หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต หารือเรื่องการพยายามกดดันรัฐบาลเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรมผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าผิดกฎหมาย โดยระบุว่าการนิรโทษกรรมและแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะไม่สร้างความปรองดองหรือความสมานฉันท์ แต่จะเพิ่มความขัดแย้งให้แก่สังคม และยังหารือเรื่องการบริหารประเทศในสถานการณ์วิกฤติ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมีความกล้าหาญและเด็ดขาดในการตัดสินใจ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ประเทศไทยได้เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองมาหลายครั้ง หลายคราวแล้วในอดีต แต่ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ บ้านเมืองจึงมีความสงบลงได้ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีความพยายามที่จะดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับ สถานการณ์ทางการเมืองในครั้งนี้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือ ความขัดแย้งใด ๆ และจะล่วงละเมิดมิได้ จึงมิบังควรนํามากล่าวอ้างไม่ว่าในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีโดยผ่านท่านประธาน ที่ได้ขอเป่ด การอภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งนี้ เพื่อเป่ดโอกาสให้ทุกฝ์าย ได้แสดงความคิดเห็น และหาแนวทางในการแก้ปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง ดิฉันไม่คิดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะเปึนการแก้วิกฤติของประเทศได้ เพราะการแก้ รัฐธรรมนูญต้องผ่านขบวนการปฏิรูปทางการเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ ต้องให้ทุกภาค มีส่วนร่วมโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนค่ะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ประเทศชาติ ไม่ใช่เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันเห็นว่าได้มีการสร้างสถานการณ์เพื่อกดดันรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลยอมปฏิบัติตาม ข้อเรียกร้องในการขอนิรโทษกรรมหรือสร้างเงื่อนไขเพื่อนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันไม่คิดว่าการนิรโทษกรรมหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะสามารถสร้าง ความปรองดองหรือทําให้เกิดความสมานฉันท์ได้แต่อย่างใดค่ะ ทั้งนี้อาจเปึนการเพิ่ม ความขัดแย้งให้แก่สังคมมากยิ่งขึ้น เพราะมีกลุ่มหนึ่งที่เห็นด้วยและกลุ่มที่คัดค้านอยู่เปึน จํานวนมาก จนอาจจะเกิดการเสียเลือดเสียเหนือและเกิดเหตุการณ์จลาจลขึ้นอีก สังคมจะอยู่รวมกันได้ ประชาชนทุกฝ์ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย การที่จะยอมให้ผู้ทุจริต ต่อกฎหมายใด ๆ ได้รับการยกเว้น หรือได้รับการนิรโทษกรรม จะเปึนการขัดต่อหลักของ ศาลสถิตยุติธรรม ซึ่งเปึนหลักสากลในการอํานวยความยุติธรรมในนานาอารยประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ช่วงเวลาก่อนสงกรานต์ ดิฉันได้ไปร่วม การประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๒๐ ที่กรุงแอดดิสอบาบา ประเทศเอธิโอเป้ย ดิฉันได้ติดตามข่าวคราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเป่ดโทรทัศน์ดูผ่านสํานักข่าว บีบีซี และซีเอ็นเอ็น ดิฉันแทบจะไม่เชื่อตาตนเอง เมื่อได้เห็นภาพรถยนต์ของท่านนายกรัฐมนตรี ถูกทุบและโจมตีที่พัทยา และอีก ๒ วันต่อมา สํานักข่าวบีบีซีและสํานักข่าวอื่น ๆ ก็ได้ ประโคมข่าวการล่มสลายของการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่พัทยา ภาพผู้ชุมนุมที่บุกเข้าไป ในโรงแรมที่เปึนศูนย์จัดการประชุมถูกฉายซ้ําแล้วซ้ําอีกตลอดทั้งวันเลยค่ะ ซึ่งได้ทําลาย ภาพพจน์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยโดยสิ้นเชิง ดิฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า สถานการณ์จลาจลเช่นนั้นได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าได้เกิดขึ้นในประเทศด้อยพัฒนาที่ อาฟริกาก็ยังจะน่าเชื่อกว่า แต่สถานการณ์กลับกลับกันค่ะ ดิฉันได้ดูข่าวการล้มเหลวของ การประชุมอาเซียน ซัมมิท ระหว่างที่อยู่ประเทศเอธิโอเป้ย ซึ่งเปึนประเทศที่ด้อยพัฒนา กว่าเรามาก แต่ถึงแม้ว่าประชาชนของเขาจะยากจน เขาก็อยู่กันได้อย่างสงบ เพราะรัฐบาลสามารถบังคับใช้อํานาจรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในวันที่ ๘ เมษายน นั้นเอง สํานักเลขาธิการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภาก็ได้รับคําเชิญของประธานรัฐสภา ไทย โดยผ่านคณะผู้แทนไทยที่จะมาจัดการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๒๒ ที่กรุงเทพมหานคร ในเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๓ เมื่อทราบข่าวก็มีผู้แทนต่างชาติหลายคน มาบอกกับดิฉันว่า ดีใจมากที่จะมีการจัดการประชุมป้หน้าที่กรุงเทพฯ เพราะอยากพา ครอบครัวมาเที่ยวเมืองไทย แต่ก็มีหลายคนที่มีความกังวลและหวังว่ารัฐบาลจะคุม สถานการณ์และยุติปัญหาได้โดยเร็ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี โดยผ่านท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมองเห็นภาพเมืองไทยในอนาคตข้างหน้าไว้ อย่างไร ประเทศไทยพร้อมที่จะจัดการประชุมดังกล่าวให้เปึนผลสําเร็จเรียบร้อยหรือไม่ และจะจัดการประชุมอาเซียน ซัมมิท อีกครั้งเมื่อไร การประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด ของรัฐบาล ได้ส่งผลให้การประชุมที่พัทยาล้มเหลว ซึ่งข้อนี้รัฐบาลต้องแก้ไขค่ะ รัฐบาล ต้องบังคับใช้กฎหมายให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีความกล้าหาญและเด็ดขาด ในการบริหารประเทศ โดยไม่ต้องห่วงกับภาพลักษณ์ของรัฐบาล และจะต้องปรับปรุง บริหารข้าราชการในด้านความมั่นคงเสียใหม่ ดิฉันเชื่อว่าประเทศชาติต้องการผู้นําที่ เด็ดขาด มีความกล้าหาญในการตัดสินใจ เพื่อนําพาชาติบ้านเมืองให้พ้นภาวะขั้นวิกฤติ ในขณะนี้ ท่านประธานคะ ประเทศไทยเปึนประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม มีศักยภาพพร้อมสําหรับการท่องเที่ยว ประเทศไทยเคย ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก แต่ขณะนี้ประเทศต่าง ๆ ได้ ออกคําเตือนให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวประเทศไทย เพราะเกรงว่าประชาชน ของเขาจะมีอันตราย ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะสามารถฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย ได้โดยเร็ว และดิฉันขอให้กําลังใจแก่รัฐบาลในการบริหารประเทศชาติในช่วงภาวะวิกฤติ ในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขออนุญาตอัญเชิญพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเนื่องในวันขึ้นป้ใหม่ พ.ศ. ๒๔๙๔ ความตอนหนึ่งว่า ชาติไทย ชาติใดเสื่อมสูญย่อยยับอับปางไปก็เพราะประชาชาติขาดสามัคคีธรรม แตกแยกเปึน หมู่คณะเปึนพรรคเปึนพวก คอยเอารัดเอาเปรียบ ประหัตประหารซึ่งกันและกัน บางพรรค บางพวกถึงกับเปึนไส้ศึกให้ศัตรูมาจู่โจมทําลายชาติของตนดังนี้ ข้าพเจ้าจึงขอชักชวน พี่น้องชาวไทยทั้งหลายให้ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษ ซึ่งได้กอบกู้รักษาบ้านเกิด เมืองนอนของเรามานั้นให้จงหนัก แล้วถือเอาความสามัคคี ความยินยอมเสียสละส่วนตัว เพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ของประเทศชาติเปึนคุณธรรมประจําใจอยู่เนืองนิจ ขอบคุณค่ะ