อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เสนอแนะว่า หากต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรทำในรูปแบบการร่างใหม่ทั้งฉบับ โดยให้ทั้งสภาแห่งนี้และนักวิชาการร่วมกันคิด และเร่งดำเนินการประชามติ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวถึงการแก้ไขมาตรา 39 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักนิติรัฐและความยุติธรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลนำประชาชนร่วมแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคงไม่พูดถึงเรื่องสถานการณ์ ที่ผ่านไปแล้วในการปราบจลาจล เพราะมีหลายคนพูดถึงครับ และผมเองก็เปึนคนที่เชื่อ ในผลของการกระทําว่าผลไม่มีคนตาย ผมเปึนคนที่เชื่อในประจักษ์พยานก็คือนักข่าว ถ่ายทอดผ่านภาพข่าว ผมเชื่อมีความชัดเจนเพียงพอครับ แต่วันนี้ก็ดีครับ ที่สภาแห่งนี้ เป่ดโอกาส จะได้ตอบข้อสงสัยที่ไม่ชัดเจน และท่านประธานครับ ผมเองก็อยากให้พี่น้อง ทางบ้านเข้าใจเถอะครับว่าเมื่อผลชัด ประจักษ์พยานมี วาทกรรมทางการเมืองเปึนเรื่อง เปลือกย่อยครับ ผมขอเข้าข้อเสนอแนะของผมเลยนะครับ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญและกฎหมายนิรโทษกรรมในความเห็นของผมครับ
ประเด็นแรกครับ รูปแบบของการแก้รัฐธรรมนูญจะอยู่ในรูปแบบไหน ผมคิดว่าวันนี้เปึนโจทย์ที่ต้องน่าคิดแล้วนะครับ จะใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งฉบับ หรือไม่ หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือจะนําไปสู่การร่างใหม่ทั้งฉบับเปึนฉบับ ป้ ๒๕๕๒ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เองแม้ว่าจะเปึนได้ชื่อว่าเปึน รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน แต่ก็ถูกข้อครหาครับว่าเปึนต้นเหตุแห่งการเกิด ทุนนิยมสามาน พรรคการเมืองแบบบริษัท จํากัด ในเวลาเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้ว่าจะทําประชาพิจารณ์มาทั่วถึงกันทั้งประเทศ แต่ก็ไม่วายครับ ได้ชื่อว่า เปึนผลผลิตแห่งเผด็จการเช่นเดียวกัน ในข้อแรกผมจึงเสนอครับว่าถ้าจะต้องมีการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนธรรมนั้นน่าจะอยู่ในรูปแบบของการร่างใหม่ทั้งฉบับ แล้วก็ ให้พวกเราทั้งสภาแห่งนี้แหละครับ นักวิชาการข้างนอกร่วมกันช่วยคิด
ประเด็นที่ ๒ ต่อเนื่องครับ ด้วยเวลาจํากัด ท่านประธานครับ เราจําเปึน อย่างยิ่งที่จะต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องการทําประชามติยังค้างอยู่ในสภาแห่งนี้ครับ ผ่าน ส.ส. ผ่าน ส.ว. แล้ว แต่ความเห็นไม่ตรงกันอยู่ในระหว่างการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน ท่านประธานวิป ท่านประธานผมคุยกับท่านแล้วครับ ท่านบอกสัปดาห์หน้าจะเสร็จ ก็ฝากท่านประธานรัฐสภาด้วยว่าหน้าที่ในการบรรจุวาระการประชุมอยู่ที่ท่านแล้วนะครับ นั่นคือในส่วนของข้อเสนอแนะข้อที่ ๒ เร่งกฎหมายประชามติให้เร็วขึ้นครับ
ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๓ ซึ่งคงต้องใช้เวลาแห่งนี้เปึนประเด็นที่ผมเห็น ว่ามีความไม่เปึนธรรมในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าผมไม่เห็นด้วย กับกฎหมายนิรโทษกรรม วันนี้สิ่งที่ประเทศไทยขาดก็คือขาดหลักนิติรัฐ สิ่งที่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กําลังจะทําคือนําหลักนิติรัฐกลับมา คือหลักที่กฎหมายเปึนใหญ่ และความยุติธรรมเปึนใหญ่ในประเทศนี้ครับ เพราะฉะนั้นนิรโทษกรรมไม่ใช่แนวทางออก ที่ดีของการดํารงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐ แต่กลับกันครับ การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในบาง มาตราที่ไม่เปึนธรรมเปึนวิธีการที่เชิดชูหลักนิติรัฐครับ ผมเสนอแก้ไขมาตรา ๓๙ ซึ่งเปึนมาตราที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ท่านประธานครับ มาตรา ๓๙ พูดถึงว่า บุคคล จะไม่ต้องรับโทษทางอาญาเว้นแต่ได้กระทําการในเวลาที่กฎหมายบัญญัติความผิดและ บัญญัติโทษเอาไว้ นั่นหมายถึงเรื่องของกฎหมายย้อนหลังเปึนโทษ ท่านที่นี่เคยคุ้นหน้า คุ้นตากับกฎหมายลักษณะแบบนี้ครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าแนววินิจฉัยของศาลฎีกาและ ศาลรัฐธรรมนูญตลอดมาครับ วางเอาไว้ครับว่า กฎหมายย้อนหลังได้ครับ มีเฉพาะแต่ โทษอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ เท่านั้นที่ย้อนหลังไม่ได้ ได้แก่ ประหารชีวิต จําคุก กักขัง ปรับ แล้วก็ริบทรัพย์สิน ๕ ชนิดครับ ที่เหลือย้อนได้หมดครับ แล้วเปึนอย่างนี้มานานแล้วครับ ประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ ที่เราไม่เคยพูดถึงเปึนแบบนี้ครับ ยังจําได้ไหมครับว่าเรื่องของการยุบพรรคไทยรักไทย ทําให้ ๑๑๑ คนถูกตัดสิทธิ ผมขอพูดครับอย่างนี้ว่า ท่านประธานครับ ในขณะนั้น กฎหมายพรรคการเมือง ป้ ๒๕๔๑ เขาบัญญัติโทษเอาไว้สั้น ๆ ครับว่า ให้กรรมการไปตั้ง พรรคใหม่ไม่ได้ เปึนกรรมการบริหารพรรคใหม่ไม่ได้ แต่ประกาศคณะปฏิรูปการปกครอง ฉบับที่ ๒๗ เพิ่มโทษขึ้นมาครับ โดยอาศัยอํานาจแห่งองค์รัฏฐาธิปัตย์ในขณะที่มีการ ปฏิรูปการปกครอง ให้มีการเพิ่มโทษ ๑๑๑ คนในขณะนั้นว่าไม่สามารถที่จะมีสิทธิ เลือกตั้ง ก็คือถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ๕ ป้ เปึนการเพิ่มโทษ ตรงนี้ชอบด้วยกฎหมาย รัฐธรรมนูญนะครับ ชอบด้วยหลักรัฐธรรมนูญครับ แต่ขัดกับหลักความเปึนธรรม ในความรู้สึก ผมเชื่อว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นแห่งความขัดแย้งในทุกวันนี้ หลายต่อหลายท่านในฟากฝัืง โน้นคงเข้าใจว่าตรงนี้มีความไม่เปึนธรรม ผมเรียนครับ เปึนไปตามหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญเลยครับ เพราะเราไม่เคยดูกันในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ มาตรา ๓๙ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกเลยนะครับว่ามีเฉพาะประเทศไทยนี่ละครับที่กฎหมาย ย้อนหลังได้ แล้วมาตรานี้เปึนต้นเหตุที่ผมคิดว่าเปึนปัญหาของประเทศนี้นะครับ มีคดีบาง ประเภทที่ไม่ใช่คดีอาญาแล้วมีโทษย้อนหลัง เช่น การถอนสัญชาติของคน มีคําพิพากษา ฎีกา ในป้ ๒๕๓๔ ถอนสัญชาติคนครับ ออกกฎหมายย้อนหลังถอนสัญชาติคนได้ เพราะ เขาถือว่าไม่ใช่โทษทางอาญา คดีป้ ๒๕๔๔ ย้อนหลังครับ เพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้งได้ เหมือนกันครับ นี่แหละครับ ผมคิดว่ามาตรา ๓๙ เปึนต้นเหตุหลักสําคัญแห่งความขัดแย้ง ท่านประธานครับ ผมต้องบอกว่านานาประเทศในขณะนี้นี่นะครับ เขาไม่ได้ทําแบบเรา ในมาตรา ๓๙ ครับ หลักกฎหมายทั่วไปที่บอกว่า ไม่มีความผิดโดยไม่มีกฎหมาย ไม่มีโทษ โดยไม่มีกฎหมาย เปึนหลักภาษาลาติน ภาษาลาตินผมอาจจะแย่กว่าท่านเฉลิมสัก นิดหนึ่งนะครับ แต่ขออ่านนะครับ นูล่า ฮวยน่า ลีเกส ซีเน่ เลเก้ ครับ ไม่มีความผิดโดย ไม่มีกฎหมายครับ กฎหมายต่างประเทศครับ ผมเองก็ได้วิจัยมา แล้วเดี๋ยวส่งเอกสารวิจัย ให้ท่านประธานด้วยครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกานั้น อาร์ติเคิล (Article) ที่ ๑ เซสชั่น (Session) ที่ ๙ ก็พูดถึงหลักกฎหมายที่มีลักษณะเปึน เอ็กโพส แฟคเทอร์ ลอว์ (Expose factor law) คืออะไรครับ สหรัฐเปึนรูปแบบกฎหมาย แบบที่ต้องใช้คําพิพากษาตีความ มีคําพิพากษา ๒ อัน เปึน ๑๐๐ ป้แล้วครับ คําพิพากษา แรกในป้ ค.ศ. ๑๘๑๐ อีกอันหนึ่ง ค.ศ. ๑๗๙๘ เก่ากว่านั้นครับ เปึน ๑๐๐ ป้แล้วครับ สหรัฐอเมริกาบอกเอาไว้ว่า ห้ามบัญญัติใช้กฎหมายที่กําหนดให้การกระทําใดการกระทํา หนึ่งเปึนความผิด ทั้งที่การกระทํานั้นถูกกฎหมายอยู่ในขณะที่กระทํา หรือเปึนการเพิ่ม โทษ หรือกําหนดเปลี่ยนแปลงลักษณะของพยาน เห็นไหมครับ สหรัฐอเมริกาเองก็มี รูปแบบกฎหมายแบบนี้ ฝรั่งเศสก็มีครับ มีตุลาการรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส คําวินิจฉัยที่ ๘๒ ถึง ๑๕๕ ในป้ ค.ศ. ๑๙๘๒ นะครับ ก็พูดเรื่องนี้เหมือนกัน พูดถึงเรื่อง กฎหมายภาษีอากรว่าโทษทางภาษีนั้นย้อนหลังไม่ได้ เยอรมันครับที่ได้ชื่อว่าเปึนหัวใจของ ประเทศที่มีหลักกฎหมาย ยึดเอาประมวลกฎหมายเปึนหลัก หรือแบบ ซีวิล ลอว์ (Civil นั่นเปึนปัญหาเรื่องความชอบธรรมของรัฐบาลในขณะนั้นครับ ๒ มาตรฐานไม่มีหรอกครับ เพราะวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทําทั้งเหลือง ทําทั้งแดงครับ ให้หลักนิติรัฐยังคงอยู่ ผมคิด ว่าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านชัดเจนครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ ความไม่พอใจของพี่น้องเสื้อแดงในเรื่องที่มาขององค์กร อิสระ ความเปึนไม่เปึนธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ความไม่เปึนธรรมของศาลสถิตยุติธรรม ผมก็เรียนอีกครับว่า เปึนการใช้อํานาจของฝ์ายตุลาการครับ เปึนการใช้อํานาจขององค์กร อิสระที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิงครับ กับการใช้อํานาจของฝ์ายบริหารโดยนายกรัฐมนตรี ความขัดแย้งตรงนี้แหละครับอยากให้ตั้งสติ ตั้งตรรกให้ดีว่า วันนี้ประเทศเรากําลังต้องการ อะไรครับจากนายกรัฐมนตรีชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้าวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติชาติผ่าน ไม่ได้ นั่นคือหน้าที่ของฝ์ายบริหารโดยท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ผมไม่เถียงครับ วันนี้ถ้าเรายังแตกแยกไม่ช่วยกันหาทางออก ถ้าเรายังแบ่งซ้าย แบ่งขวา วิกฤติเศรษฐกิจ จะแก้อย่างไรครับ ถ้าท่านไม่ร่วมกันวันนี้ในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ เราอย่าเสียใจกับอดีต ที่เราจะทําครับ อย่าเสียใจนะครับ จบเถอะครับ เหลือง แดง ร่วมกันวันนี้ทําให้ ประเทศชาติเปึนไปได้ ร่วมฝ์าวิกฤติด้วยกันครับ ประเทศนี้ประเทศไทยครับ เปึนของเรา ทุกคน แล้วผมก็เชื่อมั่นครับ ที่นี่เต็มไปด้วยคนที่เคารพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เต็มไปด้วยคนที่มีศรัทธาแรงกล้าในระบอบประชาธิปไตย แล้วเต็มไปด้วยคนที่มีความ หวังดีต่อประเทศไทยครับ จะให้เราฝ์าวิกฤติไปได้ ผมขอให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลนี้พาประเทศและคนไทยร่วมฝ์าวิกฤติชาติไปด้วยกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน