คํานูณ สิทธิสมาน ระบุว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงความอดทนในการฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภา และได้ใช้เวทีรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา ท่านได้เริ่มเกมรุกในมุมของท่าน โดยการพูดถึงเรื่องนิรโทษกรรมและแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ท่านยังต้องชี้แจงความเป็นจริงต่อประชาชนและปรับปรุงงานสื่อและประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาครับ จะไม่ใช้เวลาให้เปล่าประโยชน์หรอกครับ ท่านประธานครับ หลายท่านก็พูดกันไปมาก ตลอด ๒ วันมานี้นะครับ เหตุการณ์เหตุการณ์เดียวกัน มีมุมมองที่แตกต่างกันยังไม่เท่าไร แต่มีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันนั้น ผมนึกว่าดูหนังเรื่อง ราโชมอนอยู่ในสภาแห่งนี้นะครับ แต่อย่างไรก็ดีต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่ได้ พยายามใช้ความอดทนที่จะรับฟังทุกความเห็น และผมว่าทุกความเห็นมีประโยชน์ครับ ไม่ว่าจะเปึนความเห็นหรือเปึนมุมมองที่ตรงหรือไม่ตรงกับความเปึนจริงก็สุดแท้แต่ แต่เชื่อ ว่าทุกความเห็นมีประโยชน์ครับ ความอดทนของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นผมเห็นว่าเปึน สิ่งจําเปึน เพราะท่านต้องการจะพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า เวทีรัฐสภาสามารถจะใช้เปึนที่ แก้ปัญหาได้ แม้ว่าในมุมมองของบุคคลภายนอกหรือสื่อที่ปรากฏในเช้าวันนี้ อาจจะ มองเห็นว่าน่าจะเปึนเรื่องที่ไม่ง่ายนัก ท่านประธานครับ สถานการณ์ในช่วงวันสงกรานต์ นั้น กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีถือว่าได้เกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง สถานการณ์ที่เปึนจริงที่กระผมพยายามเฝัามองมาโดยตลอดก็คือ ในช่วงวันที่ ๑๑ วันที่ ๑๒ นั้น หรือแม้กระทั่งตอนกลางวันของวันที่ ๑๓ หลังจากประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินแล้ว ทางรัฐบาลดูเหมือนยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ กลไกของรัฐโดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ตํารวจบางส่วนไม่ทํางาน กลไกของรัฐโดยเฉพาะทหารบางส่วน บางระดับ ไม่ทํางานเท่าที่ควร ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ความเปึนผู้นําตัดสินใจพูดคุยเจรจากับ ทุกฝ์ายในช่วงวันที่ ๑๓ นั้น จนก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนใหม่ ท่านประธานครับ ผมเคยเชิญ ท่านประธานอ่านนิยายกําลังภายใน วันนี้จะไม่เชิญมาก แต่อยากจะบอกว่าสถานการณ์ มันคล้าย ๆ กับว่า จอมยุทธเมื่อเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ถึงจุดอับ ถึงขีดกั้นความเปึน ความตาย หรืออาจจะตายได้ พลันก็พลิกจากสถานการณ์นั้นเกิดกระบวนท่าใหม่ให้พลิก มามีชีวิตใหม่ได้ ผมถือว่าตั้งแต่กลางดึกของคืนวันที่ ๑๓ เมษายนที่ผ่านมานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้ผ่านพบประสบการณ์ใหม่ ถ้าภาษานิยายกําลังภายในเขาเรียกว่า พลิกจากจุดตายขึ้นมาเปึนการเกิดใหม่ ท่านได้ผ่านประสบการณ์พิสดารมาแล้วขั้นหนึ่ง ทําให้ฝ้มือของท่านนั้นพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง จากนั้นเราจะเห็นได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้เริ่มเป่ดเกมรุกในมุมของท่าน ก็คือการเป่ดรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ๒ วันมานี้การ พูดถึงเรื่องนิรโทษกรรม โดยยกเว้นไว้ ๒ อย่าง ก็คือคดีอาญากับคดีคอร์รัปชัน และการพูด ว่าจะรับฟังข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันนี้เปึนจุดยืนของท่านนายกรัฐมนตรีที่ พยายามจะใช้เวทีรัฐสภาเปึนที่แก้ปัญหา กระผมจะไม่วิจารณ์หรอกครับว่าจะเปึนไปได้ แค่ไหน เพราะท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี และพรรคประชาธิปัตย์ก็ดีน่าจะมีความชํานิชํานาญในงานสภามากกว่าใคร แต่กระผม อยากจะขอชี้ในประเด็นหนึ่งคือว่า งานทางสภา การรุกทางสภานั้นจะเดินหน้าไปได้ท่าน นายกรัฐมนตรีจะต้องชี้แจงความเปึนจริงต่อประชาชน ถ้าจะมีข้อเสนอใดที่กระผมจะ เลือกพูดในระยะเวลาอันจํากัดที่สุดนี้ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องพูดกับประชาชนให้ มากขึ้น ชี้แจงความเปึนจริงกับประชาชนให้มากขึ้น และปรับปรุงงานสื่อ งาน ประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลให้มากขึ้น ให้มีความกล้าหาญ กล้าทําให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะ ไม่ได้ยินการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียวในหลาย ๆ กรณีที่เราได้ยินมาตลอดระยะเวลา หลายเดือนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ คําที่มักจะมีคนพูดก็คือ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งทํากับข้าวออกทีวีก็พ้นจากตําแหน่ง แต่ไม่มีใครพูดเลยครับว่าอันนั้นมันเปึน มาตรการตามรัฐธรรมนูญเรื่องปัองกันการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ มักจะมีคนพูดกันว่า แค่ให้บัตรประชาชนภรรยาไปซื้อที่ดินก็ผิด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทําความผิดอะไรเลย แต่ไม่มีใคร เคยพยายามชี้แจงเท่าไรนักว่านั่นเปึนประเด็นตามมาตรา ๑๐๐ ของกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ซึ่งออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ และที่ใช้บังคับกับผู้ดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรี และจากนี้ไป ป.ป.ช. จะบังคับเพิ่มขึ้นกับผู้ดํารงตําแหน่งอีก ๕๐ ตําแหน่ง เหล่านี้เปึนมาตรการใหม่ ๆ แต่ตราบใดที่ไม่มีใครพูด ไม่มีใครชี้แจง องค์กร อิสระก็ไม่ได้มีหน้าที่ที่จะมาชี้แจงทุกวี่วัน กระผมเห็นว่านี่เปึนหน้าที่สําคัญอันยิ่งของ รัฐบาลครับ เช่นเดียวกันครับ เวลามีใครพูดถึงสมุฏฐานของโรคที่ก่อให้เกิดปมประเด็น ปัญหาอยู่ทุกวันนี้ คนมักจะพูดถึงเหตุการณ์รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ที่ตกเปึนจําเลยตลอดเวลา แล้วก็หันไปยกย่องชมเชยแต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แต่ไม่เคยมีใครที่จะพยายามพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะ นําไปสู่การรัฐประหารครั้งนั้น รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ตายไปแล้วใช่หรือไม่ตามที่มี นักวิชาการหลายท่านที่ไม่ใช่คนสีเหลืองพูดขึ้นมาว่า รัฐธรรมนูญตายแล้ว ๒-๓ ป้ก่อนเกิด การรัฐประหาร กระบวนการอะไรที่ทําให้เกิดเหตุการณ์นั้น อันนี้เปึนสิ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องใช้สื่อให้เปึนประโยชน์ ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ แต่เปึนการพูด ความจริง ทํางานหนักเพื่อพูดความจริง ท่านประธานครับ การเกิดใหม่ของ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ก่อให้เกิดมาตรฐานใหม่ในการสลายการชุมนุมที่แม้จะใช้ กําลังทหาร แต่ก็เปึนการใช้อย่างนุ่มนวล ไม่มีเลือกตกยางออก แต่อย่างไรก็ตามงาน ข้างหน้าของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นยังหนักมากนัก กระบวนการที่เปึนปฏิปักษ์กับท่าน เปึนปฏิปักษ์กับสถาบัน พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองยังคงดํารงอยู่ ท่านประธานครับ ขอฝากครั้งสุดท้ายไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่า หลังจากท่านเกิด ใหม่ในกลางดึกของคืนวันที่ ๑๓ เมษายนแล้ว หนทางที่ท่านจะเลือกเดินไปข้างหน้านั้น มันมีอยู่ ๒ ทาง ทางหนึ่งคือ การเปึนนักการเมืองธรรมดา ๆ อีกคนหนึ่ง อีกทางหนึ่งก็คือ การก้าวไปสู่จุดเริ่มต้นของการเปึนรัฐบุรุษ ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพียงแค่ คนไทยเห็น สื่อต่างประเทศก็เห็น ก่อนหน้ากลางดึกคืนวันที่ ๑๓ เมษายน ท่านนายกรัฐมนตรีถูกมองว่าเปึนตัวตลกที่ควบคุมอะไรไม่ได้ แต่หลังจากนั้น สื่อต่างประเทศจะพูดถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยความชื่นชมในระดับสําคัญว่า เปึนนักการเมืองที่พูดจามีเหตุมีผล ท่านตรวจสอบได้ในซีเอ็นเอ็น ตรวจสอบได้ในนิตยสาร ไทม์ (Time) หลักฐานไม่พอที่จะแสดง แต่จากนี้ไปนับเปึนเรื่องท้าทายอย่างยิ่งครับ ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนมีความสามารถ เปึนคนซื่อสัตย์แต่องค์ประกอบที่ทําให้ท่านได้ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นมาจาก การเมืองที่ล้มเหลว ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนขั้ว ทุกประการมีราคาที่ต้องจ่ายครับ ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะทราบดีว่าราคาที่ต้องจ่ายไปคืออะไร ทําให้กลไกของรัฐบาลส่วน ไม่อาจจะทํางานได้ดั่งใจใช่หรือไม่ จากนี้ไปด้วยบารมีที่เพิ่มมากขึ้นจากการเกิดใหม่ กระผมอยากจะขอฝากไว้ว่าในเมื่อท่านมาอยู่ในจุดที่มีบารมีมากขึ้น ได้รับเสียงสนับสนุน จากสังคมมากขึ้นเช่นนี้ท่านอย่าได้หวั่นไหวไปเลยครับกับแนวทางที่ไม่ชอบอื่น ๆ ขอให้ เด็ดขาดกับเรื่องที่ควรจะตัดสินใจเด็ดขาด การแหวกออกจากกรอบของการเมืองที่ ล้มเหลวนั้น กระผมเห็นว่ามีอยู่ทางเดียวครับ ท่านต้องพึ่งประชาชน ท่านต้องอิงประชาชน แต่ท่านจะพึ่งประชาชนได้ ท่านจะอิงประชาชนได้ ท่านต้องสื่อสารกับประชาชนอย่าง รอบด้าน อย่างรัดกุมในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่าน ส.ว. ตวง อันทะไชย และท่าน ส.ว. อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ได้พูดไว้เมื่อวานนี้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ท่านประธานครับสุดท้ายแล้วครับ กระผมจะขอฝากว่านอกจากความสามารถที่ท่านนายกรัฐมนตรีมี นอกจากความซื่อสัตย์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมี หนทางที่จะไปสู่จุดเริ่มต้นของการเปึนรัฐบุรุษในอนาคตนั้น ยังต้องการอีก ๒ ประการ คือความเสียสละ ซึ่งกระผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีมี แต่สุดท้ายก็คือความกล้าหาญครับ ท่านประธานครับจบแล้วครับ ความกล้าหาญนั้น เปึนเรื่องที่น่าเสียใจและเปึนสัจธรรมอย่างหนึ่งว่าผู้ที่กล้าหาญ ผู้ที่กล้าเปลี่ยนแปลง ผู้ที่กล้าแหวกกรอบนั้น ไม่แน่ว่าจะได้รับผลที่ดีเสมอไป กระผมขอฝากกลอนของ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่เขียนไว้เมื่อ ๒-๓ วันก่อน เขาไม่ได้เขียนให้ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ เขาเขียนให้คนอื่น แต่กระผมอยากจะฝากกลอนบทนี้ไว้ให้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เขียนไว้ว่า โลกไม่มี หลักประกัน ให้คนกล้า คนอยู่หน้า ต้องล้ม ต้องจมคว่ํา ถึงฝนห่า จะฝ์าฝน กลางฝนพรํา คนที่ถือ ธงธรรม จักชํานะ ขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรียืนอยู่กับธรรมะและเดินหน้าต่อไป ขอบพระคุณครับ