ตวง อันทะไชย หารือเรื่องการฟังข้อมูลจากสื่อมวลชน การชุมนุมของคนในต่างประเทศ การยกเลิกมาตรา 179 และการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงการทุจริตคอร์รัปชันและขอให้รัฐบาลปรับปรุงกระบวนการรักษาความปลอดภัยให้ดีขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ผมขอประทานอนุญาตได้ เริ่มต้นว่า ลองมาฟังอีกมุมที่แตกต่างหลากหลายที่เราไปทําการบ้านมาในกลุ่มของ ส.ว. เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เราเปึนคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในขั้วใดขั้วหนึ่ง ที่จะกราบเรียนท่านทั้งในเชิงหลักวิชาการและแนวคิดของกลุ่มเรา ผมเรียน ท่านประธานเบื้องต้นว่า ความจริงผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ขอได้โปรดท่านได้ฟังให้มากกว่านี้ ท่านอย่าเพิ่งโต้ครับ เพราะท่าน อุตส่าห์เป่ดมาตรา ๑๗๙ มานี่เพื่อที่จะรับฟัง ผมคิดว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่ไพศาลนัก โลกนี้เปึนโลกแห่งเทคโนโลยี ไม่มีทางที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะบิดเบือนข้อเท็จจริงไปจากสื่อมวลชน ที่อยู่ข้างบนนี้ เขามีข้อมูลครับ แล้วประชาชนเขาทราบดีครับ เขาตัดสินใจดีครับ ถ้าเรา เชื่อมั่นต่อประชาชน เราต้องให้ประชาชนได้รับรู้ว่าแท้จริงบุคคลแต่ละคนนั้นเขาขึ้นมา อย่างไร เขามีที่มาอย่างไร ผมไม่เห็นความจําเปึนจะต้องขึ้นมาโต้ตลอดเลย
ผมเริ่มต้นอย่างนี้ ความเปึนจริงไม่มีเวลาที่จะพูดถึงอดีต แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า แม้อยากจะพูดถึงอนาคตนี่มันก็จําเปึนที่จะต้องพูดถึงเรื่องเมื่อวาน เพื่อที่จะมีข้อเสนอแนะก้าวไปสู่วันข้างหน้าว่าจะต้องทําอย่างไร สมาชิกวุฒิสภาจํานวน หนึ่งได้นั่งคุยกันบนพื้นฐานว่า เราจะช่วยประเทศ ผมย้ําและขีดเส้นใต้สองเส้นว่า ช่วย ประเทศ ไม่ได้ช่วยรัฐบาลเพื่อหาทางออกของปัญหานี้อย่างไร เราพบว่าที่ผ่านมานั้น รัฐบาลอยู่ในภาวะที่จะทํา จะทําอะไรก็เกรงจะเกิดข้อครหา ครั้นไม่ทําเลย นี่อย่างที่ผ่าน มาก็ยิ่งลําบากมากกว่า และเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ท่านประธานเองก็ทราบ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นว่า พอจะทําก็กลัวจะเกิดข้อครหาที่ได้แถลงต่อสภาไปแล้ว แต่พอ ทําก็เกิดปัญหาแล้วก็เปึนปัญหาที่มันเกิดขึ้น ที่ผมคิดว่าเหตุการณ์วันนี้มันคือจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ที่รัฐบาลจะต้องมองไปข้างหน้า จะต้องยึดหลักให้มั่น และจะต้องทํางานให้หนักขึ้นกว่าเดิม หนักกว่าวันที่ ๑๓ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมถามคําถามท่านเบื้องต้นว่า ท่านจะทําอย่างไรกับการชุมนุม นอกพื้นที่ที่เกิดขึ้นที่ไม่ใช่อยู่ในภาวะฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นในวันสองวัน ท่านจะทําอย่างไร กับการเคลื่อนไหวของคนในต่างประเทศอีกคนสองคน ผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศครับ แต่ต่างประเทศเขารู้แล้วละครับ ว่าคืออะไร เวลาท่านทํากับคนเหล่านี้ท่านไม่ต้องมาบอก เขาละครับ ท่านใช้กลไกของท่านทํางาน ไม่ต้องมาโพนทะนาบอกว่าจะต้องทําอะไรบ้าง
ประการต่อมา ท่านจะบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง เปึนธรรม เสมอภาค และเท่าเทียมกันอย่างไร
คําถามสุดท้ายเฉพาะช่วงนี้ผมคิดว่า ณ เวลานี้เสร็จจากการอภิปราย มาตรา ๑๗๙ นี่ รัฐบาลต้องกลับไปตั้งหลัก ชั่งน้ําหนักให้ดี ๆ ระหว่างความได้ ความเสีย จุดสมดุลในการที่จะคงพระราชบัญญัติในภาวะฉุกเฉินเอาไว้กับการประกาศยกเลิกเสีย เพราะมันส่งผลกระทบต่อความเสียหายต่อประเทศของเรา ไม่ว่าจะเปึนทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ผมคิดว่ารัฐบาลเสร็จนี้จะต้อง ประกาศให้ชัดว่า ท่านควบคุมสถานการณ์ไว้อย่างไร จะยกเลิกอย่างไร ผมเริ่มต้นอย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้าจะให้ข้อเสนอแนะในเวลาข้อจํากัดที่ผมมีอยู่นี้ ไม่จบ แต่ผมจะบอก ท่านประธานว่าจะเสนออย่างไร ถ้ามีเวลาว่าง วันที่ท่านให้เวลากับวุฒิสภาใช้ มาตรา ๑๖๑ นั้น ผมจะนํารายละเอียดมากราบเรียนท่าน แต่เวลา ๑๐ นาทีอาจจะพูดได้ บางช่วง
ผมขอประทานอนุญาตท่านประธานกราบเรียนผ่านไปยังรัฐบาลเริ่มต้น อย่างนี้ว่า พวกเราเห็นตรงกันว่าวิกฤติของประเทศคราวนี้ มันเกิดเมื่อต้นป้ ๒๕๔๖ ปลายป้ ๒๕๔๗ มุมต่างที่เรามองนี่ ผมเกรงว่ารัฐบาลจะลืม ความจริงรากเหง้าของวิกฤติ ของประเทศคราวนี้มันเกิดจากรากเหง้าของการทุจริตคอร์รัปชันอย่างมีระบบและ กระบวนการอย่างสลับซับซ้อน แล้วไล่เรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อป้ ๒๕๔๘ ได้มีกลุ่มคนขึ้นมา เรียกร้องว่า มีการทุจริตคอร์รัปชัน นําไปสู่การเรียกร้องชุมนุมประท้วง และป้ ๒๕๔๙ ก็ไปสู่การยึดอํานาจปฏิวัติ แล้วมีคนอีกกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมาบอกว่าไม่ใช่ทุจริตคอร์รัปชัน แต่เปึนการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย คน ๒ กลุ่มก็ลุกขึ้นมาต่อสู้โดยใช้ฐานพลังมวลชน ของตัวเองขึ้นมาต่อสู้ และใช้ประเทศไทยเปึนเครื่องเดิมพัน ผมวิเคราะห์อย่างนี้เพื่อจะ บอกท่านประธานว่า ถ้าเราทําใจเปึนกลาง มองอย่างเห็นความเปึนจริง เราจะพบว่าจาก วันที่เกิดเหตุการณ์ ๒ ครั้ง กลุ่มนั้นก็โดนวันที่ ๗ ครับ กลุ่มนี้ก็โดนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่าน มา ไม่แตกต่างกัน จุดจบก็คือ ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จุดจบก็คือ ประเทศ ได้รับความหายนะบนซากปรักหักพัง บนซากกระดูกและคราบน้ําตาของประชาชน จุดจบ มันคืออย่างนี้ ถ้าถามว่าแล้วเรามีข้อเสนออย่างไรต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธาน ๓ ประเด็นด้วยกัน ด้วยเวลาจํากัดว่า
ประการที่ ๑ เบื้องต้นรัฐบาลจะต้องทบทวนหน่วยงานความมั่นคง และความปลอดภัยของชาติทั้งระบบ ทั้งภายในประเทศและนอกประเทศอย่างจริงจัง
ประการที่ ๒ รัฐบาลจะต้องใช้วิกฤติของประเทศเวลานี้ให้เปึนโอกาสของ ประเทศในการกอบกู้ฟุ๋นฟูด้วยกระบวนการประชาสังคมและเครือข่ายของภาคประชาชน เพื่อลดความขัดแย้ง เสริมสร้างสันติสุขขึ้นมา สร้างความสามัคคีของคนในชาติ
ประการที่ ๓ รัฐบาลจะต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในชาติ ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และสร้างภูมิคุ้มกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชันอย่างเปึนระบบ
ผมเรียนท่านประธานขีดเส้นใต้ให้ย้ํานะครับว่า กระบวนการเรียนรู้ที่ผมพูด ถึงมิได้หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน คือกระทรวงศึกษาธิการ มันแตกต่าง กันโดยสิ้นเชิง
ผมเริ่มต้นที่เรื่องแรก คือทบทวนเรื่องหน่วยความมั่นคงภายในประเทศของ รัฐบาล พวกเราเฝัาดูนี่ เราเห็นว่ารัฐบาลทํามาตรการในเชิงรับมากกว่ารุก หลายครั้งผม เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความสงสาร ด้วยความเห็นใจ แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกว่า แล้วทําไมการปัองกันรักษาความปลอดภัยของผู้นําประเทศนั้นต้องปล่อยให้คนไปทุบที่รถ ได้อย่างไร อายเขาไปทั่วโลก เกิดครั้งที่ ๑ ยังไม่พอท่านประธานครับ ไปเกิดครั้งที่ ๒ แทบ เอาชีวิตไม่รอด ถ้าคิดอีกมุมดี คิดอีกมุมหนึ่ง มองว่าท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนที่อดทนต่อ สภาพที่เกิดขึ้น คิดอีกมุมหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะทําอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดเงื่อนไขในการ ที่จะทําสักอย่างหนึ่งไหม ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีให้ลองคิดนะครับ แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นก็ตามปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทบทวน หน่วยรักษาความมั่นคงและภายในประเทศ ไม่ว่าจะเปึนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ วันนี้ ระดับผู้ปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตํารวจเขาไม่มีปัญหาละครับ ท่านทราบไหมครับว่าใคร มีปัญหา ท่านนายกรัฐมนตรีทราบดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีทราบดี เมื่อประชาชน ไม่สามารถพึ่งพาผู้รักษาความปลอดภัยภายในประเทศได้ ประชาชนก็ลุกขึ้นมาตั้งกอง กําลังทําร้ายกัน อันนี้อันตรายมาก ท่านประธานจําได้ไหมครับ เหตุการณ์ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้เกิดจากปรัชญาตรงนี้ เมื่อผมโดนกระทํา ผมโดนเอ็ม ๗๙ ยิง เมื่อยิงแล้ว ไม่ตาย รัฐบาลผู้มีอํานาจไม่สามารถช่วยได้ เขาก็ยกกองกําลังไปต่อสู้กันประหัตประหาร อย่างนี้ อันตรายท่านประธานครับ จะต้องทบทวนผู้รักษาความมั่นคงภายในให้ได้ เปึนระบบและเปึนกระบวนการอย่างมั่นใจและมั่นคงต่อประชาชน
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าหน่วยทหารต้องให้เขากลับไปสู่ที่ตั้งครับ เรากําลังใช้ ฝาโอ่งมาป่ดฝาตุ่มครับ เรากําลังใช้คนที่เขาถูกฝ๊กมาเพื่อปกปัองในสู้รบสงคราม รักษาอาณาเขตประเทศ แต่มาใช้ภายในประเทศ ถ้าท่านทําได้ภายใน ๓ วัน ๔ วัน มันก็จะพลิกฟุ๋นสร้างความมั่นใจต่อประชาชน ต่อผู้ลงทุนภายนอกและภายในประเทศ แล้วก็จะกอบกู้ฟุ๋นฟูขวัญกําลังใจคืนมา หน่วยงานด้านข่าวกรองของท่านนายกรัฐมนตรี และกระทรวง ทบวง กรมของประเทศไทย ในทัศนะพวกเราเห็นว่ามันอ่อนมาก ผมไม่รู้ว่า เขาอ่อนหรือว่าเขามีข้อมูล ท่านรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้ข้อมูล อันนี้ผมไม่ทราบ แต่เราเห็นว่ามันอ่อนเกินไปที่จะรักษาประเทศอันเปึนที่รักของเราไว้ได้
และประการสําคัญ การรักษาความปลอดภัยผู้นําประเทศนั้น ทําให้เปึน มืออาชีพหน่อยครับ ผมถามหน่อยว่าตอนอยู่พัทยานี่ถ้าเขาจะยิงนี่ตายแล้ว อยู่ที่ กระทรวงมหาดไทยมีระเบิดสักลูกตายแล้ว มีเอ็ม ๗๙ นายกรัฐมนตรีตายนี่ ผมเปึน พลเมืองของท่านนายกรัฐมนตรี ผมอายไปทั่วโลกครับ
ประการต่อมาการกอบกู้ฟุ๋นฟูประเทศด้วยประชาสังคม เวลาผมหมดพอดี ท่านประธาน ผมเพิ่มนิดเดียว ท่านประธานนิดเดียวครับ จะจบแล้วครับ