รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

อรรถพร พลบุตร พูดถึงปัญหาการเมืองในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความหวังที่จะแก้ไขวิกฤตการณ์อย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยกล่าวถึงความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอให้คนส่วนใหญ่ในประเทศหันมาใช้พลังเงียบในการต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหานี้

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราได้ ใช้เวลาเกือบ ๓๐ ชั่วโมงสําหรับการอภิปรายร่วมกันของ ๒ สภา เพื่อหาคําตอบสําหรับ การแก้ไขวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง เวลาที่ยาวนานที่ผ่านมา ความคิดเห็นที่แตกต่าง ข้อเท็จจริงที่แตกต่าง มุมมองที่แตกต่าง เปึนเรื่องปกติธรรมดา แต่อย่างน้อยผมเชื่อว่า แม้วันนี้คําตอบจะยังไม่ชัดเจน แต่ผมก็ตั้งความหวังว่า เราได้มีการเริ่มต้น ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แต่คนที่ตั้งความหวังไว้มากกว่าเราก็คือพี่น้องประชาชน คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ คนซึ่งไม่เคยนอนหลับตาสนิทเลยมาเปึนเวลานานนับป้ นอนหลับไม่สนิทเพราะเกรงว่าถ้าเตือนขึ้นมาแผ่นดินที่เขารักมันจะล่มสลายไปต่อหน้า ต่อตา คนส่วนใหญ่เหล่านี้ไม่ได้ใส่เสื้อสีอะไร เขาดํารงชีวิตหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยเม็ดเหงื่อ ด้วยหัวใจที่ทรหดของเขา ก่อร่างสร้างครอบครัว สร้างชุมชน สร้างสังคม บนผืนแผ่นดินซึ่ง เคยเปึนแหล่งหลอมรวมความแตกต่าง ไม่ว่าจะเปึนความแตกต่างในเรื่องของเชื้อชาติ ภูมิภาค ความคิด หรือประวัติศาสตร์อารยธรรม แผ่นดินที่เมื่อไรที่เรามองไปรอบตัวเห็น แต่ความมืดมนอนธการ เราก็มองไปที่ฝาผนัง เงยหน้าขึ้นสูงเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เทพยาดาซึ่งมีพระองค์จริง สบแววพระเนตรของพระองค์ แล้วชีวิตก็มีความหวัง แต่วันนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศกําลังตั้งคําถามกับตนเองว่า แผ่นดินซึ่งเคยมีรอยยิ้ม มีความสงบสันติมันหายไปไหน เมื่อ ๔-๕ ป้ก่อนมันยังอยู่ วันนี้ หายไปไหน วันนี้ทําไมแผ่นดินซึ่งเราสูดลมหายใจแรกของชีวิตเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เต็มไปด้วยการรุนแรง เหตุการณ์สลายผู้ชุมนุมที่ผ่านมาไม่มีผู้เสียชีวิต แทนที่จะเปึนเรื่องที่ เราปลาบปลื้มป้ติใจที่บ้านเมืองของเราผ่านไปได้ด้วยราบรื่นโดยดุษฎีภาพ แต่การไม่พบศพ กลายเปึนเรื่องผิดหวัง เปึนเรื่องของความเกรี้ยวกราดและในที่สุดก็เกิดการชันสูตรพลิกศพ ด้วยน้ําลาย วันนี้เสาหลักของสังคมเกือบทุกเสาถูกทําลาย ถูกทําให้ล่มสลาย วันนี้มีการ พูดถึงไทยเหนือ ไทยใต้ สงครามประชาชน การเมืองใหม่ ไทยใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าแผ่นดิน ของประเทศไทยจะมาถึงจุดนี้ได้ วันนี้ในสังคมเขาพูดเปึนเสียงเดียวกัน ตั้งคําถามเดียวกัน ว่าเราจะตายก่อนประเทศหรือประเทศจะตายก่อนเราครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในสมรภูมิที่มีการต่อสู้เราพูดถึงประชาธิปไตยที่มีความบริบูรณ์ เราพูดถึงอมาตยาธิปไตย พูดถึงไทยใหม่ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เขาได้ยิน เขาอยากได้ยิน เขาอยากได้ยิน ว่าใครจะพาเขาให้ฝ์ามรสุมร้ายทางเศรษฐกิจที่มันร้ายแรงตั้งแต่ตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ พี่น้องที่ปลูกข้าวโพดเขาหวังว่าจะมีใครสักคนหนึ่งไปทําให้ข้าวโพดเขาราคาดีขึ้น เขาจะต้องไม่ล้มประดาตายกับผืนแผ่นดินที่แห้งแล้ง พี่น้องภาคตะวันออก พี่น้องภาคใต้ ผลผลิตกําลังจะออกสู่ตลาดผลไม้ เขาก็หวังว่าป้นี้จะมีใครทําให้ราคาผลไม้เขาดีขึ้น ไม่สิ้นเนื้อประดาตัวเหมือนป้ที่ผ่านมา พี่น้องที่ลูกหลานทํางานโรงแรมเขาก็หวังว่า ลูกหลานเขาจะมีข้าวกินครบมื้อ เพราะป้นี้นักท่องเที่ยวหายไปกว่าครึ่งแล้วลูกหลานเขา กําลังตกงาน สิ่งเหล่านี้ครับคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เขาคิด แต่คนส่วนใหญ่ใน ประเทศเขายืนหยัดต่อสู้อยู่ด้วยธาตุทรหดอยู่ที่บ้าน เขาไม่ได้ออกมาชุมนุมตามท้องถนน อย่างที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ถ้าคนเหล่านี้ออกมาชุมนุมในท้องถนน ๑๐ ลานพระรูปทรงม้า ๑๐๐ ทําเนียบรัฐบาล ๑,๐๐๐ สนามหลวงไม่มีที่ให้ยืนครับ แต่อย่าได้ประมาทพลังเงียบ เหล่านี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวแฟลตดินแดง พี่น้องที่ปกปัองบ้านของพระเจ้าที่ถนนเพชรบุรี ซอย ๕ ซอย ๗ หรือพี่น้องชาวนางเลิ้ง ก็คือพลังเงียบเหล่านี้ละครับที่เขาลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่าได้ประมาทพลังเงียบเหล่านี้อีกต่อไป แต่ภาพแห่งความเศร้าโศกที่เราเห็นก็คือว่า มันเปึนการต่อสู้ของคนไทยด้วยกันเองแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ชัยชนะที่ตั้งอยู่บนซาก ปรักหักพังและเปลวไฟในบ้านเมืองจะมีประโยชน์อะไร เหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคมถึง วันนี้ ๓๖ ป้เต็ม ๆ ลูกชายคนโตของแม่หลายคนป์านนี้ยังไม่ได้กลับบ้าน เหตุการณ์วันที่ ๖ ตุลาคม ๓๓ ป้จนถึงวันนี้ลูกคนเล็กของแม่หลายคนเถ้ากระดูกอยู่บนเทือกภูพาน อยู่บน เทือกบรรทัดทั้งนั้นละครับ เหตุการณ์เดือนพฤษภาคมประชาธรรมที่เกิดขึ้น วันนี้หลายคน ก็เหลือแต่ชื่อ เหลือแต่กระดูก แม้กระทั่งเหตุการณ์วันที่ ๗ ตุลาคมที่เกิดขึ้นหลายคนแขน ขาดขาขาด มันจะมีประโยชน์อะไรสําหรับการต่อสู้บนความปรักหักพังของบ้านเมือง ใครสักคนหนึ่งจะเลือกที่ตายที่แผ่นดินไหนซึ่งตัวเองยังไม่รู้ก็ปล่อยเขาไปแต่คนไทยต้องไม่ ตายด้วย ผมเชื่อว่าแผ่นดินไทยมีพลังอันศักดิ์สิทธิ์เพียงพอที่เราจะฝ์าฟันวิกฤตการณ์ตรงนี้ ไปได้ ความหวังของผมอยู่ที่ตรงไหน ความหวังของผมอยู่ที่หัวใจอยู่ที่จิตวิญญาณของ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ สภา รวมทั้งผู้นําในการต่อสู้ของสมรภูมิประชาชน ผมเชื่อมั่นครับ ผมเข้าใจครับ ท่านอาจจะเจ็บปวดคับแค้นกับความรู้สึกว่าถูกรังแก ๒ มาตรฐานเข้าใจได้ รับได้ แต่มันไม่ยิ่งใหญ่กว่าความเปึนชาติ ท่านจะรัก ท่านจะศรัทธา ใครคนหนึ่งซึ่งท่านคิดว่าเปึนคนที่สร้างชาติ สร้างรากหญ้า สร้างแผ่นดินเปึนความเชื่อ ความรักที่เข้าใจได้ แต่มันต้องไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความอยู่รอดของความเปึนชาติ ผมจึงหวังว่าเราจะได้ร่วมกันและนําประเทศซึ่งมีอารยธรรมยาวนานเปึนพันป้ปลดแอก ต่อสู้กอบกู้เอกราชมาไม่รู้กี่ครั้งจนฝ์าฟันมาจนถึงวันนี้ได้ ผมเชื่อ ผมศรัทธาในหัวใจของ เพื่อนสมาชิกและผู้นําในการต่อสู้ในทุกสมรภูมิ ประเทศชาติต้องมาก่อน แต่ถ้าไม่เปึน อย่างนั้นก็ไม่เปึนไรครับ ประเทศไทยก็อยู่ได้เหมือนเดิมละครับ เพียงแต่มันจะเปึนแผ่นดิน ซึ่งเต็มไปด้วยเปลวไฟ ด้วยซากศพ ด้วยคราบเลือด เพียงแต่มันจะเปึนแผ่นดินซึ่งเต็มไป ด้วยผู้คนที่สบตากันถึงจิตวิญญาณและล่วงรู้ถึงคําว่า สิ้นชาติ เปึนอย่างไร ผมจึงขอ สนับสนุนแนวทางในรัฐสภาแห่งนี้ที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษเปึนองค์กรอิสระ ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างแจ้ง และร่วมกันปฏิรูปการเมืองเพื่อสร้าง ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบต่อไป ขอบคุณครับ