พีระ มานะทัศน์ พูดถึงวิกฤติทางการเมืองในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ และหารือเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันของคนชนบทที่ถูกรังแกและพรรคการเมืองที่ถูกยุบ พีระ มานะทัศน์ เรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือชาวบ้าน โดยเฉพาะการสนับสนุนอาชีพโอทอป และการรักษาโรค 30 บาท และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการหลายประการ เช่น การทําความจริงให้ปรากฏให้ชัดเจน การยกเลิกการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมที่มีความแตกต่างกันระหว่างชุมชนในเมืองและชนบท
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิวุฒิสภา จังหวัดลําปาง ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมได้ฟังข้อมูลจากหลายฝ์ายด้วยความอดทนใช้เวลาประมาณ ๒๗ ชั่วโมง ได้รับฟังข้อมูลจากบรรดาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล และเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ตลอดจนท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีหลายท่าน ด้วยกัน ก็รู้สึกที่ประทับใจท่านหัวหน้าพรรคประชาราช ขออนุญาตเอ่ยชื่อคือ ท่านเสนาะ เทียนทอง ได้อภิปรายไว้อย่างน่าสนใจเปึนอย่างยิ่ง สําหรับเหตุการณ์ในช่วงระหว่าง สงกรานต์ เมื่อวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมานั้นถือว่าเปึนวิกฤติทางการเมือง สําหรับ วิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นนี้นะครับ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์ทางการเมืองนั้นได้ สะสมมาเปึนเวลาช้านาน ถ้านับเวลาก็ประมาณ ๓ ป้ นับตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๙ เปึนต้นมา ก็มีการชุมนุมเรียกร้องหลายฝ์าย แบ่งคนเปึนกลุ่ม เปึนพวก เปึนสี เหตุการณ์ ดังกล่าวประจวบพอดีกับเมื่อช่วงสงกรานต์ วันที่ ๑๓ และวันที่ ๑๔ เมษายนที่ผ่านมานั้น เปึนที่น่าวิตกและห่วงใยของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ผมได้มองย้อนไปใน ประวัติศาสตร์เมื่อ ๒๔๒ ป้ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๓๑๐ เหตุการณ์ครั้งนั้น กรุงศรีอยุธยาต้องเสียให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านด้วยเหตุที่คนไทยแตกแยกกันเอง ขณะนั้น ประเทศเพื่อนบ้านมีกําลังพลเพียง ๒๐,๐๐๐ คน ด้วยทําเลที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยานั้น เมื่อถึงฤดูน้ําหลากข้าศึกศัตรูก็ไม่สามารถที่จะรบเอาชนะได้ แต่เนื่องจากว่าความแตก สามัคคีในหมู่คนไทยด้วยกันซึ่งขณะนั้นมีกําลังคนถึง ๓ แสนกว่าคนด้วยกัน ถ้าเทียบ สัดส่วนก็ ๑๕ ต่อ ๑ เหตุการณ์ดังกล่าวที่ผมคิดว่าคนไทยทุกคนนี่จะต้องรําลึกแล้วก็ไม่ อยากเห็นประวัติศาสตร์ที่จะซ้ํารอย สําหรับการชุมนุมในช่วงนั้นเราต้องไม่ปฏิเสธความ จริงที่ว่ามีผู้ชุมนุมเปึนแสนคน ผมได้มีโอกาสกลับไปที่จังหวัดลําปางก็ได้พบกับผู้ที่มาร่วม ชุมนุมจํานวนมากเนื่องจากว่าเปึนประเพณีของชาวเหนือที่เขาจะไปรดน้ําดําหัวผู้หลัก ผู้ใหญ่ ผมก็ถามสาเหตุว่าเหตุใดจึงได้มาร่วมชุมนุม ก็ได้แยกเปึน ๒ ส่วนใหญ่ ๆ คือ ๑. กลุ่มที่มี ศรัทธา เรียกว่า แฟนพันธุ์แท้ อีกส่วนหนึ่งนั้น มาด้วยความรู้สึก ผมขออนุญาตกราบเรียน ว่าความรู้สึกที่เขาจําเปึนต้องมาร่วมชุมนุม
ประการแรก ก็คือว่าในความรู้สึกที่ไม่เปึนธรรมแล้วก็ไม่ยุติธรรม อันนี้เปึน เรื่องใหญ่ ถ้าสังคมใด ขาดความเปึนธรรมแล้วความแตกแยก การทะเลาะเบาะแว้ง ความร่วมไม้ร่วมมือ ความสามัคคีก็เกิดขึ้นได้ยาก อันนี้เปึนเหตุผลประการแรกนะครับ
ประการที่ ๒ ความรู้สึกที่ว่าตนเองเปึนคนที่อยู่ในชนบทไม่เท่าเทียมกัน กับคนที่อยู่ในเมือง
ประการที่ ๓ ความรู้สึกที่ว่าคนที่เขารักหรือชอบนี่ถูกรังแก หาเรื่องจับผิด ก็ขออนุญาตนะครับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่ชาวบ้านพูดถึงกัน
ประการที่ ๔ เกิดจากความรู้สึกจากการที่พรรคการเมืองที่เขาชอบ ถูกยุบ พรรคครั้งแล้วครั้งเล่า อันนี้ก็เปึนความรู้สึกของชาวบ้านที่เขาให้เหตุผลไว้ และ
ประการสุดท้ายของสาเหตุของความรู้สึก ก็คือว่าสังคมไทยมีความเปราะบาง ระหว่างสังคมที่อยู่ในเมืองกับคนที่อยู่ในชนบท คนที่อยู่ในเมืองนั้นมีประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น อยู่ในชนบท ความรู้สึกของคนในชนบทรู้สึกด้อย แทบทุกอย่างไม่ว่าจะเปึนเรื่องการศึกษา เรื่องรายได้ เรื่องของความเชื่อถือในสังคม แล้วก็ มักจะเปึนเหตุที่ว่าบุคคลในชนบทซื้อง่าย ซื้อสิทธิขายเสียงง่าย ก็เปึนประเด็นหนึ่งที่ทําให้ คนในชนบทเองรู้สึกน้อยเนื้อต่ําใจว่าตนเองนั้นไม่เท่าเทียมกับคนอื่น แล้วก็ยังมีอีกหลาย เรื่องด้วยกันที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล การช่วยเหลือของ รัฐบาลในปัจจุบันนั้น ได้ไปตอกลิ้มในความรู้สึกของชาวบ้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการที่ รัฐบาลแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ให้กับคนบางกลุ่ม ซึ่งเปึนคนที่มีงานทํา มีอาชีพอยู่ในเมือง แต่คนในชนบทเขารู้สึกว่ารัฐบาลนี่ไม่เอาใจใส่ทอดทิ้งเขา การส่งเสริมอาชีพ โดยเฉพาะ สินค้าโอทอป ซึ่งถือว่าเปึนรายได้ที่ทําให้เขาอยู่รอดได้ในชนบท ถึงแม้ว่าจะมีรายได้ ไม่มากนัก แต่ก็ทําให้เขามีความสุขได้อยู่กับครอบครัว การจัดงานสินค้าโอทอป เมื่อครั้งที่ ผ่านมานั้น ภายใต้กระแสการคัดค้านของหลายฝ์าย ผมได้ยินได้ฟังจากกลุ่มแม่บ้านที่ จังหวัดลําปาง ได้พูดกันแล้วก็วิจารณ์กันไปในทางที่ไม่ดีว่าการจัดงานสินค้าโอทอปครั้งนี้ ล้มเหลว หรือที่เราเรียกกันว่า โอทอป อิน เดอะ ซิตี้ (OTOP IN THE CITY) ปกติแล้ว ก็ไปจัดที่ศูนย์อิมแพ็คที่เมืองทองธานี ตรงนั้นผู้ประกอบการเขารู้ เพราะเขาคุ้นเคยกับพื้นที่ แล้วก็อยู่มานาน ตรงนี้เองที่ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ชาวบ้านเขารู้สึกที่ไม่ค่อยจะดีนักกับรัฐบาล สําหรับเหตุผลที่ชาวบ้านชอบในนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า การรักษาโรค ๓๐ บาท ในอดีตนั้น ชาวบ้านที่เปึนโรคหัวใจไม่สามารถที่จะรักษาได้ เพราะไม่มีเงินเพียงพอก็เสียชีวิตไปจํานวนมาก แต่เมื่อรัฐบาลมีโครงการ ๓๐ บาท รักษาทุกโรคแล้ว เขาสามารถที่จะรอดชีวิตได้ อันนี้ก็ เปึนสิ่งที่ผมได้นําสะท้อนกับสภาพปัญหาต่าง ๆ สําหรับทางออกในการที่จะออกจาก วิกฤติของชาติโดยเฉพาะทางด้านการเมืองนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีมีอยู่ ๖ เรื่องด้วยกัน ที่ผมอยากจะฝากไว้ในระยะเร่งด่วน
ประการแรก คือรัฐบาลจะต้องทําความจริงให้ปรากฏให้ชัดเจน เพราะว่า จากข้อมูลที่ฝ์ายค้านก็ดี ฝ์ายรัฐบาลตอบโต้กัน ก็ไม่ว่าจะเปึนภาพของเหตุการณ์ต่าง ๆ ผมจะไม่พูดในรายละเอียด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ทราบว่าฝ์ายไหนถูก ฝ์ายไหนผิด ฝ์ายไหนพูดจริง พูดไม่จริง หรืออาจจะไม่จริงทั้งหมดก็ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถือว่าเปึน เรื่องสําคัญที่รัฐบาลจะต้องทําความจริงให้ปรากฏที่ชัดเจนขึ้น อาจจะตั้งคนกลางที่เปึนที่ เชื่อถือมาเปึนกรรมการตรวจสอบ อันนี้เปึนเรื่องเร่งด่วน
เรื่องเร่งด่วนที่สอง ก็คือรัฐบาลจะต้องประกาศยกเลิกการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐบาลประกาศอยู่ แล้วยังไม่ได้ยกเลิกในขณะนี้ ต้องรีบ ดําเนินการ เพราะว่าจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว บรรยากาศในการลงทุน ซึ่งผลตรงนี้ จะไปเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว แล้วบรรยากาศการลงทุนก็เสีย ตรงนี้ผม คิดว่าเปึนเรื่องที่เร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบดําเนินการ
ประการที่สาม การบังคับใช้กฎหมาย ความเท่าเทียมกัน ต้องรีบ ดําเนินการ คนที่กระทําความผิดไม่ว่าก่อนหรือหลังวันที่ ๘ จะต้องดําเนินการให้เปึน มาตรฐานเดียวกัน หลายท่านได้พูดกันมากถึงเรื่อง ๒ มาตรฐาน ไม่ว่าจะเปึนการปฏิบัติ หน้าที่ของตํารวจอย่างเช่น หมายเรียก หมายจับ ไม่ว่าจะเปึนการปฏิบัติของการทหาร ก็คงทราบกันดีเรื่องประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้ว แล้วก็นิ่งเฉย อะไรเหล่านี้เปึนต้น รวมทั้งการคุ้มครองสื่อที่ใช้เปึนเครื่องมือทําให้เกิดปัญหาของชาติ ทําให้เกิดความ ไม่มั่นคง ตรงนี้ก็ต้องเร่งดําเนินการ
ประการที่สี่ รัฐบาลจะต้องเร่งเจรจา ความตกลงไม่มีอะไรดีกว่าการเจรจา เพื่อหาข้อยุติที่เปึนข้อเรียกร้อง อะไรที่ทําได้ อะไรที่ทําไม่ได้ ผมเชื่อว่า บรรดาผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่เปึนผู้นําแต่ละฝ์ายนั้น เปึนคนที่มีเหตุและก็มีผล น่าจะเจรจากันได้ และเราก็เปึนคนไทยด้วยกัน ต่างชาติเขายังพูดกันได้รู้เรื่อง ผมเชื่อว่าคนไทยทําได้
ประการที่ห้า ระยะสั้นรัฐบาลจะต้องมาดูสิว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๕๐ หลายท่านได้พูดไปแล้ว ผมก็ชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านออกข่าวไปว่า จะเร่งดําเนินการในเรื่องนี้ เพราะว่ามีหลายมาตราหรือบางมาตราที่ทําให้พรรคการเมือง อ่อน รัฐบาลขาดเสถียรภาพ แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องการยุบพรรคเหมือนกับเผาบ้านเขา เมื่อเผาบ้านแล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหน เหมือนผึ้งที่รังแตกก็จะกระจัดกระจายออกไปทั่ว สารทิศ ตรงนี้เปึนเรื่องที่จะต้องดําเนินการ
ประการสุดท้าย ผมคิดว่าในเรื่องที่หลาย ๆ ท่านยังไม่ได้พูดถึงกันก็คือว่า โครงสร้างทางสังคมที่มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะช่องว่างระหว่างชุมชนที่อยู่ในเมือง กับคนที่อยู่ในชนบท ซึ่งผมได้กราบเรียนไปบ้างแล้ว เรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้อง พยายามลดช่องว่างให้ได้ นี่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า คนในชนบทรู้สึกว่า รัฐบาลปัจจุบันนี้เอาใจคนในเมืองมาก อะไร ๆ ก็มุ่งไปที่คนในเมือง ก็ขอให้ทางรัฐบาล กลับไปทบทวนในเรื่องขอโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะลงในหมู่บ้าน ในตําบลในพื้นที่ ในชนบทให้มากยิ่งขึ้น คือยกระดับคนในชนบทขึ้น ขณะที่เราไม่สามารถจะไปลดรายได้ ของคนรวยลงมาได้ ก็ต้องยกระดับคนข้างล่างให้สูงขึ้นมา อันนี้ก็จะเปึนอีกทางหนึ่ง นั่นคือในทางเศรษฐกิจ
อีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องความสมัครสมานสามัคคี ซึ่งเปึนเรื่องของวัฒนธรรม ผมเชื่อว่าคนไทยในอดีตเราอยู่กันอย่างสงบสันติสุข ที่เขาเรียกว่า สยามเมืองยิ้ม ไปไหน ก็มีแต่รอยยิ้ม เราก็รักใคร่กลมเกลียวกัน ที่จริงนั่นในชนบทไม่ค่อยมีปัญหา แต่ก็จะมี ปัญหาในช่วงหลังนี่ โดยเฉพาะความรู้สึกที่ไม่ดีระหว่างคนที่อยู่ในชนบทและคนที่อยู่ใน เมือง
และเรื่องสุดท้ายนะครับ ผมก็ขออนุญาตฝากเรียนท่านประธานรัฐสภา ผ่านไปยังรัฐบาล เนื่องจากว่าหลังเหตุการณ์วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๔ แล้วนี่ ผมเชื่อว่า เหตุการณ์ยังไม่สงบ อาจจะมีคลื่นใต้น้ําทําให้มีการชุมนุมกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ผมเองรู้สึกไม่สบายใจที่รัฐบาลมักจะไปคาดโทษเอากับผู้ว่าราชการจังหวัด ตํารวจในพื้นที่ ในฐานะที่ผมเคยเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน อย่างเช่น จังหวัดลําปาง ผู้ว่าราชการ จังหวัดมีกําลังนี้อยู่ในมือคือ อส. ทั้งจังหวัดมี ๘๔ นายด้วยกัน แล้วอยู่ที่จังหวัดเพียง ๒๔ นาย ที่จะสามารถนํามาปฏิบัติการได้ทันที ส่วนที่เหลือนั้นก็อยู่ในพื้นที่อําเภอต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดเหตุการณ์คนชุมนุมเปึนร้อย ๆ เปึนพัน ก็เพียงได้แต่ยับยั้งหรือไป ดูแลรักษาสถานที่ราชการ เพื่อไม่ให้มีการไปทําลายทรัพย์สินเหล่านั้นนะครับ
ประการที่ผมอยากจะฝากไว้เปึนเรื่องสุดท้ายก็คือว่า รัฐบาลต้องฟุ๋นฟูด้าน จิตใจแล้วก็เยียวยากับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะไม่ว่าจะเปึนคนในเมืองหรือคนใน ชนบทต้องให้เท่าเทียมกัน ก็ขอฝากท่านประธานรัฐสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณ มากครับ