รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๒ เมษายน ๒๕๕๒

เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องรัฐบาลใช้มาตรา 179 จัดตั้งรัฐธรรมนูญใหม่และขอความกรุณาให้รัฐบาลมีใจกว้าง ยอมรับความคิดเห็นของทุกฝ่าย และนำไปแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติความยุติธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ ในการปกครองประเทศ และมีข้อกังวลเกี่ยวกับการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา และการกระทำของนายกรัฐมนตรีและศาลรัฐธรรมนูญที่มีการให้ค่าจ้าง และการกระทำของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่มีการใช้อาวุธและแก๊สน้ำตา และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมในลักษณะที่เท่าเทียมกัน ไม่แบ่งแยกมาตรฐานความผิด และเรียกร้องการความเป็นธรรม โดยอ้างว่ากระบวนการยุบพรรคพลังประชาชนมีความไม่สมดุลและไม่ชอบธรรม และมีความไม่เท่าเทียมกันในการบังคับใช้กฎหมาย โดยอ้างว่านายกรัฐมนตรีทักษิณและนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์มีความเป็นมาตรฐานที่แตกต่างกันในการบังคับใช้กฎหมาย และเรียกร้องให้มีความสมดุลและความเป็นธรรมในการปฏิบัติต่อประชาชน และเรียกร้องให้คืนอํานาจให้ประชาชน และให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกผู้นำใหม่ เพื่อกำหนดกติกาสังคมใหม่

นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองด้วยความตั้งใจอยากจะเห็นความปรารถนาดีของรัฐบาล แต่ที่ท่านตอบบอกว่า ท่านก็ไม่มีระยะเวลา เราก็อยากเห็นความสมานสามัคคีกัน ความ ปรองดอง ผมเองก็เปึนประชาชนคนหนึ่งและเปึนสมาชิกซึ่งเปึนปากเสียงแทนพี่น้องประชาชน สิ่งซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับก็คือว่า ที่ท่านประกาศนั้นเปึนการจํากัดสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชน เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้มันได้สิ้นสุดระงับลงไปแล้ว ท่านทําไมไม่รีบดําเนินการ ท่านก็ออกมาพูดต่อสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้บอกว่ายังไม่มีกําหนดระยะเวลา ท่านก็ไปเชื่อ ฝ์ายเดียวคือเจ้าหน้าที่ตํารวจ อันนี้ผมฝากท่านประธานไว้นะครับ ว่าเหตุการณ์มันได้ สิ้นสุดลงแล้วตามกฎหมายตามพระราชกําหนด มาตรา ๑๑ วรรคท้าย ท่านต้องประพฤติ ปฏิบัติ ไหนบอกว่าปกครองโดยนิติรัฐ นิติธรรม ใช้หลักกฎหมายในการบริหารราชการ แผ่นดิน เมื่อมันสิ้นสุดลง ทําไมไม่ประพฤติปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้มาพูดต่อหน้าพวกเรา ยังไม่มี กําหนดเวลาท่านประธานที่เคารพ ผมขอแจ้งต่อท่านประธานว่า เรื่องนี้เราจะสมานฉันท์ เราจะฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิกสภาได้อย่างไร เมื่อท่านเองท่านก็ยังไม่ตอบ พวกผมในฐานะวิปฝ์ายค้านเองก็ยังสงสัยเหมือนกันว่า เรามาประชุมวันนี้มันจะถูกต้อง หรือไม่ ก็มีการถกเถียงกันยังไม่มีข้อยุติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนี้ก่อนอื่น ต้องขอความกรุณาท่านประธาน ตามที่รัฐบาลได้ขอใช้ มาตรา ๑๗๙ ในวันนี้ขอฟัง ความคิดเห็นต่อสมาชิกรัฐสภานั้น สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไป รัฐบาลก่อนจะมีการเริ่มการอภิปราย

อันที่ ๑ ผมฝากไว้อย่างนี้ครับ ในการอภิปรายในครั้งนี้นั้นรัฐบาลต้อง ใจกว้าง

อันที่ ๒ ต้องยอมรับฟังโดยไม่มีอคติ ถึงแม้นว่าในการอภิปรายของ ท่านสมาชิกนั้นจะไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจ ไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองต้องการก็ตาม ก็ต้องรับฟัง

อันที่ ๓ นําเอาความคิดเห็นทั้งหลายไปแก้ไข ไม่ต้องการให้บ้านเมือง เกิดเหตุการณ์แบบนี้

อันที่ ๔ ขอให้รับฟังอย่างมีสติ จะได้ก่อให้เกิดปัญญา

อันที่ ๕ ต้องมีความจริงใจและไม่เสแสร้ง

อันที่ ๖ มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง

อันที่ ๗ นําปัญหามาให้ท่าน มาใช้ มาอธิบายถึงเหตุและผล ที่มาและที่ไป ในวันนี้ ไม่ใช่จะมาโต้วาที เอาแพ้เอาชนะ เอาคําพูดมาประหัตประหารกันในสภาแห่งนี้

อันที่ ๘ ขอให้รัฐบาลมีความอดทน อดกลั้น ต่อการนําเสนอ รับฟังด้วย จิตใจที่บริสุทธิ์ ถึงแม้นว่าการนําเสนอนั้นอาจจะไม่พอใจ ไม่ว่าประการใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะการที่ท่านเป่ดสภาในครั้งนี้นั้นก็เพื่อรับฟังใช่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้จะต้องยอมรับกันใน ที่ประชุมแห่งนี้ก่อนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาในการ อภิปรายในครั้งนี้เพียง ๒๐ นาที เพราะว่าเวลามันจํากัด ผมจะขอนําเสนอเพื่อให้สภาแห่งนี้และรัฐบาลได้ทราบถึงปัญหาและสาเหตุของความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นก่อนสั้น ๆ ให้เข้าใจ ผมเองได้รับฟัง ได้สอบถามพี่น้องประชาชน ผมฟังได้ข้อยุติ อยู่ ๓ เรื่อง

ในเรื่องแรก ก็คือว่า การที่ออกมาชุมนุม การที่ออกมาประท้วงเรียกร้องก็คือ การไม่ได้รับยุติธรรม เขาแสวงหาความยุติธรรมแต่ไม่ได้รับความยุติธรรม จึงเกิด อยุติธรรม นี่เปึนปัญหาแรก

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่า การปฏิบัติอย่าง ๒ มาตรฐาน ซึ่งรัฐบาลแห่งนี้ รัฐบาล ของท่านนี่แหละครับบอกว่าได้แถลงตอนที่ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึน นายกรัฐมนตรี ท่านก็บอกว่า จะปกครองโดยนิติรัฐ นิติธรรม ผมไม่ปฏิเสธครับ รัฐบาลที่ จะปกครองโดยกฎหมาย แต่การปฏิบัติในทางกฎหมายซึ่งการนําสู่การปฏิบัติในทาง กฎหมายนั้นมันเปึนการเลือกปฏิบัติจริงหรือไม่ ผมจะได้หยิบยกข้อเท็จจริงนะครับ ท่านประธาน หยิบยกข้อเท็จจริงที่พี่น้องประชาชนเขาสะท้อนผ่านพวกเรามา ซึ่งในการ หยิบยกข้อเท็จจริงนี้ขึ้นมา ผมขอให้รัฐบาลและมวลสมาชิกของเราได้โปรดรับฟังด้วย จิตใจบริสุทธิ์ก่อนนะครับ ก่อนที่เราจะนําไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งหมดทั้งปวง

ในเรื่องที่ ๓ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า การที่รัฐบาลของท่านเองได้เข้าสู่ อํานาจในครั้งนี้นั้นเขาบอกว่า มาโดยมิชอบ มาโดยมิชอบ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีกําลังพูด กับประชาชน พูดกับพี่น้องประชาชน ผมมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย ผมไม่ปฏิเสธเรื่อง ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มาโดยชอบหรือไม่ นี่เราต้องพูดกันให้ชัดเจน นี่คือสาเหตุของ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๘ วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ จนถึงวันที่ท่านสลายนี่ละครับที่มีการยกเลิกกันนั้น อันนั้นเปึนปลายเหตุ แต่ต้นเหตุจริง ๆ ก็คือ ๓ เหตุการณ์นี้ละครับท่านประธานครับที่มันเกิดขึ้น ผมจึง เรียงลําดับให้ท่านประธานได้ทราบอย่างนี้ครับว่า สาเหตุมันเริ่มต้นมาตั้งแต่อะไร เมื่อไร อย่างไร ให้เห็นภาพก่อน เราต้องยอมรับในสภาแห่งนี้ หลายท่านอยู่ในสภาแห่งนี้ ไม่แตกต่างกัน ก่อนมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ในขณะนั้นเรายอมรับว่าการเมือง การบริหารราชการบ้านเมือง พรรคการเมืองของเรา มันอ่อนแอ เราก็ต้องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยมีเจตนารมณ์ให้พรรคการเมือง เข้มแข็ง การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความมั่นคง ให้มีผลสัมฤทธิ์กับพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการ สสร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) ขึ้นมาชุดหนึ่ง ในสมัย ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ก็มีการเลือกตั้งตัวแทนของแต่ละจังหวัดเข้ามากําหนด ในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในขณะนั้น โดยมีเจตนารมณ์และเปัาหมายก็คือว่า ต้องการให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ต้องการให้รัฐบาลบริหารประเทศชาติอย่าง มีความมั่นคง เปึนที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนได้ มันจึงเกิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ นั่นคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ นี่คือ เจตนารมณ์ในขณะนั้น ก็มีการเลือกตั้งกันขึ้นมา เมื่อมีการเลือกตั้งกันขึ้นมาก็ปรากฏว่า มีพรรคการเมืองซึ่งได้ชื่อว่า พรรคไทยรักไทย ขณะนั้นได้ ๒๔๘ เสียงจัดรัฐบาล เมื่อจัด รัฐบาลเขาก็แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้ ในนโยบาย ๑ ๒ ๓ ในเรื่องของประชานิยม โดยมี ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ก็ปรากฏว่า การที่เขาไปหาเสียงแล้ว รับปากกับพี่น้องประชาชนทําได้ทุกอย่าง ไม่ว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ไม่ว่ากองทุน หมู่บ้านละ ๑ ล้านบาท โอทอป (OTOP) สิ่งเหล่านี้เปึนที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชนว่า อย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่า ประชาธิปไตยจับต้องและสัมผัสได้ อันนี้คือเหตุการณ์ที่มัน เรียงลําดับขึ้นมาว่า ก่อให้เกิดพรรคการเมืองเข้มแข็งใช่ไหม ใช่ ถูกต้อง นี่คือเจตนารมณ์ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เราต้องการให้ พรรคการเมืองเข้มแข็ง ให้รัฐบาลเข้มแข็ง บริหารให้ประชาชนได้ สิ่งเหล่านี้มันพัฒนาการ ของมันขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมาถึงในการเลือกตั้ง ครั้งที่ ๒ เกิดขึ้น คือเท่าที่ผมจําได้ ก็ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทย เอง ได้รับเสียงจากพี่น้องประชาชนถึง ๓๗๗ เสียง ผลพวงจาก ๓๗๗ เสียงนั้นมาจากอะไร ก็มาจากนโยบายที่เราได้สัมผัส นโยบายที่มันสามารถจับต้องได้ ซึ่งพี่น้องประชาชนบอก เลือกตั้งไปแล้วได้อะไร เลือกตั้งไปแล้วได้อะไร นี่ล่ะครับที่สิ่งเขาได้ นี้คือสิ่งที่เขาได้ พอ ๓๗๗ เสียงขึ้นมามันก็มีเหตุการณ์ อันนี้เปึนเรื่องปกติอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูด นั่นล่ะ ความคิดเห็นทางการเมืองอาจจะแตกต่างกันได้ เหมือนกับดอกไม้ต่างสีต่างพันธุ์ มันก็สามารถบานสะพรั่งในสวนเดียวกันได้ ความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง แต่มันก็อยู่ ในสังคมด้วยความสงบก็ได้ เราจะมีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นว่า นโยบายอย่างนี้ เปึนนโยบายประชานิยม นโยบายอย่างนี้ไม่ถูกต้อง นโยบายอย่างนี้เปึน การให้แต่พรรคพวกพวกพ้องของตัวเอง ก็ได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มบุคคลขึ้นมากลุ่มหนึ่งได้ มีการต่อต้านและคัดค้าน เราจะมีการชุมนุมกันเพื่อจะเรียกร้องปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้น นี่คือข้อขัดแย้งกันเกิดขึ้นในสังคมในขณะนั้น ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องปกติในทางการเมือง ซึ่งความเห็นแตกต่างกันไม่เปึนเรื่องผิดปกติแต่ประการใด

ต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ก็ได้มีหน่วยงานหรือส่วนต่าง ๆ ไม่ว่า นักวิชาการก็เริ่มออกมาแสดงความคิดเห็น พอแสดงความคิดเห็นเขาบอกว่ารัฐบาล ที่บริหารอยู่ในขณะนั้นเปึนเผด็จการทางรัฐสภา เห็นไหมครับ รัฐบาลเปึนเผด็จการในสภา ไม่สามารถอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ อันนั้นผมไม่ได้โทษใครละครับ เพราะกติกาของ สังคมมันเขียนไว้อย่างนั้น ก็นํามาสู่อะไรครับ เขาบอกว่าเปึนเผด็จการทางรัฐสภา กลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ก็นํามาบอกว่าอย่างนี้คือ ระบอบทักษิณ ได้บัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่ ระบอบทักษิณ ระบอบทักษิณคืออะไร ก็คือนโยบายที่เขาจับต้องสัมผัสได้ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ก็เริ่มมีการประท้วงอย่างรุนแรง มีการใส่เสื้อสีในการ ปลุกระดมให้ประชาชนรู้สึกว่าขัดแย้งและเกลียดชังรัฐบาลในขณะนั้นอย่างรุนแรงไม่เคย เกิดขึ้นในสังคมในขณะนั้น นี่คือความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้นมาระดับเรื่อย ๆ เปึนการพัฒนา ในเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนั้น โดยมีกลุ่มการเมือง มีนักธุรกิจ กลุ่มอํานาจเก่า ตุลาการบางส่วนได้ร่วมกันนะครับ อันนี้ได้เห็นภาพก่อนที่ผมได้ฉาย ปรากฏว่าท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อรัฐบาลเข้มแข็งอย่างนี้ ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ยุบสภาได้มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ ๒ ท่านเองก็ไม่ได้ลงเลือกตั้ง ท่านก็ ออกมาคัดค้าน ปรากฏว่าก็บอกว่าการเลือกตั้งในครั้งนั้นเปึนโมฆะ ก็นํามาสู่อะไรครับ นํามาสู่การยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยกลุ่มอํานาจเก่าขึ้นมา ซึ่งมีความเห็นแตกต่างและขัดแย้งกับระบอบทักษิณ คือท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น เมื่อได้มีการยึดอํานาจของพี่น้องประชาชนระบบการปกครอง โดยระบอบประชาธิปไตยซึ่งพี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจรัฐบาลนั้นได้สิ้นสุดลง กลุ่มบุคคลที่ให้การสนับสนุนก็ยินดี ดีใจ ก็ปรากฏว่าเหตุการณ์ความไม่ชอบธรรมมัน ก็เริ่มเกิดขึ้น เมื่อคณะยึดอํานาจชุดหนึ่งชื่อว่า คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) นั้น ก็ได้ออกกฎหมายซึ่งเรียกว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ละครับ ซึ่งมันมีปัญหา มีออก กฎหมายรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องซึ่งมันขัดแย้งกันอยู่หลายเรื่อง โดยเจตนารมณ์ของ กฎหมายรัฐธรรมนูญในขณะนั้นก็คืออะไรครับท่านประธานครับ ๑. อยากให้รัฐบาลอ่อนแอ ๒. พรรคการเมืองอ่อนแอ ๓. ให้เสถียรภาพของประเทศนั้นไม่มั่นคง ดูได้จากอะไรครับ ผมจะไม่หยิบยกประเด็นทั้งหมด

ประเด็นแรกที่จะให้ท่านประธานได้เห็นก็คือ มาตรา ๑๙๐ เห็นไหมครับ ในสมัยที่ท่านายกรัฐมนตรีเปึนผู้นําฝ์ายค้านท่านก็หยิบยกขึ้นมาพูด พอท่านกลับมาเปึน ฝ์ายบริหารมันก็เช่นเดียวกัน ทําให้รัฐบาลไหนก็ตามที่รัฐบาลของประเทศไทยในขณะนี้ ไปเจรจาที่ไหนก็ไม่มีความมั่นคง เขาก็ถามเหมือนกับคุณไม่มีอํานาจในการมาเจรจา ต้องมาขอต่อสภา อันนี้คืออะไรครับ มีเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็ง โดยในการออกกฎหมายรัฐธรรมนูญในขณะนั้นชี้ให้เห็นว่า เอาปัญหาของรัฐบาลที่เกิดขึ้น ของคนคนเดียว แล้วมาร่างกฎหมายเพื่อบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ ผลพวงเหล่านี้ละครับ มันก่อให้เกิดปัญหาของสังคมในทุกวันนี้

ประการที่ ๒ ชี้ให้ได้เห็นนะครับว่าพรรคการเมืองมันอ่อนแออย่างไร คนคนเดียวกระทําความผิด ต้องยุบทั้งพรรค นี่คือความไม่เปึนประชาธิปไตย เขาต้องการ ให้พรรคการเมืองมันอ่อนแอ นี่คือความมุ่งหมายของเผด็จการในขณะที่ยึดอํานาจ ในขณะนั้นต้องการร่างกติกาของสังคมเพื่อนํามาใช้

ประการที่ ๓ ที่ผมจะชี้ให้เห็นก็คือว่า องค์กรอิสระซึ่งการเข้ามาสู่ตําแหน่ง ต่าง ๆ นั้น ไม่ได้เชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน เปึนการแต่งตั้งจากคณะ คมช. (คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ) ขึ้นมา ไม่ว่า ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติ) ไม่ว่า คตง. (คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน) หน่วยงานอิสระทั้งนั้น แล้วหน่วยงานอิสระเหล่านี้ละครับมาเปึนตัวกําหนดในการคัดสรรหรือสรรหาสมาชิก วุฒิสภาส่วนหนึ่ง ก็ปรากฏว่ามีการแต่งตั้งกันตามขั้นตอนมา อันนี้เปึนจุดบกพร่องหนึ่งซึ่ง ได้เห็นว่า ทําให้สถานภาพทางการเมืองของประเทศไทยขณะนี้เกิดความแตกแยก ทั้งหมดทั้งปวงท่านประธานที่เคารพครับ ก็ปรากฏว่าท่านมีความพึ่งหวังว่าหลังจากที่ คมช. ได้สิ้นสุดลงก็มีการเลือกตั้ง ก็คิดว่าพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองกลุ่มเปัาหมาย ของท่านนั่นแหละจะได้เข้ามาชนะการเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่ กลับมาเปึน พรรคพลังประชาชน ให้ความไว้วางใจเข้ามาเปึนเสียงอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล ก็ปรากฏ อะไรครับ กลุ่มอํานาจเก่านี่ละครับ กลัวว่าอํานาจซึ่งมีการเลือกตั้งแล้วจะเข้ามาเช็กบิล (Check bill) ในกลุ่มนี้ เกิดปัญหาอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชมันเกิดขึ้นเห็นไหมครับท่านประธาน ที่นํามาสู่ตําแหน่งอิสระทั้งหลายนี่แหละ เริ่มเกิดขึ้น เกิดขึ้นอย่างไรครับ ผมเห็นหัวหน้า พรรคชาติไทยในขณะนั้นไปแถลงต่อศาล แถลงเช้าตัดสินบ่าย ท่านเคยเห็นไหมครับ ผมนี่ เปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ การให้ความยุติธรรมของแต่ละฝ์ายนั้น เวลา แถลงแล้วต้องให้เวลาในการพิจารณาการตัดสินชี้ขาดคดี ไม่ใช่ว่าแถลงเช้าตัดสินบ่าย สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากอะไรครับ จากองค์กรที่ท่านได้แต่งตั้งนี่เช็กบิลอีกฝัืงหนึ่งเพื่อจะ โค่นล้มทําลายล้างอีกฝัืงหนึ่งให้ได้ ก็ปรากฏว่าพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย ทั้งหลายถูกยุบครับ พอถูกยุบมันก็เกิดอะไรครับ พี่น้องประชาชนที่มีความฝักใฝ์ ที่มี ความศรัทธา ที่มีการยอมรับในพรรคนี้ก็บอก เออ ผมไม่ได้รับความยุติธรรม ไม่ได้รับ ความเปึนธรรม ทีอีกฝัืงหนึ่งทําอะไรได้ อีกฝัืงหนึ่งทําอะไรไม่ได้ มันก็เลยเกิดขึ้นครับ นี่คือ ปัญหา นี่คือปัญหาจากหลักเกณฑ์ที่เราวางไว้ ซึ่งผมกําลังอธิบายว่านี่ละคือที่มาของ ปัญหาทั้งหมด ว่าพี่น้องประชาชนมีความรู้สึก มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ในสังคมนี้ทําไมมัน ไม่เท่าเทียมกัน ในสังคมนี้ทําไมมันแตกต่าง ทั้งที่บอกว่าทุกคนยึดถือในหลักการ เคารพ ในกฎหมาย กฎหมายฉบับเดียวกันแต่ได้รับการปฏิบัติแตกต่างกัน นายกรัฐมนตรีก็เพียง พูดบอกว่า ทุกคนผมปกครองโดยนิติรัฐ ๆ ท่านเคยคิดไหมครับ ท่านเคยคิดไหมเรื่องนี้ ผมจะสะท้อนนะครับ สะท้อนความเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วท่านฟังนะครับฟังแบบ สุจริตใจอย่ามีอคติ เดี๋ยวผมจะลําดับความให้ฟัง ทั้งหมดนี้นะครับนํามาสู่ในเรื่องของ ความขัดแย้ง พอความขัดแย้งเกิดขึ้น อะไรครับท่านประธานครับ มันก็มีความคิดกัน ขึ้นมาบอกว่า ๒ มาตรฐานนี่ละ ผมจะลําดับความให้ฟังว่า ผมเห็นพี่น้องประชาชนมา สะท้อน ผมก็เลยเอาความคิดของพี่น้องประชาชนมาเรียงร้อยถ้อยคําให้ท่านประธาน ได้ฟัง เขาบอกว่า แผ่นดินนี้มันอยุติธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีครับหนึ่งประเทศของเราแต่มี ๒ มาตรฐาน ความยุติธรรมจําเปึนมากสําหรับในสังคมปัจจุบันครับ ถ้าผู้มีอํานาจยังดําเนินการในลักษณะ ๒ มาตรฐาน ยังทําในลักษณะเลือกปฏิบัติอยู่ ให้พบเห็นบ่อยครั้งและต่อเนื่องจะทําให้ความเชื่อมั่นในทางกฎหมายระบบการปกครอง ของรัฐในปัจจุบันไม่อาจจะแก้ไขได้ที่สุดถึงที่สุด ท่านประธานครับ ผมจะยกตัวอย่างจาก ที่ได้รับมาจากพี่น้องประชาชน ฟังก่อนนะครับ อย่าเพิ่งมาคัดค้านหรืออะไร อันนี้เปึน เรื่องของที่ประชาชนสะท้อนมาเราจะนําไปสู่ในการแก้ไขนะครับ ไม่มีอคติเปึนอย่างอื่น เขาบอกว่า

ข้อที่ ๑ ผมจะเอาเปึนเรื่อง ๆ ให้ฟัง เขาบอกว่านายกรัฐมนตรีสมัครนี่ ทํากับข้าวออกทีวีโดนปลดจากนายกรัฐมนตรี ข้อหาได้รับค่าจ้างจนมีเสียงหัวดัง ทั่วประเทศ แต่นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สอนหนังสือได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกันแต่กลับไม่มีผลใด ๆ ต่อ ตําแหน่งตุลาการและ ป.ป.ช.

ข้อที่ ๒ นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) บุกบ้าน สี่เสาเทเวศร์ ตํารวจลุย แก๊สน้ําตา กระบอง แกนนํา นปก. โดนจับติดคุก แต่พันธมิตรยึด สนามบิน ล้อมสภา อารมณ์แรงจนฆ่า ส.ส. ได้ นักวิชาการบอกว่าห้ามใช้แก๊สน้ําตาและ อาวุธใด ๆ ใช้โล่อย่างเดียว ทุกวันนี้แกนนํามอบตัวเสร็จแล้วยังลอยนวลไม่ติดคุก ความผิดพรรคพลังประชาชนยังไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ศาลเชื่อว่ากระทําผิดเลยสั่งให้ยุบ พรรค แต่พรรคประชาธิปัตย์ซื้อเสียงที่เพชรบูรณ์ สมุทรปราการ กลับหลุดใบแดง ไร้ความผิด รายการความจริงวันนี้พูดความจริงกลับถูกระงับการออกอากาศและสั่งตัด สัญญาณ ดี สเตชั่น (D Station) แต่ เอเอสทีวี (ASTV) ปลุกปัืนประชาชนศาลกลับให้ ความคุ้มครองชั่วคราวจนทุกวันนี้

๕. นปช. ขว้างหิน อิฐ ใส่รถตํารวจจับได้อย่างรวดเร็ว แต่พันธมิตรใช้อาวุธ ป๋นยิงในที่สาธารณะ ยิงสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ที่ถนนวิภาวดี ซอย ๓ ทําร้ายร่างกาย จนเกือบตายกลับลอยนวล ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่เขาป่ดสภาท่านเห็นไหมครับ เจ้าหน้าที่ตํารวจของเราอยู่ในสภาถูกยิง ๒ คน พันธมิตรใช้ป๋นยิงทีวีจับได้จนถึงวันนี้ เปึนอย่างไรครับ ลอยนวล ฝากท่านประธานไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีนิดหนึ่ง ท่านครับ พี่น้องประชาชนของเราเขามาชุมนุมด้วยความสุจริตใจในการเรียกร้องแสวงหาของ ความยุติธรรมและความเปึนธรรม ผมอยากถามความรู้สึกไปที่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่าน ใช้ประกาศฉบับนี้ ท่านคิดได้อย่างไร ท่านลองเปรียบเทียบด้วยความเปึนธรรมในสังคม แห่งนี้ว่า คนเรานี่นะครับฆ่าคนตายถือว่าเปึนโทษทางอาญาอย่างรุนแรง มีผลกระทบต่อ ความมั่นคงความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของพี่น้องประชาชน อันนี้ตามกฎหมาย แต่คนที่เขามาชุมนุม มาป่ดถนนหนทาง ผมถามท่านประธานเถอะครับ ๒ ข้อหานี้มัน แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่ยิงเขาตายมันมีความร้ายแรงทางคดีอาญาถึงโทษประหารชีวิต แต่ที่ป่ดถนนหนทางต่าง ๆ นั้นเปึนโทษปรับในทางพระราชบัญญัติจราจร ท่านคิดได้ อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านเอารูปภาพคนเหล่านี้ไปประจานออกหน้าสื่อ หนังสือพิมพ์ประกาศจับรายละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วที่ยิงคนตายออก หมายจับกันเยอะแยะทําไมท่านไม่ประจานอย่างนี้บ้างล่ะครับ อย่างนี้หรือเราจะสมานฉันท์ตามที่นโยบายของท่าน ความรุนแรงมันก็แตกต่างกัน ข้อหามันก็แตกต่างกันคิดได้อย่างไร ผมเปึนห่วงท่านนายกรัฐมนตรีถึงแม้นว่าเราจะ รุ่นราวคราวเดียวกัน ตั้งแต่ท่านมาอยู่ ผมมาอยู่ในสภา ถ้าท่านไม่ได้เปึนนายกรัฐมนตรีผม ก็มีโอกาสคุยกับท่านครับ ผมเพิ่งคุยกับท่านครั้งเดียว ตอนที่ท่านเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ผมก็ไม่ได้คุยกับท่าน อันนี้เรื่องจริงที่คุยกันอยู่ข้างนอกสภาวันนั้น ผมเปึนห่วงนะครับ ในวุฒิภาวะของผู้นําของประเทศในขณะนี้หลายเรื่อง ผมหยิบยกให้เห็นว่านี่คือ ความแตกต่างเห็นได้ชัด ๒ มาตรฐานเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน มันไม่ผิดเลย ที่พี่น้องประชาชนเขาแสวงหาในเรื่องของความเปึนธรรมและความยุติธรรมในขณะนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่เขายังสงสัยอยู่ เขาบอกว่า ขายหุ้นชิน ทักษิณโดนด่าทั้งชาติ แต่ดีแทค (Dtac) ขายหุ้นให้ทุนกับนอร์เวย์ (Norway) ไม่ถูกด่า กล่าวหาว่าหวยบนดิน ทําผิดกฎหมาย แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกําลังจะเอาเงินหวยบนดินไปใช้ ในเมื่อบอกว่า ผิดกฎหมายแล้วเอาไปใช้ของเขาทําไมล่ะ ไปใช้ทําอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังจะเอาเงิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปใช้ เอาไปใช้ทําอะไร ที่พูดนี่นะครับ ไม่ได้พูดกระแนะกระแหนหรือทิ่มแทงนะครับ เปรียบเทียบให้เห็นที่พี่น้องสะท้อนมา ผมก็สะท้อนไปเท่านั้นเอง ผมไม่มีอารมณ์ที่จะต้องไปกระแนะกระแหนอะไรเอาเรื่อง ข้อเท็จจริง อันนี้เปึนข้อเท็จจริงทั้งหมด ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ขู่รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้ยุบสภา ห้ามปราบพันธมิตร ป่ดล้อมสภา แต่กับรัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ที่ประชาชนออกมามากกว่า ๓ แสนคนไล่รัฐบาลกลับให้ทหารออกมาปราบ ประชาชน แล้วอะไร ท่านก็บอกว่าท่านลําดับความมาครึ่งชั่วโมงท่านก็บอกว่าไม่ได้ปราบ ผมก็สงสัย ผมอยู่ต่างจังหวัดอยู่จังหวัดชัยภูมิ ผมกลับมาที่กรุงเทพฯ วันที่ ๑๔ ผมกับ ท่านประธานวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ์ายค้าน ท่านอภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎรกับเพื่อนสมาชิกอีก ๕๐ คน ผมสงสัยอย่างที่รัฐบาลได้พูดต่อสภาแห่งนี้ ไม่ได้ปราบ ไม่ได้ปราบ บอกว่าใช้ลูกป๋น ใช้ลูกป๋นแบลงค์ (Blank) ลูกป๋นเสียงดังเพื่อข่มขู่ ไม่ให้พี่น้องประชาชนมีการบุกรุกกันเข้ามา ผมก็สงสัยผมในฐานะเปึนนักกฎหมาย ผมก็ สงสัยเช่นเดียวกัน ผมก็เคยชวนท่านประธานวิปฝ์ายค้าน ท่านอภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปดูด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ สิบปากว่ามัน ไม่เท่าตาเห็นนะ ผมเข้าไปที่วัดเบญจมบพิตรเห็นทหารยืนอยู่ ๑ กองร้อย และอีกกลุ่มหนึ่ง ก็นั่งรออยู่นั้น ผมเดินเข้าไปบอกว่าพวกผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยากจะมา ถามว่ามีการใช้อาวุธกันจริงไหม มีการใช้ลูกกระสุนกันจริงไหม มีการใช้จริงกันไหม เพราะว่าผมฟังจากรายการทีวีเห็นแต่รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เห็นแต่โฆษก ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาพูดบอกว่าไม่ใช้อาวุธจริง ใช้ลูกแบลงค์ ใช้ลูกกระสุน ไม่จริง แล้วไม่เคยถามอีกฝัืงหนึ่งเลยพูดอยู่ฝัืงเดียวแต่ไม่ถามอีกฝัืงหนึ่ง พวกผมก็สงสัย เหมือนกับพี่น้องประชาชนเหมือนนักวิชาการบางท่านสงสัย ผมก็ไปถาม ท่านประธานครับ ไหนลองอธิบายสิลูกแบลงค์ที่มันยิงแล้วเสียงดังมันเปึนอย่างไร เขาบอกยิงแล้วมันเสียงดัง แล้วพอเวลามันตกใส่คนแล้วมันเปึนแผลไหม ผมก็ถามอย่างที่ผมไม่มีความรู้ แล้วผม ก็ถามต่อไปว่าไหนขอดูสิลูกแบลงค์อยู่ในป๋นของคุณป๋นอะไร เขาบอกป๋นเอ็ม ๑๖ ไหนขอดูลูกแบลงค์สิ ขอสักลูกหนึ่งสิ แล้วก็ให้ดอกเตอร์สุรพงษ์มาถ่ายรูปไว้ ถามไปถามมา บอกว่าถามจริง ๆ เถอะมันมีไหมที่คุณบอกว่าลูกแบลงค์ บอกไม่มีครับ ไหนผมขอดูสิ ท่านประธานครับ พอขอดูทําอย่างไรครับ ผมแสดงกิริยา บิดซ้าย บิดขวาไม่ให้เราดู บิดซ้าย บิดขวา ผมบอกถามจริง ๆ เถอะที่ใส่นี่คุณใส่หรือเปล่า ใส่ครับ ใส่ลูกอะไร ลูกจริงครับ อันนี้ผมไปจริงนะครับ เดี๋ยวจะได้มีภาพ แล้วยิ่งสงสัยมากกว่านั้นท่านประธานครับ ท่านบอกว่าโฆษกของ ทบ. ออกมาพูด โฆษกของรัฐบาลออกมาพูดบอกว่าไม่มีลูกจริง ผมก็ยิ่งสงสัย ท่านประธานครับ อันนี้เปึนรูปภาพทั่วไปของนายวิเชียรที่ถูกยิงนะครับ และนายวิเชียรคนนี้ก็ได้ไปแจ้งความบันทึกต่อพนักงานสอบสวนที่พญาไทบอกถูกยิง เขามาชุมนุม ชุมนุมด้วยบริสุทธิ์ใจที่เรียกร้องตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ เขาถูกยิง ก็ถามต่อว่าใครยิง เขาบอกว่า อันนี้ผมไม่ได้พูดเองนะ เขาไปบันทึกต่อพนักงานสอบสวนว่าทหารยิงเขา ผมก็เลยสงสัยว่า เอ๊ะ สิ่งที่ท่านพูด ออกมานั้น บอกว่าลูกแบลงค์กับลูกจริงมันอะไรกันจริง อันนี้เปึนหลักฐานครับ แต่ที่พูดไป นี่ก็พยายามจะเตือนฝ์ายรัฐบาลบอกว่า ที่ท่านพูดนี่ท่านต้องระมัดระวังด้วยในการ นําเสนอข่าว ท่านประธานครับ อีกรูปหนึ่งรูปเดียวกัน หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวแล้ว ท่านดูสิครับ รอยผ่าตัด เย็บ ผมเห็นท่านสนธิถูกยิงยังไม่เท่าไร อันนี้ยิ่งกว่าสี่เท่าของแผล ที่เย็บสมองคุณสนธิด้วยซ้ําไป คนคนเดียวกันเดี๋ยวนี้อยู่โรงพยาบาลพระรามเก้า ที่ผมพูด มานี้ไม่ใช่เปึนอื่นไกล ผมพยายามให้เห็นว่ารัฐบาลที่ท่านพูดมาตั้งแต่ต้นมีความตั้งใจที่ไม่ อยากให้เกิดปัญหาเหล่านี้ ไม่อยากใช้อาวุธจริง แต่มันเกิดขึ้นเพราะอย่างนี้มันเพราะอะไร

อีกประการหนึ่งครับท่านประธานครับ เขาบอกว่านายกรัฐมนตรีทักษิณ ให้คํารับรองในฐานะสามี กรณีที่ดินรัชดา มันก็เปึนตามประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์ ทั่วไป แต่กลับมีความผิด พี่น้องชาวบ้านเขาพูดมาอย่างนี้ครับ แต่เขาไปเปรียบเทียบกับ นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ นี่นะครับยึดที่ดินเขายายเที่ยงอยู่ในเขตป์าสงวนกลับไม่มีความผิด นี่คือ ๒ มาตรฐานไหมครับ เขาบอกพันธมิตรป์วนเมือง ประกาศป่ดล้อมสภาหรือชุมนุม ยึดสนามบิน สื่อก็ดี นักวิชาการก็ดี อาจารย์ก็ดี ออกมารุมประณาม ออกมาปรามตํารวจ ว่าอย่าใช้ความรุนแรง ให้ตํารวจมีโล่ กระบอง แก๊สน้ําตาอย่างเดียว เสื้อแดงรัก ประชาธิปไตยออกมาชุมนุม สื่อ นักวิชาการ อาจารย์ออกมาบอกว่า เสื้อสีแดงอย่าสร้าง ความรุนแรง ท่านเอาทหารพร้อมอาวุธครบมือนี่กลับมาบอกว่าเปึนลูกป๋นหัวกระดาษ แต่ ที่น่าแปลกทําไมประชาชนจึงบาดเจ็บเปึนร้อย นี่ครับหลักฐานที่พูดนี้นะครับ เวลาพูด อย่างทําอย่าง ที่ท่านนําเสนอมานี่นะครับ

อีกอันหนึ่งนะครับ คดียุบพรรคพลังประชาชน ท่านประธานก็เปึนด้วย กระผมนั่นแหละ อยู่พรรคด้วยกันนั่นแหละขณะนั้น รอบหนึ่ง รอบสอง ศาลรับฟัอง พิจารณาตัดสินอย่างรวดเร็ว เห็นไหมครับ ที่ผมโยงให้เห็นว่าการที่ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มานี่มันเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ตัดสินอย่างรวดเร็ว ผมไม่เคยเห็นหัวหน้าพรรคใด พรรคหนึ่งไปแถลงต่อศาลแล้วร้องห่มร้องไห้ต้องถูกตัดสิทธิ ๕ ป้ อย่างรีบเร่ง โดยไม่ให้ โอกาสแก้คดีใด ๆ เลย แต่ในเวลาเดียวกันคดี ปรส. ของพรรคประชาธิปัตย์กลับดองไว้ หมดอายุความ เห็นไหมครับ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมากจาก รัฐบาล โดยเสียงข้างมากจัดพี่น้องประชาชนทั้งประเทศถูกหาว่าเปึนรัฐบาลชั่ว เพราะได้ คะแนนจากรากหญ้าที่ขายเสียงขายสิทธิได้ ส.ส. ไร้คุณภาพ ซื้อเสียงมาแต่พรรคของท่าน สร้างความปัืนป์วนหายนะให้กับประเทศชาติ กลับใช้วิธีต่าง ๆ ดึง ส.ส. คู่แข่งให้มาโหวต ให้ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กล่าวหานะครับ อันนี้เปึนเรื่องที่ผมนําเสนอให้ฟัง เพื่อเรา จะมาแก้ไขปัญหา นี่คือความไม่ชอบธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกและทหารใหญ่ขึ้นเวที พันธมิตรวิจารณ์รัฐบาลอย่างชัดเจน ไม่ผิด แต่หมวดเจี๊ยบเขียนหนังสือและจัดรายการ ดี สเตชั่น กองทัพบกว่าผิดกฎกระทรวงกลาโหม นี่คือเทียบให้เห็น เสื้อแดงชุมนุมประท้วง หอการค้า ประชุม ประท้วง ชุมนุม ประท้วง หอการค้า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ นักวิชาการ หาว่าทําลายเศรษฐกิจของประเทศ แต่เสื้อเหลืองติดอาวุธ ป่ดทําเนียบ ป่ดสภา ป่ดสนามบิน ก่อการร้าย ประท้วง รัฐบาลกลับนิ่งเฉย ไม่วิจารณ์ใด ๆ กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ขู่บ้าน ๑๑๑ ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองในการปราศรัย หาเสียงให้กับพรรคพลังประชาชน แต่มาวันที่พรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล คุณเนวิน ชิดชอบ มีส่วนในการจัดรัฐบาลอย่างชัดเจน สื่อออกข่าว มีรูปชัดเจนกอดกับคุณอภิสิทธิ์ กลม แต่ กกต. บอกว่าไม่ผิด ยกคําร้อง ท่าน ส.ว. เรืองไกร ยื่นถอดถอนท่านสมัครเรื่อง ทํากับข้าวออกทีวี ท่านว่าถูกแล้ว ชอบแล้ว แต่ฝรั่งหัวเราะกันทั่วโลก พอท่าน ส.ว. เรืองไกร คนเดิมยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์เพราะหลักฐานชัดว่าร่วมกับคุณเนวิน ณ ๑๑๑ ดําเนินกิจการทางการเมือง ท่าน กกต. สั่งสอยทันที และถอนสิทธิท่าน ส.ว. เรืองไกร แต่โชคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคําร้อง ท่านทําหน้าที่ของท่านน่ะถูก ต้องชมเชยท่าน อย่างนี้ เห็นได้ชัดครับ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กลับเฉย แต่พอ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทหารปราบปรามใช้กําลังทหารพร้อมอาวุธ เข้าจัดการทันที ท่านเห็นไหมครับ นั่งเรียงกันแม่ทัพต่าง ๆ

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ถูกล็อกกุญแจมือไขว้หลังหิ้วขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปสอบสวนที่ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี ตั้งข้อหาร้ายแรงโทษฐานบุกรุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียน ทําให้รัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสียหน้า การที่นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนําม็อบยอมสลายเดินเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ โดยดี แต่โดนล็อกตัวแยกขังตามค่ายทหารและ ตชด. (ตํารวจตระเวนชายแดน) โดย ไม่ยอมให้ประกัน โทษการชุมนุมเฉย ๆ นะครับ กับโทษฆ่าคนมันคนละเรื่องกันครับ ศาล เขายังให้ประกันตัว เห็นไหมครับความรุนแรงมันแตกต่างกัน เปึนความคิดเห็นแตกต่างกัน ทางการเมืองเท่านั้นเอง จะประหัตประหารทําลายล้างกันถึงขนาดนั้นเลยหรือ เทียบกับ พันธมิตร โดนข้อกล่าวหาร้ายแรงสากลบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ป่ดสนามบิน ดอนเมือง ยึดทําเนียบรัฐบาลเปึนเดือน ๆ เวลาเขาไปมอบตัวเห็นไหมครับท่านประธาน ตํารวจต้องโค้งคํานับต้อนรับประดุจดังคนสําคัญและให้ประกันตัวครับ เช่นเดียวกันตอน ม็อบเสื้อสีเหลือง ทหารแค่ยืนแล้วก็คุมเชิงม็อบพอเปึนพิธี แต่ถึงคิวเสื้อแดงทหารยืน ถือป๋นเอ็ม ๑๖ รถถังออกมา พร้อมอาวุธหนักตั้งแนวเรียงหน้ากระดาน เห็นไหมครับ ที่ผมนําเสนอนี้ท่านประธานครับ ให้เห็นภาพว่านี่คือ ๒ มาตรฐานที่ประชาชนเขาเรียกร้อง แสวงหากันอยู่ ทั้งหมดทั้งปวงนี่ผมใช้เวลามาพอสมควร ผมจึงลําดับความให้เห็นว่า อันที่ ๑ ก็คือความขัดแย้งกันนําไปสู่ในเรื่องของความแตกแยกในเรื่องของความคิด พอของความคิดก็นําไปสู่การปฏิบัติในทางกฎหมาย ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ

เรื่องสุดท้ายผมจะชี้ให้เห็นว่า ผมก็ไม่อยากกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรี แต่เราต้องนําเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีจะทราบหรือไม่ทราบ หรือท่านทราบแล้วก็สุด แล้วแต่ท่าน เสื้อสีน้ําเงิน ท่านประธานครับ ผมเองได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ตํารวจ ซึ่งถูกเรียกเข้าไปชุมนุมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทราบนะครับ ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบ แต่ท่านปล่อยไปได้อย่างไรเรื่องเหล่านี้ มีการเรียก เจ้าหน้าที่ตํารวจจากจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ไว้ที่โรงซ่อมที่สุวรรณภูมิ แล้วก็ไปเอาปลัดของจังหวัดบุรีรัมย์พร้อมกับ อปพร. (อาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน) ของตํารวจประมาณ ๕๐๐ คน ปลัดกับ อปพร. กับวัยรุ่นที่อยู่อยุธยารวมกันเปึน ๑,๕๐๐ คนนั้นน่ะ ท่านรู้เรื่องหรือเปล่า เปึนกองกําลังหนึ่ง แล้วก็ใส่เสื้อสีน้ําเงินไปทําลายล้างกันอยู่ที่พัทยานี่แหละ นี่แหละคือจุดสาเหตุของ เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งปวง ท่านอย่าเพิ่งนําเสนอ ไปกล่าวหา กล่าวร้ายคนไทยด้วยกัน นี่คือปัญหาสาเหตุของการเกิดขึ้นในครั้งนี้

สุดท้ายผมจึงขอเสนออย่างนี้ครับท่านประธานครับ เมื่อสังคมก่อให้เกิด ความแตกแยกกัน ปัญหาส่วนหนึ่งและปัญหาที่มันเกิดขึ้นทุกวันนี้ก็คือความไม่ชอบธรรม การไม่ได้รับการปฏิบัติทางด้านกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันล้วนแล้วแต่เกิดในของท่าน ทางออกในขณะนี้ พวกเราผมเสนออย่างนี้นะครับว่า คืนอํานาจให้พี่น้องประชาชนเถอะ แล้วให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจเลือกกันเข้ามา แล้วถึงวันนั้นเราค่อยมาแก้ไขกฎเกณฑ์ กติกาของชาติบ้านเมืองนะครับ แล้วก็ทุกฝ์ายต้องอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ผมไม่อยาก เห็นความโหดร้ายทารุณเกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทยอีกครั้ง สิ่งที่ผ่านมามันเปึนฝันร้าย โหดร้ายทารุณเหลือเกิน ไม่เคยเห็นครั้งใดที่โหดร้ายทารุณเท่าครั้งนี้ จิกหัวผู้หญิงดึง เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ บอกว่าไม่มีอาวุธ แต่บาดแผลมันเกิดขึ้น นี่คือหลักฐาน เรากําลัง เรียกร้องหาความเปึนธรรม ความยุติธรรม คืนให้เขาเถอะครับ คืนและเราค่อยว่ากัน ให้พี่น้องตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง แล้วกติกาสังคมต่าง ๆ เราค่อยมาว่ากันใหม่ ขอขอบคุณครับ