สุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

สุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา หารือเรื่องการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อหาทางออกร่วมกันของรัฐบาล และเสนอให้ลดความขัดแย้งทางการเมืองโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี

เรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจาก จังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เป่ดอภิปรายทั่วไป เพื่อประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ แห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่ารัฐบาลนั้น ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้ว และเพื่อนสมาชิก ก็ได้อภิปรายเมื่อวานนี้ไปทั้งวันในมุมมอง ในมิติต่าง ๆ แต่ว่าในวันนี้จุดประสงค์ในการ ที่เป่ดอภิปรายนั้นเพื่อมาหาทางออกร่วมกัน เพื่อประโยชน์สุขของทุก ๆ ฝ์าย และ ของประเทศชาติ วันนี้เปึนเวทีที่รัฐสภาได้เป่ดอภิปรายร่วมกัน วันนี้เปึนตัวแทนของ พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งพี่น้องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากสัดส่วน ของประชากรก็ดี แม้กระทั่งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งถือว่าเปึนสัดส่วนของ พื้นที่ก็ดี และสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการสรรหา ซึ่งมาจากตัวแทนของกลุ่มวิชาชีพก็ดี เปึนมุมมองที่ตัวแทนภาคส่วนของพี่น้องประชาชนมาพิจารณา มาอภิปราย มาเสนอแนะ ข้อแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ การปรึกษาหารือกันที่ต่างฝ์ายต่างอ้างระบอบประชาธิปไตย แต่มีความขัดแย้งกันในเรื่องความคิดความเห็นที่แตกต่างกันนะครับ ในต่างประเทศ อย่าง ประเทศอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ์น เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งประเทศมาเลเซียก็เปึน ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพวกเราก็ได้มีการศึกษาเรียนรู้ แม้กระทั่งดูงานในหลายประเทศ ก็เปึนระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีความแตกต่างกันทางด้านรัฐธรรมนูญ ทางด้านกฎหมาย และทางด้านวัฒนธรรมทางการเมือง ต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีความแตกต่างกัน เรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง ความคิดที่แตกต่างกัน ดังนั้นเองวันนี้เรามาพูดถึงหาทาง ออกร่วมกันดีกว่า ถ้ามาพูดเรื่องเก่าว่าใครผิด ใครถูก ผมฟังมารายละเอียดเมื่อวานทั้งวัน วันนี้เรามาหาทางออกร่วมกันเพื่อให้ประเทศชาติลดความขัดแย้ง ประเทศชาติอยู่รอด ปลอดภัย มีความเจริญมั่งคั่ง อยู่ดีมีสุข ถ้าเรายังมีความขัดแย้งกัน เราคิดหรือจะไปสู้รบ ตบมือกับต่างประเทศได้ ซึ่งขนาดต่างประเทศซึ่งมีความเข้มแข็ง มีความสมัครสมานสามัคคี ยังเกิดวิกฤติ เศรษฐกิจ เราเองเปึนประเทศที่ไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่ แต่ว่าถ้าขาดความสามัคคีแล้ว ประเทศชาติจะอยู่รอดได้อย่างไร ในส่วนตัวของผมเองนั้นในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ก็มี ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม หรืออาจจะคล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิกที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ ผมเองนั้นขอเสนอแนะ

ข้อที่ ๑ ปัญหาว่ารัฐ เรื่อง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งรัฐบาลประกาศใช้ ผมเห็นว่าก็ควรจะยกเลิกถ้าเกิดไม่จําเปึนโดยเร็ว เนื่องจากว่าความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ความเชื่อมั่นของต่างชาติ ถ้าประเทศเรา ยังคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่ก็ไม่เปึนสิ่งที่ดี แต่ถ้าเกิดว่าก็พยายามจะให้รัฐบาลเร่งรัดหรือ ดําเนินการให้อยู่ในความสงบ แล้วเท่ากับว่าให้ยกเลิกโดยเร็วนะครับถ้าไม่จําเปึน

ส่วนอันที่ ๒ รัฐควรแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อย่างที่เราพูดมาแล้วว่า ความขัดแย้งของประเทศเรานั้นทุกคนอ้างรัฐธรรมนูญซึ่งมีความแตกต่าง แต่ว่าความคิด มุมมองที่แตกต่างกัน ความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้นํามาใช้ถึงป้กว่าแล้ว ซึ่งหลายฝ์ายก็ยอมรับถึงข้อบกพร่องบางประการ เปึนไปได้ไหมครับท่านประธานครับว่า ข้อบกพร่องบางประการเรามาดําเนินการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามมาตรา ๒๙๑ ก็เป่ดโอกาสให้รัฐสภาแห่งนี้ได้พยายามแก้ไข รัฐธรรมนูญในสิ่งซึ่งหลาย ๆ ฝ์ายเห็นพ้องต้องกันถึงข้อบกพร่อง เพื่อว่าจะลดความขัดแย้ง ของบ้านเมืองได้ระดับหนึ่ง อาจจะไม่ได้ทั้งหมดนะครับ ก็เปึนความคิดส่วนตัว แต่ว่า ข้อบกพร่องที่จะให้พี่น้องประชาชนเห็นพ้องต้องกันในข้อบกพร่องนั้น ต้องยอมรับความ เปึนจริงนะครับว่า อะไรก็ตามคงไม่มีการสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ อะไรที่บกพร่อง ก็ควรจะแก้ไข ซึ่งสภาแห่งนี้ก็มีหน้าที่ หรือมีอํานาจหน้าที่สามารถดําเนินการแก้ไข เพิ่มเติมได้ตามมาตรา ๒๙๑ เช่นเดียวกัน

อันที่ ๓ ที่ผมฟังมาแล้วว่าการพูดว่า ๒ มาตรฐานนะครับ ๒ มาตรฐาน ถ้าตราบใดสังคมที่อยู่ร่วมกันก็ต้องมีกติกา คือกฎหมายที่อยู่ร่วมกัน กฎหมายนั้น ถ้ากฎหมายถ้าทุกคนใช้บังคับร่วมกัน ยอมรับร่วมกัน ได้รับความยุติธรรม จะทําให้คนใน สังคมนั้นยอมรับ และทําให้สังคมนั้นสงบสุขต่อไป ดังนั้นเองกฎหมายที่กราบเรียนแล้วว่า เปึนกติกาที่อยู่ร่วมกัน ดังนั้นเองกติกาที่มีอยู่แล้วควรจะให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และ ควรที่จะใช้บังคับอย่างเคร่งครัด คือกฎหมายคือกฎหมาย ถ้าตราบใดกฎหมายไม่สามารถ ใช้บังคับหรือมีข้อยกเว้นได้ จะเปึนเยี่ยงอย่างที่คนอื่นเลียนแบบหรือทําตาม ดังนั้นเอง ก็ขอเสนอแนะว่าควรให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน และดําเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่าง เคร่งครัด

เรื่องถัดมาเรื่องที่ ๔ เรื่องความเชื่อมั่นของประเทศชาติ อย่างที่ผ่านมาที่เรา ประชุมอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ คือประเทศอาเซียน ๑๐ ประเทศ บวกผู้นํา ๓ ประเทศ คือ จีน เกาหลี และญี่ปุ์น แล้วก็บวก ๖ คือเพิ่มประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย เข้าไป ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับชาติ ความเชื่อมั่นขณะแค่แม้กระทั่ง จัดการประชุมระดับชาติไม่ได้ ความเชื่อมั่นเราจะหายไป ดังนั้นเองก็ขอเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี มาพอดีนะครับ ช่วยเร่งรัดการจัดประชุมอาเซียนบวก ๓ บวก ๖ ให้โดยเร็วนะครับ เปึนการสะท้อนและเปึนการชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ใน ความสงบและมีความพร้อมในการจัดประชุมระดับชาติ แล้วก็ในการสร้างความเชื่อมั่น ในโอกาสในเวทีต่อ ๆ ไปนะครับ

ถัดมาเรื่องการท่องเที่ยวที่ทางรัฐบาลเห็นว่าเปึนวาระแห่งชาติ ก็เห็นดีด้วย นะครับ เพราะว่าเปึนการสร้างรายได้โดยที่ลงทุนต่ํา อุตสาหกรรมอย่างอื่นต้องมีสินค้าทุน แล้วถึงมีรายได้มา แต่การท่องเที่ยวเปึนรายได้ที่ได้มาง่าย ๆ แล้วกําไรเยอะ ๆ แล้วก็เปึน สิ่งที่ความเชื่อมั่น ความที่ว่าเปึนภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่อไป ดังนั้นเองก็เห็นด้วย กับรัฐบาลเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เปึนวาระแห่งชาติ

และที่สุดท้ายนะครับ เรื่องเราเองขัดแย้งทางการเมืองมากแล้ว ก่อนหน้านี้ วิกฤติเศรษฐกิจเราที่ผ่านมามีมามาก ดังนั้นเองก็ขอเรียนท่านประธานผ่านนายกรัฐมนตรี นะครับ อย่าห่วงแต่เรื่องการเมืองอย่างเดียวนะครับ ปัญหาเศรษฐกิจที่เราตกต่ํา ซึ่งการ คาดหวังของเอกชนในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รออยู่ ขอให้ทางรัฐบาลช่วยแก้ปัญหา เศรษฐกิจที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบต่อไปครับ ขอบคุณครับ