รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ อภิปรายเรื่องเวลาการพูดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคชาติไทยพัฒนา โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งในชาติและวิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 พร้อมกับแถลงว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกันและควรหันหน้าเข้าหากัน และเข้าใจในความยากลำบากของรัฐบาลในการใช้สื่อรัฐในการประชาสัมพันธ์

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขออนุญาต ทําความเข้าใจกับท่านประธานในเรื่องของเวลานะครับ พอดีว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้กรอบเวลามาทั้งหมด ๓๓ นาที ในส่วนของผมเองตั้งใจจะอภิปรายประมาณ ๑๐ นาที ถ้าอภิปรายไม่ถึงก็ขออนุญาตสงวนสิทธิที่จะใช้เวลาที่เหลือให้กับเพื่อนสมาชิก พรรคชาติไทยพัฒนาของผม ท่านอื่น ๆ จะไปจัดสรรเวลาให้ลงตัวภายใน ๓๓ นาทีครับ

ท่านประธานครับ เปึนที่ทราบกันดีนะครับว่าวันนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดของ ประเทศไทยเราก็คือ ความขัดแย้งของคนในชาติ จริง ๆ แล้วความขัดแย้งของคนในชาตินี่ ถามว่าวันนี้ผมเองรู้สึกท้อแท้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในฐานะที่ผมเปึนผู้แทนราษฎรนะครับ จริง ๆ แล้วก็ตัดสินใจอยู่นานนะครับว่า วันนี้จะพูดในสภาหรือเปล่า จะอภิปรายในสภาหรือเปล่า เพราะอดไม่ได้ครับทุกพื้นที่มีการแบ่งคนออกเปึนสองฝักสองฝ์าย แม้จะความขัดแย้ง รุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ตาม การพูดก็อดไม่ได้ที่จะต้องทําให้ฝ์ายหนึ่งพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง นะครับ แต่ในฐานะที่เปึนผู้แทนของปวงแทนชาวไทยก็คงต้องขออนุญาตใช้เวทีแห่งนี้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับคนในชาติ ต้องยอมรับว่าวันนี้ การเมืองภาคประชาชนค่อนข้างที่จะมีบทบาทมาก รัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งมาจาก เสียงข้างมากไม่ได้แปลว่ารัฐบาลนั้นจะบริหารประเทศไปได้ตลอดรอดฝัืง วันนี้ต้องฟัง เสียงประชาชนด้วย หลาย ๆ คนนะครับพูดว่าวันนี้ปัญหาใหญ่คือรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่ล่ะครับ ผมเปึน ส.ส. สมัยแรก แต่ผมสมัครรับเลือกตั้งตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๘ และมาป้ ๒๕๕๐ จริง ๆ แล้วผมรับรู้หมดนะครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนอย่างไร ฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนอย่างไร ความรู้สึกส่วนตัวผมเองตั้งแต่รุ่นที่ ขออนุญาต เอ่ยนะครับ รัฐบาลท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร บริหารประเทศตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ผมก็ได้มีโอกาสลงพื้นที่ถึงตอนนั้นจะยังไม่ได้เปึนผู้แทนราษฎรก็ดี ช่วงปลาย ๆ สมัยนะครับ ปลาย ๆ ป้ ๒๕๔๔ จะเข้ามาป้ ๒๕๔๘ ช่วงนั้นก่อนที่จะมีการรณรงค์หาเสียง เลือกตั้ง ผมว่าผู้แทนราษฎรในเขตพยายามที่จะชี้แจงกับพี่น้องประชาชนเหมือนกับ พยายามจะแบ่งคนโดยการบอกว่า ใครที่อยากจะได้สิทธิพิเศษต้องเปึนสมาชิกพรรคไทย รักไทยเท่านั้น จริง ๆ แล้วผมว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งมันน่าจะมาจากตรงนั้นนะครับ พยายามแบ่งคนออกเปึนกลุ่ม ๆ โดยการเป่ดรับสมาชิกพรรค ใครที่ไม่ได้เปึนสมาชิกพรรค แทบจะไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรตอบแทนเลย ไม่ได้รับการดูแลเลย จริง ๆ แล้วผมว่าเปึน สิ่งที่ไม่ถูก หลาย ๆ คนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนฉบับประชาชน จริง ๆ แล้ว เปึนฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งก็ว่าได้ แต่ผมเชื่อครับทุกฉบับต้องมีข้อเสีย ฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่หลาย ๆ คนบอกว่าเปึนฉบับที่ดีที่สุด ฉบับหนึ่ง จริง ๆ แล้วมันก็ทําให้รัฐบาลเข้มแข็งจนเกินไป เข้มแข็งจนบางทีแทบตรวจสอบ ไม่ได้เลยครับ จนมีปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยในการบริหารราชการแผ่นดินที่อาจจะ ส่อไปในทางทุจริต ในส่วนฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งหลาย ๆ คนเรียกว่า ฉบับ คมช. จริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากให้มองว่าที่มามาจากไหน อยากจะให้มองที่เนื้อหาสาระมากกว่า วันนี้ถามว่า ผมชอบฉบับป้ ๒๕๕๐ ไหม บางส่วนก็ชอบ บางส่วนก็ไม่ชอบครับ จริง ๆ แล้วอยากจะให้ ทั้ง ๒ ฉบับเอามาเกลี่ยกัน หาจุดดีของทั้ง ๒ ฉบับ ผมไม่อยากให้ทั้ง สองฝ์ายหาแต่จุดที่ มันแย่แล้วก็เอามาโจมตีกัน อย่าลืมนะครับว่า ทุกท่านที่เปึนผู้แทนราษฎรวันนี้ หรือแม้กระทั่งที่เปึนวุฒิสภาในวันนี้ ทุกท่านก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ จริง ๆ แล้ววันนี้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราก็ต้องกระทําการอะไรก็ได้ที่อยู่ภายใต้ กรอบของกฎหมาย ยกตัวอย่างนะครับ

ฉบับป้ ๒๕๔๐ มีการแบ่งเขตเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว ในส่วนตัวผมเองผม มีความรู้สึกว่ายิ่งมีการเลือกตั้งเมื่อไร อดไม่ได้ละครับที่จะต้องมีการแบ่งคนออกเปึน สองฝักสองฝ์าย ยิ่งเมื่อไรมีการแบ่งเขต โดยเฉพาะถ้าสามารถเลือก ส.ส. ได้คนเดียว มันก็ จะแบ่งเปึน ๒ ฝ์ายนะครับว่าพวกคุณ พวกผม พอไม่ใช่พวกก็จะกลายเปึนแทบจะไม่มอง หน้ากันเลย ผมว่าจริง ๆ แล้วหลายๆ อย่างไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป หลายๆ ท่านนะครับ บอกกับพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลภายใต้การนําของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่รัฐบาลที่มา จากประชาธิปไตย บอกว่าเปึนการฉกชิงวิ่งราวกันมาบ้างละ จริงๆ แล้วรัฐบาลจากพรรค ประชาธิปัตย์นี่นะครับก็ได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเมืองไทย และผมเองก็เปึนผู้แทนราษฎรคนหนึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่เคยยกมือ สนับสนุนให้รัฐบาลทั้งท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แล้วสุดท้ายก็มาเปึนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จริงๆ แล้วรัฐบาล ทั้ง ๓ รัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับก็มาจากประชาธิปไตยทั้งนั้น ละครับ ผมมองว่าบุคคลที่จะสามารถช่วยเหลือที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ดี ที่สุดและใกล้ชิดพี่น้องประชาชนดีที่สุดน่าจะเปึน ส.ส. น่าจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะได้มีโอกาสลงพื้นที่เข้าไปพบปะพี่น้องประชาชน อยู่ที่ว่าผู้แทนราษฎรเหล่านั้นจะมี จิตสํานึกในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน คืออย่าไปมองเลย ครับว่าวันนี้เราเปึนฝ์ายค้าน เราเปึนฝ์ายรัฐบาล วันนี้เรามามองกันว่าเราจะทําอย่างไรให้ ประเทศชาติสงบดีกว่า คืออย่าไปยุยงปลุกปัืน อย่าไปทําให้คนจงเกลียดจงชังกัน อย่าไป แบ่งสีเลยครับ วันนี้ครับผมไปทุกงาน ผมพยายามพูดกับพี่น้องประชาชนนะครับว่า วันนี้ ไม่ว่าจะเหลือง จะแดง ทุกคนคือคนไทยเหมือนกันหมด อยากให้ทุกคนหันหน้าเข้าหากัน นะครับ อีกหลายๆ ภาคส่วนที่จะพยายามช่วยได้ก็น่าจะเปึนส่วนของสื่อมวลชนก็ดี ส่วนของข้าราชการนักวิชาการก็ดีที่ควรจะต้องออกมาให้ข้อมูล ผมค่อนข้างเห็นใจ รัฐบาลนะครับ ในการใช้สื่อของรัฐ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลหรือวิธีการ ใดๆ ก็ตามที่รัฐบาลกระทํา ผมค่อนข้างเข้าใจว่าจริงๆ แล้วรัฐบาลไม่ใช่เฉพาะ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ละครับ ตั้งแต่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็ดี รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็ดี ทุกรัฐบาลโดน กล่าวหาหมดครับเมื่อใช้สื่อของรัฐเปึนคนออกอากาศ เปึนคนเผยแพร่ให้ประชาชน อีกฝ์ายหนึ่งก็ต้องออกมาโจมตีว่าครอบงําสื่อ ก็อยากจะขอวิงวอนให้กับพี่น้องประชาชน นักวิชาการ หรือคนกลางทั้งหลายได้มีโอกาสออกมาช่วยกัน ช่วยกันบอก ช่วยกัน สนับสนุน ช่วยกันแก้ต่างแทนรัฐบาล เพราะว่าถ้ารัฐบาลเปึนฝ์ายพูดเพียงฝ์ายเดียว มันก็ จะมองเปึนการครอบงําสื่อ และท้ายที่สุดนี้นะครับ ผมมองว่าไม่ว่าจะเปึนการยุบสภาก็ดี การที่นายกรัฐมนตรีลาออกก็ดี มันก็คงไม่ใช่ทางแก้ปัญหาละครับ และผมเองนะครับวันนี้ ให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ผมก็คงไม่สบายใจละครับ ที่จะได้กลับเข้ามาเปึนผู้แทนในบรรยากาศการเมืองแบบนี้ จริง ๆ แล้ววันนี้ผมว่าแนวความคิดของคนฝังรากลึกเกินไปแล้ว เราจะทําอย่างไรครับให้ มาช่วยกันแก้ไขแนวความคิดของคนในชาติ จริง ๆ แล้วคงต้องเริ่มที่นักการเมือง คงต้อง เริ่มที่พวกเรานะครับ แล้วเรามามองกันอีกทีว่าทําอย่างไรถึงจะให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชน ปลูกฝังให้คนเหล่านั้นมีคุณธรรม มีจริยธรรมที่ดี ยอมรับกฎหมาย ให้ทํางาน ภายใต้กฎหมายครับ ผมคงรบกวนเวลาสภาเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณมากครับ