รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

นฤมล ศิริวัฒน์ กล่าวถึงการประชุมร่วมของสภาและวุฒิสภา โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประชุม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการชุมนุมและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเน้นย้ำถึงข้อบกพร่องของการมีรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิประชาชนมากมาย แต่ไม่มีกฎหมายหรือข้อบัญญัติที่จะควบคุมการชุมนุมให้มันเป็นไปโดยสงบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด นฤมล ศิริวัฒน์ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายที่จะสร้างความเข้าใจในกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างชัดเจน

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ คาดผิดไปนิดหนึ่งนะคะ คิดว่าคงจะมีรายการประท้วงขึ้นคั่นนะคะ ก็ดีค่ะ ที่ไม่มีนะคะ เพราะว่าสิ่งที่เราได้ฟังได้เห็นมาเกือบ ๒ วันนี่นะคะ รู้สึกจะคลาดเคลื่อนไปจาก วัตถุประสงค์ของท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีการเป่ดการประชุม ร่วมเพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็นของพวกเราในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. นะคะ ดิฉันก็เห็นเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนว่ามันเหนื่อยค่ะที่จะฟังข้อมูล ซึ่งต่างคนก็ต่างที่จะแก้ เราอยากเห็นการประชุมร่วมของเราเปึนการร่วมใจที่จะเอาข้อมูล โดยที่ฝ์ายรัฐบาลจะต้องนั่งฟังให้มากค่ะ ท่านตอบทุกเรื่องอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้บ่นไป ดิฉันเองก็ในฐานะที่เปึน ส.ว. นะคะ บางคนก็บอกก็คือสูงวัย สูงวัยก็บ่นเหมือนกันค่ะ อยากเห็นทางออกที่จะได้จาก ๒ วันนี้ สังคมคาดหวังมากนะคะท่านประธานว่าการประชุมของเราจะได้เรื่องหรือเปล่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานะคะท่านประธานได้มีสื่อโทรทัศน์ถามดิฉันว่า รัฐบาลจะเป่ดให้มี การประชุมร่วม ๒ สภา ท่านคิดอย่างไร ดิฉันบอกเลยค่ะว่าคิดดีแล้วค่ะ รัฐบาลทําถูกที่ดึง เรื่องราวที่ขัดแย้งต่าง ๆ ทั้งในและนอกสภามาอยู่ตรงนี้ เพื่อที่จะหาทางที่จะแก้ไขกัน ไม่ใช่ พูดกันไปคนละทีข้างถนนคนนั้นทีคนนี้ทีโดยที่ไม่มีมาตรการทางกฎหมายเปึนเครื่อง รองรับ

คําถามที่ ๒ ที่สื่อถามดิฉันก็ถามว่าแล้วมันจะได้ผลหรือ ดิฉันกราบเรียน ท่านประธานนะคะ ดิฉันก็อึ้งไปเหมือนกันค่ะไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผล ว่ามันจะไปถึงไหน แต่ลึก ๆ ในใจของดิฉันก็คิดว่ามันน่าจะเปึนประโยชน์ เพราะเมื่อไรก็ตามนะคะตามหลัก แล้วเมื่อคู่กรณีทั้ง ๒ ต่างพร้อมที่จะเข้ามานั่งอยู่ในที่เดียวกันแล้วคุยกัน มันน่าจะแสดงถึง จุดที่จะเปลี่ยนได้แต่ก็ไม่จริงอย่างที่ทฤษฎีบอกโดยทั่วไปจริง ๆ นะคะ แต่จะว่าล้มเหลว ทั้งหมดก็ไม่เชิงค่ะ ท่านคะ วันนี้เปึนเหมือนกับยกแรก เปึนช่วงแรกที่พวกเราจะได้เป่ด หัวใจของกันและกัน ทั้งฝ์ายที่เปึนฝ์ายค้านทั้งฝ์ายที่สนับสนุนรัฐบาล แล้วก็ฝ์ายรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้เป่ดมาพอสมควรแล้ว อันที่จริงแล้วถ้าเป่ดน้อยกว่านี้แล้วฟังให้มากโดย ใช้สํานักงานเลขาธิการหรือใช้หน่วยที่มีอยู่นี่นะคะ ทุกหน่วยรับข้อมูลไป แล้วมาพูดในช่วง สุดท้ายเพื่อที่จะเปึนการแสวงหาทางออกร่วมน่าจะเปึนประโยชน์กว่าการที่โต้ไปโต้มา อย่างที่ว่าโต้กันคนละทีนะคะ ดิฉันเห็นค่ะว่าปัญหาบ้านเมืองนี้มันมีข้อบกพร่องมาจาก หลายเหตุบางคนบอกว่าเปึนการแย่งชิงกันซึ่งอํานาจของรัฐ อันนั้นก็เปึนเรื่องจริงค่ะ แล้วการแย่งชิงซึ่งอํานาจที่จะเข้าสู่อํานาจหรือรักษาอํานาจไว้ไม่ได้มีแค่มา ป้ ๒๕๔๔- ๒๕๔๘ นะคะ มีมาโดยตลอดมีมานานมากแล้วด้วยซ้ําไป แต่ความหวั่นไหวมันเกิดขึ้น หลังจากในช่วงป้ ๒๕๔๔–๒๕๔๘ เพราะว่ามันมีปรากฏใหม่ของการเมือง ซึ่งสามารถ โน้มนําแล้วก็ทําให้ผู้คนระดับรากหญ้าตื่นตัว จนกระทั่งเกิดความรู้สึกว่าต้องมีการ ดําเนินการใด ๆ ซึ่งดิฉันขอไม่ต้องไปพูดตรงนั้น พวกเราต่างพอที่จะเข้าใจกันพอสมควร นะคะ ดิฉันขอเข้ามาสู่ตรงจุดที่ว่าพอเรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่า เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งไม่มีประชาธิปไตย เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ชอบ เราก็รับมาแล้วนะคะ ถามว่าเรารับมาอย่างมีความสุขไหม ดิฉันคิดว่าบางคนอาจจะไม่มีความสุข แต่บางคน ก็อาจจะบอกว่าก็ดี รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งให้โอกาสประชาชนได้มีส่วนร่วม ทางการเมืองมากกว่าทุกฉบับที่เปึนมาก็ว่าได้ในความรู้สึกของดิฉันนะคะ ถามว่าทําไม ล่ะคะ เดิมนั้นประชาธิปไตยของเราก็คือมีตัวแทนเข้ามาไปหย่อนบัตรอย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายคนพูดกันนะคะ แต่วันนี้ไม่ใช่ค่ะ การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นมีได้หลายขั้นตอน มีตั้งแต่การให้ข้อมูลมีตั้งแต่การเข้าร่วมพิจารณาการร่วมตัดสินใจตรวจสอบและ แม้กระทั่งถอดถอน ท่านประธานคะ อํานาจตรงนี้ใหญ่ค่ะ ถ้าถามว่าใหญ่ไหม ใหญ่ค่ะ สิทธิของประชาชนที่ได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากมายค่ะ ถามว่ามีคนดีใจไหมคะ ประชาชนดีใจไหมคะ แน่นอนค่ะ เขาได้สิทธิเยอะแยะเลยโดยรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่าง ชัดแจ้ง แต่ข้อบกพร่องของการมีรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิประชาชนมากมายโดยไม่มีกฎหมาย หรือข้อบัญญัติ ซึ่งเปึนแขนขาที่จะทําหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อาทิเช่น ท่าน ประธานคะ ดิฉันขอดึงเข้ามาเลยค่ะ ประเด็นปัญหาของเราก็คือ การชุมนุม การชุมนุม แน่นอนค่ะ เรามีมาตรา ๖๓ ที่บอกว่า ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อย่างที่ว่ากันนี่แหละค่ะ แต่กฎหมายที่จะรับรองเปึนแขนเปึนขาที่จะควบคุมการชุมนุมให้มันเปึนไปโดยสงบตามที่ รัฐธรรมนูญกําหนดมันไม่มีค่ะ เรากําลังพยายาม และดิฉันก็คิดว่ารัฐบาลจะต้องพยายาม อย่างยิ่งยวดที่จะทําการผลักดันให้กฎหมายที่จะสร้างความเข้าใจในกระบวนการมี ส่วนร่วมของประชาชนอย่างชัดเจน จะร่วมอย่างไรคะ ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไรได้ บ้าง ร่วมได้ลึกถึงแค่ไหน คําจํากัดความของคําว่า การมีส่วนร่วม นั้นมีขอบเขตอยู่ที่ใด ประชาชนไม่ได้ทราบอย่างชัดเจน เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ในขณะนี้ เพราะฉะนั้น การชุมนุมไม่ได้จบค่ะ การชุมนุมจะเกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําเล่า ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้น ท่านต้องเร่งค่ะ ในฐานะที่เปึนผู้นํารัฐนาวา ท่านต้องผลักดันกฎหมายลักษณะเช่นนี้ ออกมาให้เร็วที่สุดนะคะ เพื่อประชาชนจะได้เข้าใจถึงขอบเขตของตัวเอง และใช้สิทธิของ ตัวเองอย่างรับผิดชอบค่ะ ให้สิทธิมาแต่ไม่ได้บอกว่าให้ทําอย่างไร และจะต้องรับผิดชอบ ต่อสังคมอย่างไร ปัญหาจึงเกิดขึ้นอย่างทุกวันนี้ค่ะ ทุกคนก็ดีใจส่วนใหญ่ของผู้มาชุมนุม นะคะท่านประธาน ดิฉันเชื่อมั่นเลยค่ะ เขามาด้วยความรู้สึกว่าเขาอยากจะเปึนส่วนหนึ่ง ของการเปลี่ยนแปลง เขาอยากที่จะเห็นสิ่งที่มันดีขึ้น เขาอยากจะเห็นสิ่งซึ่งมันเปึนธรรม ขึ้น เขาอยากจะเห็นความเท่าเทียมมันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นให้กฎ ให้กติกา ให้แนวทาง ปฏิบัติกับเขาให้ชัดเจน จะช่วยให้คนที่มุ่งหวังจะใช้ประชาชนเปึนเครื่องมือทางการเมือง ได้ทํางานได้ยากขึ้นค่ะ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการควบคุมกิจการคลื่นต่าง ๆ ซึ่งเปึน ทรัพยากรที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง แต่ก่อนเราอาจจะมองไม่เห็นว่าคลื่นวิทยุ คลื่นโทรทัศน์ คลื่นโทรคมนาคมนั้นมีความสําคัญขนาดไหน แต่วันนี้ท่านได้เห็นกันแล้วว่าฤทธิ์เดชของ สื่อที่ใช้คลื่นต่าง ๆ นั้นมันมีเหลือเกินนะคะ เราเห็นแล้วว่ามีการใช้สื่อ ไม่ว่าจะเหลือง ไม่ว่า จะแดง ดิฉันพูดตรงนี้บอกได้เลยค่ะ การใช้ประโยชน์ตรงนั้นเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ของกลุ่มตัวเองอย่างชัดเจนค่ะ และเราจะต้องผลักดันกฎหมายอย่างนั้นออกมาเพื่อจะ ควบคุมจัดการกับการใช้คลื่นอย่างนั้น ให้เปึนประโยชน์ที่สุดต่อสาธารณะค่ะ มิใช่เพื่อ ประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งค่ะ ท่านประธานคะ หลายคนพูดแล้วว่าสงกรานต์นี้เศร้า สงกรานต์นี้เปึนสงกรานต์เลือด ดิฉันเองอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะเปึนประเพณี ของเราที่จะต้องลงไปรดน้ําดําหัวผู้หลักผู้ใหญ่ตามประเพณีไทยนะคะ มันไม่มีความรู้สึก ที่สดชื่นใด ๆ ทั้งสิ้นเมื่อได้ยินคําว่า การประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่พัทยาล้มเหลว คําถาม แรกที่ถามก็คือว่า บริหารจัดการอย่างไร รัฐบาลทําอย่างไรหรือคะถึงไม่สามารถที่จะ ควบคุมและดําเนินการจัดการประชุมให้เปึนไปได้ตามที่มันสมควรจะเปึน ดิฉันถาม คําถามถึงกระบวนการและกลไกความมั่นคงของรัฐค่ะ กลไกของการบังคับบัญชาค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นนะคะ หลายคนบอกว่ามันไม่มีอีกแล้วความมั่นใจต่อระบบ ของการบังคับบัญชา เพราะว่าเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคม ยังหลอนอยู่ ขอบเขตของการ ทํางานของเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกตีความ ถูกดําเนินการไปตามที่ผู้ที่มีบทบาทจะกํากับให้ เปึน ความมั่นใจของตํารวจ กลไกของตํารวจน่าจะเปึนกลไกที่ใช้เปึนหลัก แต่ท่านใช้ไม่ได้ เพราะอะไรคะ ดิฉันเรียนถามท่านว่า เพราะว่าตํารวจมีความรู้สึกไม่ได้รับความเปึนธรรม หรือเปล่าคะ หรือว่าเพราะมีการบังคับบัญชาโดยไม่มีความถูกต้องเหมาะสม ดิฉันคิดว่า ท่านต้องหาคําตอบให้กับสังคมให้ได้ค่ะ ความล้มเหลวของการเปึนผู้นําของการเปึน รัฐบาลในวันนั้นถือว่า ถ้าเปึนความผิดท่านต้องรับผิดชอบนี่นะคะ ทั่วไปเขาต้องทําอะไร ออกมาอีกอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วค่ะ แต่ว่าเหตุการณ์ที่ท่านดึงความสนใจ ดิฉันเรียนเลย นะคะ ดิฉันอ่านด้วยตัวเองด้วยความคิดของตัวเองว่า ท่านดึงความสนใจจากความ ล้มเหลวตรงนั้นมาประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร ดิฉันคิดว่ายาอันนี้ แรงเกินไปนะคะ แล้วก็ภาพต่าง ๆ ที่ปรากฏในการคุยกันพูดกันสองวันนี้นะคะ แม้ว่ามันจะมีความซับซ้อน มากกว่าอีกมากนัก เราก็พอจะเห็นแล้วละคะว่ามันแรงค่ะ ท่านต้องแก้ไข ท่านต้องอธิบาย ให้ได้ค่ะว่า กลไกของความมั่นคงของรัฐกําลังไม่ทํางานเพราะเหตุใด ท่านต้องให้ความ เปึนธรรมให้ได้ ในส่วนของเรื่องราวต่าง ๆ ที่มาพูดกัน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องกรณีนางเลิ้ง กรณี มัสยิด หรือกรณีรถแก๊สต่าง ๆ ดิฉันบอกเลยค่ะ การด่วนสรุปนั้นรังแต่สร้างความ บาดหมางให้เกิดขึ้นกับคู่กรณี การที่ไม่ว่าจะเปึน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล หรือรัฐบาลเร่งสรุปใน ที่ประชุมแห่งนี้ ไม่ได้สร้างความสมานฉันท์ค่ะ ท่านสร้างความร้าวฉานมากยิ่งขึ้นอีก มากมายนัก เพราะฉะนั้นดิฉันขอเรียนว่า สภาแห่งนี้โดยนายกรัฐมนตรีควรจะมีความ กล้าหาญที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจกรรมการร่วม ดิฉันหมายถึงกรรมการร่วม นะคะ ไม่ใช่กรรมการของรัฐบาลเพียงฝ์ายเดียว กรรมการร่วมที่มาจากหลายฝ์ายซึ่งเปึน คู่กรณีแล้วดําเนินการทําให้เกิดความชัดเจน ดิฉันขอเรียนด้วยตรรกง่าย ๆ นะคะ นั่งฟัง ตรงนี้แล้วอยากบอกว่าเวลาเราเห็นคนใส่เสื้อแดงนี่นะคะ ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกค่ะ ที่เขาเปึน ผู้ชุมนุม หรือเปึนผู้ที่ก่อเหตุความวุ่นวายอย่างที่หลายคนพูดถึงกัน ดิฉันคิดว่าการเหมาว่า เห็นภาพคนใส่เสื้อแดงแล้วเปึนคนที่ชุมนุมนั้นเปึนตรรก ซึ่งยังคิดแคบเกินไปค่ะ ให้โอกาส เขาด้วยนะคะ ให้ความเปึนธรรมอย่างเปึนมาตรฐาน หลายคนพูดถึงเรื่องของการให้อภัย เป่ดใจให้กว้าง หลายคนพูดถึง อาจจะยังพูดไม่ถึงคําว่า อโหสิกรรม เพื่อนสมาชิกของดิฉัน นี่นะคะ บอกว่าอยากให้ดิฉันพูดคําว่า อโหสิกรรม ดิฉันก็บอกจะพูดให้นะคะ แต่ว่าท่านจะ ทําได้ขนาดไหน นั่นก็เปึนเรื่องของรัฐบาลค่ะ วันนี้หน้าที่หลักของท่านนี่คือทําให้เกิดความ ชัดเจนค่ะ แล้วกระบวนการที่จะแก้ไขแล้วก็จะเปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อที่จะไปสู่ความสงบ มองที่เปัาหมายค่ะ เวลาเราเล่นกอล์ฟหลายคนเขาบอกกันว่า มองไปที่เปัาหมายว่าจะไป อย่างนั้นมองไปถึงหลุมอย่างไร แล้วก็จัดการกันระหว่างที่เราทีออฟ (T-off) นะคะ ดิฉัน คิดว่าถ้าเราบริหารให้ดี มองที่เปัาหมายให้ชัดเจนว่าเราต้องการความสงบสุขให้กลับมาสู่ สังคมไทย เราต้องวางค่ะ จุดที่เปึนการเริ่มต้นด้วยวิธีการในการประชุมอย่างนี้มันยากค่ะ ที่จะหาทางออกร่วมได้ ดิฉันก็ขอฝากเอาไว้ค่ะว่า หน้าที่ของวุฒิสมาชิก คือพยายามที่สุด ที่จะให้ความเห็นตามที่บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๑๗๙ ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะเปึน ข้างหนึ่งข้างใน แล้วก็การที่เรามีการอภิปรายบางครั้งอาจจะซ้ํากับท่านอื่นดิฉันถือเปึน การดี เพื่อเปึนการยืนยันว่า ความเห็นของวุฒิสภานั้นมีความเห็นไปในทางนี้ ก็ขอ กราบเรียนนะคะ ท่านประธานคะ ทุกท่านที่อยู่ในห้องนี้ค่ะ พยายามใช้สติของเรา ทําตัว ของเราให้เปึนความหวังของประชาชนค่ะ เขาหวังเหลือเกินว่าการประชุมสองวันนี้จะเปึน แนวทางที่เราจะเดินด้วยกัน เดินห่าง ๆ ก็ยังดีค่ะ แต่ว่าอย่าถึงขนาดว่าไม่เดินด้วยกัน แล้วก็จะห้ําแต่หั่นกันอย่างเดียว จะชนกันอย่างเดียว ก็ขอกราบฝากเอาไว้นะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ