รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ และเรียกร้องให้รัฐสภาและประชาสังคมทุกภาคส่วนช่วยกันแก้ปัญหาสังคมและการเมืองให้จบสิ้นไปโดยเร็ว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความสำคัญของหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความเป็นธรรมและความสงบสุขในสังคม และขอให้รัฐบาลและสมาชิกรัฐสภาปรับปรุงกฎหมายและรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยสากล

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เปึนที่น่าเสียดายว่าประเทศไทยของเรานี้ต้อง ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติถึง ๓ ด้าน พร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเปึนด้าน เศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง ในเรื่องเศรษฐกิจนั้นเปึนสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากเกิดจากปัจจัยภายนอก และวิกฤติเศรษฐกิจในป้นี้จะรุนแรงกว่าวิกฤติป้ ๒๕๔๐ ส่วนวิกฤติทางสังคมและการเมืองนั้นเกิดจากปัจจัยภายใน ซึ่งพวกเราสามารถที่จะ ควบคุมได้หรือหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นถ้าหากว่าพวกเราไม่ได้กระทําอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไข ปัญหาสังคมและการเมืองนั้น ปล่อยให้วิกฤติเศรษฐกิจกระหน่ําซ้ําเติมสถานการณ์ของ ประเทศจะมีคนตกงานจํานวนมาก และหายนะที่รอพวกเราอยู่ข้างหน้าก็จะไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ จึงมีความจําเปึนอย่างยิ่งที่รัฐสภาและประชาสังคมทุกภาคส่วนจะต้อง ช่วยกันแก้ปัญหาสังคมและการเมืองให้จบสิ้นไปโดยเร็ว เปึนที่น่าเสียดายว่าสังคมของ ประเทศไทยในขณะนี้มีความแตกแยกสูง มีความเกลียดชังซึ่งกันและกัน และขาดความ ไว้วางใจซึ่งกันและกัน การที่จะแก้ปัญหาในครั้งนี้ ผมใคร่เสนอข้อคิดเห็นของผมเองต่อ ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ประการที่ ๒ คือเรื่องของสื่อมวลชน ผมใคร่ขอวิงวอนให้สื่อมวลชน ทุกแขนงได้โปรดได้ให้ข้อมูล ได้ให้ข่าวกับประชาชนอย่างรอบด้านและครบถ้วนและ อย่างสร้างสรรค์ การให้ข่าวโดยไม่ครบถ้วนอาจจะทําให้ประชาชน ซึ่งได้พอระแคะระคาย ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจจะมีการจินตนาการไปเกินเลยกว่าความเปึนจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งก็จะ เปึนการยิ่งตอกย้ําความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังให้มากขึ้นไปอีก วิธีการแก้ไข ความแตกแยกนั้น จําเปึนที่จะต้องทําให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณะทุกภาคส่วน เพื่อทําข้อสงสัยวิธีการนี้เท่านั้นที่จะช่วยลดความขัดแย้งลงได้ ซึ่งท่านอาจารย์สุกัญญา สุดบรรทัด ท่านได้เขียนข้อความเกี่ยวกับเรื่องสื่อมวลชนไว้ได้อย่างน่าฟังนะครับ ในหนังสือมติชนรายสัปดาห์เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมาชื่อว่า ปริมณฑลแห่งสี นะครับ ก็ขอวิงวอนถ้าท่านมีโอกาสก็ลองศึกษาดูนะครับ

ประเด็นที่ ๓ จะต้องมีการยึดหลักนิติธรรม นิติรัฐ โดยเคร่งครัด หากไม่ยึด หลัก รูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) แล้ว สังคมก็คงจะไม่สามารถที่จะเกิดความสันติหรือ ความสงบสุขขึ้นได้ เนื่องจากฝ์ายรับผลกระทบก็ย่อมจะมีความรู้สึกได้ว่า ตัวเองไม่ได้รับ ความเปึนธรรม การยึดหลักนี้ย่อมหมายความว่า ผู้ใดเปึนผู้กระทําผิดย่อมต้องรับผิด เฉพาะตนการที่ไปตีความเหมาเข่ง โดยดูจากเหตุการณ์ ซึ่งเกิดขึ้นกับคนส่วนน้อย กระทําผิด แล้วก็ไปตีเหมารวมว่าบุคคลทั้งกลุ่มผิดพลาดทั้งหมด เปึนการกระทําที่ยิ่งจะ สร้างความแตกแยก และการสรุปอะไรโดยที่ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอก็เปึนอีก สิ่งหนึ่งซึ่งจะตอกย้ําความแตกแยกและความเกลียดชังระหว่างกลุ่มขึ้นอีก

ประเด็นที่ ๔ ก็คือการปรับปรุงกฎหมายและรัฐธรรมนูญให้เปึนไปตาม ประชาธิปไตยสากล อันมีพระมหากษัตริย์เปึนพระประมุข หากกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ ไม่เปึนไปตามหลักประชาธิปไตยสากล หรือใช้หลักที่เรียกกันว่าประชาธิปไตยหรือ รัฐธรรมนูญแบบไทย ๆ ก็จะมีฝ์ายที่รับผลกระทบ เกิดความไม่สบายใจว่าเขาอาจจะ เสียเปรียบ เนื่องจากกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญนั้น ๆ เนื่องจากข้อกล่าวหาที่ว่าชนชั้นใด ร่างรัฐธรรมนูญก็จะร่างรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพื่อตอบสนองชนชั้นนั้นก็จะมีข้อสงสัย ที่ไม่มีที่สิ้นสุด จึงมีความจําเปึนที่จะต้องมีการปรับระบบกระบวนการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและรัฐธรรมนูญของประเทศไทยให้เปึนไปตามหลักประชาธิปไตย สากล อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข และเปึนไปตามนิติธรรม ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ มีกติกาสากลที่ทุกคนประชาสังคมทุกภาคส่วนยอมรับได้ ถ้าหากเราศึกษาจากประเทศ อารยะ ซึ่งมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและยึดหลักประชาธิปไตยสากลไม่ว่า จะเปึนประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส หรือญี่ปุ์นก็ตาม ทั้ง ๔ ประเทศเหล่านี้ ต่างก็มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และมีรัฐธรรมนูญที่เปึนไปตาม ระบอบประชาธิปไตยสากลด้วยกันทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญของประเทศเหล่านี้จึงมีอายุยืนนาน และสามารถยังความเจริญวัฒนาถาวรมาสู่ประเทศเหล่านั้น สหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มาตั้งแต่ ๒๒๔ ป้ที่แล้ว ประเทศฝรั่งเศสมีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๕๘ แม้แต่ประเทศญี่ปุ์นเองก็มีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวตั้งแต่ป้ ค.ศ. ๑๙๔๗ ๕๐ ป้ ๖๐ ป้ ๒๐๐ กว่าป้ มีการแก้ไขก็เพียงเล็กน้อย แต่ว่าเนื่องจากว่ากติกาที่เปึน ประชาธิปไตยสากลนั้น ย่อมทนต่อกาลเวลาและสามารถที่จะนําพาประเทศผ่าวิกฤติได้ เนื่องจากกติกาที่เปึนสากลนั้นย่อมเปึนที่ยอมรับโดยทั่วไป ถ้าหากว่าเราจะพูดถึง ลักษณะเฉพาะของไทย ๆ ก็ไม่ควรที่จะอยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่ควรจะอยู่ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าหากว่ามีความไม่สบายใจ ก็อาจจะกําหนดให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นมีการแก้ไขซึ่งยากใกล้เคียงกับ รัฐธรรมนูญก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้มีลักษณะของความเปึนไทย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอ เน้นย้ําว่า ตัวรัฐธรรมนูญเองนั้นจะต้องมีเฉพาะประชาธิปไตยสากลอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนพระประมุขเท่านั้น ส่วนประเด็นสุดท้ายเปึนประเด็นที่ฝากมาจากเพื่อนสมาชิก วุฒิสภา ท่านขอเรียกร้องว่า ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาตินั้น ขอให้รัฐบาลและ สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน จงมีความจริงใจและยึดประโยชน์ของประเทศชาติเปึนสําคัญ ขอบพระคุณครับ