เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา และเรียกร้องการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาเยียวยาสังคมและเยียวยาประเทศไทย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ใคร่ขออภิปรายถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา ผ่านท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ กระผมคงจะละเว้นที่จะกล่าวถึงความรู้สึกต่อ เหตุการณ์สงกรานต์วิปโยคที่ผ่านมามิได้ เพราะความรู้สึกที่หดหู่ เศร้าสลด และขมขื่น ที่ได้เห็นคนไทยรบราฆ่าฟันกันเอง ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายใดถูกหรือฝ์ายใดผิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็ปรากฏแล้วว่าไม่มีผู้ใดชนะ หรือไม่มีผู้ใดบรรลุวัตถุประสงค์ใด ๆ ที่ตั้งไว้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือความเสียหายของบ้านเมือง คือความพ่ายแพ้ของประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนความร้าวฉานที่ร้าวลึกเพิ่มมากขึ้นใน สังคมไทย กระผมจึงใคร่ขอวิงวอนให้ทุกผู้ทุกฝ์ายได้สนับสนุนรัฐบาลในการที่จะ ดําเนินการเพื่อนําความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนไทยในชาติกลับคืนมา เพื่อที่จะ ร่วมกันแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของชาติสืบต่อไป
ประเด็นแรกที่ผมอยากจะกล่าวถึงคือ การแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ในส่วน ของเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันไปค่อนข้างมากแล้ว การประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินอย่างร้ายแรงของรัฐบาล กระผมคิดว่าเปึนการ ดําเนินการที่เหมาะสมกับภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเข้าข่ายของการจลาจลที่ยากต่อการ ควบคุม การใช้กําลังตํารวจและทหารพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือร่วมหมื่นคน เข้าดําเนินการต่อผู้ชุมนุม ก็ต้องขอแสดงความชื่นชมและชมเชยรัฐบาล และกองทัพ ไปตลอดจนถึงกําลังพลระดับ พลทหาร พลตํารวจ ที่สามารถดําเนินการได้อย่างดียิ่ง ทําให้เหตุการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในเวลาอันรวดเร็ว และที่สําคัญก็ยังไม่ปรากฏ การสูญเสียถึงชีวิตที่เกิดจากการดําเนินการของฝ์ายเจ้าหน้าที่ แม้จะมีการบาดเจ็บบ้าง ทั้ง ๒ ฝ์าย อย่างไรก็ดีในฐานะที่เปึนทหารเก่าคนหนึ่ง กระผมเองมีความเปึนห่วงและ หวาดเสียวต่อการใช้กําลังของกองทัพในการดําเนินการเข้าสลายการชุมนุมในจุดต่าง ๆ ด้วยกําลังพลที่มากมาย ด้วยยุทโธปกรณ์ซึ่งมีทั้งอาวุธที่ใช้กระสุนจริง เพราะถ้าหากว่า กําลังพลคนหนึ่งคนใดขาดความอดกลั้นอดทน ทนต่อการยั่วยุไม่ได้ และก่อให้เกิดความ สูญเสียจนถึงเสียชีวิตหลาย ๆ คน ผมก็คงจะไม่เห็น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมานั่งอยู่ ข้างบนนี้ ฉะนั้นการใช้กําลังทหารจํานวนมากที่ไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน ไม่ได้รับการ ฝ๊กมาก่อน อาจจะนําไปสู่วิกฤตการณ์ที่เราไม่อยากเห็นได้ เหมือนเช่นเหตุการณ์ครั้ง สุดท้ายคือเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ซึ่งทหารเองไม่สามารถมาเดินบนถนนได้โดย การแต่งเครื่องแบบอยู่เปึนเวลานาน อันนี้ก็อยากจะตั้งเปึนข้อสังเกตเพื่อที่จะเปึนบทเรียน ของรัฐบาลในการที่จะใช้กําลัง ก็เปึนโชคดีที่ฝ์ายผู้ชุมนุมไม่ได้มีอาวุธที่ร้ายแรง หรือมือ ที่สามยังไม่สามารถเข้าปฏิบัติการได้ทัน ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กระผมเอง ก็เคยได้อภิปรายต่อท่านนายกรัฐมนตรีในการแถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคมที่ผ่านมาว่า มีหลายฝ์ายนักวิชาการรวมถึงผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ก็เห็น พ้องต้องกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดด้อย จุดบกพร่อง และมีความไม่เปึนประชาธิปไตย อยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จึงเปึนสิ่งที่ผมคิดว่าเราน่าจะ สามารถร่วมมือกันดําเนินการได้ โดยมิใช่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเปึนการนําไปสู่ ความขัดแย้ง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองในวันนั้นก็ได้กล่าวว่า ที่ท่านไม่ได้พูดใส่นโยบาย ของรัฐบาลก็เพื่อไม่อยากให้เกิดเปึนเงื่อนไข แต่วันนี้ท่านก็แสดงจุดยืนที่เห็นด้วยกับการ แก้ไขรัฐธรรมนูญในระดับหนึ่ง เรื่องที่ผมอยากจะเสนอต่อรัฐบาลเปึนเรื่องสุดท้ายก็คือ แนวทางในการแก้ไขปัญหาเยียวยาสังคมและเยียวยาประเทศไทย
ในเรื่องแรก ผมคิดว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ควรจะหยุดไล่ล่า ออกหมายจับ ผู้ร่วมชุมนุมทั่วประเทศแบบหว่านพืช ซึ่งมีแต่จะทําให้เกิดความร้าวฉานมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยัง จําเปึนต้องดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาค
ประการที่ ๒ กระผมเห็นว่ารัฐบาลควรจะยกเลิกการประกาศใช้พระราช กําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยฉับพลัน เพื่อผลประโยชน์ทาง เศรษฐกิจของประเทศดังที่มีผู้อภิปรายไว้เปึนจํานวนมาก และเพื่อเป่ดโอกาสให้ผู้ถูก กล่าวหาหรือผู้ถูกจับกุมได้มีโอกาสใช้กระบวนการยุติธรรมตามปกติที่จะต่อสู้กับ ข้อกล่าวหาต่าง ๆ
ประการที่ ๓ รัฐบาลต้องมุ่งสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดอง และ ความเสมอภาคในชาติ รวมถึงการใช้หลักเมตตาธรรมด้วย เพื่อที่จะให้คนไทยทุกคน ทุกฝ์ายได้ร่วมกันที่จะต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศที่จะร้ายแรงยิ่งขึ้น มิฉะนั้น ประเทศชาติอาจจะล่มจมจนกู่ไม่กลับ
ประเด็นที่ ๔ รัฐบาลต้องริเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็ว และจริงใจผ่านรัฐสภา ซึ่งจากการประชุมร่วมกันของวิปทั้ง ๓ ฝ์าย ก็มีความเห็นพ้อง ต้องกันในเรื่องนี้ ในส่วนตัวของกระผมเองก็คิดว่าคงจะแก้ไขเพียงแต่ประเด็นหลัก ๆ ที่เรา คิดว่ามีความไม่เปึนประชาธิปไตย มีความไม่เหมาะสม ซึ่งก็คงไม่เปึนการแก้ไขที่มากนัก เพื่อให้การดําเนินการสามารถดําเนินการได้
และประการสุดท้าย ผมอยากจะเรียกร้องให้ทุกคนทุกฝ์ายที่เปึนคนไทย มีหัวใจเปึนคนไทย หยุดทําร้ายประเทศไทย แล้วร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์ประเทศ ของเราให้กลับเปึนประเทศที่เขาเรียกว่า สยามเมืองยิ้ม ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ