รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ หารือเรื่องการแตกแยกของคนไทย โดยเสนอให้ใช้หลักของท่านประธานชัยในการแก้ปัญหา และเสนอให้เชิญทั้งแกนนำเสื้อแดงและแกนนำเสื้อเหลืองมาพูดคุยกัน

นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดนครราชสีมา ผมขอขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ทําให้ มีบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ในการร่วมแก้ปัญหาประเทศชาติในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ผมมีความเห็นว่าท่านมีแววดี มีกระแส มีโอกาสที่จะ เปึนนายกรัฐมนตรีที่พาประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤติได้ นับแต่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีมา จนถึงวันนี้ผมให้คะแนนท่านบวก ยังไม่ติดลบ แต่ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของท่านในการ สมานฉันท์ให้คนไทยมีความสามัคคีนั้น ผมคิดว่ามันยากเย็น แล้วก็จะต้องกล้าตัดสินใจ ผมขอเรียนอย่างนี้นะครับว่าการสมานฉันท์เปึนเรื่องที่พูดง่ายแต่ทํายาก ก่อนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะขึ้นบริหารในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านเคยพูดถึงปัญหาปักษ์ใต้ พรรคฝ์ายค้านพูดถึงปัญหาปักษ์ใต้ว่าสามารถแก้ได้ด้วยวิธีนั้นวิธีนี้ แต่จริง ๆ แล้ว เมื่อมาบริหารประเทศชาติก็จะพบกับความยากเย็น มันมีเรื่องราวซับซ้อนซ่อนเงื่อน แล้วถึงวันนี้ก็ยังไม่มีสถานการณ์ที่บรรเทาเบาบาง เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านดังนี้ นะครับว่า การแตกแยกทางความคิดวันนี้ของคนไทยในประเทศชาติของเรานั้นมันรุนแรง แล้วก็มีส่วนเสริมจากสื่อมวลชนอย่างยิ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการเชิญบุคคล ๒-๓ คนนะครับ มีนักวิชาการ มี ส.ว. สรรหา แล้วก็มีพิธีกร มากล่าวถึงพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ ที่ผมมีส่วนร่วมเสนอชื่อ แทนที่จะศึกษาแล้วก็เชิญพวกเราได้มีโอกาสไปแสดงความ คิดเห็นบ้าง พิธีกรนั้นพูดเหยียดหยามคนลงชื่อ พูดเหยียดหยามกฎหมายฉบับนี้ โดยไม่รู้ ในระบอบประชาธิปไตยว่าการเสนอกฎหมายเปึนหน้าที่ของสมาชิก ไม่ใช่เสนอปัูบ ประกาศได้เลย เสนอแล้วจะต้องมารับฟังสมาชิกคนอื่น มาถกเถียงกันขั้นวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง แล้วเสียงส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเอาหรือไม่เอา นั่นคือจุดเริ่มต้นนะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายปรองดองนี่เมื่อเปึนสิ่งที่ผมคิดว่าจะทําให้ประเทศชาติรอดพ้นได้ผม ก็ลงชื่อ เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีด้วยว่า เวลาจะมีการอภิปรายในเรื่องแบบนี้มันจะต้องให้คนที่มีส่วนร่วมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ การแตกแยกของคนไทยนั้นเห็นชัดมาตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว พรรคผมนั้นมีชื่อว่าพรรครวมใจไทยได้เมื่อไรชาติจึงจะพัฒนาได้ พรรคผมได้แค่ ๙ คน เพราะประชาชนเลือกข้างครับ เขาเลือกข้างหนึ่งก็คือพรรคพลังประชาชนเปึนพรรคใหญ่ อีกข้างหนึ่งก็คือพรรคใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าการแตกแยก นั้นประชาชนเลือกข้างกันอย่างชัดเจน ผมขอเสนอนะครับว่าวันนี้ ขอเสนอ ท่านประธานสภาผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าจะให้เปึนรูปธรรม การแก้ปัญหาดีที่สุด นะครับ เราต้องใช้หลักของท่านประธานชัยนี่ละครับ บอกว่าต้องเอาผู้มีบุญบารมีมาคุย ผู้มีบุญบารมีผมนั่งคิดหลายตลบครับ ในที่สุดผมก็ค้นพบ ๒ คน ท่านประธานที่เคารพ ครับ คน ๆ หนึ่งไต่เต้าจากการเปึนโฆษกในรถแห่ หาเสียงให้คนอื่น จนกระทั่งวันนี้มา ดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เปึนแกนนําเสื้อแดงนะครับ คือท่านจตุพร พรหมพันธุ์ อีกคนหนึ่งก็ไต่เต้าจากการเปึนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของจังหวัดนครราชสีมา แล้ววันนี้ ก็มาเปึนแกนนําเสื้อเหลือง ถ้าสภาจะแก้ปัญหานะครับ สภามีสมาชิก ๒ คนนี้ วิถีชีวิต ๒ คนนี้ทุกวันนี้นะครับ ส่วนหนึ่งไปปลุกระดมเสื้อเหลือง ส่วนหนึ่งไปปลุกระดมเสื้อแดง แล้วมันจะเกิดความสามัคคีได้อย่างไร ท่านประธานนี่ละครับ จะเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ เราจะให้คนส่วนใหญ่มาคุยกันมันไม่สามารถคุยกันได้ละครับ เราเอาคนแค่ ๒ คนก่อน จะคุยกันเรื่องอะไร จะคุยกันวิธีไหน จะตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมหรือไม่ เปึนเรื่องของ รายละเอียด ใช้บารมีของท่านประธาน แล้วก็เชิญทั้งสองคนนี้มาพูดคุยกันว่าประเทศของเรานั้น แตกแยกมากแล้ว ท่านจะเอาอย่างไร เพราะท่านทั้งสองคนมีส่วนร่วม มีเอกสารทาง ราชการครับ ที่บอกว่าทั้งสองคนมีส่วนร่วม เพราะถูกหมายจับทั้งคู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าเรามีความหวังครับ เพราะว่าในอดีตตั้งแต่ป้ ๒๕๐๙ มีเสียงป๋น แตกขึ้นมา แล้วก็แบ่งเปึน ๒ ฝัก ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งก็ พคท. สู้กับรัฐบาล มีการรบรา ฆ่าฟัน ลูกหลานชาวไร่ ชาวนาล้มตาย ทหารบาดเจ็บ วันนี้ก็เหมือนกันครับ รัฐบาลต่อสู้ กันจริง ๆ พูดกันจริง ๆ นี่ ก็ตัด ค ควาย ตัวเดียวก็คือ พท. สู้กับรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมว่าถึงเวลาแล้วที่ท่านประธานจะต้องใช้อํานาจของท่านประธาน ใช้ความคิดของ ท่านประธาน ใช้ความรู้สึกของความเปึนคนไทยของท่านประธาน ตั้งแต่ท่านเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยหนุ่ม ๆ จนถึงวันนี้ท่านสะสมอะไรไว้มากเหลือเกิน ท่านต้องนํามาใช้ เพราะว่าการแก้ปัญหาประเทศชาติมันแก้ได้หลายทาง ทางฝ์าย นิติบัญญัติเขาก็แก้นะครับ แต่เขาถูกบอกว่าเปึน ๒ มาตรฐาน ทางฝ์ายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านก็แก้ดังที่ผมให้กําลังใจท่าน แต่วันนี้ท่านประธานรัฐสภา ของผมจะต้องแก้อย่างจริงจัง จะต้องแก้ด้วยความตั้งใจ ผมกราบเรียนท่านว่าแนวทาง ของการเชิญทั้งสองท่านมาพูดคุยกันนี่เปึนแนวทางที่ไม่ยาก แล้วเปึนแนวทางที่เปึนไปได้ ทั้งสองคนคุยกันอาจจะไม่รู้เรื่องในวันนี้ เพราะอาจจะมีการสายสนกลในที่จะต้องไป สัมพันธ์กับคนอื่นเยอะแยะก็ไม่เปึนไร เราเริ่มต้นวันนี้ก็จะทําให้บรรยากาศทางการเมือง อย่างน้อยที่สุดก็สงบลง บรรยากาศการเมืองก็จะดีขึ้นครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องอย่างนี้เปึนเรื่องเส้นผมบังภูเขา เปึนเรื่องที่เปึนไปได้ เปึนเรื่องที่ ถ้าหากว่าทั้งสองคนไม่ยอมคุยกัน เราต้องถามเขาแล้ว คุณต้องการทําให้ประเทศชาติ ร ๖/๒๕๕๒ (ส. ทั่วไป) วีณา ๑๐๑/๒ แตกแยกไปกว่านี้หรือ ขอร้องให้คุณมาคุยกันแค่นี้ก็ยังไม่สามารถทําได้ แล้วทุกวันคุณก็มา อยู่สภา แล้วก็ไปปลุกระดม มาอยู่สภา แล้วก็ไปหาความคิดของตนเองในการที่จะสร้าง อะไร ซึ่งเราก็เข้าใจนะครับว่าอาจจะมีความปรารถนาดี แต่มีมุมมองที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เราโชคดีครับ ทางสภาไทยของเรา รัฐสภา ของประเทศไทยโชคดีที่ว่าคนขัดแย้งกัน ๒ คนนี่เปึนสมาชิกของเราทั้งคู่ ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ