ชัย ชิดชอบ แถลงสถานการณ์การชุมนุมในพัทยาและกรุงเทพมหานคร โดยรัฐบาลพยายามใช้ความอดทนและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปและพยายามขัดขวางการประชุมสุดยอดอาเซียน ชัย ชิดชอบ หารือเรื่องการประชุมสุดยอดระหว่างรัฐบาลและประเทศต่าง ๆ ที่ถูกขัดขวาง โดยนำไปสู่การประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ชัย ชิดชอบ ยังหารือเรื่องการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส และไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
ผมเรียนเพื่อคลายเครียดอย่างที่ท่าน ว่านะครับ ผมจะเป่ดโอกาสนะครับ สองผู้เฒ่านี้นะครับจะเป่ดโอกาส ท่านไม่ต้องห่วง ละครับ กระผมขอดําเนินการต่อไปเลยนะครับ
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องด่วน
ขอเป่ดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ขอเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แถลงครับ เชิญครับ แต่ขณะเดียวกันก็กลับปรากฏว่ามีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งบางส่วนเปึนแกนนําของการชุมนุม ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางการชุมนุมไป โดยเริ่มมีการพูดถึงการใช้ลักษณะของความรุนแรง มากยิ่งขึ้น และต่อมาก็ได้ปรากฏเหตุการณ์ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวทาง การชุมนุมไป เช่น
ในวันที่ ๗ เมษายน ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่พัทยาที่ผู้ชุมนุมได้เข้ามาพยายาม ป่ดล้อมแล้วก็ทําร้ายผมขณะที่เดินทางกลับจากการประชุมที่พัทยา และ
ต่อมาในวันที่ ๙ เมษายน ก็พบความเปึนจริงว่ามีการออกใบปฏิบัติการใน ลักษณะของการป่ดถนนหรือป่ดสี่แยกในหลายบริเวณในกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้อง กราบเรียนกับท่านประธานว่าการกระทําในลักษณะเช่นนั้นทั้งหมดย่อมถือได้ว่าไม่เปึนไป ตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญในการบัญญัติให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ได้พยายามที่จะใช้ความอดทน อดกลั้น โดยยึดถือ แนวปฏิบัติเดิมก็คือหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและความรุนแรง แต่ว่าการชุมนุมก็ได้ เคลื่อนย้ายไปสู่เมืองพัทยาซึ่งกําลังจะมีการจัดการประชุมครั้งสําคัญในภูมิภาคเอเชีย นั่นก็คือการประชุมสุดยอดอาเซียนกับคู่เจรจา ซึ่งมีทั้ง ๑๐ ประเทศในอาเซียนและอีก ๖ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมไปถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่มาร่วมประชุมด้วย เริ่มมี การประกาศชัดเจนว่าต้องการที่จะขัดขวางไม่ให้การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นได้
ในที่สุดในวันที่ ๑๐ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ก็ได้มีความ พยายามที่จะขัดขวางการประชุมครั้งนั้น และในที่สุดรัฐบาลโดยเห็นแก่ความปลอดภัย สูงสุดของผู้นําของมิตรประเทศ ก็ได้ตัดสินใจเลื่อนการประชุมสุดยอดดังกล่าวไป ซึ่งถือได้ ว่าทําให้เกิดความเสียหายกับประเทศของเราและภูมิภาคของเราอย่างมาก แต่กระนั้นแม้ มีการเลื่อนการประชุมแล้วก็ยังมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งบุกเข้าไปในโรงแรมที่เปึนที่จัดการ ประชุม และก็มีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น กระผมจึงได้หารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเปึนการประชุมคณะรัฐมนตรีตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยวิธีการประชุม คณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศภาวะฉุกเฉินที่เมืองพัทยา แล้วก็ได้ดําเนินการในการที่จะดูแล ว่าเราสามารถที่จะให้ผู้นําประเทศต่าง ๆ นั้นสามารถเดินทางกลับประเทศของเขาได้อย่าง ปลอดภัย ซึ่งก็ได้ดําเนินการเสร็จสิ้นในช่วงค่ําของวันเดียวกัน จึงได้มีการยกเลิกประกาศ ภาวะฉุกเฉินที่เมืองพัทยาในค่ําวันเดียวกัน หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นแล้ว วันรุ่งขึ้นเมื่อ มีการจับกุมแกนนําผู้ชุมนุมที่ได้บุกรุกเข้าไปขัดขวางการประชุม ก็ได้เกิดภาวะความไม่สงบ ขึ้นอีกในกรุงเทพมหานคร โดยมีการเคลื่อนไหวในลักษณะของการไปป่ดล้อมศาล รวมไป ถึงการพูดจาปราศรัยหลายแห่งก็เปลี่ยนแปลงจากการชุมนุมโดยสงบไปเปึนการเรียกร้อง ให้มีผู้ชุมนุมบางส่วนนั้นไปกระทําการที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึนการไปป่ดล้อมสถานที่ ราชการ ป่ดถนน ไปจนถึงการตั้งค่าหัวไล่ล่าบุคคลหลายคนในรัฐบาลหรือในส่วนอื่น ๆ ซึ่งกระผมเชื่อมั่นครับว่าพวกเราทุกคนที่มีจิตใจเปึนประชาธิปไตย รวมทั้งผู้ชุมนุมจํานวน มากที่เคยมาชุมนุมนั้นคงไม่สามารถที่จะยอมรับแนวทางดังกล่าวได้ เพราะเปึนการ กระทําที่ผิดกฎหมายและนํามาสู่ความไม่สงบอย่างชัดเจน หากปล่อยให้มีการดําเนินการ ต่อไปนั้น ความเปึนนิติรัฐก็ย่อมจะต้องสิ้นสุดลง เพราะเท่ากับว่าเราอนุญาตให้คน สามารถแสดงออกอย่างเป่ดเผยในการกระทําที่ผิดกฎหมายและเรียกร้องให้พี่น้อง ประชาชนดําเนินการในลักษณะที่ผิดกฎหมายได้ รวมทั้งมีการใช้ความรุนแรงด้วย ผมจึง ได้ปรึกษากับทางรัฐมนตรีเพื่อให้มีมติคณะรัฐมนตรีประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ในช่วงบ่ายของวันที่ ๑๒ โดยได้ไปแถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทย ทันที ที่แถลงเสร็จก็ได้ลงมาเพื่อที่จะเดินทางกลับออกจากกระทรวงมหาดไทย ก็ปรากฏว่าได้มี กลุ่มผู้ชุมนุมจํานวนหนึ่งได้เข้ามา แล้วก็พยายามที่จะทําร้าย ความจริงก็กล่าวได้ค่อนข้าง เต็มปากเต็มคําเลยครับว่าพยายามที่จะฆ่าตัวกระผม จากคําพูด จากพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ว่าในที่สุดกระผมก็สามารถที่จะเดินทางออกมาจากกระทรวงมหาดไทยได้ แล้วก็ได้มีการประชุมกับฝ์ายความมั่นคงต่าง ๆ ว่า เมื่อได้มีการประกาศใช้พระราชกําหนด แล้วจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างไร ตลอดคืนของวันที่ ๑๒ เราได้มี การประเมินกันครับว่าขณะนั้นผู้ชุมนุมนั้นก็จะมีการออกไปปฏิบัติการตามพื้นที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร เราได้ซักซ้อมความเข้าใจในการออกประกาศ ในการกําหนดโครงสร้าง และการมอบนโยบายให้แก่ผู้ปฏิบัติทุกคนว่าการประกาศใช้พระราชกําหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทาง การเมือง แต่จุดมุ่งหมายคือนําบ้านเมืองกลับสู่ภาวะความปกติ ความสงบสุข และ ปกปัองประเทศของเราให้ยังคงเปึนประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมายเท่านั้น ได้ให้นโยบาย ชัดเจนครับว่า ในการปฏิบัติการต่าง ๆ ซึ่งเราทราบดีว่าโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันมีอยู่ ตลอดเวลาว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติอย่างโปร่งใส และยึดนโยบายสําคัญที่สุดของ รัฐบาลนั่นก็คือว่าจะต้องพยายามทุกวิถีทางไม่ให้เกิดความสูญเสียหรือความเสียหาย ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะต่อร่างกายชีวิตของพี่น้องประชาชนและทรัพย์สินต่าง ๆ กระผม กราบเรียนว่า ได้กําชับตรงนี้หลายครั้งและได้ยืนยันว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้น จะต้องเป่ดโอกาสให้สื่อสารมวลชนทั้งในและต่างประเทศสามารถที่จะสังเกตการณ์ได้ อยู่ตลอดเวลา และหากมีปัญหาการปะทะ การบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปดูแลว่า ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ฝ์ายใดได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด รวมไปถึงว่าหากมีข้อมูลข้อเท็จจริง ประการใดที่บ่งบอกถึงการไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้ ก็จะต้องมีการตรวจสอบและชี้แจง ข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบโดยเร็วที่สุด
ดังจะเห็นได้ว่าการปฏิบัติการซึ่งเริ่มขึ้นประมาณช่วงเช้ามืดของวันที่ ๑๓ ที่บริเวณแยกดินแดงนั้นต่อเนื่องตลอดทั้งวันในหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ทางผู้ที่ เกี่ยวข้องก็จะได้มีการรายงานข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้รับทราบ รวมทั้งเป่ดโอกาสให้ มีการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมไปถึงข้อสงสัยว่า จะมีผู้ใดเสียชีวิตหรือไม่ ไม่เพียงแต่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทางฝ์ายความมั่นคงครับ แต่ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของโรงพยาบาล การบริการฉุกเฉิน การบริการสาธารณสุขก็จะเปึน ผู้ที่คอยชี้แจงและให้ข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาโดยลําดับ กระผมกราบเรียนว่าตัวกระผมเองได้ ตรวจสอบอยู่ตลอดเวลาว่ามีปัญหาหรือไม่ รวมทั้งท่านผู้บริหารระดับสูงฝ์ายความมั่นคง ทุกคนก็ได้ยึดถือนโยบายนี้และปฏิบัติในเช่นนี้ตลอดทั้งวันในวันที่ ๑๓ เมษายน จนในที่สุดกล่าวได้ว่าการคลี่คลายสถานการณ์ตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร ก็ดําเนินการไปด้วยความเรียบร้อย เหลือเพียงแต่ผู้ชุมนุมจํานวนหนึ่งซึ่งยังคงชุมนุม ต่อเนื่องอยู่บริเวณรอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาล คืนวันที่ ๑๓ กระผมก็ได้มีการประชุมฝ์าย ความมั่นคงอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะตัดสินใจว่าจะดําเนินการอย่างไรต่อไป แล้วก็ได้ตัดสินใจกันครับว่าจะไม่มีการเข้าสลายผู้ชุมนุมบริเวณรอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาล เนื่องจากกังวลว่าอาจจะนําไปสู่ความสูญเสียได้ แต่ได้ตัดสินใจใช้วิธีการในการที่จะตรึง สถานการณ์รอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาลไว้ด้วยการเคลื่อนกําลังคนและบุคลากรต่าง ๆ เข้าไป โฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมนั้นได้สลายการชุมนุม และต่อมาในช่วงเช้า วันรุ่งขึ้นก็มีการพูดคุยกัน แล้วก็ทางผู้ชุมนุมก็ได้ตัดสินใจที่จะสลายการชุมนุมไป แม้การชุมนุมจะยุติลงรอบ ๆ ทําเนียบรัฐบาล ก็ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมจํานวนหนึ่งซึ่งยังคง มีการชุมนุมต่อเนื่องในบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร เช่น ที่แยกวังแดง ลานเจษฎาบดินทร์ หรือสนามหลวง กระผมก็ได้ให้นโยบายว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ์ายความมั่นคงนั้นใช้วิธีการ เข้าไปพูดคุยเพื่อร้องขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กราบเรียนท่านประธาน ย้ําอีกครั้งครับว่า เหตุการณ์ทั้งหมดในช่วงนั้นดําเนินการไปอย่างเป่ดเผย โปร่งใส และ เปึนไปตามนโยบายที่กระผมได้มอบไว้กับทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง
ในแง่ของการดําเนินคดีนั้นก็ได้ให้นโยบายชัดเจนครับว่า แม้ว่าจะมี ผู้กระทําผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเมื่อมีการประกาศพระราชกําหนดแล้ว การชุมนุมไม่สามารถกระทําได้ แต่ว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ซึ่งไม่ได้มีการสนับสนุนให้เกิด ความรุนแรงนั้นก็ไม่ได้มีการดําเนินการอะไร ก็สามารถอํานวยความสะดวกให้เดินทาง กลับบ้านได้ มีเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมยุยงให้เกิดการใช้ความรุนแรงและ การกระทําที่ผิดกฎหมายเท่านั้น ซึ่งก็ต้องดําเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ไม่ว่าจะเปึนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือพระราชกําหนดประกอบกันไป เหตุการณ์ทั้งหมดที่มีการตรวจสอบนั้นก็พบว่ามีผู้เสียชีวิต ๒ ราย ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ของการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับพี่น้องประชาชนในชุมชนนางเลิ้ง มิได้เปึนส่วนหนึ่ง ของการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เราพยายามที่จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเมื่อทราบว่าจะเกิด เหตุการณ์ของการปะทะกัน แต่ว่าไม่สามารถเข้าไปทันเวลา ซึ่งก็ขอกราบเรียนว่าพวกเรา ทุกคนก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สําหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและมีการนําส่ง โรงพยาบาลทั้งหมดนั้น ซึ่งมีทั้งฝ์ายเจ้าหน้าที่และฝ์ายพี่น้องประชาชนทั่วไป ทั้งที่เปึน ผู้ชุมนุมหรือประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ก็มีการตรวจสอบครับว่า ในส่วนที่ได้รับบาดเจ็บจาก กระสุนป๋นนั้นจะมีอยู่ก็คือ ทหาร ๔ นาย และประชาชน ๒ ราย ซึ่งก็ได้มีการตรวจสอบว่า กระสุนป๋นนั้นไม่ใช่เปึนลักษณะที่ทางเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติการในการที่จะคลี่คลาย เหตุการณ์ตามจุดต่าง ๆ ตามที่กระผมได้กราบเรียนมาแล้ว
นอกจากนั้นเมื่อต่อมามีข่าวว่าพบศพ ๒ ศพ ลอยอยู่ในแม่น้ําเจ้าพระยา ก็ได้มีการไปตรวจสอบครับว่าบุคคลทั้งสองนั้นยังมีชีวิตอยู่ในคืนของวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งก็เปึนเวลาหลังจากที่มีการคลี่คลายสถานการณ์ตามจุดต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครไป หมดแล้ว แล้วก็ผู้ที่ให้การในการสืบสวนสอบสวนที่พบบุคคลทั้งสองในช่วงสุดท้ายก่อน เสียชีวิตนั้น ก็ยืนยันว่าบุคคลทั้งสองนั้นไม่ได้เข้าไปร่วมชุมนุมแต่ประการใด เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนครับว่า การดําเนินการทั้งหมดก็ผ่านไปตามแนวนโยบายที่รัฐบาลได้ ให้ไว้ อย่างไรก็ตามครับ ผมเองทราบดีว่าอาจจะมีข้อสงสัย อาจจะมีข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ซึ่งย่อมจะเปึนสิทธิของพี่น้องประชาชนหรือเพื่อนสมาชิกในการที่จะสอบถามได้ ดังนั้น ส่วนหนึ่งของการขอเป่ดประชุมตามมาตรา ๑๗๙ ในวันนี้ก็เปึนการเป่ดโอกาสให้ท่าน นําเสนอข้อมูลต่าง ๆ ได้เพื่อที่เราจะได้ช่วยกันตรวจสอบและหาข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจง ประชาชนต่อไป แต่ขอยืนยันครับว่าแนวทางของรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่มีเรื่องใดเลยที่เปึน ลักษณะของการที่จะจงใจใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ที่สําคัญที่สุดก็คือเปัาหมายทั้งหมดของการทํางานไม่ใช่เรื่องของการเข้าปราบปราม ในเรื่องของการชุมนุมทางการเมืองแต่เพื่อรักษากฎหมาย หลังจากนี้ไปกระผมก็ได้ ให้นโยบายชัดเจนครับ นับตั้งแต่การปฏิบัติการต่าง ๆ สิ้นสุดลงกระผมบอกว่าเรื่องนี้ไม่มี ฝ์ายใดทางการเมืองชนะอย่างแน่นอน แต่เปึนเรื่องของการนําความสงบสุขกลับคืนมา เพื่อที่จะเอาเวลาที่อยู่ในความสงบนั้นมาพูดคุยกันถึงทางออกในการแก้ปัญหา ความขัดแย้งที่ดํารงอยู่ในสังคมของเราต่อไป ซึ่งเปึนวัตถุประสงค์สําคัญที่สุดที่กระผม ได้ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อเป่ดการอภิปรายทั่วไปและรับฟังความคิดเห็นของเพื่อน สมาชิกรัฐสภาในวันนี้
กระผมขอกราบเรียนเปึนประเด็นสุดท้ายครับว่า วันนี้เปึนวันที่พวกเรา ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยจะต้องช่วยกันสร้างศรัทธาให้กับระบบรัฐสภาและระบบ การเมือง เปึนวันที่เราต้องตัดสินใจครับว่าเราจะใช้สถาบันแห่งนี้เพื่อสมานแผลต่าง ๆ ในสังคม หรือเราจะกลายเปึนส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในสังคม ที่ต้องกราบเรียนอย่างนี้ กระผมย้ําอีกครั้งครับว่า ผู้ที่คิดไม่เหมือนกับรัฐบาล ผู้ที่ต่อต้านผมจํานวนมาก ผมเชื่อว่า เปึนความคิดในทางการเมืองที่บริสุทธิ์ และกระผมก็ยังยืนยันที่จะรับฟังแนวทางความคิด เหล่านั้น และจึงได้เสนอไปแล้วว่าประเด็นข้อเรียกร้องบางประเด็น เช่น การแก้ไข รัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปการเมืองนั้นเราจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ ในอดีตเราเดินหน้าอยู่ แต่อาจจะตกลงกันไม่ได้ในเรื่องของรูปแบบวิธีการในการดําเนินการ วันนี้เราควรจะมา ช่วยแสวงหาความชัดเจนว่าเราจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไรต่อไป ในส่วนของพรรคร่วม รัฐบาลนั้นได้มีการมอบหมายให้ทุกพรรคไปประมวลข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายใน ๒ สัปดาห์เพื่อกลับมาประชุมร่วมกันอีกทีหนึ่ง และกระผมก็จะยินดีมากถ้าเพื่อนสมาชิก ในพรรคฝ์ายค้านก็ดี สมาชิกวุฒิสภาก็ดี ก็จะได้ระดมความคิดเห็นในลักษณะเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่ายังคงมีการดําเนินการของคนบางกลุ่ม ซึ่งไม่ต้องการให้ความขัดแย้งนั้นสิ้นสุดลง กระผมเข้าใจได้ทุกคนที่เปึนคนไทยนั้นเราเปึน ห่วงที่สุดคือการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยไม่ว่าจะในเหตุการณ์ใดก็ตาม และกระผมกราบเรียนว่าถ้ามีข้อมูลใดซึ่งจะเปึนประโยชน์ในการร่วมกันตรวจสอบชี้แจง แสวงหาข้อเท็จจริงนั้นรัฐบาลยินดี แต่ก็ต้องขอเตือนว่าในช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา ก็ได้มีการเคลื่อนไหวของคนบางกลุ่ม อ้างอิงภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวก็แล้วแต่ ซึ่งต่อมาก็ปรากฏชัดเจนตามที่สถานีโทรทัศน์บางช่องเสนอไปก็คือว่า ไม่ได้ตรงกับ ความเปึนจริง ลักษณะอย่างนี้อันตรายครับ เพราะมีความพยายามของคนบางกลุ่มที่จะ อาศัยเงื่อนไขนี้เพื่อปลุกระดมให้สภาพของบ้านเมืองเราย้อนกลับไปเหมือนกับในช่วงก่อน สงกรานต์ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าคนที่มีจิตใจเปึนประชาธิปไตยนั้นย่อมไม่คิดอ่านที่จะทําเช่นนั้น และก็จะไม่เปึนผลดีกับฝ์ายใด และยิ่งจะมีความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียเลือดเนื้อของ พี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน และที่สําคัญก็คือสุ่มเสี่ยงต่อการที่เราจะสูญเสีย ประชาธิปไตย
กระผมกราบเรียนท่านประธานว่ายิ่งไปกว่านั้นการให้สัมภาษณ์ของบุคคล ต่อสื่อต่างประเทศ บางส่วนก็ได้พยายามที่จะขยายวงความขัดแย้งตรงนี้ออกไปเพิ่มเติม เมื่อวานนี้ก็มีกรณีการให้สัมภาษณ์ที่ไม่เหมาะสมไม่บังควรอย่างยิ่ง จาบจ้วงถึงสถาบัน และองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าเราทุกคนจะช่วยกันยุติการกระทํา เช่นนั้น เพราะสถาบันดังกล่าวอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกันก็มีแกนนําผู้ชุมนุมคนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวของสํานักข่าว ต่างประเทศ บอกว่าต่อไปนี้การชุมนุมนั้นจะเปลี่ยนรูปแบบไป และพูดถึงการใช้อาวุธและ การใช้ความรุนแรง
กระผมอยากจะเชิญชวนผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกท่านครับว่า วันนี้ เราช่วยกันปฏิเสธแนวทางอย่างนั้นเถอะครับ ส่วนความคิดเห็นที่แตกต่างวันนี้เราใช้เวที รัฐสภาในการเป่ดขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนรับฟังกัน ให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ ถ้าเราทํา เช่นนั้นได้ครับ ไม่มีฝ์ายใดชนะละครับ นอกจากพี่น้องประชาชนและระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แต่ว่าถ้าการประชุมของเราใน ๒ วันข้างหน้า พี่น้องประชาชนมองเห็นแต่ความขัดแย้ง กระผมก็มีความรู้สึกเปึนห่วงว่าเรากําลังที่จะ ล้มเหลวในการทําหน้าที่ของแต่ละฝ์าย ไม่โทษฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง กระผมจึงหวังเปึนอย่างยิ่ง ครับว่าการที่รัฐบาลได้ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ ช่องทางตามระบบรัฐสภานี้ จะทําให้ เพื่อนสมาชิกทุกคนที่เปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยนั้น ได้ช่วยกันหาทางออกให้บ้านเมือง รัฐบาลพร้อมรับฟังและชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ คือ ทางวิปได้แบ่งสัดส่วนไปแล้ว ก็เอาตามสัดส่วนที่ทางวิปได้ดําเนินการนะครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเวลานั้น แล้วแต่ละพรรค แล้วแต่ละฝ์ายจะบริหารกันเองนะครับ ต่อไปนะครับ ทางฝ์ายพรรคเพื่อไทยคนแรก คุณเจริญ จรรย์โกมล เชิญครับ