สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย โดยกล่าวถึงความไม่เท่าเทียมและความไม่สมานฉันท์ระหว่างกลุ่มรัฐบาลและกลุ่มฝ่ายค้าน รวมถึงการไม่ให้ความสำคัญกับความต้องการของประชาชน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิก รัฐสภา และในนามของพี่น้องประชาชนซึ่งเข้าร่วมการชุมนุม และอีกมุมหนึ่งในฐานะ ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่เช้ามานั้นเราได้มีการ นําเสนอเฉพาะภาพของกรุงเทพมหานคร วันนี้กระบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนั้นมัน ไปทั้งแผ่นดินแล้วครับ ที่เขาบอกว่าแดงทั้งแผ่นดิน เราลืมนึกไปว่าสิ่งที่เขาเคลื่อนไหว เข้ามากรุงเทพมหานครนั้นมันมีรากเหง้าครับ เราอย่าลืมว่ารากหญ้าของพวกเรานั้นตั้งแต่ เกิดการปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายนนั้น พี่น้องรากหญ้าของเรานั้นลําบากมากครับ ท่านประธานที่เคารพ ผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ สิ่งเหล่านั้นได้สะสมมา เพราะ เราลืมไป ว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคือประชาธิปไตยที่ทําให้พี่น้องลืมตาอ้าปากได้ เขาคิด คํานึงว่าสิ่งที่เขาเคยได้เคยมี เคยมีศักดิ์ศรีอยู่ในสังคม เคยทํากระบวนการทุกอย่างโดย นโยบายของรัฐ เขาถูกตัดรอนนะครับ บางคนก็บอกว่าเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บางคนก็ถูกกล่าวหาว่าการเมืองที่มาของรัฐบาลไม่ชอบธรรม แต่เราลืมไปว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ให้สิทธิชุมชน ให้สิทธิพี่น้องประชาชน อย่างมากมายมหาศาล เราไปมัวแก้กันว่าเราจะประกาศกฎอัยการศึกอย่างไร จะใช้ พ.ร.ก. กดหัวพี่น้องเราอย่างไร แล้วก็คิดว่ากรุงเทพมหานครถ้าเราประกาศแล้วเราจะได้ทั้ง แผ่นดิน เราคิดได้แค่นี้ครับ เรานึกว่ากรุงเทพฯ คือประเทศไทย ไม่ใช่ครับ ท่านประธานที่เคารพ กรุงเทพฯ เปึนเพียงส่วนหนึ่งที่เสนอความขัดแย้งให้สื่อให้ทั่วประเทศเห็น แค่นั้นเอง แต่ความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางความเชื่อถือ ความขัดแย้ง ในเรื่องของระบอบประชาธิปไตยนั้นมันไปทั้งแผ่นดินครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองนั้นในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้าไปอยู่กับพี่น้องประชาชนและได้รับ ฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนนั้น วันนี้พี่น้องประชาชนหลายภาคส่วนคิดเกินกว่า นักการเมืองแล้วครับ เขาคิดไปไกลกว่านักการเมืองอย่างพวกเราหลายเท่าครับ เขาคิดถึง การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เปึนธรรม เขาคิดถึงกระบวนการทางการเมืองที่ได้มาจาก อํานาจที่เขาเลือกเข้ามาแล้วกลับไม่ใช่ที่เปึนตัวแทนอย่างแท้จริงของเขา นี่ต่างหากคือ รากเหง้าของความขัดแย้ง มันไม่ใช่สีแดงหรือสีเหลือง แต่สิ่งที่เขาทนไม่ได้ก็คือเรื่องของ ๒ มาตรฐาน ท่านครับ ท่านได้เข้าสู่อํานาจ แต่ท่านค่อนข้างที่จะเฉื่อยชากับเสื้อเหลือง ไม่ว่าการบุกยึดสนามบิน การดําเนินคดี การบุกยึดทําเนียบ ท่านพยายามที่จะหลีกเลี่ยง นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากมาเลยนะครับ พยายามที่จะไม่พูดถึงสิ่งเหล่านั้น เสมือนหนึ่งว่าสมานฉันท์และเสมือนหนึ่งว่ารู้กันกับกระบวนการของเสื้อเหลือง นี่คือ ความรู้สึกจริง ๆ ครับ ผมเองนั้นก็พยายามอธิบายกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดว่าเรา เปึนนักการเมืองอันไหนคือความถูกต้องเราก็อยู่ส่วนนั้น แต่พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งเขาก็ เถียงว่า ท่านได้อํานาจมาโดยไม่ถูกต้อง เราจําเปึนที่จะต้องเข้ามาเพื่อที่จะชี้ให้รัฐบาล เห็นว่ายุบสภาเถอะ คืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนเถอะ เขาปรารถนาแค่นั้นละครับ ส่วนการโฟนอิน ส่วนการป่ดดีทีวี ส่วนป่ดวิทยุชุมชนในฝ์ายของเสื้อแดงนั้น นั่นเปึนเพียง องค์ประกอบความชอบธรรมที่ท่านอ้างเพื่อใช้อํานาจต่อท่ออํานาจของท่านให้อยู่ยืนยง คงกระพันต่างหาก ท่านประธานที่เคารพ นี่เปึนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนจริง ๆ เรา จําเปึนต้องเอาความจริงมาพูดกันครับ ถ้าวันนี้เราเรียกร้องความสมานฉันท์ แต่เรายัง ไม่เอาความจริงมาพูดกันมันก็เปึนความเหนื่อยเปล่าครับ แล้วเราก็จะอยู่บนซากน้ําตา ซากศพ ซากเลือด เราก็จะแสวงหาอํานาจกันอย่างนี้เปึนวัฏจักร จากป้ ๒๕๑๕ ป้ ๒๕๑๖ มาป้ ๒๕๑๙ มาป้ ๒๕๓๕ แล้วก็มาป้ ๒๕๕๒ ได้อํานาจ แล้วก็ยึดอํานาจ ร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ได้พวกเราเข้ามาสู่อํานาจ แล้วก็ขัดแย้งกันเอง วันนี้พี่น้องประชาชนเขา ไม่ยอมนะครับ เขาจะลุกขึ้นมาทวงถามการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เขาต้องการอํานาจของเขาคืนครับ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานสภาผ่านไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีคิดถึงการยุบสภาเถอะครับ แล้วชูนโยบายมาสู้กันใหม่ ใครชนะพี่น้อง ประชาชนเลือกมาแล้วก็ต้องยอมครับ ก็ต้องยอมให้เขาบริหารจัดการประเทศ เราเลิกใช้ วิธีการที่ไปฉกชิงวิ่งราวแต่ละฝ์าย แต่ละส่วนเพื่อต้องการเสียงอํานาจในรัฐสภาแห่งนี้ พี่น้องครับ ผมเองนั้นแปลกใจครับ ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์นี้อยู่ที่พัทยาครับ เสื้อนี้ ซูมด้วยนะครับ ทีวี ช่อง ๑๑ เสื้อนี้ท่านรัฐมนตรีบุญจงถือเมื่อวันอภิปรายวันหนึ่งกับ เสื้อนี้ที่พัทยาครับ เหมือนกันเลยครับ ทําให้พี่น้องประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่าชุดสีน้ําเงิน ที่ผ่านมาที่พัทยานั้น มีการจัดฉากกันหรือเปล่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านต้อง รับผิดชอบครับ เพราะตรงนั้นคือสถานการณ์ที่เปึนจุดน้ําผึ้งหยดเดียว คล้ายกันเหลือเกินครับ ท่านครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าเมื่อกระบวนการของเสื้อแดงที่เขาเดินทางไปสู่จังหวัดชลบุรีไปที่ พัทยา ซึ่งนําโดยนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นั้น ก็เปึนการต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างปกติ สงบ และเป่ดเผย เพียงแต่ต้องการไปยื่นหนังสือให้ตัวแทนได้รับทราบว่ารัฐบาลนั้นไม่ชอบ ในการที่จะจัดการประชุมอาเซียน เขาต้องการอย่างนั้นจริง ๆ แล้วในทางสากลนี่การยื่น หนังสือก็ถือว่าเปึนเรื่องปกติครับ การประชุมจี ๗ การประชุมอาเซียน การประชุมที่ไหน ทั่วโลก เมื่อพี่น้องประชาชนไปยื่นหนังสือแล้วก็จบครับ เปึนการนําเสนอทางกระบวนการ ในการต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่มันนอกเหนือกว่านั้นครับท่านครับ นี่ครับคือ ท่านระแวงมวลชน หวาดระแวงกันจนเกินไป มีการวางแผนที่จะปราบเสื้อแดง โดยคิดว่า คนกลุ่มนี้เปึนผู้ที่ก่อความไม่สงบจะทําให้ประเทศชาติเสียหาย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านจําภาพนี้ได้ไหมครับว่าค่ําคืนวันนั้นท่านได้มีการวางแผนร่วมกัน คนใส่หมวก ท่านเนวินครับ คนที่ชี้คือท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วคนที่เปึนทหารพรางนี่เก่งนักจับ พี่น้องประชาชนมือเปล่านี่ เสธ. ทหารครับ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ เก่งนัก กับประชาชนคนไทยด้วยกันนี่ นี่ครับท่านจําได้ไหมครับ ถ้าคิดแล้วนึกว่าเปึน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นะครับ นี่ครับ นี่คือการเกิดเมื่อมีการสลายม็อบ มีการลุกฮือกันที่พัทยา ท่านประกาศภาวะฉุกเฉิน และมีการจับอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับ จตุพร พรหมพันธุ์ ไปกักขังไว้ในที่ไหนไม่อาจทราบได้ พี่น้องประชาชนในการชุมนุมก็จําเปึนที่จะต้อง เรียกร้องครับ ขบวนการก็เกิดความเครียดก็จําเปึนที่จะต้องยกระดับการต่อสู้ ตรงนี้ผม ต้องถามว่าความรับผิดชอบของรองนายกรัฐมนตรีจะเปึนอย่างไรที่เกิดตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพ หลังจากที่ท่านประกาศภาวะฉุกเฉินหรือ พ.ร.ก. ความมั่นคงที่ พัทยาแล้ว พี่น้องประชาชนของเราส่วนหนึ่งก็กลับ แต่ก็ยังถูกหลายส่วนซึ่งเปึนบางภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ภาพเหล่านี้เพื่อน ๆ ของผมก็ได้โชว์ให้กับพี่น้องประชาชนได้เห็นแล้ว หลังจาก ที่มีการอันนั้นพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็มีการบุกแสดงออกทางการเมืองด้วยเจตนา บริสุทธิ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือการชุมนุมทางการเมืองอย่างเป่ดเผยปราศจากอาวุธ และมีการดําเนินกิจกรรมทางการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลอย่าใช้ความรุนแรง อย่าใช้ ความรุนแรงกับพี่น้องชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่เสียงพี่น้องมวลชนในต่างจังหวัดแผ่วเบา เหลือเกินครับ ฝ์ายความมั่นคงอ่านจากรายงานท่านอ่านผิดๆ ถูกๆ หรืออาจจะถูกกดดัน ว่าจะต้องย้ายนายตํารวจ ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ย้ายข้าราชการที่ปล่อยให้มีการชุมนุม ในศาลากลางหรือเขตศาลากลาง มีความกดดันทุกอย่างครับ ผมเองห้วงเวลานั้นผมได้ ขออนุญาต ผมกลับพื้นที่ ผมได้เห็นความอึดอัดของพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะที่จังหวัดลําพูน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเปึนการชุมนุมสงบ เป่ดเผย และไร้ซึ่ง อาวุธใดๆ ทั้งสิ้น อึดอัดครับ แต่จังหวัดภาคเหนือและทั่วประเทศด้วย ใส่เสื้อแดงออกมา จากบ้านมาฟัง ดีสเตชั่น มาฟังว่าพวกเราอยู่กันอย่างไร สุดท้ายครับ สิ่งที่เขาแค้นกว่านั้นคือท่านป่ดวิทยุชุมชนและดีสเตชั่น ซึ่งเปึนการสื่อสาร ๒ ทางที่ชัดเจนที่สุด อีกฝ์ายหนึ่งไม่พอใจเสื้อแดงก็ไปดู เอเอสทีวี ไปดูช่อง ๑๑ ไปดู รวมการเฉพาะกิจที่มีทหาร ๑ คน แล้วก็มีหมอ ออกแล้วออกอีก ฝ์ายที่เขาอีกฝ์ายหนึ่ง ที่เขากลาง ๆ เขาก็ดูทุกช่อง แต่พอดีทีวีเปึนจอดํา วิทยุชุมชนถูกทหารค้น ตํารวจค้น ยึด แล้วชาวบ้านท่านลองคิดดูสิครับ อยู่ ๆ สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้น เขามีวิจารณญาณนะครับ เขาไม่ได้ก่อความรุนแรงอะไรเลย เขาก็มานั่งฟังกันอย่างสงบ เขาก็ออกมาท้องถนนสิครับ ท่านครับ นี่ในต่างจังหวัดนะครับ ในกรุงเทพมหานครไม่ต้องคิดว่ามันจะรุนแรงกันขนาด ไหน เขาก็ออกถนนสิครับ เมื่อออกถนนคนมันเยอะนี่ครับ ท่านจะให้ทําอย่างไร ท้องถนน คือที่สาธารณะ ถ้าอยู่ศาลากลางนี่ความเครียดมี ความเสี่ยงที่จะเผาศาลากลางก็จะเกิดขึ้นครับ ความเสียหายมันจะเกิดขึ้นเพราะเปึนศูนย์อํานาจรัฐส่วนหนึ่ง เพราะท่านไปป่ดดีทีวี ไปป่ดวิทยุชุมชน เอาทหาร ตํารวจเข้าตรวจค้น ทั้ง ๆ ที่ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไม่ได้ควบคุม ในจังหวัดนั้น ๆ เลยครับ พอเราเอาพี่น้องประชาชนมาบนท้องถนน ท่านก็ออกหมายจับ หมายเรียก ผมก็โดน โดนไป ๒-๓ โรงพัก เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตีข่าวใหญ่โตหมด หาว่าอย่างโน้นอย่างนี้ นี่คือการสื่อสารทางเดียวครับ ท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้เราสื่อสารทางเดียว แน่จริงท่านยกเลิก พ.ร.ก. เย็นนี้สิครับ เป่ดดีสเตชั่นสิครับ เป่ดวิทยุชุมชนสิครับ แล้วให้ประชาชนตัดสิน ไหนว่าประชาชนมา ก่อนล่ะครับ ไหนว่าประชาชนมาก่อนล่ะครับ หรือประชาชนมาก่อนแล้วนั่งรอท่านบริหาร ประเทศ พฤติปฏิบัติของพวกเรานักการเมืองมันเห็นกันครับ ก่อนได้อํานาจกับหลังได้ อํานาจนี่ไม่นานเลยครับ ๓-๔ เดือนเห็นกันเลยครับ ผมเองนั้นเข้าใจครับ การต่อสู้ความ คิดเห็นความต่างทางการเมืองเราผ่านมาหมดแล้วครับ แต่ครั้งนี้มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล เยอะแยะครับ ท่านมองเสมือนหนึ่งว่ากลุ่มชนสีแดงนั้นมันไม่มีเส้น เปึนไพร่ เปึนคนชั้นต่ํา เสียงไม่ดังละครับ เดี๋ยวโดนทหารเอาท๊อปบู๊ต (Top boot) เข้ามาเหยียบเขาก็กลับ ท่านกําลังประเมินสถานการณ์พี่น้องของผมพลาดแล้วครับ วันนี้พี่น้องของผมคิดไกลกว่า พวกเราเยอะครับ เขาคิดถึงขั้นอยากจะจัดการบริหารงบประมาณแบบอิสระด้วยซ้ําไป เขายังมองว่างบประมาณที่จะกู้แล้วมาถมที่กรุงเทพฯ เกือบ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่ได้ ประโยชน์อะไรเลย แต่ลูกหลานเขาต้องมาแบกรับภาระ ส่งข้าราชการจากส่วนกลางไป เสวยอํานาจ กดขี่ข่มเหงเขา แล้วก็กลับมาเสพสุข มาเปึน ผบ.ทบ. มาเปึนปลัดกระทรวง มาเปึนอธิบดี ก็สร้างความยากจนของเขาทั้งนั้น วันนี้พี่น้องของเราคิดไปไกลแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่คิดเพียงแต่ว่าจะเปึนสีแดง สีเหลือง หรือไม่คิดเพียงแต่จะยุบสภา คิดไปไกลกว่านั้น ผมไม่อยากจะให้พี่น้องเราต้องเตลิดเป่ดเป่งไปมากกว่านั้นครับ เป่ดเวที ให้พวกเราเถอะ ไม่ยุบสภา ก็ยกเลิก พ.ร.ก. ภายในชั่วโมงสองชั่วโมงนี้เสีย ท่านต้อง รับผิดชอบครับ เราจะมาลอยหน้าลอยตาแล้วใช้สภาแห่งนี้ อภิปรายแล้วก็ไม่มีผลอย่างใด นี่ มันก็เสียเวลาพี่น้องประชาชนเปล่า ๆ วันนี้ผมเปึนนักการเมืองคนแรกครับที่เรียกร้องให้ ยุบสภา และเดินเข้าหาประชาชน แล้วชูนโยบายสู้กันใหม่ครับท่าน ไม่มีเสียงสวรรค์ใดเกิน กว่าเสียงสวรรค์ของประชาชน ทําเถอะครับ แล้วท่านจะได้บารมีกลับคืนมา วันนี้ท่านไม่มี ความสุขละครับ ท่านบริหารประเทศภายใต้สภาวะวิกฤติ วันนี้ก็จะไปกู้เขาอีก ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีก็เก็บไม่ได้ตามเปัา แล้วท่านไปสมคบกับผู้มีอํานาจนอกระบบ อีก แล้วก็ล้อมปราบพี่น้องประชาชนอีก ท่านคิดว่าท่านจะเดินถนนสายการเมือง เรายังอายุ ๔๐ ป้กว่าครับท่าน เรายังอายุ ๔๕-๔๖ ป้ กันครับ เรายังอยู่อีกไกลในถนนเส้นนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมเรียกร้องนะครับ ว่าวันนี้เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ว่าใครก็แล้วแต่เมื่อมีเหตุการณ์อย่างนี้แล้วต้อง รับผิดชอบครับ เมื่อเลือดตกยางออกกันแล้วการสั่งการใด ๆ ที่ท่านสั่งไปโดยชอบ หรือไม่ชอบ หรือโดยตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุมันเกิดแล้ว นักการเมืองรุ่นใหม่อย่าง พวกเรามีไหมครับที่จะรับผิดชอบตรงนี้ ผมเองนั้นพี่น้องของผมก็โดนหมายจับครับ ทั้ง ๆ ที่ชุมนุมโดยสงบ เป่ดเผย ไม่มีอาวุธ และพี่น้องที่ออกมาบริสุทธิ์จริง ๆ ครับ ออกมา พร้อมผักบุ้ง ออกมาพร้อมกับกับข้าวกับปลา ไม่มีเลยครับที่ว่าจัดตั้ง เขาเพียงแต่ต้องการ ระบอบประชาธิปไตยจริง ๆ เขาเพียงแต่ต้องการที่อยากจะเห็นรัฐบาลที่มาจากเสียง ส่วนใหญ่จริง ๆ เขาต้องการมีส่วนร่วมที่ไม่ใช่เฉพาะวันเลือกตั้ง ที่ไม่ใช่เฉพาะ วัน เข้าคูหาแล้วกาพวกเราเข้ามานั่งในสภาแห่งนี้ เขายังอยากจะตรวจสอบพวกเรา อีกครั้งหนึ่งครับ นี่คือปฐมเหตุครับ ในการที่ลุกขึ้นมาและเขาไหลเข้ามานี่ ท่านไม่แปลกใจ หรือครับ ไม่ใช่บารมีของ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร หรือครับ ไม่ใช่บารมี ของการโฟนอินใด ๆ ทั้งสิ้นเลย ผู้นําอย่างวีระ มุสิกพงศ์ จตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่มีบารมีพอที่จะเรียกคนมาเปึนล้านคน แต่สิ่งนั้นมันเปึนการตกผลึกในระบอบ ประชาธิปไตย เปึนการตกผลึกของจิตวิญญาณของพี่น้องรากหญ้าจริง ๆ ท่านไม่เห็น หรือครับ เสื้อแดงผมนี่หลงหมด ขนาดทหารเอารถมาจอดจะรับกลับบ้าน เขายังขึ้นรถ ไม่เปึนเลยครับ แล้วจะขับรถเมล์ จะเผาโน่นเผานี่เปึนหรือครับ ผมกังวลอย่างนี้ครับท่าน กังวลภาพเหล่านี้ละครับ กังวลภาพเหล่านี้ละครับ หรือปฏิเสธว่าไม่มีการสวมรอย เพราะฉะนั้นร่องรอยประวัติศาสตร์มันได้โจษจันไว้ครับ ไม่มีสิ่งใดที่จะบิดเบือน ประวัติศาสตร์ได้ เราสํานึกในอดีตกันทุกคนละครับ เข้าใจปัจจุบันแล้วก็มุ่งมั่นอนาคต สังคมวันนี้กําลังต้องการผู้ที่รับผิดชอบ ยิ่งท่านบอกว่าความรับผิดชอบของนักการเมือง อย่างพวกเรานั้นสูงกว่ากฎหมาย ผมจําประโยคอมตะวาจาของท่านเสมอ ผมก็คิดว่า สามัญสํานึกที่ท่านจะสูงกว่ากฎหมายคงจะต้องรับผิดชอบ จะยุบสภา จะลาออกแล้วแต่ ดุลยพินิจของท่าน ถ้าอํานาจที่ท่านได้มานั้นไม่สนุก ไม่ใช่อํานาจที่แท้จริงท่านอย่ารักษา ไว้เลยครับ เราอายุยังน้อยด้วยกันครับ เรากําลังจะนําประเทศชาติอีกหลายรุ่นครับ แค่วันนี้ถ้าท่านยืนขึ้นมายืดอกรับผิดชอบต่อสถานการณ์ ประกาศยุบสภา พี่น้องประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญ และเราก็เดินไปหาประชาชน และจะได้รู้กันว่า เหตุการณ์วันนั้น วันที่ ๑๓-๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ หรือเหตุการณ์ที่จะผ่านไปจะเกิดขึ้นใน อนาคตนั้นประชาชนจะเปึนผู้ตัดสิน วันนี้เราไม่ทราบละครับว่าใครเปึนผู้ตัดสิน เพราะอํานาจวันนี้ยังอยู่ภายใต้ท๊อปบู๊ต ภายใต้อํานาจมืดอยู่ ผมก็ยังแปลกใจว่าทหาร ไปเกี่ยวข้องในต่างจังหวัดได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่ไม่ออก พ.ร.ก. ไปกันหมดครับ ท่านครับ ท่านอาจไม่สั่ง ท่านอาจไม่รู้ วันนี้เขาอ้างครับ อ้างสถาบัน อ้างหาว่าให้เราสมานฉันท์กัน โดยใช้ทหาร กอ.รมน. (กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน) บวกกับกองกําลัง บางส่วนในต่างจังหวัด วันนี้เต็มพื้นที่ครับท่านครับ แล้วเราจะสมานฉันท์กันได้อย่างไร ท่านกําลังใช้คนผิดกับงานแล้วนะครับ คนเหล่านั้นเขาให้เปึนรั้วของชาติครับ ไม่ใช่มา ปราบพวกเดียวกันครับ เราใช้ภารกิจเขาเปึนรั้วของชาติไปยันเขาพระวิหารให้อยู่ก็แล้วกัน ไปยัน ๓ จังหวัดชายแดนให้อยู่ก็แล้วกัน ตรงนั้นครับคือภารกิจหลัก ส่วนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุขนั้นมันเปึนจิตสํานึก ของคน ๖๓ ล้านคนครับ อย่าใช้กําลังมาข่มขืนดูถูกดูแคลนสิ่งเหล่านั้นเลยครับ ผมหวังไว้ ว่าข้อมูลอันจํากัด ด้วยเวลาอันจํากัด และข้อเรียกร้องที่กระผมมีนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล แต่เราเปึนฝ์ายพี่น้องประชาชนด้วยกัน คงจะทําให้ จิตสํานึกของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถือว่าเปึนนายกรัฐมนตรีที่หนุ่ม อยู่ในวัยเดียวกับพวกเรา คงจะคิดถึงอนาคตของการเมือง อนาคตของพี่น้องประชาชน การอภิปรายของผม ๒๐ กว่านาทีนั้น หวังให้รัฐบาลรับผิดชอบ ประกาศยุบสภา คืนอํานาจให้กับประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ