สมัย เจริญช่าง หารือเรื่องการร่วมมือกันในการแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าเหตุผลของการไม่สงบในประเทศนั้นมาจากความไม่เข้าใจและความแตกแยกในหมู่พี่น้องประชาชน และขอให้รัฐบาลใช้เหตุผลและสติในการแก้ไขปัญหา
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมัย เจริญช่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอขอบพระคุณครับที่รัฐสภาได้จัดให้มีการ ประชุมในวันนี้ในญัตติตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขอให้เป่ดอภิปราย ทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อจะได้ระดมความคิด ระดมความเห็นในหมู่สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด เกี่ยวกับเรื่องของ การร่วมมือกันในการแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่เกิดความขัดแย้งขึ้นในบ้านเมืองของเราในขณะนี้เปึน ประเด็นที่เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่า เปึนผลสืบเนื่องมาจากเรื่องของการเมืองที่มีคนสองฝ์าย เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ผลพวงจากความไม่เข้าอกเข้าใจอันดีต่อกันในหมู่พี่น้อง ชาวไทย ซึ่งเราเหมือนเปึนผู้สืบสายโลหิตเดียวกันมานั้น ก็สืบเนื่องจากเราต้องยอมรับ ความจริงครับว่าผลพวงจากการปฏิวัติหรือการยึดอํานาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งกระผมเองนั้นก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามเกี่ยวกับเรื่องของการทําปฏิวัติรัฐประหารแต่อย่างใด ทั้งสิ้น แต่ถ้ามองถึงเหตุผลของคณะที่เขายึดอํานาจในขณะนั้น ที่แถลงว่าเขายึดอํานาจ เพราะประชาชนเกิดความแตกแยกเปึนฝักเปึนฝ์าย เพราะมีการทุจริตคอร์รัปชันกันขนานใหญ่ และมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ รวมทั้งมีการกระทําอันหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่น พระบรมเดชานุภาพ จากสิ่งที่เขาประกาศออกไปนั้นพี่น้องประชาชนในวันนั้นแซ่ซ้อง สรรเสริญสดุดีนําดอกไม้ไปมอบให้ทหารซึ่งมันไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นมาก่อน และจากวันนั้นเปึนต้นมาจนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็มีความเห็นขัดแย้งกันในหมู่ของพี่น้องประชาชนคนไทย แม้กระทั่งสมาชิกในรัฐสภา แห่งนี้ก็มีการเรียกร้องกันอยู่บ่อยครั้งครับว่า ให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผลพวงต่าง ๆ เหล่านี้ครับกระผมเห็นว่าถ้าเราใช้เหตุ ใช้ผล ใช้สติในการพินิจพิจารณา ซึ่งวันนี้รัฐบาลก็คงจะได้ประโยชน์เปึนอย่างยิ่งจากข้อเสนอของพวกเรา ถ้าหากว่า เราได้เสนอด้วยความสุจริตใจ คงจะต้องเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า เหตุเกิดที่ไหน เราคงต้องแก้ที่ต้นเหตุ เหตุที่เกิดจากความไม่สงบที่พัทยาก็ดี จนมาถึงวันที่ ๘ เมษายน เปึนต้นมา จนถึงวันที่ ๑๔ เมษายนนั้นเราต้องยอมรับครับว่าเหตุผลจากเรื่องของการวีดิโอ ลิงค์ ก็ดี ในเรื่องของการ โฟนอิน จากต่างประเทศเข้ามาก็ดี เปึนการปลุกเร้าให้พี่น้อง ประชาชนออกมาชุมนุมกันให้มาก ด้วยเหตุผล ๓ ประการก็คือ ๑. ต้องการใช้มวลชน ในการขับไล่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ๒. ต้องการขับไล่องคมนตรี และ ๓. ต้องการที่จะโค่นล้ม ระบอบอมาตยาธิปไตย และให้มีการสถาปนารัฐไทยใหม่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แหละครับ ที่เปึนต้นเหตุทําให้คนไทยของเราลุกเปึนไฟ มีทั้งคนที่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่มาจาก ต่างแดน และพี่น้องประชาชนที่ต้องการความสงบสุข ไม่ต้องการจะเห็นความวุ่นวาย เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ กระผมขออนุญาตได้เรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า เมื่อสักครู่ ได้มีท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ได้อภิปรายไปหลายประเด็นครับ แต่ประเด็นหนึ่ง ที่กระผมไม่สบายใจก็คือ มีการกล่าวอ้างในเรื่องของการดําเนินการทั้งหมดว่าเปึนการจัด ฉาก ซึ่งกระผมเรียนท่านประธานที่เคารพครับว่า คงไม่มีใครละครับที่คิดจะเอาชีวิตคน ไทยมาเปึนองค์ประกอบของฉากในการที่จะทําให้เกิดการทําลายล้าง ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ซึ่ง กันและกัน วันนี้ต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ความไม่สงบในครั้งนี้เกิดปัญหาทุกด้านครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งในเรื่องของศาสนสถาน ซึ่ง เปึนที่เคารพนับถือของพี่น้องประชาชน ผมในฐานะเปึนคนมุสลิมคนหนึ่งในประเทศนี้ ขออนุญาตเรียนยืนยันกับท่านประธานครับว่า เรื่องกรณีของความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพมหานคร และที่ลามปามไปจนถึงเรื่องของการยิงมัสยิดนั้นเปึนเรื่องที่เกิด ความสะเทือนขวัญและกําลังใจของพี่น้องคนไทยทุกคนครับ ไม่เฉพาะพี่น้องที่นับถือ ศาสนาอิสลาม เพราะเหตุการณ์อย่างนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศอื่นครับ ในประเทศไทยของเราครั้งนี้ก็ เปึนครั้งที่ ๒ ครั้งแรกจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ที่ลุกลามบานปลายไปถึงวันนี้ก็ เนื่องจากการฆ่าหมู่ล้างเผ่าพันธุ์เยาวชนที่อยู่ในมัสยิดจํานวน ๒๘ คน จากเหตุการณ์ วันนั้นมันเปึนเหตุที่กระเทือนไปทั่วโลก มาถึงวันนี้มีการยิงมัสยิด กระผมอยากจะเรียน ท่านประธานครับว่า มัสยิดคืออะไร มัสยิดก็คือสถานที่กราบไหว้พระผู้เปึนเจ้าในศาสนา อิสลาม ขออนุญาตท่านประธานครับที่จะได้หยิบยกอ้างถึงคัมภีร์ในศาสนาอิสลามที่มีคน นับถืออยู่ ๑,๖๐๐ กว่าล้านคนในขณะนี้ คําสอนในคัมภีร์อัลกุรอานในบทที่ ๗๖ ใน องค์การที่ ๑๘ บัญญัติไว้ว่า แล้วว่าแท้จริงบรรดามัสยิดนั้นเปึนของอัลเลาะห์ ดังนั้น พวกเจ้าอย่าวิงวอนขอผู้ใดเคียงคู่กับพระองค์ นี่คือคําสั่งของพระผู้เปึนเจ้า และในบทที่ ๙ องค์การที่ ๑๐๘ บัญญัติว่า แน่นอนมัสยิดที่ถูกวางรากฐานบนความยําเกรงตั้งแต่วันแรกนั้น สมควรอย่างยิ่งที่เจ้าจะเข้าไปยืนละหมาดในนั้น เพราะในมัสยิดนั้นมีคณะบุคคลที่ชอบจะ ชําระตัวให้บริสุทธิ์ และอัลเลาะห์นั้นทรงรับบรรดาผู้ที่ชําระตัวให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ จากสิ่งเหล่านี้ละครับ พี่น้องมุสลิมในประเทศนี้เขาเกิดความสะเทือนใจ เพราะเขามีมัสยิด ก็เหมือนกับพี่น้องที่เปึนพุทธศาสนิกชนมีวัดวาอารามและคนเหล่านั้นเขาก็ใช้สิทธิตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับครับ ที่บัญญัติในเรื่องสิทธิและเสรีภาพส่วน บุคคล ในฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๗ ซึ่งกระผมจะไม่ขออนุญาตได้อ่านใน รายละเอียด เพราะเนื่องจากว่าเวลามีจํากัด เพียงแต่จะเรียนท่านประธานว่าเรื่องที่มีพี่ น้องชาวมุสลิมได้ยื่นหนังสือไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ได้เปึนการจัดฉากว่าเอาคนไป ยิงมัสยิดแล้วเพื่อจะยื่นหนังสือร้องเรียนไปถึงกลุ่มประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง แต่เปึนเพราะเนื่องจากว่าพี่น้องชาวมุสลิมเขาพิจารณากันแล้วว่าเหตุเกิดที่ใดต้องแก้ที่ ต้นเหตุ เมื่อเขาเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมกันเปึนจํานวนหลาย หมื่นคนนั้น เพราะเนื่องจากคุณทักษิณเปึนคนโฟนอินเข้ามา เปึนคนที่ส่งสัญญาณมาจาก ต่างประเทศบอกว่าให้มาเล่นสงกรานต์ที่ทําเนียบรัฐบาล เที่ยวนี้ประชาชนจะไม่กลับบ้าน มือเปล่า นอกเหนือจากชัยชนะ และในวันที่ขัดขวางไม่ให้มีการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่พัทยานั้นก็ได้โฟนอินมาบอกว่าเปึนชัยชนะของประชาชน ถ้ามีการต่อสู้เสียเลือดเนื้อ แม้แต่น้อย เขาจะกลับมาเปึนหัวหน้าคณะผู้ชุมนุม สิ่งเหล่านี้แหละครับ พี่น้องมุสลิมก็เลย เห็นว่าคุณทักษิณเปึนต้นเหตุที่เกิดความไม่สงบ รวมทั้งเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นกับมัสยิด ที่เพชรบุรี ซอย ๗ ด้วย เขาทราบกันครับว่าคุณทักษิณพํานักอยู่ที่ดูไบ เขาก็เลยยื่นหนังสือ ไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อจะได้รายงานเรื่องนี้ให้ทางประเทศนั้นได้รับทราบใน พฤติกรรม พฤติการณ์ต่าง ๆ ของคณะบุคคลซึ่งกระทําการต่อสถาบันทางศาสนา