รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

วันชัย แสงสุขเอี่ยม กล่าวถึงผลกระทบของการจลาจลที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และการลงทุนต่างชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลและทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองประเทศให้สามารถผ่านวิกฤติไปได้

นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ จากข้อเรียกร้องของกลุ่มที่ชุมนุมก่อนการชุมนุม จนกระทั่งเกิดเปึนการจลาจลร้ายแรง แล้วก็การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมในวันที่ ๙ ถึง วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ เกิดการจลาจลร้ายแรงและยุติชั่วคราวเมื่อวันที่ ๑๔ ส่วนรายละเอียดผมจะไม่กล่าวถึง เพราะว่ามีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติและ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงมากแล้วนะครับ ผมจะกล่าวถึงว่าการจลาจลร้ายแรง ดังกล่าวส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไรบ้างนะครับ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ การท่องเที่ยวมากที่สุด ธุรกิจการท่องเที่ยวเปึนผู้รับกรรมโดยไม่ได้เปึนผู้ก่อ ทําให้รัฐ มีรายได้ลดลงจากการจัดเก็บภาษีที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากประชาชนมีรายได้ลดลง ทําให้งบประมาณของประเทศไทยอยู่ในสถานะขาดดุลประมาณ ๕๒,๕๐๐ ล้านบาท ทํา ให้รัฐต้องหาแหล่งเงินกู้เพื่อมาสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ทําให้การ บริโภคของประชาชนลดน้อยลงอย่างมาก กระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภค ทําให้เกิดการ ยกเลิกการประชุมอาเซียน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศโดยรวม เนื่องจากมีกําหนด การลงนามความตกลงอยู่หลายฉบับ แต่ไม่สามารถดําเนินการได้เสร็จสิ้น ผู้นําประเทศ ต่าง ๆ ที่มีเกียรติที่เข้าร่วมประชุมต้องเดินทางกลับ ทั้ง ๆ ที่ภารกิจสําคัญยังไม่เสร็จ เรียบร้อย ท่านประธานครับ การส่งออกในระยะยาวของประเทศจะต้องได้รับผลกระทบ จากผู้ประกอบการต่างชาติ ย้ายฐานการผลิตหรือตัดสินใจไปลงทุนในประเทศอื่น แทนที่จะลงทุนในประเทศไทย ขาดความเชื่อมั่นในสถานการณ์ของประเทศไทยครับ อัตราการว่างงานก็จะเพิ่มขึ้นนะครับ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและใครเปึนผู้กระทํา ท่านประธานครับ ลําพังปัจจุบันนี้ปัจจัยภายนอกจากวิกฤติการเงินของโลกก็ส่งผลให้ เศรษฐกิจของไทยในป้ ๒๕๕๒ ต้องถดถอยหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว เมื่อบวกกับปัญหา การเมืองภายในประเทศบานปลายเปึนการจลาจลรุนแรงเช่นนี้ ทําให้วิกฤติเศรษฐกิจของ ประเทศรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทวีคูณครับ การฟุ๋นตัวของเศรษฐกิจของไทยคงจะต้องลากยาว เนิ่นนานต่อไปอีกหลายป้ครับ ประกอบกับขณะนี้ธนาคารพาณิชย์พยายามปัองกันตัวเอง โดยการชะลอการปล่อยสินเชื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการกู้เงิน มีการจัด ๗ กลุ่ม ธุรกิจเสี่ยงและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออย่างมาก ได้แก่ ธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเสียหาย เสียเม็ดเงินหายไปถึง ๑ แสนล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวปกตินี่ ควรจะได้ป้ละ ๕-๖ แสนล้านบาท ต้องเสียหาย

๒. อุตสาหกรรมรถยนต์ บริษัทรถยนต์ของสหรัฐอเมริกาขาดสภาพคล่อง และสภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมืองทําให้ไทยซึ่งเปึนฐานการผลิต รถยนต์ การผลิตขยายตัวลดลงมากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจการส่งออกก็กระทบมาก เนื่องจากกําลังซื้อของประเทศหดตัวอย่างรุนแรง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องชะงัก เนื่องจากธนาคารชะลอการปล่อยกู้ เพราะไม่มั่นใจ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เอสเอ็มอี (SME) หดตัวอย่างมาก เนื่องจากสายป์านไม่ยาวและสถานการณ์ไม่อํานวย อุตสาหกรรมเครื่องประดับและอัญมณี ได้รับผลกระทบ เนื่องจากกําลังซื้อจาก ต่างประเทศลดลงและค่าเงินบาทผันผวน และการแข็งค่าเกินไปของค่าเงินบาทเทียบกับ เงินยูเอสดอลลาร์ (US dollar) ท่านประธานครับผู้ประกอบธุรกิจทุกวันนี้ลําบากมากครับ รวมทั้งภาคการเกษตร ผลผลิตการเกษตรราคาตกต่ําอยู่แล้วจะตกต่ํายิ่งขึ้นไปอีก เห็นใจ พี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนของเราเถอะครับ อัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้น ท่านประธานทราบไหมครับว่าสํานักวิจัยต่าง ๆ ในประเทศไทยประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส ๒ ของป้นี้จะหดตัวลงมากกว่าร้อยละ ๗ จากเดิมคาดว่าจะหด ตัวเพียงร้อยละ ๓.๑-๓.๘ เท่านั้น ส่งผลให้กระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมตลอด ป้ ๒๕๕๒ โดยคาดว่าอัตราการขยายตัวมีแนวโน้มที่จะต่ํากว่าที่คาดการณ์เดิมไว้ถึง ประมาณร้อยละ ๒-๓ ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี (GDP) ในป้นี้หดตัวลงประมาณร้อยละ ๓.๕-๖ เปึนตัวเลขที่สูงนะครับ จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว เพียง ๑.๕ ไม่เกิน ๓.๕ นะครับ แม้กระทั่งธนาคารโลกโดยนักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจําประเทศไทยก็ประเมินว่า สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยจะทําให้ เศรษฐกิจติดลบถึงร้อยละ ๔.๙ เศรษฐกิจไทยถือว่าติดลบมากที่สุดในประเทศกําลัง พัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเปึนครั้งแรกในรอบ ๑๑ ป้นะครับ ที่เศรษฐกิจของ ไทยถดถอย เปึนเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีการเจริญเติบโต ในอัตราร้อยละประมาณ ๔.๕ เกือบทุกป้นะครับ โดยป้ ๒๕๕๐ เติบโตร้อยละ ๔.๙ แต่ผลกระทบจากปัญหาการเมืองป้นี้อาจทําให้เศรษฐกิจของไทยติดลบถึงร้อยละ ๔.๘ ถ้าคํานวณความแตกต่างระหว่างป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๕๒ ป้นี้ จะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยติด ลบโดยรวมถึงร้อยละ ๙.๗ เมื่อเทียบป้นี้กับป้ ๒๕๕๐ เปึนเรื่องสําคัญครับ จะเห็นว่า ปัญหาการเมือง การชุมนุมบานปลายเปึนการจลาจลในครั้งนี้กระทบต่อเศรษฐกิจของ ประเทศเปึนอย่างมากการเมืองซ้ําเติมปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ประชาชน ประเทศชาติ ต้องบอบช้ําและลําบากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ การพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลซึ่งเปึนฝ์ายบริหารราชการแผ่นดิน ก็คงจะทําได้ยากลําบากยิ่งขึ้น เนื่องจาก การขาดดุลงบประมาณของป้ ๒๕๕๒ สูงกว่าประมาณการไว้อย่างมาก เนื่องจากอะไร ครับ ประชาชนมีรายได้น้อยลง รัฐก็จะมีรายได้ลดลงด้วย จากวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติ ของสถานการณ์ปัจจุบันนี้ โดยมีข้อมูลผลของการจัดเก็บรายได้ของรัฐในช่วง ๖ เดือนแรก ของป้งบประมาณ คือ เดือนตุลาคม ๒๕๕๑ ถึง มีนาคม ๒๕๕๒ จัดเก็บรายได้ได้ เพียง ๕๕๙,๒๓๔ ล้านบาท ต่ํากว่าประมาณการถึง ๙๘,๒๗๗ ล้านบาท ประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ต่ํากว่าประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของประมาณการครับท่านประธาน ไม่ว่า จะเปึนกรมสรรพากรก็ดี กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือรัฐวิสาหกิจ ล้วนแล้วแต่ จัดเก็บรายได้ต่ํากว่าประมาณการไม่ต่ํากว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้นนะครับ รัฐบาลก็คงจะต้องแก้ปัญหาการขาดรายได้โดยการกู้เงิน เราจะเห็นว่าตามมติ ครม. เมื่อ วันที่ ๑๗ เมษายนนี้ อนุมัติให้มีการกู้เงินภายในประเทศ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้วงเงิน ที่รัฐบาลสามารถกู้เงินในประเทศได้ คือ ๔๔๑,๒๐๘ ล้านบาท เต็มเพดานการกู้เงิน แล้วนะครับ อันนี้เปึนไปตามมาตรา ๒๑ ของพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ส่วนการกู้เงินจากต่างประเทศ ก็คงเหลือวงเงินที่สามารถกู้เพิ่มเติมได้อีก เล็กน้อยเท่านั้นประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนะครับ ซึ่งเปึนไปตามมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ ซึ่งการแก้ปัญหาการขาดรายได้ที่ควรจะได้โดยการ กู้เงิน ก็เปึนความจําเปึนที่จะต้องทําเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เปึนการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะเปึนภาระในภายภาคหน้าในการที่จะต้องคืนเงินกู้ไม่ว่าใครจะ เปึนรัฐบาลก็ตาม รวมทั้งจะเปึนภาระของประชาชนทั้งประเทศด้วย การพัฒนาประเทศ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ก็จะลดลงมากครับ โดยมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๒ เมื่อวานนี้เอง มีความจําเปึนต้องปรับลดงบประมาณป้ ๒๕๕๓ จาก ๑.๙ ล้านล้านบาท เปึน ๑.๗ ล้านล้านบาท ต้องปรับลดลงถึง ๒ แสนล้านบาทนะครับ เพราะว่ารัฐบาลไม่สามารถจะจัดเก็บรายได้ได้ เนื่องจากประชาชนขาดรายได้ รายได้ ลดลงนะครับ

กำ ร ที่ รั ฐ บำ ล ต้ อ ง กู้ เ งิ น ใ น ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ต่ำ ง ป ร ะ เ ท ศ ก็ ดี การปรับลดงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ ลงก็ดี เกิดจากอะไรครับ เกิดจากภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจของโลกและของประเทศไทย และยังถูกการเมืองซ้ําเติม ทําให้รายได้ของ ประชาชน รายได้ของรัฐขาดหายไป ถ้าพวกเราไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลก็ดี ฝ์ายค้านก็ดี หรือ กลุ่ม นปช. ที่เขาเรียกกันว่า เสื้อแดงก็ดี หรือบุคคลอื่นใดก็ดี ไม่สามัคคีกัน ไม่สมานฉันท์ กัน ไม่เห็นความยากลําบากของประชาชน พี่น้องประชาชน ไม่รักประเทศชาติในทางที่ ถูกต้อง ยังคงมีปัญหาทางการเมือง ยังคงมีการสร้างเงื่อนไขทางการเมืองอย่างรุนแรงและ ต่อเนื่อง มีการแย่งชิงอํานาจการบริหารโดยวิธีการต่าง ๆ ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจ บริหาร ก็จะเปึนการซ้ําเติมครับ ซ้ําเติมให้วิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติของสังคมของประเทศ ไทยบอบช้ํามากยิ่ง ๆ ขึ้นนะครับ เราก็จะได้เห็นนักธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจล้มละลาย เพิ่มขึ้น ต้องฆ่าตัวตายยกครอบครัวก็มีครับ ดังเช่นได้ปรากฏแล้วในวิกฤติต้มยํากุ้ง พ.ศ. ๒๕๔๐ มีธุรกิจล้มลงอย่างมากมาย มีประชาชนฆ่าตัวตายมากเปึนที่ประจักษ์อยู่แล้ว ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหา ประชาชนจะเกิดความแตกแยก ธุรกิจ หลายชนิดอาจจะต้องล้มลงอย่างน่าเสียดาย เกิดปัญหาคนว่างงานมากมาย ปัญหา สังคมก็จะตามมา ประเทศชาติก็จะเสียหายมากขึ้น ๆ จนยากแก่การเยียวยา ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ท่านเปึนผู้แทนปวงชน ชาวไทย ท่านคงประจักษ์อยู่แล้วว่าท่านเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย เราคงไม่ต้องการเห็น คนไทยและประเทศชาติตกอยู่ในสถานะเช่นนี้ เราคงจะต้องหันหน้าเข้าหากัน ช่วยกัน แก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมือง อย่างมีเหตุมีผลแล้วก็ เหมาะสม เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะว่าภาวะ เศรษฐกิจโลกขณะนี้ผ่านมา ๑ ไตรมาสแล้วนะครับ ยังไม่เห็นจุดต่ําสุด เมื่อยังไม่ทราบว่า จุดต่ําสุดอยู่ตรงไหน ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเศรษฐกิจจะสามารถฟุ๋นตัวกลับมาได้เมื่อไร ต้องใช้เวลานานสักกี่ป้ ดังนั้น ในเวลานี้ผมขอวิงวอนให้ทุกฝ์ายต้องช่วยกันประคับประคอง ให้ประเทศไทยสามารถฝ์าวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ ไม่ว่าจะเปึนวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติทาง สังคม และวิกฤติทางการเมือง ท่านประธานครับ ผมขอฝากความหวังของประชาชน คนไทยทั้งประเทศไว้กับรัฐบาลและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ณ ที่นี้ช่วยกัน สร้างสรรค์เถอะครับ ช่วยกันสร้างสรรค์ตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะไม่มีโอกาส ขณะนี้ประชาชน เบื่อหน่ายมากแล้วครับ ประชาชนต้องการความสงบนะครับ ถ้าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บางประการเพื่อความเหมาะสม ก็อาจจะเปึน ความจําเปึนครับเพื่อความเรียบร้อยของบ้านเมือง

ประการสุดท้ายผมจะใช้เวลาไม่มากนักนะครับ ว่าประการสุดท้ายขอฝาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ มีข่าวจากสื่อบอกว่า แดงไม่หยุด ปลุกครบ ๑๐ จังหวัด บุกกรุงเทพฯ ประเดิมชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาคร แดงไม่หยุดครับ ปลุกครบ ๑๐ จังหวัด ก่อนบุกกรุงเทพฯ ประเดิมชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาครนะครับ มีข่าวจากสื่อว่าเสื้อแดง จะจัดชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายนนี้ที่จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครไม่ได้เปึนพื้นที่ที่มีการประกาศพระราชกําหนดการบริหาร ราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกําหนด พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังนั้นในวันเสาร์ ที่จะถึงนี้เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาถึงเที่ยงคืนจะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงที่จังหวัด สมุทรสาคร และอาจจะต่อเนื่องไปถึงจังหวัดนครราชสีมาแล้วก็ถ้ามีการชุมนุมครบ ๑๐ จังหวัดแล้วนี่ก็จะมาชุมนุมต่อในกรุงเทพฯ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคงมีความจําเปึนจะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ที่มีความ ร้ายแรงในจังหวัดสมุทรสาครก่อนวันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายนนี้นะครับ สมุทรสาครไม่ต้องการ การชุมนุม ไม่ต้องการเกิดการจราจล เพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจก็เหนื่อยเพียงพออยู่แล้ว ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้ความเด็ดขาดครับ ใช้ความเด็ดขาดในการปกครอง ใช้อํานาจ บริหารราชการแผ่นดิน ชาวจังหวัดสมุทรสาครและประชาชนทั่วประเทศขอเปึนกําลังใจ ให้กับท่านครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาและท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอขอบพระคุณมากครับ