ผุสดี ตามไท หารือเรื่องความยากลำบากของทั้งรัฐบาลและประชาชนในช่วงวิกฤติ และแสดงความเสียใจที่เห็นเหตุการณ์ไม่สงบในพัทยา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องประชาธิปไตย โดยบอกว่าประชาธิปไตยที่เราค้นหาไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบไหน แต่เป็นประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น และเคารพศีลธรรมอันดีของประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความยุติธรรม โดยเสนอแนะให้สื่อมวลชนรายงานกระบวนการยุติธรรมอย่างสม่ำเสมอ และให้รัฐบาลเชิญชวนสื่อมวลชนให้นําเสนอข่าวด้วยความมีจรรยาบรรณ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะดิฉันขอ อนุญาตกราบเรียนถึงความคิดที่อยากจะขออนุญาตนําเสนอกับท่านประธาน แต่ก็ต้องขออนุญาตที่จะต้องย้อนกลับไปนิดหนึ่งในเหตุการณ์ ดิฉันทราบว่าจริง ๆ แล้วคง หลายคนมากเลยที่ไม่อยากจะให้มีการย้อน แต่สิ่งที่ดิฉันกําลังอยากจะขอย้อน และก็ขอเรียนให้ท่านทราบ
ในประเด็นที่ ๑ ก็คือ ดิฉันในฐานะที่เปึนประชาชนคนไทยที่ฝันจะเห็น สังคมไทยนั้นเปึนสังคมที่เสมอภาค เปึนธรรมแล้วก็สันติ ต้องขอขอบคุณและขอ ชื่นชมรัฐบาล ดิฉันอาจจะมีมุมมองที่ต่างกัน แต่มันก็เปึนเรื่องปกติที่เราจะมองต่างกัน ต้องขอชื่นชมรัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีที่ใช้ความอดทนอดกลั้นเปึนอย่างมาก เลยในการดําเนินการฟันฝ์าวิกฤติที่เกิดขึ้นมา ดิฉันนั่งเฝัาติดตาม และก็นั่งมีส่วนร่วมใน เรื่องของการที่จะคิดกับเพื่อน ๆ สมาชิกผู้แทนราษฎรด้วยกัน ด้วยความเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะความรุนแรงนั้นไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีและ คณะรัฐมนตรีนั้นได้พยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ใช้ความรุนแรง และท่านประธานคะ เปึนเรื่องปกติและเปึนเรื่องธรรมชาติที่เมื่อไรก็ตามมีการเคลื่อนชุมนุมอย่างนี้ในจํานวน ประชาชนที่มากอย่างนี้ มันเปึนเรื่องธรรมดาที่อาจจะต้องมีการเจ็บมีการเสียชีวิต ทั้งที่ ไม่มีใครอยากให้เกิด และก็ดิฉันเชื่อมั่นว่ารัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะ ใช้แนวทางนี้ตลอดไป ที่จริงแล้วเปึนความยากลําบากของดิฉันมากเลย เพราะในช่วงที่ เกิดเรื่องทั้งหมดนี้มีคนโทรศัพท์มามากมีคนลุกขึ้นบอกว่า ไปนั่งคุยกันหน่อย แล้วก็ได้แต่ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างที่เราก็ตกอกตกใจมาก ว่าทําไมหน่อมแน้มอย่างนี้ ทําไม ไม่จัดการให้เด็ดขาด ดิฉันมีคําตอบเพียงคําตอบเดียวที่บอกว่า ถ้าท่านอยากจะมองเห็น รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีพาสังคมไทยผ่านวิกฤติตรงนี้ไปได้ ไปสู่สังคมที่มีความนิติรัฐ อย่างจริงจัง เราคงต้องอดทนกันทั้งหมด นั่นคือสิ่งเดียวที่ดิฉันอธิบายได้ และดีใจที่วันนี้ ดูว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปแล้ว ท่านประธานคะ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ดิฉันรู้สึก เสียใจจริง ๆ เสียใจมาก ๆ ที่พูดนี้ไม่ได้เปึนการประชดประชัน แต่เปึนความรู้สึกที่มาจาก หัวใจจริง ๆ เสียใจที่มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท ที่พัทยา เสียใจที่การประชุมอาเซียน ซัมมิท บวก ๓ บวก ๖ ต้องยกเลิกไป เพราะอะไรคะ ท่านประธาน ตรงนี้หลายคนอาจจะคิดสะใจว่ารัฐบาลเสียหน้า นายกรัฐมนตรีเสียหน้า แต่จริง ๆ ความสูญเสียนั้นคือเปึนความสูญเสียของประเทศชาติ เพราะดิฉันคิดว่าไม่ว่า รัฐบาลที่มาจากพรรคใดก็แล้วแต่ ถ้าอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้น ดิฉันในฐานะประชาชน คนไทยย่อมเสียใจแน่นอน และประชาชนนั่นแหละค่ะที่เสียประโยชน์ เสียประโยชน์จาก การที่จะได้คิดร่วมกันเพื่อจะฟันฝ์าอุปสรรคในเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ทุกประเทศ ได้รับผลกระทบ ดิฉันเสียใจมากเลย เสียใจที่เห็นการไล่ล่าเอาชีวิตหรือมุ่งร้ายทําลายชีวิต ของผู้นําประเทศ ดิฉันไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนเลยในชีวิตนี้ว่าจะมองเห็นสังคมไทย ที่เปึนอย่างนี้ การไล่ล่าที่ไม่ได้หยุดเพียงเฉพาะนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่มุ่งร้ายไปถึงผู้ที่ เปึนผู้นํานั่นก็คืออยู่ในคณะรัฐบาล และรวมไปถึงประชาชนด้วยในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มี การปะทะกัน มองเห็นความบ้าคลั่งที่ไม่เคยคาดคิดเลยในชีวิตนี้ ว่าสังคมไทยซึ่งเปึนที่รู้จัก กันว่า เปึนสังคมที่เปึนโอบอ้อมอารี เปึนสังคมที่คนยิ้ม เปึนสังคมที่อ้อมแขนนั้นเป่ดรับ คนที่มีความแตกต่าง และนั่นคือเหตุผลใหญ่ที่ทําไมคนต่างชาติถึงประสงค์จะมาแวะ เยี่ยมเมืองไทยกันนักหนา ไม่ใช่เพราะทะเล ไม่ใช่เพราะภูเขาเท่านั้น แต่เปึนเรื่องของคน ไทยจริง ๆ ดิฉันเสียใจที่เปึนอย่างนั้น และเสียใจมากไปกว่านั้นก็คือการที่ได้มองเห็น คนที่มีความสามารถ บางท่านก็เปึนเพื่อน เปึนอดีต ส.ส. มีความสามารถจริง ๆ มีความเก่ง แต่ว่าอาจจะไม่เข้าใจหรืออาจจะมีความมุ่งประสงค์อย่างไรไม่ทราบ ที่ได้ลุกขึ้นปราศรัย แล้วทําให้ผู้คนทั้งหลายซึ่งอาจจะมีข้อมูลไม่ครบถ้วนได้ต้องลงไปดําเนินการในลักษณะที่ เปึนการเคลื่อนของฝูงชน เข้าทําร้ายกันอย่างบ้าคลั่ง ทําลายทรัพย์สิน อย่างเช่นที่เพื่อน สมาชิกวุฒิสภาได้กล่าวไปล่วงหน้าแล้ว
ท่านประธานคะ คําถามที่ถามก็คือว่า ประชาธิปไตยอะไรคะที่เขาเรียกร้องกัน วันนี้เราอยู่ในสังคมแบบไหนคะ รัฐสภาทั้ง ๒ สภายังคงทํางานอยู่ นายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง และมาจากการลงคะแนนสนับสนุนในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดย เป่ดเผย เปึนประชาธิปไตยที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีนั้นเคารพในสิทธิและเสรีภาพ ประชาชนสามารถที่จะชุมนุมและเรียกร้องได้ มีหลายครั้งเหลือเกินในเกือบจะทุกเดือน เปึนสังคมประชาธิปไตยที่คณะรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรีนั้นยินดีให้กลไกของรัฐสภานั้น ได้ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน อันเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ดิฉันนึกไม่ออกจริง ๆ ค่ะว่า ที่เรียกร้องประชาธิปไตยนั้นคือประชาธิปไตยแบบไหน ดิฉัน เองโดยส่วนตัวก็ต้องยอมรับว่าดีใจที่มีผู้นําในสังคมประชาธิปไตยที่มีความคิดสรรค์สร้าง สังคมที่เสมอภาค ที่เปึนธรรม แล้วที่สันติ และพยายามอย่างยิ่งในทุกวิถีทาง
ท่านประธานคะในช่วงสุดท้ายดิฉันขออนุญาตนําเสนอเลยนะคะว่า จะให้ รัฐบาลนั้นไปทําอย่างไร ดิฉันเห็นด้วยกับท่านสมาชิกวุฒิสภาตวง ซึ่งได้กล่าวไปก่อนหน้า นี้นะคะว่า อยากจะให้รัฐบาลนั้นหันกลับมาเน้นในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งของ ภาคประชาสังคมอย่างจริง ๆ จัง ๆ รวมไปถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่กันด้วยจิตสาธารณะ ความเปึนประชาธิปไตยที่จะต้องเคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน มีเสรีภาพก็จริงอยู่แต่ก็ต้อง ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น แล้วก็ต้องไม่เปึนปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ขอเร่งให้รัฐบาลนั้นดําเนินการเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ
ในประเด็นที่ ๓ ท่านประธานคะ เรื่องของความยุติธรรมนั้น ดิฉันคิดว่า ความจริงแล้วถ้าเรายอมรับความเปึนจริง สังคมที่ไหนก็เหมือนกันล่ะค่ะ ยากนักหนาที่จะ ให้มองเห็นความเสมอภาคอย่างเปึนจริงเปึนจังและเท่าเทียมกันทุกคน ดิฉันถ้าจะถาม สมาชิกรัฐสภาในที่นี้ทุกท่าน ทุกท่านก็คงจะเคยประสบปัญหาที่ในบางครั้งเมื่อเราเดินตรง เป็ะ ๆ ไปทํางานหลายเรื่องแล้ว ชีวิตของคนเหล่านั้นก็ลําบากยากเย็นทีเดียวถึงได้มี เรื่องเส้นสาย มีเรื่องโน้นเรื่องนี้กันนี่นะคะ มีแต่ว่าเราจะพยายามให้ดีขึ้นได้อย่างไร ดิฉัน อยากจะขออนุญาตเสนอแนะซึ่งอาจจะต้องเปึนความร่วมมือจากสื่อมวลชนด้วยว่า ในแต่ละ สัปดาห์หรือแต่ละเดือนน่าจะต้องมีคอลัมน์ที่รายงานถึงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม นั่น หมายถึงว่าคดีต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนนั้นสงสัยแล้วก็อยากจะรู้ว่า เอ๊ะ มันหายไปไหนแล้ว ขอให้รายงานได้ไหมคะว่าคดีนั้นคดีเสื้อเหลือง คดีเสื้อแดง คดีเสื้อน้ําเงิน คดีเสื้อขาวหรือ เสื้ออะไรก็แล้วแต่ไปถึงไหนแล้ว และเปึนอย่างไรบ้างนะคะ อยากจะให้ทําตรงนั้น
ในประเด็นสุดท้ายที่อยากจะเสนอแนะนํารัฐบาลก็คือว่า อยากจะให้ ช่วยกันเชิญชวน โน้มน้าว จูงใจสื่อมวลชนให้ทําหน้าที่ด้วยความมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ การนําเสนอข่าวนั้นก็อยากจะให้เสนอข่าวที่ตรงไปตรงมา ส่วนไหนที่เปึนความเห็นก็ต้อง ให้ประชาชนรู้ว่านั่นคือความเห็น แล้วก็อยากจะเสนอให้รัฐบาลนั้นได้ดึงเอารายการ ประเภทที่ให้คนที่หลากหลายมีความคิดต่างกัน แต่สามารถนั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันและ สะท้อนความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีอารยธรรม ไม่ต้องเสียดสี ไม่ต้องใช้คําหยาบ ทําได้ไหมใน ๒-๓ ประเด็นนี้ ดิฉันจึงอยากจะขออนุญาตเสนอรัฐบาลให้ช่วยพิจารณาด้วย ขอบพระคุณค่ะ