัญญาณว่าพร้อมจะปรองดองกับผู้กระทําผิดกฎหมาย การส่งสัญญาณว่าจะ นิรโทษกรรมทางการเมืองให้แก่ผู้กระทําการทุจริตในการเลือกตั้ง ซึ่งก็เท่ากับการยอมรับ ให้มีการทุจริตเลือกตั้งโดยเสรีในอนาคต อันเปึนการทําลายรากฐานประชาธิปไตย อย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งการส่งสัญญาณว่าการบ่อนทําลายสถาบันพระมหากษัตริย์ การบ่อนทําลายชาติและการย่ํายีกฎหมายเปึนสิทธิในระบอบประชาธิปไตยเปึนต้น การส่งสัญญาณผิด ๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยความไม่ยึดมั่นในหลักนิติรัฐ หรือ ความอ่อนแอหรือลัทธิจํายอม หรือความไร้หลักการในใจ หรือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตามที ล้วนเปึนภยันตรายอย่างร้ายแรงทําให้ผู้กระทําผิดได้ใจ ทําให้ประชาชนที่สับสนเข้าใจว่า ที่กระทําความผิดอยู่นั้นเปึนความถูกต้องและสามารถกระทําได้ เปึนการทําร้ายจิตใจ ประชาชน แต่มีผลเปึนการทําลายชาติ ดังนั้นจะต้องยุติการส่งสัญญาณผิด ๆ ในทันที รัฐบาลควรจะต้องยึดหลักนิติรัฐ ยึดหลักกฎหมาย โดยถือรัฐธรรมนูญและผลประโยชน์ แห่งชาติเปึนที่ตั้ง เหตุการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า ความคิดยอมจํานน ความคิดประนีประนอม ล้วนไม่มีทางสําเร็จ และมีแต่ทําให้ฝ์ายตรงข้ามได้ใจ ถึงขนาดโต้ตอบผู้นํารัฐบาลท่านหนึ่งว่า สายไปแล้วที่จะมีการเจรจาบ้าง หรือการยุบสภาแล้วลาออกไม่เพียงพอ จะต้องเปลี่ยน โครงสร้างการปกครองบ้าง หรือผู้บริหารบ้านเมืองเปึนแค่หุ่นเชิด และล่าสุดนี้ก็มีการล่วง ละเมิดพระราชอํานาจ การจาบจ้วงสถาบันเปึนเรื่องที่ ย่ํายีหัวใจคนไทยทั้งชาติ สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะความคิดประนีประนอมปรองดองกับฝ์ายตรงข้ามอันขัดต่อความยุติธรรม และการปกครองบ้านเมืองครับ ตลอดจนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กระผม วิเคราะห์ทั้งหมด ๕ ประการนี้ท่านประธานครับ ผมวิเคราะห์อย่างละเอียดในฐานะที่ กระผมชอบเล่นหมากรุก กระผมบอกท่านประธานว่า กระผมเคยเล่นหมากรุกทีมชาติ สากลมา ๑๘ ป้ แข่งมาหลายสิบประเทศ เคยเปึนแชมปีประเทศไทย และเปึนรองแชมปี มาประมาณ ๕ สมัย เพราะฉะนั้นการคิดอะไรหลาย ๆ ชั้นนี่เปึนเรื่องปกติสําหรับผม การวิเคราะห์ออกมา ๕ ประเด็นไม่น้อยกว่า ๕ ชั้นนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้ไปมุ่งคิดว่า เหตุอัน ทําให้เกิดปัญหาวิกฤติในบ้านเมืองดังกราบเรียนมานี้ คือสาเหตุของวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่าง ต่อเนื่องยาวนาน และควรเปึนบทเรียนที่จะต้องปัองกันแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งกระผม หวังว่ารัฐบาลจะได้นําไปพิจารณาหาทางปัองกันแก้ไข เพื่อนําประเทศไทยของเรากลับสู่ ความเปึนปกติสุข เพื่อเปึนรากฐานของการฟุ๋นฟูชาติบ้านเมืองของเราต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผุสดี ตามไท ๑๐ นาที แล้วก็หลังจากท่านผุสดีก็ท่านธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ๑๐ นาทีเชิญครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะดิฉันขอ อนุญาตกราบเรียนถึงความคิดที่อยากจะขออนุญาตนําเสนอกับท่านประธาน แต่ก็ต้องขออนุญาตที่จะต้องย้อนกลับไปนิดหนึ่งในเหตุการณ์ ดิฉันทราบว่าจริง ๆ แล้วคง หลายคนมากเลยที่ไม่อยากจะให้มีการย้อน แต่สิ่งที่ดิฉันกําลังอยากจะขอย้อน และก็ขอเรียนให้ท่านทราบ
ในประเด็นที่ ๑ ก็คือ ดิฉันในฐานะที่เปึนประชาชนคนไทยที่ฝันจะเห็น สังคมไทยนั้นเปึนสังคมที่เสมอภาค เปึนธรรมแล้วก็สันติ ต้องขอขอบคุณและขอ ชื่นชมรัฐบาล ดิฉันอาจจะมีมุมมองที่ต่างกัน แต่มันก็เปึนเรื่องปกติที่เราจะมองต่างกัน ต้องขอชื่นชมรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีที่ใช้ความอดทนอดกลั้นเปึนอย่างมาก เลยในการดําเนินการฟันฝ์าวิกฤติที่เกิดขึ้นมา ดิฉันนั่งเฝัาติดตาม และก็นั่งมีส่วนร่วมใน เรื่องของการที่จะคิดกับเพื่อน ๆ สมาชิกผู้แทนราษฎรด้วยกัน ด้วยความเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะความรุนแรงนั้นไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีนั้นได้พยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ใช้ความรุนแรง และท่านประธานคะ เปึนเรื่องปกติและเปึนเรื่องธรรมชาติที่เมื่อไรก็ตามมีการเคลื่อนชุมนุมอย่างนี้ในจํานวน ประชาชนที่มากอย่างนี้ มันเปึนเรื่องธรรมดาที่อาจจะต้องมีการเจ็บมีการเสียชีวิต ทั้งที่ ไม่มีใครอยากให้เกิด และก็ดิฉันเชื่อมั่นว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะ ใช้แนวทางนี้ตลอดไป ที่จริงแล้วเปึนความยากลําบากของดิฉันมากเลย เพราะในช่วงที่ เกิดเรื่องทั้งหมดนี้มีคนโทรศัพท์มามากมีคนลุกขึ้นบอกว่า ไปนั่งคุยกันหน่อย แล้วก็ได้แต่ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างที่เราก็ตกอกตกใจมาก ว่าทําไมหน่อมแน้มอย่างนี้ ทําไม ไม่จัดการให้เด็ดขาด ดิฉันมีคําตอบเพียงคําตอบเดียวที่บอกว่า ถ้าท่านอยากจะมองเห็น รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีพาสังคมไทยผ่านวิกฤติตรงนี้ไปได้ ไปสู่สังคมที่มีความนิติรัฐ อย่างจริงจัง เราคงต้องอดทนกันทั้งหมด นั่นคือสิ่งเดียวที่ดิฉันอธิบายได้ และดีใจที่วันนี้ ดูว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปแล้ว ท่านประธานคะ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ดิฉันรู้สึก เสียใจจริง ๆ เสียใจมาก ๆ ที่พูดนี้ไม่ได้เปึนการประชดประชัน แต่เปึนความรู้สึกที่มาจาก หัวใจจริง ๆ เสียใจที่มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท ที่พัทยา เสียใจที่การประชุมอาเซียน ซัมมิท บวก ๓ บวก ๖ ต้องยกเลิกไป เพราะอะไรคะ ท่านประธาน ตรงนี้หลายคนอาจจะคิดสะใจว่ารัฐบาลเสียหน้า นายกรัฐมนตรีเสียหน้า แต่จริง ๆ ความสูญเสียนั้นคือเปึนความสูญเสียของประเทศชาติ เพราะดิฉันคิดว่าไม่ว่า รัฐบาลที่มาจากพรรคใดก็แล้วแต่ ถ้าอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้น ดิฉันในฐานะประชาชน คนไทยย่อมเสียใจแน่นอน และประชาชนนั่นแหละค่ะที่เสียประโยชน์ เสียประโยชน์จาก การที่จะได้คิดร่วมกันเพื่อจะฟันฝ์าอุปสรรคในเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ทุกประเทศ ได้รับผลกระทบ ดิฉันเสียใจมากเลย เสียใจที่เห็นการไล่ล่าเอาชีวิตหรือมุ่งร้ายทําลายชีวิต ของผู้นําประเทศ ดิฉันไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนเลยในชีวิตนี้ว่าจะมองเห็นสังคมไทย ที่เปึนอย่างนี้ การไล่ล่าที่ไม่ได้หยุดเพียงเฉพาะนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่มุ่งร้ายไปถึงผู้ที่ เปึนผู้นํานั่นก็คืออยู่ในคณะรัฐบาล และรวมไปถึงประชาชนด้วยในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มี การปะทะกัน มองเห็นความบ้าคลั่งที่ไม่เคยคาดคิดเลยในชีวิตนี้ ว่าสังคมไทยซึ่งเปึนที่รู้จัก กันว่า เปึนสังคมที่เปึนโอบอ้อมอารี เปึนสังคมที่คนยิ้ม เปึนสังคมที่อ้อมแขนนั้นเป่ดรับ คนที่มีความแตกต่าง และนั่นคือเหตุผลใหญ่ที่ทําไมคนต่างชาติถึงประสงค์จะมาแวะ เยี่ยมเมืองไทยกันนักหนา ไม่ใช่เพราะทะเล ไม่ใช่เพราะภูเขาเท่านั้น แต่เปึนเรื่องของคน ไทยจริง ๆ ดิฉันเสียใจที่เปึนอย่างนั้น และเสียใจมากไปกว่านั้นก็คือการที่ได้มองเห็น คนที่มีความสามารถ บางท่านก็เปึนเพื่อน เปึนอดีต ส.ส. มีความสามารถจริง ๆ มีความเก่ง แต่ว่าอาจจะไม่เข้าใจหรืออาจจะมีความมุ่งประสงค์อย่างไรไม่ทราบ ที่ได้ลุกขึ้นปราศรัย แล้วทําให้ผู้คนทั้งหลายซึ่งอาจจะมีข้อมูลไม่ครบถ้วนได้ต้องลงไปดําเนินการในลักษณะที่ เปึนการเคลื่อนของฝูงชน เข้าทําร้ายกันอย่างบ้าคลั่ง ทําลายทรัพย์สิน อย่างเช่นที่เพื่อน สมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวไปล่วงหน้าแล้ว
ท่านประธานคะ คําถามที่ถามก็คือว่า ประชาธิปไตยอะไรคะที่เขาเรียกร้องกัน วันนี้เราอยู่ในสังคมแบบไหนคะ รัฐสภาทั้ง ๒ สภายังคงทํางานอยู่ นายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง และมาจากการลงคะแนนสนับสนุนในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดย เป่ดเผย เปึนประชาธิปไตยที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีนั้นเคารพในสิทธิและเสรีภาพ ประชาชนสามารถที่จะชุมนุมและเรียกร้องได้ มีหลายครั้งเหลือเกินในเกือบจะทุกเดือน เปึนสังคมประชาธิปไตยที่คณะรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรีนั้นยินดีให้กลไกของรัฐสภานั้น ได้ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน อันเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ดิฉันนึกไม่ออกจริง ๆ ค่ะว่า ที่เรียกร้องประชาธิปไตยนั้นคือประชาธิปไตยแบบไหน ดิฉัน เองโดยส่วนตัวก็ต้องยอมรับว่าดีใจที่มีผู้นําในสังคมประชาธิปไตยที่มีความคิดสรรค์สร้าง สังคมที่เสมอภาค ที่เปึนธรรม แล้วที่สันติ และพยายามอย่างยิ่งในทุกวิถีทาง
ท่านประธานคะในช่วงสุดท้ายดิฉันขออนุญาตนําเสนอเลยนะคะว่า จะให้ รัฐบาลนั้นไปทําอย่างไร ดิฉันเห็นด้วยกับท่านสมาชิกวุฒิสภาตวง ซึ่งได้กล่าวไปก่อนหน้า นี้นะคะว่า อยากจะให้รัฐบาลนั้นหันกลับมาเน้นในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งของ ภาคประชาสังคมอย่างจริง ๆ จัง ๆ รวมไปถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่กันด้วยจิตสาธารณะ ความเปึนประชาธิปไตยที่จะต้องเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน มีเสรีภาพก็จริงอยู่แต่ก็ต้อง ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น แล้วก็ต้องไม่เปึนปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ขอเร่งให้รัฐบาลนั้นดําเนินการเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ
ในประเด็นที่ ๓ ท่านประธานคะ เรื่องของความยุติธรรมนั้น ดิฉันคิดว่า ความจริงแล้วถ้าเรายอมรับความเปึนจริง สังคมที่ไหนก็เหมือนกันล่ะค่ะ ยากนักหนาที่จะ ให้มองเห็นความเสมอภาคอย่างเปึนจริงเปึนจังและเท่าเทียมกันทุกคน ดิฉันถ้าจะถาม สมาชิกรัฐสภาในที่นี้ทุกท่าน ทุกท่านก็คงจะเคยประสบปัญหาที่ในบางครั้งเมื่อเราเดินตรง เป็ะ ๆ ไปทํางานหลายเรื่องแล้ว ชีวิตของคนเหล่านั้นก็ลําบากยากเย็นทีเดียวถึงได้มี เรื่องเส้นสาย มีเรื่องโน้นเรื่องนี้กันนี่นะคะ มีแต่ว่าเราจะพยายามให้ดีขึ้นได้อย่างไร ดิฉัน อยากจะขออนุญาตเสนอแนะซึ่งอาจจะต้องเปึนความร่วมมือจากสื่อมวลชนด้วยว่า ในแต่ละ สัปดาห์หรือแต่ละเดือนน่าจะต้องมีคอลัมน์ที่รายงานถึงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม นั่น หมายถึงว่าคดีต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนนั้นสงสัยแล้วก็อยากจะรู้ว่า เอ๊ะ มันหายไปไหนแล้ว ขอให้รายงานได้ไหมคะว่าคดีนั้นคดีเสื้อเหลือง คดีเสื้อแดง คดีเสื้อน้ําเงิน คดีเสื้อขาวหรือ เสื้ออะไรก็แล้วแต่ไปถึงไหนแล้ว และเปึนอย่างไรบ้างนะคะ อยากจะให้ทําตรงนั้น
ในประเด็นสุดท้ายที่อยากจะเสนอแนะนํารัฐบาลก็คือว่า อยากจะให้ ช่วยกันเชิญชวน โน้มน้าว จูงใจสื่อมวลชนให้ทําหน้าที่ด้วยความมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ การนําเสนอข่าวนั้นก็อยากจะให้เสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา ส่วนไหนที่เปึนความเห็นก็ต้อง ให้ประชาชนรู้ว่านั่นคือความเห็น แล้วก็อยากจะเสนอให้รัฐบาลนั้นได้ดึงเอารายการ ประเภทที่ให้คนที่หลากหลายมีความคิดต่างกัน แต่สามารถนั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันและ สะท้อนความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีอารยธรรม ไม่ต้องเสียดสี ไม่ต้องใช้คําหยาบ ทําได้ไหมใน ๒-๓ ประเด็นนี้ ดิฉันจึงอยากจะขออนุญาตเสนอรัฐบาลให้ช่วยพิจารณาด้วย ขอบพระคุณค่ะ
เชิญคุณธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ๑๐ นาที แล้วก็ต่อด้วยคุณสงวน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดภูเก็ต ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วิกฤตการณ์ที่กระทบเกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยวหลายครั้งหลายครานะคะ ซึ่งจะถือว่าเปึน โชคร้ายหรือว่าเปึนวิบากกรรมของผู้ประกอบการทางด้านการท่องเที่ยว ดิฉันอยากจะขอ ย้อนว่าตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซีย ซัดดัม ฮุสเซน (Saddam Hussein) พฤษภาทมิฬ ไข้หวัดนก โรคซาร์ส (SARS) แล้วก็หลังสุดนะคะที่ฝัืงอันดามันเราประสบสึนามิ แล้วก็เพิ่ง จะฟุ๋นตัวนะคะ แล้วก็มาเกิดเหตุการณ์วิกฤตการณ์ความไม่สงบในการป่ดสนามบินแล้วก็ ช่วงในสงกรานต์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งดิฉันไม่อยากจะขอกล่าวว่าเกิดการเสียหายอย่างไร ซึ่งทุก ๆ ท่านก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่านักท่องเที่ยวหดหายนะคะ แล้วเกิดการเสียหายมหาศาล นะคะ แล้วก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะรัฐบาลที่ยกวิกฤตการณ์การท่องเที่ยวในครั้งนี้ขึ้นมาเปึนวาระแห่งชาติ แล้วก็ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน อนุมัติเงินช่วยเหลือก้อนโตในการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการแล้วก็ผู้ประกอบอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับด้านการท่องเที่ยว ซึ่งดิฉันต้อง ขอร้องว่าอย่าช้านะคะ เพราะว่าเปึนการต่ออายุแล้วก็ผู้ประกอบการแล้วก็ทางด้านนี้คิดว่า อยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู (I.C.U.) แล้วนะคะ
แล้วก็อีกประการหนึ่งนะคะ ซึ่งทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยพูดในส่วนนี้ ซึ่งดิฉันอยากจะขอพูดแล้วก็ฝากเอาไว้ให้กับฝ์ายรัฐบาล ต้องฉวยวิกฤตินี้ให้เปึนโอกาส ซึ่งจะต้องถือเปึนการให้งบซ่อมแซมและบูรณาการฟุ๋นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมเปึน อย่างมาก เพราะที่ผ่านมานี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวประมาณ ๑๔-๑๕ ล้านคน แล้วก็ยอด รายได้ด้านการท่องเที่ยวนี้ ๔-๕ แสนล้านบาท ยังไม่เคยมีรัฐบาลใดที่ยกการท่องเที่ยว ขึ้นมาเปึนวาระแห่งชาติ แล้วการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวดิฉันขอพูดว่าไม่มี เจ้าภาพแล้วก็ไม่มีการบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึนกระทรวงเกรด ซี (Grade C) นะคะที่ดิฉันพูดอย่างนี้ เพราะว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้งบประมาณเปึนรองบ๊วย อันดับ ๒ นะคะ ซึ่งท่านจะต้องถ่างขาทั้งกีฬาและท่องเที่ยว แล้วก็จะต้องมีงบประมาณบางส่วนที่ไปให้ ทาง ททท. เหลืองบอันน้อยนิดซึ่งจะต้องมาใช้กับด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวนะคะ พอดีดิฉันได้เปึนคณะอนุกรรมาธิการที่พิจารณาเกี่ยวกับงบประมาณของวุฒิสภานะคะ ก็ได้เห็นงบประมาณและตัวเลขต่าง ๆ ค่ะ ดูแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างที่จะหดหู่ เพราะว่า ผู้ประกอบการทางด้านการท่องเที่ยวหรือว่าสถานที่ท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ นี้จากการ ที่ดิฉันได้เปึนประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวของวุฒิสภานะคะ ดิฉันก็ได้สัญจรไป ในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ซึ่งไปประชุมและรับทราบปัญหาเกี่ยวกับผู้ประกอบการ แล้วก็ ผู้นําท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ ว่า รับทราบว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ก็ได้รับการชี้แจง แล้วก็น้อยอก น้อยใจทุกแห่งเลยว่าไม่ได้รับการดูแลและเหลียวแลจากภาครัฐเลยนะคะ แล้วก็ธรรมชาติ ต่าง ๆ นี้และสิ่งแวดล้อมได้เสื่อมโทรมถูกทําลายลงนะคะ ชายหาด น้ําทะเลเริ่มสกปรก สิ่งอํานวยความสะดวกและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับจํานวนนักท่องเที่ยว ซึ่ง ให้ ททท. และภาคเอกชนออกไปกระตุ้นแล้วก็ทําการโปรโมท (Promote) ชักชวนให้ นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเยอะขึ้น ๆ แต่ว่าไม่มีการบูรณาการและสิ่งอํานวยความสะดวก ที่สอดคล้องกัน มีแต่เดินหน้าไม่เหลียวแลหลัง คิดแต่จะกอบโกยผลประโยชน์และรายได้ จากการท่องเที่ยว ไม่มีการวางแผนแบบยั่งยืน เปรียบเสมือนสาวงามอายุ ๑๖ ป้ ซึ่งบังคับ ให้ขายตัวจนโทรมเหมือนกับอายุ ๖๐ ป้แล้วนะคะ ที่ดิฉันพูดถึงในส่วนนี้นะคะอยากจะ ฝากให้ทางฝ์ายรัฐบาลแล้วก็ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรจะให้ ความสําคัญกับงบพิเศษนี้ให้ใช้เปึนประโยชน์ในโอกาสนี้แก่แหล่งท่องเที่ยวซึ่งได้ทํารายได้ เยอะจริง ๆ สําหรับประเทศชาตินะคะ อย่างเช่น พัทยา ภูเก็ต ฝัืงอันดามัน เกาะช้าง สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ตลอดจนโบราณสถาน ซึ่งไม่ได้รับการ เหลียวแลเลยนะคะ ที่ดิฉันพูดอย่างนี้เพราะว่าดิฉันได้เห็นงบที่ท่านให้มาในช่วงหลังจากที่ เราโดนป่ดสนามบิน งบที่แก้วิกฤตการณ์ของท่องเที่ยวได้มาประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท นะคะ ก็ไปให้ ททท. ประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนะคะ ดิฉันอยากจะฝากไปให้ทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วยว่าจริง ๆ แล้วถ้าสมมุติว่ากระทรวงนี้ ผ่านเข้ามาในการพิจารณาของวุฒิสภา ทุก ๆ ท่านรู้สึกว่าคงจะไม่พิจารณาให้ผ่านนะคะ เพราะจากที่พิจารณาดูแล้วส่วนใหญ่งบไม่ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เอาไปแก้ ไม่ได้แก้ วิกฤตการณ์ หรือว่าไปช่วยในแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดการเสียหายและผลกระทบจริง ๆ ส่วนใหญ่จะเอาไปสร้างสนามกีฬา ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึนงบประมาณกลางป้ซึ่งตกหล่น แล้วท่านก็จับมาใส่เลยนะคะ เห็นแล้วรู้สึกว่าหมดกําลังใจแทนสําหรับผู้ประกอบการ ท่องเที่ยวนะคะ แล้วอีกฐานะหนึ่งดิฉันเปึนประธานคณะกรรมาธิการ ดิฉันก็ได้สัญจรไป แต่ละจังหวัดนะคะ ดิฉันอยากจะขอยกตัวอย่างว่าที่ได้ไปเห็นมา อยากจะฝากวิงวอนว่า ให้ทางรัฐมนตรีหรือทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงไปสัญจรแล้วประชุมที่แหล่งท่องเที่ยวจริง ๆ นะคะ ท่านจะได้ทราบปัญหา ท่านอย่าได้รับฟังข้อมูลในห้องแอร์นะคะ ท่านจะต้องลงพื้นที่ นะคะ ท่านถึงจะทราบปัญหาที่แท้จริง
๑. โบราณสถานที่สําคัญเสื่อมโทรม ห้องน้ําแย่มาก ไม่ดีนะคะ ซึ่งท่านได้ เห็นการพัฒนาของประเทศจีนจากที่ห้องน้ําไม่ดี เดี๋ยวนี้เขามีการปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้ว นะคะ
๒. ปัญหาทุกแห่ง คือได้รับฟังมาคือ ไฟฟัา น้ําอุปโภค บริโภคไม่มี จะต้อง ช่วยเหลือตัวเอง ถนนหนทางก็จะต้องไปขึ้นกับกระทรวงคมนาคม
๓. ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด โดยเฉพาะที่หาดทรายขาวซึ่งโด่งดังและมี ชื่อเสียงมาก น้ําเสียแอ่งใหญ่เลยค่ะกําลังจะลงในทะเลนะคะ ฝรั่งว่าป้นี้ท่านประกาศว่า เปึนป้อะเมซิ่ง (Amazing) ซึ่งเขาได้มาเห็นสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของเมืองไทยแล้วเขา บอกว่าอะเมซิ่งจริง ๆ ค่ะ
๔. ที่เกาะสมุยถนนแคบ ของท่านสุเทพ คูระบายน้ําไม่มี เวลาฝนตกน้ํา ท่วมฝรั่งตกใจร้องไห้ แล้วหลังจากนั้นน้ําท่วมขังเปึนอาทิตย์ เหม็นเน่ามากนะคะ
๕. ที่อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ถ้าสมมุติว่าท่านมีโอกาสไปท่านก็ไปดูสิคะ แอ่งน้ําดํามากกําลังจะลงที่ชายทะเลค่ะ ฝรั่งก็มาชี้นิ้ว วอท อีส ดีส ? (What is this ?) นะคะ
๖. ส่วนที่เกาะพีพี หลังจากที่สึนามิและเขาหลักก็เสื่อมมากไม่ได้รับการ ดูแลเลย
๗. การที่จังหวัดภูเก็ต ในฐานะที่ดิฉันไม่ใช่ว่าจะยกตัวอย่างของ จังหวัดภูเก็ตแต่ทุกครั้งที่สัญจรไปนี้ก็จะพูดให้กับผู้ประกอบการจังหวัดอื่นว่าที่จังหวัด ภูเก็ตได้เจริญเติบโตมาถึงขั้นนี้ ท่านอย่าเข้าใจผิดว่าทางฝ์ายรัฐบาลให้เงินสนับสนุน เปึนภาคเอกชนค่ะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ที่เขาช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ส่วนภาครัฐนี้เข้าไปเสริม นิดหน่อยคือประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จากงบประมาณต่าง ๆ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตนี้ได้ ทํารายได้เปึนแสนล้านบาท แล้วก็นักท่องเที่ยวจะ ๕ ล้านคน ถ้าป้นี้ไม่เกิดวิกฤตการณ์นี้ จะทะลุไป ๖ ล้านคน ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแลงบประมาณทุก ๆ ครั้ง หรือว่าทาง กระทรวงการคลังให้กรมสรรพากรจะต้องตั้งเปัารีดขนห่านป้นี้จะต้องขึ้นอีกกี่เปอร์เซ็นต์ ๆ แต่เวลาให้เงินกลับมานะคะ ดิฉันเปึนงงเลยค่ะได้รองบ๊วยอันดับ ๒ รองจากจังหวัดพังงา ของท่านจุรินทร์นะคะ ดิฉันก็ถามว่าคุณใช้หลักอะไรในการคํานวณที่ส่งงบประมาณมาให้ จังหวัดภูเก็ตอย่างนี้ เขาบอกว่าคํานวณจากจํานวนประชากรที่ลงทะเบียน ๓ แสนคน แล้วก็จากจํานวนเนื้อที่ ท่านลองคิดดูสิคะว่านักท่องเที่ยวมาอยู่แล้วมาพักอาศัยตั้ง ๕-๖ ล้านคน แล้วก็จํานวนประชากรแฝงอีกเยอะนะคะ ปัญหาก็มีมากมายค่ะ อย่างขยะล้น นะคะ ขอเตาเผา ปัจจุบันมีแค่ ๒๕๐ ตัน แต่ขยะมี ๖๐๐ ตัน นอกจากนั้นท่านก็ช่วยเหลือ เองค่ะ
๘. สนามบินนะคะ ซึ่งท่านรัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางไป ภูเก็ตบ่อย ท่านก็คงจะทราบว่าเล็กและแออัดมาก เราได้งบจริงป้ ๒๕๕๓ แต่จะไปเสร็จ ป้ ๒๕๕๕ ท่านลองคิดดูสิคะว่ามันทะลุจะแตกแล้วนะคะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะคะ เปึน อะเมซิ่งมาก ๆ เลย ซึ่งนักท่องเที่ยวและเอเย่นต์ (Agent) ต่าง ๆ ซึ่งทาง ททท. แล้วก็ ทุกภาคส่วนอุตส่าห์ไปชักชวนเขาว่าให้บินตรงมา เปึนชาร์เตอร์ ไฟล์ท (Charter flight) ของสแกนดิเนเวียน (Scandinavian) ซึ่งเขาบินตรงมาจังหวัดภูเก็ตเยอะมากยิ่งกว่า สนามบินสุวรรณภูมิอีก แต่ละครั้งบางครั้งลงพร้อมกัน ๕ ลําพร้อมกัน ลําหนึ่งจุ นักท่องเที่ยวประมาณ ๕๐๐ คน ๒,๕๐๐ คนนะคะ ลงมาถึงที่ยืนก็ไม่มี ตม. มีแค่ ๘ ช่อง นะคะ มี ๘ ช่องแล้วก็กว่าจะออกมาได้นี้ ๓ – ๔ ชั่วโมงทั้งไปทั่งกลับ ท่านลองคิดดูสิคะว่า อะเมซิ่งขนาดไหนนะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากให้ทางท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี อะไรต่าง ๆ ที่รับผิดชอบอันนี้ให้ช่วยดูแลและฉวยโอกาสนี้ให้เปึนวิกฤติ แล้วก็ให้กําลังใจ สําหรับผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวด้วยค่ะ ดิฉันขอฝากไว้เพียงแค่นี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ พูดได้ดีมากครับ ชาวภูเก็ตต้องเลือกตลอด ต่อไปคุณสงวนครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน
๑๕ นาทีนะครับท่านครับ
ผมว่าน่าจะได้ สัก ๓๐ นาทีไม่ใช่หรือครับ
คือมาบอกว่าแต่ก่อนว่าไม่จํากัด แต่ตอนนี้ว่าจํากัดเหลือ ๑๕ นาที
ท่านประธาน ครับ ผมไม่ได้ต่อรองอะไรนะครับท่านประธานครับ แต่ผมจะเรียนท่านประธานว่าวันนี้มี ความสุขมากที่ได้มานั่งฟัง เพราะมันเปึนการรับสารภาพกลางสภาของทุกฝ์าย บางท่าน ก็มองพวกผมเปึนคนเลวร้าย บางท่านก็ขึ้นมาตอบว่า ท่านเปึนสีน้ําเงิน ผมว่าดีครับ สิ่งที่ผมจะพูดนี่นะครับ จะไม่พูดซ้ําประเด็นผู้อื่น ดีใจที่ท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงมารับฟัง ผมคิดว่ามันมีประเด็นหลัก ๆ อยู่ ๒ – ๓ ประเด็นเท่านั้นเองที่สภาแห่งนี้จะต้องมาทําความเข้าใจกันกับสถานการณ์
ประเด็นที่ ๑ คือความรุนแรงนี่มาจากไหน ที่กระทรวงมหาดไทยเริ่มจาก ใคร แล้วที่ดินแดงรุนแรงอย่างไร ผมขออนุญาตฉายวีซีดีสั้น ๆ แค่ครึ่งนาที แต่ในนั้นผมจะ เรียนท่านว่า ส่วนแรกเปึนเรื่องของการยิงของเจ้าหน้าที่ของรัฐใส่ประชาชน ไม่ใช่ว่าป๋นลั่น นะครับท่าน ๑ ๒ ๑ ๒ ๓ หมายความว่าอย่างไรครับ ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง พอเสร็จไม่ถึง ๑๐ วินาทีมีคนมาปัดป๋นลงไป แล้วก็ฉากนี้ก็หมด นิดเดียวนะครับท่าน แต่ในนั้นมันจะเห็นว่าคนยิงยืนอยู่หน้าใคร ซึ่งนั่งอยู่แถวบนนี่แหละ หน้าเหมือนกันมาก เดี๋ยวท่านจะได้เห็น ส่วนที่ ๒ มันเปึนการตอบคําถามของกองทัพที่ส่งคนมาชี้แจงผ่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง เรื่องลูกปลอมครับ ท่านครับ ป๋นเอ็ม ๑๖ ไม่ใช่ว่า เอ็ม ๑๖ อย่างเดียวนะครับ มันมีทั้ง เอ ๑ และ เอ ๒ เอ็ม ๑๖ เอ ๒ นะครับ กระบอก ปัองกันแสงนี่นะครับ หมุนออกไม่ได้ถ้าไม่ใส่อะแดปเตอร์แบบที่ทหารทํา อันเล็ก ๆ ใส่ ไม่ได้นะท่าน ที่ผมพูดนี่เปึนข้อมูลที่ผมมี แต่ที่กองทัพและรัฐบาลชี้แจงเปึนข้อมูลที่ท่านมี ท่านฟังหน่อยนะครับ เอ็ม ๑๖ เอ ๒ ไม่สามารถถอดปลอกลดแสงได้ เนื่องจากเปึนการ ออกแบบเพื่อใช้ในทะเลทราย จึงออกแบบให้ด้านล่างไม่มีรู เพราะจะทําให้ฝุ์นฟุังจาก การยิง จึงติดตั้งปลอกปัองกันแสงเพื่อล็อกให้แน่น นี่เอ็ม ๑๖ เอ ๒ แบบไหนครับ กลม ๆ รุ่นใหม่ ท่านครับ ผมพูดเสร็จ ผมต้องการมาตรฐานในการใช้อํานาจ ท่านนายกรัฐมนตรี ครับท่านต้องแจ้งความชายไทยไม่ทราบชื่ออย่างน้อย ๓ คน ผิดกฎหมายชัดเจน เรื่อง อะไรเดี๋ยวท่านดู ท่านครับ ผมขอวีซีดีหน่อยครับ ถ้าพร้อมนะครับ
(ฉายภาพวีดิทัศน์ ประกอบการอภิปราย)
อันนี้ของจีน นะครับ ยิงตรง ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาดูเกือบ ๒ ชั่วโมงของทุกสํานักข่าว ตัดได้มา แค่ครึ่งนาที ส่วนแรกท่านครับ ท่านจะเห็นว่ากล้องช่วยซูมหน่อยนะครับ เสียงป๋นแตก ที่กระทรวงมหาดไทยทําให้คนเกรี้ยวกราดท่านซูมมาหน่อยสิครับ ท่านจะเห็นว่าคนใส่เสื้อ สีขาวนั้นหน้าเหมือนเสนาบดีท่านหนึ่ง ท่านเห็นไหมครับ ยิงเสร็จปัดป๋นให้หลบ แต่คนอยู่ ข้างหลังภาพชัดขึ้น คนคนนี้นะครับท่านต้องถูกแจ้งจับ คุณจะเปึนใครก็ตามไม่มีสิทธิ ยิงประชาชน ๕ นัดป๋นลั่นได้อย่างไรครับ ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง นี่เซียนยิง ป๋นนี้ใช้ลูกอะไร ๙ มม. มีเฉพาะตรงนี้หรือเปล่า ไม่ใช่ครับ มีอีกกระบอกหนึ่งครับท่าน ท่านเห็นไหมครับ อูซี่ คุณยิงประชาชนได้อย่างไร ส่วนภาพหลังที่ผมจะขอให้ออกอีกครั้งหนึ่ง ท่านเห็นไหม ครับ เอ็ม ๑๖ เอ ๒ ยิงรัศมีตรงนะครับ ยิงตรง แต่ก่อนผมจะพูดต่อไปผมจะบอกท่านว่า ทําไมผมมีความรู้เรื่องป๋นมาก ท่านครับ ไม่ใช่ผมเปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ การทหารเท่านั้นนะครับ ผมไปรบเวียดนาม ผมเปึนพลป๋นเล็กหมายเลข ๒ ในครั้งที่ พลเอก สนธิ เปึนว่า ที่ร้อยตรี ผมไปใช้ชีวิตอยู่ในสงครามประชาชน ๕ ป้ รวมความแล้ว ตั้งแต่ฝ๊กจนกระทั่งอยู่ในสงครามเกือบ ๗ ป้ ผมสนใจเรื่องนี้มากครับ ผมจะพูดต่อไป ภาพ หลังท่านพยายามสังเกตดูนะครับ ๔.จุด จุดที่ ๑ ยิงตรง เปัาตรงที่ไหนครับ รถแท็กซี่และ รถเมล์ กลุ่มไหนบ้างครับ กลุ่ม ๑ ยืนยิง อีกคนหนึ่งยิงป๋นถอยหลังครับ ป๋นอะไรท่านดูไหม ครับ ยิงป๋นถอยหลัง นั่นป๋นสั้น อีกกลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งเกาะอยู่ที่รถแท็กซี่ เล็งตรงยิงเลย ทั้งหมด เอ็ม ๑๖ เอ ๒ไม่ใช่ เอ็ม ๑๖ เอ ๑ ท่านครับ นี่คือภาพชัด ผมขอซ้ําอีกครั้งหนึ่งครับท่าน ท่านสังเกตมุมซ้ายสุด เดี๋ยวท่าน สังเกตดูนะครับ จะมีคนยิงป๋นแล้วไปสไลด์ดูนะครับ นี่คือลูกตรงนี้ นี่คือยิงลูกแบลงก์ ยิงเสร็จต้องสไลด์ท่านเห็นไหมครับ ยิงเสร็จสไลด์ทิ้ง ท่านครับ ถ้าหากว่าสามารถใส่ อะแดปเตอร์ ได้เขาจะไม่สไลด์ แสดงว่าในกลุ่มนี้มีทั้งลูกแบลงก์และมีทั้งลูกจริง เพราะเปึน เอ็ม ๑๖ เอ ๒ แต่ถ้าเปึนเอชเคนะครับ คุณจะใช้ลูกแบลงก์ได้ต่อเมื่อคุณเปลี่ยนชุด ลูกเลื่อนหมดเลย เพราะว่าลูกเลื่อนจริงมันยิงลูกแบลงก์ไม่ได้ครับ นี่คือข้อมูลเรื่องป๋น
ทีนี้ข้อมูลต่อไปท่านครับ ผมนี่สนใจการเมืองมาก เพราะติดคุกการเมือง มาแล้ว ท่านครับ มันมีกระบวนการถ้าทหารออกมาอย่างนี้มีเอคเซอไซส์ (Exercise) อย่าง นี้นะครับ เขาจะพรางชื่อหน่วยหมดเลย พรางทําไมครับ เพื่อเตรียมปฏิวัติอย่างไร แต่ครั้ง นี้มันแปลกครับท่าน ทหารออกมาพรางหน่วยด้วยครับ ท่านดูรถนะครับ ซูมหน่อยท่าน ครับ ชื่อหน่วยนะท่าน ท่านช่วยซูมหน่อยครับ เห็นไหมครับ ป่ดชื่อหน่วยหมดเลย มองไม่ เห็นครับท่านครับ แต่ว่าโชคดีครับท่านครับ กล้องนี้มันดี ของนักข่าวต่างชาติ ท่านดูสิครับ ขนาดป่ดอย่างนี้นะครับยังมองเห็นว่าเปึนหน่วยไหน ท่านลองซูมชัด ๆ นะครับ จะเห็นว่าเปึนหน่วยไหน ถ้าไม่ซูมผมจะอ่านให้ฟัง ร ๑๒ พัน ๒ รอ. ครับ ถ้าคุณ บริสุทธิ์ใจคุณออกมาอย่างนี้ทําไม คุณออกมาอย่างนี้ทําไม ผมสันนิษฐานและเข้าใจว่า คงจะมาทําอย่างนี้นะครับ นี่ภาพเก่านี่คือคนกลุ่มเดียวกันยิงตรงครับ แต่ตรงนี้ท่านครับ ช่วยซูมหน่อยหนึ่ง ลูกป๋นที่อยู่ในฝ์ามือหัวจีบหรือเปล่าครับท่านดูสิ หัวจีบไหมครับ ไม่ใช่ เลย นี่คือลูกจริง ท่านดูรถแท็กซี่สิครับ คนที่เขาทํา เขาทําต้องการจะตอบคําถามว่าคุณทํา อะไร เห็นไหมครับรูขนาดนี้ท่านดูถ่านไฟฉายครับเท่ากัน นี่ลูกแบลงก์ยิงได้อย่างไร ทั้งหมดที่ผมพูดนี่คือมีการยิงลูกจริง ความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นจากกองกําลัง ท่านครับ ท่านรองได้ตอบคําถามว่า คนเสื้อสีน้ําเงินและคนเสื้อสีอื่นอาสาสมัคร ท่านรัฐมนตรี บุญจงก็มารับสารภาพว่าท่านเตรียมไว้ตั้งเยอะแยะอาสาสมัคร จริง ๆ ทหารจะออกไป ข้างนอก ถ้าจะประกอบป๋นปัองกันตัวนี่ครับ ประกอบป๋น ขอโทษครับ ใช้ภาษาผิด ประกอบป๋นประจํากาย ต้องมีคําสั่ง ตํารวจก็เหมือนกัน คุณออกไปทะเล่อทะล่าแล้วถือ ป๋นเอ็ม ๑๖ ไม่ได้นะครับ ถูกจับนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะบอกให้ท่านนายกรัฐมนตรี จับก็คืออย่างนี้ครับท่าน ท่านดูหน่อยนะครับท่าน นี่คือราชวิถีซอย ๒ ท่านดูครับ ท่านซูมหน่อยนะครับ เปึนรูปทหาร รูปทหารทั้งหมดถือโล่ถือกระบองครับ แต่มีอีกมุมหนึ่ง ของราชวิถีเหมือนกันครับท่าน ภาพนี้ตอนเช้ามีคนเอามาเสนอ แต่เขามุมกฎหมายอีก แบบหนึ่ง ท่านดูนะครับ คนสองคนนี้เปึนพลเรือนนะครับ แต่ถือป๋น คุณคือชายไทยไม่ทราบชื่อ คุณต้องถูกจับ เพราะคุณเอ็ม ๑๖ เอ ๒ ครับ ท่านดูให้ดี นะครับ นี่คนเสื้อดํา แขนเหลือง ตรงนี้คนน้ําเงิน ชัดมากครับ เอ็ม ๑๖ เอ ๒ คุณผิดกฎหมายแน่นอน คุณจะเปึนนายตํารวจ เปึนอะไรก็ตาม คุณทําอย่างนี้ไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่แจ้งความ คุณมาตรา ๑๕๗ ด้วย ผิดกฎหมายชัดเจน เพราะฉะนั้นที่ผมพูดนี่ จริง ๆ แล้วผมเตรียมมาอีกเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้เมื่อเข้ามาได้ยิน ผมเข้ามาในสภาสาย นิดหนึ่ง เพราะผมต้องไปประกันตัวเพื่อนผมที่เชียงใหม่ ผมเสื้อแดงครับ ผมคนเสื้อแดง ชัดเจน ไม่หลอกลวง แต่ผมไม่ได้ไปทําอะไรกับเขาทุกแห่ง เพราะฉะนั้นผมไม่ป่ดบัง มีคนเสื้อเหลืองในสภานี้แน่นอน มีคนเสื้อแดงในสภานี้แน่นอน และมีคนรับสารภาพว่า เปึนเสื้อสีน้ําเงินแน่นอน ผมเองนะครับท่าน เกิดกรณีคุณสนธิ ผมช็อกครับ ผมกําลังมอง ว่ามันก้าวข้ามความสงบ ก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า สันติ หรืออย่างไร วันนี้ทําไมคนเสื้อแดง ถูกจับเกือบหมดในทันทีที่เกิดปัญหา ท่าน ผบ.ตร. ผบ. ตํารวจแห่งชาติ ท่านตอบคําถาม น่ารักมาก ท่านบอกว่าที่ไม่ออกหมายเรียกพวกผมเสื้อแดงนี่ เนื่องจากเกิดเฉพาะหน้า อยากให้ยุติพฤติกรรมจึงออกหมายจับ ท่านครับ กรณีที่เชียงใหม่น่าสนใจมาก วันที่ ๔ ถ้าผมจําวันที่ไม่ผิด ท่านนายกรัฐมนตรีไปเชียงใหม่ ท่านลงเครื่องบินก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็ไปบนดอย คนประท้วงตีนดอยนะครับ ท่านก็กลับเฮเลิคอปเตอร์มาสนามบิน ลงเฮลิคอปเตอร์ก็ขึ้นเครื่องบินกลับ คนประท้วงอยู่ข้างนอก เขาไปแสดงประชามติว่า เขาไม่ยอมรับท่านนายกรัฐมนตรีเท่านั้นเอง เขาถูกจับ วันนี้ถูกแจ้งจับทั้ง ๓ คน มาตรา ๑๑๖ (๑) (๓) มันเกิดอะไรขึ้นครับท่าน มาตรา ๒๑๖ โทษนะครับ แล้วก็มาตรา ๑๑๖ (๑) (๓) ด้วย มันเกิดอะไรขึ้น ที่ผมพูดนี่ครับ ผมกําลังพูดถึงมาตรฐานที่ต่างกัน วันนี้การปลุก ระดมมวลชนที่ท่านได้ประโยชน์ กับการปลุกระดมมวลชนที่ท่านเสียประโยชน์ ท่านที่ผม หมายถึงนี่ท่านเปึนรัฐบาล รัฐบาลท่านทักษิณไม่เคยป่ด ปล่อยให้ด่า ท่านสมัคร เหมือนกัน ท่านสมชายเหมือนกัน แต่วันนี้เปึนอย่างไรครับ โทรทัศน์วันนี้เหมือนหลังวันที่ ๑๙ กันยายน เป็ะเลย ตัวละครตัวเดิม อาจารย์ท่านเดิม ออกไปด่าแบบเดิม ให้สัมภาษณ์ แบบเดิม ท่านทํามาหลายป้ วันนี้เกิดสถานการณ์เสื้อแดงทั้งแผ่นดิน ทําต่อไปทําไม ไหนว่าอยากจะสามัคคีกัน ผมเรียนท่านว่า กรณีคุณสนธินี่ คุณสนธิเหมือนกับผู้นําทาง จิตวิญญาณฝ์ายหนึ่ง คุณทักษิณก็เหมือนกัน วันนี้ถ้าคุณทําร้าย ฆ่าผู้นําทางจิตวิญญาณ อะไรเกิดขึ้นกับสังคม เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นต่อสภา แห่งนี้ว่า ท่านไม่อยากให้เกิดการสู้รบสู้กัน และท่านก็คิดว่าการสู้รบนี่มันไม่มีในการเมือง ท่านครับ นโยบาย ๖๖/๒๓ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในครั้งนั้น ให้คนที่มีความเห็นต่างกัน ในสังคมมาอยู่ด้วยกันได้ แต่วันนี้คนที่มีความเห็นต่างกันในสังคมถูกไล่ฆ่าทั้งสองฝ์าย ท่านครับ อะไรเกิดขึ้น วันนี้ ส.ส. หลายท่านบอกว่าพี่สงวนพูดหน่อย อาจารย์พูดหน่อย ตํารวจพวกเดียวกันเขาบอกว่า ทหารไปขอข้อมูล ส.ส. จะเตรียมค้น จะเตรียมจับ ผมว่า ไม่กระมัง ในยุคนี้จะทําอย่างนั้นได้อย่างไร ป้ ๒๕๑๙ นี่ครับท่านฆ่ากันตายมากมาย หลักฐานเยอะแยะ ศพหายบ้างไหม ผมพูดเรื่อง นี้ทําไมครับ เพราะว่าที่ศพหายมันไม่ใช่ไม่มีประวัติศาสตร์ ศพแรกไม่หาย คุณอมเรศ ชัยสะอาด ที่อีสาน ศพที่ ๒ ไม่หายครับท่าน คุณนิสิต จิรโสภณ ที่ภาคเหนือ ศพไม่หาย คือศพผู้นําชาวนาหลายสิบคน แต่ศพที่หายในธรรมศาสตร์ครับท่าน คนที่ถูก แขวนคอ ก็ขออนุญาตเอ่ยถึงท่าน และมีรองเท้ายัดปาก หลักฐานทางการชัดเจน แต่ญาติ ไม่ได้ศพ คนที่ถูกลากคอรอบสนามภาพชัดเจนญาติไม่มีศพ ศพหายมีจริงในประเทศไทย ทําไมหรือครับ ก็เพราะคิดว่าหายแล้วมันไม่มีเรื่อง หายแล้วมันจบ ตอนนั้นครับ ฆ่าตาย เสร็จรุ่งขึ้นอีกวัน นักศึกษาทั้งหมด กระบวนการชาวนาทั้งหมดกลายเปึนคนญวนคนอะไร ไปหมดไล่ฆ่าทั่วประเทศ กระแสไปทั่วประเทศ ป้ครึ่งกว่าจะตั้งตัวทางข่าวได้ ติดต่อกันได้ เริ่มกระบวนการได้ วันนี้ท่านครับ ๓-๔ วัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ ทั่วประเทศ ครับ ตั้งตัวได้แล้วทางข่าวสาร เพราะอะไรครับ โลกไซเบอร์ (Cyber) มันไปไกล ท่านไม่ กลัวหรือครับจรยุทธ์ไซเบอร์ ท่านไม่กลัวหรือครับ ผมถามท่านจริง ๆ วันนี้มันการต่อสู้ทาง การเมือง ยิ่งท่านบอกว่าจะแจกซีดีล้านแผ่น รีบทําครับ ผมชอบ ท่านให้คนไปด่ามาก ๆ ทําครับ ผมชอบ เพราะอะไรครับ คนมันจะได้รู้เร็ว ๆ ผมไม่ใช่นักเลงเล่นไพ่ แต่ผมอยู่ใน สนามรบเขาเล่นไฮโลกันเยอะ ต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งจะเล่าให้ ท่านประธานฟัง ไฮโลที่เขาเอา ๔ ขึ้นข้างบน เขย่าก๊อก เอาวางปัูบทุกคนที่จะแทงเอา ขึ้นมารินหมดเลยครับ รินว่าถ้ามันไหลช้าแสดงว่าลูกหน้าลาย หน้า ๖ หน้า ๕ มาอยู่ ข้างล่าง ถ้ามันไหลเร็วแสดงว่าลูก ๑ นี่เอี่ยวมาอยู่ข้างล่างเขาจะได้แทงถูก คนรินกันหมด บางคนรินตั้ง ๒-๓ ครั้ง เพราะอะไรครับ เพราะมันมองไม่เห็น แต่ถ้าหากว่าเป่ดอย่างนี้ ๆ เหมือนกับแทงกัน แทง ๓ ตัวกลับไปกลับมา คนไม่เคยขอเป่ดดู แต่เขาก็แทงกัน ผมพูด ทําไมครับ วันนี้คนทุกคนที่เปึนปัญญาชน เขากําลังหา หิว หิวข้อมูลครับท่านครับ เหนื่อยมากนะคนหิวข้อมูล เขามีปัญญาจะค้นคว้า เขาเป่ดเว็บนี้ คุณป่ด เขาเป่ดใหม่ ท่านครับจะทําทําไม ถ้าเราเป่ดโอกาสให้สังคมสู้กันอย่างปกติ ให้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้หมด คุณจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมขี้เกียจจะพูด เพราะอะไรครับ มาตรา ๒๙๙ ท่านที่เทิดทูนสถาบันขนาดไหน ทําไมชื่นชมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นัก ทําไมไม่ไปอ่านมาตรา ๒๙๙ เขียนขึ้นมาได้อย่างไรครับ ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย คุณเขียน ตัดพระราชอํานาจไป ๙ ป้ เขียนรักษาอํานาจของคณะปฏิวัติ ๙ ป้ เขียนได้อย่างไร แล้วชื่นชมไปได้อย่างไร อะไรที่คุณบอกว่าพวกผมเทิดทูนพระมหากษัตริย์น้อย มีสมาชิก ด้วยกันมาถามว่าฝ์ายซ้ายต้องการล้มสถาบัน ฝ์ายซ้ายที่อยู่ในสภาเขายอมรับระบบครับ ผม ยอมรับระบบถึงมาอยู่ในนี้ สถาบันพระมหากษัตริย์เหลืออย่างเดียวท่านครับ ที่เปึนห่วงโซ่ใจกลางสําหรับประเทศนี้ แต่ถ้าคุณใช้ไปฟาดฟันคนอื่นคุณรักหรือคุณทําลาย ผมเองพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เบื่อที่จะฟัง ฟังอะไรครับ ฟังด่า แต่มีความสุขที่ได้ยิน ตลกไหม ครับ ผมเบื่อฟังแต่มีความสุขที่ได้ยินเพราะอะไรครับ มันเปึนการรับสารภาพต่อสาธารณะ ว่าคุณคิดอย่างไร ผมคิดอย่างไร ผมมองและอดทนฟังความเห็นที่ไม่เหมือนกับผม ตลอดเวลา ผมกลัวและรังเกียจการต่อสู้ด้วยอาวุธ เพราะผมเคยไปต่อสู้ด้วยอาวุธมาแล้ว ผมเปึนคนแรกของประเทศนี้ที่บอกว่าระวังจะเกิดการต่อสู้ระหว่างชาวบ้านที่เรียกว่า สงครามประชาชน คนด่าผมทั้งเมืองครับ ต่อมาผมบอกว่าถ้าหากไม่แก้ไขจะเกิดสงครามกลางเมือง ตอนนี้เปึนอย่างไรครับ เริ่มเกิด แล้ว ถ้าหากท่านเจ็บปวดกับกฎหมาย พ.ร.ก. ในกรุงเทพฯ เหมือนที่บ่นกันขณะนี้ ผมว่า ท่านลองถอยมาหายใจลึก ๆ สักนิดหนึ่ง แล้วถามตัวเองว่า ๔-๕ วันที่เจอ พ.ร.ก. นี้กดเรา อยู่นี่ไม่ชอบใช่ไหมครับท่าน ท่านดู ๓ จังหวัดภาคใต้ไหมครับ คุณต่อเขามาทุก ๓ เดือน ๓ เดือน กี่ป้แล้ว คุณรู้สึกรู้สากับเขาไหม ผมพูดเรื่องนี้ถึงใครครับ ถึงนักสิทธิมนุษยชน ทั้งหลาย ช่วยออกมาท่านครับ มาดูความจริง เป่ดเผยความจริงด้วยความจริง สู้กันด้วย ความจริง เพราะอะไรครับ ผมต้องการให้ท่านรักษาประเทศนี้ให้มีมาตราหนึ่ง อยู่อย่าง มั่นคง ผมกลัวครับ ถ้าขืนเราไม่มานั่งสนทนาธรรมกัน ไม่มาอาศัยเวทีแห่งนี้มาพูดคุยเพื่อ แก้ปัญหากัน อะไรจะเกิดขึ้นท่านครับ ผมเรียนถามท่านนิดหนึ่ง ท่านขอฟังความเห็นจาก พวกผมใช่ไหมครับ จากวุฒิสภาใช่ไหมครับ ถ้าเราจะเสนอวิธีแก้ปัญหานี่ท่านรับฟังไหม ครับ ท่านก็ต้องตอบว่าท่านรับฟัง แต่สมาชิกแห่งนี้ ในรัฐสภาแห่งนี้เหมือนเดิม เยาะเย้ย ถากถาง พูดจาวกวน ด่าอย่างนั้น โอ้โฮ ถึงกับประกาศสงครามศาสนากลางสภาแห่งนี้เลย หรือ บรรพบุรุษผมนี่อิสลามนะครับ พ่อผมนี่สอนศาสนาอิสลามครับ แต่ที่มันมาเปึนพุทธ เพราะพ่อตายเมื่ออายุ ๑๑ เดือน ถูกฆ่าตาย เพราะปัญหาการเมือง ผมพูดเรื่องนี้ด้วย ความเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดของผมมันคงไม่มากพอ วันนี้คนอย่างผมจะยืนอธิบายให้ ใครฟังไม่มีใครรับฟังหรอก ต้นทุนการเมืองมันต่ํา ผมต้องสันทัดในการตั้งคําถามต่อท่าน ผมตั้งคําถามต่อท่านแค่ ๒ คําถาม อันที่ ๑ จะใช้กฎหมายอย่างเปึนธรรมไหม ถ้าใช้อย่าง เปึนธรรมต้องจับ ๓ คนนี้ก่อนครับ มีรูปชัดเจน เดี๋ยวผมส่งประธานสภาเลยไม่ต้องขอ ต้อง จับนะครับ เปึนพลเรือนแล้วถือป๋นได้อย่างไร ถือป๋นต้องผิดกฎหมาย ถ้าเปึนราชการ ผู้บังคับบัญชาต้องโดนด้วย ถือป๋นอยู่ข้างหลัง เอ็ม ๑๖ เอ ๒ นี่แหละ ยิงคนตาย ไม่มี หรอกครับ ถ้ามาบอกว่า เอ็ม ๑๖ เอ ๒ ถอดออกมาแล้วยัดตัวนั้นเข้าไปได้ อะแดปเตอร์ที่ ทําเองนั่นนะครับ ยกมือไหว้ละครับ อย่าโกหกเลยครับ คําถามที่ ๒ ครับท่าน จริง ๆ แล้ว จะสมานฉันท์กันหรือเปล่า จริง ๆ แล้วครับ เดี๋ยวนี้เชียงใหม่ประกาศจับอีกแล้ว ไม่เปึนไร ผมไม่ได้ตกใจที่ประกาศจับ แต่ผมตกใจที่ว่าประเทศนี้มันจะอยู่กันอย่างไร ลูกชายของ คุณสนธิพูดถึงคน บางสี เขารู้สึกเหมือนว่าเขาถูกกระทําจากคนสีนั้น โอ้โฮ พรรคการเมือง พรรคหนึ่งรีบรับมุขเลยครับ ออกมาแถลงข่าวเลยว่าไม่ใช่ อย่ารีบรับสิครับว่าคุณเปึน เจ้าของสีไหน ถ้าอย่างนั้นนะครับ คุณต้องรับเปึนเจ้าภาพเจ้าของสีน้ําเงินนี่ด้วยนะครับ เอ็ม ๑๖ เอ ๒ ครับท่าน คุณจะตอบอย่างไร คุณจะเปึนอะไรก็ได้นะครับ แต่เอ็ม ๑๖ เอ ๒ นี่ไม่มีที่ให้ชาวบ้านธรรมดา ๆ ถือป๋นได้ ผมแค่นี้ครับ ไม่ดื้อดึง ขอบคุณครับผม
ขอบคุณครับ ตามเวลาที่เพิ่ม ๑๐ นาทีครับ ขอบคุณครับ เชิญครับท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สําหรับข้อมูลที่เพื่อนสมาชิกได้นําเสนอ ส่วนหนึ่ง ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีก็จะชี้แจงเบื้องต้น แล้วก็ถ้าประสงค์จะให้มีการตรวจสอบ เพิ่มเติม รัฐบาลก็ยินดีนะครับ ส่วนที่ ๒ ที่ผมฟังเมื่อสักครู่นี้ก็เพิ่งทราบจากท่านสมาชิกว่า มีเรื่องของการไปออกหมายจับกับผู้ที่ไปชุมนุมในช่วงที่ผมเดินทางไปที่อ่างขาง ก็ได้ ตรวจสอบไปเบื้องต้นนะครับ ก็ขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ทางตํารวจชี้แจงว่ามีการไปออก หมายจับเฉพาะแกนนําและในส่วนเฉพาะพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการยุยงให้คนกระทํา ผิดกฎหมาย แต่ว่าผู้ชุมนุมโดยทั่วไปจะไม่มีการดําเนินการ อย่างไรก็ตามนะครับ อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับที่เพื่อนสมาชิกจังหวัดเดียวกันกับท่านนะครับ คือคุณสถาพร มาหารือกับผมนี่ถ้าคิดว่าเปึนความผิดหรือเปึนแนวปฏิบัติที่คลาดเคลื่อนนั้น ผมยินดีที่จะ แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าผมยืนยันว่าสิ่งทั้งหมดที่รัฐบาล พยายามกระทําในขณะนี้คือขอให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบแล้วมาพูดคุยกันนะครับ ไม่มีความคิด ไม่มีความประสงค์จะไปไล่ล่าทางการเมืองแต่ประการใดทั้งสิ้นครับ ขอบคุณครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพต่อเพื่อน สมาชิกนะครับ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงข้อมูลเพื่อได้พิจารณาอีกมุมหนึ่งนะครับ
ในประการแรก ครับ ที่ท่านบอกว่าป๋นเอ็ม ๑๖ เอ ๒ ไม่สามารถถอดปลอก ลดแสงได้ ผมได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทหารนะครับบอกว่าป๋นเอ็ม ๑๖ เอ ๒ นี่ สามารถหมุนถอดปลอกลดแสงได้เพื่อใส่อะแดปเตอร์ที่ดัดแปลง นี่ผมก็ขอเรียนยืนยันกับ ท่านตามที่เขายืนยันกับผมมานะครับ
ประการที่สอง ที่ท่านพูดถึงเรื่องเสียงป๋นแตกที่กระทรวงมหาดไทย คนที่ ท่านบอกว่าเห็นในรูปที่คล้าย ๆ เสนาบดีนั้นใช่ไครับ ภาพที่ท่านโชว์มานั้นคือท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ตอนที่รถคันที่ท่านนายกรัฐมนตรีและตัวผมนั่งไป ติดอยู่ในวงล้อม ติดอยู่ในตรอกออกไม่ได้ มีผู้ชุมนุมกําลังพยายามจะทุบรถนะครับ ทุบอยู่ แล้วกระจกแตกหมดแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็พยายามจะช่วย เราครับ รปภ. ของท่านก็ได้ยิงป๋นขึ้นฟัาครับ ไม่ได้ถูกใครเลยครับ แล้วทําให้คนที่อยู่หลัง รถนั้นถอยออกไป ทําให้รถของท่านนายกรัฐมนตรีนี่ถอยออกมาได้จากที่ล้อมครับ
ประการที่สามครับ ภาพที่ท่านเอามาแสดงคือภาพนี้นะครับ ที่มีทหาร ถือป๋นอูซี่ครับ ผมถามทหารแล้วอูซี่นี่เปึนขนาด ๙ มม. นะครับ ทหารคนนี้ครับ ถือป๋นอูซี่ จริงครับ แล้วก็อารักขาคนนี้ครับ เปึน ผบ. พล ครับ ซึ่งถือไม้นะครับ ผมกราบเรียนว่าอันนี้ เปึนเรื่องปกตินะครับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้บังคับหน่วยเดินตามคุ้มกัน ไม่ได้ยิงป๋นครับ ถือป๋นชี้ขึ้นฟัาท่านก็เห็นอยู่แล้วนะครับ ไม่ได้ยิงใคร แล้วก็ไม่ปรากฏว่า มีผู้ร่วมชุมนุมคนไหนถูกยิงบาดเจ็บด้วยกระสุนป๋นขนาดนี้นะครับ
ประการที่สี่ครับ ท่านพูดถึงว่าทหารนี่ได้ยิงตรง ยิงในแนวราบนะครับ ตรงไปภาพที่ท่านเห็นนั้นอาจจะเปึนภาพเดียวครับ แต่ผมมีเปึนชุด แล้วผมมีซีดีด้วย ภาพนี้ผมก็เคยเห็นตอนที่สื่อเขาเอามาออกและผมก็ติดตามไปตรวจสอบดูครับ ปรากฏว่า ภาพนี้เกิดขึ้นที่หน้าโรงแรมเซ็นจูรี่ครับ มีรถเมล์สีเหลืองครับถอยหลังชนทหาร แล้วทหาร ก็ยิงที่รถครับ ยิงตัวรถเพื่อหยุดยั้งรถไม่ให้เข้าไปชนทหาร แล้วก็จับคนขับได้ครับ ชื่อนายประยูร ทาขุนทด ครับ อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๓ หมู่ที่ ๗ ตําบลสวาท อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร นายประยูรนี้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยนําส่งโรงพยาบาลทหารผ่านศึกและได้ หลบหนีไปครับตอนนี้
ประการที่ห้า คนที่ถือป๋นแล้วก็ไม่ได้สวมเครื่องแบบ ท่านบอกว่าเปึน พลเรือน จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ เปึนเจ้าหน้าที่ทหารครับ เจ้าหน้าที่ทหารส่วนหนึ่งต้องแต่ง ชุดนอกเครื่องแบบครับ เพราะเปึนคนที่ลําเลียงกระสุน ลําเลียงอาหารส่งกําลังบํารุงทําไม ต้องเปึนอย่างนี้ครับมันสืบเนื่องมาจากว่าตอนที่กลุ่มผู้ชุมนุมไปล้อมทําเนียบรัฐบาลนี่ครับ เขาไม่ยินยอมให้ทหารที่แต่งเครื่องแบบเดินเข้าเดินออก ทหารที่ไปส่งกําลังบํารุงก็ต้องใช้ ชุดนอกเครื่องแบบ ตั้งแต่นั้นในวันปฏิบัติการนี่ครับ ผู้บังคับบัญชาก็ได้แจ้งเตือนทหารที่ เปึนฝ์ายส่งกําลังบํารุงครับว่าให้แต่งชุดนอกเครื่องแบบเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่จะ เดินฝ์าผู้ชุมนุมออกมานะครับ ผู้ที่แต่งชุดนอกเครื่องแบบเหล่านี้ไม่ได้อยู่เดียว ๆ นะครับ อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของผู้บังคับบัญชาโดยตลอดนะครับ ไม่มีการปฏิบัติการแยก ออกมาแต่อย่างใด ผมไม่ประสงค์ที่จะต่อล้อต่อเถียงกับท่าน แต่ว่าผมประสงค์ที่จะให้ ข้อมูลที่ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ
ท่านอิสสระ สมชัย เชิญ
ท่านประธาน ครับ ขอนิดเดียวครับ ขอครึ่งวินาทีก็ได้ ท่านครับพลเรือนถือป๋นไม่ได้ คุณจะขนอาวุธ ขนอาหารก็ไม่ได้ ผิดกฎหมาย ไปดูกฎหมายก่อนครับ ก่อนจะตอบคําถามในสภาครับ แล้วท่านบอกว่ามีลูกแบลงก์ มีอะแดปเตอร์นี่ยิงทะลุไม่ได้นะครับ แล้วทําไมยิงรถเมล์ทะลุ ล่ะครับ ขอบคุณครับผม
เชิญคุณอิสระครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอใช้เวลาสภาเล็กน้อยนะครับ ท่านประธานครับ กรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบระหว่างวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ นั้น รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการดูแลความเสียหายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์ดังกล่าว อยากจะกราบเรียนว่ารัฐบาลได้ตั้งศูนย์เยียวยาความเสียหายให้แก่ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกระผมเองเปึนประธานกรรมการ ศูนย์นี้ ตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์กรณีคนตาย คนหาย และคนได้รับบาดเจ็บ ขอเรียนให้ ทราบว่า มีคนตายจากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ๒ รายครับที่มาแจ้งให้ศูนย์ และเปึนราษฎร ในชุมชนนางเลิ้ง ทําพิธีเผาศพไปแล้ว ทางรัฐบาลได้ไปดูแลโดยตลอด จนกระทั่งจัดการ เผาศพเรียบร้อย และนอกจากนั้นนะครับมีผู้แจ้งสูญหายจริง ๆ เพียง ๒ ราย ปัจจุบันนี้ถึง วันนี้คนที่ว่าสูญหาย ๒ รายนั้นกลับบ้านแล้ว ๑ ราย ยังไม่พบอีก ๑ ราย กระผมเลย อยากจะเรียนกับท่านผู้มีเกียรติว่าถ้าหากว่ามีผู้เสียหายมากกว่านี้นะครับ ขอความกรุณา ได้เอาข้อมูลไปให้กับศูนย์ ซึ่งอยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อจะได้เปึนอีกทางหนึ่งในการช่วยเหลือติดตาม ถ้าหากว่ามีการสูญหายจริงนะครับ นอกจากนั้นก็มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ๑๕๘ ราย ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเวลานี้ ๑๒ รายครับ นอกจากนั้นได้กลับบ้านหมดแล้วครับ ขอเรียนเปึนข้อมูลให้ทราบแค่นี้ครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปท่านวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ ๖ นาที ครับ
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดลพบุรี ย้อนหลัง ไปเมื่อป้ ๒๕๔๙ ในช่วงนั้นกระผมเดินทางหาเสียงการเปึน ส.ว. ครั้งที่ ๑ เขาได้เชิญ กระผมไปพูดให้กับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่อําเภอชัยบาดาลฟังครับ ครั้งนั้นกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งมวลที่นั่งอยู่ประมาณ ๔๐๐ คน สวมเสื้อเหลืองทั้งหมด ยังไม่มีเสื้อแดงปรากฏ กระผม ถามโยนคําถามไปถึงกํานัน ผู้ใหญ่บ้านที่นั่ง ณ ที่นั้นว่า ท่านใส่เสื้อเหลืองกันเพื่ออะไร ไม่มีใครตอบกระผมครับ แต่กระผมรู้ว่าทุกคนตอบได้ว่าใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อแสดง ความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระผมก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าในช่วงนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีปัจจุบันนี้อยู่ต่างประเทศ มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้ตั้งขึ้นมาสวมเสื้อ เหลืองเหมือนกัน แล้วก็ไม่พอใจนายกรัฐมนตรี ไปที่ไหนก็บอกว่าออกไป ออกไป ส่วนคนที่ชอบนายกรัฐมนตรีก็ยกมือขึ้นมาสู้ ๆ วันหนึ่งนายกรัฐมนตรีไปที่ห้างสรรพสินค้า แห่งหนึ่ง พวกที่เชียร์นายกรัฐมนตรีก็บอกสู้ ๆ พวกที่ต่อต้านก็บอก ออกไป นายกรัฐมนตรี กลับไปบ้านเรียบร้อยแล้วทั้งคู่ก็เข้าห้ําหั่นกันด้วยการชกกัน ปากคอแตก ใส่เสื้อเหลือง ด้วยกันทั้งคู่ครับ กระผมถามว่าอย่างนี้แล้วใส่เสื้อเหลืองกันทําไม ถ้าใส่เสื้อเหลืองเปึนเพียงแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระผมว่า แค่นั้นยังไม่พอ คนที่ใส่เสื้อเหลืองทั้งมวลในครั้งกระนั้นเมื่อป้ ๒๕๔๙ คงจะต้องรับรู้ ด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานั้นทรงมีพระราชดํารัสเรื่องอะไรบ้างที่สําคัญ กระผมสรุปพระราชดํารัสของพระองค์ได้ประการสําคัญอยู่ ๒ ประการ ๑. รู้รักษ์สามัคคี ๒. เศรษฐกิจพอเพียง เพราะฉะนั้นการกระทําอย่างที่กระผมเล่าของคนเสื้อเหลือง ๒ กลุ่ม ที่เข้าห้ําหั่นนั้นเปึนเครื่องแสดงความจงรักภักดี รู้รักสามัคคีหรือไม่ แล้ววันนี้เสื้อเหลืองได้ แตกออกมาเปึนเสื้อแดง และก็ได้แตกออกมาเปึนเสื้อน้ําเงินด้วย ความจริงไม่ได้แตก ออกมาจากจุดเดียวกันละครับ แต่เกิดสีแดง สีน้ําเงินด้วย ท่านครับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระราชดํารัสไว้เมื่อ ๒๕๐๐ ป้ ว่าให้เดินทางสายกลาง ถ้าแปลเปึนไทย แปลเปึน เปอรเซ็นต์ ณ วันนี้ก็คือไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เมื่อไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ทําไม ไม่ให้อภัยกันบ้าง เมื่อก้าวผิดพลาดทุกวันนี้เราเรียกร้องกันว่าเปึนอย่างนั้นเปึนอย่างนี้ แต่ไม่เคยเรียกร้องตัวเราเองเลย ให้ลดราวาศอกให้ถอยกันคนละก้าว เพราะฉะนั้นสิ่งที่มัน เกิดขึ้นในประเทศชาติไทยของเรานั้น ผมก็เชื่อมั่นว่าเราไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งกระผม เมื่อเรารู้ว่าเราไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็ควรที่จะยับยั้งชั่งใจควรที่ จะหาทางลง ควรที่จะหาทางยุติกัน ถ้าเรามาพูดกันถึงอดีตมากเกินไปแล้ว วันนี้ พรุ่งนี้ ใน การที่จะมารวบรวมแนวความคิดแก้ไขวิกฤติคงจะทําไม่ได้ ผมอยากจะติงไว้เพียงแค่นี้ละ ครับ ท่านครับ ดึกมากแล้วครับ ผมเองนั้นแสดงความเปึนกลางมาโดยตลอด จึงไม่ว่าเสื้อ เหลืองไม่เคืองเสื้อแดง แล้วก็ไม่แย้งเสื้อน้ําเงินครับ ทําอย่างไรถึงจะให้ยุติลงได้ เราเรียก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า เสด็จพ่อ พ่อของแผ่นดิน เราก็เปึนพ่อกันนะครับ สุภาพบุรุษ วันหนึ่งลูก ๒ คนไม่เข้าใจกัน หัวอกพ่อจะอยู่ตรงไหนครับ เข้าข้างใครได้ไหม ไม่ได้ ณ วันนี้พระราชหฤทัยของพระองค์นั้นเปึนอย่างไรมีใครคิดถึงบ้างไหม มีใครแสดง ความจงรัภภักดีด้วยการรู้รักสามัคคีบ้างไหม สุดท้ายผมฝากไว้ครับ แล้ววันนี้ดีมาก การอภิปรายที่กระผมคาดคิดว่าคงจะใส่กันด้วยอารมณ์มา ณ เวลานี้ ๒๓.๕๐ นาฬิกา ยังไม่มีท่านใดที่ใช้อารมณ์ในการพูดเลย นี่เปึนนิมิตหมายที่ดี เพราะฉะนั้นนิมิตหมายที่ดีนี้ คงจะครอบคลุมไปถึงวันพรุ่งนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณครับ ท่าน ส.ว.ครับ ขอบพระคุณมากครับ ถ้ามีอย่างท่านผมว่าบ้านเมืองสามัคคีกันวันนี้ประเทศไทยไปโลด แล้วครับ ต่อไปคุณนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ๗ นาทีครับ แล้วก็ต่อไปด้วย พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร เขต ๗ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นที่ผ่านมาในช่วงสงกรานต์นี้ ดิฉันคิดว่าก็เปึนสิ่งที่น่าเศร้าใจและก็หดหู่ใจยิ่ง เพราะว่าเปึนช่วงในวันขึ้นป้ใหม่ของไทยเรา แล้วก็เปึนช่วงที่วันผู้สูงอายุที่เราเคารพรัก ทั้งหลายกําลังจะตักตวงความสุข กําลังจะอยากได้สิ่งดี ๆ จากลูกหลาน แต่ท่านก็ต้อง โศกเศร้า และก็ซึมเศร้าไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดิฉันก็เปึนผู้หนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ตรง ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเพชรบุรี ซอย ๗ ก็ตาม แต่ก็คงจะ ห่างกันไม่ถึง ๑๐ เมตร แล้วก็จะได้รับการรายงานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซอยเพชรบุรี ๗ ตลอดเวลา แล้วก็ด้วย เสียงที่ตระหนกตกใจ แล้วก็ด้วยเสียงอึกทึกรอบ ๆ ตรงนั้น ดิฉันคิดว่าคงจะไม่มีใครที่จะ สร้างภาพหรือว่าเปึนการแสดงออกมาใน ณ ชุมชนแห่งนั้น ชุมชนแห่งนั้นเปึนชุมชนที่มี อุดมการณ์หลายอุดมการณ์ต่างกัน แต่เปึนชุมชนที่เราให้เกียรติและรักเคารพซึ่งกันและ กัน เราไม่เคยจุดฉนวนกันเลยในเรื่องของอุดมการณ์ที่ต่างกัน ทุกครั้งที่มีเกิดสิ่งที่ไม่ดี เกิดขึ้นในซอย เขาก็จะรวมตัวกันเข้ามาช่วยกันทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ดิฉันก็ขอบอกเลยว่า คงจะ ไม่มีคนใดที่จะเอาศาสนสถานมาเปึนเครื่องต่อรองในการที่จะสร้างภาพหรือว่าแสดง สิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นโดยการมีการปะทะกันในชุมชนนั้น เพราะศาสนสถาน สิ่งที่เราเคารพ รักนั่นคือ บ้านของพระเจ้า หรือบ้านของพระองค์อัลเลาะห์ซุบฮานาฮูวาตะอาลา ที่มุสลิม ทุกท่านทราบดี ตรงนั้นเปึนสุสาน เปึนกุโบที่ฝังบรรพบุรุษของคนในซอยนั้น เพราะฉะนั้น ตรงนั้นเปึนสิ่งที่เราให้ความสําคัญยิ่ง แล้วเราก็จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าเราจะเอาศาสนา เข้ามาในเรื่องของวันนั้น เพราะนั่นคือศาสนสถาน เปึนที่ประกอบพิธีกรรม เปึนที่ทุกคนเข้า ไปในละหมาด เปึนที่ทุกคนที่เข้าไปแสวงหาความดี ระลึกถึงพระเจ้า ขอพรต่อพระเจ้า เหตุการณ์วันนั้นเกิดในเวลาที่กําลังเข้าเฝัาพระเจ้า เปึนช่วงละหมาดอัสรี แล้วยังมีคนที่ ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในเวลานั้น มีผู้ที่ได้อาจจะคิดเท่าไม่ถึงการณ์ หรืออาจจะเปึนผลต่อ เนื่องมาจากทําเนียบรัฐบาล หรืออะไรดิฉันไม่ทราบได้ แต่มีการยิงเข้าไปในสถานที่ตรงนั้น นั่นคือหัวใจของชาวชุมชน ชาวชุมชนเมื่อได้ยินเสียงตะโกนบอกว่า มีคนยิงมัสยิด มีคนยิง มัสยิด ทุกคนก็กรูกันออกมา แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเปึนการยิงมัสยิด หรือว่าเปึนการอะไร ที่จะเกิดขึ้นในชุมชนนั้นเขาก็จะกรูออกมาเพื่อที่จะแสดงความสมานสามัคคีกันอยู่แล้ว แต่นี่ยิ่งมัสยิด ดิฉันขอบอก ณ ตรงนี้ไว้เลยว่า ไม่ใช่เพียงเฉพาะศาสนาที่เปึนอิสลาม เท่านั้นที่เดินออกมาหรือวิ่งออกมา ศาสนิกอื่นที่อยู่ในชุมชนนั้นร่วมกันออกมาเพื่อปกปัอง ในสิ่งที่เขารัก ในสิ่งที่เขาเปึนเจ้าของ เขาร่วมกันออกมาหลายศาสนิก ณ ตรงนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอบอกเลยว่า การกระทําที่กลุ่มม็อบได้เข้าไปกระทํา ไม่เพียงแค่ชุมชน ซอย ๗ เท่านั้น ละมาตั้งแต่เพชรบุรี ซอย ๕ ได้มีการเข็นถังแก๊ส มีการเผายางเกิดขึ้นที่หน้า ชุมชน สิ่งเหล่านี้ดิฉันอาจจะไม่พูดรายละเอียดมากนักเพราะว่ามีท่านอภิปรายไปบ้างแล้ว แล้วท่านเจะอามิงอาจจะมีรูปภาพแล้วก็มีวีซีดีประกอบ เพราะได้มีคนได้ถ่ายเหตุการณ์ ต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ดิฉันขอยืนยันว่าตรงนั้นไม่ใช่แน่ ในการสร้างสถานการณ์ไม่ใช่แน่ เพราะทุกคนหวาดกลัว มีกล้องที่เปึนวงจรป่ด ชาวชุมชนถอยร่นออกมาเมื่อมีเสียงยิงป๋น มีการประท้วงป๋นยิงกราดเข้าไปในซอย ตู้กระจกของชุมชนที่ขายของตรงนั้นแตกหมด ดิฉันอยากจะร้องขอผู้ที่ทําการเหล่านี้เหลือเกิน ชุมชนนั้นเปึนชุมชนที่ทํามาหากินหาเช้า กินค่ํา ดิฉันเห็นกระจกเขาแตกกระจาย เขาบอกเขาไม่มีเงินซื้อ และเขาก็นั่งขายเช่นนี้อยู่ ตลอดเวลาตั้งแต่วันนั้นมา กระจกก็ยังขาดแหว่งอย่างนั้น ดิฉันบอกว่าทําอย่างนี้ทําไม เดี๋ยวคนไม่ซื้อนะ ไม่เปึนไรเพราะมันไม่มีนี่ ใครจะรับใช้ ดิฉันอยากจะให้ทุกคนสํานึกว่า ทุกคนเปึนคนไทยด้วยกัน จะเสื้อสีไหนก็ตาม ดิฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เลย ประเทศเราไม่ใช่ประเทศที่ร่ํารวย แล้วก็ยังมีอีกหลายคนมากนักที่ยังต้องทํามาหากิน ยังต้องดิ้นรนกันอยู่ แล้วกลุ่มที่เข้ามาทํานั้นดิฉันคิดว่าก็ไม่ใช่กลุ่มที่จะมีมากนัก ไม่เห็นใจ ซึ่งกันและกันเชียวหรือ ต้องทํามาหากินแบบนั้น เดี๋ยวนี้ชุมชนนั้นกลายเปึนชุมชนที่มีสี ๓ สีค่ะ สีแดง สีขาว และสีน้ําเงิน เพราะดิฉันได้นั่ง คุยกับคนที่มีอุดมการณ์ต่างกันว่า มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้แล้วล่ะ ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบนี้เราต้องออกมาสู้ เพราะนี่คือสมบัติและทรัพย์สินที่เขาบริจาค สร้างกันตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ กว่าจะได้เม็ดทรายเม็ดหนึ่ง กว่าจะได้กําแพงต้องรวมสร้างกัน กี่ป้ ชาวมุสลิมรู้หมดว่าการสร้างมัสยิดแต่ละหลังต้องใช้เวลากี่ป้ ต้องจัดงานกันกี่ครั้ง กี่แล้วกี่รุ่น เขาบอกไม่ได้ เขามี ๓ สีแล้วในหัวใจ สีแดงหมายถึงชาติ ดิฉันอยากให้ทุกคน คิดว่าเราอยู่ชาติเดียวกัน ขอให้มีสีขาวอยู่ในหัวใจนั่นคือศาสนา คนเราถ้ามีศาสนาอยู่ใน หัวใจจะทําอะไรเขาต้องยั้งคิด เขาต้องรู้บาปบุญคุณโทษ พระมหากษัตริย์คือสิ่งที่อยู่เหนือ หัวแล้วก็สิ่งที่รวมจิตใจของเราด้วย ขอกราบขอบคุณท่านประธานค่ะที่ให้โอกาส
ครับ สีขาวสะอาดบริสุทธิ์ครับ ต่อไป ท่าน พลอากาศเอก ณพฤษภ์ เชิญครับ ท่าน ๖ นาทีนะครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร สมาชิกวุฒิสภา จากการสรรหาภาคอื่น ตัวแทนพี่น้องลูกเสือ มีเวลาเพียง ๖ นาทีก็จะขอเพียงที่จะ เรียกร้องสติจากทุกฝ์ายด้วยเวลาเพียง ๖ นาทีครับ กระผมใคร่ขอเรียนกับท่านทั้งหลายว่า พวกเราทุกคนคงจะต้องรู้สึกสะเทือนใจ สลดหดหู่ เครียดและมีขวัญกําลังใจท้อถอย กับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ นอกเสียจากจะทํามาหากินอย่างฝ๋ดเคืองยิ่งขึ้นกว่า แต่ก่อนแล้ว ก็ยังมีผู้คนจํานวนหนึ่งที่จะมุ่งที่จะทะเลาะกันสร้างความเดือดร้อนกัน อย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นประทุษร้ายต่อกันทั้งด้วยกาย วาจาและใจอย่างเอาเปึนเอาตาย แต่ด้วยเหตุผลทางการเมือง ทางผลประโยชน์และทางอุดมการณ์ก็ตาม การทํามาหากิน ฝ๋ดเคืองก็พอจะมีเหตุผลที่จะทําใจได้ครับ แล้วก็คิดว่าคงจะได้ช่วยกันฝ์าฟันอุปสรรค จนผ่านพ้นไปได้ แต่การทะเลาะกัน แบ่งแยกกันเปึนฝักเปึนฝ์ายจากกลุ่มเล็ก ๆ จนขยาย เปึนกลุ่มใหญ่จนเปึนวิกฤติต่อความสามัคคีของคนในชาติ บางทีอาจจะร้ายแรงเกินกว่า ที่เราจะเยียวยาได้ แล้วก็มาบัดนี้ได้ฟังอยู่ในสภาตั้งแต่เช้าจนถึงจะเลยเที่ยงคืนอยู่แล้ว นะครับจะวันใหม่แล้ว ก็ยังดูเหมือนว่าหลายท่านก็ยังมีใจที่จะเขี่ยลูกกันอีกต่อไปอีก ซึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าเศร้า ท่านประธานครับ กระผมใคร่จะขอเชิญชวนให้พวกเราได้ถอดอคติ กันบ้างจะพอได้ไหมครับ เพราะว่าเราจะได้มาซึ่งความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน แล้วก็ เห็นประโยชน์ของผู้อื่นบ้าง เพราะเราทุกคนจะว่าเราหรือเขาก็ตามต่างก็ตกเปึนทาส อยู่ในสังคมเดียวกันทั้งสิ้น โอกาสผิด โอกาสถูกก็มีอยู่พอ ๆ กัน ถ้าคิดเช่นนี้แล้วน่าจะพอ มีอารมณ์ที่จะรู้รัก สามัคคีกันได้บ้าง วิกฤติต่าง ๆ ก็จะลดลง ท่านประธานครับ เวลานี้เราควรที่จะได้ขอบคุณเคารพ และเห็นใจพลเมืองส่วนใหญ่ ในชาติของเรา ที่ยังคงภูมิใจในความเปึนไทย ยังสุขใจกับความเปึนอยู่ใต้พระบารมีในองค์ พระมหากษัตริย์ที่รักและเคารพของพวกเขา ได้ร่วมกันทําความดีสารพัดด้วยความตั้งใจ ตั้งใจที่จะทํามาหากิน สร้างความเจริญ สร้างความสงบสุขให้กับบ้านเมือง เพียงแต่ว่า หากมีคนชั้นนําเฉกเช่นนักการเมืองทั้งหลาย พอจะเปึนที่พึ่งพิงเขาได้ ให้สติเขาได้บ้าง ไม่พยายามชักชวนให้เขาเลยเถิดเกินธรรมชาติ ไม่คุกคามเอาเปรียบเขาจนเขาเดือดร้อน โดยไม่รู้ตัว เราคงจะมีความสงบสุขในชาติของเรามากกว่านี้ ผมขอเรียกร้องให้ทุกฝ์าย อย่าเห็นผิดเปึนชอบนะครับ ถึงเวลาเดือดร้อนจะเดือดร้อนทุกฝ์ายนะครับ อย่าพยายาม เสี่ยงเลยครับ ขอวิงวอนให้ทุกฝ์ายทําการเมือง โดยหลีกเลี่ยงการละเมิดคุกคามกับสิ่งที่ ชาวไทยเคารพรักและเทิดทูนสักการะ คือสถาบันพระมหากษัตริย์เปึนเรื่องสําคัญนะครับ นอกจากท่านจะทําลายน้ําใจคนไทยด้วยความเขลาแล้ว ท่านยังจะนําความเสื่อมถอย และเคราะห์กรรมมาสู่ประเทศชาติของเราอีกด้วย ขอสนับสนุนให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ ของรัฐบริหารบ้านเมืองโดยใช้นิติรัฐอย่างเข้มแข็งและเคร่งครัด เพื่อความเปึนธรรมกับทุก ฝ์าย และนํามาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมืองอย่างแท้จริง เพราะจะเปึนการคุ้มครอง สังคมโดยรวม มิใช่เพื่อเฉพาะบุคคลและตนเอง ขอเชิญชวนให้ทุกฝ์ายได้ทบทวนการแก้ไข รัฐธรรมนูญหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เปึนธรรมชาติเหมาะสม เปึนประโยชน์กับคนไทย มากกว่าหลักการตามทฤษฎีต่าง ๆ จากต่างประเทศ โดยถือประโยชน์กับประชาชน ส่วนใหญ่เปึนสําคัญ ฟังเสียงเขาให้มาก ๆ ครับ สุดท้ายขอเรียกร้องให้ทุกฝ์ายที่รักความ เปึนธรรม และรักประชาธิปไตยโดยเฉพาะรัฐบาล จะต้องตระหนักที่จะมุ่งให้ความรู้กับ ประชาชน สร้างมวลประชาสังคมที่จะรู้เท่าทันความหลอกลวงอันเลวร้ายจากการ เอาเปรียบประชาชน และไม่ชอบธรรมของนักการเมืองที่ใช้ประชาธิปไตยอย่างเสียหาย ไม่เปึนคุณต่อบ้านเมือง ก็อย่ามัวเป่ดเกมป่ดเกมให้เสียเวลาเลยครับ ช่วยกันทําให้ชาติได้ สงบสุขกันจะดีกว่าครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ คุณทนุศักดิ์ คุณประสงค์ คุณขยัน พันตํารวจเอก สนธยา คนละ ๕ นาทีนะครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตเปลี่ยนบรรยากาศในการอภิปราย วันนี้นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่า
ขอโทษนะครับ ๑๕ นาที ตัดไป ๕ นาที เหลือ ๑๐ นาที เชิญครับ
ขอบคุณ ครับท่านประธาน เพื่อให้สภาได้มีมุมมองในการพิจารณาที่มากขึ้น ท่านประธานครับ ผมเองนอกจากได้รับเกียรติจากพี่น้องประชาชนมาเปึนผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้แล้ว ก็ได้รับเกียรติจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่งให้ไปเปึนกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และ วัฒนธรรมของสภาผู้แทนราษฎรด้วย ในโอกาสที่ได้ไปทํางานที่คณะกรรมาธิการแห่งนี้ ผมได้มีโอกาสไปพบปะเจอะเจอกับเพื่อนกรรมาธิการลักษณะเดียวกันนี้นะครับ ทํางาน ร่วมกันกับกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของประเทศกัมพูชา และประเทศลาว เราได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พอสมควรเลยครับ และเมื่อไม่นานมานี้ก็เคยพาคณะมาพบกับท่านประธานสภา ท่านคงพอจําได้ ท่านประธานครับ การพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับกรรมาธิการทั้ง ๓ ชาติ เราได้มีการทํา กิจกรรมร่วมกัน และที่สําคัญที่สุดเราได้มีผลงานร่วมกัน ๓ ชาติอันหนึ่ง ก็คือผลงานของ โครงการดินแดนอารยธรรมสันติสุข เราได้สร้างอัลบั้มเพลงขึ้นมาอัลบั้มหนึ่งเปึนเพลงของ ประเทศกัมพูชา ประพันธ์โดยนักร้องศิลป่นกัมพูชา ๓ เพลง เปึนเพลงที่ร้องและประพันธ์ โดยศิลป่นของประเทศลาว ๓ เพลง และเพลงที่ประพันธ์และร้องโดยศิลป่นของไทย ๓ เพลง และมีเพลงที่เปึนเพลงกลางภาษาอังกฤษแต่งร่วมกัน ร้องร่วมกันอีก ๑ เพลง เปึน ๑๐ เพลง งานของเราเสร็จเรียบร้อย และได้เป่ดอัลบั้มที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ ๙ ที่ผ่านมานี้นะครับ ที่ศูนย์ประชุมที่ดินแดง เราได้ร้องเพลงร่วมกันอย่างมีความสุขนะครับ แล้วก็เราก็ยังได้มีโอกาสได้ร้องเพลงอย่างที่กราบเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบ ท่านประธานทราบไหมครับว่าในการพบปะแล้วก็ร่วมงานกับมวลมิตรทั้ง ๒ ชาตินั้น ผู้นํา คณะของกัมพูชาคือ ดอกเตอร์อัน ซําอัน ส่วนที่ลาวคือ ดอกเตอร์สมภูนะครับ เปึนหัวหน้า คณะของทั้ง ๒ ชาติ ในระหว่างที่มีโอกาสได้คุยกันนะครับท่านประธาน ท่านผู้มีเกียรติที่ เคารพ พี่น้องครับ เขาเปึนห่วงประเทศไทยครับ เขาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยใน ขณะนี้ประเทศเขาทั้งสองเคยผ่านมาก่อนแล้ว ได้มีการเข่นฆ่าประหัตประหารผู้คนล้มตาย เปึนหมื่น เปึนแสน เปึนล้าน ในประเทศทั้งสองเขาเปึนห่วงประเทศของเราครับ เขากลัวว่า จะไปเดินตามรอยของเขา ในวันนั้นเมื่อการแสดงเสร็จในวันที่ ๙ วันที่ ๑๐ ผมไปส่งเขาที่ สนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อย ผมได้ไปพบพี่น้องเสื้อแดงที่ทําเนียบรัฐบาล เพราะว่ามี พี่น้องของจังหวัดผมมาอยู่ที่ทําเนียบรัฐบาลตรงนั้น รอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาลนั้นเยอะ เหมือนกัน ผมก็ไปเยี่ยม แล้วก็ไปด้วยความเปึนห่วง เพราะรู้ว่าเขาอยู่ด้วยความลําบาก นะครับ แล้วก็อันตรายก็พอสมควร สิ่งต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานในวันนี้ ก็เพื่อที่จะสะท้อนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองไทยในบ้านเราในขณะนี้นั้นอย่าประมาท นะครับว่ามันจะหายไปง่าย ๆ เหมือนกับปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วก็มีเวลา สักพักก็หายไป ยกตัวอย่างปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กี่ป้มาแล้วครับ นั่นแค่ ๓ จังหวัดนะครับ และถ้าเกิดความขัดแย้งที่มีคนมีส่วนร่วมเปึนล้าน ๆ คน แล้วกระพือโหม ไป ๗๖ จังหวัดทั้งประเทศ อะไรจะเกิดขึ้นสําหรับประเทศไทย ผมตกใจมากครับที่มีการ ผูกโยงเอาเรื่องที่เกิดขึ้นที่เพชรบุรี ซอย ๗ ไปเกี่ยวกับมัสยิดทางใต้ ผมกราบขอร้องครับ อย่าไปถึงขั้นนั้นเลย อย่าไปขนาดนั้นเลยครับ เพราะว่าแค่นี้เราก็รับไม่ไหวแล้วนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้สิ่งที่ผมอยากจะกราบฝากคงจะไม่ใช่เฉพาะใน ที่ประชุมแห่งนี้หรือทางรัฐบาล คงกราบฝากไปที่พี่น้องคนไทยทั้งชาติครับว่าถึงเวลาแล้ว ครับที่เราจะต้องยอมกันบ้าง ต้องหยุดกันบ้าง ต้องถอยกันบ้าง และเสียสละกันบ้าง และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอํานาจวาสนาทั้งหลาย ผู้ที่เปึนเสนาบดีทั้งหลายยิ่งต้องถอย ต้องหยุด ต้องเสียสละมากกว่าคนปกติ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเราเริ่มไม่ได้ครับ ไทยทุกคน ทุกสีต้องหยุดครับ ต้องถอยครับ สุดท้ายครับ ผมฝากไว้สัก ๕ ๖ ๗ หัวข้อครับ
ข้อ ๑ ทหารบางท่านบางคนที่เปึนผู้หลักผู้ใหญ่ท่านต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองได้แล้ว
ข้อ ๒ ตํารวจครับ ต้องทําหน้าที่ให้เต็มที่ได้แล้ว
ข้อ ๓ ข้าราชการพลเรือนทั้งหลาย ตอนนี้ประชาชนกําลังเดือดร้อน เศรษฐกิจตกต่ําต้องทุ่มเททํางานครับ
ข้อ ๔ พ่อค้านักธุรกิจทั้งหลายอย่าเอาเปรียบคนอื่นโดยการมาสนับสนุน พรรคการเมืองหรือนักการเมืองเพียงเพื่อให้ตัวเองได้ผลประโยชน์
ข้อ ๕ สีเหลือง ท่านต้องเลิกคิดว่าคนอื่นไม่จงรักภักดี
ข้อ ๖ สีแดงครับ พี่น้องครับ อยู่บ้านเถอะครับ ทําไร่ ทํานา ขับรถแท็กซี่ ขับมอเตอร์ไซด์ หยุดโกรธ หยุดน้อยใจไปก่อน และ
ข้อ ๗ สุดท้ายฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ ว่าท่านจะต้องคิดว่าท่านจะคิดอย่างไร พูดอย่างไร ยอมอย่างไร ถอยอย่างไร และเสียสละ อย่างไรครับท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยประเทศได้อย่างเต็มที่ จริง ๆ และท่านนายกรัฐมนตรีเปึนนายกรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านประสงค์ นุรักษ์ ครับ ๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทน ปวงชนชาวไทยครับ แล้วก็ขอสวัสดีพี่น้องชาวไทยในโอกาสวันใหม่ด้วยครับ เปึนการแสดง ว่าพวกเราซึ่งเปึนนักการเมืองอยู่ในสภาแห่งนี้ทํางานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แล้วก็ทํางาน ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทั้งหมดครับ ก่อนที่ ท่านประธานจะจับเวลากระผม กระผมใคร่จะขอเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า ท่านสนธยา แสงเภา ซึ่งอยู่ข้างหลังกระผมนี่ท่านได้สละเวลาของท่านให้กับกระผมด้วย ครับ เพราะฉะนั้นเวลาของท่านสนธยาก็คงจะต้องหายไปมาเปึนเวลาของกระผมแทนครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมใคร่จะขอบพระคุณทางรัฐบาลที่ได้ มีความคิดกว้างไกล ในเมื่อกรณีที่มีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินนึกถึงสมาชิก รัฐสภา ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก เปึนการกระทําซึ่งกระผมถือว่า รัฐบาลนี้ซึ่งได้มาและคงอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ทําไมกระผมพูดอย่างนั้น ครับ ขณะนี้มีความโต้แย้งกันอยู่บางส่วนว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ในระบอบประชาธิปไตย แต่ในทัศนะของกระผม กระผมเปึนนักการเมืองหน้าใหม่ แต่กระผมได้มีชีวิตอยู่ในโลกของ ประชาธิปไตยไม่น้อยกว่า ๓๐ ป้ที่สหรัฐอเมริกา และกระผมมีส่วนร่วมในทางการเมือง มาตลอด กระผมไปอยู่อเมริกาไม่ได้อยู่เพื่อเอาประโยชน์จากอเมริกา กระผมไปอยู่เพื่อจะ มีส่วนร่วมกับการมีชีวิตอยู่ในอเมริกาด้วย กระผมเลยศึกษาและเรียนรู้ว่าประชาธิปไตย นั้นเขามีเพื่อที่จะให้เสียงส่วนใหญ่ได้รับการยอมรับ และในขณะเดียวกันจะต้องรักษา ผลประโยชน์ของบุคคลซึ่งมีเสียงส่วนน้อยด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงเวลา ๖-๗ วันที่ผ่านมานี้ ตั้งแต่มีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้นในประเทศไทยซึ่งทุกคนได้ตระหนัก กันอยู่ดี กระผมเองได้รับการติดต่อ ได้รับการประสานงานมาจากคนไทยเกือบจะทั่วโลก ทั้งทางโทรศัพท์และทางอีเมล คนไทยที่อยู่ทางต่างประเทศเขามีความเปึนห่วง เขามีความกังวลถึงความเปึนอยู่ของประเทศไทย ถึงคนไทยที่อยู่ในเมืองไทยไม่ขาดระยะ ครับ คนไทยที่ลอสแองเจลิส คนไทยที่นิวยอร์ก คนไทยที่ฟลอริด้า คนไทยที่ชิคาโก กระผม ได้รับโทรศัพท์มาเกือบตลอดเวลาในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันสงกรานต์มานะครับ และในขณะเดียวกันในช่วงเวลาที่หยุดสงกรานต์นั้น กระผมก็ได้ลงไปอยู่ในภาคใต้ กระผมได้ไปที่จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดชุมพรหลายอําเภอครับ มี เสียงซึ่งเปึนเสียงสวรรค์จากประชาชนให้กระผมมาตลอดเวลาในการพูดคุยและพบปะกัน ในการเยี่ยมเยียนประชาชนว่าเขาเปึนห่วงว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต แต่นั่น แหละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีความเปึนห่วงอันไหน ไม่มีภารกิจ ไม่มีความเปึนห่วงอันไหน ไม่มีภารกิจอันไหนที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าภารกิจของพวกเรา ทั้งหมดที่อยู่ในสภาแห่งนี้ที่จะต้องรับผิดชอบในการแบกภาระร่วมกับรัฐบาล รัฐบาลนี้เปึน รัฐบาลซึ่งกระผมเองก็มีความสงสัยอยู่ในหลายกรณีแต่รอให้เปึนวาระหลังคือ โอกาสของ วันที่ ๑ ซึ่งจะมีขึ้นนี้ ทางวุฒิสภามีการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ กระผมคิดว่าวันนั้น กระผมจะได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นอีกลักษณะหนึ่ง แต่วันนี้การที่รัฐบาลได้เชิญให้ พวกเรามาร่วมการประชุมในวันนี้เพื่อจะแสดงความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่ง เกิดขึ้นกับรัฐบาล ผมเองผมก็จะทําภารกิจในส่วนนั้น ส่วนการจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การที่จะอภิปรายรัฐบาลนั้นกระผมจะไม่กระทําในวันนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับข้อมูล ได้รับการเรียกร้อง ได้รับการเสนอแนะจากประชาชนจํานวนมาก มีความสงสัยอย่างมากเลยครับว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ์ายความมั่นคงของรัฐบาลนี้ ได้กระทําโดยสมบูรณ์แบบหรือไม่ ได้กระทําโดยความถูกต้องหรือไม่ ได้กระทําด้วยความ สุจริตใจหรือไม่ ได้กระทําด้วยความจริงใจหรือไม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๓-๔ เหตุการณ์ อย่างน้อย เหตุการณ์ที่รถ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีต้องติดไฟแดงที่พัทยา การกระทําในวัน นั้นกระผมเชื่อแน่ว่า ถ้าหากว่าทางหน่วยงานความมั่นคงได้มีการทํางานที่ชัดเจนและ แจ่มแจ้งคงจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คงจะมีการปัองกันที่ชัดเจน ต่อมาที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท วันก่อนหน้าที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทางรัฐบาลได้เคยประกาศว่า จะให้พวกผู้ ชุมนุมนั้นจะอยู่ห่างจากโรงแรมประมาณ ๒ กิโลเมตร แต่ในวันรุ่งขึ้นเปึนวันที่เหตุการณ์ เกิดขึ้นนั้นเหตุผู้ซึ่งจะมาชุมนุมนั้นได้อยู่ในบริเวณโรงแรมใกล้เพียงประมาณไม่ถึง ๕๐ เมตรด้วยซ้ําไป กระผมว่าทําไมการทํางานด้านความมั่นคงของรัฐบาลจึงมีความ บกพร่องถึงขนาดนั้น ท่านประธานครับ มิหนําซ้ําที่กระทรวงมหาดไทย ผมไม่เชื่อครับว่า ทางหน่วยความมั่นคงของรัฐบาลนั้นจะไม่ได้ข้อมูลในสิ่งที่จะจัดการในการปัองกันไว้ก่อน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผู้นําของประเทศนะครับ ผู้นําของประเทศ ไทยคนเดียวยังไม่พอ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นผู้นําของประเทศอื่นอีก ๑๕ ประเทศจะต้องมี ความกังวลในเรื่องความมั่นคงที่จะมาร่วมกิจกรรมในประเทศไทยอีกด้วย ความสูญเสีย ครั้งนี้เปึนความสูญเสียที่มหาศาลเปึนความสูญเสียที่พวกเราจะต้องจดจําไปจนตายว่า โอกาสของการเปึนผู้นําซึ่งเราต้องการจะเปึนผู้นําจะต้องสูญเสียไปอย่างมากในวันนั้น แต่ไม่เปึนไรครับ โอกาสที่จะแก้ตัวนั้นยังพอมีอยู่ แต่กระผมไม่อยากจะยกตัวอย่างใน ต่างประเทศนะครับว่า ถ้าผู้บริหารประเทศหรือนักการเมืองเขาได้ดําเนินการ หรือมี นโยบายที่ผิดพลาดขึ้นมาแล้ว นี่ เขาจะกระทําตัวอย่างไร กระผมไม่อยากจะเอาตัวอย่าง ของต่างประเทศมาอ้างในการทํางานทางการเมืองของประเทศไทย ในทางกลับกัน กระผมอยากจะให้คนต่างประเทศนี่ยกตัวอย่างนักการเมืองของประเทศไทยว่าควรจะทํา อย่างไรสําหรับประเทศเขา แต่ไม่ทราบว่าในชีวิตกระผมซึ่งคงจะอยู่อีกไม่นานนัก จะได้มี โอกาสเห็นนักการเมืองของประเทศไทยเรามีการแสดงตัวในลักษณะนั้นได้หรือไม่ แต่ไม่ เปึนไรครับ ถ้าตราบเท่าที่ผมยังมีชีวิตอยู่ กระผมจะรอครับบางทีผมอาจจะมีความหวัง อยู่บ้าง ครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ ผู้ซึ่งรับผิดชอบด้านความมั่นคงของประเทศไทยควรจะได้มี โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองต่อโลกว่านักการเมืองของประเทศไทยเรานั้นมีความรับผิดชอบ ในการรับผิดชอบที่ว่านั้นไม่ใช่ว่าขอแก้ตัวที่จะไม่มีโอกาสอย่างนั้นเกิดขึ้นอีกในอนาคต ยังมีการแสดงความรับผิดชอบที่เป่ดเผย มีความรับผิดชอบที่สง่างาม มีความรับผิดชอบที่ จะเปึนตัวอย่างที่ดีให้แก่สังคมการเมือง เมืองไทยในอนาคตและสังคมโลกได้รู้ว่า นักการเมืองที่ดีนั้นเขาจะปฏิบัติตัวกันอย่างไร ท่านประธานครับ นั่นเปึนเพียงเรื่องหนึ่งที่ กระผมได้รับการติดต่อได้รับการเล่าให้ฟังจากประชาชนซึ่งเปึนเสียงสวรรค์ของกระผม ในฐานะผมเปึนนักการเมืองรุ่นใหม่ กระผมเองผมไม่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน แต่กระผมได้รับการมอบหมาย เมื่อท่านมอบหมายให้ทํางานให้กับประชาชน กระผม ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนนั้นครับ กระผมจะมีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ตรงนั้นนานเท่าไรเปึนอีกเรื่อง หนึ่งของอนาคต
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ กระผมเห็นด้วยกับการแก้ รัฐธรรมนูญ เพราะว่าการแก้รัฐธรรมนูญของประเทศไทยนั้นและไม่ว่าของประเทศไหน ไม่ใช่บัญญัติ ๑๐ ประการ ไม่ใช่ศิลาจารึก ซึ่งมิอาจจะแก้ไขได้แต่ช่วงเวลาอย่างนี้ยัง ไม่เหมาะสมครับ กระผมอยากจะให้รัฐบาลได้มีโอกาสพิจารณาให้รอบคอบว่า รัฐธรรมนูญซึ่งได้มาด้วยระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ คือการลงประชามติของ ประชาชนนั่นแหละครับคือเปึนแนวทางของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งคนส่วนใหญ่ได้มีการ ยอมรับ รับรองว่านี่คือรัฐธรรมนูญที่เราควรจะใช้กันต่อไป ให้เวลากับรัฐธรรมนูญเถอะ ครับ อย่าถือโอกาสเอาความวุ่นวายของบ้านเมือง แล้วก็ถือว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี้จะ แก้ปัญหาทุกอย่างได้ ไม่ใช่ครับ กระผมไม่อยากจะเห็นการแก้กติกากลางเกม กติกาที่มี อยู่ในการเกมเล่นฟุตบอลที่เราเล่นกันอยู่ เราปฏิบัติกันเถอะครับจนกว่าเกมนั้นจะเสร็จสิ้น บัดนี้ผลจากรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ยังกําลังจะมีผลบังคับครับ เริ่มจะมีผลบังคับ ในทางดี กระผมไม่เชื่อครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ กระผมไม่เชื่อครับว่ารัฐธรรมนูญนี้จะให้รัฐบาลอ่อนแอ กระผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะเปึนบทเรียนบทแรกอีกบทหนึ่งที่จะสอนให้ประชาชนชาวไทยเรารู้จักการปรับปรุง เปลี่ยนแก้ไขตามขั้นตอนของการวิวัฒนาการทางรัฐธรรมนูญของประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประการหนึ่ง เกี่ยวกับการที่จะออกกฎหมาย นิรโทษกรรมซึ่งมีความคิดอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานครับ บุคคลผู้ซึ่งทําผิดกฎหมาย ไม่ว่า กฎหมายอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่ตามมาคือโทษ ถ้าหากว่ามีบทซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว ว่าจะต้องรับโทษ กล้ากระทําผิดต้องกล้ารับโทษครับ กระผมเองเมื่อวานนี้แหละครับ กระผมได้รับใบสั่งจากตํารวจว่ากระผมจอดรถห่างจากขอบถนนซึ่งควรจะจอดชิดกว่านี้ พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ผมจะไปที่โรงพัก เพื่อจะไปบอกตํารวจว่า กระผมขอเสียค่าปรับขั้นสูงสุด ทําไมครับ กระผมจะบอกตํารวจว่า ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา หลังจากกระผมจ่ายเงินแล้ว นะครับ กระผมกระทําผิดกฎหมาย กระผมควรจะได้รับโทษสูงสุด ไม่ควรที่จะได้รับโทษ ในลักษณะของการลดหย่อน กระผมหวังว่าท่านประธานครับ การที่จะออกกฎหมายนิร โทษกรรมนั้นต้องทําอย่างรอบคอบนะครับ หวังว่ารัฐบาลคงจะคํานึงเรื่องนี้ให้ดี ถ้าออกว่า กฎหมายยกเว้นการทําผิดได้ ยกเว้นให้หมดประเทศไทยครับ ทุกคนที่อยู่ในคุกออก ให้หมด แล้วมาเริ่มชีวิตใหม่ด้วยกัน ท่านประธานครับ วันนี้เวลาของผมมีแค่นี้ คิดว่าเวลา ที่นักการเมืองรุ่นใหม่อย่างกระผมได้แสดงออกในทางด้านของความคิดคงจะเปึน ประโยชน์บ้างแก่ประชาชนไม่มากก็น้อยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ท่านขยัน วิพรหมชัย เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุการณ์ช่วง มหาสงกรานต์เย็นหล้าทั่วไทยที่ผ่านมา เปึนเหตุการณ์แห่งความทุกข์ ความเศร้าโศก ความเสียใจของคนไทยทั่วประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยาลามมาถึงเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบไปถึงภาคเหนือของกระผม ซึ่งเปึน เมืองของวัฒนธรรมที่ผู้คนตั้งหน้าตั้งตารอคอยว่า เมื่อไรสงกรานต์จะมาถึง เขาเหล่านั้น จะได้กลับบ้าน จะไปหาพ่อ หาแม่ ไปหาครอบครัวอันอบอุ่น จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศต่างที่จะขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่ เอาเงินไปให้คนเชียงใหม่ คนลําพูน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่กลับมีนักการเมืองระดับชาติที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ นําผู้คนใส่ เสื้อสีแดงไปป่ดถนนที่ลําพูน สายลําพูน-เชียงใหม่ สายลําพูน-ลําปาง ทั้งหมด ๔ จุด ท่านประธานครับ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าผลเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นกับ ผู้ประกอบการในลําพูน เชียงใหม่ ร้านค้า นิคมอุตสาหกรรม โรงแรม แม้กระทั่งสนามบิน ไม่มีคนไปเที่ยวเชียงใหม่เลยครับท่านประธาน มีครอบครัวหนึ่งครับท่านประธาน เขาจะ แต่งงาน เจ้าสาวอยู่ลําพูน เจ้าบ่าวอยู่ลําปาง เจ้าบ่าวเขามาไม่ได้ครับท่านประธานครับ เพราะว่าโดนกลุ่มเสื้อแดงป่ดถนน แล้วใครจะรับผิดชอบเจ้าบ่าว เจ้าสาวคู่นั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ ลําพูน เชียงใหม่ จากความ เสียหาย โอกาสความสูญเสียที่เกิดขึ้นคิดเปึนตัวเงินครับท่านประธานครับ ไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท ผมถามว่านักการเมืองเหล่านั้นเขาจะรับผิดชอบไหมครับ ที่นําชาวบ้านมา ป่ดถนน ชาวบ้านเขาเดือดร้อนครับท่านประธาน นอกจากนั้นมีตัวเลขที่ไม่สามารถ คํานวณเปึนตัวเงินอันเกิดขึ้นจากวิถีชีวิตของคนลําพูน เชียงใหม่ ที่เขารักความสงบ เขาต้องการความสมานสามัคคีเกิดขึ้น กระผมจึงถือโอกาสเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ว่าเราจะคิดจะทําอะไรอย่างไร ขอให้ คํานึงถึงประชาชนครับท่านประธานครับ คนเหล่านั้นเขาเสียภาษีให้เราครับ เขาให้ เงินเดือนเราครับ จะคิดจะทําอะไรขอให้คํานึงถึงว่าสิ่งนั้นมันเปึนความเดือดร้อนของ ประชาชนโดยส่วนใหญ่หรือไม่อย่างไร กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา จึงกราบวิงวอนขอ ในฐานะที่เปึนนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสภาแห่งนี้ประมาณ ๒ เดือนเศษ อยากเห็น สภาแห่งนี้เปึนสภาของความปรองดอง ประชาชนเขาเฝัามองระวังว่าอยากเห็นสภาเปึน ที่พึ่งของประชาชนท่านประธานครับ นอกจากนั้นผมถือโอกาสเปึนกําลังใจให้กับ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะคนภาคเหนือครับว่า ชาวภาคเหนือเขาอยากให้รัฐบาลภายใต้ แกนนําของท่านนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทํางานเพื่อนําความสงบสุขมาสู่ คนไทยทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งซ่อมที่ลําพูนเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคมที่ผ่านมา กระผมเปึนตัวแทนของรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้ง นั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าคนภาคเหนือ เขาต้องการให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศ กระผมถือโอกาสวิงวอนขอร้องท่าน นายกรัฐมนตรีว่าขอให้ท่านเร่งรีบเดินหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ชาวภาคเหนือของกระผมลําพูน เชียงใหม่ เขาต้องการให้รัฐบาล แก้ไขปัญหาลําไยครับท่านประธานครับ เพราะที่ผ่านมา ๔-๕ ป้รัฐบาลที่ผ่านมาแก้ไข ปัญหาลําไยล้มเหลวครับท่านประธาน เกษตรกรชาวสวนลําไยติดคุกติดตะรางถึงวันนี้ ไม่ต่ํากว่า ๖,๐๐๐ คน เพราะการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมาผิดพลาด เขารอคอยครับ เขารอคอยว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะแก้ไขปัญหาลําไยให้เขา เขาคาดหวังว่าป้นี้ ลําไยมีมาก รัฐบาลจะดูแลเขา ถ้ายุบสภาเสียก่อนเขาห่วงว่าใครจะมาดูแลแก้ไขปัญหา ลําไยให้เขา กระผมถือโอกาสกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าป้นี้ขอให้ดูแลราคาลําไย ของพวกเกษตรกรลําพูน เชียงใหม่ อย่างน้อยชาวบ้านเขาบอกกระผมมาว่าขอให้ขาย ในกิโลกรัมละไม่ต่ํากว่า ๑๕ บาท ซึ่งเปึนราคาที่เขาพอจะอยู่ได้
เรื่องที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ฝากเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าขอให้แก้ไขปัญหายาเสพติดครับ ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่าปัญหา ยาเสพติดนั้นถือว่าเปึนปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยเรา
ประเด็นต่อมาครับ ถือโอกาสได้กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าขณะนี้มีชาวบ้านทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เขากําลังรอคอย ว่าเมื่อไรจะได้เงินค่าตอบแทนหรือว่าเบี้ยยังชีพจากรัฐบาลเดือนละ ๕๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้ เขารอความหวังครับ เขายังโทรศัพท์มาบอกกระผมว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรียุบสภาเขา จะได้เงินไหมครับ ผมตอบเขาไปว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ยุบสภาละครับ เพราะว่าคนไทย ทั่วประเทศให้กําลังใจอยู่ นอกจากนั้นพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศเกือบ ๑ ล้านคน เขารอความหวังจากรัฐบาลว่าเมื่อไรเขาจะได้เงินค่าตอบแทน เพราะว่าทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญของพี่น้อง อสม. ที่เขาทํางานด้วยจิตอาสา เสียสละมา เปึนระยะเวลาอันยาวนาน ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะตอบแทนให้คนเหล่านั้นเพื่อทํางาน เพื่อสังคมอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ นักการเมือง ส.ส. รัฐมนตรีตกงาน ๒๒๐ คน ไม่สําคัญเท่ากับคนไทย ๒ ล้านคนตกงานครับ ไม่สําคัญเท่ากับพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาขายราคาพืชผลการเกษตรตกต่ําครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมาก ครับ ต่อไปครับ หมอแวมาฮาดี แวดาโอะ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ก็ผ่านนะครับ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ก็ผ่าน ต่อไปท่านประวัติ ทองสมบูรณ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเห็น ด้วยกับรัฐบาลที่ได้เสนอขอเป่ดการอภิปรายทั่วไป ที่ประชุมร่วมรัฐสภาตาม มาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งก็เปึนไปด้วยบรรยากาศตั้งแต่เช้า ขณะนี้ร่วมเวลาประมาณ ๑๔ ชั่วโมงครึ่งกว่าจะได้พูด กระผมก็นั่งรอด้วยความอดทน อยากจะเห็นทางออกของบ้านเมือง ซึ่งทุกคนที่ได้แสดงความคิดเห็นในเวทีตรงนี้ กระผมดีใจครับที่ได้มีวันนี้ ก็จากปัญหาต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นตลอด แสดงความคิดเห็นในเวทีตรงนี้ กระผมดีใจครับที่ได้มีวันนี้ เพราะจากปัญหาต่าง ๆ ที่มัน เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาป้เศษที่ผมเปึนวุฒิสมาชิก ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง มีตามลําดับมาเรื่อย ๆ ความรุนแรงต่าง ๆ เมื่อป้ที่แล้วก็คงจะทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง จวบจนมาถึงอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในช่วงวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ เมษายน ที่ผ่านมา ก็คงจะเปึนที่ทราบกันแล้วว่าเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนั้นสร้างความขัดแย้งให้กับ พี่น้องคนไทยหรือตลอดจนพวกเราในฐานะนักการเมือง ซึ่งวันนี้เราอยากจะหาทางออก อยากจะเห็นการเดินหน้าของประเทศไทย อยากจะไม่ให้มีแบ่งฝ์าย แบ่งสี แบ่งข้างกัน อีกแล้ว ซึ่งจากที่ผ่านมากระผมก็มองเห็นแล้วว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือปัญหาเรื่อง การเมือง ถ้าหากว่าเราไม่แก้ตรงนี้ กระผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างเดินหน้าไปไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่ สามารถจะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ ก็คงจะยาก ฉะนั้นเราใช้เวที ตรงนี้ครับ ก็คงจะเปึนนิมิตหมายที่ดี ถ้าหากว่าทุกท่านมีความจริงใจ ความตั้งใจจริงที่จะ แก้ไขปัญหาและหาทางออกให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ฉะนั้นกระผมมองเห็นครับว่า ในฐานะวุฒิสมาชิกของเรา พวกเราก็รักประเทศชาติบ้านเมือง ได้ติดตามการทํางานของ รัฐบาลมาตลอด ในการวางตัวเปึนกลางก็ดี ตั้งแต่รัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พวกเราก็ทําหน้าที่ อยากจะเห็นรัฐบาลทํางานแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ จนมาถึงรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พวกเราก็ยังมี ความตั้งใจ มีความปรารถนาดีที่อยากเห็นรัฐบาลนี้นําพาประเทศชาติบ้านเมืองไปสู่ จุดเปัาหมายให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติได้มีความสุข อยู่ดี สบาย ฉะนั้นตรงนี้ รัฐบาลนี้จะทําอย่างไร ซึ่งจากที่ผ่านมาความขัดแย้งที่ร้าวลึก เปึนประเด็นปัญหาใหญ่ที่ รัฐบาลก็คงจะต้องมาหาทางออกของเรื่องความขัดแย้ง จากวุฒิสมาชิกที่เราได้มีการ ประชุมพูดคุยกันในวันที่ ๑๔ เมษายน ก็คงได้เปึนข้อสรุป ๖-๗ ข้อให้กับทางรัฐบาล ก็คง เปึนอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งในเหตุการณ์ตรงนั้นกระผมอยากจะย้อนให้ทางท่านประธานรัฐสภาได้ มองเห็นว่า วุฒิสภาเรามีความเปึนห่วงในเหตุการณ์ในสถานการณ์บ้านเมืองซึ่งตึงเครียด กันในขณะนั้น ซึ่งทั้งทหาร ทั้งตํารวจ ทั้งผู้ชุมนุมที่รัฐบาลได้สั่งการลงไป ที่ไม่อยากให้เกิด ความรุนแรง พวกเราก็เห็นด้วย จนวันที่ ๑๔ เมษายนที่เราลงไปในพื้นที่ที่มีการชุมนุม แต่ไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงบริเวณตรงนั้นได้ เพราะว่าจากข่าวสารที่เราดูทางทีวีนี่มันเกิด ความขัดแย้งที่จะนําไปสู่ความรุนแรง มีการใช้กระสุนทั้งจริงทั้งปลอม ทั้งเปึนแบลงก์หรือ เปึนอะไรต่าง ๆ ซึ่งหลายท่านก็ได้พูดไปแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าเปึนกระสุนจริงที่จะฆ่าพี่น้อง ประชาชน ตรงนั้นเราก็คงยอมไม่ได้ ฉะนั้นเราถึงไปดูในเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่ามันเปึนจริง แค่ไหน แต่ก็คงเปึนสิ่งที่ดีกับประเทศชาติบ้านเมืองวันนั้นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลงด้วยดี โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ พวกกระผมตกใจนะครับที่เห็นรถถัง เห็นทหารลายพรางออกมา กันจํานวนมากมาย ซึ่งในการปราบม็อบจากที่ผ่านมา พวกกระผมก็เห็นเปึนปกติในเรื่อง ของตํารวจที่ออกมาสลายการชุมนุม ใช้ระเบิดแก๊สอะไรต่าง ๆ ในวันที่ ๗ ตุลาคม กระผม ก็เปึนคนหนึ่งที่ติดอยู่ในสภาเหมือนกัน กว่าจะออกได้ วันนั้นในความรุนแรงอะไรต่าง ๆ ก็คงจะเปึนที่ทราบดีนะครับ ซึ่งก็ไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีก แต่ในสิ่งที่ มันเกิดขึ้น ที่ทหารออกมากันมากมาย พวกกระผมก็ตกใจ ถ้าหากว่าใช้ความรุนแรงตรง นั้น บ้านเมืองลุกเปึนไฟแน่ ฉะนั้นปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นผมก็อยากจะให้รัฐบาลได้ หาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แล้วก็จริงใจจากความร่วมมือ จากทุกฝ์ายใน เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ถ้าหากว่ามีความตั้งใจจริงผมว่าก็คงไม่ยาก แต่ถ้าหากว่าเรายังไม่ พูดคุยในทางสันติวิธีที่มีความสมัครสมานสามัคคี มันยากครับที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน ที่จะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาของคนในชาติได้ ในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะงบความมั่นคงที่ทางรัฐบาลอาจจะจัด ให้ทางทหารก็ดีลงไปในพื้นที่เพื่อจะไปหาข่าวสาร กระผมก็ว่ามองเห็นแล้วนะครับว่า ในการใช้งบประมาณที่จะไปแก้ไขปัญหานี่บางทีมันกลับจะเปึนการสร้างปัญหา ในคําว่า ราชการลับ บางทีออกไปลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ นี้มันไปสร้างความขัดแย้งมากกว่า รัฐบาล มีองค์กรมีสถาบันมากมายนะครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย สารวัตรกํานัน เรามีอบต. มี อบจ. มีเทศบาลนะครับ มีลูกเสือชาวบ้าน มี อสม. มากมาย ซึ่งเปึนหน่วยงานที่รัฐบาล จัดตั้งขึ้นทั้งนั้น ท่านอาศัยองค์กรเหล่านี้สิครับที่จะเชื่อมโยงให้เขาไปพูดกับพี่น้อง ประชาชน พี่น้องของเขาทั้งนั้นในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอ ในจังหวัด ถ้าหากว่าท่าน สร้างตรงนี้ได้ให้เกิดความรักใคร่สามัคคีของคนในพื้นที่ได้มันก็คงจะไม่มีเสื้อแดง เสื้อเหลือง หรืออะไรต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทุกท่านก็มาพูดอยู่ตรงนี้แล้วว่าอยากจะไม่ให้เห็น การแบ่งแยกแบ่งฝ์ายกันตรงนี้ ฉะนั้นในปัญหาในความขัดแย้งอะไรต่าง ๆ อยู่ที่รัฐบาล อย่างเดียว ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านจะต้องเปึนผู้นํา ท่านจะต้อง แสดงความกล้าหาญที่จะแก้ไขปัญหาโดยไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้นนะครับว่า ถ้าหากเปึนสิ่ง ที่ถูกต้องในแนวทางที่ตรงไปตรงมา โดยให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย จากคําเรียกร้อง ต่าง ๆ ที่ท่านต้องการเห็นความตรงไปตรงมาในการบังคับใช้กฎหมาย ฉะนั้นกระผม อยากจะเห็นตรงนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรีกล้าทํากล้าตัดสินใจ เพราะว่าบ้านเมืองเราก็คง จะมาเสียเวลาในเรื่องเหล่านี้ไม่ได้นะครับจากปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน มันนับวันจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ถ้าหากว่าเราไม่รีบแก้ไขปัญหา การเมืองครับทุกสิ่งทุกอย่างมันจบแน่นอนสําหรับประเทศไทย ฉะนั้นกระผมเชื่อมั่นว่า ทุกคนก็รักประเทศไทยอยากจะให้ประเทศไทยเดินหน้าก้าวหน้าพัฒนาให้ทัดเทียมกับ ประเทศที่เขาเจริญแล้ว ซึ่งเราก็มีศักยภาพมีความพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้นความหวัง ก็อยู่ที่รัฐบาลทุกท่านนะครับที่จะมาทํางานแล้วแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่าง จริงจังและจริงใจครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปนะครับ อยากจะให้ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว. ท่านได้อภิปรายก่อนคุณเจะอามิงครับ อยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่ผมก็ถือว่า ผ่านนะครับ ถือว่าได้อภิปรายไปแล้วก็แล้วกัน ต่อไปเชิญคุณเจะอามิง โตะตาหยง ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นราธิวาส ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่กระผมจะอภิปราย กระผมขออนุญาตเรียนต่อ ท่านประธานว่าบางครั้งกระผมจะต้องใช้เอกสารและใช้ซีดีและได้ผ่านการตรวจสอบซีดี
คือซีดีของท่านบางอย่างผมไม่อนุมัติ นําเข้าฉายนะครับผมไม่อนุมัติ อนุมัติบางส่วนเท่านั้นเองครับ
ก็เปึนไปตามข้อตกลง กระผมได้ทําความตกลงกับท่านประธานก่อน ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า สิ่งที่กระผมจะพูดต่อไปนี้ คําพูดและภาพที่ปรากฏ ในการนําเสนอกระผมไม่ได้มีความประสงค์ที่จะให้เกิดความแตกแยกในสังคมนี้ แต่สิ่งที่ กระผมต้องการมากที่สุดก็คือทําอย่างไรให้สังคมนี้สามารถอยู่ได้ด้วยกัน อยู่ด้วยความ เคารพรักและสามัคคี ด้วยความปรองดอง ท่านประธานครับ เมื่อมีการอภิปรายอยู่ หลายฝ์ายก็ได้พูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในซอย ๗ และซอย ๕ ถนนเพชรบุรี และหลายคนก็ พยายามพาดพิงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากการวางงานและการเอาเรื่องศาสนา มาพูดในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ กระผมจําเปึนที่จะต้องพูดความจริงในสภา ผู้แทนราษฎรให้ปรากฏขึ้น กระผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเปึนมุสลิม คนหนึ่ง ด้วยความเปึนห่วงว่าเรื่องเหล่านั้นอาจจะเกิดเปึนเรื่องที่ใหญ่โตขึ้นได้ กระผม ก็จําเปึนที่จะต้องลงไปตรวจสอบ ท่านประธานครับ ในวันที่ ๑๓ เมษายน เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา กระผมได้ให้คณะทํางานของกระผมได้ไปตรวจสอบที่ซอยเพชรบุรี ๗ และได้ข้อความอย่างนี้ครับ สรุปแล้วท่านประธานกระผมมีเอกสารอยู่ในมือ ขออนุญาตอ่านบางช่วงบางตอนว่า ใน ซอย ๕ ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นเมื่อก่อนในช่วงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา จากกลุ่มเสื้อแดง โดยไป เผามาทําร้ายและเผายางหน้าปากซอย ๕ และต่อมาหลังจากปรากฏการณ์ตรงนั้นนะครับ มันจะมีภาพปรากฏในซีดี กระผมจะไม่อภิปรายเยอะ และหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ซอย ๕ ก็มีการไปเกิดปัญหาขึ้นที่ซอย ๗ ซึ่งเปึนซอยที่มัสยิดที่มีปัญหาอยู่ และกระผมได้รับการ ยืนยันจากชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ซอย ๗ ว่า ตรงหน้ามัสยิดจะมีข้าวของเสียหาย กระจก รถยนต์แตก ๔-๕ คัน และมีรถจักรยานยนต์ที่ไฟลุกไหม้ ๑ คัน ตรงหน้าประตูมัสยิด และได้เห็นร่องรอยกระจกมัสยิดถูกยิงด้วยป๋นแตกเปึนรู ๑ บาน ชาวบ้านได้ช่วยกันดับไฟ ไหม้ที่รถจักรยานยนต์ ท่านประธานครับผมไม่ได้เขียนขึ้นมาเองนะครับ นี่เปึนคําที่ ชาวบ้านในซอย ๗ ซึ่งมีชื่อ มีอะไร กระผมไม่ขออนุญาตเอ่ยชื่อในการประชุมในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพปัญหาที่เกิดผมขออนุญาตเรียนว่า มีเปัาหมาย มีกระบวนการที่ ทํางานเพื่อต้องการให้สังคมตรงนั้นเกิดความแตกแยก และจะพยายามใส่ความว่าชุมชน ตรงนั้นทําขึ้นมาเอง ท่านประธานครับกระผมขออนุญาตทางห้องโสตได้กรุณาเป่ดซีดี ของเพชรบุรี ซอย ๗ ครับ และภาพที่จะปรากฏต่อไปนี้ไม่เคยปรากฏต่อสาธารณะ สื่อมวลชน ประชาชนเขาถ่ายและมาให้กระผม กระผมขออนุญาตเป่ดซีดีครับ
(ฉายภาพวีดิทัศน์ประกอบการอภิปราย)
ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกผู้มีเกียรติ ในห้องประชุมแห่งนี้ว่า ท่านคงจะจับใจความได้ในช่วงต้น ๆ นะครับว่ามีการพูดถึงว่า ให้เผาซอย ๕ และซอย ๗ ซอย ๕ และซอย ๗ ให้เผานะครับในซีดี และอีกประเด็นหนึ่ง ที่กระผมอยากจะบอกท่านสมาชิกและท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่ามีการ พูดว่าให้เผาตรงที่มีการเผา ให้เอาถังแก๊สนี่ไปตั้งใกล้ที่ไฟลุกอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่า ที่ข้อกล่าวหาของพรรคฝ์ายค้านได้กล่าวหาว่าคนในเพชรบุรี ซอย ๕ และซอย ๗ ทําขึ้นมาเอง มีการวางแผนมาเอง ไม่ใช่ครับท่านประธาน โดยเฉพาะการกล่าวอ้างของท่านอดีตรัฐมนตรีเฉลิมเปึนคนที่ชอบพูดโกหก พูดเท็จใน สภาผู้แทนราษฎรตลอด กระผมอยากจะให้ท่านเฉลิมมาดูซีดีนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรี เฉลิมพูดตลอดเลยครับ และพูดการโกหกในสภาเปึนนิจเลยครับ ท่านเฉลิมพูดอยู่หลายครั้ง ครับท่านประธาน แต่เอาละวันนี้ไม่ว่ากัน ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นเหล่านี้กระผม อยากจะให้สังคมได้รับรู้ว่า ปัญหาต่าง ๆ แม้กระทั่งประเด็นที่เกิดขึ้นในซอยเพชรบุรี ๗ และซอยเพชรบุรี ๕ มีสมาชิกบางส่วนพยายามที่จะเบี่ยงเบนให้เปึนเรื่องของคนอื่น และเปึนที่ทราบครับว่าในประเด็นอื่น ๆ ก็เหมือนกันครับท่านประธาน พยายามที่จะพูด เรื่องขาวให้เปึนดํา พูดเรื่องดําให้เปึนขาว พยายามเอาความดีใส่ตัวเอาความชั่วให้คนอื่น ทั้ง ๆ ที่ตัวเองนั้นเปึนผู้ทํา ท่านประธานที่เคารพ กระผมเคยอยู่ในช่วง ๑๔ ตุลา เคยหดหู่ ใจที่เห็นพี่น้องประชาชนจะต้องมานั่งรบกันเอง และอยู่ในภาคใต้ก็อดหดหู่ใจที่พี่น้อง ประชาชนเสียชีวิตกันมากมาย วันนี้มาเกิดเหตุการณ์ม็อบสีแดง ก็เกิดความหดหู่ใจอีก ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตท่านประธานว่ากระบวนการ ในการก่อม็อบในครั้งนี้มีเปัาหมายที่ไม่ธรรมดา เพื่อประหยัดเวลากระผมขอ ห้องโสต ขอภาพที่ ๑ ที่กระทรวงมหาดไทย เปึนภาพที่ปรากฏต่อสื่อ ท่านประธานและท่านสมาชิก ดูให้ดีครับ กระบวนการการทําร้ายคน มุ่งหมายถึงกับเอาชีวิต ขอภาพที่ ๒ ครับ ท่านสมาชิกดูให้ดีครับ การประท้วงบอกว่าไม่ทําความรุนแรงและภาพที่ปรากฏนี้คืออะไร ครับ ขอไปภาพที่ ๓ ครับ ภาพนี้ท่านจะเห็นว่าท่านรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ข้างหลัง ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ข้างหลัง ใช้อะไรครับ ก่อนหน้านี้ถ้าดูในวีดิโอนี่ ใช้อิฐหนอน ใช้ไม้ ใช้อะไรทิ่มทุกอย่าง และใช้คําที่หยาบคาย และใช้คําที่ข่มขู่ตลอด ท่านประธานครับ ไปดูอีกภาพหนึ่งครับ ภาพที่ ๔ นี่คนกําลังปฏิบัติหน้าที่ กําลังปฏิบัติ หน้าที่ แล้วถามว่าคนที่ใส่ชุดแดงนี่ คุณใช้อํานาจอะไรกับคนเหล่านี้ คนที่ต้องไปดูแลเรื่อง กฎหมายถูกทําร้ายขนาดนี้ ถามว่านี่คือม็อบหรือ อย่างนี้คือจลาจลครับ หวังฆ่าเอาชีวิตคน ในม็อบเขาไม่ทําละครับ ท่านประธานครับ ขอให้ไปดูรูปที่ ๕ อีกครับ นี่คือ รปภ. นายกรัฐมนตรีที่ถูกเสื้อแดงทําร้ายในกระทรวงมหาดไทย และสิ่งที่สําคัญมีอํานาจอะไร ม็อบเสื้อแดงที่ไปจับนายทหารและไปใส่กุญแจมือ มีอํานาจอะไรครับ พูดแต่ให้ร้ายเขา เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้รักษากฎหมาย ถ้าไม่รักษากฎหมายได้แล้วจะ อยู่อย่างไรครับ บ้านนี้ เมืองนี้ ปัญหามันเกิดขึ้นในสังคมในขณะนี้ เพราะว่าคนไม่ยอมรับ กฎหมายอย่างไรครับ ไม่ยอมอยู่ภายใต้กฎกติกา อ้างต่าง ๆ นานา ไปดูในรูปของ รถนายกรัฐมนตรีเลยครับ ท่านดูครับ ใช้อะไรทุบครับ นี่ดีนะครับเปึนรถกันกระสุน ภาพต่อไปครับ ใช้ไม้ ใช้ทุกอย่าง ถ้าไม่ใช่รถกันกระสุน ผมเชื่อครับท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์อาจจะไม่อยู่ที่นี่ หรืออยู่โรงพยาบาลระยะยาวครับ ถามว่าเราใช้ความคิดไหมกับ การแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไหนบอกว่าเรารักประชาธิปไตยล่ะ ประชาธิปไตยเขาใช้กัน อย่างนี้หรือครับ อ้ายอย่างนี้เขาเรียกว่า ประชาธิปไตยแบบเถื่อน ๆ ครับ อย่างนี้ไม่ใช่ ประชาธิปไตยละครับ สิ่งที่ทําทั้งหมดนี่คือผิดหมด ท่านประธานครับ ที่น่าเจ็บใจอีก ไปดูภาพ รปภ. คุ้มครองนายกรัฐมนตรี อีกภาพหนึ่งครับ ที่มีคนล้มอยู่ข้างล่างครับ ต่อไปครับ ต่อไปอีกครับ รูปนี้ละครับ รปภ. นายกรัฐมนตรีถูกอยู่ในวงล้อมของเสื้อแดง ถามว่าคนคนนี้คือใคร เปึนข้าราชการต้องไปปฏิบัติหน้าที่ให้ความคุ้มครอง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นี่หรือครับที่บอกว่า การประท้วงด้วยความสันติ ทําร้ายเจ้าหน้าที่ อย่างนี้หรือครับ ทุกคนพูดแต่เอาความดีของตัวเอง แต่ว่าในขณะเดียวกันถ้าเจ้าหน้าที่ ของรัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่ ถามว่า ณ วันนี้ท่านอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านก็ต้องมาดูแล ถ้าหากคนอื่นเปึนนายกรัฐมนตรีท่านก็ต้องมาดูแล เพราะหน้าที่ของท่านคือการ รปภ. อย่างไรครับ ชัดไหมครับ ไปดูภาพอีกภาพหนึ่งครับ ภาพเสื้อเหลืองครับ ภาพนี้ก็ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานมองดูคนใส่หมวกดําและคาดแดง อยู่ข้างบนนะครับ ดูหน้าตาสิครับ กําลังจิกผมใครครับ อย่างนี้หวังต้องการเอาชีวิตเลย ไม่ใช่เอากรอบ ไม่ใช่เอาปัญญามาแก้ปัญหา ทําไมเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ณ วันนี้ไม่ได้พูดอะไรเลย ตัวเองถูกกระทํา ทําจากใคร ทําจากม็อบเสื้อแดงครับ ท่านประธานหดหู่ใจไหมครับ ถ้าดูภาพเหล่านี้ ต่อไปครับ ภาพต่อไป นี่ครับ นี่คือเกิด ความชัดเจนความแตกแยกในสังคมเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง บังเอิญเสื้อเหลืองไปหลง อย่างไรก็ไม่ทราบ เข้าไปอยู่ในวงล้อมของเสื้อแดงก็ถูกทุบอย่างนี้ละครับ ท่านประธานครับ เพื่อรวบรัดเวลา ขออนุญาตไปดูภาพที่เด็กกําลังขว้างระเบิดเพลิงครับ นี่ครับ ท่านประธานครับ ขนาดเด็กตัวเล็ก ๆ ขนาดนี้ม็อบเสื้อแดงยังหลอกเอาไปครับ เพื่อไปขว้างระเบิดเพลิงครับ ไปเผาสถานที่ครับ ท่านประธานครับ ภาพเหล่านี้ที่ปรากฏ กระผมอยากจะให้ไปดูในภาพที่คนกําลังถือถังแก๊สบนถนนหน่อยครับ ถามว่าในขณะที่มี การชุมนุมก็เหมือนกับที่ซอยเพชรบุรี ๕ ครับ เอาถังแก๊สไปชุมนุมเพื่อหวังอะไร จะไปหุงข้าว หรือครับท่านประธาน ม็อบเหล่านี้ไม่ได้ไปหุงข้าวหรอกครับ หวังไปทําลาย หวังเพื่อ ก่อการจลาจลอย่างไร ก็เหมือนภาพที่ออกในวีซีดี ในซีดีนั่นอย่างไรครับ บอกว่าให้เอา ถังแก๊สไปไว้ที่ไฟกําลังลุก ถามว่าวันนั้นมันดีนะที่คนซอย ๕ กับซอย ๗ ทั้งมุสลิม ทั้งพุทธ รวมหัวกันมาต่อต้านเสื้อแดงจนต้องหนีเตลิดไปอย่างไรครับ
หมดเวลา
๑๕ นาทีครับท่านประธาน
เกินแล้วนะ
เกินหรือครับ
ครับ
กระผม มีสิ่งที่สําคัญท่านประธานว่า นิดเดียวครับท่านประธาน ดูซีดีนิดเดียวว่า ซีดีนี้สําคัญมาก อีก เขาบอกว่า กระบวนการเสื้อแดงมันมีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่งมาเพราะไม่ชอบ พรรคประชาธิปัตย์ แต่อีกเรื่องหนึ่งมาจากกระบวนการจัดตั้ง เผอิญกระผมไปได้ซีดีอยู่ ประมาณ ๑ วินาที ท่านประธานลองดูหน่อยครับ ขออนุญาต ขอซีดีอีกชุดหนึ่งครับ ผมไม่อภิปรายอะไรครับตรงนี้ครับ
ก็จบแค่นี้นะครับ
ขอให้ดู ตรงนี้ครับ ปล่อยเสียงด้วยครับ
ครับ ก็จบ
ไม่ใช่ ครับท่านประธาน ความหมายมันอยู่ที่นี่ต้องปล่อยครับ
ครับ
ต้อง ปล่อยเสียงตั้งแต่แรกครับ
(ฉายภาพวีดีทัศน์ประกอบการอภิปราย)
ชัดไหมครับ กระผมถึงบอกว่ากระบวนการทั้งหลายมีกระบวนการการจัดจ้าง ๕๐๐ บาท อย่างคนที่ พูดในซีดีเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านประธานครับ กระผมมีอีกหลายประเด็นเสียโอกาส เสียดาย แต่ว่าผมขออนุญาตอีกนิดหนึ่ง ๑ นาทีครับท่านประธาน ในกรณีที่กระผมพูดทั้งหมดนี้ถือ ว่าเปึนเหตุฉุกเฉินไหมครับ นี่ฝากไปยังรัฐบาล แต่ผมตั้งข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาลนิดหนึ่ง ท่านประธานเสียเวลาไม่เปึนไรประเทศจะได้ประโยชน์ครับ จากการประท้วงของม็อบ ทั้งหมดนะครับมีการจาบจ้วงถึงสถาบันตลอดเปึนระยะ ๆ เอาละกระผมจะไม่พูดตรงนั้น ถ้าเปึนไปได้กระผมอยากจะขอประทานอนุญาตท่านประธานจริง ๆ ให้ดูภาพเดียวครับ ท่านประธาน
ผมว่าเอารูปภาพส่งมาดีกว่าครับ
อันนี้ ไม่สดหรือครับ กระผมขอดูภาพเดียวแล้วก็กระผมจะสรุปเลยครับ ดูภาพที่ ๒ ครับ
คือมันเกินเวลาไปพอสมควรนะครับ
ไม่เปึนไรท่านประธานเปึนประโยชน์ต่อบ้านเมืองครับ
แต่ว่าคนอื่นเขาไม่เอาด้วยสิครับ
ผมขออนุญาตท่านสมาชิกนิดเดียวครับ จริง ๆ ครับท่านประธานแล้วก็จะสรุปเลยครับ ภาพเดียวครับ ขอภาพเดียว ภาพที่ ๒ ครับ ภาพที่ ๒ ด้านหน้าสุดเลยครับ ช่วงที่ภาพที่ ๒ ด้านหน้าสุดจะมานี่ครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับว่าทุกวันนี้มักจะมีการกระทําหลาย เรื่องที่ทําให้ระคายเคืองพระยุคลบาทหนักขึ้นเรื่อย ๆ ครับ เพื่อเปึนการปัองกัน จึงควรมีการออกกฎหมายให้สามารถเอาผิดทางอาญากับผู้ที่จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง โดยไม่อาจจะขอพระราชทานอภัยโทษครับ กระผมขอภาพเดียวครับ ให้เห็นครับ ท่านประธาน ขอจริง ๆ ครับท่านประธาน
คงจะพอแล้วครับ
หรือครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
ทําได้ดีที่สุดแล้วครับ ชาวซอย ๕ ซอย ๗ ถ้ามาสมัครรับเลือกตั้งตรงนี้คงแย่งคะแนนคุณนั่นหมดครับ ก็ถือว่าตอนนี้นะครับ ที่วิปได้ส่งรายชื่อมาหมดแล้วครับ แล้วก็ประธานวิปรัฐบาลได้เขียนหนังสือบังคับผมให้ผม พักการประชุมนะครับ ผมก็ขอฝากที่ประชุมนะครับเนื่องจากพรุ่งนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ วันนี้ นะครับ วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๒ นี้นะครับ เรายังมีเรื่องค้างอยู่ แล้วก็มีเรื่องที่จะต้อง พิจารณาในกรอบสําคัญ ๆ อีก ๓ เรื่องของรัฐบาล เพราะว่าเวลาของสภามันงวดเข้า งวดเข้าในการประชุมสมัยสามัญทั่วไปในสมัยนี้นะครับ ฉะนั้นผมขอความร่วมมือจาก ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ช่วยกรุณาพรุ่งนี้มาสักเหมือนกับวันนี้ครับ เหมือนกับเมื่อวานนี้นะครับคือเวลา ๑๐.๐๐นาฬิกา เริ่มเดินทางเลยครับ เดินทางในการที่ จะพิจารณาให้จบ ถ้าจบได้ตอนเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ตอนเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา เราจะ ได้เริ่มเรื่องอีก ๓ เรื่องนะครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ ผมสู้ได้ตลอดคืนแต่ท่านไม่สู้เหมือนผม ฉะนั้นก็ขอพักการประชุม ประชุม เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา วันที่ ๒๓ คือวันนี้ครับ
พักการประชุมเวลา ๐๐.๕๙ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๒
ท่านสมาชิกครับ ตามกําหนด นัดหมาย ๑๐.๐๐ นาฬิกา เราจะต่อเพราะเราได้พักการประชุมเท่านั้น แล้ววันนี้เราถือว่า เราเอาจํานวนสมาชิกเมื่อวานนี้เปึนหลักในการพิจารณาวันนี้นะครับ ส่วนเมื่อเสร็จภารกิจ เรื่องอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ แล้ว เราก็จะต่อเกี่ยวกับระเบียบวาระที่ได้ เสนอในวันนี้นะครับ เรื่องกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มีอยู่ ๓ เรื่อง ซึ่งจําเปึนที่ จะต้องเซ็นชื่อใหม่ ตอนนั้นต้องเซ็นชื่อใหม่ แต่ว่าจะให้เจ้าหน้าที่อํานวยความสะดวก นั่งอยู่กับที่ก็ได้ครับ แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่เอามาให้เซ็นข้างในก็ได้ เพื่อความสะดวกนะครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขอดําเนินการประชุมเลยนะครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
เชิญครับท่านสมชาย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตมี ๒ เรื่องครับท่านประธานครับ จากการอภิปราย เมื่อวานนี้เพื่อที่จะนําท่านประธานเรียนไปทางท่านนายกรัฐมนตรี
ประการแรกก็คือว่า เมื่อสมาชิกเขาได้เอาเอกสารหลักฐานตามที่ได้ ขออนุญาตท่านประธานแล้วนี่นะครับ ได้นําแสดงในที่ประชุมสภาแห่งนี้นะครับ ช่วยกําชับสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ คุณเผชิญ ขําโพธิ์ ภาพที่มันออกนี่นะครับมันเบลอหมด เลย แล้วไม่มีการซูมมาให้เห็น แล้วภาพที่มันเคลื่อนไหวนี่มันเบลอหมดไม่เห็นจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ไม่ได้เกิดผลดีกับรัฐบาลเลย จะเกิดแรงกดดันที่จะทําให้พี่น้องประชาชนไม่ พอใจรัฐบาลด้วยซ้ําไป นี่คือประการแรกที่ผมอยากจะฝากท่านประธานเพื่อที่จะเรียน ท่านนายกรัฐมนตรี
ประการที่สอง ในการอภิปรายครั้งนี้ รัฐสภาโดยท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะเห็นแนวคิดของพวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาเพื่อจะนําเสนอต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงที่มันเกิดขึ้นใน ประเทศ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่า อยากจะให้ท่านประธานได้ควบคุมแล้วก็ดูให้ ใกล้ชิดอีกนิดหนึ่ง เพราะมันมีการอภิปรายแล้วนําสถาบันทางศาสนามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะ เกิดผลร้ายต่อประเทศหนักเข้าไปอีกเลย มันไม่ใช่เปึนเจตนาของที่ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องการเลยครับ หรือเจตนาของท่านประธานต้องการเลยครับ ผมฝากไว้ ๒ เรื่องครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีครับ เรื่องแรกที่ท่านสมาชิกได้ร้องขอ ช่วยตอบทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี
เรื่องของการถ่ายทอดสดการประชุมสภาทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่ง ประเทศไทย แล้วก็มีสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และใน ภูมิภาคก็จะมีการถ่ายทอดตลอด ส่วนการจับภาพของทางช่างภาพนะครับ เขาก็ทําหน้าที่ เต็มที่ ไม่ได้มีการไปสั่งการใด ๆ ในกรณีที่ถ้ามีการแสดงภาพนะครับ ผมคิดว่าน่าจะให้ เวลาช่างภาพสักนิดหนึ่งในการที่ให้เขาทําหน้าที่นะครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ สามารถ ที่จะให้ทําหน้าที่ในการเผยแพร่ได้อย่างเต็มที่ครับ
ช่วยกําชับก็แล้วกันครับ เพราะว่า ท่านสมาชิกก็มีความประสงค์ที่จะให้ เท่ากับได้ช่วยรัฐบาลไปในตัวตามที่ท่านสมาชิกได้ ร้องขอนะครับ มีอะไรครับท่าน พันตํารวจเอก สนธยา เชิญครับท่าน ส.ว. ครับ
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนที่ จะเข้าระเบียบวาระการประชุม ตามที่ท่าน พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ กระผม ต้องประทานอภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน เมื่อวานนี้ท่านประธานคงจะจําได้นะครับ ก่อนที่จะ มีการพักการประชุมนะครับ ประมาณเกือบ ๐๒.๐๐ นาฬิกาครับ ผมเองได้สิทธิของผมที่ จะอภิปราย ๕ นาทีนั้น กระผมได้มอบให้ท่านประสงค์ นุรักษ์ ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยชื่อ ท่าน สืบเนื่องจากกระผมเห็นว่าช่วงที่มีการอภิปรายโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ กระผมเอ่ยชื่อไปนั้น ท่านอภิปรายครับ ประมาณเกือบชั่วโมง แล้วก็มีอดีตนายตํารวจ ยศ ร้อยตํารวจเอก ท่านก็อภิปราย ๑ ชั่วโมงเศษ กระผม พันตํารวจเอก ครับ จะอภิปราย ๕ นาทีนั้นก็ดูกระไรอยู่ครับ กระผมก็เลยต้องมอบภารกิจดังกล่าวให้กับคู่หูของกระผม ครับ
ท่านจะเอาสักกี่นาทีครับ
อีก ๑ นาทีครับ
ไหนครับ
อีก ๑ นาทีครับท่านประธานครับ แล้วก็วันนี้ครับกระผมเชื่อว่าการประชุมนั้นคงจะเปึนไปด้วย ความราบรื่นเรียบร้อย สําหรับในกรณีที่หากท่านประธานวุฒิสภาซึ่งทําหน้าที่รองประธาน รัฐสภามาทําหน้าที่นั้น สืบเนื่องจากว่าสภาผู้แทนราษฎรท่านก็ทราบอยู่แล้วนะครับ มีวิชา มียุทธศาสตร์ มีวิทยายุทธที่หลากหลายนะครับ บางครั้งท่านประธานวุฒิสภาของพวก กระผมอาจจะไม่ทันเกม แต่ท่านอาจจะทันเกมแต่ท่านไม่พูดนะครับ อย่างไรก็ขอความ กรุณาท่านประธานวุฒิสภา ท่านประธานรัฐสภาซึ่งท่านเชี่ยวชาญนะครับ ถ้าหากว่าเห็น ภาพดังกล่าวแบบเมื่อวานก็ขอให้ท่านได้กรุณาควบคุมเปึนไปด้วยความราบรื่นด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณครับ ที่ให้ข้อสังเกตไว้ ก็ฝากทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ โปรดให้ เกียรติแก่ประธานบ้างครับ จะเปึนความกรุณาอย่างสูงยิ่งครับ จะเปึนผมหรือจะเปึนท่าน ประธานวุฒิสภา ทุกฝ์ายก็เปึนประมุขทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ เรามาร่วมกันทํางานก็เพื่อ สมานฉันท์ทุกฝ์าย ก็ขอความกรุณา ขอความร่วมมือนะครับ คือต่างคนต่างให้เกียรติซึ่ง กันและกันแล้ว ผลประโยชน์ที่ได้รับมันก็สูงค่า หาค่ามิได้นะครับ ก็กราบเรียนด้วยความ เคารพทุกท่าน หวังว่าได้รับความกรุณานะครับ ผมอยากจะขอความกรุณาให้ท่าน เลขาธิการช่วยบอกชั่วโมงที่ได้ตกลง ช่วยบอกตรงนี้เลยครับว่าใครใช้ไปเท่าไร อะไรเท่าไร เหลือเท่าไรครับ เชิญครับ
ณ เวลานี้นะครับ คณะรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาไปแล้ว ๒ ชั่วโมง ๓๓ นาทีนะครับ พรรคร่วมรัฐบาลอภิปราย ๑๐ คน ใช้เวลา ไปแล้ว ๑ ชั่วโมง ๒๙ นาที พรรคร่วมฝ์ายค้านอภิปรายไปแล้ว ๑๑ คน ใช้เวลาไปแล้ว ๖ ชั่วโมง ๓๗ นาที สมาชิกวุฒิสภาอภิปรายไปแล้ว ๑๔ ท่านนะครับ ใช้เวลาไปแล้ว ๒ ชั่วโมง ๑๖ นาทีครับ
คงจะทราบนะครับ ที่ได้ตกลง ระหว่างวิปทั้ง ๓ ฝ์ายนะครับ ต่อไปกระผมขอดําเนินการอภิปรายต่อเลยนะครับ ท่านแรก ท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านใช้เวลา ๑๐ นาที เชิญเลยครับ เห็นตามใบสั่งมานี่นะครับ ผมก็ปฏิบัติตาม
ท่านประธาน ผมได้ประมาณ ๒๐ นาทีนะครับ ทําไมกลายเปึน ๑๐ นาที ไม่เปึนไร ท่านประธาน อาจจะมีนิดหน่อย กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้เราก็เห็นครับว่าเหตุการณ์ในสภาเปึน อย่างไร พรรคฝ์ายค้านพยายามจะอธิบายถึงความในใจ ต้องยอมรับครับว่าช่วงหนึ่ง อาทิตย์ที่ผ่านมามันมีการป่ดหูป่ดตา ป่ดสถานี ดีทีวี แล้วก็สถานีช่อง ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑ ลงเฉพาะฝ์ายรัฐบาลอย่างเดียวทั้งนั้น พวกผมก็อึดอัดใจท่านประธาน ก็อยากจะพูดบ้าง แต่ท่านประธานก็เห็นครับ พูดคนหนึ่งโต้ ๓ คน พูดคนหนึ่งโต้ ๕ คน รัฐมนตรีเรียงหน้า ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมา ผมว่ามันไม่ใช่นะครับ มันไม่รู้ทําไม ไม่ให้พวกผมระบายความขับข้องใจที่มันเกิดขึ้น
-๑๘๓/๑
หมอครับ ผมว่าระบายไปเลยดีกว่า ครับ
นี่ครับผมถึง บอกวันนี้ผมไม่อยากให้ท่านลุกขึ้นมาโต้อีกครับ
ครับ ผมจะพยายามดูแลครับ
ลุกขึ้นมาโต้ ตลอดเวลา ผมถึงอยากเรียนท่านประธานว่ามันไม่ใช่โต้วาทีนะครับ เมื่อวานเปึน การโต้วาทีกัน ท่านบอกจะสมานฉันท์ผมยังไม่เห็นวี่แววจะทําได้เลยครับท่านประธาน ท่านต้องฟังข้อมูลครับ เปึนรัฐบาลท่านต้องฟังข้อมูล ท่านต้องให้ฝ์ายค้านพูดแล้วท่าน ตอบครั้งเดียวหรือหลายครั้ง แต่ไม่ใช่ตอบทุกครั้ง ถึงอยากกราบเรียน ณ วันนี้นะครับ แม้แต่นี่ชาร์ทที่จะเอามาตรวจแล้วตรวจอีกไม่รู้จะตรวจอะไรนักหนา ผมเอามาจาก อินเตอร์เน็ต (Internet) ครับ ชาวบ้านเห็นกันหมดล่ะครับ ผมอยากเรียนว่าเมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดออกมาในทํานองที่มันไม่สร้างสรรค์ พูดออกมาในทํานองว่ามีคน ต้องการให้เกิดความไม่สงบในประเทศไทย ใครครับ ใครครับ ใครครับ ผมถึงอยากถามว่า คนไทยทุกคนต้องการให้เกิดความสงบ แต่ท่านประธานครับ มันไม่มีความเปึนธรรม ตั้งรัฐบาลมาก็เห็นชัดเจน เพื่อนสมาชิกก็พูดไป จะปล้นหรือว่าไปลักเขามาเราไม่รู้นะครับ แต่มันไม่ชอบธรรม ถึงแม้จะถูกต้องแต่มันไม่ชอบธรรม คนที่เขาเรียกร้องคือเขาอยากให้มี ความเปึนธรรมเกิดขึ้นในสังคมแห่งนี้ท่านประธาน ตอนนี้เรื่อง ๒ มาตรฐานเดี๋ยวก็ดูก็รู้ ครับ ผมไม่ใช่ว่าเฉพาะรัฐบาลนะครับที่ ๒ มาตรฐาน ผมเคยถามท่าน ไม่ว่าจะเปึน รองนายกรัฐมนตรีหรือว่าเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านบอกมาตรฐานเดียว ผมก็ไม่ว่าครับ แต่ชาวบ้านทั่วบ้านทั่วเมืองเขาคิดว่าท่านทํา ๒ มาตรฐาน ตุลาการก็มีปัญหา ข้าราชการ ก็มีปัญหา ทหารก็มีปัญหา ตํารวจก็มีปัญหา ประเทศไทยมี ๒ มาตรฐานทุกวงการ แบบนี้ ประเทศล่มจมครับ ตอนนี้กําลังจะล่มจมลงไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อนะครับ ถ้าเปึนแบบนี้ล่มจม แน่นอน ไม่มีใครกล้ามาลงทุนครับ นิวซีแลนด์เขาบอกบริษัทประกันภัย ถ้าบอกมา เมืองไทยเขาไม่รับประกันภัยครับ หลายประเทศก็เกิดปัญหามาก แม้แต่พวกจัดอันดับชั้น ครับ ลด ลด ลด ตอนนี้ประเทศล่มจมอย่างรุนแรงท่านประธานครับ แต่ผมไปดูโพลล์ นะครับท่านประธาน โพลล์เขาบอกว่า ท่านอภิสิทธิ์นี่ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว ท่านทักษิณ เหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลคนนิยมเยอะเลยนะครับ ฝ์ายค้านไม่มีคนนิยมเลย ถ้าเปึน ประเทศอังกฤษครับ ถ้าเปึนแบบนี้เขายุบสภาแล้วครับ เขายุบสภาแล้ว ทําไมท่านไม่กล้า ยุบเสียล่ะ ท่านบอกท่านเสียงดีท่านก็ยุบสภาสิครับ แล้วท่านจะรู้ว่ามันเปึนอย่างไร ถึงอยากเรียนว่า อย่าป่ดหูป่ดตาประชาชน อยากกราบเรียนครับว่าวันนี้เสียดายท่าน นายกรัฐมนตรียังไม่มานะครับ เดี๋ยวค่อยพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมอยากพูดถึง เหตุการณ์ เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดครับ ผมจะพูดเพียงสั้น ๆ ผมอยากถามท่าน รองนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรี คิดได้อย่างไรครับ วันที่ ๑๓ เมษายน เปึนวันป้ใหม่ ไทย เปึนวันที่พี่น้องประชาชน ครอบครัวจะมาสังสรรค์เฮฮารดน้ําดําหัวกัน ท่านคิดได้ อย่างไร เอาสมองส่วนไหนไปคิดครับว่า มันต้องปราบประชาชนวันสงกรานต์ ผมเศร้าใจ มากครับ คิดได้อย่างไร ท่านเปึนคนไทยหรือเปล่าครับ คิดแบบนี้ ตกใจมากครับ ปราบ ม็อบตี ๔ วันที่ ๑๓ แล้วก็สร้างฉากชัดเจน เมื่อวานนี้ผมก็เศร้าใจครับ ดึงศาสนาเข้ามาใน สภาแห่งนี้ ดึงสถาบันไม่พอ ดึงศาสนามาอีก ผมไม่เชื่อว่าคนเสื้อแดงจะไปทําร้ายมัสยิด ถ้ามันเกิดขึ้นก็เกิดจากการอุบัติเหตุนะครับ ผมไม่เชื่อว่าเขาจะตั้งใจ แต่เพื่อนสมาชิกฝัืง รัฐบาลพยายามพูดโน้มน้าวว่าเขาตั้งใจ มันอะไรกันครับนี่ มันจะสมานฉันท์อย่างไรครับ วันที่ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ท่านประธานครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนัดไปเยี่ยม ประชาชนวันละ ๑๐-๒๐ บ้าน ไม่ได้ไปครับ เพราะอะไร เพราะได้ข่าวรัฐบาลสั่งยิง วันที่๑๓ เช้าผมตีรถเข้ามาครับท่านประธาน ตีรถเข้ามาเลย เข้ามาดูว่ามันเปึนอย่างไร ทําไมจะจิตใจโหดร้ายอย่างนี้ ทําไมครับ ประชาชนคนมือเปล่า ปรากฏว่าผมเข้ามาครับ ท่านประธาน พยายามจะเข้าไปดู เข้าไม่ได้ครับ ผมก็บอก ผมเปึน ส.ส. ผมขอเข้าไป ดูหน่อย เข้าไม่ได้ไล่ไปหมดครับ ผมก็อ้อมไปหมดทั้งหลานหลวง ทั้งถนนราชดําเนิน เข้าไม่ได้ครับรถยนต์ ผมกลับไปบ้าน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าถ่ายทอดออกมาครับ รถเมล์มาแล้ว ไม่รู้มาจากไหนครับ เข้าไปในเหตุการณ์ได้ จอด ๆ ๆ ๆ ๆ อ้าวทําไมเข้าไปได้ ทําไมผมเข้าไปไม่ได้ จอดอยู่แล้วจุดไฟ ๆ อ้าวมันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ใครขับเข้าไปครับ ท่านประธาน มันเปึนการสร้างภาพ สร้างเหตุการณ์ว่าให้มันเกิดความเลวร้ายกับกลุ่ม เสื้อแดงหรือเปล่า ผมไม่เชื่อครับว่าจะมีคนกลุ่มเสื้อแดงทําแบบนี้เกือบ ๒๐ คัน มันเปึนไป ได้อย่างไร มีการแจ้งความไว้ไหมครับว่าเขาไปปล้นกันตรงไหน แล้วเข้าไปได้อย่างไร ทหาร ๔๖ กองพันครับท่านประธาน ไปยึดประเทศเขมรยังได้เลยครับ ๔๖ กองพัน มามากมายขนาดนี้ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คน ทั้งตํารวจ ทั้งทหาร ผมว่ามันปฏิวัติเงียบ แล้วนะท่านประธาน ผมว่ามันเปึนการปฏิวัตินะนี่ ทั้งรถถัง ทั้งรถสิงห์ทะเลทราย วันที่ ๑๔ ผมเข้าไปดูครับ โอ้โฮ อะไรท่านประธาน ทําไมขณะนี้เลยหรือ ผมไปจับป๋น ไปจับดูว่าเปึน อย่างไร โอ้โฮ ของจริงทั้งนั้น ผมก็บอกน้อง ๆ ทหารอย่าไปใช้กําลัง ส.ส. ๓๐-๔๐ คน เข้าไปดูสถานการณ์ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าผมรู้สึกเศร้าใจนะครับ วันนี้ นะครับ ผมบอกได้อย่างเดียวว่าแม้แต่ตํารวจชัยภูมิก็ถูกบอกให้มา ท่านเฉลิมพูดตกไป ตรงจังหวัดชัยภูมินี่ละครับ เขามาเล่าให้ผมฟัง เอาเสื้อสีน้ําเงินมาให้ดูเลยครับ บอกถูกสั่ง ไป ๑๐๐ กว่าคนครับ ชัยภูมิก็มาครับ มาที่สุวรรณภูมิ แต่เขาให้ไปที่พัทยา ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าท่านสร้างฉากขึ้นมาเพื่อทําลายหรือเปล่า อยากฝากท่านประธานครับว่า เรื่องนี้ผม คงจะไม่พูดมากนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดไปแล้ว แต่อยากให้ ท่านประธานได้ดูนะครับว่า เวลามันสั้นเหลือเกินท่านประธาน นี่ครับ ผมขออนุญาต นะครับท่านประธานครับ ตรวจแล้วตรวจอีก ตรวจจนงง นี่เปึนรูปภาพที่ของไทยรัฐ ของเซียร์ไทยรัฐเขาจะเขียนข้อเท็จจริงครับ เขาพูดข้อเท็จจริงให้เรารู้ตลอดเวลา นี่ก็ชัดเจน ครับ มหกรรมกีฬาสี ไม่รู้สีไหน ตีมันสีเดียวสีแดง ก็ไม่รู้ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสีไหน นะครับ นี่เหมือนกันครับ ชัยชนะของท่านอภิสิทธิ์ บ้านเมืองล่มจมเลยครับ โคลสหน่อย ครับ ล่มจมเลย นี่ไม่ใช่ความเห็นผมนะครับ เปึนความเห็นของสื่อ สื่อสารยังเขียนแบบนี้ ท่านประธานก็เห็นชัดเจนครับ ผมนะครับ อยากกราบเรียนว่า ผมเปึนหมอนะครับ ผมอยากฝากไปถึงท่านอภิสิทธิ์ ถึงแม้ท่านจะไม่อยู่นะครับ ผมเปึนหมอ บางครั้ง ท่านประธานครับ ผมผ่าตัดมือมันต้องถูกเลือด ถูกเลือดมาถูกมือ พูดภาษาง่าย ๆ มือก็ ต้องเปุ๋อนเลือด แต่เลือดที่เปุ๋อนมือผมท่านประธาน ผมภูมิใจครับ ผมช่วยชีวิตคน ช่วยชีวิตคนครับ ภูมิใจ บิดาท่านนายกรัฐมนตรีท่านศาสตราจารย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนหมอเหมือนผม หมอทุกคนมือต้องเปุ๋อนเลือดครับ แต่เปุ๋อนเลือดแล้วเขาภูมิใจ แต่ผมอยากถามท่านอภิสิทธิ์นะครับ เปึนนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกสั่งใช้ กําลัง ป๋นนี่เห็นชัดเจนครับ รูยิงป๋นมันชัดเจน ดูหน่อยครับ โคลสหน่อยครับภาพนี้ กองทัพ บอกไม่ถูกยิง ไม่ใช่อาวุธป๋น ผมว่าไปถามเด็ก ๆ ข้างถนนเขาก็รู้ว่าเปึนรูอาวุธป๋นยิง บอกเปึนป๋นหัวกระดาษ ไม่อยากพูดถึงครับ ท่านสนธิสงสัยจะโดนลูกกระสุนหัวกระดาษ ยิงถึงรอดมาได้ อยากกราบเรียนพี่น้องนะครับว่า อยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า บ้านเมืองของเราถึงวันนี้ต้องถามท่านนายกรัฐมนตรี มือท่านท่านได้เคยดูไหมครับ มือมัน เปุ๋อนเลือดแล้วนี่มันจะบริหารบ้านเมืองอย่างไร คนที่มือเปุ๋อนเลือด ท่านประธานครับ อยู่ไม่ได้ครับ ไม่ว่ารัฐบาลไหน เปึนรัฐบาลทหารสั่งเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนอยู่ไม่ได้ครับ ไม่มีใครอยู่ได้ จะมีกองทัพไหนควบคุมดูแล ไม่มีทางครับ ในที่สุดมีอันเปึนไป ท่านจะ บริหารงานบ้านเมืองอย่างไรครับ ท่านจะไปตรวจราชการที่ไหน ท่านจะสั่งการอย่างไร ท่านจะใช้อํานาจบาตรใหญ่ขนาดไหน มันไม่สามารถไปบังคับบัญชาประชาชนได้ ผู้บริหารนี่มาจาก ส.ส. มาจากประชาชน แต่ถ้าเข่นฆ่าประชาชนเมื่อไรท่านประธาน มันไม่มีทางที่จะอยู่ได้หรอกครับ อยู่ไม่ได้ อยากเรียนท่านประธานนะครับว่า ถ้าเราอยาก ให้มีการคุยกัน ผมอยากให้ท่านอภิสิทธิ์มาดูคํานี้ครับ โคลสหน่อยครับ ท่านเคยรู้จักคํานี้ ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยรู้จักคํานี้ไหม การให้อภัยกันนี่ นี่ปรากฏว่าท่านตามล่า ตามเช็ด ตามล้าง ต้องเอาทักษิณติดคุก ต้องเอามาดําเนินคดี ไม่รู้ผิดอะไรครับ บอกทุจริต กล้ายางอยู่ข้าง ๆ ท่านจัดการเสียสิครับ ซีทีเอ็กซ์ (CTX) จัดการเสียสิ อ้ายทุจริตแย่ ๆ กว่านี้เขาไปอยู่กับท่านหมดแล้วครับ อยู่กับท่านหมดเลยล้อมตัวนายกรัฐมนตรีหมดแล้ว ล้อมอยู่หมดแล้ว ไปแล้วครับ ผมโมทนาสาธุเลย นั่นแหละครับต้นเหตุของการทุจริต คอร์รัปชันตอนนี้ไปอยู่กับท่านหมดเลย ท่านรีบจัดการนะครับ การให้อภัยมันสําคัญ ท่านประธาน ปากบอกพูดดีนะครับ ผมไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดผม บอกใคร คิดถึงท่านทักษิณบ้าง ตบมือดังครับ ตบมือดังลั่น ใครคิดถึงอภิสิทธิ์บ้าง เงียบ บางคนไม่รู้ พูดอะไร สบถในปากพึมพํา ๆ คนแก่แล้วนี่ ถ้าท่านได้ยินแล้วท่านจะหนาว ผมถึงอยาก ฝากท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี เวลานี่สั้นจริง ๆ อีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้พูดแต่ กลัวเพื่อนสมาชิกจะไม่ได้พูด
ท่านก็กินเวลาของเขา
อยากกราบ เรียนท่านประธานครับ ฝากท่านนายกหน่อยครับ ขอให้รู้จักคําว่า อภัย คนเราเปึนนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย การอภัยนี่ อภัยทานเปึนทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคน ถ้าเราจะเล่น กันแบบนี้ไม่มีใครยอมหรอกครับ สั่งอายัดทรัพย์เขา ไม่ชอบธรรม มีที่มาที่ไปครับ ทรัพย์สิน ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมีที่มาที่ไป เขาไม่เสียภาษี คุณก็เอาเฉพาะที่ไม่เสีย ภาษี นี่เอามันหมดเลย ทั้งลูก ทั้งเมีย เอาหมดนะ เล่นไปทั้งครอบครัวหมด ระวังครับ กรรมมันมีจริงนะครับ ท่านประธานก็รู้กรรมมันมีจริง กรรมมันทันตาเร็วนะครับ ผมถึงอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านรู้จักคําว่า ให้อภัย ท่านอย่าทํา ๒ มาตรฐาน นี่ก็หนังสือพิมพ์ไทยรัฐอีกนิดหนึ่งครับ อีก ๑ นาทีครับ
เอาไปแล้ว ๖ นาทีแล้วครับ
อีก ๑ นาที ครับ ชัดเจนครับ ต้นเหตุมันเกิดจากอะไรครับ ต้นเหตุมันเกิดจากอะไรไปดูครับ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐนี่ ลมเปลี่ยนทิศ เดี๋ยวหาว่าผมใส่อารมณ์ ไม่ใช่นะ นี่ลมเปลี่ยนทิศ เขียนเองครับ เรื่องที่เขาเขียนนั่นคือ ๒ มาตรฐาน มันทุกระบบเลยครับท่านประธาน แม้แต่นิติบัญญัติก็ ๒ มาตรฐาน บริหารก็ ๒ มาตรฐาน ตุลาการก็ ๒ มาตรฐาน ข้าราชการก็ ๒ มาตรฐาน อย่างนี้พังครับ ผมบอกได้เลยประเทศจะต้องล่มจมในเร็ว ๆ นี้ ตอนนี้กําลังล่มจม จมลงไปเรื่อย ๆ ที่สุดก็จะไม่เหลืออะไรครับ ที่สุดก็เหลือแต่ซาก ปรักหักพังที่มันจะเกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องแก้ปัญหาจริงจังครับ ในหัวใจท่านอยาก ให้ท่านไปเป่ดพจนานุกรมเรื่องอภัย ผมเป่ดมาหมดครับ แต่เวลาจํากัดเลยไม่ได้พูด ท่านอย่าใส่ร้าย ท่านอย่าปัายสี ท่านอย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ผมว่าปัญหาแก้ได้ ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ กินเวลาคนอื่นเขาไป ๗ นาทีกว่า ไม่เปึนไรครับ เพราะเวลาของพวกท่านเอง ต่อไปนะครับ ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ เชิญครับ
เรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจาก จังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เป่ดอภิปรายทั่วไป เพื่อประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ แห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่ารัฐบาลนั้น ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้ว และเพื่อนสมาชิก ก็ได้อภิปรายเมื่อวานนี้ไปทั้งวันในมุมมอง ในมิติต่าง ๆ แต่ว่าในวันนี้จุดประสงค์ในการ ที่เป่ดอภิปรายนั้นเพื่อมาหาทางออกร่วมกัน เพื่อประโยชน์สุขของทุก ๆ ฝ์าย และ ของประเทศชาติ วันนี้เปึนเวทีที่รัฐสภาได้เป่ดอภิปรายร่วมกัน วันนี้เปึนตัวแทนของ พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งพี่น้องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากสัดส่วน ของประชากรก็ดี แม้กระทั่งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งถือว่าเปึนสัดส่วนของ พื้นที่ก็ดี และสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการสรรหา ซึ่งมาจากตัวแทนของกลุ่มวิชาชีพก็ดี เปึนมุมมองที่ตัวแทนภาคส่วนของพี่น้องประชาชนมาพิจารณา มาอภิปราย มาเสนอแนะ ข้อแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ การปรึกษาหารือกันที่ต่างฝ์ายต่างอ้างระบอบประชาธิปไตย แต่มีความขัดแย้งกันในเรื่องความคิดความเห็นที่แตกต่างกันนะครับ ในต่างประเทศ อย่าง ประเทศอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ์น เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งประเทศมาเลเซียก็เปึน ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพวกเราก็ได้มีการศึกษาเรียนรู้ แม้กระทั่งดูงานในหลายประเทศ ก็เปึนระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีความแตกต่างกันทางด้านรัฐธรรมนูญ ทางด้านกฎหมาย และทางด้านวัฒนธรรมทางการเมือง ต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีความแตกต่างกัน เรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง ความคิดที่แตกต่างกัน ดังนั้นเองวันนี้เรามาพูดถึงหาทาง ออกร่วมกันดีกว่า ถ้ามาพูดเรื่องเก่าว่าใครผิด ใครถูก ผมฟังมารายละเอียดเมื่อวานทั้งวัน วันนี้เรามาหาทางออกร่วมกันเพื่อให้ประเทศชาติลดความขัดแย้ง ประเทศชาติอยู่รอด ปลอดภัย มีความเจริญมั่งคั่ง อยู่ดีมีสุข ถ้าเรายังมีความขัดแย้งกัน เราคิดหรือจะไปสู้รบ ตบมือกับต่างประเทศได้ ซึ่งขนาดต่างประเทศซึ่งมีความเข้มแข็ง มีความสมัครสมานสามัคคี ยังเกิดวิกฤติ เศรษฐกิจ เราเองเปึนประเทศที่ไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่ แต่ว่าถ้าขาดความสามัคคีแล้ว ประเทศชาติจะอยู่รอดได้อย่างไร ในส่วนตัวของผมเองนั้นในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ก็มี ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม หรืออาจจะคล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิกที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ ผมเองนั้นขอเสนอแนะ
ข้อที่ ๑ ปัญหาว่ารัฐ เรื่อง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งรัฐบาลประกาศใช้ ผมเห็นว่าก็ควรจะยกเลิกถ้าเกิดไม่จําเปึนโดยเร็ว เนื่องจากว่าความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ความเชื่อมั่นของต่างชาติ ถ้าประเทศเรา ยังคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่ก็ไม่เปึนสิ่งที่ดี แต่ถ้าเกิดว่าก็พยายามจะให้รัฐบาลเร่งรัดหรือ ดําเนินการให้อยู่ในความสงบ แล้วเท่ากับว่าให้ยกเลิกโดยเร็วนะครับถ้าไม่จําเปึน
ส่วนอันที่ ๒ รัฐควรแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อย่างที่เราพูดมาแล้วว่า ความขัดแย้งของประเทศเรานั้นทุกคนอ้างรัฐธรรมนูญซึ่งมีความแตกต่าง แต่ว่าความคิด มุมมองที่แตกต่างกัน ความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้นํามาใช้ถึงป้กว่าแล้ว ซึ่งหลายฝ์ายก็ยอมรับถึงข้อบกพร่องบางประการ เปึนไปได้ไหมครับท่านประธานครับว่า ข้อบกพร่องบางประการเรามาดําเนินการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามมาตรา ๒๙๑ ก็เป่ดโอกาสให้รัฐสภาแห่งนี้ได้พยายามแก้ไข รัฐธรรมนูญในสิ่งซึ่งหลาย ๆ ฝ์ายเห็นพ้องต้องกันถึงข้อบกพร่อง เพื่อว่าจะลดความขัดแย้ง ของบ้านเมืองได้ระดับหนึ่ง อาจจะไม่ได้ทั้งหมดนะครับ ก็เปึนความคิดส่วนตัว แต่ว่า ข้อบกพร่องที่จะให้พี่น้องประชาชนเห็นพ้องต้องกันในข้อบกพร่องนั้น ต้องยอมรับความ เปึนจริงนะครับว่า อะไรก็ตามคงไม่มีการสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ อะไรที่บกพร่อง ก็ควรจะแก้ไข ซึ่งสภาแห่งนี้ก็มีหน้าที่ หรือมีอํานาจหน้าที่สามารถดําเนินการแก้ไข เพิ่มเติมได้ตามมาตรา ๒๙๑ เช่นเดียวกัน
อันที่ ๓ ที่ผมฟังมาแล้วว่าการพูดว่า ๒ มาตรฐานนะครับ ๒ มาตรฐาน ถ้าตราบใดสังคมที่อยู่ร่วมกันก็ต้องมีกติกา คือกฎหมายที่อยู่ร่วมกัน กฎหมายนั้น ถ้ากฎหมายถ้าทุกคนใช้บังคับร่วมกัน ยอมรับร่วมกัน ได้รับความยุติธรรม จะทําให้คนใน สังคมนั้นยอมรับ และทําให้สังคมนั้นสงบสุขต่อไป ดังนั้นเองกฎหมายที่กราบเรียนแล้วว่า เปึนกติกาที่อยู่ร่วมกัน ดังนั้นเองกติกาที่มีอยู่แล้วควรจะให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และ ควรที่จะใช้บังคับอย่างเคร่งครัด คือกฎหมายคือกฎหมาย ถ้าตราบใดกฎหมายไม่สามารถ ใช้บังคับหรือมีข้อยกเว้นได้ จะเปึนเยี่ยงอย่างที่คนอื่นเลียนแบบหรือทําตาม ดังนั้นเอง ก็ขอเสนอแนะว่าควรให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และดําเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่าง เคร่งครัด
เรื่องถัดมาเรื่องที่ ๔ เรื่องความเชื่อมั่นของประเทศชาติ อย่างที่ผ่านมาที่เรา ประชุมอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ คือประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ บวกผู้นํา ๓ ประเทศ คือ จีน เกาหลี และญี่ปุ์น แล้วก็บวก ๖ คือเพิ่มประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย เข้าไป ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับชาติ ความเชื่อมั่นขณะแค่แม้กระทั่ง จัดการประชุมระดับชาติไม่ได้ ความเชื่อมั่นเราจะหายไป ดังนั้นเองก็ขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี มาพอดีนะครับ ช่วยเร่งรัดการจัดประชุมอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ ให้โดยเร็วนะครับ เปึนการสะท้อนและเปึนการชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ใน ความสงบและมีความพร้อมในการจัดประชุมระดับชาติ แล้วก็ในการสร้างความเชื่อมั่น ในโอกาสในเวทีต่อ ๆ ไปนะครับ
ถัดมาเรื่องการท่องเที่ยวที่ทางรัฐบาลเห็นว่าเปึนวาระแห่งชาติ ก็เห็นดีด้วย นะครับ เพราะว่าเปึนการสร้างรายได้โดยที่ลงทุนต่ํา อุตสาหกรรมอย่างอื่นต้องมีสินค้าทุน แล้วถึงมีรายได้มา แต่การท่องเที่ยวเปึนรายได้ที่ได้มาง่าย ๆ แล้วกําไรเยอะ ๆ แล้วก็เปึน สิ่งที่ความเชื่อมั่น ความที่ว่าเปึนภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่อไป ดังนั้นเองก็เห็นด้วย กับรัฐบาลเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เปึนวาระแห่งชาติ
และที่สุดท้ายนะครับ เรื่องเราเองขัดแย้งทางการเมืองมากแล้ว ก่อนหน้านี้ วิกฤติเศรษฐกิจเราที่ผ่านมามีมามาก ดังนั้นเองก็ขอเรียนท่านประธานผ่านนายกรัฐมนตรี นะครับ อย่าห่วงแต่เรื่องการเมืองอย่างเดียวนะครับ ปัญหาเศรษฐกิจที่เราตกต่ํา ซึ่งการ คาดหวังของเอกชนในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รออยู่ ขอให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ปัญหา เศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณชํานิ ศักดิเศรษฐ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ร่วมรับฟัง ความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้ ได้เล่าเหตุการณ์ ได้แสดงข้อมูลหลักฐาน ต่าง ๆ เพื่อให้สภาได้ร่วมกันพิจารณาหาทางออกให้กับการแก้ไขปัญหาวิกฤติทาง การเมืองของประเทศ ผมอยากจะใช้โอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะเสนอ ความเห็น เสนอทางออกที่อาจจะเปึนไปได้ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ก่อนอื่นผมต้อง กราบเรียนท่านประธานครับว่า ในตลอดระยะเวลาทางประวัติศาสตร์การเมืองของ ประเทศ รัฐบาลได้เลือกใช้วิธีที่จะเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิก รัฐสภาในสถานการณ์ที่ไม่ปกตินั้นมีไม่บ่อยนัก แล้วผมถือว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนการตัดสินใจที่มีความหมายสําคัญอย่างยิ่งยวดต่อ การนําพาการเมืองออกจากวิกฤติ ต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศ ที่ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ก็เพราะว่า ในอดีตไม่ใช่ประเทศไทยไม่มีวิกฤติ แต่ว่าในอดีตมีรัฐบาลน้อยมากที่จะ เลือกเอาการรับฟังสมาชิกรัฐสภาเพื่อหาทางออกให้กับการแก้ไขปัญหาของประเทศ แล้วก็มีไม่บ่อยนักที่จะนําเอาข้อคิดเห็นเหล่านี้นําไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ผมถือ ว่าการเลือกเอาการประชุมรัฐสภาเปึนทางออกในวันนี้ นี่เปึนเรื่องของความเชื่อมั่นใน ระบอบรัฐสภาโดยแท้ วิกฤตการณ์ทางการเมืองของประเทศที่อยู่ในปัจจุบันนั้นเปึน วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นนอกรัฐสภา เรามีความขัดแย้ง มีการเผชิญหน้า แล้วก็มีการตอบโต้ มีลักษณะเพิ่มระดับของความรุนแรงไปเรื่อย ๆ และคําตอบก็คือว่า เราไม่สามารถยุติ ความขัดแย้งนั้นด้วยวิธีการเคลื่อนไหวมวลชน ด้วยวิธีการเผชิญหน้าและตอบโต้ด้วย การใช้ความรุนแรง เราจึงเลือกใช้เวทีรัฐสภามาหาคําตอบ และแน่นอนครับ คําตอบนี้ ไม่ใช่เปึนของรัฐบาล ไม่ใช่เปึนของสมาชิกฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งแต่เพียงฝ์ายเดียว แต่เรากําลัง จะสร้างความเห็นร่วมกันของรัฐสภาเพื่อให้คําตอบเหล่านี้ ท่านประธานครับ ความหมาย ก็คือว่า ถ้าการประชุมในวันนี้เรายังหาคําตอบ เรายังบรรลุข้อตกลงไม่ได้ อนาคตในการที่ จะหาจุดเปึนข้อสรุปที่จะเดินก้าวต่อไปนั้นมีความยุ่งยากอย่างแน่นอน นั่นก็เพราะว่าสิ่งที่ เกิดขึ้นในวันนี้ก็คือว่า แม้เราจะนําเรื่องนี้กลับสู่รัฐสภาแล้วก็ตาม แต่ความขัดแย้งในทาง การเมืองนั้นยังดํารงอยู่ เงื่อนไขแห่งความรุนแรงยังดํารงอยู่ และแน่นอนครับ การใช้ความ รุนแรงในทางการเมืองก็ยังดํารงอยู่เช่นเดียวกัน เพราะการเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ เมษายน เปึนการเคลื่อนไหวที่จบลง แต่ผู้ที่ก่อการยังไม่บรรลุเปัาหมาย ยังไม่มีการ กลับ และใช้คําว่า จะยังไม่กลับบ้านมือเปล่า ผมอธิบายอย่างนี้ไม่ได้หวังว่าที่จะต่อว่า ต่อขาน แต่ผมกําลังกราบเรียนกับท่านประธานและรัฐบาลว่า แม้เราได้เลือกใช้วิธีการทาง รัฐสภามาหาคําตอบ แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่าความขัดแย้งเรายังมีอยู่จริง และเงื่อนไขเหล่านี้ ไม่ได้จบลงในวันที่ ๑๔ เท่านั้น ยังจะต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าอย่างนั้นคําตอบของเราก็คือ เราจะต้องพาการเมืองออกจากวิกฤติให้ได้ด้วยวิธีการ อย่างไร ซึ่งสุดท้ายผมจะเสนอต่อท่านประธานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน สมาชิกทั้งหลาย ท่านประธานครับ ผมต้องแสดงความเคารพต่อท่านประธานและต่อ รัฐบาล ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาความรุนแรงได้ด้วยสันติวิธี ยุติความรุนแรงได้โดยไม่ เสียเลือดเนื้อ ผมรับฟังข้อมูลจากเพื่อนสมาชิก รับฟังคําชี้แจงจากรัฐบาลถึงเรื่องราวที่ เกิดขึ้น รัฐบาลตอบปัญหานี้ได้ทุกคําถาม ข้อเท็จจริงก็คือว่า ความรุนแรงมีอยู่จริงหรือไม่ รัฐบาลได้ใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ความรุนแรงนั้นจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงก็คือว่า ความรุนแรงนั้นมีอยู่จริง แต่รัฐบาลไม่ได้ตอบโต้ด้วยวิธีการที่รุนแรงแม้เลือกใช้พระราช กําหนดที่กําหนดในภาวะในสถานการณ์ฉุกเฉินมาแก้ไขปัญหา แต่ท่านประธานครับ ต้องบอกและต้องชื่นชมก็คือว่า นี่เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่เราใช้ทหาร ออกมารักษาสถานการณ์และเราไม่เสียเลือดเนื้อ ทําไมผมต้องอธิบายกับท่านประธาน อย่างนี้ครับ ผมเปึนคนที่เดินก้าวผ่านเหตุการณ์มาหลายครั้งเหมือนกัน ตลอดระยะ ประวัติศาสตร์ของการอภิปรายในสภาที่บอกว่ามีอยู่ ๕ ครั้ง มีมาแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งนี้เปึน ครั้งที่ ๕ ผมไม่ได้อยู่ร่วมในสมัยเดียวเท่านั้นแหละครับ ไม่ได้อยู่ในสมัย จอมพล ป พิบูลสงคราม เท่านั้นแหละครับ แต่ทุกครั้งที่มีการอภิปรายในสภาแห่งนี้ผมได้อยู่ ผมได้ ร่วมให้ความเห็น และผมกําลังจะให้คําตอบของสถานการณ์ และที่ผมต้องกราบเรียนก็คือ ว่าความรุนแรงที่มีหลายฝ์ายอยากให้เกิดมันไม่เกิด มันไม่ใช่ว่าความรุนแรงเกิดแล้วและ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เรียนกับท่านประธานว่ามีบางฝ์ายอยากใช้ความรุนแรง อยากเห็น ความรุนแรงและอยากเห็นรัฐบาลตอบโต้ด้วยความรุนแรง และไม่เห็นครับ ความรุนแรง นั้นไม่มีอยู่จริง ความรุนแรงจึงไม่เกิด และแน่นอนที่สุดครับด้านรัฐบาลจึงนําเรื่องนี้ กลับมาสู่สภาได้อย่างองอาจ เป่ดเผย นี่คือเปึนสิ่งที่ต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมต้องชื่นชมต่อการตัดสินใจต่อวิธีการแก้ไขปัญหานี้ ท่านประธานครับ ความขัดแย้ง ในทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้นเปึนไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย เปึนไปตาม เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญในวันจุดเริ่มต้น เริ่มต้นอะไรครับท่านประธานครับ เริ่มต้นจากการ เรียกร้อง เริ่มต้นจากการเคลื่อนไหว และเริ่มต้นจากการต่อต้าน ทําได้ครับ เคลื่อนไหว เรียกร้อง ต่อต้าน เปึนสิ่งที่ทําได้แน่นอนตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่าหลังจากนั้นครับ มันได้ พัฒนาไปสู่การขับไล่ เปึนการก่อการจลาจลและไล่ล่าเอาชีวิต ท่านประธานครับ ความรุนแรงในทางการเมืองของประเทศไทยนั้นมีบ่อยครั้งครับ แต่การไล่ล่าเอาชีวิตยังไม่ เคยเกิด และความรุนแรงนี้เกิดในยุคของเราครับ และแน่นอนครับในเมื่อเกิดในยุคของเรา เราต้องเปึนคนร่วมมือกันที่จะต้องยุติความรุนแรงอันนี้ให้ได้ เปัาหมายของการเคลื่อนไหว อยู่ตรงไหนครับ อยู่ที่การใช้ความรุนแรง อยู่ที่การสร้างเงื่อนไขเพื่อสร้างให้เกิดการ นองเลือด เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เกิดการเจรจา เพื่อให้เกิดการต่อรอง เพื่อให้ได้สิ่งนั้นสิ่งที่ เรียกว่า นิรโทษกรรม เพื่อให้พ้นผิด เพื่อให้ได้ทรัพย์คืน เพื่อให้กลับเข้าสู่โอกาสทาง การเมืองใหม่ นี่เปึนเปัาหมายของการเคลื่อนไหว ทุกอย่างเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ครับ ทุกอย่างเดินไปตามแผนตามขั้นตอนนั้นทั้งสิ้น เพียงแต่มันไม่สามารถบรรลุ เปัาหมายสุดท้ายก็คือว่า รัฐบาลใช้ความรุนแรงตอบโต้ความรุนแรง วันนี้วิกฤติหลุดมา จากวันนั้นได้นิดเดียวเท่านั้นแหละครับ ความรุนแรงเกิดแล้ว จลาจลเกิดแล้ว แต่มันหลุด มาได้เพราะว่ารัฐบาลไม่เลือกใช้ความรุนแรงไปตอบโต้ความรุนแรง วิกฤตินั้นจึงเดินมาได้ แต่อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่ามันเดินมาได้ แต่ไม่ได้ยุติ นี่คือสิ่งที่ต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าผมชื่นชมต่อการตัดสินใจของรัฐบาล และรักษาสถานการณ์ได้ด้วยวิธีการ ไม่ให้เสียเลือดเนื้อ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ต่อสู้นี้ไม่เหมือน ๑๔ ตุลาครับ ยุทธศาสตร์ ๑๔ ตุลา ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย คนที่ต่อสู้ไม่ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหว นอกจากสิทธิแห่งปวงชน เสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต จบลงที่มีคนก็อยากให้เปึนแบบ ๑๔ ตุลา มันไม่เปึนครับ เพราะเปัาหมายในการ เคลื่อนไหวมันไม่เหมือนกัน คนเขาอยากให้จบแบบ ๑๗ พฤษภา ๑๗ พฤษภาเกิดการ เผชิญหน้า โต้แย้ง รุนแรง แล้วก็จบลงด้วยการเสียเลือดเนื้อ และจบลงด้วยการปฏิรูป การเมือง นั่นเปึนการเรียกร้องเพื่อสังคม การเมืองจบได้ไม่รุนแรง แต่วันนี้การเมืองเดินไป ตามทิศทางนั้น แต่ไม่จบแบบนั้นเท่านั้นเอง การไม่จบแบบนั้นผมถึงกราบเรียนกับท่าน ประธานว่า มันถึงเปึนเรื่องที่ยังไม่จบ และเราจะต้องร่วมมือกันทําให้จบในการประชุม รัฐสภาในวันนี้ ท่านประธานครับ ผลที่ตามมาก็คือว่า อะไรเกิดขึ้นในทางการเมือง หลังจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วในวันนี้ก็คือว่า เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน เราได้ล้มการ ประชุมอาเซียนบวกคู่เจรจาที่พัทยา การประชุมอาเซียนบวกคู่เจรจาที่พัทยาเปึนจุด สุดท้ายของการทําลายความเชื่อมั่นในประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก้าวขึ้นมา เปึนนายกรัฐมนตรีเดินออกไปต่างประเทศ เดินไปเพื่อบอกกับประชาคมโลกว่ามั่นใจ ประเทศไทย มั่นใจรัฐบาลไทย มั่นใจคนไทยว่าเราจะต้องฝ์าวิกฤตินี้ให้ได้ ความน่าเชื่อถือ ได้เริ่มต้นทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งมาถึงจุดสูงสุดที่เรามาเปึนประธานอาเซียน และเรา แน่ใจว่าถ้าประชุมครั้งนี้ผ่าน แล้วประสบความสําเร็จ เรามีความยากลําบากที่หัวหิน เรากําลังสร้างโอกาสใหม่ที่พัทยา ท่านประธานครับ ความน่าเชื่อถือเราได้ถูกทําลายลง โดยสิ้นเชิงในวันนั้น การสูญเสียครั้งนี้เปึนครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ว. จิระเดช ที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานครับ เราไม่มีทางทําอย่างอื่นเลยนอกจาก เรียกร้อง นอกจากเอาสิ่งนี้กลับคืนมา ซึ่งผมจะเสนอกับท่านประธานต่อไป เราได้สูญเสีย อะไรไปอีกท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๓ เราเอาประชาชนเปึนตัวประกัน เราใช้ระเบิด รถเมล์ เราคุกคาม เผารถประจําทางอันเปึนการก่อการจลาจล และการพยายามไล่ล่าฆ่า นายกรัฐมนตรี รวมทั้งบุคคลต่าง ๆ รวมทั้งองคมนตรี และสุดท้าย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล สิ่งนี้กําลังอธิบายอะไรครับ สิ่งนี้กําลังอธิบายว่า นี่คือจุดสุดท้ายของวิกฤติทางการเมือง ที่ทําให้เราต้องเผชิญหน้ากันต่อไปโดยหาจุดลงตัวไม่ได้ ความรุนแรงนี้ไม่ใช่ว่าใครกระทบ กับใครแล้วต้องเดือดร้อน แต่ท่านประธานครับ การเคลื่อนไหวในทางการเมืองของ ประเทศไทยหลังจากการต่อสู้ด้วยอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยแล้ว การต่อสู้ในเมืองไม่เคยรุนแรง รุนแรงจะเกิดขึ้นจากการใช้อํานาจเผด็จการของรัฐทั้งสิ้น แต่ว่าวันนี้รูปแบบความรุนแรงผมไม่แน่ใจว่าเปึนรูปแบบของทางเลือกใหม่หรือไม่ นี่เปึน การลุกขึ้นสู้ในเมืองครับ นี่เปึนการเผชิญหน้ากันในทางการเมืองครับ เราจะต้องจบลง และผมคิดว่านั่นเปึนสิ่งที่ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่าเราต้องเดินต่อไป ปัญหาที่ ตกอยู่กับประเทศไทยของเราคืออะไรครับ วันนี้เรามีปัญหาที่เผชิญหน้าของเราใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ปัญหา ปัญหาที่ไทยร่วมกับสากล กับปัญหาที่ภายในของเราโดยแท้ ปัญหาที่เรา ร่วมกับสากลก็คือว่า วิกฤติเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง และก็อย่างทั่วด้าน และทั่วทุกมุมโลกด้วย วันนี้ประเทศไทยเปึนหนึ่งที่ตกอยู่ในภาวะที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แน่นอน เราต้องรับมือกับสิ่งนี้ให้ได้แน่นอน แต่วันนี้เราได้เผชิญหน้าและหนักเกินกว่าที่จะ แบกรับโดยที่เราไม่ร่วมมือกันอย่างเก่าไม่ได้อีกแล้วครับ วิกฤตินี้เปึนวิกฤติที่เรามี ผลกระทบร่วมกับสากล วิกฤติภายในประเทศของเราก็คือ เราได้เดินทางมาถึง วิกฤตการณ์ทางการเมืองได้มาถึงจุดที่ว่าเราต้องยุติความรุนแรงลงให้ได้ เราต้องเอา การเมืองออกจากวิกฤติให้ได้ และท่านประธานครับ ไม่ว่าฝ์ายไหนวันนี้เราต้องหยุดเอา ประเทศไทยเปึนตัวประกัน เอาชีวิตคนไทยเปึนตัวต่อรอง การเมืองที่เอาประเทศเปึน ตัวประกัน เอาคนไทยเปึนตัวต่อรองนั้นเดินไปไม่ได้แล้วแน่นอน นั่นคือสิ่งที่เปึนปัญหา ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นเราจะออกจากวิกฤติได้อย่างไร ผมมีข้อเสนอต่อที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาในครั้งนี้ก็คือว่า อย่างน้อยที่สุดเราต้องบรรลุเปัาหมายของการประชุม วันนี้ใน ๓ ประการด้วยกัน ๓ ประการนี้ ซึ่งเปึนปัญหาทางยุทธศาสตร์ที่เราจะต้องร่วมกันฝ์าข้ามไปให้ได้ ๓ ปัญหา คืออะไรท่านประธานครับ
๑. ประเทศไทยเราได้สูญเสียความเชื่อมั่นไปนานแล้ว สูญเสียความ เชื่อมั่นด้วยเหตุผลทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง รัฐบาลประเทศไทยมีปัญหา ทุจริต มีคอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีความรุนแรงด้านต่าง ๆ เกิดขึ้นโดยขาดความ น่าเชื่อถือ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนอกระบบ เราใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงด้วย รัฐประหารก็สร้างเงื่อนไขของความน่าเชื่อถือต่อประเทศ ต่อความเชื่อมั่นของเรา เราผ่าน การเลือกตั้งในกระบวนการที่ทุลักทุเลก็จริง แต่ว่าในที่สุดท่านประธานครับ เราอยู่ในภาวะ ที่ไม่ปกติมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย เราต้องเอากลับคืนมาให้ได้ ความเชื่อมั่นนี้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทําคนเดียวไม่พอ ท่านประธานทําคนเดียวไม่พอ ผมหมายถึงว่า เราสมาชิกรัฐสภา เราประชาชนไทย จะต้องร่วมมือ ที่สําคัญก็คือว่า จะต้องเรียกร้องเอาความเชื่อมั่นนี้กลับคืนมา กลับอย่างไรท่านประธานครับ อะไรที่มัน เปึนอุปสรรคต่อประเทศไทย อะไรที่เปึนผลประโยชน์แห่งชาติ และอะไรที่เปึนผลประโยชน์ ของคนไทยเราต้องไม่ขัดขวางในการทําหน้าที่นี้ในทุกกรณี ไม่ว่าคนนั้นจะเปึนใคร ผมเรียกร้องนี้ตั้งแต่นักเรียนอนุบาล จนกระทั่งผู้สูงอายุ สูงวัยของประเทศที่เราต้องดูแล นี่เปึนความเปึนจริงครับ ความเชื่อมั่นเกิดขึ้นไม่ได้ด้วยคําพูด ความเชื่อมั่นเกิดขึ้นไม่ได้ ด้วยเงื่อนไขที่แบ่งฝักแบ่งฝ์าย ผมอยู่ในสังคมการเมืองที่มีความขัดแย้งรุนแรง แต่ท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นเปึนหัวใจของสิ่งที่เราจะต้องตอบสนองให้ได้ และเรา พูดถึงความเชื่อมั่นอย่างผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว นี่เปึนประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ข้อเรียกร้องของผมตรงกับเพื่อนวุฒิสมาชิก ที่ได้กรุณากล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ นั่นก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เราต้องประกาศ การประชุมอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาโดยเร็ว ผมหมายถึงว่าเรายังต้องประชุมแน่ วันนี้ คนไทยเข้าใจตรงกันว่าเราต้องเอาอาเซียนกลับมา เราต้องประชุมกลับมา แต่ถึงเวลาเรา ต้องประกาศให้ประจักษ์ ณ วันไหน เวลาใดที่เราจะต้องประชุมอาเซียนกับประเทศ คู่เจรจาอีกครั้งหนึ่ง เพราะสิ่งนี้เปึนสิ่งที่เริ่มต้นแห่งความเชื่อมั่น สิ่งนี้เปึนสิ่งเริ่มต้น แห่งความร่วมมือ การประชุมอาเซียนกับคู่เจรจาไม่ใช่เรื่องรัฐบาลกับกระทรวง การต่างประเทศ แต่เปึนเรื่องรัฐบาลกับอาเซียน กับคู่เจรจา และกับคนไทยทั้งประเทศ และผมแน่ใจว่านาทีที่จะเกิดจะขึ้นต่อไปนี้คนไทยจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทําลายการ ประชุมนี้อีกเด็ดขาด ท่านประธานครับ นั่นเปึนสิ่งที่ต้องประกาศและต้องแสดงความ ชัดเจน
ประการที่ ๓ ครับ ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยวันนี้ คือ ปัญหาการเมือง ต้องยอมรับว่าเปึนปัญหาการเมือง ความขัดแย้งที่ดํารงอยู่นี้เปึน ความขัดแย้งทางการเมือง ถูกหรือผิด ดีหรือไม่ นั่นเปึนอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องทํา มีข้อเสนอ มากมายที่เราจะต้องแก้ไขวิกฤติทางการเมืองนี้ มีข้อเสนออะไรบ้าง ท่านประธานครับ วันที่มีการเดินขบวนกัน วันนั้นเรียกร้องให้ปลดองคมนตรี เรียกร้องให้คุณอภิสิทธิ์ลาออก เรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนั้นท่านประธานครับ หลังจากวันที่ ๑๔ เราเคยมีข้อเรียกร้องวันที่ใส่เสื้อสีหนึ่ง เราก็เรียกร้องไล่อมาต แต่วันพอมาใส่สูทเรียกร้อง ให้ยุบสภา ท่านประธานเห็นไหมครับว่าข้อเรียกร้องเหล่านี้มันไม่ใช่เปึนข้อเรียกร้องที่เปึน ของประเทศ ไม่ได้เปึนข้อเรียกร้องของคนในสังคม แต่มันเปึนความปรารถนาของบุคคล ของฝ์าย ท่านประธานครับ ถ้าเราปล่อยให้ข้อเรียกร้องของบุคคลของฝ์ายเกิดอย่างนี้ ผมไม่เชื่อว่าจะบรรลุได้ ผมไม่เชื่อว่าจะสําเร็จได้ เพราะมันเปึนฝ์ายที่สุดขั้วต่อต้านอยู่ เหมือนกัน เช่น เรียกร้องให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วนํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ข้อเรียกร้องนี้มีอยู่จริงไหมครับ มีอยู่จริง แล้วอย่างไร พอเรียกร้องอย่างนี้ ฝ์ายที่ทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ต้องออกมาทันที ต้องสู้ ก็อีกสุด ขั้วหนึ่งก็รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แก้ไม่ได้ แตะต้องไม่ได้ อันนี้ก็เปึนความคิดสุดขั้วที่เปึนไป ไม่ได้ ให้ยกเลิกกติกาที่ใช้อยู่แล้วเอากติกาเก่ามาใช้ทันทีทันใด อันนี้เขาเรียกว่า เปลี่ยน กติกากลางเกม ท่านประธานครับ ผมไม่เคยเห็นสําเร็จในประวัติศาสตร์ในทาง การเมืองไทย รัฐธรรมนูญไทยล้มนี่ง่ายกว่าแก้เสมอ ท่านประธานก็เห็น นี่มันเปึนข้อ เรียกร้องที่ไม่จริงและสุดขั้ว เรียกร้องอะไรอีกครับ เรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ให้ยกเลิกองค์กรอิสระ ให้เปลี่ยน บุคคลในองค์กรอิสระ ให้ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ให้เสนอกฎหมายเพื่อล้าง มลทิน ท่านประธานครับ ขอเวลาเพิ่มเติมอีกนิดเดียวของพรรคร่วมรัฐบาล ผมกําลังจะจบ ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า ข้อเรียกร้องในวันนี้เปึนข้อเรียกร้องที่หลากหลาย เปึนข้อ เรียกร้องของฝ์าย เปึนข้อเรียกร้องของบุคคล ไม่ใช่เปึนข้อเรียกร้องที่จะนําไปสู่ความ สมานฉันท์และแก้ไขปัญหาของประเทศ ถ้าอย่างนั้นท่านประธานครับ การแก้หรือไม่แก้ รัฐธรรมนูญ การแก้หรือไม่แก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มันควรจะเปึนผลิตผล ของการปฏิรูปการเมือง ต้องให้สิ่งนี้เปึนเครื่องมือของการปฏิรูป ไม่ใช่ปฏิรูปมาเปึน เครื่องมือของการแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราต้องพักการแก้ เพราะ ไม่จริง ผมบอกแล้ววันนี้ถ้าคุณเสนออันนี้ มีคนก็ไม่เห็นด้วย แล้วเราทําอย่างไรครับ ผมคิด ว่าถึงเวลาท่านประธานครับ ผมเสนอต่อสภาแห่งนี้ที่จะช่วยพิจารณาก็คือว่า เราควรจะได้ ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองขึ้น เปึนถ้อยคําที่ผมสมมุติขึ้นเท่านั้น แหละครับ รักหรือไม่รัก ชอบหรือไม่ชอบ คํานี้ก็แล้วแต่ แต่ผมกําลังบอกหมายความว่า เราต้องมีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองขึ้น เพื่ออะไรครับ เพื่อสร้าง กระบวนการแห่งความเห็นพ้องของการแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างโอกาสให้บุคคลทุกฝ์าย ได้เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ มาฉันทามติ เพื่อที่จะไปกําหนดว่าเราจะต้องทําอะไรกับ การเมืองไทยบ้าง ท่านประธานครับ เราไม่มีบุคคลที่ดีเลิศ วันหนึ่งเราหาบุคคลที่ดีเลิศ แล้วก็โทษว่านักการเมืองเปึนคนที่ชั่วร้าย วันหนึ่งเราบอกนักการเมืองเราทํากันเองโดยไม่ สนใจคนในสังคม ไม่ว่าจะมาจากภาคส่วนไหนเราก็แก้ไขไม่ได้ ข้อเสนอของผมก็คือว่า เราต้องตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองขึ้น เพื่อสร้างความเห็นพ้อง และนําไปสู่การปรับปรุงกลไกต่าง ๆ ให้แก้ไข ท่านประธานครับ สิ่งนี้แตกต่างจาก คณะกรรมการศึกษาปัญหาบังคับใช้รัฐธรรมนูญของสภานะครับ ไม่ใช่อย่างนี้แน่นอน ผมเปึนหนึ่งในกรรมการนี้ ผมพบว่าฝ์ายหนึ่งต้องการอย่างหนึ่ง ฝ์ายหนึ่งต้องการ อย่างหนึ่ง และความต้องการที่อยู่ในสิ่งนี้เปึนความปรารถนาของบุคคลและของฝ์าย ทั้งสิ้น เราไม่สามารถเดินไปสู่ทิศทางนั้น ท่านประธานครับ ขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้ โอกาสผม นี่เปึนข้อเสนอของผมทั้ง ๓ ข้อก็คือว่า สร้างความเชื่อมั่น ประชุมอาเซียน และ ตั้งกรรมการปฏิรูปการเมืองขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
เวลาของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถูกตัดไปที่ท่านเกิน มันก็ไม่เปึนไรครับ ต่อไปนะครับ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ครับ เชิญครับท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ใคร่ขออภิปรายถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา ผ่านท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ กระผมคงจะละเว้นที่จะกล่าวถึงความรู้สึกต่อ เหตุการณ์สงกรานต์วิปโยคที่ผ่านมามิได้ เพราะความรู้สึกที่หดหู่ เศร้าสลด และขมขื่น ที่ได้เห็นคนไทยรบราฆ่าฟันกันเอง ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายใดถูกหรือฝ์ายใดผิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็ปรากฏแล้วว่าไม่มีผู้ใดชนะ หรือไม่มีผู้ใดบรรลุวัตถุประสงค์ใด ๆ ที่ตั้งไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือความเสียหายของบ้านเมือง คือความพ่ายแพ้ของประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนความร้าวฉานที่ร้าวลึกเพิ่มมากขึ้นใน สังคมไทย กระผมจึงใคร่ขอวิงวอนให้ทุกผู้ทุกฝ์ายได้สนับสนุนรัฐบาลในการที่จะ ดําเนินการเพื่อนําความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนไทยในชาติกลับคืนมา เพื่อที่จะ ร่วมกันแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของชาติสืบต่อไป
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกล่าวถึงคือ การแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ในส่วน ของเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันไปค่อนข้างมากแล้ว การประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินอย่างร้ายแรงของรัฐบาล กระผมคิดว่าเปึนการ ดําเนินการที่เหมาะสมกับภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเข้าข่ายของการจลาจลที่ยากต่อการ ควบคุม การใช้กําลังตํารวจและทหารพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือร่วมหมื่นคน เข้าดําเนินการต่อผู้ชุมนุม ก็ต้องขอแสดงความชื่นชมและชมเชยรัฐบาล และกองทัพ ไปตลอดจนถึงกําลังพลระดับ พลทหาร พลตํารวจ ที่สามารถดําเนินการได้อย่างดียิ่ง ทําให้เหตุการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว และที่สําคัญก็ยังไม่ปรากฏ การสูญเสียถึงชีวิตที่เกิดจากการดําเนินการของฝ์ายเจ้าหน้าที่ แม้จะมีการบาดเจ็บบ้าง ทั้ง ๒ ฝ์าย อย่างไรก็ดีในฐานะที่เปึนทหารเก่าคนหนึ่ง กระผมเองมีความเปึนห่วงและ หวาดเสียวต่อการใช้กําลังของกองทัพในการดําเนินการเข้าสลายการชุมนุมในจุดต่าง ๆ ด้วยกําลังพลที่มากมาย ด้วยยุทโธปกรณ์ซึ่งมีทั้งอาวุธที่ใช้กระสุนจริง เพราะถ้าหากว่า กําลังพลคนหนึ่งคนใดขาดความอดกลั้นอดทน ทนต่อการยั่วยุไม่ได้ และก่อให้เกิดความ สูญเสียจนถึงเสียชีวิตหลาย ๆ คน ผมก็คงจะไม่เห็น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่ ข้างบนนี้ ฉะนั้นการใช้กําลังทหารจํานวนมากที่ไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน ไม่ได้รับการ ฝ๊กมาก่อน อาจจะนําไปสู่วิกฤตการณ์ที่เราไม่อยากเห็นได้ เหมือนเช่นเหตุการณ์ครั้ง สุดท้ายคือเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ซึ่งทหารเองไม่สามารถมาเดินบนถนนได้โดย การแต่งเครื่องแบบอยู่เปึนเวลานาน อันนี้ก็อยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตเพื่อที่จะเปึนบทเรียน ของรัฐบาลในการที่จะใช้กําลัง ก็เปึนโชคดีที่ฝ์ายผู้ชุมนุมไม่ได้มีอาวุธที่ร้ายแรง หรือมือ ที่สามยังไม่สามารถเข้าปฏิบัติการได้ทัน ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กระผมเอง ก็เคยได้อภิปรายต่อท่านนายกรัฐมนตรีในการแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคมที่ผ่านมาว่า มีหลายฝ์ายนักวิชาการรวมถึงผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ก็เห็น พ้องต้องกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดด้อย จุดบกพร่อง และมีความไม่เปึนประชาธิปไตย อยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จึงเปึนสิ่งที่ผมคิดว่าเราน่าจะ สามารถร่วมมือกันดําเนินการได้ โดยมิใช่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเปึนการนําไปสู่ ความขัดแย้ง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองในวันนั้นก็ได้กล่าวว่า ที่ท่านไม่ได้พูดใส่นโยบาย ของรัฐบาลก็เพื่อไม่อยากให้เกิดเปึนเงื่อนไข แต่วันนี้ท่านก็แสดงจุดยืนที่เห็นด้วยกับการ แก้ไขรัฐธรรมนูญในระดับหนึ่ง เรื่องที่ผมอยากจะเสนอต่อรัฐบาลเปึนเรื่องสุดท้ายก็คือ แนวทางในการแก้ไขปัญหาเยียวยาสังคมและเยียวยาประเทศไทย
ในเรื่องแรก ผมคิดว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ควรจะหยุดไล่ล่า ออกหมายจับ ผู้ร่วมชุมนุมทั่วประเทศแบบหว่านพืช ซึ่งมีแต่จะทําให้เกิดความร้าวฉานมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยัง จําเปึนต้องดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค
ประการที่ ๒ กระผมเห็นว่ารัฐบาลควรจะยกเลิกการประกาศใช้พระราช กําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยฉับพลัน เพื่อผลประโยชน์ทาง เศรษฐกิจของประเทศดังที่มีผู้อภิปรายไว้เปึนจํานวนมาก และเพื่อเป่ดโอกาสให้ผู้ถูก กล่าวหาหรือผู้ถูกจับกุมได้มีโอกาสใช้กระบวนการยุติธรรมตามปกติที่จะต่อสู้กับ ข้อกล่าวหาต่าง ๆ
ประการที่ ๓ รัฐบาลต้องมุ่งสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดอง และ ความเสมอภาคในชาติ รวมถึงการใช้หลักเมตตาธรรมด้วย เพื่อที่จะให้คนไทยทุกคน ทุกฝ์ายได้ร่วมกันที่จะต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศที่จะร้ายแรงยิ่งขึ้น มิฉะนั้น ประเทศชาติอาจจะล่มจมจนกู่ไม่กลับ
ประเด็นที่ ๔ รัฐบาลต้องริเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็ว และจริงใจผ่านรัฐสภา ซึ่งจากการประชุมร่วมกันของวิปทั้ง ๓ ฝ์าย ก็มีความเห็นพ้อง ต้องกันในเรื่องนี้ ในส่วนตัวของกระผมเองก็คิดว่าคงจะแก้ไขเพียงแต่ประเด็นหลัก ๆ ที่เรา คิดว่ามีความไม่เปึนประชาธิปไตย มีความไม่เหมาะสม ซึ่งก็คงไม่เปึนการแก้ไขที่มากนัก เพื่อให้การดําเนินการสามารถดําเนินการได้
และประการสุดท้าย ผมอยากจะเรียกร้องให้ทุกคนทุกฝ์ายที่เปึนคนไทย มีหัวใจเปึนคนไทย หยุดทําร้ายประเทศไทย แล้วร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ประเทศ ของเราให้กลับเปึนประเทศที่เขาเรียกว่า สยามเมืองยิ้ม ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองต้องขออนุญาตท่านประธาน ที่จะพูดชี้แจงแสดงเหตุแสดงผลในเรื่องที่คณะรัฐมนตรีได้ขอให้รัฐสภาแห่งนี้เป่ดประชุม เพื่ออภิปรายทั่วไป เพื่อจะรับฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิกรัฐสภาเพื่อนําสู่การแก้ไข ปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง นั่นหมายความว่าทางรัฐบาลเองยอมรับว่าบ้านเมือง มีปัญหา จึงใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ จุดประสงค์ท่านแถลงต่อสภาแห่งนี้ชัดครับว่า ต้องการแก้ไขเยียวยาให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ ให้พี่น้องเข้าสู่ความสงบสุข มีสันติ แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องขออนุญาตเริ่มต้นก่อนก็คือว่า ผมมาดูหลักการและ เหตุผลที่ท่านเสนอเข้ามา ผมดูแล้วผมก็ท้อใจครับ ผมฟังสมาชิกหลายท่านได้นํา เสนอแนะเปึนข้อมูลเปึนประโยชน์ที่ดีมากสําหรับที่รัฐบาลจะรับไปดําเนินการ ฟังสมาชิก หลายท่านเสนอแนะ เสนอความเห็นผมก็ท้อใจครับ เพราะว่าเวทีนี้มันน่าจะเปึนเวที เริ่มต้นในการที่จะแก้ปัญหา แต่ข้อเสนอแนะของบางท่านบางคนกลับเปึนตัวกระตุ้นให้ เกิดปัญหามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะฝ์ายที่จะนําเสนอในแง่ที่จะตอบหรือชี้แจง จะชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริงอะไรก็แล้วแต่ผมไม่ว่า อย่าเลยครับ มาตรา ๑๗๙ เจตนารมณ์เขาอยากจะฟัง พวกเราเสนอและให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ฉะนั้นต้องพูดด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงครับ อย่าเลือกฝ์าย อย่าเลือกข้างครับ และที่สําคัญรัฐบาลต้องฟังครับ ไม่ใช่โต้ ทุกเม็ด เด็ดทุกดอก ต้องฟังครับว่าสิ่งเขาเสนอมาจะจริงหรือไม่จริง แล้วก็มีกระบวนการ มาตอบรับแล้วหาข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ ปัญหามันจึงจบครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผม ต้องพูดเริ่มต้นก็คือว่า ผมดูเหตุผลนะครับ ก็ไม่เปึนธรรมแล้วครับ บอกว่าตามที่มีกลุ่ม บุคคลก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองอันเปึนอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน จนทําให้รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินก่อจลาจล ท่านประธานครับ ผมอ่านแล้ว ผมต้องขออนุญาตที่จะวางทิ้งครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ สิ่งที่เปึนรากเหง้า ปัญหาที่แท้จริงสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้พูดไปครับ รากเหง้าปัญหาที่แท้จริงมีสมาชิกเสนอ ไป ผมเข้าใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีฟัง สภาพเหตุการณ์ สภาพปัญหา เพื่อนสมาชิกได้ นําเสนอไปทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ทั้งท่านสมาชิกวุฒิสภา สิ่งเหล่านั้นมันเปึนสิ่งที่ต้องพูดกันครับ เราต้องรู้สาเหตุของปัญหา เราต้องรู้ตัวปัญหาที่ แท้จริง หนทางการแก้ปัญหา และวิธีปฏิบัติที่จะแก้ปัญหาอย่างแท้จริงมันถึงจะสําเร็จได้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ความไม่เปึนธรรม ๒ มาตรฐาน การตัดโอกาสที่สําคัญของผู้คนนี่แหละครับ มันทําให้เกิดปัญหา ผมคนหนึ่ง ท่านประธานครับที่ท้อแท้และน้อยใจมาก ปกติผมจะอยู่ในระบบ อยู่ในระเบียบ อยู่ในกฎเกณฑ์ แต่วันที่ ๙ ผมจําเปึนต้องขึ้นเวทีที่หน้าทําเนียบรัฐบาล ผมไม่ประกาศ หรอกครับ ผมเปึนคนเสื้อแดง แต่ผมเปึนคนขึ้นเวทีคนหนึ่ง ที่พยายามจะบอกกล่าว แล้วเรียกร้องกับเจ้าของอํานาจที่แท้จริง ที่เขามาในวันนั้นประมาณ ๓–๔ แสนคน ในเหตุผลนี่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่กล่าวถึงเลยว่า นั่นคือการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ของพี่น้องประชาชน ให้ความสําคัญเขาไหมครับ สมัยท่านเปึนสมาชิกท่านพูดให้ท่าน ให้ความสําคัญ ไม่ ๑ คน ๒ คนที่ออกมาข้างถนนนั่นคือผู้ชุมนุมครับ เพื่อนสมาชิกผมพูด ไปแล้ว ท่านประธานครับ การเรียกร้อง การชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยแท้จริง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่มันจะเปึนเรื่องของการจราจลที่ท่านพูดถึง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมจะต้องบอกกับท่านประธานที่เปึนข้อเสนอแนะของผมนะครับ ผมไม่มีเวลามาก
เรื่องแรกสุดครับ เหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่มีการนําเสนอ ไม่ว่าจะเปึน เหตุการณ์ที่พัทยา เหตุการณ์ที่นางเลิ้ง เหตุการณ์ที่ซอย ๕ ซอย ๗ จริง ๆ ผมมีเตรียมมา พูดเยอะมาก แต่ท่านให้เวลาผมน้อยมาก หลายฝ์ายพูดครับ แต่พูดเสี้ยวหนึ่ง พูดช่วง ขณะหนึ่ง ผมมีมุมมองต่างจากที่ท่านเสนอ อย่างซอย ๕ ซอย ๗ ครับ นี่คือต้นเหตุของ การเกิดเรื่องที่แท้จริง มีคนพูดถึงไหมครับ พูดตอนไปยิงมัสยิด นั่นมันปลายแล้วครับ แล้วทําไมคนที่มีถือป๋นไปอยู่ชั้น ๒ ในมัสยิดใครจะเปึนคนตอบครับ เพราะฉะนั้นสิ่งแรก สุดเหตุการณ์เหล่านี้ผมเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านต้อง หาข้อมูลข้อเท็จจริงให้จงได้ว่า ๑. เหตุการณ์ที่พัทยาใครอยู่เบื้องหลัง จริงหรือเปล่าครับว่า มีผู้บงการ ต้องการจะสร้างสถานการณ์อยากให้เกิดขึ้น วันที่ ๘ วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ ทําไม ไม่เกิดครับ คน ๔๐๐,๐๐๐ คน ๓๐๐,๐๐๐ คนหน้าทําเนียบรัฐบาลทําไมไม่เกิด ซอย ๕ ซอย ๗ พี่น้องมุสลิม ผมไม่ได้เปึนอิสลาม แต่ผมเคารพทุกคน มุสลิมแดงก็มีครับ มุสลิมเหลืองก็มี มุสลิมขาวก็มี เช่นกันครับ อันนี้คือความคิดเห็นทางการเมือง แต่สิ่งที่ มันเกิดขึ้นคืออะไรครับ คนที่ไปบงการอยู่หลังซอย ๕ นั่นคือใครครับ ต้องหาออกมาให้ได้ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าพี่น้องซอย ๕ ซอย ๗ เปึนผู้ก่อการนะครับ แต่มีคนคนหนึ่งอยู่ เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ท่านสังเกตไหมครับ พัทยา นางเลิ้ง ซอย ๕ ซอย ๗ ลักษณะเดียวกันเลยครับ วิธีคิดเหมือนกัน ก็คือปล่อยกระแสไปให้พี่น้องประชาชน แตกตื่นและออกมาต่อต้าน คนเสื้อแดงเขาต้องการแนวร่วมครับ ทําไมเขาจะต้องไปรบกับ พี่น้องประชาชนด้วยกันเอง มีแต่คนโง่ เสื้อแดงโง่ มีก็ได้ครับเสื้อแดงปลอม ผมไม่ว่าท่าน นะครับ ท่านใช้คําพูดบอกว่ากลุ่มเสื้อแดง เปึนใครก็ได้ครับกลุ่มเสื้อแดงที่บังอาจใส่เสื้อ แดงมา ชัด ๆ ครับ ลากเสื้อแดงลงจากรถเมล์เดี๋ยวเพื่อนผมคงนําเสนอ นั่นก็คือเสื้อแดง ปลอมที่เขาต้องการใส่เสื้อแดงไปขับรถเขากลับออกมา เขาห่วงรถเขาครับ อันนี้เปึน ตัวอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานก็คือว่าท่านต้องตั้ง คณะทํางานมาหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แล้วพิสูจน์ให้สภาแห่งนี้เห็น พิสูจน์ให้พี่น้องประชาชน เห็นให้ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เปึนข้อคลางแคลงใจเขาครับ ปัญหาจะแก้ไม่ได้ครับ ถ้าทําให้ พี่น้องประชาชนยังมีข้อคลางแคลงใจ เคลือบแคลงใจอยู่ นั่นคือข้อแรกสุดครับ
ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงแต่ละที่แต่ละแห่ง ท่านต้องแจ้งแสดงเหตุให้ชัดเจนให้ได้ ใครเปึนผู้กระทํา ใครเปึนผู้ถูกกระทํา ใครอยู่ เบื้องหลัง นางเลิ้ง เพชรบุรี สามเหลี่ยมดินแดง พัทยา ทําไมต้องขนคนไปจากสุวรรณภูมิ ครับ ที่เปึนเสื้อน้ําเงิน รถบัสเปึน ๑๓ คัน เปึน ๑๐ คัน ผมได้รับแจ้งมาบอกว่าขนไปแล้ว พี่น้องเสื้อน้ําเงินบางคนไปเห็นสภาพลงรถกลับก็มีครับ นี่อย่างไรครับ คือภาพที่มันเกิดขึ้น ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้น ทําไมไม่สอบละครับ ทําไมท่านต้องออกมาตอบโต้ทุกชอท ทุกดอกว่า เรื่องจริงเปึนอย่างนี้ เรื่องจริงอย่างนี้ นั่นจริงของท่าน จริงของผมเปึนอย่างนี้ มันต้องมีคนมาพิสูจน์แล้วครับท่านครับ ท่านตอบในสภาตรงนี้ก็มีข้อสงสัย พี่น้อง ประชาชนดูทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นท่านต้องเอาข้อเท็จจริงตรงนี้ออกมาให้ได้ นั่นคือ ข้อเสนออันแรกสุดของผม
ข้อเสนออันที่ ๒ ครับ สิ่งที่เปึนปัญหาทําให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติมและ รุนแรงมากขึ้นก็คือ สื่อครับ สื่อของรัฐ ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ในนี้ เปึนคนบ้านผมครับ เขยบ้านผม ถ้าผมไม่ห้ามนะ บ้านพ่อตาแม่ยายท่านถูกเผาไปแล้วในคืนวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ ผมบอกอย่าไปทําเขาเลย เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การนําเสนอสื่อของรัฐ ผมต้องบอกว่าท้อแท้และหมดหวังมาก ท่านตรวจสอบเรตติ้ง (Rating) ขออนุญาตใช้ ภาษาอังกฤษหรือเปล่าครับ ขนาดไหน ท่านเปลี่ยนเปึนหอยสังข์หรือพยาธิปากขอมานี่ นะครับ แล้วมีรายการเสียงประชาชน แล้วเอาคนที่เปึนคู่ปฏิปักษ์เปึนคนเชียร์ (Cheer) ท่านมาออกรายการตลอดเวลา พี่น้องประชาชนเขาบอกว่า ทีวีช่องนี้ชาตินี้กูจะไม่ดู ต้องขออภัยท่านประธานที่ใช้คําพูดอย่างนี้ บางคนยอมเสียทีวีครับ ขออนุญาตท่าน ประธาน ใช้เท้าเตะเลยครับ ผัวเมียทะเลาะกันเพราะทีวีพัง อันนี้คือความอัปยศของการ นําเสนอครับ ผมไม่โทษพี่น้องสื่อสารมวลชนนะครับที่เปึนสื่อสาธารณะ เพราะท่านมี โอกาสรับข้อมูลด้านเดียวก็ต้องนําเสนออย่างนั้น เห็นใจมากครับ อันนี้ไม่ใช่แทรกแซงสื่อ ครับ ควบคุมสื่อ ท่านประธานครับ จริงไหมครับที่ท่านรัฐมนตรีเชิญบรรณาธิการข่าว การเมืองทั้งหมดมานั่งคุย ผมขอความร่วมมือมีหรือครับรัฐบาลขอความร่วมมือ นั่นละ ครับคือการบังคับ การขู่เข็ญ คืนอิสรภาพให้เขาครับ คืนความเปึนธรรมในการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารให้เขา ผมเชื่อว่านั่นคือแนวทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาได้ คนเขาเรียกร้องอิสรเสรีภาพ ครับ แต่สิ่งที่ท่านทําคือท่านจํากัดเขา
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับที่ต้องทําก็คือ แก้ปัญหารากเหง้าที่แท้จริง ปัญหารากเหง้าที่แท้จริงนี้ ท่านประธานครับ ผมไม่มีเวลามาก ตั้งแต่คนที่มีอํานาจนอก ระบบต้องการกําจัดทักษิณมาแล้ว มีคนพูดไปแล้ว มาถึงปฏิวัติรัฐประหารท่านไม่ลง เลือกตั้งเหตุการณ์ทั้งปวงทั้งหลายมันไล่เรียงมา นั่นคือรากเหง้าของปัญหามีคนไม่ชอบ ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงอย่างไรครับมันต้านนอกระบบ ผมขออนุญาตท่านประธาน ครับใช้เวลาฝ์ายผม ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถ้าเราไม่แก้ไขปัญหารากเหง้า บ้านเมืองเรา อยู่ไม่รอดครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเสมือนไก่เหลือง พวกผมเสมือน ไก่แดง มีไก่สีน้ําเงินครับ แล้วมีไก่ขาวอยู่ในสุ่มเดียวกันครับ นักวิชาการหลายท่านบอก พวกเราเปึนไก่อยู่ในเข่งจิกกัน ไก่อยู่ในเข่งดีครับมันบินออกได้ แต่นี่คือสุ่มครับ แล้วเปึน สุ่มเหล็กด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นรากเหง้าตรงนั้นแก้ครับ วิธีแก้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเห็นแก่อํานาจที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน เราช่วยกันครับ เราช่วยกันบินขึ้นแล้วดันเข่งนี้ออกไป กําจัดเข่งอันนี้ผมหมายถึงอํานาจนอกระบบที่ ครอบงําพวกเราอยู่ตรงนี้ เอาออกไปสิครับ กลัวอะไร ท่านไม่ต้องกลัวหรอกครับว่าท่านจะ ไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรี พวกเราจะช่วยกันครับ ไก่เหลือง ไก่แดง ไก่ขาว ไก่น้ําเงินนี่ ปล่อยให้ไก่เขียวมาคุมอยู่ทําไม ไก่นอกอํานาจนอกระบบคุมอยู่ทําไมท่านประธานครับ นี่เปึนสิ่งที่ผมท้อแท้มากในระบอบประชาธิปไตยบ้านเรา ตั้งแต่ ๒๔๗๕-๒๔๗๖ เปึนต้นมา ครับเหตุการณ์ทุกอย่างคล้ายกัน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เห็นแก่บ้านแก่เมือง ท่านประกาศลาออกครับ แล้วก็จัดตั้งรัฐบาลขึ้นมา แน่นอนครับ พรรคเพื่อไทยไม่ต้องเปึน นายกรัฐมนตรี ไก่แดงไม่ต้องเปึนครับ ไก่เหลืองก็ไม่ต้องเปึนนายกรัฐมนตรีครับ อาจจะตก ที่ไก่น้ําเงิน เพราะเปึนไปตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ขณะนี้ มาแก้รัฐธรรมนูญครับ แก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วสิ่งที่สําคัญที่สุดเรียกร้องก็คือว่า ทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้องต้องทําหน้าที่ ของตัวเองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครับ อย่านอกเหนือ ศาลต้องเปึนศาลที่แท้จริง ฝ์ายบริหารต้องเปึนฝ์ายบริหารที่แท้จริง นิติบัญญัติต้องนิติบัญญัติที่แท้จริง ทหารคือ ทหารที่แท้จริง อย่าแอบอิง อย่าแอบอ้าง อย่าดึงฟัาลงมาต่ํา อย่าไปเกาะไปดูดท่านเลย ครับ เปึนสิ่งที่ผมทนไม่ได้ครับ สถาบันเบื้องสูงผมเคารพเทิดทูน ถึงแม้ผมจะถูกกล่าวหาว่า เปึนคนล้มล้างสถาบันจากเพื่อนสมาชิก ผมไม่ว่าครับ แต่ข้อมูลข้อเท็จจริงนี่ใครกันแน่ที่จะ ทํา ถ้าพวกเรายังไปแอบอ้างแอบอิงสถาบันอย่างนี้ เปึนสิ่งที่น่าห่วงมาก ท่านประธานครับ นี่คือข้อเท็จจริง ทุกคนทําหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแล้วกลับไปสู่สภาพเปึนจริง ท่านประธานครับ ผมมีหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่มัสยิส ซอย ๗ นะครับ เพื่อนสมาชิก บางท่านพูดเฉพาะประเด็นที่มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่มูลเหตุครับ มอเตอร์ไซด์ที่ล้ม อยู่ตรงนี้ ท่านประธานครับ นี่คือเริ่มต้นเลย เขาหนีจากการสลายจะกลับมาที่ยมราช ขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมาถูกดักทําร้ายที่หน้าซอย ๕ ครับ นี่ต้นเหตุครับ แล้วคนบงการอยู่ ข้างหลังซอย ๕ ครับ แล้วหลังซอย ๕ ไปดูได้ ผมไม่ใช่คนพื้นที่ครับ มีอะไรอยู่ตรงนั้นครับ แล้วมีคนถืออาวุธป๋นมาจากตรงนั้น เขาถ่ายภาพคนยิงด้วยครับ นั่งยิงอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ เอกสารเหล่านี้ผมส่งท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ก็เลยปนเปุ๋อนเข้าไป แล้วมี การไปประกาศข่าวว่าจะมีคนมาเผา มาทําลาย จริงอยู่ครับ เมื่อเกิดมีการปะทะอารมณ์ ม็อบครับ ม็อบคือผู้ชุมนุมที่ขาดเหตุผล เขาคลั่ง เขาก็เลยต้องก่อทะเลาะวิวาทกัน อันนั้น เปึนกระบวนการ ผมไม่อยากจะบอกว่ามีใครอยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายตรงนี้นะครับ นี่ครับ เอาเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เห็นแก่พระเจ้าเลยครับ พวกเราเปึนศาสนิกชนเรารัก เรานับถือสิทธิเสรีภาพแต่ละบุคคล แต่ว่าท่านเองกลับนําเอาศาสนามาพูดในสภาแห่งนี้ โยงไปถึงโน่นครับ ยูเออี (UAE) ชื่นใจใช่ไหมครับ เพราะเมื่อวานนี้ยูเออีเพิกถอนสั่งห้าม ทักษิณจากหนังสือของท่าน โน่นครับ กรือเซะเอามาบวกกันหมด ผมว่าอย่างนี้แหละครับ มันเปึนเรื่องของการนําเอาศาสนามาผสมกับการเมือง ข้อร้องเรียนตรงนี้ครับ จุฬาราชมนตรีทําเรื่องถึงกระทรวงมหาดไทยถอดถอน ปลดออก ผมจะไม่กล่าวนามท่าน เพราะเดี๋ยวจะมีปัญหา ท่านสมควรอยู่ในนี้ไหมครับ ท่านเปึนนักการเมืองต้องทําหน้าที่ การเมืองให้ดีที่สุด อันนี้เปึนสิ่งที่โหดร้าย ผมมีแม้กระทั่งรายละเอียดของชื่อ สก. สข. ครับ หลานญาติเมียมีหมดเลยที่เปึนคนก่อเรื่อง ท่านประธานครับ ภาพสุดท้ายที่ผมขออนุญาต ท่านประธาน คนนี้ครับ นี่คือตัวต้นเหตุของซอย ๕ ผมมีชื่อเดี๋ยวผมให้ท่านนายกรัฐมนตรี ดูครับ เปึน สข. อยู่ที่เขตนั้น ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ มีอะไรครับ
ผมขอ อนุญาต
ผมขอความกรุณาเถอะ อย่า คือเปึน สิทธิของแต่ละคนครับ ท่านก็พูดแล้วนะครับ พอเถอะครับ ให้คนอื่นเขาบ้าง
ท่านฟัง ผมก่อน
คือฟังแล้วเมื่อวานนี้ ฟังจนเกินเวลา ไปตั้ง ๑๐ นาที ผมยังไม่ได้ขัดข้องอะไรเลย
ไม่ใช่ ครับท่านประธาน มันจะเกิดความเสียหายครับ
เสียหายอะไร
เพราะ ผมเปึนคนที่พูด เมื่อคืนผมก็พูดเรื่องประเด็นปัญหาของซอย ๗ และซอย ๕ แล้วบอกว่า เอาเรื่องศาสนามาพูดได้อย่างไร ผมเสียหายครับท่านประธาน
เสียอะไรครับ
ที่ผม กําลังพูดเมื่อคืนนี้นะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลา ๒-๓ นาทีครับ
ไม่หรอกครับ ผมไม่อนุญาตครับ นั่งลงเถอะครับ
ท่านประธานครับ คนเพชรบุรี ซอย ๕ ซอย ๗ เสียหายหมดนะครับ
มันก็เตลิดกันไป
ไม่ใช่ เตลิด ต้องฟังข้อมูลข้อเท็จจริงสิครับท่านประธาน
คุณเจะอามิงครับ
ผมเข้าใจครับท่านประธาน แต่ว่ากระบวนการของสภาต้องพูดถึงความเปึนจริง รับฟัง ข้อเท็จจริง ผมมีเอกสาร
ต่างฝ์ายต่างมีเอกสารนะครับ เดี๋ยว เขาจะส่งเอกสารมา แล้วมันมีปัญหาอะไรเราก็ค่อยพูดกันครับ
แล้ว สภาไม่ต้องบันทึกอะไรเลยหรือครับ
ก็บันทึกแล้วอย่างไรละครับ เมื่อวาน ของท่านเขาก็บันทึกแล้ว
มันไม่ใช่ครับ ท่านประธานครับ
ทางนี้ก็บันทึกแล้วครับ ผมให้ความ เปึนธรรมทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ไม่ให้ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งครับ
ผมขอ อนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน
คุณเจะอามิง ผมขอความกรุณาเถอะ ครับ ต่อไปนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาของที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึง กราบเรียนแนวทางของรัฐบาลในการดําเนินการในเรื่องในส่วนที่ผมรับผิดชอบ ก็คือเรื่อง ของสื่อสารมวลชนของรัฐ และบทบาทของสื่อสารมวลชนในช่วงสภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ ของบ้านเมืองในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกว่า ความจริงเมื่อวานนี้ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้มีการอภิปรายถึง สื่อสารมวลชนในหลากหลายประเด็นด้วยกัน ไม่ว่าจะเปึนทางฝ์ายสมาชิกวุฒิสภา ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่าน ส.ว. สุมล ซึ่งได้พูดถึงเรื่องสื่อของรัฐว่าควรจะเสนอข่าวสาร ข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็วให้ประชาชนตัดสินใจ ซึ่งท่านมองว่าที่ผ่านมานั้นรัฐบาลไม่ได้ทํา หรือทําช้าเกินไปจนทําให้ประชาชนไม่ได้รับข่าวสารมาตัดสินใจ ท่านยังได้เสนอแนะอีกว่า ในช่วงสถานการณ์ที่วิกฤตินั้นต้องเพิ่มพื้นที่ข่าวให้มากขึ้น ให้รวดเร็ว แต่ที่ผ่านมายังมี รายการบันเทิงสนุกสนานอยู่ในขณะที่สถานการณ์เปึนเช่นนี้ ท่านสมาชิกจากฝ์ายค้าน ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านร้อยตํารวจเอก เฉลิม ก็มีการพูดถึงว่า รัฐออกข่าวด้านเดียวบ้าง รัฐบาลไม่เปึนกลางบ้าง แล้วก็มีการทวงถึงรายการของฝ์ายค้าน บ้าง รวมทั้งเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน และเมื่อสักครู่นี้ที่นั่งลงไปซึ่งได้อภิปรายในทํานอง ว่ามีการควบคุมสื่อสารมวลชน มีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องด้านข่าวสารมามีการควบคุม สั่งการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า บทบาทของสื่อสารมวลชนนั้นเปึน บทบาทที่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ เรื่องสิทธิเสรีภาพใน การเสนอข่าวสารโดยปราศจากการแทรกแซง ไม่ว่าจากฝ์ายเอกชนหรือฝ์ายรัฐก็ตาม ทั้งนี้ เพราะรัฐธรรมนูญนั้นก็มีเจตนารมณ์ชัดเจนที่ประสงค์จะให้สื่อสารมวลชนได้ทําหน้าที่ใน การสะท้อนสาระหรือข้อเท็จจริงทั้งหลายสู่สังคมอย่างสมดุล รอบด้าน และเปึนธรรม รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ได้มีนโยบายชัดเจนว่า เราต้องการให้สื่อโปร่งใส สมดุล และมีความ รับผิดชอบในขณะเดียวกัน เราทราบดีว่าปัญหาเรื่องสื่อตลอดระยะเวลาหลายป้ที่ผ่านมา อาจจะร่วมเกือบ ๆ สิบป้นั้น สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยและพวกเราในสภาพูดถึงกันอยู่ตลอดคือ การแทรกแซง แทรกซึม และแทรกซื้อสื่อสารมวลชน จนทําให้บทบาทของสื่อสารมวลชน นั้นหลายคนก็อึดอัด และมีการให้ข้อมูลข่าวสารที่เปึนไปในลักษณะที่ไม่สมดุล ไม่รอบ ด้าน ก็เลยทําให้เกิดความเข้าใจในทางเดียว ต้องยอมรับเช่นเดียวกันครับว่าในช่วง สถานการณ์การต่อสู้การเมืองที่เข้มข้น ๗-๘ ป้ที่ผ่านมา เกิดสื่อสารมวลชนอย่างใหม่ที่ ขึ้นมารับใช้แนวคิดในทางการเมือง แนวทางใดแนวทางหนึ่ง โดยอาศัยช่องว่างของ กฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนสถานีโทรทัศน์ที่เปึนโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม หรือไม่ว่าจะเปึนสถานี วิทยุที่เรียกว่า วิทยุชุมชน ซึ่งต่อมาก็มีการบิดเบือนบทบาทหน้าที่ของสถานีชุมชนจาก คอมมูนิตี้ เรดิโอ (Community radio) ไปสู่วิทยุชุมชนที่รับใช้การเมืองอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลชุดนี้เข้ามาในรอบระยะเวลา ๓ เดือนแรกก่อนเกิดเหตุการณ์นั้น เราได้ตระหนัก ครับว่าบทบาทสื่อสารมวลชนนั้นจําเปึนอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องให้ความเปึนกลาง สมดุล รอบด้าน และมีเสรีภาพในการนําเสนอ แต่ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องส่งเสริมให้มีการสร้าง พื้นที่สื่อที่ดีครับ ก็คือเปึนพื้นที่สื่อซึ่งสามารถนําเสนอสิ่งที่เปึนสารประโยชน์ในการ สร้างสรรค์สังคมได้ ยอมรับครับว่าบทบาทของสื่อสารมวลชนที่มีบทบาทมากในประเทศ คือโทรทัศน์นั้น พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เปึนพื้นที่ในช่วงเวลาสําคัญที่คนดูมากยังเปึนพื้นที่ที่มี เรื่องบันเทิงมากอยู่ แต่จะเห็นว่าฝ์ายของรัฐเองก็พยายามผลักดันให้มีพื้นที่ที่เปึนสื่อเพื่อ สาระมากขึ้น มีการปรับผังรายการต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่ไม่ง่ายครับ ผลตกค้างจากการ แทรกแซงสื่อ ๗-๘ ป้ที่ผ่านมาก็ส่งผลให้มีสื่อ ซึ่งคนในวงการสื่อก็กังวลที่เรียกว่า สื่อเทียม อันนี้เปึนข้อกังวลที่พวกเราเองในฝ์ายรัฐบาลก็ต้องดําเนินการด้วยความระมัดระวัง อย่างยิ่ง แต่เหตุการณ์มันมาถึงเร็วกว่าที่คิดครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในช่วง ก่อนวันสงกรานต์ประมาณ ๑๐ วัน คือช่วงวันที่ ๓ เมษายน ฝ์ายรัฐบาลก็มีการประเมิน แล้วว่าสถานการณ์การชุมนุมมีแนวโน้มที่มีการชักนําให้นําไปสู่ความรุนแรง ปัญหาที่เรา กังวลก็คือว่าพี่น้องประชาชนซึ่งไม่ได้อยู่สังกัดฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกลาง แล้วเชื่อว่า เปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศเขาต้องการความสงบ ความเรียบร้อย เขาไม่อยากให้มีการ ชุมนุมหรือเกิดความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นในประเทศ เขาต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาวิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ แต่แน่นอนถ้าการชุมนุมถูกปลุกปัืนยุยงนําไปสู่ความรุนแรงนั้น ผลกระทบย่อมเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน แนวทางของรัฐบาลในขณะนั้นจึง มีการประชุมกันและตกลงให้ฝ์ายสื่อสารมวลชนต้องไปดูว่าจะมีสถานีวิทยุโทรทัศน์หรือ พื้นที่สื่อใดที่ถ้าหากเกิดวิกฤติขึ้นในบ้านเมืองแล้ว ต้องเปึนพื้นที่บริการข้อมูลข่าวสาร ให้กับประชาชน ช่วงวันที่ ๖ วันที่ ๗ เมษายนก็มีการประชุม ผมเองก็มีการเรียกประชุมทางฝ์ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนทางกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีทั้ง วิทยุ มีทั้งโทรทัศน์ เชิญทางฝ์ายของช่อง ๕ ซึ่งมีวิทยุโทรทัศน์ของทหารเข้ามา ฝ์ายตํารวจ เข้ามา และฝ์ายองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย มีการประสานไปยังหน่วยงานอื่น ซึ่งเปึนสื่อสารมวลชนอื่นว่า ถ้ามีภาวะวิกฤติใด ๆ ขึ้นมาในบ้านเมือง แล้วก็คาดการณ์ว่า จะรุนแรงนั้น จะมีพื้นที่ใดที่บริการข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชน เพราะช่วงนั้นจะเปึนช่วง เทศกาล และที่สําคัญถ้าสถานการณ์ถูกยกระดับขึ้นเปึนการก่อการจลาจลแล้ว ผลเสีย จะเลวร้ายสุดคาดคิด เปึนเรื่องที่ดีครับ สื่อทุกสื่อให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง เขาเป่ดพื้นที่ให้ ในการที่เปึนสถานีบริการข่าวสารให้กับประชาชน ท่านจะเห็นว่าทันทีที่กลุ่มผู้ชุมนุม ยกระดับการชุมนุมขึ้นมา เปึนการออกไปป่ดถนนรอบกรุงเทพมหานคร ทุกช่องพร้อมใจ กันรายงานครับว่า ตรงไหนที่มีเหตุไม่สามารถทําให้การจราจรเดินอย่างคล่องตัวได้ กองการตํารวจจราจร หรือ บก. ๐๒ ทําหน้าที่เหล่านั้นอย่างเต็มที่ รถดาวเทียมของทุกช่อง อยู่ที่นั่นครับ มีการรายงานในลักษณะที่ให้คนได้รู้ตลอดเวลาว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมป่ด ถนนที่ไหน เกิดเหตุอะไร ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางใดบ้าง ผมถามว่านี่ควรจะเปึนบทบาทสื่อ ในภาวะวิกฤติหรือไม่ ในส่วนของรัฐเราคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เราต้องทําครับ เกิดเหตุที่พัทยา สื่อที่ติดตามมาเขาประสบพบเห็นด้วยตาตนเองเขาก็รายงานตามที่เขาเห็นครับ คนที่เขาดู อยู่เขาก็ประเมินและตัดสินใจได้ว่าสิ่งนั้นมันควรทําหรือไม่ควรทําอย่างไร เราไม่ต้องไป บังคับครับว่าท่านต้องเสนอข่าวที่พัทยา หรืออยากเสนอข่าวตรงนั้นตรงนี้ โดยรัฐธรรมนูญ มันทําไม่ได้ ผมตระหนักเรื่องนี้ดี และผมต้องเรียนท่านประธานครับว่า บทบาทของคน ที่มาทํางานด้านนี้มีแรงกดดันสูงมาก ผมก็ถูกแรงกดดันจากทุกทาง แต่จุดยืนที่ผมและ รัฐบาลต้องตัดสินใจคือต้องยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเปึนหลัก เราจะเอาความเห็นคนใดคนหนึ่ง ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งทั้งหมดไม่ได้ครับ ประสบการณ์เรื่องสื่อ ข้างเดียวมันสอนว่ามันนําไปสู่ความเข้าใจผิด ทัศนคติ และความรุนแรงได้ ท่านจะเห็น ครับว่าพอเกิดเหตุรุนแรงขึ้น การล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา ไม่แค่สื่อไทยนะครับ สื่อทั่วโลกรายงานพร้อมกันครับ พวกเราที่เดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลานั้น หอบหนังสือพิมพ์กลับมาให้ผมดูหลายฉบับครับ ในทุกประเทศขึ้นหน้า ๑ ครับ เพราะการ ล้มการประชุมอาเซียนเปึนเรื่องใหญ่ ประเด็นก็คือสื่อของรัฐจะต้องทําหน้าที่ ๑. บอกเล่า คนไทยว่าข้อเท็จจริงมันคืออะไร เราก็บอกกับคนไทยตรงไปตรงมาครับ วันนั้นเราก็ทํา หน้าที่ขอความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานอาเซียน ชี้แจงกับคนไทยและสื่อต่างชาติ ผ่านทางทีวีซึ่งเปึนเครือข่ายทุกช่อง รวมทั้งสถานีวิทยุให้ ความร่วมมือ รวมถึงวิทยุชุมชนอีก ๑,๐๐๐ กว่าคลื่น ทั้งในเครือข่ายความมั่นคงและของ กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเรามีการพูดคุยกับเขาก่อนแล้ว ว่าเชื่อมเข้ามาเปึนเครือข่ายการ สื่อสารในภาวะวิกฤติ คนไทยถึงได้รู้ว่าอาเซียนจะต้องล้มเลิกไป บัดนี้ผู้นําต่างประเทศ เดินทางกลับแล้ว มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง เราไม่ได้ทําแค่นั้นท่านประธานครับ เราทํา ข่าวสารส่งถึงต่างประเทศในสถานีโทรทัศน์และสถานีเครือข่ายใหญ่ ๆ ทั่วทั้งประเทศว่า ข้อเท็จจริงของไทยนั้นเกิดขึ้นอย่างไร และสื่อให้เขารู้ว่าผู้นําต่างชาติที่มาเข้าใจ สถานการณ์ในไทย และบัดนี้เราพยายามคลี่คลายสถานการณ์นั้นแล้ว ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานเรื่องนี้ เพราะว่าไม่อย่างนั้นก็จะมีข้อกล่าวหาว่า เราป่ดบังข้อมูลข่าวสารหรือ ให้ข้อมูลข่าวสารด้านเดียว แต่เราต้องสื่อกับคนทั้งโลก รุ่งขึ้นครับ หลังจากเหตุการณ์ถูก ยกระดับให้รุนแรงมากขึ้น มาสู่การจลาจลทั้งเมือง สถานีโทรทัศน์ วิทยุ และสื่ออื่น รวมถึง สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ด้วย ก็รายงานข้อเท็จจริงตรงกันหมด ว่ามีการป่ดถนนกี่สาย มีความเดือดร้อนเกิดขึ้นอย่างไร รัฐไม่เคยต้องไปชี้นิ้วสั่งการใครทั้งสิ้น แต่ข้อเท็จจริง มันฟัองอยู่ เพราะสื่อสารมวลชนทํางานด้วยความโปร่งใสที่รัฐบาลเป่ดโอกาสให้เขาทํา ถ้าท่านจําได้ครับ เหตุการณ์จบลง มีเดีย มอนิเตอร์ (Media monitor) ของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยวิพากษ์วิจารณ์ว่าทุกช่องนั้นรายงานข่าวสารได้รวดเร็วตรงต่อเวลา ทันสถานการณ์ แต่สิ่งที่เขาต้องการคือ การวิเคราะห์ที่ลุ่มลึก ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้ ขาดหายไปจริงครับในสังคมไทย เราขาดผู้สื่อข่าวหรือคนทําหน้าที่ที่วิเคราะห์ทุกอย่าง อย่างลุ่มลึก เพราะความกดดันทางด้านการเมืองในหลายป้ที่ผ่านมาถูกบังคับ แม้กระทั่งสื่อว่าคุณก็ ต้องเลือกข้าง แต่ผมรู้ว่าสื่อเลือกข้างไม่ได้ สื่อก็ต้องเลือกข้างที่อยู่กับผลประโยชน์ของ ประชาชน แต่การวิเคราะห์ที่ลุ่มลึกเปึนการเรียกร้องของฝ์ายวิชาการ ซึ่งต่อไปสิ่งนี้ต้อง เกิดขึ้นและสื่อของรัฐต้องนําทางก่อน ผมยอมรับครับว่ามีการพูดคุยกับหลายฝ์ายจริง ในเรื่องของสื่อ และผมก็เรียกร้องให้เขาเพิ่มพื้นที่สาระให้มากขึ้น พื้นที่วิเคราะห์ที่ลุ่มลึก และให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องทําครับ ในขณะเดียวกันท่านก็ คงจะจําได้ท่านประธานครับว่า ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ก็มีข่าวสารจากต่างประเทศ อดีตผู้นําของประเทศไทย อดีตนายกรัฐมนตรีก็มีการสื่อสารผ่านเครือข่ายใหญ่ ๆ ของสื่อ ของโลก และมีการให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในประเทศไทย ถามว่าใครเสียหาย ครับ ไม่ใช่รัฐบาลเสียหาย แต่ประเทศเสียหายครับ หน้าที่รัฐบาลคือการรักษาความ ถูกต้อง ภาพพจน์ที่ดีของประเทศไทย และข้อเท็จจริงให้ชาวโลกได้รับรู้ ท่านจะเห็นท่าน นายกรัฐมนตรีออกรายการ ซีเอ็นเอ็น หรือ บีบีซี โดยทันทีทันใด วันรุ่งขึ้นก็มีอัลจาซีรา จริง ๆ แล้วทุกหน่วยที่มาช่วยกัน แม้กระทั่งนักวิชาการก็ช่วยกัน ผลิตข่าวออกในหลาย ภาษาครับ ส่งไปยังต่างประเทศทั่วโลก เราทราบว่าจะมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เช่น ขยายข่าวว่ามีคนตาย ภาพนายไสว ทองอ้ม ที่มีการพูดถึงว่าถูกยิงที่ไหล่ซ้ายนั้น ถูกนําเสนอผ่าน ซีเอ็นเอ็น เราจึงต้องใช้ทีวีพูลหรือทีวีของรัฐออกชี้แจงโดยทันทีว่า ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร เราไม่มีเปัาหมายที่ต้องการไปทําลายใครหรอกครับ แต่สิ่งที่ ต้องเกิดขึ้นในโลกนี้คือสื่อต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในประเทศนี้ เพื่อให้เขารู้ว่า ภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นคนไทยรับรู้เท่ากันกับเขา นี่คือภาวะที่เราทําในภาวะ วิกฤติครับ ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และเพื่อนสมาชิกว่า รัฐบาลนี้ไม่มีการแทรกแซงสื่อสารมวลชน แต่เราจําเปึนต้องขอความ ร่วมมือจากเขาให้เพิ่มพื้นที่ที่เปึนสาระมากขึ้น ไม่ใช่แค่ช่วงวิกฤติเท่านั้นแต่หลังจากนี้ ต่อไปด้วยครับ จําเปึนต้องมีพื้นที่แลกเปลี่ยนเชิงปัญญาให้เกิดขึ้น เพราะต้องให้คนได้ ข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน ที่รอบด้าน ผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ อย่างนี้ครับว่า ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวันนี้มีบทความที่พูดถึงช่วงสถานการณ์เกิดเหตุที่ กระทรวงมหาดไทย หลังจากรถท่านนายกรัฐมนตรีถูกทุบ รถท่านเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ผมไม่ต้องการฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่ผมจะพูดประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากสื่อ ว่ามันสําคัญเพียงใดครับว่า เขาบอกว่าเขาดูสถานีเคเบิลทีวีช่องหนึ่งซึ่งถ่ายทอดการ ชุมนุม มีภาพผู้ชุมนุมที่กลับจากกระทรวงมหาดไทยถือป๋นกระบอกหนึ่งขึ้นบนเวที แล้วบอกว่า มีการใช้ป๋นกระบอกนี้ยิงคนที่กระทรวงมหาดไทย คอลัมนิสต์ท่านนี้ดูอยู่แล้ว ตกใจเพราะดูอยู่ช่องเดียวคิดว่าจริงครับ หลังจากนั้นก็มาเป่ดทีวีช่องอื่นดู ปรากฏว่า เหตุการณ์ไม่ได้เปึนไปอย่างที่เคเบิลทีวีช่องนั้นพูดถึง ซึ่งถ้าพูดกันให้ตรงก็คือสถานี โทรทัศน์ ดีสเตชั่น ประสบการณ์นี้ผมก็ไม่อยากที่จะไปฟุ๋นฝอยหาตะเข็บ แต่จะชี้ให้เห็นว่า การนําเสนอข้อมูลข่าวสารที่ไม่รอบด้าน คนได้รับด้านเดียวไม่รอบด้านปัญหาก็เกิดขึ้นได้ ผมถามว่าเปึนคนเดียวหรือเปล่าที่ทราบอย่างนั้น ไม่ใช่หรอกครับ มีอีกจํานวนมาก ที่บริโภคสื่อทางเดียวเหมือนกัน หน้าที่ของเราก็คือการสื่อในภาวะวิกฤติต้องสื่อข้อมูล ข่าวสารอย่างรอบด้าน ทันท่วงที และให้คนได้รับข้อมูลให้เขาตัดสินใจอย่างเพียงพอ
ผมเรียนท่านประธานเปึนประเด็นสุดท้ายครับว่า ประสบการณ์ของการ สื่อสารภาวะวิกฤติในครั้งนี้ก็ทําให้มองเห็นครับว่า บทบาทสื่อสารมวลชนนั้นสําคัญ อย่างยิ่งต่อทิศทางสถานการณ์หรือการตัดสินใจของคนภายในประเทศ ประสบการณ์ ครั้งนี้บอกเราว่าเราจําเปึนต้องมีสื่อที่สมดุล ที่รอบด้าน เราจําเปึนจะต้องดูแลเรื่องสื่อทาง เดียวที่ปล่อยให้มีความคิดเห็นในทางเดียว แต่จะมีกติกาอย่างไรที่ทําให้เกิดการกํากับ ดูแลที่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ และเอื้ออํานวยให้สื่อเหล่านั้นได้ทํางานอย่างสมดุล รอบด้านรัฐบาลจะต้องเดินหน้าในแนวทางนโยบายนี้ และต้องขอความร่วมมือจากทุก ฝ์ายในการช่วย ผมทราบดีครับ จะต้องมีคนซักถามเรื่องการป่ด ดีสเตชั่น ก็ดี วิทยุชุมชน บางคลื่นก็ดี ก็จะรอว่าถ้ามีคนอภิปรายประเด็นนี้จะได้ตอบในรายละเอียดประเด็นที่เกิดขึ้น ในข้อเท็จจริงต่อไป แต่กราบเรียนเบื้องต้นให้เข้าใจทิศทางของการสื่อสารของรัฐในภาวะ วิกฤติที่เกิดขึ้น และบทบาทแนวทางที่เราต้องทําต่อไป ซึ่งก็คงจะมีหลายอย่างที่ต้อง ทําครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ
พาดพิงอย่างไรครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เมื่อสักครู่ก่อนหน้าที่ท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงนั้น ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดน่าน ได้อภิปราย และได้มีการพาดพิง ซึ่งผมเรียนท่านประธานครับว่าเมื่อคืนนี้ผมอภิปรายในช่วงที่ ท่านประธานทําหน้าที่เปึนประธานที่ประชุม และผมเองเปึนผู้หยิบยกเอาคําสอนของ ศาสนาอิสลามในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานมาอ้างเปึนบรรทัดฐาน เมื่อสักครู่ท่าน ผู้อภิปรายที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านั้น ได้พาดพิงถึงผมเหมือนประหนึ่งว่านําเอาเรื่องที่ไม่ เหมาะสมมาใช้ในที่ประชุม ผมขออนุญาตได้เรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า ข้อบังคับ การประชุมของรัฐสภามีบัญญัติไว้ไหมครับว่า ห้ามมิให้นําเอาคําสอนของศาสนามา อ้างอิงหรือมาอภิปรายในที่ประชุม ท่านประธานช่วยแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบด้วยครับ เพราะผมมีความเข้าใจว่าเรื่องของหลักคุณธรรมของศาสนานั้นเปึนเรื่องที่บริสุทธิ์ ควรจะ ได้นํามาเตือนสติเปึนอนุสติในการที่จะตักเตือนผู้หลงลืมหรือผู้ที่คิดออกนอกกรอบ อันจะ นํามาซึ่งความไม่สงบสุขของบ้านเมือง ผมมีความรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาที่จะ เอาศาสนามาเปึนเครื่องมือทางการเมือง
ประการที่ ๒ ครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปรายได้อ้างว่าเหตุที่เกิดความไม่สงบ ในซอย ๕ ซอย ๗ เพชรบุรีนั้น เพราะเนื่องจากมีคนถือป๋นอยู่ในมัสยิด เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ครับ เพราะเนื่องจากมัสยิดเปึนบ้านของพระผู้เปึนเจ้า ผมขอดูภาพถ่ายครับว่ามีใครบ้าง ที่ถือป๋นอยู่ในมัสยิด ท่านช่วยนํามาเสนอต่อที่ประชุมด้วยครับ ถ้าหากว่าท่านไม่สามารถ นํามาแสดงได้ ผมขออนุญาตกล่าวหาท่านว่าเปึนผู้ให้ร้ายปัายสีต่อสถาบันของ พระผู้เปึนเจ้า ซึ่งเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ครับ พี่น้องประชาชนในประเทศนี้ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เปึนมุสลิม มีอยู่ทุกจังหวัดครับ ผมคิดว่าที่จังหวัดน่านก็มี ในภาคเหนือ ภาคอีสานก็มี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมไม่อยากให้เปึนปัญหาน้ําผึ้งหยดเดียวจาก การอภิปรายเพื่อจะปกปัองใครบางคน แล้วเอาความเสียหายไปยัดเยียดให้กับสถาบัน ทางศาสนา เรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจนครับ
ประเด็นที่ ๓ ครับ เรื่องหนังสือของท่านจุฬาราชมนตรีที่ถึงกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถอดถอนใคร ถอดถอนเรื่องอะไร ช่วยแจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วย เพราะท่านทราบไหม ครับว่าขณะนี้ท่านจุฬาราชมนตรีท่านป์วย เข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเปึนผู้ป์วยในพระบรม ราชานุเคราะห์ ซึ่งนํามาซึ่งความปลื้มป่ติยินดีของพสกนิกรชาวไทยมุสิลมทั้งประเทศครับ ที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อันเปึนที่เคารพรักของพวกเรา ผมไม่อยากจะให้นํา ผู้นําศาสนามาแอบอ้าง เพื่อประโยชน์แล้วก็สร้างปัญหาความเข้าใจผิดในสังคมนี้
ประเด็นที่ ๔ ที่พาดพิงถึงผมเรื่องของยูเออี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ท่านพูด ก็พูดไม่ชัดเจนครับว่า ยูเออีประกาศเรื่องอะไรเมื่อวานนี้ ถ้าหากว่าท่านจะหมายถึงเรื่องที่ ยูเออี เขาประกาศว่าไม่ให้คุณทักษิณเข้าประเทศอีกต่อไปแล้ว ก็พูดให้ชัดเจนครับ ผมว่าเรื่องนั้นเปึนเอกสิทธิ์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมันเปึนดุลพินิจของเขา เขาเปึนประเทศที่มีอํานาจอธิปไตย บูรณภาพเหนือดินแดน เขาจะให้ใครเข้าประเทศหรือ ไม่ให้เข้าประเทศก็เปึนความชอบธรรม แต่ทั้งหมดนั้นผลมันเกิดจากเหตุ วันนี้ผมคิดว่า ใครก็ตามที่ก่อกรรมทําเข็ญไว้กับพี่น้องประชาชนกําลังจะต้องชดใช้กรรมนั้นครับ ผมขอ อนุญาตได้เรียนต่อท่านประธานที่เคารพครับ
ครับ ท่านชลน่านมีอะไร ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานชี้แจงประเด็นที่กระผมได้อภิปรายไปในสิ่งที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ชี้แจงกับท่านประธาน ท่านประธานครับ ในเรื่องที่ผมนําเสนอนี้ เนื่องจากกระผมมีเวลาน้อย ไม่มีเวลาอธิบาย สิ่งแรกสุดกระผมไม่ได้มีเจตนาจะเอา คําสอนศาสนามากล่าวอ้างในที่ประชุมครับ ไม่ได้พูดถึงเลยครับ กระผมเพียงแต่นําเสนอ ว่ามีบุคคลยิงเข้าไปในมัสยิด เปึนภาพที่ท่านนําเสนอมาบอกว่ามีกระจกทะลุ อันนั้น คือเหตุการณ์ กระผมก็ถือว่านั่นเปึนภาพเหตุการณ์ และกระผมก็เอาภาพเหตุการณ์ อีกส่วนหนึ่งมาแสดงให้ที่ประชุมแห่งนี้ดู เพื่อจะบ่งบอกว่า โดยที่แท้จริงแล้วพวกเราเปึน เสมือนตัวละคนตัวหนึ่งที่มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง ทําให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น กระผมไม่ได้กล่าวหาพี่น้องซอย ๕ ซอย ๗ นะครับว่าเขาเปึนคนสร้างสถานการณ์ ไม่ได้กล่าวครับ ถูกต้องครับเขาต้องออกมาปกปัองมันมีเหตุการณ์อย่างนั้น แต่สิ่งที่ กระผมนําเสนอก็คือว่า มันมีการยิงมัสยิดครับ ยิงสุเหร่าที่ซอย ๗ อันนั้นคือเหตุการณ์จริง อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับ ผมเพียงแต่โยงว่าแล้วใครอยู่เบื้องหลังของการที่บงการให้มีการยิง ผมก็เลยบอกท่านนายกรัฐมนตรีไปตั้งกรรมการมาสอบสิครับ เพราะฝ์ายผมมีข้อมูล อย่างนี้ ฝ์ายท่านมีข้อมูลอย่างนี้ ถ้าเรามีใจเปึนธรรมเราแบ่งใจหากันครับ ผมไม่เคยคิดจะ ปกปัองใครครับ แต่ปกปัองพี่น้องประชาชน ปกปัองสถาบันหลักของประเทศชาตินั้น สําคัญที่สุด
เรื่องที่ ๒ เรื่องการถือป๋นผมไม่มีภาพครับ เพราะไม่มีใครถ่ายได้ แต่มี พยานบุคคลเขาเห็นว่า ขณะที่มีการวิ่งหนีขึ้นไปนี่ มีการต่อสู้แล้ววิ่งหนีนี่ เขาเหลือบไปเห็น ว่ามีคนยืนอยู่ในชั้น ๒ ของมัสยิด ลักษณะเหมือนถือป๋น ผมต้องเล่าเหตุการณ์นะครับ ผมไม่มีพยานหลักฐาน เปึนลักษณะอย่างนั้นท่านประธานครับ นั่นเจตนาคืออะไรครับ นั่นเจตนาสมมุติว่าใครที่ดูหมิ่นลบหลู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม เขาอาจจะจงใจ สร้างสถานการณ์ก็ได้นี่ครับ เพื่อให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นให้ดูสมจริงสมจัง ซึ่งเรื่องนี้ผมฝาก คําถามว่าท่านต้องไปพิสูจน์อย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตั้งกรรมการมา ทุกฝ์าย ต้องช่วยกันครับ ผมต้องขออนุญาตท่านจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้ลบลู่ดูถูกตรงนี้แต่เปึนข้อมูล ส่วนหนึ่งที่ฝ์ายผมมี เพื่อสภาแห่งนี้จะได้ช่วยกันครับ
เรื่องที่ ๓ ที่ท่านบอกว่าผมอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการถอดถอน อันนี้ผมก็ได้ ข้อมูลมาครับจากคณะกรรมการอิสลามกลางที่เขากําลังสอบอยู่ ข้อเท็จจริงผมคงจะไม่ กล่าวถึงในเรื่องนี้ครับ เพียงแต่ว่ามีชัดเจนครับ เดี๋ยวผมคงจะนําหลักฐานอะไรต่าง ๆ ไป พูดกับท่านเอง เพราะไม่ใช่เรื่องของสภาครับ
ประการสุดท้ายครับ เรื่องยูเออี ผมเพิ่งดูข่าวเมื่อตอนเช้านี้เองครับ ท่านรัฐมนตรีท่านหนึ่งเดินทางไป แล้วก็นํามาเสนอภาพในสื่อสาธารณะของเมืองไทยเรา ว่าขณะนี้ทางยูเออี ได้สั่งห้าม ผมเพียงแต่ว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดเปึนภาพต่อเนื่อง ท่านเองมี หนังสือร้องเรียนไปที่คณะกรรมการอิสลามกลางของโลก โอไอซี (OIC : Organization of the Islamic Conference : องค์การอิสลาม) ร้องเรียนไปที่สถานทูตของยูเออี เรื่องของ พฤติการณ์ พฤติกรรมของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมไม่รู้มันจะเปึนเชื่อมโยงกัน หรือไม่ แต่เหตุการณ์เปึนอย่างนี้ ผมแสดงเหตุการณ์ครับ ผมแสดงเหตุการณ์ให้ ท่านประธานฟัง ข้อเท็จจริงจะเปึนอย่างไรนี้ นี่อย่างไรครับถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ ตั้งกรรมการมาสอบสิครับ อย่าคิดว่าจะปฏิเสธอย่างเดียวครับ เราหาทางออกร่วมกัน ท่านมีสิทธิชี้ข้อเท็จจริง เสมือนบอกว่า อูซี เอ ๒ เอ็ม ๑๑ เอ ๒ ท่านบอกไม่ใช่ อันนี้ไม่ถูก หรอกครับ ฝ์ายนี้มีข้อมูลอย่างนี้ ท่านมีข้อมูลอย่างนี้ ทางออกที่ดีที่สุดมาพิสูจน์สิครับ อย่าป่ดหูป่ดตาประชาชนเลยครับท่านประธานครับ ผมขอร้องด้วยความเคารพยิ่ง เพราะว่าบ้านเมืองเรานะครับทุกคนต้องรักต้องช่วยกัน ไม่ใช่พูดเอาดีใส่ตัวอย่างเดียว แล้วตีคนอื่นเขาว่าคนไม่ดี คนโง่ปกปัอง พฤติกรรมอย่างนั้นไม่มีสําหรับผมครับ ผมนั้นเกิด ไหนตายที่ไหนก็ได้ครับ แผ่นดินไทยผมก็ตายได้ แล้วผมไม่มีสิทธิตายที่อื่นหรอกครับ เว้นแต่จะตายที่นี่หรือตายที่บ้านเมืองน่านบ้านผมนั่นเอง แต่สิ่งสําคัญที่สุดคนเมืองน่าน ผมคนหนึ่งหายไป ประกาศแจ้งความเลยท่านประธานครับ ตามหาคนหายครับ นายสมใจ ใจเปึง อายุ ๑๙ ป้ บ้านใหม่จัดสรร ตําบลสถาน อําเภอนาน้อย พบครั้งสุดท้ายวันที่ ๑๒ เมษายน ที่สามเหลี่ยมดินแดง หลังจากนั้นหาย ยังไม่ปรากฏตัวเลยครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวท่านสมัยครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ถ้าผู้อภิปรายไม่มีภาพ ยืนยันว่ามีคนถือป๋นอยู่ในมัสยิด ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนความเท็จครับ ต้องถอนคําพูดครับ เมื่อวันวานนี้ ท่านพันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ อภิปรายเรื่องกระสุนหลอกกระสุน จริง ท่านมีตัวอย่างกระสุนมาให้เห็นครับ แต่ในเมื่อท่านอภิปรายแล้วไม่มี เขาเล่าว่า เขาบอกว่านี่ผมคิดว่าวุฒิภาวะของสมาชิกรัฐสภาไม่พอครับ แล้วการอย่างนี้มันกระทบ กับของสูงครับ ใครบ้างจะถือป๋นไปยิงในมัสยิด ผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่าใน คําสอนของศาสนาอิสลามนี่บัญญัติไว้ชัดเจนครับ ขออนุญาตได้อ้างอิงตัวบท ครับ วะอันนันมะซาญิค่าลิลลาฮิ ฟะลาตัดอูมะอัลลอฮิอะฮาดา ประโยคนี้แหละครับว่า แท้จริง มัสยิดทุกแห่งนั้นเปึนเอกสิทธิ์ของพระเจ้า สูเจ้าทั้งหลายจงอย่าวิงวอนขอสิ่งใดพร้อมกับ การขอความช่วยเหลือจากพระองค์ วันนี้มีคนยิงมัสยิด ก็คือยิงบ้านของพระเจ้า พวกเรา ถึงประกาศว่า เปึนศัตรูของพระเจ้า เหมือนกับยิงกล่องดวงใจมุสลิมทั้งโลก วันนี้ท่าน ประธานครับผมยอมไม่ได้ ถ้าเขาไม่มีหลักฐานมายืนยันว่ามีคนถือป๋นในมัสยิด ผมเสนอ ท่านประธานว่าต้องให้เขาถอนคําพูดครับ เพราะเปึนการกล่าวเท็จต่อที่ประชุมรัฐสภา อันทรงเกียรติครับ
เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ท้วงติงใน เปึนประเด็นคําพูดที่ไม่เหมาะสม ถ้าไม่เหมาะสมผมยินดีถอนครับ แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานแล้วอย่างไรครับว่า มีคนเขาแจ้งมาอย่างนี้มันเปึนเหตุการณ์ รัฐสภาแห่งนี้ต้องการทราบเหตุการณ์ใช่ไหมครับ ว่ามันจริงหรือไม่จริง ผมก็เรียกร้องว่าไปตรวจสอบสิครับ ผมไม่ได้หลบลู่ดูถูกนะครับ มีการยิงแล้วมีคนเห็นว่าเสมือนมีคนถือป๋นอยู่ชั้น ๒ นั่นเขาจงใจสร้างสถานการณ์ไหม ไปพิสูจน์เถอะครับ
เอาล่ะครับ ท่านชลน่าน ครับ
เพื่อบ้านเมืองเรา บ้านของพระเจ้า สิ่งที่เคารพนับถือจะได้ถูกปกปัองคุ้มครองอย่างแท้จริง ถ้ามีการปล่อย กันอย่างนั้นนะครับ แล้วไม่มีการหาข้อเท็จจริงมา ทั้ง ๆ ที่ผมมีข้อมูลมาเล่าให้ฟังนี่ ผมไม่ได้พูดเท็จหรอกครับ ผมเอาข้อมูลมาเล่าให้ฟัง มีคนเห็น ผมบอกว่ามีคนเห็น
ท่านประธานครับ ต้องให้ถอนครับ ท่านประธานครับ
เอาล่ะครับ ท่านชลน่าน ท่านก็ถอนแล้วเมื่อครู่นี้นะครับ ท่านสมัย ท่านเรียบร้อยแล้วครับ ท่านถอนแล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านอนันต์ วรธิติพงศ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภานะครับ ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา
ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงก่อนได้ไหมครับ เผอิญต่อเนื่อง
พาดพิงหรือครับ เอาต่อเนื่อง เชิญท่านอนันต์รอเดี๋ยวนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สืบเนื่องจากการอภิปรายของท่านสมาชิกพาดพิงถึงการ เดินทางไปเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จนกระทั่งปรากฏข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่ได้ กล่าวถึงนั้น กระผมในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีที่รับมอบหมายจากทางรัฐบาลให้เดินทางไป กับท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานกับทางรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี เกี่ยวกับเรื่องของการดําเนินการในความร่วมมือระหว่าง ๒ ประเทศที่เกี่ยวข้อง กับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงการได้มอบหมายจับที่ออกโดยศาลกรณีล่าสุดที่มีส่วนในการกระทําความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ กรณีการชุมนุมที่ขยายบานปลายไปสู่การเกิดเปึนการจลาจล รวมไปถึงการติดตามในเรื่องของคดีอาญาในฐานะที่ศาลฎีกาได้มีคําพิพากษาให้จําคุก พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และยังได้ประสานในเรื่องของการจัดทําข้อตกลงการส่ง ผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งได้เดินทางไประหว่างวันที่ ๑๙ ถึงวันที่ ๒๑ เมษายนที่ผ่านมา และได้รับ การแจ้งจากทางการของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า ทางรัฐบาลสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ได้แจ้ง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ว่าไม่ประสงค์ที่จะให้อยู่ในประเทศของเขา อีกต่อไป จึงขอให้เดินทางออกไปจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยเหตุผล ซึ่งถือ เปึนหลักสากลระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นั่นก็คือการที่ไม่ยินยอมให้ผู้หนึ่ง ผู้ใดใช้ประเทศของเขาในการไปโจมตีใส่ร้าย หรือก่อให้เกิดความไม่สงบ หรือก่อให้เกิด ปัญหากับประเทศซึ่งมีสัมพันธไมตรีระหว่างกัน นอกจากนั้นแล้วทางการ ยูเออี ยังได้ส่ง ร่างข้อตกลงในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากว่าทาง ยูเออี เองนั้นก็มีคนร้ายที่ หลบหนีคดีฉ้อฉลฉ้อโกงเข้ามาหลบอยู่ในประเทศไทย เขาก็ประสงค์ที่จะได้คนร้ายกลับไป ดําเนินคดีตามกฎหมายของเขาเช่นกัน กระบวนการดังกล่าวขณะนี้ก็ได้ส่งข้อตกลง ดังกล่าวมาถึงกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคงจะได้มีการทําความตกลงโดยเร็ว เพื่อให้ การบังคับใช้กฎหมายของ ๒ ประเทศต่อกรณีการปราบปรามอาชญากรข้ามชาตินั้น สามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระผมจึงใคร่เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน สมาชิก เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันครับ
ครับ เชิญท่านอนันต์ครับ
ขอบคุณท่านประธาน ครับ ผม อนันต์ วรธิติพงศ์ นะครับ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ครับ ปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ตามที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปแล้ว ได้ฉุดรั้ง เศรษฐกิจของประเทศให้ตกต่ําลงแล้วก็ติดลบได้ ซึ่งทุกคนก็ทราบกันดีอยู่นะครับ แล้วก็ สมาชิกหลายท่านก็ได้ทําการเสนอแนะให้กับทางรัฐบาล เพื่อไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ซึ่งผมก็หวังว่าคําเสนอแนะเหล่านั้นรัฐบาลจะรับไปพิจารณาแล้วก็ปรับปรุงแก้ไข แต่ท่านประธานครับ การปรับปรุงแก้ไขก็ต้องให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด ซึ่งผมก็คิดว่าน่าจะเปึนในรูปแบบนั้นได้ แต่ว่ามีวิธีการอีกด้านหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้พูดถึง และผมก็คิดว่าน่าจะนํามาเสนอในที่นี้ก็คือว่า ความสามารถในการเข้มแข็ง ความสามารถและความเข้มแข็งของประเทศในการแข่งขันกับต่างประเทศลดลงและ ต่ําลงทุกป้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถและการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ท่านประธานครับ จากผลการวิจัยของ ไอดีเอ (IDA) เมื่อป้ ๒๕๕๐ ออกมาว่า ความสามารถในการเข้มแข็งของเราอยู่ในลําดับที่ ๓๓ ในขณะที่สิงคโปร์อยู่ลําดับที่ ๒ ไต้หวัน ลําดับที่ ๑๘ มาเลเซียลําดับที่ ๒๓ ญี่ปุ์นลําดับที่ ๒๔ อินเดีย ๒๗ เกาหลีใต้ ๒๙ ไทย ๓๓ เวียดนาม ๔๗ ผมไม่อยากเห็นเวียดนามอีก ๓ ป้จะแซงเรา และผมมีความเชื่อว่า ถ้าเปึนอย่างนี้ต่อไปเวียดนามจะแซงเราแน่นอน เพราะขณะนี้ในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ เวียดนามวางระบบใหม่ทั้งหมด ได้อนุมัติให้มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ๓ จี ไปแล้ว ๓ ระบบ ได้อนุมัติให้มีการสื่อสารบรอดแบนด์ (Broadband) ด้วยระบบไร้สายไปแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีการอนุมัติใบอนุญาตเหล่านี้ออกไปเลยครับ นอกจากนั้น ถ้าเทียบดูในประเทศในโลกแล้ว แล้วในเอเชียอาคเนย์นี่นะครับ ปรากฏว่าเหลือไทยกับ พม่าเท่านั้นเองที่ยังไม่มีใบอนุญาต ๓ จี กับ ไวแมกซ์ (WiMAX) เราก็ทราบกันดีอยู่ นะครับว่าเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๕ ประเทศไทยเทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ์นนะครับ ญี่ปุ์นมีอะไร ไทยมีอย่างนั้นเหมือนกัน แต่มาถึงวันนี้เราไล่ญี่ปุ์นไม่ทันแล้ว และเมื่อ ๒๐ กว่าป้ที่ผ่านมา เราเทียบเท่ากับเกาหลี กับไต้หวัน เพื่อจะแข่งขันกัน แต่ทุกวันนี้เกาหลีและไต้หวันแซงหน้า เราไปไกลแล้ว เราไม่เคยมองเวียดนาม ขณะนี้หลายคนก็พูดว่าเวียดนามกําลังไล่ตามเรา ขึ้นมา และผมเชื่อว่า ๓ ป้ เวียดนามจะแซงเราไปแน่นอน ถ้าเราไม่มีการปรับปรุง สิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ ผมอยากให้รัฐบาลเข้าใจว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเปึน เครื่องมือในการพัฒนาประเทศ เปึนเครื่องมือในการบริหารจัดการ เปึนเครื่องมือในการ บริการประชาชน และเปึนเครื่องมือที่จะหาข้อมูลและข่าวสารมาเพื่อการแข่งขันกับนานา ประเทศได้ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ หรือเรียกชื่อย่อว่า กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจาย เสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ท่านมีอํานาจในฐานะประธาน อันนี้ เพื่อที่จะเตรียมการและพัฒนาด้าน ไอซีที (ICT : Information Communications Technology) ของประเทศให้เข้มแข็ง และดําเนินการเพื่อต่อสู้กับต่างประเทศ เพื่อดึง การลงทุนเข้ามา เพื่อมีข้อมูลข่าวสารเพียงพอที่จะรวบรวมและแข่งขันกับต่างประเทศ เพื่อประมวลในการดําเนินการวิจัยและพัฒนาต่าง ๆ แต่ท่านประธานครับ ทราบไหมครับ ว่าในขณะนี้แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉบับที่ ๒ ซึ่งระบุไว้ว่าเปึนป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๔ ตอนนี้เดือนเมษายนแล้วนะครับ แผนแม่บทฉบับนี้ยังไม่ได้ถูกคลอดออกมาใช้เลย แผนฉบับนี้สําคัญอย่างไรครับ แผนฉบับนี้เปึนแผนที่ออกมาเปึนแผนของชาติ เปึนแผน เทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ เพื่อที่จะได้ให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เอาแผนนี้ไปวางแผนของกระทรวง ของทบวง กรม ในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกัน ให้ไปด้วยกัน ให้เปึนระบบเดียวกัน ถ้าไม่มีแผนอันนี้ออกมา กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็จะต่างคนต่างทําระบบเทคโนโลยี สารสนเทศของตนเองไป และเมื่อต่างคนต่างทําไปแล้วนี่นะครับ เกิดอะไรขึ้น เมื่อเราจะมี การประมวลข้อมูลเข้ามาหากันระหว่างกระทรวง จะมีการทําบริการออนไลน์ (Online) ให้กับประชาชนที่เรียกว่า อี เซอร์วิส (e-Service) ต่าง ๆ ข้ามกระทรวงแรงงานมา กระทรวงปกครอง ข้ามกระทรวงปกครองไปกระทรวงสาธารณสุข ข้ามกระทรวง สาธารณสุขไปกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะทําไม่ได้หรือทําได้ก็จะติดขัด เพราะต้องมา ปรับปรุงระบบใหม่ เพราะไม่มีการวางแผนไว้ก่อน เพราะฉะนั้นแผนเทคโนโลยีสารสนเทศ เปึนเรื่องสําคัญมาก และผมก็หวังว่าอยากจะให้ถือโอกาสนี้นะครับว่า รัฐบาล นอกเหนือจากปัญหาเศรษฐกิจที่ต่ําลง เนื่องจากปัญหาทางด้านการเมืองแล้วนี่ น่าจะ มองถึงเรื่องที่จะต้องรีบทําเร่งด่วนเพื่อพัฒนาประเทศ ให้ประเทศมีความสามารถในการ แข่งขันกับต่างประเทศได้ อย่ามัวแต่แก้ปัญหาอยู่อย่างนี้แล้วไม่ได้วางแผนในอนาคต ข้างหน้า เราก็จะแข่งขันไม่ได้ ฉะนั้นเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศเรื่องที่ ๑ ก็คือ แผนต้อง ออกมานะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือ เร่งรัดการตั้งสํานักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อันนี้อีก เช่นกันครับ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทุกคนก็ยอมรับว่ามันเปึนทิศทางใหม่ เปึนทิศทางที่ จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต แต่ขณะนี้ท่านประธานทราบไหมครับ เรายังไม่มีสํานักงานที่เปึน ตัวตน ที่มีความสามารถ มีความเข้มแข็ง ที่จะมารองรับงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เลย
ท่านอนันต์ครับ เวลาท่าน หมดแล้วนะครับ ท่านสรุปอีกนาทีหนึ่งนะครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วนี่เวลาถูกกินไปครับ เวลาผม ๘ นาที แต่ว่ามันยังไม่ถึง นะครับท่านประธานครับ ผมจะขอเวลาอีกสัก ๒ นาทีครับท่านประธาน เร่งรัดการจัดตั้ง สํานักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์นะครับ เพราะว่าโลกทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไป เรายัง ไม่มีสํานักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มแข็ง เพื่อจะมารองรับงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ งานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีอะไรบ้าง ก็คือการทําการออนไลน์ทั้งหลายทั้งแหล่ที่มีเกิดขึ้น การซื้อขาย การดําเนินการที่เปึนการดําเนินการผ่านระบบอินเตอร์เน็ททั้งหมด เรายังไม่มี สํานักงานขึ้นมากํากับดูแล เนื่องจากเวลาจํากัดมีน้อยนะครับ มีหลายเรื่องที่จะต้อง ดําเนินการ แต่ขอ ๒ เรื่องนี้ก่อนซึ่งเปึนเรื่องเร่งด่วน เพราะมันค้างมานานแล้ว แล้วมัน จะต้องรีบทําเพื่อจะได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดําเนินการต่อ ถ้ามีแผนออกมา กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็ไปดําเนินการได้ ถ้ามีสํานักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ออกมาก็จะได้ให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเอาไปดําเนินการต่อได้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ครับ ต่อไปเชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ ท่านยังไม่อยู่นะครับ ก็ผ่านไป ท่านชิงชัยครับ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตใช้สิทธิแทน เดี๋ยวจะได้สลับคิวกันครับท่านประธาน ครับ เดี๋ยวสลับคิวอีกทีหนึ่งครับ
ครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีประเด็นที่ อยากจะเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนทางบ้านให้ทราบถึงเกี่ยวกับสิ่งที่ มีความคลาดเคลื่อน และมีความพยายามที่จะให้มีความเข้าใจผิดกับรัฐบาล โดยเฉพาะ ข้อกล่าวหาว่ามีคนตาย วันนี้มีความคิดเห็นอยู่หลายอย่างครับ ในขณะที่เพื่อน ส.ส. ฝ์ายค้านอาจจะพยายามทําให้ประชาชนเข้าใจว่าขณะนี้มีคนตาย ในส่วนของเราเอง ในซีกของรัฐบาลเองก็พยายามชี้แจงข้อเท็จจริงว่า วันนี้ไม่มีคนตาย ผมเรียนให้ประธาน เข้าใจถึง ๓ ประเด็นครับว่า ท่านประธานจะสังเกตนะครับว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๒ ๑๓ ๑๔ หลังจากวันนั้นแล้วมีกระแสข่าวเกิดขึ้นว่ามีคนตาย และประเด็นที่มี ข้อกล่าวหาว่ามีคนตายนั้น ล้วนเปึนข้อกล่าวหาที่ออกมาจากซีกที่เกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ ทั้งสิ้น ถ้าผมจะชี้ให้เห็น มีคนอยู่ ๔ กลุ่มที่พยายามกล่าวหาว่ามีคนตาย คนคนแรกที่ กล่าวหาเลยตั้งแต่หลังเกิดเหตุการณ์คือ คุณทักษิณ ชินวัตร ที่พยายามเสนอตนเองผ่าน สื่อต่างชาติ และกลุ่มที่ ๒ ที่พยายามกล่าวหา ผมขออนุญาตนะครับว่า เปึนเพื่อน ส.ส. จากซีกพรรคฝ์ายค้านครับ และกลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มนักวิชาการที่มีสายสัมพันธ์ที่ใช้กระบวนการต่าง ๆ นานาที่ พยายามสื่อครับว่ามีคนตาย โดยเฉพาะกลุ่มนักวิชาการกลุ่มนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยลําพังผมเองผมไม่รู้จักคนกลุ่มนี้ แต่เนื่องจากว่าก็มีนักวิชาการบางส่วนที่รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความเปึนธรรม ได้มีการโทรศัพท์มาบอกว่า โดยเฉพาะกระบวนการที่ การจัดทําของนักวิชาการกลุ่มนี้เขาทําอยู่ ๒ รูปแบบ แบบที่ ๑ คือเปึนการส่ง อีเมล์ (E-mail) ครับ แล้วก็ให้มีการ ฟอร์วาร์ด เมล์ (Forward mail) ไปเรื่อย ๆ เพื่อเปึนการสร้าง กระแสว่ารัฐบาลนี้ใช้กําลังทหารเข่นฆ่าประชาชน และวิธีการที่ ๒ ที่นักวิชาการกลุ่มนี้เขา ทําคือ เขาส่ง เอสเอ็มเอส (SMS) หรือข้อความสั้น ซึ่งผมได้รบกวนอาจารย์ท่านนี้บอกว่า อาจารย์ลองส่งข้อความ เอสเอ็มเอส ที่เขาส่งต่อไปเรื่อย ๆ ให้กับนักวิชาการมาให้ผมอ่าน ผมขออนุญาตไม่อ่าน แต่ผมได้รับข้อความสั้นที่มีขบวนการของนักวิชาการที่พยายามจะ โจมตีรัฐบาลกล่าวหาว่ามีคนตาย และกล่าวหาว่าทหารเอาศพจากโรงพยาบาล ราชวิถีโยนใส่รถยีเอ็มซี มันเปึนความบังเอิญเช่นกันว่าเมื่อเช้านี้ผมมีการประชุม คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และได้มีการเชิญแพทย์จากส่วนต่าง ๆ และแพทย์จาก โรงพยาบาลราชวิถีได้มีการเล่าให้ฟังเช่นกันว่า การที่เขาพยายามมองว่ามีคนตายที่ โรงพยาบาลราชวิถี เนื่องจากว่าคุณไสว ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ขณะนี้ท่าน โอ.เค. นะครับ สุขภาพดีนะครับ วันนั้นท่านหมดสติ เนื่องจากว่าคนที่ไม่ได้เปึนหมอนี่เข้าใจว่า คนนี้จะเสียชีวิต แต่บังเอิญไปที่โรงพยาบาลราชวิถีแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถีได้ ช่วยกันเต็มที่ แล้วก็ได้ทําการผ่าตัดรักษาให้จนขณะนี้อาการเขาปลอดภัยครับ ขณะเดียวกันก็อาจจะมีการปล่อยข่าวลือในกลุ่มมวลชนครับ และมีการไปป่ดล้อม โรงพยาบาลเพื่อจะค้นหาศพ สุดท้ายหลังจากที่มีการทดสอบและมีการพิสูจน์กันแล้วว่า คนคนนี้ยังมีชีวิตอยู่จึงทําให้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น แต่จุดที่ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าถึงแม้มีการทําความเข้าใจไปแล้วก็ยังมีการพยายามโจมตีหรือให้ ร้ายกับรัฐบาลว่า ยังมีคนตาย ผมได้รับข้อชี้แนะจากนักวิชาการเช่นกันว่า เขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อเหตุการณ์ ๑๗ ป้ที่แล้ว คือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ วันนั้นมีคนตายจริง และ เขาตั้งข้อสังเกตว่าถ้ามีคนตายหรือคนเสียชีวิตในเหตุการณ์ใช้กําลังของทหารมันจะต้องมี แหล่งข่าวที่เกิดมาจากคนที่เกี่ยวข้อง เช่น เขาบอกว่าอย่างน้อยญาติผู้สูญหายจะต้อง แสดงตนออกมาในการเรียกร้องขอความเปึนธรรมจากหน่วยราชการหรือจากคนที่ เกี่ยวข้อง แต่วันนี้ท่านประธานคงจะสังเกตว่าญาติผู้สูญหายหรือญาติคนตายไม่มีใครมา ปรากฏตัวว่าญาติเขาเสียชีวิต แสดงให้เห็นถึงความอดทน อดกลั้นอย่างน่าทึ่ง ในการเผชิญหน้ากับการยั่วยุอย่างถึง ขีดสุดจากบรรดาผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีที่กําลังหลบหนีอยู่ภายนอกประเทศ อย่างคุณทักษิณ ชินวัตร ผมกําลังชี้ให้เห็นว่าเขากําลังชมทหารด้วยว่าทหารของเรามี ความอดทน อดกลั้นอย่างน่าทึ่ง และท่านผู้นี้ยังเขียนต่อว่า คํากล่าวอ้างของทักษิณ ในการให้สัมภาษณ์ ซีเอ็นเอ็น ที่ว่าทหารกําลังปกป่ดจํานวนผู้เสียชีวิต และที่ว่า มีผู้สนับสนุนของตนจํานวนมากถูกฆ่านั้นไม่เปึนความจริง มีผู้บาดเจ็บมากกว่า ๑๐๐ คน เมื่อทหารเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงตามท้องถนนเรื่อยไปจนถึงที่มั่นซึ่งจัดตั้งขึ้นที่ทําเนียบ รัฐบาล แต่สุดท้ายแล้วไม่มีผู้ใดถูกสังหารแม้แต่คนเดียว ผมกําลังจะย้ําให้กับท่านประธาน เห็นว่าผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เปึนคนกลางพวกนี้เห็นความจริงเปึนอย่างไรเขาถึงเขียน ข้อเท็จจริงเปึนอย่างนั้น แล้วตอนหลังเขายังเขียนไว้นะครับว่า มีผู้เสียชีวิต ๒ คนก็จริง แต่เปึนการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับชาวบ้าน ในกรุงเทพฯ ที่โมโหเอากับการที่บ้านช่องของพวกเขาถูกเปลี่ยนให้กลายเปึนสมรภูมิ และสุดท้ายจริง ๆ เขาเขียนอย่างนี้ว่า ผู้สนับสนุนของทักษิณ ชินวัตร จํานวนมากละเมิด ประกาศภาวะฉุกเฉิน ขว้างปาระเบิดเพลิง ไม้ และก้อนหิน เผารถโดยสาร และเป่ดวาล์ว ถังแก๊สกับรถบรรทุก แอลพีจี ตามสี่แยกกลางเมืองหลวง นี่คือบทสรุปของบทความ ที่นักข่าวจากประเทศออสเตรเลียได้เขียนเปึนบทความตีพิมพ์ แล้วก็หนังสือพิมพ์มติชน ได้มีการแปลบทความนี้ลงในฉบับเมื่อ ๓ วันที่ผ่านมา ดังนั้นผมกําลังจะชี้ให้กับ ท่านประธานให้เห็นว่าผมเชื่อว่าผู้สื่อข่าวต่างประเทศเขาไม่สนใจครับว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่เขากําลังจะเสนอข้อเท็จจริงให้กับสังคมไทย ดังนั้นข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผมถือว่า เปึนข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ผมเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลเสนอกับประชาชนนั้นถูกต้องครับว่าไม่มี คนเสียชีวิตครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวผมจะประกาศ ลําดับที่จัดไว้นะครับ หลังจากท่านตรึงใจ แล้วก็คือท่านวรวัจน์ ท่านรสนา ท่านเชิดชัย ท่านสุริยา ท่านแวมาฮาดี ท่านจํานงค์ ท่านชาญชัย ท่านชิงชัย เชิญท่านตรึงใจครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันนั่งฟังผู้อภิปรายตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้นะคะ ก็อยากจะเรียนถึง ท่านผู้อภิปรายที่ปรับแต่งข้อมูลไม่ได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ซึ่งอาจจะทําให้มีผู้เข้าใจผิด ดิฉันไม่ห่วงกับชาวต่างประเทศ เพราะว่าจะมีสื่อต่างประเทศที่ออกทางทีวีไปแล้วนะคะ แต่ว่าเปึนห่วงผู้ที่อยู่ในประเทศไทยที่อยู่ห่างไกลจากสื่อ แล้วได้ฟังข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ก็อาจจะเข้าใจไขว้เขวหรือว่าเข้าใจผิดไปได้ ยกตัวอย่างเช่น การกล่าวว่ารัฐบาลใช้ ๒ มาตรฐาน ซึ่งมีการพูดซ้ํา ๆ กันหลายท่านนี่นะคะ ท่านกล่าวถึงการสลายผู้ชุมนุม ท่านต่อว่าว่าทําไมรัฐบาลได้สลายแต่ผู้ชุมนุมเสื้อแดง แต่ไม่ได้สลายผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง แต่ท่านไม่ได้กล่าวถึงการเกิดจลาจลหรือการก่อวินาศกรรมในที่ต่าง ๆ ซึ่งมีหลาย ๆ ท่าน ได้พูดไป รวมทั้งการใช้วิทยุสถานีทีวี ดีสเตชั่น เรียกผู้ชุมนุมให้ไปตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน ที่ดินแดงก็ดี ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็ดี ที่พัทยาก็ดี เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลได้ป่ดสถานีใน วันที่ ๑๑ ถ้าจําไม่ผิดนะคะ ดิฉันคิดว่าก็ค่อนข้างช้าไปเสียด้วย เพราะว่าการที่ใช้สถานีเรียก ผู้ชุมนุมไปมันก็ทําให้เกิดการจลาจลขึ้นได้ โดยเฉพาะการที่มีระเบิดขวด ระเบิดเพลิงต่าง ๆ ซึ่งเปึนอันตราย การเผารถเมล์หลาย ๆ คัน แต่ที่สําคัญที่สุดที่ดิฉันวิตกตอนนั้นเพราะดิฉัน นั่งดูทีวี ๒ ช่อง ทั้งวัน ทั้งช่อง ดี สเตชั่น ทั้งช่อง เอเอสทีวี รวมไปถึงช่องของรัฐบาลด้วยใน บางครั้ง ก็เกิดความวิตกว่ารถแก๊ส ๒ คันนี้ถ้าเกิดมันโดนเชื้อเพลิงหรือความร้อนแล้วมัน ระเบิดขึ้นมานี่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ารถแก๊สระเบิด ดิฉันคิดว่าไม่มีวันนี้ ไม่มีการที่จะมานั่งพูดในวันนี้ เพราะว่ามันจะเกิด เพลิงไหม้ทั่วพระนคร จะเปึนประวัติศาสตร์โลกที่จะต้องจารึกไปนานเท่านาน ความเสียหายนี้ก็จะเกิดขึ้นมาก แต่อันนี้ผู้อภิปรายก็ไม่ได้พูดถึง ท่านก็พูดถึงแต่เรื่อง คนเจ็บ คนตาย โดยที่ไม่มีพยานหลักฐาน ยังไม่มีผู้ที่มาเรียกร้องว่ามีญาติมิตรเสียชีวิต หรือคราบเลือดต่าง ๆ ดิฉันก็อยากจะให้ท่านได้พูดในสิ่งที่ถูกต้อง ท่านประธานคะ ดิฉัน คิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบอยู่แก่ใจว่าอะไรเปึนอะไร เหตุลุกลามครั้งนี้เกิดจากอะไร ก็อยากจะขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้ถือวิกฤตินี้เปึนโอกาส สังคายนาปรับเปลี่ยนโครงสร้างตํารวจ ขอให้มีตํารวจเมืองที่มีผู้เคยแนะนํานะคะ ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ก็เคยแนะนําไว้ ให้มีตํารวจที่รักษาความสงบ ความมั่นคงของ ชุมชนซึ่งเปึนตํารวจเมือง ตํารวจจราจรก็ดี ขอให้ขึ้นกับผู้ว่าราชการ ไม่ว่าจะเปึนผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจะเปึนตํารวจเมืองหรือตํารวจ กรุงเทพมหานครนะคะ ถ้าตํารวจทําไม่ดี ผู้ว่าราชการไม่สามารถควบคุมได้ ครั้งต่อไป ประชาชนก็ไม่ต้องไปเลือกผู้ว่าราชการท่านนั้น อันนี้เปึนสิ่งที่ดิฉันอยากเห็น ถึงแม้ว่า จะทําได้ยากหรือช้าหน่อย ก็อยากจะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีคิดที่จะทํานะคะ
เรื่องต่อไปก็คือ ในขณะที่เหตุการณ์ยังไม่สงบ ท่านยังไม่ควรเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพราะถึงแม้จะยกเลิกก็ไม่ได้ทําให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยมากขึ้น ตรงกันข้ามการมี พ.ร.ก. ฉุกเฉินจะทําให้นักท่องเที่ยวสบายใจ แล้วก็เข้ามาเที่ยวนะคะ
เรื่องสุดท้ายก็คือ ขอให้ท่านสร้างความสมานสามัคคีในหมู่ประชาชนด้วย การสร้างกิจกรรมร่วมกัน อยากจะให้ทุกจังหวัดมีงบประมาณซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณ เยอะเลย เริ่มคิดที่จะทําการเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ซึ่งจะเกิดขึ้นใน ๓ เดือนข้างหน้า รวมไปถึงวันเฉลิมพระชนม์พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเดือนธันวาคม ซึ่งคนที่เปึนเสื้อแดงเมื่อก่อนก็ใส่เสื้อ เหลือง ดิฉันอยากจะเรียนถามว่าในที่นี้ในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้มีใครไม่เคยใส่เสื้อเหลือง มาบ้าง ก็อยากจะให้ท่านใช้กิจกรรมนี้สร้างความสามัคคีสมานฉันท์มาทํางานร่วมกัน สร้างกิจกรรมร่วมกัน ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านวรวัจน์ นะครับ
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ฐานะของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะพูด ผมขอปรึกษาท่านประธาน ก่อน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะใช้ในการอภิปรายที่ต้องมีความจําเปึนที่จะต้อง นําเสนอภาพอยู่ ๒ เรื่อง แต่ว่าท่านประธานมิได้อนุญาตให้ผมเป่ดที่เกี่ยวกับสิ่งที่สภานี้ ตามหา ท่านตามหาพยานที่เกี่ยวกับคนตายใช่ไหมครับ ผมในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ผมไปพบกับพยานผู้นี้ด้วยตัวเอง ยืนยันว่ามีตัวตน และสิ่งนั้นเปึนสิ่งที่เราพูดคุยกัน ผมอยากขอให้ท่านประธานได้กรุณาอนุญาตด้วย นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าสมาชิกรัฐสภา ตามหา พี่น้องประชาชนทั้งประเทศตามหา แล้วผมจะยืนยัน ผมขอใช้เกียรติของสมาชิก รัฐสภายืนยันขอใช้สิทธิ และขอใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ใน ความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าข้อมูลที่จะนําเสนอนี้นะครับ ท่านประธานไม่ควรที่จะป่ดกั้น การรับรู้ของคนไทย ผมขอให้ท่านประธานได้กรุณาอนุญาตขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ครับ
ท่านวรวัจน์ครับ ท่านประธานชัยไม่อนุญาตใช่ไหมครับ หรืออย่างไรครับ
ไม่ทราบ ครับ ผมส่งไปนี่ผมทราบว่าท่านประธานรัฐสภาท่านนั่งอยู่ตรงนี้ครับ วันนี้ท่านเปึน ประธานรัฐสภาท่านอยู่บนบัลลังก์ ท่านจะกรุณาอนุญาตหรือไม่
คืออย่างนี้นะครับ ท่านเคยวินิจฉัยว่าไม่อนุญาตแล้วนะครับ ผมจะไปกลับคําวินิจฉัยท่านมันรู้สึกไม่ค่อย เหมาะสม
ท่านประธานครับ กรุณารับรู้นะครับ ผมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญนะครับ แล้วสิ่งนี้ผมยืนยัน ว่าเปึนสิ่งที่ท่านตามหากัน ผมขอรับรองด้วยเกียรติของสมาชิกรัฐสภา ท่านกรุณาอนุญาต ครับ วันนี้ท่านนั่งบนบัลลังก์ท่านมีสิทธิที่จะตัดสินใจครับ แล้ววันนี้สิ่งนี้นะครับผมต้อง เรียนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรีมารับฟังด้วย ถ้าท่านป่ดกั้นนี่ท่านป่ดกั้นสื่อ นะครับ วันนี้ผมขอรับรองด้วยเกียรติของสมาชิกรัฐสภาว่าเปึนข้อมูลจริง ผมไปพบกับเขา และพูดคุยด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศตามหา ท่านอยากรู้ ใช่ไหมครับใครตาย ตายอย่างไร เปึนอย่างไร ถ้าท่านป่ดกั้นข้อมูลนี้ผมจะลงไปแถลงข่าว ข้างล่างเอาข้อมูลนี้เป่ดเผยไป แล้วเรื่องนี้นะครับ ผมขอเรียนว่าเปึนความเสียหายของ สภาแห่งนี้อย่างยิ่งที่สภาถูกครอบงํา แล้วก็ป่ดกั้นข้อมูลข่าวสารของสมาชิกรัฐสภาสู่พี่น้อง ประชาชน ท่านป่ดกั้นการทําหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทยได้อย่างไร เวลาเดี๋ยวขอให้ หยุดก่อนนะครับ เพราะตอนนี้ผมพูดกับท่านประธานอยู่ผมยังไม่ได้อภิปรายเลย
ครับ
ท่านกรุณา อนุญาตนะครับ
คือผมอย่างนี้นะครับ ท่านวรวัจน์ครับ ผมคิดว่าผมนี่จะไปลบคําวินิจฉัยของท่านที่เคยวินิจฉัยแล้วไม่เหมาะสม นะครับ ผมว่าท่านวรวัจน์อภิปรายไป แล้วท่านไปเป่ดเผยข้อเท็จจริงอะไรของท่านต่อไป เถอะนะครับ
ผมนําเรียน ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศนะครับ ถ้าวันนี้สภาแห่งนี้ถูกป่ดกั้นครอบงํา ผมคิด ว่ารัฐบาลเสียหายอย่างยิ่ง ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เสียหายอย่างยิ่ง แล้วประชุมทําไมครับ แล้วจะทําไปทําไมครับ ถ้าป่ดกั้นข้อมูลท่านทําไปทําไมครับ ผมเรียนถามตรงนี้หน่อย รัฐบาลบอกว่ารัฐบาลขอเป่ดประชุมสภาเพื่อขอรับฟังข้อมูลใช่ไหมครับ ผมกําลังจะใช้ สิทธิตามสมาชิกรัฐสภาให้ข้อมูลท่าน ให้สิ่งที่ผมไปนํามานําเสนอท่านป่ดกั้นไม่ให้ผม นําเสนอ ผมรับรองด้วยเกียรติของสมาชิกแห่งรัฐสภาแห่งนี้ ท่านไม่ให้หรือครับ ถามท่าน นายกรัฐมนตรีสิครับ ถามท่านรัฐมนตรีสิครับ ยินยอมให้ใช้ไหมครับ ด้วยเกียรติของ สมาชิกรัฐสภาด้วยกันท่านเป่ดกว้างไหมครับ
เชิญท่านรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่สภาเมื่อวานนี้ท่านประธานชัยก็มีการหารือกัน แล้วก็ทราบว่า มีการตรวจสอบวีซีดีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าหลังจากนั้นก็มีการดําเนินการ มีเพื่อนสมาชิก ก็มีการให้ภาพต่าง ๆ ที่เปึนลักษณะภาพนิ่ง คือในส่วนรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาถ้าหากว่าทาง รัฐสภาได้มีการตรวจสอบและมีการอนุมัตินะครับ เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องที่ท่านประธาน ก็คงจะต้องตัดสินใจว่าที่ตกลงกันไว้เมื่อวานนั้นเปึนอย่างไร ในส่วนรัฐบาลถ้าหากว่าทาง ประธานรัฐสภาอนุญาตก็ไม่ได้มีปัญหาครับ แต่ว่าภาพที่เกิดขึ้นถ้าผ่านการตรวจสอบจาก รัฐสภาก็ต้องถือว่าสามารถเผยแพร่ได้ครับ
นะครับ
เปึนภาพ บุคคล ไม่มีความรุนแรงครับท่านประธานครับ เปึนภาพบุคคลคนเดียวนั่งพูดคุย เท่านั้นเองครับ ไม่มีความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้นครับ แต่เปึนการพูดคุยกัน เพื่อผมขอยืนยัน ว่าเขามีตัวตนจริงเท่านั้นเอง
ครับ คืออย่างที่ผมเรียน นะครับท่านวรวัจน์ ท่านประธานชัยวินิจฉัยไม่อนุญาตไปแล้วนะครับ ผมก็ไม่เหมาะหรอก ครับที่จะไปกลับคําวินิจฉัยของท่านนะครับ ขอความกรุณาท่านวรวัจน์อภิปรายไปเลย นะครับ
ครับ ท่านประธานครับ ขอให้สภาแห่งนี้ได้บันทึกไว้นะครับว่า มีการป่ดกั้นข้อมูลจากสมาชิก รัฐสภา ป่ดกั้นข้อมูลข่าวสารที่คนไทยทั้งประเทศตามหา แล้วเรื่องนี้จะเปึนความเสียหาย อย่างยิ่งของสภา รัฐสภา ผมคิดว่าท่านสมาชิกวุฒิสภาถามหาว่า อยากเห็น อยากเห็น อยากเห็น อยากเห็น ทําไม ไม่ให้ละครับ ภาพไม่มีความรุนแรงเลย ท่านยังไม่กล้าเลย ท่านยังไม่กล้าเลย แล้วอย่างนี้ หรือครับ ไม่ป่ดกั้นข่าวสาร ไม่ป่ดบังข้อมูล ผมใช้เกียรติของสมาชิกรัฐสภายืนยันแล้วท่านยัง ไม่เชื่อผมหรือครับ ท่านเป่ดนิดเดียวได้ไหมครับ เอาละที่เหลือผมจะไปถ่ายทอดไปข้างล่าง ขอเป่ดให้ดูว่ามีภาพนี้จริงแล้วเดี๋ยวผมจะลงไปให้ข้อมูลข้างล่าง ท่านครับ คลิปที่ ๒ ผมขอ นิดเดียวนะครับ ผมขออย่างนี้ท่านประธานครับ วันนี้ผมเรียนว่าผมเสียใจ ผมเห็นท่าน นายกรัฐมนตรีออกมาพูดบอก ท่านอยากรับฟังข้อมูล ท่านเปึนนักประชาธิปไตย ท่านเป่ด ข้อมูลข่าวสาร ท่านไม่ป่ดกั้น ท่านสาทิตย์บอกว่าสื่อนี้ไม่ป่ดกั้นเลย อนุญาตให้ออกได้เต็มที่ แต่ผมเชื่อว่าข้อมูลนี้ไม่มีสื่อกล้าออก สิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ผมคิดว่าไม่มีสื่อกล้าออก ท่านไม่ยอมยกเลิก พ.ร.ก. เพราะท่านกลัวข้อมูลเหล่านี้ต่างหากออกไป แม้กระทั่งขอเป่ด ภาพคนที่ผมยืนยันด้วยเกียรติของสมาชิกรัฐสภาว่ามีตัวตนจริง ผมไปคุยด้วยตัวเอง แล้วไม่มีอะไรรุนแรงเลย ท่านยังไม่กล้าเลย แล้วท่านจะเอาศักดิ์ศรีตรงไหนมาเปึนผู้บริหาร ประเทศต่อไป ท่านจะเอาศักดิ์ศรีที่ไหนมาเปึนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ต่อไป ผมเสียใจนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านบุญยอดประท้วง อะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมคิดว่าท่านประธานได้วินิจฉัยเรียบร้อย แล้วนะครับว่าข้อตกลงนั้นเปึนอย่างไรนะครับ ขอให้ท่านสมาชิกท่านได้กรุณาเดินหน้า ในการอภิปราย และขอให้ฝ์ายเลขาธิการได้กรุณาจับเวลานะครับ เพราะว่าการประชุม ก็ยังมีอีกหลายคนที่จะต้องอภิปรายต่อไป และขอให้ท่านไม่ต้องท้าทายหรอกครับ ถ้าหาก ว่ามีข้อมูลสําคัญจริงท่านพูดออกไปเลยครับ โดยไม่ต้องมีภาพประกอบท่านก็สามารถพูด ได้ครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ ท่านอนุญาตแล้ว นะครับ โอ.เค. ๆ
ผมต้อง เรียนท่านประธานนะครับ ผมใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ แล้วเรื่องนี้ผมจะยื่นเรื่อง และผมเรียนด้วยนะครับ ถ้าสิ่งเหล่านั้นเปึนสิ่งที่ท่านกระทําผิด ผมถือว่าวันข้างหน้ายังมี โอกาสนะครับ แล้วผมเรียนกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศนะครับ วันนี้ขอให้ท่าน
เดี๋ยวท่านวรวัจน์ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเชิญครับ
ผม ประท้วงก่อนครับ
เดี๋ยวขอท่าน นายกรัฐมนตรีก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บังเอิญเมื่อสักครู่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ท่านสมาชิกท่านกล่าวหาผม ความจริงผมยังไม่ได้มีการดําเนินการอะไรเลย เพราะฉะนั้น เบื้องต้นผมคิดว่าท่านคงต้องทบทวนนิดหนึ่งคําพูดของท่านเมื่อสักครู่ ผมอยากจะเรียน อย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ก็ฟังท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีชี้แจงอยู่ว่า ในส่วน ของรัฐบาลก็ให้เปึนเรื่องของทางสภา เพราะว่าเมื่อวานนี้มีการตกลงกันโดยกรรมการ ประสานงานว่าบรรดาเอกสารและสื่อต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในห้องประชุมให้ท่านประธาน เปึนผู้ใช้ดุลพินิจ แล้วก็มีคณะทํางานซึ่งผมไม่ทราบว่าเปึนใครอย่างไร แล้วท่านประธาน ท่านก็วินิจฉัย ทีนี้เพื่อความเปึนธรรม ผมก็เข้าใจท่านประธาน คือท่านประธานประสพสุข ว่าท่านก็เห็นว่าท่านประธานชัยวินิจฉัยไปแล้ว ทีนี้ถ้าคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญจริง ๆ ให้ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย เปึนไปได้ไหมครับท่านก็สลับคิวการอภิปรายไปก่อน แล้วก็ ทําความเข้าใจกับท่านประธานชัยเสียว่าเรื่องของท่านมันไม่ได้กระทบ ไม่ได้มีปัญหา อย่างที่ ผมไม่ทราบว่าท่านประธานชัยวินิจฉัยด้วยเหตุผลอะไร ท่านก็ไปทําความตกลงกับ ท่านประธานเสีย แล้วก็กลับมา แล้วก็สามารถที่จะได้ข้อยุติด้วยดี ดีไหมครับ
ท่านประธาน ครับ ผมอยากขออนุญาตนําเรียนผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ นิดหนึ่งครับ ข้อมูลดังกล่าวนี้ผมต้องเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้เราประชุมรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรีขอใช่ไหมครับ ท่านไม่ป่ดกั้นสื่อใช่ไหมครับ ถ้าสื่อจะได้นําสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ไปออก ไม่ขัดต่อ พ.ร.ก. ใช่ไหมครับ มิได้กระตุ้น ยุยงให้เกิดการอะไรเลย ท่านไม่ป่ดกั้นนะครับ ท่านยืนยันตรงนี้ แล้วก็ยืนยันไปสื่อทุกสื่อ ว่าสิ่งที่ผมอภิปรายไปนี้ทั้งภาพและที่ท่านไม่ให้ตรงนี้นะครับ ถ้าไม่มีความเสียหาย ท่านอนุญาตให้ออกได้ไหมครับ ผมเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าสิ่งที่ผมอภิปรายนี้ สื่อสามารถนําไปลงได้ไหมครับ ท่านไม่ป่ดกั้นใช่ไหมครับ ท่านไม่บอกว่าติด พ.ร.ก. วันนี้ ท่านบอกว่าสภาไม่ให้ แต่ท่านบอกว่าติด พ.ร.ก. ผมยืนยันว่าไม่มีการกระตุ้นยุยงเสื้อแดง ลุกขึ้นมาลุกฮือแน่นอน แต่เปึนเพียงข้อมูลของสมาชิกรัฐสภาแห่งหนึ่งเท่านั้นที่ให้ต่อ สภาแห่งนี้ ท่านอนุญาตให้สื่อนําไปลงได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมยังไม่ได้พูดถึงเรื่อง พ.ร.ก. หรืออะไรเลยนะครับ คือท่านกําลังขอใช้สื่อในการอภิปรายในสภา ซึ่งเมื่อวานนี้ก็มีข้อตกลงกันว่าท่านประธาน จะเปึนผู้วินิจฉัย ผมก็เพียงแต่กราบเรียนว่าผมเห็นใจท่านประธานประสพสุขว่า ท่านอยู่ ดี ๆ จะมากลับคําวินิจฉัยของท่านประธานชัย ท่านก็คงมีความลําบากใจ เพราะฉะนั้น ดีที่สุดก็คือว่า ท่านประธานประสพสุขกับท่านประธานชัยตกลงกันอยู่แล้วว่าสลับกันทํา หน้าที่คนละ ๒ ชั่วโมง ก็เอาเรื่องนี้กลับไปสอบถามท่านประธานชัยให้เรียบร้อย มันก็จะได้ ไม่ลําบากใจใครทั้งสิ้น ในส่วนรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาครับ เพราะทุกอย่างเปึนไปตามกติกา ที่ตกลงกันไว้ครับ
ท่าน นายกรัฐมนตรีอนุญาตให้สื่อนําภาพเหล่านี้ออกไปได้นะครับ ผมเรียนถามนะครับ ถ้าวันนี้ ท่านป่ดกั้นสื่ออยู่ไหมครับ สื่อสามารถนําสิ่งนี้ออกไปเป่ดเผยได้ไหมครับ หรือว่าท่านไม่ อนุญาต
ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านขจิตรประท้วง ก่อน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานดําเนินการประชุมนี่อยู่ ภายใต้กฎหมายตามข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วท่านประธานนี่ผมหมายถึงใครก็ได้ที่เปึน ประธาน ไม่ว่าท่านชัยหรือท่านประธานปัจจุบัน มีหน้าที่วินิจฉัยอนุญาตสิ่งที่เราส่งไป การวินิจฉัยจะต้องมีเหตุมีผล ผมฟังดูท่านสมาชิกเพียงแต่ว่าขอวีซีดีที่ไปนั่งคุยกับบุคคล คนหนึ่งซึ่งจะให้ข้อมูลแก่รัฐบาลอย่างดีว่าน่าจะมีคนตายนะ ซึ่งมันเปึนเรื่องเปึนประโยชน์ ต่อประเทศไทย ถ้าหากมันมีตายจริง เราบอกว่าไม่ตายนี่มันเสียหาย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ เรื่องซับซ้อน แม้ว่าใครจะเปึนประธานก็ตาม แล้วท่านประธานครับ ท่านประธานชัย อาจจะอยู่ในห้องนะครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
เดี๋ยว ๆ ทีละคน
ผมขออนุญาตว่า ท่านประธานชัยไม่อนุญาตให้สมาชิกนี่ต้องมีเหตุผลนะครับ เท่าที่ผมฟัง ดูมีคําสนทนาของคนสองคนแล้วออกไม่ได้ แล้วมีสภาไปทําไมครับ ผมว่าไม่มีประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง ผมมีเหตุผลครับ บางครั้งผมก็เชื่อท่านประธาน แต่บางครั้งผมไม่เชื่อท่านประธานชัยนะครับ วันก่อนนี้ท่านบอกว่า พร้อมที่จะประชุม ตลอดทั้งหกโมงอะไร แต่วันนี้กําลังจะทําอะไรอีก ท่านนายกรัฐมนตรีดูนะครับ อย่าป่ด สภาหนีนะครับ ข้อมูลยังไม่หมด เพราะว่ามีวาระวันนี้ วาระวันนี้เข้ามาอีกแล้ว
เดี๋ยวท่านขจิตร
ผมประท้วงอย่างนี้นะครับ แล้วก็ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยครับ ผมกําลังยืน
ท่านขจิตรครับ คือที่ผมพูดว่า ผมพยายามพูดให้นุ่ม ๆ นะครับ คือเท่ากับว่าผมก็ไม่อนุญาตเหมือนกันนั่นแหละ ผมเพียงแต่พูดทํานองว่า ไม่อยากไปกลับคําวินิจฉัยนั่นแหละ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยแล้ว นะครับท่านขจิตรครับ เชิญท่านนั่งได้นะครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ครับ ท่านประธานครับ ท่านได้วินิจฉัยในประเด็นนี้แล้ว นะครับว่า ตกลงว่าสื่อท่านใช้ไม่ได้ครับ เพราะประธานชัยท่านวางหลักไว้แล้ว แล้วท่าน เองก็ได้วินิจฉัยตามหลักของท่านประธานชัย ไม่ได้ โอเวอร์ รูล (Overrule) ไม่ได้ซับซ้อน นะครับ ท่านประธานครับ ส่วนสิ่งที่ท่านผู้อภิปรายนั้นขอท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะไปออก สื่อได้หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิที่จะไปบังคับสื่อให้ออกหรือไม่ออกครับ ขอให้ ใช้ตรรกในการคิดในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภาด้วยครับ เท่านั้นแหละครับท่านประธาน
โอ.เค. ครับ จบนะครับ ทีนี้ท่านวรวัจน์ว่าอย่างไรครับ จะรอขอยื่นใหม่หรือว่าท่านจะอภิปรายเลยครับ
ไม่ครับ ผมไม่ประสงค์ที่จะไปรบกวนท่านประธานชัย แต่ผมจะประสงค์ที่จะรบกวน ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้ตรรกในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ท่านครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
เอาละครับ เอาเถอะ
ผม อรรถวิชช์ ส.ส. กทม. ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านชี้ขาดแล้วครับ ผมว่าประเด็นนี้ต้อง ยืนให้ชัดครับ ต้องยืนให้ชัดครับท่านประธานครับ ท่านมีหน้าที่กํากับการประชุมนะครับ
ผมก็ยืนแล้วอย่างไรว่า ไม่อนุญาตแล้วนะครับ เชิญท่านนั่งนะครับ เชิญท่านนั่งเถอะ ท่านวรวัจน์ท่านอภิปราย ต่อไปเลยนะครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมเรียนนี่คือผมไม่ก้าวล่วงท่านประธานนะครับ ท่านไม่ให้ก็ไม่ให้ เดี๋ยวผมไปชี้แจงข้างล่างได้ แต่ผมกําลังเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าข้อมูลของสมาชิก รัฐสภา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนถามข้อมูลกับพวกเรามานี่ แล้วให้เราให้ข้อมูลที่ แท้จริงไปนี่ ท่านป่ดกั้นสื่อไหมครับ ท่านจะต้องบอกมี พ.ร.ก. อยู่ ห้ามออกข้อมูลนี่ ท่านป่ดกั้นไหมครับ ถ้าท่านบอกว่าสิ่งเหล่านี้ท่านไม่ป่ดกั้น ท่านยืนยันนะครับ ท่านไม่ป่ด กั้นนะครับ สื่อทุกสื่อเปึนพยานนะครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีบอกว่า สิ่งที่อภิปรายในสภา แห่งนี้ท่านไม่ป่ดกั้นสามารถนําไปออกได้ ถูกต้องไหมครับ
คืออย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าท่านนายรัฐมนตรีไม่จําเปึนต้องตอบอะไรหรอกนะครับ เอาเถอะ ท่านสาทิตย์ มีอะไรหรือครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า แม้ว่ามีเรื่องของพระราชกําหนดอยู่นี่ แต่รัฐบาลเอง ไม่เคยที่จะไปดําเนินการในเรื่องสื่อว่าข่าวใดห้ามออกหรือข่าวใดไม่ห้ามออก อันนี้ก็เปึน ดุลยพินิจของทางสื่อเขา เพียงแต่ว่ามันก็มีความรับผิดชอบเกิดขึ้นทั้ง ๒ ฝ์าย คือทั้งฝ์าย ของสื่อสารมวลชนที่นําเสนอเอง อันนี้ก็เปึนความรับผิดชอบปกติ กับ ๒. ก็เปึนความ รับผิดชอบของผู้ให้ข่าว หรือผู้ที่เปึนคนพูดนั้นเองที่จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาล ก็อยู่ในฐานะของคนที่จะต้องรักษาการต่าง ๆ ให้เปึนไปตามกฎหมาย แต่เราไม่เคยไป แทรกแซง สั่งการ เซ็นเซอร์ (Sensor) หรือควบคุมนะครับ เพราะเดี๋ยวท่านพูดแล้วคนจะ เข้าใจผิดว่าที่ผ่านมามีการสั่งอะไรห้ามออก ไม่ให้ออก เราก็ไม่เคยสั่ง กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน นะครับ อย่างน้อยที่สุดสื่อต่างประเทศรายงานผ่านสื่อไทยมา บางคนที่พูดก้าวล่วงข่าว ก็ยังลง แต่ก็เปึนความรับผิดชอบของคนนั้นนะครับ
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ขออนุญาต ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่เราพูดกัน ด้วยเกียรติของสมาชิกรัฐสภา ท่านไม่ป่ดกั้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาต นําเรียนว่า เรื่องทั้งหมดนี่เปึนสิ่งที่เกิดขึ้น จริง ๆ ผมก็รับฟังท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงมา ตลอด ไม่มีความรุนแรง ไม่ป่ดกั้นสื่อ ไม่มีคนตาย พอดีอย่างนี้ครับท่านประธาน วันที่ ๑๕ มีข่าวของคนจังหวัดแพร่เสียชีวิตเพราะถูกมัดมือโยนทิ้งน้ํา อย่างทารุณเลย ตาย ๒ คน พร้อมกับจังหวัดอุดรธานีคนหนึ่ง ผมในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ผมก็มองเรื่องทั้งหมด ผมก็สงสัย ผมสงสัยครับท่านประธาน ขณะที่มีการประกาศ พ.ร.ก. ของรัฐบาล ใครจะเข้าไปในพื้นที่ที่มีทหาร ตํารวจเต็มไปหมด มีอาวุธเต็มไปหมด มีโจร ชิงรถที่ไหนครับ ไปชิงรถในพื้นที่ที่มีการประกาศ พ.ร.ก. ท่านประธานครับ มีโจรชิงรถ ที่ไหนครับ ที่ชิงรถแล้วแทนที่จะตี ๆ ๆ แล้วก็เอารถไป จับมัดมือไขว้หลัง เหมือนกันเลย ครับ ๒ คนจับมัดมือไขว้หลัง เสร็จแล้วชิงรถมอเตอร์ไซค์ ท่านประธานครับ เสร็จแล้วมี เวลาเอาศพไปโยนทิ้งน้ําได้ด้วย แล้วโยนทิ้งน้ําอย่างทารุณครับ เพราะไม่ตาย เพราะว่าผล การชันสูตรออกมาว่าตายเพราะขาดอากาศหายใจ ก็คือถูกโยนทิ้งน้ํา น่าสยดสยองมาก ท่านประธานครับ ผมก็สงสัยอีก การ์ด ๒ คนตัวใหญ่ ๆ การ์ดของ นปช. ตัวใหญ่มาก
ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ คุณวรวัจน์ เดี๋ยวจะเข้าใจผมผิด ผมต้องชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาเพื่อทราบ
ขอเวลา หยุดไว้ก่อนนะครับ
ไม่เปึนไรหรอก เพราะเวลาของคุณ เหลืออยู่เยอะ เจ้าหน้าที่ผู้ทําการตรวจสอบงานของคุณ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ เปึนภาพ เหตุการณ์การชุมนุมที่เกี่ยวกับทหารกําลังทําร้ายประชาชน อันนี้ผมอนุมัติ เรื่องที่ ๒ เปึน ภาพนิ่งเหตุการณ์ชุมนุมที่เกี่ยวกับทหารกําลังนั่งดูชายผู้หนึ่งที่ถูกมัดมือจํานวน ๒ ภาพผมอนุมัติ เรื่องที่๓ เปึนการสัมภาษณ์ชายผู้หนึ่งที่คาดว่าเปึนการ์ดของ นปช. ซึ่งพิจารณาแล้วไม่เหมาะสม และไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน นี่ผมไม่อนุมัติ ๓ เรื่องของท่านอนุมัติ ๒ อีก ๑ ความไม่เหมาะสม มีแค่นั้น เดี๋ยวพี่น้องประชาชนที่ฟังข่าวหาว่าประธานชัย ชิดชอบ เปึนคนไม่อนุมัติให้ท่านวรวัจน์ นําภาพเหล่านี้มาชี้แจง เสียหาย ฉะนั้นถ้าท่านชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ที่ตรวจภาพว่าหลักฐาน นั้นชัดเจนขึ้นก็คงไม่ขัดข้อง แต่ท่านก็มีสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านพูดท่าน รับผิดชอบเองถ้าเกิดการเสียหาย ผมก็เรียนให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านได้เข้าใจ ตามนี้ด้วยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สบายใจครับเพราะเรามีเอกสารหลักฐาน เข้าใจ นะครับ ไม่ใช่ผมไม่อนุมัติให้คุณนะครับ
ท่านประธาน ครับ ภาพพูดคุยกันนี่นะครับ และผมยืนยันว่าไม่มีอะไรเสียหายเลย เปึนข้อมูลที่ให้มา แล้วก็มีตัวตนจริง ๆ ผมยืนยันในฐานะของสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้
นั่นเรื่องของท่าน แต่ในเรื่องที่ผมต้อง รับผิดชอบนี่ ในข้อ ๓ นี้ ผมไม่อนุมัติ
เหตุผลที่ไม่ อนุมัติคืออะไรครับท่านประธานครับ
ก็เนื่องจากไม่ชัดเจน
อะไรคือ ไม่ชัดเจนครับ
เจ้าหน้าที่จะชี้แจงได้
อะไรคือ ไม่ชัดเจนครับ
เจ้าหน้าที่คือเจ้าหน้าที่ที่ได้บันทึก เสนอผมคือคุณอัจฉรากับคุณอัญชลี แล้วก็ท่านเลขาธิการ
ไม่ชัดเจน คืออะไรครับ ไม่มีอะไรเลย
ผมไม่ได้เห็นเรื่องของคุณเลย ผมเอา ตามเอกสารหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่สภาเสนอมาครับ
ข้อมูลนี้ นําเสนอโดยสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ แล้วขอรับผิดชอบข้อมูลที่ออกทั้งหมด
คือเอาง่าย ๆ ดีกว่า เรื่องข้อ ๓ นี้ ผมไม่อนุมัติ แต่ท่านมีสิทธิที่จะพูดในเรื่องของท่าน เกิดการเสียหายท่านรับผิดชอบเอง ในฐานะที่คุณเปึนสมาชิกรัฐสภา
ผม รับผิดชอบข้อมูลที่ผมเป่ดนะครับท่านประธานครับ ผมรับผิดชอบครับ ผมกล้ารับผิดชอบ ข้อมูลที่ผมเป่ดออกมา
เชิญเลยครับ ตามสบาย ไม่มีปัญหา
ท่านให้ ใช่ไหมครับ
คือให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจตามนี้ ด้วยครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านขจิตรก็บอกว่า ผมหลบเรื่องปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต อะไรครับ
ไม่ใช่ ใหญ่โตท่านประธาน ไม่มีอะไรเลยครับ ทําไมท่านไม่ให้ครับ
เชิญคุณขจิตรครับ ประท้วง เชิญครับ หรือพาดพิงครับ
ผม ขจิตร ชัยนิคม ครับ
พาดพิงหรือประท้วงครับ
ผม ประท้วงข้อ ๘ สืบเนื่องจากที่ประท้วงท่านประธานไว้ก่อน คือผมเพียงแต่ว่าผมยอมรับคํา ประธานว่าเปึนเด็ดขาด แต่ในฐานะผมเปึนสมาชิกสภาแห่งนี้ ท่านประธานจะกรุณาบอก ได้ไหมครับว่า คือคน ๒ คนไปคุยกันพูดถึงเหตุการณ์นี่มันไม่ชัดอย่างไรครับ ถ้าไม่ชัดนี่ เพียงแต่ว่าไม่ชัดเจนแล้วไม่ให้ออกนี่มันเปึนเรื่องตลกเลยนะครับ เปึนเรื่องไม่น่าเชื่อถือเลย นะ เสียหายสภาแห่งนี้ด้วยท่านประธาน นี่เขานั่งอยู่แล้วคุยกันสัมภาษณ์กันนี่ มันเปึน เรื่องสามัญมาก
ก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็ผมเรียนแล้ว อย่างไรครับ เจ้าหน้าที่เขาบันทึกมาอย่างนี้ แล้วผมก็ไม่ได้ไปตรวจสอบด้วยตนเอง
อ๋อ ท่าน ไม่ได้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่
ครับ
ท่านเชื่อ ตามเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง
ครับ ผมก็มีเจ้าหน้าที่ที่เขารับผิดชอบ ในเรื่องนี้ที่ทางเลขา
แล้วเมื่อมี การท้วงติงท่านประธานทําไมไม่เอารายละเอียดมาดู นี่ชายไทยใส่เสื้อสีขาวฟุ๋นมาจากรถ ฟุ๋นมาจากรถ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
นี่มันเรื่อง ประหลาดอะไรครับ
เดี๋ยวคุณขจิตรครับ มีผู้ประท้วงครับ
ผมกําลัง ประท้วงอยู่ ประท้วงต่อไม่ได้ ไม่มีข้อบังคับ
ผมประท้วงครับท่านประธานครับ
ให้รู้จัก มารยาทบ้าง ไม่ได้ประท้วงผมไม่ได้
เมื่อยืนขึ้นประท้วงแล้ว
ผมกําลัง ประท้วงอยู่ท่านประธานต้องวินิจฉัยเรื่องของผมก่อน
คุณขจิตรหยุดก่อน ให้ผู้ประท้วง เขาประท้วงคุณขจิตร
ประท้วง ซ้อนไม่มี ไม่มีข้อบังคับ
ก็คุณกรุณานั่งลงก่อนนะครับ
ท่าน วินิจฉัยก่อนสิครับ
กรุณานั่งลงก่อนนะครับ ให้ผู้ประท้วง เขาประท้วงอะไรนะครับ เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วครับ ประเด็นนี้ ท่านประธานขออนุญาตครับ บุคคลที่อยู่ในภาพนั้นจะเปึนบุคคลที่ ๓ ที่ไม่รับเอกสิทธิ์ครับ แล้ววันนี้ท่านประธานถ้าอนุญาตท่านกําลังจะไขข่าวต่อถ้าบุคคลนั้นพูดไม่จริงครับ ถ้าคนนั้นพูดไม่จริงเรากําลังจะไขข่าวต่อไปยังพี่น้องประชาชนอีกทั่วเลยครับ ความสับสน วุ่นวายเกิดขึ้นเพราะข่าวลือ ท่านประธานครับ อย่าไขข่าวต่อครับท่านประธาน ท่านวรวัจน์ ท่านมีเอกสิทธิ์ครับ แต่บุคคลในรูปนั้นไม่มีเอกสิทธิ์ครับ
ก็ไม่เปึนไรครับ ผมวินิจฉัยครับ คือว่า ก็ถือว่าเมื่อคุณวรวัจน์เขารับผิดชอบเอง ก็เปึนเรื่องของคุณวรวัจน์นะครับ ผมก็ได้พูดไป แล้ว ผมก็ชี้ขาดแค่นี้นะครับ ดําเนินการต่อไปครับ คุณวรวัจน์เชิญครับ
ภาพนี้ไม่มี อะไรเลยนะครับ วีซีดีก็เปึนภาพพวกนี้ตลอดทั้งภาพ แบบนี้เลย แต่เปึนการพูดคุยกัน ท่านประธานไม่ขัดข้องแล้วใช่ไหมครับ ที่ท่านประธานบอกว่าให้ผมรับผิดชอบเอง ไม่มี นะครับท่านประธานครับ ภาพแค่นี้เองครับ เปึนภาพบุคคลนี้แบบนี้ตลอดทั้งภาพ ไม่มี ภาพอย่างอื่นเลย แต่เปึนการพูดคุยกันเท่านั้นเอง ท่านจะกรุณาอนุญาตไหมครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานให้เปึนสิทธิผมใช่ไหมครับ ผมรับผิดชอบเองครับ
ท่านวรวัจน์ต่อ ท่านประธานชัยไม่อนุญาตอยู่แล้วนะครับ ท่านต่อเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านพูดต่อนะครับ เชิญ ครับ
ท่านประธานครับ อย่างนี้หรือครับภาพที่ท่านกลัว แต่นี่ครับที่สมาชิกสภาคนไทยตามหา ทั้งประเทศ ที่คนนี้จะมาเล่าเรื่องบุคคลสาบสูญ บุคคลตาย ท่านไม่ให้หรือครับ
เดี๋ยวท่านวรวัจน์ เอาเถอะ เชิญท่านอภิปรายต่อเมื่อสักครู่นี้ที่ค้างอยู่นะครับ เอาเถอะนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ให้ท่านประธานได้โปรดกรุณาให้เขาโชว์ได้ครับท่านประธาน แต่เขาต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่ เขาจะรับผิดชอบนั้นคืออะไร เอาตําแหน่ง ส.ส. เปึนเดิมพันไหมถ้าเขาโกหก ท่านไม่ต้อง กลัวครับ พวกเรามีหลักฐานข้อเท็จจริงเรียบร้อยครับท่านประธาน
เอาละครับ เชิญ ท่านวรวัจน์ต่อไปนะครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านอภิปรายค้างอยู่แล้วท่านประธานชัยมา ขัดจังหวะ
ผมอยากจะเดิมพันด้วยซ้ําไปว่าถ้าสิ่งที่ผมพูดนี่เปึนความจริง ท่านนายกรัฐมนตรีต้อง ลาออก แต่ถ้าไม่จริงผมก็ยอมเอาตําแหน่งผมเปึนเดิมพันเหมือนกัน
เอานะครับท่านวรวัจน์
ท่านประธานครับ ผมเกรงอย่างนี้นะครับท่านประธาน เดี๋ยวเกรงว่าท่านผู้ชมทางบ้านจะ คิดว่าสภาเราจะป่ดกั้นปากของท่านวรวัจน์ หรือป่ดกั้นข้อมูลที่คิดว่าเปึนความจริง ผมยินดีนะครับท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนกับท่านประธานวิปแล้วว่า ท่านประธานวิปบอกว่าไม่ขัดข้อง ให้เขาเป่ดได้เลยครับท่านประธานครับ ขณะเดียวกัน เดี๋ยวของเราถ้าเราเป่ดให้ของเราเป่ดด้วยครับท่านประธาน แล้วเรามาพิสูจน์กันว่าของ ใครเปึนของจริง ของใครเปึนของเท็จครับท่านประธานครับ
เอาเถอะนะท่านวรวัจน์ คือท่านประธานชัยก็มาวินิจฉัยต่อบอกว่าไม่ให้เป่ดแล้ว ท่านอภิปรายต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ ไม่เปึนไร เพราะท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านไม่ป่ดกั้นสื่อแล้ว ผมไม่ ใช้สิทธิก็ได้ แต่ว่าผมก็จะไปร้องเรียนนะครับ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญร้องเรียนต่อไป ผมเรียนท่านประธานครับ เหตุเกิดทั้งหมดนี่มันเกิดในวันที่ ๑๓ เมษายน เรื่องเพราะคน จังหวัดแพร่ผมนี่ตาย ผมก็ไปหาข้อมูลครับ มันเกิดจากอะไร และผมก็บอกท่านประธาน ครับ ผมสงสัยว่าโจรที่ไหนมันจะปล้นชิงทรัพย์ โจรที่ไหนมันจับคนมัดมือไขว้หลัง โจรที่ไหนมันจะไปอุ้มแล้วก็เอาไปโยนทิ้งน้ํา แล้วมันจะมีโจรกี่คนครับไปทําร้ายการ์ดตัว ใหญ่ ๆ ๒ คน จับมัดมือไขว้หลังเอาไปทิ้งน้ํา มันเปึนไปได้อย่างไร ผมก็สงสัยอยู่นะครับ พอดีผมไปพบเหตุการณ์ครับ เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ ๑๓ เหมือนกัน มีภาพประกอบ และเหมือนกันครับ พฤติกรรมเหมือนกันทุกอย่างเลย เรื่องแรกเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง ชาวแพร่ของผม เรื่องที่ ๒ จะเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง ก่อนที่ผมจะพูดต่อไปนี้นะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเป่ดภาพคลิปชุดแรกก่อน แล้วหลังจากนั้นผมจะอภิปรายต่อ ครับ
(ฉายวีดิทัศน์เพื่อประกอบการอภิปราย)
เหตุการณ์ ที่เกิดเช้าวันที่ ๑๓ นะครับ ขอให้ดู ดูภาพดี ๆ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องดูนะครับ ท่านประธานครับ ไม่รุนแรงหรือครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ผมถามว่าท่านเอาทหาร ออกมานี่ท่านคิดหรือครับมันไม่รุนแรง เหตุการณ์ที่มีอยู่นี้ครับ ท่านเห็นไหมครับ มันจะเหลืออะไร คนใส่เสื้อแดงโดนยําโดนยี ผมถามว่าเขาไม่กลัวหรือครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เช้าวันที่ ๑๓ คนกลัวไปหมดเลยแล้วไม่ได้มีที่เดียวนะครับ ผมยังมีภาพมีถ่ายไว้เปึนชั่วโมง ๆ แต่ผม บอกคนกลัวหมดเลยครับ ถอยมานี่ผมไม่สงสัยครับ ทําไมเอารถเมล์ไปกั้น ทําไมถึงไปก่อ กองไฟ ทําไมถึงถอยหนี ทําไมถึงถอยกรูด ๆ ทําไมถึงเขาถึงต้องยอม เพราะเขาไม่คิดว่า รัฐบาลที่บอกว่าตัวเองเปึนรัฐบาลประชาธิปไตยนี่จะทําแบบนี้ได้ ผมไม่คิดครับว่าจะมัด มือคนอย่างนี้ครับ ไปนอนพาดอย่างนี้ครับ ทํากับคนไทยนะครับ แล้วบอกว่าคํานึงถึง ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ และแน่นอนครับ ท่านประธานครับ มันเหมือนกันไหมครับนี่ วันที่ ๑๓ เหมือนกันเลย แล้วไม่ให้ผมสงสัยได้อย่างไรว่าพี่น้องของผมนี่หายไปไหน หายไปไหน อาการเหมือนกันเลย แล้วคนที่ตรงนั้นผมยังตามหาไม่เจอเลย มันตายอย่างไรบ้างนะครับ จริง ๆ ในภาพคลิปที่ ๒ นี่นะครับ จะเปึนภาพที่จะบอกนะครับว่า หลังจากนี้บุคคลเหล่านี้ ไปไหน แต่พอดีท่านไม่ให้ แต่ผมเรียนครับ บุคคลนั้นเปึนการ์ด นปช. คนหนึ่ง ใส่เสื้อแดง ผมไปพบมาแล้ว ไปพูดคุยมาแล้ว คนคนนี้ถูกทหารบุกเข้าทําร้ายนี่ครับ สลบไปวันหนึ่ง เต็ม ๆ แล้วเขาตื่นขึ้นมาที่ไหนรู้ไหมครับ เขาตื่นขึ้นมาบนรถทหารครับ แล้วรอบตัวเขานี่ มีศพเปึน ๑๐ ศพ ตายหมด อยู่ตรงไหนครับ ไม่ได้นําส่งโรงพยาบาลนะครับ ไม่ได้นําส่ง โรงพยาบาลนะครับ ขนขึ้นวิ่งขึ้นไปตรงไปทางจังหวัดลพบุรีครับ คนนี้ตื่นขึ้นมานี่ เขากลัวมาก อยู่ในรถทหาร มีทหาร ๕ คน นั่งขับรถอยู่ข้างหน้า ในรถนี่เหม็นไปหมดเลย นะครับ มีกลิ่นคาวเลือด กลิ่นน่าสยดสยองมาก เขากลัวมากครับ เขาตาลีตาลานพอรถ มันจะเริ่มขึ้นสะพานแยกไปจังหวัดลพบุรีนี่นะครับ ขึ้นสะพานแยกตรงถนนสายเอเชีย นะครับ รถมันคันใหญ่มันก็ป้นขึ้นไปนี่เขาก็กระโดดลง แล้วเขาก็เดินเข้าไปในตัวเมือง สิงห์บุรี ผมภาวนาครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ผมไปตรวจสอบดูข้อมูลข้อเท็จจริง แต่ละจุด ๆ เขาไปพบใครไปตรงไหนอย่างไร ท่านประธานครับ มันเปึนข้อเท็จจริงทั้งหมด ผมไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิด ฟัามีตาครับ ให้คนคนนี้กลับมาบอกพวกเราได้ว่ามันเกิดอะไร แล้วสิ่งเหล่านี้ครับ ที่ผมคิดว่าเราจะต้องพิสูจน์กัน ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่ได้หรอกครับ ท่านรุนแรงกับพี่น้องประชาชนคนไทย ท่านบอกท่านไม่ใช้อาวุธ ท่านไม่รุนแรงกับคนไทย แน่นอนครับ ทหารนี่ไม่ได้มีแต่เอ็ม ๑๖ ยิงนะครับ ๙ มม. ยิงเจ็บเต็มไปหมด ผมเปึน ประธานรับข้อมูลข่าวสารของพรรคเพื่อไทย กระสุนเต็มตัวไปหมด บาดเจ็บสาหัส ท่านไม่ได้ทําร้ายเพียงร่างกายนะครับ ท่านป่ดกั้นคนได้แต่เพียงร่างกายนะครับ แต่หัวใจ ของเขานี่เจ็บปวดรวดร้าว พี่น้องคนเหนือตายไปไม่ได้สนใจเลย นี่พี่น้องคนอีสานนะนี่ ที่ถูกขนไปนี่อีสานครับ เจ็บช้ําน้ําใจมาก ท่านไม่ได้สนใจเลย ทีคุณสนธิถูกยิงเฉย ๆ นะครับ ถูกยิงเฉย ๆ นี่ตั้งคณะกรรมการสอบ ตั้งอะไรสอบสารพัดเลย แต่คนการ์ด นปช. ๒ คนตาย ตายแล้วก็โดยที่คนไทยทั้งประเทศอยากรู้ว่าเขาตายอย่างไร จริงไหม เสื้อแดง แคลงใจว่ามีการทําอะไรเขา ไปดูสิ ซีซีทีวี ไปตั้งกรรมการสอบไหมครับ ให้ความสนใจต่อ ชีวิตของมนุษย์ที่เปึนรากหญ้ากันบ้างไหมครับ หรือว่าจะต้องเปึนคุณสนธิเท่านั้น หรือเปึน คนของรัฐบาลเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมเจ็บปวดในหัวใจ ผมไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิด ขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยอีก ท่านสื่อมวลชนครับ จะนําเสนอภาพข่าวกันได้หรือยัง ครับ หรือยอมที่จะถูกป่ดกั้น นักสิทธิมนุษยชนครับ ท่านสื่อไปยังต่างประเทศสิครับ ผมใน ฐานะของสมาชิกรัฐสภานี่ขอเถอะครับ พิสูจน์เถอะครับ เอาคณะกรรมการเปึนกลางไป ตรวจสอบหน่อยครับ ท่านอยู่ไม่ได้หรอกครับ ผมจะถามไปถึงคุณอาบรรหารของผมครับ ยอมเปึนรัฐบาลมือเปุ๋อนเลือดด้วยไหมครับ พี่ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง แล้วก็หลาย ๆ ท่านที่อยู่ ร่วมรัฐบาล ท่านจะยอมให้พี่น้องประชาชนตราว่า ท่านเปึนรัฐบาลมือเปุ๋อนเลือดไหมครับ หมดเวลาของท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมคิดว่าวันนี้สภาแห่งนี้ไม่ต้องการที่มีรัฐบาลมือเปุ๋อนเลือด ท่านตัดสินใจใช้ความรุนแรง ท่านต้องยอมรับผลแห่งการกระทํา และพี่น้องคนไทยหายสาบสูญเยอะ ตายเยอะ บาดเจ็บเยอะ ท่านรับได้อย่างไร ผมจะเรียกความรับผิดชอบจากท่านนายกรัฐมนตรี ภาพทหารตีแบบนั้นท่านเรียกว่ารุนแรงไหม กระทืบ ๆ ๆ เอาทหารออกมาต้องกล้า รับผิดชอบ ลาออกเถอะครับ ตั้งรัฐบาลอะไรก็ได้ เอาคนกลางเข้ามาพิสูจน์เถอะครับ วันนี้ บุคคลนี้ยังไม่กล้าออกมานะครับ เพราะไม่รู้ว่า พ.ร.ก. ของท่านคุมเขาไว้อย่างไร ไม่รู้ความ เปึนรัฐบาลของท่าน ไม่รู้อํานาจสีเขียวจะทําร้ายเขาอย่างไร พี่น้องอีกหลายคนในวันนี้ถูก ออกหมายจับไปทั่วประเทศ นี่ที่จังหวัดแพร่ ไปชุมนุมเมื่อวันที่ ๓ ท่านรัฐมนตรีสาธารณสุข ไปแพร่ เขาก็ไปยืนไม่เอา ๆ ตบมือ เท่านั้นเองออกหมายเรียกไปเลย หมายเรียกพี่น้อง คนไทยที่ไม่พึงพอใจรัฐบาลไม่ได้ทําอะไรเลย ถูกออกหมายเรียกเต็มไปหมด ท่านกําลังจะ สร้างความสนามฉันท์หรือท่านจะสร้างความขัดแย้ง วันนี้ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศตื่น ได้แล้ว แล้วก็เห็นภาพเหล่านี้แล้วชัดเจน แล้วผมก็เรียกด้วยครับ คณะกรรมการสิทธิ มนุษย์ ท่านสมาชิกวุฒิสภา เราคนไทยด้วยกัน ผมคิดว่าวันนี้เราต้องการรัฐบาลที่สะอาด บริสุทธิ์ไม่ใช่รัฐบาลที่มีพฤติกรรมแบบนี้ ท่านไม่ต้องบอกหรอกครับว่าไม่รุนแรง ท่านไม่ ต้องบอกหรอกครับ ท่านต้องรู้ครับ เอาทหารออกมามันเปึนอย่างนี้ ผมก็สงสัยทําไมเสื้อ แดงมันถอยกรูด ๆ ทําไมมันกลัวจังเลย มันมีต่อต้านทหารเกิดเหตุการณ์วุ่นวาย โอ้โฮ มันอย่างนี้นี่เอง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ต้องเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมเจ็บปวดหัวใจในสมาชิกของรัฐสภา แล้วก็เสียใจที่วันนี้ถูกป่ดกั้น ผมจะนําข้อมูล ข่าวสารทั้งหมดไปเล่าให้สื่อมวลชนฟัง แล้วผมจะดูครับ ดูใจของท่านนายกรัฐมนตรีว่า จะให้สื่อมวลชนออกไหม ดูว่า พ.ร.ก. จะกดอยู่ไหม ดูว่าสีเขียวจะเปึนอย่างนี้อีกไหม วันนี้ ไม่เปึนไรครับ จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราคงไม่เปึนไร แต่วันนี้ผมถือว่าเราได้ทําหน้าที่ของ สมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ ได้ทําหน้าที่ตัวแทนปวงชนชาวไทย และได้เป่ดเผยข้อมูลดังกล่าว เหล่านี้อย่างสมบูรณ์ แล้วท่านอยากจะได้ข้อมูลมากกว่านี้ไหมครับ ท่านอยากได้ข้อมูล มากกว่านี้ไหมครับ เราพร้อมที่จะเป่ดเผย หรือถ้ามั่นใจนะครับ ถ้ามีความมั่นใจว่าท่าน เปึนกลางจริงนะครับ ไม่ใช้คนไทยก็ได้ครับ ให้คณะกรรมการกลางของชาติต่าง ๆ เขา ตั้งขึ้นมาดูครับ จะได้รู้ว่าประเทศไทยนี้เปึนอย่างไร จะได้รู้ว่าอมาตยาธิปไตยที่มันครอบงํา สังคมไทยที่มันครอบแบบนี้มันทําร้ายคนไทยมันคืออะไร วันนี้ผมบอกเสื้อแดงเขาประสบ ความสําเร็จของเขาอย่างหนึ่งก็คือว่า เขาเป่ดเผยให้คนทั่วโลกได้รู้ว่า อมาตยาธิปไตย หรืออํานาจที่ครอบงําสังคมไทยเปึนอย่างไร อํานาจที่ครอบงําการเมืองไทย อํานาจที่ ครอบงําสภาแห่งผู้แทนราษฎร และสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้คืออะไร เขาประสบความสําเร็จ เวลาท่านถอยครับ ถอยหลังแล้ว ท่านจะตัดสินใจอะไรก็ตัดสินใจ แต่ตราบใดถ้าท่านสู่ สนามเลือกตั้งเมื่อไร ต่อให้ท่านทําอย่างไร ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทยจะ พิพากษาตัดสินสิ่งเหล่านี้เอง ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนผู้ที่จะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการ ปฏิบัติงานคราวนี้นะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า การปฏิบัติการ เพื่อที่จะเป่ดการจรจรในจุดต่าง ๆ ที่ผู้ก่อการไม่สงบได้ไปป่ดสถานที่ อย่างเช่น บริเวณ สามเหลี่ยมดินแดง หรืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และที่ต่าง ๆ นั้น เราได้เริ่มดําเนินการตั้งแต่ เมื่อเวลาตอนเช้าตรู่ของวันที่ ๑๓ เมษายน ประมาณ ๐๔.๐๐ นาฬิกาครึ่ง ๐๕.๐๐ นาฬิกา ประมาณนั้นครับ แล้วก็เข้าดําเนินการ ทําไปจนเสร็จเรียบร้อยทั้งวัน วันที่ ๑๓ เลิกปฏิบัติการเมื่อเวลาประมาณ ๕ โมงเย็นเศษ ๆ นะครับ กรณีที่ท่านสมาชิกได้ ยกขึ้นมาอภิปรายว่า มีผู้เสียชีวิต ๒ คน คือ นายชัยพร กันตัง กับ นายณัฐพงษ์ ปองดี เจ้าหน้าที่ตํารวจครับ พบศพแล้วไปสอบสวนนะครับ คนที่ให้การดีที่สุดก็คือนางยุพาวดี ซึ่งเปึนภรรยาของนายชัยพร เขาบอกว่าเมื่อคืนวันที่ ๑๔ ครับ เวลา ๐๒.๐๐ นาฬิกา นายชัยพรยังมีชีวิตอยู่ ไปดื่มสุรากับเพื่อนแล้วก็นํานางทองดีกลับไปส่งที่บ้าน แล้วก็บอกว่าจะไปเที่ยวต่อกับ เพื่อน เช่นเดียวกับนางสุวรรณา ฟองดี ซึ่งเปึนภรรยาของนายณัฐพงษ์ ก็ให้การในลักษณะ เดียวกัน ผมเอาเรื่องนี้มาเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือว่า จากการสืบสวนสอบสวนของ เจ้าหน้าที่ตํารวจครับ นายชัยพรและนายณัฐพงษ์ไม่ได้ไปอยู่ในที่เกิดเหตุที่เจ้าหน้าที่ทหาร และตํารวจได้เข้าไปกดดันผู้ชุมนุมตามจุดต่าง ๆ ที่ป่ดกั้นอยู่ และในเวลาที่ใกล้เคียงกับ เวลาเสียชีวิตของทั้ง ๒ คนนี้คือในคืนวันที่ ๒ วันที่ ๑๔ เวลา ๐๒.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๑๔ นั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานใด ๆ ในบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกจะ สงสัยว่า ๒ คนเสียชีวิตเพราะการกระทําของเจ้าหน้าที่ ผมก็มีสิทธิสงสัยเหมือนกันว่า สมาชิกจินตนาการไปเองหรือเปล่าครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ เราเปึนสมาชิก รัฐสภา เราก็ควรจะพูดจากันบนพื้นฐานของความเปึนจริง สิ่งที่ผมพูดผมเรียนว่าเปึนเรื่อง จริงแล้วก็มีเอกสาร มีหลักฐาน มีวันเวลาชัด ถ้าสมาชิกประสงค์จะสอบสวนเรื่องนี้ ผมยินดีที่จะร่วมตั้งกรรมการสอบสวน เสนอกรรมการที่ท่านไว้ใจมา เราก็จะตั้งกรรมการ สอบสวนพิสูจน์กัน ในทุกกรณีที่ได้มีการปฏิบัติการไปถ้ามีการสงสัย แน่นอนครับ เราจะต้องทําให้ชัดเจน บ้านเมืองวันนี้ต้องให้พี่น้องประชาชนได้รู้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ไม่มี ใครบิดเบือนเรื่องได้ ผมเรียนยืนยันกับท่านประธานว่า เราจะทําเรื่องนี้ต่อครับ แล้วก็ถึงแม้ สมาชิกไม่เรียกร้องให้สอบสวน เราก็จะดําเนินการสอบสวน แล้วก็จะส่งรายงานให้สมาชิก พร้อมทั้งจะส่งรายงานให้สภาด้วย ผมถือโอกาสนี้ครับกราบเรียนไปถึงคณะกรรมาธิการ ของรัฐสภา หรือคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ได้โปรดสอบสวนใน กรณีที่มีการอภิปรายในเรื่องนี้อีกทางหนึ่งด้วย จะได้มีรายงานหลายฉบับมาเปรียบเทียบ กัน
ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีที่ท่านสมาชิกได้ยกภาพต่าง ๆ ออกมา นั้น ผมเรียนว่าตั้งแต่เมื่อวานครับ ผมลุกขึ้นชี้แจงผมก็ทําด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่ ต้องการให้เปึนการโต้แย้ง แต่ผมก็เกรงว่าท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ที่ฟังอยู่ รวมทั้งพี่น้อง ประชาชนที่ชมรายการทางบ้าน อาจจะเข้าใจไม่ชัดเจน เพราะว่าฟังความไม่ได้ตลอด ทุกวันทั้งวัน ผมเรียนว่ามีการกระทําของผู้ชุมนุมหลายอย่างที่สมาชิกอ้างว่าชุมนุมด้วย ความเรียบร้อย อย่างเช่น กรณีของรถแก๊สที่เอาไปจอดที่หน้าแฟลตดินแดง อันนี้เปึนต้น มีคําสอบสวน มีพยานหลักฐานชัดเจนว่า กลุ่มบุคคลสวมเสื้อแดงได้ไปยึดรถแก๊ส ๒ คัน ออกมา เปึนของบริษัท สยามแก๊ส ซึ่งผมไม่ล่วงพูดต่อไปว่า ประธานบริษัทเปึนใคร แต่ผม อยากจะเรียนกับท่านสมาชิกครับว่า ได้พยายามที่จะเอารถแก๊สนี้มาขู่เจ้าหน้าที่ทหารให้ ถอนตัวออกจากบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงที่เขาป่ดกั้นการจราจรอยู่ แล้วบอกว่าถ้าทหาร ไม่ออกเขาจะระเบิดรถแก๊สนี้ เอาชีวิตของพี่น้องประชาชนที่สามเหลี่ยมดินแดง ทั้งแฟลต ต่าง ๆ เหล่านั้นเปึนประกัน นี่ไม่ใช่ผู้ชุมนุมที่บริสุทธิ์อย่างที่ท่านลุกขึ้นมาอ้างหรอกครับ นี่คือเหตุผลว่าทําไมพี่น้องประชาชนชาวแฟลตดินแดงเขาถึงออกมาขับไล่ ทําไมถึงได้เกิด การปะทะกันระหว่างประชาชนกับคนกลุ่มเสื้อแดง
ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพครับ เรื่องรถแก๊สนี่ นะครับเดี๋ยวจะมีคนพูดครับ ท่านเอาไว้ก่อน
ไม่เปึนไรครับ
เดี๋ยวจะรู้ว่ารถแก๊สที่เอามานี่นะครับ ๘๐๐ ตัน ไปอย่างไร มาอย่างไรนะครับ ขออนุญาต ท่านเก็บไว้ก่อนครับ ขอบคุณครับ
ผมกราบเรียนกับท่าน ประธานต่อครับ ท่านประธานครับ เรื่องรถแก๊สนี่ถ้ามีพูดอีก ผมก็จะชี้แจงอีก เพราะ ต้องการให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจข้อมูลหลักฐานให้ครบถ้วน แล้วก็พร้อมที่จะถ่าย เอกสารหลักฐานผลของการสอบสวนทั้งหมดให้กับสมาชิกทุกคนด้วย ท่านประธานครับ ภาพนี้เปึนอีกภาพหนึ่งที่แสดงให้เห็นชัด ผู้ชุมนุมใส่เสื้อแดงของท่านนี่ครับ จัดทําระเบิด ขวดพร้อมที่จะขว้างเจ้าหน้าที่ นี่คือการชุมนุมที่ท่านบอกว่าคนมาชุมนุมมือเปล่า ปราศจากอาวุธ เปึนผู้บริสุทธิ์ เรียกร้องประชาธิปไตย ภาพนี้คือภาพที่ท่านบอกว่า เผารถเมล์เพื่อปัองกันตัวครับ พี่น้องประชาชนก็คงเห็นภาพอย่างนี้ในทีวี แต่ผมให้ท่าน สมาชิกได้เห็นกันชัด ๆ ภาพนี้คือภาพที่เอาถังแก๊สมาตั้งกลางถนนแล้วเอาน้ํามันราดลงไป บนถังแก๊สครับ เตรียมที่จะจุด ขู่ทหารที่จะเข้ามาผลักดันครับ และนี่ครับผมกําลังให้ออก หมายจับคนนี้อยู่ครับ ถือดาบ เปึนการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดงครับ ผมเรียนกับท่านสมาชิก ว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการพิสูจน์ ผู้ที่กระทําความผิดทุกรายที่มีรูป มีภาพ มีหลักฐาน จะดําเนินคดีทุกรายครับ ถ้าท่านสมาชิกจะตั้งกรรมการสอบสวนเองผมยินดีร่วมมือด้วย แต่ถ้าท่านสมาชิกไม่ตั้งก็รอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่ดําเนินคดี แล้วก็จะดําเนินคดี ฟัองคดีกับศาลครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานที่เคารพครับว่า ผมไม่ประสงค์ที่จะมา หักล้างกับท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ แต่ผมหวังที่จะให้สภาแห่งนี้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยํา จากทุกฝ์ายโดยไม่มีอคติครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
ท่านประธาน ครับ ผมขออนุญาตท่านรองนายกรัฐมนตรี จําเปึนที่จะต้องขอใช้การชี้แจงข้อมูลกับท่าน วันนี้ผมต้องเรียนท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดมามันเปึนสิ่งที่เกิดขึ้น ภายหลัง ผมถามว่าความรุนแรงที่ไปเตะเขาอย่างนั้น ไปเหยียบคนอย่างนั้น ตีคนอย่างนั้น เอาจนซ้ําเติมอย่างนั้น ขนขึ้นรถศพนะครับ เอาเขาไปยิงทิ้งไม่รู้เท่าไร คนมันกลัวนะครับ ท่านแน่จริงท่านให้เป่ดคลิปสิครับ ท่านจะได้รู้ว่าคนที่มันถูกท่านกระทําเขาเปึนอย่างไร คนที่ถูกสลบไปวันหนึ่งเต็ม ๆ เปึนอย่างไร และท่านจะได้รู้ครับ เชือกที่มัดมือครับ ผมบอก ท่านประธาน คนที่ตายนี่นะครับเปึนการ์ด นปช. ตัวใหญ่มาก แล้วผมต้องเรียนนะครับ ตํารวจไม่ได้มีผลของการชันสูตรศพ ทั้ง ๆ ที่สื่อออกมาเปึนการ์ด นปช. ไปชุมนุมเสื้อแดง ไปอะไร ผลการสอบสวนอยู่ไหนครับ คนนี้ครับ วันที่๑๒ นี่นะครับ คนนี้ใส่เสื้อชุดดํา การ์ด นปช. เขาใส่สีดําครับ ไม่ใส่สีแดง คนนี้ครับไป และอีกวันหนึ่งเขาก็เปึนรูปนี้ ท่านประธานรู้ไหมครับ เชือกที่มัดสีฟัา ๆ นี่ครับ รัฐบาลเอามาดูหน่อยสิครับ เชือกนี้ครับ ท่านสมชาย เพศประเสริฐ บอกผมเลยครับ เชือกนี้ทหารเขาเรียกว่า ฟาสท์ โรป (Fast Rope) ใช้เฉพาะทหารเท่านั้น เราพยายามติดตามอยู่ครับ เชือกนี้มันหายไปครับ พยานหลักฐาน ทั้งหมดหาย มีคนไปพยายามข่มขู่ครับ ก็รีบเผา ๆ ๆ รีบทําไมครับ ทําไมไม่รีบตั้งกรรมการ สอบละครับ ในเมื่อรู้ว่าเราแคลงใจกันอยู่ วันนี้ศพเผาไปแล้วครับ มันเน่า มันไม่สามารถ จะทําได้ ผลการชันสูตรศพอยู่ไหนครับ เอามาดูหน่อย ถ้าท่านจริงใจเอามาดูหน่อยครับ วันนี้จะให้สมาชิกรัฐสภาไปสอบอะไรได้ครับ ศพมันเผาไปแล้ว แต่ความจริงใจที่ท่านมี ให้กับประชาชนชาวรากหญ้ามันอยู่ที่ไหน สิ่งที่ท่านมาเท็จหมดนะครับ สิ่งที่ท่านว่า ผมเรียนครับ ถามหัวใจของพวกเราสิครับ ถูกทหารเตะ ต่อย เหยียบ ตี ขนล้มลงยิงขนขึ้น รถศพ ไม่กลัวหรือครับ ผมว่าสิ่งที่เขาทําเขาปกปัองตัวเอง มันน่ากลัว ท่านหัวเราะหรือ ครับ ไม่มีคนตายใช่ไหมครับ เป่ดคลิปไหมครับ ผมว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สภาแห่งนี้ต้อง พิสูจน์ครับ และต้องบอกไปกับประชาชนทั้งประเทศ
เดี๋ยวครับ ท่านประท้วง อะไรครับ
สุขถิ่นไทย: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (กรุงเทพมหานคร) : ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภาครับ ผมประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย ว่าท่านอภิปรายไปแล้วรอบหนึ่งนะครับ เราได้ฟังกันหมดแล้วนะครับ แล้วก็วนกลับมา เรื่องเดิม เรื่องท้าเป่ดคลิปนี่นะครับ สภาไม่ใช่สภาของท่านคนเดียวนะครับ คนอื่น ๆ เขาก็ รออภิปรายอยู่ ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมครับ ขอบพระคุณครับ
เปึนสิ่งที่น่า ละอายครับ ที่สมาชิกสภาแห่งนี้ทําแบบนี้ วันนี้ท่านตามหาข้อมูลนะครับ ท่านตามหา ข้อมูล ท่านบอกเองครับ ท่านท้ามาเองครับ
สภาแห่งนี้ถกเถียงเรื่องนี้มานานแล้วนะครับท่านประธานครับ ประชาชนทางบ้านเขาก็ เอือมระอาพฤติกรรมของสมาชิกบางคนในนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านบุญยอด เดี๋ยว ท่านวรวัจน์กําลังจะจบแล้ว เชิญ
ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนทางบ้านกําลังเอือมระอากับพฤติกรรมของสมาชิก บางคน แต่นี่ไม่ใช่หรือครับที่สภาเป่ดมา นี่ไม่ใช่หรือครับที่ข้อมูลที่ท่านนายกรัฐมนตรี บอกรับฟังจากสมาชิกรัฐสภา แล้วนี่ใช่ไหมครับที่เราจะนําไปสู่การที่เราจะมาคุยกัน แต่ถ้าไม่เอาความจริงมาคุยกันนะครับ ไม่เอาความจริงมาเป่ดเผยกัน ท่านมาทําอย่างนี้ แล้วเราจะเอาความจริงมาจากไหน ท่านสมาชิกวุฒิสภาพูดอยู่ตลอดเวลาเลยครับ เป่ดเผยข้อมูลสิครับ ไม่มีข้อมูลครับ ไม่มีคนตายครับ ไม่มีคนเจ็บครับ พูดมาทั้งวันเลย สภาแห่งนี้อยากรู้ข้อมูล พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศอยากรู้ข้อมูล วันนี้ท่านทําอะไร ครับ ป่ดกั้นหรือครับ นี่เราเปึนสมาชิกรัฐสภาเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทยนะครับ ท่านประธานครับ ผมว่ามันน่าละอายในสิ่งที่เกิดขึ้น และผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร เมื่อวานนี้มีสมาชิกรัฐสภาหลายท่านขึ้นมา ถามคําถามท่านครับ ท่านฐิติมาก็ลุกขึ้นมาถามท่าน เอาคําอภิปรายท่านมาเป่ดให้ท่านฟัง ผมยังบอกคุณฐิติมาเลย คุณไม่ใช่คนที่พูดดีที่สุดของสภา คนที่อภิปรายดีที่สุดของสภา เมื่อวานนี้คือใครรู้ไหมครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มันแทงใจดําเลยละ ท่านยังไม่ได้ตอบ แต่วันนี้ข้อมูลทั้งหมดผมคิดว่าเปึนการ นําไปสู่ที่การเป่ดสภาแห่งนี้ แล้วขอความกรุณานะครับอย่าป่ดกั้นข้อมูลข่าวสาร เดี๋ยวผม จะลงไปให้ข่าวกับนักข่าวทั้งหมด แล้วผมจะดูว่านักข่าวจะสามารถออกข่าวทั้งหมดได้ ไหม
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดครับ เพื่อที่จะได้ชี้แจงเรื่องที่พาดพิงเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านประธาน ๑ นาทีครับ
๑ นาทีนะครับ ให้ท่าน
ท่านประธานครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่าวน ดูอีกที เชือกไม่มีใครใช้ ใช้ไม่ได้ เปึนเชือกที่อยู่ในการใช้ของทหารเท่านั้นเอง เขาเรียกว่า ฟาสต์โรพ ครับ ผมยืนยันครับ แล้วผมเรียนว่าถ้าถ่ายดูอีกทีเปึนสีฟัาออกสีน้ําเงิน แกม น้ําเงิน ให้พี่น้องประชาชนและสมาชิกรัฐสภาดู ไม่มีใครมีครับ ท่านดูสิครับ ท่านจะไปหา เชือกอย่างนี้ได้ที่ไหนครับ ไม่มีครับ ผมพยายามที่จะตามเพื่อจะเอามาให้ท่าน นายกรัฐมนตรีเห็นว่า นี่สิ่งที่มันเกิดขึ้นจากการที่เขาไปควบคุมฝูงชน โดยท่านพลาดที่ใช้ กําลังทหาร เห็นไหมครับ ท่านครับ ฝากเถอะครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่มาก ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตกราบเรียนยืนยันต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ทุกท่าน การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่คราวนี้ได้มีการกําชับมิให้ใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติ หมายถึงว่าต้องไม่ใช้กําลังอาวุธเข้าไปประหัตประหารประชาชน และผมเรียนกับท่าน ประธานที่เคารพอีกครั้งหนึ่งครับว่า การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นจนจบสิ้น สามารถ ทําให้บ้านเมืองคืนกลับสู่ความสงบเรียบร้อย รักษากฎหมายอยู่ได้ ณ วันนี้ ไม่มีผู้ใด เสียชีวิตจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ทั้งสิ้น ข้อที่มาอ้างว่ามีคนขึ้นไปบนรถทหาร ถูกจับไปบนรถทหารแล้วไปกระโดดลงระหว่างทาง แล้วอ้างมาเล่าให้ฟังเปึนตุเปึนตะว่า ในรถนั้นมีรอยเลือด มีศพมากมาย ขนศพไปทิ้ง ผมเป่ดรับข้อร้องเรียนข้อมูลของท่าน สมาชิก ขอได้โปรดนําเอาหลักฐานเอกสารทุกอย่างมา เราจะได้ตั้งกรรมการสอบสวน แล้วก็พิสูจน์กัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ต้องการให้มีการยกเอาเรื่องที่ไม่จริงมา ใส่ร้าย เพราะว่าจะทําให้บ้านเมืองนี้มีบาดแผลกว้างยิ่งขึ้น แต่ผมพร้อมที่จะให้ความ ร่วมมือกับรัฐสภาแห่งนี้ในการพิสูจน์ความเปึนจริงทุกอย่างทุกประการ แม้กระทั่งว่าถ้า พี่น้องประชาชนที่ได้ฟังการถ่ายทอดการประชุมคราวนี้ยังมีข้อสงสัย ยังมีประเด็นที่ ต้องการคําตอบเพิ่มเติม ทางรัฐบาลพร้อมที่จะให้ความกระจ่างทุกเรื่อง ทุกประการ และ ต้องการให้สอบสวนในกรณีไหนก็จะสอบสวนทุกกรณี รวมทั้งกรณีที่ท่านยกขึ้นมา อภิปรายเมื่อสักครู่ด้วย ผมกราบเรียนยืนยันกับท่านประธานที่เคารพอีกครั้งหนึ่งว่า ไม่มีคนตายแม้แต่คนเดียว จากการกระทําของเจ้าหน้าที่เท่าที่ได้สอบสวนมาแล้ว ขอบคุณครับ
ท่านวรวัจน์ เอานาทีเดียว นะครับ
ท่าน ประธานครับ ท่านต้องให้โอกาสครับ วันนี้เปึนสิ่งที่เราไม่ได้อภิปรายนะครับ ผมกําลังให้ ข้อมูล ท่านประธานครับ น่าขําที่สุดเลย ท่านทําเขาแบบนั้น ท่านบอกปราบปรามเพื่อให้ เกิดความสงบ ทํากับเขาอย่างนั้น กระทืบ ๆ ตี ๆ ๆ ท่านเอามืออย่างนี้ สุดท้ายมาเปึน อย่างนี้หมด แล้วท่านบอกให้เอาพยานมาให้ท่านมันก็ตายหมดสิครับ ใครจะไปกล้า ลองท่านไม่เปึนรัฐบาลสิครับ ผมจะเป่ดให้ดู ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกสิครับ เอาคนอื่น มาเปึนรัฐบาลแทน ผมก็จะเป่ดให้ดู ตอนนี้ขอแค่เป่ดคลิปท่านยังไม่ให้เลย แล้วท่านจะ สอบสวนอะไรครับ ความจริงใจที่ผ่านมาท่านไม่มีเลย ท่านไม่มีความจริงใจให้กับใครเลย ท่านพูดสวยครับ พูดเพราะมาก ๆ เลย เพราะมาก ดูดีมากเลย แต่ใครรับได้ครับ ศักดิ์ศรี ความเปึนมนุษย์ คํานึงศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ แต่ละคน ๆ ที่ออกมาอย่างนี้ทั้งนั้นเลย บังเอิญครับ ฟัามีตา มันถึงรอดหลุดออกมาได้ และพี่น้องคนไทยอีกเยอะนะครับ ผมคิดว่า หลังจากนี้คงมีออกมาอีกเยอะนะครับ ท่านกล้าไหมละครับ ลาออกสิครับ แล้วให้คนอื่น เปึน แล้วผมจะดูครับ ผมจะดูครับว่าผลจะออกมาเปึนอย่างไร แต่ท่านเปึนรัฐบาลอยู่ ท่านเปึนรัฐบาลที่ใช้การกระทําการแบบนี้นี่นะครับ แล้วท่านบอกว่าเอาไปสิครับ ส่งหลักฐานให้ท่าน เอาคนไปให้ท่านสอบ ท่านพร้อมที่จะตรวจสอบ ขอเป่ดคลิปยังไม่ให้ เลย นี่หรือครับความจริงใจ แน่ใจให้เป่ดดูสิครับ ท่านจะได้ดูว่าคนที่ขึ้นรถทหารไปหน้าตา เปึนอย่างไร แล้วเขาพูดอย่างไรบ้าง
ท่านวรวัจน์ครับ หมด เวลานะครับ ต่อไปเชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องขอกราบเรียนกับท่านประธานอีกครั้งนะครับ เรื่องเป่ด ไม่เป่ดสื่ออะไรต่าง ๆ เปึนเรื่องที่ท่านประธานวินิจฉัย แล้วผมก็ได้กราบเรียน ท่านประธานแล้วว่า ในส่วนรัฐบาลก็ยึดถือตามที่เปึนข้อตกลง ทีนี้ประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้อภิปรายไปมี ๒ ประเด็นหลักนะครับ ที่ผมอยากจะขอท่านประธานในการชี้แจงสั้น ๆ
ประเด็นแรก ที่ท่านพูดถึงว่า เมื่อเกิดการตายของพี่น้องประชาชน ผมไม่ได้ เอาใจใส่ ไม่ได้สนใจ อันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าไม่เปึนความจริง ทันทีที่มี ข่าวเรื่องมีศพที่พบในแม่น้ําเจ้าพระยา สิ่งแรกเลยก็คือผมก็สั่งว่าเรื่องนี้ต้องมีการสอบ มีการชันสูตร แล้วก็มีการดําเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ดําเนินการไป แล้วก็ ได้มีการรายงานผลเข้ามา สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า ในส่วนของความเชื่อว่าเปึน อย่างไร แน่นอนครับ เราก็อาจจะเชื่อแตกต่างกัน แต่วันนั้นที่มีการรายงานมาก็เปึนที่ ชัดเจนว่าบุคคลทั้งสองนั้นมีชีวิตอยู่ในคืนของวันที่ ๑๓ นะครับ เนื่องจากว่าได้เดินทาง ออกไป แล้วก็บอกว่าจะไปที่สนามหลวง อันนี้คือสิ่งที่มีผู้ให้การ ก็คือคนที่พบบุคคล ทั้งสองครั้งสุดท้ายซึ่งเขาทํางานอยู่ด้วยกัน อันนี้ก็เปึนข้อมูลที่เขารายงานผมมา ผมก็จึงได้ กราบเรียนว่าผมไม่คิดว่ามันจะเปึนเรื่องของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เพราะว่า ณ เวลาเช้า หรือพูดง่าย ๆ คือเลยเที่ยงคืนไปหลังจากวันที่ ๑๓ แล้ว มันไม่ได้มีปฏิบัติการ อะไรเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ เพราะว่าเราได้ประชุมกัน แล้วก็คุยกันว่าขณะนั้นเหลือเพียง ผู้ชุมนุมอยู่ที่ทําเนียบรัฐบาล ซึ่งผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าเราประชุมกับฝ์าย ความมั่นคง แล้วก็ตัดสินใจว่าไม่ควรจะเข้าไปมีการดําเนินการสลายการชุมนุมนะครับ ส่วนถ้าท่านคิดว่ามันมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคคลทั้งสอง ก็เปึนเรื่องที่ ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็คงยินดีที่จะมีการสอบสวนเพิ่มเติม เพราะเราจําเปึนต้องให้ ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย และในส่วนของการที่เยียวยา บุคคลทั้งสองผมเข้าใจว่าทาง กระทรวงก็ได้มีการดําเนินการไปตามปกตินะครับ ไม่ได้มีอะไรซึ่งบ่งบอกเลยว่าเราไม่ให้ ความสําคัญกับการเสียชีวิตของบุคคลทั้งสองนี้ ก็กราบเรียนเปึนประเด็นแรกนะครับ ดังนั้นเมื่อท่านเสนอภาพนี้ขึ้นมาถือว่าเปึนเรื่องสําคัญที่รัฐบาลต้องให้ความสนใจ แล้วก็ จะรับภาพเหล่านี้ไปนะครับ ผมก็ได้สอบถามไปยังท่านผู้บัญชาการทหารบกนะครับว่า ท่านได้เห็นภาพนี้หรือไม่ อย่างไร ท่านก็ได้ดูการประชุมสภาเหมือนกับที่ผมได้ดู แล้วก็ บอกว่าเมื่อเปึนเช่นนี้ก็ต้องมีการดําเนินการในการสอบ ทีนี้ถ้าท่านมีความไม่มั่นใจในเรื่อง ของการสอบในส่วนของฝ์ายบริหารนะครับ ก็คิดว่าก็เปึนเรื่องที่ทางองค์กรที่เปึนกลาง นะครับสามารถที่จะเข้าไปดําเนินการได้อยู่แล้ว อันนี้ก็อยากจะกราบเรียนครับว่ามันก็ เหมือนกับหลายเหตุการณ์ ไม่ต้องพูดในประเทศไทยนะครับ เพราะว่าป้ที่แล้วมีหลาย เหตุการณ์ที่มันเกิดความรุนแรงขึ้น แล้วมันก็ต้องมีการสอบ ป้นี้ก็เช่นเดียวกันนะครับว่า เมื่อมันมีความรุนแรงลักษณะนี้แล้วก็ไม่เปึนไปตามนโยบาย ซึ่งท่านผู้บัญชาการท่านก็ บอกว่าอย่างนี้ก็ต้องมีการสอบ ในต่างประเทศก็เหมือนกันนะครับ ภาพคล้าย ๆ กัน ก็อย่างที่เปึนข่าวคราวอยู่ในการประชุมจี ๒๐ (G ๒๐) ที่อังกฤษก็มีลักษณะของการไปใช้ กําลังอย่างนี้ก็ต้องมีการสอบ ก็ขอเรียนว่าก็จะมีการดําเนินการในเรื่องนี้เพื่อให้ได้ความ กระจ่างชัด แล้วก็จะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่อไปครับ
ครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานครับ ผมกราบขออภัยท่านประธาน ขอนิดเดียวครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกบอกว่าทั้ง ๒ คน เปึนการ์ดของเสื้อแดง ที่อยู่ในมือผมนี่ครับเปึนบันทึกคําให้การของภรรยาของผู้เสียชีวิต นะครับ เขาให้การไว้เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายนครับ ที่สถานีตํารวจจตุจักร กรุงเทพฯ เขาบอก เลยครับว่าตั้งแต่เขาอยู่กินกับนายชัยพรมา ไม่ว่าจะเปึนเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง นายชัยพร ไม่เคยเข้าไปร่วมชุมนุมด้วยแต่อย่างใด เพราะไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและที่บ้านพัก ก็ไม่มีสัญลักษณ์ของกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดงแต่อย่างใด นายชัยพรไม่เคยพูดถึงเรื่องการที่ จะไปเปึนการ์ดของกลุ่มเสื้อแดง นี่ผมยกให้ท่านประธานเห็นเพื่อได้หักล้างว่าที่มาอ้างว่า เปึนการ์ดของเสื้อแดง ภรรยาเขาให้การอย่างนี้ แล้วผมจะส่งเอกสารนี้ให้ท่านประธาน ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวท่านวรวัจน์ครับ
ท่านประธาน ครับต้องให้โอกาสพาดพิง
ท่านเอาสั้น ๆ นะครับ คือเดี๋ยวกลายเปึนโต้วาทีไปนะครับ สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธาน ครับ ท่านต้องการความจริงแห่งสภาแห่งนี้ท่านต้องให้เวลา ผมคิดว่าเวลาวันนี้สําคัญ อย่างยิ่ง ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดกลางสภาเอาสิ่งนี้มา เอาคําให้การของภรรยามา แต่ที่ผมได้รับก็คือว่ามีคนไปบอกครับ รีบเผาอย่ายุ่งเกี่ยว อย่าอะไร เขากลัวครับ ดีครับ เอาคําให้การภรรยาบอกไม่เคยยุ่งเกี่ยว ไม่เคยสนใจเสื้อแดง ไม่เคยไปร่วมเวที นปช. อะไรครับ แล้วใครครับไปยืนอยู่บนเวทีนี่ คนคนนี้ชื่อคนเดียวกัน หรือเปล่าครับ นายชัยพรหรือเปล่าครับ เปึนการ์ด นปช. หรือเปล่าครับ ไม่ได้ชอบธรรมดา นะครับ ไม่ได้ไปร่วมชุมนุมนะครับ เปึนการ์ด นปช. นะครับ นี่คือวันที่ ๑๒ เมษายน ยังมี ชีวิตอยู่นะครับ แล้วที่ท่านบอกว่าวันที่ ๑๓ มีครับ กลางวันมีครับ แต่กลางคืนล่ะครับ ตั้งแต่ตอนเย็นที่เขาออกไปร่วมตอนเย็นแล้วถึงเที่ยงคืนมันหายไปไหนครับ เขาตาย ตอนไหน ท่านพูดได้ ท่านดูสิท่านพูดความจริงครึ่งเดียว วันที่ ๑๓ กลางวันอยู่ครับ แต่วันที่ ๑๓ กลางคืนล่ะครับมันไปไหน
เอาละครับ
ท่านอย่าพูด ความจริงครึ่งเดียว ผมเรียนนะครับท่านประธานครับ อ้ายเรื่องความรุนแรงนี่ ท่านรู้ ต้องรู้ อย่าแก่ใจครับ ประกาศสลาย ประกาศเอาทหารมาปราบขนาดนี้ ใช้กําลังติดอาวุธขนาดนี้ มันรู้โดยสามัญสํานึกอย่างไรก็ต้องรุนแรง อย่างไรก็ต้องบาดเจ็บ คนไทยหรือเปล่าครับ ทําแบบนี้กับเขา ท่านต้องรับผิดชอบนะครับ ท่านอย่าไปผลักภาระบอกว่าไม่เอาให้ทหาร ว่าไป ทหารก็ไปไล่อ้ายเณรโน่น ไปตีอ้ายเณรโน่น บอกอ้ายเณรรุนแรง ความเปึนผู้นํา ประเทศนี่นะครับมันต้องรู้ครับ ตัดสินใจกระทําการเช่นนี้ต่อพี่น้องประชาชนมันรุนแรง หรือไม่ ไปกระทําการตอนตี ๔ นึกว่าเขาไม่รู้หรือครับ
ท่านวรวัจน์ครับ
บังเอิญมี คนถ่ายภาพ ท่านประธานครับ ฐานะที่ท่านประธานเปึนประธานแห่งนี้ เปึนประธานสภา แห่งนี้ท่านต้องฟังนะครับ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่ผมในนามของสมาชิกรัฐสภากําลังพูดกับคนที่ไป ดํารงตําแหน่งเปึนผู้นําประเทศ และกระทําการต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งเราเปึน ตัวแทนเขาอยู่
เอานะครับ ท่านวรวัจน์ นะครับ
ท่านต้อง รับผิดชอบ ถ้าท่านไม่รับผิดชอบนะครับ ผมคิดว่าต่อไปเขาไม่เรียกท่านว่านายกรัฐมนตรี หรอกครับ
ท่านวรวัจน์ เชิญ ๆ พอแล้วนะครับ ท่านมีอะไรพาดพิงอีกหรือครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาต นะครับ ในนามของสมาชิกรัฐสภา ในเรื่องเหตุการณ์ที่กําลังอภิปรายนี่ พวกเราเองคิดว่า คลิปต่าง ๆ ที่เป่ดมา ๒ ครั้ง มันยังมีอีก ๑ คลิป ซึ่งผมคิดว่าถ้าสภาแห่งนี้ต้องการทราบความจริง และมีพี่น้องประชาชนเองรับฟังอยู่ทาง บ้านเขาก็อยากจะทราบ ท่านประธานครับ ลองสอบถามเพื่อนสมาชิกดูสิว่าขณะนี้ ท่านประธานชัยอ้างแต่ว่ามีเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต พวกเราเองเปึนองค์ประชุม ถ้าองค์ประชุมอยากจะดูในรายละเอียด ซึ่งท่านวรวัจน์เองก็บอกแล้วว่าท่านรับผิดชอบ มันจะผิดตรงไหนครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานได้สอบถามสมาชิกในนี้ ผมคิดว่าทุกคนอยากจะดูครับ หนังม้วนนี้มันยังไม่จบ ท่านอยากจะให้มันจบในนี้หรือ เปล่า ท่านลองถามเพื่อนสมาชิกสิครับ มันเสียหายตรงไหนครับ ในเมื่อดูกันหมดแล้ว เหลืออีกม้วนเดียว ท่านกรุณาเถอะครับ ขออนุญาตครับ
ไม่เปึนไรนะครับ อย่างที่ บอกนะครับ เดี๋ยวรอให้ท่านชัยมาเปลี่ยนแล้วกันนะครับ ประเด็นเปึนอย่างนั้นนะครับ เชิญท่านรสนาต่อนะครับ
ท่านประธานคะ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขอสลับคิวเพื่อให้เรื่องต่อเนื่อง ดิฉันอนุญาตนะคะ
เชิญท่านจุติก่อนนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วคิวเมื่อคืน ผมก็จะ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ขอเสียมารยาทนิดหนึ่งครับ ผมได้หารือ ท่านประธานและพูดกล่าวไปถึงเพื่อนสมาชิก ท่านยังไม่ได้สอบถามเพื่อนสมาชิกเลยว่า มีความเห็นอย่างไร ขออนุญาตนะครับ ในข้อบังคับการประชุม ท่านประธานเองต้องทํา หน้าที่ ในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ แต่ข้อ ๑๙ ในเรื่องนี้เกี่ยวเนื่องต่อเนื่องกัน ท่านประธานสามารถที่จะสอบถามในเรื่องดังกล่าวได้ อย่าไปอ้างครับ อ้างประธานชัย นี่ไม่ได้ ท่านต้องวินิจฉัยและสอบถามเพื่อนสมาชิกครับ อย่าทํา ๒ มาตรฐานครับ
ครับ ผมไม่ได้ ๒ มาตรฐานอะไรหรอกนะครับ ไว้เดี๋ยวมีโอกาสค่อยสอบถามนะครับ เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบขออภัย ท่านหัวหน้าพรรคผมที่เมื่อคืนนี้ท่านห้ามผมไม่ให้พูด เพราะท่านต้องการแนวทาง สมานฉันท์ ผมขอเปึนเด็กดื้อ
ประการแรกครับท่านประธานครับ ผมฟังมาวันครึ่ง คําหนึ่งก็ใช้ความ รุนแรง คําหนึ่งก็ ๒ มาตรฐาน คําหนึ่งก็รัฐบาลมือเปุ๋อนเลือด ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ผมคิดว่าท่านสุภาพเกินไป และเปึนบทพ่อพระ ปราบโจรไม่ได้หรอกครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า สิ่งที่ผมในฐานะ สมาชิกรัฐสภานั้นเรียกร้องคือว่า คําว่า ๒ มาตรฐานนั้นหมายถึงอะไร มาตรฐานของใคร วันนี้ผมเห็นด้วย มาเรียกร้องความจริงให้กับผู้ตาย เรายังสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่าผู้ตายนั้น โดนเจ้าหน้าที่สังหารหรือไม่ แต่ผมกลับไม่เห็นมาตรฐานอันนี้ครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อมี การปราบที่ตากใบ ๗๘ ศพครับ ยิงในมัสยิดกรือเซะ ๑๗ ศพครับ มีใครดิ้นอย่างนี้ไหมครับ ที่อยากจะขอเห็นคลิป อยากจะขอเห็นการสอบสวน ไม่มีครับ ชีวิตคนเหมือนกันครับ ไม่ว่าภาคไหน ผมถามว่าอย่างไหนครับที่ ๒ มาตรฐาน ปราบด้วยความรุนแรงใช้กําลังเกิน ควรวันครึ่งแต่ยังไม่มีใครตาย แต่หมายถึงว่าที่ตากใบ ๗๘ ศพ กรือเซะ ๑๗ ศพ ไม่รุนแรง ใช่ไหมครับ ที่มีคนตายขนาดนั้น ไม่รุนแรงใช่ไหมครับ เราต้องพูดกันความจริงครับ ท่านประธานครับ เอาความจริงมาหักล้างความจริง เอาความจริงมาหักล้างความเท็จ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนั้นใจกว้างเป่ดให้เราดู ผมอยากจะขอเรียกร้องอย่างนี้ครับ ไม่ว่ากรณี ไหนก็ตามขอเถอะครับ คนตาย ตายไปแล้ว หยุดหากินกับศพคนตายครับ หยุดหากินกับ ศพคนตายครับ สิ่งที่อยากจะกล่าวก็คือว่า สิ่งที่เราฟังมาแล้วเรื่องว่าคนตายเอาศพแอบไป เผา ตอนแรกก็บอกว่าที่วัดสุ่นที่ลาดพร้าวใช่ไหมครับ มีคนตาย ๒๐ ศพ ท่านประธานเอา วิทยาศาสตร์เข้ามาคํานวณครับ ศพศพหนึ่งใช้เวลาเผา ๒-๓ ชั่วโมง วัดนั้นมี ๒ เตา เตาหนึ่งเสียแล้วเปึนเตาถ่านด้วย ถ้าเผื่อ ๒๐ ศพใช้เวลา ๖๐ ชั่วโมงครับ
-๒๒๔/๑ ๖๐ ชั่วโมงไม่นับเวลาที่กวาดกระดูกออกนะครับ แต่หลังจากข่าวออกไปไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง ทีวีทุกช่องไปที่วัดนั้น พระสงฆ์องค์เจ้าตกใจ แม่ค้าขายตกใจ ศพที่ไหนครับ ๒๐ ศพที่มา เผาศพที่วัดสุ่น ลาดพร้าว ผมว่าประชาชนต้องหูหนักฟังด้วยเหตุด้วยผลครับ ด้วย ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เอาจับแพะมาชนแกะ เอาข่าวลือมาแล้วก็บอกว่า นี่ละครับ รัฐบาล มือเปุ๋อนเลือด อยากให้ดูตรงนี้ครับ ในข้อเท็จจริงที่วัดสุ่น ลาดพร้าว มันก็ไม่เปึนความจริง มาทีแล้ว วันนี้กําลังเอาผู้ตายเอามาพูดบอกว่า มีข้อสงสัยว่าจะเปึนการดําเนินการของรัฐ ผมเห็นด้วยครับที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงนั้นบอกว่าจะต้องมีการสอบสวน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องมีการสอบสวน แต่ผมอยากว่าท่านเป่ดเผยได้ไหมครับ สิ่งที่ไม่มีใครพูดเลยก็คือว่า ผู้ตายที่บอกว่าเปึนการ์ดของเสื้อแดงยืนอยู่บนเวทีรูปถ่ายที่ เห็นเมื่อครู่นี้ครับ มันก็รูปถ่ายตอนกลางวันก็เห็นอยู่ แดดทะโร่ ไปดูสิครับ ผู้ตายก็ต้องตอก บัตร เขาเปึน รปภ. บริษัท เขาตอกบัตรเจ็ดโมงเช้าถึงทุ่มหนึ่ง แล้วเขาเอาเวลาที่ไหนครับ ที่เขาเปึน รปภ. ทํามาหาเช้ากินค่ํานะ เอาไปขึ้นบนเวที ผมก็ตั้งข้อสงสัยด้วยเหมือนกัน ผมก็เปึนลูกอีช่างสังเกตด้วยเหมือนกัน มันไม่ใช่ครับ ไปดูสิครับ เขาตอกบัตรเจ็ดโมงเช้า ถึงทุ่มหนึ่ง แล้วในวันนั้นก็มีคนบอกครับว่า มีคนเห็นผู้ตาย ต้องบอกระยะเวลาด้วยครับ รัฐบาลไปชี้แจง ชาวบ้านอยู่ทางบ้านนั้นสับสน บอกมาสิครับว่าพบศพผู้ตายวันไหน พบศพผู้ตายวันที่ ๑๕ เมษายนครับ เวลาเจ็ดโมงเช้าเวลาหนึ่ง แล้วก็หลังจากนั้นเวลา ประมาณเที่ยงอีกเวลาหนึ่ง แล้ววันนี้เขาเรียกร้องรัฐบาลให้เป่ดเผยผลชันสูตรพลิกศพ รัฐบาลก็ต้องเป่ดเผยครับ ถึงแม้ว่าจะเสร็จครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ขอความแม่นยํา วันนี้แพทย์ ที่ชันสูตรพลิกศพนั้นยังไม่กล้าบอกระบุเวลาตายที่ชัดเจน แต่บอกว่า ไม่น่าเกิน ๒๔ ชั่วโมง ถ้าพบศพวันที่ ๑๕ หมายถึงต้องตายวันที่ ๑๔ รัฐบาลนั้นใช้ปราบปรามที่ ดินแดงนั้นคืนวันที่ ๑๓ เช้ารุ่งสางครับ ห่างกัน ๒๔ ชั่วโมงครับ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ ต้องเอาตัวไปเก็บแล้วมาสังหารทีหลังใช่ไหมครับ มันเปึนข้อสงสัยที่มีข้อแตกต่างมากมาย เลยเวลาตาย แล้ววิทยาศาสตร์นั้นมันพิสูจน์ได้ครับ ไม่ต้องมีใครไปโกหกใครเลย ผมอยากจะเห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับว่า คนไทยวันนี้ต้องไม่แตกแยก แตกต่างได้ แต่ผมไม่ อยากให้เอาสิ่งที่จับแพะชนแกะนั้นเอามาดู ท่านรองนายกรัฐมนตรีไปดูสิครับ คลิปที่เอา มาฉายนะครับ คนที่ถูกจับมือ มัดมือไพล่หลังนะครับ ดูดี ๆ สิครับ เปึนเชือกพลาสติก ที่ทางการตํารวจกับทหารใช้ใช่ไหมครับเวลาจับ แล้วเชือกของผู้ตายก็บอกว่าเปึนของ ทหารสีน้ําเงิน ก็มีอยู่คนเดียวนี่ละ แต่คนอื่นที่ถูกจับหมดเปึนเชือกพลาสติกใส ๆ เหมือนกับบล็อกที่เขาทํามาสมัยใหม่ให้ตํารวจจับผู้ชุมนุม รัฐบาลทําไมไม่เอาอย่างนี้มา แถลงให้ชาวบ้านเห็นละครับว่า นี่คือข้อแตกต่าง ๒ อย่างที่มี รัฐบาลมัวสุภาพไม่ได้ครับ ผมตําหนิตรงนี้เลย ไม่อย่างนั้นชาวบ้านจะสับสนมาก นอกจากนั้นไปดูสิครับว่า ผู้ตาย ก็สวมเสื้อยืดสีดํา แล้วก็คลิปที่เอามาให้ดูคนที่ถูกจับนั้นก็คนละคนกันอีก แล้วทราบว่า เปึนหนึ่งในแกนนําของ ๑๙ คนที่เปึนผู้นําของการจลาจล ผมถามท่านประธานครับ คนกําลังบ้าคลั่งจลาจลอยู่ ไปขอโทษว่า ขอโทษนะครับ ผมขอจับคุณหน่อยได้ไหมครับ เขาจะยอมให้จับไหมครับ ไม่มีหรอกครับ มันขัดกับหลักธรรมชาติหมดเลย วันนี้คนที่ควร ชมคือคนที่รักษาความสงบ แต่กลับจะมาเปึนผู้ร้ายในสภา ผมนั่งอดทนมาวันครึ่ง ความถูกก็เปึนถูกครับ ความผิดต้องเปึนผิดครับ ผมรับไม่ได้ รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างนี้ ฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผมเมื่อคืนจะพูดนั้นท่าน นายกรัฐมนตรีห้ามไม่ให้ผมพูด แต่ผมอยากจะบอกครับว่า วันนี้ท่านชํานิเสนอข้อเสนอที่ ดีมาก แต่ผมอยากจะขอร้องอย่างครับว่า จะเกิดอะไรขึ้นก็ตามอย่าดึงฟัาต่ําครับ อย่าดึง ฟัาต่ํา สิ่งที่ผมพูดมานี้ผมกราบเรียนว่าผมตามดูครับ ผมถามนะครับ เว็บไซด์ที่หมิ่น สถาบัน ทํากันมาเปึนป้ จับไม่ได้ครับ กระทรวงไอซีทีก็จับไม่ได้ครับ ท่านกอร์ปศักดิ์ อยู่กรรมาธิการงบประมาณกับผมครับ ถามปลัดกระทรวงไอซีทีจับไม่ได้ครับ ถามตํารวจ จับไม่ได้ครับ แล้วทําไมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลไม่ถึง ๓ เดือนจับได้ครับ คนที่เอารูปเท้า ขอประทานโทษ ไปวางไว้บนเน็ต (Net) ที่หมิ่นสถาบันนะครับ คนนั้น ถูกจับแล้ว ให้ประชาชนทราบด้วย แล้วยังจะมีความพยายามบอกว่าจะต้องขอตรวจสอบ องคมนตรี ขอตรวจสอบองค์กรอิสระ เคยพูดบ้างไหมว่าระบอบทักษิณที่ผ่านมาเปึน อย่างไร ลืมแล้วหรือครับ ประเทศไทยเกิดขึ้นมา ๔ ป้นั้นจะหายไปใช่ไหมครับ ไม่มีใช่ไหม ครับ คนไทยเกลียดคอร์รัปชัน คนไทยเกลียดความรุนแรง คนไทยเกลียดรับไม่ได้กับ การจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมไม่อยากย้อนกลับไปถึง ๔ ป้ว่ามีกี่เหตุการณ์ที่ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านหัวหน้าพรรคห้ามผมไว้เมื่อคืนนี้ ผมก็จะไม่พูด แต่ผมบอกให้รู้ครับว่า บ้านนี้เมืองนี้คนรักสถาบันมากอีกเยอะ แล้วผมก็บอกเลยว่าวันนี้ ผมก็สู้ตาย พรรคจะเปึนอย่างไรผมเดิมพัน ผมจะไม่ให้ใครมาหมิ่นจ้องล้มล้างสถาบันเปึน อันขาด แล้ววันนี้มันก็ชัดเจนแล้ว คําสัมภาษณ์ของผู้ที่หนีไปอยู่ต่างประเทศเมื่อ ๒ วันที่ผ่าน มา ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าหมิ่นหรือไม่หมิ่น ไม่ต้องสงสัยแล้ว เราอยากจะให้มี ความสมานฉันท์เกิดขึ้นในประเทศ แต่ความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าปราศจาก ความปรองดอง ต้องไม่มีอคติครับ ถ้ารัฐบาลไปพบว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดทําผิดก็ต้องลงโทษ ให้เห็น แต่ถ้ามีอะไรที่มันไม่ถูกไม่ต้อง ถูกกล่าวหาเลือนลอย รัฐบาลต้องรีบชี้แจงให้ ประชาชนเข้าใจ แล้วไปดูสิครับ รัฐบาลไปดูครับว่าในหนังสือพิมพ์ก็ลง ในคลิปก็เห็น ที่บอกว่าทหารเข้าไปทําร้ายผู้ชุมนุมน่ะ ถ้าเปึนคนนั้นจริง ถูกจับไปจริงน่ะ ถูกขนาดนั้น ต้องมีบาดแผลมากมายครับ รัฐบาลต้องแถลงสิครับ ศพที่ตายมีแผลที่ศีรษะ ๑ แผล เท่านั้น ไม่ใช่หลายแผล มันเปึนคนละคน คนละเรื่อง คนละเหตุการณ์ แต่เอาทั้งหมดมา ผูกโยงกันเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลนั้นมือเปุ๋อนเลือด ไม่สมควรเปึนรัฐบาลอยู่ต่อไปแล้ว แล้ววันนี้คนนั้นถามว่าเปึนหนึ่งในแกนนํา ๑๙ คนที่กําลังถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเปึนผู้ก่อการ จลาจลใช่หรือไม่ ก็บอกมาสิครับ ต้องบอกสมาชิกรัฐสภาให้ชัดเจนครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว สังคมนั้นจะสงสัยไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อมีช่องว่างอย่างนี้ก็จะมีผู้ฉกฉวยเอาประโยชน์นั้น เพื่อการเมือง ผมบอกได้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นผมไม่ต้องการให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มาหักล้าง สิ่งที่เปึนเท็จ มาหักล้างสิ่งที่เปึนข้อเท็จจริง แล้วใครล่ะครับ คนไทยดีใจไหมครับ ใครละ ครับเปึนคนบอกว่า ขอบคุณเสื้อแดงที่ล้มประชุมอาเซียนสําเร็จ วันนี้คนไทยต้องตกงานอีก กี่ล้านคนครับ รัฐบาลมีสตางค์ไปช่วยเขาไหมครับ ภาคการท่องเที่ยวเขาบอกแล้วว่า ๒ ล้านคน อยู่ในระบบเขา มีเงินไปอุ้มเขาไหมครับ ไม่มีคนมาท่องเที่ยว วันนี้เราไม่อยากให้ใครมา ทะเลาะกับใครหรอกครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์แบกบ่าพร้อมกับท่าน นายกรัฐมนตรีต้องฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แต่ถ้าเผื่อท่านไม่มีสมาธิท่านแก้ไม่ได้หรอกครับ แล้วจะ มาอ้างกันไม่ได้นะครับว่าป่ดถนนอัมพาตทั้งกรุงเทพฯ บอกว่าเปึนเรื่องที่ต้องเสียสละเพื่อ เรียกร้องประชาธิปไตย ผมถามว่ามันเปึนประชาธิปไตยแบบไหนครับ แบบที่ประเทศต้อง ล่มจมเสียหายจนกู่ไม่กลับใช่ไหมครับ เราเคยมีความหวังว่าเศรษฐกิจเราจะฟุ๋นภายในสิ้นป้นี้ วันนี้เราบอกว่าดีที่สุดคือลบ ๕ คนต้องตกงานอีกกี่แสนคนครับ เพียงเพื่อทิฐิมานะเพื่อ ต้องการชนะแค่นั้นหรือครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลต้องเข้มแข็งครับ แล้วก็ชี้แจงให้ถี่ ชี้แจงให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้ความวุ่นวายนี้ได้มาทําให้คนทั้งประเทศนั้น ต้องตกนรกไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านประธาน ครับ ขออนุญาตพาดพิงครับ
ท่านวรวัจน์มีอะไร เชิญครับ
ขออนุญาต พาดพิงครับท่านประธาน พอดีผมถูกพาดพิงบอก หากินกับศพ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ คนตายเปึนพี่น้องชาวแพร่ ผมเปึนผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พี่น้องผม ผมเจ็บช้ํา ภรรยาผู้ตายให้การขัดแย้งหมดครับ เพราะเขาถูกข่มขู่ แต่พี่น้องเขาคุยกับผม แล้วนะครับ ผมเปึนคนจังหวัดแพร่นะครับ ในเขตเลือกตั้งผม ผมคุยกันแล้ว เขาไม่พอใจ เขารู้ว่าใครเปึนใคร แล้วก็นี่ผมยืนยันได้นะครับ เขาไปร่วมชุมนุมจริง ๆ ไม่ได้มีอะไร มีภาพประกอบ เราไม่ต้องเอาสิ่งอื่นมาพูดกัน ก็ดีครับ รัฐบาลยอมรับว่าใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ท่านตัดสินใจผิดแล้วใช่ไหม ครับ แต่วันนี้ท่านบอกว่าท่านจะปราบโจรคนไทยนะครับ ปราบได้อย่างไรครับ ท่านเรียก คนไทยว่าโจรหรือครับ ท่านปราบเขาน่ะ ไหนท่านบอกว่าสมานฉันท์ล่ะครับ ท่านสมาชิก แห่งรัฐสภาครับ สมานฉันท์ไม่ใช่ปราบนะครับ ไม่ใช่ออกหมายจับ ไม่ใช่จับกุมนะครับ และสิ่งที่ท่านกล่าวหานะครับ บอกว่าข้อมูลคนตายไม่มี ๆ นี่อย่างไรครับ ผมสมาชิกแห่ง สภาแห่งนี้ขอเป่ดดูคลิป ขอเอาคนที่ยืนยันว่ามีการตายเกิดขึ้นมาให้ท่านดู ท่านจะให้ดู ไหมครับ ท่านไม่ต้องเอานอกสภาไกล ๆ หรอกครับ เอาตรงนี้ละครับ อยากดูไหมครับ ให้เป่ดสิครับ แล้วความจริงจะปรากฏ นี่ผมเปึนสมาชิกแห่งสภานี้ผมยังไม่มีสิทธิเลย ท่านประธานครับ ยังไม่กล้าเลย ท่านประธานเปึนประมุขแห่งวุฒิสภาท่านประธานยังไม่ กล้าเลยครับท่านประธานครับ ไปอ้างว่าท่านประธานชัยไม่ให้ ท่านนั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านยังไม่ให้เลย ไม่ป่ดกั้นหรือครับ ผมไม่อยากให้เราพูดให้สับสน ผมไม่แน่ใจนะครับว่า คุณชัยพรไปที่สามเหลี่ยมดินแดงหรือไม่ ผมไม่แน่ใจ แต่ว่าเขาอยู่ในเขตประกาศ พ.ร.ก. แน่ และเขาไปร่วมชุมนุมกับ นปช. แน่ และการกระทํานี่นะครับ หลักฐานทุกอย่างมันโยง มัดไปหมด ผมถามความจริงใจในการตรวจสอบข้อมูลว่าเขาตายอย่างไร ซีซีทีวี มันต้องมี สิ เอามาดูสิ หรือว่ามีแต่สนธิคนเดียวใช้ ซีซีทีวี ได้ คนไทยใช้ไม่ได้ใช่ไหมครับ รากหญ้าใช้ ไม่ได้ใช่ไหมครับ พี่น้องคนเหนือผมไม่ได้ใช่ไหมครับ อีสานไม่ได้ใช่ไหมครับ ต่างจังหวัด ไม่ได้ใช่ไหมครับ พิสูจน์สิครับ นี่ผมมาขอสภาแห่งนี้ในฐานะของสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ ในฐานะของผู้แทนราษฎรนะครับ และท่านมากล่าวหาบอกผู้แทนราษฎรหากินกับศพ ท่านบ้าไปแล้ว ถ้าผู้แทนราษฎรมาบอกสภาแห่งนี้บอกว่าคนของผมพี่น้องผมถูกทําร้าย ด้วยข้อหาที่คนไทยทั้งประเทศสงสัยว่าเปึนการกระทําที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจปราบของ รัฐบาล ผมหากินกับศพมันก็บ้าไปแล้วผมว่า ท่านประธานควรจะต้องวินิจฉัยตัดสินใจ แล้วขอความกรุณาครับ กราบขอความกรุณาครับ ด้วยสถาบันสูงสุดของเราพอได้แล้ว อย่าดึงเข้ามา ผมจงรักภักดีล้านเปอร์เซ็นต์ด้วยหัวใจ ไม่มีหรอกครับไม่จงรักภักดี ไม่มี หรอกครับ ด้วยเกียรติของคนจังหวัดแพร่ ด้วยเกียรติสมาชิกแห่งสภาแห่งนี้ ผมจงรักภักดี พอเถอะครับ อย่าหยุดดึงสิ่งอื่นขึ้นมา วันนี้ท่านมีหน้าที่ทําความจริงให้ปรากฏ วันนี้ทั้ง ๒ สภาต้องพูดคุยกันแล้วหาทางยุติปัญหา ผมก็ไม่ได้ที่จะบอกว่าผมต้องการมาทะเลาะ เบาะแว้ง มิใช่ ผมไม่ต้องการ แต่วันนี้ผมต้องการความจริงให้ปรากฏ ผมว่ารัฐบาลต้องใจ กว้าง สิ่งที่เกิดขึ้นเขาก็บอกว่าแล้วพยานทั้งหลายแหล่เขาจะไว้วางใจรัฐบาลได้อย่างไร เราจะหาวิธีทางออกได้อย่างไร ท่านต้องการให้รบกันหรือครับ ทั้งแดง เหลือง รบกันตีกัน อย่างนี้ต่อไปหรือครับ เศรษฐกิจแก้ไม่ได้หรอกครับ แล้วขอความกรุณาท่านอย่าพูด นะครับว่า เพราะว่าเหตุการณ์ความปัืนป์วนวุ่นวายเลยทําให้ท่านแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ได้ ท่านตัดสินใจออก พ.ร.ก. ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีเหตุอันสมควรมันถึงแก้ไม่ได้ แล้วขอความ กรุณาครับ ถ้าแก้ไม่ได้นะครับ กรุณาลาออกไป พวกเราทําได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรสนานะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะคะ ดิฉันเองก็มีความรู้สึกเสียใจนะคะเกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันสงกรานต์เดือด วันที่ ๑๒ ถึงวันที่ ๑๔ เมษายน ดิฉันรู้สึกว่า มันเปึนสถานการณ์ที่กลับข้างกันกับเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ อย่างไรก็ดีนะคะ เหตุการณ์วันที่ ๑๒ เมษายนของเรานั้นถูกนิตยสารไทม์จัดอันดับเปึนอันดับ ๖ จาก ๑๐ เหตุการณ์สําคัญของโลกในรอบสัปดาห์เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ดิฉันคิดว่าถ้าหากเกิดกรณี การระเบิดของรถแก๊ส เหตุการณ์ของเราอาจจะถูกจัดเปึนอันดับที่ ๑ ในเหตุการณ์ระดับ โลกก็ได้นะคะ การวิเคราะห์ของนิตยสารไทม์เกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทยที่มีการล้ม การประชุมอาเซียนที่พัทยานะคะ นิตยสารไทม์กล่าวในบทวิเคราะห์นั้นว่า นายกรัฐมนตรีได้กลายเปึนตัวตลกในสายตาของผู้นําอาเซียน แล้วก็เกิดความสงสัยว่า ท่านจะบริหารบ้านเมืองไปได้อีกสักกี่วัน แต่ในที่สุดในบทความดังกล่าวนั้นได้ระบุว่า นายกรัฐมนตรีสามารถที่จะปรับเปลี่ยนสถานการณ์ทําให้สามารถยุติความรุนแรงจาก การก่อการจลาจลได้ แล้วก็สามารถมีชัยชนะท่ามกลางสงครามสื่อมวลชน โดยที่สามารถ ที่จะตอบคําถามสื่อต่างชาติได้อย่างมีเหตุมีผล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คิดว่าเปึนภาพที่ค่อนข้างดี ในสายตาของต่างชาติที่มองเหตุการณ์ในประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วข่าว ซีเอ็นเอ็น ก็มี การระบุว่ามีประชาชนเสียชีวิตไป ๒ คน โดยระบุว่าเปึนการเสียชีวิตที่เกิดจากประชาชน กันเอง ไม่ได้เกิดจากในส่วนของรัฐบาล แต่เมื่อเราได้มาประชุมร่วมกันในเรื่อง ๒ สภา ในวันนี้ ก็ปรากฏว่ามีข้อมูลจากเพื่อนสมาชิกหลากหลายที่ออกมาในลักษณะที่ดิฉันคิดว่า แทบจะเปึนขาวกับดํา คือมีการพูดถึงในเรื่องของการเสียชีวิตที่มีการเอาศพไปทําลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเปึนจริงหรือไม่ ดิฉันคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ต้องตั้งกรรมการขึ้นมา ตรวจสอบ เพราะว่าสิ่งที่มีความสงสัยต่าง ๆ เหล่านี้ยังดํารงอยู่ และมีการนํามาอภิปราย ในสภา ดิฉันเองไม่อยากเห็นสภาแห่งนี้เปึนที่ปลุกระดมประชาชนที่รับฟังเรื่องนี้ โดยใช้ สิ่งที่เปึนข้อมูลที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ หรืออาจจะเปึนไปถึงความเท็จ ซึ่งนําไปสู่ความ รุนแรงในบ้านเมืองมากขึ้นกว่านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่ารัฐบาลควรจะต้องตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างรีบด่วน โดยที่ต้องมีกรรมการที่มี ความเปึนกลางเปึนที่เชื่อถือได้ ดิฉันเองก็คิดว่าในวุฒิสภาเราเอง ดิฉันเปึนประธาน กรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล เราเคย ทําการศึกษากรณีเรื่อง ๗ ตุลา เราก็จะทําเรื่องนี้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งถ้าหากใครก็ตาม ประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดในวันนี้ถ้ามีข้อมูลประการใด ดิฉันยินดีรับนะคะ ในการที่ จะส่งเรื่องนี้มาเพื่อให้ทางคณะของเราได้ทําการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป
อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่าในกรณีของรัฐบาลเองจะต้องมีการตรวจสอบ ข้อมูลมากขึ้นว่า กรณีการล้มการประชุมที่พัทยานั้น ดิฉันเองไม่มองว่าเปึนปัญหาของ ประชาชนที่เข้ามาล้อม ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลเองมีการเตรียมการวางแผนไว้ดี เพียงใด ทําไมจึงเลือกพัทยา ทําไมจึงไม่เลือกสถานที่อื่นที่มีการรักษาความปลอดภัย ได้ดีกว่านั้น กรณีดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของการจัดการประชุมหรือเปล่า ในการเลือกสถานที่ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะต้องมีการพิจารณาต่อไป แล้วก็รวมทั้ง พิจารณาว่า การรักษาความปลอดภัยนั้นมีความย่อหย่อนเพราะเหตุใด รัฐบาลมีการ เตรียมการดีเพียงใด เพราะว่ารัฐบาลจะมีการทําหน้าที่ในการที่จะจัดการประชุมต่อใน เดือนพฤษภาคม ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีการเตรียมการที่ดีพอก็นั้นอาจจะเกิดปัญหาต่อไปได้ นะคะ
อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่ารัฐบาลจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าการประกาศ ภาวะฉุกเฉินนั้นมีความชอบธรรมเพียงใด และจะมีระยะเวลานานเท่าไร การประกาศ ภาวะฉุกเฉินนั้นเพื่อปัองกันการก่อการจลาจล แล้วก็การก่อการร้ายใช่หรือไม่ แต่แม้ กระนั้นก็ยังมีการลอบยิงผู้นําของประชาชนที่เปึนฝ์ายเสื้อเหลือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่า เปึนเรื่องที่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลนะคะ
ส่วนในเรื่องของการเยียวยาผู้บาดเจ็บ ดิฉันคิดว่าต้องแยกออกจากการ ดําเนินการหาความผิดในส่วนที่เปึนคดีอาญา ผู้ที่มีการมาชุมนุมแล้วประสบความ บาดเจ็บจะต้องได้รับการดูแล ส่วนที่ถ้าทําความผิดก็ต้องดําเนินการไปตามความยุติธรรม ต่อไป
อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่ามาตรการต่อไปที่รัฐบาลควรจะต้องพิจารณา ก็คือ ควรมีการสร้างบรรทัดฐานของการชุมนุม และมาตรฐานการควบคุมการชุมนุมของ รัฐบาลด้วย เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าการชุมนุมนอกสภานั้นเปึนการเมืองที่อยู่ในกรอบ ของรัฐธรรมนูญ แล้วก็เปึนภาคส่วนที่มีความสําคัญ เราต้องไม่ลืมว่าการชุมนุมในวันที่ ๑๔ ตุลา ทําให้เราสามารถมีรัฐธรรมนูญและมีสภาอย่างที่เปึนอยู่ในทุกวันนี้ หรือเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ นั้นก็เปึนเส้นทางที่นํามาสู่การที่เรามี รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นการชุมนุมนอกสภานั้นเปึนสิ่งที่ไม่ได้นอกรัฐธรรมนูญ แต่ว่าจะต้องมีการทําให้การชุมนุมนั้นอยู่ในกรอบของกฎหมายที่ไม่ล่วงล้ําจาก ประชาธิปไตยไปสู่ความเปึนอนาธิปไตย หรือกลายเปึนการก่อการร้าย หรือก่อการจลาจล เผาบ้านเผาเมืองนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญที่ควรจะต้องมี กฎหมายในการส่งเสริมการชุมนุมในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ แต่ต้องเปึนการชุมนุม ที่ไม่บานปลายไปสู่การใช้ความรุนแรงในการก่อการร้ายหรือเผาบ้านเผาเมืองนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาลเองนี่เราควบคุมการชุมนุมที่ผ่านมาโดยที่เปึนลักษณะ ของการที่ไม่มีประสบการณ์ ในสมัย ๑๔ ตุลาคมก็ตาม พฤษภาคมก็ตาม ทหารควบคุม การชุมนุมโดยการใช้อาวุธสงคราม หรือแม้แต่วันที่ ๗ ตุลาคม การควบคุมการชุมนุม โดยตํารวจก็มีการใช้แก๊สน้ําตา ซึ่งเปึนการใช้ที่เลยเถิดพอสมควร เพราะฉะนั้นในแง่ของ การควบคุมการชุมนุมจากภาครัฐนั้นต่อประชาชน อาจจะเปึนสิ่งที่จะต้องสรุปบทเรียน แล้วก็การชุมนุมในครั้งนี้ การที่เราต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นเพื่อที่จะนําไปสู่ การวางมาตรฐานในอนาคตว่า การชุมนุมของประชาชนนั้นเปึนสิทธิอันชอบธรรม แต่จะต้องอยู่ในกรอบของประชาธิปไตยไม่ใช่อนาธิปไตย แล้วก็การควบคุมการชุมนุมของ รัฐก็จะไม่ต้องไม่ตึงเกินไปหรือไม่หย่อนเกินไปจนเกิดเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นที่พัทยา นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามาตรการระยะสั้น ระยะยาวในเรื่องการปัองกันไม่ให้ การชุมนุมนั้นเลยเถิดไปสู่สงครามประชาชน ซึ่งบานปลายไปสู่ความรุนแรงเปึนสิ่งที่ ต้องพิจารณา แล้วก็จะต้องปัองกันไม่ให้การชุมนุมของประชาชนนั้นเปึนเครื่องมือทาง การเมืองของนักการเมืองด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นการประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลนั้น จะต้องไม่ใช่การจํากัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน แต่ต้องเปึนการควบคุม ที่จะไม่ให้เกิดการก่อการจลาจลและการก่อการร้าย ซึ่งดิฉันเองก็หวังว่ารัฐบาลจะต้อง ตอบคําถามอันนี้นะคะว่าจะประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปนานเท่าไรนะคะ
ประการที่ ๓ ซึ่งเปึนประการสุดท้าย ดิฉันคิดว่าการชุมนุมนอกสภาที่มี มากขึ้นนั้นเนื่องจากว่าสภาของเราอ่อนแอ เราไม่สามารถจะแก้ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ภายในสภา ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองท่านอาจจะมีการพูดถึงเป่ดช่องทางเปึนการโยนหินถามทาง นะคะว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ หรือจะมีการนิรโทษกรรมหรือไม่ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ คงไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะทํากันภายใน ๒ อาทิตย์หรือ ๒ เดือน อย่างที่มีการโยนหินถามทางไป เพราะว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่แก้ไขได้ แต่จะต้องไม่ใช่ แก้ไขเพื่อสมานประโยชน์ระหว่างนักการเมืองกันเอง ดิฉันคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดคือ รัฐบาลจะต้องคํานึงถึงความรู้สึกของประชาชนด้วยว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเปึน ผลประโยชน์ต่างตอบแทนในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกันเองหรือไม่ หรือเปึนการที่จะ สมานฉันท์กับพรรคฝ์ายค้านเพื่อให้รัฐบาลสามารถอยู่ได้นานขึ้นหรือไม่ ดิฉันคิดว่า สิ่งเหล่านี้นี่ เปึนสิ่งที่ถ้าหากว่าเปึนไปเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองนั้น โดยไม่ฟังเสียง อันแท้จริงของประชาชนนั้นเปึนสิ่งที่ไม่เหมาะสมนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการตรวจสอบ ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องทําให้การตรวจสอบของประชาชนที่สามารถตรวจสอบ นักการเมืองนั้นมีความเข้มแข็งมากขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องไม่นําไปสู่ การที่จะเพิ่มอํานาจให้กับนักการเมืองมากขึ้น จนไม่สามารถตรวจสอบได้ ดิฉันคิดว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีข้อดีหลายอย่างนะคะ แต่ว่าเมื่อใช้ ๕ ป้แล้วนี่ สามารถที่จะ แก้ไขได้ แต่ปรากฏว่าใช้ไปเกือบ ๑๐ ป้ไม่มีการแก้ไข แล้วปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นจุดอ่อนที่สําคัญที่สุดคือ การต่อรองอํานาจในส่วนของประชาชนในการตรวจสอบ นักการเมืองนี้แทบไม่มีเลย เพราะฉะนั้นจึงทําให้สภานั้นกลายเปึนสภาที่ไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หรือตรวจสอบความมีธรรมาภิบาล หรือการทุจริตคอร์รัปชัน ของนักการเมืองได้ ทําให้การชุมนุมนอกสภานั้นเกิดขึ้นและบานปลายไปสู่การรัฐประหาร ดิฉันคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นจะต้องมุ่งเน้นในเรื่องของประโยชน์ของประชาชนให้มาก ที่สุด ต้องไม่ใช่เน้นที่ประโยชน์ของฝ์ายการเมืองเท่านั้น เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝาก ไปถึงรัฐบาลว่า การโยนหินถามทางของท่านต้องระวังอย่าโยนหินใส่เท้าตัวเองนะคะ เพราะว่าการที่จะสื่อสาร ส่งสารออกไปว่า เพื่อที่จะให้ลดแรงกดดันแล้ว อาจจะนําไปสู่ การนิรโทษกรรมหรือการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองเพียงอย่าง เดียวนั้นดิฉันเชื่อว่า ประชาชนที่เปึนเจ้าของอธิปไตยเขารับไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอ ฝาก ๓ เรื่องนะคะ
ประการที่ ๑ ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการที่เปึนอิสระขึ้นมาตรวจสอบเรื่อง กรณีสงกรานต์เดือดที่เกิดขึ้น ซึ่งทางวุฒิสภาเราเอง ดิฉันเองก็จะร่วมทําในเรื่องนี้ด้วยอีก ทางหนึ่ง
ประการที่ ๒ ควรจะมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการชุมนุมสาธารณะที่มีความ สร้างสรรค์ เปึนลักษณะของการที่จะส่งเสริมการชุมนุมซึ่งอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนสามารถทําได้ แต่ต้องมีการควบคุมไม่ให้บานปลายเลยเถิดไปสู่ลักษณะของ การที่เปึนอนาธิปไตยหรือการก่อการร้าย หรือการก่อการจลาจลเผาบ้านเผาเมือง แล้วรัฐบาลเองจะต้องมีการสรุปบทเรียนของการที่จะควบคุมการชุมนุมโดยที่ไม่หนัก เกินไปหรือย่อหย่อนจนเกินไป
ประการที่ ๓ ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการนิรโทษกรรม ดิฉันคิดว่า จะต้องฟังเสียงของประชาชนให้มาก และจะต้องพยายามตรวจสอบว่าไม่ได้เปึนไปเพื่อ การอิงประโยชน์ การตอบแทนประโยชน์ซึ่งกันและกัน หรือการลดแรงกดดัน แล้วก็ยอมใน การทําสิ่งที่ดิฉันคิดว่าไม่ใช่ตามหลักนิติรัฐหรือประชาธิปไตย ก็ขอฝากไว้ ๓ ประเด็น ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสุริยาครับ
ท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐมนตรี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิก วุฒิสภา จังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา มีเวลาที่ได้รับการจัดสรรเพียง ๕ นาที จะพยายามรักษาเวลาอย่างเต็มที่ครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอชมเชยรัฐบาลที่ใจกว้าง ใจถึง ยอมรับที่จะฟังข้อมูลจากสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ แม้ว่าบางครั้งอาจจะมีปัญหาในเรื่องของ การถกหรือโต้เถียง โต้ตอบกันบางเรื่องบางกรณี แต่ก็ถือว่าผลที่ได้จากการนําเสนอของ สมาชิกรัฐสภาในวันนี้ คิดว่ารัฐบาลน่าจะนําไปใช้ น่าจะนําไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ ต่อการที่จะดําเนินการต่อไป
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ ในช่วงเกิดเหตุการณ์วันนั้นซึ่งเรียกว่า สงกรานต์ที่มีปัญหานะครับ ผมเสียดายเหลือเกินที่ไม่มีโอกาสได้เห็นสด ๆ เนื่องจากว่า ขณะนั้นผมอยู่ในประเทศมาเลเซียหลายวัน กลับมาเหตุการณ์ทุกอย่างก็ฟังแต่ข่าวนะครับ ฟังแต่ข่าว อ่านแต่ข่าวนะครับ อย่างนี้ครับท่านครับ ผมมีแนวคิดที่หลากหลาย ขออภัย ผมมีแนวคิดที่แปลกและแยกไปจากสมาชิกท่านอื่น ๆ อยู่ ซึ่งเดี๋ยวในเวลาอันจํากัดนี้ ผมอยากจะเรียนเปึนขั้นเปึนตอนไปนะครับ
ท่านผู้มีเกียรติครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อนป้ ๒๕๔๙ นะครับ แล้วก็มี ความขัดแย้งต่อเนื่องตลอดมาหลายกลุ่ม หลายองค์กร หลายบุคคล พยายามที่จะ เสนอแนะวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาลมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านสมัคร มาถึงท่านสมชาย ปัจจุบันนี้ก็คือท่านอภิสิทธิ์ ก็ยังหาวิถีทางที่จะแก้ปัญหาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ยังไม่ได้ เลยครับท่าน มีบางท่านบอกว่าวิธีแก้ก็คือ รัฐบาลต้องลาออก ตั้งแต่สมัยท่านสมัคร ตั้งแต่ สมัยท่านสมชาย และมาถึงยุคนี้ก็ต้องลาออกเหมือนเดิม และมีบางท่านบอกว่าต้อง ยุบสภา มีบางท่านบอกว่าต้องตั้งคณะปฏิรูป มีบางท่านบอกว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งหมดนั้นดูแล้วเปึนเรื่องยาก เปึนเรื่องยากและมีปัญหาสลับซับซ้อนมาก เนื่องจากว่า เราคนไทยแท้ ๆ ปากเราอ้างว่า รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่เอาเข้าจริง ๆ ผมเข้าใจว่า ถ้ารักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมมั่นใจว่าต้องพูดกัน รู้เรื่อง พูดกันเข้าใจ และสามารถที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันนี้ท่านครับ ต่างคนต่างพูด พูดกันคนละเวลา พูดกันคนละเวที ซัดกันไปซัดกันมา ในที่สุดก็ไม่ได้อะไร สุดท้ายก็ยิ่งเกิดความแตกแยกออกมาเปึนเสี่ยง ๆ ดังที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมมีความคิดเห็นที่อยากจะเสนอเพียงสั้น ๆ อย่างนี้ครับว่า ถ้าประเทศ ไทยเปึนเรือลําใหญ่ที่ล่องลอยอยู่ในทะเลของโลก หรืออาจจะเรียกว่า มหาสมุทรของโลก มีผู้โดยสารจํานวน ๖๐ กว่าล้านคน บังเอิญเรามีเปัาหมายที่จะไปสู่ฝัืง ที่มีชัยชนะทางด้าน เศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง แต่ปรากฏว่าในขณะนี้คนโดยสารทะเลาะกันเอง เรือรั่วครับ ขณะนี้ครับท่านประธานครับ เรือรั่วแล้ว แต่เราไม่มีจิต ไม่มีใจ หรือมีแต่เราไม่มี วิถีทางที่จะไปอุดรูรั่ว น้ําทะลักเข้าเรือตอนนี้ ท่านประธานครับ ผมเปึนห่วงเหลือเกินว่า ถ้าเรือลํานี้อับปางอันเนื่องมาจากคนไทยที่ปากอ้างว่า รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ แต่เรือลํานี้อับปางลงนะครับ เราจะไม่มีลูกหลานให้ได้เชยชม ประวัติศาสตร์ครับ พี่น้องครับ ท่านผู้มีเกียรติครับ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอสั้น ๆ อย่างนี้ ในเวลาอันจํากัด ๑. รัฐบาลจะต้องสรรหาคณะบุคคลซึ่งอาจจะเรียกว่า ผู้ทรงคุณวุฒิ ในการที่จะทําหน้าที่ประนีประนอมคู่กรณี ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน ส.ว. ไม่ว่า จะเปึนกลุ่มต่าง ๆ หันหน้าเข้ามาหากันสิครับ คุยกันสิครับ ถ้าต่างคนต่างคุย คุยกันคนละ วิธีไม่มีทางจบ เพราะฉะนั้นในความรู้สึกของผม แม้จะทํายาก แม้จะทําไม่ได้ก็จริงอยู่ ครั้งหนึ่งผมเคยเสนอท่านประธาน ท่านประธานวุฒิสภา เสนอเปึนเอกสารว่า วิธีแก้ที่ดี ที่สุดในขณะนั้นซึ่งผ่านมาหลายเดือนแล้ว ท่านก็บอกว่าถ้าทําได้ก็ดี แต่กลัวจะทําไม่ได้ ถ้าทําไม่ได้ ไปเชิญ ไปเรียกร้อง ผมได้เสนอว่า ไม่น้อยกว่า ๗ ท่านด้วยกัน ซึ่งเปึนบุคคลที่ คนไทยเราให้ความเคารพและนับถือมาเปึนคนกลางครับ การเจรจาปรานีคู่กรณี ถ้าไม่มี คนกลางโอกาสที่จะประสบความสําเร็จน้อยมาก ๆ ครับ เพราะฉะนั้นในโอกาสต่อไป อยากจะเรียกร้องรัฐบาลได้สรรหากลุ่มบุคคลที่มีคุณภาพเปึนที่เคารพและนับถือของคน ไทยทั้งประเทศ แม้จะไม่ทั้งประเทศแต่ก็ให้เปึนคนที่เคารพและนับถือนะครับ ประเด็นที่ ๑ นะครับ มาทําหน้าที่ประนีประนอม ถามว่าการประนีประนอมเกิดผลอย่างไรบ้าง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า การประนีประนอมจะประสบความสําเร็จได้นั้นก็คือ
๑. คู่กรณีต้องยอมรับผลที่เกิดจากการปรานี ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ คู่กรณีจะต้องเสียสละ ผมเคยยกตัวอย่างว่า การซื้อขาย ถ้าผู้ขายต้องการที่จะขาย ๑,๐๐๐ บาท แต่ผู้ซื้อต้องการที่จะซื้อเพียง ๘๐๐ บาท ถ้าต่างคนต่างยืนหยัด โดยบอกว่า ผม ๑,๐๐๐ บาท และอีกท่านหนึ่งบอกว่า ฉัน ๘๐๐ บาท ถ้าอย่างนี้โอกาสที่จะประสบ ความสําเร็จไม่มีแน่ ผลก็คือคนขายไม่ได้ขายของ แต่คนซื้อก็ไม่ได้ของ อย่างนี้แหละครับ เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คืออาจจะพบกันครึ่งทางก็ได้ อย่างเช่น คนขายบอกว่าถ้าอย่าง นั้นเอาสัก ๙๐๐ บาทได้ไหม คนซื้อก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นผมก็ขอขึ้นไปสัก ๑๐๐ บาท ก็กลายเปึน ๙๐๐ บาท อย่างนี้แหละครับคือการประนีประนอม ผมพูดอย่างนี้หลายครั้ง แต่หลาย ๆ ท่านบอกว่าเปึนไปไม่ได้ บ้านนี้เมืองนี้เปึนไปไม่ได้ ผมยังสงสัยว่าเปึนไปไม่ได้ อย่างไรนี้ นี่เราคนไทย ปากบอกว่า รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วทําไมเปึนไป ไม่ได้ นี่แหละครับ เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอประเด็นที่ ๑ นะครับ
-๒๓๑/๑
ประเด็นที่ ๒ นิดเดียวครับท่านประธานครับ นิดเดียว เพราะว่าถูกเบียด เวลามาตลอดครับ ประเด็นที่ ๒ นั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านบอกว่า นี่รัฐบาลบอกว่าจะตั้ง คณะทํางานปฏิรูปการเมืองนี่เห็นด้วย ขณะนี้ทางรัฐบาลก็ได้ดําเนินการไปแล้วนะครับ
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะฝากจริง ๆ ก็คือ ขอเวลานิดเดียว คือผู้ใดกระทํา ความผิดในบ้านนี้เมืองนี้ผู้นั้นจะต้องได้รับโทษ ไม่ว่าจะเปึนคดีอาญาหรือคดีแพ่ง ย้อนกลับไปเมื่อหลายป้ที่ผ่านมา คดีที่มัสยิดกรือเซะยังสะสางไม่เสร็จ คดีตากใบ ยังสะสางไม่เสร็จ จึงทําให้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มองว่า เข้าใจว่า และคิดว่านี่คือความเปึนธรรมยังไม่ปรากฏ เมื่อความเปึนธรรมไม่ปรากฏ แก้อย่างไรมันก็แก้ไม่สําเร็จ เพราะฉะนั้นต้องสร้างความเปึนธรรมให้ปรากฏเสียก่อน จึงจะแก้ปัญหาได้ในอนาคตครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ คุณหมอแวมาฮาดี อยู่ไหมครับ ไม่อยู่อีกนะครับ คุณหมอแวมาฮาดี ไม่อยู่ก็เชิญ ท่านจํานงค์ สวมประคํา ครับ ต่อเลย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายจํานงค์ สวมประคํา สมาชิกวุฒิสภา ขอประทานอนุญาตรัฐสภาสัก ๕ นาที กระผมเติบโตในรัฐสภา เปึนข้าราชการรัฐสภา ตั้งแต่ซี ๓ ยันซี ๑๑ ก็ได้มีโอกาสเห็นวิกฤตการณ์บ้านเมือง หลากหลายรูปแบบ ในสมัยก่อนหน้านั้นเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบ มีคนมาถามกระผม กระผมมักจะตอบได้ว่า จะจบลงอย่างไร ๒ ป้ผ่านมานี้ เมื่อมีวิกฤตการณ์ทางการเมือง เกิดขึ้น เมื่อมีคนมาตั้งคําถามว่า ท่านเลขาธิการอันนี้จะจบอย่างไร ไม่มีวิทยายุทธ์ที่จะ ตอบนะครับ ความรู้ที่มีหายหมดเลย ตอบได้สั้น ๆ ว่า ไม่รู้ กระผมเชื่อว่าคนเปึนจํานวน มากที่เห็นเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยขณะนี้ ตอบเหมือนกระผมว่าไม่รู้จะจบ ลงอย่างไร กระผมวิเคราะห์ดูนะครับในฐานะที่เปึนคนรัฐสภาคนหนึ่ง คิดว่าการเมืองขณะนี้ ไม่ว่าฝ์ายใด มีอัตตาสูงมากเลย การได้มาซึ่งอํานาจของกลุ่มบุคคล ไม่ว่ากลุ่มใด อย่างเช่น รัฐบาลชุดก่อนก็พยายามที่จะอยู่แล้วคิดว่าเปึนอํานาจของข้าพเจ้า ไม่ยอม สูญเสีย อีกฝ์ายหนึ่งก็พยายามดิ้นรนที่จะให้ได้มาซึ่งอํานาจ ถูกกติกาบ้าง ไม่ถูกกติกาบ้าง เมื่อได้อํานาจมาแล้วก็พยายามรักษาอํานาจนั้น เรียกว่า มีอัตตาสูง กระผมลองคิดดู ในฐานะที่เปึนมหาเก่านี่ครับว่า ถ้าสภาและพี่น้องประชาชนทั้งชาติ กรุณาลดอัตตาลง ยึดมั่นถือมั่นว่า อ้ายนี้เปึนของฉันให้น้อยลง อันนี้เปึนอํานาจฉัน ฉันไม่ยอม ฉันจะต้องสู้ ถ้าไม่ชนะฉันไม่เลิก มาชุมนุมเมื่อไรก็บอกว่า ถ้าไม่ชนะไม่เลิก กระผมเชื่อว่าบ้านเมือง ที่จะต้องการความสงบไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ ข้อเสนอแนะกระผมมีสั้น ๆ อยากจะ เสนอแนะสั้น ๆ สัก ๒ ประการ คือ อยากจะวิงวอนให้ท่านสมาชิกทั้งหลายและผู้ได้อํานาจ ลดอัตตาลง วิธีลดอัตตาลงก็คือ คิดว่าอํานาจเปึนของประชาชน ถ้าเมื่อใดการรักษา อํานาจแล้วราษฎรต้องเจ็บป์วยล้มตายลง กระผมว่าน่าจะถอยไปก่อน อันนี้ เปึนข้อเสนอที่ ๑
ข้อเสนอที่ ๒ ผมอยากจะเสนอว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ถ้าใช้ธรรมะ สักข้อหนึ่ง คืออภัยทาน ให้อภัยกัน วิธีที่จะให้อภัยผมเสนอ ๒ ทาง คือ ๑. ลดความรู้สึกว่า ฉันเปึนผู้ชนะ ฉันเปึนผู้แพ้ ฉันแพ้ไม่ได้ ฉันจะต้องชนะท่าเดียวลง แล้วให้อภัยกัน ไม่โกรธ ไม่เกลียดกัน ประเด็นที่ ๒ อยากจะเสนอว่าการที่จะเกิดอภัยทานนั้นต้องแก้ปัญหาโดย ที่ใดที่มีปัญหาก็ไปแก้ เช่น ถ้าหากเห็นว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาก็แก้เฉพาะที่มีปัญหา คนที่ เปึนเจ้าของรัฐธรรมนูญก็ลดฐิทิลง อย่าไปยึดถือว่าอันนี้รัฐธรรมนูญของฉันใครอย่าแตะ คิดสักนิดหนึ่ง แล้วก็เป่ดใจกว้าง
อันที่ ๒ คือผมอยากเห็นมีพระราชบัญญัติให้อภัยโทษซึ่งกันและกัน เหมือนปฏิวัติทุกครั้งเขาจะมีพระราชบัญญัติอภัยโทษเพื่อให้คณะปฏิวัติพ้นผิด สถานการณ์ตอนนี้ผมเชื่อว่าคนไทยตกเปึนเหยื่อทางการเมือง แล้วต้องคดีเยอะมากเลย ถ้าเรามีพระราชบัญญัติให้อภัย คดีความต่าง ๆ ก็จะลดลง ส่วนการจะให้อภัย จะใช้ใคร บ้างที่จะได้รับอานิสงส์นี้ ไม่ขออนุญาตที่จะเสนอแนะครับ ก็แล้วแต่สมาชิกจะใช้ดุลยพินิจ ท่านประธานครับ ผมมีข้อเสนอแค่นี้ครับ ด้วยความเคารพครับ
ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ
ครับ มีอะไร
ท่านประธานคะ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา
เดี๋ยวจะถึง เดี๋ยวสักครู่ก็ถึงแล้วครับ คือเดี๋ยวท่านก็ได้อภิปรายแล้ว มันมีรายชื่ออยู่แล้วครับ
ท่านประธานคะ นิดเดียวค่ะ ดิฉัน อรุณี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานได้เรียกชื่อ หมอแวมาฮาดี นะคะ
ครับ
เผอิญท่าน ติดภารกิจไปรับพระราชทานเครื่องราชย์ ทางฝ์ายค้านขอใช้สิทธิตรงนี้ให้ดิฉันเปึนคน
ถ้าอย่างนั้นเชิญเลยครับ
ประธานที่ เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา พรรค เพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังที่ประชุมทุกท่าน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนนะคะว่า วันนี้ขอให้ทุกท่านได้เป่ด ใจกว้างที่จะรับฟังข้อมูล ข้อมูลนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองทุกฝ์ายต้องเป่ดใจกว้าง ที่จะเปึนกลาง แล้วให้พี่น้องประชาชนเปึนผู้ตัดสินใจนะคะ นักวิชาการก็ต้องทําใจให้เปึน กลางก่อนที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์นะคะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ท่านต้องมีความอดทนสูงที่จะรับฟังข้อมูลของซีกฝ์ายค้าน เพราะว่าข้อมูล บางอย่างท่านอาจจะไม่ได้เห็นในหน้าสื่อก็ได้นะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันมีเวลา สั้นก็จะขอเจาะเข้าประเด็นเลย แล้วก็หลังจากนั้นจะเปึนข้อเสนอแนะให้กับท่าน นายกรัฐมนตรีได้หาทางออกนะคะ ต้องกล่าวหาเปึนเบื้องต้นว่าท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ และรัฐบาลชุดนี้เปึนผลไม้ที่มาจากต้นไม้ที่เปึนพิษ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กระบวนการทั้งหลายที่เกิดขึ้น ท่านได้ใช้กระบวนการตุลาการภิวัตน์ไปสลายกําลังของ พรรคพลังประชาชน สลายพรรคพลังประชาชนที่พี่น้องประชาชนได้เลือกขึ้นมา กระบวนการนั้นทุกคนทราบดี หลังจากยุบพรรคไทยรักไทยไปแล้ว แต่บังเอิญว่าเกิดหน่อ ใหม่ของพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้นด้วยพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ท่านก็ตามไปยุบอีก แล้วหลังจากนั้นตามยุบแล้วกระบวนการของท่าน ท่านใช้วิธีการไหน พี่น้อง ส.ส. ที่อยู่ใน สภาเขาป่ดกันให้แซ่ดค่ะ ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่าน ส.ส. บุญรื่น ท่านก็ยังพูดเปึนตลกนะคะ ว่า มีพี่น้องภาคอีสานของเราบางคนก่อนจะโหวตนายกรัฐมนตรี มีคนโทรศัพท์ไปเรียก เรียกเสร็จแล้ว ก็ลงไปหิ้วไหล่เอียงไป ดิฉันก็ถามว่า เอ๊ะ ที่หิ้วไหล่เอียงเปึนอะไร แกก็หัวเราะบอกว่า สงสัยไหปลาร้ากระมัง กินกันตลอดชาติก็ไม่หมด ท่านประธานคะ เขาป่ดกันให้แซ่ดนะคะ แต่ว่าพวกเรารู้อยู่แก่ใจ รู้กันหมดค่ะ ท่านถึงเปึนผลไม้ที่มาจาก ต้นไม้ที่เปึนพิษนะคะ ด้วยความเคารพต่อตัวท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปึนคนที่มี ความรู้ แต่ความดีนั้น ณ วันนี้ดิฉันไม่มั่นใจค่ะ ท่านจบมาจากประเทศที่เปึนต้นกําเนิดของ ประชาธิปไตย แต่ท่านไปรับกระบวนการประชาธิปไตยที่มันลับ ลวง พราง ซ่อนรูปอยู่ นะคะ แต่ท่านป่ดหูป่ดตาประชาชนไม่ได้แค่นั้นเอง เดี๋ยวนี้มันโลกาภิวัตน์ในเรื่องสื่อ มันจึง เกิดปรากฏการณ์เสื้อแดงขึ้นอย่างไรคะ เพราะคนเสื้อแดงเขาก็ดูสื่อเปึนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพี่น้องก็จะเห็นว่า ปรากฏการณ์เสื้อแดงที่เกิดขึ้นเต็มใจกลางเมืองหลวงเมื่อ วันที่ ๘ นั้น มาด้วยใจ มาด้วยความรู้สึก ความรู้สึกของเขามีแค่ ๓ ประการค่ะ ๑. รับ ไม่ได้กับกระบวนการประชาธิปไตยที่ซ่อนรูป รับไม่ได้กับความไม่มาตรฐานของ กระบวนการยุติธรรม และรับไม่ได้ที่มีกระบวนการไล่ล่านายกรัฐมนตรีทักษิณ จนไม่มี แผ่นดินอยู่ ทั้ง ๆ ที่เขาเปึนคนที่ทําให้พี่น้องประชาชนคนรากหญ้าลืมตาอ้าปากได้ ท่านประธานที่เคารพคะ เขาพวกนี้เสียดายอยู่อย่างว่า เขาเปึนม็อบไม่มีเส้น แต่รัฐบาลนี้ มีเส้นค่ะ เส้นอะไรคะ เส้นจากพี่น้องสื่อมวลชนบางกลุ่ม บางกลุ่มนะคะ ไม่ได้พูดรวม ทั้งหมด เส้นจากตุลาการภิวัตน์ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนะคะ ไม่ใช่คนที่จะเปึนศาลทุกคนเปึน กระบวนการนะคะ เส้นจากทหาร ดิฉันขอกล่าวหานะคะ เพราะฉะนั้นการดําเนินการ สลายม็อบที่เกิดขึ้นจนนํามาสู่ประเด็นการเป่ดสภาในวันนี้นั้นมันเปึนผลไม้ที่เริ่มออกฤทธิ์ แล้วค่ะ ความเปึนพิษของมัน ท่านนายกรัฐมนตรีพูดหน้าสื่อดีมาก หล่อมากนะคะ ดูดี ไปหมดเลย ถ้าเปรียบเสมือนเหตุการณ์ในวันนี้ ท่านเหมือนผู้จ้างวาน นั่นก็คือ เปึนคนออก ประกาศ พ.ร.บ. ฉุกเฉินร้ายแรงที่นําไปสู่กระบวนการเหตุการณ์ทั้งหลายในวันนี้ แต่ท่าน อยู่หน้าสื่อดูดีมาก อะไรที่ไม่ดีทั้งหลายท่านให้รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงมาชี้แจง หมด นี่แหละค่ะนายกรัฐมนตรีคนนี้ดิฉันขอกล่าวหาว่า หน้าอย่างใจอย่างหรือเปล่าไม่รู้ นะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ๒ มาตรฐาน ไม่พูดความจริง พูดความจริงไม่หมด เพราะฉะนั้นสิ่งต่อไปดิฉันขอนําเสนอที่ประชุมนั้นจะเปึนภาพคลิปวิดีโออยู่ ๒ ชุดนะคะ ขออนุญาตทางเจ้าหน้าที่ขอชุดแรก ชุดนี้น่ารักนะคะท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี
(ฉายวีดิทัศน์ประกอบการอภิปราย)
เจ้าหน้าที่ คะ ชุดแรกขอแค่นี้ก่อนนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ น่ารักมากค่ะ คนเสื้อแดง ผู้หญิง เสื้อแดงเอาดอกไม้ไปให้ทหาร เอาน้ําไปให้อีกค่ะ นั่งกราบกรานไว้ทหารของชาติ คุกเข่า ลงไหว้ ในมือก็ถือธงชาติ นี่แหละค่ะ แต่ภาพอีกภาพหนึ่งอยากจะนําเสนอที่ประชุม ขอภาพชุดที่ ๒ ด้วยค่ะ
(ฉายวีดิทัศน์เพื่อประกอบการอภิปราย)
เจ้าหน้าที่ คะ โอ.เค. ค่ะ ท่านประธานคะ ภาพนี้เมื่อคืนท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง บอกว่าชาวบ้านเขาทะเลาะ เปึนเรื่องของพลเมือง ทหารไม่เกี่ยว ท่านประธานคะ จะเกี่ยว ไม่เกี่ยว เมื่อคืนท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงได้โชว์ภาพแผ่นนี้นะคะ เมื่อสักครู่ นี้วีดิโอดิฉันได้โชว์ให้ที่ประชุมได้ทราบ แต่ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องที่จะเสริม ท่านทราบไหมว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ลําดับเหตุการณ์เปึนอย่างไร ผู้หญิงคนนี้นะคะ ผู้หญิงเสื้อแดงที่โดนจิกผมลาก ขอทางโทรทัศน์ช่วยซูม (Zoom) ด้วยนะคะ เพราะภาพนี้ แบ็ค (Back) หลังจะเปึนทหาร ท่านต้องซูมนะคะ สทท. ๒ ที่สัญลักษณ์สีม่วงนะคะ ท่านประธานที่เคารพ ภาพเหตุการณ์นี้ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นี้มันมีเหตุการณ์ที่ทหารอยู่ ข้างหน้า ประชาชนสีแดงอยู่อีกฝัืงหนึ่ง ลักษณะของเหตุการณ์มีการยืนประชันหน้าหากัน ผู้หญิงทั้ง ๒ คนอยู่บนสะพานที่อนุสาวรีย์ค่ะ เขาเห็นเหตุการณ์แล้วเขาทนไม่ได้ เพราะเขารับไม่ได้กับการกระทําของทหาร เขาจึงชวนกันเดินกันลงมา ผู้หญิงคนแรก ที่เสื้อสีแดงนั้นเขาถือธงชาติด้วยค่ะ แล้วก็ไปนั่งกราบไหว้ทหารว่าขอร้องทหารอย่าฆ่า พี่น้องประชาชนเลย เขากราบขอร้องทั้ง ๒ คน ถือธงชาติมือหนึ่งว่าขอร้องทหารอย่าฆ่า ประชาชน หยุดเถอะ แต่ผู้ชายคนที่จิกผมผู้หญิงคนนั้นเขากลับบอกว่าพวกเขาหยุดแล้ว พวกคุณทําไมไม่หยุด ใครใช้ให้คุณมา ทักษิณใช้มาหรืออย่างไร อันนี้เปึนคําพูดของผู้ชาย คนนั้น แล้วพูดต่อบอกว่า ทหารไม่เคยใช้ป๋น ไม่เคยฆ่าใคร ไม่เคยทําร้ายใคร ผู้หญิงคนนี้ ก็ตอบบอกว่า ผู้หญิงเสื้อแดงบอกว่า ทําไมจะไม่ฆ่าเห็นมากับตา มีพยานหลักฐานหมด เขาบอกพยานหลักฐานที่ไหน ผู้ชายคนนั้นเขาถามกลับ ผู้หญิงคนนี้ก็เลยตอบว่า ไปที่ทําเนียบรัฐบาลสิ มีหมดเลย มีทั้งปลอกกระสุน มีทั้งคนบาดเจ็บ ผู้ชายคนนี้ ทําอย่างไรคะ หลังจากนั้น เขาเข้าไปกระชากผู้หญิงคนนี้เลยบอกว่า มึงปากดีนัก ขอโทษ ท่านประธานที่ต้องใช้คําพูดที่เปึนคําพูดที่เปึนข้อเท็จจริง บอกมึงปากดีนัก นี่แหละค่ะ ผู้ชายคนนั้น แล้วถามว่า คนคนนี้ เหตุการณ์วันนั้นผู้สื่อข่าวจะอยู่ข้าง ๆ เปึนวงอยู่ ทหาร จะอยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วที่สําคัญผู้ชายคนนี้อยู่หน้าทหาร ถามว่าทหารบําบัดทุกข์ บํารุงสุข ปกปัองพี่น้องประชาชนหรือ อย่างนี้หรือที่เขาเรียก ปกปัอง ยืนอยู่เฉย ๆ ทําไมเขายืน เฉย ๆ คะเพราะคนนี้เปึนหัวหน้าชุดทหารของเขาเอง เขาไม่กล้าที่เข้ามาช่วยเพราะลูกพี่ เขาลงมือเองอย่างไรคะ แล้วพยายามที่จะลากผู้หญิงคนนี้ ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ชื่อว่า คุณธันวา เขาเปึนการ์ดพันธมิตร เขาเปึนหน่วยพยาบาลของพันธมิตร เห็นในเหตุการณ์ แล้วส่งคลิปวีดิโอมาให้ เขาบอกว่าในเหตุการณ์นั้นผู้ชายคนนี้ที่เปึนทหารพยายามที่จะถูลู่ ถูกังลากผู้หญิงด้วยการกระชากอย่างแรง กระชากผมนะคะ กระชากอย่างแรงจนทรุดลง เข่ากระแทกพื้น แล้วพยายามจะดึงเข้าไปในกลุ่มทหาร
เวลาครับ
ไม่เปึนไร ค่ะท่านประธาน เพราะประธานวิปบอกว่าให้ดิฉันต่อได้ ท่านบวกเวลาของฝ์ายค้าน ก็แล้วกัน ถ้าผู้หญิงคนนี้หลุดเข้าไปในกลุ่มทหารอะไรจะเกิดขึ้น จะโดน ท็อปบูท (Top Boot) เหยียบหรือเปล่า เหมือนภาพที่ท่านวจวัจน์พูดเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานช่วยบอกให้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีวินิจฉัยเรื่องนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้ผู้หญิงคนที่ถอดเสื้อ เขาถอดเสื้อแดงเพื่อไล่ทหารนะคะ แล้ววันนี้หลังจากนั้น เหตุการณ์ผ่านไป ๓ ชั่วโมงที่เกิดเหตุการณ์นี้ยังติดต่อตัวไม่ได้เลย ยังติดต่อตัวไม่ได้ ไม่ทราบว่าหายไปหรือสาบสูญไปอย่างไรหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบนะคะ เพราะว่าในทางมนุษยชนนั้น สหประชาชาติเขาบอกว่าคนที่ลงมือ ทําร้ายผู้หญิง ทารุณผู้หญิงถือว่าคุณได้ก่ออาชญากรรมแล้วโดยบุคคล แต่ถ้ารัฐบาล ได้เปึนผู้กระทําคุณต้องรับผิดชอบ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คะ ดิฉันอยากให้ท่าน มานั่งอยู่ตรงนี้ เสียดายท่านไม่อยู่ ถ้าผู้หญิงคนสีแดงที่โดนจิกผมลากนั้นเปึนมารดาของท่าน ท่านจะรู้สึกอย่างไร ถ้าผู้หญิง คนนั้นเปึนภรรยาของท่าน ท่านจะรู้สึกอย่างไร และถ้าผู้หญิงคนนั้นเปึนลูกสาวของท่าน ท่านจะรู้สึกอย่างไร ท่านรู้สึกอย่างไรคะ ท่านจะอํามหิตขนาดท่านจะใจดําขนาดไหนกับ การกระทําของทหารต่อผู้หญิง ดิฉันรับไม่ได้ พี่น้องสมาชิกรัฐสภาไม่ว่าจะเปึนผู้หญิง ผู้ชาย ขอให้ช่วยกันพิจารณาตรงนี้เถอะค่ะ ด้วยความเปึนกลางดิฉันไม่ขอให้เข้าข้างพี่น้อง เสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงทั้งสิ้น แต่ขอความเปึนมนุษยชน วันนี้ความเปึนมนุษย์ของเขาถูก เหยียบย่ําศักดิ์ศรีของเขา โดนท็อปบูทเหยียบย่ําไปแล้ว ต้องช่วยกันมาเรียกร้อง และวันนี้ หลังจากนี้ต่อไป เมื่อคืนท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นบอกชาวบ้านเขาทะเลาะกัน เดี๋ยวท่านจะลุกขึ้นมาตอบอย่างไรดิฉันไม่อาจจะทราบได้แต่จะรอฟัง แต่ว่าท่านต้องตอบ ให้ดีนะคะ เพราะว่าผู้หญิงที่โดนจิกผมนั้นเขามานั่งอยู่ในสภาฟังดิฉันอภิปรายอยู่ข้างบน แล้วค่ะ วันนี้เขากล้าเป่ดนะคะ กล้าที่จะเป่ดตัวเพื่อมาเปึนพยานหลักฐานข้อเท็จจริงนะคะ ให้กับสภาแห่งนี้ เขาลุกขึ้นยืนเห็นไหมคะใส่ชุดสีดํา เขากล้าขนาดไหน ก่อนจะอภิปราย ดิฉันถามเขาว่าพี่ทําไมกล้าอย่างนี้ เขาบอกวันนี้เขายอมตายเพราะเขาไม่เห็นด้วยกับ ความไม่ยุติธรรม เขาไม่เห็นด้วยกับความไม่ยุติธรรมนะคะ แต่ตอนนี้ถึงแม้เขาจะตายเขา ขอแค่ลูก ๓ คนของเขานั้นที่มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยและเปึนสุข ท่านนายกรัฐมนตรีคะ ท่านยังจะอยากนั่งอยู่บนตําแหน่งอันทรงเกียรติที่ท่านเปึนผลไม้ที่ออกพิษแล้วหรือเปล่า หยุดเถอะค่ะท่าน มันไปไม่ได้แล้วประเทศชาติ ท่านต้องยุบสภาหรือลาออกอย่างไรก็ได้ แต่ท่านอย่านั่งอยู่บนตําแหน่งนายกรัฐมนตรีเก้าอี้ที่มีศักดิ์ศรีของคนไทยทั้งประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีดิฉันเคารพท่านในอดีตที่ผ่านมาตลอด อยากเห็นอนาคตทางการเมือง ของท่าน และยังนึกเชียร์อยู่ในใจถึงแม้ท่านจะไม่ได้เปึนผู้นําในพรรคของดิฉัน แต่วันนี้ออก ก่อนค่ะท่าน ลาออกหรือยุบ แล้ววันหน้ายังมีรอท่านอยู่ แต่วันนี้ดิฉันขอให้ออกเพราะอะไร ค่ะ ท่านประธานที่เคารพ เรารับไม่ได้กับอาชญากรแผ่นดินที่เปึนนายกรัฐมนตรี ที่กระทํา ความรุนแรงต่อสตรี ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และย่ํายีศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ โดยเฉพาะ ผู้หญิงค่ะท่านประธาน ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่ากรณีที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่เรื่องของสุภาพสตรีท่านนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ ผมจะ ขออนุญาตท่านประธานว่า อีกสักครู่นะครับผมจะเอาซีดีชุดเต็มทั้งชุดนี้มาฉายให้สภาดู นะครับ
ต่อไปเชิญ คุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงไม่มีภาพที่สวย ๆ เหมือนเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็คงไม่มีภาพที่ จะสะท้อนถึงความรุนแรง แต่ผมมีภาพของเพื่อนสมาชิกอยู่ ๒-๓ ภาพ ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานเบื้องต้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีได้เป่ดอภิปรายทั่วไป ร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๗๙ แห่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเปึนที่สนใจของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปครับ ผมจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเปึนปัญหาใหญ่ เราต้องพูดความจริงกัน ต้องยอมรับนะครับว่าต้นตอของปัญหานั้นเกิดจากที่ไหน ใครเปึน ผู้ทําให้เกิด เกิดอย่างไร ผมอยากกราบเรียนอีกต่อไปว่าจะต้องหยุดครับ พวกเราจะต้อง หยุดคิดทบทวนอย่างรอบคอบ วันนี้ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะ แต่คนที่บอบช้ําที่สุดคือ ประเทศชาติเราบอบซ้ําที่สุดครับ ตามมาด้วยโรคทางจิตและความเจ็บปวดจากปัญหา นานานัปการ ขาดความเชื่อมั่นของประเทศ ความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ คนตกงาน มากมาย และสิ่งสําคัญที่สุดคือ การขาดความปรองดองของคนในชาติ ท่านประธานครับ ควรจะ หยุดกล่าวโทษกันเสียทีเถอะครับ สิ่งต่าง ๆ ที่พูดกันว่า ศพนั้นจริงหรือไม่จริง กระสุนจริง หรือกระสุนปลอม จะระเบิดรถแก๊ส จะเผาทําลายสถานที่ราชการต่าง ๆ เหล่านั้น วันนี้ผม เห็นควรว่าน่าจะมาพิจารณากันอย่างถ่องแท้ อย่างละเอียดถี่ถ้วน และจากการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาครึ่งวันครึ่งคืนที่ผ่านมาเห็นโจทย์ชัดเจนแล้วครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เห็นโจทย์ชัดเจนนั่นคือเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยยอมรับกลางสภาว่า เปึนผู้นําของกลุ่มเสื้อแดงตามเจตนารมณ์ของเขาที่พาพี่น้องออกมาชุมนุม ผมยอมรับว่า การชุมนุมนั้นเปึนไปตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายแห่งรัฐธรรมนูญครับ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สามเหลี่ยมดินแดง ถนนราชวัลลภ ถนนศรีอยุธยา เปึนภาพที่เราไม่สามารถที่จะนํากลับคืนมาได้ เพราะภาพ ดังกล่าวนั้นได้ถ่ายทอดออกไปทั่วโลก ความรุนแรงหรือไม่รุนแรง ข้อเท็จจริงจะเปึน อย่างไรนั้นวันนี้เรานํากลับคืนมาไม่ได้แล้วละครับ ความเสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมือง นั้นทุกคนเกือบทั่วโลกได้เห็นหมดแล้ว สิ่งที่เราจะต้องทํานะครับ หรือเราจะทําให้มันเกิด ภาพนั้นอีกต่อไป ผมคิดว่าเราคงไม่ต้องการให้เกิดภาพนั้นอีกต่อไปแล้วครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถึงแม้จะเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านในเมืองของเรา ในประเทศเรา เปรียบเสมือนเราอยู่ในครอบครัว ลูก ๆ ทะเลาะกัน ตบตีกัน คนเปึนพ่อเปึนแม่นี่เจ็บปวด ที่สุดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมอยากวิงวอนขอร้องท่านผู้นํา พี่น้อง ประชาชนที่เกี่ยวข้องทุก ๆ ฝ์ายครับ เราอย่าทําให้พ่อของแผ่นดินเรา อย่าทําให้แม่ของ แผ่นดินเรามีความหนักอกหนักใจไปมากกว่านี้เลยครับ หยุดเสียเถอะครับ พอเถอะครับ แกนนําทุก ๆ สี แกนนําทุก ๆ คน สีใดก็ตาม เหลืองก็ตาม แดงก็ตาม บอกพี่น้องประชาชน เถอะครับ หยุดเถอะครับ พอเถอะครับ ท่านใดมีภารกิจอะไรที่ต้องทําไปทําภารกิจของ ท่าน พี่น้องประชาชนชาวไร่ ชาวนา กลับบ้านเถอะครับ ไปเตรียมเนื้อเตรียมตัวที่จะลงไร่ ลงนาเถอะครับ ให้สภาแห่งนี้ซึ่งเปึนสภาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา ได้เอาเวทีแห่งนี้เปึนเวทีแห่ง การแก้ปัญหา อย่าไปแก้ปัญหากันภายใต้ควันของลูกระเบิด อย่าไปแก้ไปปัญหากันบน ท้องถนน อย่าไปแก้ปัญหากันท่ามกลางปลายกระบอกป๋นเถอะครับ เอาเวทีแห่งนี้เปึนเวที ในการแก้ปัญหา ดังนั้นท่านประธานที่เคารพ ปัญหาอุปสรรคใด ๆ ที่มีอยู่นํามาแก้กัน ณ เวทีแห่งนี้ กฎหมายที่เปึนปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารประเทศชาติบ้านเมืองก็แก้กันเสีย ตรงไหนที่มันไม่สามารถที่จะทําให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ก็ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ วันนี้ จําเปึนต้องเยียวยาพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ต้องนําพาประเทศชาติบ้านเมืองเราไปให้ รอด และสิ่งสําคัญที่สุดครับ บ้านเมืองจะสงบสุขถ้า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรีเห็นแก่ชาติบ้านเมือง เห็นแก่ที่ได้พูดไว้ว่า รักประชาชน โปรดกรุณาเลิก วีดิโอลิงก์ และโปรดกรุณาเลิกโฟนลิงก์เข้ามาสู่ประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไป คุณสิงห์ชัย ทุ่งทอง เชิญครับ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ เชิญคุณฟาริดา สุไลมาน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด สุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอใช้สิทธิในส่วนของสมาชิกในการอภิปรายพูดคุย ความคิดเห็น แลกเปลี่ยนในส่วนของเวทีรัฐสภาในการหาทางออกร่วมกันของสภาแห่งนี้ ที่เป่ดโอกาสให้เวทีรัฐสภาในการออกมาร่วมกันแก้ปัญหาที่แสดงความจริงใจในการให้ ข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะเปึนประโยชน์ต่อทางรัฐบาล แล้วก็หาทางออกร่วมกัน ซึ่งการเป่ดโอกาสเหล่านี้เปึนการแก้ปัญหาของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แล้วก็เปึนการลด ปัญหาของความรุนแรง แล้วก็ความแตกแยกในสังคม แล้วก็เปึนการพูดความจริงต่อกัน ในความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ของชาติเปึนความขัดแย้ง ๒ ลักษณะด้วยกัน ก็คือ ความขัดแย้งของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ของคนใน ชาติ ซึ่ง ๒ สาเหตุนั้น ส่วนหนึ่งถ้าเกิดว่าเรามาวิเคราะห์กันแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเปึน ความรู้สึกของคนใน ๒ พื้นที่ที่มองว่าเขามีความรู้สึกที่ไม่เปึนธรรมต่ออํานาจของรัฐและ มีความรู้สึกว่ามาตรฐานของรัฐนั้นไม่เปึนธรรม ซึ่งมีการพูดถึงบ่อยมากของกรณีของ ๒ มาตรฐานที่สมาชิกหลาย ๆ คนได้พูดกัน ในสิ่งที่ดิฉันจะอภิปรายต่อไปนี้ก็คงจะเปึนการ หยิบยกข้อเสนอประมาณ ๒-๓ ประเด็นที่จะพูดคุยกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วประเด็นที่ดิฉันจะพูด ถึงนั้นน่าจะเปึนการต่อคิวจากคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งได้พูดคุยกันถึงเปึนกรณีของ ปัญหาที่เกิดขึ้น เปึนกรณีของประเด็นศาสนาที่เกิดขึ้น สิ่งที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้ก็คงจะเปึน ข้อมูลหนึ่งที่จะพูดเพื่อที่จะให้เกิดความสร้างสรรค์ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ วันนี้กรณีที่เกิดขึ้นนั้น กรณีของการพูดที่บอกว่ามีการยิงมัสยิด สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เคย เกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกรณีเกิดขึ้นในการยิงมัสยิดมีการทําลายมัสยิด ซึ่งเราก็หาคนที่กระทําไม่ได้ แต่คนใน ๓ จังหวัดภาคใต้เขาก็รู้ดี แล้วก็ทราบดีว่าอะไรเปึน อะไร แต่วันนี้ปัญหากรณีของการทําลายมัสยิดมันไม่ได้เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดภาคใต้แล้ว แต่วันนี้ลามเข้ามาในกรุงเทพฯ ซึ่งท่านสมาชิกแล้วก็ดิฉันต้องขอชื่นชมคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่ได้พูดแล้วก็พยายามจะชี้ประเด็นให้เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าเกิดว่าเรามองแต่ ที่ปลายเหตุ แต่เราไม่มองเห็นที่ต้นเหตุนั้นปัญหามันก็คงจะเปึนปัญหาที่เกิดความขัดแย้ง เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งกรณีของเหตุการณ์การทําลายมัสยิดที่พญาไทนั้น ดิฉันเชื่อว่าคนทั้งชาติ ก็คงไม่เห็นด้วย แล้วก็จะต้องขอประณามคนที่กระทํา แต่วันนี้เราไม่ทราบว่าใครเปึน ผู้กระทํา เพราะไม่สามารถที่จะจับคนที่กระทํามาได้ แต่วันนี้มีความพยายามที่จะโยง เรื่องนี้ให้กลายเปึนประเด็นทางการเมือง ซึ่งดิฉันเองก็ไม่สบายใจ และวันนี้สิ่งที่เห็นก็คือ ว่า กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นถ้าเกิดว่าเราด่วนสรุป มันก็จะเปึนสิ่งที่เกิดความเสียหาย แล้วก็จะเกิดกรณีของเหตุการณ์ที่บานปลายแล้วก็ลุกลามออกไป สิ่งหนึ่งที่ไม่สบายใจ ก็คือว่ากรณีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเราไม่รู้ว่าคนที่กระทํานั้นเปึนใคร แล้วเหตุการณ์นั้น เปึนเหตุการณ์ของมือที่ ๓ หรือไม่ เราก็ไม่รู้และเราก็ไม่ทราบ วันนี้กรณีของการจับคนที่จะ เผาธนาคารเราสามารถจับได้ ถามว่าถ้าเกิดว่าจับไม่ได้ เราจะโยงให้เปึนคนเสื้อแดงเปึน คนกระทําหรือไม่ ตรงนี้ก็ตอบไม่ได้ แต่วันนี้ข้อมูลก็คงชัดเจนว่าใครเปึนคนกระทําในกรณี ของการที่จะจับในกรณีของการเผาธนาคาร เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งหนึ่งที่เห็นนั่นก็คือว่า ข้อเท็จจริงข้อมูลต่าง ๆ ที่เรารับรู้รับฟังนั้น เราควรจะสอบถามข้อมูลให้ชัดเจนไม่เช่นนั้น มันจะเปึนเหมือนกรณีของการใส่ร้าย ซึ่งกรณีของการใส่ร้ายนั้นในศาสนาอิสลาม ซึ่งถือ ว่าเปึนฟ่ตนะห์นั้นมันเปึนบาปอย่างมหันต์ แล้วก็มันเปึนกรณีร้ายแรงที่ศาสดาพยายามที่ จะบอกกับพี่น้องในประเทศ แล้วก็ในประชาชาติว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สมควรที่จะกระทํากัน แล้วก็สิ่งหนึ่งที่จะพบนั่นก็คือว่ากรณีของการที่จะไปกระทํากับคนที่ไปดําเนินการกับมัสยิด นั้น ดิฉันเชื่อว่าพระเจ้าเองที่จะมีวิธีการที่จะจัดการกับคนที่กระทําสิ่งเหล่านี้ได้ และคนมุสลิมเองก็คงจะทราบดีว่า ที่ถือว่าการทําลายมัสยิดนั้นเปึนการทําลายบ้านของ พระเจ้านั้น คนมุสลิมทราบดีในกรณีของประวัติศาสตร์ของการไปทําลาย กะอ์บะห์ ซึ่งเปึนบ้านของพระเจ้า แล้วในส่วนนี้เองพระเจ้าได้จัดการกับกองทัพช้างอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ดิฉันถือว่าประเด็นนี้ ไม่อยากจะให้โยงประเด็นนี้เปึนประเด็น ศาสนา แล้วก็เปึนประเด็นทางการเมืองที่จะสร้างความแตกแยกให้กับคนไทยทั้งประเทศ สิ่งหนึ่งที่จะเปึนข้อห่วงใยนั่นก็คือว่า กรณีของการสร้างความแตกแยกของชาติที่เกิดขึ้น นั้น และสิ่งหนึ่งที่ดิฉันมีความเปึนห่วงเปึนใย นั่นก็คือกรณีของรัฐบาลที่มีความพยายามที่ จะทําซีดีออกมา ๑ ล้านแผ่น ซึ่งถ้าเกิดว่ารัฐบาลทําแล้วให้ชาติ ให้ประชาชนมีความ ปรองดองแล้วก็มีความสมานฉันท์ในประเทศชาติ ดิฉันให้การสนับสนุน แต่ถ้าเกิดว่า ทําแล้วจะสร้างความแตกแยกให้คนในชาติ ดิฉันถามว่าจะทําไปทําไมกัน กรณีของซีดี ดิฉันขอฝากอุทาหรณ์ให้กับทางรัฐบาลว่า กรณีของซีดีตากใบที่มีบางคนได้ทํา แล้วก็ แจกจ่ายให้กับประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกครอบครัว ทุกครัวเรือนนั้น วันนี้ ผลของซีดีนั้นมันสร้างความเจ็บช้ําให้กับคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร แล้วก็ สร้างความแตกแยกให้กับคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้ที่จะ ฝากไว้ก็ฝากด้วยความรู้สึกที่เปึนห่วง ฝากด้วยความรู้สึกที่มีความจริงใจว่า วันนี้รัฐบาล จะต้องคิดในสิ่งเหล่านี้ว่าเราจะทําอย่างไรที่จะทําให้เกิดความสมานฉันท์เกิดขึ้น
ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากในเรื่องของประเด็นทางออก นั่นก็คือว่าวันนี้ สิ่งที่เราจะแก้ปัญหาได้ก็ต้องอยู่ที่ความจริงใจของภาครัฐ วันนี้ที่ต้องบอกว่าความจริงใจ ของภาครัฐ เพราะรัฐเปึนบุคคลที่ควบคุมกลไกทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในอํานาจของรัฐ ไม่ว่า จะเปึนทหาร ตํารวจ สื่อ หรือแม้แต่กระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้ถ้าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มี มันก็คงไม่สามารถที่จะหาความเท่าเทียม ความยอมรับในความคิด ความรู้สึก แล้วก็ อารมณ์ของพี่น้องประชาชนที่มีความเห็นที่แตกต่างกันได้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอฝาก ประเด็นเหล่านี้ให้กับทางรัฐบาล แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากเอาไว้นั่นก็คือว่า กรณี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศชาติในวันนี้ ส่วนหนึ่งเปึนกรณีตัวอย่างของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น แล้วก็เปึนปัญหาที่ลุกลามเกิดขึ้นโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่ดิฉันลงไป ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ได้รับเสียงสะท้อนของคนใน ๓ จังหวัด ซึ่งอยากที่จะ หยิบยกมาในสภาแห่งนี้ได้เห็นว่า เขาบอกว่าฝันร้ายของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น สังคมเริ่มหวาดผวา บาดเจ็บล้มตาย สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอน ศักดิ์ศรีความ เปึนมนุษย์ขาดหายไป ประชาชนหลายคนมีความน้อยเนื้อต่ําใจ เขามีความรู้สึกเหมือน ลูกเมียน้อย เปึนเหมือนชนชั้น ๒ เขามีความรู้สึกเหมือนเขาเปึนเมืองขึ้น ทั้ง ๆ ที่เขาเปึน คนไทยเต็มร้อย ยังไม่ถึงเวลาอีกหรือที่รัฐและประชาชนจะหันหน้าเข้าหากัน เพราะฉะนั้น วันนี้จะเปึนตัวอย่างหนึ่งที่เปึนความรู้สึกของคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขณะเดียวกันก็อาจจะเปึนความรู้สึกหนึ่งของคนเสื้อแดงที่เขาอาจจะเกิดปัญหา เหล่านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันขอฝากประการสุดท้ายว่า ปัญหาทุกปัญหาย่อมแก้ไขได้ถ้าคิดจะ แก้ด้วยความเต็มใจ การเอาชนะด้วยปัญญา การเอาชนะด้วยจิตวิทยานั้นย่อมดีกว่าการ ใช้กําลัง อาวุธ การใช้ความรุนแรงนั้นจะทําให้เกิดการยุติปัญหาได้ก็เพียงแต่ชั่วครู่ ชั่วคราวเท่านั้น เดือนนี้อาจจะสงบ เดือนหน้าอาจจะลุกเปึนไฟอีกก็ได้ การเอาชนะด้วย จิตใจและด้วยคุณความดีจะก่อให้เกิดความรักใคร่สมานสามัคคี ความดีต่าง ๆ เหล่านี้ ก่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะเปึนการยุติปัญหาในระยะยาว และการใช้ จิตวิทยานําความรุนแรงนั้น สร้างคุณความดีให้เปึนประจักษ์ ให้ประชาชนนิยมชมชอบ ดีกว่าการสร้างความเคียดแค้นชิงชังให้มันฝังรากลึกลงในหัวใจของประชาชน ซึ่งยากต่อ การแก้ไขในอนาคต กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี
กราบเรียนท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ นะครับมีท่านสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็แสดงภาพที่มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งถูกลาก จิกผมที่ ศีรษะแล้วลากไป แล้วก็ท่านสมาชิกก็บอกว่าคนที่กระทําการนั้นเปึนหัวหน้าของคณะ ทหารจึงทําให้ทหารเหล่านั้นยืนดูเฉย แล้วท่านก็สรุปว่าถ้าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับ คุณแม่ของท่านนายกรัฐมนตรี ภรรยาท่านนายกรัฐมนตรี หรือลูกสาวท่านนายกรัฐมนตรี จะเปึนอย่างไร ผมคิดว่ากรณีนี้เปึนกรณีที่ใครเห็นก็สะเทือนใจนะครับ เพราะฉะนั้นผม อยากจะขออนุญาตท่านประธานอย่างที่ได้เรียนเมื่อสักครู่ว่า ขอเอาซีดีที่ยาวกว่านั้น นะครับให้ท่านสมาชิกได้ช่วยกรุณาพิจารณาว่าถ้าท่านได้เห็นรูปอย่างนั้นแล้ว ท่านเปึนผม ท่านจะตอบสมาชิกเหมือนที่ผมตอบหรือเปล่าครับ ขอเชิญช่วยฉายซีดีหน่อยนะครับ ขอเสียงด้วยนะครับ
(ฉายวีดิทัศน์ประกอบการอภิปราย)
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่านี่คืออีก มุมหนึ่งของเหตุการณ์ ผมคงไม่กล้าบรรยายว่าท่านสุภาพสตรี ๒ ท่านนั้นท่านได้ทําอะไร อย่างไรนะครับ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติก็จะเห็นเองครับว่าตอนที่เขาทะเลาะกันนั้น ทหารไม่ได้เห็นเหตุการณ์ครับ ที่มุงอยู่นั่นมีผู้สื่อข่าวทั้งชาวไทย ทั้งชาวต่างประเทศ แล้วตอนที่เขาตีกันลากกันไปแล้วนั่นนะครับถึงไปที่หน้าทหาร แล้วทหารก็ออกมาแยก ครับ และได้เปึนคนบอกว่า อย่าทําร้ายผู้หญิง เพราะฉะนั้นผมขอความเปึนธรรมให้กับ เจ้าหน้าที่ทหารที่ทํางานครับ ที่ท่านมากล่าวอ้างว่าคนที่จิกผมผู้หญิงลากไปเปึน นายทหาร เปึนหัวหน้าของทหารเหล่านั้น ท่านพูดผิดครับ ผมเรียนข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ
ก็ต่างฝ์ายก็เห็น
ท่านประธานที่เคารพ ต่อเนื่องครับ ผมประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพที่บอกว่า ผมประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ประท้วงเรื่องอะไร
เพราะว่า ท่านบอกว่าไม่ใช่ทหาร ทหารคนที่ไปจิกหัวผู้หญิงนี่ชื่อ พันโท เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช จปร. รุ่น ๓๘ ผบ. ๑๐๐ รักษาพระองค์ ชื่อเล่นชื่อไก่ เปึนทหารนอกเครื่องแบบในวันนั้น
ครับ บันทึกไว้แล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ท่านได้ กล่าวชื่อเขาแล้วก็ท่านรับผิดชอบเองก็แล้วกันครับ
เพื่อไม่ให้เสียเวลา เชิญท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง ครับ เห็นกระหืดกระหอบมาเมื่อสักครู่ แล้วก็นั่งนานแล้ว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้เปึนความหวังของปวงชนชาวไทย ผม ส.ว. สิงห์ชัย จาก จังหวัดอุทัยธานีครับ หลายชั่วโมงตั้งแต่เมื่อวาน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านผู้อาวุโสหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไปแล้วผมคงจะไม่กล่าวถึงอีก แนวทางการแก้ไขในเบื้องต้นนะครับ ทางรัฐบาลขอให้เอาประมวลจากท่านผู้อาวุโสหลาย ๆ ท่านเอาไปเป่ดฟัง ผมว่าแก้ปัญหา ได้เลย ผมมิอาจที่จะเสนอแนะแนวทางแก้ไข เท่าที่ฟังมาที่ท่านทั้งหลายได้พูดใช้ได้หมด เลยนะครับ แต่ปัจจุบันนี้สิ่งที่มันยังแก้ไม่ได้คือใจครับ ผู้มีส่วนร่วมทุกท่านยังไม่มีจิตใจ สํานึกที่แท้จริงที่จะแก้ปัญหาของชาติบ้านเมือง สําหรับในครั้งนี้สิ่งที่ผมจะพูดในเวลา อันน้อยนิด ท่านประธานถ้าเกินท่านประธานก็ต่อให้นิดนะครับ ถ้าน้อยก็ไม่ว่ากัน มี ๒ ประเด็นนะครับ ผมจะไม่พูดว่าเรื่องเหล่านี้ใครผิดใครถูก สิ่งที่พูดในสภาแห่งนี้ ผมเห็นเปึนเพียงวาทกรรมเท่านั้น สิ่งที่จะสามารถยืนยันให้ผมเชื่อได้คือ ต้องมีการพิสูจน์ แล้วบ้านเมืองเรามีกฎ กติกาในการพิสูจน์ได้ ท่านใช้กันครับ วันนั้นประกาศออกมา นั่นแหละผมจะเชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นเลยจากสายตา จากเสียง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มี ๒ ประเด็นเท่านั้น ๑. การใช้ความรุนแรง ๒. การสื่อสาร สร้างความเข้าใจ ให้กับประชาชน เอาข้อที่ ๑ ก่อน
ในเรื่องของการใช้ความรุนแรง ผมไม่ทราบว่าใครผิดใครถูก แต่ผมถือว่า รัฐบาลคือผู้ใหญ่ ผู้ที่เดินขบวนคือผู้น้อย ไม่มีอํานาจหน้าที่อะไรในการที่จะไปต่อสู้ ทั้งใน แง่ของอาวุธ ทั้งในแง่ของทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นรัฐบาลท่านต้องเห็นประชาชนเปึน เด็ก สิ่งที่ผมเห็นด้วยสายตาอันหนึ่งถึงแม้อาจจะไม่ใช่การเสียชีวิต วันนั้นคืนวันที่ ๑๓ มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ๔-๕ คน ไปดึงคนขับรถลงมาจากรถ แล้วก็เตะรายทาง บอกตรง ๆ นะครับ รับไม่ได้จริง ๆ ว่าใน พ.ศ. นี้จะมีสิ่งอย่างนี้เกิดขึ้น ผมไม่รู้ ผมจะไม่สามารถจะไป กล่าวหาใครได้ว่า ๔-๕ คนนั้นคือใคร เจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือไม่ ผมไม่ชอบ วิธีการบอก ว่าเสื้อแดงทําผิด เสื้อเหลืองทําผิด คุณเปึนผู้พิพากษาหรือ คุณไปกล่าวว่า เช่น เสื้อแดงยิง คนนางเลิ้ง คุณเปึนผู้พิพากษาหรือครับ เสื้อแดงนี่หลาย ๆ ท่านอาจจะมีความยึดมั่น ศรัทธาในอุดมการณ์ แต่เขาก็ไม่ชอบความรุนแรง แต่พอคุณให้สื่อไปว่า เสื้อแดง ผมถาม ว่าคนอีกแสนคนนี่เขาจะคิดอย่างไร เขาก็จะเปึนศัตรูกับท่านทันที เพราะฉะนั้นมันก็เลยจะ โยงมาประเด็นที่ ๒ ในการสร้างความเข้าใจ ในการใช้สื่อให้กับประชาชน ปัจจุบันผมอายุ ๔๘ ป้ เคยเปึนครูบาอาจารย์ ผมคิดว่าผมมีวิจารณญาณในการชมสื่อทางโทรทัศน์ สิ่งที่ ผมเห็นไปทางเดียวกันหมด ผมอยากจะถามสื่อมวลชนเช่นเดียวกัน การที่คุณออกข่าวอย่างที่ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ เสื้อแดงทําลายสุเหร่า เสื้อแดงยิงประชาชนที่นางเลิ้ง ผมพูดเฉพาะเสื้อแดงนะครับ เพราะว่ามันเพิ่งเกิดมานะครับ นั่นหมายความว่าท่านได้ผลักไสคนอีกจํานวนมากมายให้ เปึนศัตรูกับท่านแล้ว อย่างน้อยที่สุดส่วนตัวผมนะครับ ผมนี่ผมถือว่าผมเปึนกลางที่สุด อย่างน้อยที่สุดผมร่วมมือกับท่านไปประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ อย่างน้อยที่สุด ผมฟังผู้อภิปรายที่เขากําหนดไว้ ๔ คน ณ กระทรวงการต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่ผมนี่อยาก อภิปรายจะแย่อยู่แล้ว แต่ด้วยเห็นถึงความสงบเรียบร้อย เห็นถึงความร่วมมือเพื่อให้ ประเทศได้เดินหน้า ผมก็ใจเย็นไว้นะครับ พอผมเห็นสื่อที่ออกมาช่วงอาทิตย์กว่านี่ผมก็นึก อยู่ในใจว่า นี่มัน พ.ศ. ไหนแล้ว ทําไมต้องทําอย่างนั้น คิดว่าประชาชนเขาไม่ได้กินข้าว หรืออย่างไร ผมขอร้องเถอะครับวิธีการอย่างนี้ท่านเลิกได้เลิกนะครับ อย่าทําเลยครับ เรามีวิจารณญาณพอ ความจริงก็คือความจริง ผมขอพูด ๒ ประเด็นและจะสรุป แนวทางการแก้ไขในแนวความคิดของนักการเมืองใหม่คนหนึ่งที่มีความจริงจังและจริงใจ ต่อประเทศชาติบ้านเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีผมถือว่าท่านเปึนบุคคลสาธารณะคนหนึ่ง ที่ผมเชื่อใจไว้ใจได้ ผมเชื่อได้อย่างไร ผมอาจจะไม่ใช่คนที่มีความรู้เรื่องการปกครอง เรื่อง กฎหมาย แต่ผมติดตามการเมืองโดยทางพฤติกรรม ผมเชื่อว่าผมติดตามการเมืองตลอด ช่วงอายุ ๒๐-๓๐ ป้มานี่ ผมชี้ได้เลยว่าพฤติกรรมของนักการเมืองคนไหนเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นนั่นคือข้อมูลที่ผมจะเอามาพูดถึงวันนี้ถึงท่านนายกรัฐมนตรี สําหรับ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นท่านต้องตัดสินใจแล้วครับ ท่านอย่าดันทุรังปล่อยเวลาให้ผ่านเลย ไปโดยเด็ดขาด ผมจะไม่บอกว่าท่านต้องตัดสินใจอย่างไร แต่ผมเชื่อว่า ด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิถึงขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีสามารถตัดสินใจได้ว่าท่านจะต้องทําอย่างไร ท่านอย่าเชื่อคนรอบข้าง ทําไมผมถึงพูดอย่างนั้น จากการสืบอ่านประวัติของท่านแล้วได้ ติดตามพฤติกรรมของท่านตั้งแต่อายุ ๑๐ ขวบขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนสถานะทางด้านตระกูล ครอบครัว ความรู้ สภาพแวดล้อมที่ท่านเจริญเติบโตมา ผมถือว่าในส่วนลึกของหัวใจท่าน นั้น ผมเชื่อโดยสนิทใจว่าท่านเปึนคนหนึ่งที่จะสามารถพาประเทศชาติรอดพ้นไปได้ นะครับ ผมย้ําอีกครั้ง ผมจะไม่บอกว่าท่านควรทําอย่างไร แต่ขอให้นึกไว้เถอะครับว่า ประเทศแห่งนี้ไม่ใช่มีพวกเราอยู่นี่ไม่กี่ร้อยคน ประเทศแห่งนี้มีคนอีก ๖๐ กว่าล้านคน อาจจะมีบางครอบครัวเขายังไม่รู้เลยครับว่า พรุ่งนี้เขาจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อข้าวให้ลูกเขา กิน อีก ๒ เดือนโรงเรียนจะเป่ดเทอมแล้วเอาเงินที่ไหน ขณะนี้ลูก ๕ คน สามี ๑ คน ตกงาน ท่านคิดกันบ้างไหมครับ พวกเราตกงานก็ยังมีข้าวกินยังมีเงินใช้แต่อีก ๖๐ กว่าล้านคน คนอยู่ต่างจังหวัดเปึนอย่างไร ผมยังจะขอขอบคุณการเมืองท้องถิ่น นะครับ ช่วงที่เราการเมืองส่วนกลางกําลังสับสนวุ่นวาย บรรดาการเมืองท้องถิ่น อบต. อบจ. เขาก็สร้างกิจกรรมกันทําให้ประชาชนได้ผ่อนคลายความเครียดไปบ้าง อันนี้ต้อง ขอขอบคุณ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเรียนฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านได้โปรดใช้ วิจารณญาณ ผมมีคํากลอนคําหนึ่งนะครับ ผมจํามา หากคนไทยไร้รักสมัครสมาน จะทํา การสิ่งใดก็ไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน ประชาชนจะสุขอยู่อย่างไร ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปนะครับ ท่านสาย กังกเวคิน อยู่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาย กังกเวคิน นะครับ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดระยอง ก็นั่งฟังมาแล้ว สองวันแล้วครับ สองวันกับหนึ่งคืน เปึน ส.ว. ก็วางตัวลําบากพอสมควรในการที่ร่วมประชุมลักษณะนี้ จะพูดเชียร์รัฐบาลก็ไม่ได้ เขาว่าไม่เปึนทางกลาง ไปตําหนิรัฐบาลก็ไม่ได้ ว่าวางตัว ไม่เปึนกลาง ก็ขอบอกว่าเปึนกลาง ความเปึนกลางก็คงต้องอยู่ในความถูกต้องด้วย ชอบธรรมด้วยนะครับ แล้วก็คนพูดทีหลังเสียเปรียบครับท่านประธานครับ เพราะคนอื่น พูดไปเกือบหมดแล้วเรื่องสําคัญ ๆ เรื่องประเด็นสําคัญ ๆ ทีหลังก็ไม่มีของจะเล่นแล้ว ก็จะพยายามพูดไม่ให้ซ้ํากันนะครับ
ประเด็นแรก อยากจะพูดเรื่องกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้ามาก่อความวุ่นวาย ในกรุงเทพฯ ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ความจริงกลุ่มคนเสื้อแดงเราต้องยอมรับนะครับ จํานวนไม่ใช่น้อยนะครับที่เข้ามากรุงเทพฯ แต่ละครั้ง ก็เพราะความเข้าใจว่าคนที่เขารัก เทิดทูนนี่ถูกรังแก คนคนนั้นก็คือท่านทักษิณ เขาก็มาทวงความยุติธรรม เขาว่าอย่างนั้น พระพุทธเจ้าบอกว่าจะแก้อะไรให้แก้ที่เหตุ เหตุอย่างนี้ก็เกิดผลอย่างนั้น ผมก็อยากจะ แนะนํารัฐบาลประเด็นแรกว่าท่านต้องพยายามแก้ที่เหตุ ทําให้คนกลุ่มเสื้อแดงเขาเข้าใจ ครับว่าคนที่เคารพนับถือถูกกล่าวหา สมัย คมช. ใน ๔ ข้อกล่าวหาสําคัญ ๆ ทุจริต เช่น คอร์รัปชั่น ทําให้สังคมแตกแยกก็ดีครับ แทรกแซงองค์กรอิสระก็ดี ข้อกล่าวหาเหล่านี้ รัฐบาลสมัย คมช. ไม่พิสูจน์ให้เห็นชัด ก็เหมือนกับกล่าวหาเขาเลื่อนลอย ยังไม่ชัดเจนนัก มีชัดเจนคดีเดียวนะครับ คดีที่ดินรัชดา ส่วนคดีต่าง ๆ กําลังตามมาก็ไม่ค่อยเปึนข่าว นะครับ เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงเขาคิดว่าคนที่เขารัก เคารพ บูชา เทิดทูน ถูกรังแก เขาก็ยัง ต้องมาทวงความเปึนธรรม และถ้ารัฐบาลชุด คมช. ที่เราหลายคนกล่าวหาว่าหน่อมแน้ม ไม่สามารถทําความจริงให้ประจักษ์แก่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ รัฐบาลนี้จําเปึนต้องทําแล้วครับ ๓–๔ เดือนผ่านมานี่ก็ยังทําได้ไม่เต็มที่ ต้องทําความจริงให้ปรากฏชัด ต้องให้ความเปึน ธรรมคุณทักษิณเขา ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเขาเห็นว่าคนที่เขารักถูกรังแกจริงหรืเปล่า หรือ ข้อเท็จจริงนั้นเปึนอย่างไร คุณทักษิณที่ถูกกล่าวหา ๔ ข้อฉกรรจ์มีความเปึนจริงอย่างไร บ้าง หลักฐานที่มีอยู่ก็ดี ที่ชัดเจนแล้วก็ดีควรนํามาแสดงออก ใช้สื่อของรัฐให้เปึนประโยชน์ ไม่เช่นนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงเขาก็จะมาทวงความยุติธรรมเรื่อย เรื่องนี้ผมก็อยากเสนอแนะ รัฐบาลว่าต้องทําให้ชัดเจนครับ ทําให้ประจักษ์ว่ารัฐบาลสมัย คมช. ก็ดี สมัยนี้ก็ดี ยุคนี้ก็ดี ถ้าให้ความเปึนธรรมกับคุณทักษิณและคนในระบอบทักษิณอย่างเพียงพอยุติธรรมแล้ว แค่ไหน เพียงไร ไม่เช่นนั้นถ้าเหตุยังอยู่นี่มันก็จะเกิดผลตามมาเรื่อย ถ้าเราระงับเหตุได้ เมื่อไร ความรุนแรงก็จะลดน้อยถอยลง แล้วก็อาจจะยุติได้ในที่สุด ถ้าประชาชนโดยเฉพาะ คนในชนบท ภาคอีสาน ภาคเหนือ เขามีความเข้าใจที่ถูกต้อง ถ้าเขาเห็นความยุติธรรม ของกระบวนการบ้านเมืองแล้วก็อาจจะคลี่คลายลงได้ อันนี้ผมขอเสนอแนะนะครับว่า การที่จะทําความจริงให้ประจักษ์ ให้เกิดความยุติธรรม ทั้ง ๒ ฝ์ายนี้ เครื่องมือของรัฐบาลนี่ก็คือสื่อสารทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ที่มีอยู่ แล้วก็ กระบวนการต่าง ๆ ทางสายการปกครองบังคับบัญชาของราชการ อยากจะเรียน เสนอแนะทางรัฐบาลนะครับว่าถ้าจะให้บ้านเมืองอยู่เย็นเปึนสุข แล้วก็มีความสงบ ผมอยากเสนอแนะว่าในต่างจังหวัดมีคนสําคัญ ๔ ตําแหน่ง รัฐบาลสามารถทําได้ทันทีเลย ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มด้วย เอาความจริงอย่างที่กล่าวมาแล้วให้กับประชาชนได้ประจักษ์ นะครับ โดยการคัดเลือกตัวข้าราชการ ๔ ตําแหน่ง สําคัญ ๆ นะครับ ตําแหน่งแรกก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตําแหน่งที่ ๒ ผู้บังคับการตํารวจจังหวัด ตําแหน่งที่ ๓ คือ นายอําเภอ ตําแหน่งที่ ๔ คือผู้กํากับ ถ้าคัดเลือกบุคคลทั้ง ๔ ตําแหน่งนี้ไปลงตามจังหวัดต่าง ๆ อําเภอต่าง ๆ ได้คนดีมีความรู้ ความซื่อสัตย์ โปร่งใส จะสามารถทําความเข้าใจกับพี่น้อง ในชนบทให้ชัดเจนนะครับว่าเรื่องราวที่เปึนมาทั้งหมดนั้นใครถูกใครผิดอย่างไร รัฐบาล มีความเปึนธรรม กระบวนการยุติธรรมเปึนอย่างไร ชาวบ้านเขาเข้าใจแล้วเขาก็จะ ตัดสินใจถูกนะครับว่าเขาควรใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างไรต่อไป เพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อสถาบันอันเปึนที่เคารพเทิดทูนของพวกเรา โดยเฉพาะเรื่องดูหมิ่นสถาบันนี่ ต้องทําให้ ชัดเจนครับ เรื่องนี้อันตรายมาก เพราะแพร่หลายไปในหมู่ชนชั้นรากหญ้าด้วย พวกแม่ค้า แผงลอยต่าง ๆ มันกระจายไปทั่วหมด รัฐบาลต้องทําเรื่องนี้ให้จริงจังนะครับ ให้ชัดเจนนะครับว่า ใครแน่ที่อยู่เบื้องหลังการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์นี้ให้ชัดเจนนะครับ นี่ก็ฝากไว้ว่า ตําแหน่ง ๔ ตําแหน่งนั้น ถ้ารัฐบาลสามารถคัดเลือก และวิธีคัดเลือกไม่ยากหรอก คนจะ เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนผู้บังคับการ อายุราชการ ๒๐ ป้ขึ้นไปส่วนใหญ่ ประวัติมีครับ ฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีกุเทพ ด้วย ถ้าท่านทําอย่างนี้ได้บ้านเมืองจะสงบ ขอให้การ แต่งตั้งตําแหน่งสําคัญ ๔ ตําแหน่งให้โปร่งใส เลือกเอาคนดีมีความรู้ มีความซื่อสัตย์ ไปเข้าสู่ตําแหน่งดังกล่าวนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันเปึนชนวนใหญ่สําคัญ รัฐบาลอย่าประเมินต่ํานะครับ กลุ่มคนเสื้อเหลืองเขาเงี่ยหูฟังอยู่ ผมไม่ใช่เสื้อเหลืองหรอก แต่ว่าเมียเปึนเสื้อเหลืองก็ฟังอยู่ครับ เพราะฉะนั้นพวกเรา ส.ว. ส.ว. หลายคนครับ ส่วนใหญ่ ของเรา พวกเรารักใคร่สามัคคีกันดีเปึนป๊กแผ่น เพราะเราไม่มีพรรค เรามีพรรคเดียว พรรคของท่านประสพสุข บุญเดช แล้วก็พวกเรากลมเกลียวกันดีมาก การแก้รัฐธรรมนูญ ความเห็นส่วนใหญ่ว่าควรแก้ในประเด็นที่เห็นชัด ๆ นี่ เรียกว่า ควรจะปรับปรุงแก้ไข แต่ว่า เงื่อนเวลานั้นต้องดูให้เหมาะสมด้วย ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ในขณะนี้ ในขณะที่บ้านเมือง อย่าง การรับฟัง การร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ถ้าไม่พร้อมเพรียงพอ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีปัญหาแน่นะครับ นี่ก็อยากจะฝากไว้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จะเปึนปัญหาใหญ่ ถ้ารัฐบาลไม่รอบคอบ ไม่สุขุมพอนะครับ สําหรับพวกผม ส.ว. นั้น พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ กับรัฐบาลในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ทุกเรื่องทุกราวครับ พิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว ตั้งแต่ การแถลงนโยบายครับ วันนั้น ส.ว. ไป ๑๐๓ คนนะครับ ไปท่ามกลางที่ไม่รู้ว่าไปแล้ว กูจะออกรอดหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็ไปกัน เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ เอาแค่นี้ ก็พอนะครับ
ครับ ก็หมดเวลาพอดีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เราได้ดูคลิปวีดิโอ ไป ๒ ชุด เรื่องของสุภาพสตรีที่ถูกดึงผม แล้วก็ทางสมาชิกฝ์ายค้านก็บอกว่าเปึนนายทหาร ผมก็ได้พยายามยืนยันว่าไม่ใช่ แต่ว่าท่านสมาชิกก็ยืนยันว่าได้ไปตรวจสอบมาแล้วว่าชื่อ พันโท เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช ผมขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อให้ท่านสมาชิกใน สภานี้ซึ่งบังเอิญถ้าเกิดได้ยินท่านสมาชิกฝ์ายค้านยืนยันก็อาจจะนึกว่าเปึนจริง ภาพของ พันโท เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช เปึนคนนี้ครับ ขอขึ้นจอให้หน่อยนะครับ เปึนคนนี้ครับ จะเห็นว่าหน้าตาคนละคนกับสุภาพบุรุษเมื่อสักครู่นะครับ แล้วในวันนั้นนะครับ พันโท เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช เปึน ผบ. พัน ร. ๑๒ พัน ๒ รอ. นะครับ เปึนนักเรียน เตรียมทหารรุ่น ๒๗ นายร้อย จปร. รุ่น ๓๘ นะครับ ผมได้เตือนท่านแล้วว่าท่านพูด อย่างนั้นเขาเสียหาย เพราะวันนั้นเขาไม่ได้แต่งตัวนุ่งกางเกงยีนส์ ใส่เสื้อยืดลีวายส์ เหมือนที่เห็นในคลิปวีดิโอ เขาแต่งตัวอย่างนี้ครับ เขาทํางาน ทหารได้รับคําสั่งออกไป ปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีเวลาวิ่งกลับบ้านไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวมาทะเลาะกับสุภาพสตรี นะครับ แต่เมื่อท่านยืนยัน ผมก็เลยได้มีคําสั่งไปเมื่อสักครู่นี้ครับว่าให้นายทหารคนนี้ไป แจ้งความดําเนินคดี เพราะเราจะได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงกันในที่สุดครับ ขอบคุณครับ
มีอะไรครับ ท่านหัวหน้า
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ เมื่อไม่ให้เกิดความสับสนในสังคมไทยและในสภา คดีที่เกิดขึ้น สมมุติว่าถ้านายทหารไปแจ้งความ ก็เปึนคดีความผิดต่อส่วนตัวเรื่องหมิ่น ประมาท ท่านรองนายกรัฐมนตรีคงไม่ใหญ่โตคับบ้านคับเมืองครับ ที่จะไปสั่งนายทหารให้ ไปแจ้งจับคดีหมิ่นประมาท มันเปึนความผิดส่วนตัว ท่านมีสิทธิไปแจ้งความถ้านายทหาร เสียหาย แต่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีรู้สึกแรงไปนิดหนึ่งที่แถลงในสภาว่า มีคําสั่งให้ไป แจ้งความร้องทุกข์ เปึนสิทธิของท่านนายพันคนนี้ครับ ไม่ต้องฟังคําสั่งใครหรอกครับที่จะ ไปแจ้งความร้องทุกข์ ผมเรียนในสภาไว้เท่านั้นนะครับ ว่าเรื่องอย่างนี้พูดจาอย่างนี้ฟังดู น่ากลัว ไม่ต้องไปแจ้งเขาหรอกครับ ไม่ต้องไปสั่งเขาหรอกครับ ไม่ต้องไปมีคําสั่งหรอก ครับ ถ้าท่านนายพันท่านเห็นว่าท่านเสียหาย ท่านก็ต้องไปร้องทุกข์มอบคดีเพราะ ความผิดฐานหมิ่นประมาท เปึนความผิดอันยอมความกันได้ครับ เอาเรื่องก็ได้ไม่เอาก็ได้ ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีไปสั่งหรอกครับ ขอบพระคุณครับ
ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ได้ตั้งใจจะต่อล้อต่อเถียงนะครับ แต่กระผมเห็นว่าเรื่องที่เอามาพูดจาในสภาวันนี้ไม่ใช่ แค่เรื่องส่วนตัวของคนคนหนึ่งกับคนคนหนึ่ง แต่เปึนกระบวนการที่จะใส่ร้ายบิดเบือน ข้อเท็จจริง แล้วผมในฐานะที่เปึนผู้รับผิดชอบงานในวันนั้นเปึนคนรับผิดชอบในการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ก็ได้กราบเรียนต่อสภาด้วยความเปึนจริงว่า ได้กําชับดูแล ขับรถแท็กซี่ชนทหาร ขับรถเมล์ชนทหาร ทหารเขาก็ไม่ได้ลุแก่โทสะ ลุกขึ้นมากราดยิงหรือ ทําร้ายประชาชน ปฏิบัติการคราวนี้ผมก็ยืนยันว่า ไม่มีคนตาย ท่านก็พยายามที่จะมาบอก เอาภาพนั้นภาพนี้มาแสดง เพราะฉะนั้นผมก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ว่าภาพเห็นกันชัด ๆ ทั้งสภาว่าคนที่ดึงเอาไปนั้นไม่ใช่ทหาร คนที่มาแยกต่างหากคือทหาร ท่านก็ยังลุกขึ้นมา ดึงดันว่าท่านรู้จักดี ไปตรวจสอบมาแล้วชื่อนั้นชื่อนี้ ยศอย่างนั้นอย่างนี้ จบรุ่นนั้นรุ่นนี้ ผมจึงจําเปึนครับที่จะต้องให้มีการพิสูจน์เรื่องนี้ให้จบสิ้น เพราะทหารเปึนทหารของ ประชาชน ไม่ต้องการให้มีความเคลือบแคลงสําหรับพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ รวมทั้ง สมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้ติดตามเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีเหตุผลที่สั่งไปด้วยเหตุนี้ครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ พอแล้วครับ พอครับ เชิญคุณพิเชษฐ์
ขอใช้สิทธิ์ พาดพิงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมได้ตอบโต้ท่านรองนายกรัฐมนตรีไปนั้น ผมก็ได้รับเอกสารเปึนอย่างนั้นนะครับ จริงไม่จริงผมไม่ทราบ เพราะได้รับเอกสาร อย่างนั้นนะครับ ผมก็พูดไปตามเอกสารที่ได้รับ ถ้าเปึนอย่างไรผมได้พูดไปแล้วผมก็ต้อง รับผิดชอบ
ครับ ถูกต้อง
ผมไม่หนี ครับ แต่คนที่จะรับผิดชอบกับบ้านเมืองที่จะลาออกคือรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ลาออก จากรองนายกรัฐมนตรีสิครับ คุณเอาทหารมาปราบปรามประชาชน ผมอาจจะเข้าใจผิด
เชิญนั่งลงครับ เชิญนั่งลงครับ
ผมอาจจะ เข้าใจผิดคน
ไม่ใช่เถียงก็แล้วกัน
แต่ทหาร ยิงประชาชนแน่นอนครับ
คุณสมคิด
คุณต้อง ลาออกครับ
เชิญนั่งลงครับ เชิญคุณพิเชษฐ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุการณ์ที่พี่น้อง ๒๐ กว่าจังหวัดได้ลุกขึ้นมาชุมนุมกันตามศาลากลางบ้าง กลางถนนบ้าง อยู่ดี ๆ เขาไม่มา หรอกครับ ฤดูทําไร่ ทํานา วันนี้เขาสละการสละงานมาชุมนุมใหญ่ รัฐบาลต้องให้ความ สนใจครับ ท่านประธานครับ กระผมได้เดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปจังหวัดลําปาง มีพี่น้องประชาชนบอกว่า อย่าไปเพราะไปไม่ได้ มีพี่น้องเสื้อแดงป่ดถนนที่ดอยขุนตาล ซึ่งเปึนทางไปจังหวัดลําปาง ผมต้องไปครับ และอีกอย่างหนึ่งผมอยากจะทราบว่าป่ดถนน ทําไม ผมไปถึงไปถามพี่น้องที่ป่ดถนนที่ดอยขุนตาล เขาบอกว่า มีญาติพี่น้องเขามาชุมนุม ที่หน้าทําเนียบรัฐบาล ไม่รู้ว่าจะเปึนหรือตาย เพราะว่าขณะนี้ทหารกําลังจะสลายการ ชุมนุม เปึนห่วงแต่ไม่รู้จะไปร้องเรียนที่ไหน จะไปที่ศาลากลางจังหวัดก็ไม่มีคนอยู่เพราะ ป่ดราชการ สุดวิสัยที่จะไปบอกใครได้ ขอป่ดถนนเผื่อว่ารัฐบาลจะมาเหลียวแลและมารับ ฟังความเดือดร้อน ความเปึนห่วงของพี่น้องจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลําพูน ผมฟัง อย่างนี้ผมก็ถามว่า แล้วเมื่อไรจะเลิก ไม่ทราบเหมือนกัน เขาถามผมว่าแล้วเหตุการณ์ ข้างหน้าจะเปึนอย่างไร ผมในฐานะนักการเมืองภาคเหนือ ผมปราศรัย ใจความสําคัญ ผมบอกว่า พี่น้องครับ เหตุการณ์มาถึงขนาดนี้แล้ว มีการทําร้ายร่างกายกัน มีการยิงกัน มีการเสียเลือด พี่น้องไม่ต้องห่วงรัฐบาลไปแน่ เพียงแต่ว่าขณะนี้นั้นมีคนที่มีบารมี มีอํานาจ ๒ คน ๑. นายเนวิน ชิดชอบ ๒. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ๒ คนนี้แหละซึ่งช่วย ทําให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีได้จากสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ผมบอกพี่น้องไปว่า คนสองคนนี้ถึงจะเหตุการณ์เลวร้ายอย่างไรก็ตาม จะมีการยิงกัน ฆ่ากันอย่างไรก็ตาม คนสองคนนี้จะไม่ถอย เขาถอยไม่ได้ ถ้าเขาถอยมันจะไปถึงคนอีก คนหนึ่งซึ่งผมสีขาว คนคนนั้นยอมไม่ได้ ผมบอกพี่น้องว่า พี่น้องให้ทําใจ เขาไม่ถอยหรอก เดี๋ยวเขาก็ปราบ ผมพูดแค่นี้ครับ เสร็จแล้วผมก็มีหมายจับที่อําเภอแม่ทา จังหวัดลําพูน พี่น้องชาวเชียงรายที่เคารพรักทุกท่านครับ ไม่ต้องห่วงผม ผมอยู่ในสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ ให้มันมาจับผมที่นี่ ผมจะไม่มอบตัวกับรัฐบาลที่มีความประพฤติเยี่ยงโจรเด็ดขาด ให้มาจับผมที่นี่ พี่น้องที่เคารพรักครับ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้พูดถึงเรื่องรถแก๊สหลาย ครั้งตั้งแต่เมื่อวานเสมือนหนึ่งว่าท่านรู้ว่า รถแก๊ส ๓ คันนี้ไปตรงไหน มาตรงไหน ย้ายไป ตรงไหน ย้ายมาตรงไหน บอกว่าไปเติมแก๊สมา ๘ ตัน ๕ ตัน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ถนนเพชรบุรี ที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเขาบรรจุแก๊ส ๑ ตันครึ่งครับ ความเสียหายมหาศาลเลย อันนี้แก๊ส ๕-๘ ตันนี่นะครับ มันมโหฬาร ดังนั้นรถแก๊สนี่เปึน ไฮไลท์ (Highlight) ของฉากที่สมอ้างสมจริงกับภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ถ้าไม่มีสถานการณ์ ที่ร้ายแรงมันก็ไม่สมอ้าง จําได้ไหมครับสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ประกาศภาวะฉุกเฉิน มีคนทําให้ครับ ที่ดูทีวีอยู่คงจะรู้นะว่าท่านทําให้เขา ให้คนไปตายอย่างไรครับ เดี๋ยวท่าน สุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านชี้แจงให้ดีว่าเสื้อแดงไปเอารถมาจากไหน แล้วตอนนี้ที่จับนั้นชื่อ อะไร แจ้งความที่โรงพักไหน คนเสื้อดํานี้เปึนใครครับ จับหรือยังครับ ที่คุมและบัญชาการ อยู่ตรงนี้ แล้วคนคนนี้จับหรือยังครับเสื้อแดงนี่ครับ แต่งตัวทะมัดทะแมงพร้อมรบ จับสิ ครับ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแก๊สเขาบอกว่าวาล์วที่เป่ดตรงนี้ที่เห็นเปึนพวยพุ่งออกมานิดหน่อยนี่ จุดไฟไม่ติดครับ เขาบอกว่าถ้ามันมี ๘ ตันจริงมันจะพวยพุ่งจนมองไม่เห็นตัวคนเลย ผมจะไม่บอกว่าท่านสร้างฉากหรือเปล่า แต่ว่าท่านจะต้องจับแล้วก็ดําเนินคดี เพระว่า อันนี้ถ้าเกิดว่ามันระเบิดขึ้นไป กรุงเทพฯ นี่ดังไปทั่วโลกแล้วยิ่งกว่า เวิลด์เทรด (World Trade) ท่านประธานที่เคารพ เดี๋ยวท่านสุเทพชี้แจงให้ดีนะครับ แล้วจะมีคนจะมาต่อจาก ผม ผมถามท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวานว่า ที่อกเสื้อสีน้ําเงินที่ท่านแจกไปทั่วประเทศแล้วก็ไปดําเนินการที่พัทยาปกปัองสถาบันอะไร ปกปัองสถาบันอะไร ท่านบุญจงตอบว่า ปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ น่าเปึนห่วง นะครับ หรือว่าท่านเอาสถาบันมาห่อตัวท่าน เอามาห่มตัวท่าน ท่านคิดดีครับ ท่านต้องทํา ดีด้วย อย่าแอบอ้างแอบอิงแล้วสร้างผลงาน ผลงานแบบนี้ใช้ได้หรือครับ ใช้ได้ไหมครับ ใส่เสื้อแล้วถือกระบอง แล้วยิงหนังสติ๊ก แล้วก็มีคนถูกยิงหลายคนที่พัทยา ด้วยความรัก และปรารถนาดีนะครับ ท่านจะสร้างกระแสมวลชนอย่างไรก็ตาม อย่าทําแบบนี้ จะพิมพ์ เสื้อ จะปัูมเสื้อ หรือองค์กรใด ๆ ก็ตามครั้งต่อไปอย่าใส่ และอย่าใส่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ สถาบัน อะไรใส่ไป ทําให้ประชาชนสับสน ท่านประธานที่เคารพ อันนี้ก็อีกภาพหนึ่งเตรียมไม้ใส่รถ ไปแล้วก็ไปแจกกันในแนวของตํารวจ ทหาร เปึนเพื่อนกันหรือครับ สุดท้ายท่านประธาน ที่เคารพเวลา ๐๔.๒๐ นาฬิกา ที่สามเหลี่ยมดินแดง ณ เวลานั้นมีคนเสื้อแดงอยู่ไม่ถึง ๓๐-๔๐ คน ทหารยิงแก๊สน้ําตามาลูกแรก ประชาชนก็แตกฮือ ลูกที่สอง ลูกที่สาม มีคน เสื้อแดงวิ่งเข้าไป สวนแก๊สน้ําตาเข้าไปหาทหาร ถูกยิงล้ม --------------------------- -๒๔๗/๑ คนที่ ๑ คนที่ ๒ คนที่ ๓ คนที่ ๔ มีพระสงฆ์องค์หนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ท่านได้ถอดจีวรอันนี้ ออก แล้ววิ่งเข้าไปเพื่อจะไปห้ามปรามแล้วก็ช่วยเหลือ ถูกยิงล้มลงไป แล้วทหารแถว ๓ ลากท่านเข้าไปอยู่ในแนวหลัง มีพระสงฆ์องค์หนึ่งเดินมาบิณฑบาต เสร็จแล้วเห็น เหตุการณ์จะเข้าไปช่วยเหลือ ช่วยไม่ได้ ทหารได้กันออกมา พระสงฆ์องค์นี้จึงมอบบาตร ให้กับลูกศิษย์ แล้วไปที่เวทีทําเนียบรัฐบาลตอนเช้า แล้วไปบอกว่าพระสงฆ์ถูกฆ่า ผมมา บอกข้อมูลเพื่อว่าอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ติดตามเอาศพของพระสงฆ์ พระองค์นี้ชื่อ พระสุริยา จิตตสุขโฆ นี่คือหนังสือสวดมนต์ของท่าน ไม่ใช่พระปลอม ในย่ามในกระเปิามี บาตร พระสงฆ์นั้นถ้าห่างจากบาตรหรืออยู่ไกลจากบาตรมีอยู่ ๒ ประเด็น ๑. มรณภาพ ไปแล้ว ๒. ลาสิกขาบท ท่านประธานที่เคารพ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมไม่โทษทหาร ครับ ผมไม่โทษเลย ผู้ปฏิบัติการผมไม่โทษ แต่คนสั่งการ คนสั่งการอย่างโหดเหี้ยมอํามหิต นั้น ท่านอยู่ได้หรือครับ ท่านยังมีเวลาอีกนิดหน่อย ท่านอภิสิทธิ์ ท่านไม่ต้องไปถามท่าน สุเทพ ท่านไม่ต้องไปถามท่านเนวิน ท่านกลับไปถามครอบครัว ถามลูก ถามภรรยา ว่าจะ ตัดสินใจอย่างไรกับเหตุการณ์ที่มันเดินมาขณะนี้ สักวันหนึ่งลูกของท่านอาจจะมาถาม ท่านว่า พ่อจ๊ะ พ่อจ๋า พ่อได้ฆ่าพระจริงหรือเปล่า หรือว่าพ่อไม่ได้ฆ่า แต่พ่อสั่งการหรือ เปล่า เพราะว่าเพื่อน ๆ ในโรงเรียนถามมา ท่านประธานที่เคารพ ฝากท่านอภิสิทธิ์ด้วย ความปรารถนาดีว่า อายุพอ ๆ กันยังมีเวลาอีกนาน คุณสมบัติ คุณลักษณะของท่านก็ โดดเด่น รูปหล่อ บุคลิกดี มีเวลา มีโอกาส ขอให้ท่านตัดสินใจเสีย ลาออกจาก นายกรัฐมนตรี ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญคุณ
ท่าน ประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ
มีอะไรครับ
ท่าน ประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก
มีอะไรครับ
ผมเรียน กับท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า วันนี้เปึนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงหลาย ๆ เรื่อง ขณะเดียวกันสมาชิกหลายท่านได้เอาภาพต่าง ๆ มาโชว์ในสภาผู้แทนราษฎร อยากจะ กราบเรียนว่า เปึนไปได้ไหมครับว่าภาพแต่ละภาพที่มีการมาโชว์ในสภาขอให้ส่งกับท่าน ประธานด้วย
เขาส่งมาแล้วครับ ส่งมาขออนุญาต แล้วครับ
ผมเรียน นะครับว่า โดยเฉพาะภาพของคุณวรวัจน์ครับ เนื่องจากว่ามันมีความสําคัญต่อการ จับโกหกในสภาผู้แทนราษฎร
นั่นเขาส่งเปึนซีดีมาครับ
ขอให้เขา ส่งแผ่นที่เขาโชว์ครับท่านประธาน เพื่อเปึนการพิสูจน์ว่าใครพูดจริงหรือพูดเท็จกันแน่ เพราะขณะนี้กําลังพิสูจน์อยู่ครับ ท่านประธานครับ ขอภาพของคุณวรวัจน์ด้วย ท่านประธานครับ ที่เปึนแผ่นฟ่วเจอร์ บอร์ด (Feature Board) ที่เขาโชว์ไว้ครับ
ท่านเลขาธิการรัฐสภาช่วย ประสานงานด้วยครับ จะดําเนินการ เชิญคุณมณเฑียร บุญตัน ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง
มีอะไรอีกหรือครับ คุณประเสริฐ
ท่านครับ ขอ ๑๕ วินาที มีอยู่ ๒ เรื่องครับ ท่านประธานได้สั่งตรวจเอกสารของสมาชิก ฝ์ายค้านที่อภิปรายตลอดเวลา แต่ของฝ์ายรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี
ผมตรวจหมดแล้วครับ
ท่านได้ตรวจไหมครับ
ตรวจเหมือนกันหมดครับ
ท่านตรวจเหมือนกันใช่ไหมครับ
ครับ
แล้วอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ผู้ชมทางบ้านได้แจ้งมาว่ารูปภาพของบุคคลที่ใช้ภาษา มือบนจอทีวีหลายครั้งได้บังการถ่ายทอดสดทางบ้าน อยากให้ย้ายมุมนะครับ เพื่อพี่น้อง ประชาชนชาวบ้านจะได้ดูเอกสารที่นํามาแสดงได้อย่างชัดเจน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ครับ สื่อช่วยกรุณาอนุเคราะห์ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ด้วยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมจะไม่กล่าวอ้างนะครับว่าผมเปึนนักการเมืองรุ่นใหม่หรือ เปึนหน้าใหม่ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมอยู่ในการเมืองภาคประชาชนมาก็หลายป้นะครับ พอที่จะทราบข่าวสารแล้วก็ได้ติดตามวิวัฒนาการทางการเมืองของสังคมไทยมา พอสมควร รู้สึกเสียใจครับที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในระยะเวลาหลายป้ที่ผ่านมา แม้ว่าเหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้กระผมไม่มีโอกาสที่จะมีประสบการณ์ตรง เพราะว่าไปปฏิบัติ ภารกิจต่างประเทศ แต่ก็ได้รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อสารมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ต้องยอมรับนะครับว่า แต่ละครั้งที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบันป่ดไม่มิดหรอกครับท่านประธาน สื่อสารมวลชนทั้งในและต่างประเทศ จะเปึนผู้เสนอข้อเท็จจริง และเมื่อกาลเวลาผ่านไปก็จะได้รับการพิสูจน์ ครั้งนี้ผมต้อง ขอขอบคุณรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เป่ดใจกว้างให้มีการประชุม ครั้งนี้ขึ้น แม้ว่าตั้งแต่แรกนั้นผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าไรครับ และอีกอย่างหนึ่งผมคิดว่า รัฐบาลยังมีนัดกับวุฒิสภาอยู่นะครับ แล้วผมจะทําหน้าที่ในอีกลักษณะหนึ่งต่อการที่เรา ได้เข้าชื่อกันเพื่อขอให้มีการเป่ดประชุมตามมาตรา ๑๖๑ นะครับ ผมต้องขอขอบคุณ แล้วก็แม้ว่าจะไม่ได้พอใจกับการจัดการกับการชุมนุม ผมคิดว่าการจัดการในเรื่องการ ชุมนุมในประเทศไทยนั้นยังไม่สมบูรณ์ ยังมีความบกพร่อง แล้วก็ยังมีการบาดเจ็บของ พี่น้องประชาชน อันนั้นผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เข้าใจได้ ในระดับสากลก็เกิดขึ้น ไม่ได้มีความ พอใจเต็มร้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าครั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับการชุมนุมทางการเมืองของ ประชาชนแต่ละครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี ๗ ตุลาคมนั้น ผมคิดว่ารัฐบาล ได้จัดการกับเรื่องนี้ดีพอสมควรนะครับ แต่ว่าเมื่อได้ฟังการนําเสนอข้อมูลจากท่านสมาชิก หลายท่านผมเองก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร และผมคิดว่าต้องมีการพิสูจน์ ต้องมีการ สอบสวนกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความจริงปรากฏนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนที่เปึนการ จัดการในกรุงเทพมหานครเมื่อประเมินจากการนําเสนอข่าวของสื่อมวลชนทั้งในและ ต่างประเทศ บทวิเคราะห์ข่าว หรือกระทั่งคลิปวีดีโอ หรือเสียงต่าง ๆ ก็แล้วแต่นะครับ ก็ถือว่าเปึนวิวัฒนาการในการจัดการกับการชุมนุมทางการเมือง แต่ที่ผมไม่ค่อยสบายใจ และผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วแต่จําเปึนต้องเน้นย้ําครับว่า การจัดการ ต่อการชุมนุมที่พัทยานั้นมีปัญหาครับ มีปัญหาจนนําไปสู่การเลยเถิดแล้วก็ได้ทําลาย ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยลงอย่างสิ้นเชิง ผมคิดว่ามาตรฐานในการรักษาความ ปลอดภัย มาตรฐานในระบบข่าวของความมั่นคงของเรามีปัญหาอย่างแน่นอน แล้วก็มี ปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่การชุมนุมทางการเมือง ๒–๓ ป้ที่ผ่านมาจนนําไปสู่การยึดสถานที่ ราชการ หรือแม้แต่สนามบินก็แล้วแต่นะครับ เปึนปัญหาต่อเนื่องไม่ว่ารัฐบาลชุดใดจะเข้า มาบริหาร ปัญหาในเรื่องการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการของเราก็ยังไม่ได้รับการ แก้ไขครับ และครั้งนี้หวังว่าจะเปึนบทเรียนที่รัฐบาล ไม่ว่าใครจะเปึนรัฐบาลต่อไปในอนาคตจะต้อง มีการแก้ไขในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้นําระดับสูงของ ประเทศ และผู้นําระดับสูงของประเทศอื่นที่มาร่วมประชุมในประเทศไทย ต้องมีความ เชื่อมั่นมากกว่านี้ครับ และที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่งก็คือกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรถของ ท่านตลอดจนผู้ติดตามถูกทําร้าย กรณีนี้ก็ถือว่าเปึนความบกพร่องในระบบรักษาความ ปลอดภัยอย่างยิ่ง ทั้งหลายทั้งปวงนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องเหตุที่ผมว่าพวกเรากําลังพูด เฉพาะเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ในฐานะที่เปึนประชาชนคนเล็กคนน้อย คนหนึ่งที่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาตลอด ผมมีความเชื่อว่าปัญหาที่เปึนเหตุแห่ง การเกิดความรุนแรงแล้วก็วัฏจักรหรือวงจรอุบาทว์ในสังคมการเมืองไทยนั้นมันเกิดขึ้น นานแล้วครับ มันเปึนปัญหาระหว่างอํานาจรัฐกับประชาชนในทุกยุคทุกสมัย ใครที่ สามารถขึ้นมามีอํานาจรัฐได้ก็กระทําการในลักษณะที่ไม่แตกต่างอะไรกันกับผู้ที่มีอํานาจ รัฐก่อนหน้านั้น ที่ตนเองขณะที่ยังเปึนประชาชนอยู่ก็อาจจะไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นจึง เปึนการสลับกันช่วงชิงอํานาจทางการเมืองมากกว่านะครับ ผมเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น เพราะว่าสังคมไทยเรานั้นยังมีความเหลื่อมล้ํา ยังมีความไม่เปึนธรรม ยังมีโอกาสที่ แตกต่างกันระหว่างผู้มีโอกาสและผู้ด้อยโอกาส อย่างน้อยที่สุดความเปึนธรรมในการ ได้รับเอกสารเพื่อการพิจารณาวาระในวันนี้ก็ไม่เปึนธรรมแล้วครับสําหรับผม สถานที่ อาคารสาธารณะหลายแห่งก็ไม่เปึนธรรมแล้วครับ เด็กอ้อยโอกาส เด็กพิการหลายคนจะ เข้าเรียนโรงเรียนบางแห่งของรัฐปฏิเสธก็ไม่เปึนธรรมแล้วครับ หลายอย่างเหล่านี้มันพอก พูนมันสั่งสมขึ้นมาเรื่อย ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่เปึนธรรมระหว่างคนอยู่ในเมือง กับคนในชนบทนั้นมีความรุนแรง มีความชัดเจนมาก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร ครับ ไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐบาลก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่แล้วจะเปึนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และเปึนการแก้ไขเพียงเพื่อที่จะเอาใจประชาชนแลกกับคะแนนนิยมทางการเมือง เท่านั้นเอง เรายังอยู่ห่างไกลรัฐสวัสดิการ คงยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่กับประชานิยม ระยะสั้นอยู่ เมื่อมีความอ่อนแออันเกิดจากความเหลื่อมล้ําทางสังคมผนวกกับระบบ อุปถัมภ์ที่เปึนเรื่องเอาบุญเอาคุณกันไม่รู้จักจบสิ้นนะครับ การช่วงชิงอํานาจทางการเมือง มันจึงกลายเปึนการนําเอาระบบอุปถัมภ์ชนิดหนึ่งมาตอบโจทย์นะครับ โดยการพยายาม เอาความแตกต่างของประชาชนมาเสาะแสวงหาอํานาจทางการเมืองนะครับ นักการเมือง กลายเปึนผู้มีพระคุณต่อประชาชนแทนที่จะเปึนผู้รับใช้ประชาชน ในขณะที่ไม่มีอํานาจ บริหารก็พูดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเข้าไปมีอํานาจแล้วก็กลายเปึนผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ แม้แต่สภานี้ท่านก็ไม่เคยรับผิดชอบต่อสภา ผมได้ยินมาว่ามีอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ผมจําไม่ได้ว่าเปึนท่านใดนะครับ ไม่เคยมาตอบกระทู้จากสภาผู้แทนราษฎรเลยตลอด ระยะเวลาที่ท่านดํารงตําแหน่ง อันนี้ก็เปึนตัวอย่างอย่างหนึ่งของการที่การช่วงชิงอํานาจ ทางการเมืองนั้นไม่ได้เปึนไปเพื่อการแก้ปัญหาประเทศชาติอย่างแท้จริงนะครับ ทั้งหลาย ทั้งปวงนี่แหละครับมันนํามาสู่วงจรที่เปึนความรุนแรงและเปึนการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด
อีกอันหนึ่งผมคิดว่าท่านประธานที่เคารพครับ มันเปึนเรื่องของ ประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ ก็เหมือนที่เราได้ยินเสียงหลายท่านเรียกร้องประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์ ประชาธิปไตยที่กินได้ทั้งหลายนี่แหละครับ แต่ว่าเอาเข้าจริง ๆ สาระสําคัญของ ประชาธิปไตยกลับไม่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดในสังคมไทย ประชาธิปไตยในสังคมไทย ในขณะนี้วนเวียนกันอยู่แต่ในเรื่องของประชาธิปไตยเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจรัฐนะครับ เพราะฉะนั้นคําว่า ประชาธิปไตย ของเราจึงวนเวียนอยู่แต่เรื่องของการลงคะแนนเลือกตั้ง เท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่อํานาจรัฐแล้ว การใช้อํานาจรัฐอย่างมีความรับผิดชอบ การใช้อํานาจ รัฐอย่างมีการถ่วงดุล และอย่างมีความรับผิดชอบต่อองค์กรนิติบัญญัตินั้น ผมเชื่อว่ายัง ไม่มีความสมบูรณ์เท่าที่ควร แต่ก็ต้องขอบคุณนะครับ รัฐบาลวันนี้ก็ได้แสดงความ รับผิดชอบในระดับหนึ่ง
อีกอันหนึ่งก็คือ ประชาธิปไตยเมื่อมีอํานาจและเมื่อใช้อํานาจแล้วนี่ การ ตรวจสอบการใช้อํานาจนั้นกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เรายังคงคิดว่า ประชาธิปไตยนั้นรูปโฉมที่แท้จริงอยู่แค่ประชาธิปไตยระบบตัวแทนเท่านั้น ประชาชนที่ ไม่มีอํานาจรัฐกลับกลายเปึนสิ่งที่น่ารําคาญ สิ่งเหล่านี้นี่นะครับ มันเกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําอีก แล้วใครก็ตามที่มีอํานาจขึ้นมาก็จะเห็นประชาชนเปึนผู้น่ารําคาญตลอด มันไม่ได้เกิดขึ้น แค่หลัง ๑๙ กันยายนนะครับ มันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นด้วย และวันนี้มันก็คงยังเกิดขึ้นและ ต่อไปมันก็อาจจะยังเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่า คงไม่ได้เปึนฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งหรอก ครับ มันเปึนการช่วงชิงโดยใช้วาทกรรมสร้างชอบธรรมทางการเมืองให้ฝ์ายตนเท่านั้นเอง
อันต่อมาก็คือ ความอ่อนแอและความล้มเหลวในการเปึนนิติรัฐ ผมคิดว่า สิ่งที่เราใช้กันมาตลอดพูดคุยกันมาตลอดหลายป้ก็คือคําว่า ชุมนุมโดยสงบ เปึนการใช้ สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่เท่าที่ผมได้สังเกตนะครับ แม้ว่านัยน์ตาทั้งสองข้างจะ ไม่เห็นก็แล้วแต่ ผมได้สังเกตว่าการชุมนุมหลายป้ที่ผ่านมาไม่ได้เปึนการชุมนุมโดยสงบ และก็ไม่ได้เปึนการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธด้วย เปึนการชุมนุมที่ไม่สงบ และเปึนการ ชุมนุมที่มีอาวุธเปึนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ชี้ให้เห็นนะครับว่า เราไม่สามารถที่จะรักษา กรอบกติกาและกลไกเพื่อให้ประชาชนที่เขามีความเดือดร้อนหรือต้องการแสดงความ คิดเห็นทางการเมืองในการที่จะมาชุมนุมด้วยวุฒิภาวะ โดยความสงบและปราศจากอาวุธ อย่างแท้จริง ฉะนั้นที่บอกว่าเปึนการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธนั้น ผมก็ยังเชื่อว่าเปึน วาทกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ฝ์ายตนทั้งสิ้นนะครับ
อีกประการหนึ่ง ผมคิดว่ารัฐเองก็ขาดกลไกในการจัดการการชุมนุมโดย สงบและปราศจากอาวุธ มันเปึนการจัดการที่บกพร่องและเปึนการจัดการเฉพาะหน้า แทบทั้งสิ้น แม้ว่าผมจะได้แสดงความพอใจในระดับหนึ่งกับการจัดการครั้งล่าสุด แต่ก็ ไม่ได้พอใจเต็มร้อยนะครับ ผมคิดว่าการจัดการของเรานั้น แม้กระทั่งตัวกฎหมายเองก็ไม่ ชัดเจนนะครับ แม้กระทั่งวิธีการใช้อุปกรณ์การสลายการชุมนุมก็เปึนไปอย่าง กะพร่องกะแพร่ง เปึนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเฉพาะกิจ และบางครั้งก็เลยเถิด ก่อให้เกิด ความสูญเสีย เช่น กรณี ๗ ตุลา เปึนต้น ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพราะว่า เราขาดกฎกติกาที่แน่ ชัด ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการจัดการมวลชน เพราะฉะนั้นมันจึง อ่อนไหวและเปึนไปตามคําสั่งของผู้มีอํานาจทางการเมืองเท่านั้นเอง ถ้าผู้มีอํานาจทาง การเมืองมีความอดทนอดกลั้น มีสติ ความเสียหายก็จะน้อย แต่ถ้าผู้มีอํานาจเกิดความ บ้าคลั่งนะครับ จริง ๆ ไม่อยากจะฟุ๋นฝอยหาตะเข็บนะครับ วันที่ ๒ ธันวาคม ป้ ๒๕๔๘ ใกล้สถานีรถไฟสามเสน ก็ได้มีการใช้กําลังสลายผู้ชุมนุมที่เปึนคนพิการล้วน ๆ ร้อยกว่าคน เกิดการบาดเจ็บ แต่ว่าเสียงเหล่านั้นมันเปึนเสียงคนเล็กคนน้อย คนก็เลยไม่ หยิบยกขึ้นมาพูดในสภา เปึนแค่เศษมนุษย์ในใจของพวกท่านทั้งหลาย นี่แหละครับ ผมคิดว่ามันเปึนการจัดการที่ยังไม่ประสบความสําเร็จในเรื่องของการชุมนุม แม้ว่าจะมี ความพยายามกันหลายครั้งก็ตาม ผู้ชุมนุมเองก็ต้องบริสุทธิ์ใจและต้องเปึนการชุมนุมทาง การเมืองหรือเปึนการชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเปึนธรรมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่าง แท้จริง ซึ่งไม่จริงนะครับ ผมก็มีเวลาไม่มาก เพราะฉะนั้นผมจะไปสู่ข้อเสนอแนะเลย นะครับ เมื่อผมมองแล้วว่าปัญหาทั้งหลายทั้งปวงมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุระยะสั้น แต่มันเกิดขึ้นมาหลายสิบหลายร้อยป้แล้ว และเปึนการแก้ปัญหาเพื่อการช่วงชิงอํานาจ ทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้เปึนการแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง กระผมก็คิดว่า หนทางในการแก้ไขไม่อาจได้มาโดยการแก้ไขเอกสารฉบับเดียว ผมคิดว่าจําเปึนต้องมีการ ปฏิรูปประเทศไทยทั้งระบบ ต้องยกเครื่องประเทศไทยทั้งระบบครับ ต้องปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองไปพร้อม ๆ กัน จะต้องมีการออกแบบสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในเชิงอุดมคติที่พี่น้องประชาชนมีความคิด มีความฝันอยากจะเห็น ซึ่งการปฏิรูปและการ ออกแบบสังคมที่พึงประสงค์ของเรานั้น จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีการมีส่วนร่วมของทุก ภาคส่วนในสังคมครับ แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นจะเป่ดโอกาสให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนเพียงเอกสารฉบับเดียวและถูกใช้เปึนข้ออ้างในการช่วงชิงอํานาจรัฐ แม้ว่าพวกเราในรัฐสภาจะทําได้ก็ตาม แต่เพื่อเห็นแก่ความสงบสุขของประเทศชาติ เพื่อเห็นแก่สังคมที่เข้มแข็ง ที่มั่นคงและยั่งยืน ผมหวังว่าจะมีการคิดถึงจิตใจประชาชนเปึน อันดับแรก นําเอาประชาชนทุกภาคส่วน ทุกฝ์ายเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปประเทศไทย
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ในเรื่องประชาธิปไตย กระผมคิดว่า ประชาธิปไตยควรที่จะต้องได้รับการปรับปรุงไปสู่ประชาธิปไตยที่มีดุลยภาพระหว่าง ประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่เราคุ้นเคยกันอยู่ ซึ่งแทบจะเรียกว่ามอบอํานาจเมื่อลงคะแนน หย่อนบัตรไปแล้ว กับประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ และเปึน ประชาธิปไตยที่มีการถ่วงดุลกันอย่างชัดเจน ฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายตุลาการ และมีองค์กรอิสระที่เข้มแข็งไม่มีฝ์ายบริหารเข้าไปแทรกแซง
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนั้นควรที่จะ คํานึงถึงความเข้มแข็งระยะยาว ยิ่งในขณะนี้เศรษฐกิจโลกกําลังมีปัญหา ผมคิดว่ารัฐบาล ควรจะต้องคิดถึงเรื่องของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจไปสู่การลดการพึ่งพาจากการส่งออก ให้มากที่สุด
คุณมณเฑียรครับ หมดเวลา
นิดเดียวครับท่านครับ ผมจะสรุปแล้ว ครับ และก้าวล่วงพ้นประชานิยมไปสู่รัฐสวัสดิการอย่างแท้จริงครับท่านประธาน ตราบใด ที่ยังเปึนระบบเฉพาะหน้า เฉพาะกิจ ก็จะเปึนหนทางหากินของนักการเมืองที่ฉวยโอกาส ช่วงชิงอํานาจทางการเมืองเท่านั้นเอง
ประการสุดท้าย ท่านประธานครับ มีความจําเปึนที่จะต้องสร้างความ เข้มแข็งของภาคประชาสังคม โดยการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายด้านสังคมอย่าง เต็มที่ครับ กระผมจะขอยกตัวอย่างครับ เช่น กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัด สวัสดิการสังคม กฎหมายว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองผู้ถูกกระทําความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาเด็ก เยาวชน สตรี กฎหมายว่าด้วยเรื่องผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งกฎหมายเหล่านี้เรามีอยู่ในมือจริง ๆ ครับ แต่ว่าอํานาจรัฐ ยังไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะว่าเรามัวแต่สนใจปัญหาเฉพาะหน้า ฉะนั้นถ้าเราสามารถที่ จะทําให้สังคมเข้มแข็ง อีกฉบับหนึ่งครับ คือกฎหมายว่าด้วยเรื่องของสภาองค์กรชุมชน ซึ่งผมคิดว่าถ้าฐานรากของสังคมเรามีความเข้มแข็งสามารถที่ช่วยเหลือตนเองได้ การเมืองก็จะดีขึ้น การฉวยโอกาสทางการเมืองก็จะน้อยลง และการเรียกร้องการชุมนุม ก็จะเปึนการเรียกร้องการชุมนุมโดยมีวุฒิภาวะ เปึนการชุมนุมที่สงบปราศจากอาวุธ ผมขอให้ทุกท่านได้ใช้สติ และมาร่วมกันในการที่จะทําให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ความเจริญ มั่นคงและเข้มแข็ง ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมขอเปรียบรัฐธรรมนูญเหมือนน้ํามันนะครับ ถ้าเอาไปไว้ในที่ที่สามารถที่จะเดินเครื่อง รถก็สามารถเดินไปได้ แล่นไปได้ แต่ในขณะนี้ ถ้าเอาน้ํามันไปราดกองไฟเกรงว่าจะเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลคิดให้ดีนะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เกินเวลาเขาเยอะครับ ต่อไปคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคงไม่พูดถึงเรื่องสถานการณ์ ที่ผ่านไปแล้วในการปราบจลาจล เพราะมีหลายคนพูดถึงครับ และผมเองก็เปึนคนที่เชื่อ ในผลของการกระทําว่าผลไม่มีคนตาย ผมเปึนคนที่เชื่อในประจักษ์พยานก็คือนักข่าว ถ่ายทอดผ่านภาพข่าว ผมเชื่อมีความชัดเจนเพียงพอครับ แต่วันนี้ก็ดีครับ ที่สภาแห่งนี้ เป่ดโอกาส จะได้ตอบข้อสงสัยที่ไม่ชัดเจน และท่านประธานครับ ผมเองก็อยากให้พี่น้อง ทางบ้านเข้าใจเถอะครับว่าเมื่อผลชัด ประจักษ์พยานมี วาทกรรมทางการเมืองเปึนเรื่อง เปลือกย่อยครับ ผมขอเข้าข้อเสนอแนะของผมเลยนะครับ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญและกฎหมายนิรโทษกรรมในความเห็นของผมครับ
ประเด็นแรกครับ รูปแบบของการแก้รัฐธรรมนูญจะอยู่ในรูปแบบไหน ผมคิดว่าวันนี้เปึนโจทย์ที่ต้องน่าคิดแล้วนะครับ จะใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งฉบับ หรือไม่ หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือจะนําไปสู่การร่างใหม่ทั้งฉบับเปึนฉบับ ป้ ๒๕๕๒ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เองแม้ว่าจะเปึนได้ชื่อว่าเปึน รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน แต่ก็ถูกข้อครหาครับว่าเปึนต้นเหตุแห่งการเกิด ทุนนิยมสามาน พรรคการเมืองแบบบริษัท จํากัด ในเวลาเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้ว่าจะทําประชาพิจารณ์มาทั่วถึงกันทั้งประเทศ แต่ก็ไม่วายครับ ได้ชื่อว่า เปึนผลผลิตแห่งเผด็จการเช่นเดียวกัน ในข้อแรกผมจึงเสนอครับว่าถ้าจะต้องมีการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนธรรมนั้นน่าจะอยู่ในรูปแบบของการร่างใหม่ทั้งฉบับ แล้วก็ ให้พวกเราทั้งสภาแห่งนี้แหละครับ นักวิชาการข้างนอกร่วมกันช่วยคิด
ประเด็นที่ ๒ ต่อเนื่องครับ ด้วยเวลาจํากัด ท่านประธานครับ เราจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องการทําประชามติยังค้างอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ ผ่าน ส.ส. ผ่าน ส.ว. แล้ว แต่ความเห็นไม่ตรงกันอยู่ในระหว่างการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานวิป ท่านประธานผมคุยกับท่านแล้วครับ ท่านบอกสัปดาห์หน้าจะเสร็จ ก็ฝากท่านประธานรัฐสภาด้วยว่าหน้าที่ในการบรรจุวาระการประชุมอยู่ที่ท่านแล้วนะครับ นั่นคือในส่วนของข้อเสนอแนะข้อที่ ๒ เร่งกฎหมายประชามติให้เร็วขึ้นครับ
ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๓ ซึ่งคงต้องใช้เวลาแห่งนี้เปึนประเด็นที่ผมเห็น ว่ามีความไม่เปึนธรรมในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าผมไม่เห็นด้วย กับกฎหมายนิรโทษกรรม วันนี้สิ่งที่ประเทศไทยขาดก็คือขาดหลักนิติรัฐ สิ่งที่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กําลังจะทําคือนําหลักนิติรัฐกลับมา คือหลักที่กฎหมายเปึนใหญ่ และความยุติธรรมเปึนใหญ่ในประเทศนี้ครับ เพราะฉะนั้นนิรโทษกรรมไม่ใช่แนวทางออก ที่ดีของการดํารงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ แต่กลับกันครับ การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในบาง มาตราที่ไม่เปึนธรรมเปึนวิธีการที่เชิดชูหลักนิติรัฐครับ ผมเสนอแก้ไขมาตรา ๓๙ ซึ่งเปึนมาตราที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ท่านประธานครับ มาตรา ๓๙ พูดถึงว่า บุคคล จะไม่ต้องรับโทษทางอาญาเว้นแต่ได้กระทําการในเวลาที่กฎหมายบัญญัติความผิดและ บัญญัติโทษเอาไว้ นั่นหมายถึงเรื่องของกฎหมายย้อนหลังเปึนโทษ ท่านที่นี่เคยคุ้นหน้า คุ้นตากับกฎหมายลักษณะแบบนี้ครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าแนววินิจฉัยของศาลฎีกาและ ศาลรัฐธรรมนูญตลอดมาครับ วางเอาไว้ครับว่า กฎหมายย้อนหลังได้ครับ มีเฉพาะแต่ โทษอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ เท่านั้นที่ย้อนหลังไม่ได้ ได้แก่ ประหารชีวิต จําคุก กักขัง ปรับ แล้วก็ริบทรัพย์สิน ๕ ชนิดครับ ที่เหลือย้อนได้หมดครับ แล้วเปึนอย่างนี้มานานแล้วครับ ประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ที่เราไม่เคยพูดถึงเปึนแบบนี้ครับ ยังจําได้ไหมครับว่าเรื่องของการยุบพรรคไทยรักไทย ทําให้ ๑๑๑ คนถูกตัดสิทธิ ผมขอพูดครับอย่างนี้ว่า ท่านประธานครับ ในขณะนั้น กฎหมายพรรคการเมือง ป้ ๒๕๔๑ เขาบัญญัติโทษเอาไว้สั้น ๆ ครับว่า ให้กรรมการไปตั้ง พรรคใหม่ไม่ได้ เปึนกรรมการบริหารพรรคใหม่ไม่ได้ แต่ประกาศคณะปฏิรูปการปกครอง ฉบับที่ ๒๗ เพิ่มโทษขึ้นมาครับ โดยอาศัยอํานาจแห่งองค์รัฏฐาธิปัตย์ในขณะที่มีการ ปฏิรูปการปกครอง ให้มีการเพิ่มโทษ ๑๑๑ คนในขณะนั้นว่าไม่สามารถที่จะมีสิทธิ เลือกตั้ง ก็คือถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ๕ ป้ เปึนการเพิ่มโทษ ตรงนี้ชอบด้วยกฎหมาย รัฐธรรมนูญนะครับ ชอบด้วยหลักรัฐธรรมนูญครับ แต่ขัดกับหลักความเปึนธรรม ในความรู้สึก ผมเชื่อว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นแห่งความขัดแย้งในทุกวันนี้ หลายต่อหลายท่านในฟากฝัืง โน้นคงเข้าใจว่าตรงนี้มีความไม่เปึนธรรม ผมเรียนครับ เปึนไปตามหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญเลยครับ เพราะเราไม่เคยดูกันในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ มาตรา ๓๙ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกเลยนะครับว่ามีเฉพาะประเทศไทยนี่ละครับที่กฎหมาย ย้อนหลังได้ แล้วมาตรานี้เปึนต้นเหตุที่ผมคิดว่าเปึนปัญหาของประเทศนี้นะครับ มีคดีบาง ประเภทที่ไม่ใช่คดีอาญาแล้วมีโทษย้อนหลัง เช่น การถอนสัญชาติของคน มีคําพิพากษา ฎีกา ในป้ ๒๕๓๔ ถอนสัญชาติคนครับ ออกกฎหมายย้อนหลังถอนสัญชาติคนได้ เพราะ เขาถือว่าไม่ใช่โทษทางอาญา คดีป้ ๒๕๔๔ ย้อนหลังครับ เพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้งได้ เหมือนกันครับ นี่แหละครับ ผมคิดว่ามาตรา ๓๙ เปึนต้นเหตุหลักสําคัญแห่งความขัดแย้ง ท่านประธานครับ ผมต้องบอกว่านานาประเทศในขณะนี้นี่นะครับ เขาไม่ได้ทําแบบเรา ในมาตรา ๓๙ ครับ หลักกฎหมายทั่วไปที่บอกว่า ไม่มีความผิดโดยไม่มีกฎหมาย ไม่มีโทษ โดยไม่มีกฎหมาย เปึนหลักภาษาลาติน ภาษาลาตินผมอาจจะแย่กว่าท่านเฉลิมสัก นิดหนึ่งนะครับ แต่ขออ่านนะครับ นูล่า ฮวยน่า ลีเกส ซีเน่ เลเก้ ครับ ไม่มีความผิดโดย ไม่มีกฎหมายครับ กฎหมายต่างประเทศครับ ผมเองก็ได้วิจัยมา แล้วเดี๋ยวส่งเอกสารวิจัย ให้ท่านประธานด้วยครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกานั้น อาร์ติเคิล (Article) ที่ ๑ เซสชั่น (Session) ที่ ๙ ก็พูดถึงหลักกฎหมายที่มีลักษณะเปึน เอ็กโพส แฟคเทอร์ ลอว์ (Expose factor law) คืออะไรครับ สหรัฐเปึนรูปแบบกฎหมาย แบบที่ต้องใช้คําพิพากษาตีความ มีคําพิพากษา ๒ อัน เปึน ๑๐๐ ป้แล้วครับ คําพิพากษา แรกในป้ ค.ศ. ๑๘๑๐ อีกอันหนึ่ง ค.ศ. ๑๗๙๘ เก่ากว่านั้นครับ เปึน ๑๐๐ ป้แล้วครับ สหรัฐอเมริกาบอกเอาไว้ว่า ห้ามบัญญัติใช้กฎหมายที่กําหนดให้การกระทําใดการกระทํา หนึ่งเปึนความผิด ทั้งที่การกระทํานั้นถูกกฎหมายอยู่ในขณะที่กระทํา หรือเปึนการเพิ่ม โทษ หรือกําหนดเปลี่ยนแปลงลักษณะของพยาน เห็นไหมครับ สหรัฐอเมริกาเองก็มี รูปแบบกฎหมายแบบนี้ ฝรั่งเศสก็มีครับ มีตุลาการรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส คําวินิจฉัยที่ ๘๒ ถึง ๑๕๕ ในป้ ค.ศ. ๑๙๘๒ นะครับ ก็พูดเรื่องนี้เหมือนกัน พูดถึงเรื่อง กฎหมายภาษีอากรว่าโทษทางภาษีนั้นย้อนหลังไม่ได้ เยอรมันครับที่ได้ชื่อว่าเปึนหัวใจของ ประเทศที่มีหลักกฎหมาย ยึดเอาประมวลกฎหมายเปึนหลัก หรือแบบ ซีวิล ลอว์ (Civil นั่นเปึนปัญหาเรื่องความชอบธรรมของรัฐบาลในขณะนั้นครับ ๒ มาตรฐานไม่มีหรอกครับ เพราะวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทําทั้งเหลือง ทําทั้งแดงครับ ให้หลักนิติรัฐยังคงอยู่ ผมคิด ว่าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านชัดเจนครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ ความไม่พอใจของพี่น้องเสื้อแดงในเรื่องที่มาขององค์กร อิสระ ความเปึนไม่เปึนธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ความไม่เปึนธรรมของศาลสถิตยุติธรรม ผมก็เรียนอีกครับว่า เปึนการใช้อํานาจของฝ์ายตุลาการครับ เปึนการใช้อํานาจขององค์กร อิสระที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิงครับ กับการใช้อํานาจของฝ์ายบริหารโดยนายกรัฐมนตรี ความขัดแย้งตรงนี้แหละครับอยากให้ตั้งสติ ตั้งตรรกให้ดีว่า วันนี้ประเทศเรากําลังต้องการ อะไรครับจากนายกรัฐมนตรีชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้าวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติชาติผ่าน ไม่ได้ นั่นคือหน้าที่ของฝ์ายบริหารโดยท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ผมไม่เถียงครับ วันนี้ถ้าเรายังแตกแยกไม่ช่วยกันหาทางออก ถ้าเรายังแบ่งซ้าย แบ่งขวา วิกฤติเศรษฐกิจ จะแก้อย่างไรครับ ถ้าท่านไม่ร่วมกันวันนี้ในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ เราอย่าเสียใจกับอดีต ที่เราจะทําครับ อย่าเสียใจนะครับ จบเถอะครับ เหลือง แดง ร่วมกันวันนี้ทําให้ ประเทศชาติเปึนไปได้ ร่วมฝ์าวิกฤติด้วยกันครับ ประเทศนี้ประเทศไทยครับ เปึนของเรา ทุกคน แล้วผมก็เชื่อมั่นครับ ที่นี่เต็มไปด้วยคนที่เคารพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เต็มไปด้วยคนที่มีศรัทธาแรงกล้าในระบอบประชาธิปไตย แล้วเต็มไปด้วยคนที่มีความ หวังดีต่อประเทศไทยครับ จะให้เราฝ์าวิกฤติไปได้ ผมขอให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลนี้พาประเทศและคนไทยร่วมฝ์าวิกฤติชาติไปด้วยกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธาน และผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านว่า สงกรานต์ที่ผ่านมาเปึนสงกรานต์เลือดที่ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนมีความรู้สึกเดียวกันใน ฐานะที่เปึนคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวกระผมเองรู้สึกทั้งเสียใจและเศร้าใจต่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เสียใจที่คนไทยต้องเข้ามาทําร้ายฆ่าฟันกันเอง เศร้าใจที่รู้ทั้งรู้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้ต้องเกิดขึ้นแต่เราก็ยังปล่อยให้เกิดขึ้นจนได้ แล้วก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดซ้ํา อีกหรือไม่ และจะรุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาให้มีการประชุม ร่วมกัน ๒ สภา โดยอาศัยกลไกของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๗๙ ซึ่งเปึนบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญที่เป่ดโอกาสให้รัฐบาลได้มีโอกาสที่จะขอรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก รัฐสภาเมื่อมีปัญหาสําคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ๒ วันของการประชุมรัฐสภา แห่งนี้ กระผมมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ใช้ที่ประชุมแห่งนี้ตามกลไกของบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ก็คือ กลไกของการที่รัฐบาลต้องฟังมากกว่าพูด มาตรา ๑๗๙ คือมาตราที่เป่ดโอกาสให้รัฐบาลมาปรึกษาหารือรัฐสภา รับฟังความคิดเห็นของสมาชิก รัฐสภา แล้วเอาข้อคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาไปประกอบข้อพิจารณาของรัฐบาลในการ แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ปัญหาก็คือสมาชิกรัฐสภาเองก็ยังมิได้ให้ความสําคัญกับ มาตรา ๑๗๙ ในการที่กําหนดให้สมาชิกรัฐสภาเปึนผู้ให้ข้อคิดเห็นต่อรัฐบาลที่มาขอรับฟัง ความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภา รูปแบบของการประชุมในวันนี้ไม่ได้ต่างกับรูปแบบของ การประชุมสมัยที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัครขอเป่ดประชุมในการขอรับฟังความ คิดเห็น ลักษณะเปึนเช่นเดียวกันท่านประธาน เปึนรูปแบบของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ์ายบริหารมากกว่า เปึนการโต้เถียงกันระหว่างฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาล โดยมีสมาชิก วุฒิสภาเปึนผู้ดู เช่นนี้กลไกของมาตรา ๑๗๙ มันไม่เกิดขึ้นหรอกครับ ประโยชน์ที่รัฐบาล จะได้จากที่ประชุมแห่งนี้ก็ไม่เกิด กลายเปึนเวทีของการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตาม มาตรา ๑๗๙ เปึนเวทีของการถกเถียงข้อเท็จจริงในเรื่องเดียวกันแต่คนละมุม ผมเชื่อแน่ว่าประชาชนสับสน แท้ที่จริงแล้วการประชุมร่วมกันของเวทีรัฐสภาในมาตรา ๑๗๙ จะเปึนเวทีของการปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อระดมความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ไปแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพื่อพิสูจน์ให้พี่น้องประชาชนได้มีความเข้าอกเข้าใจว่าภายใต้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีระบบรัฐสภานั้นมีกลไกที่สามารถที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับบ้านเมืองได้ แต่สุดท้ายเรากลับใช้เวทีนี้ในการโต้เถียงกันเพื่อพิสูจน์ความถูก ความผิดในมุมมองซึ่งต่างกัน ผมก็ต้องขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะที่เปึนสมาชิกคนหนึ่ง ซึ่งต้องนั่งฟังการอภิปรายมาตลอด ๒ วัน ได้ขอแสดงความคิดเห็นและกราบวิงวอน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ได้โปรดมีความเข้าใจในเรื่องของกลไกมาตรา ๑๗๙ ที่บัญญัติไว้เพื่อให้เปึนช่องทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ส่วนเรื่องการ พิสูจน์ความถูก ความผิด ความไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐบาลในการบริหารราชการ แผ่นดินต่อไปนั้น มีช่องทางต่างหากก็คือ การขอเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ประเด็นปัญหาที่ผมอยากจะได้ขอเสนอความคิดเห็นก็คือ วิธีการแก้ไข ปัญหาของบ้านเมืองซึ่งเกิดขึ้นในขณะนี้ เราจะแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองต่อไปอย่างไร เพื่อที่จะนําพาให้ประเทศไทยนั้นสามารถก้าวพ้นวิกฤตการณ์ของสังคมไปได้ ผมขอ อนุญาตว่าผมไม่ได้ใช้คําว่า วิกฤตการณ์ทางการเมือง เหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่เกิดขึ้น ผมถือว่าเปึนวิกฤตการณ์ของสังคมประเทศไทยทั้งประเทศ มิใช่แต่ปัญหาของการเมือง หากแต่เปึนปัญหาของสังคมไทยซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องของการเมือง สังคม และ เศรษฐกิจ มีผลกระทบไปทั้งระบบ การที่จะหาทางออกให้กับประเทศนั้นผมมีความเห็น อย่างนี้ครับท่านประธานครับ เราต้องรู้ถึงรากเหง้าของปัญหาว่า เหตุที่นํามาสู่เหตุการณ์ รุนแรงในช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมานั้น รากเหง้าของปัญหาอยู่ที่ไหน เราจะได้แก้ให้ ถูกต้อง และตรงประเด็นกับปัญหาที่เกิดขึ้น มวลชนเสื้อเหลือง เสื้อแดง ถกเถียงกันเรื่อง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ มวลชนเสื้อเหลือง เสื้อแดงถกเถียงกันเรื่องควร นิรโทษกรรมหรือไม่ควรมีนิรโทษกรรมหรือไม่ ผมว่าขณะนี้ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่ใช่ ข้อถกเถียงของบุคคลทั้ง ๒ กลุ่ม หลังวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ซึ่งเปึนวันเลือกตั้งทั่วไป ของประเทศไทยครั้งหนึ่งก็เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น ในเรื่องของการให้การ ยอมรับนับถืออดีตผู้นําของประเทศไทยท่านหนึ่ง หลังจากนั้นปัญหาดังกล่าวได้ขยายตัว รุนแรงมาตลอด มีการแบ่งฝักแบ่งฝ์ายกันค่อนข้างชัดเจนว่าฝ์ายหนึ่งให้การสนับสนุนท่าน อดีตผู้นํา อีกฝ์ายหนึ่งต่อต้านท่านอดีตผู้นํา ปัญหาดังกล่าวได้ถูกหมักหมมมาจนกระทั่ง เกิดเหตุการณ์ในวันสงกรานต์ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าวิกฤติของสังคมไทยที่ เกิดขึ้นต่อเนื่องและดํารงอยู่มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ นั้น เปึนวิกฤติของการมีความคิด มีทัศนคติที่แตกต่างกันระหว่างผู้สนับสนุนบุคคลฝ์ายหนึ่งกับผู้ต่อต้านบุคคลอีกฝ์ายหนึ่ง ผมว่าเราต้องพูดกันให้ชัดเจนว่าเปึนเรื่องนี้ เพราะความแตกต่างในความคิดเห็นดังกล่าว มันเกิดขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราเห็นการเดินขบวน เราเห็นการก่อตัวของพี่น้องประชาชนกลุ่มหนึ่งตั้งแต่ป้นั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ยังไม่ได้ มีการใช้บังคับ ประเทศไทยอยู่ภายใต้บังคับของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ไม่มีผู้ใดคิดที่ จะไปแก้ไขปัญหาดังกล่าว ปล่อยให้วิกฤตการณ์ในความคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นฟักตัว หยั่งรากลึกจนสุดที่จะเยียวยา กลายเปึนเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ขึ้น ซึ่งขณะนั้นท่านสมาชิกที่เคารพที่เปึนฝ์ายค้านในขณะนี้ ท่านก็อยู่ซีกรัฐบาล ต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพ รัฐบาลที่นั่งอยู่ในขณะนี้ก็เปึนฝ์ายค้านในขณะนั้น เราได้ ช่วยกันหวังว่า ๗ ตุลาคม ซึ่งเปึนวันหนึ่งซึ่งสร้างความเศร้าสะเทือนใจให้กับพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จะเปึนครั้งสุดท้าย และเปึนบทเรียนในการนําไปสู่การแก้ไข ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังเสียที แต่การหาได้เปึนเช่นนั้นไม่ครับ เรากลับต้องมาผจญกับ เหตุการณ์ฝันร้ายอีกครั้งหนึ่งก็คือ สงกรานต์เลือดที่ผ่านมา โดยมีฝ์ายค้านกลับมาเปึน ฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายรัฐบาลกลับมาเปึนฝ์ายค้าน ข้อกล่าวหาเรื่องของการก่อให้เกิด ๒ มาตรฐาน จึงเกิดขึ้น ณ วันนี้ แต่ผมกลับมองว่าเรื่องของ ๒ มาตรฐาน คือมาตรฐาน ของ ๒ เหตุการณ์ ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของพรรคการเมืองที่ท่านผลัดกัน บริหารราชการแผ่นดินนั้นละครับ สิ่งต่าง ๆ ที่ฝ์ายค้านได้นําเสนอต่อรัฐสภาในวันนี้ ไม่ว่า จะเปึนเรื่องกระบวนการของการสลายผู้ชุมนุมก็ดี ไม่ว่าเรื่องของการใช้ความรุนแรงในการ ปราบปราบผู้ชุมนุมก็ดี ล้วนเปึนสิ่งที่ควรจะนําไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ทั้งสิ้น ถ้าเราจะพูดกันด้วยความเปึนธรรมและอย่างเปึนกลาง ว่าใน วันนั้นก็มิได้มีการใช้กระบวนการที่ควรที่จะเปึนอย่างที่ได้มีการพูดกันในที่ประชุมวันนี้ต่อ ผู้ชุมนุมเช่นเดียวกัน เปึนไปได้ไหมครับว่า เมื่อเราต่างฝ์ายต่างได้มีโอกาสได้ระบาย ได้ถ่ายทอด ได้นําเสนอแล้ว จากนี้ไปเราจะหันหน้าเข้าหากัน แล้วช่วยกันหาทางออก ให้กับประเทศไทย กระแสหนึ่งที่ถูกโยนให้กับสังคมแล้วก็เปึนการจูงความคิดผู้คนใน สังคมไปล่วงหน้าแล้ว ในช่วงสัปดาห์ สองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ จะแก้ปัญหาวิกฤติของ ประเทศไทยในครั้งนี้ได้ ด้วยการ ๑. แก้รัฐธรรมนูญ ๒. ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ผมก็ ต้องกราบเรียนหารือในที่ประชุม เพราะว่าตัวเองไม่สามารถตัดสินใจใน ๒ ประเด็นที่ถูก โยนเข้าสู่สังคมได้ว่า ควรเห็นด้วยหรือควรปฏิเสธ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เพราะผมไม่แน่ใจว่าตรงนั้นมันใช่ทางออกของประเทศไทยหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อแก้ รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว เมื่อออกกฎหมายนิรโทษกรรมเสร็จแล้ว เราจะสมานความรู้สึก เราจะปฏิรูปความคิดของตัวเราเองให้เปึนหนึ่งเดียวกันได้หรือเปล่า มวลชนเสื้อเหลือง มวลชนเสื้อแดง เขาจะยอมกลายเปึนมวลชนของประเทศไทยที่ไม่แบ่งสีเสื้อกันอีก หรือเปล่า ปัญหานี้ท่านสมาชิกหรือท่านพรรคการเมือง ทั้งซีกรัฐบาล และซีกฝ์ายค้าน อาจจะเปึนผู้ให้คําตอบได้ดี เพราะท่านมีสมาชิกของท่านไปขึ้นทั้ง ๒ เวที ท่านช่วย ประชาชนตัดสินใจได้ไหมครับ หรือให้สัญญาประชาคมกับผู้คนในประเทศไทยได้ไหมครับ ว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วเราจะยุติข้อพิพาทซึ่งกันและกัน ยืดหยัดบอกกับพี่น้องประชาชน เลยได้ไหมครับ ผมจะได้กล้าตัดสินใจสนับสนุนว่าเมื่อเปึนทางออก เปึนข้อตกลงร่วมกัน ของผู้ขัดแย้งทั้ง ๒ ฝ์ายแล้ว เราควรจะสนับสนุน อย่างน้อยเพื่อให้ประเทศไทยเข้าสู่ความ สงบสันติสุขเสียทีหนึ่ง ท่านประธานครับ สมมุติว่า เราบรรลุข้อตกลงร่วมกันว่าถ้ามีการ แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วจะเปึนทางออกของประเทศไทยได้ มีประเด็นปัญหาที่ต้องช่วยกัน พิจารณาต่อไปครับว่า องค์กรที่จะทําหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เปึน กลาง ถูกต้อง เปึนธรรม และสามารถนําพาประเทศไทยได้ไป ควรมีรูปแบบอย่างไร
ประเด็นที่ ๒ จะแก้รัฐธรรมนูญตรงไหน มาตราไหนบ้าง แล้วแก้เปึน อย่างไร ประชาชนไม่มีรู้โอกาสรู้เลยครับ พูดแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียว ผม ยกตัวอย่างเพื่อประกอบข้อมูลให้กับท่านทั้งหลายได้มีโอกาสช่วยกันคิดผ่านท่านประธาน นะครับ สิ่งที่เราได้ยินกันบ่อยมากที่สุดก็คือ ขอแก้มาตรา ๑๙๐ บอกเปึนอุปสรรคในการ บริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลทําอะไรไม่ได้เลยกับหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เพราะ ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน ผมก็ต้องกราบเรียนครับว่า แท้ที่จริงแล้ว มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมันก็คือมาจากมาตรา ๒๒๔ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั่นเองละครับ ไมได้เปึนของใหม่ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่เลย มันเปึนของเก่าที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่เขียนอยู่ในมาตรา ๒๒๔ วรรคสี่ ที่ผ่าน มาเราไม่ค่อยรู้สึกกับมาตรานี้
ท่านสุรชัยครับ หมดเวลา แล้วนะครับ
ผมขออนุญาต ทดเวลาเพิ่มครับท่านประธานครับ อีกนิดเดียวครับผมจะจบแล้วครับ ขอบพระคุณท่าน ประธานครับ เนื่องจากที่เราไม่รู้สึกผลบังคับของมาตรา ๑๙๐ เนื่องจากที่ผ่านมาเราเอง ละเลยที่ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๔ หรือไม่ เท่านั้นเองครับ มาตรา ๒๖๕ ที่บอกว่า เปึนบทบัญญัติในการห้าม ส.ส. ส.ว. ไปดํารงตําแหน่งในหน่วยราชการ ก็เปึน บทบัญญัติที่มีอยู่เดิมในมาตรา ๑๑๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๖ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่บอกว่า ห้ามไปก้าวก่ายการปฏิบัติงานของข้าราชการประจํา ก็เปึนบทบัญญัติที่เขาลอกมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๑๑๑ เท่านั้นเองแหละ ครับ นี่คือข้อมูลที่ผมขออนุญาตกราบเรียน
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานครับ เรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราได้คํามั่นสัญญาร่วมกัน เปึนข้อตกลงร่วมกัน เปึนสัญญาประชาคม ที่เราจะให้ต่อพี่น้องคนไทยว่า ถ้ามีกฎหมายนิรโทษกรรมแล้วเราจะเลิกบาดหมางกัน เราหันหน้าเข้าหากัน ผมเห็นด้วยครับ ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว แต่มีรายละเอียดมีประเด็น ที่จะต้องพิจารณาอย่างน้อย ๒ ประเด็นที่ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานครับ นิรโทษกรรมสําหรับการกระทําความผิดอะไรบ้าง ระหว่างอย่างน้อยต้องพิจารณาคือ คดี การเมืองกับคดีอาญาทั่วไป นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ นิรโทษกรรมสําหรับการกระทําความผิดในห้วงเวลาใดบ้าง เงื่อนเวลาเปึนประเด็นสําคัญประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องมาช่วยกันพิจารณา ก็ขออนุญาต กราบเรียนด้วยเวลาจํากัดเช่นนี้นะครับท่านประธาน ว่ากระผมมีความคิดเห็นที่จะขอ อนุญาตเสนอไปยังรัฐบาลว่า ทางออกของประเทศไทยตามที่ผมเสนอ ผมขออนุญาตว่า มีเงื่อนไขที่ผมได้ขออนุญาตกราบเรียนไปแล้ว สุดท้ายก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่า การประชุม ร่วมกันของพวกเราในวันนี้จากนี้ไปอย่างน้อยที่สุดในช่วงวิกฤติของประเทศ ขอความ กรุณาว่าพวกเรารวมใจกันเปึนหนึ่งเดียว ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศ ละเรื่องเก่า ๆ ไว้ชั่วคราวแล้วหันหน้ามาหาทางออกให้ประเทศ พาประเทศไทยให้ก้าวผ่านช่วงวิกฤติ ไปก่อน ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมจัดลําดับไว้อย่างนี้นะครับ ต่อไปคือ ท่านขจิตร ท่านนฤมล ท่านชาญชัย แล้วก็ท่าน จิราวรรณ และท่านจตุพร ท่านประเสริฐ ท่านผ่องศรี แล้วก็ท่านยุทธนานะครับ เชิญท่าน ขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผ่าน มาทั้งหมดได้ฟังมานี่ ผมอยากจะพูดให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ได้เป่ดรับ ฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภาเพื่อนําไปแก้ปัญหา ตลอดระยะเวลาที่ผมยังไม่ได้พูด ผมฟังมานี่ ก็เปึนที่ชัดเจนแล้วว่า ๑. มีการใช้กําลังทหาร โดยท่านนายกรัฐมนตรีตัดสินใจ สั่งการ เสร็จแล้วไม่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุเทพ ก็ออกมาพูดชัดเจนว่า ผมสั่งแล้ว ไม่ให้ใช้ความรุนแรง แล้วท่านก็กลับไป เสร็จแล้วทหารออกมา เขาทําตามท่านสั่งไม่ได้ เขาใช้ความรุนแรง มีคนบาดเจ็บ เสร็จแล้วท่านก็มารับประกันว่า ยังไม่มีคนตาย แล้วตาย ก็ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งนะครับ ที่วันนี้เปึนสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะพูดต่อไปนี้แบบชาวบ้าน แล้วผมไม่ได้สร้างวาทกรรมขึ้นมา แล้วพูดตรง ๆ แบบชาวบ้าน ว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แล้วที่พูดแบบนั้นเพราะมันมีชาวบ้านโทรมา แล้วผม ก็ไปติดตามแล้วผมก็ได้เรื่องได้ราวมาเยอะแยะเลย เสร็จแล้วผมก็เชื่อ ผมไม่เชื่อตามที่ทาง ฝ์ายรัฐบาลบอกว่า การสลายการชุมนุมครั้งนี้ทําโดยโปร่งใสแล้วก็ไม่มีคนเสียชีวิต ผมไม่ เชื่อนะครับ แต่ว่าผมมีความเชื่อแตกต่างก่อนที่จะถึงข้อเสนอแนะวันนี้ ผมจะเล่าให้ท่าน ฟังว่าผมได้ประสบอะไรมาบ้าง มอเตอร์ไซค์แล้วถูกยิงตกมอเตอร์ไซค์แล้วจับขึ้นรถ นี่คือที่ผมเชื่อว่าวันนี้ก็ยังไม่มา พระวินัยยินดี ท่านบอกว่ายินดีเปึนพยานเลย ไปสอบเลย นี่บันทึกเทปผมไว้แล้วก็ไป ตามเลย ท่านบอกว่ายินดีที่จะสอบเพราะท่านก็เปึนพระท่านไม่ได้เสียดายชีวิตหรอกขอให้ พูดความจริง นี่เรื่องพระนะครับ พระตายแน่ แล้ววันนี้ท่านก็ยังไม่เห็นเพราะว่าท่านเปึน เพื่อนเปึนสํานักศิษย์เดียวกัน ไปหาอาจารย์ที่วัดธรรมกายที่วัดอะไรแถวนี้ก็ยังไม่เจอกัน นี่ท่านยืนยันมา ผมโทรศัพท์ไปคุยกับท่านเมื่อวานนี้เวลา ๒ ทุ่ม ยังยืนยันแบบนี้ นะครับ ท่านประธานครับ กรณีคนหาย กรณีนายสราวุธ คูหาสุวรรณ นี่อยู่จังหวัดนนทบุรี ก็ยังไม่ได้กลับบ้าน ถ้าท่านจะพูดถึงความสามัคคีปรองดองท่านต้องไปปรองดองกับคน พวกนี้ว่าจะทําอย่างไรกับเขา นายสมใจ จันเปึง บ้านอยู่อําเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ก็ไปชุมนุม วันนี้ต้องตอบคุณฐิติพร หาญสงคราม ที่เปึนญาติของนายสมชัย ตอบเขาให้ได้เพราะเขาไปกับเพื่อนที่อําเภอสา แล้วก็ไปบ้านเพื่อนที่มาชุมนุมด้วยกันก็ได้แต่กระเปิามา แล้ววันนี้หายไปไหน ต้องตอบเขา ให้ได้ก่อนครับ ไม่ใช่ว่ามันไม่มีคนหาย รายละเอียดผมจะให้ท่านประธานไปหมดไปให้ นายกรัฐมนตรีไปสอบดู ไม่ได้พูดลอย ๆ อีกรายหนึ่งเมื่อวานผมโทรศัพท์คุยกับคุณหนูใจ ชัยคําพา นายกฤษดา ยางดี ก็ถูกทหารจับไปที่สระบุรีเหมือนกัน แต่วันนี้กลับมาแล้วครับ กลับมาแล้วเขาเล่าให้ฟังครับว่าเขาถูกจับที่ดินแดงช่วงสลายการชุมนุม เขาทําอะไรอยู่ ครับ เขากําลังพันขาให้เพื่อนที่โดนยิง แล้วมีทหารเข้ามาถีบใช้ไม้ตีเขาตกไปในคลอง แล้วเขาก็ถูกลากขึ้นมา เสร็จแล้วโยนขึ้นรถแล้วเข้าไปในค่ายทหาร เขาไม่รู้ครับ แต่ว่าเขา ไปพักอยู่ค่ายใกล้กรุงเทพฯ ก่อน แล้วก็ไปยังค่ายต่างจังหวัด นี่มีรูปแบบที่ยืนยันชัดเจน ท่านประธานครับ อีกรายหนึ่งครับ อันนี้ก็ยังหาไม่พบครับ นายดํารงศักดิ์ หลาวทอง อายุ ๓๖ ป้ จนเมื่อวานนี้เวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ผมโทรไปถาม นายแนบ หลาวทอง พ่อเขา นะครับที่อยู่วิเชียรบุรี อันนี้อยู่เพชรบูรณ์ครับ มาแจ้งไว้ที่พรรคเพื่อไทยเอาข้อมูลมา ผมตรวจสอบไปแล้ว เขาบอกว่ามาม็อบเสื้อแดงทุกครั้ง เพราะเขาเห็นว่าเปึนการต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตยแล้วก็โดยสงบมาอยู่บนถนน แต่เขาหายไปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่บอก ว่าเพียงแต่ละเมิดประชาชน นักการเมืองก็ต้องมีสํานึกแล้ว ก่อนที่จะพูดถึงทางออก ต้องบอกด้วยว่าจะตอบคนเหล่านี้ ตอบพ่อเขาว่าอย่างไร อันนี้กรณีคนหายครับ ท่านประธานครับ กรณีคนโดนยิงแล้วมีพยานเห็น คนที่อยู่นี่เขาอยู่ค่ายทหารอาคาร ๑๘ กอง บก. สูงสุด นี่เขาให้ข้อมูลมา เขาขอสงวนชื่อเขาไว้ แต่คนที่โทรมาบอกผมอยู่บ้านไผ่ ครับ แต่เขารู้จัก ส.ส. มหาสารคาม เขาโทรมาครับ คุณกรองศรีก็นําผมไปหาคนที่อยู่ ค่ายทหาร อยู่อาคาร บก. สูงสุดนี่แหละ เขาก็บอกเขาเห็นยิงอยู่สี่แยกดินแดง อุรุพงษ์ มีการขนขึ้นรถ ทั้งรถขยะ ทั้งรถทหาร นี่เขาก็เชื่อว่ามีคนตายแน่ นี่ความเชื่อของประชาชน ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกนิดหนึ่งนะครับ ผมไม่ได้มาแสดงวาทกรรม กําลังพูดเรื่อง สําคัญ ท่านประธานครับ แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งครับที่ถูกโยนขึ้นรถ โยนขึ้นรถไป แต่ว่าตื่น ขึ้นมาแล้วเหมือนอยู่ในรถห้องเย็น แล้วก็มองไปมองมาใช้โทรศัพท์มือถือส่องสว่าง พบมี คนตายในรถคนนั้น แต่มีคนยังไม่ตายอยู่ ๔ คน แต่ต่อมาผู้หญิงคนหนึ่งแก่ ๆ ได้รับ บาดเจ็บทนไม่ได้ก็ตายต่อหน้าเขา มีทหาร ทหารครับที่เปึนติดแขนแบบกาชาดเขาบอก ช่วยเขามา วิธีช่วยรายละเอียดมากมาย แต่ว่าเขาออกมาแล้วครับ นี่เขายินดี แต่ว่าวันนี้ ผมได้ข้อมูลมาจากนายสงวนศักดิ์เพื่อนผมที่อยู่สมุทรปราการ อันนี้กรณีที่เห็นแล้วตาย ท่านประธานครับ อีกนิดหน่อยครับ กรณีที่อุดรธานี เดี๋ยวนี้ภรรยาเขาคนที่เปึนการ์ดบอก ว่าตายไม่เกี่ยวกับทหารนั่นแหละครับ ภรรยาเขากลัวมากครับ ผมไม่อยากพูดถึงชื่อ แต่ผมอยากจะพูดถึงสภาพที่บ้านหนองกุง หมู่ที่ ๒ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเปึนเขตเลือกตั้งผม ก่อน ท่านกํานันทองดีเปึน ส.ส. อยู่เขตนั้นตอนนี้ท่านก็ไปหาข้อมูล ผมก็ทราบมีคนโทรมา บอก อดีต สจ. ๒-๓ คน เปึนทีมงานผม ผมไม่ได้พูดถึงเชื่อเขาหรอกครับ แต่ว่าผมพูดถึง สภาพบ้านนั้นเมียหรือภรรยาเขาไม่มีสิทธิอาลัยอาวรณ์ เพราะเขาถูกขู่ ถ้าไม่รีบจัดการ เผาศพจะเปึนอันตรายทั้งครอบครัว ทั้งฆ่า ในงานศพครับ ผู้นําหมู่บ้านได้ประกาศว่า ต่อไปนี้อย่าพูดถึงเรื่องความคลุมเครือ ความอึมครึมของการตายของนายนี้ บรรยากาศ เหมือนมีรังสีอํามหิตแผ่คลุมทั้งหมู่บ้าน นี่เราจะทําอย่างไรครับ นี่เฉพาะที่เขาตาย ผมก็สะท้อนปัญหาให้ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทราบครับ เวลานี้ทั้งบ้านหนองกุง หมู่ที่ ๒ ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้ ท่านประธานครับ
สุดท้ายแล้วครับ เรื่องการตาย การตายรายนี้ไม่น่าจะมีเกี่ยวกับเรื่องการ ชุมนุม แต่ว่าแม่เขา มารดาเขามายื่นที่ ดีเอสไอ ให้ช่วยพิสูจน์ศพหน่อย รายนี้อยู่ทาง จังหวัดเลยครับ เปึนนายทหารรับใช้อยู่บ้านแม่ทัพภาค ๑ ครับ ทําไมเขาถึงตายครับ ไม่มี ใครรู้ครับ แต่วันที่ ๑๖ มารดาเขาได้รับศพพร้อมกับทหารอีก ๔ คน นั่งรถเก๋งไป เอาเงินไป มอบให้เขา ๑๗,๐๐๐ บาท แล้วสั่งบอกว่าให้รีบเผาเสีย แต่ว่าเขาไม่เผาครับ เขามาร้อง ท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข บอกว่าตายมีปริศนา มรณกรรมการสืบชันสูตรศพไม่มีครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าพอถามถึงมารดา ถามแฟน มีกรณีอย่างเดียวก็คือว่าวันที่เขา ก่อนจะตายหาสาเหตุแล้วไม่ได้ แต่ว่ามีเรื่องเกี่ยวข้องกับเรื่องชุมนุมอยู่เรื่องเดียว ก็คือว่า ก่อนตายวันสองวัน วันที่ ๑๓ เขาได้เพจ (Page) ข้อความมาให้แฟนสาว บอกว่า วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีมานอนที่บ้านแม่ทัพด้วย ขึ้นต้นอย่างนี้ครับ ขึ้นต้นด้วยข่าวการเมือง เสร็จแล้วก็เปึนข่าวส่งความรักไป แต่ว่าวันที่ ๑๖ เขาได้รับศพ ผมไม่ทราบครับ ว่าทําไม พูดถึงนายกรัฐมนตรีว่านอนอยู่บ้าน ทําไมคนนี้ต้องตายไม่รู้ครับ อาจจะไม่เกี่ยวกัน แต่ว่า มารดาเขา เขาว่าเรื่องนี้มีพิรุธ เขาถึงยื่นให้ดีเอสไอไปดู ช่วยชันสูตรศพหน่อย รายนี้เขาก็ กลัวมากครับ เขาทําพิธีศพปลอมครับ ไม่ได้เผาจริง ผมขออนุญาตเขาแล้ว บอกหลังจาก เขาส่งหนังสือดีเอสไอเมื่อวานนี้ให้พูดถึงได้ ผมก็เลยพูด ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผม พูดมา ผมกับท่านอภิสิทธิ์รู้จักกัน เพราะทํางานร่วมกัน ทํากฎหมายการศึกษาด้วยกัน ผมว่าท่านมีมาตรฐานสูง ตอนเปึนฝ์ายค้านอยู่ผมได้ยินคําพูดอะไรก็มาตรฐานสูงมาก แต่วันนี้ทําไมมาตรฐานของคนเปึนนายกรัฐมนตรีตกต่ําลงมาก
ท่านขจิตรครับ หมดเวลา แล้วนะครับ
ครับ ขอต่ออีกนิดหนึ่งครับ ท่านครับ ผมต่อด้วยประโยคที่สรุปว่า ท่านอภิสิทธิ์เคยพูดตอนผม ยังไม่ได้เข้ามาสภา วันที่ ๗ ผมจําได้ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านบอกว่า ท่านไม่อยาก เดินผ่านกองเลือดเข้ามาประชุม ผมซึ้งใจครับว่าคนคิดถึงประชาชน ลําพังคนถูกตี ท่านไม่กล้าข้าม หรือว่าเดินข้ามกองเลือดประชาชนเข้ามาประชุม แต่วันนี้ท่านยอมรับ ไหมครับว่ามีเลือดเต็มแผ่นดิน อาจจะมีคนตายด้วยท่านยังไม่พิสูจน์ วันนี้ท่านนั่งอยู่บน กองเลือด แล้วท่านมีความสุขหรือครับ ทําไมเวลาจะเดินผ่านเข้ามาประชุม พูดมาสักคํา บอกว่า ไม่กล้าเดินผ่านกองเลือดเข้ามาประชุม เวลานี้อยู่ในอํานาจทําไมนั่งอยู่บนกอง เลือดได้ ขอให้มาตอบผมด้วยว่ามาตรฐานเปลี่ยนไปมากใช่ไหม จนต่ํากว่ามาตรฐานแล้ว ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีพลเรือนคนเดียวที่ทําได้แบบเผด็จการ เอารถถังเข้ามา ท่านเปึน หัวหน้าปฏิวัติไปแล้วครับ ขอบคุณมากครับ
ครับ ต่อไปเชิญ ท่านนฤมลนะครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ คาดผิดไปนิดหนึ่งนะคะ คิดว่าคงจะมีรายการประท้วงขึ้นคั่นนะคะ ก็ดีค่ะ ที่ไม่มีนะคะ เพราะว่าสิ่งที่เราได้ฟังได้เห็นมาเกือบ ๒ วันนี่นะคะ รู้สึกจะคลาดเคลื่อนไปจาก วัตถุประสงค์ของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีการเป่ดการประชุม ร่วมเพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็นของพวกเราในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. นะคะ ดิฉันก็เห็นเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนว่ามันเหนื่อยค่ะที่จะฟังข้อมูล ซึ่งต่างคนก็ต่างที่จะแก้ เราอยากเห็นการประชุมร่วมของเราเปึนการร่วมใจที่จะเอาข้อมูล โดยที่ฝ์ายรัฐบาลจะต้องนั่งฟังให้มากค่ะ ท่านตอบทุกเรื่องอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้บ่นไป ดิฉันเองก็ในฐานะที่เปึน ส.ว. นะคะ บางคนก็บอกก็คือสูงวัย สูงวัยก็บ่นเหมือนกันค่ะ อยากเห็นทางออกที่จะได้จาก ๒ วันนี้ สังคมคาดหวังมากนะคะท่านประธานว่าการประชุมของเราจะได้เรื่องหรือเปล่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานะคะท่านประธานได้มีสื่อโทรทัศน์ถามดิฉันว่า รัฐบาลจะเป่ดให้มี การประชุมร่วม ๒ สภา ท่านคิดอย่างไร ดิฉันบอกเลยค่ะว่าคิดดีแล้วค่ะ รัฐบาลทําถูกที่ดึง เรื่องราวที่ขัดแย้งต่าง ๆ ทั้งในและนอกสภามาอยู่ตรงนี้ เพื่อที่จะหาทางที่จะแก้ไขกัน ไม่ใช่ พูดกันไปคนละทีข้างถนนคนนั้นทีคนนี้ทีโดยที่ไม่มีมาตรการทางกฎหมายเปึนเครื่อง รองรับ
คําถามที่ ๒ ที่สื่อถามดิฉันก็ถามว่าแล้วมันจะได้ผลหรือ ดิฉันกราบเรียน ท่านประธานนะคะ ดิฉันก็อึ้งไปเหมือนกันค่ะไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผล ว่ามันจะไปถึงไหน แต่ลึก ๆ ในใจของดิฉันก็คิดว่ามันน่าจะเปึนประโยชน์ เพราะเมื่อไรก็ตามนะคะตามหลัก แล้วเมื่อคู่กรณีทั้ง ๒ ต่างพร้อมที่จะเข้ามานั่งอยู่ในที่เดียวกันแล้วคุยกัน มันน่าจะแสดงถึง จุดที่จะเปลี่ยนได้แต่ก็ไม่จริงอย่างที่ทฤษฎีบอกโดยทั่วไปจริง ๆ นะคะ แต่จะว่าล้มเหลว ทั้งหมดก็ไม่เชิงค่ะ ท่านคะ วันนี้เปึนเหมือนกับยกแรก เปึนช่วงแรกที่พวกเราจะได้เป่ด หัวใจของกันและกัน ทั้งฝ์ายที่เปึนฝ์ายค้านทั้งฝ์ายที่สนับสนุนรัฐบาล แล้วก็ฝ์ายรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้เป่ดมาพอสมควรแล้ว อันที่จริงแล้วถ้าเป่ดน้อยกว่านี้แล้วฟังให้มากโดย ใช้สํานักงานเลขาธิการหรือใช้หน่วยที่มีอยู่นี่นะคะ ทุกหน่วยรับข้อมูลไป แล้วมาพูดในช่วง สุดท้ายเพื่อที่จะเปึนการแสวงหาทางออกร่วมน่าจะเปึนประโยชน์กว่าการที่โต้ไปโต้มา อย่างที่ว่าโต้กันคนละทีนะคะ ดิฉันเห็นค่ะว่าปัญหาบ้านเมืองนี้มันมีข้อบกพร่องมาจาก หลายเหตุบางคนบอกว่าเปึนการแย่งชิงกันซึ่งอํานาจของรัฐ อันนั้นก็เปึนเรื่องจริงค่ะ แล้วการแย่งชิงซึ่งอํานาจที่จะเข้าสู่อํานาจหรือรักษาอํานาจไว้ไม่ได้มีแค่มา ป้ ๒๕๔๔- ๒๕๔๘ นะคะ มีมาโดยตลอดมีมานานมากแล้วด้วยซ้ําไป แต่ความหวั่นไหวมันเกิดขึ้น หลังจากในช่วงป้ ๒๕๔๔–๒๕๔๘ เพราะว่ามันมีปรากฏใหม่ของการเมือง ซึ่งสามารถ โน้มนําแล้วก็ทําให้ผู้คนระดับรากหญ้าตื่นตัว จนกระทั่งเกิดความรู้สึกว่าต้องมีการ ดําเนินการใด ๆ ซึ่งดิฉันขอไม่ต้องไปพูดตรงนั้น พวกเราต่างพอที่จะเข้าใจกันพอสมควร นะคะ ดิฉันขอเข้ามาสู่ตรงจุดที่ว่าพอเรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่า เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งไม่มีประชาธิปไตย เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ชอบ เราก็รับมาแล้วนะคะ ถามว่าเรารับมาอย่างมีความสุขไหม ดิฉันคิดว่าบางคนอาจจะไม่มีความสุข แต่บางคน ก็อาจจะบอกว่าก็ดี รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งให้โอกาสประชาชนได้มีส่วนร่วม ทางการเมืองมากกว่าทุกฉบับที่เปึนมาก็ว่าได้ในความรู้สึกของดิฉันนะคะ ถามว่าทําไม ล่ะคะ เดิมนั้นประชาธิปไตยของเราก็คือมีตัวแทนเข้ามาไปหย่อนบัตรอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายคนพูดกันนะคะ แต่วันนี้ไม่ใช่ค่ะ การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นมีได้หลายขั้นตอน มีตั้งแต่การให้ข้อมูลมีตั้งแต่การเข้าร่วมพิจารณาการร่วมตัดสินใจตรวจสอบและ แม้กระทั่งถอดถอน ท่านประธานคะ อํานาจตรงนี้ใหญ่ค่ะ ถ้าถามว่าใหญ่ไหม ใหญ่ค่ะ สิทธิของประชาชนที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากมายค่ะ ถามว่ามีคนดีใจไหมคะ ประชาชนดีใจไหมคะ แน่นอนค่ะ เขาได้สิทธิเยอะแยะเลยโดยรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่าง ชัดแจ้ง แต่ข้อบกพร่องของการมีรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิประชาชนมากมายโดยไม่มีกฎหมาย หรือข้อบัญญัติ ซึ่งเปึนแขนขาที่จะทําหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อาทิเช่น ท่าน ประธานคะ ดิฉันขอดึงเข้ามาเลยค่ะ ประเด็นปัญหาของเราก็คือ การชุมนุม การชุมนุม แน่นอนค่ะ เรามีมาตรา ๖๓ ที่บอกว่า ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อย่างที่ว่ากันนี่แหละค่ะ แต่กฎหมายที่จะรับรองเปึนแขนเปึนขาที่จะควบคุมการชุมนุมให้มันเปึนไปโดยสงบตามที่ รัฐธรรมนูญกําหนดมันไม่มีค่ะ เรากําลังพยายาม และดิฉันก็คิดว่ารัฐบาลจะต้องพยายาม อย่างยิ่งยวดที่จะทําการผลักดันให้กฎหมายที่จะสร้างความเข้าใจในกระบวนการมี ส่วนร่วมของประชาชนอย่างชัดเจน จะร่วมอย่างไรคะ ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไรได้ บ้าง ร่วมได้ลึกถึงแค่ไหน คําจํากัดความของคําว่า การมีส่วนร่วม นั้นมีขอบเขตอยู่ที่ใด ประชาชนไม่ได้ทราบอย่างชัดเจน เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ในขณะนี้ เพราะฉะนั้น การชุมนุมไม่ได้จบค่ะ การชุมนุมจะเกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําเล่า ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้น ท่านต้องเร่งค่ะ ในฐานะที่เปึนผู้นํารัฐนาวา ท่านต้องผลักดันกฎหมายลักษณะเช่นนี้ ออกมาให้เร็วที่สุดนะคะ เพื่อประชาชนจะได้เข้าใจถึงขอบเขตของตัวเอง และใช้สิทธิของ ตัวเองอย่างรับผิดชอบค่ะ ให้สิทธิมาแต่ไม่ได้บอกว่าให้ทําอย่างไร และจะต้องรับผิดชอบ ต่อสังคมอย่างไร ปัญหาจึงเกิดขึ้นอย่างทุกวันนี้ค่ะ ทุกคนก็ดีใจส่วนใหญ่ของผู้มาชุมนุม นะคะท่านประธาน ดิฉันเชื่อมั่นเลยค่ะ เขามาด้วยความรู้สึกว่าเขาอยากจะเปึนส่วนหนึ่ง ของการเปลี่ยนแปลง เขาอยากที่จะเห็นสิ่งที่มันดีขึ้น เขาอยากจะเห็นสิ่งซึ่งมันเปึนธรรม ขึ้น เขาอยากจะเห็นความเท่าเทียมมันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นให้กฎ ให้กติกา ให้แนวทาง ปฏิบัติกับเขาให้ชัดเจน จะช่วยให้คนที่มุ่งหวังจะใช้ประชาชนเปึนเครื่องมือทางการเมือง ได้ทํางานได้ยากขึ้นค่ะ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการควบคุมกิจการคลื่นต่าง ๆ ซึ่งเปึน ทรัพยากรที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง แต่ก่อนเราอาจจะมองไม่เห็นว่าคลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ คลื่นโทรคมนาคมนั้นมีความสําคัญขนาดไหน แต่วันนี้ท่านได้เห็นกันแล้วว่าฤทธิ์เดชของ สื่อที่ใช้คลื่นต่าง ๆ นั้นมันมีเหลือเกินนะคะ เราเห็นแล้วว่ามีการใช้สื่อ ไม่ว่าจะเหลือง ไม่ว่า จะแดง ดิฉันพูดตรงนี้บอกได้เลยค่ะ การใช้ประโยชน์ตรงนั้นเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ของกลุ่มตัวเองอย่างชัดเจนค่ะ และเราจะต้องผลักดันกฎหมายอย่างนั้นออกมาเพื่อจะ ควบคุมจัดการกับการใช้คลื่นอย่างนั้น ให้เปึนประโยชน์ที่สุดต่อสาธารณะค่ะ มิใช่เพื่อ ประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะ หลายคนพูดแล้วว่าสงกรานต์นี้เศร้า สงกรานต์นี้เปึนสงกรานต์เลือด ดิฉันเองอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะเปึนประเพณี ของเราที่จะต้องลงไปรดน้ําดําหัวผู้หลักผู้ใหญ่ตามประเพณีไทยนะคะ มันไม่มีความรู้สึก ที่สดชื่นใด ๆ ทั้งสิ้นเมื่อได้ยินคําว่า การประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่พัทยาล้มเหลว คําถาม แรกที่ถามก็คือว่า บริหารจัดการอย่างไร รัฐบาลทําอย่างไรหรือคะถึงไม่สามารถที่จะ ควบคุมและดําเนินการจัดการประชุมให้เปึนไปได้ตามที่มันสมควรจะเปึน ดิฉันถาม คําถามถึงกระบวนการและกลไกความมั่นคงของรัฐค่ะ กลไกของการบังคับบัญชาค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นนะคะ หลายคนบอกว่ามันไม่มีอีกแล้วความมั่นใจต่อระบบ ของการบังคับบัญชา เพราะว่าเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ยังหลอนอยู่ ขอบเขตของการ ทํางานของเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกตีความ ถูกดําเนินการไปตามที่ผู้ที่มีบทบาทจะกํากับให้ เปึน ความมั่นใจของตํารวจ กลไกของตํารวจน่าจะเปึนกลไกที่ใช้เปึนหลัก แต่ท่านใช้ไม่ได้ เพราะอะไรคะ ดิฉันเรียนถามท่านว่า เพราะว่าตํารวจมีความรู้สึกไม่ได้รับความเปึนธรรม หรือเปล่าคะ หรือว่าเพราะมีการบังคับบัญชาโดยไม่มีความถูกต้องเหมาะสม ดิฉันคิดว่า ท่านต้องหาคําตอบให้กับสังคมให้ได้ค่ะ ความล้มเหลวของการเปึนผู้นําของการเปึน รัฐบาลในวันนั้นถือว่า ถ้าเปึนความผิดท่านต้องรับผิดชอบนี่นะคะ ทั่วไปเขาต้องทําอะไร ออกมาอีกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วค่ะ แต่ว่าเหตุการณ์ที่ท่านดึงความสนใจ ดิฉันเรียนเลย นะคะ ดิฉันอ่านด้วยตัวเองด้วยความคิดของตัวเองว่า ท่านดึงความสนใจจากความ ล้มเหลวตรงนั้นมาประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร ดิฉันคิดว่ายาอันนี้ แรงเกินไปนะคะ แล้วก็ภาพต่าง ๆ ที่ปรากฏในการคุยกันพูดกันสองวันนี้นะคะ แม้ว่ามันจะมีความซับซ้อน มากกว่าอีกมากนัก เราก็พอจะเห็นแล้วละคะว่ามันแรงค่ะ ท่านต้องแก้ไข ท่านต้องอธิบาย ให้ได้ค่ะว่า กลไกของความมั่นคงของรัฐกําลังไม่ทํางานเพราะเหตุใด ท่านต้องให้ความ เปึนธรรมให้ได้ ในส่วนของเรื่องราวต่าง ๆ ที่มาพูดกัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องกรณีนางเลิ้ง กรณี มัสยิด หรือกรณีรถแก๊สต่าง ๆ ดิฉันบอกเลยค่ะ การด่วนสรุปนั้นรังแต่สร้างความ บาดหมางให้เกิดขึ้นกับคู่กรณี การที่ไม่ว่าจะเปึน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล หรือรัฐบาลเร่งสรุปใน ที่ประชุมแห่งนี้ ไม่ได้สร้างความสมานฉันท์ค่ะ ท่านสร้างความร้าวฉานมากยิ่งขึ้นอีก มากมายนัก เพราะฉะนั้นดิฉันขอเรียนว่า สภาแห่งนี้โดยนายกรัฐมนตรีควรจะมีความ กล้าหาญที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจกรรมการร่วม ดิฉันหมายถึงกรรมการร่วม นะคะ ไม่ใช่กรรมการของรัฐบาลเพียงฝ์ายเดียว กรรมการร่วมที่มาจากหลายฝ์ายซึ่งเปึน คู่กรณีแล้วดําเนินการทําให้เกิดความชัดเจน ดิฉันขอเรียนด้วยตรรกง่าย ๆ นะคะ นั่งฟัง ตรงนี้แล้วอยากบอกว่าเวลาเราเห็นคนใส่เสื้อแดงนี่นะคะ ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกค่ะ ที่เขาเปึน ผู้ชุมนุม หรือเปึนผู้ที่ก่อเหตุความวุ่นวายอย่างที่หลายคนพูดถึงกัน ดิฉันคิดว่าการเหมาว่า เห็นภาพคนใส่เสื้อแดงแล้วเปึนคนที่ชุมนุมนั้นเปึนตรรก ซึ่งยังคิดแคบเกินไปค่ะ ให้โอกาส เขาด้วยนะคะ ให้ความเปึนธรรมอย่างเปึนมาตรฐาน หลายคนพูดถึงเรื่องของการให้อภัย เป่ดใจให้กว้าง หลายคนพูดถึง อาจจะยังพูดไม่ถึงคําว่า อโหสิกรรม เพื่อนสมาชิกของดิฉัน นี่นะคะ บอกว่าอยากให้ดิฉันพูดคําว่า อโหสิกรรม ดิฉันก็บอกจะพูดให้นะคะ แต่ว่าท่านจะ ทําได้ขนาดไหน นั่นก็เปึนเรื่องของรัฐบาลค่ะ วันนี้หน้าที่หลักของท่านนี่คือทําให้เกิดความ ชัดเจนค่ะ แล้วกระบวนการที่จะแก้ไขแล้วก็จะเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อที่จะไปสู่ความสงบ มองที่เปัาหมายค่ะ เวลาเราเล่นกอล์ฟหลายคนเขาบอกกันว่า มองไปที่เปัาหมายว่าจะไป อย่างนั้นมองไปถึงหลุมอย่างไร แล้วก็จัดการกันระหว่างที่เราทีออฟ (T-off) นะคะ ดิฉัน คิดว่าถ้าเราบริหารให้ดี มองที่เปัาหมายให้ชัดเจนว่าเราต้องการความสงบสุขให้กลับมาสู่ สังคมไทย เราต้องวางค่ะ จุดที่เปึนการเริ่มต้นด้วยวิธีการในการประชุมอย่างนี้มันยากค่ะ ที่จะหาทางออกร่วมได้ ดิฉันก็ขอฝากเอาไว้ค่ะว่า หน้าที่ของวุฒิสมาชิก คือพยายามที่สุด ที่จะให้ความเห็นตามที่บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๑๗๙ ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเปึน ข้างหนึ่งข้างใน แล้วก็การที่เรามีการอภิปรายบางครั้งอาจจะซ้ํากับท่านอื่นดิฉันถือเปึน การดี เพื่อเปึนการยืนยันว่า ความเห็นของวุฒิสภานั้นมีความเห็นไปในทางนี้ ก็ขอ กราบเรียนนะคะ ท่านประธานคะ ทุกท่านที่อยู่ในห้องนี้ค่ะ พยายามใช้สติของเรา ทําตัว ของเราให้เปึนความหวังของประชาชนค่ะ เขาหวังเหลือเกินว่าการประชุมสองวันนี้จะเปึน แนวทางที่เราจะเดินด้วยกัน เดินห่าง ๆ ก็ยังดีค่ะ แต่ว่าอย่าถึงขนาดว่าไม่เดินด้วยกัน แล้วก็จะห้ําแต่หั่นกันอย่างเดียว จะชนกันอย่างเดียว ก็ขอกราบฝากเอาไว้นะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
เชิญท่านชาญชัยครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นครับผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่าน นายกรัฐมนตรีที่ได้ใช้กลไกของรัฐสภาที่จะหาทางออกกับวิกฤติของประเทศในครั้งนี้ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ ครับ สิ่งหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เลือกที่จะใช้กลไกของสภา ก็คือว่า เปึนการประชุมร่วมกันของทั้งสองสภาครับ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก รัฐสภา ซึ่งกระผมเองก็ถือว่าเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา หลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้คลี่คลาย แล้วสงบลงในระดับหนึ่ง สิ่งหนึ่งครับที่ผมเห็นก็คือการดําเนินกิจกรรมของ หลาย ๆ ฝ์ายที่จะหาความสงบ หาความที่สมานฉันท์เพื่อคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ จนมาถึง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้โอกาสเป่ดประชุมสภาในครั้งนี้ สิ่งหนึ่งครับ จากเสียงที่ผ่านมา ก็คือว่าทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเปึนนักลงทุน นักธุรกิจ ภาคประชาชน คําว่า ภาคประชาชน ในที่นี้ผมขออนุญาต รวมถึงทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมองลึกไปกว่า ก็คือว่าในส่วนลึกของเสื้อเหลืองและเสื้อแดงคือคนไทยครับ เขารอ เขามีความหวังกับการ ประชุมร่วมของ ๒ สภาในวันนี้ครับ ที่จะมีทางออกของวิกฤตการณ์ของประเทศในวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมคาดหวังก็คือทางออกในวันนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนครับ ผมไม่ พูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา เพราะว่าหลาย ๆ ท่านได้ทราบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะ ช่องทางของหนังสือพิมพ์ก็ดี วิทยุ โทรทัศน์ ทางอินเทอร์เน็ตก็ดี ส่วนข้อมูลข่าวสารในส่วน ต่าง ๆ ก็สุดแท้แต่ ท่านจะใช้ดุลพินิจเชื่อมั่นในข้อมูลข่าวสารนั้นอย่างไร แต่สิ่งที่ผมจะ อภิปรายในวันนี้เปึนการอภิปรายที่จะพูดถึงก็คือว่า ผลกระทบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าส่งผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างไร ท่านประธานครับ เราทราบกันดีอยู่แล้วครับ วันนี้เราพบกับปัญหาของเศรษฐกิจที่ตกต่ําของประเทศและของโลก แต่ปัญหาเศรษฐกิจ ทุกวันนี้ที่ผ่านมาก่อนสงกรานต์ ก่อนเหตุการณ์ นักลงทุนเขาชะลอ ชะลอนะครับ ไม่ได้เปึนการถอยออกไปเลย แต่สิ่งที่เขาชะลอ ปัจจัย ๆ หนึ่งซึ่งทําให้นักลงทุนต่าง ๆ มีความเชื่อมั่น ส่วนหนึ่งเปึนปัจจัยแรก ๆ ก็คือว่า เสถียรภาพของรัฐบาล รัฐบาล มีเสถียรภาพที่มั่นคง แล้วกําลังเดินไปถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ถูกทางครับ ไม่ว่า จะเปึนเช็คช่วยชาติก็ดี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แม้กระทั่งเงิน อสม. ลงไปก็ดี ถูกทางครับ แต่พอหลังจากเกิดวิกฤติช่วงสงกรานต์ ทุกคน นักลงทุน เจ้าของกิจการตัดสินใจครับ ลดแรงงานบางส่วน เลิกจ้างแรงงานบางส่วน มีเสียงเรียกร้องครับว่าส่วนหนึ่งที่เขาเลิก แล้วถามว่าไปไหน เขากลับบ้านครับ กลับบ้านไปสู่ในส่วนของเศรษฐกิจพอเพียง กลับไป ทําไร่ กลับไปทํานา แต่สิ่งหนึ่งครับเราต้องตามไปดู วันนั้นเขาเกิดปัญหาการว่างงาน เขาไม่ได้สร้างภาระให้กับรัฐบาลครับ แต่กลับเข้าไปช่วยเหลือตัวเองก่อน เข้าไปทําไร่ เข้าไปทํานา แต่กลับไปประสบปัญหาครับ ปัญหาของกลุ่มแรงงานที่ตกงานแล้วไปทําไร่ ไถนา ประสบปัญหาก็คือว่า หลาย ๆ ครอบครัวเข้าไปสู่โครงการรับจํานําข้าวครับ ได้เงิน ช้า เดิมที ๗ วัน ณ ตรงนี้เดือนหนึ่งแล้วครับยังไม่ได้รับเงินประกันราคาข้าวเลย หลาย ๆ ส่วนครับ เดิมทีรัฐบาลกําหนดเพดานการรับจํานําข้าว ๕ แสนบาทต่อราย ตอนนี้ก็ไปลด เหลือ ๓๕๐,๐๐๐ บาท ซ้ําหนักครับ ประสบกับปัญหาภัยแล้ง จริง ๆ แล้วในอาทิตย์นี้ถ้าเปึนการประชุมในวาระ ปกติ ผมจะต้องนําเรื่องนี้เข้าสู่กระทู้เพื่อสอบถามรัฐบาลครับว่า มีนโยบาย มีแนวทางการ แก้ไขปัญหาเกษตรกรอย่างไรบ้าง ไม่เปึนไรครับ ในสิ่งนี้ผมถือโอกาสนี้ฝาก ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี กลุ่มคนเหล่านั้นไม่ได้สร้างภาระ เพราะฉะนั้น เราอย่าทอดทิ้งเขา ฝากรบกวนดูในเรื่องของการจ่ายเงินการจํานําราคาข้าว โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของภัยแล้งครับ พี่น้องชาวอําเภอบางปลาม้า อําเภอสองพี่น้อง ของจังหวัดสุพรรณบุรี เดือดร้อนมากครับ เพราะฉะนั้นช่วยฝากดูแลให้ทางโครงการ ชลประทานเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท ปล่อยน้ําเพิ่มเติมด้วยครับ นี่คือส่วนหนึ่ง ครับ ที่ผมจะพูดในวันนี้
อีกข้อหนึ่งครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีพูด ผ่านรายการทางโทรทัศน์ โดยส่วนตัวนะครับ ผมเห็นด้วย เรื่องของการนิรโทษกรรมกับ บุคคลที่ไม่ต้องคดีอาญา ท่านประธานครับ วิกฤติของประเทศชาติวันนี้ถามว่า บุคคลซึ่ง มาแก้ไขปัญหาของวิกฤตินี้ ความรู้ความสามารถไม่พอครับ เราจําเปึนจะต้องใช้บุคคลซึ่ง มีประสบการณ์ทางการเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเพื่อแก้ไขวิกฤติประเทศชาติในครั้งนี้ ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน เราประชุมสภากันเพื่อผ่านข้อบัญญัติท้องถิ่น ในเรื่องของการดํารงตําแหน่งวาระของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตําบล นายกเทศบาลเมืองพัทยา หนึ่งในหลักการและเหตุผล ของการปลดล็อก ๒ วาระนั้นก็คืออะไรครับ สิทธิของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ไปจํากัด สิทธิเขาไม่ได้ สิทธิของผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งไปจํากัดเขาไม่ได้ เขามีความประสงค์ที่จะต้อง เลือกบุคคลนั้นบุคคลนี้ ผมถามครับว่าพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรีนี้ มีความประสงค์ที่จะ เลือก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา แล้วไม่มีสิทธิเลือก หลักการและเหตุผลเดียวกันไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมถึงเห็นด้วยกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ ที่จะออก กฎหมายนิรโทษกรรมผู้ที่โดนเว้นวรรคทางการเมืองในคดีการเมือง ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ครับ บ้านเมืองวันนี้เราเกิดวิกฤติ มีศึกรอบด้าน ศึกนอก ศึกใน วันนี้เราต้องการแม่ทัพ ขุนพล กุนซือ ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมือง ผมถามว่าท่านเหล่านั้นอยู่ไหนครับ ท่านไปขังท่านเหล่านั้นไว้ในคุกใต้ดิน ไม่มีความผิดเลย แล้วบ้านเมืองเราจะไปรอด ได้อย่างไรครับ ด้วยเวลาจํากัดครับท่านประธาน
ท้ายที่สุดนี้นะครับ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งครับที่เราจะใช้เวทีสภาแห่งนี้แก้ วิกฤติของประเทศชาติด้วยความตั้งใจ ด้วยความจริงใจ ผมเชื่อมั่นครับ เราพา ประเทศชาติพ้นวิกฤติแน่ แล้วผมยังเชื่ออีกครับว่าถ้าเรามีความตั้งใจ มีความจริงใจที่จะ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเชื่อมั่นครับท่านประธาน เราเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แน่นอนครับ ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจิราวรรณครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางจิราวรรณ จงสุทธนามณี วัฒนศิริธร สมาชิก วุฒิสภา จังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันใคร่ขอเสนอแนะความคิดเห็นและ ความห่วงใยไปยังรัฐบาลผ่านท่านประธานรัฐสภา ในกรณีที่มีกลุ่มบุคคลในการชุมนุมทางการเมืองที่ได้ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนการกระทําที่บริเวณจังหวัดชลบุรี พัทยา ในเรื่องของการประชุมระดับประเทศที่มีประเทศไทยเปึนเจ้าภาพ หรือแม้แต่ในจังหวัด เชียงรายของดิฉันเองซึ่งมาจากการเลือกตั้งนี้นะคะว่า ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาจะเปึนช่วง เทศกาลใหญ่ของภาคเหนือเรา จะมีการเดินทางที่ไปรดน้ําดําหัว ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่ม ชุมนุมผู้ประท้วงมีการป่ดถนนสายหลักทําให้เกิดการจราจรติดขัด หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เอง เช่น ในอนุสาวรีย์เราเองนี่นะคะ ก็ทําให้การจราจรมีปัญหา เปึนอัมพาต โดยส่วนตัว ดิฉันเองก็มีความคิดว่า การชุมนุมนั้นเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองทุก ๆ ท่านนะคะ ที่เปึนที่ยอมรับกันได้ในระดับสากล หรือแม้แต่ของประเทศที่มีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย การชุมนุมนั้นเปึนการแสดงออกซึ่งสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยตรง อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๖๓ ก็มีการบัญญัติ รองรับสิทธิของประชาชนโดยว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจาก อาวุธ ในประเทศไทยเราเองก็ได้มีการชุมนุมกัน ไม่ว่าในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด มากมายหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเปึนการชุมนุมร้องทุกข์ของกลุ่มผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หรือของกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ หรือแม้แต่กลุ่มที่มีความคิดเห็นทางการเมือง หรือกลุ่มผู้ชุมนุม ทางการเมืองนี้ ดิฉันเองเห็นว่าการชุมนุมนี้มิได้ผิด ถ้าเขาไม่ได้รับความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือได้รับความเสียหายผลกระทบ สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอก็คือว่า ในการชุมนุมของเรานี้เรา มีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ให้ แต่เราไม่ควรจะไปละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคลอื่น เพราะฉะนั้นในการทําหน้าที่ที่คุณมาอยู่ชุมนุมร่วมกัน คุณควรจะมีความ รับผิดชอบนะคะ ในเรื่องของหน้าที่และความรับผิดชอบ เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันมี ความห่วงใยเปึนอย่างมากกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันของเรา เนื่องจากว่า ประเทศไทยเรามีความขัดแย้งทางความคิดเกี่ยวกับทางการเมือง ทําให้เราเห็นโอกาส ที่จะสมานฉันท์กันค่อนข้างยาก และดิฉันก็กลัวว่าในอนาคตอาจจะมีการชุมนุมทาง การเมืองเกิดขึ้น และอาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก ตัวดิฉันเองและเพื่อน ๆ สมาชิก รัฐสภาทุกท่านเปึนผู้แทนปวงชนของชาวไทย น่าจะช่วยกันในการระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อมิให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก ดิฉันใคร่ขอเสนอความคิดเห็นไปยัง รัฐบาลผ่านท่านประธานนะคะว่า การชุมนุมนี้คนไทยทุกคนสามารถทําได้ แต่ต้องอยู่ ภายใต้กรอบ กฎหมายรัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๓ ว่า ชุมนุมโดยสงบและ ปราศจากอาวุธ แต่ในขณะเดียวกันก็อยากจะให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายเพื่อจัดระเบียบการ ชุมนุมเกิดขึ้น โดยสาระสําคัญของการร่างกฎหมายนั้นควรจะมีนะคะ การระบุชื่อบุคคล ผู้รับผิดชอบในการชุมนุมนั้น ๒. วัตถุประสงค์ในการชุมนุม ๓. วิธีการในการดําเนินการ ชุมนุม และสุดท้ายควรจะระบุข้อเรียกร้องของการชุมนุมว่า คุณมาชุมนุมกันครั้งนี้ คุณต้องการอะไร นอกจากนี้เพื่อเปึนการปัองกันและปัองปรามมิให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไป ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น ดิฉันอยากจะให้มีในการรองรับกฎหมายลูก คือกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญของมาตรา ๖๓ วรรคสอง เพื่อจะทําให้การจัดโซนนิ่งของพื้นที่การ ชุมนุมโดยสาธารณะนั้นเปึนไปโดยสงบ มิไปละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝากก็คือ อยากจะให้มีหน่วยงานของ ราชการเรา มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการกับการชุมนุมนี้ อาจจะเปึนสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติในการที่จะเปึนเจ้าภาพในการจัดผู้เชี่ยวชาญ มีการอบรมในด้านการ จัดการมวลชน การเจรจาต่อรอง การใช้จิตวิทยา หรือแม้แต่การควบคุมการจัดการ ไปจนถึงการสลายมวลชนตามหลักวิธีการสากลที่ประเทศส่วนใหญ่ยอมรับ
สุดท้ายนี้ ดิฉันก็อยากจะมีคําถามไปยังรัฐบาล ๒ เรื่องค่ะ เรื่องแรกก็คือว่า ทําอย่างไรถ้ามีการชุมนุมเกิดขึ้นจะไม่ให้เกิดความรุนแรง และถ้ามีความรุนแรงแล้ว ทางรัฐบาลมีมาตรการในการจัดการชุมนุมอย่างไร ตัวดิฉันเองและพวกเราทุกคนเปึน คนไทย อยู่ภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน และสําคัญที่สุดนะคะ พวกเราอยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารขององค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พวกเราทุกคนเอ่ยว่าพวกเรารักชาติ ทําอย่างไรคะที่เราจะช่วยกันปรองดอง สมานฉันท์และทําให้เกิดความสันติเกิดขึ้นได้ในอนาคต ขอบคุณค่ะ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวท่านประธานครับ ท่านประธาน ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด น่าน ฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ เสียงผู้ชม จากทางบ้านเขาอยากจะขอความกรุณาทาง สทท. ช่องหอยสังข์นี้นะครับ ขยับภาษามือ ขึ้นไปอยู่ทางมุมซ้ายของจอทีวี ขณะนี้มันอยู่มุมขวาต่ําครับ มุมขวาล่างซึ่งบังมาก เขาดูไม่ ค่อยเห็นครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน
ช่วยกรุณาด้วยนะครับ ต่อไปเชิญท่านจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานเปึนการเบื้องต้นก่อนว่า มีการ พยายามอธิบายความเรื่องเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขอเรียนกับ ท่านประธาน ท่านประธานก็เปึนผู้พิพากษามา ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหนเขา ไปขอใช้เอกสิทธิ์ได้ การที่จะดําเนินคดีนั้นเปึนผู้ดําเนินคดีที่จะร้องขอมายังประธานสภา ของผู้นั้นที่สังกัด แต่ไม่ใช่เปึนเรื่องของสมาชิกจะไปร้อง ขอกราบเรียนต่อท่านประธาน นะครับว่า ในสภาผู้แทนราษฎรแม้กระทั่งวุฒิสภาก็ตามเวลานี้คดีที่อยู่ในศาลนี่นะครับ เขาจะเลื่อนไปให้เลยสมัยประชุมไปทั้งสิ้น แม้กระทั่งคดีที่นายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช ฟัองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ศาลท่านยังไม่ตัดสิน เลย เพราะอยู่ในสมัยประชุม ก็ใช้มาตรา ๑๓๑ นี่แหละครับ เพราะว่าในสมัยประชุมท่าน บอกว่าจะไปเลื่อนตัดสินเลยสมัยประชุมไป เพราะฉะนั้นใครมาอธิบายความกันว่า ผมใช้ เอกสิทธิ์ ไม่ใช่ ผมไม่เคยขอใช้เอกสิทธิ์ของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เปึนเรื่อง ของรัฐธรรมนูญ เปึนเรื่องของศาลท่านจะทําหนังสือมาถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชัย ชิดชอบ นายชัย ชิดชอบ ทําหนังสือถึง ประทานโทษ นําเอาเรื่องนี้เข้ามาขอมติใน ที่ประชุม แล้วผมก็จะไม่ร้องขอ แต่ต้องอธิบายความว่า ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมานั้น จนกระทั่งถึงผม ทุกคนก็ล้วนแต่มาตรา ๑๓๑ ของรัฐธรรมนูญคุ้มครองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ใครที่มาแดกดันด้วยความไม่รู้ โปรดไปอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๑ เสีย แล้วนายอภิสิทธิ์ก็ใช้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ใช้ เพราะฉะนั้นต้องให้ความเปึนธรรมผมด้วย ท่านประธาน
ประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องการอภิปรายในฐานะ วันนี้ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมาเปึนคนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย แล้วได้ใช้สิทธิ ในการต่อสู้ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ เรื่องคดีความ ถ้าถึงเวลาที่ผมจะต้องไปถูกดําเนินคดี ตามกระบวนการนั้นไม่มีปัญหาใด ๆ ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ผมต้องการ ใช้สภาแห่งนี้เพื่อที่จะได้อธิบายความว่าในระหว่างผู้ถูกปกครองกับผู้ปกครองนั้น แต่ละ ฝ์ายจะทําหน้าที่กันได้อย่างไร พี่น้องประชาชนที่เปึนพรรคพวกผมเขาจะอยู่ในประเทศนี้ ภายใต้การนําของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเปึนคนหนึ่งที่ผมอธิบายให้ฟังได้ทุกที่ว่า ผมเปึนคนในเหตุการณ์พฤษภา ป้ ๒๕๓๕ หลังจาก พลตรี จําลอง ศรีเมือง ถูกจับที่ถนนราชดําเนิน ผมเปึนคนนําทัพ ประชาชน เพื่อนนักศึกษาไปต่อสู้ต่อที่มหาวิทยาลัยรามคําแหง ร่วมกับท่าน ส.ว. ของท่าน สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ นี่แหละครับ เราเปึนไม้สุดท้ายในเหตุการณ์พฤษภา ๒๕๓๕ เสร็จศึก พฤษภา ท่านประธานที่เคารพ ผมตระเวนไปเยี่ยมตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ไปเจอคนเจ็บ ไปเจอคนตาย และขณะเดียวกันนั้น ท่านประธานที่เคารพ เวลาที่เกิดเหตุการณ์แบบ พฤษภา ๒๕๓๕ นั้นเขาจะตั้งศูนย์เพื่อรับแจ้งคนหาย แต่ถามว่าทําไมวันนี้คนเขาไม่แจ้งกระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพราะเขาเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มันเกี่ยวข้องกับการฆ่าประชาชน มันไม่มีหน่วยงานอิสระ ใด ๆ ขึ้นมาในการที่จะรับเรื่องเหล่านี้ เขาจึงไปร้องต่อสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศ ไทย ไปร้องกับพรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า เหตุการณ์ พฤษภาคม ๒๕๓๕ กว่าจะรู้ว่าคนตายจริง ๆ คนสูญหายจริง ๆ ต้องใช้เวลากันเปึนป้ ๆ เลย เหตุผลก็คืออะไรท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานคงจะจําความกับผมได้ว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ บางคนว่าจํานวนเท่าโน้น บางคนว่าจํานวน เท่านี้ แต่สรุปท้ายคณะกรรมการญาติวีรชน เขาได้สรุปร่วมกับศูนย์ของ มหาวิทยาลัยมหิดล สรุปว่ามีคนตาย ๔๐ คน สูญหาย ๔๐ คน ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้เปึนประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ผมเองนี่นะครับ ทุกป้เกือบหรือ ว่าบางป้มีความจําเปึนจริง ๆ ไม่ได้ไปร่วมพิธีกรรม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชนที่พลีชีพ เพื่อระบอบประชาธิปไตยในเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ ป้ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไป ท่านประธานไม่ทราบหรอกครับว่า ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๓๖ ๑๗ ป้ มานั้น แต่ละป้ต้องไปเจอญาติวีรชน ต้องมาร่ําไห้ทุกครั้งถึงความสูญเสีย เจอกันกอดคอ กันร้องห่มร้องไห้ ผมมีความรู้สึกทุกครั้งว่า หลังจากเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ ผมไม่มี ความประสงค์ให้ประเทศนี้มีวีรชนเกิดขึ้นมาอีก ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น แนวทางการต่อสู้ของพวกผมนั้นจึงจะหลีกเลี่ยงซึ่งความรุนแรง แต่วันนี้ที่ตกเปึนจําเลย ที่พยายามจะยัดเยียดว่าคนเสื้อแดงไปสร้างสถานการณ์นั้น ไปสร้างความรุนแรงนั้น ท่านประธานจะถึงบางอ้อทันทีว่า แท้ที่จริงแล้วมันมีกระบวนการกันอย่างไร ผมได้ผ่าน พิสูจน์ของการระดมผู้คน ผมได้บอกกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าถ้า พรรคการเมือง นักการเมืองจัดตั้งคน ขนคนกันมานั้น เราจะไม่ได้คนที่มีจิตวิญญาณ ประชาธิปไตย เขามาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผมทดสอบที่ทันเดอร์โดม เมืองทองธานี ราชมังคลากีฬาสถาน คนเปึนเรือนแสน แม้กระทั่งวัดสวนแก้วจนกระทั่งสนามศุภชลาศัย เราจึงมีความมั่นใจว่า แท้ที่จริงคนในบ้านเมืองนี้เขาต้องการให้บ้านเมืองนี้มีกระบวนการ ยุติธรรมที่มีมาตรฐานเดียว เขาต้องการให้ประชาธิปไตยนั้นเปึนประชาธิปไตย และพวก ผมแต่ละคนนั้นไม่มีใครสถาปนาว่าตัวเองจะเปึนผู้นํา เพราะเราต้องการจะบอกกล่าวกับ ผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้น ผลประโยชน์หรือวีรบุรุษนั้น มันไม่เกิดขึ้นกับใคร แต่มันควรจะเกิดขึ้นกับคนทุกคนในประเทศนี้ ผมลําดับความเรื่องนี้ กับท่านประธานเพราะอะไรครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นท่านประธานเชื่อไหมครับ ว่า เหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ นายอานันท์ ปันยารชุน เปึนนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย ๒ ชุด ชุดหนึ่งรัฐบาลตั้ง อีกชุดหนึ่งให้กระทรวงกลาโหม ไปสอบ ทุกป้คณะกรรมการญาติวีรชนนี่นะครับ แม่ทัพนายกองใด ๆ เกี่ยวข้องกับการ ล้อมปราบพี่น้องประชาชน เขาจะไปต้านทุกคน แปลความกันว่าผู้บัญชาการทหารบก ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ เปึนต้นมานั้น ใครมือเปุ๋อนเลือดเหตุการณ์พฤษภาคม เขาจะต่อต้าน ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ป้ ๒๕๔๓ นี่แหละครับ สมัยรัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย นี่ต้อง ให้เครดิตส่วนหนึ่ง ญาติวีรชนเขาไปขอให้เป่ดเผยผลการสอบสวนชุดของ กระทรวงกลาโหมที่มี พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ เปึนประธาน สอบสวนเสร็จปรากฏว่า ๘ ป้นั้นป่ดสนิทเลย คนไทยไม่รู้เลยว่าการปราบปรามประชาชนที่ถนนราชดําเนินที่มีคน ตาย ๔๐ คน สูญหาย ๔๐ คนนั้น เอากําลังมาจากที่ไหนบ้าง ตอนแรกก็ให้มา ๘ บรรทัด ผมยังกระเซ้ากันเลยว่านี่ให้ป้ละบรรทัดหรืออย่างไร ท้ายที่สุดญาติวีรชนที่ศพสูญหาย ที่เขายังตามอยู่ แม้กระทั่งเวลาผ่านไป ๑๗ ป้แล้วนั้น เขาแบกโลงไปทวงบอกว่าขอผลการ สอบสวนได้ไหม เผื่อจะรู้ที่เก็บของศพ ซึ่งตายไปในเหตุการณ์พฤษภาอีก ๔๐ ศพ ท่านประธานที่เคารพ ท้ายที่สุดก็มีการยอมเป่ดเอกสารผลการสอบสวนทั้งหมดกว่า ๓๐๐ หน้า เราจึงรู้ครับว่าใครนํากําลังที่ไหนบ้าง คนที่เปึนญาติวีรชนเขาจึงรู้ว่าเขา ผิดพลาดอย่างรุนแรง เพราะไปรู้ว่าคนบัญชาการในการปราบปรามในโรงแรม รัตนโกสินทร์ หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณถนนราชดําเนิน ดันได้รับการแต่งตั้งเปึน ผู้บัญชาการทหารบกอยู่แล้ว โดยที่ญาติวีรชนเขาไม่รู้ ท่านประธานที่เคารพ นี่ผมยกตัวอย่างว่า นี่กรณีพฤษภาที่เห็นว่ามีการการฆ่าที่มีความ ชัดเจน ท่านประธานที่เคารพ แล้วถามว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมามันเปึนอย่างไร พวกผม ต้องการอะไร แล้วนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับผมสื่อสารกันอย่างไร ผมบอกว่า โดยความรู้สึกส่วนตัวกับผมนั้น นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับผมไม่ได้มีอะไรที่มี ปัญหาเรื่องความส่วนตัว แต่ว่าเรื่องการทําหน้าที่ของการเกิดมาเปึนคนไทยนั้นมีความ เชื่อที่มีความแตกต่างกันแน่นอน ท่านประธานที่เคารพ หลังจากการยึดอํานาจวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ คนไทยเขามีความเชื่อว่าประเทศนี้มันไม่เปึนประชาธิปไตย พวกผมมี ความเชื่อว่า รัฐธรรมนูญมันไม่เปึนประชาธิปไตย และเห็นว่าการดําเนินคดีกับพวกผมนั้น มันเหมือนพลเมืองชั้น ๒ เราจึงพูดว่า นี่มัน ๒ มาตรฐาน วันนี้มันจะลามไป ๓ มาตรฐาน ไปแล้วท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ จะเห็นได้ชัดว่าวันที่มีการยุบพรรคจนกระทั่ง สลับขั้วกันมานั้น พวกผมเองก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ในที่มาของรัฐบาลชุดนี้ แต่เอาเปึนว่า ท่านประธานที่เคารพ เราก็เสนอเอาทางออกในการชุมนุมวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ตั้งใจกันมาเดิมว่าจะหลีกให้กับการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนที่ประชุม ที่หัวหิน ตั้งข้อเรียกร้องไป ๔ ข้อที่วิญ็ูชนสุจริตชนถึงจะรับฟังได้ บอกว่าจะต้อง ดําเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรตามกฎหมาย ๒. ต้องปลด นายกษิต ภิรมย์ ออกจากตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะไปร่วมยึดทําเนียบรัฐบาล และยึด สนามบินเปึนความผิดการก่อการร้ายสากล เปึนตัวแทนของประเทศไทยไม่ได้เพราะอยู่ใน สถานะของผู้ก่อการร้ายสากล กฎหมายไทยก็มีโทษประหารชีวิต ท่านประธานที่เคารพ นี่ข้อ ๒ ข้อที่ ๓ บอกว่า ให้รับร่างรัฐธรรมนูญของ คพปร. หรือเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เข้ามาใช้แทนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ท่านประธานที่เคารพ และหลังจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจบแล้วจึงให้นายกรัฐมนตรี ยุบสภาคืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานเชื่อไหมครับ ช่อง ๑๑ เอ็นบีที ช่องหอยม่วงตอนนี้เสียงผมไม่ออกครับท่านประธาน ที่ผมอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ตอนนี้เริ่ม ออกแล้ว ท่านประธานที่เคารพ จะเอากันอย่างนี้ท่านประธาน ช่องหอยหลับนี่ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่า เมื่อ ๔ ข้อนั้น วันที่ ๒๖ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ มีคนมาแดกดันว่ามาชุมนุมได้ ๓ วันทําไมเลิก พวกผมคุยกันมาก่อนว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้ไม่รักษาภาพลักษณ์ของประเทศ เอา กษิต ภิรมย์ มาเปึนตัวแทนของคนไทย เปึนหน้าที่ของคนเสื้อแดงจะรักษาหน้ารักษาตาของประเทศนี้ เอง แล้วประกาศยกเลิกข้อเรียกร้องทั้ง ๔ ข้อ แล้วยกระดับนําพาสู่การขับไล่ แล้วพอบอก ว่า ๑ เดือนจะมาใหม่ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ซึ่งคนมันไม่มีความ พึงพอใจอยู่แล้ว เพราะเห็นเลยว่าคดีที่เกิดขึ้นกับคนเสื้อแดงนั้นทําผิดวันนี้ พรุ่งนี้จับ มะรืน ตัดสินเลย ๓ วันจบ ทุกกระบวนการยุติธรรมนะครับ ทําผิดวันนี้ พรุ่งนี้จับ มะรืนตัดสิน นี่ร่วมกันทุกกระบวนการ นั่นแปลความกันว่าเสื้อสีเหลือง วันนี้ตํารวจเพิ่งแถลงเมื่อวานนี้ ผมดูว่า ๒๔๐ คดี คนเสื้อแดง ๑๐๓ คดี คนเสื้อสีน้ําเงินนี่หนังเหนียวไม่มีสัก ๑ คดี ทั้งอ้าย นี่ตัวการของปัญหานี้ทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานฟังผมนะครับว่า พอเรา มารอบนี้ ท่านประธานที่เคารพ เราไม่ได้มองปัญหาเฉพาะตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เรามองถึงโครงสร้างปัญหาว่าใครที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยึดอํานาจวันที่ ๑๙ กันยายนนั้น เราได้คําว่า อมาตยาธิปไตย นั้นที่เปึนตัวการแทรกแซงระบอบประชาธิปไตย เปึนตัวคั่นกลางทําตัวเหมือนผู้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี จึงมีการเรียกร้องกันว่า อมาตยาธิปไตยนั้นมันจะอยู่ในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ เรามีความเชื่อระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขไม่เสื่อมคลาย แล้วไม่เห็นด้วยกับใคร จะไปจาบจ้วงอะไร ใครทําผิดว่าตามกฎหมาย แต่เราบอกว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข โดยไม่มี อมาตยาธิปไตยที่จะมาแทรกแซง สมัยที่ผ่านมาท่านประธานที่เคารพ จะโยกย้ายแม่ทัพ นายกองที นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ท้ายที่สุดจะโยกย้ายใครต้องไปถาม อํามาตย์เสียก่อนว่าย้ายได้หรือไม่ อ้ายนี่แหละครับมันควบคุมประเทศ เราจึงบอกว่า เรามองข้าม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปแล้ว เราจึงพูดถึงอมาตยาธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพ มีการนัดชุมนุมใหญ่วันที่ ๘ เมษายน มีคนหลายแสนคนและพิสูจน์ได้ จํานวน พิสูจน์ได้ แม้กระทั่งในวอลรูม (War-room) พรรคประชาธิปัตย์เองก็ยอมรับว่า ๑ แสนคน แต่เอาว่าคนมันเกิน ๑ แสนคนแต่จะเกินเมื่อไรจะ ๓ แสนคน ๔ แสนคนนั้น ก็พิสูจน์กันไป วันนั้นเรายังไม่มีความคิดที่จะทําอะไรที่เปึนความรุนแรงท่านประธาน ยื่นบอก ๒๔ ชั่วโมง ปรากฏว่าไม่มีดําเนินการอะไร ก็ไปป่ดองค์กรต่าง ๆ ก็อยู่รอบนอก จนกระทั่งท่านประธาน ที่เคารพ มีพี่น้องแท็กซี่เขาไปป่ดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พวกผมเองก็ได้ข่าวว่ามีการจะล้อม ปราบ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ก็เอาคนไปช่วยเพื่อไม่ให้มีการล้อมปราบ แล้วท้ายที่สุดวันรุ่งขึ้น และเมื่อรัฐบาลวันนั้นแก้เกมด้วยทําเปึนวันหยุด ผมก็ไปชวนเขา บอกว่าอย่าป่ดเลย ออกมากลับ แต่การประชุมที่พัทยาท่านประธานที่เคารพ ที่มันเปึน ฉนวนที่สําคัญ นําพาสู่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และคนเสื้อแดงนั้น เขาไม่มีโอกาสจะมาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่ที่เขาเข้าไปโรงแรมรอบหลังนั้น มันเปึนผลจากเสื้อสีน้ําเงินซึ่งรัฐบาลไม่เคยตอบ ที่ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม ตั้งคําถามว่า ได้เอาตํารวจของจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดชัยภูมิ มาเปลี่ยนเสื้อเปึนเสื้อสีน้ําเงิน เวลาวิ่งพวกนี้จึงรีบถอดเสื้อทิ้งเปึนกอง ให้คนเสื้อแดงเขา เอาเสื้อสีน้ําเงินมากอง เพราะตัวจริง ๆ คือพวกนี้คือเจ้าหน้าที่ตํารวจบวกกับอันธพาล บางส่วน จะเห็นได้อย่างได้ชัดนะครับว่าทํางานร่วมกับทหาร ไปมีการตะเบ๊ะกันมีอะไรกัน ภาพอย่างนั้นมันเห็นกันไปหมด ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนผู้นําฝ์ายค้าน ท่านยังไปยื่นหนังสือถึง พลตํารวจเอก พัชรวาท เรื่องการใช้ความรุนแรง เรื่องการให้ดําเนินคดี เรื่องการใช้ความรุนแรงในการปราบปราม ประชาชน ไปยื่นกรรมาการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่การที่รัฐบาลชุดนี้ให้คนนอก รัฐธรรมนูญบางคนนะครับ ไปเอาตํารวจมาใส่เสื้อสีน้ําเงินมาเตรียมทีมไว้ที่ สนามบินสุวรรณภูมิแล้วไปใช้งานที่พัทยา แล้วยิงใส่คนเสื้อแดงก่อนหน้านี้วันหนึ่งก่อน ๑ วัน เขวี้ยงก้อนหินใส่ ยิงหนังสติ๊กใส่ ท่านประธานที่เคารพ อริสมันต์เขาบอกว่า ถ้าไม่สามารถเอาคนที่ยิงมาได้ภายใน ๑ ชั่วโมงเขาจะเข้าไปในโรงแรม เขามีสิทธิที่จะ ปกปัองชีวิตคนไทยที่เปึนเสื้อแดงว่า ๒ ชีวิตและมีการยิงเพิ่มแท็กซี่อีก ๒ คน เขามีสิทธิ ที่จะปกปัองชีวิตเหล่านั้นใน ๔ ชีวิต ไม่มีใครมีสิทธิเอาป๋นไปยิงเขาได้ ท่านประธาน ที่เคารพมันนําพาเข้าไปสู่โรงแรม นั่นคือที่มาที่ไปท่านประธานที่เคารพ แล้วบอกว่า มีการประกาศชัยชนะ ไม่มีมนุษย์ที่ไหนไปประกาศชัยชนะหรอกครับ หลังจากที่ มีการยกเลิกการประชุม เพราะถ้าเราต้องการต้านการประชุมจริง ๆ นั้น ก็ต้องทําตั้งแต่ หัวหิน ไม่มีใครประกาศชัยชนะอะไรเลย เรารู้ว่านี่คือจุดของประเทศ แต่ไม่ทําก็ไม่ได้ มัน ๒ ชีวิตบวกอีก ๒ ชีวิตเปึน ๔ ชีวิตถูกยิง แล้วไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย เอาเจ้าหน้าที่มาใส่ชุดเสื้อสีน้ําเงิน ปกปัองสถาบันแล้วไปไล่ยิงไล่ฆ่าประชาชนได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ
ท่านประท้วงว่าอย่างไร ครับ
ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรีครับ ผมจะไม่ขัดจังหวะ ท่านผู้อภิปรายจนกว่าท่านจะอภิปรายจบนะครับ ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี แล้วเปึนคนที่เกิดในจังหวัดชลบุรี วันนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์ ๓ วัน แล้วผม ขอเล่าเหตุการณ์จริงให้ฟังด้วยว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างไรนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
เดี๋ยว ๆ ท่านไม่ได้ ประท้วงอะไรใช่ไหมครับ
เขาลุกขึ้นอภิปรายประท้วงด้วยข้ออะไรครับท่านประธานครับ
ผมขอประท้วง ข้อ ๖๓ ครับ พาดพิงครับ
พาดพิงเดี๋ยวค่อย
ท่านประธานยังไม่อนุญาตเลย
ผมให้โอกาส อภิปรายให้จบ เพราะเมื่อวานนี้ครั้งที่แล้วตอหลดตอแหล
เอาละ เอานะครับ ท่านนั่งลงก่อนเดี๋ยวผมให้ว่าพาดพิงนะครับ
ผมให้โอกาส ครับ ผมจะนั่งแล้วเสร็จแล้วผมจะพูดความจริงให้ฟังว่า
ท่านประธานครับ ผมขอให้ผู้ประท้วงถอนก่อนครับท่านประธานครับ
ผมจะพูด ความจริงให้ฟังครับ
เอาละครับ ท่านนั่งลงได้ ท่านนั่งลงได้นะครับ ท่านนั่งลงครับ
ตอแหลก่อนท่านประธานที่เคารพ
ให้ถอน คําว่า ตอหลดตอแหลก่อนครับ
ต้องถอนท่านประธานครับ ไม่สุภาพเลยครับท่าน เสียชื่อคนชลบุรีครับท่าน
ท่านว่าอย่างไรครับ นะครับ เชิญ เมื่อสักครู่ที่ท่านว่าเรื่องตอแหลใช่ไหมครับ
ท่านประธาน ครับ ตอแหล นี่มันคําหยาบหรือครับ
ครับ
ผมนั่งฟัง ผมผ่านมาเห็นอภิปรายกันหลายครั้งหนักกว่านี้ยังบอกว่าเปึนคําภาษาไทย เปึนคําไทย เดิม ไม่เห็นว่าจะไม่สุภาพตรงไหนครับ
นะครับ เปึนคําที่ไม่สุภาพ นะครับ ท่านถอนแค่นั้นแหละนะครับ แล้วเดี๋ยวท่านได้พูด
เพื่อให้ บรรยากาศการอภิปรายให้ดําเนินไปได้นะครับ ก็ผมขอถอนก็ได้ครับแต่ว่าให้ระวังคําพูด บ้างครับว่า การใส่ร้ายปัายสีนั้นเอาเรื่องจริงมาพูดกันนะครับ วันนี้เราเอาความจริงมาพูด กันครับ
เชิญท่านจตุพร
ท่านประธานที่เคารพ ผมรับผิดชอบครับ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า เหตุการณ์ที่ พัทยานั้นมันได้ลามมาที่กรุงเทพมหานคร พวกผมเองก็มีการรับรู้กันเบื้องต้นว่า คนเสื้อ แดงที่มีจุดแข็งว่า เขามากันเองนั้นกําลังจะกลายเปึนจุดอ่อน เพราะผมก็รู้ทันทีว่าลองไป ใส่เสื้อสีน้ําเงินได้ สักพักมันก็จะใส่เสื้อสีแดงไปสร้างสถานการณ์ ขอกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า เหตุการณ์ที่พัทยามันลามสู่วันรุ่งขึ้น มีการออกหมายจับ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ซึ่งเปึนคดีการปราศรัยที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเปึนคนละคดี ที่เกิดขึ้นที่พัทยา อริสมันต์ถูกจับกุมตอนเช้าที่บ้าน ผมเองมาที่เวทีแล้วก็ได้ประสานงาน เพื่อจะสอบถามว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจที่จับกุมนั้นเอาอริสมันต์ไปไว้ที่ไหน เดิมนั้นขับรถ จะไปทางวิภาวดีรังสิต แล้วก็พากันไปเรื่อย ๆ ๆ ๆ ผมจึงตัดสินใจโทรศัพท์หา พลตํารวจตรี อํานวย นิ่มมะโน พลตํารวจตรี อํานวย นิ่มมะโน บอกกับผมว่า อย่างไร ก็แล้วแต่ไม่เกินบ่ายโมงจะนํานายอริสมันต์มาที่ศาลอาญาเพื่อขออนุมัติต่อศาลในการ ควบคุมตัว และถ้าต้องการประกันตัว ก็ให้ไปประกันที่ศาล ผมจึงบอกกับนายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ให้เตรียมเอกสารไปประกันตัว นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ท่านประธานที่เคารพ ผมเองก็เดินทางแล้วก็สอบถามจนรู้ว่า อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อยู่ที่คลอง ๕ เมื่อวานนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่ามีการ ป่ดล้อมศาลอาญา เปึนความเท็จโดยสิ้นเชิง ถ้าใครป่ดล้อมศาลอาญา ศาลท่านต้อง ดําเนินคดีหมิ่นศาล มีคนอยู่รอบศาลทั้งสิ้น ไม่มีการไปคุกคามศาลหรือป่ดล้อมศาลใด ๆ ทั้งสิ้น ประเด็นนี้เปึนความเท็จร้อยเปอร์เซ็นต์ มีคนไปจํานวนมากจริง แต่เขาต้องการ ประกันตัวอริสมันต์ ผมตามไปทันที่คลอง ๕ ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่า เวลา เที่ยงครึ่ง ท่านประธานเชื่อไหมครับ พอไปถึงค่าย ตชด. (ตํารวจตระเวนชายแดน) ที่คลอง ๕ เขาบอกว่า ถ้านายจตุพรต้องการพบอริสมันต์ให้เข้าไปคนเดียว ตั้งแถวกัน ปุ็บปัูบ ๆ เต็มหมด ผมบอกว่าไม่มีปัญหา ผมเข้าไปคนเดียวก็ไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่า คําสั่งที่ใครจะแทรกแซงกระบวนการนี้ผมไม่ทราบ เวลาเที่ยงครึ่งก่อนถึงบ่ายโมง ที่ พลตํารวจตรี อํานวย นิ่มมะโน บอกว่าจะต้องส่งศาลภายในบ่ายโมงนั้น ก็ปรากฏว่า ก็เปลี่ยนให้ไปเฮลิคอปเตอร์ เดิมบอกว่าจะไปศาล ท่านประธานที่เคารพ ท้ายที่สุดบอกว่า ศาลไม่รับแล้วเพราะเลยเวลา ต้องการจะเอาอริสมันต์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ให้ได้ ผมนี่เปึน เพื่อนกับอริสมันต์ เปึนมิตรร่วมรบกันมาตั้งแต่พฤษภาคม ๒๕๓๕ ผมบอกว่าถ้าเอา อริสมันต์ไป ผมยังไม่มีถูกหมายจับ ยังไม่เปึนผู้ต้องหาขอใช้สิทธิตามอริสมันต์ไปด้วย ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า เฮลิคอปเตอร์บินไปถามใครก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ใด จนกระทั่งนี่ นะครับอยู่บนฟัาแล้วบอกว่าให้ไปที่ค่ายนเรศวร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฮลิคอปเตอร์ ลํานั้นมันไม่ได้เติมน้ํามันไว้ต้องไปที่กองบินตํารวจ เพราะว่าไม่ได้มีภารกิจว่าจะไปที่ค่ายนเรศวรที่หัวหิน อริสมันต์เขาก็มีความเครียดสิครับ ผมก็นั่งนิ่งยังไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าพอเปลี่ยนเฮลิคอปเตอร์ลําใหม่แล้วไม่มีจุดหมาย ปลายทางบินวนไปวนมานี่นะครับ เขาก็จึงไปล็อกคอกับเจ้าหน้าที่ตํารวจคนหนึ่ง ซึ่งความ จริงเจ้าหน้าที่ตํารวจคนนั้นก็น่าเห็นใจ เพราะเขาเองก็ไม่ไว้วางใจว่าชีวิตเขาจะปลอดภัย ห รื อ ไ ม่ ผ ม ก็ เ ปึ น ค น ห้ำ ม แ ล ะ ผ ม บ อ ก ว่ำ ใ ค ร มี ช ะ ตำ ก ร ร ม อ ย่ำ ง นี้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะถูกพาไปฆ่าที่ไหนหรือเปล่านั้น เขาย่อมมีความรู้สึกอย่างนี้ได้ จึงไปลงที่ค่าย กองพลทหารสื่อสารที่ ๑ นั่นละครับ ที่ทุ่งมหาเมฆ ท้ายที่สุดคณะผมก็มารับผมออกไป อริสมันต์ก็ไปที่ค่ายนเรศวร แล้วพรรคพวกก็ไปรอรับอยู่ที่โน่น แต่วันนี้ผมอธิบายกับท่าน ประธานว่า ขนาดผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนคนไทยคนหนึ่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ยัง ไม่รู้เลยครับว่าพาไปไหน ทั้งที่จริงแล้วนะครับสิทธิของคนที่ถูกกล่าวหาอย่างอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นั้นเขาต้องรู้ว่าจะพาเขาไปไหน เมื่อไม่รู้เส้นสายปลายทางเขาย่อมมี ความรู้สึกได้ว่าชีวิตเขาไม่ปลอดภัย นี่ผมอยู่กับอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ซึ่งมันจะแตกต่างที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อธิบาย
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์มันจึง พัฒนากันไปอย่างนี้ คนที่เขาชุมนุมเห็นผมหายขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์กับอริสมันต์ เขาก็มี ความไม่สบายใจ ต้องการจะไปสอบถามนายกรัฐมนตรีสิครับ มันก็เลยลุกลามไปที่ กระทรวงมหาดไทย ทําไมไม่มีการสอบสวนให้ครบถ้วนนะครับว่า ได้มีการใช้อาวุธยิงป๋น ใส่ประชาชนหรือเปล่า ภาพที่เห็นก็ว่ากันไป แต่ต้องฉายให้ครบว่า มีการยิงใส่ประชาชน ตายหรือไม่ มีประชาชนบาดเจ็บแน่นอน มีการยึดป๋นอูซี่จาก รปภ. ของนายกรัฐมนตรี แน่นอน แต่นั่นก็คือดําเนินคดีก็ว่ากันไป ว่าตามกระบวนการทางกฎหมาย เพียงแต่ว่าชุด รปภ. ของนายกรัฐมนตรีมีสิทธิที่จะยิ่งใส่ประชาชนหรือไม่ ผมขอกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่า การมองนั้นต้องมองทั้ง ๒ มุม เรื่องอะไรที่ผมทํา พรรคพวกผมทํา ผมไม่ปฏิเสธ ว่ากันตามกระบวนการยุติธรรมให้มันยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพ หลังจากประกาศ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถามว่าพวกผมมีความรู้สึก อย่างไรครับท่านประธาน ผมเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนฉบับเดียวกันในวันที่ประกาศ พันธมิตรยึดทําเนียบรัฐบาล เปึนฉบับเดียวกันที่พันธมิตรยึดสนามบินดอนเมือง เปึนวัน เดียวกันที่พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วไม่มีการดําเนินการใด ๆ กับพันธมิตรเลย แล้วท้ายที่สุดท่านประธานคงจะจําความได้ว่า ขณะที่พันธมิตรถูกหมายจับมีการยื่น อุทธรณ์ที่พยายามจะมาแดกดันผมอยู่เวลานี้ว่าทําไมไม่มอบตัว ก็มีการเพิกถอน ขอเพิกถอนหมายจับจนกระทั่งเอาข้อหากบฏออกในวันที่ยังมี พ.ร.ก. อยู่ไปมอบตัว สน. นางเลิ้ง ให้ประกันตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข แล้วเพื่อน ส.ว. ที่นี่ก็ไปเปึนนายประกันก็ทราบกัน อยู่ไม่มีปัญหาเลยท่านประธาน แต่ผมอธิบายให้ฟังว่านี่วันที่เขาปฏิบัติกับพันธมิตร วันที่ พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ มี พ.ร.ก. ฉบับเดียวกันนี้ ยึดสนามบินดอนเมืองมี พ.ร.ก. ฉบับเดียวกันนี้ ทําพิธีส่งมอบและก็กลับบ้านได้ วันนี้คดียังไม่สั่งฟัองเลยท่านประธาน พันธมิตรออกจากสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ ๓ ธันวาคม นี่กี่เดือนแล้วครับท่านประธานที่เคารพ พลตํารวจโท ฉลอง สนใจ ที่แถลงร่วมกับ พลตํารวจเอก พัชรวาท บอกว่าภายในสัปดาห์นี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาพูดต่อ ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า แปลความว่าอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ แปลความว่าคดีที่เกิดขึ้นกับพันธมิตรสอบสวนพยานจาก ๒๐๐ ปาก ๓๐๐ ปาก แล้วจึง จะขออนุมัติหมายจับ แต่คนเสื้อแดง ท่านประธานที่เคารพ ออกหมายจับเต็มบ้าน เต็มเมืองทั่วทั้งประเทศ ท่านต้องการจะอยู่ในสถานะของผู้ไล่ล่าแบบนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมจึงบอกว่าสถานการณ์ขณะนี้ท่านประธานที่เคารพ มันจึงลามเข้าไปเรื่อย ๆ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ได้มีการพูดล่วงหน้าทั้งนั้น คนที่วาจาสิทธิ์คนหนึ่งชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ถ้าบอกว่าจะมีการเผาเมืองไฟก็ไหม้ มีความวุ่นวายก็จะมีความวุ่นวาย ท่านประธานที่เคารพ กรณีที่เกิดขึ้นเรื่องรถแก๊ส ท่านประธาน เอารถแก๊สก่อน ก่อนจะพูด เรื่องนางเลิ้ง ถนนเพชรบุรี ซอย ๕ ซอย ๗ เรื่องรถเมล์ ท่านประธานทราบไหมครับว่า รถแก๊สนี่นะครับ ที่นายสุเทพยอมรับว่ามี ๒ คัน นายสุเทพบอกว่าเจ้าของรถแก๊สเปึนของบริษัทสยามแก๊ส เพื่อต้องการจะโยงถึง พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ที่ในฐานะประธานบอร์ดสยามแก๊ส นี่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็พูดความเท็จ ท่านประธานที่เคารพรถแก๊สที่จอดอยู่ที่แยกดินแดนนั้น ทะเบียน ๘๑๙๖๒๙ นนทบุรี อีกคันหนึ่งนะครับ ที่จอดที่ถนนศรีอยุธยา ไปโรงพยาบาลสงฆ์ แล้วก็ ไปที่คิง พาวเวอร์ ทะเบียน ๙๖๖๗๔๗ กรุงเทพ ท่านประธานที่เคารพฟังแล้วเรื่องนี้ มันน่าสนใจ รถแก๊สที่จอดที่ดินแดนนั้นนี่นะครับ เปึนทะเบียนขนส่งไปค้นมาเรียบร้อย นี่นะครับ ทะเบียนรถ ๘๑๙๖๒๙ นั้น เจ้าของก็คือบริษัท ธนวินท์ บริการ จํากัด ตั้งอยู่ที่ ๓๘/๕๑๓ หมู่ ๖ ท่าทราย นนทบุรี อีกคันหนึ่งครับท่านประธาน ที่มาจอดที่หน้าโรงแรม พูลแมน คิง พาวเวอร์ ๙๖๖๗๔๗ นั้น เปึนของบริษัท ตึกช้าง บริการ จํากัด ตั้งอยู่ที่ ๑๗๔๓ ถนพหลโยธิน ลาดยาว เขตจตุจักร ที่มันน่าสนใจคืออะไรท่านประธาน คันแรกนี้ นะครับ บริษัท ธนวินท์ บริการ เปึนรถที่จอดที่แยกดินแดนนั้น นี่เปึนหุ้นส่วนของบริษัท กรรมการบริษัทนี้มี ๒ คน คือ ๑. นายแสงทวี ธนาดํารงศักดิ์ ๒. นางปราณี ธนาดํารงศักดิ์ แล้วก็มีกรรมการผูกพัน มีทุนจดทะเบียน ๑ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพรถอีกคันที่เปึน ของบริษัท ตึกช้าง บริการนั้น เจ้าของชื่อนายแสงทวี ธนาดํารงศักดิ์ นางปราณี ธนาดํารงศักดิ์ มาจาก ๒ บริษัท โดยชื่อคนคนเดียวที่เปึนเจ้าของทั้ง ๒ บริษัท ที่น่าสนใจ อีกครับ ท่านประธานที่เคารพ มีการลําดับเหตุการณ์บอกว่ารถแก๊สนี่นะครับ ทะเบียน ที่จอดอยู่ที่ดินแดนนี่นะครับ ๘๑๙๖๒๙ เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๒ เมษายนนั้น ได้ไปเติมแก๊สที่คลังแก๊สของบริษัท สยามแก๊ส ที่ถนนสาธุประดิษฐ์ แล้วก็ถูกยึด แล้วก็ทะเบียน ๙๖๖๗๔๗ ไปเติมแก๊ส ไปถ่ายแก๊สที่ปัูมแก๊ส อาร์ บี ถนนพระราม ๙ ห่างแยกโรงแรม ฟอร์จูน มาทางแฟลตดินแดนระยะทาง ๔๐๐ เมตร แล้วก็ถูกยึด ขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่า รถแก๊ส ๒ คัน มาจากคนละที่และเปึนเจ้าของ เดียวกัน ท่านประธานแลเห็นไหมครับว่ามันมีความแปลกอยู่ชัดเจน ผมต้องขอขอบคุณ สื่อมวลชนท่านหนึ่งเปึนนักเขียนอาวุโส เขาได้ให้ข้อมูลไปสืบเสาะได้อย่างชัดเจนว่า รถแก๊ส ๒ คัน ท่านประธานที่เคารพ นี่เวลาที่มาจอดที่โรงแรม พูลแมน คิง พาวเวอร์ เห็นไหมครับจอดอย่างสงบ นี่จอดอย่างสงบ ไม่มีเสื้อแดงแม้แต่เพียงคนเดียว ท่านประธาน นี่มันไปส่งหรือครับ มีไหมครับ มีเสื้อแดงไหมครับท่านประธาน นี่ครับ โรงแรม พูลแมน คิง พาวเวอร์ รถแก๊ส นี่ครับ มี รปภ. กําลังคุยด้วยไม่มีความรู้สึกวิตก เลยว่าจะมีคนจะมาระเบิดตึก คิง พาวเวอร์ ท่านประธานเห็นรึยังท่านประธานที่เคารพ ที่ผมบอกว่ามีกระบวนการจัดฉาก เอารถแก๊สไปไว้ที่ดินแดน เสร็จแล้วอีกคันหนึ่งนี่นะครับ ก่อนที่มาจอดที่ โรงแรม พูลแมน คิง พาวเวอร์ ต้องการจะไปสร้างความเข้าใจผิดกับพี่น้อง ชาวพุทธ เลยไปจอดที่โรงพยาบาลสงฆ์เห็นไหมครับ เพื่อให้คนเสื้อแดงจะมีปัญหากับ ศาสนาพุทธอีก แต่ปรากฏว่าไม่กระเตื้อง สุดท้ายเอามาคืนกลับ ที่โรงแรม พูลแมน คิง พาวเวอร์ มีเสื้อแดงสักคนไหมท่านประธาน นี่เปึนการข่มขู่ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานดูสิครับว่าถ้าเสื้อแดงเอารถมาข่มขู่ โรงแรม พูลแมน คิง พาวเวอร์ แล้วเสื้อแดงไปไหนหมดครับ นี่อย่างไรละครับ ผมจึงบอกกับท่านประธานอย่างไรละครับว่า นี่เปึนกระบวนการจัดฉาก เพื่อจะใส่ร้ายคนเสื้อแดง ใส่ร้ายแล้วมันมาใส่ร้ายอย่างได้ผลด้วยคืออะไรครับ ตั้งแต่ วันที่ ๑๒ เปึนต้นมา คนเสื้อแดงถูกป่ดข่าวโดยสิ้นเชิง มีการออกข่าวกันว่า นายณัํุวุฒิ ใสยเกื้อ กับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไปประกาศไม่รับผิดชอบความปลอดภัยกับสื่อมวลชน ซึ่งเปึนความเท็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมนี่อยู่เหตุการณ์พฤษภา ก่อนที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจะเรียกสุจินดากับจําลองไปอย่าศึกกันนั้น นักข่าวไทยท่านประธาน ทราบไหมครับว่าพอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเดิมจะพระราชทานตอน ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม แล้วยังไม่เปึนข่าวนี่นะครับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังขอกลับบ้านก่อนเลย มาด้วย จับมือกับผมผมยังจําความเย็นของมือได้เลย เพราะนักข่าวไทยไปหมดเลย เหลือนักข่าว ต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏการณ์นี้เปึนปรากฏการณ์เดียวเหมือนกัน ก็คือว่า สื่อสารมวลชนโดยเฉพาะช่องหอยม่วงที่ถ่ายเวลานี้บิดเบือนหมด เอารถแก๊ส เข้าไป เอาประชาชนมาเปึนเครื่องมือต่อรอง ทั้งหมดเปึนการจัดการโดยคนของรัฐบาล ทั้งสิ้น ทําไมไม่มีการดําเนินคดีสอบสวนละครับว่าใครยึดหน้าตาก็โผล่สลอนอยู่ ไม่มี เสื้อแดงสักคนหนึ่ง แต่ธรรมชาติเวลาขับรถไปจอดที่ม็อบ คนก็นึกว่าเปึนพวก แท้ที่จริง ไม่ใช่ เปึนคนของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเสื้อแดงไปมันหาเสื้อแดงได้สักคนไหมที่ คิง พาวเวอร์ รปภ. มีใครวิตกกังวลสักคนไหม ท่านประธานที่เคารพ นี่คือกรณีรถแก๊ส มันจึงอธิบายทุกอย่างเลยว่า ที่ไปใส่ร้ายไปปลุกปัืนพี่น้องชาวดินแดง ว่าเอาประชาชนเปึน เครื่องมือนั้น แล้วทําไม คิง พาวเวอร์ มันไม่โวยวายบ้างละครับ ทําไม คิง พาวเวอร์ มันไม่ตกใจบ้าง แล้วที่สําคัญที่สุดครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ นี่ละครับก็ไปแจ้งความที่สถานีตํารวจนครบาลดินแดง เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ป้ ๒๕๕๒ ให้ดําเนินคดีกับคนที่เอารถแก๊สมา มีรูปพรรณสัณฐานอยู่ในภาพที่ รัฐบาลเอามาเสนอนั่นแหละครับ ทําไมไม่จับล่ะครับ ทําไมไม่ออกหมายจับล่ะครับ เพราะนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ข้างหน้าผม เขาก็ไป แจ้งความที่สถานีตํารวจดินแดงเมื่อวันที่ ๑๖ เพราะเขาเห็นหน้าตาชัดเจนแล้วว่า รถแก๊ส ที่จอดอยู่ในดินแดงเสื้อดํานั้น หน้าตาเปึนอย่างไร ก็เวลาที่รัฐบาลจะออกหมายจับ ตํารวจ ออกหมายจับ ไม่รู้จักชื่อยังออกหมายจับได้ อ้ายนี่เอารถแก๊สมา เอาประชาชนในรัศมี ๕ กิโลเมตร ปลุกระดมกันขนานใหญ่ ไปสร้างความเข้าใจผิดให้ชาวบ้านเปึนปฏิปักษ์กับ คนเสื้อแดง ทั้งที่เปึนการจัดฉากทั้งสิ้น ทําไมไม่ออกหมายจับท่านประธาน พวกผม แสวงหามิตรในการจัดชุมนุม ใครจะไปหาศัตรูละครับ นี่คือประเด็นหนึ่งเรื่องรถเมล์ แต่ที่ไปจอด คิง พาวเวอร์ มันจึงอธิบายทั้งหมดว่า โรงแรม พูลแมน คิงพาวเวอร์ ซึ่งเปึน นายทุนของรัฐบาลชุดนี้ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เคยบอกว่านายสุเทพขึ้นวอนี่นะครับ และ ส.ส. ได้รับเงินจากโรงแรมนี้ จากเจ้าของนี้ นายวิชัย รักศรีอักษร คนละ ๑ แสนบาท ต่อเดือน ท่านต้องชี้แจงกับสนธิ ลิ้มทองกุล นี่ไม่ใช่ผมพูด
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องรถเมล์ นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ก็ไปแจ้งความที่สถานีตํารวจนครบาลนางเลิ้งเช่นเดียวกันว่า ใครเอารถเมล์แล้วไปเผา ผมบอกกับท่านประธานว่า บางคันอาจจะมีคนเสื้อแดงจริง แต่หลายคันมีความผิดปกติที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย พยายามอธิบายว่ามีการจับผิด ว่ามีการฉายคลิปวีดีโอที่ถ่ายมาจากวังปารุสก์ หน้ากองทัพภาคที่ ๑ บอกว่ามีเสื้อแดง คนหนึ่งถูกทหารลากมาจากรถเมล์ แล้วบอกว่ามีการยิง ความจริงไม่ใช่ เปึนการตีหัว เท่านั้น ทั้งที่เปึนการอธิบายที่ใช้ไม่ได้เลย ทหารนี่ก็ตีหัวประชาชนไม่ได้ ก็แก๊สน้ําตา พวกท่านจะเปึนจะตายให้ได้ ไอ้นี่เอาท้ายป๋นไปตีประชาชนแล้วบอกว่าไม่มีความรุนแรง ได้อย่างไร แต่ท่านทราบไหมว่าคนเสื้อแดงที่ลากเอามานั้นเปึนคนขับรถเมล์ ที่เจ้าของเขา นี่นะครับ หลังจากที่มีคนไปเอามานั้นเขาบอกให้ใส่เสื้อแดงเพื่อไปเอามาเพื่อขับกลับ ท่านลองไปสอบดูสิครับ นี่พวกผมตามสอบ ท่านประธาน แต่มีหลายคันครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ไปเผาหน้ากองทัพภาคที่ ๑ ไปเผาที่แยกผ่านฟัา ประชาชนนี่ท่านประธานที่ เคารพ เขาจะมาชุมนุมที่ทําเนียบรัฐบาล เข้าไปไม่ได้แต่รถเมลล์ตอนหลังนี่เข้าไปสะดวก เข้าไปคนเดียวจุดไฟเผา เข้าไปคนเดียวจุดไฟเผา ๕๒ คัน ที่เผา ๓๐ กว่าคัน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมสิครับ ว่า มีการแจ้งความดําเนินคดีเปึนข่าวที่ไหนบ้าง ว่ามีการปล้นไล่ผู้โดยสารลง ท่านไปตกแต่ง พันธุกรรมที่ไหนก็ตกแต่งไป แต่ประกาศและให้ประชาชนรู้ว่าใครได้ขึ้นรถเมลล์เที่ยวนั้น บ้าง ไม่เปึนข่าวเลยครับ ท่านประธานที่เคารพ แล้วยึดรถเมลล์ประสาอะไรขับมาคนเดียว แล้วก็ไปเผาได้เลย เก่งหรือเปล่าครับ แล้วทหารหลุดด่านปัูบ ปัูบ ปัูบ หลุดหมด ประชาชน ยังเข้าไม่ได้ รถเมลล์เข้าได้ ท่านคิดว่าการสร้างสถานการณ์แบบนี้คนไทยในบ้านในเมืองนี้ เขากินแกลบกันหรืออย่างไร อ้ายที่ยึดก็ว่ากันไปดําเนินคดีสิครับ แต่นี่กระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ กระผมความจริงรู้จักกัน ท่านลองไปตรวจสิครับว่าแล้วทําไมกระเปิา ๑ คน คนขับ ๑ คน ๕๒ คัน ๑๐๔ คนไปมุดหัวอยู่ที่ไหนทําไมไม่มีการแจ้งความดําเนินคดี อ้าย ๕๒ คันถูกปล้นมาจากตรงไหน มาเขตมาอย่างไร เคลื่อนมาอย่างไร แล้วประชาชน เดือดร้อนอย่างไรเพราะมีการปล้นรถเมลล์ ไม่มีการอธิบาย ไม่มีที่มาที่ไป มาถึงไฟไหม้ พรึบ มาถึงไฟไหม้พรึบ อภินิหารไหมครับ ท่านประธาน
ประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องเพชรบุรีซอย ๕ ซอย ๗ ประเด็นนี้เปึนประเด็นเซนซิทีฟ (Sensitive) กระเทือนความรู้สึกของพี่น้องมุสลิม ที่ผมเล่า ให้กับท่านประธานได้ฟังว่า รถแก๊สที่ก่อนที่จะเอาไปจอดที่โรงแรมพูลแมน หรือ คิง พาวเวอร์นั้น ได้ไปจอดที่โรงพยาบาลสงฆ์ก่อน แล้วปรากฏว่ามันไม่เวิร์ค (Work) มันไม่ เปึนข่าว ท่านประธานที่เคารพ แล้วขณะเดียวกันนั้นท่านประธานท่านทราบไหมว่า เหตุการณ์ที่เพชรบุรี ซอย ๕ ซอย ๗ ในโลกไซเบอร์ (Cyber) นั้นเขาก็อธิบายความไป มากมาย แต่ผมจะไม่ต่อล้อต่อเถียงเพื่อให้เกิดเปึนประเด็น แต่ผมขอเรียนกับท่านประธาน ว่าคนที่มาชุมนุมที่เปึนคนเสื้อแดงนั้น ท่านประธานที่เคารพ เปึนมุสลิมจํานวนมาก มีที่ ละหมาด มีร้านอาหารของมุสลิมที่คอยบริการพี่น้องมุสลิม มีมุสลิมจาก ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ จากกรุงเทพมหานคร จากหลายภูมิภาคเขามาชุมนุมเปึนมิตร ลูกน้อง ขับรถให้ผมก็เปึนคนมุสลิม
ท่านจตุพรขอขัดนิดเดียว นะครับ ทางวิปมาบอกบอกว่าท่านเหลือเวลาอีก ๗ นาที ฝ์ายค้านเหลือเวลาอีก ๗ นาที ทั้งหมดแล้วนะครับ เชิญต่อครับ
ท่าน ประธานที่เคารพ คือผมขอเรียนกับท่านประธานว่าท่านประธานต้องบอกเวลาผมก่อน แต่ผมอธิบายเรื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์ก็คือว่า วันนี้ต้องการหาทางออกไม่ใช่หรือ ที่ผม อธิบายความกับท่านประธานว่าเหตุการณ์มัสยิดซอย ๕ ซอย ๗ ผมก็ต้องการจะรู้ว่าใคร ผมจึงตั้งรางวัลนําจับมีเงินบริจาคกองอยู่แล้ว ๕ แสนบาท ใครเปึนคนยิงมีเบาะแสชัดเจน ให้แจ้งมา แล้วให้มีการดําเนินคดี ใครยิงไม่ต้องละเว้น ไม่ว่าเสื้อสีไหนทั้งสิ้น ไปยิง ศาสนสถาน ไม่ว่าจะเปึนมุสลิม เปึนพุทธ เปึนคริสต์ ไม่ได้ทั้งนั้น แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไร ที่เสื้อแดงจะไปมีปัญหากับพี่น้องซอย ๕ ซอย ๗ แต่ทั้งหมดเปึนการให้ข่าวด้านเดียว เปึนการบิดเบือนข่าว สร้างความขัดแย้งกับชาวบ้าน เอาชาวบ้านมาปกปัอง ทั้งที่จริงแล้ว ท่านประธานที่เคารพ มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่อยู่ดี ๆ คนเสื้อแดงจะไปยิงใส่มัสยิด เขาต้องการหาพวกอยู่ หาเพื่อนกันอยู่ ผมจึงบอกว่าตั้งรางวัล ๕ แสนบาท แล้วก็สอบ ผมก็เห็นหน้าตาปรากฏว่าคนเคลื่อน ผมไม่ต้องอธิบายความหรอกครับ ท่านประธานที่ เคารพ ก็เห็นหน้าว่าเปึนนักการเมืองหยิบยกประเด็นนี้มาใช้ประโยชน์ ผมบอกว่าคนอย่าง พวกเรานั้นไม่เลวที่จะมีปัญหากับศาสนิกชนเลย เพราะว่าเสื้อแดงก็เปึนมุสลิมเต็มไปหมด และเราก็เห็นว่าใครยิงมัสยิดเปึนคนเลวทรามต่ําช้าที่ต้องจับกุม ใครมีเบาะแสตั้งรางวัล นําจับ ๕ แสนบาท เรื่องนางเลิ้งก็เช่นเดียวกัน ท่านประธาน ทําไมคนตายกันไม่รู้กี่สมรภูมิ ทําไมจงใจเหลือ ๒ ศพที่นางเลิ้ง ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลก็คืออะไรครับท่านประธาน ผมนี่ได้รับรายงานในขณะที่ผมปราศรัยในวันที่ ๑๓ เสียงป๋นได้ยินตลอดเลยครับช่วงผมปราศรัยลองไปดูซีดีที่บันทึก แล้วผมก็ได้รับรายงานว่า การ์ดของ นปช. ถูกตีตายไปแล้ว ๓ คน แล้วก็ศพก็ถูกดึงไป แล้วก็ปรากฏว่าได้มีเสียงป๋น มีเสียงป๋นชนิดที่ว่ายิงรัว อาจจะเปึนเอ็ม 16 หรืออาก้า มีไฟไหม้ที่กระทรวงศึกษาธิการ เพราะมันเปึนวาจาสิทธิ์ของใครเขานี่ ได้เอากันอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่า ทุกศพ บางศพนี่นะครับนี่คุณวรวัจน์ได้เล่าแล้วไม่ยอมให้มีการเป่ดหรือแม้กระทั่งที่ว่าดึง แย่งกันมานี่นะครับ ได้มาเปึนกางเกงก็มี บางศพที่เฉียดเหตุการณ์ นี่ผมบอกว่าจะพามา สภานี่ครับ บอกเปึนใบ้ก็ได้เปึนชาวจังหวัดเลย แต่เขาจะไปให้หน่วยงานที่เขาไปพิสูจน์ศพ เสียก่อนแล้วเขาจะว่าตามกระบวนการนั้น แล้วเราก็บอกว่าดีแล้วไปว่าตามกระบวน มาในทางสภาก็จะได้เปึนภาพ เอาศพมาเท่านั้น เอาไปใช้ตามกระบวนการยุติธรรมของ กระทรวงยุติธรรมเสียก่อน ท่านประธานที่เคารพกรณีนางเลิ้งท่านประธานที่เคารพ ผมโชคดีที่ว่าอย่างน้อยที่สุดพี่ชายคนตายเขายังมีความยุติธรรมอยู่ในใจบ้างว่าน้องชาย เขาอยู่ห่างจากที่ชุมนุม ๒๐๐ เมตร กระสุนไม่ได้มาจากที่ชุมนุมมาจากด้านข้าง ผมเอง ก็ต้องการจะรู้เหมือนกันว่า ๒ ศพที่ตายที่นางเลิ้งนะครับ ที่พรรคประชาธิปัตย์ไปเปึน เจ้าภาพหรีดตั้งแต่พวงแรกจนพวงสุดท้าย ใครคือฆาตกร ตั้งรางวัลนําจับคดีละ ๕ แสนบาท เหมือนกัน จับคนร้ายได้ไม่ว่าเสื้อไหนหน้าไหนทั้งนั้น ๕ แสนบาทต่อ ๑ ศพ เพราะเรา ต้องการพิสูจน์เหมือนกันว่าใครที่เปึนฆาตกรฆ่าประชาชน เขาไม่ควรได้รับโอกาสใช้ ชีวิตอยู่ ไม่ว่าเสื้อสีไหน ไม่ว่าจะเปึนสีแดงหรือสีใด ๆ ก็ตามเปึนฆาตกร ไม่มีใครสามารถ ปกปัองได้ แต่ว่าเราโชคดีว่าพี่ชายเขายังมีความยุติธรรมอยู่ แม้กระทั่งไปยิงศาลรัฐธรรมนูญ เอ็ม 79 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจบอกว่าเปึนคนเสื้อแดง แล้วต่อมามีการยิงนายสนธิ ก็บอกว่าเปึนคนเดียวกับที่ยิงเอ็ม 79 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ อยู่กันอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ ผมยังบอกว่าใครที่ยิงศาลรัฐธรรมนูญ เงินบริจาค มีอยู่ท่านประธานขออีก ๕ แสนบาทตั้งรางวัลนําจับ นี่ ๒ ล้านบาทนะครับ คดีละ ๕ แสนบาท คดียิงนายสนธิเปึนเรื่องของนายสนธิไม่เกี่ยวกับผม แต่ว่ายิงศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพนี่ผมลําดับนี้กับท่านประธานก็คือว่าวันนี้เราเจอคนปลอมเปึน เสื้อแดงเต็มไปหมด ท่านเชื่อไหมครับว่า เช่น ไปนั่งรถอยู่กับหมอเหวง โตจิราการ พอดู ในรูปกลายเปึน พันโท กฤติพล ลักษณะสิริ หัวหน้าฝ์ายข่าว พล ๑ รอ. ก็มี ใส่เสื้อสีแดง หน้าสลอน แล้วไปฉายหน้าดูสิครับ เปึนทหารเปึนยศเพราะเสื้อสีแดงมันหาได้ที่ไหน ในโลก ก่อเหตุเสร็จนะครับเหมือนเสื้อสีน้ําเงินนี่แหละครับ แต่วันนี้ต้องการอธิบายความว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นพวกผมตกเปึนจําเลย พวกผมมีสิทธิที่จะอธิบายความว่า พวกผมไม่ต้องการความรุนแรง ผมจะเรียนกับท่านประธานเปึนประเด็นสําคัญสุดท้ายว่า ทําไมพวกผมจึงยอมโดยง่ายดาย วันที่ ๑๔ เมษายนนี่นะครับ คืนวันที่ ๑๓ ในทางการข่าว บอกว่าประมาณตี ๓ ครึ่งจะมีการสลายการชุมนุม พวกผมได้นั่งประชุมกัน บอกว่าถ้าจะ มีการเข้ามาสลายมีการปราบ เราจะก็จะยินยอมให้ปราบโดยดีเพราะไม่ต้องการเอา ประชาชนมาเปึนผนังทองแดงกําแพงเหล็ก แล้วเอาประชาชนมาล้อมตัวเองแล้วไปนั่ง อยู่ท่ามกลางวงล้อมและประชาชนบาดเจ็บล้มตาย เพราะพวกผมประกาศกันมาตั้งแต่ต้น ท่านประธานว่าเราไม่ต้องการแม้กระทั่งเอา ๑ ชีวิตมาเปึนเครื่องสังเวยในการต่อสู้ ผมไม่ต้องการเห็นวีรชนอย่างนั้น ปรากฏว่าตอนรุ่งขึ้นวันที่ ๑๔ เช้าก็แล้ว สายก็แล้ว ผมขึ้นไปปราศรัยบนเวที แล้วผมเองต้องการจะไปดูว่า วันที่ ๑๓ ตอนเย็นนั้นที่เห็นว่า ข้างหน้าทหาร ข้างหลังเสื้อสีน้ําเงิน สีเหลือง ข้างหน้าทหาร เอ็ม 16 อาก้า ข้างหลังป๋นสารพัดป๋น ท่านประธานที่เคารพ มีการไล่ยิง ๒ แถว เครื่องแบบแถวหนึ่ง นอกเครื่องแบบแถวหนึ่ง ผมบอกสถานการณ์อย่างนี้ผมต้องการเห็นด้วย แต่ได้รับรายงาน กันมาอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อความสบายใจ ประธานวิปแจ้งว่า มีเวลาของท่านเสนาะยกให้กับผมอีก ๑๕ นาที ขอบพระคุณ ท่านเสนาะ ปรากฏว่าการยิงกันแบบนั้น ตั้งแต่แยกสามเหลี่ยมดินแดง แยกอุรุพงษ์ หรือจุดใด ๆ ก็ตาม ตลอดระยะเวลาคืน ๑๒ คืน ๑๓ ๓ วันผมไม่ได้อาบน้ําเลย ท่านประธาน ด้วยความสัตย์จริงเลยว่า แต่ละวันได้รับรายงานว่าถูกยิงที่นั่น เอาศพไปที่นี่ มีคราบเลือด มีเสื้อ เอากระสุนมากอง ๆ คนแล้วคนเล่า ผมก็มีความรู้สึกและก็คุยกันว่า เราจะเอากันอย่างไรดีท่านประธาน ถ้าเราต้องการชนะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ง่ายดายมาก วันที่ ๑๔ นะครับ ซึ่งเหตุที่ผมไม่ได้อยู่ในที่ชุมนุม เพราะผมปราศรัยเสร็จ ผมเองเอารถ เล็ก ๆ เอาชุดคนสองคน ผมต้องการไปตระเวนดูว่าที่ผดุงกรุงเกษมเปึนอย่างไร ยมราช เปึนอย่างไร ผ่านฟัาเปึนอย่างไร เพราะผมจะได้ประเมินสถานการณ์ถูก แต่ปรากฏว่าพอ ออกไปแล้วนั้น นึกไม่ถึงว่ามันจะย้อนศรปราบเอาตอนนั้น แล้วเข้ามาไม่ได้อีกเลย แต่พวก ผมเองก็โทรศัพท์พูดคุยกันตลอดระยะเวลา และมีแนวความคิดอยู่ ๒ ทาง ท่านประธานที่ เคารพ ทางหนึ่งก็คือว่าให้เข้ามาสลายเลย แล้วสุดท้ายก็นําพาสู่การบาดเจ็บล้มตาย มีคน ตาย ท้ายที่สุด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ไม่ได้ เพราะนี่คือการฆ่ารอบทําเนียบ การฆ่าที่ ดินแดงอาจจะเก็บศพไม่ได้ เดี๋ยวพิสูจน์กัน การฆ่าที่จุดอื่นอาจจะเอาศพไปได้ เดี๋ยวพิสูจน์ กัน แต่บริเวณทําเนียบรัฐบาล พวกผมเองก็มีความรู้สึกกันว่า เราไม่ต้องการเอาชีวิต ประชาชนมาสังเวยกับการต่อสู้กันอีกแล้ว ถ้าต้องการเอาชนะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ง่ายดายมาก ลงไปที่วงล้อมของประชาชน เขาก็จะล้อมพวกผมที่เปึนแกนนําทุกคน และท้ายที่สุดเมื่อเอากําลังทหารแถว ๑ แถว ๒ แถว ๓ เปึนพันธมิตร หรือจะเปึนเสื้อ สีน้ําเงิน หรือเสื้อสีใดก็ตาม แล้วก็มีคนบาดเจ็บล้มตาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็อยู่ไม่ได้ แต่นั่นผมต้องแลกด้วยชีวิตของพี่น้องประชาชน ทุกคนมีความรู้สึกกันอย่างนี้ นายวีระ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หมอเหวง โตจิราการ ที่ประกาศยอมสลายแล้วไป มอบตัวที่ บช.น. ในขณะที่ยังไม่มีหมายจับ หมายจับนี่ตามหลับผู้ต้องหานะครับ คือพวก ผมนี่ไปก่อนและหมายจับตามหลังได้ ของพันธมิตร ๖ เดือนก็ไม่มีหมายจับ ของเสื้อ สีน้ําเงินยิ่งสบายใจใหญ่ ไม่มีคดีแล้วก็ไม่มีหมาย เปึนผู้ยิ่งใหญ่ในสังคม ท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นเราจึงตัดสินใจว่า การที่แกนนํายอมประกาศยุติการชุมนุม รักษา ชีวิตของผู้คน ถามว่ากลัวเรื่อง พ.ร.ก. ไหม ท่านประธานที่เคารพ ไม่มีใครกลัว แต่ที่ผม อยากจะเรียนกับนายกรัฐมนตรีว่า เวลานี้ปัญหาท่านเต็มไปหมด แล้วการสร้างปัญหาของ ท่าน ท่านลองดูสิว่าที่มาอวดกันในสภานี่ นายอลงกรณ์ พลบุตร เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่ไปติดตามผู้ต้องหาหรือครับ มีหน้าที่ขายข้าวไม่ใช่หรือครับ ประเด็นที่สําคัญท่านประธานที่เคารพ ข่าวเพิ่งออกวันนี้ รัฐบาลเพิ่งตั้งเปึนทูตพิเศษ แต่วันที่ไปที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่นั่งรถไปนี่ นั่งอยู่ในรถแล้วไม่กล้าลงจากรถ และให้เจ้าหน้าที่ไปถามว่านี่บ้าน พันตํารวจโท ทักษิณไหม คุณผดุงล่ะ คุณไพโรจน์ เป้ืยมพงษ์สานต์ ล่ะ แล้วท้ายที่สุดท่านก็บอกเองว่าออกไปแล้วก็กลับมาไม่ได้ ท่านไปถาม คน ๆ หนึ่งไม่ใช่หรือครับว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะต้องมีการดําเนินคดีผู้ต้องหาอย่าง พันตํารวจโท ทักษิณ หรือไม่ แล้วเขาตอบท่านว่าประเทศนี้เปึนประเทศเสรี วันข้างหน้า ถ้าท่านมีปัญหาท่านก็ไปอยู่ได้เหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพ แต่ประเด็นที่สําคัญ ก็คือว่าตํารวจไทยก็มาแถลงว่า พันตํารวจโท ทักษิณ มาอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายอลงกรณ์ พลบุตร บอกกลับมา ประทานโทษตํารวจไทยบอกว่าอยู่ที่สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ อยู่ที่ดูไบ นายอลงกรณ์พูดว่าออกไปแล้วก็กลับมาไม่ได้ วันนี้ พันตํารวจโท ทักษิณ ก็อยู่ในอาฟริกา นิการากัวเปึนพลเมืองกิตติมศักดิ์ พาสสปอร์ตนี่นะครับ ในมือเต็มไปหมดไม่มีปัญหาหรอกครับ เพียงแต่ว่าเวลาอธิบาย ประเทศไทยนี่นะครับ นอกจากตั้งข้อหาเฮงซวยแล้วยังเอารัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ไปทําหน้าที่จับผู้ต้องหา ผมว่าบ้าแล้วครับท่านประธานที่เคารพ และ วันที่ท่านไปท่านใช้งบประมาณอะไร ไปฐานะอะไร เพราะท่านเพิ่งได้รับการแต่งตั้งวันนี้ว่า เปึนทูตพิเศษ ขายของไม่ขึ้นหรือครับหรือไปทําหน้าที่นี้แทน ท่านประธานที่เคารพ แต่ที่ผม อธิบายความเพราะว่าอะไรครับ วันนี้หลายสิ่งหลายอย่างได้เกิดขึ้นมากมาย ท่านเอา รถแก๊สไปจอดที่โรงพยาบาลสงฆ์ไม่พอ งานวิสาขบูชาท่านประธานคงจําได้ จัดทุกเดือน พฤษภาคมที่ท้องสนามหลวง เดิมทุกรัฐบาลไม่ว่ามาจากเลือกตั้งแต่งตั้งเขาให้ งบประมาณป้ละประมาณ ๑๐ ล้านบาท มีรัฐบาลชุดนี้ละครับ ตัดงบประมาณเหลือ ๒ ล้านบาท เขาไปประชุมที่กองทัพบกจะขอกําลังทหาร ปกติทหารจะมาช่วยวางเต็นท์ ตกแต่งสถานที่บอกว่าไม่ได้อยู่ในประกาศภาวะฉุกเฉิน รอการสลับเปลี่ยนกําลังในวันที่ ๑ นี่ชาวพุทธเขาคลางแคลงใจมาก เอาทหารไปอยู่ตามวัดต่าง ๆ ที่บอกออกข่าวว่ามีคนตาย เท่าโน้นเท่านี้ แล้วทหารอยู่ดี ๆ ไปอยู่ทําบ้าอะไรในวัดโน่น ไปเฝัาตามวัดต่าง ๆ อยู่ทําไม ท่านประธานลองนึกดูสิครับ คนเขาก็มีความสงสัยสิครับว่าจะมาทําอะไรหรือเปล่า แล้ว บอกว่ามานอนพักที่วัด ทหารมีหน้าที่อะไรไปนอนที่วัดท่านประธาน มีค่ายทหาร อยู่หรือเปล่าท่านประธานลองนึกดูสิครับ เวลานี้พระหลายรูปถูกคุกคาม งานพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชาซึ่งเปึนวันสําคัญของโลกไปแล้วจาก ๑๐ ล้านบาท ตัด เหลือ ๒ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้ นี่พระสงฆ์องค์เจ้าเขาร้องกันมา แต่ที่ผมอธิบายวันนี้ ทั้งหมดท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้อธิบายว่าให้ตัวเองพ้นผิด แต่ผมต้องการอธิบายว่า พฤติกรรมทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องรถแก๊ส รถเมล์ การฆ่าประชาชนที่นางเลิ้ง ยิงใส่มัสยิดซอย ๕ ซอย ๗ แม้กระทั่งการฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงเรื่องนี้ไม่จบ ท่านประธาน การเอาฝ์ามือไปป่ดแผ่นฟัาไม่มีทางป่ดมิด มันอาจจะป่ดช่วงแรกได้ ท่านอาจจะป่ดข่าวสารในประเทศไทยได้ในบางเวลา แต่ทั่วโลกท่านประธานลองนึกดูสิ ครับว่าเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือแม้กระทั่งวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ คนไทย นะครับไปเห็นภาพการจับนักศึกษาแขวนคอกับเผานั้นโดยต่างประเทศในไทยไม่ได้เห็น เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็เช่นเดียวกัน ต้องดูข่าวเมืองนอก วันนี้ก็เหมือนกันเราก็ เห็นภาพเห็นข่าวจากต่างประเทศ ผมจึงเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อความจริงมันได้ ปรากฏถามว่าวันนี้ความจริงปรากฏอย่างไร ผมได้เรียนเมื่อตอนต้นว่า เหตุที่เขาไม่มาร้อง กับรัฐบาลนี้ เพราะเขาไม่เชื่อ ไม่มีญาติคนตายที่ไหนเขาโง่พอไปร้องหาความยุติธรรมกับ ฆาตรกรหรอกครับท่านประธาน ผมต้องการให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมการอิสระชุดใด ก็ได้ที่อาจจะไม่มีใครที่เกี่ยวข้อง ดูหน้าแล้วอิสระจริง ๆ ขึ้นมาสอบสวนเถอะครับ ไม่ว่า จะเปึนเหตุการณ์ที่สามเหลี่ยมดินแดง เหตุการณ์ที่นางเลิ้ง เหตุการณ์ที่มัสยิดซอย ๕ ซอย ๗ เหตุการณ์การยึดรถเมล์ เหตุการณ์การใช้กระสุนป๋นของทหารให้มีกระบวนการ สอบสวนเหมือนกับเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เราจึงจะรู้เลยว่ากระสุนที่ ได้มาเปึนหลักฐานนั้นมาจากหน่วยไหน ท่านประธานที่เคารพ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ นี่ครับ เขาให้ปากคําหมดว่าเอารถมากี่คัน กระสุนกี่นัด ป๋นอะไรบ้าง ได้ใช้ไปกี่นัด คืนกี่นัด ละเอียดหมดเลย ผมต้องการให้คณะกรรมการชุดนี้เกิดขึ้นมา ท่านประธานอยู่ใน สภาแห่งนี้ท่านเปึนผู้ใหญ่ผมเคารพท่าน แต่ผมบอกกับท่านประธานว่าเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม เพียงแค่ยิงแก๊สน้ําตา ท่านบอกว่านี่คือความรุนแรงละเมิดสิทธิมนุษยชน ท่านลองใช้ความเปึนมนุษย์ส่วนไหนของท่านหรือทั้งสมาชิกทั้งสภาว่าลองเอาต่อมไหน ที่มันไม่มีอคติ ลองว่าไม่มีเสื้อแดงสิครับ ลองถอดเสื้อเหมือนกันหมดเลยท่านประธาน ถอดเสื้อนี่มนุษย์เหมือนกันหมด และก็ถามว่าถ้าวันที่ ๗ มันรุนแรง การเอาเอ็ม ๑๖ หรือ แม้กระทั่ง ๙ ม.ม. อาก้าหรืออาวุธใดก็ตามนั้นมันไม่หนักไปกว่าวันที่ ๗ แต่ถามว่าเพราะ วันนี้ครับว่า วันนี้เกิดขึ้นกับคนเสื้อแดง ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนอย่างพวกท่าน ความยุติธรรม มันจึงมีความแตกต่าง ท่านประธานเชื่อผมเถอะครับว่าถ้าตราบใดบ้านเมืองนี้เรายังมี คําว่า ๒ มาตรฐาน แล้ววันนี้มันลามไป ๓ มาตรฐาน เมื่อก่อนบอกว่าแดงมาตรฐานหนึ่ง เหลืองมาตรฐาน หนึ่ง วันนี้มีน้ําเงินอีกมาตรฐานหนึ่ง มี ๓ มาตรฐาน ถามว่าบ้านเมืองนี้จะเดินไปอย่างไร ท่านประธาน ที่ออกหมายจับ แล้วก็ข่มขู่ที่จะจับผู้คนนั้น ท่านว่าจะจับคนหมดหรือท่าน ประธาน ตํารวจมีหน้าที่เลือกหรือครับว่าจะจับเฉพาะคนนี้ทั้งที่เขาชุมนุมด้วยกัน พี่น้อง ประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับพวกผม เขาก็พร้อมเหมือนกันว่าถ้าวันไหนนัดหมายเขาไป มอบตัวที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ๓ แสนคนที่มาในวันที่ ๘ เขาพร้อมที่จะมาใหม่ ผมไม่ต้องการให้ใครบาดเจ็บล้มตาย แต่การฆ่าประชาชนที่ท้องถนน การใช้อาวุธสงคราม ในการเข่นฆ่าประชาชนนั้น คนที่กระทําความผิดนั้นจะต้องต้องโทษคดีข้อหาฆ่าคนตาย ถ้าเปึนนายกรัฐมนตรีก็เปึนนายกรัฐมนตรีฆาตกร เปึนนายกรัฐมนตรีเขาต้องเปึนทรราชย์ ใครก็ตามที่ฆ่าประชาชนที่มาต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยนั้น เปึนทรราชย์ทั้งสิ้น ผมไม่ได้หวั่นเกรงหวั่นกลัวคดีที่ดําเนินกับผมท่านประธาน แต่ผมเรียนประธานด้วย ความรู้สึกว่าบ้านเมืองนี้จะหาความสงบไม่ได้เลย ผมหวังใจท่านประธานว่ารัฐสภาแห่งนี้ น่าจะเปึนการชี้ทางหาความสงบ เพราะว่าถ้าท่านบอกว่าเหตุผลที่ยังไม่มีการยกเลิก พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะตํารวจขอเวลาอีกหน่อยหนึ่ง นั่นก็คือ ว่าตํารวจไปออกหมายจับเพิ่มเติมคนแล้วคนเล่า แล้วคดีแล้วคดีเล่า แล้วท่านบอกว่าถูก หมายจับ คนไปมอบตัวแล้วเขาจะยอมจํานน นั่นท่านเข้าใจผิด เหตุการณ์วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ตามจับตามล่าฆ่าถึงบ้าน ท้ายที่สุดเขาก็เข้าป์าจับป๋น เกิดสงครามไทยฆ่าไทย วันนี้ไม่มีป์าท่านประธาน ผมต้องการให้ท่านประธานได้รับรู้ว่าถ้ารัฐบาลไล่ล่าประชาชน แบบนี้ ท่านลงพื้นที่ยากกว่าเดิมอีกครับ ไม่รู้ใครเปึนใครนะ แต่ว่าไม่ใช่เพราะผม ผมเอง ต้องการว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วไปได้ทุกหัวระแหงใน ทั่วประเทศนี้ ประเทศมันต้องกลับไป ณ จุดนั้น ท่านประธานก็ไปไหนได้ทุกที่ วันก่อน ท่านประธานอยู่พรรคพลังประชาชนไปจังหวัดนครศรีธรรมราชยังโดนต่อต้าน วันนี้ไม่เปึน อะไรแล้ว แต่ท่านอาจจะไปบางที่แล้วถูกต่อต้านใช่ไหมท่านประธาน บรรยากาศแบบนั้นนี่ มันจะจบลงด้วยอะไรครับ จบลงด้วยบ้านเมืองนี้ต้องมีมาตรฐานเดียว มันต้องมีความ ยุติธรรม ถ้าความยุติธรรมไม่เกิด ความสงบไม่เกิด พวกผมเองจะไม่ยินยอมให้ถูกกระทํา ฝ์ายเดียว แต่ผมเรียนกับท่านประธานด้วยความรู้สึกว่าผมยังยึดแนวทางสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ ที่ท่านประธานได้แลเห็นนะครับว่า พวกผมไม่มีใครถูกจับอาวุธแม้แต่ เพียงคนเดียว หลังจากมีการสลายการชุมนุม แม้ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะบอกว่า พบระเบิดในห้องน้ํา ท่านก็เพิ่งมาพูดเมื่อวานนี้ ซึ่งท่านพูดอะไรก็ได้ แต่ผมบอกกับ ท่านประธานว่า ผมยังมีความเชื่อมั่นว่าความรุนแรงนั้นจะจบด้วยความไม่รุนแรง เพราะว่าถ้าความรุนแรงจบด้วยความรุนแรงนั้น ทําไม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ประกาศ พระราชกําหนดบริหารราชการฉุกเฉินมา ๕ ป้แล้ว หมดงบประมาณไปกี่แสนล้านบาท ท่านประธาน ต้องสังเวยกี่ชีวิต เมื่อก่อนก็บอกว่าเปึนเพราะอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เปลี่ยนมาเปึน พลเอก สุรยุทธ์ ก็ตายมากกว่าเดิม เหตุการณ์มากกว่าเดิม บาดเจ็บ มากกว่าเดิม แล้ววันนี้ก็ยังมีคนตาย คนเจ็บอยู่ ทั้งที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๕ ป้ที่ผ่าน มา มี พ.ร.ก. ฉบับนี้นี่นะครับใช้อยู่ทุกวัน ทําไมมันจึงยังไม่จบ มีทหารเต็มเมือง แน่นกว่าที่ กรุงเทพมหานครนี้อีก ผมจึงเรียนท่านประธานว่าการใช้กําลังเพื่อข่มขู่คุกคามประชาชน นั้น ท่านจะไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ยิ่งกดขี่มากเท่าไร ประชาชนยิ่งต่อสู้กับ ท่านมากเท่านั้น แต่เรื่องนี้จะจบลงด้วยความยุติธรรม ผมไม่เรียกร้องอะไรกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าเรื่องลาออก ยุบสภา เพราะท่านจะต้องถูกดําเนินคดีข้อหาฆ่าคนตาย ท่าน เปึนฆาตกร ผมจึงไม่มีข้อเรียกร้องอื่นใด ขอบคุณท่านประธาน
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวให้รัฐมนตรีเขาก่อน เขาถูก พาดพิงที่ดูไบ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ใช้สิทธิพาดพิงกรณี ท่านสมาชิกได้อภิปรายกรณีที่กระผมได้ไปปฏิบัติราชการ
ผมว่าเชิญนั่งลงสักครู่ได้ไหมครับ
ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี (UAE)
เดี๋ยวผมจะมีของขวัญแจกทุกท่าน เชิญนั่งก่อนครับ
ตามที่ มีบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคณะผู้แทนร่วมกับท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๑ เมษายน ทั้งนี้เพราะ เหตุว่า กระผมเปึนรัฐมนตรีคนแรกในรัฐบาลชุดนี้ที่เพิ่งเดินทางไปเยืยนประเทศ ตะวันออกกลาง ซึ่งรวมไปถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะที่อาบูดาบีและดูไบ ซึ่งเปึน รัฐสําคัญของยูเออี นอกจากนั้นแล้วท่านประธานคงทราบว่า ผมได้ติดตามในเรื่องคดี ทุจริตคอร์รัปชันของยุคสมัยที่เรียกว่า โกงทั้งโคตร มาเปึนเวลา ๔-๕ ป้ และได้จัดทําเปึน หนังสือเมนูคอร์รัปชัน เกี่ยวกับคดีคอร์รัปชันในสมัยของระบอบทักษิณ ประการดังกล่าว นั้นเปึนเหตุผลที่กระผมได้นําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า การเดินทางไปเพื่อที่จะไป ประสานงานกับทางรัฐบาลยูเออีนั้น กระผมขอที่จะเดินทางไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือ ราชการดังกล่าวร่วมกับท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ภารกิจที่ได้รับ มอบหมายนั้น ในนามของตัวแทนของทางการไทยในระดับรัฐมนตรีก็คือ การไปพบกับ ทางตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศและสํานักงานตํารวจของยูเออีและดูไบ เพื่อที่จะนําหมายศาลหมายจับคดีอาญาจากการยุยงปลุกปัืนในการละเมิดกฎหมาย พระราชกําหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมไปถึงการระทําผิดกฎหมายอาญาในการยุยง อันเปึนภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งก็ได้นําไปมอบให้กับทางการของยูเออี พร้อมกันนั้น ก็ได้ประสานกับทางสํานักงานตํารวจดูไบ เกี่ยวกับเรื่องของหมายจับคดีทุจริตที่ดินรัชดา ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาจําคุก ๒ ป้แล้ว พันตํารวจโท ทักษิณ ได้หลบหนีคดีโดยอ้างที่จะเดินทางไปร่วมงานโอลิมป่คที่จีน แต่เมื่อได้รับอนุญาตเดินทางออกไปแล้วก็ไปหนีคดี เพราะฉะนั้นตํารวจสากลจึงได้แจ้งไป ยังรัฐบาลสมาชิก ๑๐๐ กว่าประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดําเนินการติดตามตัวของคนร้าย เพื่อมาดําเนินคดีหรือมารับโทษฑัณท์ในประเทศไทย ซึ่งได้มีความร่วมมือในเรื่องนี้ ระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทางการยูเออีนั้นจะดําเนินการในการให้ความร่วมมือ ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการชี้แจงต่อทูตานุทูตที่ทําเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน และได้มีการสนทนากับอุปทูตยูเออี เพื่อแสดงความกังวลใจของรัฐบาลไทยและทางการ ของไทยที่ไม่ประสงค์ที่เห็นมิตรประเทศนั้นได้มีการยินยอมให้มีการใช้พื้นที่ดินแดนของ ประเทศดังกล่าวนั้นในการทําร้ายประเทศไทย หรือคุกคามความมั่นคงของประเทศชาติ นั้นคือสื่อที่ออกไป เพราะฉะนั้นการประสานงานดังกล่าวนั้นก็เปึนเรื่องของความต่อเนื่อง จากเมื่อวันที่ ๓ เมษายนที่ทางกระทรวงการต่างประเทศได้มอบหมายให้กับทางผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ ได้เดินทางไปประสานในเรื่องนี้ก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ สงกรานต์เดือด และได้มีการประสานกันเรื่องของการทําความตกลงการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนั้นก็เปึนส่วนหนึ่งของภารกิจของการไปสานต่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ เพื่อที่จะให้เกิดความสงบในบ้านเมือง และต้องการที่จะให้ประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะที่มี ความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยนั้นได้ตระหนักถึงภารกิจของความเปึนมิตรประเทศที่ดี ที่จะไม่ปล่อยให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ว่าจะเปึนนักโทษหรือบุคคลใดก็ตามที่ใช้ดินแดน เขาในการที่จะมาทําร้ายประเทศไทย เพราะฉะนั้นทางการของยูเออีจึงได้สนองตอบด้วย การสั่งให้ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกจากประเทศ ด้วยหลักการคือ ไม่ประสงค์ที่จะให้ใช้ดินแดนของประเทศของเขานั้นมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอันเปึน ปฏิปักษ์ต่อประเทศไทย นั่นคือการตัดสินใจโดยรัฐบาลที่มีอธิปไตย มีเอกราช และได้ ตระหนักต่อภาระพันธะกรณีในความสัมพันธ์ที่มีระหว่างไทยกับยูเออี กระผมใคร่ขอเรียน ท่านประธานว่าในการดําเนินการดังกล่าวนั้น เนื่องจากเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความตกลง ระหว่างประเทศในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ดังนั้นทางการของยูเออีจึงได้ส่งร่างข้อตกลง มายังกระทรวงการต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ทางการยูเออีนั้นก็มีความประสงค์ที่ จะได้รับความร่วมมือจากประเทศไทยในการติดตามคนร้ายซึ่งฉ้อกลฉ้อฉลทุจริตใน ประเทศของเขาและหลบหนีเข้ามาสู่ประเทศไทย การดําเนินการความตกลงดังกล่าวนั้น จึงเปึนมาตรฐานในการดูแลผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศทั้งสอง ส่วนกรณีที่ท่านได้ กล่าวถึงว่าผมได้ไปที่บ้าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร กระผมก็ต้องเรียนว่าได้เดินทางไป เพื่อที่จะไปดูสถานที่พักพิงว่าจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาทํานองว่าไปอยู่ ประเทศนั้นประเทศนี้ ไม่มีหลักแหล่ง เพราะการดําเนินการเพื่อที่จะให้มีการนําหมายจับ ไปก็ดี เปึนเรื่องซึ่งทางการไทยจําเปึนที่จะต้องได้ข้อเท็จจริงและเพื่อที่จะยืนยันกับทางการ ยูเออีว่าบุคคลดังกล่าวซึ่งต้องคดีอาญามีหลักแหล่งจริง ดังนั้นผมจึงได้พยายามที่จะไป ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานทูตของไทยประจํายูเออี และเข้าไปที่หมู่บ้านเอมิเรตส์ ฮิลล์ (Emirates Hill) ซึ่งเปึนถิ่นที่อยู่ของคนร่ํารวยเท่านั้นที่จะอยู่ได้ เปรียบเทียบเหมือนกับ เบฟเวอร์รี่ ฮิลล์ (Beverly Hill) อยู่ติดกับสนามมอลกอเมอรี่ กอล์ฟ ซึ่งผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านได้มีโอกาสไปเล่นที่สนามกอล์ฟนี้ หรือที่สนามกอล์ฟ เอมิเรตส์ ฮิลล์ ซึ่งเปึนสถานที่แข่งดูไบคลาสิค เพราะฉะนั้นเดินทางไปที่บ้านเลขที่ E๔๖ เอมิเรตส์ ฮิลล์ ก็ได้จอดรถที่ด้านหน้าแล้วก็ให้เจ้าหน้าที่สถานทูตได้ลงไปสอบถามว่าเปึน บ้านของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ ก็ปรากฏว่าเข้าใจว่าเปึนแม่บ้าน แต่ไม่ใช่ คุณหญิงพจมานนะครับ หน้าไม่เหมือนกัน ได้บอกว่าใช่ ก็ได้สอบถามว่าแล้ว พันตํารวจโท ทักษิณ อยู่หรือไม่ ก็ได้คําตอบว่าไม่อยู่ ก็ได้สอบถามว่า เลขาส่วนตัวในฐานะที่ผมรู้จักทุกคนนะครับ คุณผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อยู่ไหม ไม่อยู่ คุณไพโรจน์ เปรี่ยมวงศ์สาร ซึ่งเปึน ดิว เมกเกอร์ (Due maker) ในการให้กลุ่มยูไนเต็ดกรุ๊ป (United group) ซื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คลับ (Manchester city Club) จาก พันตํารวจโท ทักษิณ ก็ไม่อยู่ คือถ้าอยู่ก็ต้องการที่จะเข้าไปเจรจาถามสารทุกข์สุกดิบว่าเปึนอย่างไร ในระหว่างนั้นท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศก็ได้แยกเดินทางไปที่ยูเออี ที่อาบูเดบี แล้วก็ ได้รับแจ้งจากทางรักษาการปลัดกระทรวงการต่างประเทศว่าทางกระทรวง การต่างประเทศของยูเออีนั้น ได้ตระหนักถึงหลักการที่ไม่ประสงค์จะให้มีใครใช้ดินแดน ของยูไออีในทาง ๗ รัฐ ซึ่งรวมทั้งอาบูเดบีและดูไบ ในการดําเนินการเคลื่อนไหวทางการ เมืองเพื่อเปึนปฏิปักษ์ต่อประเทศไทย เพราะฉะนั้นจึงได้แจ้งให้ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกจากดินแดนของยูเออี นั่นคือคําชี้แจงและเปึนการแจ้งจากทางของ ยูเออี นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องราวทั้งหมด ก็เรียนมาถึงความจําเปึนในการต้องเดินทางไปกระผมก็เรียนท่านประธานผ่านไปถึง สมาชิกนะครับว่าก็ได้ใช้วาระโอกาสดังกล่าวนั้นพยายามขายสินค้าไทย พยายามที่จะ ส่งออก เพราะว่าผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ได้ทําลายภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นจนกระทั่งผู้นําเข้าจากต่างประเทศไม่เกิดความเชื่อมั่นที่จะสั่งสินค้าจาก ประเทศไทย ไม่ว่าในเรื่องของการผลิตหรือการส่งมอบ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้จะเปึนโอกาส ของประเทศไทยในการที่จะได้รับออเดอร์ (Order) ในการส่งออก แต่ว่าดูเหมือนจะเปึน ชะตากรรมของบ้านเราที่เราได้สูญเสียโอกาสดังกล่าว ดังนั้นตัวเลขการส่งออก ซึ่งลด ต่ําลงตั้งแต่เดือนตุลาคมป้ที่แล้ว จนกระทั่งมาถึงไตรมาสแรกของป้นี้ ลดต่ํามาโดยตลอด ผมก็เรียนท่านประธานจบแล้วครับว่าถามว่าผมไปขายอะไรด้วยหรือเปล่า หรือว่าไป ทําหน้าที่ ผมไม่เคยลืมหน้าที่ครับ แต่รู้ดีว่าทางรอดของประเทศของเรานั้น นอกจาก จะต้องพยายามสร้างความสงบบนหลักนิติรัฐ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามที่จะใช้ ความสุภาพบุรุษ ใช้หลักการอย่างดีที่สุด สุขุม รอบคอบ พยายามให้เกิดปัญหาเลือดตก ยางออกน้อยที่สุดในสถานการณ์ที่เสมือนหนึ่งการจลาจลนั้น ผมคิดว่าเหตุการณ์ของ การดําเนินการดังกล่าวนั้นก็ได้รับคําชื่นชมนะครับ แต่ว่าแน่นอนที่สุดอะไรที่เห็นว่า ไม่ถูกต้อง รัฐสภาซึ่งทางรัฐบาลได้เป่ดโอกาสตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ เห็นว่าเปึนเวทีของการที่จะช่วยกันหาทางออกของประเทศ ไม่ใช่เวทีที่จะสร้างเพิ่ม ความแตกแยก แต่เปึนเวทีที่เราจะต้องหาทางออกให้ประเทศนี้เพราะอยู่ไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ เรามีปัญหาด้านการส่งออก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศมาจากรายได้ การส่งออก ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าท่านสมาชิกจะได้ให้ทางออกของ ประเทศต่อทางรัฐบาล นอกเหนือจากปัญหาข้อเท็จจริงของการสลายการชุมนุมหรือ การนําประเทศกลับคืนสู่ความสงบ และหาทางที่จะไม่ให้มีสีอะไรในประเทศไทย นอกจาก สีธงชาติไตรรงค์ของเรานั้นรวมทั้งการเคารพ สักการะ และเทิดทูนสถาบันอันเปึนที่รักของ เราอย่าให้มีใครล่วงละเมิดหรือยึดเข้ามาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ประเทศไทยจะไม่ สูญเสียโอกาส ไม่เช่นนั้นการว่างงานจะเกิดขึ้นไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านคน จากปัญหากระทบ ทั้งการท่องเที่ยว การส่งออกนะครับ ก็เพียงแต่สะท้อนเพิ่มเติมและท่านได้พูดถึงเรื่องของ การทําหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ วันศุกร์ก็ไปจีนไปขายของ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไม่มี คดีเรื่องการเมือง เราก็ทําหน้าที่ขายของได้ดีขึ้นครับท่านประธานครับ
คงจะยุติได้ครับ ขอความกรุณาเวลา สัก ๑ นาที ด้วยกระผมขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบขอขัดจังหวะนิดหนึ่ง
ด้วยนายกสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยนะครับ ได้มีหนังสือ ถึงประธานรัฐสภา เพื่อขอความร่วมมือสมาชิกรัฐสภา สนับสนุนกิจกรรมเครือข่าย หยุดทําร้ายประเทศไทย ซึ่งเปึนเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากการร่วมตัวขององค์กรวิชาชีพ สื่อมวลชน สถาบันทางวิชาการ องค์กรภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อแสดงให้ผู้ที่ กําลังขัดแย้งกันรับรู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดจากรัฐหรือ ประชาชน โดยเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมแสดงความร่วมกัน ออกร่วมกัน ตามเอกสาร ที่ผมจะได้แจกให้ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านคนละแผ่นนะครับ ตั้งแต่วินาทีนี้ให้เจ้าหน้าที่ ช่วยแจกนะครับ ใบอย่างนี้นะครับ แจกเลยครับ แล้วก็ติดตัวที่หน้าอกไว้ทุกคนด้วยครับ ทั้งฝ์ายพรรคเพื่อไทย ฝ์ายทุก ๆ พรรคนะครับ แล้วก็ทั้งวุฒิสมาชิกด้วยครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
อันนี้มันเรื่องจริงครับ เชิญทางโน้น ก่อนครับ
ผมขออนุญาตประท้วงก่อนครับท่านประธานครับ
ไม่ใช่ ทางโน้นเขาประท้วงก่อน เขาลุกขึ้นก่อนคุณวรงค์
ทางท่านธนา อนุญาตให้ผมก่อนครับ
ถ้าอย่างนั้นเอาคนเดียวก็พอ เพราะเวลาเสีย
คนละประเด็นครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปรายในวันนี้ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาต้องการจะเห็นคือ เราไม่ต้องการเห็นการ โกหกในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเอกสารต่าง ๆ ที่มีการนําเสนอในที่ประชุมสภา ควรจะต้องนําเสนอให้กับท่านประธานสภาเพื่อไปสู่การพิสูจน์ ผมเรียนนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ายังมีปัญหาอยู่ ท่านประธานคงจําได้ว่า ตอนช่วงที่ ท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งจากจังหวัดแพร่มีการเสนอภาพจากฟ่วเจอร์บอร์ด และผมได้ร้องกับ ท่านประธานสภาว่า ต้องส่งให้ท่านประธานสภาเพื่อจะพิสูจน์ว่าเปึนคนคนเดียวกันจริง หรือไม่ ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่มีการยอมส่งครับ แถมมิหนําซ้ํายังบอกมาว่ารอให้เสร็จสิ้น การประชุมสภาก่อนถึงจะส่งให้ ซึ่งมันไม่เปึนประโยชน์อะไร อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ครับ
คือเรื่องของท่านวรวัจน์นะครับ เขาได้ส่งกับเจ้าหน้าที่แล้ว โดยส่งขออนุมัติจากผมทั้งซีดี ทั้งแผ่นที่เขาชี้แจงนะครับ ทั้งหมด แล้วก็เราไม่อนุมัติเรื่องซีดีนะครับในข้อ ๓ ที่ผมได้มาชี้แจงกับสภา ฉะนั้นถือว่า เขาได้มอบแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมเรียนก็คือว่า ผมต้องการให้แผ่นภาพที่เปึนฟ่วเจอร์ บอร์ดมาได้รับการพิสูจน์ว่าคนที่เขากล่าวหาว่า ที่ถูกมัดมือนั้นแล้วตกน้ําในแม่น้ํา เจ้าพระยานั้น เปึนคนคนเดียวกันจริงหรือไม่ และพร้อมกับมีการกล่าวว่าเขาใช้ฟาสโลป ซึ่งเขาบอกว่าฟาสโลปนั้นเปึนเชือกของเฉพาะทหารมีเท่านั้น และทําให้คน ๆ นี้ตาย เพราะว่าทหารมัดมือ ปรากฏว่าเราได้รับการพิสูจน์ว่าภาพนี้ ท่านประธานครับ อันนี้เปึน เชือกไนล่อนธรรมดา เปึนภาพที่ชัดเจนครับท่านประธานครับ ดังนั้นผมอยากจะให้ ท่านประธานกราบเรียนว่า เอาภาพของคุณวรวัจน์มาให้ได้รับการพิสูจน์ เพราะภาพนี้ เปึนภาพที่ชี้ให้เห็นชัด ๆ ว่านี่คือเชือกไนล่อนครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะกลายเปึนการโกหกในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณธนามีอะไรหรือครับ เหมือนกันหรือเปล่า
เปล่าครับท่านประธานครับ
จะเสียเวลามากนะครับ
ไม่เสียเวลา นิดเดียวครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ผมได้ใช้สิทธิอภิปรายเรื่อง เหตุการณ์ที่ดินแดง เรื่องรถแก๊สที่มีปัญหานะครับ แล้วก็ได้มีสมาชิกหลายท่านอภิปราย ผมเองต้องขออนุญาตใช้เวลาท่านประธาน แล้วก็ผมได้ประสานกับทางวิปแล้ว ถ้าใช้เวลา ส่วนนี้ไปบางส่วนเล็กน้อยเท่านั้นเองท่านประธานครับ จะตัดเวลาจากส่วนของรัฐบาล
ผมจะให้เวลาหลังจากตามรายการที่ ตกลงกันครับ นะครับ
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมไม่ใช้เวลาเยอะครับ ๓ นาที
มันไม่นิดเดียวครับ พอพูดแล้วมันก็ ยาวครับ
คืออย่าง นี้ครับท่านประธานครับ เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งพูดจบไปโดยท่านสมาชิกจตุพร ถ้าได้พูด เลยประเด็นพี่น้องประชาชนที่เขารับฟังเขาจะได้เข้าใจ และพี่น้องชาวดินแดงที่ถูกพาดพิง มากมายซึ่งไม่เปึนธรรม จะได้รับความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย ท่านประธานผมไม่ใช้เวลา เยอะครับ ๓ นาทีเท่านั้นครับท่านประธานครับ
ให้ ๑ นาทีครับ ให้ ๑ นาทีเท่านั้น นะครับ ตั้งเวลาไว้เลย ๑ นาที
ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า วันนี้คนที่จะมาเปึนแกนนําประชาชนต้องมีความ รับผิดชอบมากกว่าปกติครับ เพราะว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแล้วความเสียหายอาจ เกิดขึ้นได้ทุกกรณี ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า ไม่ว่าจุดต่าง ๆ ที่เกิดเหตุร้ายใน กรุงเทพมหานครในช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหาย แล้วโดยเฉพาะในพื้นที่เขต ดินแดง ผมจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า รูปนี่ขออนุญาตท่านประธานแล้ว นะครับ มีการบอกว่าจัดฉาก ผมให้ท่านประธานดูครับ รูปพี่น้องประชาชนที่เขาออกมามุง ดูแล้ววิตกกังวลกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากรถแก๊สที่อาจจะระเบิดได้ตลอดเวลา ส่วน ทหารที่ท่านอยู่นะครับเปึนทหารเสนารักษ์ซึ่งจะมีระบุปัายชัดเจน เพราะทหารไม่สามารถ เข้ามาในส่วนนี้ที่จะใกล้กับม็อบของเสื้อแดงได้ ภาพที่ ๒ ครับท่านประธาน ชัดเจนครับ ว่า ได้มีการพูดกันว่า ตกลงว่าเปึนเสื้อแดงจริงหรือเสื้อแดงหลอก นี่คือภาพที่ปรากฏครับว่า มี คนใส่เสื้อสีแดง โพกผ้าสีแดงบัญชาการอยู่ที่รถแก๊สนะครับท่านประธานครับ รูปที่ ๓ ครับ เมื่อวานนี้พูดจาทําร้ายความรู้สึกพี่น้องชาวดินแดงอย่างมาก จบแล้วครับท่านประธาน ครับ ผมจะไม่พูดมาก บอกว่าแก๊ส
ท่านได้ชี้แจงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว นะครับรายละเอียดนี้
ครับ ท่านประธานนิดเดียวครับ บอกว่ารถแก๊สที่ไปจอดไม่มีแก๊ส ท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ท่านไม่ทราบหรอกครับ ท่านดูรูปนี้สิครับ รถแก๊สที่อยู่มีรถเมล์ที่จอดขวางอยู่ ท่านเห็นไหม ครับอะไรพวยพุ่งออกมาจากรถแก๊ส
คือท่านเปึนทนายนะครับ อีกฝ์าย หนึ่งเขาก็แก้ตัวอีกอย่างหนึ่ง คนนี้โจทก์ คนนี้จําเลยครับ ฉะนั้นเราก็ต้องฟังทั้ง ๒ ฝ์ายครับ
ผม เคารพท่านประธานเท่านั้นเอง ผมก็เลยอยากจะกราบเรียนเพื่อให้ความเปึนธรรมกับ พี่น้องประชาชน แล้วผมเรียนได้เลยว่า เหตุการณ์ที่ดินแดงนั้นสามารถนํารถแก๊สกลับมา ได้เพราะพี่น้องชาวดินแดงไม่ยอมครับ จึงเกิดการปะทะกับกลุ่มม็อบเสื้อแดง
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ ท่านประธานครับ
ประเด็นแรกก่อนที่ผมจะต้องร้องทุกข์กับท่านประธาน เมื่อสักครู่ผม อภิปรายกรณี ๑ ศพที่จังหวัดเลย ความจริงแล้วนี่ท่านนายกรัฐมนตรีไปนอนที่บ้านใครนี่ นะครับ ช่วงของการที่ประกาศ พ.ร.ก. มีคนตาย ๑ คน แล้วก็ปรากฏว่า เปึนการตายอย่าง ไร้เหตุผล เมื่อผมพูดว่า ๑ ศพที่จังหวัดเลย ปรากฏว่ามีคนโทรศัพท์ไปขู่ทันทีเลยนะครับ ไปขู่แม่ ไปขู่ภรรยาผู้ตายว่าไม่ให้ข้อมูล
เรื่องนี้
นี่ผมส่ง สัญญาณให้ก่อนว่า นี่ขนาดอภิปรายในสภา
มีผู้อภิปรายเรื่องนี้แล้วครับ
นี่เกิด สด ๆ ร้อน ๆ เลย ผมอภิปรายเสร็จข่มขู่เลย
ไม่ใช่ครับ ก่อนคุณจตุพร
ถูกต้อง คุณขจิตรอภิปรายแล้วผมเองก็มาย้ํา แล้วก็หลังจากนั้นนะครับก็มีการโทรไปข่มขู่ ประเด็น เรื่องรถแก๊สท่านประธาน คุณธนาต้องฟังให้เข้าใจว่า ผมต้องการจะชี้ว่าพวกเอารถแก๊สไป วางนั้นเปึนพวกสร้างสถานการณ์ แล้วไม่ใช่สยามแก๊ส มีบริษัท ๒ บริษัทชัดเจน เจ้าของ คนเดียวกันนะครับไปจอดที่คิง พาวเวอร์ ไปข่มขู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์ อธิบายฟังความว่า ไม่มีใครจะไปเอาประชาชนเปึนตัวประกันหรอก แต่เพียงแต่ว่าขบวนการจัดฉากนี่ละที่ ต้องกระชากหน้ากากมา คุณไพโรจน์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขาจึงแจ้งความดําเนินคดี สิครับ สน. ดินแดง เขาต้องดําเนินคดีมีคดีเริ่มอยู่แล้วนี่ครับ
ครับ ก็กระบวนการยุติธรรม
คือใคร ทํานะเลว ชั่ว ช้าที่สุด เอาอย่างนี้ดีกว่า
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ
พอทั้ง ๒ ฝ์าย พอแล้วครับ
กราบ เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ผมมีนิดเดียวครับ ความ จริงจะไม่พูดแล้ว แต่เนื่องจากท่านลุกขึ้นมาอภิปรายในส่วนนี้ เพราะว่าท่านไม่อยู่ใน เหตุการณ์ แต่ท่านรู้ไหมครับว่าคนในเหตุการณ์เขาทําอะไรกันบ้าง วันนั้นตอนเวลา ประมาณ ๑๓.๓๐ นาฬิกา ประชาชนเดือดร้อน ท่านประธานนิดเดียวครับ เข้าถึงประเด็น เลยครับผมสั้นครับ
คือผม พูดประเด็นว่าใครเอารถแก๊สมา
ผมขอให้หยุดทั้ง ๒ ท่านนะครับ
มันคน ละประเด็น ถ้าอธิบายอย่างนี้ ผมก็จะไป อันนี้สามวาสี่ศอก
คือผมขอร้องนะครับ ให้หยุดทั้ง ๒ ท่านนะครับ เรื่องแก๊สนี่หยุดก่อนครับให้รัฐบาลเขาฟังแล้วครับ หยุดก่อนครับ
คือท่านประธานครับ
มันไม่ใช่
ผมกราบเรียนท่านประธานวันนี้
มันไม่ใช่เรื่องที่เรามาปรึกษาหารือที่ จะให้แนวความคิดให้รัฐบาลเขาแก้ไขการอะไรต่าง ๆ ให้มันสมานฉันท์อะไรต่าง ๆ ปัญหา นี่เราก็มาโต้มาเถียงกันจนสื่อต่าง ๆ ก็บอกว่ามาอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ มันไม่ถูกต้อง ครับ เชิญนั่งเถอะครับ
ท่านประธานครับนิดเดียวผมจะไม่โต้แย้งท่านประธาน เพียงแต่จะบอกว่าวันนี้จะให้ รัฐบาลฝ์ายเดียวมีหน้าที่ในการแก้ปัญหาของชาติไม่ได้ครับ ทุกฝ์ายผมได้บอก ท่านประธานตั้งแต่ต้นว่า แกนนําที่จะนําประชาชนมาต้องมีความระมัดระวังและ รับผิดชอบมากที่สุด เพราะอะไรครับ เพราะตอน ๑๓.๓๐ นาฬิกาที่ประชาชนขอร้องให้ ผู้อํานวยการเขตดินแดง ให้ผู้อํานวยการกองโรงงานช่างกล หัวหน้าฝ์ายรักษาและพี่น้อง ประชาชนไปเจรจากับเสื้อแดงที่ยึดรถ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าระหว่างการเจรจาคนที่มา ยึดรถนั้นขออนุญาตโทรศัพท์ถามแกนนําก่อนว่า จะอนุญาตให้นํารถแก๊สออกไปได้หรือไม่ เพราะข้อเรียกร้องก็คือขอนํารถแก๊สออกไป เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดอันตราย แต่ว่าทาง ฝ์ายผู้ชุมนุมบอกว่าขอให้นํากําลังทหารออกไป ซึ่งท้ายที่สุดมีการโทรศัพท์ไปแล้วก็อ้างว่า ขอสอบถามแกนนําก่อน
พอแล้วครับ
แล้วจึง มาย้ายรถไม่ได้ คือผมอยากจะกราบเรียน
ฟังเข้าใจแล้วครับคุณธนาครับ
ขอบคุณ ครับ
พอเข้าใจครับ เอาอีกแล้ว
ไม่ใช่ ท่านประธานครับ โทรศัพท์ไปหาแกนนําใครนะครับ ชื่ออะไร นามสกุลอะไร ผมบอกว่า รถแก๊สนี่คือจัดฉาก พรรคพวกคุณทั้งนั้น เชื่อผมเถอะ
คือทั้ง ๒ ฝ์ายเรื่องรถแก๊สหยุดเท่านี้ ก่อนครับหยุดครับขอความกรุณาหยุดนะครับ ต่อไปดูเหมือนจะมี ๒ ฝ์าย
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดครับ ๒ ฝ์ายจบแล้ว ฝ์ายที่ ๓ ผมนิดเดียว
ฝ์ายที่ ๓ นั่งก่อนครับ
ท่านประธานครับ เรื่องฟาสโลปที่คุณหมอ
ผมเข้าใจ ผมเข้าใจผมจะพาดพิงถึง ท่านสมชายจะได้เข้าใจ
จะได้ชัดเจน ผมเชื่อได้ว่าเอกสารที่แสดงนี้เปึนอีก ๑ ศพ ซึ่งไปเกี่ยวกับ ของคุณวรวัจน์ แล้วตรงนี้ส่งเอกสารให้ท่านประธาน ผมเชื่อได้ว่าเปึนอีกศพหนึ่ง แน่นอนครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้ชัดเจนท่านประธานครับ เอาเอกสารส่งให้ ท่านประธานครับจะได้ไปดูกัน ผมยันนะครับ
ครับ เดี๋ยวผมจะขอครับ
เอาตรงนั้นด้วยนะครับ
เชิญนั่งลงครับ ขอบคุณครับ
ผมขอ อนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ
ท่านประธานครับขออนุญาตครับ
ผมว่ามันเดินหน้าไม่ได้เลย ผมว่า แต่ละคนนี่ผมอยากจะให้พูดทุกคนนะครับ ให้มีการตอบมีอะไรไปตามกระบวนการ เราก็ ไปได้เรียบร้อยแล้วนะครับเหลือเวลาไม่เท่าไร ไหนครับเรื่องอะไรครับ ไม่ต้องแล้วครับ ท่านสมชาย เพศประเสริฐ พูดแล้ว จังหวัดสมุทรปราการก็ได้ยินเขาเห็นตัวท่านแล้วเขาจะ เลือกท่านสมัยต่อไป ไม่ใช่จังหวัดสมุทรปราการ เขตท่านเขตมีนบุรีใช่ไหมครับ เขาเห็น หน้าท่านแล้วไม่ต้องห่วงหรอกครับ เอาซีกทางนี้ก่อนเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมว่าอย่างไรรถแก๊ส
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กระผมใคร่อยากจะเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อมีการกล่าวถึงกระทรวงคมนาคม ท่านสมาชิกที่ได้อภิปราย จะเรียนอย่างนี้นะครับที่จริงเมื่อวานนี้กระผมได้ชี้แจงต่อ ที่ประชุมรัฐสภาไปแล้ว ในเรื่องสถานการณ์การเผารถเมล์ แล้วก็มีการอภิปรายว่า กระทรวงคมนาคมปล่อยปละละเลยเหมือนว่ามีการสร้างสถานการณ์โดยทางรัฐบาล ที่จริงแล้วเมื่อวานกระผมก็ไม่อยากรบกวนเวลาท่านสมาชิกนึกว่าจะเข้าใจนะครับ แต่กราบเรียนว่าในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมานี่ ทําไมกระทรวงคมนาคมไม่ได้ออกมาชี้แจง ว่าได้ไปดําเนินการอะไรทั้งหลายเกี่ยวกับสถานการณ์การเผารถเมล์ กระผมเองผมทราบ ว่าวันนี้สถานการณ์ประเทศไทยมันร้อน ไม่อยากอยู่ในฐานะที่ต้องเติมฟ๋น เติมไฟให้ แก่ประเทศ แต่สิ่งที่คนทําผิดกฎหมาย กระทรวงคมนาคมโดยตัวกระผมเองไม่ ปล่อยปละละเลย อยากจะเรียนนะครับ สมุดกับหนังสือที่กระผมถืออยู่นี่คือสําเนาบันทึก รายวันที่ไปแจ้งความดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิดทั้งหมดทุกคดี กระผมอยากเรียน อย่างนี้นะครับว่าเรื่องรถเมล์นี่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา รถเมล์ของ ขสมก. สาย ๕๕๖๖ รถเมล์ เบอร์ ๗-๓๐๗๑ ถูกยึดที่แยกยมราช ขณะที่ยึดนี่ เมื่อผู้โดยสารคันที่ถูกยึดลง เราได้ให้นโยบาย ผมเรียนท่านเมื่อวานแล้วว่าถ้าผู้ชุมนุม หรือใครก็แล้วแต่ที่มาชุมนุมที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อมายึดรถผู้ขับอย่าเอากุญแจแล้วหนี ผมบอกไม่มีนโยบาย เขาอยากให้ไปส่งที่ไหนต้องไป ถ้าเขาอยากได้รถก็ต้องให้ แต่อย่าไป เอากุญแจหนีมันจะเปึนเหตุให้การเผารถ ถ้าไม่มีก็เปึนการเผารถ อันนี้นโยบายที่คุยกันกับ ผู้ปฏิบัติเขาก็ยึดรถตรงนี้ ผมก็บอกว่าถ้าเขายึดรถคุณต้องไปแจ้งความ เขาก็มาแจ้งความ เมื่อเวลา ๑๙.๓๐ นาฬิกา ที่ สน. นางเลิ้ง เพราะฉะนั้นนี่คือเคสครั้งแรก รายแรกที่เกิดเหตุ แล้วรายที่ ๒ รถเมล์สาย ๕๐๕ เบอร์ ๗-๓๐๒๗ ก็ถูกยึดที่แยกยมราช ถูกยึดก็ดําเนินการ แบบเดียวกันครับ ก็ไปแจ้งความที่สถานีนางเลิ้งเหมือนกัน เวลาเดียวกัน ผมจะลําดับให้ เห็นว่า ในวันที่ ๑๒ เวลา ๑๗.๓๐ นาฬิกา รถ ขสมก. อีก สาย ๕๙ ถูกยึดอีก ๒ คัน ก็ไปดําเนินการแจ้งความที่ สน. ดินแดง เพราะฉะนั้นต่อมาในเวลาที่ไล่เลี่ยกันรถที่ถูกยึด รถหมายเลข ๑-๖๗๐๔๕ ถูกยึดที่สะพานผ่านฟัาลีลาศ ก็นํารถคันนี้ไปเผา เผาครั้งแรกคือ รถคันนี้ที่สามเหลี่ยมดินแดง เราก็ไปแจ้งความเหมือนกันครับ ฉะนั้นทุกกรณีไม่ได้ห่างกันเลยครับ รู้ว่ามีการกระทํา ความผิด ทําไมไม่ไปแจ้งเลย ก็บางทีมันไม่ได้เสียหาย เมื่อติดตามทวงถามไม่คืน เรามี นายตรวจไปขอว่าไม่ยึดได้ไหม ขอคืนได้ไหม ขั้นตอนต้องต่อรองก่อน คือเราไม่ได้ถือว่า ผู้ชุมนุมกระทําความเสียหาย ถ้าไม่เกิดความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของทางราชการ เราก็ ไม่จําเปึนต้องดําเนินคดี ผมก็ทราบนะครับ วันนี้ขอเรียนตรง ๆ เลยครับ จากในวันที่ ๑๒ รถที่เริ่มถูกยึดไปตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา จนถึงเที่ยงคืน เปึนรถของ ขสมก. เอง ๒๕ คัน เปึนรถร่วม ๒๘ คัน ที่จริงเรื่องนี้เริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อตอนตี ๕ วันที่ ๑๓ เมื่อมีการสลาย ผู้ชุมนุมอะไรก็แล้วแต่ เพราะผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อมีการผลักดันผู้ชุมนุมในเช้า วันที่ ๑๓ ผู้ชุมนุมก็ได้มายึดรถอีกคันหนึ่งนะครับ สาย ๕๐๕ เบอร์ ๗-๓๐๒๗ ที่ยึด คราวที่แล้วนะครับ แล้วก็ไปเอาหินทับคันเร่ง แล้วก็วิ่งเพื่อที่จะให้ผ่าด่านทหาร แต่รถก็ไป ชนเสาไฟฟัาอย่างที่ท่านเห็น อันนี้กรณีหนึ่ง เมื่อเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา เหตุการณ์ทํานองนี้ ก็จะเกิดขึ้นอย่างนี้ตลอดจนเรื่องยึดรถเมล์ จนครบรถเมล์ ที่ถูกทั้งรถร่วม รถของ ขสมก. เอง วันที่ ๑๒ เผา ๑ คัน วันที่ ๑๓ ๒๔ คัน วันที่ ๑๔ ๒ คัน แยกเปึนรถของ ขสมก. ๑๘ คัน รถร่วม ๙ คัน เรียนอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ถ้าบอกว่าเปึนการสร้างสถานการณ์โดยใครก็ แล้วแต่ไม่ยืนยัน แต่ว่ารัฐบาลเองหรือกระทรวงคมนาคมเองไม่ได้ทํา เขาจะเอารถร่วมไป อย่างไรครับ จะไปเจรจาอย่างไรกับรถร่วมที่จะเอาไปสร้างสถานการณ์เหล่านี้ ฉะนั้นก็ ขอกราบเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเปึนการเกิดขึ้น เนื่องจากมีการชุมนุม ส่วนว่าใครจะเปึนผู้กระทําความผิด เปึนเรื่องของเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ กระทรวงคมนาคม โดย ขสมก. ได้ไปแจ้งความแล้ว ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ ถ้าท่านสมาชิกได้ตั้งรางวัลอะไร ผมก็ตั้งครับ แต่เงินน้อย เอาเงินส่วนตัว ผมตั้งแสนบาท ครับ เอาเงินส่วนตัว ถ้าหาผู้ที่กระทําความผิด เพราะผมจะได้ทั้งฟัองแพ่ง อาญาด้วย ผมได้กําไรครับ เพราะรถมันเกินแสนบาท ฉะนั้นท่านที่เคารพครับ วันนี้ผมทราบดีว่าถ้า อยากให้บ้านเมืองสงบ ต้องไม่เติมฟ๋นเติมไฟ ผมได้บอกแล้วว่าวันนี้ถ้าทํางานด้วย ความสะใจ ได้สะใจครับ แต่บ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อยหรอกครับ ถ้าปากปรองดองใจ ไม่ปรองดองก็ไม่เกิดประโยชน์ ฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานและท่านสมาชิก รัฐสภาก็ไม่ได้อายว่ามี ๒ มาตรฐาน หรือมาตรฐานเดียวกัน เพราะผมได้อยู่ร่วม ได้รู้เห็น การชุมนุม ๒ รัฐบาล คือการชุมนุมของเสื้อเหลือง และเสื้อแดง ฉะนั้นจึงไม่อายเลยที่จะ ตอบอย่างที่ผมตอบต่อท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนว่าเรา ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม เมื่อวานนี้ก็ขอบคุณไปแล้วที่ไม่ไปล้อมสุวรรณภูมิ ก็ขอบคุณไปแล้วด้วย ความจริงใจจริง ๆ แต่การเตรียมการก็เตรียมการ เพราะเราคิดว่าเตรียมการเผื่อว่ามีการ ไปป่ดล้อมที่สุวรรณภูมิ ซึ่งเกรงว่า ขอประทานอภัยนะครับ เรื่องเผาไม่มีนะครับ เกรงว่าจะ เกิดเหตุเหมือนในอดีต ก็เตรียมการ แล้วก็มีคนไปโยงว่าไปซ่องสุมกําลัง ซึ่งผมเองผมให้ นโยบายไปเลยว่า อย่าเอาคนนอกรูปแบบเข้าไปในสุวรรณภูมิ เพราะสุวรรณภูมิมันเปึน สถานที่ละเอียดอ่อนมาก ฉะนั้นขอกราบเรียนว่า ผมและข้าราชการในกระทรวงคมนาคมนะครับได้ปกปัองทรัพย์สมบัติของพี่น้อง ประชาชนอย่างเต็มความสามารถและได้กระทําแล้วนะครับ และได้ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม เหมือนกันเหมือนกับในอดีตอย่างที่ผมกราบเรียนว่าการป่ดสนามบินสุวรรณภูมิคราวที่ แล้วเสียหายประเมินตัวเลขไม่ได้เหมือนกับการชุมนุมคราวนี้ที่ล้มการประชุมอาเซียนก็ เสียหายประเมินค่าไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมยืนยันได้ว่าผมปฏิบัติ ต่อพี่น้องชุมนุมทั้งหมดเหมือนกันคราวที่เหลืองกลับบ้านใช้เงินหนึ่งแสนบาท แดงกลับ บ้านถึงจะมากไปก็ไม่เปึนอะไรเพื่อความสงบของบ้านเมืองก็ดําเนินการไปใช้เงินหนึ่งล้าน บาทซึ่งไม่เสียดายเลย เพราะความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นก็ขอกราบ เรียนต่อท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกว่าสิ่งที่กระทรวงคมได้ดําเนินการไปตาม ครรลองของกฎหมายบ้านเมืองที่มีอยู่นะครับ ก็เรียนต่อท่านประธานด้วยความเคารพครับ
ครับ ผมขอความกรุณารัฐมนตรีอย่า เพิ่งตอบ
ท่านประธานครับขออนุญาตเปึนประเด็นต่อเนื่อง
ผมว่าก่อนกระมังครับ
เปึนประเด็นท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบในคราวเดียว
คือสงสารพวกนะครับ พวกเรานี่ หลายท่านอยู่ในบัญชีนี้ต้องการที่จะพูดทั้งนั้น
ก็คือ เพื่อความเข้าใจระหว่างกันสั้น ๆ ๑ นาทีท่านประธาน
เอาเชิญ
คือ รัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ นะครับ คือท่านก็รู้ว่าพวกเรานี้เปึนคนอย่างไรกัน ถ้าท่านมีความ จริงใจอย่างที่ว่าจริงท่านให้สนามบินสุวรรณภูมิบางอาคารนั้นเปึนที่ส่องสุ่มเสื้อสีน้ําเงิน โดยเอาตํารวจที่ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม เอามาเมื่อวานนี้กับชาวบ้านบางส่วนมา ใส่เสื้อสีน้ําเงิน โดยใช้พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วท้ายที่สุดไปปฏิบัติการภารกิจที่พัทยา กับกรุงเทพได้อย่างไร ท่านเอาอํานาจของรัฐมนตรีส่วนไหนเอาที่สนามบินสุวรรณภูมิเปึน ที่ซ่องสุม
ผมว่าจะยาวไปอีกนะครับ เอาคุณโสภณจบนะครับ แค่นี้จบนะครับ เพราะซีกทางนี้ยังไม่ได้พูดเลยยาวเหยียด เลยครับ เห็นใจ ส.ว. ท่านนั่งจนเหงื่อตกแล้วครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมขอยืนยันต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ว่าสิ่งที่ผม กราบเรียนไปตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ไม่อายตนเอง เพราะว่าวันที่ผมรับผิดชอบในการดูแล สนามบินตอนที่เสื้อเหลืองชุมนุมสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อเจ้าหน้าที่ของสนามบินได้ขอร้องให้ เจ้าหน้าที่ไปช่วยเพื่อที่จะผลักดันให้ผู้ชุมนุมออกจากสนามบินไม่มีใครช่วย ผมปลอมตัว ไปอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิจนสุดท้ายจนถูกขอร้องให้ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ฉะนั้นวันนี้ผมก็เข้าใจการเตรียมการคราวนี้จึงเรียนที่ประชุมรัฐสภานะครับว่าต้องขอบคุณ ที่ไม่ไปป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมเตรียมการทุกอย่างแต่ไม่ได้ทําผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ ตํารวจที่ไปอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิเอาทั้งหมดออกจากที่อาคารผู้โดยสารทั้งหมดแล้ว ไปหลบอยู่ที่หนึ่ง ส่วนชาวบ้านที่เข้าไปอยู่ในตรงโรงซ่อมก็เปึนเรื่องที่ไปเพื่อที่จะปกปัอง สนามบินสุวรรณภูมิจึงไม่อายตนเองและไม่ได้ทําผิดกฎหมายและไม่มีเสื้อไหน ๆ ตรงนั้น ไปก่อเหตุที่พัทยา ขอกราบเรียนท่านประธานครับ
ก็จบแล้ว จบแล้วครับ ท่านรอง นายกรัฐมนตรีอีกหรือครับ ผมว่าจะยาว ส.ว. ท่านก็ไม่ได้พูดสักที เชิญครับ
ในประเด็นแรกท่านประธานครับ กรณีที่ได้อภิปรายว่าทางฝ์ายรัฐบาลได้ สร้างสถานการณ์นี้นะครับ ผมเรียนไปถึงท่านสมาชิกว่ามันเปึนสถานการณ์ที่สร้าง ไม่ได้ครับ แล้วสมัยนี้เวลานี้มันมีสื่อได้ติดตามการทํางานของรัฐบาลของฝ์ายราชการอยู่ ทุกเวลาทุกชั่วโมง แล้วเราทําอย่างเป่ดเผย ขณะที่ผมพูดไปนี้ผมก็ขอให้ซีดีช่วยฉายหน่อย นะครับ ชุดที่ ๑ ท่านสมาชิกก็จะได้เห็นภาพชัดเจนเลยครับ ในซีดีนี้จะเห็นครับว่ามันมีการ ขว้างแก๊สน้ําตาเข้าไปใส่ทหารนะครับ มันมีรถแท็กซี่ชนทหาร ช่วยส่งภาพมาหน่อย นะครับ มันมีรถเมล์นี่ครับที่ส่ง แก๊สน้ําตาที่ขว้างมาที่ทหารนี่นะครับ แล้วก็มีภาพอย่างนี้ สร้างไม่ได้ครับ ภาพอย่างนี้ไม่ใช่ใครจะสร้างได้นะครับ มีรถแท็กซี่ขับชนทหาร ผมอยากให้ ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่ติดตามอยู่ได้ดูภาพให้ละเอียดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การ ชุมนุมด้วยความสงบตามปกติ ขนาดใช้กําลังทหารขนาดนี้ถึงจะกดดันให้คนเหล่านี้ เขายอมเป่ดเส้นทาง นี่ครับรถเมล์ไล่ชนทหารอย่างนี้ครับ สร้างไม่ได้ครับฉากนี้หนังยัง สร้างไม่ได้เลยครับ นี่คือฉากที่เผารถเมล์ครับ พวกท่านทั้งนั้นแหละครับ นั่นแหละที่ทําอยู่ แต่งเสื้ออย่างนี้ครับ เห็นชัดเจนครับ ผมกําลังแกะรูปทีละรูปว่าใครบ้างที่เปึนตัวการก็จะ ดําเนินการออกหมายจับต่อไปครับ นี่ขว้างระเบิดใส่ทหารครับ เปึนระเบิดเพลิงครับ ที่เขา เรียกกันว่า ระเบิดขวดครับ แล้วก็มีภาพที่แท็กซี่ชนทหารกระเด็นไปเลยครับ ผมถึงต้อง เรียนว่าผมเพียงแต่ต้องการเสนอภาพของจริงให้พี่น้องประชาชนเจ้าของประเทศได้เห็นว่า ที่พยายามพูดจาบิดเบือนกันไปต่าง ๆ นานานั้น ที่จริงภาพเหล่านี้ได้ปรากฏตาม สื่อมวลชนกันอยู่ในระยะเวลาที่ผ่านมา ๒-๓ วันนี้นะครับ กรณีที่ท่านบอกว่าในวันที่ ๑๒ เมษายน ที่คุณอริสมันต์ถูกเจ้าหน้าที่จับ ไม่มีอะไรร้ายแรงทั้งสิ้น ท่านสมาชิกก็ได้อยู่กับ คุณอริสมันต์ เพราะเปึนสหายร่วมรบกันอะไรก็ว่าไปนะครับ ข้อเท็จจริงที่ท่านรู้อยู่แก่ใจ ก็คือว่า เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมตัวคุณอริสมันต์ได้ก็เอาไปคุมตัวเอาไว้ที่กองบังคับการตํารวจ ตระเวนชายแดน ๖ ภาค ๑ คลอง ๕ ปทุมธานี ท่านก็เอาคนบุกไปที่ตํารวจตระเวน ชายแดน ๖ ภาค ๑ คลอง ๕ ปทุมธานี คุกคามที่นั่น เขาจึงต้องเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์เลย ครับ ในขณะที่คนของท่านส่วนหนึ่งไปป่ดล้อมศาลอาญา ท่านบอกว่าไม่ป่ด ท่านดูภาพ คนที่ป่ดล้อมศาลอาญาในวีดีโอนี้สิครับ เจ้าหน้าที่ช่วยฉายมาหน่อยสิครับ อย่างนี้ผมสร้าง ไม่ได้ รถแท็กซี่เปึนร้อย ๆ คันนะครับ คนตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าคน ขอภาพหน่อยนะครับ ที่ศาล อาญาวันที่ ๑๒ เมษายนขอภาพที่ศาลอาญานะครับ นี่ครับช่วยดูสิครับ นี่ไม่ใช่ผมพูดคน เดียวนะครับ สื่ออื่น ๆ ก็เอาภาพนี้ไปเสนอแล้วอย่างนี้ท่านยังมาปฏิเสธในสภา ท่านยังมา บิดเบือนอีกว่าไม่เกิดเหตุอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วจะให้ผมอธิบายกับคนอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่อยากให้ท่านเอาเรื่องที่เกิดขึ้นจริงแล้วก็เอาไปบิด เอาไป ใส่ไข่ เอาไปอธิบายให้คนฟังผิด ๆ เพราะว่าผมต้องการให้สภานี้ได้รู้ความจริงเท่า ๆ กัน เมื่อรู้ความจริงแล้วเราจะคิดแก้ไขอย่างไรนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ถ้าตราบใดที่เรายัง บิดเบือน โยนความผิดให้คนอื่นอย่างนี้เราหาคําตอบยาก ท่านประธานครับผมยังมีภาพที่ ผมอยากให้ที่ประชุมเห็นว่าคุณจตุพร สมาชิกของเราเอาป๋นที่ได้จาก รปภ. ท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นเวทีไปชูหราเลย ผมเห็นภาพนั้นนึกว่าอยู่ที่ตะวันออกกลาง ดูหน้า มันถึงจําได้ว่าจตุพร ก็มาดูสิครับ จตุพรมีสิทธิอะไรครับที่เอาป๋นของทางราชการยึดป๋นเขา ไปนี่ คุณจตุพรมีสิทธิอะไรครับ เอา รปภ. ของท่านนายกรัฐมนตรีไปกักขังอยู่นี่ครับ คุณจตุพร เรียนตํารวจมาจากไหนครับ บรรจุราชการเมื่อไรครับ มีอํานาจตามกฎหมายอะไรครับ ต้องถามตัวเอง อย่ามาถามผม ถามพวกท่านทําอะไร ภาพอย่างนี้ถ้าเห็นในหนังนี่คือ ผู้ก่อการร้ายครับ ไม่ใช่หัวหน้าผู้ชุมนุมโดยสงบ แต่ว่าไม่เปึนไรเรื่องของคุณจตุพรนี่หนัง ยาว เพราะว่าผมบันทึกไว้ทุกฉากเลยครับ ถ่ายไว้เรียบร้อยถอดเทปดูเรียบร้อยแล้วเดี๋ยว เจ้าหน้าที่เขาจะมาดําเนินการเอง แต่ผมเรียนให้พี่น้องประชาชนเห็นครับว่าขนาด รปภ. ของท่านนายกรัฐมนตรีถูกคนของคุณจตุพรนี่ทุบตีจนน่วมเลือดออกตลอดเวลานะครับ ที่เอาไปนั่งที่เวทีนั้น ไม่อนุญาตให้เขาไปโรงพยาบาล จะสอบจะเค้นมีอํานาจอะไรที่จะ สอบสวนคนนะครับ ผมอยากจะให้เห็นภาพอีกภาพหนึ่งครับ คือภาพที่คนของคุณจตุพรที่ ไปล้อมกรอบพวกผมที่กระทรวงมหาดไทย ทุบตีรถนายกรัฐมนตรี ทุบตีเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ผมเรียนเลยครับ คุณจตุพรครับ ตั้งใจไปฆ่าโดยเฉพาะ ใครเห็นใน ประเทศไทยก็ลงความอย่างนั้น ดูเอาเองแล้วกันครับ นี่ครับผู้ชุมนุมโดยสงบของท่าน นะครับ ดูก็แล้วกันครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะให้สภาแห่งนี้ พี่น้องประชาชนทั้งหลาย ที่เห็นภาพนี้ ดูเลยครับ โชคดีครับวันนั้นเปึนวันแรกที่มีคนเอารถกันกระสุนมาให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้นั่ง ไม่อย่างนั้นวันนี้ก็เปึนเรื่องอื่นแล้วครับ ผมอยากจะเห็นภาพของ รถเลขาธิการนายกรัฐมนตรีครับ แล้วก็คนขับนะครับ ภาพเหล่านี้นะครับ เปึนภาพที่ สื่อมวลชนได้เผยแพร่แล้วทั้งสิ้น แล้วผมก็ไปขอภาพนี้มาจากสื่อมวลชนครับ เพื่อเอามาให้ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผมไม่ต้องการให้พวกเราได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดนะครับ ส่วนจะวินิจฉัยอย่างไรนั้นก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งครับ (ที่ประชุมได้มีการฉายวีดีทัศน์เพื่อ ประกอบการพิจารณาของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ขอเวลานิดเดียวท่านประธาน ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ฉากอย่างนี้พวกผมพลาดไม่ได้ครับ ไม่มีใครกล้าเอาชีวิต ของนายกรัฐมนตรีไปเปึนตัวประกอบในฉากอย่างนี้อย่างแน่นอนครับ ขอภาพรถ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีหน่อยสิครับ นั่นนะครับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีครับ ขอบคุณ ครับท่านประธานครับ
ก็เห็นชัดหมดแล้วนะครับ ก็เห็นทุก อย่างนะครับ
อยากจะขออนุญาตชี้แจง ประเด็นที่ท่านสมาชิกอภิปรายต่อเนื่องนิดเดียวครับท่านประธานครับ กรณีที่ท่านจตุพร บอกว่าจับกุมคุณอริสมันต์ไปแล้ว ไม่ได้บอกว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน แล้วทําให้คุณอริสมันต์ เขาไม่สบายใจนะครับ จริง ๆ คุณจตุพรขึ้นเครื่องไปกับคุณอริสมันต์ครับ แล้วก็ไปกอดรัด ฟัดเหวี่ยงปล้ํากันอยู่บนเครื่องครับ จนเอาเครื่องลงแล้วก็เปลี่ยนเครื่องใหม่ รู้ดีครับว่าเมื่อ เอาไปคุมขังไว้ที่ตํารวจตระเวนชายแดนภาค ๑ ที่คลองห้า ปทุมธานีแล้วนี่จะมีการแย่งชิง ตัว เจ้าหน้าที่เขาจึงเอาขึ้นเฮลิคอปเตอร์พาไปครับ แต่พาไปที่ค่ายนเรศวรนะครับ แล้วก็ที่ ผมยืนยันว่า ผู้ต้องหารู้ดีว่าไปไหน เพราะเมื่อไปถึงค่ายนเรศวรครับ ทนายความของนาย อริสมันต์นี่ได้เดินทางไปรออยู่แล้ว ไปร่วมฟังการสอบสวนที่หัวหินด้วยนะครับ นี่เปึน หลักฐานที่ผมได้รับรายงาน รายงานของตํารวจที่เซ็นชื่อมาด้วยนะครับ รองผู้บัญชาการ ตํารวจนครบาล พลตํารวจตรีอํานวย นิ่มมะโน ท่านรู้จักกันดีนะครับ สําหรับที่เพื่อน สมาชิกได้อภิปรายถึงการเสียชีวิตของพลทหารคนหนึ่งที่จังหวัดเลยครับ ผมเรียนกับ ท่านประธานที่เคารพว่าผมเพิ่งทราบวันนี้จริง ๆ เพราะว่าตอนนั้นเรากําลังทํางานกันอยู่ ไม่ทราบว่าพลทหารท่านนี้ครับ เปึนทหารสังกัดร้อย บก. พล.ร ๒ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บ้าน แม่ทัพภาคที่ ๑ ซึ่งในช่วงระยะเวลาที่เรากําลังปฏิบัติงานคืนวันที่ ๑๒-๑๓ ท่านนายกรัฐมนตรีและผมได้ ไปอาศัยอาบน้ําอาบท่าล้างหน้าที่นี่ครับ แล้วก็คืนวันที่ ๑๔ พวกผมก็ไม่ได้อยู่แล้ว ปรากฏ ว่าพลทหารท่านนี้ล้มในห้องน้ําเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน แล้วก็ไม่มีใครเห็น เข้าใจว่าคงมีไป พบตอนหลังแล้วก็เข้านอนตามปกติเมื่อเวลาตี ๒ ของคืนวันที่ ๑๔ ทหารรุ่นพี่เห็นว่านอน ในท่าผิดปกติจึงไปปลุก แต่ว่าขยับตัวได้ ตอนเช้าไม่ตื่นเสียแล้วก็พาไปโรงพยาบาล แล้วเสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๕ อันนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทั้งสิ้น แล้วก็อย่าไป กังวลใจว่าพวกผมจะไปทําอะไรที่พลิกแพลง ไม่มีละครับ ผมเรียนท่านประธานทราบครับ ขอบคุณครับ
ผมขอยุติก่อนครับ ให้สมาชิก
ไม่ใช่ครับ ประเด็นต่อเนื่องเกิดความเสียหายแน่นอนท่านประธาน ท่านประธานต้องให้ผม
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวผมขออนุญาตคุณขจิตรก่อนก็คือว่า คือคุณสุเทพพูดเท็จ เพราะว่าที่คลอง ๕ ท่านประธานที่เคารพ ผมเดินเข้าไปคนเดียว
ผมว่าโต้ไปโต้มา
ไม่ใช่ ท่านประธาน มาใส่ร้ายผมอย่างนี้ในสภาได้อย่างไร พอไปถึงที่กองบัญชาการตํารวจ ตระเวนชายแดนที่คลอง ๕ ตํารวจเขาบอกว่าให้ผมเข้าไปคนเดียว แล้วประชาชนข้างนอก ก็มีไม่กี่คน แล้วคุณอริสมันต์ พลตํารวจตรี อํานวย นิ่มมะโน บอกว่าจะพาไปขึ้นศาล ก่อนบ่ายโมง และปรากฏว่าเวลาเที่ยงครึ่งก็บอกว่าไม่ไปศาลแล้ว แล้วให้ไปขึ้น เฮลิคอปเตอร์ โดยไม่ได้บอกว่าไปไหน แล้วผมเองก็เปึนคนพอขึ้นไปสักพักใหญ่ ๆ ช่างเครื่องจึงรู้ว่าจะต้องไปค่ายนเรศวร ซึ่งเครื่องบินไม่ได้เตรียมการเพื่อจะไปค่ายนเรศวร เขาจึงไปลงที่กองบินกรมตํารวจเพื่อเปลี่ยนเครื่อง
ประเด็นต่อมาครับ ท่านประธานที่เคารพ การที่คนไปหน้าศาลอาญา บริเวณถนนรัชดานั้นไม่ได้เปึนเขตอํานาจศาล ถ้าเขาไปละเมิดอํานาจศาลสิครับ เขาไปรอ ประกันคุณอริสมันต์ นายการุณ โหสกุล จะใช้ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไป ประกันตัว ซึ่งเขาแตกต่างไปจากพันธมิตร พันธมิตรพรรคพวกคุณสุเทพที่ว่าคุณสุเทพ ขึ้นวอ ไปที่ สน. นางเลิ้ง เขาให้ประกันตัวแล้ว แต่กรณีของอริสมันต์ไม่ใช่
ประเด็นต่อมาครับ ท่านประธาน ที่กล่าวหาว่ามีการโชว์ป๋น ป๋นกระบอก นั้นเปึนป๋นที่ยิงใส่ประชาชน เขาจึงโกรธแค้นจึงไปเขวี้ยงใส่รถ แล้วเขาก็ยึดป๋นมา เขาจึงรู้ ว่าใครยิง และมีคนบาดเจ็บ และมีการเห็นคนตาย แต่เอาศพมาไม่ได้เท่านั้นเอง แต่คน บาดเจ็บมีอยู่ ใครโกหกก็โกหกกันไปสิครับท่านประธาน อยู่ดี ๆ ใครจะไปแย่งป๋นอะไรกัน มา ผมพูดอยู่บนเวทีก่อน และประชาชนที่เขาไปที่กระทรวงมหาดไทยเขาจึงเอาป๋นขึ้นมา ผมกําลังเล่ากรณีคุณอริสมันต์อยู่ตอนที่ขึ้นมา อยู่ดี ๆ เขาไปจะแย่งป๋นได้อย่างไรถ้าไม่ยิง ใส่เขาก่อน แปลว่าใส่ร้ายกันแบบนี้ต่างหากท่านประธาน
ผมว่าพอแล้ว
แล้วภาพที่สามเหลี่ยมดินแดนก็ต้องพิสูจน์ว่าใครทําใครตายที่นั่น
แล้วประเด็นต่อมาที่กรณีจังหวัดเลย เนื่องจากว่านายทหารคนนี้ พลทหาร คนนี้เขา แมสเซส (Massage) ไปบอกแม่เขาว่าอภิสิทธิ์มานอนอยู่ที่บ้านแม่ทัพภาคที่ ๑ และปรากฏว่าหลังจากนั้นหายการติดต่อ แล้วจึงมารู้ว่าตายเพราะลื่นล้มห้องน้ํา และปรากฏว่าการสอบสวนสืบสวนไม่มีตามที่คุณขจิตรเขาพูด ขอกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ
ขอบคุณครับ พอแล้วครับคุณขจิตร
ไม่ใช่พอ เปึนเรื่องด่วนที่ต้องรับทราบความปลอดภัยของประชาชน ไม่ใช่เรื่องอื่น เรื่องนี้
ตํารวจ ทหารเขามี เขาปลอดภัย อยู่แล้ว
ผมจะแจ้ง ข่าวท่านรองนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เปึนหลักฐานตอนนี้ เพราะว่าท่านดูแลความมั่นคง ท่านดูแลความมั่นคงของประเทศชาติ ผมขอ ๑ นาทีจบเลย แล้วก็ไม่ใช่เรื่องความจริง ของประชาชนที่ดําเนินการอยู่ขณะนี้ เปึนเรื่อสืบเนื่องจากผมอภิปราย ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ
เกือบ ๑ นาทีแล้ว
ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านเปึนหัวหน้าหรือรับผิดชอบความมั่นคงของชาติใช่ไหมครับ ชาติไม่ใช่รัฐบาลอย่างเดียวใช่ไหมครับ ประชาชนมาก่อนนะ ของท่านนะ วันนี้ที่ จังหวัดเลยหลังจากผมอภิปรายแล้ว เขาบอกว่ามีทหารโทรไปขู่เขา อย่ายิ้มสิ เวลาประชาชนเดือดร้อน ทําไมยิ้มแสยะแบบนั้นล่ะ คือผมจะเอาหนังสือทั้งหมดให้ท่าน แล้วพร้อมกับใบแจ้งความ ท่านต้องรับรองความปลอดภัย ๑. ของแฟนเขา ของมารดาเขา ของพี่ชายเขา
เอาเอกสารส่งเลยดีกว่าครับ
ครับ ผมจะส่งหมดครับ เดี๋ยวนี้มันกําลังใช้เปึนรัฐเผด็จการทหารต้องหยุด มันไม่ได้ครับรังสี อํามหิตแผ่คลุมทั่วประเทศไทย ท่านสุเทพฝ์ายความมั่นคงของประชาชน ผมจะฝาก หนังสือนี้ให้ท่านนะครับ ผมกําลังไปถ่ายเอกสารอยู่ผ่านท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียว คืออยากจะเรียนว่าเดี๋ยวผมได้เอกสารมาผมก็จะตามเรื่องให้ นะครับ และผมยืนยันว่าไม่มีเลยครับที่ใครจะไปข่มขู่อย่างนั้นนะครับ
ท่านมานิตย์มีอะไรครับ ผมว่าไม่ได้ เดินหน้าอะไรสักนิดเลย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กรณีที่หน้าศาลอาญานั้น วันนั้นกระผมไป ทําหน้าที่เปึนทนายความให้กับ ๓ คนนั้น แล้วก็เปึนนายประกันด้วย ไม่มีเหตุการณ์ที่ว่า ข่มขู่ใครที่ไหน กระผมยืนยันครับ เขาไปให้กําลังใจเอาดอกไม้ไปให้ กระผมลงมาเขายัง กอดเขายังอะไรกันใหญ่ นี่กระผมยืนยันครับ ถ้าไม่เช่นนั้นศาลต้องลงโทษแล้วครับ
เอาเข้าไป
ขอบคุณครับ
เอาเข้าไป เอาเข้าไปทุกด้านครับ ขอหยุดแค่นี้ แล้วต่อไปเราดําเนินการให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ออกความคิดเห็น เพื่อจะได้ ให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป ทางวิปได้เปลี่ยนสลับกันระหว่างเบอร์ ๒๙ กับเบอร์ ๓๒ คือเบอร์ ๒๙ นี่คุณยุทธนานะครับ ส.ว. มาเปลี่ยนเอา ส.ส. ไปแทน ให้คุณสนอง เทพอักษรณรงค์ เชิญคุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ
ท่านประธานครับ
ครับผม
ผม ยุทธนา ยุพฤทธิ์ ครับ ส.ว. ยโสธรครับ ยังไม่ได้ยินยอมที่จะให้เปลี่ยนนะครับ
ยังหรือครับ ตอนนี้ยังหรือครับ
จริง ๆ แล้วจะเปึนคิวของ ท่านประเสริฐก่อน
ท่านยุทธนาครับ คือผมก็เอาตาม คําสั่งของวิปรัฐบาลนะครับ ก็ขอความกรุณาสักแป็บเดียวครับ เชิญคุณสนองไปเลย เร็ว ๆ หน่อย
กี่นาทีครับท่านประธาน ครับ
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับก่อนอื่นกระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน เปึนอย่างสูง ที่ท่านได้กรุณาให้โอกาสกระผมได้มีโอกาสได้พูดจา ได้แสดงความคิดเห็น กระผมถือว่าญัตติที่มีการประชุมในวันนี้ เปึนญัตติที่มีความสําคัญต่อประเทศชาติ บ้านเมืองเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับถ้าหากว่าเราจะเปรียบไปแล้ว วันนี้ท่านสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติที่นั่งอยู่ในสถานที่นี้ จะเปรียบไปก็เปึนเหมือนนายแพทย์ที่กําลังจะ พิจารณา ที่จะช่วยกันรักษาอาการไข้ คนไข้ก็คือในประเทศไทยนั่นแหละครับ ที่กําลังเจ็บ ไข้ได้ป์วยอยู่ เพราะฉะนั้นก็เปึนหน้าที่ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ที่จะได้ ช่วยกันรักษาเยียวยาหาข้อยุติปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง กระผมเชื่อแน่ได้ว่า นับตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ พ.ศ. ๒๕๔๙ เปึนต้นมา ตั้งแต่ประชาชนในบ้านเมืองของเราได้ มีความคิดเห็นที่แตกแยกกันทางการเมืองนั้น กระผมอยากจะเรียนถามท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ถามไปถึงบรรดาพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศผ่านท่านประธานสภาว่า วันนี้เราพอจะตอบกันได้หรือยังครับว่า ที่ผ่านมาที่เรารบกัน สีหนึ่งก็บอกว่า แพ้ไม่ได้ อีกสีหนึ่งก็บอกว่า แพ้ไม่ได้ สู้กันมา ๓ ป้ ๔ ป้ กระผมถามว่าวันนี้มีผู้ชนะแล้วหรือยังครับ ใครเปึนผู้ชนะครับ ท่านประธานครับถ้าจะช่วยกันพิจารณาด้วยความถ่องแท้ ผมยังมองไม่เห็นว่าวันนี้ใครเปึนผู้ชนะจากสถานการณ์ที่เลวร้ายของบ้านเมืองของเราที่ มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนสีไหนก็แพ้ทั้งนั้น เหนือสิ่งอื่นใดที่แพ้มากที่สุด ท่านประธานครับ ใคร ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกหยิบเอามาแอบอ้าง ประเทศชาติเสียโอกาส นี่คือผู้ที่พ่ายแพ้ ที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียกร้องครับ ไหน ๆ เราจะร่วมกันรักษา ประเทศชาติของเรา ผมอยากจะเรียกร้องให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งรัฐสภานี้ทุกท่าน รวมไปถึงบรรดาพี่น้องประชาชนทุกท่านด้วย ผมว่าท่านลองหยุดคิดสักนิดเถอะครับ ลองตั้งสติ แล้วทําจิตให้ว่าง ลด ละ ปล่อยวาง แล้วลองทบทวนเหตุการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ว่า ปัญหาที่เกิดที่แท้จริงนั้นมาจากอะไร แน่นอนครับ ในสถานการณ์เหตุการณ์ทาง การบ้านการเมืองเรารู้มาพอ ๆ กัน ป้ ๒๕๕๑ ประเทศชาติของเราพ่ายแพ้ยับเยินมาแล้ว รอบหนึ่ง พอขึ้นต้นป้ ๒๕๕๒ บ้านเมืองทําท่าจะสงบ ปัญหาเศรษฐกิจกําลังรุมเร้า รัฐบาล ใหม่เข้ามาก็หวังว่าจะได้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่าพอต้นป้ ๒๕๕๒ ปัญหาเริ่ม จะทวีความรุนแรงขึ้นมาอีก ตั้งแต่วันไหนครับท่านประธาน ตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ในวันนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้จัดให้มีการประชุม ที่เขาใหญ่ ในการประชุมครั้งนั้นก็ไม่ได้เสียหายอะไรหรอกครับ แต่ทว่าปรากฏว่าในขณะที่ ท่านสมาชิกไปประชุม ก็มีการโฟนอิน (Phone in) ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านพันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้โทรมาให้นโยบายต่าง ๆ ต่อสมาชิก พร้อมกับชื่นชมท่านวีระ ท่านณัฐวุฒิ ท่านจตุพร ท่านอดิศร ท่านจาตุรนต์ ชื่นชมว่า อย่างไร บอกว่าท่านเหล่านี้เปึนผู้ที่เสียสละ ทํางานให้กับท่านนายกฯ ทักษิณ ผมก็ว่าดี ครับ ไม่ได้ไปอิจฉาอะไรในการได้ดิบได้ดีของท่านเหล่านี้ พอหลังจากวันนั้นละครับ จะเห็น ได้ว่าขบวนการที่มีการปลุกเร้า ปลุกระดมมวลชนต่าง ๆ พยายามระดมพี่น้องประชาชน ก็เกิดขึ้นมาโดยลําดับ มีการจัดเวที มีการประชุม มีการชุมนุมกันหลายครั้งหลายหน ไม่ว่า จะในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะในต่างจังหวัด ประชุมที่ไหน เวทีไหนก็มีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเปึนการโฟนลิ้ง (Phone link) ไม่ว่าจะเปึนการโฟนอิน เข้าไปทุกที่นั่นละครับ ไปเพื่อทําไม ก็พยายามไปปลุกเร้าให้ประชาชนออกมาต่อต้านรัฐบาล ไม่ยอมรับรัฐบาล พยายามที่จะชักชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ โฟนอิน ไปทุกแห่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งงานบุญ งานวัด ผมเห็นมาเล่ากันบอกขนาดงานวัด งานผ้าป์า งานกฐินก็ยังไม่เว้น เว้นอยู่งานเดียว งานฌาปนกิจ ท่านไม่โฟนอินเข้าไป เว้นอยู่งานเดียว ครับท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ พวกผมนี่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีรัฐบาลโดยการนําของ ท่านนายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เปึนนายกรัฐมนตรีนั้น กระผมทั้งทีม ทั้งพรรคต้องถูก ไม่ว่าจะเปึนบรรดาท่านแกนนํา นปช. ทั้งหลายได้กรุณาไปกล่าวบนเวทีหลายครั้ง หลายหน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในป้กของพรรคเพื่อไทยก็หลายท่าน ท่านได้กรุณา เมตตาได้เอ่ยถึงพวกกระผมหลายครั้งหลายหน ท่านได้กรุณาเมตตาได้เอ่ยถึงพวกกระผมหลายครั้งหลายหนเช่นเดียวกัน ท่านเอ่ยว่า อย่างไรคนที่เปลี่ยนไปนี้บอกว่าทรยศ หักหลัง เนรคุณ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม คิดว่าท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คงจะจําได้เหมือนกันว่าผลจากการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในยุคที่เราเลือกตั้งครั้งสุดท้าย ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เลือกตั้งเสร็จมีการก็รัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละครับ ผู้แทนราษฎรก็ชุดนี้แหละครับได้มีการ เลือกตั้งโหวตคนเปึนนายกรัฐมนตรีคนที่ ๑ ตอนนั้นได้ท่านนายกรัฐมนตรีชื่อท่านสมัคร สุนทรเวช ทุกท่านก็สรรเสริญดีเปึนประชาธิปไตยท่านว่าอย่างนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี สมัครมีปัญหาต้องเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒ ได้นายกรัฐมนตรี ชื่อท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านก็บอกว่าถูกต้องแล้ว ชื่นชมเปึนการใหญ่ครับดี ต่อมาครับ มาถึงในช่วงที่มี การยุบพรรคการเมืองอยู่ ๓ พรรค พอยุบเสร็จพี่น้องของเราในส่วนหนึ่งก็ดิ้นรนเกรงว่าจะ ไม่ได้รับสมัครรับเลือกตั้งก็ออกไปอยู่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งในส่วนของผมนี่ ๒๐ กว่าคน เรายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะอยู่พรรคการเมืองพรรคไหนเพียงแต่จะอยู่พรรคการเมืองพรรค ไหนนั้นขอดูนโยบายว่าจะให้อะไรกับบรรดาพี่น้องประชาชนบ้าง จะสร้างประโยชน์อะไร ให้กับบ้านเมืองบ้าง มีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ ครับ รัฐธรรมนูญฉบับเก่า ผู้แทนราษฎรก็คนเก่าครับที่เลือก แต่ตอนนี้เราพิจารณาดูแล้วว่าถ้าเราปล่อยให้บ้านเมือง เปึนอย่างนี้มันคงถึงทางตัน พี่น้องต้องตกงาน ต้องยาก ต้องลําบาก ก็ตัดสินใจว่าถ้า อย่างนั้นเรามาเปลี่ยนใหม่ ร่วมกันสนับสนุน ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีดูบ้าง รัฐธรรมนูญก็ฉบับเก่า คนเลือกก็คนเก่า พอผมเลือกท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เริ่มเปึนงูเห่ามาตั้งแต่บัดนั้นแหละท่านประธาน กลายเปึนคนเนรคุณมา ตั้งแต่วันนั้นแหละท่านประธาน กลายเปึนคนหักหลังมาตั้งแต่บัดนั้นเลย เปึนชนักติดหลัง มาจนเท่าทุกวันนี้ พูดกันหลายครั้งหลายหนที่ผมเอามาพูดในวันนี้ผมหวังว่าต่อไปนี้ขอให้ เลิกพูดเถอะครับ ๆ ว่าพวกผมเนรคุณ พวกผมทรยศ พวกผมหักหลังนายเลิกเสียที ที่บอก ให้เลิกนี่เพราะอะไรครับ เมื่อผมสนับสนุนท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรีท่าน อยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคพวกส่วนใหญ่อีกส่วนหนึ่งนั้นก็ไม่ได้ไปสนับสนุนสมาชิก พรรคเพื่อไทยให้เปึนนายกรัฐมนตรี แต่กลับไปสนับสนุนท่านพลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วท่านชื่นชมว่าท่านทําถูกก็ถ้าแน่จริงครับทําไมไม่ตกลงให้เรียบร้อย ถ้าอย่างวันนั้นในพรรคเพื่อไทยผมก็ว่ามีคนดี ประทานโทษ ผมชื่นชมท่าน ถ้าเสนอท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เสนอท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เปึนนายกรัฐมนตรีทุกอย่าง ก็จบ ทําไมไม่เสนอครับ แล้วไปเอาใครมาในฐานะที่เราเปึนพรรคใหญ่ ท่านเลือกพรรคอื่น แต่ถ้าผมเลือกพรรคอื่นมีปัญหา ทรยศหักหลัง ผมถามว่าความยุติธรรมมันเกิดขึ้นไหม ครับ ผมต้องเรียกร้องตรงนี้แหละครับจะได้เลิกพูดกันเสียทีพวกงูเห่า ทรยศนาย หักหลังนาย ใครหักหลังใครครับ ผมเห็นด้วยกับวันที่ ฯพณฯ เนวิน ชิดชอบ ได้แถลงข่าว ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ ที่โรงแรมสยามซิตี้ ท่านได้ให้ คําจํากัดความว่าอ้ายคําว่า ทรยศหักหลัง มันน่าจะดูจาก
ท่านประธานครับ ขอประท้วงครับ
ประท้วงอะไร ประท้วงผมหรือ ประท้วงผู้อภิปรายครับ
ประท้วง ผู้กําลังอภิปราย ตามข้อ ๖๓ ครับ คุณสนองบอกว่า งูเห่า ถ้าคุณไม่ยอมรับเปึน งูเห่า คุณก็เปึน งูรางแห ไม่ใช่ งูเห่า เปึนงูไม่มีประโยชน์อะไร
นี่ไม่ใช่ประท้วงแล้ว
ท่านประธานครับ ก่อนที่เราจะยุบพรรค คุณเนวินที่พวกเรานับถือนี่ล่ะ ไปประชุมอยู่ที่ พรรคบอกว่ามีข่าวว่าพวกเราจะไปรวมกับพรรคประชาธิปัตย์
ไม่ใช่ท่านประท้วงในกรณีเรื่องอะไร
ตั้งรัฐบาล วันนั้นน้องสาวท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไปนั่งฟังอยู่ด้วยกัน ท่านเนวินบอกว่าแม้แต่คิด ก็ผิดแล้ว ใครจะกล้าทรยศ แต่หลังมาไม่กี่วันก็ทรยศจะให้ผมว่าอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ
ประท้วงอะไรอีกล่ะครับ
ผมประท้วง ผู้อภิปรายครับ ที่ประท้วงเมื่อกี้ครับ ผม อภิชาต สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประธานปล่อยให้พูดแบบนั้นได้อย่างไรครับ เขาประท้วงข้อไหนครับ ท่านประธานไม่ถามล่ะครับ ท่านประธานต้องถามสิครับว่า ประท้วงใคร ผิดข้อไหน ข้อบังคับคุณข้อไหน ไม่ใช่ปล่อยให้มาเห่ามาหอนอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ
ผมก็ถามแล้ว ไม่ใช่ไม่ถาม เชิญต่อ อย่าให้เสียเวลาเลยครับ อย่าให้กระแนะกระแหนกัน
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดหนองคาย ซึ่งก็เปึนบุคคลที่ผมรักแล้วก็นับถือเปึนอย่างยิ่งที่ได้กรุณาให้โอกาส ให้ผมได้พักนิดหนึ่ง ก็ต้องยอมรับนะครับว่าท่านจําเปึนที่จะต้องแสดงออกก็เห็นใจจริง ๆ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับถ้าเราติดตามดูการชุมนุมหลายครั้งหลายหนไม่ว่าจะเปึน เวทีไหนก็ตามครับท่านประธาน จะเห็นได้ว่าในทุกเวทีที่มีการชุมนุมนั้น เน้นหนักอยู่ อย่างเดียวครับ เพื่อให้เกิดสถานการณ์ที่ทําอย่างไรจะให้ประเทศชาติได้เสียหายมากที่สุด มีการยุแยงมีการยุแหย่พี่น้องประชานให้ไปป่ดล้อมศาลาจังหวัดทุกจังหวัด มีการบอกว่า ถ้าเสื้อแดงอยู่ไม่ได้ก็ให้มันตายไปพร้อมกัน อีกหลายประโยคครับ ก็ล้วนแต่ปลุกเร้า อารมณ์พี่น้องประชาชนคนต่างจังหวัดคนท้องถิ่นทั้งนั้น แต่ถ้าเราจะมาพิจารณาถึง ความเปึนจริงครับท่านประธาน ผมไม่เคยได้ยินในการชุมนุมทุกครั้งจะเอยถึงปัญหาของ พี่น้องประชาชน คนยากคนจนเคยมีไหมครับว่าวันนี้ราคาข้าวไม่ดี เรามาชุมนุมกันเพื่อจะ ช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวนา เพื่อให้รัฐบาลประกันราคาข้าวให้ข้าวราคาดี เคยมีไหมครับ จะช่วยพี่น้องชาวไร่อ้อย เพื่อให้อ้อยมันราคาดี เคยมีไหมครับ ทําอย่างไรที่จะให้สินค้าถูก ไม่เคยมีครับ ประชุมแต่ละครั้งถ้าเราจะสังเกตดูดี ๆ ครับท่านประธานที่เคารพ ก็จะเปึน การชุมนุมเพื่อผลประโยชน์ของคนคนเดียว คือ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร และพวกพ้องที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง สําหรับตัวท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ นี่ไม่มีอะไรมาก ต้องการจะได้ทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้คืน โดยไม่ต้อง ผ่านกระบวนการพิสูจน์ว่าได้มาโดยถูกต้องหรือไม่ในชั้นศาล และต้องการให้ตัวเองพ้นโทษในคดีที่ศาลพิพากษาแล้ว ซึ่งเปึนเรื่องที่เปึนไปไม่ได้ในภาวะ ปกติ ต้องการแค่นั้นละครับ ไม่ต้องปฏิเสธเลยครับว่าที่ผมพูดไม่จริง ก็เมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน มาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผมก็ยืนอยู่ในจุดที่พวกท่านยืน ก็ยืนอยู่ด้วยกันครับ วันนี้ปฏิเสธ ความจริงไม่ได้ เพราะฉะนั้นผลจากการที่ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีได้มีส่วนร่วมได้มี ส่วนยุยงส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้เกิดความเสียหายนั้น วันนี้ก่อนที่ จะเยี่ยวยารักษาอาการของบ้านเมือง ประการแรกต้องรู้จักอาการของโรค ผมขออนุญาต ตั้งประเด็นข้อกล่าวหาท่านอดีตนายกอยู่ ๕ ข้อด้วยกัน ข้อที่ ๑ ฯพณฯ อดีตนายก พันตํารวจโท ทักษิณ ท่านจงใจกล่าวคําโกหกหลอกหลวงพี่น้องประชาชน ข้อที่ ๒ ฯพณฯ อดีตนายก พันตํารวจโท ทักษิณ ท่านจงใจยุยงส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนกระทําผิด กฎหมาย ทําให้ประเทศชาติเสียหายเสียโอกาส ประการที่ ๓ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ท่านเปึนบุคคลที่เห็นแก่ตัวมากที่สุด ข้อที่ ๔ ท่านขาดความจริงใจ และท่านทอดทิ้งพี่น้องประชาชน ประเด็นสุดท้าย ข้อที่ ๕ เปึนประเด็นที่ผมเชื่อแน่ได้ว่า คนไทยทั้งประเทศก็ยอมไม่ได้ ผมขอกล่าวหาว่าท่านจงใจและมีส่วนร่วมให้มีการ หมิ่นสถาบันเบื้องสูง นี่ ๕ ประการครับ ที่ผมตั้งประเด็นตั้งข้อกล่าวหา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะขยายความ
ขออนุญาตท่านประธานครับ
มีผู้ประท้วงคุณสนอง
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาต ประท้วงในข้อ ๖๓ ขณะนี้ท่านผู้อภิปรายนั้นนะครับ กําลังใส่ร้ายบุคคลซึ่งไม่ได้อยู่ใน ที่ประชุมแห่งนี้ และก็ไม่สมควรอย่างยิ่งครับ เพราะตัวท่านเองนั้นกล่าวอ้างว่าตัวเองก็เคย อยู่พรรคเดียวกันมา หลังจากที่มีการแยกพรรคแล้ว ก็เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามที่ท่านเล่า มา ท้ายที่สุดท่านไปกล่าวร้ายนะครับ ในสิ่งต่าง ๆ ผมขออนุญาตให้ท่านประธานวินิจฉัย แล้วก็ถอนตรงประเด็นที่พูดไปนะครับ
ผมวินิจฉัยครับ ถ้าเปึนการเสียดสี ใส่ร้าย ช่วยถอนด้วย คุณสนอง
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนยืนยันว่า ในทุกประเด็นที่ผมตั้งข้อกล่าวหานั้น ผมรับผิดชอบคําพูดของกระผม เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันพิสูจน์ได้ครับ พิสูจน์ได้อย่างไร ครับ ศาลก็ตัดสินจําคุกแล้ว เวลานี้ล่าสุดหมายศาลก็ออกประกาศจับอีกแล้ว ผมกล่าว คําเท็จตรงไหน ก็พยานหลักฐานมันชัดเจนครับ
ก็ถือว่าท่านยังยืนใช่ไหมครับ
นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สภาผู้แทนราษฎร (บุรีรัมย์) ผมยืนยันครับ ผมพูดไปตามเหตุที่มันเกิด มันเกิดขึ้นจริง
ผมว่าเพื่อให้การอภิปรายได้เดินไป สิ่งใดที่เรื่องล่วงเกินบุคคลภายนอกนะครับ เขาห้ามพูดในสภาแห่งนี้ รับผิดชอบก็จริง แต่เกิดการเสียหาย ฉะนั้น ผมคิดว่าคุณสนองถอนก็ถอนเถอะ เพื่อความเรียบร้อยเพราะ คุณพูดไปแล้วคุณถอนก็มีอยู่ในวาระอยู่เหมือนกัน เชิญถอนเถอะ
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาจากจังหวัดบุรีรัมย์
ยิ่งบุรีรัมย์ ผมยิ่งเสียมาก คุณถอน เถอะ
ผมกําลังจะกล่าวว่า ท่านประธานนั้นก็เท่ากับเปึนพ่อของผมนะครับ เมื่อท่านได้ให้ คําแนะนํา ผมก็พร้อมที่จะถอน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ
ถอนแล้วนะ
ผมถอน แล้วครับ
ไม่มีประท้วงอีกนะครับ พอ เชิญต่อ
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับด้วยความเปึนจริงอยู่อย่างหนึ่งว่า ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมานั้น ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านพันตํารวจโท ทักษิณ นั้น ท่านได้ใช้ทั้งโทรศัพท์ โฟนอิน ทั้งวีดิโอลิงค์เข้าไปทุกสถานที่ยุยงส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้กระทําผิด กฎหมาย มันเห็นกันชัดเจนครับ เห็นกันชัดเจน ไม่ว่าจะเปึนการให้พี่น้องประชาชนไปรุม ทําร้ายนายกรัฐมนตรี
หมดเวลาแล้วครับ หมดเวลาแล้ว
ที่พัทยา
หมดเวลาแล้ว พอแล้ว หมดเวลาครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตสรุปนิดหนึ่งครับว่า ผมยังยืนยันว่า ต้นเหตุที่บ้านเมืองมี ปัญหานั้นเกิดขึ้นจากคนคนเดียว คือท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนนี้ ผมยืนยันได้ครับ แล้วถามว่าวันนี้ถ้าจะให้บ้านเมืองสงบ สังคมเรียบร้อยจะทําอย่างไร
ท่านประธานครับ
ผมก็ยัง ยืนยันว่าด้วยบารมีของท่านท่านสามารถทําได้ครับ ๑. ถ้าท่านเลิก
ท่านประธานที่เคารพครับ
คือมีผู้ประท้วงอีกแล้วครับคุณสนอง เชิญ ๆ คุณสุรพงษ์
ท่านประธานขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะ ไม่ลุกขึ้นประท้วง แต่ผมทนเห็นพฤติกรรมการกล่าวพาดพิงผิดข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๖๓ กล่าวใส่ร้ายอดีตหัวหน้าพรรคของผมครับ กล่าวอย่างนี้มันไม่ถูกต้องท่านประธาน ต้องให้ถอนครับ เปึนใครมาจากไหน แน่ขนาดไหน ถ้าผมจะกล่าวบ้างว่า คนที่ทําความ เสียหายให้ประเทศชาติคือ คุณเนวิน ขอบคุณครับ
นั่นคืออยู่บุคคลภายนอกเหมือนกัน ก็พอ ๆ กันแหละครับ ก็เจ๊ากันไปครับ หมดเวลาแล้วคุณสนอง
ท่านประธานครับ ขอประท้วงครับ ขอให้ถอนเรื่องที่ว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ โฟนอินมาแล้วก็ในฐานะที่ผมอยู่ในเวทีตลอดนะครับ ผมเรียนเลยว่าท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณไม่ได้พูดให้ประเทศเสียหายครับ ตรงกันข้าม กลับเรียกร้องในสิ่งที่ อยากจะให้บ้านเมืองกลับสู่ระบอบที่ประชาชนยอมรับความยุติธรรมเกิดครับ แล้วก็ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ผมมาจากพรรคพลังประชาชนครับ ผมไม่ต้องเนรคุณต่อท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณหรอกครับ ขอว่าอย่าเนรคุณต่อประชาชนที่เลือกมา อุดมการณ์ที่ ประชาชนเลือกมาเปึนเรื่องใหญ่ครับท่าน ฉะนั้นวันนี้ใครผิดใครถูกกลับไปเลือกตั้งแล้วมา ใหม่ถึงจะรู้กันครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ นั่งที่ได้แล้วคุณสนอง
ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วคําพูดที่บอกว่า ถ้าหากว่ามีปัญหาเสียงป๋นดังนัดแรก แล้วผมจะเดินเข้ามานําพี่น้องประชาชนนะครับ
ท่านประธานครับ
พอแล้วครับคุณสนอง
ท่านประธานที่เคารพครับ
ผมว่าพอแล้วให้หยุดแล้วไม่หยุด
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ
ครับ ใครประท้วงก่อนประท้วงหลังนี่ ๒ คน หัวหน้าทางนี้ก่อนแล้วหัวหน้ารองก็ตามหลัง เชิญครับหัวหน้าวรวัจน์ เชิญ
ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ท่าน ประธานครับ ผมต้องเรียนว่าวันนี้ถ้าซีกรัฐบาล
ไม่ใช่ ประท้วงอะไรผมหรือเปล่า หรือ ประท้วงใคร
ผมประท้วง ท่านประธานแหละครับ ผมก็จะเรียนท่านประธานว่า ท่านประธาน
ประท้วงผมข้อบังคับข้อไหนครับ
ข้อ ๘ ครับ ในการบังคับควบคุม
ก็ผมบังคับแล้ว ให้เขาหยุดแล้ว
ท่านประธานครับ ท่านประธานควบคุมแล้วก็ปล่อยให้พูด ควบคุมแล้วก็ปล่อยให้พูด ท่านประธานกล่าวอ้างถึงบุคคลภายนอกนะครับ ผมเห็นว่ามันไม่สมควร ท่านประธาน วินิจฉัยแล้วก็ยังเกิดขึ้นอีก ผมเรียนท่านประธานครับ วันนี้การประชุมสภาครั้งนี้เราพูดถึงรัฐบาลที่ฆ่าประชาชน นะครับ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ทําการฆ่าประชาชน ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นความขัดแย้งวันนี้คือการฆ่าประชาชนเหมือนที่ผมอภิปรายไปเมื่อเช้า ถ้ารัฐบาล ต้องการสมานฉันท์ต้องหยุด
พอแล้ว ผมวินิจฉัยครับ
ต้องหยุด นะครับ ไม่ใช่ว่ามาทําอย่างนี้มันจบไม่ได้หรอกครับท่านประธานครับ
ผมวินิจฉัย คุณสนองหยุด หยุดแค่นั้น หยุดผมไม่ให้พูดอีกแล้ว หยุด
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ
เสียจังหวัดบุรีรัมย์หมดครับ นั่งลงครับ คุณไพจิตประท้วงอะไรอีก
ท่านประธาน ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปราย ข้อ ๖๓ นะครับ ใส่ร้ายบุคคลอื่นแล้วก็ท่านประธานก็ให้หยุด การอภิปรายก็แปลว่าการใส่ร้ายทําให้บุคคลอื่นเสียหาย ซึ่งผมต้องกราบเรียนว่า ท่านทักษิณเปึนบุคคลที่มีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองในหัวใจของพวกผม ท่านบอกว่า เปึนต้นเหตุทําให้เกิดความเสียหายด้วยท่านทักษิณ เปึนการใส่ร้ายครับท่านประธาน ต้องถอนครับท่านประธานครับ ถ้าหากไม่ถอนก็แปลว่ายังให้มีบันทึกว่าพูดไว้อย่างนี้ แล้วก็จะเกิดความเสียหาย แล้วถ้าหากจะมีการพูดกันคนนี้ใส่ร้ายแล้วก็ปล่อยไม่ถอน ผมขออนุญาตให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ถอนออกไปก่อนครับท่านประธานครับ
ครับก็วินิจฉัยแล้ว เมื่อสักครู่นี้เขา ก็ถอนไปแล้วครั้งหนึ่ง เอาถอนครั้งที่ ๒ เถอะคุณสนอง เพื่อให้เดินไปด้วยความเรียบร้อย
ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประชุมกี่ครั้งกี่หน เอ่ยถึง ท่านเนวิน ชิดชอบ ผมไม่เคยประท้วงเลยครับ
ก็พอดีผมนั่งอยู่ตรงนี้เปึนพ่อเขา ผมก็ ไม่อยากจะให้เขาจะว่าอย่างไรก็ว่าไป พวกผมไม่เปึนไรหรอกครับ รับฟังได้ อดทนได้
วันนี้ ประชาชนทั้งประเทศเขารู้กันทั้งนั้นล่ะครับ ถึงผมจะถอนอย่าคิดว่าประชาชนไม่รู้ ประชาชนเขาก็รู้ครับ
พอแล้วครับ พอแล้ว ถอนเถอะ ถอนแล้ว หมดภาระเรื่องถอนแล้วนะคุณไพจิตพอใจนะครับ เดี๋ยวสักครู่ครับท่านรัฐมนตรี เดี๋ยวจะให้พูดเลย ๒ ชั่วโมง ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ต่อไปท่านยุทธนา ยุพฤทธิ์ เชิญครับ ให้ท่านยุทธนาก่อนครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีครับ ด้วยความ เคารพครับ
ยังไม่หมด เรื่องถอน อันนี้เปึนเรื่องที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่า รัฐบาลฆ่าประชาชน ต้องถอนคําพูดนี้ ครับ
ท่านประท้วงข้างบน
เพราะว่า เปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรง ใส่ร้ายไม่รับผิดชอบ ท่านพูดได้อย่างไรครับว่ารัฐบาลฆ่า ประชาชน คํากล่าวเช่นนี้ไม่ควรออกจากสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ เพราะฉะนั้น คุณวรวัจน์เปึนสมาชิกต้องให้เกียรติสภา เรื่องการพิสูจน์หลักฐานหรืออะไรรัฐบาลนี้ ก็รับฟัง แต่ไม่ใช่การมาพูดพร่อย ๆ กล่าวหาอย่างนี้มันเสียหาย นี่คือรัฐบาลที่มา โดยประชาชนมาอย่างถูกต้องมีการโหวตเสียงภายใต้รัฐธรรมนูญเหมือนที่ท่านโหวตเลือก นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านอย่าเลือก ๒ มาตรฐานสิครับ สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ฆ่าฟันประชาชนไปแค่ไหน ที่กรือเซะ ตากใบ ทําไมท่านไม่ตรวจสอบสู้ให้ประชาชนที่เขาไม่ได้รับความเปึนธรรม ทนายสมชายหาย ไปไหน แต่วันนี้บ้านเมืองกําลังเดือดร้อนบอบช้ํา
ท่านประธาน ครับ ผมประท้วงครับ
เราต้อง มาหาทางออกให้ประเทศไม่ใช่มาซ้ําเติม
ท่านประธาน ครับ
ครับ
มันต้อง ถอน ท่านประธานต้องให้เขาถอนคําว่า รัฐบาลฆ่าประชาชน
เดี๋ยว
ผมประท้วงครับ
ท่านยังไม่นั่งลงแล้วผมจะบอกให้เขา ถอนได้อย่างไรท่านรัฐมนตรีครับ
ครับ
ครับ มีผู้ประท้วงอีกรายหนึ่ง ประท้วง เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย สมาชิกรัฐสภา ท่านรัฐมนตรีประท้วงท่านก็ประท้วง ท่านไม่ใช่อภิปราย แล้วก็ยืนเต๊ะท่าล้วงกระเปิาแล้วก็ต่อว่าสมาชิก ท่านคิดว่าท่านนั่งข้างบนท่านใหญ่มาก หรืออย่างไร
คือคุณพิเชษฐ์พูดกับประธานครับ ท่านวรวัจน์ครับ ถอนไปเถอะครับ เพราะว่ามันแรงเกินไปครับคําพูดนะ แรงมาตลอดแล้ว ตอนนี้ถอนสักนิดหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรครับ
ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ผมต้องเรียนท่านประธานนะครับ วันนี้ข้อมูลที่ ผมนําเสนอมาตั้งแต่เช้าเปึนข้อมูลที่
คือท่านจะถอนหรือไม่ถอน ให้ผมได้ วินิจฉัยเรื่องนี้ก่อน ผมได้วินิจฉัยแล้วควรถอนก็ถอนไปก่อน
ท่านประธานครับ ฟังผมนิดหนึ่งนะครับ ทั้งหมดนี้เปึนการอภิปรายของผมมาตั้งแต่ ตอนเช้า แล้วผมได้ชี้แจงนะครับว่ามีทหารทําร้ายประชาชน ทั้งตี ทั้งเตะ ทั้งกระทืบ
คือฟังกันพอสมควรแล้วครับเรื่องเตะ ตี ต่อย เหยียบอะไรก็ฟังมาพอสมควรแล้ว
แล้ว จนกระทั่งถึงมีรถทหารเอาพี่น้องประชาชนซึ่งผมจะเป่ดคลิปให้ท่านดูท่านไม่ให้เป่ด นั่นคือ สิ่งที่ผมพยายามจะบอกว่าเกิดเหตุรัฐบาลฆ่าประชาชน
พอแล้วครับ ผมขอความกรุณาท่าน ถอนไปเถอะครับ
ไม่ครับ ท่านประธาน เรื่องนี้ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน
ผมขอความกรุณาให้ถอนนะครับ เพราะว่าเปึนเรื่องการใส่ร้ายอย่างรุนแรง ผมไม่อยากจะให้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ก็อยากจะขอความกรุณาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของจังหวัดแพร่ได้วินิจฉัยด้วยว่าตัวเอง ได้พูดคํารุนแรงหรือเปล่า
ผม กล่าวหาเรื่องนี้แล้วขอให้รัฐบาลพิสูจน์ เอาอย่างนั้นแล้วกันครับ ผมไม่ว่ารัฐบาลฆ่า ประชาชนนะครับ แต่ผมกล่าวหาว่ามีการฆ่าประชาชนเกิดขึ้น ขอให้รัฐบาลดําเนินการ พิสูจน์ด้วย
ท่านไม่ถอนใช่ไหมครับ
ผมขอถอน คําว่า รัฐบาลฆ่าประชาชน ก็ได้ครับ แต่ผมขอบอกว่ามีทรราชฆ่าประชาชนช่วยพิสูจน์ให้ ผมด้วยว่าใครฆ่า
ผมว่าก็เครือเดียวกันครับที่พูด
ท่านประธานยอมรับหรือว่ารัฐบาลคือทรราช ถ้าเปึนคนละคนกันก็แยกสิครับ
คือนิดเดียวเท่านั้นเอง ขอถอนเท่านั้น ไม่ต้องไปพูดอะไร
ด้วยเหตุ ครับท่านประธานครับ ที่ผมอภิปรายมาแต่เช้านี้เรื่องรถทหารเอาประชาชนไปเผา ไปฆ่า ผมอภิปรายมาแต่เช้าเปึนเรื่องนี้หมดนะครับท่านประธาน
ผมว่ามันจะยาวไปคุณวรวัจน์
เปึนเรื่องที่ เรากล่าวหานะครับท่านประธาน แล้ววันนี้รัฐสภาแห่งนี้ต้องพิสูจน์เรื่องนี้นะครับ
เรื่องพิสูจน์ก็เรื่องพิสูจน์ แต่เรื่องที่เขา ขอให้ถอนนี่จะถอนหรือไม่ถอน
ผมถอนคํา ว่า รัฐบาลฆ่าประชาชน แล้วอย่างไรครับ แต่ผมกําลังกล่าวหาว่าช่วยพิสูจน์ให้ผมหน่อย ว่าทรราชที่ฆ่าประชาชนคือใคร ขอความกรุณาช่วยพิสูจน์ได้ไหมครับ แต่ผมไม่ว่าทาง รัฐบาลเลยครับ ผมเรียกคนนั้นว่า ทรราช ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณถอนว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาล อะไรนะ หูตึงแล้ว ก็ถือว่าถอนก็แล้วกันครับ เชิญครับท่านยุทธนา
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภา กระผม ยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดยโสธร ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต กราบเรียนขอความเปึนธรรมในเรื่องการจัดสรรเวลาให้เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาด้วย เพราะที่ ผ่านมาทางวุฒิสมาชิกได้อภิปรายเพียงท่านละ ๕ นาที ๘ นาที แล้วก็สลับ
ท่านยุทธนาครับ เดี๋ยวนี้ผมไม่รู้จะงงอย่างไรครับ คือ เดี๋ยวมีชื่อคุณยุทธนา เดี๋ยวมีชื่อคุณประเสริฐก่อนอะไรนี่ร้อยแปดนะครับ เปลี่ยนเรื่อย ผมก็ตัดสินใจให้คุณยุทธนาก่อน เขาให้ ๘ นาทีก็เอา ๘ นาทีไปก่อนเถอะน้องรัก เชิญครับ
ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภานะครับที่ท่านให้โอกาส เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และเพื่อน สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมต้องขอขอบคุณ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนะครับ ที่รัฐบาลได้เสนอญัตติขอให้มีการอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเพื่อรับฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภานะครับ ในอันที่จะร่วมกัน แก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ของบ้านเมืองในปัจจุบัน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าวันนี้และ เมื่อวานนี้น่าจะเปึนจุดเริ่มต้นและนิมิตหมายที่ดีสําหรับบ้านเมืองในอันที่จะร่วมกันหาทาง ที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องความคิดเห็นอันแตกต่างของชนในชาติเพื่อแก้ปัญหาให้ พี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน ก่อนที่จะเกิดปัญหารุนแรงและบานปลายนะครับ กลายเปึนสงครามกลางเมืองหรือเปึน สงครามระหว่างประชาชนและประชาชน ดังที่ปรากฏอยู่ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึน ชุมนุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเสื้อเหลืองก็ดี หรือเสื้อแดงก็ดีนะครับ เมื่อสักครู่ผมได้รับ โทรศัพท์จากพี่น้องประชาชนจังหวัดยโสธร ได้โทรศัพท์เข้ามาว่าที่จังหวัดยโสธรของผมนั้น มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับเสื้อเหลือง มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับเสื้อแดงนะครับ มีความคิดเห็นแตกต่าง บางครั้งบางคนนั้นเปึนเพื่อนกัน บางคนเปึนพี่เปึนน้องอยู่ในบ้านเรือนหลังเดียวกันก็มี นะครับ รวมทั้งในสถานการณ์ก็บานปลาย ความคิดเห็นแตกต่างบานปลายไปถึงสังคม และชุมชนองค์กรต่าง ๆ นะครับ ดังปรากฏจาก ทราบว่ามีการชุมนุม ม็อบผู้ชุมนุมต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งในวุฒิสภาของกระผมเองนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาบางท่านก็ได้มา ปรับทุกข์ว่าได้มีเพื่อนที่คบหากันมา ๔๐ ป้ ๕๐ ป้ แต่ว่ามาระยะหลังมีความไม่เห็นด้วย สอดความคิดเห็นแตกต่างในเรื่องเสื้อเหลือง เสื้อแดง ทําให้กลายเปึนวิวาทะ กลายเปึน ประเด็นขัดแย้งไม่พูดจากันจากที่เปึนเพื่อนสนิทกันใน ๔๐ ป้ ๕๐ ป้นะครับ แล้วปัญหานี้ กําลังจะเปึนปัญหาสังคมที่รุนแรงและบานปลายไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ ถ้าไม่ได้รับการ แก้ไข ถ้าทุก ๆ ฝ์ายไม่ร่วมมือ เมื่อสักครู่ผมเห็นบรรยากาศของเพื่อนสมาชิก บรรยากาศ ของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาในที่ประชุมนะครับ ก็ทําให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีนักนะครับ ที่จาก เบื้องต้นนั้นคิดว่าเราจะเริ่มต้นที่ดี เปึนนิมิตรหมายใหม่ที่เราจะมาร่วมกัน ภายหลังจากที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็แสดงความใจกว้างในการที่จะเป่ดแสดง ความคิดเห็น ในการที่จะปฏิรูปการเมืองก็ดี หรือการรวบรวมให้ทุกฝ์ายได้เสนอประเด็นที่ เปึนปัญหาในบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะรวบรวมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เปึนที่เปึนสอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนของประเทศในที่สุด นะครับ
ท่านประธานครับ จากผลการประชุมของวุฒิสภาเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ที่ผ่านมานะครับ มีข้อสรุปหนึ่งใน ๗ ข้อที่มองเห็นปัญหาของวิกฤติบ้านเมืองนะครับ ประเด็นปัญหาหนึ่งนั้นเกิดจากประเด็นปัญหาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวนั้น ผมเองก็มีความเห็นด้วย แล้วก็หลังจากที่ผมได้มีโอกาสเปึนสมาชิกวุฒิสภาในเดือน มีนาคม ป้ ๒๕๕๑ นั้น ผมได้มีโอกาสยื่นญัตติให้มีการศึกษาในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่าผมเองนั้นเปึน ๑ ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เช่นเดียวกันนะครับ โดย ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่งในสภาร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ก็ได้ เห็นจุดข้อดีและข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้นะครับ ในส่วนข้อดีนั้นก็มีการขยาย สิทธิและเสรีภาพให้กับประชาชน ลดการผูกขาดอํานาจรัฐ ทําให้การเมืองมีความโปร่งใส องค์กรอิสระมีความเข้มแข็ง มีอิสระและมีประสิทธิภาพนะครับ แต่ในขณะเดียวกันในอีก ด้านหนึ่งที่เปึนปัญหาหรือจุดอ่อนนั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นไม่สามารถที่จะขจัดภาพ ในส่วนที่ผ่านมาว่า มีพื้นฐานมาจากบรรยากาศของการร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึน ประชาธิปไตยนะครับ แม้จะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจํานวน ๑๐๐ ท่าน มี กระบวนการรับฟังความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศนะครับ แต่ จะมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีส่วนร่วมจริง ๆ เพียง ๑๐ กว่าท่าน จากทั้งหมด ๓๕ ท่านนะครับ ซึ่งมีโจทย์ตั้งอยู่แล้วเพื่อที่จะขจัดความเข้มแข็งของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เดิมนั้น ซึ่งได้แก้ไขปัญหาความอ่อนแอของรัฐบาลนะครับ หลังจากนั้นทํา ให้มีผู้นํารัฐบาลแรกที่มีอายุครบเทอม ๔ ป้นะครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็เลยได้ถูก ออกแบบมาเพื่อที่จะให้ฝ์ายการเมือง พรรคการเมืองอ่อนแอนะครับ แล้วก็มองนักการเมืองในภาพลบนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการเอาผู้นํารัฐบาลท่านที่ ผ่านมานะครับเปึนตัวตั้ง แล้วร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากผู้นํารัฐบาล ท่านนั้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับผมได้มองรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในฐานะสมาชิก วุฒิสภาด้วยความเปึนกลางนะครับ แล้วก็อยากจะขอกราบวิงวอนนะครับให้สมาชิก รัฐสภาทุกท่านนะครับ ซึ่งไม่ว่าจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนจากฝ์ายค้านก็ดี ฝ์ายรัฐบาลก็ดี สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็ดี หรือจากการเลือกตั้งก็ดีนะครับทุกท่านล้วนเปึน ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีวุฒิภาวะ มีวิจารณญาณและทุกท่านนะครับมีความเชื่อมั่น ในระบบรัฐสภาเช่นเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับที่เชื่อว่าระบบ รัฐสภานั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาของทุก ๆ เรื่องได้นะครับ ทุก ๆ ท่านนั้นเกือบ ๖๓๐ ท่าน นะครับถือว่าเปึนตัวแทนจากภาคประชาชนนะครับทุกภาคส่วนก็ดีนะครับ รวมทั้งในส่วน ของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาก็ดี ก็ถือว่าเปึนตัวแทนจากองค์กรวิชาชีพในด้าน ต่าง ๆ นะครับ ทุกท่านก็ถือว่าเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนนะครับ ผมคิดว่าทุกท่าน จะมีวุฒิภาวะ มีวิจารณญาณอย่างดียิ่งนะครับในการที่จะร่วมกันพิจารณาเป่ดใจกว้างให้ บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่เปึนประเด็นปัญหานะครับ แล้วไม่เปึนการแก้ไขปัญหาให้ บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งนะครับ ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ แล้วก็สุดท้ายนี้ก็คงจะเปึนขอให้มีฝากพี่น้อง อปพร. นะครับ อาสาสมัครปัองกันภัยฝ์าย พลเรือนได้ฝากมานะครับว่าจากที่ผมได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายให้รัฐบาลให้ความสําคัญ ในส่วนของค่าตอบแทนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุก็ดี ผู้พิการก็ดี ผู้ด้อยโอกาสก็ดี รวมทั้ง ค่าตอบแทน อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) และ อปพร. นั้นขณะนี้ได้รับ การสนองตอบแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลเปึนอย่างยิ่งนะครับ แต่ยังมีในส่วน ของ อปพร. นั้นยังไม่ได้รับการพิจารณานะครับยังตกสํารวจไปนะครับ พี่น้อง อปพร. กว่า ๑ ล้านคนนะครับ เพื่อความเปึนธรรมและก่อให้เกิดความสมานฉันท์นะครับ ก็ขอให้ ท่านพิจารณาในส่วนของ อปพร. เพิ่มเติมไปด้วย
ครับ
เช่นเดียวกันกับผู้พิการ อีกประมาณ ๓–๔ แสนคนนั้นก็ยังไม่ได้รับเช่นเดียวกันนะครับ สุดท้ายนี้ผมขอให้ การประชุมของเราใน ๒ วันนี้นะครับเปึนทุกท่านได้ฝากน้อมนําเอาพระราชดํารัสของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับในการที่จะให้ทุกท่านในการที่จะให้พวกเรา รู้รักสามัคคีหันหน้าเขาหากันนะครับ เพื่อบังเกิดความผาสุกและความสมานฉันท์ของ สังคมและคนในชาติต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่าน ส.ว. ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ครับ เร่งหน่อยครับ
ท่านประธานชัย ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพี่น้องที่รับฟังรับชมอยู่ทางบ้านที่เคารพทุกท่าน กระผม ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาเลือกตั้งจากจังหวัดขอนแก่น กระผมมิใช่ เหลืองแล้วก็มิใช่แดงนะครับ แต่กระผมก็ต้องขอกล่าวนะครับว่าเรามุ่งมั่นที่จะปรองดอง ต้องพูดความจริงนะครับ ถ้าไม่พูดความจริงปัญหาจะแก้ไม่ได้ เราต้องยอมรับ ความเจ็บปวดนะครับ แล้วก็พร้อมที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน ปัญหาเกิดที่ต้นเหตุ ต้นเหตุ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนนะครับ เราขาดนักการเมืองที่ไม่ยึดถือกติกาประชาธิปไตย ป้ ๒๕๔๐ เลือกตั้งกันมาถ้าไม่ชอบอดทนหน่อยครับ ไม่เกิน ๔ ป้เลือกตั้งใหม่ แต่เพราะว่า ขาดกติกานะครับไม่ยอมรับกัน ไม่ยอมเลือกตั้งไม่ยอมลงเลือกตั้งกันบ้าง จึงเกิด มีขบวนการโค่นล้มกันทางอ้อม จนก่อให้เกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๙ กันยายนนะครับ ขบวนการที่เกิดในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนขบวนการให้ความเปึนธรรมทางการเมือง ในป้ ๒๕๕๐ วิกฤติหนักนะครับ เลวร้ายถึงการเขียนนิรโทษกรรมลงไปในรัฐธรรมนูญ ให้ผู้กระทําการปฏิวัติทําลาย ประชาธิปไตยไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ ซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ เราต้อง แก้ปัญหาที่ถูกจุดนะครับ ดังนั้นในขณะที่ประชาชนบางส่วนกลับต้องได้รับโทษสูงสุด โดยไม่ได้รับการยกเว้น มิหนําซ้ํายังต้องได้รับโทษย้อนหลังนะครับ ประชาชนบางคนถูก ลงโทษย้อนหลังสร้างความเสียใจนะครับ แล้วก็ปล่อยให้มีขบวนการสื่อเสรี ไร้การควบคุม ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันในสังคมนะครับ ซึ่งกระบวนการ นี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ มันมีแต่สร้างความเสียหาย สร้างความแตกแยกในสังคม ขณะนี้สื่อหนึ่งก็ถูกป่ดไปแล้ว ผมก็ขอร้องอีกสื่อหนึ่งนะครับ ว่าเรายุติสิครับ สร้างความเปึนธรรมกับสังคมอย่าให้เกิดความแตกแยกกันเลย สื่อหนังสือพิมพ์ก็ดี ผมขออนุญาตครับว่าถ้าไม่เปึนจริง ท่านนายกขออนุญาตนะครับว่า ท่านก็ควรจะต้องชี้แจงนะครับ เพราะว่าอันนี้สร้างความแตกแยกไปทั่วประเทศอีก ผมขออนุญาตนําภาพเพื่อเสนอนะครับ เอาภาพอันนี้ก่อนนะครับ ของไทยรัฐวันนี้หน้า ๓ ขอซูมภาพนิดหนึ่งนะครับ ภาพนี้ออกทั่วประเทศแล้วเก็บไว้ได้ตลอดเวลา ดูป้ไหน วันไหน ก็นึกภาพออกว่าในภาพนี้คือใคร ซ้ําคําพูดที่เขียนไว้ ประทานโทษ ขออนุญาตอ่านนะครับ ทีมสร้างความมั่นคงรัฐบาลตัวจริง แก้ตัวรายวัน ข่มขู่ ปล่อยข่าวรายวัน พูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้ฝ์ายตรงกันข้าม ท้าทาย เสียดสี ยุยง ผมว่าถ้าอันนี้ไม่จริงผมว่ารัฐบาลควร จะต้องสอบสวนว่าเราไม่ได้เปึนเช่นนั้น ภาพที่ออกไปคนที่ไม่รู้เข้าใจไปตามนั้นจริง ๆ ครับ แล้วก็มิใช่เปึนวันนี้นะครับ และมิใช่เปึนเฉพาะไทยรัฐฉบับเดียว อันนี้ฉบับของเมื่อวาน นะครับ ทหารถือป๋นไล่ยิง แล้วก็มีสีน้ําเงิน สีเหลือง สีดํา สีเขียว แล้วประเทศชาติจะเกิด อะไรขึ้นครับ อันนี้ภาพมา ๒ วันนะครับ แล้วก็มีขอเดลินิวส์อีก ขอโชว์ภาพหน่อยนะครับ ทั้ง ๒ ข้างเลยละครับ เปึนภาพโดยตลอดครับท่าน อันนี้ผมขออนุญาตนะครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายนมา แล้วยิ่งทําให้เห็นว่าถ้าเราไม่เปึนจริงเราต้องบอกว่า เอ๊ะ ทําไมมีเชือก ๕ เส้น คืออะไร ต้องขอให้ยุติการลงภาพนะครับ มิฉะนั้นความไม่เข้าใจก็เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ผมขอเรียนว่าถ้าหวังจะปรองดองเราไม่ควรที่จะสร้างความแตกแยกรายวัน เรายึดถือตาม กติกา ๔ ป้ก็เลือกตั้งใหม่ นายกท่านไหนที่ไม่ดี เราประชาสัมพันธ์ เราให้ข้อมูลเพื่อ ตรวจสอบ ๔ ป้ เขาไม่ได้กลับมา ประชาธิปไตยก็เกิดได้ครับ คนไหนปฏิวัติจับเข้าคุก เลยครับ ไม่ว่าจะเปึนประเทศเกาหลีก็ดี ญี่ปุ์นก็ดีนะครับถือหลัก ๔ ป้ก็ ๔ ครับ แต่ไม่ใช่ถึง เวลาแล้วไม่พอใจกันก็จะมีมาตรการรุนแรงออกมา แล้วปัญหาก็เปึนอย่างปัจจุบันครับ คือ แบ่งฝัก แบ่งฝ์าย แบ่งสีกันจนแก้ปัญหาไม่ได้ ขณะนี้วันที่เราบอกเรามาสมานฉันท์ แต่ผมเรียนว่าจบ ๒ วันไป ไม่ได้อะไรครับ รัฐบาลรับ ไป แต่ปัญหาไม่จบครับ ถ้ายังมีการจับกันอยู่ทุกวันเช่นนี้ ให้อภัยกันเถอะครับ จากนิรโทษ กรรม ผมขอเรียนนะครับว่า ให้อภัยซึ่งกันและกัน ยุติ ถ้าอดีตนายกฯ ผิด ท่านคอร์รัปชัน อะไรไป เราเรียกมาสอบสวนนะครับ ไต่สวนแล้วยึดเอาเข้ารัฐ แต่ขอให้ใช้กระบวนการที่ ยุติธรรม ท่านผิดเราลงโทษ สิ่งที่ท่านดูถูก หรือสิ่งที่ท่านพูดระคายเบื้องพระยุคลบาท ผม ว่าอันนี้ไม่สมควร ผมเองก็คนหนึ่งที่เคารพ แล้วรักในหลวง คําว่า กระซิบหู นี่ผมฟังแล้ว กราบเรียนตามตรงว่า ทนไม่ได้ แต่อันนี้สิ่งนี้เราก็เพื่อให้สมานฉันท์ ผมว่าเราต้องมีโอกาส นะ เรียกมาคุยกัน สิ่งที่ท่านทําดีอยู่ เราก็คิดถึงอดีตที่เขาได้สร้างให้ประเทศชาติบ้าง มิฉะนั้นประเทศชาติเรา เราก็จะมีแต่เรื่องที่ทะเลาะกันอย่างนี้นะครับ
สุดท้ายครับ ผมขอพูดในความรู้สึกของประชาชนผ่านหัวใจนะครับ ผมฟัง เรื่องรถแก๊สนี่แล้วผมไม่ทราบว่าผมจะเชื่อใครดี ผมว่าชาวบ้านก็งงเหมือนผมนะครับ ทาง ที่ดีนะครับ ผมขอเชิญรัฐมนตรี เชิญผู้ใหญ่ทางทหาร เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องที่ประชาชน เรียกร้องว่า ท่านอยู่เบื้องหลัง เข้าวัดพระแก้วเถอะครับ เพราะผมงงครับ ผมไม่ทราบจะฟัง ใครดี ดื่มน้ําสาบานเลยครับว่าที่ผมพูดไปนี้ถ้าไม่จริงหรือถ้าผมพูดโกหก ก็ขอให้ทั้ง ครอบครัวผมมีอันเปึนไป ผมว่าแล้วชาวบ้านจะสบายใจ เพราะไม่รู้จะฟังแล้วเชื่อถือใครดี ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ครับต่อไปเชิญ ท่านผ่องศรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันคงไม่อาจบรรยายได้ถึง ความรู้สึกหนักอึ้งที่อยู่ในหัวใจ ซึ่งคงจะไม่ต่างจากพี่น้องคนไทยทั้งประเทศถึงความวิตก กังวลทั้งหลาย ความห่วงใย ความเศร้าและความเครียด ดิฉันคงไม่มีเวลาที่จะบรรยาย ความรู้สึกเหล่านั้น แต่ดิฉันขอกราบเรียนนะคะว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น แม้จะ เกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานครและบางพื้นที่ในบางจังหวัด แต่ผลนั้นได้สะเทือนไปทั้งแผ่นดิน ไม่เฉพาะคนไทยที่อยู่ในประเทศไทย ดิฉันเชื่อว่าคนไทยที่อยู่ในต่างแดนก็คงจะรู้สึก เช่นเดียวกัน ดิฉันขอกราบเรียนว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เลือกสี เลือก ข้างต่างก็ได้รับผลกระทบนี้อย่างถ้วนหน้า และวันนี้ดิฉันขออนุญาตก่อนที่จะได้แสดง ความคิดเห็นเพื่อการมีส่วนร่วมในการเสนอแนะทางออกที่จะออกจากวิกฤติของประเทศ ไทย ดิฉันขอนําเอาคําของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีที่ฝากมากราบเรียนไปยังท่าน นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อจะบอกกับท่านว่า ท่าทีที่ท่านได้แสดงออกใน ระหว่างสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปึน ความหวังของคนทั้งประเทศ การแสดงออกของท่าน ด้วยความอดทน อดกลั้น มีสติ มีความเปึนนักประชาธิปไตย ด้วยหัวใจที่เป่ด พร้อมที่จะรับฟังเสียงของทุกฝ์าย ท่านจึง เปึนความหวังว่าจะนําพาบ้านเมืองของเรานั้นให้ก้าวพ้นวิกฤติได้ ดิฉันหวังว่าท่านจะมี พลังกาย พลังใจ และไม่หวั่นไหวต่อเสียงต่าง ๆ ขอให้นําพาประเทศชาติของเราให้ก้าวพ้น ไปให้ได้ และภายใต้ดิฉันยืนอยู่สถานที่แห่งนี้ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในห้องประชุมอันทรงเกียรติแห่งนี้ ดิฉันได้นึกถึงพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านที่เคยตรัสไว้ว่าในบ้านเมืองเรานั้นมีทั้ง คนดีและคนไม่ดี เราคงไม่สามารถทําให้คนทุกคนเปึนคนดีได้ แต่การที่บ้านเมืองจะดีได้นั้น ก็ต้องส่งเสริมให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และการปัองกันคนไม่ดีไม่ให้มีอํานาจ ดิฉันจึง คิดว่าในฐานะที่เปึนคนคนหนึ่งที่ตั้งใจที่อยากจะเห็นบ้านเมืองดี ก็พร้อมที่จะสนับสนุน ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกท่านให้ทําเรื่องดี ๆ เพื่อให้บ้านเมืองของเราได้ ก้าวไปข้างหน้า และสําหรับข้อเสนอที่จะขอเติมเต็มนอกเหนือจากที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ ไปในหลายประการแล้ว พร้อมกับข้อเสนอหลายเรื่องที่น่าสนใจที่อยู่ในเอกสารเล่มนี้ ดิฉัน ก็ขอเพิ่มเติมในส่วนที่คิดว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ น่าจะได้นําไป ดําเนินการเพื่อให้วิกฤติที่เกิดขึ้นกลายเปึนโอกาสนะครับ
ข้อเสนอแรก ดิฉันขอเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้สรุป บทเรียนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คณะรัฐมนตรีจะต้องสรุปบทเรียนจากการบริหาร ราชการแผ่นดินในภาวะฉุกเฉินว่าได้รู้อะไรบ้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ก็คือเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ ก็จะต้อง สรุปบทเรียนจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ดังกล่าว สื่อมวลชนที่ทําหน้าที่ใน สถานการณ์วิกฤติก็ต้องสรุปบทเรียนนะคะว่าบทบาทหน้าที่ของตนเองนั้นได้มีผลอย่างไร ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้วแกนนํามวลชนที่นําฝูงชน มวลชนทุกสี ทุกกลุ่ม ไปสู่สถานการณ์ต่าง ๆ ก็ต้องสรุปบทเรียนด้วยนะคะว่าทําอย่างไรที่จะทําให้การชุมนุมนั้น เปึนประโยชน์ แล้วก็เปึนการประชุมโดยสันติ ไม่นําไปสู่ความขัดแย้งได้อีก นอกจากนั้น แล้วประชาชนที่เข้ามาร่วมในการชุมนุมทุกกลุ่มทุกฝ์ายนะคะก็ต้องสรุปบทเรียนว่า การแสดงออกของท่านนั้นเปึนสิทธิตามหน้าที่ แต่จะทําอย่างไร่จึงจะไม่ตกเปึนเหยื่อของ ความเชื่อที่ถูกหรือผิดนั้นต้องจําแนกแยกแยะได้ นอกจากนั้นก็คงจะมีส่วนต่าง ๆ ที่จะต้อง สรุปบทเรียนเพิ่มเติม ซึ่งดิฉันคิดว่าทางรัฐบาลนั้นอาจจะสนับสนุนให้มีเวทีของการพูดคุย เพื่อการสรุปบทเรียนแล้วก็เสนอทางออกเพื่อวิกฤติของบ้านเมืองในลักษณะของเวที สมัชชาประชาชนที่เปึนที่รวมความคิดของทุกฝ์าย การที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองดิฉัน ก็ได้ยินนะคะว่าหลายท่านเสนอเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้าง เรื่องของการจะออก กฎหมาย ต่าง ๆ แต่บ้านเมืองไม่ใช่ของพวกเราเฉพาะในสภาแห่งนี้นะคะ บ้านเมืองเปึน ของทุกคนคะ คนไทยที่เกิดมาเปึนเจ้าของประเทศเขามีสิทธิ มีเสียง มีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นการจะทําการใดนั้นก็ต้องคํานึงถึงความรู้สึกของพี่น้องเจ้าของประเทศ การ เป่ดเวทีอย่างกว้างขวางเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนก็จะได้รับการยอมรับ ว่าเกิดจากการมีส่วนร่วม และการทํางานนั้นก็จะมีการต่อต้าน ขัดแย้งน้อยลงนะคะ ดิฉัน ก็ขอกราบเรียน
นอกจากนั้นในประการที่ ๒ ดิฉันเสนอว่ารัฐบาลควรจะมีนโยบาย มอบหมายให้ส่วนราชการทุกกระทรวง ทุกเครือข่ายพลังทางสังคมได้ช่วยกันเปึนไกลใน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม พัฒนาวิถีประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระมุขอย่างจริงจัง อาทิเช่น กระทรวงศึกษาธิการก็จะต้อง มุ่งเน้นหลักสูตรการศึกษาในระยะยาวนะคะ ปลูกฝังคนไทยพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้คู่ คุณธรรม มีวินัยในตนเอง มีจิตใจรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีสํานึกพลเมือง นอกจากนั้นกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกเหนือจากบทบาท ในการเยียวยาและการสงเคราะห์แล้ว ก็จะต้องใช้กระบวนการทางสังคมนะคะ เพราะว่า ชื่อกระทรวงก็บอกอยู่แล้วว่า พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะต้องมี ยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งการเรียนรู้ของสังคม แล้วก็บทบาทอื่น ๆ ที่จะ ช่วยกันยกระดับเพื่อความมั่นคงของมนุษย์อย่างแท้จริง กระทรวงวัฒนธรรมก็จะต้องมี นโยบายสําคัญ แล้วก็มุ่งเน้นในการปลูกฝังค่านิยมของความเปึนไทย ความเปึน เอกลักษณ์ไทย ความมีน้ําใจเอื้อเฟุ๋อเผื่อแผ่ เอื้ออารี ขอให้ช่วยกันเรียกร้องให้กลับมานะ คะ ก็เปึนตัวอย่างนะคะ แต่หน่วยงาน กระทรวงอื่น ๆ ก็สามารถทําได้คะ แม้แต่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ นะคะ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรให้สามารถ ดูแลจัดกระบวนการเรียนรู้ ก็จะยกระดับการเรียนรู้ของประชาชนนะคะ ทําให้ ประชาธิปไตยนั้นมีความเข้มแข่ง ทําให้ประชาธิปไตยนั้นมีความเข้มแข็ง ซึ่งก็จะขอเรียกร้องไปข้อที่ ๓ นะคะ อยากจะให้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พึงหาวิธีที่จะเสริมสร้างแล้วก็ดึงพลังที่สร้างสรรค์ของ ประชาชนคนไทย ขอให้มีเปัาหมายร่วม มีแรงบันดาลใจร่วมกันของคนไทย รัฐบาลอาจจะ กําหนดเปึนวิสัยร่วม วิสัยทัศน์ของประเทศไทยที่อยากจะเห็นอนาคตที่พึงปรารถนา ร่วมกันว่า ต่อจากนี้อีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ข้างหน้า หรือ ๒๐ ป้ข้างหน้าเราอยากจะเห็นประเทศไทย เปึนอย่างไร และทุกองคาพยพก็จะต้องช่วยกันขับเคลื่อนไปสู่เปัาหมายนั้น ดิฉันคิดว่า ร้อยฝันวันฟัาใหม่ หรือว่าหนังสือเข็มทิศประเทศไทยที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บันทึก อุดมการณ์ความหวังไว้ในฐานะที่เปึนนักการเมืองที่เกิดมา ด้วยจิตใจมุ่งมั่นที่จะทํางาน ให้กับบ้านเมืองโดยแท้ สาระสําคัญนั้นท่านนายกรัฐมนตรีสามารถนํามาขยายผลไปสู่การ ปฏิบัติได้ เพื่อประเทศชาติของเรา นอกจากนั้นการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชนท้องถิ่นก็ เปึนเรื่องสําคัญ เราอาจจะพูดถึงการปฏิรูปการเมืองระดับชาติ โดยมิอาจละเลยว่าเมื่อใด ก็ตามที่ประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นไม่แข็งแรง ไม่เข้มแข็ง ไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ก็อย่า คาดหวังว่าการเมืองระดับชาติจะมีคุณภาพไปได้ ดังนั้นการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง การให้ชุมชนมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง และยกระดับการเรียนรู้ของประชาชนจะเปึนการพัฒนา ประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นแล้วดิฉันคิดว่าในขณะที่รัฐบาลต้องเสียสมาธิ หรือ สูญเสียปัจจัยที่จะต้องทุ่มเทไปในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ ขณะนี้พี่น้อง ประชาชนยังคงได้รับความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนอันเนื่องจากปัญหาความเดือดร้อน จากค่าครองชีพ การทํามาค้าขาย พี่น้องเกษตรกรยังคงมีความทุกข์ใจอันเนื่องจากปัจจัย การผลิต แล้วก็ราคาผลิตผลเกษตร เพราะฉะนั้นระหว่างที่รัฐบาลจะต้องทํางานแก้ไข ปัญหาทางการเมืองก็คงจะต้องมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป ด้วยอย่างจริงจัง
แล้วก็ในช่วงสุดท้ายนี้ ดิฉันขอกราบเรียนว่าเพื่อเปึนคติสอนใจตนเองและ เพื่อนนักการเมืองทุกคน ขอน้อมนําคําสอนของท่านพุทธทาสที่กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ การเมืองกับธรรมะเปึนสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ เมื่อไรที่การเมืองกับธรรมะแยกจากกัน เมื่อ นั้นการเมืองก็เปึนเรื่องทําลายโลกทันที การเมืองที่แท้จริงของมนุษย์จะต้องตั้งอยู่บน รากฐานของทุกศาสนา ก็คือ สัตว์โลกทั้งหลายนั้นล้วนเปึนเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น โปรดขอให้ธรรมะกลับมาอยู่ร่วมกับการเมือง เพื่อให้การเมืองเปึน เรื่องสร้างสรรค์ ไม่เปึนเรื่องทําลาย เพราะว่าถ้าธรรมะไม่กลับมา โลกาก็คงวินาศค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปเชิญท่านทวีศักดิ์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทวีศักดิ์ ทิพย์บรรจง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียนว่าต้องขอชมเชยรัฐบาลที่ได้มีจิตใจ กว้างขวาง แล้วก็ใช้ช่องทางที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดเอาไว้ในการรับฟังความคิดเห็นของ สมาชิกรัฐสภา เพื่อที่จะประกอบการบริหารราชการที่ถูกต้องต่อไป แต่อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ชั่วระยะเวลาประมาณเท่าที่ผ่านมาตั้งแต่เมื่อวานนี้จนกระทั่ง ถึงตอนนี้ บางคนยังสับสนว่า รัฐบาลจะฟังสภา หรือว่าจะให้สภาฟังรัฐบาล เพราะทุกอย่าง มันสับสนกันไปหมด ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของเหตุการณ์ร้าย ๆ ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึนที่พัทยาก็ดี ไม่ว่าจะเปึนที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็ดี ท่านสมาชิกได้ กรุณาอภิปรายโดยละเอียดแล้ว แล้วก็คงจะต้องคิดกันต่อไปว่าเราจะทําอย่างไร อย่างไร ก็ตาม กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่าความขัดแย้งทั้งหมด ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมด นั้น มันเกิดจากปรากฏการณ์อันเกิดจากการแตกแยกของสังคมไทย ซึ่งในขณะนี้ได้ ปรากฏกันกว้างขวาง แล้วก็มีความรุนแรงมากขึ้นโดยลําดับ จะถามว่าสาเหตุหรือสมมุติฐานที่เกิดความขัดแย้งที่ว่านั้นเกิดจากเหตุใด ผมอยากจะขอ กราบเรียนว่าเราอาจจะประมวลได้ ๓ สาเหตุด้วยกัน
อันแรกก็คือ ความแตกต่างกันในทางการเมือง ซึ่งมีรัฐธรรมนูญเปึนตัวตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับผมต้องขอกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับนั้นมีทั้งจุดเด่น จุดด้อยอยู่ในตัว การที่จะใช้รัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์ได้แค่ไหนเพียงไรนั้นขึ้นอยู่กับ ผู้ปฏิบัติเปึนสําคัญ ก็มีความตั้งใจจริง ทํางานเพื่อประเทศชาติมากน้อยแค่ไหนเพียงไร โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ต้องขอกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดเด่นอยู่ ค่อนข้างมากในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ซึ่งได้กําหนดรัฐปัองกัน ระวัง รักษาสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไว้อย่างกว้างขวาง ซึ่งตรงนี้เปึนจุดเด่นของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มีข้อด้อยเช่นเดียวกัน จาก บทบัญญัติในหลาย ๆ มาตราทําให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้ได้บั่นทอนความเข้มแข็งของ รัฐบาล ได้บั่นทอนความเข้มแข็งของพรรคการเมือง ซึ่งตรงนี้เปึนที่รับรู้กันทั่วไป นอกจากนั้นข้อกําหนดบางข้อก็เปึนที่กังขาว่าได้กําหนดขึ้นเพื่อที่จะสกัดกั้นบุคคลไหน แค่ไหน เพียงไร หรือไม่ อย่างเช่นในเรื่องของบทบัญญัติที่บอกว่าผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองจะเปึนของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์หรือคมนาคมมิได้ ซึ่งทั้งนี้รวมถึงคู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาด้วย ตรงนี้ดูเหมือนจะไม่เปึนธรรม มาตรา ๑๙๐ ก็เปึนจุดอ่อนในเรื่อง ของการทําหนังสือสัญญากับต่างประเทศ ซึ่งจะต้องจัดให้รับฟังความคิดเห็น จะต้องเสนอ ขอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา นอกจากนั้นจะต้องชี้แจงต่อสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ด้วย ซึ่งทําให้เกิดความล่าช้าในหลายเรื่องหลายราว มาตรานี้ถ้าหากว่าเราจะแก้ไขด้วย การกําหนดให้ชัดเจนลงไปว่าสัญญาประเภทไหนที่จะต้องผ่านสภา มันก็จะเกิดความ คล่องตัวมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ครับก็คือตัวอย่างที่เห็นว่าในรัฐธรรมนูญในฉบับเดียวกันนั้น ก็มีทั้งจุดแข็งและจุดที่จะต้องมีการปรับปรุง สมมุติฐานข้อที่ ๒ ในเรื่องที่ทําให้เกิดความ แตกแยกในสังคม ก็คือเรื่องของสิ่งที่เราเรียกว่าการบังคับใช้กฎหมายซึ่งมีความแตกต่าง กันในหลาย ๆ กลุ่มคน ซึ่งบางท่านอาจจะเรียกว่า ๒ มาตรฐาน ซึ่งผมจะไม่ขอเรียนก้าว ล่วงเข้าไป เนื่องจากว่าได้มีสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปโดยละเอียดแล้ว
สาเหตุแห่งการแตกแยกของสังคมประการที่ ๓ เปึนเรื่องของความรักและ ความชัง ท่านประธานที่เคารพครับ เดิมทีนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้นมีความ คล้ายคลึงกัน เมื่อเวลาจัดตั้งรัฐบาลแล้วจะเอานโยบายมาใส่เข้ามาเปึนแผนปฏิบัติหรือไม่ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่หลังจากที่ได้มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งจะออกชื่อ ก็ได้ คือพรรคไทยรักไทย ได้กําหนดนโยบายขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะเปึนนโยบาย ๓๐ บาท รักษาทุกโรคก็ดี เอสเอ็มแอล (SML : Small Medium Large) กองทุนหมู่บ้านและชุมชน โครงการงานโอท็อป (OTOP : One Tampon One Product) การพักชําระหนี้ รวมทั้ง การปราบปรามยาเสพติด ปรากฏว่าสามารถที่จะทําได้ตามที่ได้กําหนดเปึนนโยบายของ พรรค มันทําให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจของพี่น้องประชาชน และมีความผูกพัน มีความ ศรัทธาในหัวหน้าพรรค และสิ่งเหล่านี้ก็เปึนที่มาของความรักและความศรัทธา และบุคคล นี้ก็เปึนกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดว่าหัวหน้าพรรคของเขาซึ่งถูกกระทํารับประหารเมื่อป้ ๒๕๔๙ นั้นไม่ได้รับความเปึนธรรม นี่ก็คือกลุ่มหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ อีกกลุ่มหนึ่งได้มองท่านหัวหน้าพรรคพรรคนี้ว่าได้มี ผลประโยชน์ทับซ้อนกันมาก มีการกระทําที่เปึนการขัดกันแห่งผลประโยชน์มากมาย เหลือเกิน ซึ่งเปึนเรื่องที่รับไม่ได้ เปึนเรื่องที่น่ารังเกียจ และเปึนเรื่องที่น่าชิงชัง นี่ก็คืออีก กลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นบ้านเมืองของเราจึงแบ่งออกเปึนกลุ่ม ๆ และก็มีความเห็นที่ตรงกัน ข้ามกัน แต่ละกลุ่มก็เปึนแต่ละสี ในขณะนี้เรามี ๒ สี ๓ สี แล้วเราไม่ทราบว่าจะมีสีอีกกี่สี นี่คือเรื่องที่มีความสําคัญนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่ามีมากสีเท่าไร ก็คงจะเกิดความ หายนะไปมากขึ้นเท่านั้น ทั้ง ๓ สาเหตุนี้เราจะทําอย่างไรครับ ทั้ง ๓ สาเหตุนี้ถามว่า รัฐบาลทราบไหม รัฐบาลทราบดีครับ เพราะในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้น รัฐบาล ได้บอกว่ารัฐบาลนั้นเข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่สังคมไทยมีความขัดแย้งและมีความ แตกแยก รวมทั้งมีปัญหาเศรษฐกิจด้วย เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์บนพื้นฐานของความถูกต้อง และเรื่องของความสมานฉันท์นั้นเปึนกิจกรรม แรก ๆ กิจกรรมต้น ๆ ที่รัฐบาลจะต้องทํา แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้ทํา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขณะนี้รัฐบาลกําลังจะเริ่มมีการสอบถามพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะต้องการอะไร จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจะมีกฎหมายใด ผมเองค่อนข้างจะตกใจนะครับ เพราะว่าท่าน ใช้ระยะเวลาประมาณ ๒ สัปดาห์เท่านั้นเอง การที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการที่จะ พิจารณากฎหมายสําคัญ ๆ นั้น คงจะต้องให้เวลา และจะต้องมีความครอบคลุมในหลาย ๆ มิติ จะต้องรับทราบความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนด้วย ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกสภาเท่านั้น เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะขอเรียนว่ารัฐบาลจะต้องใช้ความรอบคอบ เพราะถ้าเกิด ความขัดแย้งอีกครั้งหนึ่งจะเปึนความขัดแย้งที่รุนแรง หรือจะเปึนความขัดแย้งที่ทําให้เกิด ความล่มสลายของประเทศชาติ
ประการที่ ๒ ในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมายนั้น กระผมคิดว่ารัฐบาล สามารถที่จะทําได้แล้ว และค่อนข้างจะสบายใจตรงที่ได้ทราบว่ารัฐบาลก็มีความประสงค์ เช่นเดียวกันที่จะใช้กฎหมายเปึนเครื่องมือ เปึนกลไกที่สําคัญในการที่จะสร้างความเสมอ ภาคให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้ผมขอสนับสนุนเปึนอย่างมาก
ประการต่อไป เนื่องจากว่าตลอดระยะเวลาที่รับฟังสภาในครั้งนี้ ได้เห็น ความแตกต่างของการนําเสนอข้อมูลของฝ์ายรัฐบาลและอีกฝ์ายหนึ่งอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคนในสภาเองก็ดี พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านก็ดี กําลังมีความสับสน ว่า ข้อมูลของใครจะเปึนข้อมูลที่ถูกต้อง ผมคิดว่าเปึนหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดตั้ง คณะกรรมการเพื่อจะสอบสวนทวนความ แล้วก็แถลงออกมาอย่างชัดเจน สุดท้ายก็คือ รัฐบาลจะต้องแสวงหาแนวร่วม แนวร่วมเพื่อที่จะสร้างความสมานฉันท์ สร้างความ ปรองดอง เริ่มตั้งแต่ในรัฐบาลนั่นละครับ รัฐบาลจะต้องไม่ใช้แง่มุม จะต้องไม่ใช้ความ ได้เปรียบกับพรรคร่วมรัฐบาล ผมได้เห็นการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมที่ได้ผ่านสภาไป แล้ว ในบางกระทรวงที่มีพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ได้งบประมาณน้อยเหลือเกิน อย่างกระทรวง การท่องเที่ยวซึ่งมีภารกิจมากมายที่จะต้องฟุ๋นฟูการท่องเที่ยว แต่ได้รับการจัดสรรเพียง เล็กน้อยเท่านั้น กระทรวงอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าขอให้รัฐบาลได้มีใจ กว้าง แล้วก็สร้างแนวร่วมให้มาก ทั้งหมดนี้ก็จะทําให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นลุล่วงไป ด้วยดี ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาครับ ผมจัดคิวอย่างนี้นะครับ ต่อไปคือท่านทองดี แล้วท่านสุวิทย์ ท่านศุภชัย ท่านกิตติพจน์ ท่านแวมาฮาดี แล้วก็ท่านวรวิทย์ เชิญท่านทองดีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรวิทย์ บารู ส.ว. จากปัตตานีครับ
เดี๋ยวท่านวรวิทย์ครับ ที่จัดไว้คือท่านทองดีนะครับ ท่านวรวิทย์เดี๋ยวจัดไว้แล้วตามที่ผมกําหนดลําดับ นี่นะครับ
ไม่ใช่ท่านสุวิทย์หรือครับ ท่านทองดีก่อนนะครับ
ไม่ใช่ครับ ท่านทองดีก่อนนะครับ
ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ทองดี มนิสาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาเกิดทางการเมืองในวันนี้ทางแก้ที่แก้ทางการเมืองก็คือ ต้องแก้ที่การเมือง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากการเมือง การเมืองคือการแย่งชิงให้ได้มา อํานาจในการบริหาร การเมืองคือการแบ่งปันผลประโยชน์เพื่อกลุ่มเพื่อคณะ ชัดครับ สังคมตกอยู่ใน ๒ มาตรฐาน ที่มีการเกิดความรุนแรงอยู่เดี๋ยวนี้ เพราะฉะนั้นปัญหา ที่เกิดขึ้นผู้นํารัฐบาล หรือหัวหน้ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีปฏิเสธไม่ได้คือการรับผิดชอบ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนเกิดโรคซึมเศร้าครับ เศรษฐกิจซึมเศร้า เดี๋ยวนี้ปัญหาลามไปถึงรากหญ้าแล้ว เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในแนวความคิดที่มา ของ ๒ มาตรฐาน ท่านประธานครับ เหตุเกิดวันที่ ๑๓ หรือวันก่อนสงกรานต์นั้นวันที่ ๘ พี่น้องประชาชนเดินทางมาแสดงความคิดเห็นหรือว่ามาเรียกร้องความเปึนธรรม ที่ทําเนียบรัฐบาล คนหลายแสนนะครับ แล้วเหตุที่เกิดตรงนั้นเกิดจากการที่เลือกปฏิบัติ ไม่เท่าเทียมกัน แล้วนําไปสู่การปราบปรามอย่างรุนแรง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มีความชอบธรรมว่ามาจากระบอบประชาธิปไตยโดยการนําของ ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปึนคนต้นทุนสูง เรียนจบต่างประเทศ ประเทศต้นแบบของระบอบประชาธิปไตย และแล้ววันนี้ท่านครับท่านได้นํา พ.ร.บ. สถานการณ์ฉุกเฉิน นําทหารปราบปรามพี่น้องประชาชนนําไปสู่การเสียชีวิต กระดาษที่ ผมถืออยู่แผ่นนี้คือญาตินําศพ รปภ. ถูกมัดมือมัดเท้าทิ้งแม่น้ําเจ้าพระยา เผาแล้ว ที่อุดรธานี ท่านประธานครับ วันนั้นผมได้เดินทางไปคารวะศพ แล้วก็ไปเยี่ยมญาติพี่น้อง เขา เพิ่งเห็นในบ้านเมืองเราเกิดอะไรในลักษณะเดียวนี้ ภาพนี้ครับคนอุดรธานี อําเภอ ทุ่งฝน เสียชีวิตที่เปึนการ์ดพันธมิตร หรือว่าเปึน รปภ. ของบริษัทแห่งหนึ่ง เปึนทหารเกณฑ์ ครับ เพิ่งจบมาแล้วก็มาทํางานตรงนี้ ญาติได้นําไปฌาปนกิจแล้ว ท่านครับเวลามีน้อย ขอสรุปว่า แทนที่ญาติ ลูก สามี เสียชีวิต ปกติต้องเห็นน้ําตาพี่น้องประชาชนร้องไห้ เกิดอะไรขึ้นครับ มีแต่อย่างเดียวบอกว่าต้องทําฌาปนกิจให้จบ ให้เสร็จให้เร็วที่สุด แล้วก็ บอกว่าถ้าใครอยากได้ศพให้มันตามมาดับไฟ เอาศพเอง ท่านครับ นี่คือความชอบธรรมของพี่น้องประชาชนที่เกิดมาแล้วจะให้พี่น้องประชาชนตาย ฟรีใช่ไหมครับ ความคืบหน้าของ รปภ. ๒ ของบริษัทกรุงไทยบริการที่ถูกฆ่าป่ดปาก มัดมือ มัดเท้าไขว้หลังแล้วซ้อมจนน่วมก่อนโยนทิ้งแม่น้ําเจ้าพระยา ในช่วงเหตุการณ์ม็อบ เสื้อแดง แต่การตายยังเปึนปริศนาว่าเกิดจากสาเหตุใด ท่านครับ รู้แล้วว่า รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง เขาบอกว่าไม่มีใครตายแล้วก็ไม่มีใครแจ้งความ ไม่มี การแจ้งการสูญหายและการเสียชีวิต จะแจ้งได้อย่างไรครับ เพราะพี่น้องประชาชนกลัว นะครับ กลัวจนตัวสั่น เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองเรา เกิดอะไรขึ้นกับระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นเหลือเวลาแค่ ๑ นาที ผมขอสรุปดังนี้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพครับ ท่านเปึนหัวหน้ารัฐบาล ท่านเปึนนักประชาธิปไตย ผมคนหนึ่งก็เฝัาดูท่านมาตลอดว่าท่าน เคยทําอะไรไว้ แต่วันนี้ผมขอสรุป ๓ ประเด็นดังนี้นะครับ
๑. นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบการฆ่าประชาชน ต้องได้รับความเปึน ธรรม ใครทําผิดที่ไหน ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุดว่าตายสาเหตุอะไร ตายที่ไหน ตายอย่างไร จริง ๆ แล้วคือตายในม็อบครับ
๒. การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง นายกรัฐมนตรีไม่มีความชอบธรรมที่จะ อยู่แล้วครับ ท่านต้องตัดสินใจอย่างเดียวคือต้องลาออก เพื่อความชอบธรรม คืนอํานาจ ให้พี่น้องประชาชนให้ตัดสินใจกันใหม่ว่าการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง อย่าเอาลักษณะ ว่าใครมีอํานาจใครได้ประโยชน์ตรงนั้นจะนําไปสู่การแก้ปัญหาไหม เพราะฉะนั้นกระผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ตัวแทนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เห็นในวันนี้ แล้วว่า นั่งในสภามา ๑๐ ป้ ที่ผ่านมานั้นใคร ๆ ก็รับผิดชอบแล้วก็ยอมรับตรงนี้ แต่วันนี้ กระผมขอสรุปว่าสมควรแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่จบอ็อกซ์ฟอร์ด อังกฤษ ครับ ท่านสมควรแล้วที่ต้องลาออกครับ ขอบคุณมาก สวัสดีครับ
เชิญท่านวรวิทย์ครับ นายวรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา (ปัตตานี) : ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปัตตานีนะครับ ใน ๒ วันนี้ผมคิดว่าได้ฟังประเด็นเรื่อง ความอยุติธรรมแล้วก็เรื่อง ๒ มาตรฐานค่อนข้างมาก แน่นอนว่าความอยุติธรรมถ้าเราพูด กันในรัฐสภาในวันนี้ก็หมายถึงว่า รัฐบาลผู้รับผิดชอบในขณะนี้จะต้องหาคําตอบ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของความอยุติธรรมนั้น ในฐานะที่เราเปึนสมาชิกรัฐสภา เปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทย ผมอยากจะเรียนให้พวกเราทุกท่านในฐานะสมาชิก รัฐสภานะครับว่า การสร้างความเปึนธรรม ความเปึนธรรมนั้นมันเปึนสากลที่ทุกคน ไม่เลือกศาสนาไม่เลือกเชื้อชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ความหฤโหดที่เกิดขึ้น ที่ตากใบก็ดี หรือว่าที่กําลังเกิดขึ้นทั้งแต่กําลังเจ้าหน้าที่และกําลังประชาชนในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็ดี นั่นก็เปึนภารกิจของเราที่จะต้องแก้ไขเช่นเดียวกัน ไม่เพียงแต่ว่าความ ยุติธรรมที่เราเรียกร้องนั้นเพื่อคนกลุ่มเสื้อโน้นเสื้อนี้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเราต้องก้าว ข้ามให้ผ่านในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่เรากําลัง แสวงหาแนวทางที่จะสร้างความสมานฉันท์ ในฐานะที่สภาวันนี้เรามีจุดประสงค์อย่าง เด่นชัดที่จะแสวงหาแนวทางในการที่จะให้เกิดโอกาส จะสร้างโอกาสสร้างความ สมานฉันท์เพื่อประเทศไทยจะได้มีโอกาสในท่ามกลางวิกฤติของโลก แต่ถ้าหากว่าจาก ๒ วันที่ผ่านมานี้ คําถามที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า เราต้องการที่จะเลือกใช้ อะไร เราต้องการที่จะให้รัฐบาล เราจะยอมรับรัฐบาลที่กําลังดําเนินงานที่กําลังปฏิบัติงาน อยู่ขณะนี้ หรือว่าเราจะใช้กระบวนการในการที่จะใช้สภานี้เพื่อการทําให้รัฐบาลนั้นมีอัน เปึนไป ผมคิดว่าถ้าหากว่า เราอยู่ในสภาพเช่นนั้นเราก็ป์วยการในการที่จะแสวงหา คําตอบที่เรากําลังพูดคุยอยู่ในขณะนี้นะครับ
อีกอันหนึ่งนะครับ ที่เราได้มาร่วมกันที่ตรงนี้ ผมคิดว่าเราต้องการที่จะ หาทางออกให้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางออกซึ่งมันกําลังสร้างสิ่งที่ไม่ดี เกิดขึ้น แล้วก็สิ่งซึ่งกําลังกระจายไปเกือบจะไปทั่วโลกนะครับ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อ เกิดขึ้นแล้วมันเปึนสิ่งซึ่งเราทุกคนจะต้องรับผิดชอบ ผมหมายถึงว่า เราในฐานะสมาชิก รัฐสภา ไม่เพียงแต่ว่าจะเปึนเพียงทางฝ์ายรัฐบาลเท่านั้น การโยนกลองกันไปนะครับ ว่า กลุ่มโน้นกลุ่มนี้ หรือว่าพวกโน้นพวกนี้ แล้วก็แสวงหาชี้นิ้วไปที่คนอื่นโดยไม่ได้คํานึงถึง ตัวเอง ผมคิดว่าแนวทางเช่นนี้จะไม่สร้างความสมานฉันท์ อาจจะสร้างแนวทางหรือว่า สภานี้ไม่สามารถที่จะแสวงหาแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหาในอนาคตได้
ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกัน จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญนั้น เปึนสิ่งซึ่งมนุษย์สร้างขึ้น จะหาความสมบูรณ์ในทุกฉบับนั้นมันก็คงเปึนไปไม่ได้ อย่างไร ก็ตามผมเห็นด้วยในบางอัน ในบางข้อ ในบางมาตรา ในการที่จะแก้ไขเพื่อให้เกิด ความก้าวหน้าในการสร้างประเทศนี้ให้เดินไปในข้างหน้า อย่างไรก็ตามการใช้โอกาสของ สังคมในช่วงนี้นะครับ อย่างเช่นว่า เราต้องการทุกคนถ้าหากว่าด้วยความจริงใจ สมาชิก รัฐสภาทุกคนมองเห็นจุดร่วมกันว่าประเทศชาติกําลังทุกข์ยาก ประเทศชาติกําลังลําบาก เราต้องการที่จะเดินไปสู่จุดนั้น แนวทางในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญนั้นเปึนแนวทางหนึ่ง แต่ระยะเวลาหรือว่า ไทม์มิ่ง (Timing) ของมัน ในขณะนี้ผมมองว่ามันไม่น่าที่จะถูก มันไม่ น่าที่จะสร้างด้านบวกมากกว่าด้านลบ เพราะว่าไทม์มิ่งในขณะนี้นั้นมันมีจุดวิกฤติของ สังคมที่มันแยกกันเด่นชัดในระหว่างกลุ่ม เพราะฉะนั้นแนวทางที่อยากจะเสนอขึ้นตรงนี้ ก็คือว่า อยากจะให้รัฐบาลใช้โอกาสที่สภานี้มองเห็นจุดร่วมกันถึงความยากลําบากของ ประเทศเพื่อที่จะก้าวข้ามผ่านตรงนี้ โดยการสร้างให้สังคมนี้ตระหนักถึงอุดมการณ์ทาง ประชาธิปไตย ตระหนักสิ่งซึ่งประเทศจะต้องเดินไปภายใต้ระบอบประชาธิปไตยโดยผู้ที่จะ มาร่วมนั้นถ้าหากว่าเราเห็นร่วมกัน แน่นอนเหลือเกินว่าฝ์ายรัฐจะต้องแสดงความจริงใจ ในการที่จะนําเอาในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลหรือว่าซีกฝ์ายค้านในการที่จะแก้ไข ปัญหานี้ร่วมกัน การปฏิรูปเพื่อนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนสิ่งซึ่งน่าที่จะกระทํา มากกว่า บางอย่างนะครับ เราคิดว่าดี ครั้งหนึ่งในประเทศมาเลเซียได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อลดพระราชอํานาจของสุลต่าน ถ้าผมจําไม่ผิดก็ประมาณป้ ๑๙๘๘ แต่ในวันนี้ เนื่องจากว่าสภาพสังคมของประเทศมาเลเซีย มีเผ่าพันธุ์ มีชนชาติที่เปึนชนภูมิบุตร วันนี้ ในการแต่งตั้งเอาพระราชอํานาจของสุลต่านแห่งรัฐหรือว่าพระราชาธิบดีนั้น เมื่อถูกลดลง ไปเมื่อปัญหาในการแต่งตั้งมุขมนตรี อย่างนี้เปึนต้น จะบอกว่ารัฐธรรมนูญนั้นไม่สมบูรณ์ แน่นอน และประชาธิปไตยในแต่ละแห่ง ในแต่ละประเทศนั้นแน่นอนในรายละเอียดจะไม่ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะนําเสนอว่า นําเสนอว่าในช่วงของสภา ในช่วงของสังคมต้องการความยุติธรรม ต้องการความเสมอภาค ต้องการความสมานฉันท์เช่นนี้นะครับ รัฐบาลควรที่จะช่วงชิงโอกาสนี้ในการที่จะนําเสนอ แนวทางของการพัฒนาประชาธิปไตยร่วมกัน
และอีกอย่างหนึ่งผมอยากจะขอร้อง ไม่อยากที่จะให้ใช้สื่อใด ๆ ก็ตาม เพื่อที่จะต้องปัองกันที่เปึนในลักษณะของเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อมองเห็นช่องหนึ่งนําเสนอ เปึนสิ่งซึ่งถ้าเราดูไปใคร ๆ ก็พอจะมองออกว่าเราต้องการ ที่จะปกปัองแนวคิดหนึ่ง เพื่อที่จะโยนอีกแนวคิดหนึ่ง อย่างนี้ผมว่าเปึนแนวทาง ซึ่งอันตรายในอนาคตต่อความแตกแยกของสังคม แต่ถ้าหากว่าเราเชิญเราจัดในลักษณะ ของรัฐบาลเป่ดกว้างในการที่จะให้ทุกคนเข้ามา แล้วก็แสดงออกถึงเชิญชวนในทุกฝ์าย ที่เกี่ยวข้องในการที่จะจัดทําร่วมกัน ผมว่านั่นคือทางออกในการที่จะสรรสร้าง ความสมานฉันท์ และสรรสร้างประชาธิปไตยอนาคตได้อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งซึ่งอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาล แล้วก็เราในฐานะสมาชิกวุฒิสภาได้ช่วยกัน คิดต่อไป เสนอแนะแนวทางมากกว่าที่จะมาพูดในลักษณะที่คนนั้นหรือฝ์ายนี้ ฝ์ายนั้น ดีกว่าฝ์ายโน้น เพราะฉะนั้นในโอกาสอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลได้ใช้โอกาสของ ประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยในทุกกลุ่ม ต้องการที่จะให้เกิดสภาพที่เปึนจริง แล้วก็ ใช้โอกาสนี้จริง ๆ แล้วก็เชิญชวนในทุกฝ์ายโดยการคิดตั้งคณะกรรมการอะไรขึ้นมาในการ ปฏิบัติในสิ่งนี้เพื่อให้เปึนจริงขึ้นมา ขอขอบคุณครับ
ขอสลับลําดับเล็กน้อย นะครับ เชิญท่านเสนาะ เทียนทอง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านประธาน ครับ ขออนุญาตหารือครับ
เชิญครับ ท่านเสนาะ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายเสนาะ เทียนทอง สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นนะครับ ก็ขอชื่นชมท่านนักประชาธิปไตยเด็กหนุ่มที่ได้มีโอกาสเข้ามาเปึนผู้นําประเทศในช่วงวิกฤติ สุด ๆ ของบ้านของเมืองในขณะนี้ ผมเองก็ได้เฝัาดู แล้วก็ฟังสถานการณ์บ้านเมืองมา โดยตลอด แล้วก็ได้ฟังสมาชิกผู้ทรงเกียรติของรัฐสภาแห่งนี้ได้พูดกันมาตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เป่ดโอกาสให้เป่ดรัฐสภา ให้มีการประชุมปรึกษาหรือกัน เกี่ยวกับเรื่องวิกฤติของประเทศชาติบ้านเมือง ผมในฐานะที่เปึนผู้สูงในวัยวุฒิแล้วก็เปึน คนมีโอกาสคนหนึ่งที่เข้ามาทํางานให้กับประเทศชาติบ้านเมืองในนามของนักการเมือง ก่อนที่จะเข้ามาเล่นการเมืองนั้น ในช่วงที่ผมมาเล่นการเมืองนั้น ประเทศชาติก็อยู่ในวิกฤติ สุด ๆ เช่นเดียวกัน แต่วิกฤติสุด ๆ ที่ตอนที่ผมจะเข้ามาเล่นการเมืองนั้น มันเปึนวิกฤติ ที่ประเทศชาติจะต้องแบกรับภาระสําคัญอย่างยิ่งจากเหตุการณ์บ้านพี่เมืองน้องได้รบรา ฆ่าฟันกันเอง เช่น ประเทศกัมพูชา ถึงเกือบ ๒๐ กว่าป้ ทีแรกก็เขมร ๓ ฝ์าย แล้วก็มาเปึน ๔ ฝ์าย ๕ ฝ์าย ต่อไปก็ใครมีป๋น ใครมีอาวุธ ใครมีตั้งก๊วนตั้งแก๊งค์ได้ก็ตั้งเปึน ฝ์ายกันขึ้นมา แล้วก็รบราฆ่าฟันกัน ฆ่ากันเรียกว่าบัวเหนือน้ําแทบจะไม่มีเหลือ เพราะฉะนั้นผมในฐานะที่เปึนคนชายแดน และก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เหนื่อยที่สุดคนหนึ่งในบ้านในเมือง ต้องไปดูแลศูนย์อพยพคนไทยซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย กับการประกาศสงครามก็ไม่มี แต่ว่าเราจะต้องใช้พี่น้องทหารหาญถึง ๔ กองพลไปอยู่ที่ บ้านผม ตั้งแต่กองพล ๙ กองพลหลักก็กองพล ๒ แล้วก็กองพล ๑ อะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะพูดวันนี้ ผมอยากจะพูดถึงมูลเหตุที่แท้จริงที่เกิดในบ้านในเมือง ของเรา มูลเหตุทุกสิ่งทุกอย่างนั้นผมก็มีส่วนในการที่สร้างขึ้นมา ผมบอกแล้วไงว่าผมเปึน คนมีโอกาส ผมเองนั้นได้มีโอกาสทั้งเปึนฝ์ายรัฐบาล ร่วมบริหารประเทศชาติบ้านเมืองมา กับผู้หลักผู้ใหญ่หลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคประชาธิปัตย์ ป้ ๒๕๑๙ ท่านหม่อมเสนีย์ ปราโมช เปึนหัวหน้าพรรค ๑๑๔ เสียง ผมเปึนรุ่นก่อตั้งพรรคชาติไทย ได้มา ๕๐-๖๐ เสียง เราร่วมรัฐบาลกัน แล้วก็ท่านต้องมายืนลาออกกลางสภาแห่งนี้ตรงที่ ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งนี่ ฝ์ายค้านอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องท่านถนอมบวชเณรเข้ามาเรียกว่า ทรราช ท่านก็นั่งฟังทนได้ แต่ภาพตรงนั้นยังติดตาผมอยู่ ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านหม่อมเสนีย์ ปราโมช หิ้วกระเปิาเจมส์บอลยืนขึ้นลาออกกลางสภา เนื่องจากอะไร ครับ วีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งเปึนพรรคประชาธิปัตย์เองขึ้นมาอภิปราย ทั้ง ๆ ที่กําลังจะเลิกการ ประชุมกันอยู่แล้ว นี่เหตุการณ์วิกฤติ จนในที่สุดก็เกิด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ก็มีการปฏิรูปการ ปกครองแผ่นดิน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ผมอยากจะทบทวนมูลเหตุที่มาของวิกฤติ ขณะนี้ อันนี้เพียงแต่ว่าย้อนอดีตไปให้เห็น อยากจะให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ว่าเปึนเด็กรุ่น ใหม่ รุ่นลูก รุ่นหลานผมเข้ามานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ อาจจะยังไม่รู้อดีตว่าเปึนอย่างไร ผมอยากจะตัดตอนมา หลังจากบริหารประเทศชาติบ้านเมืองมาอย่างน้อยหลาย นายกรัฐมนตรีด้วยกันผม พร้อมกับ ท่านชวน หลีกภัย ท่านก็เปึนนักการเมืองอาวุโสกว่า ผม แต่เปึนรุ่นน้องในวัยวุฒิ และก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์อีกเยอะแยะ เราก็ อยู่กันแบบพี่แบบน้อง แบบสร้างสรรค์ มีอะไรก็พูดจากัน ไม่มีถึงกับเอาเปึนเอาตายกันถึง ปัจจุบันนี้ มันจะมีอะไรดลจิตดลใจ หรือว่าจะมีอะไรก็ไม่ทราบ ทําให้หลงใหลในอํานาจของตัวเอง แล้วก็ใช้อํานาจนั้นไปในทางที่จะไม่ค่อยโปร่งใส ไม่ถูกไม่ต้อง และในที่สุดมีผู้หลักผู้ใหญ่ ไปตักไปเตือนก็ไม่ฟังกัน นี่เหตุที่มา ถ้าจะพูดถึงทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ผมขอระวางตัวเอง แต่ยังระวางความรับผิดชอบเท่านั้น ผมจะประกาศกับ สังคมนี้ ว่าเขาเปึนมาหมดแล้วอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีมาหลายคน ตั้งแต่ปิาเปรม เปึนนายกรัฐมนตรี ผมก็อยู่ในร่วมคณะรัฐมนตรีด้วย ผมไม่เคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีอะไรผมก็ไม่เคย และผมก็ไม่เคยถูกอภิปรายในเรื่องที่ว่าไป ทําผิดคิดชั่วกับบ้านกับเมืองในสภาแห่งนี้อีกด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้นี่ก็อยากจะเตือนสติ ทุกคนว่าคนที่ทําให้เจ็บปวดรวดร้าวที่สุดคนหนึ่งก็คือ ทักษิณ ชินวัตร ที่ผมเจ็บปวดนั้น ไม่ได้เจ็บปวดเรื่องอะไร เจ็บปวดเรื่องผิดสัญญากันว่าจะมาใช้หนี้แผ่นดินด้วยกัน คําว่า ใช้หนี้แผ่นดินนี่ แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์นะครับ เรามีสถาบันสูงที่ทุกคนนั้นไม่ต้องพูดหรอกครับ ไม่ต้องมาขึ้นปัาย ไม่ต้องมาประกาศว่าจะปกปัองสถาบัน ผมคิดว่าทุกคนนั้นได้ถวาย แม้กระทั่งชีวิตให้กับชาติ ศาสนา ถึงแม้ว่าศาสนาไม่ได้ตราไว้ว่าศาสนาประจําประเทศไทย เปึนศาสนาพุทธแต่ก็เปึนที่ทราบกันอยู่ว่าศาสนาพุทธนั้นคือศาสนาประจําชาติไทย คน ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็คือศาสนาพุทธ เพราะพ่อหลวงของเราก็ถือเปึพุทธมามะกะ ไปบวชไปเรียนมา แต่สําคัญที่สุดก็คือเราเปึนคนไทยร่วมกัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราพร้อมที่จะพลีชีพให้ได้ในทุกกรณี ใครจะมาลบหลู่ดูถูกไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดมาทั้งหมด นั้นที่เรามาพูดกัน ๒ วันที่นี่ ทีแรกท่านนายกรัฐมนตรีก็เป่ดโอกาสให้มาพูดมาคุยกันผม ก็นึกว่าเออจะเปึนบันไดขั้นสําคัญในการที่จะมาสู่หันหน้าเข้ามาหากัน มาปรึกษาหารือกัน ว่าวิกฤติของบ้านของเมืองขณะนี้ตกต่ําสุด ๆ ตั้งแต่ผมรู้ความมา และสิ่งที่สําคัญที่สุดนี่ ประชาธิปไตยประเทศไทยนี้อายุแก่กว่าผม ๒ ป้เท่านั้นเอง เมื่อป้ ๒๔๗๕ ผมเกิด ป้ ๒๕๗๗ นะครับ อายุของประชาธิปไตยก็ ๗๗ ป้ ตอนนี้ผมก็ ๗๕ ป้ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน นี้เอง เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะทบทวนว่าทุกอย่างมูลเหตุนี่ คือการได้มาซึ่งอํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยอย่างที่เรานั่งกันอยู่ในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้แหละ แล้วก็พูดกันอะไรกัน ผมคิดว่าเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีเขา เป่ดโอกาสให้พูดมาคุยกัน ผมก็นึกว่า เออ น่าจะหันหน้าเข้ามาหากัน แต่กลับกลายเปึนว่า เอาน้ํามันมาราดกัน เอาไฟมาจุดให้มันลุกขึ้นมาอีก แค่นั้นยังไม่พอ มีทั้งแก๊สทั้งอะไรไม่รู้ เต็มสภาไปหมดเลย ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ที่สุดที่ศักดิ์สิทธิ์ อย่าลืมนะครับ เหตุการณ์ที่มานั้นเกิดขึ้นจากอะไร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด เราได้รัฐบาลที่อยู่ครบเทอมมา เลือกตั้งวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๔ แล้วก็มาอีกครั้งหนึ่ง มาเลือกตั้งกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เราก็ได้พรรคการเมืองที่เข้มแข็ง คือพรรคไทย รักไทยอีกเช่นกัน จากที่พรรคไทยรักไทยได้อํานาจป้ ๒๕๔๔ ก็มีการยุบพรรคการเมือง หลายพรรคเข้ามารวมกับพรรคไทยรักไทย หลังจากนั้นเมื่ออยู่ครบเทอมก็มีการเลือกตั้ง ป้ ๒๕๔๘ ทีนี้ไม่ต้องพึ่งพรรคไหนละ คือพรรคไทยรักไทยพรรคเดียวเลย ๓๗๗ คน รวมทั้ง ผมด้วย มานั่งอยู่ในนี้ จากประธานที่ปรึกษาพรรค จากประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี จากวิปรัฐบาลหลังจากเลือกตั้งเมื่อกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ผมไม่ได้รับตําแหน่งอะไรเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกอย่างไปทบทวนดูได้ว่าผมเปึนวิปรัฐบาลเหมือนกับเปึน ผู้จัดการรัฐบาลที่ผลักดันคนชื่อ ทักษิณ ขึ้นมา ไม่ใช่ผมไปแต่งตั้งนะ ใครไปแต่งตั้งให้คน เปึนนายกรัฐมนตรีไม่ได้หรอกครับ นอกจากว่าถือว่าเปึนกําลังหลักคนหนึ่งเปึนผู้หลัก ผู้ใหญ่คนหนึ่ง แต่ว่าการใช้อํานาจต่าง ๆ ก็เปึนที่รู้กันครับ ไม่อยากจะไปตอกย้ํา จนใน ที่สุด ผมเองก็เคยยืนพูดในสภาหลังจากที่ไปเตือนอะไรกันไม่ฟัง ไม่ฟัง และขอยืนยันต่อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสภาแห่งนี้นะครับว่า ผมไม่ได้เคย ที่ผมอภิปรายในสภาเรื่องทักษิณวันนั้น ผมไม่เคยที่ว่าไปแบบมืออะไรไม่ได้กับทักษิณ แม้แต่พูดถึงว่าตําแหน่งหน้าที่หรือว่า ทรัพย์สินเงินทอง นายเสนาะ เทียนทอง ไม่เคยได้รับอะไรจากทักษิณแม้แต่สลึงเดียว ขอพูดต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ เพราะฉะนั้นนี่นะครับ สมาชิกผู้ทรงเกียรติที่อยู่ใน พรรคไทยรักไทย แล้วก็มาพรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทยขณะนี้ ยืนยันได้ นะครับว่า เพราะทุกคนนั้นส่วนใหญ่ก็อยู่ในแวดวงเดียวกัน ทักษิณรู้จักใคร แต่ผมนั้นถือ ว่าเปึนนักการเมืองคนหนึ่งที่คร่ําหวอด ไปได้ทุกภาค ทางใต้นี่ถ้ารู้ว่าผมไปนี่มารับกันเต็ม เลยนะครับ แม้กระทั่งปัจจุบัน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอร้อง ว่า ในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเปึนคนหนุ่ม และเปึนอนาคตของการเมืองไทย ผมเอง นั้นก็ถือว่าบั้นปลายของชีวิตแล้ว จะอยู่กับลูกกับหลานกับพี่กับน้องอีกกี่วันก็แล้วแต่ลิขิต แต่วันนี้นะครับ ความจริงไม่อยากจะพูดเลย ที่มาของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องไปไตร่ตรองดูให้ดีด้วยว่าท่านมาแบบไหน ท่านเปึนนัก ประชาธิปไตย การที่จะไปหักดิบมานั้น ไม่มีอะไรจีรังผมจะบอกให้ สิ่งที่ผมเตือนไว้ กี่นายกรัฐมนตรีแล้ว แล้วเดี๋ยวนี้นะครับ กรรมมันไม่ใช่แปลว่าชาติหน้าถึงจะได้เห็น ไม่ใช่ เดี๋ยวนี้ถ้ากรรมมันถ้าดัดจริตหน่อย เขาเรียกว่า กรรมมันออนไลน์ (Online) เห็นทันตา มันมีอันเปึนไปนะครับผมบอกให้ เราต้องยอมรับความจริงกัน ผมจะบอกแล้วว่าผมจะพูด ความจริงไม่ใช่ความจริงวันนี้ เปึนความจริงเมื่ออดีต และมันทําให้วิกฤติของบ้าน ของเมืองได้เกิดขึ้น ความจริงวันนี้เปึนความจริงเมื่ออดีต และมันทําให้วิกฤติของบ้านของเมืองได้เกิดขึ้น ท่านทักษิณ ชินวัตร เอาแค่ว่า ส.ส. บุรีรัมย์ ก็ถือว่ารุ่นลูกรุ่นหลานได้อภิปรายไป อย่าลืม ว่าก็อยู่ในพรรคเดียวกันมา แล้วก็มาฟังท่าน ส.ว. บุรีรัมย์ เห็นไหมครับ มันต่างกัน การพูด การจา การให้เหตุให้ผลมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนุ่มก็ใช้อารมณ์เปรี้ยง ๆ ไป เรียกว่า คนหนุ่ม ไม่ได้ใส่เหตุใส่ผล แต่ผมขอชื่นชมท่าน ส.ว. จากบุรีรัมย์ ได้พูดด้วย เหตุผล แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ไม่มีอะไรหรอกครับที่ไปเขียนไว้แล้วมันจะสมบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ทุกอย่างผมคิดว่าท่านประธานอยู่ในแวดวง ที่มีความรับผิดชอบอย่างสูงในหน้าที่ของท่าน แล้วท่านก็มีโอกาสเข้ามาเปึนประธาน วุฒิสภาอันทรงเกียรติ ผมคิดว่าท่านก็เปึนบุคลากรที่สําคัญที่เปึนทั้งอาวุโสในทุกด้าน ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ และหน้าที่ในการที่รับผิดชอบ ผมคิดว่าเราต้องยอมรับกันว่า ท่านเคยเห็นไหม เราไปเขียนรัฐธรรมนูญกันไว้ อะไรกันไว้ ให้สิทธิของคน สิทธิต้องมี ขอบเขต แต่บ้านเมืองของเราสิทธิมันไร้พรมแดนไปแล้ว ไร้ขอบเขต กฎหมายความมั่นคง นะครับรุนแรงมาก เรามาใช้กันตั้งเรื่องของคอมมิวนิสต์เรื่องอะไรต่าง ๆ เรากล่าวหากัน จนเด็กจนเล็กหนีเข้าพงเข้าป์ากัน แล้วเราก็มาออกกฎหมายนิรโทษกรรมกันให้หันกลับมา พัฒนาประเทศไทยด้วยกัน ท่านประธานครับ แต่เหตุการณ์ที่มันเกิดนี่มันเกิดเพราะอะไร ครับ แต่ก่อนนั้นใครจะมาตั้งกลุ่ม หรือว่าสื่อก็ดี จะไปเขียนแล้วก็ไปยุยงส่งเสริมให้เกิด ความแตกแยกในสังคมไทยหรือคนในบ้านในเมืองไม่ได้ครับ กฎหมายเอากันตายเลย ไม่ได้ แต่นี่นะครับท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ต้องยอมรับว่าท่านได้ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี ก็เพราะเรื่องสิทธิของการให้เกินขอบเขตของบ้านของเมืองนั่นเอง ผมเคยไปขึ้นเวทีกับ พันธมิตร แต่ว่าพันธมิตรตอนนั้นก็มีเหตุมีผล ผมเปึนผู้ใหญ่สุด ๆ ของพรรคไทยรักไทย แต่ว่าผมเคยขึ้นเวทีโดยที่ไม่ได้คาดคิดด้วยซ้ําไป แล้วก็พูดในสภาแห่งนี้ ชี้ผิดชี้ถูก แล้วใน ที่สุดก็ถึงกับนายกรัฐมนตรี ๓๗๗ เสียง ผมบอกว่า ไม่ใช่ว่า ๓๗๗ เสียง พรรคเดียวจะทํา อะไรได้ทุกอย่างนะ ลองไปถอดเทปเถอะครับผมพูดเอาไว้ ไม่ใช่นะ ถ้าทุกอย่างทําอะไรมันไม่ถูกต้อง มันจะมีอันเปึนนะแล้วจะเห็นกันนะ ผลที่สุดก็โกรธ แล้วก็ไปยุบสภา ลูกหลานก็ไม่ได้ลง เนื่องจากล็อกเงื่อนเวลาไว้ ต้องสังกัดพรรค ๙๐ วัน อะไรต่าง ๆ ยุบสภาป้ ๒๕๔๙ ผมยังจําวันที่ได้เลย โน้ตเอาไว้นะครับ แล้วก็ให้มี การเลือกตั้ง วันไหนหรือครับวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ วันเกิดผมวันที่ ๑ ให้มีการเลือกตั้ง วันที่ ๒ เมษายน ผลสุดท้ายพี่น้องชาวบ้านจะเลี้ยงกันก็เลี้ยงไม่ได้ ผมก็ต้องทําบุญ ตอนเช้า ท่านประธานครับนักข่าวก็ไปถามบอกว่า ทําไมเขาถึงจะประกาศเลือกตั้งกันด่วน อย่างนี้ล่ะ ให้มีการเลือกตั้ง ๓๐ กว่าวันเท่านั้นเอง ผลที่สุดผมก็ทําบุญและนักข่าวไปถาม แล้วเปึนอย่างไร ผมบอกว่าผมคงไม่ได้ลงหรอกเพราะว่าสังกัดพรรคไหนก็ไม่ทันแล้ว ๙๐ วัน รวมทั้งลูกหลานด้วย แต่ผมบอกว่าอย่างไร บอกว่าถ้าทําอย่างนี้อย่างไรก็ชนะ นะครับ ทําให้พรรคประชาธิปัตย์ก็ดี พรรคชาติไทยก็ดี อะไรก็ดี ผลที่สุดก็อะเกน (Again) นะครับ ไม่ลงสมัครกันอะไรกัน ก็มีการเลือกตั้งกัน ผมบอกแล้วบอกว่า ชนะศึก แต่แพ้สงครามนะ คําว่า ชนะศึกแพ้สงคราม นี่แหละครับ คนรุ่นใหม่ ๆ ไม่ค่อยได้ยิน ได้ยินแล้วก็ยังงงว่า เอ๊ะ มันเปึนอย่างไร ก็เหมือนกันแหละครับ ก็ไปบีบคั้นเอา เอากําลังไป ยึดบ้านยึดเมืองเขาไปอะไรเขา นี่เขาเรียกว่า ชนะศึก แต่ในที่สุดนะครับ ความไม่ชอบธรรม ความอะไรมันจะแพ้สงคราม ก็หมายความว่า ในที่สุดก็ปกครองกันไม่ได้ ในที่สุดก็แพ้ มันก็จะมาเข้าข่ายท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่รักนะครับว่าท่านไปไตร่ตรองดูให้ดีนะครับ ท่านเมื่อสักครู่นี้ ท่าน ส.ส. บุรีรัมย์บอก ผมไม่ใช่งูเห่า อยู่พรรคเดียวกันนะ ท่านดูสิ ท่านลองไล่ดูท่านนายกรัฐมนตรีครับ เลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคม สู้กัน ๒ พรรคก็ว่าได้ เรียกว่า เอากันเปึนเอากันตายเลยว่าอย่างนั้นเถอะ คนอื่นอาจจะไม่รู้หรอก รู้ก็เยอะไม่รู้ ก็เยอะ แต่ผมนี่รู้ดี เพราะว่าอยู่ในท่ามกลาง อยู่ตรงกลาง แล้วก็ถือว่าเปึนพรรคการเมือง พรรคหนึ่ง ในที่สุดนะครับผลการเลือกตั้งออกมา พรรคที่เราไปบอกเขาไม่ดีแล้วจน ถูกรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ก็ได้เสียงข้างมาก ต่ํากว่ากึ่งหนึ่งแค่ ๗ เสียง เท่านั้นเอง ผมไม่เคยพูดเรียกว่า จะไปหักหลังใคร ก็ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้เกียรติ โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ไปถึงบ้านก็คุยกันในฐานะน้องนุ่ง พี่น้องกัน แต่ว่าในเมื่อเลือกตั้งเข้ามา แล้วก็ปฏิวัติรัฐประหารได้รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหารก็ทําให้บ้านเมืองวุ่นวาย ตกต่ําสุด ๆ เหมือนกันแล้วก็ไปออกรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวขึ้นมาป้ ๒๕๔๙ แล้วก็มาอัดไว้ในป้ ๒๕๕๐ อีก ทั้งดุ้นเลย ทั้งดุ้น ท่านบอกว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ มันก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ เพราะฉะนั้นเอาความจริงมาพูดกัน ผมชอบพูดความจริง แล้วในที่สุดก็ทําสารพัดอย่าง จนทําให้เกิดการใช้อํานาจของสถาบันหลัก ๆ ของบ้านของเมืองพังพินาศหมด ไม่ต้องมา อําพรางกัน พูดกันตรง ๆ บ้านเมืองของเราไม่ใช่คนโง่ สังคมโลกเขาก็มองเห็น เพราะฉะนั้นผมก็ไม่อยากจะไปตอกย้ํา ไม่อยากจะเห็นภาพอะไรต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเอาออกมา ไม่จบหรอกครับ ท่านสมาชิกลูกหลานมาจากจังหวัดบุรีรัมย์พูดไป เมื่อสักครู่นี้ผมก็เสียใจ บอก ไม่ใช่งูเห่า ถ้าใครเสนอสมัคร สุนทรเวช ก็ไปแล้ว สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ไปแล้ว ทําไมในพรรคไทยรักไทยถึงไม่เสนอเฉลิม อยู่บํารุง ล่ะ นั่นพูดแดกดัน กัน เราก็รู้อยู่แล้วนะครับว่ากลุ่มลูกหลานนี่ก็ลูกหลานผมทั้งนั้นแหละ เคยอยู่ด้วยกันมา ที่แตกแยกออกไปก็เพราะว่าพรรคไทยรักไทย พอสมัครไป ท่านสมชายไป แล้วปล่อยข่าว บอกว่าจะเสนอเฉลิม พวกนี้ต้องไปให้ข้อสัมภาษณ์ ก็เพราะว่าจะเสนอเฉลิมใช่ไหมถึงต้อง มาเสนออภิสิทธิ์ เพราะฉะนั้นพูดอะไรในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ ต้องพูดให้มีเหตุ มีผล เอาเรื่องจริง ๆ มาพูดกัน แต่วันนี้ผมไม่อยากจะตอกย้ําในเรื่องที่มันจะเลวร้ายไปกว่า นี้นะครับ อยากจะกราบวิงวอน กราบเท้าทุกคนครับ ไม่ว่าจะเปึนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในห้องแห่งนี้ที่อาสาทําหน้าที่ให้กับบ้านกับเมืองมาด้วยกันคิดกันเสียใหม่ ท่าน นายกรัฐมนตรีก็ทบทวนกันต่อไปว่า การที่หักดิบได้มาซึ่งอํานาจนั้นไม่มีอะไรที่จะจีรัง ผมเรียนตรง ๆ ผมเปึนห่วงเปึนใย และที่พูดกันมา ๒ วันถึงวันนี้นะครับ ถ้าหากว่า ไม่หาทางหันหน้าเข้ามาหากันอย่าไปหวังเลยครับว่าความสงบสุขกับบ้านกับเมืองนั้น จะคงอยู่ได้ มันร้าวลึกตั้งแต่ผมรู้ความ ผมเกิดทันสงครามอินโดจีนนะครับ ผมเกิดทัน สงครามโลกครั้งที่ ๒ บ้านผมมีศูนย์อพยพเขมร ๖-๗ ศูนย์ มีศูนย์อพยพคนไทยซึ่งผม จะต้องไปรับผิดชอบร่วมกับพี่น้องทหารหาญกับข้าราชการ เพราะเปึนคนที่จะต้องดูแล ตรงนั้น มีศูนย์อพยพญวน เวียดนาม เดี๋ยวนี้ก็ออกลูกแผ่หลานกันเต็มอยู่ที่บ้าน เราอยากจะเห็นประเทศไทยแบบมีเขมรแดง เขมรขาวหรือครับ เราอยากจะเห็นลาวขาว ลาวแดงหรือครับ เราอยากจะเห็นเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้หรือ ครับ เราอยากจะเห็นเหมือนกับพี่น้องทางพม่าหรือครับ ผมคิดว่าทุกคนไม่พึงปรารถนา อยากจะเห็น แต่ถ้าหากไม่หันหน้าเข้ามาหากันอย่างแท้จริงนะครับ ผมพูดอะไรไว้ไม่มีผิด ก็แล้วกันผมบอก เดี๋ยวจะหาว่าเปึนผู้เฒ่าเกิดนานเฉย ๆ อย่าให้เขาประณามคนผู้เฒ่า อย่างพวกเรานะครับท่านประธานที่เคารพ เราไม่ใช่เกิดนานเฉย ๆ นะครับ เราเกิดมา อย่างรับผิดชอบในเมื่อมีโอกาสแล้วก็เขาขีดลิขิตมา เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจะขอพูดในฐานะ หลายอย่าง ในฐานะที่เปึนคนมีโอกาสทําหน้าที่ให้กับบ้านกับเมืองมาอย่างน้อยก็เปึน ผู้แทนราษฎรมา ๑๐ กว่าสมัย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เปึนเสนาบดีมาก็มากมาย แล้วก็มีฉายาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอกราบวิงวอน นะครับ เลิกพูดกันสักทีเถอะครับ เลิกเอานี่ครับ ผมพูดกับสื่อมวลชลไป อะไรไป วันนี้ ออกมาก็รู้สึกว่าเข้าท่าเข้าทาง หยุดทําลายประเทศไทยได้แล้วนะครับ หยุดเถอะครับ การได้อํานาจมาท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะพูดไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็พูดถึง ส.ส. จากจังหวัดบุรีรัมย์ว่าถ้าเสนอเฉลิม ผมจะยกมือให้ ทําไมไม่เอาคน ในพรรคไทยรักไทย แล้วไปเสนอเอาใครมา ผมเสนอประชา พรหมนอก วันนั้นนะครับ ผมขอเรียนตรง ๆ ว่า ผมบอกแล้วผมไม่ได้ตั้งรัฐบาลแข่งกับท่านอภิสิทธิ์นะ ผมพูดกับ พรรคใหญ่เขา ไม่ใช่พูดกับทักษิณนะครับ พูดกับวิทยา พูดกับหลาย ๆ คนมาประชุมกัน มาทานข้าวกันที่บ้าน บอกให้ลูกให้หลานโว๊ย เอาอย่างนี้โว๊ย เพราะฉะนั้นทุกคนก็บอกเอา มอบอํานาจเต็มให้ปิาเลย เดี๋ยวผมจะพูดไปเคลียร์กันเอง หาทางออกให้ประเทศไทย หน่อยสิ นี่เรื่องที่มานะครับ เรื่องจริง ๆ เปึนอย่างนี้ หลังจากนั้นมาเราก็เคลียร์กันถึงญาติ พี่น้องของคุณทักษิณเขา เขาก็ โอ.เค. บอกเอา คือตอนนั้นมันมีวิกฤติ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ต้องยอมรับว่าทางเสื้อเหลือง ทั้งไปยึดสนามบินทั้งอะไรต่าง ๆ บ้านเมืองไม่ต้องไปพูด กันหรอกครับ ผมก็ไม่อยากไปตอกย้ํา แล้วก็การตัดสินใจอะไรต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะ ตั้ง คตส. ไป อะไรไป ผมก็ไม่อยากจะไปตอกย้ําว่ามันผิดทั้งนั้นละครับ อย่าง คตส. ในนั้น อย่างน้อยที่สุดก็มีคนรุ่นน้อง ๆ ผม อาจจะเปึนรุ่นราวคราวเดียวกัน อ่อนกว่าผมนิดหน่อย เปึนฝ์ายตุลาการเก่าแก่มา ก็ยังไม่ได้ลาออกจากหน้าที่อะไร เพราะฉะนั้นเปึน คตส. ก็เหมือนกับว่าไปทําสํานวนเอง ไปจับเองอะไรเอง แล้วก็ตัดสินเองที่ไหนมีครับ ไม่มี อย่างน้อยก็ ๓ คน ๔ คน ตั้งองค์กรอิสระไปอะไรไป มันมีเจตนา จะฆ่าหนูตัวเดียว จับหนู ตัวเดียว เผาบ้านเผาเมืองกันขนาดนี้ ผมไม่เห็นด้วย มีวิธีอื่นกันเยอะแยะทําไมถึงไม่ทํา ครับ ทําไมงี่เง่ากันอย่างนี้ ทําไมจะต้องมาเผาไร่ เผานาเพื่อจะจับหนูตัวเดียวนั้นหรือครับ เผาบ้านเผาช่องหนูมากัดกางเกงขาด กัดกระโปรงขาด กันยกทรงขาดสักตัวหนึ่ง เผาบ้าน เผาเมืองกันเลย มันไม่ถูกนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอเถอะครับ พูดกันอย่างนี้ไม่จบ ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมฟังมา ๒ วันนี่นะครับ มีแต่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับถ้าหากไม่ หันหน้าเข้ามาจริง ๆ นะครับ ไม่มาคุยกันครับ ท่านจะเปึนนายกรัฐมนตรีที่จะต้องจารึก เอาไว้ว่า ท่านจะทําให้บ้านเมืองนี้ลุกเปึนไฟ จะหาจุดจบไม่ได้ในทางที่ถูกที่ต้อง ฟังผมนะ ผมไม่ใช่หมอดู แต่ผมพูดเอาไว้ วันนั้นผมเสนอ ประชา พรหมนอก ผมไม่ได้แข่งกับท่าน นะครับ ผมหาทางออกให้กับประเทศชาติบ้านเมือง และหลังจากนั้นมา ประชา พรหมนอก จะไม่มาวันนั้น ผมอาศัยเปึนเหมือนกับพี่ ตั้งเขาเปึนอธิบดีกรมตํารวจมากับมือ รู้จักกันมาตั้งแต่เขาเปึนผู้กํากับนะครับ บอก เฮ้ย ชา อั๊วก็รู้ว่าลื้อแพ้ แต่ลื้อแพ้เพื่อประเทศชาติสักครั้งไม่ได้หรือวะ ประชาก็ลูกผู้ชายนะครับมา วันนั้นผมบอกเลย ผมไม่รู้หรือว่าคืนนั้นทั้งคืนทําอะไรกันบ้าง มีการทําอะไรกันบ้างในการ โหวตวันนั้น เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่ ขอพูดอย่างสร้างสรรค์ ขอพูดอย่างผู้อาวุโส ขอพูด อย่างผู้เฒ่านะครับ ที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตลอดชีวิตมา ร่วมกับผู้หลักผู้ใหญ่ หัวหลักหัวตอใหญ่ ๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ก็คุยกันหลายคนนะครับคุยกันอยู่ ว่าเปึน ห่วงเปึนใยบ้านเมืองจะทําอย่างไรกันดี ผมคิดว่าหันหน้ากลับมาเถอะครับหันหน้ากลับมา หากันรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี บ้านนี้เมืองนี้ไม่มีอะไรให้ปฏิรูปอีกแล้ว ประเทศไทยปฏิรูปกันมาไม่รู้จะปฏิรูปกันอย่างไรแล้วนะครับ ปฏิรูปตัวเองคนที่รับอาสา เข้ามาในสภาแห่งนี้ก็ดี หรืออยู่นอกสภาก็ดี เปึนนักการเมือง เปึนข้าราชการ เปึนอะไร ต่าง ๆ อาสานะครับ คนกินเงินเดือนนี่ถือว่าอาสา ถ้าโบราณเขาบอกว่าเลี้ยงช้างให้กิน ขี้ช้าง แต่เด็กรุ่นใหม่เอาหูทวนลมเถอะครับ แม้กระทั่งคนรุ่นเก่าถ้าไม่เอามาขยายผลก็ไม่รู้ ว่าเรียนช้างกินขี้ช้างหมายความว่าอย่างไร เลี้ยงช้างถ้าช้างเปรียบเหมือนประเทศชาติ บ้านเมือง โบราณเขาบอกว่าเลี้ยงช้างให้กินขี้ช้าง ถ้ายศน้อยหน่อยซีน้อยหน่อยก็กินขี้ช้าง น้อยหน่อย ถ้ามียศมาก ๆ มีซีมาก ๆ ก็กินขี้ช้างคําใหญ่หน่อย แต่ถ้าช้างจะมีขี้ให้กิน ต้อง เลี้ยงช้างให้มันอ้วนมันพีนะครับ ถ้าไม่เลี้ยงช้างให้อ้วนให้พีนี่ไม่มีขี้ให้กินหรอก แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ความคิดแตกแยกกัน ถ้าความคิดแตกแยกในเรื่องสร้างสรรค์รับรอง ว่ามันไม่นั่นหรอก จะสร้างสรรค์บ้านเมืองนี้จะสร้างอย่างนี้ อย่างนี้ไม่ดีนะควรจะเติมอย่าง นี้มันก็อยู่ในแนวเดียวกัน แต่เดี๋ยวนี้นะครับความคิดมันแตกแยกกัน เพราะผลประโยชน์ ส่วนตัวกันทั้งนั้น ไม่ได้คํานึงถึงว่าถ้าทําอย่างนี้บ้านเมืองจะเสียหายอย่างไร อย่างเช่น เลือกตั้งเข้ามา แล้วก็มาแย่งชิงอํานาจกันอย่างนี้ เขาเรียกว่าหักดิบเอาอํานาจที่หักดิบมา ไม่จีรังหรอกครับ และโดยเฉพาะวิกฤติตอนนี้ด้วย ผมคิดว่าไม่มีทางจะจบได้ท่าน นายกรัฐมนตรีท่านอย่าไปฟังใครเลย ท่านจะเปึนอนาคตของชาติ ผมอาจจะมองอะไรที่ ไกลนะครับแล้วก็แม่นเสียด้วยจากประสบการณ์ ไม่ใช่เปึนคนแก่เกิดนานเฉย ๆ นะครับ และผมรู้คนด้วยรู้คนข้าง ๆ ท่านทั้งหมดนิสัยเปึนอย่างไร อะไรเปึนอย่างไรผมรู้หมด เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะพูดหรือไม่พูดเท่านั้นเอง แต่วันนี้อยากจะให้ท่านลองไปทบทวนดู หันหน้าเข้ามาแล้วให้ท่านเปึนเจ้าภาพสรรหาคนเปึนนายกรัฐมนตรีเข้ามาปรองดอง เอาบ้านเอาเมืองไว้นะครับ ตอนนี้มีหน้าที่ทุกคนเอาประเทศชาติบ้านเมืองไว้เอาสถาบันไว้ เทิดทูน อย่าไปคิดนะครับ อย่างเช่นไปร้องเพลงเอาประเทศไทยของเราคืนมา เอาประเทศไทย ของเราคืนมา ใครมายึดประเทศไทยครับ ผมอยากจะถามว่าใครมายึดประเทศไทย ก็พวกเราต่างหากล่ะบอกปกปัองสถาบัน ใครละครับไปทําอะไรสถาบัน ก็พวกเรากันเองทั้งนั้นไปดึงลงมา แล้วก็ไปอ้างนั่นอ้างนี่ ถ้าอ้างไปทําในสิ่งที่ดีมันก็ไม่เปึนไร นี่กลับไปเอาอ้างพ่ออ้างแม่แล้วก็ไปทําผิดบ้าน ผิดเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูด สองคําก็กฎหมาย สามคําก็กฎหมาย แต่ท่านต้องย้อนอดีต ก่อนที่ท่านจะขึ้นมานั่งตรงนี้ ท่านขึ้นมาเพราะคนทําผิดกฎหมายใช่ไหม ท่านต้องไป ทบทวนตรงนี้ด้วยนะครับ ผมก็ไม่มีอะไรที่จะมากกว่านี้ ก็อยากจะให้ท่านทุกคนไป ทบทวนกันดูและหันหน้าเข้ามาหากันครับ เลิกพูดกันเสียที อ้ายอย่างนี้ไม่จบครับ พูดแล้ว ไม่จบ เอาสิ่งที่จบดีกว่าหันหน้าเข้ามาหากัน รัฐธรรมนูญนะครับ ปฏิรูปการเมืองเลิกพูด กัน เราเอาสภาแห่งนี้เท่านั้นเปึนที่จะต้องแก้วิกฤติให้กับบ้านกับเมือง รัฐธรรมนูญที่ดี ๆ มีตั้งหลายฉบับ อย่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมไม่ใช่ว่าค้านไม่รับนะครับ แต่ค้านไว้ว่า ให้อํานาจที่ไปเขียนอะไร ๆ ไว้ ให้กับอํานาจคนไว้มากเกินไปก็เอามาแก้เสียอะไรเสีย ป้ ๒๕๔๐ ผมว่าเราไม่ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญอะไรเลย เพียงแต่ว่ามติของรัฐสภาแห่งนี้บอก ว่าให้งดใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เสีย เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ แล้วก็เขียน บทเฉพาะกาลห้อยท้ายไว้เลย การกระทําใด ๆ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน นั่นก็ถือว่าให้เลิก แล้วต่อกัน ไปตั้งองค์กรอิสระอะไรต่าง ๆ ที่ไปทําผิดบ้าง ถูกบ้างอะไรก็ไม่เอากันมานับ ๑ กันใหม่นะครับ ผมคิดว่าใครจะมาคิดล้มล้างสถาบันแค่คิดก็บรรลัยแล้ว ใครจะมาคิด ล้มล้างประเทศชาติบ้านเมืองในทางไม่ถูกไม่ต้อง แค่คิดก็บรรลัยแล้ว ผมบอกให้แค่นั้น นะครับ แค่คิดก็บรรลัยแล้ว ก็ขอฝากท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนหนุ่มซึ่งเปึนอนาคตของ ประเทศชาติไว้ในโอกาสนี้ แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบคุณมากครับ
ต่อไปเชิญท่านศุภชัย โพธิ์สุ ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดนครพนม ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภานะครับ ท่านประธานครับ ผมได้นั่งฟังการอภิปรายการแสดง ความคิดเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในรัฐสภาแห่งนี้ตลอดระยะเวลา ๒ วัน ด้วยความอดทนครับ ผมต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ได้เสนอให้มีการ เป่ดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งเปึนตัวแทนจากพี่น้องประชาชนได้มี โอกาสแสดงความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศชาติที่ เกิดขึ้นในครั้งนี้ครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์และก่อน สงกรานต์นั้นได้นํามาซึ่งความเสียหายและความบอบช้ําให้กับประเทศชาติบ้านเมืองเรา ค่อนข้างสูงมาก ผมเชื่อว่าคนไทยที่มีจิตใจปกติคงไม่มีใครที่อยากเห็นสภาพเช่นนี้เกิดขึ้น ต้องขอบคุณรัฐบาลจริง ๆ ที่ทําให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจบลงได้ด้วยดี จนกระทั่งทําให้ความ เสียหายที่เกิดขึ้นที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นเสียหายมากมายเหลือเกินนั้นได้ลดน้อยลง ถ้าเปรียบเทียบความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเหตุการณ์หลาย ๆ ครั้งในประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทยนั้น ไม่ว่าจะเปึนเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ หรือเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ ความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ที่มีต่อชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนับว่ายังน้อยมากครับ ท่านประธานครับ จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีสมาชิกเราค่อนข้างหลายท่าน โดยเฉพาะจากซีกฝ์ายค้านได้กล่าวเปึนประจําว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากการ ที่รัฐบาลชุดนี้มาจากความไม่ชอบธรรม เปึนรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติซ่อนรูปและเปึนรัฐบาลที่เกิดจากงูเห่า เกิดขึ้นจากการ ทรยศพรรค ความจริงแล้วผมเห็นหลายคนพูดแล้วตั้งใจว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก แต่บังเอิญ เหลือเกินครับว่า ยังมีสมาชิก แล้วอีกหลาย ๆ ท่านยังปักใจยังเชื่อยังเข้าใจในลักษณะ อย่างนั้น ท่านประธานครับความเข้าใจที่เกิดขึ้นของสมาชิกบางฝ์ายนั้น ทําให้เกิดความ เสียหายต่อพวกผมเปึนอย่างยิ่งครับ เพราะฉะนั้นผมขอโอกาสท่านประธานได้ลงใน รายละเอียดตรงนี้สักนิดหนึ่งครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลที่มา จากความชอบธรรม ถูกต้องครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ มีการเลือกตั้ง แน่นอนครับพรรคพลังประชาชนได้รับชัยชนะคือเสียงข้างมาก ตอนนั้นผมอยู่พลังประชาชนได้เปึนรัฐบาลครับ วันที่ ๒๘ มกราคม ป้ ๒๕๕๑ สภา ผู้แทนราษฎรแห่งเดียวกันนี้ละครับ และ ส.ส. ชุดเดียวกันนี้ละครับได้เลือกตั้งเอา นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนในขณะนั้นเปึนนายกรัฐมนตรีครับ แล้วเมื่อ วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑ สภาชุดเดียวกันนี้ ส.ส. ชุดเดียวกันนี้เลือกเอานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ขณะนั้นทําไมละครับ พรรคเพื่อไทย ตอนนั้นเปึนพลังประชาชน จึงไม่บอกว่ารัฐบาลทั้งมาโดยท่านสมัคร โดยท่านสมชายเปึน เผด็จการละครับ ทําไมจึงบอกว่าเปึนประชาธิปไตยละครับ หรือว่าขณะนั้นพรรคของ ตัวเอง ฝ์ายของตัวเองได้เปึนรัฐบาลเลยถือว่าเปึนประชาธิปไตย แล้วทําไมเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ก็สภาชุดเดียวกันนี้ ส.ส. ชุดเดิมนี้ละครับท่านครับ ได้ลงมติเลือกเอา นายอภิสิทธิ์เ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วทําไมเพื่อน ๆ ผมสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พรรคฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทยจึงกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้เปึนเผด็จการไม่เปึนประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่มาจากที่มาอันเดียวกันครับ หรือเปึนเพราะพรรคตัวเองฝ์ายของตัวเองไปเปึนฝ์าย ค้านอย่างนั้นหรือครับ ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาที่กล่าวหาพวกผมโดยเฉพาะกลุ่ม เพื่อนเนวินเปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรงและสร้างความเสียหายให้กระผมมากครับ ผมจําเปึนต้องพูดในรายละเอียดครับ หลายคนกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้เกิดจากการ แปรพรรค เกิดจากงูเห่าภาคสอง เกิดจากคนทรยศพรรค ถ้าพูดถึงงูเห่าภาคสอง พูดถึงคน ทรยศพรรคเปึนใครไปไม่ได้ หมายถึงใครไปไม่ได้หรอกครับหมายถึงพวกผมกลุ่มเพื่อน เนวินซึ่งขณะนี้ชื่อพรรคภูมิใจไทยนี่ละครับ ท่านประธานครับ พวกผมขอปฏิเสธครับ พวก ผมไม่ได้ทรยศต่อพรรคพลังประชาชน พวกผมไม่ได้ทรยศต่อประชาชนครับ ท่านประธาน จําได้ไหมครับ เมื่อก่อนพวกผมอยู่พรรคพลังประชาชน แต่พอศาลตัดสิน พรรคพลังประชาชนถูกยุบ เราต่างก็ไม่มีพรรคเหมือนกัน ส.ส. ทุกคนที่อยู่ พรรคพลังประชาชน อดีตของพรรคพลังประชาชนได้ใช้เอกสิทธิ์ความเปึน ส.ส. ของตนเองหาพรรคใหม่สังกัดภายใน ๖๐ วันครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ ครับ ส.ส. ส่วนมากประมาณ ๑๘๐ กว่าคนไปอยู่พรรคเพื่อไทยครับ ส.ส. ประมาณ ๕ คน ไปสังกัดพรรคกิจสังคมครับ ส.ส. ประมาณ ๓ คนไปอยู่พรรคราษฎรครับ ส.ส. อีก ประมาณ ๕ คนไปสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดินครับ แล้วพวกผม ๒๓ คน ได้มองเห็นแนวทาง ของพรรคภูมิใจไทยเปึนพรรคที่เดินทางสายกลางจะสร้างความรักความสามัคคีความ สมานฉันท์และยึดมั่นนโยบายประชานิยมสังคมเปึนสุข พวกผมตัดสินใจมาอยู่ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ เราอดีตพรรคพลังประชาชนต่างก็ถูกยุบพรรคครับ เราต่างใช้เอกสิทธิ์ของความเปึน ส.ส. หาพรรคสังกัดครับ ทําไมละครับ เพื่อน ๆ ผมจาก พรรคพลังประชาชนเดิม ๑๘๐ กว่าคนไปอยู่พรรคเพื่อไทย จึงไม่ถูกกล่าวหาว่าทรยศ หักหลังพรรค ทําไมละครับ เพื่อนผมอีกหลายคนไปอยู่กิจสังคม ไปอยู่ราษฎรไปอยู่ พรรคเพื่อแผ่นดิน ไม่ถูกกล่าวหาตั้งข้อใด ๆ เลย แต่พวกผม ๒๓ คน กลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย ต้องถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้ทรยศต่อ ประชาชน เปึนงูเห่า ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหานี้ไม่เปึนธรรมสําหรับพวกกกระผมครับ เพราะว่าคนอื่นอยู่นอกพรรคพลังประชาชนอาจจะไม่เข้าใจ แต่พวกผมอยู่พลังประชาชน มาก่อนนั้นเข้าใจครับว่า ก่อนที่พรรคพลังประชาชนจะถูกยุบนั้น พรรคพลังประชาชน ไม่เคยมีมติเอาไว้เลยครับว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนถูกยุบพวกเราจะไปไหน ไปทําอะไร ที่ไหนต่ออย่างไร ไม่เคยมีมติเอาไว้ครับ แต่สิ่งที่พวกผมได้รับ พวกผมถูกกลุ่มผู้นําที่ไป ก่อตั้งพรรคเพื่อไทยนะครับ ขออภัยที่ต้องเอ่ยชื่อพรรคเพื่อไทยบ่อย ๆ พูดเสียดสี พูดดูถูกเหยียดหยาม กล่าวหาว่าพวกผมนี่เปึนกบฏ เปึนกลุ่มกบฏ เปึนเลือดเทียม ไม่ใช่ เลือดแท้ ไม่เอาเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทยด้วย พูดอย่างนี้กันหลาย ๆ คนครับ ท่านประธาน ครับ ไม่เปึนธรรมสําหรับพวกผมเลย แค่พวกผมแสดงความไม่เห็นด้วยในการที่เสนอชื่อ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะกลุ่มพวกผมเห็นว่าถ้าเสนอชื่อ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี ความแตกแยกในสังคมจะมีมากขึ้น รัฐบาลจะ บริหารประเทศชาติไม่ได้ ข้อเสนอแนะด้วยความหวังดีต่อพรรค สิ่งที่พวกผมได้รับกลับมา ก็คือกลุ่มกบฏ กลุ่มทรยศ เลือดเทียมไม่ใช่เลือดแท้ แล้วยังจะให้ผมบากหน้าไปอยู่ พรรคเพื่อไทยกับพวกท่านได้อย่างไรล่ะครับ ท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่พวกกระผมกลุ่ม เพื่อนเนวินต่อสู้เพื่อพรรคพลังประชาชน ต่อสู้กับทหาร ต่อสู้เผด็จการเพื่อพรรค พลังประชาชนมา ต่อสู้เพื่อ ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร มาด้วยชีวิตของพวกผมนะครับ พวกผมไม่ได้นั่งงอมืองอเท้ารับใบบุญจากท่านทักษิณอย่างเดียวนะครับ พวกผมสู้ เพื่อท่านมาด้วยชีวิต ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตพูดถึงการสลับขั้วทาง การเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ท่านประธานไม่ทราบหรอกครับว่า พวกผมตัดสินใจด้วยความเจ็บปวด ด้วยความทุกข์ทรมานในหัวใจ ตัวผมเองจําได้ว่า ในชีวิตนี้ตัดสินใจที่สําคัญที่สุดในชีวิต ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ ผมตัดสินใจไปจับป๋นต่อสู้ร่วมพรรคคอมมิวนิสต์อยู่ในป์ามาแล้ว นั่นคือการตัดสินใจ ครั้งแรกของผมที่สําคัญในชีวิตที่สุด ครั้งที่ ๒ คือการตัดสินใจมาร่วมจับมือกับ พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล เปึนการตัดสินใจที่ยากลําบากมากจริง ๆ เพราะพวกผมต้อง ไปตอบพี่น้องประชาชนแสนกว่าคนที่เลือกผมอยู่ที่จังหวัดนครพนม ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงเหตุผลส่วนตัว ผมรักท่านทักษิณครับ เพราะท่านทักษิณเคยทําเพื่อคนยากคนจน ถ้าพูดถึงเหตุผลส่วนตัวผมยังรักพรรคพวกเพื่อนฝูงที่อยู่พรรคพลังประชาชนเดิม ซึ่งมาอยู่ พรรคเพื่อไทยขณะนี้ แต่ในฐานะที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับความไว้วางใจ จากพี่น้องประชาชน ผมไม่อาจจะเอาเหตุผลส่วนตัวมาตัดสินอนาคตทางการเมืองของ ประเทศชาติได้ครับ ท่านประธานก็คงจะได้เห็นว่า ๓-๔ ป้ที่ผ่านมา ประชาชนได้ให้โอกาส พรรคไทยรักไทย และได้ให้โอกาสพรรคพลังประชาชนมาหลายครั้งครับ เลือกตั้งป้ ๒๕๔๔ พรรคไทยรักไทยได้เปึนรัฐบาล ชนะเลือกตั้ง พันตํารวจโท ทักษิณ เปึนนายกรัฐมนตรี ๔ ป้ครับ นั่นคือโอกาสที่ประชาชนให้ ป้ ๒๕๔๘ พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งเปึนรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ เปึนนายกรัฐมนตรีได้ ๑ ป้ ป้ ๒๕๕๑ ๒๓ ธันวาคม หลังจากทหาร ปฏิวัติยึดอํานาจ เอารัฐธรรมนูญ ฉบับ ๒๕๕๐ ขึ้นมา เลือกตั้งใหม่ ๒๓ ธันวาคม ๒๘ มกราคม ๒๕๕๑ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนขณะนั้นเปึน นายกรัฐมนตรี แต่บริหารประเทศชาติได้เพียง ๗ เดือน แล้ววันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หัวหน้าพรรคพลังประชาชนในขณะนั้น ขึ้นเปึนนายกรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง แต่บริหารประเทศชาติได้เพียง ๒ เดือน กับ ๑๕ วัน ไม่ได้เข้าไปเหยียบ ทําเนียบ ไม่ได้เข้าไปนั่งในห้องนายกรัฐมนตรี เปึนนายกรัฐมนตรีนกขมิ้น ท่านประธานครับ ได้เห็นแล้วใช่ไหมว่าประชาชนให้โอกาส พวกผมก็ทําหน้าที่ตามประชาชนมอบหมายมา แต่พรรคพลังประชาชนเดิม ซึ่งเปึนพรรคเพื่อไทยในขณะนี้บริหารประเทศชาติไปไม่ได้ครับ ความแตกแยกเกิดขึ้นอย่าง รุนแรง ท่านเห็นไหมครับ ถึงแม้ว่าจะบริหารประเทศชาติไปไม่ได้ มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเปึนเสียงข้างน้อย ไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชนเสียงข้างมาก ไม่ว่าจะมา จากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือมาจากตํารวจ ทหาร ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งรัฐบาล หรือมาจากสาเหตุที่ข้าราชการบางส่วนใส่เกียร์ว่างไม่ยอม ปฏิบัติคําสั่งของรัฐบาล ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นล้วนแล้วแต่แสดงออกถึงความสามารถ ศักยภาพของรัฐบาลในขณะนั้นครับ มีอย่างที่ไหนครับ พันธมิตรยึดทําเนียบชุมนุมอยู่ ๖-๗ เดือน รัฐบาลไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาได้เลยครับ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ๒ ครั้ง รัฐบาลทําอะไรไม่ได้เลยครับ สั่งทหารไม่ปฏิบัติงาน สั่งตํารวจไม่ปฏิบัติงาน ข้าราชการ ใส่เกียร์ว่าง แล้วอย่างนี้ยังจะบริหารประเทศชาติไปได้อย่างไร พวกผมเปึน ส.ส. นะครับ พวกผมต้องคิดถึงอนาคตของพี่น้องประชาชน ต้องคิดถึงอนาคตของประเทศชาติ บ้านเมือง วันนี้จะรักใครขนาดไหนอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ แต่ประเทศชาติต้องเดินไปได้ ประเทศชาติต้องมีทางออก ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่า ความล้มเหลวทั้งหลาย ทั้งปวง ๒-๓ ป้ที่ผ่านมานั้น มันแยกไม่ออกหรอกครับว่า การที่ขาดวุฒิภาวะ การที่ขาด ศักยภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของพรรคพลังประชาชนซึ่งเปึนพรรคเพื่อไทยใน ขณะนี้ ไม่ใช่ผมไปกล่าวหาเขาลอย ๆ นะครับ แม้แต่ขณะนี้นะครับท่านประธาน พรรค เพื่อไทยยังหาหัวหน้าพรรคตัวจริงไม่ได้เลยครับ หาผู้นําฝ์ายค้านหลายเดือนแล้วนะครับ สภาชุดนี้ก่อตั้งมา ยังหาผู้นําฝ์ายค้านไม่ได้เลยครับ นี่คือความจริง ส.ส. เกือบ ๒๐๐ คน ในพรรคเพื่อไทยหาคนที่จะเสนอเปึนนายกรัฐมนตรีไม่ได้เลยครับ ต้องไปอาศัยใบบุญ ต้องไปอาศัยบริการ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน คือท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน แล้วอย่างนี้จะให้พวกผมซึ่งเปึน ส.ส. กลุ่มเพื่อน เนวิน จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ฝากความหวังไว้กับพรรคการเมืองพรรคนี้ ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ พวกผมถูกกล่าวหาว่าเปึนผู้ทรยศต่อพรรค พลังประชาชน ผมขอเรียนว่า การไม่เคารพมติพรรคนั้น ในพรรคพลังประชาชนนี่ไม่ใช่ พวกผมครับ แต่การทรยศต่อประชาชน ฝ์าฝ๋นมติของพรรคพลังประชาชนนั้นได้เกิดขึ้น ตั้งแต่ตอนที่พรรคพลังประชาชนมีมติให้เลือก นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ ครับ พรรคมีมติให้สนับสนุน ท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรีครั้งที่ ๒ มันก็ตรงกับที่ตอนที่ช่วงเราหาเสียงในนามพรรคพลังประชาชน เราสัญญากับพี่น้อง ประชาชนว่า เลือกตั้งเสร็จถ้าพรรคพลังประชาชนชนะ เราจะเอานายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคของเราเปึนนายกรัฐมนตรีครับ แต่สุดท้ายท่านสมัคร สุนทรเวช ถูกหักหลัง ครับ เอานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยขึ้นเปึนนายกรัฐมนตรี นี่คือความเจ็บปวด ไม่ใช่ เฉพาะของท่านสมัคร สุนทรเวช เท่านั้น แต่เปึนความเจ็บปวดของพวกผม เปึนความ เจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่เลือกท่านสมัคร สุนทรเวช ขึ้นมาครับ ท่านประธานครับ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เขาหาว่าผมเปึนงูเห่า ส.ส. พรรคภูมิใจไทยซึ่งเปึนอดีต ส.ส. ของพรรคพลังประชาชนที่พรรคที่ถูกยุบ เลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี หาว่าไม่เปึนประชาธิปไตย ผมอยากจะถามท่านประธานฝากไปถึง พรรคเพื่อไทยครับว่า การที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทยซึ่งมาจากพรรคพลังประชาชนนั้น ไปเลือก พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เปึนรักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปึน นายกรัฐมนตรีนั้น มันเปึนประชาธิปไตยตรงไหนล่ะครับ แตกต่างจากพวกผมอย่างไรล่ะ ครับ เพราะทั้งท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ทั้ง ๒ คน ต่างก็ไม่ได้เปึนหัวหน้าพรรคเพื่อไทยครับ ไม่ได้เปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทยครับ และ ส.ส. พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้เลือกหัวหน้าพรรคตัวเองเปึนนายกรัฐมนตรีหรอกครับ แล้วมันต่าง จากพวกผมอย่างไรบ้างล่ะครับ ฉะนั้นผมขอเรียนกับท่านประธานว่า ข้อกล่าวหาทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรงสําหรับพวกผม แต่ว่าในอดีตที่ ผ่านมาพวกผมไม่เคยพูด ไม่เคยโต้แย้ง วันนี้ขอพูด ขอชี้แจงความในใจของพวกผมครับ ท่านประธานครับความจริงแล้ว เหตุการณ์ความรุนแรงที่สร้างความเสียหายให้กับ ประเทศชาติและประชาชนที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์และก่อนสงกรานต์นั้นมันคง จะเกิดขึ้นไม่ได้ครับ ถ้าผู้นํากลุ่ม นปช. หรือผู้นํากลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเปึน พันตํารวจโท ทักษิณ ที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนผู้นําที่อยู่บนเวที ไม่ปลุกปัืนยุยง ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนที่ใฝ์ฝันในระบอบประชาธิปไตยมากระทําการฝ์าฝ๋นกฎหมาย บ้านเมือง ทําให้บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพไม่มีกฎหมาย ไร้ขื่อแป นําความเดือดร้อนมาสู่ พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ แล้วก็นําเงื่อนไขนี้มาต่อรองกับรัฐบาล จับประชาชนเปึน ตัวประกัน บีบบังคับให้รัฐบาลยอมทําตามข้อเรียกร้อง ซึ่งไม่ถูกต้อง พฤติกรรมของ พันตํารวจโท ทักษิณ กับผู้นํา แกนนํากลุ่ม นปช. เฉพาะแกนนําคนเสื้อแดงนั้น เปึนพฤติกรรมที่ไม่ต่างจากพฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทําลายประเทศชาติมาแล้ว ไม่ต่างกันเลยครับท่านครับ ผมได้เห็นรัฐบาล โดยการนํา ของท่านอภิสิทธิ์ ได้มีความอดทน อดกลั้นจนถึงที่สุดแล้วครับ แม้แต่ผู้ชุมนุมจะทําผิด กฎหมายอย่างไรก็อดทน อดกลั้น ท่านประธานครับหากย้อนดูการชุมนุมที่ผ่านมา ตั้งแต่ เริ่มต้น ไม่ได้มีอะไรเลยครับ เปึนการต่อสู้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง เท่านั้น เปึนการต่อสู้เพื่อที่จะกลับมาเปึนรัฐบาลของพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย เพราะฉะนั้นถ้าผลประโยชน์ไม่บังตา ความโลภในหัวใจไม่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนต้องไม่มาเสี่ยงลักษณะอย่างนี้ ผมขอเรียนว่าพี่น้องประชาชนถูกหลอก ครั้งแล้วครั้งเล่าครับ สมัยผมอยู่พลังประชาชนหาเสียง บอกว่าถ้าชนะเลือกตั้งเปึนรัฐบาล จะแก้รัฐธรรมนูญ ถามว่าตอนพรรคพลังประชาชน ซึ่งเปึนพรรคเพื่อไทยขณะนี้ เปึนรัฐบาลทําไมไม่แก้รัฐธรรมนูญละครับ พวกผมลงชื่อยื่นเสนอกฎหมายแก้รัฐธรรมนูญ เข้าสู่สภา ผู้หลักผู้ใหญ่จากนอกพรรคจากต่างประเทศสั่งให้หยุด เพราะกลัวกลุ่มพันธมิตร จะล้มรัฐบาลครับ แม้แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวง หรือที่นําเสนอ โดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเปึนนักสู้เพื่อประชาธิปไตยครับ ได้เสนอเข้าสู่สภา ก็ดองเอาไว้ ไม่คืบหน้าไปไหนเลย จนกระทั่งญัตติการเสนอขอแก้ รัฐธรรมนูญตกไป แกนนําพรรคพลังประชาชนส่วนใหญ่ขณะนั้นก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องแก้ รัฐธรรมนูญเลยครับท่านประธานครับ แล้วนอกจากนั้น พอพรรคพลังประชาชนถูกยุบ พรรคเพื่อไทยไปเปึนฝ์ายค้าน ค่อยมาพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ พูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ในขณะนี้เพื่อสร้างเงื่อนขาหลอกลวงพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยมาร่วมชุมนุม ต่อต้านรัฐบาลเท่านั้นละครับ ไม่ได้มีอะไรเลย ท่านประธานครับผมสงสารพี่น้องประชาชน ที่ถูกหลอกมาตลอด ท่านประธานคงได้ยินครับ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ
หมดเวลา
โฟนลิงค์มา โฟนอินมา บอกว่าถ้าเสียงป๋นนัดแรกดัง จะกลับมานําประชาชนต่อสู้ ขณะนี้ท่านทักษิณ หายไปอยู่ที่ประเทศไหนละครับ ทําไมไม่มาดูแลพี่น้องประชาชนละครับ หลอกให้ พี่น้องประชาชนมาเจ็บ บอกให้พี่น้องประชาชนมาทุกข์ยากลําบาก แล้วในขณะที่ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ กับผู้นํา แกนนํากลุ่มเสื้อแดงที่อยู่บนเวทีปลุกระดมพี่น้องประชาชน ลุกฮือ ลูก เมีย ญาติพี่น้อง ในตระกูลของท่านขนกันหนีไปต่างประเทศหมด วันที่ ๑๒ กลุ่มเสื้อแดงบุกทําลายการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่พัทยา ได้ แสดงความยินดี ดีใจ กันใหญ่ ท่านประธานครับความจริงเวลาของพรรคภูมิใจไทยเหลืออีกประมาณ ๑๐ นาที ครับท่านครับ เพราะท่านเฉลิมชาติเมื่อเช้าใช้ไม่หมด ๑๐ นาที ท่านเชิดชัย วิเชียรวรรณ ใช้ไม่หมด ๑๐ นาที เหลือ ๒๐ นาที ความจริง
เดี๋ยว ๆ ถามประธานวิปฝ์ายรัฐบาล
ผมขอเพิ่มอีก ๑๐ นาทีครับ ท่านครับ
ประธานวิปฝ์ายรัฐบาล เวลาเหลือ หรือเปล่า
พรรคภูมิใจไทย หมดแล้วครับ คนสุดท้ายครับ ผมขออีก ๑๐ นาทีครับ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ ในฐานะวิปรัฐบาลนะคะ ยินดีค่ะ เวลาเหลืออยู่ค่ะ ของพรรคภูมิใจไทยค่ะ
เขาขอ ๑๐นาที ให้เขาใช่ไหม
ผมขอ ๑๐ นาที ครับ ท่านครับ
เอ้า เชิญตามสบาย
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ทั้ง ๆ ที่วันที่ ๑๒ นี่นะครับ พอเห็นชัยชนะของกลุ่มคนเสื้อแดงที่พัทยา เวทีข้างทําเนียบ เฉลิมฉลองกันใหญ่ คนอยู่ต่างประเทศวีดีโอ ลิงค์ เข้ามาร้องเพลง สนุกสนาน ฝนที่ตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้ คล้าย ๆ กับเตรียมฉลองชัยชนะท่ามกลาง ความเสียหายความบอบช้ําของประเทศชาติบ้านเมือง แต่ลูกของตัวเอง เมียของตัวเอง ญาติพี่น้องของตัวเอง ขนกลับไปต่างประเทศ ขนหนีไปอยู่ต่างประเทศหมด แม้แต่แกนนํา คนเสื้อแดง วันที่ ๑๒ แย่งกันขึ้นเวทีคนเสื้อแดงข้างทําเนียบรัฐบาลจนล้นเวทีครับ จนไม่มี ที่จะยืน แต่เช้ามืดวันที่ ๑๓ ท่านประธานครับ รัฐบาลจําเปึนต้องสลายการชุมนุมควบคุม สถานการณ์เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านของเมือง เย็นวันที่ ๑๓ แกนนํา โดยเฉพาะ ส.ส. พรรคเพื่อไทยและอดีต ส.ส. พรรคพลังประชาชน อดีต ส.ส. พรรคไทยรักไทยที่แย่ง กันขึ้นเวทีคืนวันที่ ๓ หายหัวไปหมดเลย ยิ่งเช้าวันที่ ๑๔ แทบจะไม่มีใครเหลืออยู่บนเวที กลุ่มคนเสื้อแดงเลยครับ ท่านประธานที่ผมต้องพูดอย่างนี้ผมสงสารพี่น้องประชาชนของ ผมครับ ถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า สงสารครับ ท่านเห็นไหมครับ วันที่ ๑๔ พี่น้องประชาชน ของผมที่ถูกบรรดา ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่ถูกอดีต ส.ส. พรรคพลังประชาชนไปปลุกระดม เข้ามาด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ต้องเดินกลับบ้านนะครับ ต้องถูกทอดทิ้งให้เดินทาง กลับบ้านอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามว่าขณะนี้พี่น้อง ส่วนหนึ่งที่บาดเจ็บอยู่โรงพยาบาล มีใครไปดูแลเขาบ้างไหมครับ พี่น้องส่วนหนึ่งที่ถูกจับ มีใครไปดูแล มีใครไปประกันตัวเขาบ้างไหมครับ ผมสงสารพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่รัก ประชาธิปไตย ต้องตกเปึนเครื่องมือเปึนเหยื่อของนักการเมือง ทําไมผมถึงกล้าพูดตรงนี้ เพราะผมเคยเข้าร่วมการต่อสู้ ผมเคยมีประสบการณ์ ผมจึงรู้เรื่องนี้ดีครับ แต่สถานการณ์ ขณะนี้นํามาสู่ความแตกแยกค่อนข้างจะรุนแรงในสังคมไทย ท่านประธานครับ ผมขอ เรียนว่า เสื้อแดงก็คนไทยเหมือนกันครับ เสื้อเหลืองก็คนไทยเหมือนกันครับ เราทะเลาะ กันไปรบกันไปก็ไม่มีใครชนะหรอกครับ มีแต่แพ้ และที่สําคัญที่สุดคือประเทศชาติของ พวกเราแพ้ ผมอยากจะเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ สถานการณ์อย่างนี้ผมต้องขอชมเชย ท่าน ท่านมีความกล้าหาญ ท่านแก้ไขสถานการณ์ได้ และที่สําคัญที่สุดที่ผมคาดไม่ถึง ก็คือว่า ท่านได้หาทางออกให้กับประเทศชาติ หาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับวิกฤติของ ประเทศชาติ ท่านตัดสินใจถูกต้อง ท่านเดินมาถูกทางแล้วนะครับ ขอให้ท่านเดินไป ข้างหน้าแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่พรรค ที่ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจากฝ์ายค้าน ที่ผู้นํากลุ่มคนเสื้อแดงได้สะท้อนต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอโปรดท่านอย่าได้ละเลย นะครับ
ข้อแรกที่ผมอยากจะฝากท่านย้ําไปอีกว่า สิ่งที่จะสร้างความสมานฉันท์ สร้างความรักความสามัคคีให้กับคนในชาติได้ ท่านต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม กันครับ ทุกคนในประเทศไทยแห่งนี้จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอันเดียวกันครับ ไม่ว่า จะใส่เสื้อสีอะไรก็ตาม สีเหลือง สีแดง สีน้ําเงิน หรือสีใด ๆ ก็ตาม ผิดก็ต้องเปึนผิด ถูกก็ ต้องเปึนถูก ท่านนายกรัฐมนตรีต้องกล้าที่จะบังคับใช้กฎหมาย ต้องทําให้เปึนมาตรฐาน เดียวกัน อย่าทําให้เกิด ๒ มาตรฐานอย่างที่หลายคนเปึนห่วง หลายคนเปึนกังวลครับ และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมมองเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีเดินมาถูกทางแล้วครับ ท่านได้มีดําริ ให้พรรคร่วมรัฐบาลให้พรรคการเมืองทุกพรรคเร่งรัดในการที่จะเสนอประเด็นในการแก้ไข รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ใคร ๆ ก็รู้ใช่ไหมครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นมาจากการ ทําคลอดของเผด็จการ คมช. ครับ ผมต้องขออภัยที่อาจจะมี ส.ส.ร. มาเปึน ส.ว. อะไรอยู่ ตรงนี้ เพราะความจริงมันเปึนอย่างนั้นครับ มันมาอย่างนั้น อิทธิพลแนวความคิดหลักการ ก็มาจากผู้นําของ คมช. ในการกําหนดแนวทางในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานก็คงจะได้รู้ คงจะได้เห็นว่าหลายมาตราในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้สืบทอดอํานาจของ เผด็จการชัด ๆ หลายมาตราในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้ทําให้เกิดปัญหา ได้ทําให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทยอย่างรุนแรง ท่านเห็นไหมครับ ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาได้กี่ป้ละครับ ไหนบอกว่าสังคมไทยจะสงบ บ้านเมืองจะดีขึ้น กลับเลวร้ายลงกว่าเดิมขึ้นอีก ฉะนั้นผมจึงฝากท่านนายกรัฐมนตรีขอให้เดินแนวทางตรงนี้ ให้สําเร็จลุล่วงครับ พี่น้องประชาชนจะปรบมือให้ท่าน และบุคคลสุดท้ายที่ผมอยากจะ ฝากไปถึงครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากไปถึง พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ผมยังรักท่านครับ ผมยังเคารพท่านครับ ท่านเปึนคนเก่ง ท่านเปึนคนที่มีความรู้ ความสามารถ ทรัพย์สินของท่านก็มีมากมายมหาศาลแล้วล่ะครับ ถ้าท่านรักประเทศไทย จริง ท่านยอมเสียสละความสุขส่วนตัว ความสุขอาจจะสุขทางใจที่ท่านไม่ได้กลับเข้ามา ประเทศ ท่านยอมหยุดเถอะครับ ชาติบ้านเมืองจะได้มีความสงบสุข ประเทศชาติจะ เดินหน้าพัฒนาไปได้ ถ้าหากท่านตั้งสติสักนิดหนึ่ง คิดสักนิดหนึ่งชาติบ้านเมืองเดินไปได้ พัฒนาไปได้ ผมเชื่อว่าท่านจะได้รับการยกย่องจากคนไทยทั้งประเทศให้เปึนมหาบุรุษของ แผ่นดินครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ครับ ขอบคุณ
ท่านประธานครับ
ครับ มีอะไรครับ ท่านสมเกียรติ
ผมได้รับการพาดพิง ๕ ท่านครับ
เดี๋ยวให้หมดกรอบนี้แล้วก็ค่อยเอา ทีเดียวเลยนะครับ
ได้ครับ ๆ ผมจะใช้สิทธิพาดพิงไม่นานครับ
ครับ ไม่เปึนไรครับ หรือจะใส่โควตา ของพรรคเลยก็ได้ไม่เปึนไร เวลายังมีอยู่ครับ ต่อไปเชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์
กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เปึนที่น่าเสียดายว่าประเทศไทยของเรานี้ต้อง ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติถึง ๓ ด้าน พร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเปึนด้าน เศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ในเรื่องเศรษฐกิจนั้นเปึนสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากเกิดจากปัจจัยภายนอก และวิกฤติเศรษฐกิจในป้นี้จะรุนแรงกว่าวิกฤติป้ ๒๕๔๐ ส่วนวิกฤติทางสังคมและการเมืองนั้นเกิดจากปัจจัยภายใน ซึ่งพวกเราสามารถที่จะ ควบคุมได้หรือหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นถ้าหากว่าพวกเราไม่ได้กระทําอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไข ปัญหาสังคมและการเมืองนั้น ปล่อยให้วิกฤติเศรษฐกิจกระหน่ําซ้ําเติมสถานการณ์ของ ประเทศจะมีคนตกงานจํานวนมาก และหายนะที่รอพวกเราอยู่ข้างหน้าก็จะไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐสภาและประชาสังคมทุกภาคส่วนจะต้อง ช่วยกันแก้ปัญหาสังคมและการเมืองให้จบสิ้นไปโดยเร็ว เปึนที่น่าเสียดายว่าสังคมของ ประเทศไทยในขณะนี้มีความแตกแยกสูง มีความเกลียดชังซึ่งกันและกัน และขาดความ ไว้วางใจซึ่งกันและกัน การที่จะแก้ปัญหาในครั้งนี้ ผมใคร่เสนอข้อคิดเห็นของผมเองต่อ ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
ประการที่ ๒ คือเรื่องของสื่อมวลชน ผมใคร่ขอวิงวอนให้สื่อมวลชน ทุกแขนงได้โปรดได้ให้ข้อมูล ได้ให้ข่าวกับประชาชนอย่างรอบด้านและครบถ้วนและ อย่างสร้างสรรค์ การให้ข่าวโดยไม่ครบถ้วนอาจจะทําให้ประชาชน ซึ่งได้พอระแคะระคาย ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจจะมีการจินตนาการไปเกินเลยกว่าความเปึนจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งก็จะ เปึนการยิ่งตอกย้ําความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังให้มากขึ้นไปอีก วิธีการแก้ไข ความแตกแยกนั้น จําเปึนที่จะต้องทําให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณะทุกภาคส่วน เพื่อทําข้อสงสัยวิธีการนี้เท่านั้นที่จะช่วยลดความขัดแย้งลงได้ ซึ่งท่านอาจารย์สุกัญญา สุดบรรทัด ท่านได้เขียนข้อความเกี่ยวกับเรื่องสื่อมวลชนไว้ได้อย่างน่าฟังนะครับ ในหนังสือมติชนรายสัปดาห์เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาชื่อว่า ปริมณฑลแห่งสี นะครับ ก็ขอวิงวอนถ้าท่านมีโอกาสก็ลองศึกษาดูนะครับ
ประเด็นที่ ๓ จะต้องมีการยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ โดยเคร่งครัด หากไม่ยึด หลัก รูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) แล้ว สังคมก็คงจะไม่สามารถที่จะเกิดความสันติหรือ ความสงบสุขขึ้นได้ เนื่องจากฝ์ายรับผลกระทบก็ย่อมจะมีความรู้สึกได้ว่า ตัวเองไม่ได้รับ ความเปึนธรรม การยึดหลักนี้ย่อมหมายความว่า ผู้ใดเปึนผู้กระทําผิดย่อมต้องรับผิด เฉพาะตนการที่ไปตีความเหมาเข่ง โดยดูจากเหตุการณ์ ซึ่งเกิดขึ้นกับคนส่วนน้อย กระทําผิด แล้วก็ไปตีเหมารวมว่าบุคคลทั้งกลุ่มผิดพลาดทั้งหมด เปึนการกระทําที่ยิ่งจะ สร้างความแตกแยก และการสรุปอะไรโดยที่ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอก็เปึนอีก สิ่งหนึ่งซึ่งจะตอกย้ําความแตกแยกและความเกลียดชังระหว่างกลุ่มขึ้นอีก
ประเด็นที่ ๔ ก็คือการปรับปรุงกฎหมายและรัฐธรรมนูญให้เปึนไปตาม ประชาธิปไตยสากล อันมีพระมหากษัตริย์เปึนพระประมุข หากกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ ไม่เปึนไปตามหลักประชาธิปไตยสากล หรือใช้หลักที่เรียกกันว่าประชาธิปไตยหรือ รัฐธรรมนูญแบบไทย ๆ ก็จะมีฝ์ายที่รับผลกระทบ เกิดความไม่สบายใจว่าเขาอาจจะ เสียเปรียบ เนื่องจากกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญนั้น ๆ เนื่องจากข้อกล่าวหาที่ว่าชนชั้นใด ร่างรัฐธรรมนูญก็จะร่างรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพื่อตอบสนองชนชั้นนั้นก็จะมีข้อสงสัย ที่ไม่มีที่สิ้นสุด จึงมีความจําเปึนที่จะต้องมีการปรับระบบกระบวนการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและรัฐธรรมนูญของประเทศไทยให้เปึนไปตามหลักประชาธิปไตย สากล อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข และเปึนไปตามนิติธรรม ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ มีกติกาสากลที่ทุกคนประชาสังคมทุกภาคส่วนยอมรับได้ ถ้าหากเราศึกษาจากประเทศ อารยะ ซึ่งมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและยึดหลักประชาธิปไตยสากลไม่ว่า จะเปึนประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส หรือญี่ปุ์นก็ตาม ทั้ง ๔ ประเทศเหล่านี้ ต่างก็มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และมีรัฐธรรมนูญที่เปึนไปตาม ระบอบประชาธิปไตยสากลด้วยกันทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญของประเทศเหล่านี้จึงมีอายุยืนนาน และสามารถยังความเจริญวัฒนาถาวรมาสู่ประเทศเหล่านั้น สหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มาตั้งแต่ ๒๒๔ ป้ที่แล้ว ประเทศฝรั่งเศสมีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๕๘ แม้แต่ประเทศญี่ปุ์นเองก็มีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๔๗ ๕๐ ป้ ๖๐ ป้ ๒๐๐ กว่าป้ มีการแก้ไขก็เพียงเล็กน้อย แต่ว่าเนื่องจากว่ากติกาที่เปึน ประชาธิปไตยสากลนั้น ย่อมทนต่อกาลเวลาและสามารถที่จะนําพาประเทศผ่าวิกฤติได้ เนื่องจากกติกาที่เปึนสากลนั้นย่อมเปึนที่ยอมรับโดยทั่วไป ถ้าหากว่าเราจะพูดถึง ลักษณะเฉพาะของไทย ๆ ก็ไม่ควรที่จะอยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่ควรจะอยู่ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าหากว่ามีความไม่สบายใจ ก็อาจจะกําหนดให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นมีการแก้ไขซึ่งยากใกล้เคียงกับ รัฐธรรมนูญก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้มีลักษณะของความเปึนไทย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอ เน้นย้ําว่า ตัวรัฐธรรมนูญเองนั้นจะต้องมีเฉพาะประชาธิปไตยสากลอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนพระประมุขเท่านั้น ส่วนประเด็นสุดท้ายเปึนประเด็นที่ฝากมาจากเพื่อนสมาชิก วุฒิสภา ท่านขอเรียกร้องว่า ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาตินั้น ขอให้รัฐบาลและ สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน จงมีความจริงใจและยึดประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอแวนะครับ อยู่ไหมครับ เชิญครับคุณหมอครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังมา ๒ วัน รู้สึกไม่สบายใจหลาย ๆ ประเด็นนะครับ โดยเฉพาะ ผมไม่เชื่อนะครับว่า สิ่งที่เราเคยประสบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มันลามมาถึง กรุงเทพมหานคร แล้วก็ลามไปถึงทั่วประเทศในขณะนี้ หลาย ๆ คําครับที่สมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงนั้น เราเคยพูดคํานี้มาตลอดระยะเวลา ๔-๕ ป้ครับ เช่น ผู้ก่อความ ไม่สงบ หลายมาตรฐาน ทหารฆ่าประชาชน รัฐบาลมีความจําเปึนต้องใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน มีหน่วยพิเศษ หน่วยไล่ล่า มีเงินหนุนจากต่างประเทศ มีผู้ก่อความไม่สงบปลอม อาจจะ เปึนอาร์เคเคปลอม เสื้อแดงปลอม ก็แล้วแต่ครับ เปึนคําที่เราใช้มาตลอด รวมทั้ง ในตอนเที่ยงวันนี้นะครับ มีการพูดถึงการใช้ พ.ร.บ. ความร่วมมือทางอาญาระหว่าง ประเทศป้ ๒๕๓๕ กรณีที่จะไปขอตัว ท่านพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร กลับมาดําเนินคดี ในประเทศไทย คําเหล่านี้ครับ ถ้าในอดีตนะครับ ถ้าคน ๓ จังหวัดพูดถึงทุกคนจะไม่ให้ ความสนใจ แต่วันนี้เริ่มให้ความสนใจแล้วครับ เพียงประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไม่กี่วัน เฮฮา กันใหญ่ โวยวายกันใหญ่ครับ คน ๓ จังหวัดอยู่กับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมา ๓-๔ ป้แล้วครับ และการดําเนินการไม่ใช่เท่านี้ครับ มากกว่านี้ครับ การไล่ล่าไม่ใช่ลักษณะเสื้อน้ําเงิน เหมือนที่บางฝ์ายได้พูดถึง แต่ไล่ล่านอกระบบมีอีกมากมายครับ มีการพูดถึงว่ารถบัส ผ่านด่านทหารไปได้อย่างไร แต่คน ๓ จังหวัดมีการพูดถึงว่าหน่วยรถที่ไปยิงประชาชนนั้น ผ่านด่านทหารและตํารวจที่มีอยู่มากมายในพื้นที่ได้อย่างไร เหล่านี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น ผมฟังคําหลาย ๆ คําที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงแล้วผมไม่สบายใจจริง ๆ ครับ เพราะเกรงว่าหากไม่รีบจัดการแก้ปัญหาด้วยความสมานฉันท์แล้ว เกรงว่าปัญหามันจะ ลามไปมากกว่าที่เราคิดถึงในทุกวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียกร้องให้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ ได้คํานึงถึงข้อมูลที่ทุกฝ์ายได้พูดถึงนะครับ เพราะหลาย ๆ กรณีมันมีความขัดแย้งกันครับ อีกฝ์ายหนึ่งบอกว่ากระสุนจริง อีกคนหนึ่ง บอกว่ากระสุนปลอม ตราบใดที่ไม่ปรากฏความจริงเกิดขึ้นครับ การเริ่มต้นแก้ปัญหา แก้ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมอยากจะฝากพระบัญญัติของ พระผู้เปึนเจ้าที่มีอยู่ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานท่อนหนึ่งครับ เขาพูดถึงอย่างนี้ครับ ยาอัยยูฮัลลาซีนาอามานู อินญาอากุม ฟาซีกุม บีนาบาอิน ฟาตาบัยยานู เปึนข้อแรกที่ผม อยากจะฝาก โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อไรก็ตามที่มีบุคคลหนึ่งที่เปึนคนไม่ดีมาบอก กล่าวต่อเจ้าในข้อเท็จจริงอันใดอันหนึ่ง สิ่งแรกที่เจ้าต้องทําคือ ฟาตาบัยยานู เจ้าจง กลั่นกรองครับ เพราะฉะนั้นท่านจะไปเชื่อฟัง จะไปเชื่อข้อมูลที่ทางคนเคียงข้างของท่าน บอกอย่างเดียวไม่พอหรอกครับ ท่านต้องรับฟังจากผู้อื่นด้วยนะครับ ทําไมครับ เพราะว่า พระผู้เปึนเจ้าได้กล่าวอีกครับว่า อัลตูซีบูกุมมันบีจาฮานะเตน หากไม่เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะ กําหนดท่าทีแก่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยอวิชาหรือที่เรียกว่า โดยไม่รู้นั่นเองนะครับ เพราะฉะนั้นข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดครับ ไม่ว่าทางพรรคเพื่อไทยให้ข้อมูลหรือทาง พรรคประชาธิปัตย์เองให้ข้อมูลนั้น ท่านจะต้องรับฟังทั้ง ๒ ฝ์ายแล้วเอาข้อมูลเหล่านั้นมา พิจารณาทุกแง่ ทุกมุม ทุกประเด็น ทุกกรณี และทุกภาคด้วย เพราะในบางกรณีนั้น ผมเข้าใจว่า รูปภาพต่าง ๆ อาจจะเปึนจริงหมดก็ได้ครับ แต่ไปถ่ายทําคนละจุด คนละ กรณี แล้วก็คนละเวลาก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นครับต้องประมวลภาพออกมาก่อนที่ท่านจะ กําหนดท่าทีที่ชัดเจนในการดําเนินการใด ๆ นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเกิด ความแตกแยก ผมมีโอกาสเดินทางไปประเทศมาเลเซียอาทิตย์ที่แล้วนะครับ แล้วก็ไป ดูงานที่กระทรวงสมานฉันท์แห่งชาติครับ ที่ประเทศมาเลเซียเขามีกระทรวงสมานฉันท์ แห่งชาติ แล้วก็ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งครับ หนังสือเล่มนี้ละครับเปึนภาษามาลายู ผมระหว่างที่เดินทางผมก็พยายามอ่านอยู่ครับ ก็ไปพบประเด็นที่น่าจะมีประโยชน์ต่อ รัฐบาลในการที่จะแก้ปัญหา และต่อทุกฝ์ายที่คิดว่าจะนําไปสู่ความสงบสุขทั่วประเทศไทย นั้น ชื่อหนังสือก็คือว่า เปอร์ซาตูวัน ดัน เปอร์เปอเจอฮัน หมายความว่า ความสามัคคี ความสมานฉันท์และความแตกแยกครับ ผมอยากจะใช้เวลาสัก ๔-๕ ประเด็นครับ ที่อยากจะหยิบยกขึ้นมาจากหนังสือเล่มนี้ครับ
ประเด็นที่ ๑ ครับ เขาพูดอย่างนี้นะครับ เขาพูดว่า มีการอ้างถึงพระมหา คัมภีร์อัลกุรอาน ใน ซูเราะห์ อัลฮูจูลอจ โองการที่ ๙ ว่า และหากมี ๒ ฝ์ายจากบรรดา ผู้ศรัทธาต่อสู้กัน พวกเจ้าก็จงไกล่เกลี่ยระหว่างทั้ง ๒ ฝ์าย หมายความว่า อย่าเพิ่งเลือก ข้าง ให้ทําตัวเปึนกลางไว้เผื่อจะไกล่เกลี่ยทั้ง ๒ ฝ์ายได้ หากฝ์ายหนึ่งนั้นละเมิดอีกฝ์ายหนึ่ง พวกเจ้าต้องจัดการกับฝ์ายที่ละเมิด หมายความว่า ดําเนินการให้เปึนไปตามข้อกฎหมาย จนกว่าฝ์ายนั้นจะกลับไปสู่พระบัญชาของอัลเลาะห์ ซึ่งอาจจะไม่ถึงมีมาตรการจนเกิด จิตสํานึกว่าตัวเองผิด ไม่ว่าทั้ง ๒ ฝ์ายก็แล้วแต่ครับ แล้วหลังจากพวกนั้นพวกเจ้าก็คงจะ ประนีประนอมครับ ให้ประนีประนอมพระผู้เปึนเจ้าสั่งนะครับ อันที่ ๑ ให้จัดการกับฝ์ายที่ ละเมิด กรณีฆ่าหรือกรณีละเมิดชีวิตและทรัพย์สินก็แล้วแต่ครับ หลังจากนั้นก็จง ประนีประนอมระหว่างทั้ง ๒ ฝ์ายด้วยความยุติธรรม หมายความว่าต่างก็มีจิตสํานึกแล้ว ให้ประนีประนอมนะครับ แล้วก็การประนีประนอมนั้นจะต้องมีการประนีประนอมต้อง ยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ์ายด้วยไม่ใช่ใช้ ๒ มาตรฐานครับ และจงให้ความเที่ยงธรรมแก่ทั้ง ๒ ฝ์าย แท้จริงแล้วอัลเลาะห์ พระผู้เปึนเจ้านั้นทรงรับบรรดาผู้ให้ความเที่ยงธรรมครับ อันนี้คือ ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ครับ พระผู้เปึนเจ้าได้กล่าวอีกในบทอีกบทหนึ่งครับบอกว่า ด้วย ความโปรดปรานของพระผู้เปึนเจ้าที่ทําให้เจ้ามีความสุภาพอ่อนโยน หากเจ้ามีความ ประพฤติหยาบช้า มีใจแข็งกระด้าง ก็จะทําให้เขาเหล่านั้นแยกตัวออกไปอย่างแน่นอน ดังนั้น ๑. จงให้อภัยแก่พวกเขา ๒. จงขออภัยให้แก่พวกเขา และ ๓. จงปรึกษาหารือกับ พวกเขาเหล่านี้ด้วยในกิจการต่าง ๆ ครับ เพราะฉะนั้น ๓ ข้อนะครับที่มีบทบัญญัติในนี้ น่าจะเปึนประโยชน์ภายใต้สถานการณ์ที่มีอยู่ก็คือ ข้อที่ ๑ นะครับให้อภัยแก่พวกเขา ให้อภัยซึ่งกันและกันทั้ง ๒ ฝ์าย ๒. จงขออภัยให้แก่เขาทั้ง ๒ ฝ์าย และสุดท้ายคือต้อง หันหน้าเข้าหากัน ต้องสมานฉันท์ ต้องสามัคคี ต้องประชุมหารือกันและเป่ดเวทีในการที่ จะพูดคุยเพื่อหาทางออกให้ชาติบ้านเมืองในขณะนี้ครับ ไม่ใช่ไปพูดถึงในเรื่องความไม่ดี ทั้งหมดเหมือนที่เราพูดมา ๒ วันแล้วนะครับ
อันดับถัดไปนะครับ เขาพูดถึงอย่างนี้ครับเขาบอกว่า จงตามด้วยสิ่งที่ดี ๆ หลังจากสิ่งที่ไม่ดีนะครับ หมายความว่าเรามาพูดถึงสิ่งดี ๆ ให้มากขึ้นหลังจากสิ่งที่ไม่ดี นั้นได้เกิดขึ้นมากแล้ว และการกระทําสิ่งที่ดีนั้นย่อมจะให้ทางออกที่ดีกว่าครับ แล้วก็จะ ลบล้างสิ่งที่ไม่ดีครับ
อันนี้คือ ๒-๓ ประการที่ผมอยากจะหยิบยกให้กับท่านประธานฝากไปยัง รัฐบาลว่าในวันนี้นะครับมีความจําเปึนครับที่เราจะต้องยึดหลักในทางออกที่ผมได้กล่าว มาแล้ว ๒-๓ ประเด็นก็คือ อ๑. ให้อภัยกัน สมานฉันท์ สามัคคีนะครับ เพราะผมเชื่อว่าคง ไม่มีใครที่พูดถึงทั้งหมดนั้นถูกทั้งหมด และไม่มีฝ์ายใดที่ผิดทั้งหมด ผมเข้าใจว่าทั้ง ๒ ฝ์าย มีที่ถูก และมีอีกฝ์ายหนึ่งก็ผิดก็มีเช่นกันทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ มีทั้งถูกทั้งผิด เพราะฉะนั้นวันนี้ นะครับถ้าเรามาแสวงหาว่าเรานั้นผิดอะไร เราควรทําอะไรนั้นน่าจะมีประโยชน์มากกว่า ในการที่จะหาทางออกแก่บ้านเมืองในขณะนี้นะครับ
ส่วนประเด็นสุดท้ายครับ สิ่งที่ผมอยากจะเล่าถึงก็คือว่าผลจากการที่มุสลิม ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความรู้สึกว่าเขาถูกกระทํา เขาถูกอธรรม เขาได้รับความอยุติธรรมตลอดระยะเวลา ๔-๕ ป้นั้น มีหลาย ๆ ครั้ง เขาไม่รู้ จะไปพึ่งใครครับ บอกกับรัฐบาลแล้วรัฐบาลก็ไม่ได้แก้ เขาบอกว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นนําความยากลําบากแก่เขา แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ฟัง จนในที่สุดครับท่านประธาน ครับอีก ๒ นาที ก็คือว่าคนเหล่านั้นได้ขอพรจากพระผู้เปึนเจ้าว่าหากเขาถูกกระทํา หากเขาถูกอธรรม หากการบังคับใช้กฎหมายเหล่านั้นไม่ได้ให้ความยุติธรรมแก่เขานั้น ขอให้พระผู้เปึนเจ้าลงโทษแก่ผู้ที่กระทํา ตรงนี้ครับมันอันตรายนะครับ เพราะหลาย ๆ การขอพรนั้นมันจะมีผลต่อเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นนะครับ สมัย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านบอกว่ามีหลาย ๆ กรณีครับที่รัฐบาลได้กระทํา ความผิดนั้น ท่านไปขอโทษ แล้วก็จะเริ่มต้นใหม่ แต่เปึนสิ่งที่น่าเสียใจก็คือว่า หลังจากที่ ท่านสุรยุทธ์ จุลานนท์ ขอโทษนั้นไม่มีใครไปต่อยอดในการที่จะเยียวยาคนเหล่านั้น และในที่สุดการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในภาคใต้ก็ยังประกาศอยู่ รวมทั้งรัฐบาลภายใต้ การนําของพรรคประชาธิปัตย์ก็ประกาศใช้ตั้งแต่วันแรกที่เปึนรัฐบาล และเมื่ออาทิตย์ ที่แล้วก็ได้ต่ออายุอีก ๓ เดือนในการประกาศใช้ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลได้ประกาศว่าในกรณีที่จะ มีการต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓ เดือนนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะให้มีการทบทวน และการรับฟังนั้นจะไม่เพียงรับฟังฝ์ายกองทัพอย่างเดียว จะไม่ฟังตํารวจอย่างเดียว จะไม่ฟังฝ์ายพลเรือนอย่างเดียว แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไปรับฟังความรู้สึกของ ประชาชนในพื้นที่ด้วย แต่เวทีประชาชนในการรับฟังนั้นไม่เกิดขึ้น แต่ในที่สุด ครม. ก็ประกาศต่ออายุโดยไม่มีการทบทวนว่าการบังคับใช้ในอดีตนั้นมันเปึนไปตามหลัก นิติธรรมหรือเปล่า ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ได้มีผลกระทบโดยการที่ไม่มีทักษะในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เช่น กรณีที่มีการบันทึกผู้ต้องสงสัยในคอมพิวเตอร์แล้วก็มีการควบคุมตัว แต่หลังจาก ที่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ปรากฏว่า
คุณหมอครับ
อีก ๑ นาทีครับท่านประธาน
ท่านขอ ๒ นาที แต่นี่เกือบ ๓ นาที
โอ.เ.ค. ครับให้เต็ม ๓ นาทีครับ แต่หลังจากที่ได้ควบคุมตัวแล้วนะครับ
ก็ขอไปเรื่อย ๆ เหลือคนอื่นอีกตั้ง ๑๐ กว่าคนครับคุณหมอเห็นใจเพื่อนเขาบ้างครับ คุณหมอรู้แล้วจิตใจของคนที่กําลังจะ อภิปราย ไม่ได้อภิปราย คุณหมอก็อภิปรายไป
โอ.เค. ครับ ก็ฝากไว้ให้นายกรัฐมนตรีช่วยทบทวนเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉินในภาคใต้ด้วย เพราะว่า ความยากลําบากนั้นมันมีมากกว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑลครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ เชิญครับ ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมว่าค่อยสรุปเอาดีกว่าครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงไม่อยากรบกวนเวลา แต่ว่าไม่อยากให้ การชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวกับภาคใต้ไปปะปนกับเรื่องอื่นนะครับ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา เรื่องของการต่ออายุการใช้บังคับพระราชกําหนดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็อยากจะเรียนครับว่าที่กระผมได้เคยเรียนต่อท่านประธานและ ที่ประชุมเอาไว้ว่าจะมีการรับฟังความคิดเห็นหรือว่าสํารวจความคิดเห็นนั้น มีการรายงาน มายังคณะรัฐมนตรีว่ามีการไปสํารวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ได้คําตอบมา บางส่วน ขณะเดียวกันก็ได้มีการพูดถึงช่วงที่มีการชะลอ ใช้คําว่า ชะลอการบังคับใช้ พระราชกําหนดในสมัยรัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ แล้วก็เปรียบเทียบผล ที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีการพิจารณาประกอบกับสถิติตัวเลขการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.ก. ซึ่งฝ์ายต่าง ๆ ก็มีความเห็นสอดคล้องกันว่าสมควรที่จะใช้ต่อไปอีก ๓ เดือน ในส่วนของคณะรัฐมนตรีเองก็ยังมีข้อสังเกตนะครับว่า การรับฟังหรือการประเมิน ที่ผ่านมายังไม่ครอบคลุมสิ่งที่เราต้องการเห็นทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็จึงได้มีการมอบหมาย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีถาวร ได้ไปดําเนินการในการ วางเกณฑ์และกรอบต่าง ๆ เกี่ยวกับการประเมินการต่ออายุ พ.ร.ก. ในครั้งต่อไปครับ
ต่อไปนายคํานูณ สิทธิสมาน เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ จะไม่ใช้เวลาให้เปล่าประโยชน์หรอกครับ ท่านประธานครับ หลายท่านก็พูดกันไปมาก ตลอด ๒ วันมานี้นะครับ เหตุการณ์เหตุการณ์เดียวกัน มีมุมมองที่แตกต่างกันยังไม่เท่าไร แต่มีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันนั้น ผมนึกว่าดูหนังเรื่อง ราโชมอนอยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ แต่อย่างไรก็ดีต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่ได้ พยายามใช้ความอดทนที่จะรับฟังทุกความเห็น และผมว่าทุกความเห็นมีประโยชน์ครับ ไม่ว่าจะเปึนความเห็นหรือเปึนมุมมองที่ตรงหรือไม่ตรงกับความเปึนจริงก็สุดแท้แต่ แต่เชื่อ ว่าทุกความเห็นมีประโยชน์ครับ ความอดทนของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นผมเห็นว่าเปึน สิ่งจําเปึน เพราะท่านต้องการจะพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า เวทีรัฐสภาสามารถจะใช้เปึนที่ แก้ปัญหาได้ แม้ว่าในมุมมองของบุคคลภายนอกหรือสื่อที่ปรากฏในเช้าวันนี้ อาจจะ มองเห็นว่าน่าจะเปึนเรื่องที่ไม่ง่ายนัก ท่านประธานครับ สถานการณ์ในช่วงวันสงกรานต์ นั้น กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีถือว่าได้เกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง สถานการณ์ที่เปึนจริงที่กระผมพยายามเฝัามองมาโดยตลอดก็คือ ในช่วงวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ นั้น หรือแม้กระทั่งตอนกลางวันของวันที่ ๑๓ หลังจากประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินแล้ว ทางรัฐบาลดูเหมือนยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ กลไกของรัฐโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ตํารวจบางส่วนไม่ทํางาน กลไกของรัฐโดยเฉพาะทหารบางส่วน บางระดับ ไม่ทํางานเท่าที่ควร ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ความเปึนผู้นําตัดสินใจพูดคุยเจรจากับ ทุกฝ์ายในช่วงวันที่ ๑๓ นั้น จนก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนใหม่ ท่านประธานครับ ผมเคยเชิญ ท่านประธานอ่านนิยายกําลังภายใน วันนี้จะไม่เชิญมาก แต่อยากจะบอกว่าสถานการณ์ มันคล้าย ๆ กับว่า จอมยุทธเมื่อเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ถึงจุดอับ ถึงขีดกั้นความเปึน ความตาย หรืออาจจะตายได้ พลันก็พลิกจากสถานการณ์นั้นเกิดกระบวนท่าใหม่ให้พลิก มามีชีวิตใหม่ได้ ผมถือว่าตั้งแต่กลางดึกของคืนวันที่ ๑๓ เมษายนที่ผ่านมานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้ผ่านพบประสบการณ์ใหม่ ถ้าภาษานิยายกําลังภายในเขาเรียกว่า พลิกจากจุดตายขึ้นมาเปึนการเกิดใหม่ ท่านได้ผ่านประสบการณ์พิสดารมาแล้วขั้นหนึ่ง ทําให้ฝ้มือของท่านนั้นพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง จากนั้นเราจะเห็นได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้เริ่มเป่ดเกมรุกในมุมของท่าน ก็คือการเป่ดรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ๒ วันมานี้การ พูดถึงเรื่องนิรโทษกรรม โดยยกเว้นไว้ ๒ อย่าง ก็คือคดีอาญากับคดีคอร์รัปชัน และการพูด ว่าจะรับฟังข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันนี้เปึนจุดยืนของท่านนายกรัฐมนตรีที่ พยายามจะใช้เวทีรัฐสภาเปึนที่แก้ปัญหา กระผมจะไม่วิจารณ์หรอกครับว่าจะเปึนไปได้ แค่ไหน เพราะท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี และพรรคประชาธิปัตย์ก็ดีน่าจะมีความชํานิชํานาญในงานสภามากกว่าใคร แต่กระผม อยากจะขอชี้ในประเด็นหนึ่งคือว่า งานทางสภา การรุกทางสภานั้นจะเดินหน้าไปได้ท่าน นายกรัฐมนตรีจะต้องชี้แจงความเปึนจริงต่อประชาชน ถ้าจะมีข้อเสนอใดที่กระผมจะ เลือกพูดในระยะเวลาอันจํากัดที่สุดนี้ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องพูดกับประชาชนให้ มากขึ้น ชี้แจงความเปึนจริงกับประชาชนให้มากขึ้น และปรับปรุงงานสื่อ งาน ประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลให้มากขึ้น ให้มีความกล้าหาญ กล้าทําให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะ ไม่ได้ยินการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียวในหลาย ๆ กรณีที่เราได้ยินมาตลอดระยะเวลา หลายเดือนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ คําที่มักจะมีคนพูดก็คือ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งทํากับข้าวออกทีวีก็พ้นจากตําแหน่ง แต่ไม่มีใครพูดเลยครับว่าอันนั้นมันเปึน มาตรการตามรัฐธรรมนูญเรื่องปัองกันการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ มักจะมีคนพูดกันว่า แค่ให้บัตรประชาชนภรรยาไปซื้อที่ดินก็ผิด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทําความผิดอะไรเลย แต่ไม่มีใคร เคยพยายามชี้แจงเท่าไรนักว่านั่นเปึนประเด็นตามมาตรา ๑๐๐ ของกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ซึ่งออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ และที่ใช้บังคับกับผู้ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรี และจากนี้ไป ป.ป.ช. จะบังคับเพิ่มขึ้นกับผู้ดํารงตําแหน่งอีก ๕๐ ตําแหน่ง เหล่านี้เปึนมาตรการใหม่ ๆ แต่ตราบใดที่ไม่มีใครพูด ไม่มีใครชี้แจง องค์กร อิสระก็ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะมาชี้แจงทุกวี่วัน กระผมเห็นว่านี่เปึนหน้าที่สําคัญอันยิ่งของ รัฐบาลครับ เช่นเดียวกันครับ เวลามีใครพูดถึงสมุฏฐานของโรคที่ก่อให้เกิดปมประเด็น ปัญหาอยู่ทุกวันนี้ คนมักจะพูดถึงเหตุการณ์รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ที่ตกเปึนจําเลยตลอดเวลา แล้วก็หันไปยกย่องชมเชยแต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แต่ไม่เคยมีใครที่จะพยายามพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะ นําไปสู่การรัฐประหารครั้งนั้น รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ตายไปแล้วใช่หรือไม่ตามที่มี นักวิชาการหลายท่านที่ไม่ใช่คนสีเหลืองพูดขึ้นมาว่า รัฐธรรมนูญตายแล้ว ๒-๓ ป้ก่อนเกิด การรัฐประหาร กระบวนการอะไรที่ทําให้เกิดเหตุการณ์นั้น อันนี้เปึนสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องใช้สื่อให้เปึนประโยชน์ ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ แต่เปึนการพูด ความจริง ทํางานหนักเพื่อพูดความจริง ท่านประธานครับ การเกิดใหม่ของ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ก่อให้เกิดมาตรฐานใหม่ในการสลายการชุมนุมที่แม้จะใช้ กําลังทหาร แต่ก็เปึนการใช้อย่างนุ่มนวล ไม่มีเลือกตกยางออก แต่อย่างไรก็ตามงาน ข้างหน้าของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นยังหนักมากนัก กระบวนการที่เปึนปฏิปักษ์กับท่าน เปึนปฏิปักษ์กับสถาบัน พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองยังคงดํารงอยู่ ท่านประธานครับ ขอฝากครั้งสุดท้ายไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่า หลังจากท่านเกิด ใหม่ในกลางดึกของคืนวันที่ ๑๓ เมษายนแล้ว หนทางที่ท่านจะเลือกเดินไปข้างหน้านั้น มันมีอยู่ ๒ ทาง ทางหนึ่งคือ การเปึนนักการเมืองธรรมดา ๆ อีกคนหนึ่ง อีกทางหนึ่งก็คือ การก้าวไปสู่จุดเริ่มต้นของการเปึนรัฐบุรุษ ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพียงแค่ คนไทยเห็น สื่อต่างประเทศก็เห็น ก่อนหน้ากลางดึกคืนวันที่ ๑๓ เมษายน ท่านนายกรัฐมนตรีถูกมองว่าเปึนตัวตลกที่ควบคุมอะไรไม่ได้ แต่หลังจากนั้น สื่อต่างประเทศจะพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความชื่นชมในระดับสําคัญว่า เปึนนักการเมืองที่พูดจามีเหตุมีผล ท่านตรวจสอบได้ในซีเอ็นเอ็น ตรวจสอบได้ในนิตยสาร ไทม์ (Time) หลักฐานไม่พอที่จะแสดง แต่จากนี้ไปนับเปึนเรื่องท้าทายอย่างยิ่งครับ ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนมีความสามารถ เปึนคนซื่อสัตย์แต่องค์ประกอบที่ทําให้ท่านได้ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นมาจาก การเมืองที่ล้มเหลว ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนขั้ว ทุกประการมีราคาที่ต้องจ่ายครับ ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะทราบดีว่าราคาที่ต้องจ่ายไปคืออะไร ทําให้กลไกของรัฐบาลส่วน ไม่อาจจะทํางานได้ดั่งใจใช่หรือไม่ จากนี้ไปด้วยบารมีที่เพิ่มมากขึ้นจากการเกิดใหม่ กระผมอยากจะขอฝากไว้ว่าในเมื่อท่านมาอยู่ในจุดที่มีบารมีมากขึ้น ได้รับเสียงสนับสนุน จากสังคมมากขึ้นเช่นนี้ท่านอย่าได้หวั่นไหวไปเลยครับกับแนวทางที่ไม่ชอบอื่น ๆ ขอให้ เด็ดขาดกับเรื่องที่ควรจะตัดสินใจเด็ดขาด การแหวกออกจากกรอบของการเมืองที่ ล้มเหลวนั้น กระผมเห็นว่ามีอยู่ทางเดียวครับ ท่านต้องพึ่งประชาชน ท่านต้องอิงประชาชน แต่ท่านจะพึ่งประชาชนได้ ท่านจะอิงประชาชนได้ ท่านต้องสื่อสารกับประชาชนอย่าง รอบด้าน อย่างรัดกุมในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่าน ส.ว. ตวง อันทะไชย และท่าน ส.ว. อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ได้พูดไว้เมื่อวานนี้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ท่านประธานครับสุดท้ายแล้วครับ กระผมจะขอฝากว่านอกจากความสามารถที่ท่านนายกรัฐมนตรีมี นอกจากความซื่อสัตย์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมี หนทางที่จะไปสู่จุดเริ่มต้นของการเปึนรัฐบุรุษในอนาคตนั้น ยังต้องการอีก ๒ ประการ คือความเสียสละ ซึ่งกระผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีมี แต่สุดท้ายก็คือความกล้าหาญครับ ท่านประธานครับจบแล้วครับ ความกล้าหาญนั้น เปึนเรื่องที่น่าเสียใจและเปึนสัจธรรมอย่างหนึ่งว่าผู้ที่กล้าหาญ ผู้ที่กล้าเปลี่ยนแปลง ผู้ที่กล้าแหวกกรอบนั้น ไม่แน่ว่าจะได้รับผลที่ดีเสมอไป กระผมขอฝากกลอนของ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่เขียนไว้เมื่อ ๒-๓ วันก่อน เขาไม่ได้เขียนให้ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ เขาเขียนให้คนอื่น แต่กระผมอยากจะฝากกลอนบทนี้ไว้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เขียนไว้ว่า โลกไม่มี หลักประกัน ให้คนกล้า คนอยู่หน้า ต้องล้ม ต้องจมคว่ํา ถึงฝนห่า จะฝ์าฝน กลางฝนพรํา คนที่ถือ ธงธรรม จักชํานะ ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรียืนอยู่กับธรรมะและเดินหน้าต่อไป ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เกินไปเกือบ ๔ นาที ครับ ต่อไปท่านภราดร ปริศนานันทกุล เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องถือโอกาสในเบื้องแรก กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่ได้ให้ความสําคัญกับระบอบรัฐสภา ท่านได้ยื่นหนังสือถึงท่านประธานรัฐสภาให้มีการเป่ดอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ เพื่อที่จะขอความคิดเห็นจากสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีในเบื้องแรก กราบเรียนท่านประธานว่า บนสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยที่กําลังเกิดขึ้นทุกวันนี้นั้น ผมเชื่อว่าวันนี้ สังคมไทยกําลังแสวงหาผู้นําที่จะต้องมีลักษณะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ครับ ผู้นําที่สังคมไทย กําลังแสวงหาอยู่นั้นจะต้องเปึนผู้นําที่ยึดหลักของประชาธิปไตยเปึนหลัก ผู้นําจะต้องใช้ หลักของเหตุและหลักของผลในการที่จะตัดสินเรื่องหนึ่งเรื่องใด ผู้นําจะต้อง มีความยุติธรรมและที่สําคัญผู้นําจะต้องลอยตัวอยู่เหนือปัญหาไม่ใช่ลงไปคลุกอยู่กับ ปัญหานั้นเสียเอง ไม่ใช่ลงไปเปึนคู่กรณีของปัญหานั้นเสียเอง สิ่งที่ผมได้พูดไป คุณลักษณะที่ผมได้พูดไป ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ท่านค้นหาดูเถอะครับ ผมเชื่อว่าไม่มีใครที่มีความเหมาะสมไปมากกว่า ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมชื่นชมท่าน ผมชื่นชมต่อการตัดสินใจอย่าง เด็ดเดี่ยวของท่านต่อการกระทําต่อผู้ชุมนุมในช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงเริ่มแรก ผู้ชุมนุมชุม ชุมด้วยความสงบ ท่านก็ปล่อยให้มีการชุมนุมกันอย่างสันติ ท่านไม่ใช้กําลัง ท่านไม่ใช้ อํานาจที่ท่านมีอยู่ไปควบคุมการชุมนุม แต่เมื่อการชุมนุมเริ่มจะแปรเปลี่ยนสภาพ เริ่มจะ แปรเปลี่ยนนําไปสู่การชุมนุมที่ไม่เปึนไปตามกติกา ท่านก็ได้ใช้การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว ประกาศพระราชกําหนดบริหารราชการแผ่นดินในภาวะฉุกเฉิน ท่านได้ใช้กําลังทหาร ในการที่จะสลายการชุมนุมโดยที่มีหลักการที่ชัดเจนว่า การใช้กําลังทหารนั้นจะต้องไม่ ทําร้ายประชาชน จะต้องไม่ทําให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ สิ่งที่เกิดขึ้นหลายสื่อได้แสดงให้ เห็นครับว่า การชุมนุมในครั้งนี้ การสลายการชุมนุมในครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต ผมชื่นชมท่าน ต่อการตัดสินใจของท่าน แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ความไม่สงบ มันไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมสืบเนื่องถึงต้นเดือนเมษายนไปจนถึงช่วง เดือนสงกรานต์เท่านั้นครับ เหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมืองนั้นเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ นานพอสมควร ท่านประธานจําได้ ผมเองก็จําได้ เพื่อนสมาชิกในห้องประชุมนี้ทุกท่าน จําได้ครับ วันที่ ๗ ตุลาคม ผมอยู่ที่นี่พร้อมกับท่านประธาน พร้อมกับเพื่อนสมาชิกอีก หลายท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ มีการชุมนุมเรียกร้องถามหาความยุติธรรม จากรัฐบาล การชุมนุมวันนั้นจะพูดได้ว่า เปึนการชุมนุมที่ขาดสติเหมือนดังเช่นการชุมนุม ของกลุ่มเสื้อแดงก็ว่าได้ครับ ผมอยู่ในที่ประชุม ผมอยู่ที่นี่อยู่เช่นเดียวกับท่านประธาน ผมยืนยันว่าลักษณะของการชุมนุมนั้นไม่ได้แตกต่างกัน ความไม่แตกต่างผมไม่ได้ หมายถึงเปัาหมายของการชุมนุมว่าไม่ได้แตกต่างกัน เพราะพูดกันไปก็ไม่จบครับ คนหนึ่ง บอกว่าชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย อีกคนหนึ่งอาจจะบอกว่าชุมนุมเพื่อช่วยเหลือ คน ๆ เดียว พูดไปไม่มีทางจบครับ การชุมนุมความไม่แตกต่างที่ผมบอก ไม่ได้หมายถึง ที่มาของผู้ชุมนุมที่มาเปึนเรือนหมื่นเรือนแสน บางคนก็บอกว่าเกณฑ์มาบ้าง บางคนก็ บอกว่าจ่ายสตางค์บ้าง บางคนก็บอกว่าเขามาเองบ้าง พูดกันไปก็ไม่จบครับ แต่ที่ เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า การชุมนุมทําให้เกิดความรุนแรงและการชุมนุมไม่ได้ ดําเนินไปตามกรอบกติกาของบ้านเมือง นี่คือความเหมือนกันของการชุมนุมทั้งสองครั้ง ท่านประธานยืนยันกับท่านนายกรัฐมนตรีได้ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงให้เห็นว่า ท่านใช้หลักของกฎหมาย ท่านพูดอยู่เสมอว่าท่านจะนําพาประเทศ นําหลักนิติรัฐและหลัก นิติธรรมกลับคืนสู่ประเทศไทย ท่านได้ใช้ส่วนหนึ่งไปเรียบร้อยกับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง กลุ่มเสื้อแดงได้ทําผิดกติกา ได้ทําผิดกฎหมาย ท่านดําเนินคดีกับกลุ่มเสื้อแดงเสร็จสรรพ เรียบร้อยครับ ในขณะเดียวกันเหตุการณ์เหมือนกันนี่ละครับ แต่เกิดก่อนหน้านี้ ท่านอาจจะพูดว่า มันไม่ได้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของท่าน เพราะขณะนั้นท่านไม่ได้ เปึนนายกรัฐมนตรี แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าวันนี้ท่านกําลังกุมอํานาจรัฐอยู่ ท่านรับผิดชอบด้วยครับ ท่านต้องรับผิดชอบด้วย ผมชื่นใจ ผมชื่นชมต่อคําพูดของบุคคล บุคคลหนึ่งครับ ท่านพูดไว้นานแล้ว แต่คําพูดของท่านเปึนสัจธรรมครับ ท่านพูดว่า ท่านไม่สามารถที่จะทําให้คนไทยทุกคนนั้น รวยเท่ากันหมด แต่ท่านจะทําให้คนไทยทุกคนได้รับความเท่าเทียมกันทางด้านกฎหมาย ท่านพูดไว้นานแล้วครับ แต่คําพูดของท่านยังเปึนสัจธรรม คนที่พูดวลีบทนี้ไม่ใช่หรอกครับ ท่านคือ คุณลุงชวน หลีกภัย ท่านได้พูดเอาไว้ ผมฝากวลีบทนี้ให้กับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านป่ดสถานีดีสเตชั่น โดยอ้างเหตุผลว่าดีสเตชั่นนั้นยั่วยุแล้วก็ทําให้สังคมแตกแยก ในขณะเดียวกันอีกคลื่นสถานีหนึ่ง ผมให้ท่านตัดสินใจครับ ผมให้ท่านไปพิจารณาดูว่า อีกคลื่นสถานีหนึ่งนั้นทําให้สังคมไทยแตกแยกหรือไม่ ผมเชื่อมั่นในความยุติธรรมที่มี อยู่สูงในตัวท่าน ผมเชื่อว่าท่านพิจารณาได้ ผมเชื่อว่าท่านให้ความเปึนธรรมได้ ผมคิดว่า ถ้าความเปึนธรรมตรงนี้เกิดขึ้น การใช้กฎหมาย การทําให้มีมาตรฐานเดียวในสังคมไทย เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าความสงบและความสันติสุขจะกลับคืนสู่สังคมไทย
ประเด็นที่ ๒ มีเพื่อนสมาชิกหลายคนเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ยุบสภา ยุบสภาก็เปึนทางออกหนึ่งสําหรับการแก้ไขปัญหา แต่ผมต้องถามว่ายุบสภา แล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติขณะนี้ได้จริงหรือ ยุบสภาแล้วในขณะที่คนกลุ่มหนึ่ง บอกว่าเขาไม่เชื่อมั่นในกติกา ยุบสภายังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใด ๆ ทั้งสิ้น ก็จะต้อง ลงไปสู่การเลือกตั้งภายใต้กติกาเดิม ถามว่าจะแก้ไขปัญหาวิกฤติได้หรือไม่ ผมเสนอ อย่างนี้ครับ ผมเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตราที่เปึนปัญหา อยู่ในขณะนี้ เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นภายใต้ระบอบ เผด็จการ ไม่ได้เกิดขึ้นบนบรรยากาศของความเปึนประชาธิปไตย ตรงนี้แหละครับ มันนําพาไปสู่ความแตกแยก มันนําพาไปสู่การบริหารงานที่ติดขัดในตัวบทกฎหมาย และก็มีบางมาตราเหมือนกันที่ไม่มีความยุติธรรม มาตรา ๒๓๗ วรรคสอง การยุบพรรค การตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ สําหรับผู้ที่ไม่ได้กระทําความผิดใด ๆ เลย ผมคิดว่ามันไม่ ยุติธรรม เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันครับ เราต้องช่วยกันแก้ไขกติกาให้เปึนไปตามระบอบ ประชาธิปไตย ให้เปึนไปตามครรลองของประชาธิปไตยเสียก่อน เมื่อแก้ไขเสร็จแล้ว ผมบอกท่านนายกรัฐมนตรีครับว่า เราต้องหันหน้าเข้าหากัน ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเชิญ ทุกฝ์ายที่เปึนต้นตอของความขัดแย้ง วันนี้ท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ผมขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านเปึนแกนนําของกลุ่มคนเสื้อแดง ท่านเชิญท่านมาเถอะครับ ท่านเชิญ ท่านมาเพื่อที่จะมาหาทางออกร่วมกันว่า ข้อเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดงคืออะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ บนระบอบประชาธิปไตยไม่มีหรอกครับ ไม่มีใครหรอกครับที่จะได้ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เสียทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีครับ จะต้องได้ส่วนหนึ่ง แล้วก็เสีย ส่วนหนึ่ง มาต่อรองกันเถอะครับ มาหาทางออกให้กับประเทศร่วมกันเถอะครับว่า วันนี้ จะดําเนินการต่อไปอย่างไร เมื่อหันหน้าเข้าหากันแล้ว เมื่อแก้ไขกติกาเรียบร้อยแล้ว เมื่อนั้นท่านโยนอํานาจกลับคืนสู่ประชาชนครับ ให้ประชาชนตัดสินอีกครั้งหนึ่งบนกติกา ที่ทุกฝ์ายเห็นพ้องต้องกัน ที่ทุกฝ์ายพร้อมที่จะเล่นบนกติกาเดียวกัน ท่านโยนอํานาจ กลับคืนสู่ประชาชนครับ ผมเชื่อว่าเมื่อทุกฝ์ายหันหน้าเข้าหากันแล้ว การรณรงค์หาเสียง เลือกตั้งใน ชอท (Shot) ต่อไป ผมเชื่อว่าจะสามารถทําได้ดีกว่าวันนี้ถ้าหากว่าท่านยุบสภาแล้วประกาศให้มีการเลือกตั้ง ใหม่ ภายใน ๖๐ วัน ๙๐ วัน ความวุ่นวายก็ยังคงเกิดขึ้นครับ ท่านเดินทางไปภาค ตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้ ท่านเดินทางไปภาคเหนือไม่ได้ ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่ง เดินทางไปภาคใต้ไม่ได้ ท่านต้องแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน
ในเรื่องสุดท้ายครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากท่านประธานส่งผ่าน ไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชกําหนดบริหารราชการแผ่นดินในภาวะฉุกเฉิน วันนี้บ้านเมืองเสียหายจากการประกาศสภาวะฉุกเฉิน ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนที่จะ มาลงทุนในประเทศ ความเชื่อมั่นต่อการที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยว ในประเทศ ความเชื่อมั่นเหล่านี้ลดลงบนพื้นฐานของการประกาศภาวะฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นท่านรีบยกเลิกพระราชกําหนดตัวนี้โดยเร็วที่สุด ถ้าท่านเห็นว่าสถานการณ์นั้น คลี่คลายแล้ว ผมฝากท่านให้ช่วยยกเลิกพระราชกําหนดโดยเร็วที่สุด ท้ายที่สุดครับ ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมคาดหวังกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไว้สูง ผมเชื่อมั่นในตัวท่าน ผมเชื่อมั่นในตรรกะ ผมเชื่อมั่นในความยุติธรรมของท่าน ท่านใช้ความโดดเด่นของท่าน ให้เปึนประโยชน์ และนําพาสังคมไทยกลับคืนสู่สันติสุขอีกครั้ง ผมเชื่อมั่นว่าท่านสามารถ ที่จะทําได้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป หม่อมราชวงศ์ ปรียนันทนา รังสิต ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองมาหลายครั้ง หลายคราวแล้วในอดีต แต่ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ บ้านเมืองจึงมีความสงบลงได้ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีความพยายามที่จะดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับ สถานการณ์ทางการเมืองในครั้งนี้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือ ความขัดแย้งใด ๆ และจะล่วงละเมิดมิได้ จึงมิบังควรนํามากล่าวอ้างไม่ว่าในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านท่านประธาน ที่ได้ขอเป่ด การอภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งนี้ เพื่อเป่ดโอกาสให้ทุกฝ์าย ได้แสดงความคิดเห็น และหาแนวทางในการแก้ปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง ดิฉันไม่คิดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะเปึนการแก้วิกฤติของประเทศได้ เพราะการแก้ รัฐธรรมนูญต้องผ่านขบวนการปฏิรูปทางการเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ ต้องให้ทุกภาค มีส่วนร่วมโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนค่ะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเห็นว่าได้มีการสร้างสถานการณ์เพื่อกดดันรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลยอมปฏิบัติตาม ข้อเรียกร้องในการขอนิรโทษกรรมหรือสร้างเงื่อนไขเพื่อนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันไม่คิดว่าการนิรโทษกรรมหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะสามารถสร้าง ความปรองดองหรือทําให้เกิดความสมานฉันท์ได้แต่อย่างใดค่ะ ทั้งนี้อาจเปึนการเพิ่ม ความขัดแย้งให้แก่สังคมมากยิ่งขึ้น เพราะมีกลุ่มหนึ่งที่เห็นด้วยและกลุ่มที่คัดค้านอยู่เปึน จํานวนมาก จนอาจจะเกิดการเสียเลือดเสียเหนือและเกิดเหตุการณ์จลาจลขึ้นอีก สังคมจะอยู่รวมกันได้ ประชาชนทุกฝ์ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย การที่จะยอมให้ผู้ทุจริต ต่อกฎหมายใด ๆ ได้รับการยกเว้น หรือได้รับการนิรโทษกรรม จะเปึนการขัดต่อหลักของ ศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งเปึนหลักสากลในการอํานวยความยุติธรรมในนานาอารยประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ช่วงเวลาก่อนสงกรานต์ ดิฉันได้ไปร่วม การประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๒๐ ที่กรุงแอดดิสอบาบา ประเทศเอธิโอเป้ย ดิฉันได้ติดตามข่าวคราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเป่ดโทรทัศน์ดูผ่านสํานักข่าว บีบีซี และซีเอ็นเอ็น ดิฉันแทบจะไม่เชื่อตาตนเอง เมื่อได้เห็นภาพรถยนต์ของท่านนายกรัฐมนตรี ถูกทุบและโจมตีที่พัทยา และอีก ๒ วันต่อมา สํานักข่าวบีบีซีและสํานักข่าวอื่น ๆ ก็ได้ ประโคมข่าวการล่มสลายของการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่พัทยา ภาพผู้ชุมนุมที่บุกเข้าไป ในโรงแรมที่เปึนศูนย์จัดการประชุมถูกฉายซ้ําแล้วซ้ําอีกตลอดทั้งวันเลยค่ะ ซึ่งได้ทําลาย ภาพพจน์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยโดยสิ้นเชิง ดิฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า สถานการณ์จลาจลเช่นนั้นได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าได้เกิดขึ้นในประเทศด้อยพัฒนาที่ อาฟริกาก็ยังจะน่าเชื่อกว่า แต่สถานการณ์กลับกลับกันค่ะ ดิฉันได้ดูข่าวการล้มเหลวของ การประชุมอาเซียน ซัมมิท ระหว่างที่อยู่ประเทศเอธิโอเป้ย ซึ่งเปึนประเทศที่ด้อยพัฒนา กว่าเรามาก แต่ถึงแม้ว่าประชาชนของเขาจะยากจน เขาก็อยู่กันได้อย่างสงบ เพราะรัฐบาลสามารถบังคับใช้อํานาจรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในวันที่ ๘ เมษายน นั้นเอง สํานักเลขาธิการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาก็ได้รับคําเชิญของประธานรัฐสภา ไทย โดยผ่านคณะผู้แทนไทยที่จะมาจัดการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๒๒ ที่กรุงเทพมหานคร ในเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๓ เมื่อทราบข่าวก็มีผู้แทนต่างชาติหลายคน มาบอกกับดิฉันว่า ดีใจมากที่จะมีการจัดการประชุมป้หน้าที่กรุงเทพฯ เพราะอยากพา ครอบครัวมาเที่ยวเมืองไทย แต่ก็มีหลายคนที่มีความกังวลและหวังว่ารัฐบาลจะคุม สถานการณ์และยุติปัญหาได้โดยเร็ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี โดยผ่านท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมองเห็นภาพเมืองไทยในอนาคตข้างหน้าไว้ อย่างไร ประเทศไทยพร้อมที่จะจัดการประชุมดังกล่าวให้เปึนผลสําเร็จเรียบร้อยหรือไม่ และจะจัดการประชุมอาเซียน ซัมมิท อีกครั้งเมื่อไร การประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด ของรัฐบาล ได้ส่งผลให้การประชุมที่พัทยาล้มเหลว ซึ่งข้อนี้รัฐบาลต้องแก้ไขค่ะ รัฐบาล ต้องบังคับใช้กฎหมายให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีความกล้าหาญและเด็ดขาด ในการบริหารประเทศ โดยไม่ต้องห่วงกับภาพลักษณ์ของรัฐบาล และจะต้องปรับปรุง บริหารข้าราชการในด้านความมั่นคงเสียใหม่ ดิฉันเชื่อว่าประเทศชาติต้องการผู้นําที่ เด็ดขาด มีความกล้าหาญในการตัดสินใจ เพื่อนําพาชาติบ้านเมืองให้พ้นภาวะขั้นวิกฤติ ในขณะนี้ ท่านประธานคะ ประเทศไทยเปึนประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม มีศักยภาพพร้อมสําหรับการท่องเที่ยว ประเทศไทยเคย ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก แต่ขณะนี้ประเทศต่าง ๆ ได้ ออกคําเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวประเทศไทย เพราะเกรงว่าประชาชน ของเขาจะมีอันตราย ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะสามารถฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ได้โดยเร็ว และดิฉันขอให้กําลังใจแก่รัฐบาลในการบริหารประเทศชาติในช่วงภาวะวิกฤติ ในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขออนุญาตอัญเชิญพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเนื่องในวันขึ้นป้ใหม่ พ.ศ. ๒๔๙๔ ความตอนหนึ่งว่า ชาติไทย ชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับอับปางไปก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเปึน หมู่คณะเปึนพรรคเปึนพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัตประหารซึ่งกันและกัน บางพรรค บางพวกถึงกับเปึนไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทําลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวน พี่น้องชาวไทยทั้งหลายให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่งได้กอบกู้รักษาบ้านเกิด เมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอาความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัว เพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติเปึนคุณธรรมประจําใจอยู่เนืองนิจ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปท่านพีระ มานะทัศน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิวุฒิสภา จังหวัดลําปาง ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมได้ฟังข้อมูลจากหลายฝ์ายด้วยความอดทนใช้เวลาประมาณ ๒๗ ชั่วโมง ได้รับฟังข้อมูลจากบรรดาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล และเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ตลอดจนท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีหลายท่าน ด้วยกัน ก็รู้สึกที่ประทับใจท่านหัวหน้าพรรคประชาราช ขออนุญาตเอ่ยชื่อคือ ท่านเสนาะ เทียนทอง ได้อภิปรายไว้อย่างน่าสนใจเปึนอย่างยิ่ง สําหรับเหตุการณ์ในช่วงระหว่าง สงกรานต์ เมื่อวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมานั้นถือว่าเปึนวิกฤติทางการเมือง สําหรับ วิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นนี้นะครับ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์ทางการเมืองนั้นได้ สะสมมาเปึนเวลาช้านาน ถ้านับเวลาก็ประมาณ ๓ ป้ นับตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ เปึนต้นมา ก็มีการชุมนุมเรียกร้องหลายฝ์าย แบ่งคนเปึนกลุ่ม เปึนพวก เปึนสี เหตุการณ์ ดังกล่าวประจวบพอดีกับเมื่อช่วงสงกรานต์ วันที่ ๑๓ และวันที่ ๑๔ เมษายนที่ผ่านมานั้น เปึนที่น่าวิตกและห่วงใยของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ผมได้มองย้อนไปใน ประวัติศาสตร์เมื่อ ๒๔๒ ป้ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๓๑๐ เหตุการณ์ครั้งนั้น กรุงศรีอยุธยาต้องเสียให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านด้วยเหตุที่คนไทยแตกแยกกันเอง ขณะนั้น ประเทศเพื่อนบ้านมีกําลังพลเพียง ๒๐,๐๐๐ คน ด้วยทําเลที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อถึงฤดูน้ําหลากข้าศึกศัตรูก็ไม่สามารถที่จะรบเอาชนะได้ แต่เนื่องจากว่าความแตก สามัคคีในหมู่คนไทยด้วยกันซึ่งขณะนั้นมีกําลังคนถึง ๓ แสนกว่าคนด้วยกัน ถ้าเทียบ สัดส่วนก็ ๑๕ ต่อ ๑ เหตุการณ์ดังกล่าวที่ผมคิดว่าคนไทยทุกคนนี่จะต้องรําลึกแล้วก็ไม่ อยากเห็นประวัติศาสตร์ที่จะซ้ํารอย สําหรับการชุมนุมในช่วงนั้นเราต้องไม่ปฏิเสธความ จริงที่ว่ามีผู้ชุมนุมเปึนแสนคน ผมได้มีโอกาสกลับไปที่จังหวัดลําปางก็ได้พบกับผู้ที่มาร่วม ชุมนุมจํานวนมากเนื่องจากว่าเปึนประเพณีของชาวเหนือที่เขาจะไปรดน้ําดําหัวผู้หลัก ผู้ใหญ่ ผมก็ถามสาเหตุว่าเหตุใดจึงได้มาร่วมชุมนุม ก็ได้แยกเปึน ๒ ส่วนใหญ่ ๆ คือ ๑. กลุ่มที่มี ศรัทธา เรียกว่า แฟนพันธุ์แท้ อีกส่วนหนึ่งนั้น มาด้วยความรู้สึก ผมขออนุญาตกราบเรียน ว่าความรู้สึกที่เขาจําเปึนต้องมาร่วมชุมนุม
ประการแรก ก็คือว่าในความรู้สึกที่ไม่เปึนธรรมแล้วก็ไม่ยุติธรรม อันนี้เปึน เรื่องใหญ่ ถ้าสังคมใด ขาดความเปึนธรรมแล้วความแตกแยก การทะเลาะเบาะแว้ง ความร่วมไม้ร่วมมือ ความสามัคคีก็เกิดขึ้นได้ยาก อันนี้เปึนเหตุผลประการแรกนะครับ
ประการที่ ๒ ความรู้สึกที่ว่าตนเองเปึนคนที่อยู่ในชนบทไม่เท่าเทียมกัน กับคนที่อยู่ในเมือง
ประการที่ ๓ ความรู้สึกที่ว่าคนที่เขารักหรือชอบนี่ถูกรังแก หาเรื่องจับผิด ก็ขออนุญาตนะครับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่ชาวบ้านพูดถึงกัน
ประการที่ ๔ เกิดจากความรู้สึกจากการที่พรรคการเมืองที่เขาชอบ ถูกยุบ พรรคครั้งแล้วครั้งเล่า อันนี้ก็เปึนความรู้สึกของชาวบ้านที่เขาให้เหตุผลไว้ และ
ประการสุดท้ายของสาเหตุของความรู้สึก ก็คือว่าสังคมไทยมีความเปราะบาง ระหว่างสังคมที่อยู่ในเมืองกับคนที่อยู่ในชนบท คนที่อยู่ในเมืองนั้นมีประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น อยู่ในชนบท ความรู้สึกของคนในชนบทรู้สึกด้อย แทบทุกอย่างไม่ว่าจะเปึนเรื่องการศึกษา เรื่องรายได้ เรื่องของความเชื่อถือในสังคม แล้วก็ มักจะเปึนเหตุที่ว่าบุคคลในชนบทซื้อง่าย ซื้อสิทธิขายเสียงง่าย ก็เปึนประเด็นหนึ่งที่ทําให้ คนในชนบทเองรู้สึกน้อยเนื้อต่ําใจว่าตนเองนั้นไม่เท่าเทียมกับคนอื่น แล้วก็ยังมีอีกหลาย เรื่องด้วยกันที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล การช่วยเหลือของ รัฐบาลในปัจจุบันนั้น ได้ไปตอกลิ้มในความรู้สึกของชาวบ้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการที่ รัฐบาลแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ให้กับคนบางกลุ่ม ซึ่งเปึนคนที่มีงานทํา มีอาชีพอยู่ในเมือง แต่คนในชนบทเขารู้สึกว่ารัฐบาลนี่ไม่เอาใจใส่ทอดทิ้งเขา การส่งเสริมอาชีพ โดยเฉพาะ สินค้าโอทอป ซึ่งถือว่าเปึนรายได้ที่ทําให้เขาอยู่รอดได้ในชนบท ถึงแม้ว่าจะมีรายได้ ไม่มากนัก แต่ก็ทําให้เขามีความสุขได้อยู่กับครอบครัว การจัดงานสินค้าโอทอป เมื่อครั้งที่ ผ่านมานั้น ภายใต้กระแสการคัดค้านของหลายฝ์าย ผมได้ยินได้ฟังจากกลุ่มแม่บ้านที่ จังหวัดลําปาง ได้พูดกันแล้วก็วิจารณ์กันไปในทางที่ไม่ดีว่าการจัดงานสินค้าโอทอปครั้งนี้ ล้มเหลว หรือที่เราเรียกกันว่า โอทอป อิน เดอะ ซิตี้ (OTOP IN THE CITY) ปกติแล้ว ก็ไปจัดที่ศูนย์อิมแพ็คที่เมืองทองธานี ตรงนั้นผู้ประกอบการเขารู้ เพราะเขาคุ้นเคยกับพื้นที่ แล้วก็อยู่มานาน ตรงนี้เองที่ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ชาวบ้านเขารู้สึกที่ไม่ค่อยจะดีนักกับรัฐบาล สําหรับเหตุผลที่ชาวบ้านชอบในนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า การรักษาโรค ๓๐ บาท ในอดีตนั้น ชาวบ้านที่เปึนโรคหัวใจไม่สามารถที่จะรักษาได้ เพราะไม่มีเงินเพียงพอก็เสียชีวิตไปจํานวนมาก แต่เมื่อรัฐบาลมีโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรคแล้ว เขาสามารถที่จะรอดชีวิตได้ อันนี้ก็ เปึนสิ่งที่ผมได้นําสะท้อนกับสภาพปัญหาต่าง ๆ สําหรับทางออกในการที่จะออกจาก วิกฤติของชาติโดยเฉพาะทางด้านการเมืองนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีมีอยู่ ๖ เรื่องด้วยกัน ที่ผมอยากจะฝากไว้ในระยะเร่งด่วน
ประการแรก คือรัฐบาลจะต้องทําความจริงให้ปรากฏให้ชัดเจน เพราะว่า จากข้อมูลที่ฝ์ายค้านก็ดี ฝ์ายรัฐบาลตอบโต้กัน ก็ไม่ว่าจะเปึนภาพของเหตุการณ์ต่าง ๆ ผมจะไม่พูดในรายละเอียด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ทราบว่าฝ์ายไหนถูก ฝ์ายไหนผิด ฝ์ายไหนพูดจริง พูดไม่จริง หรืออาจจะไม่จริงทั้งหมดก็ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถือว่าเปึน เรื่องสําคัญที่รัฐบาลจะต้องทําความจริงให้ปรากฏที่ชัดเจนขึ้น อาจจะตั้งคนกลางที่เปึนที่ เชื่อถือมาเปึนกรรมการตรวจสอบ อันนี้เปึนเรื่องเร่งด่วน
เรื่องเร่งด่วนที่สอง ก็คือรัฐบาลจะต้องประกาศยกเลิกการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐบาลประกาศอยู่ แล้วยังไม่ได้ยกเลิกในขณะนี้ ต้องรีบ ดําเนินการ เพราะว่าจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว บรรยากาศในการลงทุน ซึ่งผลตรงนี้ จะไปเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว แล้วบรรยากาศการลงทุนก็เสีย ตรงนี้ผม คิดว่าเปึนเรื่องที่เร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบดําเนินการ
ประการที่สาม การบังคับใช้กฎหมาย ความเท่าเทียมกัน ต้องรีบ ดําเนินการ คนที่กระทําความผิดไม่ว่าก่อนหรือหลังวันที่ ๘ จะต้องดําเนินการให้เปึน มาตรฐานเดียวกัน หลายท่านได้พูดกันมากถึงเรื่อง ๒ มาตรฐาน ไม่ว่าจะเปึนการปฏิบัติ หน้าที่ของตํารวจอย่างเช่น หมายเรียก หมายจับ ไม่ว่าจะเปึนการปฏิบัติของการทหาร ก็คงทราบกันดีเรื่องประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้ว แล้วก็นิ่งเฉย อะไรเหล่านี้เปึนต้น รวมทั้งการคุ้มครองสื่อที่ใช้เปึนเครื่องมือทําให้เกิดปัญหาของชาติ ทําให้เกิดความ ไม่มั่นคง ตรงนี้ก็ต้องเร่งดําเนินการ
ประการที่สี่ รัฐบาลจะต้องเร่งเจรจา ความตกลงไม่มีอะไรดีกว่าการเจรจา เพื่อหาข้อยุติที่เปึนข้อเรียกร้อง อะไรที่ทําได้ อะไรที่ทําไม่ได้ ผมเชื่อว่า บรรดาผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่เปึนผู้นําแต่ละฝ์ายนั้น เปึนคนที่มีเหตุและก็มีผล น่าจะเจรจากันได้ และเราก็เปึนคนไทยด้วยกัน ต่างชาติเขายังพูดกันได้รู้เรื่อง ผมเชื่อว่าคนไทยทําได้
ประการที่ห้า ระยะสั้นรัฐบาลจะต้องมาดูสิว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๕๐ หลายท่านได้พูดไปแล้ว ผมก็ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านออกข่าวไปว่า จะเร่งดําเนินการในเรื่องนี้ เพราะว่ามีหลายมาตราหรือบางมาตราที่ทําให้พรรคการเมือง อ่อน รัฐบาลขาดเสถียรภาพ แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องการยุบพรรคเหมือนกับเผาบ้านเขา เมื่อเผาบ้านแล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหน เหมือนผึ้งที่รังแตกก็จะกระจัดกระจายออกไปทั่ว สารทิศ ตรงนี้เปึนเรื่องที่จะต้องดําเนินการ
ประการสุดท้าย ผมคิดว่าในเรื่องที่หลาย ๆ ท่านยังไม่ได้พูดถึงกันก็คือว่า โครงสร้างทางสังคมที่มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างชุมชนที่อยู่ในเมือง กับคนที่อยู่ในชนบท ซึ่งผมได้กราบเรียนไปบ้างแล้ว เรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้อง พยายามลดช่องว่างให้ได้ นี่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า คนในชนบทรู้สึกว่า รัฐบาลปัจจุบันนี้เอาใจคนในเมืองมาก อะไร ๆ ก็มุ่งไปที่คนในเมือง ก็ขอให้ทางรัฐบาล กลับไปทบทวนในเรื่องขอโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะลงในหมู่บ้าน ในตําบลในพื้นที่ ในชนบทให้มากยิ่งขึ้น คือยกระดับคนในชนบทขึ้น ขณะที่เราไม่สามารถจะไปลดรายได้ ของคนรวยลงมาได้ ก็ต้องยกระดับคนข้างล่างให้สูงขึ้นมา อันนี้ก็จะเปึนอีกทางหนึ่ง นั่นคือในทางเศรษฐกิจ
อีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องความสมัครสมานสามัคคี ซึ่งเปึนเรื่องของวัฒนธรรม ผมเชื่อว่าคนไทยในอดีตเราอยู่กันอย่างสงบสันติสุข ที่เขาเรียกว่า สยามเมืองยิ้ม ไปไหน ก็มีแต่รอยยิ้ม เราก็รักใคร่กลมเกลียวกัน ที่จริงนั่นในชนบทไม่ค่อยมีปัญหา แต่ก็จะมี ปัญหาในช่วงหลังนี่ โดยเฉพาะความรู้สึกที่ไม่ดีระหว่างคนที่อยู่ในชนบทและคนที่อยู่ใน เมือง
และเรื่องสุดท้ายนะครับ ผมก็ขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปยังรัฐบาล เนื่องจากว่าหลังเหตุการณ์วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ แล้วนี่ ผมเชื่อว่า เหตุการณ์ยังไม่สงบ อาจจะมีคลื่นใต้น้ําทําให้มีการชุมนุมกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ผมเองรู้สึกไม่สบายใจที่รัฐบาลมักจะไปคาดโทษเอากับผู้ว่าราชการจังหวัด ตํารวจในพื้นที่ ในฐานะที่ผมเคยเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน อย่างเช่น จังหวัดลําปาง ผู้ว่าราชการ จังหวัดมีกําลังนี้อยู่ในมือคือ อส. ทั้งจังหวัดมี ๘๔ นายด้วยกัน แล้วอยู่ที่จังหวัดเพียง ๒๔ นาย ที่จะสามารถนํามาปฏิบัติการได้ทันที ส่วนที่เหลือนั้นก็อยู่ในพื้นที่อําเภอต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดเหตุการณ์คนชุมนุมเปึนร้อย ๆ เปึนพัน ก็เพียงได้แต่ยับยั้งหรือไป ดูแลรักษาสถานที่ราชการ เพื่อไม่ให้มีการไปทําลายทรัพย์สินเหล่านั้นนะครับ
ประการที่ผมอยากจะฝากไว้เปึนเรื่องสุดท้ายก็คือว่า รัฐบาลต้องฟุ๋นฟูด้าน จิตใจแล้วก็เยียวยากับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะไม่ว่าจะเปึนคนในเมืองหรือคนใน ชนบทต้องให้เท่าเทียมกัน ก็ขอฝากท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณ มากครับ
ขอบคุณ เชิญคุณอรรถพร พลบุตร
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราได้ ใช้เวลาเกือบ ๓๐ ชั่วโมงสําหรับการอภิปรายร่วมกันของ ๒ สภา เพื่อหาคําตอบสําหรับ การแก้ไขวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง เวลาที่ยาวนานที่ผ่านมา ความคิดเห็นที่แตกต่าง ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง มุมมองที่แตกต่าง เปึนเรื่องปกติธรรมดา แต่อย่างน้อยผมเชื่อว่า แม้วันนี้คําตอบจะยังไม่ชัดเจน แต่ผมก็ตั้งความหวังว่า เราได้มีการเริ่มต้น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แต่คนที่ตั้งความหวังไว้มากกว่าเราก็คือพี่น้องประชาชน คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ คนซึ่งไม่เคยนอนหลับตาสนิทเลยมาเปึนเวลานานนับป้ นอนหลับไม่สนิทเพราะเกรงว่าถ้าเตือนขึ้นมาแผ่นดินที่เขารักมันจะล่มสลายไปต่อหน้า ต่อตา คนส่วนใหญ่เหล่านี้ไม่ได้ใส่เสื้อสีอะไร เขาดํารงชีวิตหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยเม็ดเหงื่อ ด้วยหัวใจที่ทรหดของเขา ก่อร่างสร้างครอบครัว สร้างชุมชน สร้างสังคม บนผืนแผ่นดินซึ่ง เคยเปึนแหล่งหลอมรวมความแตกต่าง ไม่ว่าจะเปึนความแตกต่างในเรื่องของเชื้อชาติ ภูมิภาค ความคิด หรือประวัติศาสตร์อารยธรรม แผ่นดินที่เมื่อไรที่เรามองไปรอบตัวเห็น แต่ความมืดมนอนธการ เราก็มองไปที่ฝาผนัง เงยหน้าขึ้นสูงเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เทพยาดาซึ่งมีพระองค์จริง สบแววพระเนตรของพระองค์ แล้วชีวิตก็มีความหวัง แต่วันนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศกําลังตั้งคําถามกับตนเองว่า แผ่นดินซึ่งเคยมีรอยยิ้ม มีความสงบสันติมันหายไปไหน เมื่อ ๔-๕ ป้ก่อนมันยังอยู่ วันนี้ หายไปไหน วันนี้ทําไมแผ่นดินซึ่งเราสูดลมหายใจแรกของชีวิตเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เต็มไปด้วยการรุนแรง เหตุการณ์สลายผู้ชุมนุมที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียชีวิต แทนที่จะเปึนเรื่องที่ เราปลาบปลื้มป้ติใจที่บ้านเมืองของเราผ่านไปได้ด้วยราบรื่นโดยดุษฎีภาพ แต่การไม่พบศพ กลายเปึนเรื่องผิดหวัง เปึนเรื่องของความเกรี้ยวกราดและในที่สุดก็เกิดการชันสูตรพลิกศพ ด้วยน้ําลาย วันนี้เสาหลักของสังคมเกือบทุกเสาถูกทําลาย ถูกทําให้ล่มสลาย วันนี้มีการ พูดถึงไทยเหนือ ไทยใต้ สงครามประชาชน การเมืองใหม่ ไทยใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าแผ่นดิน ของประเทศไทยจะมาถึงจุดนี้ได้ วันนี้ในสังคมเขาพูดเปึนเสียงเดียวกัน ตั้งคําถามเดียวกัน ว่าเราจะตายก่อนประเทศหรือประเทศจะตายก่อนเราครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในสมรภูมิที่มีการต่อสู้เราพูดถึงประชาธิปไตยที่มีความบริบูรณ์ เราพูดถึงอมาตยาธิปไตย พูดถึงไทยใหม่ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เขาได้ยิน เขาอยากได้ยิน เขาอยากได้ยิน ว่าใครจะพาเขาให้ฝ์ามรสุมร้ายทางเศรษฐกิจที่มันร้ายแรงตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ พี่น้องที่ปลูกข้าวโพดเขาหวังว่าจะมีใครสักคนหนึ่งไปทําให้ข้าวโพดเขาราคาดีขึ้น เขาจะต้องไม่ล้มประดาตายกับผืนแผ่นดินที่แห้งแล้ง พี่น้องภาคตะวันออก พี่น้องภาคใต้ ผลผลิตกําลังจะออกสู่ตลาดผลไม้ เขาก็หวังว่าป้นี้จะมีใครทําให้ราคาผลไม้เขาดีขึ้น ไม่สิ้นเนื้อประดาตัวเหมือนป้ที่ผ่านมา พี่น้องที่ลูกหลานทํางานโรงแรมเขาก็หวังว่า ลูกหลานเขาจะมีข้าวกินครบมื้อ เพราะป้นี้นักท่องเที่ยวหายไปกว่าครึ่งแล้วลูกหลานเขา กําลังตกงาน สิ่งเหล่านี้ครับคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เขาคิด แต่คนส่วนใหญ่ใน ประเทศเขายืนหยัดต่อสู้อยู่ด้วยธาตุทรหดอยู่ที่บ้าน เขาไม่ได้ออกมาชุมนุมตามท้องถนน อย่างที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ถ้าคนเหล่านี้ออกมาชุมนุมในท้องถนน ๑๐ ลานพระรูปทรงม้า ๑๐๐ ทําเนียบรัฐบาล ๑,๐๐๐ สนามหลวงไม่มีที่ให้ยืนครับ แต่อย่าได้ประมาทพลังเงียบ เหล่านี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวแฟลตดินแดง พี่น้องที่ปกปัองบ้านของพระเจ้าที่ถนนเพชรบุรี ซอย ๕ ซอย ๗ หรือพี่น้องชาวนางเลิ้ง ก็คือพลังเงียบเหล่านี้ละครับที่เขาลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่าได้ประมาทพลังเงียบเหล่านี้อีกต่อไป แต่ภาพแห่งความเศร้าโศกที่เราเห็นก็คือว่า มันเปึนการต่อสู้ของคนไทยด้วยกันเองแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ชัยชนะที่ตั้งอยู่บนซาก ปรักหักพังและเปลวไฟในบ้านเมืองจะมีประโยชน์อะไร เหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคมถึง วันนี้ ๓๖ ป้เต็ม ๆ ลูกชายคนโตของแม่หลายคนป์านนี้ยังไม่ได้กลับบ้าน เหตุการณ์วันที่ ๖ ตุลาคม ๓๓ ป้จนถึงวันนี้ลูกคนเล็กของแม่หลายคนเถ้ากระดูกอยู่บนเทือกภูพาน อยู่บน เทือกบรรทัดทั้งนั้นละครับ เหตุการณ์เดือนพฤษภาคมประชาธรรมที่เกิดขึ้น วันนี้หลายคน ก็เหลือแต่ชื่อ เหลือแต่กระดูก แม้กระทั่งเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคมที่เกิดขึ้นหลายคนแขน ขาดขาขาด มันจะมีประโยชน์อะไรสําหรับการต่อสู้บนความปรักหักพังของบ้านเมือง ใครสักคนหนึ่งจะเลือกที่ตายที่แผ่นดินไหนซึ่งตัวเองยังไม่รู้ก็ปล่อยเขาไปแต่คนไทยต้องไม่ ตายด้วย ผมเชื่อว่าแผ่นดินไทยมีพลังอันศักดิ์สิทธิ์เพียงพอที่เราจะฝ์าฟันวิกฤตการณ์ตรงนี้ ไปได้ ความหวังของผมอยู่ที่ตรงไหน ความหวังของผมอยู่ที่หัวใจอยู่ที่จิตวิญญาณของ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ สภา รวมทั้งผู้นําในการต่อสู้ของสมรภูมิประชาชน ผมเชื่อมั่นครับ ผมเข้าใจครับ ท่านอาจจะเจ็บปวดคับแค้นกับความรู้สึกว่าถูกรังแก ๒ มาตรฐานเข้าใจได้ รับได้ แต่มันไม่ยิ่งใหญ่กว่าความเปึนชาติ ท่านจะรัก ท่านจะศรัทธา ใครคนหนึ่งซึ่งท่านคิดว่าเปึนคนที่สร้างชาติ สร้างรากหญ้า สร้างแผ่นดินเปึนความเชื่อ ความรักที่เข้าใจได้ แต่มันต้องไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความอยู่รอดของความเปึนชาติ ผมจึงหวังว่าเราจะได้ร่วมกันและนําประเทศซึ่งมีอารยธรรมยาวนานเปึนพันป้ปลดแอก ต่อสู้กอบกู้เอกราชมาไม่รู้กี่ครั้งจนฝ์าฟันมาจนถึงวันนี้ได้ ผมเชื่อ ผมศรัทธาในหัวใจของ เพื่อนสมาชิกและผู้นําในการต่อสู้ในทุกสมรภูมิ ประเทศชาติต้องมาก่อน แต่ถ้าไม่เปึน อย่างนั้นก็ไม่เปึนไรครับ ประเทศไทยก็อยู่ได้เหมือนเดิมละครับ เพียงแต่มันจะเปึนแผ่นดิน ซึ่งเต็มไปด้วยเปลวไฟ ด้วยซากศพ ด้วยคราบเลือด เพียงแต่มันจะเปึนแผ่นดินซึ่งเต็มไป ด้วยผู้คนที่สบตากันถึงจิตวิญญาณและล่วงรู้ถึงคําว่า สิ้นชาติ เปึนอย่างไร ผมจึงขอ สนับสนุนแนวทางในรัฐสภาแห่งนี้ที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษเปึนองค์กรอิสระ ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างแจ้ง และร่วมกันปฏิรูปการเมืองเพื่อสร้าง ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ คงไม่มียุคใดสมัยใดที่ประเทศชาติของคนไทย บ้านเมืองของเราที่จะ สั่นคลอนหนักหนาขนาดหนักเช่นวันนี้ คงไม่มียุคใดสมัยใดที่ประชาชนเกิดความรู้สึก ไม่มั่นคง แล้วก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานาว่า ฤาประเทศชาติจะถึงกาล วินาศ กระเบื้องจะเฟ๋ืองฟูลอย น้ําเต้าน้อยจะถอยจม แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมาในอดีต เราก็เห็นได้ชัดแล้วว่า กระเบื้องที่เฟ๋ืองฟูลอยขึ้นมานั้นมีกระเบื้องอะไรที่เปึนกระเบื้องจริง อะไรที่เปึนเพียงเศษก้อนดินก้อนหินที่เปึนเพียงสิ่งที่จะนําไปใช้เพียงแค่ถมพื้นที่ให้สูงขึ้น ซึ่งก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะสูงขึ้นหรือเปล่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเราวันนี้ พี่น้อง ประชาชนที่ติดตามการประชุม ๒ วันที่ผ่านมา คงยังหาทางออกไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นและ กําลังที่จะต้องวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไปว่า เอ๊ะ แล้วบ้านเราศัตรูที่แท้จริงของเราคืออะไร วันนี้ผมคงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐบาล แท้ที่จริงแล้วศัตรู ของประเทศไทย ณ ขณะนี้คือประชาธิปไตยจอมปลอม คือคณาธิปไตยที่อาศัยอยู่ใน รูปแบบของธนาธิปไตยที่ครอบงําอยู่ทุกหัวระแหงของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน คณาธิปไตยและธนาธิปไตยมาจากเม็ดเงินและอํานาจเงินที่ถูกโปรยกระจายลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๑๐ ป้ที่ผ่านมา มีเงินเดินซื้อสินค้าได้ บางคราวเชื่อไหมแม้ใจจะ แกร่งเกิน ยังถูกน้ําเงินกระหน่ําเสียยับเยิน โอ้เงินเอ๋ยเงิน โอ้เงินเอ๋ยเงิน อํานาจมันเกินจะ เอื้อมอาจ ท่านคงเคยจําเพลงนี้ได้สมัยพวกเราเด็ก ๆ วันนี้มีเงินเดินซื้อประเทศได้ เช่นนั้น หรือครับ เราจะยอมให้ผู้คนจํานวนหนึ่งมาพูดว่า ประชาธิปไตยที่เขากําลังพยายามจะ สร้างอยู่นั้น แต่แท้ที่จริงมันคือคณาธิปไตยที่ถูกนํามาบิดเบือน ถูกนํามาพูดเพียงเฉพาะ ส่วน จะพูดเฉพาะเพียงสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้พูดถึงเรื่องของหน้าที่และความรับผิดชอบ ไม่ได้ พูดถึงเรื่องของการใช้สิทธิที่เกินส่วนของคนอื่นและเกินส่วนของประชาชนทั่วประเทศ คนที่ก่อให้เกิดความเสียหายวันนี้ได้คิดถึงหรือไม่ว่าประเทศชาติที่เสียหายวันนี้เขา ก่อให้เกิดความเสียหายบนพื้นที่เล็ก ๆ แต่ส่งผลกระทบไปถึงพี่น้องประชาชนซึ่งแท้ที่จริง อยู่ในต่างจังหวัด อยู่ในชนบทซึ่งมีความสงบ มีความอยู่เย็นเปึนสุข แม้ว่าจะมีปัญหาใน ด้านของการทํามาหากิน แต่ ณ ปัจจุบันก็ถูกปัญหาด้านการเมืองเข้ามากระทบกระทั่ง จนกระทั่งทําให้เขาอยู่ไม่เปึนสุข เราต้องมาฟุ๋นฟูประชาธิปไตยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลได้กําหนดงบประมาณในการฟุ๋นฟูการท่องเที่ยวที่ถือว่าเปึนสิ่งหนึ่งที่ สําคัญในการหาเงินเข้าประเทศ แต่แท้ที่จริงแล้วท่านคงจําเปึนจะต้องลงทุนอย่างหนัก ในการฟุ๋นฟูประชาธิปไตยในประเทศไทย ซึ่งถูกแอบแฝงมาอยู่ในคราบของคณาธิปไตย และธนาธิปไตย แต่ถูกชี้นําด้วยเม็ดเงินที่ผ่านมา ดังนั้นในสภาพของสิทธิเสรีภาพที่ถูกชี้นําไปในลักษณะ นั้น กระผมจึงขอกราบเรียนไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลจะต้องดูแลในเรื่องของการให้สิทธิ เสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ ในการใช้ ในการวิพากษ์วิจารณ์ และในการชี้นําไป ในทางที่จะทําให้ไม่เกิดความเข้าใจผิด และไม่ทําให้กลุ่มคนอื่น ๆ มาทําให้เกิดความ เข้าใจผิดอย่างเสียหายกับประเทศชาติ
สิ่งที่สําคัญที่สุดในการฟุ๋นฟูประชาธิปไตยอันที่ ๒ คงจะเปึนเรื่องของความ เสมอภาค ๒ วันนี้มีการพูดถึงเรื่องของ ๒ มาตรฐานมากมายเหลือเกิน ๒ มาตรฐานแล้วก็ ไม่ยอมรับ แท้ที่จริงแล้วเมื่อสลับกันไประหว่างการมาเปึนรัฐบาลกับการเปึนฝ์ายค้าน สลับกันมาสลับกันไประหว่าง ๒ กลุ่ม ก็ตอบโต้กันไป ตอบโต้กันมาว่าเปึน ๒ มาตรฐาน แต่แท้ที่จริงแล้วพี่น้องประชาชนท่านที่ติดตาม ท่านผู้มีความรู้คงจะรู้ดีว่าใครมีลักษณะที่ ๒ มาตรฐานมากกว่าใคร และมาตรฐานที่แท้จริงวันนี้จริง ๆ มันคืออะไร ท่านประธานครับ สิ่งที่ขาดหายไปมากที่สุดวันนี้ในคํานิยามของประชาธิปไตยนั้นก็คือ ความมีภราดรภาพ ความเปึนพี่น้องซึ่งกันและกันหายไปไหน สิ่งนี้เราอาจจะพูดได้ว่ามันหายไปนานเกินไป แล้วประมาณ ๑๐ ป้ที่ผ่านมา คนในครอบครัวเดียวกันแตกแยกกัน คนในครอบครัว เดียวกันนั่งเถียงกันพูดเรื่องการเมืองไม่ได้ เพราะนิยมกันคนละแบบ เพราะคนคนหนึ่งเห็น ว่าอนาธิปไตยเปึนความจําเปึนของประเทศนี้ เปึนความจําเปึนที่จะต้องมีการใช้เงินกัน ในประเทศนี้ ภราดรภาพหายไป ไม่มีการคิดถึงใจเขาใจเรา ไม่มีความเกรงใจกันแบบ คนไทยอีกต่อไป ทําไมเราจะไม่พูดกันบอก ช่วยกันหน่อย ช่วยกันรณรงค์ อย่าเอาแต่ใจตัว อย่าเอาแต่เอาใจเจ้านายหรือพวกพ้องของเขามากจนเกินไป คิดถึงใจของพี่น้องประชาชน คนไทยทั้ง ๖๐ กว่าล้านคนบ้าง
มีอีก ๒ ประการที่พูดถึง ไม่ว่าจะเปึนหลักเสียงส่วนใหญ่ แล้วก็การเคารพ ในเสียงส่วนน้อย ก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อมีการย้ายข้างระหว่างไปอีกข้างหนึ่งไปสู่อีกข้าง หนึ่ง ระหว่างเปึนฝ์ายรัฐบาลกับฝ์ายเปึนฝ์ายค้าน แท้ที่จริงแล้วเปึนเรื่องที่เราสามารถที่จะ ดูจากความเปึนจริงที่เกิดขึ้นได้ว่า รัฐบาลแต่ละรัฐบาล รัฐบาลที่แล้วกับรัฐบาลนี้เคารพ ในเสียงส่วนมาก เคารพในเสียงส่วนน้อย ดูแลเสียงส่วนน้อยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งพี่น้อง ประชาชนคงติดตามจากข่าวคราวที่เห็นได้เปึนอย่างดี ฉะนั้นในหลักเสียงส่วนใหญ่ แล้วก็ ในเรื่องของการเคารพเสียงส่วนน้อยเปึนเรื่องที่เราคงจะช่วยกันทําความเข้าใจชี้แจง ไม่ใช่ ประชาธิปไตยมีแต่เพียงการเลือกตั้ง หรือการเพียงแค่ให้เสียงส่วนใหญ่นําพาไปเท่านั้น และสิ่งที่พูดชัดที่สุดนั่นก็คือ เรื่องของนิติรัฐ หรือการเคารพกฎหมาย ซึ่งจริง ๆ แล้วการ เคารพกฎหมายในวันนี้ที่จําเปึนจะต้องมีการออกพระราชกําหนดฉุกเฉิน ภาวะฉุกเฉิน ขึ้นมาทําให้เกิดปัญหาของบ้านเมือง ทําให้ภาพลักษณ์ของบ้านเมืองเสียหาย แม้กระทั่ง วันนี้คณะทีมผู้ประสานงานสมาชิกรัฐสภาอาเซียน ไอปา (ASEAN AIPA) มีกําหนดจะ เดินทางไปประชุมที่มาเลเซียในวันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ ท่านประธานรัฐสภา ท่านก็บอกว่า บ้านเมืองถูกประกาศอยู่ในภาวะฉุกเฉินไม่สามารถจะไปได้ ท่านก็ระงับไป และส่งท่านทูตไปแทน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วผู้ที่ต้องเข้าประชุมคือคณะผู้แทนของสมาชิก รัฐสภา ซึ่งในครั้งหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เปึนผู้นําของคณะชุดนี้เอง และก็มีอีก ๒ ท่าน ซึ่งมีผมและก็ท่านต่วนอีก ๒ คน ฉะนั้นในเรื่องนี้เปึนภาวะที่ผมเข้าใจดี เข้าใจท่าน ในฐานะที่ท่านเปึนผู้ใหญ่ ท่านประธานรัฐสภา แต่ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่า มีความจําเปึน ยังมีการเคลื่อนไหวใต้ดินก็คงจะยอมที่จะให้เปึนเช่นนั้น และก็คงจะยอม ว่าเราไม่สามารถไปร่วมประชุมที่มาเลเซียได้
และเรื่องสุดท้ายคือ เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน เราอย่าลืม นะครับ การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ใช่เฉพาะผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังจะต้อง คํานึงถึงเยาวชน เด็ก ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่เขานั่งมองดูว่า ผู้ใหญ่กําลังทําอะไรอยู่ ผู้ใหญ่กําลังบอกว่า พรรคการเมืองเปึนเพียงแค่รถเมล์มีคนขึ้นมาอยู่ มีโจรขึ้นมาคนหนึ่ง แล้วพอเคลื่อนไปด้วยกัน แล้วก็บอกว่ารถเมล์คันนี้เปึนโจรทั้งหมด ก็ต้องเหมาว่า เปึนเช่นนั้น เพราะรถเมล์คันนี้กําลังจะไปปล้น แล้วก็ไปทําเช่นนั้นจริง ๆ เหตุการณ์อย่างนี้ ได้เกิดขึ้นมาแล้ว แล้วก็ทําให้เห็นว่ามีกฎหมายที่เข้มงวดทําให้จําเปึนจะต้องดูแล คนเหล่านั้น ดังนั้นกฎหมายที่เข้มงวดจึงอยู่ที่การนําของผู้นําทางการเมือง ณ ปัจจุบัน กระผมอยากจะสอบถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เข้มงวดจึงอยู่ที่การนําของผู้นําทางการเมือง ณ ปัจจุบัน กระผมอยากจะสอบถาม ท่านนายกรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานรัฐสภาว่าท่าน จะมีแผนงานในการฟุ๋นฟูประชาธิปไตยที่ล้มเหลวและยอบแยบ ณ ปัจจุบันนี้อย่างไร ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเจตน์ ศิรธรานนท์ ครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับกระผมฟังการอภิปรายมา ๒ วันแล้วมีความเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์มาก ผลของการอภิปรายแทนที่จะช่วยกันหาทางออกให้ประเทศกลับเพิ่ม ความขัดแย้งให้ฝังรากลึกมากขึ้น แล้วก็ทําให้รัฐบาลทํางานมากยิ่งขึ้น แล้วก็ฟังดูแล้ว เหมือนเหตุการณ์ความไม่สงบนี้จะเกิดขึ้นแค่ชั่วคราวเหมือนไฟที่ดับ แต่ยังมีเชื้อที่รอวันจะ ปะทุขึ้นมาอีก ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลยากที่จะปรองดองผิดกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในประเทศเหล่านั้นเขาจะเอาผลประโยชน์แห่งชาติเปึนเรื่องหลัก ผลประโยชน์ของพรรค และผลประโยชน์ส่วนตนเปึนเรื่องที่จะต้องวางไว้ในกรณีที่ประเทศชาติเกิดภาวะวิกฤติ เพียงเท่านี้เราก็สามารถจะแก้ไขความขัดแย้งอันนั้นได้ แต่ว่าสําหรับเมืองไทย กระผม คิดว่ายากที่จะให้นักการเมืองปฏิบัติจึงเปึนปัญหาที่แก้ไขได้ยากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสงกรานต์เลือดมีความเชื่อว่ามีผู้จงใจวางแผนให้ สีเหลืองของพันธมิตรและประชาชนสวมเสื้อแดงปะทะกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน วันที่ ๘–๑๓ เมษายนที่ผ่านไป แล้วก็ดีว่าพันธมิตรรู้ทันไม่ได้ออกมา คุณสนธิประกาศให้ กลุ่มเสื้อเหลืองกลับบ้านไปพักผ่อนในวันสงกรานต์และกลุ่มผู้ชุมนุมที่สวมเสื้อแดงก็สลาย การชุมนุมไปเองจึงไม่เกิดการปะทะกัน แต่ผู้วางแผนก็ยังไม่ยอมหยุด ยังมีการจุดฉนวน ความขัดแย้งต่อไปด้วยการดักสังหารคุณสนธิด้วยอาวุธสงคราม ผู้วางแผนอาจจะเปึน กลุ่มซ้ายเก่าที่อยู่ล้อมลอบพันตํารวจโท ทักษิณ ในอดีต หรือตัวพันตํารวจโท ทักษิณ เองหรือ เปึนมือที่สาม ที่มาจากความร่วมมือของผู้มีอํานาจที่อยู่ล้อมรอบตัวท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ตามความเชื่อของพันธมิตรและบางส่วนจากการอภิปรายของพรรคฝ์ายค้าน ซึ่งยังเปึนปม ปัญหาที่จะต้องค้นหาความจริงกันต่อไป ท่านประธานครับก่อนหน้าการจลาจล ความจริง มีอยู่ว่าวาทะคุณปลุกระดมของพันตํารวจโท ทักษิณ ที่ส่งทางโทรศัพท์เข้าไปยังเวทีของ นปช. ครั้งแล้วครั้งเล่านั้น เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนตนใช้กําลังทําการปฏิวัติประชาชน เพื่อล้มรัฐบาลและระบบอํามาตย์ พันตํารวจโท ทักษิณ ยื่นคําขาดให้นายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรีและองคมนตรีบางท่านลาออกในวันที่ ๘ เมษายน ถือว่าก้าวล่วง พระราชอัธยาศัยและพระราชอํานาจอย่างไม่สมควร ทั้งยังบอกผู้ฟังไม่ให้กลับไปมือเปล่า อีกด้วย ท่านประธานครับหลักของการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในระบอบประชาธิปไตย จะต้องใช้สันติวิธีเท่านั้น และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายบ้านเมืองมีแต่คอมมิวนิสต์เท่านั้น ที่ผู้นําบางคนประกาศว่าอํานาจการเมืองมาจากปากกระบอกป๋น การส่งฝูงชนบุกโรงแรม การป่ดถนนสายสําคัญเพื่อให้การจราจรเปึนอัมพาตในกรุงเทพฯ การเผารถโดยสาร ประจําทาง การปาระเบิดเพลิงใส่มัสยิด การขับรถบรรทุกแก๊สไปจอดกลางชุมชนและขู่จะ จุดไฟให้ระเบิด การคุกคามหมายเอาชีวิตนายกรัฐมนตรีถึง ๒ ครั้งพร้อมทั้งยื่นคําขาดให้ รัฐบาลยุบสภาหรือลาออก เปึนการปฏิวัติของประชาชนโดยสนติหรือ ข้อสงสัยนี้แม้แต่ สื่อต่างชาติต่างก็ตั้งคําถามระหว่างการถ่ายทอดสดการสัมภาษณ์พันตํารวจโท ทักษิณ ผ่านทางสื่อโทรทัศน์ ท่านประธานครับการปฏิวัติของประชาชนผู้ทําการปฏิวัติต้องเปึน ส่วนหนึ่งของประชาชนจริง ๆ สําหรับข้อเสนอในการแก้ไขสถานการณ์ทางวุฒิสภามี ข้อเสนอ ๗ ข้อ ดังที่ทราบแล้วนะครับ สําหรับส่วนผมเอก็จะมีข้อเสนอว่า
อันที่ ๑ การปรับระบบความมั่นคงของผู้ใหญ่โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าระบบความปลอดภัยล้มเหลว สําหรับตัวท่านพันตํารวจโท ทักษิณ ที่มีประกาศจับถือว่าทําผิดตามประมวลกฎหมายอาญาแน่นอน การที่ตํารวจออกหมายจับเช่นเดียวกับผู้ต้องหาคนอื่นซึ่งถูกต้องแล้ว และเมื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ทั้งหนีโทษทางอาญาร้ายแรงซ้ําแล้วซ้ําอีกเช่นนี้ ก็สมควรจะ ดําเนินการทางวินัยเอากับ พันตํารวจโท ทักษิณ ได้แล้วหรือยัง สมควรเสนอให้ถอดยศ พันตํารวจโท ทักษิณ ได้แล้วหรือไม่ อันนั้นก็เปึนสิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรี
ข้อที่ ๒ สื่อถือว่าเปึนปัญหาในการสร้างความขัดแย้งอย่างมากนะครับ ก็คิดว่าคงจะต้องแก้ไข ท่านนายกรัฐมนตรีป่ดสถานีวิทยุชุมชน ป่ดดีทีวีนะครับ อันนั้นก็ คิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ก็เหมาะแล้วนะครับ แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตาม พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินวันหนึ่งก็จะต้องล้มเลิกไป นะครับ เพราะว่ามีผลต่อต้นทุนของประเทศทุกด้าน ทั้งการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน เพียงแต่ว่าเมื่อยกเลิกพระราชกําหนดไปแล้วก็คงจะต้องมีการควบคุมสื่อต่าง ๆ เหล่านั้น นะครับ
ข้อที่ ๓ การตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาความจริงในเรื่องการสลายการ ชุมนุม เปึนเรื่องที่ฝ์ายค้านและประชาชนบางส่วนยังมีความข้องใจอยู่ และจากการ อภิปราย ๒ วัน ข้อมูลหลาย ๆ ส่วนก็ยังขัดแย้งกัน รัฐจะต้องนําคนทุกกลุ่มมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกันในการแก้ปัญหาให้กับชาติบ้านเมือง ถึงแม้ยากที่จะสําเร็จแต่ก็จะ เปึนแนวทางที่สร้างความหวังในการแก้ปัญหา
ข้อที่ ๔ นะครับ รัฐจะต้องแยกปัญหาระหว่าง พันตํารวจโท ทักษิณ กับกลุ่มเสื้อแดงออกจากกัน รัฐจะต้องถือว่าคนเสื้อเหลือง เสื้อแดงที่บริสุทธิ์ใจเปึน ประชาชนคนไทยเหมือนกัน ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องสร้างมาตรฐานทางกฎหมายที่ เท่าเทียมกัน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรีของคนทุกสี สําหรับปัญหาที่ เชื่อมโยงกับสาเหตุเรื่องนี้มีสาเหตุจากความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ความยากจนของ เกษตรกรและกรรมกรผู้ใช้แรงงาน คนในระดับรากหญ้าที่ในชีวิตประจําวันน้อยเนื้อต่ําใจ มองว่าตัวเองถูกปฏิบัติโดยข้าราชการหรือผู้ที่มีฐานะสูงกว่าที่อยู่รอบตัวเองอย่างไม่ เท่าเทียมกับผู้อื่น บากหน้าหนีจากชนบทมาขับแท็กซี่ในเมืองหลวง ก็ยังถูกตํารวจจับแบบ ๒ มาตรฐาน แล้วจะมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม เพราะฉะนั้นเมื่อถูกปลุกระดม ด้วยคําว่า ๒ มาตรฐานและสงครามของชนชั้นรากหญ้า ความรู้สึกตรงนั้นจึงถูกปลุกเร้า ด้วยยุทธวิธีจาก พันตํารวจโท ทักษิณ และกลุ่มแกนนําอย่างได้ผล สังคมจึงขัดแย้งและ รุนแรงเรื่อยไป รัฐต้องปัองกันไม่ให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยกทางชนชั้น ปัองกันไม่ให้คน ยากจนที่ถูกทําร้ายแล้วก็ต้องดูแลคนยากจน ต้องทําไม่ให้คนยากจนมีความรู้สึกเกลียดชัง คนรวยหรือข้าราชการชั้นสูง เหล่านี้เปึนปัจจัยที่จะทําให้ง่ายต่อการปลุกระดม รัฐจะต้อง เร่งแก้ปัญหาความยากจนและการกระจายรายได้ในระยะยาว ขอบคุณครับ
เชิญคุณสมเกียรติครับ
ท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกรัฐสภา จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะใช้เวลาไม่มากนักเพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ตอบแผนการที่จะใช้รัฐสภา เปึนเครื่องมือ ความพยายามที่จะพาดพิงถึงพันธมิตรใน ๒ วัน มีราว ๆ ๘ ท่านนะครับ พี่น้องพันธมิตรได้โทรศัพท์มาให้ผมตอบโต้ ผมก็ใจเย็น พยายามใช้วิธีการเหมือน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ว่าอยากจะลองดูพลังของรัฐสภาจะสามารถแก้ปัญหาความ ขัดแย้งที่มันอยู่ข้างนอกและเปึนปมเงื่อนอยู่ข้างนอกมาแก้ไขปัญหาข้างในได้จริงหรือไม่ เพราะถ้าได้คราวนี้แสดงว่ารัฐสภาเปึนสถาบันหลักของชาติจริง ๆ ไม่ถูกดูถูกดูแคลนต่อไป อีก ผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานตอบเพียงปัญหาที่พาดพิงเพื่อความเหมาะสมสัก ๔ ข้อก็พอครับ
ข้อแรก มีสมาชิกหลายท่าน โดยเฉพาะท่านประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่พยายามพูดถึงในทํานองเยาะเย้ย ท่านสมเกียรติ ท่านสนธิ ท่านจําลอง มี ๒ มาตรฐาน นะครับ เวลาไปพบพนักงานสอบสวน ผมก็อยากจะยืนยันว่า คดีของผมเองประมาณ ๑๐ คดีนี่ได้ผ่านชั้นตํารวจไปเกือบทั้งหมดแล้ว แล้วอยู่ชั้นอัยการ นะครับ แล้วรวดเร็วกว่าคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของผู้ต้องหาบางคน และข้อเรียกร้อง ๒ มาตรฐานผมได้กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีถึงเหตุผล ๒ ประการ
ประการแรก ผมไม่ขอใช้เอกสิทธิ์ในสภา
ประการที่สอง เมื่อ ฯพณฯ ผู้นําฝ์ายค้านมาเปึนนายกรัฐมนตรีวันนี้ผมบอก ว่า ได้โปรดใช้มาตรฐานเดียวกัน เพราะว่าถ้านําคําพูดที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก ลําพูนพูดถึงว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านเปึนผู้นํา ทางจิตวิญญาณ และคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เปึนผู้นําทางจิตวิญญาณ เมื่อคุณสนธิเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม ก็ขอเรียนเชิญผู้นําทางจิตวิญญาณ พันตํารวจโท ทักษิณให้มาเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมด้วย อันนี้ข้อแรกนะครับ ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยจริง ๆ
ประเด็นที่สอง ประเด็นที่มีการอยากจะเชิญผม แกนนําพันธมิตรกับ แกนนํา นปช. ที่เปึน ส.ส. ไปขึ้นเวทีนะครับ ไปเจรจากัน ผมก็ยินดีเจรจาครับ เพราะว่าเคย เคลื่อนไหวร่วมกันมา แต่ว่าเปัาหมายสุดท้ายมันต่างกันแล้วใน พ.ศ. นี้ในเวลานี้ เพราะ ที่หมายสุดท้ายหรือว่ายุทธศาสตร์สุดท้ายของพันธมิตรก็คือ การเมืองใหม่ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แต่ที่หมายสุดท้ายของการสถาปนารัฐไทยใหม่ นะครับ และโค่นล้มศักดินานี่มันเจรจากันได้หรือครับ แต่ถ้าท่านประธานรัฐสภาจะเปึน ตัวกลางเจรจาผมก็ยินดีครับ ผมไม่รู้จะผสมกันอย่างไรระหว่างประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขกับรัฐไทยใหม่ที่โค่นล้มศักดินา ผมก็ยินดีตามข้อเสนอ ของ ส.ส. พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาแห่งนครราชสีมาที่เปึนเพื่อนกระผม
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นที่ท่านอาวุโสแห่งพรรคประชาราชพยายามจะพูดถึง ว่า พรรคประชาธิปัตย์น่าจะมีจุดอ่อนแอตรงที่ปล่อยให้แกนนําไปปลุกระดมมวลชน ผมก็ เรียนว่า ผมไปปลุกระดมมวลชนจริงครับ แล้วท่านก็ไปปลุกระดมมวลชนกับผมที่ สนามหลวงด้วยนะครับ แล้วมีภาพถ่ายมีอะไรหลายอย่าง ในตอนนั้นท่านก็บอกว่า ปัญหาของชาตินี้เกิดจากระบอบนี้เช่นเดียวกันนะครับ ตอนหลังท่านมาเปลี่ยนแปลง เท่านั้นเอง แต่ผมยังไม่เปลี่ยนแปลง ที่ท่านพูดถึงว่า วิกฤตการณ์ของชาติเปึนวิกฤตการณ์ ที่เราอยากจะเรียกว่า วิกฤตการณ์ที่ท่านอาวุโสแห่งพรรคประชาราชใช้คําว่า การเข้าสู่ อํานาจรัฐ เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวว่า การคิดนิรโทษกรรม หากจะได้กรุณาอ่านคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ๔ ครั้ง ยุบ ๔ พรรคการเมือง ก็จะ เข้าใจดี เพื่อความเหมาะสมผมก็จะสรุปสั้น ๆ ว่า การยุบพรรคไทยรักไทย ๓๐ พฤษภาคม คําวินิจฉัยมีว่า การกระทําของพรรคไทยรักไทยเปึนการกระทําเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจใน การปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เปึนภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรม อันดีของประชาชน ไม่ผดุงไว้ซึ่งหลักการสําคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่เคารพยําเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่อาจดํารงความเปึนพรรคการเมืองที่สร้างสรรค์ และจรรโลงความชอบทางการเมืองแก่ระบอบประชาธิปไตยของประเทศโดยส่วนรวม ต่อไปได้ จึงเปึนเหตุสมควรยุบพรรคไทยรักไทย การกระทําของพรรคไทยรักไทยเปึน อันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หาใช่ความผิดเล็กน้อยดังที่ พรรคไทยรักไทยกล่าวอ้างไม่ อันนี้ก็คือวิธีการได้มาซึ่งอํานาจ ซึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนาม ฯพณฯ ท่านชวน หลีกภัย ได้พยายามย้ําว่า การซื้อเสียงเปึนอันตรายอย่างยิ่ง การเข้าสู่ อํานาจที่ฉ้อฉล ทีนี้ถ้าท่านประธานจะได้กรุณาอ่านคําวินิจฉัยยุบพรรคชาติไทย คําวินิจฉัย ยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย คําวินิจฉัยพรรคพลังประชาชนในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๖ ตอน ๑๖ ก ตั้งแต่หน้า ๑๔ ถึงหน้า ๙๖ นะครับ วินิจฉัยเหมือนกันเลย เขาวินิจฉัยอย่างนี้ ครับ ผมอยากจะย้ําเตือนต่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศผ่านท่านประธานสภาไปว่าการ คิดนิรโทษกรรมคนเหล่านี้ โปรดพิจารณาคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ๔ ครั้งสักครั้ง หนึ่งเถอะครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีเจตนารมณ์ที่จะ ให้การเลือกตั้งของประเทศไทยเปึนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบทบัญญัติปัองกันการทุจริตเลือกตั้งด้วยการใช้เงินหรือทรัพย์สิน อื่นใดซื้อสิทธิ ซื้อเสียงของประชาชนเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง อันเปึนวิธีการที่นักการเมือง ส่วนหนึ่งใช้กันมานาน จนเกิดความเคยชิน แล้วกลายเปึนจุดเปราะบางทางการเมืองที่ นักการเมืองผู้กระทําไม่รู้สํานึกว่าเปึนการกระทําผิดที่ร้ายแรง ทําให้การเมืองและ ประชาธิปไตยของประเทศไทยไม่พัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดความ เสียหายแก่ประเทศอย่างมาก เนื่องจากนักการเมืองเหล่านี้เมื่อเข้าสู่อํานาจแล้วย่อมใช้ อํานาจหน้าที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยไม่มีความ ละอาย เพื่อเตรียมไว้สําหรับใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อให้ได้อํานาจสําหรับแสวงหา ประโยชน์โดยมิชอบต่อไป ประโยคนี้สําคัญที่สุดครับ เปึนวัฏจักรที่เลวร้ายอย่างไม่มี ที่สิ้นสุด นี่คือคําวินิจฉัยเอกฉันท์ของศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ๓ พรรค เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าหาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะปรองดองก็เพื่อนิรโทษกรรมก็คง เปึนการปรองดองเฉพาะนักการเมืองครับ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศผมเชื่อว่าเขา ไม่ยอมปรองดองด้วยครับ ผมยืนยันเลยว่าบทย้ําเตือนในคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ เปึนเอกฉันท์ ๓ ครั้งของการยุบพรรค เปึนคําย้ําเตือนขนาดถึงว่า รัฐธรรมนูญผิด หรือ พฤติกรรมนักการเมืองผิดครับ ถ้ารัฐธรรมนูญผิดไปแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าพฤติกรรม นักการเมืองผิดไปแก้ที่พฤติกรรมนักการเมืองครับ ได้โปรดฟังประโยคสุดท้ายของผม นะครับว่าในวันนี้รัฐธรรมนูญ หรือนักการเมืองเปึนต้นเหตุ โปรดอย่าโทษชะตากรรมของ ชาติ กรรมเก่าของคนไทยว่า ต้องยอมรับคนที่ทําผิดกฎหมายเหนือกว่าอาญาแผ่นดิน เขาก็ทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบอกว่ากรรมการบริหารพรรค ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้อย่างไร กรรมการบริหารพรรคก่อตั้งพรรค เปึนผู้กระทํา แทนนิติบุคคลในนามพรรค แล้วไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้อย่างไร มันผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มัน เหนือกฎหมายอาญาอีก เพราะฉะนั้นการนิรโทษกรรมจึงเปึนอันตรายร้ายแรงต่อชาติ นะครับ ผมขอสรุปตามคําอภิปรายของท่าน ส.ว. อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ว่าการส่ง สัญญาณนิรโทษกรรมของผู้นําประเทศเปึนการทําร้ายประชาชน ทําร้ายประเทศชาติและ ความมั่นคงของชาติครับ ขอบพระคุณมากครับ
ก็เปึนอันว่าการอภิปราย
ท่านประธานครับ
มีอะไรอีกครับ มันพอสมควรแก่เวลา แล้วครับ
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธาน เนื่องจากว่า ท่านผู้อภิปรายที่พูดจบไปนั้นพูดถึงพรรคไทยรักไทยบางส่วน ผมขออนุญาตท่านประธาน ไม่นาน ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ และเรียนไปถึงพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศนะครับว่าอย่างไรก็ตามนะครับ พรรคไทยรักไทยก็ดี พรรคชาติไทยก็ดี พรรคมัชฌิมาก็ดี เปึนที่รวมของบุคคลที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากอํานาจของประชาชน พรรคไทยรักไทยถูกล้มล้างไปด้วยกระบวนการปฏิวัติ ยึดอํานาจ ซึ่งเปึนวิถีทางที่มิได้มา จากระบอบประชาธิปไตย ผมต้องเรียนไว้ตรงนี้นะครับ และเปึนความเลวร้ายของ สังคมไทยที่คนไทยทั้งประเทศมิได้ยอมรับ
ผมว่าพอแล้วกระมังคุณวรวัจน์
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงเพราะเปึนความเสียหาย และผมขออนุญาตเรียน ว่าเปึนความเสียใจแทนพรรคมัชฌิมาที่ช่วยให้เปึนรัฐบาล แต่ท่านดูถูกเขา และไม่เห็นเขา มีคุณค่าในสายตาเลย ผมฟังแล้วขอความกรุณานะครับ อยู่ในสภาแห่งนี้กรุณาให้ ความเคารพต่อคนที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนด้วย แล้วผมยังยืนยัน ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศไม่เห็นด้วยกับระบบเผด็จการ หรือระบบที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร หรือแม้แต่ที่เขาเรียกกันในปัจจุบันว่า ระบอบอมาตยาธิปไตย ขอความกรุณา เคารพสภาแห่งนี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ พอแล้วครับ การอภิปรายก็สิ้นสุดแล้วนะครับ เปึนอันว่าการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญได้ยุติลงแล้ว นายกรัฐมนตรีท่านจะมีอะไรกล่าวต่อที่ประชุม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตท่านประธานว่ากระผมได้รับการ ร้องขอจากท่านประธานเองว่าในช่วงที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายขออย่าเพิ่งชี้แจง แล้วก็ให้มาชี้แจงสรุปในช่วงสุดท้าย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก รัฐสภาทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็น สะท้อนความรู้สึก หรือนําเสนอข้อมูลต่าง ๆ ในช่วง การอภิปราย ๒ วันที่ผ่านมา แม้ว่าหลายครั้งก็ทําให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งหรือ กระทบกระทั่งกัน ก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่า ผมก็ถือว่าเปึนการสะท้อนความรู้สึก ของคนส่วนหนึ่ง ซึ่งก็เปึนการสะท้อนสภาพปัญหาของสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าหากว่า เราไม่ยอมให้มีการสะท้อนความรู้สึกที่มันดํารงอยู่จริงในสังคม ก็คงเปึนเรื่องยากที่เราจะ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาของสภาที่จะชี้แจงส่วนหนึ่ง แล้วก็ปรึกษาหารือในการที่เราจะใช้สถาบันของเราเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศต่อไป โดยได้รวบรวมความคิดหรือเสียงสะท้อนต่าง ๆ ในช่วง ๒ วันที่ผ่านมา
ประการแรก ผมคงต้องใช้เวลาในช่วงต้นอธิบายในเรื่องของการทํางานของ รัฐบาลและการตัดสินใจและจุดยืนของผมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพื่อไม่ให้ เกิดปัญหาว่ายังมีความคลางแคลงใจต่อจุดยืน ท่าที อุดมการณ์หรือการทํางานของผม ผมกราบเรียนท่านประธานว่า สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเราย้อนกลับไปเพียงแค่ในช่วง การเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ขอเรียนครับว่าหลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง เมื่อทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้จํานวน ส.ส. เปึนอันดับ ๒ ผมก็ได้พูดชัดเจนว่า พรรคอันดับ ๑ ก็มีสิทธิในการที่จะจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าจัดตั้งไม่ได้ก็เหมือนกับ อารยประเทศที่ใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง แล้วก็ทางพรรค อันดับ ๑ ในขณะนั้นก็คือพรรคพลังประชาชน ก็ได้จัดตั้งรัฐบาล ที่จริงถ้าพูดถึงคะแนน เสียงในการเลือกตั้งนั้น วัดด้วยจํานวนคนที่ลงคะแนนที่ลงให้พรรคพลังประชาชนกับ พรรคประชาธิปัตย์ แทบไม่แตกต่างกันละครับ ห่างกันก็แสนคะแนนจาก ๓๐ ล้านคะแนน แล้วก็ที่สําคัญก็คือว่า มีพรรคการเมืองซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือว่า ประกาศตัวหรือแสดงตนเปึน พันธมิตรกับพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงของการเลือกตั้ง ก็ได้รับเลือกตั้งเข้ามา แล้วก็ พรรคพลังประชาชนก็ไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาด แต่ผมก็ได้เรียนว่าด้วยตัวเลข ส.ส. หรือ ความจําเปึนหรือเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ การที่พรรคการเมืองซึ่งเคยประกาศแนวทางในการ ทํางานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์จะไปอยู่ร่วมกับรัฐบาลที่นําโดยพรรคพลังประชาชน กระผมก็ไม่ได้ติดใจ แล้วก็ทําหน้าที่ในฐานะผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมา กระผม กราบเรียนว่าหลังจากที่รัฐบาลของพรรคพลังประชาชนเข้าบริหารประเทศ สภาพความ ขัดแย้งก็มาเกิดขึ้นในช่วงที่มีความคิดในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ประเด็นที่มีคนบางส่วนในสังคมทักท้วงว่า น่าจะถือได้ว่าเปึนความพยายามที่จะแก้ไข ปัญหาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ผิดถูกก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่ามีความรู้สึกเช่นนี้จริงกับ คนหมู่มากจริง ก็เกิดการชุมนุม การประท้วง ผมก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ท่าน ย้อนกลับไปดูทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพูดในช่วงที่ผมเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า จุดยืนผมไม่ได้เปลี่ยน เมื่อใดที่ผู้ชุมนุมป้ที่แล้วชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อยู่ในกรอบ ของกฎหมาย กระผมก็บอกว่า เปึนสิทธิของเขา เปึนเสรีภาพของเขา เมื่อใดที่เขาไป ดําเนินการอะไร ซึ่งผมเห็นว่าไม่เหมาะสม ผมก็ให้สัมภาษณ์ว่าผมไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน เช่น ในช่วงที่มีการไปล้อมสนามบินที่ภาคใต้ นอกจากไม่เห็นด้วยแล้ว สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไปช่วยในการที่จะเจรจาเพื่อที่ไม่ให้มีการดําเนินการเช่นนั้น และผมจําได้ครับ ปรากฏการณ์ในลักษณะที่มีการไปล้อมหรือไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของรัฐมนตรี ก็คือ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ในขณะนั้นที่จังหวัดกระบี่ เปึนครั้งแรก ผมก็ให้สัมภาษณ์ในวันรุ่งขึ้นว่า ผมไม่เห็นด้วยกับแนวทางเช่นนี้ เพราะผมถือว่าทุกคนก็ ควรจะสามารถที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้ เหล่านี้ท่านตรวจสอบได้ว่าผมได้ยืนยัน สถานการณ์ก็ลุกลามไปนะครับ ไปถึงเรื่องของการเข้าไปในทําเนียบรัฐบาล ผมก็แสดง ความไม่เห็นด้วย แต่ว่าในช่วงนั้นการแก้ปัญหาของรัฐบาลก็นําไปสู่ความขัดแย้งระหว่าง มวลชน ๒ กลุ่ม ถ้าท่านจําได้ก็มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมจากสนามหลวงเดินทางเข้ามาใกล้บริเวณทําเนียบรัฐบาล แล้วก็ มีผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งชุมนุมอยู่แล้วก็ปะทะกัน เกิดความรุนแรง ก็มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. แล้วก็สภาพที่มวลชนปะทะกันเกิดขึ้นในหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเปึนที่อุดรธานี ไม่ว่าจะเปึน ที่เชียงใหม่ หรืออีกหลายต่อหลายพื้นที่ ซึ่งวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีสมัครก็มาขอ ความเห็นจากที่ประชุมของรัฐสภา ผมก็ได้กราบเรียนครับว่าถ้าถึงจุดหนึ่งรัฐบาลไม่ สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์บริหารราชการแผ่นดินได้ แล้วก็มีคนต่อต้านจํานวนมาก แล้วบ้านเมืองเดินไปไม่ได้ การยุบสภาผมก็ถือว่าเปึนทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง เพราะเชื่อว่า ทุกคนจะยอมรับผลของการเลือกตั้งในขณะนั้น และผมก็พูดในสถานะซึ่งขณะนั้นทุกคน ก็ประเมินว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนฝ์ายเสียเปรียบ ก็เปึนคําพูด คําอภิปรายซึ่งเมื่อวานนี้ ก็มีการมาฉาย และผมจึงได้ยืนยันว่าผมคิดเช่นนั้นจริง ๆ ต่อมาเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยถึงปัญหาของการกระทําของท่านนายกรัฐมนตรีสมัครว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ เปึนเรื่องของมาตรการที่เกี่ยวข้องกับข้อห้าม คือ ข้อห้ามการกระทําบางอย่างของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเปึนเรื่องที่เขาปัองกันในเรื่องของความขัดแย้ง ในเรื่องของ ผลประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องว่าท่านไปทํากับข้าว ก็มีการวินิจฉัย ท่านก็พ้นจากตําแหน่ง สภาแห่งนี้ก็เลือกท่านนายกรัฐมนตรีสมชายมาเปึนนายกรัฐมนตรี สถานการณ์ในเรื่อง การชุมนุมต่าง ๆ ก็ไม่ได้ดีขึ้น และสภาพของความวุ่นวายก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสุดท้ายก็มีปัญหาในเรื่องการชุมนุมที่สนามบิน แล้วก็มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเช่นเดียวกัน ก็กราบเรียนครับว่า ขณะนั้นบทบาทของผมก็ชัดเจน ท่านประธาน รัฐสภาเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้ามา ผมก็อาสาตัวว่าพร้อมที่จะเปึนคนกลาง ในการเจรจา ไม่มีการกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ก่อนที่จะมีการเจรจา ผมจําได้ครับว่า ท่านประธานรัฐสภาก็ได้ติดต่อกลับไปยังทางรัฐบาล ขณะนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรี ชวรัตน์ เปึนผู้รักษาการ ก็มีการพูดคุยกัน ที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ซึ่งเดินทางไป ประชุมเอเปก (APEC) เดินทางกลับมา ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งรักษาการ และ ท่านประธานรัฐสภาก็บอกว่า ขอให้รอเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีสมชายกลับมาถึงว่า จะเดินหน้าในเรื่องของการหารือเจรจาหาทางออกอย่างไร สุดท้าย เมื่อท่าน นายกรัฐมนตรีสมชายมาถึง ท่านประธานรัฐสภาก็แจ้งผมว่า ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ขอบคุณในความปรารถนาดี แต่จะขอแก้ไขปัญหาโดยรัฐบาลเอง อันนี้คือบทบาทต่าง ๆ และกระผมกราบเรียนครับว่า ตลอดระยะเวลาดังกล่าว สิ่งที่ผมระมัดระวังที่สุด ไม่ว่า จะเปึนช่วงของนายกรัฐมนตรีสมัคร หรือในช่วงของท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ผมจะ หลีกเลี่ยงการเรียกร้องให้ทั้ง ๒ ท่านนั้นลาออก ที่ผมหลีกเลี่ยงตรงนั้นเพราะผมรู้ครับว่า ถ้าผมเรียกร้องให้ท่านลาออกก็จะมีข้อกล่าวหาว่า ผมพยายามจะเรียกร้องเพื่อตนเอง และผมกล้าพูดด้วยครับว่าไม่ใช่เฉพาะในเวทีในสภาหรือการให้สัมภาษณ์ในทาง สาธารณะ เวลาที่มีองค์กรต่าง ๆ เขาจะมีบทบาทในการเสนอแนะทางออกของรัฐบาล ถ้าเขามาสอบถามความเห็นผม ผมยังบอกเลยว่า ขอความกรุณาอย่าเรียกร้องให้มีการลาออก เพราะมันจะเปึนปัญหาว่าพรรคการเมือง ในสภาช่วงชิงอํานาจกันแล้วก็เอาเรื่องของการเมืองนอกสภามากดดัน อันนี้คือข้อเท็จจริง ซึ่งผมก็ขอยืนยันแล้วก็พยานจํานวนมากซึ่งจะยืนยันเรื่องนี้ได้ แต่ว่าสุดท้ายครับเหตุที่ ท่านนายกรัฐมนตรีสมชายพ้นจากตําแหน่งไปก็เปึนเหตุมาจากปัญหาการเลือกตั้ง ที่มีคณะกรรมการบริหารพรรคไปทํากฎหมายเลือกตั้ง แล้วก็ตามรัฐธรรมนูญก็นําไปสู่ เรื่องของการยุบพรรค ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น ดังนั้นก็เปึนเรื่องของสภา ที่จะต้องพิจารณาในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และต่างประเทศก็เปึนเรื่องปกติครับ เมื่อพรรคการเมืองอันดับ ๑ มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล มีโอกาสบริหารบ้านเมืองแล้วอาจจะ เกิดปัญหาขึ้น ทางสมาชิกสภาก็มีสิทธิในการตัดสินใจใหม่ ผมก็ถือว่ามติของสภาเปึนมติ ที่มีความสําคัญแล้วก็จะเปึนตัวชี้ตามระบบ ตามรัฐธรรมนูญ ตามวิถีทางซึ่งอารยประเทศ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยก็ปฏิบัติกัน แน่นอนครับถามว่าผมสบายใจ ผมมีความสุขกับสถานการณ์แล้วก็สถานะของผมที่มาในลักษณะนั้นในท่ามกลาง สภาวะแวดล้อมอย่างนั้นหรือไม่ ผมก็เคยให้สัมภาษณ์ตอบอย่างเต็มปากเต็มคําครับว่า ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นหรอกครับ แต่ว่าเมื่อเปึนมติของสภาผมก็มี ความรับผิดชอบ และสิ่งที่ผมตั้งใจก็คือว่าผมก็ตั้งใจว่าผมจะพิสูจน์ว่าผมทํางานให้กับคน ทุกคน ผมกราบเรียนว่ามีข้อกล่าวหามากมายที่พูดถึงรัฐบาลว่าเมื่อมาอย่างนี้แปลว่า จะรักษาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ผมก็ขอยืนยันว่า ๓ เดือน ๔ เดือนที่ผ่านมา มีตรงไหนครับ ที่รัฐบาลนี้เลือกปฏิบัติในแง่ของการออกนโยบายที่จะไปคิดว่าจะช่วยเหลือ เกื้อกูลเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนตัวเอง ไม่มีครับ ผมยืนยันแล้วก็ใช้หลักการนี้ในการ ทํางานมาโดยตลอด มีความพยายามไปสร้างกระแสทํานองว่ารัฐบาลนี้จะเปึนรัฐบาล ที่ไม่ให้ความสําคัญกับคนจน แต่ท่านดูเถอะครับว่าเงินงบประมาณหรือเงินนอก งบประมาณที่รัฐบาลใช้มากที่สุดก็คือเร่งแก้ไขปัญหาของคนยากจนและคนด้อยโอกาส ก่อนสิ่งอื่นใดในการรับมือกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ มีการพูดว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้อง เกรงอกเกรงใจกองทัพเปึนพิเศษ เมื่อวานก็มีการอภิปรายพาดพิงถึงอยู่บ้างก็ขอ กราบเรียนว่าไม่มีอะไรเลยครับ สิทธิพิเศษของกองทัพไม่มีเหนือหน่วยงานอื่นใดเลย ดูได้ จากการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม ดูได้จากการที่มีการของบประมาณเข้ามาหลายส่วน ผมก็ปฏิบัติแบบเดียวกันหมด ตรงนี้ครับคือสิ่งที่ผมก็หวังว่าอย่างน้อยจะช่วยให้ความรู้สึก ที่ไม่ยอมรับหรือความรู้สึกว่ามันมีความไม่เปึนธรรมลดลงได้บ้าง แต่ผมไม่เคยปฏิเสธครับ ว่าผมรู้ว่ามีคนจํานวนมากในสังคม ผมใช้คําว่า จํานวนมาก ที่อย่างไรก็รู้สึกว่าเกิด ความไม่เปึนธรรมขึ้นหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ผมไม่เคยปฏิเสธ ตรงนั้น และผมก็รู้ว่ามีคนที่ยังมีความคลางแคลงใจต่อการตัดสินต่อการคลี่คลาย เหตุการณ์สถานการณ์หลายครั้งหลายช่วงนับเนื่องตั้งแต่การรัฐประหารเปึนต้นมา เหมือนกับที่ผมเชื่อว่าท่านก็คงไม่ปฏิเสธว่าก็มีคนจํานวนมากในสังคมเช่นเดียวกัน ที่คลางแคลงใจต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๔-๕ ป้ก่อนหน้านั้นเช่นเดียวกัน ต้องยอมรับอันนี้ครับ คงจะไปตัดตอนที่จุดใดจุดหนึ่ง ไม่ได้หรอก อันนี้คือข้อเท็จจริงซึ่งผมคิดว่าถ้าเรารับด้วยกันตรงกันมันก็จะมองเห็น ทางออกในวันข้างหน้า ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขอยืนยันก็คือว่า ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา การชุมนุมการวิพากษ์วิจารณ์ การต่อต้านตัวกระผมตราบเท่าที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย ผมเป่ดโอกาสให้เต็มที่ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าในทุกโอกาสที่จะทําได้ และยืนยันมาโดยตลอดว่าแม้ผมไม่เห็น ด้วย แม้ผมคิดว่าสิ่งที่บางครั้งกล่าวหาผมอาจจะไม่เปึนจริงนี่ ผมเคารพในการใช้สิทธิ เสรีภาพเหล่านั้น แต่ว่าเหตุการณ์ก่อนที่จะมีการประกาศใช้พระราชกําหนดนี่ มันเปลี่ยนแปลงไปจากตรงนั้นนะครับ ผมไม่อยากจะไปลงรายละเอียด เพราะว่าเดี๋ยวจะ กลายเปึนว่าเปึนเรื่องความขัดแย้งอีก แต่ก็ต้องกราบเรียนว่า ถ้าสรุปว่าเหตุการณ์ที่ ลุกลามบานปลายที่พัทยาจนเราจัดการประชุมอาเซียนไม่ได้นี่มันเกิดขึ้นจากการปะทะกัน หลังจากที่ผู้ชุมนุมไปที่พัทยาแล้วนี่ มันคงไม่ใช่หรอกครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องที่มาชุมนุมที่ ทําเนียบรัฐบาลส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วยกับการที่จะไปล้มการประชุมอาเซียน แต่ปฏิเสธ ไม่ได้ครับว่ามีแกนนําที่ได้อภิปรายบนเวทีตั้งแต่วันที่ ๘ ว่าจะขอให้พี่น้องจํานวนหนึ่งไป ล้อมและขัดขวางไม่ให้การประชุมอาเซียนเกิดขึ้น อันนี้ตรวจสอบได้ ยิ่งไปกว่านั้นครับ แกนนําที่พาผู้คนเดินทางไปนอกจากประกาศว่าจะไปขัดขวางการประชุมอาเซียน มีการ ประกาศบนเวทีชัดเจนครับว่า เขาคือหน่วยที่อาสาที่จะไปจับผมครับ แล้วกลับมาเอาตัว ผมกลับมาที่ชุมนุมที่ทําเนียบรัฐบาล เพื่อที่จะดําเนินการต่อไป ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานอีกครั้ง ผมเชื่อว่าคนจํานวนมากส่วนใหญ่ที่ท่านว่าเปึนแสนคนนี่เขาคงไม่ได้ เห็นด้วยกับแนวทางนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องการให้เกิดเหตุการณ์ เช่นนั้นจริง จึงไม่น่าแปลกใจอย่างไรครับว่า แม้เหตุการณ์ที่พัทยานําไปสู่การที่รัฐบาล ประกาศเลื่อนการประชุมแล้ว แต่ผู้ชุมนุมยังถูกนําเข้าไปในโรงแรมที่จัดการประชุม แล้วก็ ชัดเจนครับ ที่เข้าไปในโรงแรมที่จัดการประชุมก็ประกาศว่าหาตัวผม ดังนั้นอันนี้คือ ข้อเท็จจริงที่ผมจําเปึนต้องกราบเรียน ถามว่าตั้งแต่ก่อนที่จะไปถึงพัทยานี่เราเห็นปัญหา ไหม เราเห็นเพราะในวันที่ ๙ มันมีการใช้วิธีการในการป่ดการจราจรที่อนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ว่าเพื่อจะรักษาบรรยากาศของบ้านเมือง ที่สําคัญ ที่สุด ผมนี่ตอบคําถามผู้สื่อข่าว ผมจําไม่ได้ว่ากี่ครั้งครับ นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ประมาณ ปลายเดือนที่แล้วเปึนต้นมาว่า จะประกาศใช้ พ.ร.ก. ไหม ๆ ผมยืนยันมาโดยตลอดว่าผม จะพยายามแก้ไขปัญหาทุกวิถีทางโดยไม่ประกาศใช้พระราชกําหนด แล้วก็เพื่อความ เข้าใจในด้านข้อกฎหมายนะครับ ก็อยากจะเรียนว่าที่มีการอภิปรายว่ากฎหมายนี้ออกมา เพื่อ ๓ จังหวัด ท่านก็ต้องไม่ลืมครับว่า ป้ที่แล้วก็ได้มีการประกาศใช้พระราชกําหนดใน ลักษณะนี้ ๒ ครั้งในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วถามว่าการประกาศครั้งนี้ชอบด้วย กฎหมายหรือไม่ ผมก็กราบเรียนครับว่า นายกรัฐมนตรีนั้นมีสิทธิประกาศ แล้วก็ให้ คณะรัฐมนตรีนั้นมีมติเห็นชอบภายใน ๓ วัน แต่ว่าการได้มติคณะรัฐมนตรีนั้น มีพระราชกฤษฎีกาที่กําหนดเอาไว้ว่าทําได้ด้วยวิธีใด เปึนพระราชกฤษฎีกา ซึ่งก็ใช้กันมา จนถึงทุกวันนี้ครับ ออกตั้งแต่วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๘ ถ้าท่านบอกว่าพระราชกฤษฎีกานี้ ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะว่าไปอ้างอิงรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็อยากจะ กราบเรียนว่า พระราชกฤษฎีกาทุกฉบับที่อ้างอิงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังบังคับใช้อยู่ครับ นอกจากฉบับนี้ก็มีเรื่องเบี้ยประชุมและเรื่องของการบริหารจัดการที่ดี หรือเรื่อง ธรรมาภิบาล ในมาตรา ๘ ของพระราชกฤษฎีกานี่เขียนเอาไว้นะครับว่า ในกรณีจําเปึน เพื่อเปึนการรักษาประโยชน์สําคัญของประเทศหรือมีกรณีฉุกเฉิน หรือเพื่อประโยชน์ ในการรักษาความลับ นายกรัฐมนตรีอาจพิจารณาเรื่องใดกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตามที่ นายกรัฐมนตรีเห็นสมควร เพื่อมีมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นได้ครับ เรื่องก็มีเท่านี้ครับ แล้ววันนี้ศาลก็วินิจฉัยตามนี้ครับ ที่มาบอกว่าต้องรักษาความลับนั้นไม่ใช่นะครับ ท่านต้องอ่านกฎหมายให้ชัดว่าเขาใช้คําว่า หรือ ซึ่งหมายถึงว่ามีเงื่อนไข ๓ เงื่อนไขที่ใช้ มาตรานี้ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้การดําเนินการการประกาศพระราชกําหนดนี่เปึนไปโดย ชอบด้วยกฎหมาย
คําถามต่อไปครับ ทําไมการใช้ พ.ร.ก. ครั้งนี้กับการแก้ไขปัญหาป้ที่แล้ว ซึ่งมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ถึง ๒ ครั้ง บทบาทของฝ์ายต่าง ๆ จึงไม่เหมือนกัน ผมคิดเรื่องนี้ ก่อนประกาศครับ แล้วก็พยายามสอบถามว่า เหตุใดการประกาศใช้พระราชกําหนด ๒ ครั้งในป้ที่แล้วจึงไม่นําไปสู่การแก้ไขปัญหาให้เกิดความสงบได้ ก็อยากจะเรียนครับว่า การประกาศพระราชกําหนด ๒ ครั้ง ครั้งแรกเปึนการประกาศโดยท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร ตั้งผู้บัญชาการทหารบกเปึนผู้กํากับงานนะครับ ในการปฏิบัติตามพระราชกําหนด ผมก็สอบถามท่าน ผบ.ทบ. ท่านก็บอกว่า ๑. เหตุที่ประกาศ พ.ร.ก. ในขณะนั้นอ้างอิง กรณีการปะทะกันของ ๒ กลุ่มมวลชน เมื่อประกาศแล้ว หรือแม้กระทั่งช่วงก่อนประกาศ ทางทหารซึ่งเปึนผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้ได้เข้ามาในพื้นที่ถนนราชดําเนินเพื่อปัองกันไม่ให้ เกิดการปะทะกันอีก ท่านก็บอก นั่นถือว่าเหตุของการประกาศภาวะฉุกเฉินได้รับการแก้ไข แล้ว ประการที่ ๒ ท่านบอก นอกเหนือจากนั้นท่านเปึนฝ์ายประจําจะให้ท่านตัดสินใจใน เชิงนโยบายหรือตัดสินใจในการดําเนินการอะไรซึ่งมีผลกระทบในทางการเมือง ท่านก็บอก ว่าท่านคงไม่อยู่ในฐานะที่จะทําอะไรได้ นี่คือการประกาศครั้งที่ ๑ การประกาศครั้งที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย มอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิทย์ครับ เปึนผู้ดูแล แล้วก็พึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจเปึนหลัก ผมก็ถามทางตํารวจครับ ว่าเหตุใดจึงไม่สามารถเข้าไป คลี่คลายสถานการณ์ฉุกเฉินได้ เขาก็ให้มา ๒ เหตุผลชัดเจนะครับ เหตุผลแรกก็คือว่า การจะไปปฏิบัติการใด ๆ ในพื้นที่สนามบินมันมีความเสี่ยงสูงต่อความผิดพลาด ประการ ที่ ๒ ครับเขาก็บอกว่า หลังจากเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม แล้วก็มีการเข้ามาตรวจสอบของ องค์กรต่าง ๆ เขาบอกเขาก็อยู่ในฐานะที่กังวลเกี่ยวกับการใช้อํานาจว่า จะมีอะไรคุ้มครอง หรือไม่ มี พ.ร.ก. ก็ดีกว่าไม่มี อันนี้ตํารวจก็บอกครับ แต่สภาพที่ไม่แน่ใจว่าอะไรคือเรื่อง ของการชุมนุม ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ถ้าไปกีดขวางการจราจร ถ้าไป ป่ดสถานที่สําคัญแค่ไหน ถือว่าผิด ไม่ผิดนี่ เขาก็บอกว่า มันยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นผม กราบเรียนครับว่าเมื่อผมตัดสินใจที่ประกาศใช้พระราชกําหนดในครั้งนี้
ประการแรกผมจึงได้มอบท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะท่านดูแลในเรื่องของความมั่นคง และเปึนฝ์ายการเมืองที่จะต้องเปึนผู้กํากับมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วน ไม่ว่าจะเปึนทหารตํารวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นใด ซึ่งจะต้องมาช่วย รัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้มีความสบายใจว่า เขาเปึนผู้ปฏิบัติตามนโยบายผู้รับผิดชอบ คือฝ์ายนโยบาย ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพคือผู้ที่ได้รับมอบหมายเปึนหลัก และแน่นอนผมก็ต้องรับผิดชอบอีกชั้นหนึ่ง
ประการที่ ๒ ครับ ผมทราบดีว่าการนํากําลังทหารเข้ามาเพื่อเสริมกับทาง เจ้าหน้าที่ตํารวจ แล้วก็มีกลุ่มบุคคลที่ชุมนุมจํานวนมากมันก็ย่อมมีความเสี่ยงต่อความ รุนแรง ผมเรียกประชุมหลายครั้ง ทําความเข้าใจกันครับ หลักการสําคัญ ๆ ที่ผมได้ประชุม แล้วก็ทําความเข้าใจ ประการแรก ผมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเปึนทหาร ตํารวจ หรือ เจ้าหน้าที่อื่นใด เปัาหมายของผมมีเพียงแค่การรักษากฎหมาย หยุดสภาวะที่เปึนการจลาจลเท่านั้น ไม่มีเปัาหมายไปสลายการชุมนุมที่เปึนการชุมนุม โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๒ และเกี่ยวเนื่องกันก็คือว่า ผมขอยืนยันว่าผมไม่ใช้กฎหมายนี้ และจะไม่ใช้กฎหมายอื่นใดต่อไป เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ผมย้ําอีกครั้งครับเหมือน เมื่อวานที่เมื่อเพื่อนสมาชิกบางท่านมีความกังวลว่าเกิดภาวการณ์ไล่ล่าหรืออะไรก็ตาม ผมก็เชิญมาคุย แล้วก็ต่อให้คุยโทรศัพท์กับทางตํารวจ เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าไม่มีการไป ดําเนินการในลักษณะที่เปึนการไปไล่ล่าทําลายล้างทางการเมือง ผมทําไม่ได้ล่ะครับ ผมรู้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเปึนพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์มีผู้สนับสนุน ผมว่าก็ไม่ต่ํา กว่า ๑๐ ล้านคนทั้ง ๒ พรรค มันเปึนไปไม่ได้หรอกที่จะเอากฎหมายพยายามที่จะไป กวาดล้างไล่ล่าอะไร ผมจึงบอกว่าใช้กฎหมายนี้เฉพาะกับผู้ที่ทําผิดกฎหมายเท่านั้น ผิดกฎหมายในลักษณะก็คือ ทําอะไรนอกความมุ่งหมายของสิทธิเสรีภาพที่ปรากฏอยู่ตาม รัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๓ ครับ ผมทราบดีว่าความสุ่มเสี่ยงถ้าหากว่าใครเสียชีวิตหรือ มีการกระทําที่ไม่เหมาะสม มันย้อนกลับมาแน่ ผมก็ได้ซักซ้อมหลายครั้งและมี การตัดสินใจที่สําคัญหลายหน ที่ผมขอเรียนยืนยันว่าเปึนบทพิสูจน์ถึงความจริงใจว่า ผมไม่คิดทําร้ายประชาชน ตํารวจ ทหาร ไม่คิดทําร้ายประชาชน ทุกคืนจะต้องมีรายงาน ว่าผู้ชุมนุมที่ทําเนียบรัฐบาลมีจํานวนเท่าไร ทุกคืนประชุมตัดสินใจไม่สลาย แม้คืนสุดท้าย มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบางคืน เช่น มีคนที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แล้วก็ไปยิงทหาร ในบางจุดในกรุงเทพมหานคร ทางผู้นําทางทหารก็มาสอบถามผมว่า แล้วถ้าคืนนี้มัน เกิดอีกเขาจะขอยิงตอบโต้ได้ไหม ผมให้นโยบายไปทันทีครับว่า ไม่ได้ ให้อดทน ถ้าปรากฏว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้แพร่กระจายไปจริงค่อยไปทบทวนแต่เท่าที่ปรากฏอยู่ ไม่ให้ตอบโต้ครับ ก็โชคดีว่าเหตุการณ์ในลักษณะนั้นมันไม่ได้ลุกลามไป ทุกอย่าง ก็เรียบร้อย อันนี้ผมกราบเรียนทั้งหมดเพื่อที่จะบอกครับว่าเปึนไปไม่ได้หรอกครับที่ผม จะไปสั่งฆ่าประชาชน ปฏิบัติการทั้งหลายก็ย้ําในเรื่องของความโปร่งใสในแง่ที่ว่าต้องมี สื่ออยู่ด้วย ไม่มีการกันสื่อออกไป ห้ามถ่ายภาพหรืออะไรทั้งสิ้น อันนี้คือสิ่งที่ผมขอยืนยัน ว่าเปึนแนวทางที่มอบเปึนนโยบายอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับอย่างไรก็ตาม เมื่อมีการปฏิบัติการไปก็จะมีข่าวสารปรากฏมาตลอดเวลา เช่น มีการพูดถึงการเสียชีวิต ของคุณไสว ทุกครั้งเราจะตรวจสอบทุกที หรืออย่างกรณี ๒ ศพที่พบในแม่น้ํา เราก็ขอให้ ตรวจสอบทันที สอบสวนทันที เพราะฉะนั้นสิ่งนี้คือความจริงใจที่เราให้ความสําคัญสูงสุด กับชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม แม้กระทั่งคนที่ทําผิดกฎหมาย การควบคุมตัว การดําเนินการอะไรผมก็กําชับว่า มี พ.ร.ก. ก็จริงก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ให้ใช้ แนวทางอะไรนอกกฎหมายหรือผิดกฎหมายทั้งสิ้น และผู้นําขององค์กรเหล่านี้ก็ขานรับ แล้วก็ยืนยันว่า ถ้ามีกรณีใดที่ออกนอกแนวทาง พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ และ ถ้าจําเปึนก็ต้องมีการสอบสวน ท่านประธานที่เคารพครับ ๒ วันที่ผ่านมามีเพื่อนสมาชิก จํานวนมากที่ได้หยิบยกตั้งข้อสังเกตกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ใครไปทําอะไรที่ไหน มีคนตายหรือไม่ มีการปฏิบัติที่เกินเลยไม่ชอบของเจ้าหน้าที่หรือไม่ กระผมเองเห็นว่าที่จริงภายใต้ข้อจํากัดในเรื่องเวลาและการขอร้องจากท่านประธานสภา ผมและท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้ชี้แจงไปอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่ จะทําได้ แต่ว่าผมก็ถือว่าสิ่งที่ท่านสะท้อนออกมาเปึนข้อมูล เมื่อเปึนข้อมูลผมก็เสนอ อย่างนี้ครับว่า มาตรการหนึ่งซึ่งรัฐสภาควรจะทําต่อไป ซึ่งถ้าทางเพื่อนสมาชิกเห็นชอบ ด้วยก็คือว่า เราให้ท่านประธานรัฐสภาได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสักชุดหนึ่งดีไหมครับ ให้ทุกฝ์ายเข้าไปมีส่วนร่วมเอาข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเปึนข้อสงสัยความคลางแคลงใจมา แล้วก็ มาพิสูจน์เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เปึนความจริงออกมาให้ปรากฏต่อสังคม เพื่อความ โปร่งใสในการทํางานของทุกฝ์าย แล้วตรงนั้นละครับก็จะเปึนตัวที่พิสูจน์เรื่องราวต่าง ๆ ออกมา ผมว่าอันนี้เปึนธรรมกับผม เปึนธรรมกับรัฐบาลและเปึนธรรมกับท่านเพื่อนสมาชิก ฝ์ายค้านที่ได้นําเสนอข้อมูลต่าง ๆ มา ซึ่งถ้าไม่มีข้อขัดข้องตรงนี้ ก็คงจะเปึนเรื่องที่ผมจะ ขอความกรุณารบกวนทางวิปของทั้ง ๓ ฝ์าย คือวุฒิสภา ฝ์ายรัฐบาล และฝ์ายค้านได้ ปรึกษากับท่านประธานต่อไปว่า องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ควรจะเปึนอย่างไร แล้วรัฐบาลก็จะให้ความร่วมมือกับการทํางานของคณะกรรมการชุดนี้ อันนี้คือเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น กระผมกราบเรียนครับว่า โดยส่วนตัวก็ เสียใจอยู่เล็กน้อยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองนั้น ยังมีความพยายามที่จะตั้งคําถามหรือ เปลี่ยนแปลงเปึนอย่างอื่น แม้กระทั่งวันนี้บางจังหวัดก็มีการไปแจกใบปลิวที่พูดถึงว่า มีการตาย มีอะไรต่อมิอะไร แล้ว ๑ ในนั้นก็บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย ผมไม่ได้อยู่ในรถ เปึนแผนของท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่หลอกแล้วก็ สร้างสถานการณ์ขึ้นมาให้ผู้คนเกลียดชังผู้ชุมนุมหรืออะไรทํานองนั้น ไม่น่าเชื่อครับ ผมเองช่วงที่เปึนฝ์ายค้านอย่างที่เรียน เพียงแค่รัฐมนตรีไปปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ถูกผู้ชุมนุม สกัดกั้น ผมยังบอกเลยว่าผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทยผมยืนยัน ได้นะครับ เสียงป๋นที่เกิดขึ้นนี่เกิดขึ้นหลังจากที่ผมถูกล้อมรถอยู่ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที แล้ว แล้วเท่าที่ผมตรวจสอบสอบถามก็คือมีการยิงป๋นขึ้นฟัาเพื่อให้รถผมสามารถถอย ออกมาได้ เพราะติดอยู่ในมุมอับ จังหวะนั้นเท่านั้นเองครับที่ทําให้รถผมถอยออกมาจาก มุมอับได้ แล้วในที่สุดก็คือตัดสินใจรถชนประตูรั้วออกมาจึงรอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้ ผมกราบเรียนว่าผมกราบเรียนสิ่งนี้เพื่อที่จะบอกครับว่า ผมไม่เคยคิดทําร้ายใคร และผมก็ ไม่อยากให้มีใครคิดทําร้ายใครทั้งสิ้น และถามว่าหลายภาพที่เกิดขึ้นในช่วง ๓-๔ วันใน เหตุการณ์นั้น ผมเห็นแล้วผมรู้สึกอย่างไร ผมก็ต้องบอกว่า ผมรู้สึกทุกข์ รู้สึกไม่สบายใจ แต่ผมก็รู้ว่ามันก็เปึนภาระหน้าที่ของผมอย่างสําคัญในการที่จะนําเอาเรื่องของการรักษา กฎหมายกลับคืนมาสู่สังคมให้ได้ การตรวจสอบเรื่องนี้ถ้าเพื่อนสมาชิกเห็นด้วยก็จะขอยก ให้เปึนภาระของท่านประธานแล้วก็วิปในการที่จะคิดอ่านต่อไปโดยรัฐบาลให้ความ ร่วมมืออย่างเต็มที่ อันนี้คือข้อเสนอข้อแรกที่เปึนข้อสรุปจากการรับฟังข้อมูลต่าง ๆ จากเพื่อนสมาชิก
ท่านประธานที่เคารพครับ จะอย่างไรก็ตามเราก็มีปัญหาที่จะมาพูดกัน เฉพาะเหตุการณ์ในช่วงสงกรานต์ไม่ได้ เป่ดสภามาครั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกฝ์ายได้แสดงออกหรือ ระบายถึงความรู้สึกที่มันสะสมมาครับ ข้อกล่าวหาเรื่อง ๒ มาตรฐาน ข้อกล่าวหาเรื่อง ต่าง ๆ ผมเรียนนะครับว่า ผมให้ความสําคัญ ไม่ใช่ไม่ให้ความสําคัญ แล้วก็พยายาม อธิบายมาโดยตลอดว่า จะแก้ไขจะคิดอ่านกันอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ซึ่งทุกพรรคการเมืองเคยพูดเอาไว้ว่ายังไม่เปึน ประชาธิปไตยเท่าที่ควร ผมก็พูดมาตลอดว่ายินดีที่จะเดินหน้าในการทําเรื่องนี้ แต่ว่าสิ่งที่ ผมคิดก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้น ผมเสนอว่าน่าจะหาคนกลางหรือองค์กรที่เขาไม่ได้ มีส่วนได้เสียเปึนคนเริ่มต้นได้ไหม เพราะอะไรครับ เพราะผมเกรงว่าถ้าเราทํากันเองก็จะ เปึนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายในช่วง ๒ วันที่ผ่านมาว่า เขาก็มองว่าเปึนเรื่อง ความสามัคคีในหมู่นักการเมืองหรือเปล่าในขณะที่ประชาชนไม่เห็นด้วย ประชาชนในที่นี้ อาจจะไม่ได้หมายความว่าทุกคนแหละครับ แต่ว่าจํานวนไม่น้อยนอกสภา ซึ่งเราก็เห็น ปัญหานี้มาแล้วเมื่อป้ที่แล้ว แล้วท่านเห็นไหมครับ เพียงแค่ผมพูดในช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา เรื่องนี้ก็มีปฏิกิริยาจากคนที่ไม่เห็นด้วยคัดค้านการแก้ไขประเด็นนั้นประเด็นนี้อย่างรุนแรง ออกมาแล้ว แล้วส่วนใหญ่คนที่ไม่เห็นด้วยก็จะกล่าวหาว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ทําเพื่อ ประโยชน์ของนักการเมืองไม่ใช่เรื่องของระบบ ผมจึงบอกว่าผมพยายามแสวงหาลู่ทางที่ดี ที่สุดสําหรับพวกเราทุกคนและสําหรับพี่น้องประชาชน ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวผมก็จะเสนอ ต่อไปว่าจะทําอย่างไร ข้อเรียกร้องเรื่องแก้รัฐธรรมนูญผมให้ความสําคัญมาโดยตลอด ข้อเรียกร้องบางข้อ เช่น เรื่องของตัวผมหรือรัฐมนตรีกษิต ผมก็เป่ดโอกาสในช่วงของการ อภิปรายไม่ไว้วางใจให้กระบวนการรัฐสภาได้ชําระสะสางตรงนั้น ก็เปึนอีกส่วนหนึ่งซึ่งผม ถือว่าไม่ได้เพิกเฉยหรือป่ดกั้นในการเรียกร้องเรื่องเหล่านั้น
ส่วนข้อหาเรื่องคดีความเรื่อง ๒ มาตรฐานนี่ครับ ผมกราบเรียนท่าน ประธานอย่างนี้ครับ ที่จริงการสะท้อนความรู้สึกของเพื่อนสมาชิกหลายท่านมันหลายเรื่อง ครับ แล้วก็หลายองค์กร คมช. บ้าง ศาลรัฐธรรมนูญบ้าง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองบ้าง ซึ่งหลายองค์กรความจริงมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ ไม่ใช่ป้ ๒๕๕๐ ในเชิงหลักการ บางทีก็เปึนเรื่องของพันธมิตร และบางเรื่องก็อาจจะ เกี่ยวข้องกับรัฐบาลของกระผม แต่หลายเรื่องความจริงไม่ได้เกิดขึ้นสมัยที่พวกกระผมเปึน รัฐบาลเลยครับ แต่ว่ามารวมประหนึ่งว่าความอยุติธรรมหรือ ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นจากการ บริหารงานของผม มีเรื่องเดียวซึ่งผมยอมรับว่าเปึนเรื่องที่หนักใจ หนักใจผมไม่ใช่เรื่อง อะไรหรอกครับ ว่าความพอดีที่จะเดินอยู่ตรงไหนอย่างไรที่จะให้เกิดความมั่นใจว่าให้ ความเปึนธรรมกับทุกฝ์าย แล้วความรู้สึกมันแตกต่างกันก็คือ คดีที่มีการดําเนินการกับ ผู้ชุมนุมต่าง ๆ ผมก็ได้กราบเรียนในวันแรกว่า บางเรื่องมันไม่ใช่ ๒ มาตรฐานหรอกครับ บางทีทําไมเปึนกรณีหมายจับต้องดําเนินคดี ต้องมีการดําเนินการในขณะนี้ เพราะผู้ที่ เกี่ยวข้องยังประกาศที่จะเดินหน้าทําผิดกฎหมายต่อ ก็เปึนเรื่องที่เปึนเหตุผลว่าทําไมต้อง คัดค้านในเรื่องของการประกันหรืออะไร แต่ว่าถ้าหากว่าบางเรื่องเปึนเรื่องที่เกิดเหตุ ป้ที่แล้ว ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องเขาไม่ได้แสดงอาการในการที่จะขัดขืนไม่เข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม และไม่มีพฤติกรรมที่กระทบต่อความมั่นคง มันก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง คําว่า ๒ มาตรฐาน เราจะพูดก็เฉพาะกรณีที่มันเหมือนกันเปรียบเทียบกันได้ ถ้ามีความ คลางแคลงใจสงสัยว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมป้ที่แล้วผมไม่ดําเนินการ ผมขอยืนยันเลย นะครับ บางคดีผ่านมาแล้ว ๔ เดือนผมถึงเข้ามา ผมเชิญผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เข้ามาวันแรก คดีแรกเลยที่ผมบอกไม่ซับซ้อน คดีที่ผู้ชุมนุมป้ที่แล้วเอาป๋นยิงที่วิภาวดี ซอย ๓ ก็นําไปสู่การออกหมายจับ ผมยอมรับว่าในความรู้สึกของหลายคนที่ช้าก็คือเรื่องที่ ทําเนียบรัฐบาลกับเรื่องที่สนามบิน ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าไป และผมก็ยืนยันว่าผมก็จะต้องเดินหน้าเร่งรัดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคมต่อไป แต่กระผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ตรงนี้เมื่อท่านบอกว่าจะแก้ได้ต้องนําไปสู่การยุบสภา หรือการลาออกมันเปึนอย่างนั้นจริงหรือเปล่าครับ ความอยุติธรรมหรือ ๒ มาตรฐานหลาย เรื่องที่ท่านอภิปรายมานี่ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลผมนะครับ เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครก็มี รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีสมชายก็มี เพราะอะไรครับ เพราะมันไม่ใช่อํานาจของฝ์ายบริหาร ยุบสภาวันนี้ใครจะชนะการเลือกตั้งกลับเข้ามา ก็ตาม ถ้าท่านมองว่าลักษณะของการวินิจฉัยและการใช้กฎหมายเปึนอย่างนี้ มันก็ไม่อาจ แก้ความอยุติธรรมที่ท่านพูดถึงได้ครับ อันนี้อยากจะทําความเข้าใจ ขณะเดียวกันถ้าท่าน บอกว่าผมต้องลาออกหรือยุบสภาเพื่อรับผิดชอบกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผมก็ กราบเรียนว่าท่านมีข้อมูลของท่าน เราได้ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงไป แล้วเราก็พร้อมที่จะให้ ทางรัฐสภาเข้ามาดําเนินการในการประมวลติดตามอีกครั้งหนึ่ง สรุปมาอย่างไร ผมรู้ครับว่า ผมควรจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อมีข้อสรุปที่มีความชัดเจนพิสูจน์ออกมา ส่วนการที่บอกว่า ถ้าเรากลับไปเลือกตั้งขณะนี้แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะแก้ไขได้ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียน ครับว่ามันคงไม่เปึนอย่างนั้นหรอกครับ
ประการแรก ถ้ายุบสภากันวันนี้ใช้กติกาอะไรครับ ก็ใช้กติกาซึ่งหลายท่าน เองบอกว่าท่านไม่ยอมรับ แล้วเกิดยุบสภาไปมีการทุจริตการเลือกตั้งโดยกรรมการ บริหารพรรคอีก ยุบพรรคกันอีก แล้วยิ่งซ้ําเติมวงจรที่เราบอกว่าเปึนวงจรที่เปึนปัญหาของ ความขัดแย้งในขณะนี้หรือครับ นั่นประการแรก
ประการที่ ๒ การเลือกตั้งจะเปึนทางออกในความขัดแย้งของสังคม ก็ต่อเมื่อบรรยากาศในทางการเมืองเอื้อให้ทุกพรรคการเมืองสามารถไปรณรงค์หาเสียง เลือกตั้งได้โดยปราศจากความรุนแรงหรือการข่มขู่ อันนี้สําคัญครับ ทุกประเทศเวลาเปึน ข่าวแล้วเราต้องดูว่าประเทศนั้นเปึนประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าเปึนการเลือกตั้งเลือด ถ้าเปึนการเลือกตั้งซึ่งมีแต่การยกพวกตีกัน ไม่มีที่ไหนเขามองว่าที่นั่นเปึนประชาธิปไตย อย่างแท้จริงครับ ผมถึงกราบเรียนว่าผมมองเห็นว่าพวกเรามีภาระที่จะต้องปรับสภาพ การเมืองให้หลุดพ้นจากความขัดแย้งตรงนี้ก่อนจึงจะไปเลือกตั้ง สิ่งที่ผมอยากจะเสนอ ก็คือว่าผมได้ขอทุกพรรคการเมือง แล้วก็ไม่ขัดข้องที่ท่านสมาชิกวุฒิสภาจะมาร่วมด้วย ก็อยากจะเชิญท่านมาร่วมด้วยก็คือว่า ประเด็นข้อคับข้องใจหรือข้อคิดเห็นต่อรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นใดที่คิดว่าไม่เปึนประชาธิปไตย ไม่เปึนธรรม เอามาวางกันไว้ตรงหน้าให้ เห็นทั้งหมดได้ไหมครับ ๒ อาทิตย์ แล้วผมฟังแล้วผมขอเสนอต่อเลยว่า ๒ อาทิตย์วางให้ ใครครับ ผมก็เสนอว่าท่านประธานรัฐสภาและวิป ๓ ฝ์าย เอาข้อเสนอทั้งหมดมาดู แล้วร่วมกันตัดสินใจว่าจะเดินอย่างไรต่อ จะใช้กลไกไหน จะไปสถาบันพระปกเกล้าไหม หรือจะให้รัฐบาลเปึนเจ้าภาพ หรือสภาจะเปึนเจ้าภาพเอง หรือจะไปประชาพิจารณ์ หรือจะไปประชามติ จะตั้งกรรมการพิเศษ ผมรับได้ทั้งสิ้นครับ แล้วให้กลไกนี้ทํางาน ไปครับ เมื่อทํางานไปแล้วนําไปสู่การแก้ไขกติกาเปึนที่ยอมรับปรับสภาพของการเมือง ให้ลดความรุนแรง ความขัดแย้งลงไปแล้ว ถ้าวันนั้นบอกว่า เอาละ มีกติกาใหม่แล้วต้อง ยุบสภา ผมยินดีครับ ไม่มีปัญหาเลยครับ นี่เปึนข้อเสนอที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อที่จะ บอกว่า เราจะได้เดินหาทางออกกันอย่างไรครับตรงนี้
อย่างไรก็ตาม ๒ ข้อเสนอนี้ ซึ่งเปึนการประมวลจากความคิดความอ่าน มาแล้ว ผมก็อยากจะแสดงความจริงใจของทุกฝ์าย ว่าเราจะหันหน้าเข้าหากันอย่าง แท้จริง ประการแรก หลังจากที่ได้ฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ ที่กังวลต่อบรรยากาศที่มากับ พ.ร.ก. ผมก็ได้ช่วงของการประชุมเร่งรัดฝ์ายมั่นคง ก็ได้ข้อสรุปครับว่าจะยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก. วันนี้ครับ จริง ๆ ตั้งใจจะพูดพรุ่งนี้ แต่ว่ามันเลยเที่ยงคืนครับวันนี้ แล้วก็ขอยืนยันว่าผู้ที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่ควรจะ มีใครไปดําเนินการในการจับกลุ่มว่าฝ์าฝ๋น พ.ร.ก. แต่ถ้ามีผู้ใดอย่างที่ผมกราบเรียนยุยง ให้มีการไปเผา ให้มีการไปฆ่า ให้มีการไปใช้ความรุนแรง อันนี้ก็ว่าไป เพราะเปึนความผิด อาญาอยู่แล้วก็ต้องดําเนินการครับ และเมื่อยกเลิก พ.ร.ก. แน่นอนครับสภาพของการ ควบคุมตัวตาม พ.ร.ก. ก็ต้องสิ้นสุดลงด้วย กราบเรียนว่าอันนี้เปึนสิ่งแรกที่ผมจะทําในการ ที่จะเดินไปสู่การลดความขัดแย้งและสลายความรู้สึก เพื่อยืนยันอีกครั้งว่าผมมีความตั้งใจ จริงว่าไม่เอาเรื่องนี้มาเปึนเรื่องที่มาเอาชนะคะคานหรือกวาดล้าง หรือไล่ล่าทางการเมือง แต่ประการใดทั้งสิ้น ในทางกลับกันผมก็ต้องขอครับ ท่านจะเรียกร้องสิ่งที่ท่านบอกว่าเปึน ประชาธิปไตยหรือความยุติธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ดําเนินการต่อไปโดยการใช้สิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญได้ แต่ว่าขอสัก ๒ เรื่องได้ไหมครับ
เรื่องแรก คือเรื่องของการปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมขอความ กรุณาครับ ในเมื่อทุกท่านที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ในช่วง ๒ วันที่ผ่านมาต่างก็ยืนยันถึงความ จงรักภักดี วันนี้ช่วยกันครับ ไม่ว่าจะเปึนการจาบจ้วง หรือไม่ว่าจะเปึนการแอบอ้าง ต้องยุติด้วยความร่วมมือของทุกฝ์าย ขออนุญาตกราบเรียนว่าจําเปึนต้องพูดพาดพิง นิดเดียวครับ เนื่องจากว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศต่อเนื่อง มาหลายวัน ยังคงมีการพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๐ ให้สัมภาษณ์กับทางไฟแนนเซียล ไทม์ (Financial Time) ไปไกลเลยครับครั้งนี้ อ้างว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบถึงการวางแผนที่จะรัฐประหาร ๑๙ กันยายน โดยมีการเข้าเฝัาขององคมนตรี ๓ ท่าน เรื่องนี้ผมกราบเรียนครับว่าในฐานะรัฐบาลผม จําเปึนต้องตรวจสอบ และได้ตรวจสอบแล้วกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอยืนยันว่าสิ่งที่ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีพูดไม่เปึนความจริงครับ แล้วก็จะขอความกรุณาว่าเมื่อเรา หันหน้าเขาหากัน ในส่วนของพวกเรากันเองที่จะไปพาดพิงหรือร้ายกว่านั้นในลักษณะของ การจาบจ้วงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ต้องหยุด และไม่สนับสนุน กระผมกราบเรียน ว่าเช่นเดียวกันครับที่เพื่อนสมาชิกอีกซีกหนึ่งบอกว่า มีการแอบอ้างจากบางฝ์าย เราก็ต้อง ช่วยกันแก้ไข และโดยเฉพาะเมื่อมีการอภิปรายวันนี้และสองวันนี้ถึงกรณีของการรณรงค์ ก็ต้องมีการทําความเข้าใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าขอบเขตคืออะไร และแนวปฏิบัติคืออะไร เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนกระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ใครมีข้อคิดเห็นอะไรมาทําร่วมกันได้ครับ ขณะนี้ จริง ๆ แล้วท่านปลัดกระทรวงยุติธรรมก็กําลังดําเนินการในเรื่องนี้อยู่ เพื่อมิให้การดึง สถาบันพระมหากษัตริย์สามารถนําไปสู่ความขัดแย้งในทางการเมือง
ประเด็นที่ ๒ ครับ ความรุนแรง อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ พี่น้องที่มา ชุมนุมส่วนใหญ่ไม่คิดเรื่องนี้ครับ แล้วก็การที่ทุกท่านบอกว่าเหตุความรุนแรงทั้งหลายที่ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนพัทยา รถแก๊ส ซอย ๕ ซอย ๗ หรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านพยายามยืนยัน ว่าไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุม ผมถือว่านั่นย่อมแสดงว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ทีนี้ ประเด็นต่อไปก็มีว่าไม่ใช่แกนนําทุกคนนะครับที่ยึดแนวทางนี้ วันที่ ๒๑ เมษายนที่ผ่านมา นี่เองครับ ๑ ในแกนนําคือ นายจักรภพ เพ็ญแข ให้สัมภาษณ์กับสํานักข่าวบีบีซีว่า ต่อไปนี้ การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมจะเปึนในลักษณะของการที่อาจจะใช้อาวุธ ผมก็อยากจะขอ ความกรุณาว่าถ้าเราจะหันหน้าเข้าหากัน ทุกคน ทุกพรรคต้องบอกว่าแนวทางนี้ไม่ยอมรับ ถ้าเปึนอย่างนี้ได้ผมว่ามันก็ง่ายต่อการที่เราจะทํางานร่วมกัน เราก็จะได้ไม่มีความรู้สึก กังวลต่อไปว่าเรื่องที่เปึนเรื่องละเอียดอ่อนที่สุดคือ เรื่องสถาบันก็ดี เรื่องความรุนแรงก็ดี ไม่มีอีกแล้ว การแสดงออก การชุมนุม การมีความเห็นที่แตกต่างทําได้เต็มที่ ทุกฝ์ายก็จะมี ความสบายใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนเรื่องนี้เพราะว่าผมติดตาม การเคลื่อนไหวในช่วงก่อนที่จะมีการประกาศใช้ไปจนถึงการบังคับใช้พระราชกําหนด ผมถึงบอกว่าผมไม่อยากให้คนจํานวนมากซึ่งมาด้วยใจที่บริสุทธิ์ มาต่อต้านความไม่เปึน ธรรมที่เขารู้สึกถูกชี้นําไปโดยคนจํานวนเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งซึ่งพร้อมที่จะใช้ความรุนแรง ประกาศเปึนแผนเลยครับ ด้านหนึ่งก็คือว่าจะใช้ลักษณะของความรุนแรงให้เกิดความไร้ ระเบียบเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถบริหาราชการแผ่นดินได้ หรือในทางกลับกัน ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงตอบโต้เพื่อนําไปสู่ปัญหาที่จะตามมากับรัฐบาล ทํากันหมด แหละครับ ผมก็เห็นแผนชัด กังวลนะครับ ก็ขนาดหมอดูยังฟันธงเลยครับว่าผมวาสนา หมดแล้ว จึงอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเราออกจากกรอบตรงนี้ไปได้นะครับ ผมว่าเราเดิน ได้ แล้ว ๒ เรื่องที่เราทํางานกันต่อ เรื่องของการประมวลพิสูจน์เหตุการณ์ก็ดี เรื่องของการ ที่จะแก้ไขกฎหมายใด ๆ ที่ไม่เปึนธรรมก็ดี ก็ทําไป ขณะเดียวกันก็ขอโอกาสให้กับประเทศ แก้ตัวจัดอาเซียนให้สําเร็จ ถ้าเปึนไปได้เดือนมิถุนายนนี้ครับ กอบกู้ชื่อเสียงของเรา แล้วก็ ให้เวลาอีกสักระยะหนึ่งในการที่จะออกมาตรการในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ผมว่านี่คือประโยชน์ของทุกฝ์าย แล้วถ้าเราทําได้อย่างนี้นะครับ ผมว่าสิ่งที่วันนี้ถ้าผมจํา ไม่ผิดคุณจตุพรบอกมันเปึนจริงได้ครับ ที่บอกว่าก็อยากจะเห็นทุกคนสามารถไปทําหน้าที่ นักการเมืองกันได้ ทําไมผมจะไม่อยากไปเชียงใหม่ครับ ท่องเที่ยวถูกกระทบมหาศาล ขนาดนี้ ผมอยากจะไปดูเรื่องศูนย์ประชุม เรื่องแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ แล้วก็ผมรู้ว่า อีกไม่นานนี้ปัญหาลําไยก็ต้องมีก็อยากไปเหนือครับ ทําไมผมจะไม่อยากไปอีสานละครับ ในเมื่อผมรู้ว่าเรื่องใหญ่ที่สุดของพี่น้องชาวอีสาน เรื่องน้ําจะต้องเปึนโครงการสําคัญ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะที่จะยั่งยืนแล้วก็ช่วยภาคการเกษตรของเรา ทําไม ผมจะไม่อยากไปเยี่ยมภาคกลาง ภาคใต้ ไปทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร ทําไมผมจึงไม่อยากให้เพื่อน ส.ส. ที่อยู่ฝ์ายค้านเกิดเรื่องอะไรที่อยากจะไปตรวจสอบ ไปลงพื้นที่ไหนก็ได้ เอาการเมืองกลับมาเปึนอย่างนั้นสิครับ และเราปูทางไปสู่การเลือกตั้ง ใหม่นี่ไม่มีปัญหานะครับ ถ้าทําสิ่งเหล่านี้ได้นะครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็จะถือ ว่าเราได้ใช้ก้าวสําคัญผ่านกระบวนการของรัฐสภา ๒ วันนี้ เพื่อที่จะนําความสงบสุข กลับคืนมา ผมกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับว่าผมเข้ามาการเมืองแล้วก็ทํางาน การเมือง ผมมีเปัาหมายเพียงเพื่อทํางานรับใช้พี่น้องประชาชน เพราะผมมีความสุขจาก การได้ทํางาน แต่ผมสุขไม่ได้หรอกครับ ถ้าหากว่าบ้านเมืองของเราขัดแย้งกันเอง ถ้าที่ไหนยังมีความรุนแรงอยู่ และผมไม่เคยมีความคาดหวังอื่นใดเลยจากการทํางานจาก การเมืองของผม และผมไม่เคยให้ความสําคัญเลยว่าผมจะต้องอยู่ในตําแหน่งนานแค่ไหน อย่างไร เพราะผมยึดถือมาโดยตลอด ผมให้สัมภาษณ์มาโดยตลอด และผมก็ยังยืนยัน ความคิดนี้ว่าเมืองไทยมีคนเก่งคนดีเยอะ เราต้องไม่สําคัญตนว่าต้องเราเท่านั้นจึงจะทํา ตรงนี้ได้ ทําตรงนั้นได้ สิ่งที่สําคัญสําหรับผมก็คือว่าเมื่อผมมีความรับผิดชอบใด ผมทําสิ่ง เหล่านั้นให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นโดยสรุปท่านประธานครับ ๒ วันนี้คงมีกระทบกระทั่งกัน พอสมควร หลายคนก็กังวลว่ารัฐสภาก็เลยเปึนสนามความขัดแย้งใหม่ ผมขอยืนยันว่า ไม่ใช่หรอกครับ ได้มีการเป่ดเผยความในใจ ได้มีการพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา ก็ขอให้ถือ ว่าเราได้หยิบสิ่งเหล่านั้นออกมาข้างนอก จับวาง แล้วก็ปล่อยผ่านไปแล้ว ไม่เก็บเรื่อง เหล่านี้มาเปึนอารมณ์ที่จะมีต่อกันและกัน และผมก็เสนอแนวทางนี้เพื่อให้ท่านประธาน และท่านประธานวิปของทั้ง ๓ ฝ์ายได้โปรดนําไปพิจารณา เพื่อยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์ และความสําคัญของสถาบันแห่งนี้ ที่จะเปึนผู้นําในการแก้ไขปัญหาต่อไป ผมขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านอีกครั้งหนึ่งที่ให้ความเห็น ขอขอบพระคุณ ท่านประธานทั้ง ๒ ท่านที่ทํางานด้วยความเหน็ดเหนื่อย แล้วก็หวังจะได้รับความร่วมมือ ตามแนวทางที่ได้กราบเรียนเสนอท่านประธานต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่าน นะครับ คือการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๗๙ ถือว่าได้ยุติลงแล้ว แต่เนื่องจากว่า ผมเองได้บรรจุระเบียบวาระการประชุม ครั้งที่ ๗ ในวันนี้ที่จะต้องพิจารณาก็ขอแจ้งว่า วันนี้มีสมาชิกมาประชุมทั้งหมด ๕๑๗ ท่านด้วยกัน มีสมาชิกวุฒิสภา ๑๓๐ ท่าน มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓๘๗ ท่านนะครับ รวม ๕๑๗ ท่าน ในจํานวนสมาชิกทั้งหมด ๖๑๙ ท่าน สมบูรณ์เต็มที่แต่ขณะนี้แต่ละท่านก็มีภารกิจได้กลับไปส่วนใหญ่นะครับ ผมจะดําเนินการประชุมต่อไปก็คงไม่ได้ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ตามที่บรรจุ ระเบียบวาระในวันนี้เปึนครั้งที่ ๗ นั้น กระผมขอเลื่อนไปประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา
ท่านอย่าเพิ่งป่ดนะครับ
เดี๋ยวสักครู่ครับ ให้ผมจบอันนี้ก่อน ครับ เลื่อนไปวันจันทร์ที่ ๒๗ นะครับ เกี่ยวกับเรื่องสําคัญของประเทศชาติที่ค้างคาอยู่ ๓ เรื่องดังที่ได้ส่งระเบียบวาระการประชุมให้สมาชิกรัฐสภาทุกท่านได้ทราบแล้วนะครับ ก็หวังว่าคงไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ ท่านวิปฝ์ายรัฐบาลมีความเห็นอย่างไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกีรยติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช เมื่อท่านประธานกรุณาได้ใช้ดุลพินิจในการเลื่อนระเบียบวาระเพื่อการ ประชุมกรอบข้อตกลงตามมาตรา ๑๙๐ ขึ้นมา ผมคิดว่าเห็นเปึนความเหมาะสม แต่ว่า เนื่องจากพวกเราก็เหน็ดเหนื่อยกันมาพอสมควรในวันนี้และเวลาล่วงเลย การที่ประธาน ได้เลื่อนการพิจารณาไปในวันจันทร์ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา จากการประสานกันเบื้องต้น ก็คิดว่าทุกฝ์ายก็เห็นด้วยกับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
แล้วท่านวิทยา วิปวุฒิมีความเห็น อย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครพนม ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา เห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ วิปฝ์ายค้าน ครับ
ท่านขอความเห็นของผม หรือให้ผมพูดตอนที่ผมยกมือ ท่านประธานครับ
ครับผม
ผมยกมือตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรี
ผมทราบเล้ว เอาเรื่องนี้จบก่อนครับ
เอาเรื่องไหนจบก่อนครับ มันจะย้อนไปได้อย่างไร
เรื่องที่ผมเลื่อนมาตรา ๑๙๐ ๓ ข้อนี่
ท่านประธานมีดําริทุกครั้งมาก็ไม่เคยขัดอยู่แล้ว
ก็เปึนพระคุณอย่างสูงครับ เรื่องนี้จบ นะครับ ก็ถือว่าเลื่อนไปวันที่ ๒๗ เมษายน ตรงกับวันจันทร์ เวลา ๙ โมงครึ่ง ประชุมร่วมกันที่นี่ แล้วก็เรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาแจ้งว่าให้วิป ๓ ฝ์ายกับ ประธาน ๒ ประธานนี้ ร่วมปรึกษาหารือว่าจะตั้งคณะทํางานในกรณีเรื่องวิกฤติการณ์ของ บ้านเมืองนี้ ก็ค่อยเอาวันนั้นเลยนะครับ เอาวันจันทร์นั้นเลย เพื่อจะได้พักผ่อนสมอง จากนี้ไป เนื่องจากว่าท่านวิทยาได้ยกมือก่อน ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยกรุณาตอบ ท่านวิทยาให้สบายใจสักหน่อยครับ มีอะไรครับท่านวิทยา
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตรบกวนเวลาท่านสมาชิกรัฐสภาสักครู่ สืบเนื่องจากว่าผมได้ยกมือเพื่อจะ ขอใช้สิทธิ ก็ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น แล้วก็บอกฝากท่านนายกรัฐมนตรี หลายครั้ง ผมไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเปึนโฆษกส่วนตัวท่านหรือหลาย ๆ ฝ์ายที่ออกมาแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกที่ไปเกี่ยวข้องในเรื่องพรรคการเมืองที่ผมได้สังกัดอยู่ และสมาชิกหลาย ๆ ท่านไม่สบายใจ แล้วก็วันนี้เปึนบรรยากาศที่ผมรอฟัง ถึงแม้จะดึก แค่ไหนผมก็ต้องฟัง เพราะผมเองก็เปึนส่วนหนึ่งที่เข้ามามีส่วนร่วมที่อยากจะให้เวทีรัฐสภา แห่งนี้ได้เปึนความหวังของสมาชิกฝ์ายนิติบัญญัติ แต่ไม่เปึนไร นายกรัฐมนตรีก็พูดไป สิ่งสําคัญที่สุดที่ผมจะต้องสะท้อนเรื่องความเปึนสถาบัน โดยเฉพาะองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพวกกระผมเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด บางครั้งบทความนิตยสาร นายกรัฐมนตรีก็มีประสบการณ์จากต่างประเทศ นอน เซนซิทีฟ (Non sensitive) ผมก็ ไม่อยากให้เอามาพูดในที่ประชุม การแปลก็ดีผมก็ทราบ ผมก็ตามอยู่บทความของ ไฟแนนเชียล ไทม์ หลายคนก็พยายามที่จะบอกผม ผมติดตาม เดี๋ยวนี้ผมกลายเปึนว่า ต้องตามทั้งภายในและภายนอก เพราะไม่อยากให้มันเกิดกระทบกับสถาบันที่ผมได้ทํา หน้าที่ก็คือพรรคการเมือง วันนี้ที่นั่งรอคอยนายกรัฐมนตรีพูดจนจบ เพราะต้องการจะพูด เรื่องนี้ด้วย กรณีของคุณจักรภพ ผมก็ให้สัมภาษณ์ ความรู้สึกที่กําลังจะสะท้อนให้เห็น นั่นเปึนความรู้สึกที่เตือนท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าเราทําอะไรที่มันไม่จบ ไม่ว่าจะสีอะไรก็ แล้วแต่ถ้าไม่ยุติ นั่นหมายถึงว่าวันนั้นอาจจะมีคน ผมให้สัมภาษณ์เหมือนกัน ผมพยายาม แปลความหมายว่าอาจจะนําไปสู่ขบวนการที่ชาวบ้านลุกขึ้นมาก็เปึนไปได้ คือผม ไม่เข้าข้างใคร แต่ในเวลาเดียวกันคุณจักรภพก็ไม่ใช่ผู้แทนในพรรคผมนะครับ เขายังเปึน คนนอกอยู่ แน่นอนอดีตนายกรัฐมนตรีเขาก็ยังเปึนคนนอกอยู่ แต่พวกผมในฐานะที่ท่านไม่คิดถึง หัวใจของพวกผมนะท่านประธานครับ ทุกคนในสมาชิกของพรรคเพื่อไทยนั้นก็ไม่ได้อยาก ได้รับสิ่งกระทบอยู่เหมือนกัน เมื่อนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าอยากให้ รัฐสภามันเดินไปได้ ต้องขอประทานโทษท่านสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขออนุญาตต้องยุติ ลงบ้าง ไม่ว่าจะเปึนอะไรก็แล้วแต่ที่บทสัมภาษณ์ที่มันจะออกสะท้อนให้เห็นนะครับ ต้องขออนุญาตท่านครับ นั่นเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ขอบคุณครับ ผมได้คุยกับ ขออนุญาตนะครับ ท่านรอง นายกรัฐมนตรีสุเทพว่า การยกเลิก พ.ร.ก. ท่านได้ทําแล้วครับ ผมขอบคุณ เพราะมันจะทํา ให้สิ่งเหล่านั้นมีความเชื่อมั่นเกิดขึ้น แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรียังจะต้องรับผิดชอบก็คือว่า ประเด็นถึงรายละเอียดที่สมาชิกได้นําเสนอ ที่ผมนั่งรอตรงนี้ก็คือ ต้องการให้ นายกรัฐมนตรีนั้นแอ่นอกรับว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่รัฐกระทําต่อพี่น้องประชาชน ท่านอาจจะให้มีคณะกรรมการอย่างที่ท่านว่า ทางเราก็ไม่ขัดข้องที่จะเข้าไปร่วมนะครับ หาคนกลางเข้ามาให้นายกรัฐมนตรีสบายใจ แต่ถ้ามันเกิดกรณีที่รัฐกระทําความรุนแรง เกินกว่าอํานาจที่รัฐพึงจะกระทําในฐานะที่เปึนผู้ปกครอง ท่านต้องรับผิดชอบ ผมฝากไว้ แค่นั้นนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ได้เวลาพอสมควร แล้ว คิดว่าความปรองดองจะเกิดขึ้น รัฐสภานี้จะนําพาประเทศชาติไปข้างหน้าได้ กระผม กราบขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกท่านด้วยความขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งครับ ขอป่ดประชุม ครับ
เลิกประชุมเวลา ๐๑.๑๑ นาฬิกา
ของวันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๒