รสนา โตสิตระกูล หารือเรื่องเหตุการณ์ในวันสงกรานต์ และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบข้อมูลและเตรียมการให้ดีขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เธอยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอิสระและกฎหมายควบคุมการชุมนุมที่สร้างสรรค์ และเน้นย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเน้นประโยชน์ของประชาชนมากกว่าประโยชน์ของพรรคการเมือง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะคะ ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะคะ ดิฉันเองก็มีความรู้สึกเสียใจนะคะเกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันสงกรานต์เดือด วันที่ ๑๒ ถึงวันที่ ๑๔ เมษายน ดิฉันรู้สึกว่า มันเปึนสถานการณ์ที่กลับข้างกันกับเหตุการณ์ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ อย่างไรก็ดีนะคะ เหตุการณ์วันที่ ๑๒ เมษายนของเรานั้นถูกนิตยสารไทม์จัดอันดับเปึนอันดับ ๖ จาก ๑๐ เหตุการณ์สําคัญของโลกในรอบสัปดาห์เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ดิฉันคิดว่าถ้าหากเกิดกรณี การระเบิดของรถแก๊ส เหตุการณ์ของเราอาจจะถูกจัดเปึนอันดับที่ ๑ ในเหตุการณ์ระดับ โลกก็ได้นะคะ การวิเคราะห์ของนิตยสารไทม์เกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทยที่มีการล้ม การประชุมอาเซียนที่พัทยานะคะ นิตยสารไทม์กล่าวในบทวิเคราะห์นั้นว่า นายกรัฐมนตรีได้กลายเปึนตัวตลกในสายตาของผู้นําอาเซียน แล้วก็เกิดความสงสัยว่า ท่านจะบริหารบ้านเมืองไปได้อีกสักกี่วัน แต่ในที่สุดในบทความดังกล่าวนั้นได้ระบุว่า นายกรัฐมนตรีสามารถที่จะปรับเปลี่ยนสถานการณ์ทําให้สามารถยุติความรุนแรงจาก การก่อการจลาจลได้ แล้วก็สามารถมีชัยชนะท่ามกลางสงครามสื่อมวลชน โดยที่สามารถ ที่จะตอบคําถามสื่อต่างชาติได้อย่างมีเหตุมีผล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คิดว่าเปึนภาพที่ค่อนข้างดี ในสายตาของต่างชาติที่มองเหตุการณ์ในประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วข่าว ซีเอ็นเอ็น ก็มี การระบุว่ามีประชาชนเสียชีวิตไป ๒ คน โดยระบุว่าเปึนการเสียชีวิตที่เกิดจากประชาชน กันเอง ไม่ได้เกิดจากในส่วนของรัฐบาล แต่เมื่อเราได้มาประชุมร่วมกันในเรื่อง ๒ สภา ในวันนี้ ก็ปรากฏว่ามีข้อมูลจากเพื่อนสมาชิกหลากหลายที่ออกมาในลักษณะที่ดิฉันคิดว่า แทบจะเปึนขาวกับดํา คือมีการพูดถึงในเรื่องของการเสียชีวิตที่มีการเอาศพไปทําลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเปึนจริงหรือไม่ ดิฉันคิดว่ามีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ต้องตั้งกรรมการขึ้นมา ตรวจสอบ เพราะว่าสิ่งที่มีความสงสัยต่าง ๆ เหล่านี้ยังดํารงอยู่ และมีการนํามาอภิปราย ในสภา ดิฉันเองไม่อยากเห็นสภาแห่งนี้เปึนที่ปลุกระดมประชาชนที่รับฟังเรื่องนี้ โดยใช้ สิ่งที่เปึนข้อมูลที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ หรืออาจจะเปึนไปถึงความเท็จ ซึ่งนําไปสู่ความ รุนแรงในบ้านเมืองมากขึ้นกว่านี้ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่ารัฐบาลควรจะต้องตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างรีบด่วน โดยที่ต้องมีกรรมการที่มี ความเปึนกลางเปึนที่เชื่อถือได้ ดิฉันเองก็คิดว่าในวุฒิสภาเราเอง ดิฉันเปึนประธาน กรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล เราเคย ทําการศึกษากรณีเรื่อง ๗ ตุลา เราก็จะทําเรื่องนี้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งถ้าหากใครก็ตาม ประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดในวันนี้ถ้ามีข้อมูลประการใด ดิฉันยินดีรับนะคะ ในการที่ จะส่งเรื่องนี้มาเพื่อให้ทางคณะของเราได้ทําการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป
อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่าในกรณีของรัฐบาลเองจะต้องมีการตรวจสอบ ข้อมูลมากขึ้นว่า กรณีการล้มการประชุมที่พัทยานั้น ดิฉันเองไม่มองว่าเปึนปัญหาของ ประชาชนที่เข้ามาล้อม ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลเองมีการเตรียมการวางแผนไว้ดี เพียงใด ทําไมจึงเลือกพัทยา ทําไมจึงไม่เลือกสถานที่อื่นที่มีการรักษาความปลอดภัย ได้ดีกว่านั้น กรณีดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของการจัดการประชุมหรือเปล่า ในการเลือกสถานที่ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะต้องมีการพิจารณาต่อไป แล้วก็รวมทั้ง พิจารณาว่า การรักษาความปลอดภัยนั้นมีความย่อหย่อนเพราะเหตุใด รัฐบาลมีการ เตรียมการดีเพียงใด เพราะว่ารัฐบาลจะมีการทําหน้าที่ในการที่จะจัดการประชุมต่อใน เดือนพฤษภาคม ซึ่งถ้าหากว่าไม่มีการเตรียมการที่ดีพอก็นั้นอาจจะเกิดปัญหาต่อไปได้ นะคะ
อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่ารัฐบาลจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าการประกาศ ภาวะฉุกเฉินนั้นมีความชอบธรรมเพียงใด และจะมีระยะเวลานานเท่าไร การประกาศ ภาวะฉุกเฉินนั้นเพื่อปัองกันการก่อการจลาจล แล้วก็การก่อการร้ายใช่หรือไม่ แต่แม้ กระนั้นก็ยังมีการลอบยิงผู้นําของประชาชนที่เปึนฝ์ายเสื้อเหลือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่า เปึนเรื่องที่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลนะคะ
ส่วนในเรื่องของการเยียวยาผู้บาดเจ็บ ดิฉันคิดว่าต้องแยกออกจากการ ดําเนินการหาความผิดในส่วนที่เปึนคดีอาญา ผู้ที่มีการมาชุมนุมแล้วประสบความ บาดเจ็บจะต้องได้รับการดูแล ส่วนที่ถ้าทําความผิดก็ต้องดําเนินการไปตามความยุติธรรม ต่อไป
อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่ามาตรการต่อไปที่รัฐบาลควรจะต้องพิจารณา ก็คือ ควรมีการสร้างบรรทัดฐานของการชุมนุม และมาตรฐานการควบคุมการชุมนุมของ รัฐบาลด้วย เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าการชุมนุมนอกสภานั้นเปึนการเมืองที่อยู่ในกรอบ ของรัฐธรรมนูญ แล้วก็เปึนภาคส่วนที่มีความสําคัญ เราต้องไม่ลืมว่าการชุมนุมในวันที่ ๑๔ ตุลา ทําให้เราสามารถมีรัฐธรรมนูญและมีสภาอย่างที่เปึนอยู่ในทุกวันนี้ หรือเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ นั้นก็เปึนเส้นทางที่นํามาสู่การที่เรามี รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นการชุมนุมนอกสภานั้นเปึนสิ่งที่ไม่ได้นอกรัฐธรรมนูญ แต่ว่าจะต้องมีการทําให้การชุมนุมนั้นอยู่ในกรอบของกฎหมายที่ไม่ล่วงล้ําจาก ประชาธิปไตยไปสู่ความเปึนอนาธิปไตย หรือกลายเปึนการก่อการร้าย หรือก่อการจลาจล เผาบ้านเผาเมืองนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญที่ควรจะต้องมี กฎหมายในการส่งเสริมการชุมนุมในลักษณะที่มีความสร้างสรรค์ แต่ต้องเปึนการชุมนุม ที่ไม่บานปลายไปสู่การใช้ความรุนแรงในการก่อการร้ายหรือเผาบ้านเผาเมืองนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาลเองนี่เราควบคุมการชุมนุมที่ผ่านมาโดยที่เปึนลักษณะ ของการที่ไม่มีประสบการณ์ ในสมัย ๑๔ ตุลาคมก็ตาม พฤษภาคมก็ตาม ทหารควบคุม การชุมนุมโดยการใช้อาวุธสงคราม หรือแม้แต่วันที่ ๗ ตุลาคม การควบคุมการชุมนุม โดยตํารวจก็มีการใช้แก๊สน้ําตา ซึ่งเปึนการใช้ที่เลยเถิดพอสมควร เพราะฉะนั้นในแง่ของ การควบคุมการชุมนุมจากภาครัฐนั้นต่อประชาชน อาจจะเปึนสิ่งที่จะต้องสรุปบทเรียน แล้วก็การชุมนุมในครั้งนี้ การที่เราต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นเพื่อที่จะนําไปสู่ การวางมาตรฐานในอนาคตว่า การชุมนุมของประชาชนนั้นเปึนสิทธิอันชอบธรรม แต่จะต้องอยู่ในกรอบของประชาธิปไตยไม่ใช่อนาธิปไตย แล้วก็การควบคุมการชุมนุมของ รัฐก็จะไม่ต้องไม่ตึงเกินไปหรือไม่หย่อนเกินไปจนเกิดเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นที่พัทยา นะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามาตรการระยะสั้น ระยะยาวในเรื่องการปัองกันไม่ให้ การชุมนุมนั้นเลยเถิดไปสู่สงครามประชาชน ซึ่งบานปลายไปสู่ความรุนแรงเปึนสิ่งที่ ต้องพิจารณา แล้วก็จะต้องปัองกันไม่ให้การชุมนุมของประชาชนนั้นเปึนเครื่องมือทาง การเมืองของนักการเมืองด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นการประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลนั้น จะต้องไม่ใช่การจํากัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน แต่ต้องเปึนการควบคุม ที่จะไม่ให้เกิดการก่อการจลาจลและการก่อการร้าย ซึ่งดิฉันเองก็หวังว่ารัฐบาลจะต้อง ตอบคําถามอันนี้นะคะว่าจะประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปนานเท่าไรนะคะ
ประการที่ ๓ ซึ่งเปึนประการสุดท้าย ดิฉันคิดว่าการชุมนุมนอกสภาที่มี มากขึ้นนั้นเนื่องจากว่าสภาของเราอ่อนแอ เราไม่สามารถจะแก้ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ภายในสภา ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองท่านอาจจะมีการพูดถึงเป่ดช่องทางเปึนการโยนหินถามทาง นะคะว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ หรือจะมีการนิรโทษกรรมหรือไม่ ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ คงไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะทํากันภายใน ๒ อาทิตย์หรือ ๒ เดือน อย่างที่มีการโยนหินถามทางไป เพราะว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่แก้ไขได้ แต่จะต้องไม่ใช่ แก้ไขเพื่อสมานประโยชน์ระหว่างนักการเมืองกันเอง ดิฉันคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดคือ รัฐบาลจะต้องคํานึงถึงความรู้สึกของประชาชนด้วยว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเปึน ผลประโยชน์ต่างตอบแทนในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกันเองหรือไม่ หรือเปึนการที่จะ สมานฉันท์กับพรรคฝ์ายค้านเพื่อให้รัฐบาลสามารถอยู่ได้นานขึ้นหรือไม่ ดิฉันคิดว่า สิ่งเหล่านี้นี่ เปึนสิ่งที่ถ้าหากว่าเปึนไปเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองนั้น โดยไม่ฟังเสียง อันแท้จริงของประชาชนนั้นเปึนสิ่งที่ไม่เหมาะสมนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการตรวจสอบ ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องทําให้การตรวจสอบของประชาชนที่สามารถตรวจสอบ นักการเมืองนั้นมีความเข้มแข็งมากขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องไม่นําไปสู่ การที่จะเพิ่มอํานาจให้กับนักการเมืองมากขึ้น จนไม่สามารถตรวจสอบได้ ดิฉันคิดว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีข้อดีหลายอย่างนะคะ แต่ว่าเมื่อใช้ ๕ ป้แล้วนี่ สามารถที่จะ แก้ไขได้ แต่ปรากฏว่าใช้ไปเกือบ ๑๐ ป้ไม่มีการแก้ไข แล้วปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นจุดอ่อนที่สําคัญที่สุดคือ การต่อรองอํานาจในส่วนของประชาชนในการตรวจสอบ นักการเมืองนี้แทบไม่มีเลย เพราะฉะนั้นจึงทําให้สภานั้นกลายเปึนสภาที่ไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง หรือตรวจสอบความมีธรรมาภิบาล หรือการทุจริตคอร์รัปชัน ของนักการเมืองได้ ทําให้การชุมนุมนอกสภานั้นเกิดขึ้นและบานปลายไปสู่การรัฐประหาร ดิฉันคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นจะต้องมุ่งเน้นในเรื่องของประโยชน์ของประชาชนให้มาก ที่สุด ต้องไม่ใช่เน้นที่ประโยชน์ของฝ์ายการเมืองเท่านั้น เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝาก ไปถึงรัฐบาลว่า การโยนหินถามทางของท่านต้องระวังอย่าโยนหินใส่เท้าตัวเองนะคะ เพราะว่าการที่จะสื่อสาร ส่งสารออกไปว่า เพื่อที่จะให้ลดแรงกดดันแล้ว อาจจะนําไปสู่ การนิรโทษกรรมหรือการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองเพียงอย่าง เดียวนั้นดิฉันเชื่อว่า ประชาชนที่เปึนเจ้าของอธิปไตยเขารับไม่ได้ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอ ฝาก ๓ เรื่องนะคะ
ประการที่ ๑ ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการที่เปึนอิสระขึ้นมาตรวจสอบเรื่อง กรณีสงกรานต์เดือดที่เกิดขึ้น ซึ่งทางวุฒิสภาเราเอง ดิฉันเองก็จะร่วมทําในเรื่องนี้ด้วยอีก ทางหนึ่ง
ประการที่ ๒ ควรจะมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการชุมนุมสาธารณะที่มีความ สร้างสรรค์ เปึนลักษณะของการที่จะส่งเสริมการชุมนุมซึ่งอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนสามารถทําได้ แต่ต้องมีการควบคุมไม่ให้บานปลายเลยเถิดไปสู่ลักษณะของ การที่เปึนอนาธิปไตยหรือการก่อการร้าย หรือการก่อการจลาจลเผาบ้านเผาเมือง แล้วรัฐบาลเองจะต้องมีการสรุปบทเรียนของการที่จะควบคุมการชุมนุมโดยที่ไม่หนัก เกินไปหรือย่อหย่อนจนเกินไป
ประการที่ ๓ ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการนิรโทษกรรม ดิฉันคิดว่า จะต้องฟังเสียงของประชาชนให้มาก และจะต้องพยายามตรวจสอบว่าไม่ได้เปึนไปเพื่อ การอิงประโยชน์ การตอบแทนประโยชน์ซึ่งกันและกัน หรือการลดแรงกดดัน แล้วก็ยอมใน การทําสิ่งที่ดิฉันคิดว่าไม่ใช่ตามหลักนิติรัฐหรือประชาธิปไตย ก็ขอฝากไว้ ๓ ประเด็น ขอบคุณค่ะ