รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของสภาและรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้พรรคการเมืองต่างๆ ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมือง โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมืองที่นำไปสู่การลดอิทธิพลของประชาธิปไตย และการเพิ่มอำนาจของอำนาจเผด็จการ และเรียกร้องให้มองหาความจริงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการยุบพรรคการเมืองที่ไม่สมเหตุสมผล และขอให้นายกรัฐมนตรียอมรับความจริงและหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในท่ามกลางความขัดแย้งมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงบทนํานะครับ มีหนังสือพิมพ์มติชนฉบับประจําวันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒ เขียนไว้ ในหัวข้อว่า สู้กันในสภา สาระโดยสรุปก็คือว่า

ประวัติศาสตร์ทางการเมืองพิสูจน์ให้เห็นมาครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อใดรัฐสภา ไม่ทําหน้าที่ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ปล่อยให้รัฐบาลใช้อํานาจไปในทางมิชอบ จนบ้านเมืองเกิดวิกฤติ ประชาชนก่อปฏิกิริยาต่อต้าน บทสรุปมักจะลงเอยด้วยการถูกยึด ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อทั้งพรรคการเมือง ประชาชนและประเทศชาติ สําหรับประชาธิปไตยก็มี อันต้องล้มลุกคลุกคลานตลอดเวลา เมื่อรู้เช่นนี้แล้วจะปล่อยให้วิกฤติการณ์ดํารงคงอยู่ ทําไม ส.ว. และ ส.ส. คนไหนก็ได้ในพรรคการเมืองใดก็ได้ โปรดจับกลุ่มแล้วยื่นไมตรี ต่อกัน การช้าไปเพียงวันเดียวอาจนํามาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในแผ่นดินผืนนี้ก็ เปึนได้

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาจํานวนหนึ่งที่ ได้ประชุมฉุกเฉินเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ที่ผ่านมา จนได้ข้อสรุปจํานวนหนึ่งประมาณ ๖-๗ ข้อ เสนอต่อรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติทางด้านการเมืองที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยก็ได้นําเรื่องนี้เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน ทางพรรคเพื่อไทย เห็นความสําคัญของการดําเนินงานในสภาผู้แทนราษฎร โดยในวันที่ ๘ และวันที่ ๙ เมษายนที่ผ่านมา

ในวันที่ ๘ เรามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากฎหมาย เรื่องวาระการดํารงตําแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่นหลายฉบับ ทางฝ์ายค้านก็ให้ความ ร่วมมือกับรัฐบาลด้วยดีในการผ่านกฎหมายหลายฉบับ พอมาถึงฉบับสุดท้ายสมาชิกก็ยัง อยู่กันเต็มสภา ซึ่งจะต้องมีการลงคะแนนกฎหมายฉบับนี้ มีการประสานงานในเบื้องต้น โดยทางพรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน เปึนผู้ที่จะยื่นญัตติด้วยปากเปล่า เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาวิกฤติทางด้าน การเมืองต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่น่าเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเปึนพรรคการเมืองที่มี ความเชี่ยวชาญในการทํางานในสภา เปึนพรรคการเมืองเก่าแก่ กลับทําให้สภาล่มด้วย การขาดองค์ประชุม ไม่ครบองค์ประชุม วันแรกผมยังไม่ติดใจเท่าไร ก็คิดว่าทางฝ์าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะยังไม่ได้สื่อสารกับผู้บริหารให้รอบด้าน แต่ในวันที่สอง คือวันที่ ๙ เมษายนต่อเนื่องมา ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยก็ได้ ปรึกษาหารือเรื่องนี้กันอีก แล้วก็มอบหมายให้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ที่จะยื่นญัตติ ด้วยปากเปล่าอีกเช่นกัน หลังจากจบกระทู้สด มีการประสานงานกันระหว่างวิปทั้ง สองฝ์ายแต่ไม่น่าเชื่อครับท่านประธาน มีการทําให้สภานี้ต้องเลิกกลางคัน โดยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นบอกว่า มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น เมื่อมี เหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น ทําไมไม่พิจารณากันหรือแก้ไขปัญหากันในสภา ทั้ง ๆ ที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยู่กันพร้อมทั้งสองฝ์าย

ผมจึงอยากจะตั้งคําถามแรกครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องนี้ หรือไม่ แค่ไหน อย่างไร ท่านให้นโยบายที่จะนําปัญหานี้โดยใช้เวทีแห่งสภามาแก้ไข ปัญหานี้มากน้อยเพียงใด หลายคนอาจจะพาลคิดไปว่า เอ๊ะ ที่ไม่ประชุมสภานี่หรือว่าจะ ป่ดประตูตีแมวกัน ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่หลายคนเขาคิดว่าทําไมไม่เอาเรื่องนี้มาคุยกัน ในสภา นี่คือเรื่องแรก ประเด็นแรกที่ผมอยากจะสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี

ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานครับ มีการแอบอ้างสถาบันอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์ในการทําลายล้างฝ์ายตรงข้าม ผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกัน ในทางการเมือง ในวันที่ ๙ เมษายน ชัดเจนครับท่านประธาน สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตคงจะต้องเอ่ยนาม คุณอรรถพร พลบุตร ได้ตะโกนในสภา ๓-๔ ครั้ง ชี้หน้า มาทางพรรคฝ์ายค้านว่า ไอ้พวกล้มล้างสถาบัน ใช้คําพูดนี้ชี้มายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทางกลุ่มพรรคฝ์ายค้านว่า ไอ้พวกล้มล้างสถาบัน คําพูดนี้ย้ําแล้วย้ําอีก ๆ ทั้ง ๆ ที่มี พรรคพวกเตือน ดึง ผมโดยส่วนตัวโกรธจนตัวสั่นไปหมด นึกไม่ถึงว่าจะมีการกล่าวหากัน กลางสภามายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกฝัืงหนึ่งได้ ในขณะเดียวกันสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่เพิ่งเกิดครับท่านประธาน แม้แต่ตอนการจัดตั้งรัฐบาล ผมและผู้ช่วย ส.ส. ของผมได้รับการติดต่อ ได้รับการประสานงานว่า อย่าดึงเลย อย่าสู้เลย รู้ไหมสู้กับใคร สู้กับสถาบัน ไม่มีทางชนะ ผมไม่เชื่อ ผมให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ต่อสื่อมวลชน แต่ก็ไม่เห็นมี คนใดออกมาแก้ข่าวนี้ หนังสือพิมพ์ก็ลงอยู่ ทีวีก็ออกอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมได้ประสบมาด้วยตนเอง จะตั้งกรรมาธิการ ขึ้นมาตรวจสอบผมก็ยินดีนะครับในเรื่องนี้ว่ามีการกล่าวอ้างกันจริง คนไทยเรารักและ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยกันทั้งนั้น เราเพิ่งภาคภูมิใจเมื่อไม่กี่วันมานี้ในการที่ไป รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย ทุกคนมีความสุขทั้งนั้นยิ้มแย้ม แจ่มใสในวันที่ไปรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพิ่มสายขึ้น เพิ่มชั้นขึ้นเปึนความ ภาคภูมิใจ แต่การมากล่าวหา การมาแอบอ้าง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนสิ่งที่พวกผมยอมรับ ไม่ได้ วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์คร่าว ๆ วันที่ ๕ พฤษภาคม วันฉัตรมงคล กระทรวงมหาดไทย จะระดมพล ๒ แสนคนใส่เสื้อสีน้ําเงิน นี่มันอะไรกันครับท่านนายกรัฐมนตรี แสดงว่า ความคิดอย่างนี้มันยังดํารงคงอยู่ มันก็จะมีเสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อน้ําเงิน ออกมาเปรอะ ไปหมดในอนาคต แล้วเราจะเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราอย่างไร ผมดีใจที่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้สั่งห้ามไปแล้ว แต่ความคิดนี้มันยังดํารงคงอยู่ในรัฐบาลของ ท่าน แล้วปัญหามันเกิดมาจากตรงนั้น เดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกของผมได้กล่าวไปในตอนต้น ก็คือ คุณเจริญ จรรย์โกมล ว่าเราอย่ามองแค่ปลายเหตุถึงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน แต่เราต้องมองต้นเหตุสาเหตุของการชุมนุมของพี่น้องประชาชนจํานวนไม่ต่ํากว่า ๒-๓ แสนคนว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเปึนความคับแค้นทาง ด้านจิตใจสะสมที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ท่านประธานที่เคารพครับหลังจาก ปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ เปึนต้นมา ประเทศของเราดําดิ่งลงยังเหวลึกอย่างไม่ เคยปรากฏมาก่อน ที่ว่าไม่เคยปรากฏมาก่อนก็เพราะว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ประเทศเดียว ในประชาคมโลก เราเปึน ๑ ในประชาคมโลกที่จะต้องติดต่อกับนานาชาติ ต่างประเทศ เขาไม่คบค้าสมาคมกับเราเลยในช่วงของการปฏิวัติรัฐประหาร กฎกติกาที่ออกมา ก็เพื่อทําให้การเมืองนั้นมันอ่อนแอ แต่อํามาตย์เข้มแข็ง กฎกติกาออกมาอย่างนั้นจริง ๆ พวกเราทราบกันดีอยู่ ที่สําคัญผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่าผมไม่เคยคิดช่วย คนคนเดียว ไม่เคยมีความคิดอย่างที่เคยมีการกระแนะกระแหนกัน ค่อนขอดกัน แต่ถาม กลับไปว่าคนคนเดียวนั้นเขาได้รับความเปึนธรรมหรือไม่ กฎกติกาที่มาเล่นงานเขา มันยึดโยงมาจากประชาชนหรือไม่ อํานาจประชาชนหรือไม่ ยกตัวอย่าง ผมฟันธงไปเลย ไม่อ้อมค้อม ยกตัวอย่าง กรณีที่ใช้คําพูดว่า นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาหลบคดี ๒ ป้ ถูกตัดสินจําคุก ๒ ป้ ถ้าใครเปึนครอบครัวเขา เปึนผู้ที่รักเคารพศรัทธาเขาจะคิด อย่างไร เมื่อเขาคิดอีกมุมหนึ่งว่ากฎกติกาหรือองค์กรที่มาเล่นงานเขานี่ มันเปึนกฎกติกาจากองค์กรที่ยึดโยงอํานาจประชาชนหรือเปล่า ผมมองว่า คตส. ไม่ใช่ องค์กรที่ยึดโยงมาจากอํานาจประชาชน แต่ คตส. ยึดโยงอํานาจมาจากปลายกระบอกป๋น ตรงนี้มองกันคนละมุมแล้ว เมื่อเรามองกันคนละมุม เราก็ต้องมองดูว่านานาชาตินี่เขา เชื่อถืออะไร นานาชาติเขาก็จะมองเรื่องประชาธิปไตยเปึนหลัก เมื่อประชาธิปไตยถูก บิดเบือน ถูกล้มล้างไปโดยอํานาจเผด็จการ แน่นอนนานาชาติเขาก็ไม่เชื่อ ผมถึงอยากจะ ให้มองตรงนี้ย้อนกลับไปยังเบื้องต้นว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นและมันสะสมมานี่มันจริงไหม นี่ในเรื่องตัวบุคคล

ในเรื่ององค์กร การยุบพรรคการเมือง ยุบแล้วยุบอีก ยุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคการเมืองอื่น ๆ ต่างประเทศเขามีแบบนี้ไหม ใครทําผิดก็ ว่าไปตามผิด นี่หมดเลย หมดทั้งพรรค ผมสะท้อนใจมากวันที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ต้องถูกยุบ เพราะทางพรรคของผมเคยถูกยุบมาก่อน เห็นเขาร้องไห้กันทั้งพรรคนี่สะท้อน ใจมากว่า เอ๊ะ แล้วคนที่เขาไม่ได้ทําความผิดนี่ทําไมจะต้องได้รับโทษด้วย นอกจากนั้น พี่น้องประชาชนที่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองเปึนล้าน ๆ คนต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ทําไมพี่น้องประชาชนต้องได้รับผลกระทบไปด้วย การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมากว่าจะหาผู้สมัคร รับเลือกตั้งครบ ๙๐ วันได้แทบตาย บางจังหวัดต้องไปเอาคนงาน ต้องไปเอายาม อยากจะล้มกันไปเลยทั้งหมดไม่ให้เหลือหรอเลยอย่างนั้นหรือ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วเรา มองว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม พี่น้องประชาชนเขาจึงรวมตัวกันมาเปึนแสน ๆ คน ใน จํานวน ๓ แสนคนที่มา ถ้าท่านเอา ๕ คนคูณเข้าไป นี่คือคนในครอบครัว ๑ ล้าน ๕ แสนคน ถ้าเอาญาติพี่น้องพรรคพวกเพื่อนฝูงเอาอย่างน้อย ๑๐ คนคูณเข้าไปเปึนสิบล้านคน ท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าท่านคงไม่อยากจะมีปัญหากับคนเปึนสิบล้านคน ผมมั่นใจ อย่างนั้นวันนี้ถึงจะมาหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แต่การหาทางออกท่านต้อง ยอมรับความจริง สิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนี้มันก็จะเปึนความจริงจํานวนหนึ่งที่จะต้องมี การพิสูจน์กัน

ผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีในอีกประเด็นหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้รองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงหรือไม่ในการไปดําเนินการสั่งการร่วมกับบุคคล นอกคณะรัฐมนตรีที่เพื่อนสมาชิกต่อไปจะอภิปราย เปึนภาพปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอ (Clip Video) ชัดเจนว่า ไม่ใช่เปึนบุคคลในรัฐบาล แล้วตรงนั้นเปึนจุดสําคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤติ ทางด้านการเมืองตามมา ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ท่านเอาหลักฐาน อะไรมาออกทีวีพูลในทันทีหลังจากที่มีการยิงเอ็ม ๗๙ เข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงบอกว่า เปึนฝ้มือของ นปช. ผมเป่ดดูทันที เห็นอย่างนี้จริง ๆ ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงบอกว่าเปึนฝ้มือของ นปช. ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ได้เปึนพนักงานสอบสวน หรือท่านได้รับรายงานมาแล้วว่าเปึน นปช. มีพยานหลักฐานอะไรจับตัวได้แล้ว หรือเปล่า รับสารภาพหรือเปล่า หรือเห็นใส่เสื้อแดง หรือเห็นหน้าเห็นตา ตรงนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงจะต้องมาตอบ เพราะการออกทีวีพูลในห้วงเวลา นั้น เท่ากับการเติมน้ํามันลงในกองไฟ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ท่านต้องทบทวนการทํางาน ของทีมงานของท่านว่าก็มีส่วนอย่างสําคัญยิ่งที่ทําให้สถานการณ์มันพัฒนาไป

สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นต่อไปก็คือว่า กรณีการใช้กําลังทหาร และอาวุธสงครามเข้าปราบปรามพี่น้องประชาชน ตรงนี้ในเรื่องข้อกฎหมายก็จะมีทีมที่จะ มาอภิปรายต่อไป แต่ในข้อเท็จจริงผมอยากจะให้เปรียบเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาล ที่ผ่านมาแค่ใช้โล่ ใช้แก๊สน้ําตา ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ตํารวจ กําลังถูก ป.ป.ช. เล่นงานดําเนินคดีอยู่ นี่ใช้อาวุธสงคราม เดี๋ยวจะมีฝ์าย เชี่ยวชาญมาว่า การยิงลูกจริงกับลูกปลอมมันเปึนอย่างไร เขาจะพิสูจน์กัน วันนี้เปึนสิ่งที่ จะต้องพิสูจน์เพื่อหาความจริงว่าคืออะไร การใช้อาวุธสงคราม แน่นอนบาดเจ็บเปึนร้อย ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทางการเมืองครับ ผมมีความเห็นส่วนตัวอย่างนั้น เพราะอะไร เพราะพรรคของท่านบอกว่า ประชาชนต้องมาก่อน ผมจับใจแกนนําของ นปช. พูดก่อนจะสลายตัวว่า อยากจะให้ผู้ที่ชุมนุมได้รับความปลอดภัย อยากจะรักษา ชีวิตของผู้ชุมนุม ดังนั้นจึงสลายตัว ถ้าเขาเห็นแก่ตัว ดื้อรั้น เขาจะต้องเอาพี่น้องประชาชน เปึนโล่กําบังเหมือนกับที่อีกสีหนึ่งเคยเอาผู้หญิง คนแก่ คนชรา เปึนโล่กําบัง แต่นี่เขา ไม่ครับ เขาสลายตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลซึ่งจะต้องดูแลพี่น้องประชาชน กลับใช้กําลังทหาร ๕๐ กองร้อย หลายพันคน นะครับ ๕๐ กองร้อย อาวุธสงคราม อาวุธสงครามนี่ในเอเชียที่ใช้กันมีประเทศเดียวครับ แล้วก็ประเทศนั้นเปึนเผด็จการ ไม่ได้เปึนประชาธิปไตย เปึนรัฐบาลทหาร นอกนั้นดูทั่วโลก ที่เขาใช้อาวุธสงครามปราบปรามประชาชนนี่ คือประเทศในแอฟริกา ซึ่งก็เปึนเผด็จการ เช่นกัน ประเทศไทยเราตกต่ําถึงเพียงนั้นเชียวหรือที่ใช้กําลังทหาร ใช้อาวุธสงครามในการ ปราบปรามพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบ ทางการเมือง

ผมมีสิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในประเด็นต่อไปก็คือว่า ขณะนี้เรามองการเมืองมองชั้นเดียวไม่ได้ครับ ถ้าเปึนหมากรุกนี่อาจจะต้องหลายชั้น มอง ข้ามช็อท (Shot) ไป มีเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นแล้วเราคาดไม่ถึง ยกตัวอย่าง วันหนึ่ง ผมอยู่ที่จังหวัดนครพนม ผมเป่ดทีวีดูช่องเอเอสทีวี ลูกพรรคของท่านซึ่งเปึนแกนนําพันธมิตรอภิปรายให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยระบอบ ทักษิณเปึนระบอบทุนนิยมสามานย์ ผมไม่แปลกใจเลย เปึนเรื่องธรรมดา แต่ที่ผมแปลกใจ ก็คือว่า เขากลับต่อว่ามายังพรรคที่ตัวเองสังกัดว่าเปึนอนุรักษ์นิยมสามานย์ แปลกใจ งง มันเกิดอะไรขึ้น ผมตามไม่ทัน แต่หลังจากมาวิเคราะห์สถานการณ์ที่มาพัฒนาไป ก็เห็นว่าช่วงนั้นรัฐบาลกําลังจะออกหมายจับพันธมิตรหลายคน ก็มีการตัดพ้อต่อว่ามายัง รัฐบาล ลืมเรื่องเก่าแล้วหรือ ได้เสื้อสีใหม่แล้วลืมเรื่องเก่า นี่คือสิ่งที่เปึนประเด็นแรกที่ ผมตั้งข้อสังเกต

ประเด็นที่สอง ในทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากการลอบสังหารบุคคลสําคัญ ในแกนนําพันธมิตร ไม่น่าเชื่ออีกเหมือนกัน ทั้งลูกชาย ทั้งแกนนําพันธมิตรให้สัมภาษณ์ ไม่ได้พูดถึงเสื้อสีแดงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้ง ๆ ที่เหลืองกับแดงแทบจะฟัดกันบ้านเมือง แตกวุ่นวายในอดีตที่ผ่านมา แต่เขากลับไปมองของอํานาจนอกระบบ กลับไปมองสีอีก สีหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงใช้อยู่ในขณะนี้ เปึน เรื่องที่ผมก็คาดไม่ถึงว่าขณะนี้บ้านเมืองมันพัฒนาไปถึงไหนอย่างไรแล้ว นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมเห็นว่าขณะนี้บาดแผล ของความขัดแย้งมันร้าวลึกลงไปยังพี่น้องในชนบท ผมถูกต่อว่าจากพี่น้องในจังหวัดของ ผม ทําไมไม่ล้อมศาลากลาง ทําไมไม่ยึดศาลากลาง ผมเคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน ผมก็บอกว่าไม่ได้ เกิดมีมือที่สาม ไปดําเนินการกับศาลากลาง งบประมาณที่เราจะไปทํา ถนน เรื่องแหล่งน้ําในอนาคต เราก็ต้องมาซ่อมแซมสถานที่ราชการ เงินเรามีน้อยในภาวะ เศรษฐกิจบ้านเมืองอย่างนี้ เราหาวิธีอื่นในอันที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจะดีกว่า ผมบรรเทาเบาบางไปเยอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายก็บรรเทาเบาบางปัญหา ต่าง ๆ เหล่านี้ไปเยอะ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีถ้ายังปล่อยสถานการณ์ให้มันมีการพัฒนา แตกแยกไปมากกว่านี้ ผมไม่อยากจะเห็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดอยู่บนบัลลังก์ แต่ข้างล่างเต็มไปด้วยกองเลือด ผมไม่อยากเห็นอย่างนั้น ผมถึงอยากจะให้ท่านแสดง ความรับผิดชอบทางการเมืองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าคนไหนฝ์ายไหนจะตายก็เปึน คนไทยเหมือนกัน ไม่ว่าฝ์ายไหนคนไหนจะบาดเจ็บก็เปึนคนไทยเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะให้ท่านแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ท่านต้องเปึนตัวของตัวเอง ตรงนี้ สําคัญที่สุด ถ้าท่านเปึนตัวของตัวเองผมคิดว่าท่านจะสมาร์ท (Smart) มาก ทําไม ผมคิดว่าท่านอาจจะไม่ใช่เปึนตัวของตัวเอง เพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน เชิงบู๊ ในเชิงฟาดฟัน มันไม่น่าจะเปึนนิสัยของท่าน ท่านจะต้องตัดสินใจทางการเมือง เพื่อรักษาประเทศของเราเอาไว้ให้ได้ ขณะนี้ผมไม่ได้มองเรื่องพรรคเรื่องพวก ไม่ได้มองถึง ขนาดนั้น เพราะประเทศชาติมันย่ําแย่เลยจนกว่าที่เราจะมองเรื่องพรรคเรื่องพวกเรื่องพ้องแล้ว ต้องเอาประเทศชาติไว้ให้ได้ ถ้าท่านนึกตรงนี้ได้ลองไปเอาชวเลขหรือ สิ่งที่ท่านอภิปรายเสนอไว้ ผมไม่อยากจะเอามาอ่านตรงนี้เสียเวลา ในสิ่งที่ท่านได้เคย เสนอไว้ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง

สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านเปึนประเด็นสุดท้ายก็คือว่า หลังจากที่ วิปฝ์ายค้าน วิปรัฐบาล วิป ส.ว. ประชุมกันเมื่อวานนี้ มีข้อตกลงใจในอันที่จะเยียวยาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นก็เกิดการต่อต้านยกใหญ่ คุณประสงค์ สุ่นศิริ ให้สัมภาษณ์ขู่ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมใช้คําว่า ขู่ ท่านต้องเลือกเอาแล้วว่าท่านจะยืนอยู่เคียงข้าง ประชาธิปไตยหรือจะไปรับใช้เผด็จการในสิ่งที่มีการตกทอดกันมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เปึนต้นไป ผมมีเรื่องกราบเรียนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ