สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒๔ ก็จะให้สมาชิกได้มีโอกาสปรึกษาหารือ ท่านละ ๒ นาที มีรายชื่อดังต่อไปนี้นะครับ

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๒. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๔. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๕. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๖. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ๗. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๘. นางสาวธนพร โสมทองแดง ๙. นายสงวน พงษ์มณี ๑๐. นายองค์การ ชัยบุตร ๑๑. นายจิรทัศ ไกรเดชา ๑๒. นายเอกภพ เพียรพิเศษ ๑๓. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๔. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ๑๕. นางสาวชนก จันทาทอง

พรรคร่วมรัฐบาล ๑. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๒. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๓. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๔. นายสุรทิน พิจารณ์ ๕. นายศาสตรา ศรีปาน ๖. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๗. นายศิริพงษ์ รัสมี ๘. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๙. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๑๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๑๑. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๑๓. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๑๔. นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ๑๕. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร

ขอย้ำกับท่านสมาชิกรักษาเวลาครับ เท่าที่สังเกตถ้าสมาชิกอ่านจากเอกสาร ที่เขียนมาก็จะเกินเวลาเพราะอ่านไม่จบ ผมแนะนำว่าถ้าไม่จบก็ส่งเรื่องมาผมจะจัดการ ให้ครบถ้วนตามที่ทำมานะครับ ท่านแรก นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ขอเชิญครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอแจ้งความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อแจ้งไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ

๑. ครูและผู้ปกครองนักเรียนขอรับการสนับสนุนจากกรมทางหลวงสร้าง สะพานลอยหน้าโรงเรียนอนุบาลนาแกผดุงราชกิจเจริญ และโรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน ครู และผู้ปกครอง

๒. เกษตรกรขอรับการสนับสนุนสถานีสูบน้ำและท่อส่งน้ำจากกรมชลประทาน ดังนี้ ๑. ขยายท่อส่งน้ำจากบ้านหนองกกคูณ หมู่ที่ ๗ ไปบ้านโพนทัน หมู่ที่ ๓ ตำบลหนองฮี อำเภอปลาปาก ใช้น้ำจากห้วยแคน ๒. สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่บ้านทันสมัย หมู่ที่ ๗ ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยบง ๓. สร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านโคกสูง หมู่ที่ ๑ ตำบลโคกสูง อำเภอปลาปาก ใช้น้ำจากหนองบัว ๔. บ้านห้วยไหล่ หมู่ที่ ๑ ตำบลมหาชัย อำเภอปลาปาก ใช้น้ำจากห้วยเม็ก ห้วยอีเลิง ๕. บ้านยอดชาด ตำบลยอดชาด อำเภอวังยาง ใช้น้ำจากลำน้ำก่ำ ๖. บ้านสามแยกหัวภูธรไปบ้านหนองขี้วัว บ้านหนองนางด่อน ไปห้วยเชิง ตำบลวังยาง อำเภอวังยาง

๓. ขอบคุณ ธ.ก.ส. ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูตรวจสอบแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนที่ถูกเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ฉ้อโกง แต่ขอให้เชิญนายวินิจ มหาวงค์ ผู้ใหญ่บ้านคำสว่าง หมู่ที่ ๖ ตำบลวังตามัว อำเภอเมืองนครพนม และพวกรวม ๒๓ คน ชาวบ้านรายงานว่า ธ.ก.ส. จะไปเยียวยาเพียง ๒ ราย จาก ๒๓ ราย ซึ่งชาวบ้านไม่ยอมรับ ขอขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณชวลิตครับ ต่อไปคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานได้แจ้งความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก คูส่งน้ำ หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองปลาหมอ ต่อเนื่องหมู่ที่ ๘ ตำบลเขาขลุง พังเสียหายไม่สามารถส่งน้ำไปถึงเกษตรกรที่อยู่ปลายน้ำได้ กระผมได้ลงพื้นที่ไปดูคูน้ำได้พัง เสียหายจริง จึงขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาดำเนินการให้กับพี่น้อง ประชาชนครับ

เรื่องที่ ๒ คณะครูและผู้ปกครองโรงเรียนวัดหุบกระทิง ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้ร้องเรียนมาว่าอาคารเรียนนั้นไม่เพียงพอแก่เยาวชน จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนวัดหุบกระทิง เป็นอาคารเรียน ๓ ชั้น

เรื่องที่ ๓ ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนวัดหนองกบ ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง ลานกิจกรรมซึ่งเป็นลานเอนกประสงค์ของโรงเรียนวัดหนองกบยังไม่มี หลังคาคลุม ทำให้ เยาวชน นักเรียนไม่มีสถานที่สำหรับทำกิจกรรม จึงขอให้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณา หลังคาคลุมอาคารอเนกประสงค์ให้กับโรงเรียนวัดหนองกบ ตำบลหนองกบ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ครับ

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคอนาคตใหม่ ขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวตำบลบึง หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๘ เรื่องปัญหาการจราจรบริเวณวัดทางลอดอุโมงค์ วัดป่าอัมพวันที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๘ และบริเวณทางลอดอุโมงค์โรงกุ้งที่เชื่อมต่อ ระหว่างนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง และนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ที่พี่น้องประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมากครับ ขณะนี้กรมทางหลวงได้ทำการปิดกั้น เส้นทางการจราจรดังกล่าวทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้น กระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้มีการ จัดสรรงบประมาณเพื่อมาติดตั้งสัญญาณไฟจราจร และเปิดเส้นทางดังกล่าวให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ใช้สัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือได้รับคำขอร้องขอความเมตตา จากกลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือเรียกว่า อปพร. วันนี้ อปพร. มีประวัติ ยาวนานมาถึง ๔๐ กว่าปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๒ เป็นอาสาสมัครภาคประชาชน ที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือสังคมด้วยความสมัครใจ เสียสละ แล้วช่วยเหลือมาโดยตลอด แก้ปัญหาสังคม ลดความเสี่ยง ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ที่สามารถเข้าถึง ได้อย่างรวดเร็ว การปฏิบัติงานต้องมีความตื่นตัว ระมัดระวัง และไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ณ โอกาสนี้การพัฒนาของ อปพร. ได้เติบโตมาเรื่อย ๆ ด้วยคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็น อปพร. มีการฝึกอบรมซึ่งเข้าต่อระบบระเบียบ มีสิทธิและหน้าที่ ผมหวังเหลือเกินว่าวันนี้ จน อปพร. มีความสำคัญในรูปแบบของการเสียสละ ความสมานฉันท์ ความรัก ความผูกพัน ความสามัคคีและความรับผิดชอบ ในโอกาสที่จะถึงในวันครบรอบของ อปพร. ในวันที่ ๒๒ มีนาคมนี้ กลุ่ม อปพร. จึงขอความเมตตาจากทางรัฐบาลเพื่อจะตอบแทนในคุณงามความดี ที่ทำมาโดยตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี หวังว่าท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดพิจารณาให้รางวัลหรือของขวัญชีวิตสำหรับกลุ่มปฏิบัติงานที่เสียสละมาโดยตลอด แม้ว่าจะเป็นค่าป่วยการ ค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ในอนาคตต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ อย่างสูงครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตผ่านไปก่อนนะครับ ต่อไปนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เชิญเลยครับ

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของผู้สูงอายุและคนพิการครับ ตามที่ กรมบัญชีกลางได้เริ่มมีนโยบายโอนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการของผู้พิการ เข้าบัญชีโดยตรงให้ผู้มีสิทธิ สำหรับรายที่ไม่มีสิทธิจะโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บริหารจัดการ กระผมขอนำเรียนว่าในปัจจุบันมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้ผลักดันให้ผู้สูงอายุ และคนพิการไปเปิดบัญชีโดยตรงเพื่อรับเงินโอนจากกรมบัญชีกลาง ซึ่งโดยสภาพความเป็นจริง ในองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลตำบลหลายแห่งยังมีความเป็นชนบท หลายแห่ง ไม่มีธนาคาร หลายแห่งไม่มีแม้กระทั่งตู้กดเงินสดเอทีเอ็ม (ATM) ทำให้สร้างความลำบาก ในเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกดเงินในแต่ละเดือน ผมจึงขอให้ท่านประธาน แจ้งไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นขอให้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ปฏิบัติ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุและหลักเกณฑ์ การจ่ายเบี้ยความพิการของคนพิการ ในข้อ ๑๓ โดยระบุชัดเจนว่าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการของผู้พิการด้วยเงินสดหรือการเข้าบัญชีก็ได้ โดยให้คำนึงถึงความสะดวกและประโยชน์ที่แท้จริงของผู้สูงอายุและผู้พิการ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ยังไม่มานะครับ ต่อไปคุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ๓ เรื่องที่จะนำมากราบเรียนท่านประธานคือปัญหาพี่น้อง

เรื่องแรกครับ ขอให้มีการสอบสวนการออก น.ส. ๓ ของตำบลหนองแวง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ด้วยตำบลหนองแวงหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๓ และหมู่ที่ ๑๗ ๕ หมู่บ้าน ๑๘๕ ครอบครัว ทางราชการได้ออกเอกสาร คือ น.ส. ๓ ให้ แต่มีการออกคำสั่งสอบสวนทางผู้ว่าราชการจังหวัด ออกคำสั่งสอบสวน เดี๋ยวนี้เรื่องได้ยาวมาประมาณ ๒๐ ปีแล้ว พี่น้องเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าได้นำเอกสาร เหล่านี้ไปค้ำประกันจำนองหลักทรัพย์ต่าง ๆ มาใช้ในครอบครัว จึงฝากไปยังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลเรื่องนี้ อดีตกำนันบุญเรือง ไชยสงค์ เป็นคนร้องมาครับ

เรื่องที่ ๒ โครงการสร้างรัฐสภาทั้ง ๗๖ จังหวัด พอมีการปฏิวัติรัฐประหาร ได้ยุบโครงการนี้ไป พี่น้องเดือดร้อนอยากจะร้องเรียนที่สภผู้แทนราษฎรต้องมาที่เกียกกาย อย่างเดียวมันไกลท่านประธานครับ จึงขอฝากไปที่ท่านประธานผ่านไปที่สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรว่าควรจะสร้างสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัดทุกจังหวัด ๗๖ จังหวัดครับ

เรื่องที่ ๓ โครงการกั้นแม่น้ำชีของจังหวัดยโสธร บ้านเวินชัย หมู่ที่ ๕ ตำบลผือฮี อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เพราะว่าถ้าฝนน้ำหลาก น้ำมากท่วมทั้งหมด แต่หน้าแล้ง ไม่มีที่กั้นน้ำไหลลงแม่น้ำโขงหมด ถ้ากั้นตรงนี้พี่น้องจะได้ใช้ประโยชน์ ผมแล้วก็ ส.ส. เขต จังหวัดยโสธร ๓ ท่าน เห็นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ยังไม่มานะครับ ต่อไปคุณศาสตรา ศรีปาน ครับ

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกทุกท่าน กระผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา วันนี้ผมได้รับร้องเรียนจากประชาชนโดยเฉพาะผู้ปกครอง เรื่องโต๊ะพนันฟุตบอลและบ่อนการพนันที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาครับ แล้วผมได้หา ข้อมูลเพิ่มเติมนี่คือรายงานสถานการณ์การพนันในสังคมไทยปี ๒๕๖๒ เก็บข้อมูลกับประชาชน ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ทราบหรือไม่ครับว่า ๕๗ เปอร์เซ็นต์ของ การเล่นการพนันหรือคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้นใน ๕๗ เปอร์เซ็นต์นี้ มีจำนวน ๓๐,๔๒๐,๐๐๐ คน และเป็นตัวเลขที่สูงมากในปี ๒๕๖๒ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้จำนวน ผู้เล่นบอลมีจำนวนมากขึ้น เจริญเติบโตมากขึ้นขณะที่รัฐกำลังอ่อนแรงและนิ่งเฉยหรือไม่ ผมกลัวครับว่าสักวันหนึ่งเยาวชนไทยจะมีทัศนคติว่าการพนันเป็นเรื่องปกติ ในเขตพื้นที่ผม โต๊ะพนันฟุตบอลเปิดกันแบบไม่เกรงใจเลย ตำรวจไม่รู้ กรมการปกครองไม่รู้ แต่ชาวบ้าน ลูกเล็กเด็กแดงรู้หมดครับ ในฐานะผู้แทนราษฎรฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ (DSI) ช่วยกวดขันโดยด่วนครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เชิญครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาภัยแล้งยังมีอยู่ในโคราชหลายอำเภอ เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องที่ผมจะกราบเรียนก็คืออยากให้ท่านประธานได้ช่วยประสานงานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ ใน ๓ โครงการดังต่อไปนี้

โครงการแรก ก็คืออ่างเก็บน้ำบ้านพันดุง ที่ตำบลพันดุง อำเภอขามทะเลสอ ซึ่งอ่างเก็บน้ำอันนี้ปัจจุบันนี้ตื้นเขินเป็นอย่างมากแล้วก็ราษฎรมีความจำเป็นที่อาจจะต้องเก็บ กักน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลน

อ่างเก็บน้ำที่ ๒ ก็คืออ่างเก็บน้ำบ้านหนองจอก ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ก็เป็นอีกอ่างเก็บน้ำหนึ่งที่ปัจจุบันนั้นมีความตื้นเขินแล้วก็เกรงว่าน้ำ จะไม่สามารถเพียงพอต่อความต้องการในฤดูแล้งหรืออีกเดือน ๒ เดือนที่จะถึงนี้

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องอาคารบังคับน้ำบ้านแก่นเท้าหรือบริเวณลำห้วยไผ่ ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ โครงการที่กระผมได้กราบเรียนนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทานทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้วอยากจะประสานงานท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การเกษตรและสหกรณ์ได้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนต่อไป ขอกราบ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ มาแล้วครับ เชิญครับ ยังนะครับ พอดีเห็นรายงานว่ามาแล้ว ต่อไปไม่ให้เสียเวลานะครับ ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับคำร้องจากพี่น้องในเขตเลือกตั้งผมทั้ง ๕ อำเภอ อำเภอศีขรภูมิ อำเภอสำโรงทาบ อำเภอศรีณรงค์ อำเภอลำดวน อำเภอสนม ปัญหาเรื่องที่ดินที่ทำกินและที่ดินปลูกสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัย วันนี้ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ยังไม่มีเอกสารสิทธิ อะไรเลยครับ เอกสารสิทธิที่เกี่ยวกับที่ดินและที่ดินไม่ได้มีปัญหาว่าเป็นที่ ส.ป.ก. หรือเป็น ที่สาธารณประโยชน์ก็ไม่ใช่ เป็นที่ดินที่ใบจองมาตั้งแต่รุ่นปู่สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน แล้ววันนี้รุ่นหลาน กลายมาเป็นรุ่นพ่อแล้วก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ผมก็เลยอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านมายัง ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยซึ่งเห็นท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ บุญญามณี ท่านขยันเหลือเกินในเรื่องของการไปทำโฉนด ไปออกโฉนดหรือไปออกเอกสารสิทธิในที่ทำกิน ให้กับพี่น้องราษฎร ก็เลยอยากผ่านท่านประธานว่าช่วยหน่อยเถอะครับไปจังหวัดสุรินทร์ ไปดูที่อำเภอศีขรภูมิ ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับผมไปที่บ้านไทร เขาร้องมาทุกอำเภอ ผมไปสุ่มประมาณ ๔-๕ หมู่บ้าน ยกตัวอย่าง บ้านไทร หมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ ๘๐ เปอร์เซ็นต์บนที่ดินไม่มี เอกสารสิทธิอะไรแม้แต่ชิ้นเดียวเลย แล้วก็ไม่มีปัญหาในที่ดินแปลงเหล่านั้นที่ผมได้นำเรียน หารือ มี น.ส. ๓ อยู่ ๒-๓ เจ้า เจ้าละ ๗-๘ ไร่ นอกนั้นไม่มีเลย ผมก็เลยอยากฝากผ่านจริง ๆ อยากเป็นงานที่เร่งด่วน เพราะว่าอย่างน้อย ๆ เขามีหลักทรัพย์เป็นของตัวเองสามารถแปลง ทรัพย์สินออกมาเป็นทุนในการประกอบอาชีพหรือเก็บไว้ให้กับลูกหลานได้โอนเป็นมรดก วันนี้ก็ได้แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าที่ดินระยะเท่านี้ กี่ตารางเมตร กี่ตารางวาเป็นของใคร เป็นการ ตกลงกันด้วยจิตวิญญาณ ด้วยวาจาเท่านั้นเอง ก็ขอฝากท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ด้วยความเคารพท่านประธาน ผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี หลังจากลงพื้นที่พี่น้องประชาชนบอกถึงปัญหาความต้องการเพื่อที่จะบอกต่อกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง วันนี้มีด้วยกัน ทั้งหมด ๓ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือเรื่องการขอขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ตั้งแต่โรงพยาบาลยะรังผ่านตำบลปิตูมุดี ตลาดนัดบาซาเอ จนกระทั่งเจอสี่แยกตรงที่บ้านปรีดี ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยและเป็นพื้นที่ชุมชน

เรื่องที่ ๒ คือผมเข้าไปดูด้วยตนเอง ปรากฏว่ามีถนนเป็นหลุมเป็นบ่อในพื้นที่ ตั้งแต่ตำบลกระโดจนถึงตำบลวัดในหมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๔ ซึ่งเดินทางลำบากมาก ทุกเส้นทาง ไม่มีที่ที่ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อสักที่เดียว ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อบจ. หรือว่า หน่วยงานอื่นเข้าไปดูแลอย่างรีบด่วน

เรื่องที่ ๓ ก็คือการแพร่ระบาดของโรคใบไม้ร่วงชนิดใหม่กับต้นยางพารา ซึ่งจากการไปสำรวจปรากฏว่าในพื้นที่อำเภอมายอเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ อำเภอทุ่งยางแดง เนื้อที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ แล้วก็อำเภอกะพ้อเนื้อที่ประมาณ ๓๐๐ ไร่ ซึ่งโรคดังกล่าวนั้น ปรากฏในลักษณะโรคยางพาราเช่นเดียวกับประเทศอินโดนีเซีย ก็ขอฝากท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ ท่านพันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ครับ

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตหารือกับท่านประธานในประเด็นความปลอดภัยของรัฐสภา ของเรา ซึ่งในฐานะที่ผมมีประสบการณ์ความรู้ด้านต่อต้านก่อการร้ายสากล และมีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีกระผมได้เฝ้าสังเกตและได้รู้สึก ถึงความไม่ปลอดภัยของรัฐสภาแห่งนี้ ผมห่วงว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น ซึ่งในรัฐสภา ของเราเป็นศูนย์รวมอำนาจของประเทศแห่งหนึ่ง และมีบุคคลเข้าออกมากมายตั้งแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปจนถึงประชาชนทั่วไป แต่ผมได้เห็นว่าความปลอดภัยนั้นยังมีระบบ ที่ไม่สมบูรณ์ในระหว่างการก่อสร้าง และเมื่อก่อสร้างเสร็จเช่นเดียวกันครับ เนื่องจากว่า เราได้ถูกตัดงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก ความปลอดภัยนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความรุนแรงของการโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber) รวมทั้งการโจมตีทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของโดรน (Drone) และระเบิดที่ไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่โลหะแต่เป็นสารเคมี จึงทำให้ เราต้องมีการบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร การตรวจจับ เฟซรีคอกนิชัน ฟิสิคอล ดีเทกชัน (Face recognition physical detection) ต่าง ๆ มากมาย ผมจึงขออนุญาต เรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐสภาช่วยกรุณาดำเนินการในการพัฒนา ระบบรักษาความปลอดภัยให้มีความทันสมัยยกระดับ ซึ่งในขณะนี้เรามีเทคโนโลยีเพียงคล้าย ๆ ออฟฟิศบิลดิง (Office building) ทั่วไปเท่านั้นเอง ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานช่วยกรุณาพัฒนาระบบความปลอดภัย ซึ่งผมคิดว่า จะมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งในการรักษาความปลอดภัย ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ก้าวหน้า ในวันนี้ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันนี้ต้องขอบคุณนะครับ ก็จะให้เลขาธิการประสานงานกับท่านครับ ต่อไปครับท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ยังไม่มา นางสาวธนพร โสมทองแดง เชิญครับ

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนพร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากนายสุริยันต์ กุมารน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบาลเขาเขน อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ผ่านนายวศิน สิริเกียรติกุล อดีตผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย จังหวัดกระบี่ เขต ๑ มีชาวบ้านหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๖ เดือดร้อนไม่มีน้ำใช้สำหรับอุปโภคและ บริโภคเนื่องจากท่อลำเลียงน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยลึกชำรุดหลายจุดมาเป็นเวลานาน ชาวบ้าน ได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า อ่างเก็บน้ำห้วยลึกสร้างบนพื้นที่ ๒๐๐ ไร่ งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท จากกรมชลประทาน ถ้าท่อลำเลียงน้ำสมบูรณ์ชาวบ้านจะใช้น้ำตรงนี้มีประโยชน์กว่า ๔๐๐ หลังคาเรือน ปัจจุบันนี้ ใช้ได้เพียง ๕ ครัวเรือนเท่านั้น รัฐบาลประกาศนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) แต่ปัจจุบันนี้สาธารณูปโภคบางพื้นที่ของพี่น้องประชาชนยังอยู่ในช่วง ๐.๔ นะคะ ดังนั้นดิฉัน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานแล้วก็ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ให้เร่งแก้ไข ปัญหากำชับเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้พี่น้องประชาชนด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขออนุญาตท่านประธานหารือต่อที่ประชุม ๓ เรื่องครับ

เรื่องแรก ได้รับร้องเรียนมาจากท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ พร้อมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับห้องฉุกเฉินหรือห้องอีอาร์ (ER) ได้รับร้องเรียนว่าขณะนี้โรงพยาบาลอำเภอวิเศษชัยชาญ ห้องอีอาร์ (ER) หรือห้องฉุกเฉิน มีขนาดเล็กมากไม่เพียงพอที่จะรองรับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะในช่วงค่ำคืน ที่มีอุบัติเหตุค่อนข้างที่จะบ่อย ขอฝากท่านประธานประสานไปทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะดำเนินการต่อไปครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เรื่องสวนสาธารณะพื้นที่ที่เป็น สาธารณะของจังหวัดอ่างทองขณะนี้มีน้อยมากครับ ผมได้หารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อที่จะนำพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สาธารณะมาสร้างสวนสาธารณะเพิ่มขึ้นมีพื้นที่หนึ่งครับ ที่เรียกว่า ห้วยจระเข้ อยู่ที่ตำบลย่านซื่อเชื่อมต่อกับตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทองมีพื้นที่ ประมาณ ๑๖๗ ไร่ ซึ่งสามารถที่จะทำสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้กับพี่น้องประชาชนได้ จึงฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมโยธาธิการและผังเมืองให้ช่วยดำเนินการออกแบบและสำรวจเพื่อที่จะทำสวนสาธารณะ ต่อไป เช่นเดียวกันครับได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องจากตำบลรำมะสัก เรื่องสถานที่ออกกำลังกาย มีบึงรำมะสักซึ่งมีพื้นที่คันบึงค่อนข้างที่จะกว้างมาก ก็อยากจะให้ประสานกับกรมชลประทาน เพื่อขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ เช่นเดียวกันขอประสานกับกระทรวงคมนาคมให้เข้าไปสำรวจ ออกแบบและสนับสนุนเงินงบประมาณเพื่อที่จะมาทำเลนจักรยานพร้อมกับเลนวิ่งให้กับ พี่น้องประชาชนตำบลรำมะสักได้มีโอกาสออกกำลังกายครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมได้รับการร้องเรียนจาก ส.จ. อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ๒ ท่าน ถึงเรื่องการที่ตลาดบ้านทาดอยแก้ว หมู่ที่ ๑๒ ตำบลทาสบเส้า จะถูกขับไล่ออกจาก พื้นที่โดยกรมทางหลวง ท่านครับตลาดแห่งนี้สร้างกันมา ๒๐ กว่าปี เป็นเพียงแห่งเดียวที่เป็น ตัวกระจายสินค้าของคนทั้งอำเภอ ทั้งเกษตรอินทรีย์ที่รัฐส่งเสริม ทั้งเกษตรอุตสาหกรรม ต่าง ๆ รวมทั้งเป็นแหล่งขายสินค้าตามฤดูกาล ท่านครับจังหวัดได้พยายามแก้ปัญหา ยังหา ที่ดินที่ติดกับถนนไม่ได้เลย แก้ที่ไหนคนก็ไม่ติด แต่ถ้ากรมทางหลวงจะตัดเอาตรงนี้ออกไป เพียงแค่ว่ามาใช้พื้นที่ทางหลวงในส่วนที่ไม่ใช่ผิวจราจรนี้ ผมคิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะเสียหาย กับพี่น้องชาวแม่ทาเป็นจำนวนมาก ผมอยากขอความกรุณาท่านว่าได้ส่งเรื่องนี้ไปขอความ กรุณารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัด และแขวงการทางจังหวัดลำพูน ให้ชะลอการเคลื่อนย้ายคนออกจากตรงนี้เพื่อเห็นแก่คนในอำเภอแม่ทา จะมีช่องทางการขาย ถนนเส้นนี้รถผ่านวันหนึ่งหลายหมื่นคัน แต่เมื่อตัดโอกาสนี้ไปก็เท่ากับว่าเราทำให้คนทั้งอำเภอ เกิดความเสียหายอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๓ วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อยู่ ๑ เรื่องคือเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่ทุรกันดาร จังหวัดตากเป็นจังหวัดที่มีที่ตั้ง ของเขื่อนภูมิพลซึ่งเป็นเขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่ท่านเชื่อ หรือไม่ว่าประชากรของจังหวัดตากเกือบแสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยเฉพาะอำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด อำเภออุ้มผาง และอำเภอสามเงา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขื่อนภูมิพลด้วย สาเหตุ เนื่องจากมีข้อกฎหมายหลายข้อที่ ๒ หน่วยงานระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่อนข้างจะย้อนแย้งกัน ยกตัวอย่างเช่น ตำบลสามหมื่น มีการสำรวจเรียบร้อยแล้วแต่ปรากฏว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ทำเรื่องขอไปที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยผ่านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เกือบ ๕ ปีแล้วยังไม่ได้การรับอนุญาตเลย งบที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งไว้หลายสิบล้านบาท ก็ตกซ้ำแล้วซ้ำอีก ตำบลแม่ตื่นมีประชากรอยู่หมื่นกว่าคน ๑๓ หมู่บ้าน ท่านเชื่อหรือไม่ครับ แม้แต่หลังคาเดียวไม่มีไฟฟ้าใช้ สาเหตุเดียวกัน ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้สำรวจเรียบร้อย และส่งเรื่องไปยังกรมป่าไม้ กรมป่าไม้ก็ตีกลับมา บุคคลเหล่านี้เขาเป็นผู้ด้อยโอกาสอยู่แล้ว เป็นชาวเขาอยู่บนดอย เรื่องสาธารณูปโภคไม่ต้องพูดถึงการทำงานก็ช้ามาก ก็อยากจะให้ทาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครีบเร่งรัดดำเนินการ ให้โดยเร็ว ความขัดแย้งของท่านไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ขอให้เจรจากันให้เรียบร้อยเพื่อประโยชน์ ของประชาชนเป็นหลัก ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ มาแล้วนะครับ เชิญครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนจดวิสาหกิจ ชุมชนซึ่งในขณะนี้ทราบว่ารัฐบาลมีโครงการที่จะส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนสร้างอาชีพให้กับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและอุทกภัย และในขณะนี้ก็แล้ง ได้ยื่นเอกสาร ผ่านกรมปศุสัตว์ เกษตร และถึง ธ.ก.ส. ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติงบประมาณนะครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรจากอำเภอตาลสุมและ อำเภอดอนมดแดง อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปแก้ปัญหาทุ่งหมาหิว ตำบลจิกเทิง อำเภอตาลสุม ซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีกับพี่น้องประชาชน วันนี้ยังไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้

เรื่องที่ ๓ ก็คือปัญหาภัยแล้งที่ได้รับผลกระทบที่ผ่านมา ดอนมดแดงเป็น ประวัติศาสตร์ของเมืองอุบลตั้งอยู่อำเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี อยากจะให้ กรมชลประทานได้ไปขุดลอกและปรับปรุงให้เป็นแก้มลิงในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนซึ่งเดือดร้อน และสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและแก้ปัญหาภัยแล้งได้ด้วยในอนาคต จึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมชลประทานได้แก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายองค์การ ชัยบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดมุกดาหาร ในวันนี้ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านบ้านด่านคำ หมู่ที่ ๖ ตำบล มุกดาหาร อำเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่และ บริเวณใกล้เคียง คือทั้งที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ส่วนหนึ่งก็ได้แล้ว ส่วนหนึ่งยังไม่ได้ ไม่ทราบว่า ติดปัญหาอะไร ผมมีเอกสารจะยื่นท่านประธานด้วย

เรื่องที่ ๒ การสำรวจพื้นที่ที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของพี่น้องตำบลหนองสูงใต้ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร อันนี้ทราบว่าชาวบ้านเขาได้ร้องเรียนมานานและยื่นหนังสือ ผ่านหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานแล้ว ยังไม่ได้รับการดูแลนะครับ

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับข้อร้องทุกข์จากผู้ปกครองและนักเรียนที่เรียนโครงการ เอดดูเคชัน ฮับ (Education Hub) ของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยมุกดาหาร ที่ผมได้เคยหารือท่านประธานไป ๒ รอบ ขณะนี้ชาวบ้าน นักเรียน ผู้ปกครองเดือดร้อนมาก เพราะว่าทางโรงเรียนจะปิดโครงการอย่างเดียว ชาวบ้านเขาขอว่าให้โรงเรียนขยายโครงการ เอดดูเคชัน ฮับ (Education Hub) ไปจนกว่านักเรียนที่เรียนอยู่ปัจจุบันนี้ได้เรียนจบชั้น ม. ๖ หรือชั้นมัธยมปลาย ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีบัญชาสั่งการไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเด็กนักเรียนและผู้ปกครองด้วย ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากนายสัตวบาล คุณอมรชัย ปิ่นเจริญ หรือเรียกว่าหมอเปิ้ลตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ขอให้รัฐบาลส่งเสริมอาชีพการเลี้ยง โคเนื้อคุณภาพครบวงจรเพื่อให้เพียงพอแก่การบริโภคภายในประเทศและภายนอกประเทศ โดยการส่งเสริมครบวงจรนี้จึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยหลายกระทรวงด้วยกัน

ข้อ ๑ ขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มอบกรมปศุสัตว์เร่งปรับปรุงบำรุงพันธุ์โคเนื้อให้ตรงกับความต้องการ ของตลาด ซึ่งบางตลาดอาจจะต้องการเนื้อแดงเยอะ บางตลาดอาจจะต้องการเนื้อแดง แล้วมีไขมันแทรก ซึ่งกรมปศุสัตว์มีสัตวแพทย์ที่มีฝีมือในระดับโลกสามารถที่จะถ่ายทอด เทคโนโลยีและปรับปรุงพันธุ์นี้ได้เป็นอย่างนี้ ขอให้ช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการผลิตอาหารจากวัสดุเหลือใช้ภาคเกษตรตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างที่จังหวัดระยอง ท่าน ส.ส. ธารา ปิตุเตชะ ท่านเคยเลี้ยงโคเนื้อจำนวนมาก ท่านใช้เปลือกสับปะรดแล้วก็ทำให้ เนื้อโคหรือเนื้อวัวนั้นมีเนื้อนุ่มมีรสอร่อยเป็นที่ต้องการของตลาด ในบางแห่งนั้นสามารถที่จะ ใช้ฟางข้าว ใช้เศษต้นข้าวโพด มันสำปะหลัง หรือแม้กระทั่งใบปาล์ม ใบมะพร้าวนำมาบด ได้หมดเลยนะครับ

ข้อ ๒ ขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งเปิดตลาดโคเนื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ข้อ ๓ ขอให้ทางกระทรวงการคลังเร่งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่เกษตรกร เพื่อขยายกิจการ ผลดีของการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อคือ ๑. เพื่อเป็นอาชีพหลักและอาชีพ เสริมในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจากพืชเกษตร ๒. ลดฝุ่นจิ๋วจากภาวะโลกร้อนเนื่องจากไม่ต้อง เผาฟางและเผาข้าวโพด ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านจิรทัศ ไกรเดชา

นายจิรทัศ ไกรเดชา พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องที่สัญจรไปมาบนถนนสายเสนา-ผักไห่ ระยะทาง ๒๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งเป็นถนน ๒ เลนจราจร ไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่าง โดยเฉพาะตั้งแต่แยกเสนามาถึงวัดโบสถ์ล่าง ตำบลบ้านแพน จะไม่มีไฟส่องแสงสว่างเลย ทำให้พี่น้องประชาชนประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แล้วตั้งแต่วัดโบสถ์ล่างไปถึงสี่แยกตำบลหน้าโคก อำเภอผักไห่ จะมีไฟฟ้าอยู่เป็นช่วง ๆ ประกอบกับเป็นถนนที่มีทางโค้งมากและอยู่ใกล้คันคลองชลประทาน อยากวิงวอนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบโดยกรมทางหลวงติดตั้งไฟส่องแสงสว่าง ให้กับพี่น้องประชาชนเพราะว่าถนนเส้นนี้ในยามเทศกาลก็มีผู้สัญจรไปมาอย่างมากมาย เพราะถนนได้เชื่อมต่อไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอ่างทอง ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไป ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอบางบาลและผู้สัญจร ไปมาบนถนนสายทางหลวงชนบท ๔๐๔๗ ตั้งแต่บริเวณวัดโคกหิรัญ หมู่ที่ ๒ ตำบลบางชะนี ถึงวัดโบสถ์ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางบาล ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนน ๒ เลนจราจร ไม่มีไฟส่องแสงสว่างทำให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับอุบัติเหตุและ มีการวิ่งราวชิงทรัพย์บนถนนสายนี้เพราะไม่มีไฟฟ้าส่องแสงสว่าง วิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่รับผิดชอบ กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณการดำเนินการ ติดตั้งไฟส่องแสงสว่างให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา โดยเฉพาะพี่น้องชาวอำเภอบางบาล ที่สัญจรอยู่บ่อย ๆ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอนำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ขอให้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยจัดสรรงบประมาณสนับสนุน การปฏิบัติงานของอาสาสมัครกู้ภัยกู้ชีพซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ อาสาสมัครกู้ภัยกู้ชีพเป็นผู้ที่เสียสละ ทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทน โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานอาสาสมัครที่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการ เข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงอันตราย จึงขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ เงินอุดหนุน เงินตอบแทน แล้วก็จัดสรรให้มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย แล้วก็จัดทำประกันชีวิต ให้กับบุคลากรของอาสาสมัครกู้ภัยกู้ชีพให้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ขอให้มีหนังสือถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เนื่องจากได้รับ การร้องเรียนจากกลุ่มนักกีฬาหลายชนิดกีฬา ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน ปันจักสีลัต ฟุตบอล กลุ่มคนเหล่านี้ยังขาดอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การฝึกซ้อม แล้วก็เวลาที่จะออกไปแข่งขันเป็น ตัวแทนของจังหวัด ตัวแทนของเขตเอง บุคคลเหล่านี้จะต้องหางบประมาณในการออกไป แข่งขันด้วยตัวเอง รัฐเอง ราชการเองให้การสนับสนุนจำนวนน้อยนิดไม่เพียงพอกับการเดินทาง ไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายในขณะที่ไปแข่งขัน ต้องขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการ เข้าให้การช่วยเหลือ จึงขอให้หน่วยงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดสรรงบประมาณ ให้เพียงพอกับนักกีฬาแต่ละชนิดกีฬาในแต่ละพื้นที่ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณเอกภพ เพียรพิเศษ ครับ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมขออนุญาต ใช้ภาพประกอบด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมมีเรื่องปรึกษาหารือในประเด็น ที่เกี่ยวกับชาวเชียงรายผลักดันมานับ ๑๐ ปีแล้ว คือเรื่องให้ใช้พระนามของกษัตริย์ผู้สร้าง เมืองเชียงรายให้ถูกต้องเป็น พญามังราย นะครับ เมื่อนึกถึงเมืองเชียงรายเรานึกถึงอะไรบ้าง จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยว มีเขตติดต่อกับเพื่อนบ้าน การจะทำการท่องเที่ยวมีมูลค่า มันต้องเริ่มจากเรื่องราวครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผมจะขอนำข้อมูลทางโบราณคดีที่วันนี้ จะนำเสนอนี่ ขอบคุณข้อมูลจากอาจารย์อภิชิต ศิริชัย นักวิชาการด้านเชียงรายศึกษา มีจารึกไว้ในหลักศิลาจารึกชัดเจนหลายแหล่งว่าพระนามของท่านคือพญามังรายนะครับ รวมถึงเอกสารชั้นต้น ใบลาน อักษรล้านนาต่าง ๆ จารึกไว้ชัดเจนทุกฉบับเขียนไว้ว่าพระนาม ของท่านชื่อพญามังรายทั้งสิ้นนะครับ ภาพสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ แต่ว่าความผิดเพี้ยน หรือการใช้พระนามผิดเริ่มต้นจากอันแรกเลยคือหนังสือที่ชื่อว่าพงศาวดารโยนก เปลี่ยนจาก มังราย เป็น เม็งราย ในปี ๒๔๕๐ นะครับ ภาพสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ แล้วหลังจากนั้น ก็มีการใช้ผิดต่อมาครับ นอกจากเปลี่ยนชื่อเป็น พ่อขุนเม็งราย นะครับ จากพญาซึ่งเป็นศักดิ์ ของกษัตริย์ทางล้านนาเป็นพ่อขุนซึ่งเป็นกษัตริย์ทางสุโขทัย ซึ่งตามหลักทางวิชาการแล้ว ไม่เหมือนกัน จนสุดท้ายที่อนุสาวรีย์ใน ๕ แยกพ่อขุนที่เชียงรายเป็นชื่อพ่อขุนเม็งรายมหาราช ดังนั้นแล้วเพื่อความถูกต้องผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการดำเนินการแก้ไขพระนาม ของท่านให้ถูกต้องเพื่อชาวเชียงรายต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ยังไม่อยู่นะครับ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก อยากกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นเรื่องของภัยแล้งซึ่งในขณะนี้ จังหวัดนครราชสีมาหรือผมเชื่อมั่นว่าทั้งภาคอีสานได้ประสบปัญหาอย่างหนักหน่วงก็คือ เรื่องภัยแล้ง จังหวัดนครราชสีมาของผมนั้นในเขตอำเภอเมืองมีพื้นที่หนึ่งครับท่านประธาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนก็คือตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่สาธารณะ ๑๔๐ ไร่ ก่อนหน้านี้น้ำในบึงแห่งนี้ไม่เคยแล้งเลย แต่พอมาปีนี้เกิดปัญหาในเรื่องของภัยแล้ง ซ้ำซากและส่งผลกระทบจากปีที่แล้วทำให้น้ำในวันนี้นั้นแห้งขอดมากครับ จะขุดลงก็ไม่ได้ จะเจาะบ่อบาดาลก็ไม่ได้เพราะข้างล่างเป็นดินเค็ม มีอย่างเดียวก็คือการที่จะต้องดึงน้ำจาก แหล่งใกล้เคียงเข้ามา วันนี้ผมจึงกราบขอท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ กรุณาได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลตำบลหนองไข่น้ำ ซึ่งขณะนี้คาดการณ์ว่าไม่เกินอีก ๑ เดือนก็คงจะมีปัญหาเรื่องน้ำ เพราะน้ำที่เหลืออยู่นั้น กลายเป็นน้ำเค็มไปทั้งหมด

เรื่องที่ ๒ อยากจะฝากไปถึงกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ใน รพ.สต. ต่าง ๆ ได้รับผู้ป่วยในลักษณะของติดเตียงก็ดี หรือผู้ป่วยในระยะสุดท้ายก็ดี ที่กลับมาบ้าน แต่ผู้ป่วยเหล่านี้เป็นผู้ป่วยที่มีความยากจนครับ และครอบครัวเองก็ไม่สามารถ ที่จะมีเงินในการที่จะซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ในการช่วยหายใจครับ ท่านประธานครับ บางท้องถิ่น บางพื้นที่ถึงขนาดต้องจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อระดมเงินในการ จัดซื้ออุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจให้กับผู้ป่วยในระยะสุดท้ายหรือผู้ป่วยติดเตียง เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้อยากจะร้องขอไปทางกระทรวงสาธารณสุขครับ ได้มองเห็นถึงความสำคัญของ เพื่อนมนุษย์ในการที่จะซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ จัดสรรให้ รพ.สต. ต่าง ๆ ในเขตของประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ

เรื่องที่ ๑ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานสภาประสานไปที่ ๐๓ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้โปรดเข้าซ่อมแซมถนนหลวงแพ่ง แขวงขุมทอง เขตลาดกระบังนะคะ บริเวณทางกลับรถใต้สะพานทับยาวทั้ง ๒ ฝั่งค่ะ ทั้งขาเข้าและขาออก เนื่องจากปัจจุบันนี้ มีหมู่บ้านขึ้นเป็นจำนวนมากทำให้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ไปใช้ทางกลับรถที่ใต้สะพานทับยาวนี้ จึงทำให้ถนนที่อาจจะไม่สามารถรองรับน้ำหนักของรถบรรทุกได้เพียงพอนั้นเกิดการชำรุด เสียหายเป็นอย่างมาก และเนื่องจากพื้นที่เขตลาดกระบังทุก ๆ ปีจะเกิดการยุบของถนน ทำให้สะพานข้ามคลองนี้ ของคนเดินข้ามสะพานเกิดทรุดตัว ทำให้ขั้นบันไดขั้นแรกมีความสูงมากกว่า ๑ ฟุต เป็นอันตราย แล้วก็ความยากลำบากสำหรับผู้สูงอายุในการที่จะใช้สะพานทางเท้าเดินข้ามคลองมาก ๆ ฉะนั้นแล้วดิฉันขออนุญาตประสานกรุงเทพมหานครได้โปรดทำการแก้ไขและซ่อมแซมถนน ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินค่ะ

เรื่องที่ ๓ ศาลาพักผู้โดยสารบนถนนเลียบชุมชนวัดสุทธาโภชน์ หน้าชุมชน วัดสุทธาวาสจะมีศาลาพักผู้โดยสาร แต่ปัจจุบันมีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมเสียหายแม้แต่หลังคา ก็ไม่เหลือแล้วค่ะ ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปซ่อมแซมเลย ดิฉันเคยเรียนปรึกษาท่านประธาน ที่สภาแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่ได้รับการดำเนินการใด ๆ จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเลย แล้วก็อีกเส้นหนึ่งถนนฉลองกรุง ๕๓ ได้โปรดปรับปรุงซ่อมแซมถนนที่ทรุดโทรมแล้วก็เกิด การยุบตัวให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ครับ

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือเรื่องการตรวจสอบประชาคมในการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ หมู่ที่ ๙ ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี วันนั้นช่วงที่มีการประชาคมท่านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ ตำบลเขาชะงุ้ม ได้มีการเชิญประชาชนไปร่วมในเรื่องของกองทุนหมู่บ้าน แต่พอ เข้าประชุมแล้วปรากฏว่าเป็นเรื่องการฉายวีดิทัศน์แล้วก็มีเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งนำไปสู่การที่ชาวบ้านมาร้องเรียนดิฉัน ต่อมาวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ ดิฉันได้ทำหนังสือไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีให้มีการตรวจสอบประชาคม ดังกล่าว ซึ่งมีหนังสือเลขที่รับ ๒๑๗๙๑ ซึ่งต่อมาดิฉันได้รับแจ้งปากเปล่าจากเจ้าหน้าที่รัฐว่า เอกสารที่มีการเซ็นเข้าร่วมประชุมอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่เอกสารในเรื่องของประชาคม ซึ่งตอนนั้น ดิฉันก็เชื่อเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อมามีการต่อต้านการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์มาโดยตลอด จนถึงปัจจุบัน ดิฉันก็ทำหนังสือสอบถามไปที่อุตสาหกรรมจังหวัดว่าจำเป็นจะต้องทำประชาคม หรือไม่ ทำไมถึงสร้างได้ ทางอุตสาหกรรมจังหวัดก็ตอบมาว่าไม่ต้องทำประชาคมสร้างได้เลย ซึ่งดิฉันก็เริ่มไม่มั่นใจกับคำตอบของหน่วยงานราชการที่จังหวัดแล้ว อย่างไรก็ดีชาวบ้านได้ไป ตรวจสอบเอกสารที่ได้เซ็นชื่อเข้าประชุมในวันนั้นปรากฏว่าเป็นเอกสารประชาคม จึงขอฝาก ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมาไม่เอื้อประโยชน์ ทำตามกฎหมายและขอฝากท่านประธานฝากไปถึงหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ช่วย ตรวจสอบประชาคมดังกล่าว ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ครับ

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมมี ๒ เรื่องที่จะมาหารือท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๑ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชุมชนวัดลาดบัวขาว เขตสะพานสูง กทม. จากสาเหตุคลองวังใหญ่บนตื้นเขินไม่มีการขุดลอกคลองมาเป็นระยะเวลา ๓๐ ปี เริ่มจาก คลองทับช้างล่างถึงคลองบ้านม้ามีความยาว ๑,๗๕๐ เมตร มีระดับท้องคลองอยู่ระหว่าง ลบ ๑.๑ เมตร ถึง ลบ ๑.๖ เมตร จากระดับการขุดลอกคลองที่ ลบ ๒ เมตร ในฤดูฝนพื้นที่ ชุมชนแห่งนี้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองไข่แดงของ กทม. แต่กับไม่ได้ รับการดูแลบำรุงรักษาปล่อยให้ชุมชนแบกรับชะตากรรมน้ำท่วมมาโดยตลอด ทางชุมชน ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักระบายน้ำของ กทม. ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จวบจนปัจจุบันนี้ก็ยัง ไม่ได้รับการแก้ไข

เรื่องที่ ๒ ทางเดินริมคลองเริ่มจากชุมชนแสงมณี เขตสะพานสูง กทม. หลังหมู่บ้านลัดดารมย์ อิลิแกนซ์ จนไปถึงท้ายซอยรามคำแหง ๑๑๘ แยก ๖๑ ปรากฏว่า ไฟแสงสว่างดับตลอดทางเป็นระยะทาง ๑ กิโลเมตร ทำให้ตอนกลางคืนการสัญจรทางเท้า กลับเข้าบ้านออกจากบ้านด้วยความยากลำบากและอันตราย ชุมชนได้ร้องเรียนไปยังการไฟฟ้า การไฟฟ้าได้เข้ามาสำรวจจากวันนั้นถึงวันนี้ปีกว่าครับ การไฟฟ้าในเขตที่รับผิดชอบก็ยังไม่นำ หลอดไฟฟ้ามาติดตั้งใหม่ กระผมจึงอยากฝากท่านประธานเรียนไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๒ เรื่องให้มาดำเนินการแก้ไขบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องอย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมจะมาขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่อง สืบเนื่องมาจาก ภัยพิบัติพายุโพดุล-คาจิกิ เมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่หลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ผมถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา เขื่อนป้องกันตลิ่งและอื่น ๆ อีกมากมาย หลาย ๆ อย่างซึ่งมีปัญหาตามมา ก่อนอื่นขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยงาน ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีทุกกระทรวง โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ไปกำกับดูแลผลักดันน้ำ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่ปัญหาตามมา ท่านประธานครับ ขอนำเรียนอย่างนี้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงรอยต่อระหว่างงบประมาณปี ๒๕๖๒ กับปี ๒๕๖๓ และความเสียหายมันก็ยังคงค้างอยู่

เรื่องแรก ก็คือฝายกั้นน้ำหลวงปู่จันทร์หรือฝายห้วยเรืออยู่ในเขตตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ฝายกั้นน้ำได้พังลงไปทำให้ตอนนี้ไม่มีน้ำเหนือเขื่อนเลย แม้แต่นิดเดียว สัตว์น้ำตายหมด พืชผลทางการเกษตรที่เคยใช้ไม่ได้ใช้ในปีนี้ และตอนนี้ก็ยัง เป็นซากปรักหักพังอยู่ จึงอยากให้เร่งดำเนินการโดยด่วนนะครับ

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของถนนเลียบคันคลองชลประทานก็เกิดจากโพดุลครับ ถนนพังชำรุดยาวเกือบ ๆ ร้อยเมตร และที่น่าห่วงใยที่สุดครับต้องแก้ไขเร่งด่วนเพราะว่า เมื่อวันเสาร์ อาทิตย์สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีความเสียหาย เยาวชน ๓ คนได้ขี่รถจักรยานยนต์ ไปร่วมงานบุญพอกลับบ้านไม่ชินทางแล้วก็เกิดพลัดตกลงถนนที่มันชำรุดทำให้เกิดเสียชีวิต ๑ ราย และบาดเจ็บ ๒ ราย จมน้ำลงไปในจุดนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากฝากให้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก้ไขเร่งซ่อมแซมปรับปรุงโดยเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวชนก จันทาทอง ครับ

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีข้อหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องแรก กิจกรรมก่อสร้างลานนาคาเบิกฟ้าริมฝั่งแม่น้ำโขง ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี โดยจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค บริเวณเทศบาลตำบลโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ซึ่งปัจจุบันบริเวณนี้ มีลานเอนกประสงค์แล้วแต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยว่าเป็นไปได้ไหมที่จะขยายลานเอนกประสงค์นี้ ออกไปยังบ้านจอมทอง หมู่ที่ ๑๓ ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับ ชุมชนในพื้นที่ด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ เงินช่วยเหลือภัยแล้งและเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิต ดิฉันได้รับ การสอบถามและการทวงถามจากประชาชนจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จำนวนมากว่าไหน รัฐบาลนี้จะมีเงินช่วยเหลือภัยแล้งไร่นาไร่ละ ๑,๑๑๓ บาท และยังมีเงินช่วยเหลือปัจจัย การผลิตนาข้าวอีกไร่ละ ๕๐๐ บาท ตอนนี้ยางพาราก็ตกต่ำ ข้าวก็ตายยืนต้น ความหวังเดียว ของเกษตรกรในพื้นที่คือเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะให้ช่วยเร่งรัดเงินช่วยเหลือในเรื่องของภัยแล้ง และปัจจัย การผลิตให้เกษตรกรพื้นที่คนจังหวัดหนองคายได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ คุณกษิดิ์เดช มาหรือยังครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ผมขอหารือเรื่องป้ายรถประจำทางหรือป้ายรถเมล์ เส้นถนนสุขุมวิท ในพื้นที่เขตบางนา และเขตพระโขนง ที่เริ่มตั้งแต่สุขุมวิท ๑๐๗ แบริ่ง ผ่านลาซาล กรมอุตุนิยมวิทยา ๔ แยกบางนา อุดมสุข ซอยวชิรธรรมสาธิต ซอยปุณณวิถี สุขุมวิท ๖๒ ตลาดบางจาก ผ่านหน้าสำนักงานเขตพระโขนง และสิ้นสุดรอยต่อเขตวัฒนา ที่โลตัสอ่อนนุชครับ จากการลงพื้นที่ของผมเมื่อวันที่ ๓ มกราคม มีป้ายรถเมล์ขาเข้าเมือง ๑๔ ป้าย ขาออกเมือง ๑๒ ป้าย พบปัญหาที่ต้องแก้ไขหลายอย่าง เช่น บางจุดขาดหลังคา บังแดด บังฝน ขาดที่นั่งรอรถเมล์ บางจุดไม่มีป้ายบอกสายรถเมล์ บางจุดมีก็เลอะเลือน มองไม่เห็น แล้วไม่อัปเดต (Update) ผมจึงขอหารือให้ช่วยปรับปรุงแก้ไขเพียงแค่ ๒ จุด เร่งด่วนก่อนเท่านั้นครับ

จุดแรก เขตบางนาใต้บีทีเอส (BTS) แบริ่งเยื้องกับปากซอยลาซาลขาดหลังคา บังแดด บังฝน ที่นั่งรอรถเมล์ซึ่งมีพื้นที่สามารถดำเนินการได้

จุดที่ ๒ เขตพระโขนงหน้าบริษัทสามัคคีเภสัชก็ขาดหลังคาบังแดด บังฝน ที่นั่งรอรถเมล์ แล้วขอให้เพิ่มไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัยในตอนกลางคืนครับ

สุดท้าย ผมขอให้ย้ายป้ายรถเมล์หน้าบริษัทเจียไต๋ที่มีพื้นที่คับแคบแล้วไม่มี ที่นั่งรอรถเมล์กลับไปจุดเดิมใต้สะพานลอยตรงข้ามตลาดบางจากที่มีการย้ายไปตั้งแต่สร้าง บีทีเอส (BTS) แต่ตอนนี้บีทีเอส (BTS) สร้างเสร็จแล้วนะครับ ก็ยังไม่ได้ย้ายกลับมาในจุดที่มี ความปลอดภัย เหมาะสมมากกว่าจุดปัจจุบัน ผมเชื่อว่ากรุงเทพมหานครและกระทรวงคมนาคม จะสามารถประสานงานกันเพื่อดำเนินการตามที่ผมได้หารือเพื่อประโยชน์ความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ท่านประธาน ที่เคารพ เขตหนองจอกมีคลองเป็นจำนวนร้อยกว่าคลอง ในอดีตซึ่งใช้คลองเดินทางสัญจร ไปมาแล้วก็กระแสไฟฟ้าหรือว่าเสาไฟฟ้าจะปักตามคันคลองแล้วก็แจกจ่ายกระแสไฟฟ้า เข้าตามบ้านให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตหนองจอกเป็นพื้นที่ที่กว้าง ในขณะนี้ซึ่งเปลี่ยน เส้นทางในการสัญจรไปมา เปลี่ยนจากเรือมาเป็นรถในการสัญจรไปมา แต่เสาไฟฟ้าที่ยังปัก อยู่แนวริมคลองเป็นจำนวนมากในขณะนี้ ซึ่งเสาไฟฟ้าได้มีการเดินสายเข้าบ้านพี่น้องประชาชน แต่ประโยชน์ก็ใช้ลดน้อยลง แต่ขณะเดียวกันเสาไฟฟ้าที่อยู่ชายคลองซึ่งมันลับตาประชาชน ได้มีการลักไฟใช้กันนะครับ ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการลักไฟใช้ ในแนวคันคลองต่าง ๆ จะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต เพราะฉะนั้นขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง การไฟฟ้า ผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ย้ายเสาไฟฟ้าจากชายคลองขึ้นมาอยู่ตามแนวถนน ที่เกิดขึ้นมาใหม่แล้วจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับพี่น้องเข้าตามบ้านเรือนต่าง ๆ ในพื้นที่เขตหนองจอก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กว้างที่สุดในบรรดา ๕๐ เขตของจังหวัดกรุงเทพมหานครนะครับ หนองจอก ในขณะนี้เขาเรียกว่า หนองจอกชายแดนกรุงเทพมหานคร ขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ขอขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ขอบคุณครับ จบการปรึกษา ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ รู้ว่าทุกท่านพยายามรักษาเวลา อย่างดี ซึ่งที่จริงแล้วที่ผมเคยเรียนให้ทราบนั้นประชาชนเขาก็จับตามองเรื่องนี้อยู่ ซึ่งเคยได้ ยินด้วยตัวเอง ขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ ขอเวลานิดเดียวนะครับ ขอให้สมาชิกไปลงชื่อ เพื่อองค์ประชุมจะได้ครบ ยังขาดอยู่นิดหน่อยครับ ขอเวลานิดหนึ่งครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ใน ห้องกรรมาธิการมาลงชื่อให้ครบเสียก่อน ผมถือโอกาสนี้เรียนก่อนที่จะครบองค์ประชุมว่า ทางสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา ขอให้แจ้งให้สมาชิกทราบว่าทางสำนักบริการ ทางการแพทย์ประจำรัฐสภาได้ใช้มาตรการป้องกันเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ได้มีการตรวจตั้งแต่เช้าเวลา ๐๘.๐๐-๑๐.๓๐ นาฬิกา แต่ผมได้ขอให้ตรวจทั้งวันนะครับ เพื่ออย่างน้อยป้องกันไม่ประมาท และในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ สำนักบริการทางการแพทย์ ประจำรัฐสภาจะดำเนินการทำความสะอาดในบริเวณที่นั่งและบริเวณรอบห้องประชุมรัฐสภา ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์นะครับ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๒ คน

ต่อไปขอเรียนท่านสมาชิก ว่าขณะนี้ได้มีสมาชิกมาลงชื่อจำนวน ๒๕๑ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วผมขอเปิดการประชุม ผมขออนุญาตไปตามระเบียบวาระนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ก่อนจะเข้าระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งที่ประชุมทราบ ขอเรียน เรื่องนัดประชุมพิเศษวันพรุ่งนี้ ได้มีการตกลงระหว่างท่านผู้ควบคุมเสียงและพรรคการเมือง ในสภานี้ ภายนอกหารือว่าเราจะพิจารณาญัตติที่ค้าง ซึ่งขณะนี้มีค้างอยู่ ๑๑๕ ญัตติครับ ทั้งที่เราพยายามสางกันอยู่แต่ก็จะมีเพิ่มเข้ามาเรื่อย มีเรื่องที่ค้างอยู่แล้วก็เรื่องที่เสนอใหม่ เพราะฉะนั้นเราก็หารือว่าพรุ่งนี้เราจะประชุมพิจารณาเรื่องญัตติในกลุ่มที่ ๕ คือกลุ่มเรื่อง ปัญหาที่ดินที่ทำกินของประชาชน ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑ ญัตติที่อยู่ในวาระขณะนี้ที่ยังไม่เสนอ ยังไม่มี แต่วาระที่เสนอมาแล้ว ๑๑ ญัตติ ผมเรียนท่านสมาชิกเพื่อที่จะเตรียมตัววันพรุ่งนี้ ญัตติของท่านจะได้ไม่ตกไปครับ ญัตติแรกก็คือของท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ของท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ของท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ของท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ของท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ของท่านสาคร เกี่ยวข้อง และของท่านนริศ ขำนุรักษ์ ของคุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ของคุณผ่องศรี แซ่จึง นายสิงหพล ดีนาง ของคุณบุญรื่น ศรีธเรศ ของคุณหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ ของคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร และคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ อันนี้เป็น ๑๑ ญัตติที่ขอพิจารณาพิเศษในวันพรุ่งนี้ ขอเรียนเตือนสมาชิกเพื่อได้เตรียมตัว โดยตอน ๐๙.๓๐ นาฬิกาเป็นต้นไปก็จะให้สมาชิก หารือก่อน ๓๐ ท่าน หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่วาระครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

ซึ่งค้างจากเมื่อวานนี้ เมื่อวานนี้จะเป็นวาระแจ้งต่อที่ประชุมเรื่องที่ไม่ได้อยู่ ในระเบียบวาระ แล้วก็การเสนอญัตติด่วน วันนี้จะขอต่อเรื่องที่ประธานจะแจ้งที่ประชุมทราบ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระ

๒.๑ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนกรกฎาคม–กันยายน ๒๕๖๒)

เรื่องนี้เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในระหว่างเดือนกรกฎาคม- เดือนกันยายน ๒๕๖๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ รับทราบรายงานความคืบหน้าดังกล่าว ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศเสนอ สำหรับรายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะได้เตรียมไว้ซึ่งอยู่ ในที่นั่งของสมาชิก ขออนุญาตแจกเพิ่มเติม ขออนุญาตเจ้าหน้าที่แจกเอกสารเพิ่มเติมด้วย

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)

โดยที่เข้าใจว่ามีสมาชิกได้ เสนอชื่อมาแล้วจะขออภิปรายในเรื่องนี้ ผมจึงขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ซึ่งเตรียมตัวมาชี้แจง เข้ามาในที่ประชุมได้ครับ ท่านแรกท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านเทวัญ ลิปตพัลลภ ท่านอาศิส อัญญะโพธิ์ กรรมการปฏิรูปประเทศไทยด้านการบริหารราชการแผ่นดิน คุณสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม คุณชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม และนายธงธน เพิ่มบถศรี อนุกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข แล้วก็มีกรรมการ พลอากาศเอก คณิต สุวรรณเนตร นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา นายอาทิตย์ เวชกิจ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ นายดนุชา พิชยนันท์ นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ ขอเชิญนะครับ มีสมาชิกเข้าชื่อขออภิปรายขณะนี้สุดท้ายมีทั้งหมด ๖ ท่าน ได้ขอมาท่านละ ๑๐ นาที ผมขอต่อรองนิดเดียวนะครับเนื่องจากมีวาระเพื่อทราบ ทั้งหมด ๔ เรื่อง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นขอท่านสมาชิกว่าขอ ๗ นาที เป็นหลัก แต่อนุโลมให้ไม่เกิน ๑๐ นาที เพื่อความเหมาะสมและเพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาส ถ้ามีใครเตรียมข้อมูลที่ไม่ซ้ำกันจะได้มีโอกาสได้อภิปรายครับ ขอ ๗ นาทีเป็นหลักและไม่เกิน ๑๐ นาที ขอเชิญสมาชิกครับ ท่านแรก คุณเกียรติ สิทธีอมร ครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ของสภาชุดนี้ที่ได้รับฟังรายงานความคืบหน้าของ แผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกคือวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ ผมก็ลุกขึ้นอภิปราย ผมพูด ๒ ประเด็นที่สำคัญซึ่งเป็นทุกข์ของชาวบ้าน เรื่องส่วนต่าง ดอกเบี้ย เรื่องราคาค่าพลังงาน ตอนนั้นท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้รับฟังอยู่ในตอนนั้นก็บอกว่าจะนำเรื่องราวเหล่านี้ไปผนวกรวมอยู่ในรายงาน พอมา วันที่ ๖ พฤศจิกายน เป็นรอบที่ ๒ ที่มีการรับฟังรายงาน ผมก็ทวงถามครับ แต่ผมก็พอเข้าใจ เพราะวันที่ ๖ พฤศจิกายนเป็นการรับฟังรายงานรอบที่ ๒ ซึ่งเป็นของช่วงเวลาซึ่งเกิดขึ้น อาจจะเป็นคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ผมได้มีการอภิปรายไป ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมประเด็นต่าง ๆ ที่รับฟังจากสมาชิกสภายังไม่ได้มีการนำเข้าไปผนวกรวมอยู่ในรายงานของท่าน แต่ว่าครั้งนี้ ครั้งที่ ๓ แล้วมันเป็นรอบรายงานซึ่งท่านควรจะรับทราบหมดแล้วว่าข้อเสนอแนะความคิดเห็น ของสมาชิกสภามีอะไรบ้างเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และควรจะเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน ที่ท่านนำเสนอในครั้งนี้ แต่ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความผิดหวังว่าเปิดดูเหมือนเดิมเลย ยังไม่มีการสรุปความคิดเห็นข้อเสนอแนะของสมาชิกเข้าไปอยู่ในรายงานฉบับนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ท่านได้รับปากทั้ง ๒ ครั้ง ๒ วาระของการรับฟังรายงานว่าจะนำไประบุอยู่นะครับ ตรงนี้ผม ก็เกิดความกังวลว่าถ้าเป็นเช่นนั้นกระบวนการของเราในการรับฟังความคืบหน้าแผนการปฏิรูป ประเทศมันมีความหมายอะไร มันจะมีความหมายอะไรถ้าไม่นำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ของสมาชิกเข้าไปรวมอยู่ในนั้นด้วย ผมก็ยังต้องทวงถาม ผมบอกท่านไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว เรื่องที่เป็นทุกข์ของชาวบ้านผมมีหน้าที่ที่จะต้องทวงถามท่าน ว่าท่านทำไปถึงไหนแล้วครับ ๒ เรื่องที่ผมอยากจะทวงถามท่าน โครงสร้างพลังงาน ผมย้อนไปนิดเดียว วันที่ ๖ พฤศจิกายน วันนั้นผมตั้งคำถามท่าน ท่านตอบนะครับ มีผู้ตอบ เป็นคณะกรรมการที่ตอบบอกว่าเสนอให้ กระทรวงรับทราบแล้ว แล้วผลคืออะไรครับทำไมไม่อยู่ในรายงานฉบับนี้ว่าท่านจะดำเนินการ อย่างไร ค่าแอลเอ็นจี (LNG) ผมถามเรื่องเปิดเสรีการค้าแอลเอ็นจี (LNG) ประชาชนได้อะไร ยังไม่มีความชัดเจนนะครับ และสถานะของรายงานในวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม อยู่ที่เดิมเลยครับ สถานะอยู่ที่เดิม กระทรวงแถลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน วันที่ ๒๕ ธันวาคม วันที่ ๒๑ มกราคม บอกว่าจะทบทวนปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่หมดเลยและราคาก๊าซด้วยให้เป็นธรรม เกิดขึ้น แต่คำว่า เป็นธรรม ต่อประชาชนมิได้ระบุอยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ ท่านไปดูเลยครับ ทุกหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิรูปพลังงานไม่มีการพูดถึงเรื่องความเป็นธรรมของราคาพลังงานเลย ตรงนี้ผมก็ต้องตั้งคำถามกลับมาอีกครับ เพราะเป็นหน้าที่ของผมว่าท่านจะเอาเรื่องนี้ไปทำไหม แล้วท่านขับเคลื่อนได้ไหมในฐานะ กรรมการปฏิรูปประเทศ ท่านขับเคลื่อนได้ไหมครับ หรือต้องเป็นภาระหน้าที่ของกระทรวง ที่จะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ มันไม่อยู่ในแผน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เงินฝาก ส่วนต่างดอกเบี้ย ผมย้ำนะครับ เพราะท่านทำไม่ต้องใช้งบประมาณ ท่านทำครั้งเดียวทำได้ แล้วประชาชนได้ อานิสงส์ทั้งประเทศ ทำไมยังไม่ขยับเลยครับ แล้วไม่มีเขียนอยู่ในรายงานฉบับล่าสุด แต่ท่าน รับปากผมว่าท่านจะไประบุในรายงานนี้ว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้ในการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ทางด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาผมเห็นข่าวครั้งเดียว มีอยู่วันเดียวเลยครับว่าธนาคารหลัก ๔ แห่ง ร่วมกันลดดอกเบี้ยเงินกู้ ในขณะเดียวกันลดดอกเบี้ยเงินฝากด้วย ส่วนต่างดอกเบี้ยยังเท่าเดิม มันจะได้ประโยชน์อะไรถ้าเป็นอย่างนั้น คราวที่แล้วในวันที่ ๖ พฤศจิกายนผมถามท่านเรื่องนี้ กรรมการปฏิรูปประเทศบอกว่าประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ทำไมท่านไม่ระบุในรายงานว่าจะเอามาเป็นเป้าหมายในการปฏิรูป ทำไมล่ะครับ ฉะนั้น จะมีประโยชน์อะไร เรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยพูดและถามไว้และผมคิดว่าเป็นสาระสำคัญก็คือ เรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) หน้า ๒๓ ท่านปรับเป้าลงไปอีกครับ ในรายงานฉบับล่าสุดเดิมบอกว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ต้องเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ท่านปรับลง เหตุผลอะไรที่ปรับลง จาก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ผมไม่เข้าใจ ขอคำอธิบายครับ โครงสร้าง ภาษีอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญมาก ผมไม่เห็นว่าท่านจะดำเนินการ อย่างไร ควิกวิน (Quick win) คราวที่แล้วพูดตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่มี มีหลายเรื่องที่ต้องทำได้ แต่ท่านก็ไม่มี ไม่มีในรายงานว่าควิกวิน (Quick win) ของท่านคืออะไร ทำไมเป็นเช่นนั้น ความสามารถในการแข่งขันอันนี้เป็นเรื่องใหม่ ท่านฟังให้ดีนะครับเพราะท่านกำลังปฏิรูป ผิดประเด็น ท่านใส่ในการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจในเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ท่านระบุ กฎหมายฉบับหนึ่ง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ว่าท่านต้องปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ เพื่อความสามารถในการแข่งขัน ท่านเข้าใจผิดครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับเดียว ที่สามารถให้ประเทศแต่ละประเทศสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ในเรื่องการลงทุน การแข่งขัน จากนักลงทุนต่างประเทศ ไม่ให้กระทบกับภาคธุรกิจของประเทศไทยเกินควรและเกินกว่า ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ไม่ใช่เป็นข้อผูกพันครับ แต่ผมเข้าใจดีว่าทำไมท่านถึงได้รับหัวข้อนี้มา แล้วบอกว่าต้องปฏิรูป เพราะว่าเป็นข้อเรียกร้องของหอการค้าต่างประเทศทุกปี ตั้งแต่สมัย พ.ร.บ. ๒๕๔๒ แล้วครับ พอดีตอนนั้นท่านประธานสภาท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วผมเป็น คนมีส่วนร่วมในการแก้ไขกฎหมาย ปว. ๒๘๑ มาเป็น พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขัน และไม่ใช่เป็นข้อผูกพันที่องค์การการค้าโลก เพราะองค์การการค้าโลกยังไม่มีข้อตกลงพหุภาคีในเรื่องการลงทุน และยังถือว่าแต่ละประเทศ มีสิทธิในการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พอท่าน เอาเรื่องนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มารวมอยู่ในการปฏิรูป ท่านเดินผิดทางแล้วครับ เพราะว่าการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้แล้วว่าทบทวนโดยกรรมการเสนอ ครม. ปรับปรุงได้ เลยทันที ปรับปรุงบัญชีแนบท้าย ๓ บัญชี แน่นอนครับต่างประเทศก็ต้องขอให้ท่านแก้ไข ทุกครั้ง ทุกสมัย แต่ผมเคยตั้งกรรมการร่วมกับหอการค้าต่างประเทศ ๓๐ หอนะครับ และให้ เขาอธิบายมาว่าอุปสรรคอยู่ตรงไหน ๓ ปีเขาตอบไม่ได้เลยเพราะไม่มีอุปสรรค เพียงแต่เขา อยากให้เปิดมากขึ้น ผมก็บอกเขาว่าถ้าต้องการเปิดมากขึ้นผมจะรอเจรจาการค้าเสรีกับ ประเทศนั้น ๆ แล้วผมถึงจะเปิดให้เมื่อคุณเปิดให้เราเหมือนกัน ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุป ท่านประธานครับ ผมคิดว่าตอนนี้รายงานของเราถ้าทำอย่างนี้ทุก ๓ เดือน โดยไม่มีความคืบหน้าและไม่นำข้อสังเกตของสมาชิกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรายงานฉบับ ต่อ ๆ ไป เสียเวลาครับ เสียเวลาจริง ๆ ครับ อยู่ที่เดิมเลยครับ และคำตอบก็เหมือนเดิม ๆ ไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการทบทวนความก้าวหน้าทุก ๓ เดือนไม่เหมาะ หรอกครับ เพราะว่าความก้าวหน้าท่านมีไม่มากพอ แต่ผมเข้าใจดีครับว่าเป็นความต้องการ ระบุไว้ในมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ครับจะเอาอย่างไรกันดี จะเลื่อนเป็น ๖ เดือนได้หรือไม่ถ้าท่านก้าวหน้าไม่พอ หรือถ้า ท่านบอกว่าท่านจะไม่ระบุข้อสังเกตของสมาชิกสภาเข้าไปในรายงานฉบับอนาคตทั้งหมดเลย ก็ไม่ต้องเข้าสภาครับ เพราะเข้าสภามันก็ฟังเรื่องเดิมครับ ผมก็ต้องพูดเรื่องเดิม เพราะไม่มี เรื่องอื่นจะพูดแล้วครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานขอความกระจ่างกับกรรมการนิดหนึ่ง อันนี้ไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น ผมอยากเห็นการปฏิรูปประสบความสำเร็จจริง ๆ ครับ หลายเรื่อง ที่ระบุไว้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ว่าเรื่องที่ไม่ได้ระบุไว้ก็สำคัญเหมือนกันและต้องดำเนินการ ต้องระบุไว้ในรายงานฉบับนี้ในเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ เพราะฉะนั้นขอรับทราบ จริง ๆ ครับ ช่วยชี้ให้ผมเห็นทางกระจ่างนิดหนึ่งว่าทุก ๓ เดือนที่เรามาเจอกันไม่เป็นการเสียเวลา ขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี และคณะผู้ชี้แจงประมวลผู้อภิปรายแต่ละท่านไว้ก่อนก็ได้ครับ เอาไว้ชี้แจงหลังจากผู้อภิปราย จบแล้วก็ได้ครับ ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ ในคราวที่แล้วดิฉันได้อภิปรายรายงานมาตรา ๒๗๐ ในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ำของภาคอีสานอย่างเป็นระบบยังแล้งเหมือนเดิม แล้วก็ไม่มีในรายงานเช่นเดียวกัน แต่ว่าในเรื่องของแผนการปฏิรูปประเทศจะต้องก้าวต่อไปและปัญหาในพื้นที่มีมากมาย มหาศาลทุกหย่อมหญ้านั้นมีปัญหามากมายเลยทีเดียว ในคราวนี้นั้นในรายงานเพื่อแผนการ ปฏิรูปประเทศนั้น ดิฉันสนใจที่อยากแจ้งว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสอย่างไรในเรื่องของผู้สูงอายุ เพราะว่าสังคมไทยนั้นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุนั้น แผนการปฏิรูปประเทศท่านจะปฏิรูปพัฒนาไปในทิศทางใด ผู้สูงอายุจึงจะอยู่อย่างสุขสบาย ไร้ปัญหาทุกกรณีค่ะ ในเรื่องนี้ดิฉันกราบเรียนท่านประธานทราบเพื่อแก้ปัญหาแนวทาง ในการปฏิรูปประเทศดังนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรไปสู่สังคมผู้สูงอายุ อย่างสมบูรณ์ทำให้ภาครัฐต้องจัดสวัสดิการและรับภาระด้านสาธารณสุขของผู้สูงอายุมากขึ้น แผนการปฏิรูปประเทศนั้นท่านเขียนออกมาอย่างไรและทำอย่างไร ลงสู่รายละเอียดอย่างไร ในประเทศ มีกลุ่มตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่จะต้องพัฒนาต่อไป เดี๋ยวนี้รัฐบาลได้ให้เงินเดือนผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท ๙๐ ปี ๑,๐๐๐ บาท ผู้สูงอายุนั้นค่อนข้างที่จะอายุยืนขึ้นมากเลยในเรื่องของสาธารณสุขดีขึ้น ดิฉันว่าในเงินเดือนเท่านี้ สวัสดิการเท่านี้นั้นยังน้อยเกินไปหรือไม่ แผนปฏิรูปประเทศนั้น มีการจัดสรร มีการพัฒนาในเรื่องสวัสดิการตรงนี้หรือไม่

และอีกเรื่องหนึ่งกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่า ผู้สูงอายุที่เป็นข้าราชการ เมื่อเกษียณแล้วมักจะมีเงินเกษียณราชการไม่พอใช้ และไม่พอใช้หนี้ ตรงนี้นั้นท่านได้ ประสานไปที่หรือว่าทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่เพื่อที่จะทำให้ผู้ที่รับราชการที่รับใช้ ประเทศชาติมาทั้งชีวิตนี้มีอัตราเงินเดือนที่เกษียณอายุราชการเพื่อที่จะมีการดำรงชีวิตอยู่ อย่างพอเพียง โดยที่ทราบว่าธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นมีคลินิก (Clinic) เพื่อที่จะช่วยหนี้ ของผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วไม่มีเงินพอใช้หนี้ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศเลยทีเดียว โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือน ท่านประธานคะ

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งเรื่องของยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคม อีก ๑ เดือน สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่อยู่บนบัลลังก์ อีก ๑ เดือนจะจบ ม.๓ เรียนให้ท่านประธานทราบว่าดิฉันเน้นไปที่เด็ก ม.๓ อายุ ๑๔-๑๕ ปี จะจบจากโรงเรียนขยายโอกาสกว่า ๗,๐๐๐ โรงเรียนทั้งประเทศ เฉพาะขยายโอกาสนะคะ ไม่ได้บอกว่าจบจากโรงเรียนประจำตำบลเท่าไร จบจากโรงเรียนประจำอำเภอเท่าไร จบจาก โรงเรียนประจำจังหวัดเท่าไร ในขณะที่เด็กมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หรือเด็ก ม.๓ นั้นเน้นไป ที่โรงเรียนขยายโอกาสกว่า ๗,๐๐๐ โรงเรียน ท่านประธานคะทำไมต้องเน้นไปที่ขยายโอกาส เพราะว่าแผนปฏิรูปนั้นต้องการที่จะสร้างโอกาสให้กับเยาวชนกลุ่มนี้ แต่ดิฉันคิดว่าทุก ๆ ปี ที่ผ่านมานั้นคนหายไปจากระบบที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ปวช. หรือ ม.๔ มัธยมศึกษา ปีที่ ๔ หรือ กศน. หรือการศึกษาตามอัธยาศัยนั้นหายไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว ฉะนั้นแผนปฏิรูป ประเทศจะต้องเขียนแผนไว้รองรับเยาวชนของชาติด้วยค่ะท่านประธาน เพื่อที่จะไม่หายไป นอกระบบ ดิฉันไม่ต้องการให้เด็ก ม.๓ ของดิฉันตามขยายโอกาสเมื่อเขามีโอกาสน้อยอยู่แล้ว ไปอยู่ตามไซต์ (Site) งานกับผู้ใหญ่อยู่กับแรงงานต่างด้าวยังไม่อยากให้ไปอยู่ร้านอาหาร ไม่อยากให้ไปรับจ้าง ยังอยากถนอมเขาให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ โดยผู้ใหญ่อย่างเรา ในเรื่องนี้ ท่านประธานด้วยความรวดเร็วตามกำหนดระยะเวลาที่ท่านประธานกำหนดให้เรื่อง ผู้ด้อยโอกาส ผู้ด้อยโอกาสทั้งหมดนั้น ๑๑๒,๘๕๕ คนนั้นท่านทำแผนเพื่อที่จะรองรับเขา อย่างไร แผนปฏิรูปของท่านลดหรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้เพียงใดหรือแผนปฏิรูปของท่าน เพิ่มผู้ด้อยโอกาสกระจายตัวในประเทศนี้ให้มากขึ้นอย่างนั้นหรือ ผู้ด้อยโอกาสทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้นั้น รวมทั้งหมด ๑๑๒,๘๕๕ คนนั้นด้อยโอกาสจริง ๆ จะฟื้นฟู จะทำอย่างไร จะเยียวยาเช่นไรจึงจะทำให้ทรัพยากรมนุษย์ ให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ที่เรียกว่าเศษมนุษย์ ขยะมนุษย์ และอยากให้คนกลุ่มนี้นั้นรวมมาเป็นเผ่าเลือดเนื้อ เชื้อเผ่าไทยเช่นเดียวกัน ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ขณะนี้ มีสมาชิกเข้าชื่อกันมาทั้งหมด ๑๔ ท่าน ผมขอสลับกันไปนะครับ ท่านต่อไปเชิญคุณจักรพันธ์ พรนิมิตร ครับ

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ผมต้องขอบคุณทางคณะที่มาชี้แจง เนื่องจากในส่วนของที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อ ๒ ครั้งที่แล้ว ที่ทางคณะได้มารายงานความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ทางผมแล้วก็ เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านในสภาแห่งนี้ก็ได้ฝากในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องการศึกษา เนื่องจากเราจะพบว่าในรายงานความก้าวหน้าใน ๒ ครั้งแรกที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดสภาชุดนี้มา ไม่มีเรื่องความคืบหน้าของแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเลย แต่ว่าในรายงานฉบับนี้เป็น ครั้งที่ ๓ ก็ปรากฏว่ามีการบรรจุเรื่องของความคืบหน้าด้านการศึกษาดังกล่าว ซึ่งผมนับ ๆ ดู ก็ประมาณ ๒๐ หน้า ก็ต้องกราบขอบคุณทางคณะกรรมการที่ได้นำข้อสังเกตของท่านสมาชิก ไปดำเนินการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สื่อซึ่งได้ขออนุญาตไว้แล้ว ก็คือในส่วนของผมเองที่อยากจะเน้นย้ำกับที่ประชุมแห่งนี้ผ่านท่านประธานสภาไปยัง คณะทำงานที่มาชี้แจงในวันนี้ ก็คือเรื่องของความคืบหน้าของแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เนื่องจากในสถานการณ์ประเทศเราที่ผ่านมาสถานการณ์ทางด้านการศึกษาก็ไม่ได้อยู่ใน ลักษณะที่น่าพอใจนัก เราไปดูที่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเองเป็นผู้ได้ รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ ผมนำมาให้ทางที่ประชุมได้รับทราบร่วมกันแค่นั้นเอง ผลสอบโอเนต (O-NET) ระดับ ป.๖ ม.๓ ม.๖ ช่วง ๑๐ ปีย้อนหลังของเรามีแค่วิชาภาษาไทย เท่านั้นเองที่ถึง ๕๐ คะแนน คือถึงครึ่งหนึ่ง นอกจากนั้นก็ต่ำกว่า ๕๐ คะแนนหมด แล้วก็แน่นอนว่าวิชา ที่คะแนนต่ำที่สุดก็คือภาษาอังกฤษ ผลสอบพิซา (PISA) ของเด็กไทยซึ่งเปรียบเทียบช่วงอายุ ๑๕ ปี เทียบกับเด็กทั่วโลกในวัยเดียวกันเราก็อยู่ในระดับต่ำมาอย่างต่อเนื่อง พูดง่าย ๆ ว่า อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ และยิ่งถ้าเทียบคนที่ได้คะแนนระดับสูงกับประเทศ เพื่อนบ้านเราในอาเซียน (ASEAN) เรามีสัดส่วนนักเรียนที่ได้คะแนนระดับสูงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เพื่อนบ้านเราอย่างประเทศสิงคโปร์มีสัดส่วนในประเภทเดียวกันตั้ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผลการจัดอันดับการสำรวจของดับเบิลยูอีเอฟ (WEF) ไอเอ็มดี (IMD) ก็คือองค์กรระหว่างประเทศ ที่เขาเซอร์เวย์ (Survey) ทางด้านการศึกษา ความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็พบว่า ความพอใจเรื่องการศึกษาของผู้ประกอบการทั่วโลก ของไทยเองก็ถือว่าไม่สูงมาก ผลสอบ วีเน็ต (V-NET) ซึ่งก็คือมาตรฐานของเด็กอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๙ ก็ไม่ได้น่าพอใจเท่าไร เรามีเพียง วิชาสังคมและการดำรงชีวิตเท่านั้นที่มีคะแนนมากกว่า ๕๐ คะแนน นอกนั้นต่ำกว่าเกณฑ์หมด ที่น่าสังเกตก็คือระดับ ปวส. ซึ่งควรจะมีทักษะสูงกว่า ปวช. กลับมีคะแนนที่ต่ำกว่า ปวช. ซึ่งสะท้อนปัญหาบางอย่างของการศึกษาบ้านเรา ผลทดสอบคะแนนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ระดับ ป.๔ ม.๒ ของโครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เปรียบเทียบกับนานาชาติเราก็ยังถือว่าห่างไกล ระดับคะแนนของเราอยู่ที่ไม่ถึง ๔๕๐ คะแนน ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ ๕๐๐ กว่า ๖๐๐ กว่าครับ ผลความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ในปี ๒๕๖๑ เราก็อยู่ลำดับ ๖๔ จาก ๘๘ ประเทศทั่วโลก

และสุดท้ายเรื่องของความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงและคุณภาพการศึกษา ที่ไม่เท่ากันระหว่างโรงเรียน เรามีเด็กอายุ ๓-๑๗ ปีที่ไม่ได้เข้าโรงเรียน ๑.๖ ล้านคน แล้วก็ ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ยากจน เรามีความแตกต่างเชิงคุณภาพที่สะท้อนจากผลลัพธ์ ทางการศึกษาของโรงเรียนบางกลุ่ม เช่น โรงเรียนที่เน้นวิทยาศาสตร์ โรงเรียนกลุ่มสาธิต กลุ่มนี้จะมีคะแนนที่สูงกว่าเด็กโรงเรียนอื่น ๆ

และสุดท้ายในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรในลักษณะรายหัวทำให้โรงเรียน ของรัฐส่วนใหญ่แล้วมุ่งเน้นในเรื่องการขยายปริมาณนักเรียนให้มาก ๆ เพื่อที่จะได้รับ งบประมาณให้มากตามจำนวนรายหัว ซึ่งอันนี้ก็ไปกระทบกับเรื่องคุณภาพของการศึกษา อันนี้ก็เป็นภาพรวมที่ผมอยากจะกราบเรียนทางที่ประชุมว่าสถานการณ์ด้านการศึกษา บ้านเรา อันนี้ไม่ได้โทษใครคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ เพราะว่าก็เป็นเรื่องที่สะสมกันมา ตลอดเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพียงแต่ว่าทางกรรมการเองทางรัฐบาลเองก็คงเห็นความสำคัญ ในเรื่องนี้ จึงได้นำเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาเป็น ๑ ในแผนการปฏิรูปประเทศ ๑๒ ด้าน ในส่วนของผมเองหลังจากที่เราได้เห็นภาพรวมของการศึกษาบ้านเราเมื่อสักครู่ ก็คงจะต้อง ฝากข้อสังเกตไปยังท่านกรรมการในบางประเด็นเพื่อจะได้นำไปกระตุ้นหรือว่าเร่งให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านการศึกษานำไปปฏิบัติ ผมคงต้องเริ่มตั้งแต่เรื่องของในประเด็น การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้แต่งตั้ง ผมก็คิดว่า เรื่องของโครงสร้างก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากเราไม่มีโครงสร้างที่เรากำหนดไว้ที่จะทำเรื่อง การศึกษาขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะตามมาจากมติของกรรมการ การพิจารณาของกรรมการก็จะ ล่าช้าตามไป เพราะฉะนั้นสถานการณ์ที่เราเป็นห่วงเกี่ยวกับการศึกษาบ้านเรามันก็จะกระทบ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ กรรมการนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัย ก็ยังไม่ได้ตั้ง อันนี้ก็เลยตามกำหนดของกฎหมายมาหลายเดือนแล้ว คนที่ทำงานด้านเด็กปฐมวัย ก็สอบถามมาตลอดว่าเมื่อไรจะตั้ง เพราะว่าเรื่องของคุณภาพเรื่องของหลักสูตร เรื่องของกระบวนการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญตาม พ.ร.บ. ใหม่ที่เกิดขึ้น เมื่อปี ๒๕๖๒ ก็ไม่ได้รับการกำหนดจากคณะกรรมการดังกล่าว เมื่อไม่มีคณะกรรมการดังกล่าว ของพวกนี้ก็ล่าช้าไป หมายความว่าในส่วนของเด็กปฐมวัยที่มีความสำคัญเป็นพิเศษก็คือ ใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้เรากำหนดไว้ชัดเจนว่าเราจะต้องไม่มีการสอนเด็กปฐมวัยที่เน้นวิชาการ แต่ต้องให้มีความสมดุลระหว่างวิชาการ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ ของแบบนี้ ยังไม่ได้มีการพัฒนา ไม่ได้มีการระบุ ไม่ได้มีการกำหนดเลย เนื่องจากรอคณะกรรมการชุดนี้อยู่ ก็คงต้องฝากผ่านท่านประธานไปยังคณะทำงานว่าช่วยกระตุ้นหรือเร่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าเรามารายงานก็คงเหมือนท่านสมาชิกเมื่อตอนต้นที่กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่า กลับมารายงานก็คงจะเหมือนเดิมอีกเพราะว่ามันไม่มีความคืบหน้าในการทำงาน ส่วนวงรอบ ที่มันสั้นเกินไป ๙๐ วันควรจะขยายเวลาไหม เราก็คงไม่สามารถที่จะไปทำอะไรได้ในช่วงนี้ เพราะว่ากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแบบนี้นะครับ ในส่วนอื่น ๆ ที่ผมอยากจะขอเวลาอีกสักครู่ ในเรื่องด้านอาชีวศึกษาซึ่งคณะกรรมการก็ได้ระบุความคืบหน้าในการดำเนินงานหลายเรื่อง ผมเองก็อยากจะเน้นว่าขอให้ความสำคัญเป็นพิเศษและคงต้องฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไปดำเนินการไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิจกรรมในด้านการเรียนฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายในอาชีวศึกษา ในสาขาที่กำหนด อันนี้กำลังจะเริ่มปีการศึกษาใหม่แล้วยังไม่มีความชัดเจนเพราะว่า ปีการศึกษาใหม่จะเริ่มในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ทำให้จริงจัง ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนที่เป็นเป้าหมายของประเทศ ก็คืออาชีวศึกษาต่อสามัญศึกษาคือต้อง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้ก็ถือว่า เป็นมาตรฐานขั้นต่ำมาก ๆ เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้วอาชีวศึกษาจะประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สายสามัญอยู่แค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง แต่ประเทศเรายังไปไม่ถึงระดับ ๕๐ : ๕๐ เลยครับ ก็คงฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะทำงานให้ช่วยผ่านกลไกต่าง ๆ ของคณะกรรมการ ปฏิรูปเรื่องการศึกษาให้ดำเนินการเรื่องพวกนี้ให้เป็นจริงเป็นจังมากขึ้น กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านสมคิด เชื้อคง ครับ มีสมาชิกเข้าชื่อมาขณะนี้ ๑๗ ท่าน เพิ่มเป็น ๑๗ ท่าน เชิญครับ

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ก็ขอพูดคุยกับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการปฏิรูป ซึ่งความจริงการรับทราบรายงานทั้งหลายก็เห็นใจ ทั้งผู้ที่มาชี้แจง ผู้ที่มาอธิบายเพราะว่าท่านเขียนมาอย่างไรมันก็อย่างนั้นล่ะ และคนที่จะมา พูดจาตรงนี้ก็พยายามที่จะให้ข้อสังเกตให้ความเห็นไป สุดท้ายกลับมาก็คล้าย ๆ เดิม แต่ว่า สิ่งหนึ่งเหล่านี้เราก็ต้องทำ ผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปหรือไม่ว่าทางกรรมการ ยุทธศาสตร์ทั้งหลายเก็บข้อสังเกตเข้าไปเพื่อที่จะเข้าไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ความจริง เมื่อ ๖-๗ ปีที่แล้วถ้าใครไม่พูดเรื่องปฏิรูปนี่เชยครับ เช้าเย็นเวลา ๓ อาหารต้องปฏิรูป ปฏิรูปไป ปฏิรูปมาก็ได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วสุดท้ายก็เป็นภาระของพวกท่านมาชี้แจงต่อพวกเรา ชี้แจงเสร็จก็กลับบ้านปฏิรูป เสร็จแล้วนี่ปฏิรูป วันนี้ก็อยากจะบ่นว่าเรื่องปฏิรูปตามเอกสาร ที่ผมได้ดูเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากให้เหมือน ๓ เดือนทุกครั้งตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดก็คือมันเห็น เรื่องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ท่านชี้แจงมาปรากฏเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไม่รู้จะดีใจ หรือเสียใจ บอกว่าได้จัดหาทนายความให้แล้วตามโรงพักเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จำนวนตั้ง ๑๕๐ โรงพัก ก็ตั้งใจครับ แต่ผมมองว่าเอาล่ะยังดีกว่าไม่ทำแต่มันน้อยไปหรือเปล่า ซึ่งปกติทนายอาสาเหล่านี้ถ้าไม่มีคณะปฏิรูปมันก็พอมีอยู่แล้วที่ศาลจัดให้ เพราะฉะนั้น จากโรงพัก ๑,๔๐๐ ผมอ่านแล้วเจอ ๑๕๐ มันก็ยังอึดอัดใจอยู่ เพราะฉะนั้นแผนปฏิรูปของ ท่านทั้งหลายที่เกิดเท่าที่ดูหลาย ๆ อันไม่ว่าจะปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปด้านกฎหมายส่วนมาก มันเหมือนงานตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งผมเองก็นึกว่ามันไม่รู้จะมีแล้วได้อะไรบ้าง มันก็เหมือนกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็เหมือนสภาพัฒน์ ๒ เพราะเลขาสภาพัฒน์เขาไปนั่ง เป็นเลขาอยู่แล้ว คือมันซ้อนกันไปซ้อนกันมา เรื่องกระบวนการยุติธรรมอันหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือว่าท่านมาเขียนในเรื่องเกี่ยวกับแผนปฏิรูป เกี่ยวกับเรื่องที่จะให้ใช้เรื่องโทรศัพท์ฉุกเฉิน หมายเลขฉุกเฉินเบอร์เดียว ซึ่งให้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ที่รับมาดูแล จริง ๆ แล้วก็ให้เขาไปตั้งแต่ต้นก็สิ้นเรื่อง พอเอามาเข้า ปฏิรูปมันก็เหมือนบูรณาการทุกกลุ่ม ทีนี้ยอดเงินที่ใช้ก็ไม่ว่าหรอกครับ ยอดเงินขอเป็น งบประมาณมาในเวลา ๕ ปี ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะใช้เลขโทรศัพท์ฉุกเฉินเบอร์เดียวนี่ แพงไปหรือเปล่าครับ วันนี้รัฐบาลก็ประกาศที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งนานแล้วว่าเมืองไทย ๔.๐ จะใช้เลข ๑๓ หลักใบเดียว วันนี้มันใช่เหรอ ที่สำนักงานที่ดินไม่ว่าอำเภอ จังหวัดจำนวนมาก ยังต้องถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านกันอยู่เลย ปฏิรูปเหรอครับอย่างนี้ อุตส่าห์ทำกันมา ๔.๐ ใช้เงินไปไม่รู้เท่าไร เดี๋ยวนี้เจ้าหน้าที่ยังเหมือนเดิม จำนวนมากยังเหมือนเดิม ขอบอก คณะกรรมการปฏิรูปว่าเรื่องสำเนาทะเบียนนี่ จริง ๆ สำหรับพวกท่านมันเรื่องเล็กแต่สำหรับ ชาวบ้านมันเรื่องใหญ่ มันนิดเดียวมันก็เรื่องใหญ่ ถ้าดูได้ต้องปฏิรูป นี่แค่ระบบราชการเล็ก ๆ แล้วก็ทำไปแล้วด้วย ทีนี้เรื่องเกี่ยวกับตำรวจ ท่านพยายามจะตั้งคณะกรรมการปฏิรูปครบมา ผมยังไม่เห็นชัดเจนว่าท่านปฏิรูปอะไรกับตำรวจ มันต้องปฏิรูปอะไรอีก ท่านปฏิรูปอะไรอีก เพราะกระบวนการสืบสวนสอบสวนทุกวันนี้มันดีขึ้นหรือยัง มันเป็นปัญหาหรือยัง การแต่งตั้ง โยกย้ายมีระบบคุณธรรมจริงอย่างที่เขียนในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านลองดูว่าวันนี้ปัญหา ที่มันเกิดมันเกิดจากกระบวนการแต่งตั้งซึ่งท่านพยายามจะทำบอกปฏิรูป แต่สุดท้ายมันไม่รู้ จะลงคลองหรือมันจะไปข้างหน้าดี เพราะฉะนั้นฝากท่านไปดูครับ ส่วนเรื่องการปฏิรูปอื่น ๆ ส่วนมากอยู่ระหว่างดำเนินการ อันนี้อ่านแล้วก็พอเข้าใจได้เพราะท่านเข้ามา ๓ เดือน ๓ เดือน ๓ เดือน มันก็ต้องอยู่ระหว่างดำเนินการนั่นล่ะ แต่ผมถึงบอกว่าการปฏิรูปต่าง ๆ ผมเห็นใจท่านทั้งหลายที่จะต้องมาชี้แจง ท่านทำได้เท่านี้ล่ะครับ เพราะกฎหมายบอกเท่านี้ แล้วรัฐธรรมนูญมันบอกอย่างนี้ ท่านก็ต้องมาชี้แจงอย่างนี้ พวกผมก็ประทับตราเปรี้ยงอย่างนี้ สุดท้ายก็เหมือนเดิมล่ะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกว่าการปฏิรูปทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ผมยังไม่เห็นเรื่องการปฏิรูปในข้ออื่น ๆ เลย คือการปฏิรูปตามมาตรา ๒๕๘ มีอยู่ ๗-๘ เรื่อง แต่เรื่องอื่น ๆ หายไปอยู่เรื่องหนึ่งผมเปิดไม่เจอเลย เกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกิน การจัดสรรที่ดิน ทำกินอย่างเป็นธรรม ผมยังไม่เห็นเลย ถ้าท่านเห็นท่านลองบอกนะว่าจัดให้มีการกระจาย ถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม รวมทั้งตรวจสอบกรรมสิทธิ์การยึดถือครองที่ดิน หายังไม่เจอนะ หรือผมอาจจะเปิดเร็วไปหรือเปล่า ฝากคณะกรรมการปฏิรูปว่าทำหรือยังเรื่องนี้ ทำกันหรือยัง เรื่องนี้เรื่องใหญ่เพราะพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ส.ส. ที่หารือแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์พูด แต่เรื่องที่ดินทั้งนั้น พูดแต่เรื่องเอกสารสิทธิการถือครอง ลองไปทำดูครับ ฝากเป็นข้อสังเกต ให้คณะกรรมการว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น วันนี้ท่านปฏิรูป เขียนมันสวยหรู แต่อ่านทีไร บอกอยู่ระหว่างดำเนินการ อยู่ระหว่างดำเนินการ ผมว่าอยู่เล่มใหญ่ ๆ นี่ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งหมด ซึ่งเรื่องเหล่านี้มันมาซ้อนกันกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ หรือเปล่าที่จะแจ้งลงไป ความจริงปฏิรูปบอกว่าภายใน ๑ ปีให้เสร็จ แล้วก็หวังผลสัมฤทธิ์ อีก ๕ ปี ก็เลยไปอ่าน มิน่าท่านถึงเขียนว่าไปอยู่ในไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๖๕ เกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นครั้งหน้าอย่างท่านก็เข้ามาอีก แล้วผมก็จะดูอีกว่ามันเดินไปอย่างไรอีก มันจะ ขยับอย่างไร เพราะฉะนั้นฝากเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมการปฏิรูปจริง ๆ ก็เอาให้เท่ ใจผมนี่บอกคิดเท่ ๆ แต่เอาจริง ๆ เข้าแล้วมันกินไม่ได้แทบหลายเรื่องเลย ผมเองก็มาเรียน ท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป ขอสลับไปที่ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ความจริงแล้วผมอยากจะได้สัก ๒๐ นาที แต่ได้ ๗ นาที ก็ไม่เป็นอะไร ที่จริงผมมี ๒ ประเด็นใหญ่ ใน ๒ แผนนะครับ แต่ผมจะพยายามย่อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แล้วก็ขอขอบคุณคณะทำงานของแผนปฏิรูปด้วยที่พยายามจะทำจากเล่มเล็ก ๆ ที่ผมเห็น ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ ๓ เหมือนกันครับ แล้วก็มีความก้าวหน้าพอสมควร โดยเฉพาะในประเด็น ของผมที่อภิปรายในเรื่องนี้ เรื่องของแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ผมคงไม่ต้องลอกโจทย์นะครับ และผมเคยถามลงในกระทู้ถามในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว ท่านก็ตอบมาบางส่วนของคราวที่แล้ว ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ในบางส่วน แต่วันนี้ผมก็เลยจะขอพูดในประเด็นของแผนงานที่ ๑ เรื่องของหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติที่เป็นหมายเลขเดียวนะครับ ซึ่งท่านบอกว่าดำเนินการ เสร็จแล้ว ๙ กิจกรรม ผมก็จะเติมให้ครับ เพราะว่าใน ๙ กิจกรรมนั้นท่านคงยังไปไม่ถึงไหน เพราะในนั้นบอกว่าจะต้องไปเสร็จถึงคิวที่ ๔ ของปี ๒๕๖๓ นี้ ผมจะรอดูในคิวที่ ๔ ของปี ๒๕๖๓ ว่าคงจะเสร็จ แต่ใน ๙ กิจกรรมนั้นผมขอให้ท่านได้กลับไปดูนิดหนึ่งว่าเรื่องของการผลักดัน ในกิจกรรมที่ ๑ คือผลักดันเป็นกฎหมายตามมาตรการและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผมอยาก เสนอแนะอย่างนี้ว่าการผลักดันเป็นกฎหมายเราควรจะยกร่างหมายเลขนี้เป็นพระราชบัญญัติ หมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติขึ้นมาเลย หรือเรียกว่าเป็น พ.ร.บ. ๑๙๑ ขึ้นมาเลยนะครับ แล้วก็ มีลงรายละเอียดเข้าไปลงลึก เพราะว่าในการขับเคลื่อนในหมายเลขดังกล่าวนี้ท่านไปเอา พระราชบัญญัติขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ มาเป็นฐานในการที่จะผลักดันเม็ดเงิน จำนวนดังกล่าวมาจากการใช้เงินของกองทุนพัฒนาวิจัย ก็จริงอยู่ครับ ท่านไปหลบเพื่อเอาเงิน ซึ่งไม่ได้อยู่ในงบประมาณ เป็นเงินนอกงบประมาณที่อยู่ในกองทุน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ มาใช้ แต่ทีนี้เมื่อจัดตั้งแล้วควรจะตั้งเป็นพระราชบัญญัติ ทำไมผมบอกว่าควรจะจัดตั้งเป็น พระราชบัญญัติฉุกเฉินแห่งชาติ เพราะว่าเมื่อรัฐบาลตราออกมาเป็นพระราชบัญญัติฉุกเฉิน แห่งชาติ ท่านจะสามารถใช้งบประมาณและครอบคลุมเป็นร่มใหญ่ ครอบคลุมให้ทั้งประเทศ ในเรื่องสาธารณสุข ความปลอดภัย เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความฉุกเฉินแห่งชาติทั้งหมด อย่างนั้นจะดีเสียกว่านะครับ แล้วก็ขอให้ได้เน้นย้ำในเรื่องของการก้าวล้ำของเทคโนโลยี ที่จะเข้ามาอยู่ในการใช้เลขฉุกเฉินแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องการแสวงหาความร่วมมือจาก ภาคประชาชนให้มากที่สุดในพระราชบัญญัติที่จะสร้างขึ้นมา ก็คงขอเรื่องในการตรากฎหมายนี้ ก็คงจะต้องในกิจกรรมที่ ๒ ที่ตอบว่าคงต้องเน้นเรื่องของภาคประชาชนให้เยอะที่สุด เอกชน ที่มีส่วนร่วม โดยอาจจะใช้งบประมาณของภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในพระราชบัญญัตินั้น อีกก็ได้ครับ นอกจากนั้นแล้วในการบริหารแผนแม่บทในการบริการต่าง ๆ ขอย้ำนะครับว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเราเลียนแบบเขามาแน่นอนครับ ๙๑๑ เขาใช้สเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ซึ่งอยู่ในแต่ละมลรัฐหรือแต่ละเมืองซึ่งเป็นเอกชนครับ เป็นราษฎรหรือของ ประชาชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วก็มาช่วยบูรณาการทั้งหมด การยกระดับกองบังคับการ ๑๙๑ เป็นศูนย์บัญชาการฉุกเฉินแห่งชาตินั้นก็ดีครับ ผมยืนยันว่าไม่ใช่แค่นี้ มันจะต้องซัปพอร์ต (Support) ไปถึงระดับจังหวัดด้วย ก็ยืนยันว่าใช้ได้ครับ ในระบบดิจิทัลนั้นเป็นระบบที่เข้ามา มีแพลตฟอร์ม (Platform) หลายเรื่องนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าผมขอท่านประธานได้อีกสัก ๓ นาที ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่จะพูดต่อเพราะว่ามีอีกแผนหนึ่งครับ แล้วส่วนเรื่องของการใช้ข้อมูล ขนาดใหญ่ เรื่องของเทคโนโลยีเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) เอไอ (AI) หรือโรบอต (Robot) ต่าง ๆ ที่จะมาตอบแทนมนุษย์ในการซักถามหรือข้อมูลของการตอบข้อความ หรือส่วนต่าง ๆ ที่มนุษย์เข้ามาสอบถามในเรื่องของการตรวจสอบ ทั้งเลย์เอาต์ (Layout) ของ คนที่เข้ามา การจัดทำเรื่องของดาตา (Data) ในเรื่องของกราฟแท่ง กราฟวงกลม หรือการสร้าง ฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในระบบของหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวนี้ก็สามารถทำได้ครับ นอกจากนั้นแล้วก็เป็นเรื่องของการจัดการเรื่องทรัพยากรมนุษย์ก็แน่นอนครับว่าการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์อย่าปล่อยปละละเลยในเรื่องของการเข้าไปดูแลของกำลังพล ต้องจัดกำลังพล เพราะวงรอบฉุกเฉินแห่งชาตินี่ใช้ ๒๔ ชั่วโมง ท่านอย่าคิดว่าใช้แค่ ๘ ชั่วโมงนะครับ อันนั้น เป็นหัวใจสำคัญ และสำคัญคือการถ่ายทอดเรื่องขององค์ความรู้สู่ประชาชนให้มากที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้ เข้าใจในสิทธิขั้นพื้นฐานของการเข้าแจ้งเหตุต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น สุดท้ายจริง ๆ ข้อ ๙ ที่ท่านบอกว่าที่เร่งขึ้นมา ๓ ปีผมดีใจมากครับเพราะว่าในแผนมี ๕ ปีนั้นเป็นเรื่องของ แผนอันแรกที่อยากจะเติมลงไป แต่แผนในประเด็นเรื่องการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม ผมขอเข้าไป ๔ ประเด็นเล็ก ๆ ที่อยู่ในแผนนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการกำหนดระยะเวลา ในประเด็นแรกของประเด็นย่อยในบทบัญญัติกฎหมายใหม่ที่เรียกว่าร่างพระราชบัญญัติ ระยะเวลาการดำเนินงานกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาขอให้กลับไป ดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับเรื่อง การวัดผลสัมฤทธิ์หรือการรับฟังความคิดเห็นแล้วมีซับ (Sub) ลงไปอีกเป็นพระราชบัญญัติ ที่สำคัญทั้งประเทศต้องใช้แล้วทุกการตรากฎหมายย้ำเลยครับว่าพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์ การทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ เป็นสำคัญ เพราะในมาตรา ๑๑ เขามีหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบคือสำนักงานพัฒนางานพัฒนารัฐบาล ดิจิทัลหรือองค์กรมหาชนที่ต้องออกแบบในกฎหมายนี้ แม้กระทั่งสภาแห่งนี้เมื่อคราวที่แล้ว ผมถามเรื่องการยกร่างพระราชบัญญัติงบประมาณแห่งชาติไปเข้าหรือยังแต่โอเค (OK) มันมีบทเฉพาะกาลตอนท้ายของพระราชบัญญัติแห่งนี้ที่ให้ใช้ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสภาแห่งนี้ ก็ใช้เทคโนโลยีของสภาเข้ามาใช้ในระบบสารสนเทศ แต่เมื่อระบบกลางของสำนักงานดิจิทัล เสร็จแล้วท่านต้องกลับไปใช้ตามกฎหมายนี้และอย่าไปบกพร่องตรงนี้โดยเด็ดขาด แต่ในนั้น จะมีเรื่องประเด็นคือ ในประเด็นข้อที่ ๒ ประเด็นย่อยคือเรื่องการแทร็กกิง (Tracking) หรือ การที่จะมีโนทิฟิเคชัน ซิสเท็ม (Notification system) ที่เกี่ยวกับการตอบการติดตามของ ประชาชนที่จะติดตามผลการแจ้งต่าง ๆ ก็ดี เพราะว่าอันนี้ขอให้กลับไปดูในพระราชบัญญัติ ดังกล่าวในมาตรา ๓ ว่ามันเน้นถึงผู้เกี่ยวข้อง ผู้เกี่ยวข้องมีสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ในพระราชบัญญัตินั้นมากมายขอให้ซัปพอร์ต (Support) ทั้งหมด รวมไปถึงสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ในพระราชบัญญัติดังกล่าว เพราะอันนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์ที่สุดเมื่อมีการตรา หรือรับกฎหมายทุกฉบับเกิดขึ้นท่านจะต้องตอบเขาให้ได้อย่างเด็ดขาดนั้นคือประเด็นหนึ่ง ที่อยากให้คำแนะนำว่าควรจะต้องเข้าไปศึกษาหาดูเพราะว่าหลายหน่วยงานไม่เกี่ยวข้องก็จะ ไม่ค่อยเข้าไปศึกษาของกฎหมายฉบับนี้ครับ

ประเด็นปฏิรูปที่ ๒ ขอย่อย ๆ อีกนิดหนึ่งครับ เรื่องการพัฒนาความยุติธรรม ทางกายภาพ ผมขอกราบเรียนว่าความคืบหน้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่บอกว่าได้ ดำเนินการแล้วเสร็จในโครงการติดตามความคืบหน้าในภาคประชาชนที่มีโครงการมันก็ยังขาด เรื่องการเอาใจใส่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว สิ่งสำคัญผมย้ำเลยว่าในเรื่องของการแยกแยะ ระหว่างผู้ต้องหากับผู้กล่าวหาการกระทำของหน่วยงานระดับลอว์โฟร์ซเมนต์ (Law forcement) สถานีตำรวจทุกสถานีกระทำการกับผู้ต้องหากับผู้กล่าวหาเหมือนกันเปรียบเสมือนกัน ซึ่งมันแตกต่างกันครับ ผู้ถูกกล่าวหามีแค่คนมากล่าวหา แต่ผู้ต้องหาเป็นการดำเนินคดีแล้ว กลายเป็นผู้ต้องหาแล้ว ถ้าอย่างนั้นการกระทำต้องต่างกันพอสมควรโดยเฉพาะการควบคุม หรือการใช้อิสรภาพเป็นเครื่องมือในการต่อรองในเรื่องของการที่ดำเนินคดี อันนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่ควรจะต้องมีการแยกประเด็นตรงนี้ออกให้ชัดเจนเพราะบนสถานีจะกลายเป็นการสร้าง ความเหลื่อมล้ำด้วยการยัดข้อหาหรือยัดสิ่งที่กฎหมายบังคับในฐานะผู้ต้องหาให้กับผู้ถูก กล่าวหาไว้ อันนี้คือประเด็นสำคัญหนึ่งที่อยากจะให้ทบทวนเรื่องนิยามศัพท์ของกฎหมาย ในข้อนี้ครับ

ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ คือประเด็นย่อยในการพัฒนามาตรการการควบคุมตัว ซึ่งดีครับผมยินดีที่ท่านได้ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในทางเทคโนโลยีมาใช้ทั้งหมด คราวที่แล้ว ผมก็พูดไปเหมือนกันเรื่องนี้ แล้วก็สิ่งสำคัญคือการประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกฎหมายที่ออกมาใหม่ ๆ โดยที่ท่านประธานศาลฎีกาได้ออกว่าด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ของผู้ต้องหาหรือจำเลยในการประกันตัว ซึ่งจะต้องให้มีสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) คือ หน่วยที่ให้ความช่วยเหลือกับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ตกทุกข์ได้ยากได้รับรู้โดยเร็วไม่อย่างนั้น จะไม่ทราบว่าถ้าไม่เปิดเน็ต (Net) หรือเปิดอะไรดูไม่ทางรู้ว่าท่านเปลี่ยนวิธีคิดหรือวิธีการ ให้ประกันตัวผู้ต้องหาได้เยอะแยะมากมายโดยจะใช้ดุลพินิจของศาลเองด้วย

ประเด็นปฏิรูปที่ ๔ ประเด็นที่ ๓ ย่อยในเรื่องการกำหนดโทษทางอาญา ก็กราบเรียนนะครับว่าต้องนำผลงานวิจัยทางกฎหมายทุกประเภทโดยเฉพาะของสถาบันเรา ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเอามาเกี่ยวข้องแล้วเอามาทำสังเคราะห์แล้วทำให้เห็นรูปแบบหรือว่า ขึ้นโมเดล (Model) ของในประเด็นนี้นะครับ เพื่ออะไร เพื่อปฏิรูปการกำหนดโทษให้เกิด ความเหมาะสมและโปร่งใสควรจะเอาผลวิจัยมาครับ ขอบคุณครับท่านประธานที่ให้เวลาอีก ๓ นาที ขอบคุณครับ น้อยมากครับเวลาในวันนี้ครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปก็เป็น คุณศาสตรา ศรีปาน หลังจากนั้นก็เป็นคุณสุภาภรณ์ ผมเรียนไว้ล่วงหน้า พยายามรักษาเวลา เพราะมีผู้เข้าชื่อแล้วทั้งหมด ๒๐ ท่านครับ มีวาระเพื่อทราบวันนี้ ๔ เรื่อง อันนี้เป็นเรื่องที่ ๑ เชิญคุณศาสตรา ศรีปาน ครับ

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิก ทุกท่านครับ กระผม นายศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอใช้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้พูดถึงเรื่องกฎหมายปฏิรูปที่มีด้วยกัน ๑๑ ด้าน ขอขอบคุณประธานคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง ๑๑ ด้านด้วยนะครับ ก็ในรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ ระบุการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ผมเปิดหนังสือเล่มนี้ทุกหน้าแล้วก็ยังไม่มี กฎหมายแก้ไขปัญหาแชร์ลูกโซ่และการฉ้อโกงประชาชนเลยครับ ผมก็มาดูเรื่องกระบวนการ ยุติธรรมก็ยังไม่มี พ.ร.บ. นี้ ผมเองเคยพูดในที่ประชุมแห่งนี้เมื่อประมาณ ๓ เดือนที่แล้ว ในการหารือว่าวันนั้นมีชาวบ้านมาร้องเรียนแล้วก็ถ้าเกิดผมช่วยชาวบ้านไม่ได้ผมก็อายเขา วันที่ผมพูดในที่ประชุมแห่งนี้แชร์แม่มณียังไม่เกิด แชร์โฟเร็กซ์ ๓ ดี (Forex 3D) ยังไม่เกิด แชร์ไนซ์รีวิว (Nice review) ก็ยังไม่เกิดครับ แต่จริง ๆ แล้วนายกรัฐมนตรีให้ปัญหานี้เป็น วาระแห่งชาติที่ ๒๕๓/๖๐ เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ จริง ๆ ถ้าทำให้เร็วกว่านี้เรื่องต่าง ๆ คนโดนโกงก็ไม่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ในข้อมูลที่ผมอ่านมีคนแจ้งความมันมีรายงานอยู่ว่า วันนี้ประเทศไทยมีคนที่เข้ามาแจ้งความประมาณ ๘ ล้านคน ตอนนี้ก็เกิดขึ้นแล้ว เพราะอะไร รู้ไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้เห็นภาพ จริง ๆ แล้ว เขาเรียกว่าบันได ๘ ขั้น ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

แต่ผมขอเรียกว่าเขา ๘ ลูกแล้วกันครับ ท่านประธาน นี่ครับมันมี ๘ ขั้นที่ผู้เสียหายจะต้องเดิน ก็มีเหตุเกิด ๒. ไปแจ้งความตำรวจ อัยการ ศาลอาญา ศาลอุทธรณ์ไปจนถึงบังคับคดีแล้วก็ตามด้วยคำพิพากษา ตอนนั้นครับ ถ้าท่านประธานยังจำได้นะครับมีคดีหนึ่งชื่อว่า คดีแชร์บลิสเซอร์ ตอนนั้นท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ เหตุเกิดนี่ก็เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ถึงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ มีประชาชนถูกหลอกที่ออกมาแจ้งความก็ประมาณ ๒๔,๑๘๙ ราย ท่านประธานคิดว่าเยอะหรือน้อย จากรายงานศึกษาปัญหาแชร์ลูกโซ่จริง ๆ แล้วคนที่โดนหลอก จะออกมาแจ้งความประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ ที่ออกมาแจ้งความถ้าหาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี้ก็ลองคิดดูนะครับ จริง ๆ แล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีผู้เสียหายประมาณ ๒๔๑,๘๙๐ ราย แต่ในความเป็นจริงเหยื่อยังมีพ่อแม่ ปู่ย่า น้าอาเป็น ๑๐ คน ลองคูณ ๑๐ เข้าไปอีกครับ ก็เป็น ๒,๔๑๘,๙๐๐ คน นี่คือแชร์วงบลิสเซอร์วงเดียวนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกระบวนการยุติธรรมใช้เวลาตัดสินหรือผู้เสียหายที่ต้องเดินขึ้นเขา ๘ ลูกนี้ ทั้งหมดลองดู ที่สไลด์ (Slide) ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น ๓๔ ปี ๔ เดือน ยังไม่รู้เลยครับว่าจะได้เงินคืนกี่บาท แล้วลองคิดดูว่ามันยุติธรรมหรือไม่ครับ ทีนี้เรามาดูว่าคดีแชร์ลูกโซ่ตัวอื่น ๆ อันนี้แค่แชร์เดียว แชร์ตัวอื่น ๆ ปี ๒๕๓๐ แม่นกแก้ว แชร์แม่นกแก้วโดนหลอกไป ๑๘๐,๐๐๐ บาท เหมือนกัน ๓๐ ปีได้เงินคืนเท่าไรรู้ไหมครับ ๓,๒๐๐ บาท แม่ชม้อยถูกหลอกไป ๔,๕๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นทองบาทละ ๑,๐๐๐ บาท แม่ชม้อยติดคุกเพียงแค่ ๗ ปี ๑๑ เดือน ๕ วัน ผมเข้า ประชุมนะครับ มีโอกาสได้เข้าประชุมกับกระทรวงยุติธรรมประชุมกับท่านสามารถ เจนชัย จิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมที่ช่วยเหลือผู้เสียหายเรื่องคดีประชาชน ถูกฉ้อโกงเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ที่มาร้องทุกข์ทุกวันครับ ประชาชนที่ถูกโกงก็หวังจะได้เงินคืน แต่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไร วันนี้ผมยังไม่เห็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศพูดเรื่องนี้ด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นขอเถอะครับในอีก ๓ เดือนข้างหน้าช่วยนำเรื่องแชร์ลูกโซ่ ช่วยให้ความสำคัญแล้วก็บรรจุลงไปให้พวกเรา

และอีกเรื่องนะครับ ผมก็อยากจะขอเสนอวิธีแก้ปัญหานี้นะครับ ผมขอเสนอ คณะทำงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดการฉ้อโกงประชาชน ในลักษณะแชร์ลูกโซ่และการเงินนอกระบบและคณะพนักงานสอบสวนสืบสวน ขอสไลด์ (Slide) โครงสร้างด้วยครับ ไม่มีไม่เป็นอะไรครับ เพราะว่าวันนี้กว่าผู้เสียหายจะไปร้องทุกข์ เขาโดนเตะเป็นลูกบอลท่านประธาน ไปหาตำรวจตำรวจให้ไปยื่นเรื่องดีเอสไอ (DSI) ดีเอสไอ (DSI) ให้ไปหาคนนี้ คนนั้น ไม่จบสักทีครับ เพราะฉะนั้นเราควรมีคณะทำงานคณะกรรมการ ขึ้นมาสัก ๑ ชุด ซึ่งผมได้ทำไว้แล้ว อันนี้ล่ะครับ เดี๋ยวอาจจะไปส่งยื่นไว้เป็นไกด์ไลน์ (Guide line) ถ้าท่านไม่ทำก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้ครับ วันนี้แชร์ลูกโซ่เป็นยาพิษเศรษฐกิจ ถ้าท่านนิ่งเฉย หรือช้ากว่านี้ชาวบ้านพี่น้องประชาชนก็จะเดือดร้อนมาก ๆ เลยครับ วันนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้าก็จะมีบรรจุลงไปในรายงานความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศไทย ขอบพระคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปครับ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เรื่องรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประจำ ทุก ๓ เดือนที่ต้องมารายงานให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ ดิฉันขออภิปรายในส่วนของ ด้านการศึกษา ซึ่งในรัฐธรรมนูญนั้นได้กำหนดในเรื่องของการศึกษาเอาไว้ ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือเรื่องของการดูแลและพัฒนาเด็กเล็กให้มีการเรียน การพัฒนาร่างกายจิตใจ อารมณ์ โดยที่ไม่ต้องเก็บค่าใช้จ่าย

ข้อ ๒ ให้ดำเนินการในเรื่องของการจัดตั้งกองทุนให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปี หลังจากที่มีร่าง พ.ร.บ. ออกมา

ข้อ ๓ ให้มีกลไกและระบบคัดกรองพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู จิตวิญญาณ และคุณธรรมในการบริหารงาน

ข้อ ๔ ปรับปรุงและจัดการเรียนการสอนทุกระดับตามความถนัดให้สอดคล้องกัน ทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ ถ้าเรามาพิจารณาถึงในกรอบที่กำหนดนั้น ดิฉันเชื่อเหลือเกิน ว่าถ้าประเทศไทยเรานั้นได้พัฒนาไปตามที่ได้วางไว้แบบนี้จริง เราก็จะต้องได้มีประชาชนที่ดี มีประเทศชาติที่ดีแน่นอน ปัจจุบันนี้เหตุการณ์มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังในการปฏิรูป โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่จะสร้างคน สร้างชาติ มันกลับสวนย้อนกัน นับวันยิ่งจะถดถอย กลับบ้านเก่า วันนี้การศึกษาในอาเซียน (ASEAN) แซงหน้าประเทศไทยไปหมดแล้ว ง่าย ๆ ค่ะ ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาแม่ เด็กของเรานั้นจบมัธยมศึกษาตอนปลายยังอ่านไม่ได้ เขียนไม่เป็น กันอีกมากมาย ทั้ง ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้นตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ ๑ จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ผลสอบโอเน็ต (O-NET) ตกกันทั้งประเทศ มันแสดงให้เห็นถึงว่าหลักสูตร การศึกษาที่มีในเมืองไทยนั้นไม่ได้ตอบโจทย์ของผู้เรียน แต่เด็กทุกคนนั้นดิฉันอยากจะบอกว่า เขามีศักยภาพในการที่จะเรียนรู้ได้ ถ้าได้รับการเรียน ได้รับการกระบวนการสอนที่เหมาะสม วิธีการเรียนที่เหมาะสม เราต้องบอกว่ากระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ มากที่สุดต่อเนื่องมาหลายปี และในระยะเวลาที่ไม่ถึง ๑๐ ปีมานี้กระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้รับงบประมาณเพิ่มกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงเอาไปทำอะไรคะ ถ้าเป็นไปตาม การบริหารจัดการในเรื่องของสิ่งที่ดิฉันบอกมา ๔ ข้อนั้น

เรื่องแรก ที่จะต้องพัฒนาก็คือเรื่องการบริหารการจัดการศึกษา โดยเฉพาะ การบริหารแบบศูนย์รวมอำนาจ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นการทำงานแบบที่รับคำสั่ง รับระเบียบ เรื่องนี้ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องแก้ไขอย่างยิ่งค่ะ เพราะการทำงานนั้นการวัดผลของผู้เรียนนั้น จะต้องมาจากครูที่ดี ครูที่ดีมาจากผู้บริหารที่ดี ถ้าผู้บริหารนั้นมาแบบแค่ที่จะไต่เต้าบันไดไป ยกตัวอย่างโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาษีเจริญของดิฉันมีอยู่ ๑ โรงเรียน ขออนุญาตที่จะเอ่ยนาม โรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาคม มีผู้บริหารมีท่าน ผอ. มาเปลี่ยนทุก ๆ ปี จนทำให้เด็กนักเรียน ทำให้ครูอาจารย์ที่นั่นไม่สามารถที่จะจับหลักได้ว่าจะมีนโยบายอะไรที่จะทำให้เด็กนักเรียนนั้น สามารถเรียนรู้และพัฒนาไปได้ นี่เป็นหนึ่งอย่างที่อยู่ในระบบคุณธรรม ดิฉันอยากฝากเอาไว้ ในการที่จะบริหารจัดการการศึกษา ต้องจัดการระบบให้ดีเสียก่อน ให้มีระบบการคัดกรอง ผู้ที่จะมาเป็นผู้อำนวยการว่าวัดผลจากความสำเร็จ มุ่งผลที่ผลงานมากกว่าที่จะมุ่งหวังแค่เป็น ตามเวลาหรือมาเปลี่ยนจากโรงเรียนเล็ก ๆ เพื่อที่จะไปสู่โรงเรียนใหญ่ ๆ อย่างนี้ดิฉันขอฝาก เอาไว้ และการขาดแคลนบัณฑิตของเราในทุกวันนี้ก็ย้อนศรกลับบัณฑิตที่จบซึ่งตกงานเป็น จำนวนมาก ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากให้ทางคณะกรรมการนั้นได้เน้นไปถึงหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนนั้นได้ตอบโจทย์หรือยัง ได้ตอบโจทย์ให้สังคม ให้กับอุตสาหกรรม ที่ต้องการหรือไม่

สุดท้ายจริงๆ นะคะ วิธีการเรียนแบบสำเร็จรูปที่ทางกระทรวงนั้นได้คิดได้ทำ มาตลอดเลิกเถอะค่ะ ดิฉันอยากจะให้เอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลางจริง ๆ ให้ฟังความคิดเห็นของ เด็ก ๆ รุ่นใหม่ของพ่อแม่ผู้ปกครอง อยากให้เขาเรียนแบบสำเร็จรูป ให้เขานั่งฟัง ฟังแบบ เบื่อหน่ายโดยที่ไม่ได้มีอะไรกระตุ้นให้เขาได้คิดได้แก้ไข ตอนนี้โลกเปลี่ยน เด็กเปลี่ยน คงต้อง เปลี่ยนวิธีการสอนต้องเปลี่ยนให้เข้ากับเด็ก สอนให้เขาเรียนรู้เป็นการเตรียมตัวเพื่อการ เป็นมนุษย์ที่ดี เป็นคนในสังคมที่เข้าใจสังคม ถ้าเราอยู่ในสังคมนี้เราต้องมีความผูกพันกัน จะไม่เป็นคนที่แยกตัวจากสังคมหรือแสวงหาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว จะต้องรู้ความรับผิดชอบ ความเป็นไปทั้งหมดของสังคมด้วยกัน เท่ากับเป็นการหล่อหลอมคนให้ประสบความสำเร็จ จะเป็นคนที่มีประสิทธิภาพ และสามารถนำพาประเทศชาติให้ก้าวสู่ความเจริญแบบยั่งยืนได้ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณพยม พรหมเพชร

นายพยม พรหมเพชร สงขลา 🔗

ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมได้มีโอกาสอภิปรายรอบที่ผ่านมาเกี่ยวกับ เรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศหรือแผน ๒๐ ปีของการพัฒนาประเทศ ซึ่งผมเห็นว่า เบื้องต้นเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คิดว่างบประมาณ ปี ๒๕๖๓ เมื่อมีโอกาสผ่านทำให้งบประมาณเข้าไปดูแลในพื้นที่จังหวัดสงขลาหลายพันล้านบาท นั่นคือผลพวงจากยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศหรือแผนปฏิรูปประเทศ มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวโยง กับเรื่องมันอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติที่สำคัญ ก็คือระบบชลประทาน กรมชลประทาน งานเพื่อแผ่นดิน เป็นกรมที่ใหญ่ มีงบประมาณระดับต้น ๆ ของประเทศดูแลพี่น้องบริหารน้ำ น้ำดื่ม น้ำใช้ น้ำบริโภค แล้วก็น้ำท่วมภัยแล้ง อยู่ที่ชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขุด แก้มลิง ในพื้นที่ของผม แก้มลิงในตำบลนาหม่อมติดต่อกับตำบลวิจิตร เขตอำเภอนาหม่อม ได้ขุดแก้มลิงมาเป็นเวลาเกือบ ๑๐ ปี ท่านประธานที่เคารพ ผิดกับในพื้นที่ของท่านประธาน ในพื้นที่ของท่านประธานมีแก้มลิง ๔ ตัว ประมาณ ๒-๓ ปีนี้ ผมได้มีโอกาสไปร่วมชมร่วมดู เขาด้วย ทราบข่าวว่าท่านดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องจักรกล ศูนย์บริการน้ำที่ ๗ ได้ให้ความสนใจ เสร็จรวดเร็วโดยใช้เครื่องจักรกลของกรมชลประทาน ในระยะเวลา ๓-๔ ปี ขอโทษด้วย ถ้าผมให้ข้อมูลผิด ท่านประธานทักท้วงได้ แต่ผมขอชื่นชม การทำงานของศูนย์บริหารน้ำนั้นน่าชื่นชมรวดเร็ว แต่มาตรงนี้ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเขตพื้นที่ ของกระผม ในขณะนั้นกระผมไม่ได้ทำหน้าที่ในส่วนนี้เป็นตัวแทนของพี่น้อง แต่รับทราบ ข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่นก็ดี จากพี่น้องประชาชนก็ดีว่าเกือบ ๑๐ ปี งบประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาท ไปทำอะไรครับ พอไหม เกินกำหนดไปไหม ถูกปรับหรือยัง หรือต่ออายุ หรือเส้นดี ติดต่ออธิบดี หรือรองอธิบดีได้อย่างชัดเจนเขาพูดว่าอย่างนั้น ผมพูดตามพี่น้องประชาชนที่พูด แต่ประโยชน์ชาวบ้านไม่ได้รับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็มีกระแสบอกว่ามีการขนทราย ไปขายด้วย แต่ไม่ทราบว่าใครขนเพราะทรายดีวันนั้น โชคดีผมมีโอกาสได้ไปในพื้นที่เขต ที่ขุดแก้มลิง พรุพลีควาย ท่านทราบไหมว่าไปทำอะไร ผมโทรหา อบต. ชื่อ อบต.เกษม ถามว่า อยู่ที่ไหน เขาบอกว่าอยู่ที่พรุพลีควาย ผมก็ตามไปดูเขาไปแก้บนอยู่ผมนึกว่าไปดูสถานที่ ไปแก้บนตรงนี้ศักดิ์สิทธิ์มีก็แก้บนมีหมูเห็ดเป็ดไก่ผมก็นั่งสนุกสนาน บันเทิงอยู่ แล้วก็ชาวบ้านบางกลุ่มถามว่าเมื่อไรจะได้ทำถนนบ้างเขาจะได้ออกกำลังกาย มีร้านอาหาร อยู่บ้างแต่พื้นที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่และเหลียวแล เป็นอย่างไรครับ ฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มต้นตั้งแต่ผู้รับเหมา ใครเป็นผู้รับเหมา งานนี้เป็นงานรับเหมามาจาก กรมชลประทานมีอายุการรับเหมาหมดเขตเมื่อไร ต่ออายุไปหรือไม่ ต่องบประมาณไปหรือไม่ ทำโครงการแบบนี้เป็นสิบ ๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารของจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หลายท่านมีความหนักใจอยู่กับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าเมื่อมีการปฏิรูป ยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศถ้าทำอย่างนี้ไม่ไหว หาวิธีการและคิดว่าไม่ช้าคงจะมีข้อมูลแจ้งมาสภาแห่งนี้ ให้รับทราบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแจ้งมายังผู้ที่อภิปราย ผมขอขอบคุณกรมทางหลวงแผ่นดิน หลังจากผมอภิปรายไปครั้งแรกเป็นการหารือ ๒ นาที กรมทางหลวงแผ่นดินส่งเอกสารไปที่บ้าน ตอนนี้ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ซึ่ง ๑.๒ กิโลเมตร ตอนนี้กรมทางหลวงแผ่นดินทำประชาคม หรือพบปะชาวบ้านแล้วจะได้งบประมาณไป ๙๐ ล้านบาท ใน ๓ กิโลเมตร ขอชื่นชมและ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง กรมทางหลวงแผ่นดินครับ เราไม่มีหน้าที่ในการของบประมาณ เรามีหน้าที่อภิปรายในพื้นที่ตรงนี้เป็นสนามที่ให้เราเปิดโอกาสอภิปราย และสมาชิกทุกคน ก็เอาปัญหาพี่น้องซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดพร้อมกันในแผ่นดินนี้แต่ละจุดแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน แต่มีความเดือดร้อนเหมือนกัน ผมเองในฐานะที่รับปากจากพี่น้องประชาชน วันนี้ต้องขอ นำเรื่องเหล่านี้มาพูดกับพี่น้อง พูดในสภาให้พี่น้องประชาชนทราบหรือไม่ผู้ที่เกี่ยวข้องว่า เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นแห่งหนึ่งในจุดเล็กของประเทศก็คือพรุพลีควาย ก็ขอฝากท่านประธาน นำเรื่องไปยังกระทรวง ทบวง กรม เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องว่าจะเสร็จเมื่อไร งบประมาณเป็น อย่างไร งบประมาณโดยเฉพาะกรมชลประทานมีงบประมาณผมว่าอันดับต้น ๆ ของประเทศ ในการดูแลระบบน้ำ ในการดูแลปัญหาของพี่น้องชาวเกษตรกรซึ่งเป็นหัวใจของประเทศ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านพยมนะครับ เพื่อความเข้าใจไม่ให้คลาดเคลื่อนข้อมูลที่ท่านพูดมา เจ้าหน้าที่ชลประทานดูแลในพื้นที่ อย่างดีมากครับ แต่ว่าผู้รับเหมาทิ้งงานทุกโครงการปัญหาใหญ่จึงเกิดขึ้นขณะนี้ ซึ่งเคยแจ้ง รัฐบาลเหมือนกันครับว่าให้ดูเรื่องนี้เพราะผู้รับเหมาทิ้งงานทุกโครงการ ไม่ว่าชลประทาน หรือการก่อสร้างโรงพยาบาล วิทยาลัยพยาบาล ทุกอย่างทิ้งงานหมดครับ เสียหายมากครับ เชิญท่านต่อไปครับ นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ครับ

นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภา กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ รายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศมีความน่าสนใจ เนื่องจากดิฉันมองไม่เห็นว่าวัตถุประสงค์ และตัวชี้วัดจะสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานได้อย่างไร วันนี้ขออภิปรายในภาพรวม ของปัญหาในการรายงานการทำงานตามแผนปฏิรูปประเทศในฉบับนี้ที่ดิฉันได้อ่านดูแล้ว แล้วก็จะมีข้อเสนอแนะที่จะเสนอแนะเพิ่มเติมในลำดับถัดไปค่ะ

ดิฉันขอเริ่มจากสิ่งที่หายไปจากรายงานฉบับนี้ก่อนนะคะ ภาพรวมในเรื่อง การศึกษาดิฉันเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องที่ใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน ทั้งในแง่ของการปฏิรูป โครงสร้างต่าง ๆ หรือการต้องชำระกฎหมายต่าง ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันเห็นคำว่า อยู่ระหว่าง ดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง น่าจะประมาณร้อยละ ๙๐ ของกิจกรรมต่าง ๆ ในส่วน ของการศึกษาที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ ในคราวถัดไปดิฉันขอให้รายงานถึงสถานะการดำเนินงาน ดำเนินการว่าสถานะคืออะไรกันแน่ อยู่ในขั้นตอนอะไรกันแน่ เพื่อที่ทางสภาผู้แทนราษฎร จะได้ติดตามการทำงานได้ละเอียดกว่านี้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไปนะคะ

เรื่องที่ ๒ กฎหมายที่ยังไม่มีการร่างขึ้นมี ๒ ตัว สำหรับเรื่องการศึกษาก็คือ พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ ซึ่งดิฉันเข้าใจได้ว่าจะต้องรอพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหญ่ก่อน ดังนั้นเรื่องนี้เข้าใจได้ แต่พระราชกฤษฎีกาสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้ ที่น่าจะต้องมีความคืบหน้ามากกว่านี้ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพของ การศึกษาเพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับทั้งหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ของทั้งประเทศ ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ดังนั้นดิฉันมีคำถามกับทางคณะว่าตกลงแล้วความคืบหน้าของ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จะเป็นอย่างไร จะมีการถกเถียงถึงเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างของ กลุ่มวิชาทั้ง ๘ สาระหรือไม่ จะออกแบบอย่างไร และที่สำคัญที่สุดหน่วยงานไหนจะเป็น ผู้รับผิดชอบในการร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีกี่หน่วยงาน และหน่วยงานเหล่านั้นเกี่ยวข้อง กับทุก ๆ กลุ่ม ๘ สาระหรือไม่ ถ้ายังจะใช้ ๘ สาระอยู่ เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นความชัดเจน ที่ท่านน่าจะต้องเสนอและรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากว่าดิฉันจำเป็นที่จะต้อง ตรวจสอบว่าผู้ที่เข้ามามีส่วนในการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและการเรียนรู้ ของชาตินี้มีความเกี่ยวข้องจริง ๆ กับหลักสูตรและการเรียนรู้นะคะ

เรื่องที่ ๓ ที่หายไปซึ่งดิฉันมองไม่เห็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการ ทำงานทั้งหมดคือเรื่องของงบประมาณ ดิฉันได้อภิปรายในช่วงที่มีการทำร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไปแล้ว แต่ดิฉันยังไม่เห็นกิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณเลย ในรายละเอียดอาจจะไม่ได้มารายงาน ในฉบับนี้ แต่ดิฉันขอฝากไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินรายหัวของเด็กหรือว่าวิธีการจัดสรรงบประมาณ ที่ยังเป็นไปตามรายหัวควรจะจัดการเป็นรูปแบบของคลัสเตอร์ (Cluster) ได้แล้ว มีโรงเรียน กี่ประเภทต้องการการจัดสรรงบประมาณแบบไหน ควรจะมีการถกเถียงกันได้แล้ว แม้กระทั่ง งบประมาณของฝั่งอาชีวศึกษาที่น้อยกว่าประเทศสิงคโปร์ ๒-๓ เท่า ในเรื่องนี้ดิฉันก็ไม่เห็น ในรายงานฉบับนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ดิฉันไม่แน่ใจว่าแผนปฏิรูปฉบับนี้จะสามารถสร้าง ผลสัมฤทธิ์ได้อย่างไรอย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปเมื่อตอนต้น เนื่องจากว่าส่วนหลักใหญ่ใจความ ของการทำงานเป็นเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ไม่งบประมาณก็คน ไม่คนก็งบประมาณ วนกันอยู่ ๒ เรื่องนี้ ดังนั้นถ้าไม่มีเรื่องงบประมาณดิฉันเกรงว่าผลสัมฤทธิ์จะไม่เกิดขึ้นนะคะ

เรื่องที่ ๔ เรื่องที่ดิฉันเห็นว่าเหมือนจะมีแต่ก็ไม่มีและเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องความปลอดภัยของโรงเรียนที่มีการกล่าวถึงใน ๑ กิจกรรม เรื่องความปลอดภัย ของผู้เรียน ในส่วนนี้มีกำหนดแล้วเสร็จในปีงบประมาณปี ๒๕๖๒ แต่ดิฉันก็เห็นว่ายังอยู่ ในระหว่างการดำเนินการอีกเช่นกัน ดิฉันขอถามว่าประเด็นความปลอดภัยของโรงเรียน ของผู้เรียนจะมีการปฏิรูปอย่างไรบ้างเนื่องจากว่า ณ ปัจจุบันจากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ดิฉัน ก็พบว่าโรงเรียนบางโรงเรียนอย่างเช่นในเกาะลิบงเองยังใช้แบบในการสร้างอาคารเรียน ที่เป็นแบบของเก่า ๓๐ ปีมาแล้ว ทำให้ห้องน้ำจะต้องอยู่นอกอาคาร อันตรายมากสำหรับ นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน เราเห็นการที่เด็กโดนล่วงละเมิดทางเพศหรือว่าโดนแอบมา ถ้ำมอง มีคนแอบมาถ้ำมองในโรงเรียนในหลายกรณีเกิดขึ้นในข่าวมาแล้ว ในส่วนนี้ดิฉัน ไม่เห็นถึงความพยายามในการปฏิรูปเรื่องที่ใกล้กับนักเรียนมากที่สุดก็คือเรื่องความปลอดภัย นี่ยังไม่นับถึงความสะอาดสุขอนามัยของห้องน้ำ โรงเรียนหรือแม้กระทั่งเรื่องการกลั่นแกล้ง ในโรงเรียนที่ก็เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในโรงเรียนเช่นเดียวกัน ท่านอย่าลืมว่าประเทศไทยนั้น มีปัญหาเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงขึ้นมาก ดังนั้นส่วนนี้ควรเป็นทั้งวาระแห่งชาติ ควรเป็นทั้งงานที่สำคัญสำหรับการปฏิรูปซึ่งทำไม เรื่องนี้ถึงสำคัญคะ ดิฉันมั่นใจว่าทุกท่านอยากไปโรงเรียนที่ท่านรู้สึกปลอดภัย ดิฉันมั่นใจว่า ท่านจะไม่ส่งลูกไปโรงเรียน ลูกท่านไม่กล้าเข้าห้องน้ำหรือลูกท่านไม่กล้ากินอาหาร เพราะกลัวท้องเสีย ดังนั้นเรื่องพื้นฐาน เหล่านี้ควรเป็นเรื่องที่ทำไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาคุณภาพของหลักสูตรการพัฒนาคุณภาพ ของการเรียนรู้ แต่ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการให้ความสำคัญเลยในรายงานฉบับนี้ ในคราวต่อไปก็หวังว่าจะมีรายละเอียดแล้วก็มีความก้าวหน้าของเรื่องที่สำคัญกับเด็ก ๆ มากขึ้น สุดท้ายแล้วสั้น ๆ ในด้านการเมืองมีการจะจัดทำโครงการโรงเรียนประชาธิปไตย ดิฉันก็ขอให้มีการทำตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมของประชาธิปไตยทั้งประเทศมากกว่า การใช้ตัวชี้วัดในลักษณะของการนับจำนวนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม เพราะอะไรตัวชี้วัดเชิง คุณภาพสำคัญมาก ๆ เช่น จำนวนผู้ที่ไปเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นหรือการที่ จะไม่เกิดรัฐประหารขึ้นในอนาคต เหล่านี้ก็ควรจะเป็นตัวชี้วัดว่าประชาธิปไตยและวัฒนธรรม ประชาธิปไตยของประเทศเราได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างไร

เรื่องที่ ๒ ของโรงเรียนประชาธิปไตยที่อยากฝากทุกท่านเลย อย่าทำให้ โครงการนี้กลายเป็นภาระงานเพิ่มเติมของครู อย่าแยกหลักสูตรที่ท่านจะเพิ่มเติมเข้าไปอยู่ใน การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน แต่ขอให้ทำเป็นการบูรณาการร่วมกันกับวิชาอื่น ๆ ของโรงเรียนที่มีอยู่แล้ว ประชาธิปไตยควรเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน ควรอยู่ในเลือดเนื้อ ควรอยู่ในวิถีที่เด็ก ๆ ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทำแยกออกมาเป็นโครงการ แล้วก็ประเมิน และขอให้สุดท้ายการประเมินโครงการการจัดการให้รางวัลต่าง ๆ เป็นวิธี ที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมประชาธิปไตยเช่นเดียวกันขอให้ไม่เกิดการ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคัดเลือกโรงเรียนตามเอกสาร ดิฉันไม่อยากเห็นกระบวนการทำงาน เพื่อพัฒนาโรงเรียนประชาธิปไตยแต่มีการทำงานที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งหมดที่ดิฉัน กล่าวไปขอฝากให้ทางคณะทำงานได้กลับมารายงานในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในคราวถัดไป ขอบพระคุณค่ะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญครับ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผมขออภิปรายเพื่อให้ข้อคิดเห็นต่อท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรายงาน ความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานสภา ความคืบหน้าที่ได้รับรายงาน เป็นเล่มสีขาวแล้วก็มีอยู่หลายหน้า แล้วก็ปรากฏในแต่ละด้าน ผมเรียนว่าในรายงานอยากจะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องว่ารายงานนั้นก็ปรากฏว่าสมมติว่าด้านการเมือง ก็จะปรากฏเรื่องของกลยุทธ์ เรื่องของแผนงาน แล้วก็เรื่องของความคืบหน้า แล้วก็เป็นเรื่อง ของการดำเนินงานจะเป็นอย่างนี้ตลอดทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านสังคม ด้านกฎหมายเป็นต้น วิธีการอย่างนี้ทำให้เห็นภาพอยู่บ้างในแง่ของการมองว่า กลยุทธ์ในแต่ละด้านเป็นอย่างไรมีแผนงานอะไร แต่ประเด็นก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้ภาพ ที่เป็นอยู่มันง่ายขึ้น ผมเรียนอย่างนี้เมื่ออ่านแล้วเรียนท่านประธานว่าเราจะเห็นหน่วยงาน ที่ส่งรายงานความคืบหน้า ยกตัวอย่างเช่น ด้านการเมือง เราจะเห็นสถาบันพระปกเกล้า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น รวมทั้งด้านอื่น ๆ ด้วยท่านประธานว่าแต่ละด้านก็จะเห็น สมมุติว่าด้านการบริหารราชการ แผ่นดิน หน่วยที่ส่งมาก็จะเป็นสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒน์ กปร. สมมุติว่าด้านการบริหารราชการแผ่นดินหน่วยที่ส่งมาก็จะเป็นสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒน์ กปร. วิธีการอย่างนี้ก็อาจจะเป็นการที่ทำให้ดูยากว่าแต่ละด้าน มันจะบูรณาการในเรื่องเดียวกันอย่างไรบ้าง เพราะว่าในการทำงานของหน่วยงานส่วนใหญ่ ก็แยกส่วนกันทำ ผมเรียนว่าอยากจะเสนอแนะต่อคณะกรรมการปฏิรูปเพื่อที่ทำให้เห็นผลบ้าง นั่นก็คือว่าการทำงานต้องมีเป้าหมายในแต่ละด้าน แต่ว่าในการดำเนินงานในกระบวนการนั้น มันมีปัญหาอยู่ เพราะว่าราชการเป็นตัวกำหนดการปฏิรูป ผมเรียนว่าผู้กำหนดการปฏิรูปนั้น ก็คือผู้นำประเทศ ผู้ที่ได้รับมอบอาณัติจากผู้นำประเทศก็คือคณะกรรมการปฏิรูปจะต้องมา บูรณาการสิ่งที่หน่วยงานนั้นได้ส่งข้อมูลเข้ามา ซึ่งผมเห็นในรายการสรุปก็พอเห็นภาพอยู่ ที่เป็นเอกสารรายงานอยู่ประมาณ ๔ หน้าประกอบอันนั้นก็โอเค (OK) พอดูได้ แต่ผมเรียน เพื่อเป็นตัวอย่างสัก ๑ เรื่อง เช่น การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าจะให้เกิดผลผมสรุปสั้น ๆ ว่า การบริหารราชการแผ่นดินก็คือการบริการภาครัฐลงไปสู่ประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับ บริการที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นต้น แต่ว่าในงานเป้าหมายเราบอกว่าไปกระจายอำนาจแล้วก็ ลดภาระโครงสร้างภาครัฐลงอย่างนี้ ผมคิดว่าอันนี้ต้องทำให้ชัดว่าเป้าหมายในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ถ้าเราจะลดโครงสร้างอำนาจภาครัฐเราก็จะต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร แล้วกรรมการปฏิรูปด้านนี้ผมว่าต้องมีธงที่จะเดิน เพื่อที่ทำให้กระบวนการเดินมันเป็นไปได้ นั่นก็คือจะต้องดูว่าภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สมมุติว่าจะเป็นสภาพัฒน์ สำนักงาน กปร. เราจะเดินอย่างไรในการปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ จะทำอย่างไรให้มีความสำคัญกับ โครงสร้างของท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมันมีหลายเรื่องที่ดี ๆ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านเขียนเรื่องของประสิทธิภาพในการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นต้น ประสิทธิภาพในการ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นต้องไปดูเรื่องของการแบ่งภารกิจอำนาจระหว่างรัฐกับท้องถิ่นว่า จะทำอย่างไร อาจจะไปทำกฎหมายกระจายอำนาจให้อำนาจกับท้องถิ่นมากขึ้น อาจจะต้อง ไปทำกฎหมายกระจายอำนาจทางด้านการเงินหรืองบประมาณให้กับท้องถิ่นมากขึ้น อันนี้ ก็คือกระบวนการที่จะต้องทำแล้วเดินไปสู่เป้าหมาย ผมเรียนว่าตรงนี้ยังไม่ชัด เพราะฉะนั้น จะเสนอแนะไปว่าจะต้องทำให้ชัดว่าจะปรับโครงสร้างภาครัฐอย่างไร เดินไปถึงไหนแล้ว จะปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและกระจายอำนาจ จัดบริการสาธารณะ ให้กับท้องถิ่นอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมมองว่าจะต้องทำ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมก็คือว่า การปฏิรูปประเทศมันจะต้องมาจากส่วนที่เราเห็นร่วมกันว่าจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นในสิ่ง ที่เป็นรายงานเราดูมันเต็มไปหมดเลย มันไม่สามารถมองเห็นเป็นยูนิต (Unit) ที่จะเดินไป สู่เป้าหมายได้มากนัก ที่ผมยกตัวอย่างก็คือการบริหารราชการแผ่นดินเป็นต้น เพราะฉะนั้น แล้วก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูปว่าจะต้องให้กรรมการ ปฏิรูปทั้งหมดนั่งสังเคราะห์ในเป้าหมายที่ผมพูดถึง ที่ผมยกตัวอย่างทุกด้านก็ได้ แล้วก็ทำให้ เห็นภาพว่าในที่สุดแล้วเราอยากเห็นประเทศของเราในแต่ละเรื่องไปอย่างไร ผมคิดว่าถ้าเรา มอบให้ส่วนราชการต่างส่งข้อมูลมาแล้วก็ไม่ได้สังเคราะห์ วิเคราะห์ มันก็จะเป็นอย่างนี้ ทุกครั้งที่จะเข้าสภานี้ มันก็จะเต็มไปด้วยโครงการที่เราไม่เห็นภาพ เพราะฉะนั้นก็ขอบคุณ ที่ได้สังเคราะห์ความก้าวหน้ามา ๔ แผ่น แต่ว่ายังไม่พอจะต้องถอดรหัสออกมาว่าเรื่องที่ผม พูดถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมันจะเดินไปอย่างไร จะปฏิรูปกฎหมายท้องถิ่นเรื่องอะไร จะทำการเสนอให้ท้องถิ่นมีรายได้มีงบประมาณต่อท้องถิ่นมากขึ้นอย่างไร ผมว่าจุดนี้ต่างหาก ที่จะต้องบอกแล้วก็ทำให้ชัด ส่วนภาคราชการเราจะไปปรับโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน หรือเปล่า จะปฏิรูปโครงสร้างส่วนนี้ไหม นี่ก็คือสิ่งที่ผมเสนอแล้วกราบเรียนท่านประธานว่า น่าจะไปอย่างนี้ ก็เรียนด้วยความเคารพและขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสขอบคุณครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านอาจารย์ โกวิทย์นะครับ ท่านรักษาเวลา ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านนิยม เวชกามา และหลังจากนั้น ก็เป็นท่านชัยวุฒิ เชิญครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณท่านประธาน วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาเอง ๒ รอบแล้ว รอบที่แล้วมาแต่ทางสภาพัฒน์ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าเป็นเรื่องดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีมา รับทราบ ผมดูในหนังสือเล่มขาวซึ่งเป็นรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมก็ยังไม่เห็นอะไรที่มัน แตกต่างจากคราวที่แล้วในหนังสือเล่มนี้ บางประเด็นข้อกฎหมายที่ท่านปฏิรูปผมก็ขึ้นประเด็น ข้อกฎหมายก่อนในประเด็นที่ ๑ ผมดูในหลายข้อท่านก็ไปก็อปปี (Copy) มา เพราะฉะนั้น วันนี้ในข้อกฎหมายที่ท่านบอกผมต้องพูดถึงประเด็นข้อกฎหมายก่อน เพราะในมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญท่านบอกว่าประเด็นปฏิรูปที่ ๑ คือการออกกฎหมายที่ดีและเท่าที่จำเป็น โดยท่านอ้างมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องหยิบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ มาอ่านเลย อันที่ ๑ รัฐพึ่งจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นและยกเลิก ใช้คำว่ายกเลิกเลย หรือปรับปรุงกฎหมายที่กำหนดความจำเป็นที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ผมอ่านต้น ๆ เท่านี้เพราะผมจะพูดถึงเรื่องกฎหมายที่ดินเพราะวันนี้ท่านใช้คำว่าปฏิรูป แต่กฎหมายที่ดิน ยังโบราณอยู่ท่านไม่ปฏิรูป ท่านสังเกตหรือไม่ ผู้แทนราษฎรเสนอข้อกฎหมายที่ดินเข้ามา ในสภา วันนี้ ๑๐ ญัตติ อันนี้คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มี ที่ทำกิน ท่านประธานไปดูในหลายญัตติของผู้แทนบอกชัดเจนว่า วันนี้ประเทศไทยมีการพัฒนา ระบบโครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์และยังไม่มีกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดิน นี่เป็นประเด็น เลยท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานฝากไปถึงด้วยครับ ทำไมผมดูออกว่าประเทศไทย เขาสำรวจมาแล้วในญัตติที่ว่ามีพื้นที่ที่ดินทำกินทั้งหมด ๓๒๐ ล้านไร่ เหมาะที่รัฐจะจัดที่ทำกิน ให้ประชาชนใน ๖๐-๗๐ ล้านคน แต่ปรากฏว่าจากการสำรวจหลังสุดบอก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ยังอยู่ แต่ประชาชน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่มีที่ทำกินซึ่งมีเอกสารสิทธิคือไม่มีเป็นของตัวเอง ที่มีจริง ๆ กับพวกเศรษฐีแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง อันนี้ฝากเลยนะครับ ไปคิดทบทวน มีเพียง ๑๐ เท่าเท่านั้นที่เขาสำรวจมา ผมไม่ได้พูดครับ อ่านตามญัตติที่เขาไปทำการสำรวจ อันสะท้อนให้เห็นว่านี่คือความเหลื่อมล้ำพี่น้องบ้านผมเอาง่าย ๆ เลย จังหวัดสกลนคร วันนี้ทำกินก็ยังถือว่ากฎหมายล้าหลังที่ผมพูดถึงปฏิรูปประเทศ ที่ทำกินไม่มีเอกสารสิทธิครับ วิถีชีวิตของชาวบ้านถ้ามีเอกสารสิทธิอย่างน้อยเขาก็ไปจำนองได้ จำนำ ธ.ก.ส. ได้ เอาเงิน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท แสนหนึ่งมาลงทุนในการปลูกมันสำปะหลัง ปลูกยางพารา แต่ว่า พี่น้องบ้านผมไม่มีครับท่านประธาน อันนี้ฝากเลยนะครับ เป็นเรื่องจริงที่ผมพูดโดยเฉพาะ อำเภอภูพาน ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บนอำเภอภูพาน หมู่บ้านก็หลายหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านมาตั้ง ๒๐-๓๐ ปี แต่วันนี้ผมดูว่ากฎหมายปฏิรูปฉบับนี้ยังล้าหลังต้องกลับไปทบทวนว่าหมู่บ้านไหนเขามีหมู่บ้าน ต้องยกเลิกกฎหมายฉบับนั้นให้เขาทำมาหากินออกเอกสารสิทธิให้เขา แม้กระทั่งตัวอำเภอเอง ยังเป็นป่าสงวนเป็นอุทยานอยู่ครับ อันนี้ผมต้องบอกกล่าวแบบนั้น เนื่องจากเวลามันสั้น ผมจะบอกว่าในพื้นที่ของผมทั้งหมดจังหวัดสกลนครแล้วก็ ๕ อำเภอที่ผมเห็นหลักฐาน ยังไม่มีเอกสารสิทธิ หลายหมู่บ้านยังมีปัญหา ผมเห็นเลยคือตำบลกกปลาซิว ตำบลหลุบเลา ตำบลโคกภู ตำบลสร้างค้อของภูพานที่มีเอกสารสิทธิจริง ๆ ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ใน ตัวอำเภอเลยนะ นอกจากนั้นบางหมู่บ้านยังเป็นเขตอุทยานอยู่ ทั้ง ๆ ที่ตั้งบ้านมาแล้ว ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี อันนี้แสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปกฎหมายของท่านไร้ผลเลย ผมถึงอ้างว่ามาตรา ๑๗ ต้องกลับไปทบทวน อันสุดท้ายเนื่องจากเวลาหมดผมต้องพูดถึงว่าการปฏิรูปพระพุทธศาสนา วันนี้ท่านไปคิดอีกมุมหนึ่งว่าต้องไปเก็บภาษีวัด ไปเก็บภาษีจากพระ ถ้าเป็นวัดที่มีรายได้ เห็นด้วย แต่บางวัดบ้านผมค่าไฟแต่ละเดือนต้องลงขันกับชาวบ้าน เลิกเสียครับคิดอย่างนั้น ส่วนที่ค่านิตยภัตวันนี้ ๒๐ ปีแล้วท่านไม่ได้มีการปฏิรูปให้พระยังเป็น ๓,๘๐๐ ๓,๕๐๐ ๑,๘๐๐ อยู่เลยพระครูชั้นเอก ผมจึงเสนอกฎหมายของพรรคเพื่อไทย พ.ร.บ. อุปถัมภ์และส่งเสริม พระพุทธศาสนาแห่งชาติ วันนี้อยู่ในมือสำนักนายกรัฐมนตรี ฝากท่านไปดูแลด้วยว่ากฎหมาย ฉบับนี้มันเป็นกฎหมายประวัติศาสตร์ เป็นกฎหมายฉบับแรกที่คุ้มครองพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นฝากท่านไปดูว่าอย่าไปดองเค็มมันเลย ปล่อยออกมาเพื่อที่จะดูแลพระพุทธศาสนา ซึ่งมีเพียงฉบับแรกคือ พ.ร.บ. ของปี ๒๕๐๕ เพราะฉะนั้นฉบับนี้เป็นฉบับที่เป็นของชาวพุทธ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณดอกเตอร์นิยม ต่อไปท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ครับ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับเรื่องรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศผมก็อยากจะอภิปราย ซักถามและตั้งข้อสังเกตสัก ๒-๓ เรื่อง

เรื่องแรก คือเรื่องการกระจายอำนาจซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเป็นการที่เรา จะปรับโครงสร้างหรือพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล รวมถึง อบจ. ที่จะไปดูแลพัฒนาพื้นที่และบริการพี่น้องประชาชน แต่ที่ผ่านมาหลังจากมีท้องถิ่นต่าง ๆ มาหลายสิบปีเราก็จะเห็นว่าแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงหลังผมยืนยันเลยว่า การทำงานของท้องถิ่นติดหล่มมีแต่ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วเราก็ยังเขียนว่า มีการปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะเรื่องการกระจายอำนาจ ผมอ่านในรายงานท่านก็เขียนเป็น สีเทา ๆ ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ ซึ่งหน่วยงานนี้ ผมว่าอยู่มา ๒๐ กว่าปี แต่เป็น ๒๐ กว่าปีแห่งความล้มเหลว ทำไมท่านไม่ปฏิรูปหน่วยงานนี้ ก่อนละครับ โครงสร้างคณะกรรมการกระจายอำนาจพอผมดูแล้วเพราะหล่มทั้งหมดที่ติดนี่ ผมว่าติดที่คณะกรรมการกระจายอำนาจ ถ้าท่านไม่ปฏิรูปเรื่องนี้ท้องถิ่นไปไม่ได้หรอกครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ มีหลายเรื่องที่ทำมาในช่วงหลังซึ่งเป็นปัญหามากกับท้องถิ่นจากการที่ คณะกรรมการกระจายอำนาจออกกฎเกณฑ์ขึ้นมา ตัวอย่างเช่นการกำหนดภารกิจให้ท้องถิ่น แต่เป็นภารกิจที่ท้องถิ่นทำไม่ได้หรือไม่มีงบประมาณจะทำ เช่นไปตั้งบอกว่าการขุดลอก แหล่งน้ำพัฒนาแหล่งน้ำขนาดไม่เกิน ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรให้เป็นงานของท้องถิ่นเท่านั้น ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรถ้าทำกันเงินเป็น ๑๐๐ ล้านนะครับ ท้องถิ่นไม่มีเงินหรอกครับ พอท่าน ออกระเบียบนี้ปุ๊บกรมทรัพยากรน้ำ งบผู้ว่าราชการจังหวัด งบจังหวัดเอาไปลงท้องถิ่นก็ไม่ได้ กลายเป็นทั้งปีนี้ไม่ต้องทำแหล่งน้ำมันเลยครับ เพราะท้องถิ่นก็ไม่มีเงิน หน่วยงานอื่นที่มีเงินก็เข้าไปทำไม่ได้ ท่านไปดูครับนี่เป็นปัญหามาก หรือแม้แต่เรื่องการให้เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ หรือเงินอุดหนุนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่งไปให้กับท้องถิ่น ก็ให้ไปแต่เงินแต่ไม่ให้งาน อันแรกนี่ผมพูดให้งานไม่ให้เงิน อันที่ ๒ ให้เงิน แต่ไม่ให้งาน ผิดกันหมดนะครับ เช่นให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินเดือนผู้สูงอายุให้ไปเหมือนให้ เขาเป็นคนผ่านบัญชี เงินผ่านบัญชีท้องถิ่นแล้วไปถึงผู้สูงอายุ แต่ไม่มีภารกิจอะไรไปให้เลย ท้องถิ่นยังถามว่าเอาเงินมาฝากเขาทำไม ทำไมไม่จ่ายตรงไปเลย เพราะวันนี้มีระบบอีเพย์เมนต์ (e-Payment) ระบบธนาคารที่สามารถโอนตรงได้อยู่แล้ว แม้แต่เงินเดือน อสม. ใช่ไหมครับ เราก็ทราบกัน วันนี้ไปฝากไว้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด บางที่เป็นร้อยล้านบาท แต่ อบจ. ไม่รู้เรื่องเลย รายชื่อ อสม. ใครเป็นบ้างยังไม่รู้เลยว่าใครรับเงินบ้าง แต่บอกว่าเป็น งบท้องถิ่น แล้วทำไมไม่โอนไปให้หมดเลยล่ะครับ งาน อสม. งานของโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลไปให้หมดสิครับ ถ้าโอนเงินก็โอนงานไปด้วย หรือถ้าโอนงานก็โอนเงินไปด้วย ปัญหานี้เรื่องใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าวันนี้ถ้าท่านจะปฏิรูปท้องถิ่นท่านต้องปฏิรูป คณะกรรมการการกระจายอำนาจก่อน ถ้าอยู่กันแบบนี้ไม่มีทางปฏิรูปท้องถิ่นได้เพราะผ่านมา ๒๐ กว่าปีแล้ว พวกเราในสภาพี่น้องประชาชนเห็นครับ มันไม่มีทางเดินหน้าได้เลยถ้าท่าน ไม่แก้เรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะฝากคือเรื่องกฎหมายโบราณ ท่านพูดถึงเรื่องการปฏิรูป กฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรม ผมเรียนว่าวันนี้มันมีกฎหมายโบราณหลายเรื่องที่ทำให้ การดำเนินงานของภาคเอกชน พี่น้องประชาชนติดหล่มเหมือนกัน ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง พ.ร.บ. การเดินเรือน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ ของกรมเจ้าท่า ปี ๒๔๕๖ ผมว่าเกิดก่อนพวกเรา ทุกคนในนี้เกิด ยังใช้อยู่นะครับ มีอยู่ข้อหนึ่งครับ หลัก ๆ เรื่องนี้ที่เกี่ยวกับประชาชนนอกจาก เรื่องเดินเรือจะมีอยู่ ๒ เรื่อง คือเรื่องล่วงล้ำลำน้ำ ท่านจะสร้างสะพาน สร้างท่อน้ำ สร้างอะไร ต่าง ๆ ที่ไปเกี่ยวกับแม่น้ำคูคลองต้องขอล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่า อันนี้เข้าใจเป็นหน้าที่หลัก ของท่านเพราะกลัวไปกีดขวางการเดินเรือ แต่มีอีกข้อหนึ่งมาบังคับใช้กันคือการทิ้งของเสีย หรือน้ำเสีย เขาใช้คำว่า ปฏิกูลลงสู่แม่น้ำ ต้องมาขอกรมเจ้าท่าด้วย แล้วเป็นอย่างไรวันนี้ โรงงานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำขออนุญาตกรมโรงงานเสร็จเพื่อทิ้งน้ำ เปิดโรงงาน การระบายน้ำเสีย ก็ต้องขอกรมโรงงานอยู่แล้ว ๑ หน่วยงานแล้วครับ ที่ ๒ ถ้าแม่น้ำนั้นเป็นทางน้ำชลประทาน เป็นเขตชลประทานต้องขอกรมชลประทานอีก ๒ หน่วยงานแล้วนะครับ สุดท้ายวันนี้ก็มา ขออนุญาตทิ้งน้ำระบายน้ำจากโรงงานกับกรมเจ้าท่าอีก ท่านทราบไหมครับ ทำโรงงานโรงหนึ่ง ต้องขอระบายน้ำกับ ๓ หน่วยงาน ทำไมประเทศไทยต้องวุ่นวายขนาดนี้ถ้าเราจะส่งเสริม การลงทุน ผมว่าอย่างนี้ไม่แก้กฎหมายตัวนี้ ท่านก็แก้ที่ระเบียบราชการหรือออกกฎหมาย เพิ่มแค่ว่า ถ้าท่านเป็นโรงงานท่านขออนุญาตกรมโรงงานแล้ว ถ้ามีกฎหมายอื่นที่มีลักษณะ บังคับใช้เหมือนกันก็ไม่ต้องไปขอแล้วเพราะขอกับกรมโรงงานไปแล้ว เขียนแค่นี้เองครับ แก้ปัญหาได้ทุกเรื่องเลยครับ เพราะวันนี้มันมีอย่างนี้เยอะมากนะครับ ที่เราทำถูกกฎหมาย ฉบับหนึ่งกับหน่วยงานหนึ่ง แต่ก็จะมีอีกหน่วยงานหนึ่งบอกว่าผิดของเขาเพราะมีกฎหมาย อีกฉบับหนึ่งแต่เรื่องเดียวกัน นี่ผมยังไม่ได้พูดเรื่องที่ดิน เรื่องป่าไม้ก็มีลักษณะนี้เหมือนกัน เพราะกฎหมายมันขัดกัน

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้คือเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ หลัก ๆ ที่ผมสนใจ มีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ท่านคงทราบดีว่าจากเรื่อง พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เรื่องฝุ่นเราก็พูดกันมากว่าเราควรจะเริ่มคิดถึงการนำรถไฟฟ้ามาใช้ แต่วันนี้ท่านมีการปฏิรูปเรื่องนี้โดยการให้บีโอไอ (BOI) ส่งเสริมการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้า จูงใจให้คนมาลงทุน แต่ถ้าไม่ทำเรื่องสำคัญที่สุดครับ ส่งเสริมให้คนซื้อรถมาใช้ ท่านส่งเสริมเขาลงทุนแต่ท่าน ไม่มีมาตรการส่งเสริมให้คนซื้อรถมาใช้ แล้วเขาจะขายใคร วันนี้ไม่มีใครซื้อรถไฟฟ้าหรอก ใช่ไหมครับ เพราะว่าถ้าไม่มีมาตรการจูงใจเรื่องภาษี เรื่องราคาอันดับแรกนะครับ เรื่องที่ ๒ มาตรฐานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่มีความชัดเจน และสุดท้ายที่ผมทราบคือ วันนี้ถ้าเอารถยนต์ไฟฟ้ามาใช้จริงท่านก็ไม่มีการปฏิรูประบบการจ่ายไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะรถยนต์ไฟฟ้าถ้าท่านชาร์จ (Charge) แบตเตอรี่แบบเร็วที่บ้านให้เต็มภายในเวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง ท่านต้องใช้ไฟ ๔๐ แอมแปร์ ๔๐ แอมแปร์นะครับ สายไฟต้องเป็นลักษณะพิเศษ หม้อแปลงต้องเปลี่ยนทั้งหมด วันนี้ไฟบ้านเราครับ แม้แต่ไฟตามออฟฟิศตามห้างสรรพสินค้า ยังเป็นไฟ ๕ แอมแปร์ ๑๕ แอมแปร์ ถ้าท่านขับรถยนต์ไฟฟ้าไปชาร์จ (Charge) แบตเตอรี่ ที่ศูนย์การค้าท่านต้องชาร์จ (Charge) ๕-๖ ชั่วโมงครับกว่าจะเต็มมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ คนจะใช้รถไฟฟ้า เพราะขับไปก็แบตเตอรี่หมดครับ รอชาร์จ (Charge) คืนหนึ่งแล้วถึงจะ ใช้ได้ต่อ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าท่านไม่มีการปฏิรูปเรื่องนี้นะครับ การส่งเสริมให้เราใช้รถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อลดฝุ่นไม่มีทางได้เกิดหรอกครับ ก็ฝากท่านไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก มีผู้เข้าชื่อขณะนี้ทั้งหมด ๓๐ ท่าน เพราะฉะนั้นถ้าไม่รักษาเวลาเรื่องนี้ก็จะช้าจนกระทั่ง ไปถึงค่ำเลยนะครับ เพราะฉะนั้นขอพวกเราได้รักษาเวลา ๗ นาที ยังไม่ตัดลด คง ๗ นาที เหมือนเดิม แต่ก็รักษา ๗ นาทีไว้ครับ ต่อไปคุณสำลี รักสุทธี ครับ

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

เรื่องการศึกษาสำหรับวันนี้ที่ผมจะ มาเสนอ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ผมในฐานะที่เป็นครูมาทางภาษาไทย ผมจะขอกล่าวนำ ด้วยบทกลอนครับ ปฏิรูปการศึกษา ๖ ก้าวที่พลาด ก้าวที่ตกมี ๖ ก้าว เรื่องราวการศึกษา หกคะเมนตีลังกา ไม่ก้าวหน้าเสียที

ก้าวที่ ๑ ทางผ่านที่เชื่องช้า ทางข้างหน้าที่มืดมน การศึกษาที่สับสน ในวังวน ที่คนใคร ท่านตีความหมายก็คงจะเข้าใจดีนะครับ แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร เทคโนโลยี จะพัฒนาไปนานแค่ไหน ไปไกลแค่ไหน แต่การศึกษาไทยยังอยู่ในวังวนเดิมหรือล้าหลัง ด้วยซ้ำไป อดีตได้รับฉายาว่ากระทรวงเต่า ปัจจุบันนี้ก็ยังเหมาะกับฉายานี้นะครับ ใครเข้ามา ก็นำคนของตนเข้ามาแล้วก็เปลี่ยนใหม่ ปรับนั่นปรุงนี่นะครับ ของเดิมดีอย่างไรก็ช่าง ก็ไม่เอา แต่ต้องทำตามคนของตน การศึกษาไทยจึงสารวนอยู่กับคนของใครเป็นเช่นนี้ร่ำไปครับ

ก้าวที่ ๒ ไร้สาระที่จะจับจึงคอยปรับที่โครงสร้าง ศึกษาไทยที่ไร้ทางไม่ต่าง ช่างที่ไร้ลาย ท่านประธานครับ ใครเข้ามา ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ก็พากันปรับแต่โครงสร้างครับ วนเวียนอยู่กับโครงสร้างนี้ล่ะครับ สมัยก่อนครูประชาบาลอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยและ กระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่าข้าหลายเจ้าบ่าวหลายนาย มีผู้บังคับบัญชาคือผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง และส่วนฝ่ายศึกษาก็มีศึกษาธิการอำเภอ ศึกษาธิการจังหวัด เป็นหัวหน้าฝ่ายการศึกษา ต่อจากนั้นนะครับ ครูก็ต่อสู้จนกระทั่งได้มี สปช. หรือสำนักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ อยู่ดี ๆ ก็มี ๙ อรหันต์ขึ้นมา มาตั้งสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ดี ๆ ถึง คสช. ครับ ก็มาตั้ง กศจ. หรือสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอำเภอขึ้นมาอีก อันนี้คือวังวน คือสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ คือคนที่เข้ามาแล้วสร้างความเสียหายให้กระทรวงศึกษาธิการไม่ไปไหน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไป

ก้าวที่ ๓ ทั้งอดีตปัจจุบันต่างขยันปั่นกฎเกณฑ์ ปรับใหม่อยู่ไม่เว้น อ้างจุดเน้น จะเป็นจะตาย ท่านครับกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่เปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่อยู่เรื่อย ใครเข้ามาก็วางกฎเกณฑ์ต่าง ๆ สร้างภาระให้ครู เช่น กฎเกณฑ์การทำงาน ผลงานวิชาการ การประเมินผู้บริหารสถานศึกษาเข้าสู่ตำแหน่ง เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกหลายอย่างครับ อย่างหลักสูตรก็เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกเป็นข้ออ้าง ผมขอใช้คำว่าเป็นข้ออ้างในการทำมาหากิน ของคนการศึกษาก็แล้วกัน เพราะเมื่อปรับทีไรแล้วงบประมาณจะต้องตามมาอย่างมากมาย มีการพิมพ์เกณฑ์ใหม่ พิมพ์หนังสือใหม่ อบรมใหม่เงินไหลเข้ากระเป๋าของใคร อันนี้คือสิ่งที่มีอยู่ ในกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเกิดขึ้นจากการปรับเกณฑ์ต่าง ๆ เงินกับโครงการมาด้วยกันครับ

ก้าวที่ ๔ ปฏิรูปแค่คำหรู นักเรียนครูไม่เปลี่ยนแปลง เพียงทำเพื่อสำแดง นอกแป้งใสแต่ในกลวง คำว่านอกแป้งใสก็เหมือนกับแต่งหน้าทาแป้งสวยหรูแต่ข้างในกลวง ปฏิรูปการศึกษาเป็นแค่คำหรู ผมได้ยินมานานหลายรัฐบาลใช้คำนี้มาเป็นจุดสำคัญในการหาเสียง ปัจจุบันไปบรรจุไว้ในแผนปฏิรูปประเทศแต่แววสำเร็จน้อยมากครับ เป็นข้ออ้างให้คนมีงานทำ และเปิดช่องทุจริตให้มากขึ้นเพราะจะมีโครงการและแผนงานผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดงบประมาณ จำนวนมหาศาลตามมา มีสารพัดอบรม มีสารพัดโครงการแล้วเงินไหลเข้ากระเป๋าใคร มีบางคน เป็นเศรษฐีอย่างรวดเร็วจากคำว่า ปฏิรูปการศึกษา ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพียงคนรู้ แก้ปัญหา ไม่นำพาคนเข้าใจ แต่คนทำไม่ได้ใช้คนเข้าใจไม่ได้ทำ การปฏิรูปการศึกษาไทย ไม่ก้าวหน้าเพราะเมืองไทยให้คนเพียงรู้ครับแต่ไม่เข้าใจมาชี้ทางมาแก้การศึกษาจึงแก้ปัญหา ไม่ได้ครับ การศึกษาไทยอยู่ในวังวนเดิมแต่คนที่เข้าใจจริงมีกระจัดกระจายอยู่ทั่วห้องเรียน ทั่วประเทศกลับถูกตีกรอบกดทับให้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กปิดความคิดสร้างสรรค์ไม่มีโอกาสพูด ไม่มีอิสระในการแก้ปัญหา การศึกษาไทยจึงอยู่ในลักษณะเตี้ยอุ้มค่อมตาเหล่จูงตาเขอย่างที่เห็น และเป็นอยู่

ก้าวที่ ๕ มากแบบการเรียนรู้หลากหลายหมู่วิชาการ มิจฉาวิชามารคือต้นทาง ต้านวิชา ท่านครับ นักการศึกษาไทยไม่เป็นแบบอย่างของตนเอง ขาดแผนเชิงปฏิบัติที่เกิดจาก การทดลองหล่อหลอมอย่างต่อเนื่องจริงจัง จนเป็นปึกภูมิปัญญาของตนเอง ส่วนใหญ่เป็น การศึกษานำเข้าเอาวิธีต่างชาติมาอวดอ้างแล้วให้ครูปฏิบัติจนไม่รู้ว่าจะยึดแบบใดการศึกษาไทย จึงไร้ทิศทางที่อ้าง แอกทีฟ เลิร์นนิง (Active learning) หรือที่ให้เรียนรู้ตามแนวพหุปัญญา หรือมัลติเพิล อินเทลลิเจนซ์ (Multiple intelligences) ของดอกเตอร์โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ เป็นแค่คำอ้างเป็นแค่คำหรูที่มาอ้างครูเท่านั้นเอง แต่ถ้ามีครูคนใดคนหนึ่งคิดออกแบบเป็น ของตนเองกับไม่เป็นที่ยอมรับและไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการที่อ้างว่ามีความรู้ ปัญหา การปฏิรูปการศึกษาไทยจึงอยู่ในวังวนเดิมและวังเวงด้วยประการฉะนี้ครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมานั้นเป็นคำเรียงเป็นคำร้อยที่ผมนำมาจากความจริงใจเพราะว่าผมเป็นครูอยู่ใน ห้องเรียนมา ๔๐ กว่าปี คนที่อยู่ในห้องเรียนจริง ๆ เท่านั้นคือคนที่จะแก้ปัญหาการศึกษาได้ ไม่ว่าจะกี่ร้อยดอกเตอร์กี่พันดอกเตอร์ กี่อาจารย์มหาวิทยาลัยผมบอกเลยว่าแก้ปัญหา การศึกษาไม่ได้ เพราะเราให้คนที่มีความรู้ ที่ผมใช้คำว่า เพียงแต่รู้แต่ไม่เข้าใจมาแก้ปัญหา การศึกษา การศึกษาไทยจึงเป็นอยู่อย่างนี้ตลอด ถ้าท่านจะแก้ปัญหาการศึกษาได้จริง ๆ นั้น ท่านจะต้องให้ครูเขาออกแบบเอง เขาสร้างสื่อสร้างนวัตกรรมของเขาเองเพราะคนที่เข้าใจ คือครูที่อยู่ในห้องเรียน เขาไม่รู้แต่เขาเข้าใจว่าเด็กคนไหนเป็นอย่างไร นี่คือการแก้ปัญหา ที่ถูกจุด ต่อไปประเทศไทยจะก้าวหน้าถ้าให้โอกาสครูที่อยู่ในห้องเรียนเขาพูดได้ เขาสามารถ คิดเป็นตัวของตัวเองได้ ขอบคุณมากครับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสำลีครับ ต่อไปนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ดิฉันขอเรียนแสดง ความคิดเห็นในเรื่องของการรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ในช่วง ๓ เดือน ของเดือน กรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ดิฉันได้อภิปรายตั้งแต่ครั้งแรกของการเปิดสภาในวาระ สมัยนี้ในครั้งแรกดิฉันได้นำเรียนไปยังสภาพัฒน์ในฐานะหน่วยของเลขานุการคณะกรรมการ ในการจัดทำเอกสารรายงานก็ขอเรียนให้กำลังใจไปนะคะ เพราะว่าเอกสารฉบับแรกนั้น เหมือนเราหยิบอะไรมาต่อ ๆ กัน ยังไม่เห็นภาพของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่สร้าง ความเชื่อมั่นหรือความมั่นใจให้กับประชาชนหรือความอบอุ่นใจที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการ ทำงานได้ สำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ สำหรับรายงานที่เข้าสู่สภาแห่งนี้ ดิฉันขอเรียนไปในส่วน ของการดำเนินการจัดทำรายงานความก้าวหน้าและข้อสังเกตบางประการ

ในเรื่องแรกในส่วนของเอกสารที่นำเสนอปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ ของการทำข้อมูลการรายงาน ปัญหาและอุปสรรคที่ได้นำเสนอในที่นี้บอกว่ามี ๖ ประเด็น ด้วยกัน ประเด็นแรกก็คือการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดในระดับแผนต้องมีความชัดเจน ดิฉันไม่อยากจะเห็นรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ยังมาท้วงติงกัน ด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดิฉันมองว่าเรื่องนี้แผนการรายงานครั้งนี้น่าจะเป็นแผนและการรายงาน ให้กับการรายงานทุกเรื่องทุกราวทุกหน่วยงานและองค์กรที่จะมารายงานต่อสภา ดังนั้น แผนปฏิรูปจึงยังไม่ปฏิรูปตัวเองที่จะเป็นต้นแบบในการทำแผนอื่น ๆ ได้ อันนี้คือข้อสะท้อน จากการสะท้อนตัวเองของคณะทำงาน

ในส่วนต่อ ๆ ๕-๖ ประเด็น มีประเด็นหนึ่งอ้างว่าในเรื่องของความเชื่อมโยง กิจกรรมโครงการยังไม่บูรณาการกันที่ชัดเจน อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นในเรื่องของการจัดทำ งบประมาณที่ประเทศชาติของเราก็ยังขาดกระบวนการบูรณาการเช่นเดียวกัน

ในส่วนของข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูป ดิฉันมองไปที่แผนปฏิรูป ด้านการเมือง ด้านการเมืองระบุว่ามีข้อเสนอแนะให้ทำโรงเรียนประชาธิปไตย ดิฉันขอเสนอ โรงเรียนประชาธิปไตยนี่ค่ะกับการที่สร้างขึ้นมาชัด ๆ แล้วบอกว่าให้มีหลักสูตรให้มีอย่างน้อย ๑ รายวิชา ดิฉันมองว่าการเป็นประชาธิปไตยมันควรอยู่ในวิถีชีวิตค่ะ น่าจะบูรณาการเข้าไป ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สามารถสร้าง กิจกรรมนักเรียนภายใต้กิจกรรมที่ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธรรมาภิบาล ในโรงเรียนในห้องเรียน ระบบนักเรียนเขามีอยู่ เพียงแต่ว่าเราพยายามจัดกรอบไม่ว่าจะเป็น เรื่องของนิติธรรม เรื่องของคุณธรรม การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า และความโปร่งใส เราสามารถแทรกในเรื่องสิทธิหน้าที่และความเป็นพลเมืองได้ในทุกกิจกรรม ถ้าเราประกาศตัวว่าต่อไปเราจะเป็นโรงเรียนประชาธิปไตยแปลว่าเรามีความบกพร่องมากมาย จึงต้องประกาศตัวเช่นนี้ ดิฉันเสนอว่าควรจะอยู่ในวิถีการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระและในกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน

ในส่วนของการปฏิรูปด้านสาธารณสุข ดิฉันมองเป็นว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และจะพยายามในผลของการปฏิรูปให้สำเร็จให้เกิดภาพปรากฏที่ชัด แต่ดิฉันขอเสนอในเรื่อง ของตัวชี้วัด ในด้านสาธารณสุขนั้นตัวชี้วัดจะต้องลงไปถึงที่สุขภาวะสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะขณะนี้มาแรงมาเร็วกับนโยบายของรัฐบาลที่บอกว่าหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน และมี อสม. เป็นเพื่อนคู่ตัวคู่ใจ เราจะทำได้จริงหรือไม่ ขณะนี้เราส่งเสริมขวัญและกำลังใจ ให้ อสม. จาก ๖๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันเรากำลังจัดการอบรมในหลักสูตร ที่บอกว่าคลินิกหมอครอบครัว เพราะเราไม่สามารถที่จะมีแพทย์ พยาบาลไปถึงทุกครัวเรือนได้ แต่เราจะสื่อผ่าน อสม. ซึ่งขณะนี้ อสม. ระดับตำบล ระดับหมู่บ้านในประเทศไทยจำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน กำลังเข้าหลักสูตรที่บอกว่าเราจะดูแลสุขภาพจิตของพี่น้องประชาชน และตัว อสม. เองอย่างไร ในเรื่องของความจำเป็น ในเรื่องของสุขอนามัยที่เราเน้นว่าฟันดี ในเรื่องของทันตกรรม ในเรื่องของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงในชุมชน ในหมู่บ้านในครัวเรือนเรามีวิธีในการดูแลอย่างไร ในเรื่องของการป้องกันโรคสำหรับการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ และที่สำคัญยิ่งสุขภาวะที่ดีภายใต้ สมุนไพรหมอพื้นบ้าน หมอแผนไทย รวมทั้งการออกกำลังกาย ดิฉันอยากเห็นตัวชี้วัดที่จะ เกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนของหมอที่บอกว่าเป็นคลินิกหมอครอบครัวโดยมีกำลังหลักสำคัญ ก็คือพี่น้อง อสม. แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ขอให้กำลังใจที่กำลังอบรมกันอยู่ทั้งประเทศนี้ หลังจากการอบรมแล้วผ่านหลักสูตรแล้วก็มีแนวทางว่าจะปรับเงินให้กับ อสม. เป็น ๒,๕๐๐ บาท ตรงนี้อยากเห็นตัวชี้วัดที่ระบุถึงการมีสุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชน อาทิเช่น ฟ้าทะลายโจร ที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรบอกว่าจะเป็นตัวที่เป็นภูมิคุ้มกันกับไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ไวรัสอู่ฮั่นที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ก็อยากจะให้ใช้ในเรื่องของสมุนไพรให้เต็มศักยภาพ รวมทั้งการออมแห่งชาติในการปฏิรูปด้านสังคมมีโจทย์ท้าทายที่คณะกรรมการได้เสนอไว้ว่า ภายใน ๑๕ ปีการออมที่ประชาชนจะมีรายได้จากบำเหน็จบำนาญไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๓๐ ของรายได้สูงสุดสุดท้ายหลังจากที่จะถึงวัยเกษียณกับคนทุกอาชีพ ภายใน ๑๕ ปีก็หมายถึง ว่าคนอายุ ๔๕ ปีเป็นต้นไปเมื่อถึงอายุ ๖๐ ปีเราจะมีความเรียบร้อยในระบบการออมก็เป็น โจทย์ที่ท้าทาย อยากจะเห็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้ให้เป็นจริงดังข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการปฏิรูปต่อคณะทำงานทุกกระทรวง ก็ขอเป็นข้อสังเกตแล้วก็ขอชื่นชม ในการทำงานก็คิดว่าดีขึ้นมาแล้วก็เป็นที่น่าเชื่อมั่นได้มากกว่าในการเข้าสภาใน ๒-๓ ครั้งแรก ที่ผ่านมา ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๘๐ เกิดว่า เราไม่ได้มีการทักท้วง ไม่ได้มีการปรับปรุงอีก ๒๐ ปีเราถึงจะต้องมาสังคายนากันอีกรอบหนึ่ง ผมคิดว่าพอถึงวันนั้นแล้วเราอาจจะไม่ทันต่อการพัฒนาของประเทศกับโลกที่เจริญก้าวหน้าไป ตามมาตรา ๖๔ บัญญัติให้รัฐพึงให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาล อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ให้มียุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาครับ ทุกประเทศเขาก็มี แต่ประเทศไทยเริ่มมีก็ยังดีให้มียุทธศาสตร์ไว้ต่อไปก็ต้องเป็นการปรับปรุง ยุทธศาสตร์ ๖ ด้าน ด้านความมั่นคง ความสามารถ การแข่งขัน เสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปรับสมดุลการบริหารจัดการภาคราชการ ท่านประธานครับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์อยู่ภายใต้สภาพัฒน์ ผมคิดว่ายังเล็กไปสำหรับที่จะมา รับผิดชอบยุทธศาสตร์ชาติอันนี้นะครับ ผมอยากจะให้ลองคิดดูว่าเอาสภาวิจัย สำนักวิจัย ที่อยู่สำนักนายกรัฐมนตรีเอามาอยู่ภายใต้สภาพัฒน์เผื่อว่านักวิชาการ นักวิจัยจะได้เป็น มันสมองของประเทศนะครับ ได้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้กับสภาพัฒน์สำหรับบริหารจัดการ อยากทราบอะไรก็ได้ไปทำการวิจัย ศึกษา แล้วก็ลองคิดดูนะครับ เพราะว่างบประมาณ ที่สำหรับวิจัยเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทนั้นก็สูญเปล่าไป สิ่งที่ได้มาก็ยังไม่คืบหน้าเท่าไร สำหรับ การปฏิรูปประเทศที่ล่าช้าที่สุด มีเปอร์เซ็นต์น้อยที่สุดก็คือด้านการเมือง ด้านการเมืองที่ท่านผู้อภิปรายบอกว่าเรื่องโรงเรียนประชาธิปไตย เสร็จแล้วก็ให้สำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภาได้ไปดำเนินการเรื่องต่าง ๆ ไม่เห็นมีสภาผู้แทนราษฎรเลย คือวุฒิสภาเข้ามา จากการแต่งตั้งโดยทางอ้อม ๒๕๐ คน เขาก็คงไม่ค่อยจะมีประชาธิปไตยเท่าไร อยากจะเรียน ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าท่านต้องประสานงานกับสภาผู้แทนราษฎร ไปทำการเผยแพร่ประชาธิปไตย ๕๐๐ เขตเลือกตั้ง ทำอย่างไรจะให้การครอบคลุมทั้งประเทศ ๕๐๐ เขตเลือกตั้งนี้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ส่งเสริมการรับรู้ การเข้าใจประชาธิปไตยใหม่ ยุทธศาสตร์ชาติ ปฏิรูปประเทศให้มากขึ้น เอางบประมาณไปให้ ส.ส. แต่ละคนคลุมทั้งประเทศ อันนี้จะทำให้ความคืบหน้ายุทธศาสตร์ชาติด้านการเมืองคืบหน้ามากขึ้น ทีนี้ท่านมีแผนแม่บท ของยุทธศาสตร์แต่ละด้าน ผมขอเจาะไปที่แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในประเด็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ ท่านวางไว้ ๒๐ ปี ปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ท่านระบุไว้ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ มีอีอีซี (EEC) จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ท่านขับเคลื่อนด้วยเงิน หลายหมื่นล้านบาท แสนล้านบาท ท่านมีกฎหมายเฉพาะของอีอีซี (EEC) โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ท่านวิษณุมานั่งฟังด้วย ผมคิดว่าเอสอีซี (SEC) ท่านเริ่มดำเนินการแล้วก็คือ จังหวัดสุราษฎรธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง แต่ท่านยังไม่ได้ ตรากฎหมายขึ้นมาเฉพาะ เอสอีซี (SEC) โดยเฉพาะ ยังไม่มีกฎหมายเหมือนอีอีซี (EEC) ดังนั้น การขับเคลื่อนก็ยังไม่เต็มที่ สำหรับเอสอีแซด (SEZ) ก็คือเขตเศรษฐกิจชายแดน ๑๐ แห่งนี้ วันนี้ท่านบอกให้ใช้กฎหมายที่มีอยู่ก็คือกฎหมายประจำ วันนี้ขัดแย้งคือกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ยอมดำเนินการตามเอสอีแซด (SEZ) ดังนั้นความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ แห่ง ชายแดนไม่คืบหน้าเลย ท่านต้องมีกฎหมายเฉพาะของเอสอีแซด (SEZ) อีกฉบับหนึ่งเพื่อ บริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนไปได้ วันนี้ติดขัดไปหมด ส.ป.ก. ก็ไม่ยอม หน่วยงานต่าง ๆ ก็ไม่ยอม ให้พัฒนาตรงนั้น ป่าไม้ก็ไม่ยอม ขอให้ท่านออกกฎหมายเอสอีซี (SEC) เอสอีแซด (SEZ) และวันนี้ก็เกิดเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ขึ้นที่ภาคใต้ ก็คือโกลเดน แอกซ์ สเปเชียล อีโคโนมิก โซน (Golden axe special economic zone) ๕ จังหวัด จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา ตรงนี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ ที่สุดในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้น มีคลองไทย ๒ เส้น ผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษอันนี้ซึ่งใหญ่ที่สุด ก็คือแนว ๙ เค (9K) แล้วก็เค ๙ (K9) แล้วก็เค ๑๐ (K10) ซึ่งสมัยวุฒิสภาได้เคยศึกษาไว้ ก็คือแนว ๙ เอ (9A) อันนี้จะเป็นสมาร์ตซิตี (Smart city) แห่งใหม่ของโลก เป็นศูนย์กลาง ของโลกใหม่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ๕ จังหวัดนี้จะต้องถูกบริหารจัดการโดยการเวนคืนความกว้าง ๖๐ ตารางกิโลเมตร ๖๐ กิโลเมตร ความยาว ๑๓๕ กิโลเมตร รวมแล้ว ๘,๑๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะต้องเอามาบริหารจัดการ ถามว่าเยอะไหม วันนี้ประเทศมาเลเซียมีเขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่ ๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมติดชายแดนประเทศสิงคโปร์เขาต่อสู้กันแบบนี้ วันนี้ประเทศไทยจำเป็นจะต้องสร้างเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ใหม่ขึ้นมา ซึ่งใหญ่ เป็น ๑๐ เท่าของอีอีซี (EEC) และวันนี้ก็จะมีการประชุมวิสามัญเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งมีคลอง ๒ เส้นนี้ ตอนบ่ายนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ทางท่านสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติช่วยตอบว่ากฎหมายเอสอีซี (SEC) จะเริ่มดำเนินการเมื่อไร แล้วก็กฎหมาย เอสอีแซด (SEZ) เศรษฐกิจชายแดน ๑๐ แห่ง จะเริ่มเมื่อไร แล้วการบรรจุโกลเดน แอกซ์ (Golden axe) เขตเศรษฐกิจขวานทองคลองไทย จะสามารถบรรจุเข้าไปในเล่มแผนแม่บทนี้ ได้อย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร ท่านช่วยตอบในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะว่ากรรมาธิการ วิสามัญ สภาผู้แทนราษฎรจะได้เอาไปใช้ประกอบการพิจารณา ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วันนี้ก็คงเป็นครั้งที่ ๓ ที่ทางสภาพัฒน์ได้มารายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศกับ สภาแห่งนี้ แล้วก็เป็นเวลา ๒ ปีแล้วที่หลังจากได้เริ่มปฏิรูปตามแผน ซึ่งผมอยากจะถามทาง สภาพัฒน์ว่า ณ ข้อมูลล่าสุดจากแผนปฏิรูปมีเป้าหมายที่สำเร็จได้ตามกำหนดการที่ตั้งไว้ ครั้งแรกจำนวนเท่าไร แล้วก็มีการเลื่อนกำหนดหรือการปรับเป้าหมายจากครั้งเมื่อเข้ามา แผนปฏิรูปนี้จำนวนเท่าไร แล้วมีเป้าหมายที่ถูกยกเลิก หรือไม่มีความคืบหน้าเลยในช่วง ๒ ปีนี้ จำนวนเท่าไร คำถามถึงตัวเลขเหล่านี้ผมคิดว่าทางสภาพัฒน์ที่เป็นหน่วยงานด้านนโยบาย สูงสุดของประเทศไทยจะได้ทำการทบทวนว่า ปัญหาหนึ่งของทุกแผนพัฒนาในประเทศไทย จะมีลักษณะที่คล้ายกันโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นแผนปฏิรูป แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แผนพัฒนาน้ำ แผนสิ่งแวดล้อม แผนรัฐบาลดิจิทัล หรือแม้แต่แผนจังหวัด คือทุกแผนพัฒนา ของประเทศไทยผู้กำหนดแผนพัฒนาหรือผู้วางแผนจะใส่ทุกความต้องการ ทุกเป้าหมาย ลงไปในแผน ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญ นั่นจะทำให้ผู้รับผิดชอบหน่วยงานรัฐหรือผู้บริหาร ไม่ให้ความสำคัญที่จะทำได้ตามแผนหรือไม่ ไม่มีความรับผิดและรับชอบต่อแผนที่วางไว้ ต่อเป้าหมาย ต่อกำหนดการที่วางไว้ ทำให้แผนไม่มีความหมาย พอเป็นแผนที่ไม่มีใครสนใจ ว่าจะทำได้ตามแผนหรือไม่ ดังนั้นแผนปฏิรูปที่ทางสภาพัฒน์เองก็ต้องมานั่งทำรายงาน ความคืบหน้า ผมกำลังคิดว่าเรากำลังสิ้นเปลืองทรัพยากรบุคลากรอันมีค่าของสภาพัฒน์มาใช้ ในทางที่ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ผมจึงอยากขอเสนอต่อทางสภาพัฒน์ว่าควรที่จะต้องรีบ นำระบบรายงานความคืบหน้าหรือระบบอีเอ็มเอส (EMS) ที่เป็นระบบหลักในการติดตาม ความคืบหน้าแผนปฏิรูป แผนยุทธศาสตร์ชาติ มาเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะโดยเร็วที่สุด แล้วผมอยากจะขอลองนำเสนอตัวอย่างระบบรายงานความคืบหน้าของแผนปฏิรูป ขอสไลด์ (Slide) นำเสนอด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

คือผมยังเชื่อว่าการใช้กลไก การเปิดเผยและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อรายงานความคืบหน้าของแต่ละเป้าหมาย ในแต่ละช่วงเวลาว่ามีความคืบหน้าอย่างไร ติดขัดหรืออุปสรรคอะไร การเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งหมดที่สามารถดูประวัติย้อนหลังได้ว่ามีการปรับเป้าหมายหรือการเลื่อนกำหนดการ อย่างไรบ้าง มีการรายงานความคืบหน้าและเอกสารประกอบตามแผนที่ได้ตั้งไว้อย่างไรบ้าง เปิดให้ประชาชนและสาธารณะร่วมกันประเมิน แสดงความคิดเห็นว่าผลลัพธ์ของการปฏิรูป คุณภาพของการปฏิรูปเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปแต่แรกหรือไม่ ประชาชนจะเป็น ผู้ตรวจสอบแล้วก็ติดตามแผนปฏิรูปที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรของสภาพัฒน์ ไปกับการติดตาม ตรวจสอบ หรือประเมินผล ผลของแผนปฏิรูปเหล่านี้เลย แล้วการเปิดเผย ความคืบหน้าหรือประวัติการเปลี่ยนแปลง และการประเมินความคิดเห็นจากประชาชนจะ ทำให้เป็นความรับผิดและรับชอบของหน่วยงานโดยตรงที่รับผิดชอบนั้น เป็นความรับผิดและ รับชอบของผู้บริหารหน่วยงาน ของรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี เลขาธิการ หรือผู้ว่าการ ต่าง ๆ ให้มีความรับผิดชอบต่อแผนปฏิรูปมากขึ้นได้ สไลด์ (Slide) ถัดไป การสรุปผลงาน หน่วยงานต่าง ๆ จะเป็นตัวเลขที่ชี้ชัดและวัดผลได้ดีที่สุดถึงความรับผิดชอบของหน่วยงาน กระทรวงต่าง ๆ แล้วผมขอยืนยันอีกครั้งว่าการเปิดเผยเป็นกลไกที่ดีที่สุดที่ทำให้แผนปฏิรูป แผนพัฒนามีความสำคัญ หน่วยงานรัฐก็จะไม่ให้ความสำคัญมากขึ้นว่าแผนปฏิรูปนี้ตาม กำหนดเท่าไร หรือต้องมีการปรับเปลี่ยน เลื่อนกำหนดการเท่าไรบ้าง จะทำให้การวางแผนเอง ก็จะให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณ จัดสรรทรัพยากรภาครัฐได้ตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งผมก็ยังคาดหวังว่าในครั้งหน้าทางสภาพัฒน์จะได้รายงาน ผ่านระบบอีเอ็มเอส (EMS) กับสภาแห่งนี้อย่างที่ผมได้นำเสนอไว้ แล้วก็สุดท้ายผมก็ยัง อยากจะขอยืนยันขอตัวเลขที่ผมได้กล่าวไว้ตอนต้นว่า ตกลงแล้ว ๒ ปีที่ผ่านมาเราได้บรรลุ ตามแผนปฏิรูปจำนวนเท่าไรบ้าง โดยที่ไม่ได้ปรับเป้าหมาย หรือมีการปรับเป้าหมายเท่าไรบ้าง และถูกยกเลิกไปเท่าไรแล้วบ้าง ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญครับ

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขออภิปรายรายงานความคืบหน้าในโครงการตามแผนปฏิรูปประเทศไทยตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ในส่วนของปฏิรูปด้านการเมือง ปฏิรูปด้านระบบราชการแผ่นดินและด้านกฎหมายนะครับ ผมคิดว่าในส่วนของ ๓ ด้านตรงนี้ เป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกันในวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าแค่สัดส่วนของ ในด้านการเมืองที่บอกถึงเรื่องการพัฒนาโครงสร้างประชาธิปไตยโดยประชาชนมีส่วนร่วม แล้วให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นเจ้าของงบประมาณโครงการ คิดว่าน่าจะสู่เป้าหมาย ที่ไม่ครอบคลุมและทั่วถึง น่าจะมีของฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการเมืองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนในการที่จะร่วมดำเนินการด้วย อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูปผมคิดว่าปัจจุบัน ระบบของการปฏิรูปที่น่าจะพัฒนาต่อไป ไม่ว่าจะปฏิรูปทางด้านสังคม ปฏิรูปทางด้านคุณภาพ ชีวิต โครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจและความยากจนตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าจะปฏิรูป ผมคิดว่า เป้าหมายที่คณะปฏิรูปควรจะต้องปรับปรุงและแก้ไขครั้งหน้าควรจะเป็นในเรื่องของ ในส่วน ของภารกิจที่เกี่ยวกับระบบราชการด้วย เพราะปัจจุบันเรามีการบริหารราชการจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น แต่อำนาจหน้าที่ภารกิจที่บริหารอยู่ปัจจุบันนี้เป็นภารกิจ ที่ซ้ำซ้อนกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภารกิจของส่วนราชการที่มีจำนวนกระทรวง ๑๐ กว่ากระทรวง ในส่วนของกรมต่าง ๆ อีก ๕๐-๖๐ กรม ในส่วนของภูมิภาครับผิดชอบ ส่วนกลางลงไป ในส่วนท้องถิ่นเองก็มีภารกิจที่รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการต่าง ๆ ๓๐๐ กว่าภารกิจ ซึ่งเป็นภารกิจที่ซ้ำซ้อน และในท้องถิ่นเองยังมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย จัดตั้ง ซึ่งกฎหมายยังปรับปรุงแก้ไขไม่สำเร็จไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎหมายของท้องถิ่นเอง กฎหมายแผนขั้นตอนการกระจายอำนาจ กฎหมายรายได้ของท้องถิ่นหรือว่ากฎหมาย การบริหารงานบุคคล ซึ่งผมคิดว่าใน ๓-๔ ส่วนตรงนี้ควรที่จะมีระบบบูรณาการ ถ้าเราจะ ปฏิรูปคือให้มีระบบบูรณาการที่เกิดความคุ้มค่า เกิดประโยชน์ ทั่วถึง พวกนี้ซึ่งจะประหยัด และคุ้มค่าด้วย ผมคิดว่าในเรื่องภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นที่ซ้ำซ้อนควรจะบูรณาการร่วมกันทำจะเกิดประโยชน์ งบประมาณปี ๒๕๖๓ เราตั้งไว้ ๓.๒ ล้านล้านบาท ผมก็ไม่ทราบว่าไปรวมกันแล้วมันจะเกิดประโยชน์มากกว่า แบ่งส่วนกันทำแค่ไหน ผมคิดว่าถ้ารวมกันจะเกิดประโยชน์เพราะงบประมาณมีอยู่ก้อนเดียวกัน ส่วนบุคลากรเรามีทั้งภาคราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนท้องถิ่น ก็ทำงานเหมือนกันกับส่วนของราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ถ้าบูรณาการใช้ประโยชน์ ร่วมกันก็จะทั้งประหยัดบุคลากร ประหยัดงบประมาณ โครงการที่ทำซ้ำซ้อนหรือภารกิจ อำนาจหน้าที่ที่มีความซ้ำซ้อนกัน ถ้าร่วมกันทำจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็จะ ประหยัดงบประมาณและเกิดความทั่วถึง เพราะเรามีพื้นที่ที่จะต้องมีหน่วยบริการครอบคลุม ทั้งประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายที่จะมากำหนดให้มีความเชื่อมโยงกันแบบไหน ผมคิดว่าระบบการปฏิรูปปัจจุบันนี้เราควรจะเอากฎหมายมาให้มีความเกี่ยวพันกัน นอกจาก จะเป็นอำนาจหน้าที่ที่แบ่งส่วนกัน เมื่อสักครู่ก็มีหลายท่านได้อภิปรายว่าถ้าทำโครงการอะไร สักโครงการหนึ่ง ถ้าไปเกี่ยวข้องกับส่วนราชการสัก ๑๐ ส่วน จะต้องมีส่วนราชการนั้นเข้ามา เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต และไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เลย แต่ถ้าบูรณาการ ให้เกี่ยวข้องร่วมกันก็จะเกิดประโยชน์อย่างรวดเร็วและไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ ทั้งนี้ก็จะเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน ผมก็อยากจะฝากคณะกรรมการช่วยปรับปรุง และทบทวนกฎหมายที่มีอยู่ให้เกี่ยวพันกัน ไม่ใช่แบ่งส่วนกันทำเหมือนปัจจุบัน ผมคิดว่า จะเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนมากขึ้นถ้ามีการทบทวนหรือปรับปรุงกฎหมายให้เร็วขึ้น ก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงและประหยัดงบประมาณประเทศชาติด้วย ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนการปฏิรูปประเทศที่ได้นำเสนอมาในครั้งนี้โดยจะ ขออนุญาตพูดเฉพาะประเด็นด้านสังคม ซึ่งด้านสังคมผมก็เห็นด้วยกับที่ท่านเลขาธิการ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ให้ความเห็นมาว่าจะต้องมีการสร้างระบบให้คนไทย มีบำเหน็จบำนาญหลังพ้นวัยทำงานเพื่อจัดทำกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญ ในรูปแบบการออมภาคบังคับ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๓๐ ของรายได้ สุดท้ายที่ประชาชนได้รับภายใน ๑๕ ปี อันนี้เป็นสิ่งที่ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้นำเสนอมาในหน้า ๖ ในจดหมายฉบับนี้ หนังสือในหลักการเห็นด้วย แต่เมื่อมาดูเนื้อหาในภาคสังคมซึ่งส่วนที่เกี่ยวโยงกับเรื่องการให้คนไทยมีเงินบำเหน็จบำนาญ ไว้ใช้ยามเกษียณอายุหรือพ้นวัยทำงานแล้วก็จะมี ๒ กิจกรรมนะครับที่เกี่ยวข้อง

กิจกรรมที่ ๑ ก็คือเรื่องการบริหารกองทุนการออมแห่งชาติ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า กอช.

กิจกรรมที่ ๒ คือการสร้างระบบให้คนไทยมีบำเหน็จบำนาญหลังพ้นวัยทำงาน อันนี้เป็นในเรื่องของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้เขียนไว้ในนี้ ประเด็นที่ผมอยากจะนำเสนอ แล้วก็ได้มีการศึกษาแล้วก็คือ กอช. ทุกวันนี้ยังมีสมาชิกไม่มาก จำนวนเพียง ๒ ล้านคนเศษ ๆ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประชาชนที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ซึ่งมีกว่า ๒๐ ล้านคน ก็คือพูดง่าย ๆ ทำงานมาเป็นเวลาหลายปีแล้วนับแต่ที่กฎหมายฉบับนี้ออกมา แต่มีผลเพียง แค่ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องของการออม โดยสมัครใจโดยผ่าน กอช. จึงน่าจะไม่เกิดผลอย่างที่เลขาได้เขียนไว้ในตอนต้นว่าจะต้อง มีการให้คนไทยมีบำเหน็จบำนาญโดยต้องมีการบังคับ ประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่กระผม ในฐานะของกรรมาธิการของการเงินการคลังก็ได้รับความกรุณาจากท่านประธานสมศักดิ์ ที่ได้ให้คณะอนุกรรมาธิการการเงินการคลังได้ไปศึกษาในเรื่องนี้ซึ่งเราก็ได้มีการนำเสนอเป็น ร่างกฎหมายแก้ไขในเรื่องนี้ ซึ่งร่างกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการออมภาคบังคับนี้ก็ได้เสร็จ เรียบร้อย ผมก็ได้ยื่นมายังท่านเลขาธิการรัฐสภาเมื่อวานนี้ ณ เวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจแก้ ถ้อยคำอยู่ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เรียนว่าทางฝั่ง ส.ส. พวกเราก็ได้ทำไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าในส่วนของภาครัฐถ้าเราดูกำหนดแล้วเสร็จ ๐๔/๖๑ ก็คือล่าช้ามาปีกว่าแล้ว แล้วก็ ยังไม่เห็นร่างกฎหมายที่นำเสนอเข้ามาเพราะฉะนั้นกฎหมายของท่านจะต้องมารวมกับของเรา ของ ส.ส. นะครับ อันนี้เป็นกฎหมายฉบับที่ ๑ ระบบของเรา ของ ส.ส. อันนี้ก็เป็นกฎหมายฉบับที่ ๑ ส่วนในกิจกรรมข้อที่ ๒ ในเรื่องที่ให้ คนไทยมีบำเหน็จบำนาญหลังพ้นวัยทำงานนี้ อันนี้นอกเหนือจากคนกลุ่มแรกที่กล่าวถึงไปแล้ว เรื่องของ กอช. ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือในกลุ่มที่อยู่ในภาคที่เป็นสมาชิกประกันสังคม ๑๐ กว่าล้านคน มีไม่เกิน ๓ ล้านคนที่มีระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะเป็นแบบสมัครใจ ประเด็นก็คือเงินที่จะได้จากกองทุนประกันสังคมเดือนหนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท มันไม่เพียงพอหรอกที่จะใช้ในยามเกษียณ จะต้องสนับสนุนให้ผู้ทำงานในกลุ่มนี้ได้มีการออม โดยผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ทางกระทรวงการคลังก็กำลังร่างอยู่ แต่รูปแบบและวิธีการคนที่อยู่ในแวดวงของการออมเพื่อใช้ยามชราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม ของสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ไม่เห็นด้วยกับร่างของกระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้น เราจึงได้มีการร่างกฎหมายฉบับนี้ใหม่ขึ้นมาและผมก็ได้นำเสนอต่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วเมื่อวานนี้เช่นกันพร้อม ๆ กับฉบับแรก อีกฉบับหนึ่งที่มีการนำเสนอไปเมื่อวานนี้ เป็นฉบับที่ ๓ ก็คือ ณ เวลานี้ประเทศไทยมีช่องโหว่ของการดูแลเรื่องนี้เพราะเรื่องของการออม เพื่อใช้ยามชราถูกฝากไว้กับ สศค. หรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งท่านมีเรื่องดูแลเยอะมาก วันก่อนสภาเราก็คอมเมนต์ (Comment) เรื่องของกฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน ภาษีที่ดินและ โรงเรือนไป แล้วก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นการไปฝากกับหน่วยงานอย่าง สศค. ก็ไม่น่าจะ ได้ประโยชน์เท่าที่ควร หรือไปฝากกับ ก.ล.ต. ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็จะมีข้อจำกัด เพราะ ก.ล.ต ท่านจะดูเรื่องหลักทรัพย์เป็นหลัก เพราะฉะนั้นตรงนี้เราจำเป็นต้องมีหน่วยงาน ที่ดูแลเรื่องของนโยบายการออมและให้คนไทยทุกคนมีหลักประกันว่าเมื่อเกษียณอายุแล้วนี้ มีเงินเพียงพอ แล้วถ้าไม่พอรัฐจะต้องเติมเงินให้อย่างพอเพียง จึงเป็นที่มาของการนำเสนอ กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือกฎหมายการจัดตั้งสำนักงานแห่งนี้แล้วก็ให้มีคณะกรรมการมาดูแล มีระบบข้อมูลของประชาชนคนไทยทุกคนว่าเมื่อเกษียณแล้วมีเงินอยู่เท่าไรแล้วรัฐจะต้อง เติมเต็มเท่าไร เหล่านี้เป็นต้น ทั้งหมดนี้ก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียนเสนอเพื่อให้การดูแล เรื่องนี้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ครับ

นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากที่ดิฉันได้ดูแผนปฏิรูปประเทศครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ดิฉันก็ได้พยายามอ่านหาหน่วยงาน หรือโครงการที่จะสร้างความเข้าใจ ปฏิรูปเรื่องความเข้าใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งดิฉันตั้งแต่ตอนที่อภิปรายขอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญผู้มีความหลากหลายทางเพศ ดิฉันได้อธิบายถึงปัญหาต่าง ๆ ของผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยซึ่งมีหลาย ล้านคนนะคะ ซึ่งแน่นอนก็เป็นกำลังสำคัญของประเทศ แต่ในการที่มีแผนปฏิรูปประเทศนี้ ดิฉันยังไม่เห็นหน่วยงานไหน หรือโครงการไหนที่จะมีความจริงใจ หรือเห็นความสำคัญ ในความเป็นมนุษย์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย ไม่มีโครงการไหนเลย ที่บอกว่าจะสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในรั้วสถานศึกษา ทั้งโรงเรียนประถม มัธยม หรือในมหาวิทยาลัย เราไม่เห็นมีการปฏิรูปในการสร้างความเข้าใจ เรื่องความหลากหลายทางเพศเลย ซึ่งจากที่ดิฉันได้อ่านดูแล้วดิฉันก็คาดหวังว่าในครั้งต่อไป น่าจะมีการให้ความสำคัญในการทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย ให้มากขึ้น เพราะอะไรคะ จากที่ดิฉันยืนอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ตั้งแต่เปิดสภาประชุมสมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง พอดิฉันลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกัน ทางกฎหมายก็จะโดนกร่นด่า โดนวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนส่วนหนึ่งว่าทำไมมาเรียกร้อง แต่เรื่องของตัวเอง ทำไมไม่ลงไปดูปากท้องประชาชน จากทัศนคติแบบนี้ดิฉันก็อนุมานได้ทันที แปลว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจและยังไม่เห็นว่าผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย เป็นคน เพราะว่าแน่นอนสิ่งที่ดิฉันพูดคืออะไร คือการสร้างอาชีพการสร้างความเข้าใจ หลักสูตรการศึกษาต่าง ๆ ที่จะสร้างศักยภาพของคนที่มีความหลากหลายในประเทศไทย ในการทำงานทุกวันนี้ตั้งแต่การเรียน การทำงานหรือการสร้างครอบครัว เราไม่มีกฎหมายอะไร รองรับ แล้วเราก็ถูกอคติทางเพศ ถูกเหยียด ถูกอคติทางเพศต่าง ๆ ทำให้เราไม่สามารถ ทำตามความฝันทำตามอาชีพหรือพัฒนาศักยภาพในการทำงานของเราได้อย่างเต็มความรู้ ความสามารถ ซึ่งมีผลกับประเทศไทยไหมคะ มีผลค่ะ เพราะว่าคนหลายล้านคนที่ไม่สามารถ ใช้ศักยภาพตัวเองได้อย่างเต็มที่มันก็มีผลจากการพัฒนาประเทศ จีดีพี (GDP) ของประเทศ มีผลกับหลาย ๆ อย่าง สิ่งที่สำคัญสิ่งที่มีผลมากที่สุดดิฉันคิดว่าการที่เราอยู่ในสังคมด้วยกัน แต่ขาดความรู้ความเข้าใจในเพื่อนร่วมโลกเพื่อนร่วมสังคม เรายังมีการดูถูกเหยียดหยาม อคติทางเพศต่าง ๆ อย่างที่เราเห็นทั้งในโรงเรียนในสถานศึกษาในการทำงาน ถามว่าดิฉัน อยากเห็นอะไร ดิฉันมีความหวังว่าในการที่จะมีแผนปฏิรูปประเทศครั้งต่อไปน่าจะมีโครงการ มาสร้างความรู้ความเข้าใจให้เกิดขึ้น แน่นอนว่าเราทุกคนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ต่างไม่อยากถูกโกงความเป็นมนุษย์ เราอยากใช้ศักยภาพในการทำงานให้มีความก้าวหน้า แล้วเราก็ไม่อยากถูกฆ่าตัดตอนความฝันของเรา เรามีความฝันที่จะเป็นบุคคลที่ประสบ ความสำเร็จในชีวิต เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานรัฐบาลจะเป็นคนที่ริเริ่มสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องผู้มีความหลากหลายทางเพศ สิทธิการยอมรับบุคคลผู้มีความหลากหลาย ทางเพศต้องได้รับการยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่ว่าอยากจะเป็นตุ๊ด อยากจะเป็นกระเทย ก็เป็นไปขอให้เป็นคนดีก็พอ คำพูดที่เหยียดแบบนี้คำพูดที่แสดงการยอมรับแบบมีเงื่อนไข แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้น เราจะต้องยอมรับความเป็นมนุษย์ด้วยกฎหมายด้วยสิทธิความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือไม่ดี ในการที่เราจะสิทธิความเป็นมนุษย์เราก็ต้องมีอย่างเท่าเทียมกัน ขอบพระคุณมากค่ะ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวีระกร คำประกอบ ยังเข้ามาไม่ทันนะครับ ท่านวิรัช พันธุมะผล ครับ

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ท่าน ส.ส. ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรครับ ท่านที่กำลังตกอยู่ในบ่วงคล้องช้างทำไมล่ะครับ ท่านลืมไปแล้วหรือว่ากฎหมายตัวนี้มีคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมา เขาเขียนไว้เพื่อผูกมัด รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถ้าท่านไม่ปฏิบัติตามแผนปฏิรูปของคณะกรรมการปฏิรูปแล้ว เดี๋ยวผมจะอธิบายกฎหมายว่าอย่างไร เริ่มจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ กำหนดไว้ว่ารัฐบาลต้องแถลงนโยบายมาตรา ๑๖๑ และคณะรัฐมนตรีที่เข้ารับบริหารราชการ แผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาซึ่งสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐแนวนโยบายของรัฐและ ยุทธศาสตร์ชาติ ทีนี้แนวนโยบายแห่งรัฐในมาตรา ๖๕ ก็ได้บัญญัติไว้ว่ายุทธศาสตร์มีอะไรบ้าง ผมไม่อ่านนะครับ มีอยู่ทั้งหมด ๙ ด้าน ทีนี้ ๙ ด้านเรารายงาน รัฐบาลแถลงนโยบายเรา ก็ต้องเอาแผนปฏิรูปมารายงานแถลงนโยบายต่อรัฐบาล ทีนี้รัฐธรรมนูญบทที่ ๑๖ ได้พูดถึง เรื่องการปฏิรูปว่าคณะกรรมการปฏิรูปนี่ มีคณะกรรมการปฏิรูปจะมากำหนดแผนการปฏิรูป ทั้งหมดเกือบทุกด้านที่รัฐบาลต้องมีใน ครม. ต่าง ๆ ในกระทรวงต่าง ๆ ต่อไปเมื่อกำหนดเป็นนโยบายนี้ปุ๊บก็ต้องมารายงานต่อสภา กฎหมายเขียนไว้ว่ารายงาน ต่อสภาเพื่อทราบทุก ๓ เดือน ก็เหมือนกับเรามีหน้าที่ฟังอย่างเดียวไม่มีหน้าที่พูดมากนะครับ ต่อไปอันนี้เป็นเรื่องหนัก คณะกรรมการปฏิรูปเขามีอำนาจที่จะสอดส่องว่ารัฐบาลนี้ได้ปฏิบัติ ตามแผนการปฏิรูปของคณะกรรมการปฏิรูปหรือไม่ อันนี้สำคัญครับถ้ารัฐบาลนี้คงไม่เป็นไร เพราะมาจากมดลูกเดียวกัน เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้จะทำอะไร คณะกรรมการปฏิรูปก็เกิดจาก ครม. เป็นคนแต่งตั้ง เพราะฉะนั้นมันก็ไปด้วยกันได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเมื่อไรพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคเพื่อไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรีตรงนี้มีปัญหา ก็ต้องถูกจับผิดว่าแล้วรัฐบาลไม่ได้ ปฏิบัตินโยบายตามแผนปฏิรูปที่คณะกรรมการปฏิรูปกำหนด ผลเป็นอย่างไร ผลก็เป็นไปตาม พระราชบัญญัติยุทธศาสตร์อีกล่ะครับ เมื่อถ้าคณะกรรมการปฏิรูปเห็นว่ารัฐบาลไม่ปฏิบัติ ตามแนวนโยบายตามแผนปฏิรูปก็ให้รายงานต่อวุฒิสภา ถ้าวุฒิสภาเห็นด้วย วุฒิสภาก็มาจาก รัฐบาลนี้แต่งตั้งอีกนะครับ ก็เสนอศาลรัฐธรรมนูญ เอาอีกแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็ตั้งโดย คณะวุฒิสภาชุดนี้อีกนะครับ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐบาลไม่ปฏิบัติตามแผนปฏิรูปอีก ให้วุฒิสภาส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป และให้ฟังข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายตามที่วินิจฉัยในศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการ เลือกตั้งโดยไม่ใช่มีความเกี่ยวพันสัมพันธ์กับวุฒิสภา ไม่ได้สัมพันธ์กับคณะกรรมการปฏิรูป คณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาล คสช. มาก่อน เพราะฉะนั้นนี่คือ บ่วงคล้องช้าง ช้างทั้งหลายที่ดิ้นไม่หลุดล่ะครับ ติดในบ่วง แต่ตอนนี้ยังไม่มีบ่วงนี้เพราะว่า มาจากแม่น้ำสายเดียวกัน นี่คือเหตุผล ท่าน ส.ส. ครับ ท่านตามผมมาครับ นี่คือเหตุผลครับ ท่านเปิดรัฐธรรมนูญดู เปิดพระราชบัญญัติการปฏิรูปดู พระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ดู มันจะ อยู่ในนี้พันกันครับ มันพันหมุนกัน นี่คือเหตุผลที่ผมขอพูดวันนี้แต่ผมไม่พูดในรายละเอียด ของการปฏิรูปเพราะว่าอย่างไร ๆ เราก็ทำอยู่แล้ว จริง ๆ แล้วมันเป็นงานซ้ำซ้อนกันนะครับ ตามรัฐธรรมนูญนี้เรามีกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มีการกำหนดนโยบายต่าง ๆ รัฐมนตรี เข้ามาทุกอย่าง ทุกแผนตามแนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้กำหนดไว้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นจริง ๆ เป็นงานซ้อนงานและเป็นวิธีการที่จะคุมให้อยู่ในโอวาท เพราะฉะนั้นนี่คือบทเรียนที่เมื่อพูด จบแล้วผมจะร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราว่าด้วยการปฏิรูปทั้งหมด จะยกเลิก พระราชบัญญัติปฏิรูปมาตรา ๒๕๗ ถึงมาตรา ๒๕๘ ยกเลิกการปฏิรูปโดยคณะกรรมการปฏิรูป ให้รัฐบาลมีอำนาจอิสระ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาสามารถที่จะควบคุม การบริหารราชการของรัฐบาลอย่างแท้จริงโดยไม่ใช่มาจากคนที่รัฐบาลแต่งตั้งมาควบคุมเรา ขอบพระคุณที่ท่านกรุณารับฟัง นี่คือวิถีประชาธิปไตยที่เราต้องสู้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับจากการที่ได้อ่านรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ในช่วงเวลาของเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา ผมอยากแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมจากการที่ท่านได้ดำเนินการซึ่งหลาย ๆ เรื่อง เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่บางส่วนซึ่งขอกรุณาเสนอแนะเพิ่มเติมไปนะครับ ไม่ว่า จะเป็นการปฏิรูปในส่วนของทรัพยากรน้ำ ซึ่งการปฏิรูปทรัพยากรน้ำในปัจจุบันปฏิรูปกันมา หลายปี แต่หลายท่านก็คงจะเห็นว่าระบบน้ำของประเทศไทยทำไมเกิดความแห้งแล้งขึ้นทุกปี ก็เป็นเพราะว่าเกษตรกรเราใช้น้ำเยอะขึ้นแล้วก็การใช้น้ำค่อนข้างจะบอกว่าฟุ่มเฟือยก็ใช่ครับ ความฟุ่มเฟือยเกิดจาก ๒ อย่างด้วยกัน

๑. ก็คือในส่วนของระบบชลประทานประเทศไทยยังคงใช้คลองดินเป็น ส่วนใหญ่ คลองดินเกิดการเสียหายในการซึมลงใต้ดินก็ดี ในการระเหยขึ้นไปในอากาศก็ดี ทำให้ปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนกว่าจะไปถึงพืชแต่ละตัวผมว่าไปถึงไร่ถึงนาของเกษตรกร ก็คงจะหายไปประมาณครึ่งหนึ่ง หายไปแล้วครึ่งหนึ่ง น้ำที่ไหลมาจากตอนบนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน จะเห็นได้ว่าการบริหารจัดการน้ำในส่วนของลุ่มน้ำ ตอนบนมีการใช้น้ำกันเรียกว่าเหมือนจะไม่อยากปล่อยให้น้ำมาสู่ภาคกลางหรือมาสู่ตอนล่าง ของแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอย่างเช่น ในเขตลุ่มน้ำปิงปัจจุบันก็มีอ่างเก็บน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่แตง แม่งัด แม่กวง ไปจนถึงแม่ริม ก็มีหลายโครงการเยอะอยู่แล้ว กำลังจะเพิ่มอีก ๑๔ โครงการ ที่จะกักน้ำเอาไว้ใช้ตอนบน การบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีการปฏิรูปทางตอนบนกักไว้ใช้ ซึ่งภาคการเกษตรก็ใช้มากขึ้น ๆ ก็ยังมีผลทำให้ตั้งแต่จังหวัดตากลงมาเกิดความแห้งแล้ง ถ้าท่านประธานได้ไปเห็นว่าการบริหารจัดการน้ำและการปฏิรูปในระบบน้ำ ทรัพยากรน้ำ ของประเทศนั้น ยังทำไม่เป็นระบบ สิ่งที่อยากจะนำเสนอก็คือ ๑. การเติมน้ำจากนอกประเทศ น้ำที่จะไหลออกไปนอกประเทศให้ย้อนกลับมาใช้ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการทำเขื่อนน้ำยวม สูบน้ำยวมเข้าสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลทางแม่หูด แล้วก็ลงอ่างเก็บน้ำที่ดอยเต่า ซึ่งอันนี้ก็จะ สามารถทำได้ตามที่กรมชลประทานได้ศึกษาไว้แล้วน่าจะต้องรีบนำมาปฏิรูปประเทศในส่วนนี้ เพราะพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตภาคกลาง ภาคกลางคือแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง และตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดตากลงมาเลย ตั้งแต่ใต้เขื่อนภูมิพลลงมา ยังมีความจำเป็นต้องใช้ น้ำอีกเยอะ ปีนี้ห้ามเกษตรกรทำนา อันนี้ต้องรีบปฏิรูปโดยเร็วนะครับการเติมน้ำเข้ามาจาก น้ำยวม ๑,๗๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ใช้งบประมาณประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ไม่ต้องไปคิดมากละครับ เพราะกรมชลประทานเขาคิดไว้ให้แล้ว และวันนี้ปัญหาของ ประเทศก็คือภัยแล้ง อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาสูบเข้าสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลก็คือจากแม่น้ำเมย แม่น้ำเมยมีน้ำท่าอยู่ประมาณ ๔,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปี และทุกปีก็จะท่วมริมฝั่งแม่น้ำเมย ทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งประเทศเพื่อนบ้านและประเทศเรา ในช่วงที่น้ำท่วมระหว่างเดือนพฤษภาคมจนถึง เดือนพฤศจิกายนจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ ๔,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทาน ก็ได้ศึกษาไว้อีกแล้ว แต่ต้องเร่งทำเพื่อปฏิรูปทรัพยากรน้ำภายในประเทศให้เกษตรกรลืมตา อ้าปากได้ สูบน้ำข้ามเขาจากแม่น้ำเมยมาสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลโดยผ่านแม่ตื่น อุโมงค์ที่จะเกิดขึ้น ก็สั้นแค่ประมาณ ๑๓ กิโลเมตรเท่านั้นเองครับ ก็จะสามารถสูบน้ำ เติมน้ำได้อีก ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่าสิ่งเหล่านี้เขาศึกษาไว้แล้ว เพียงแต่หยิบยก ผลการศึกษานำมาปฏิรูปทรัพยากรน้ำให้กับประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็อยากจะ กราบเรียนก็คือการปฏิรูประบบกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งเพื่อนสมาชิกบางท่านพูดแล้ว แต่ผมขออนุญาตพูดในส่วนที่มองเห็นว่ามันจำเป็นเหลือเกินครับ ตามรัฐธรรมนูญต้องเกิด การกระจายอำนาจ ต้องแบ่งงาน ต้องแบ่งงบประมาณ ส่งไปให้กับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของถนนหนทาง ท่านสังเกตไหมว่ากรมทางหลวงและกรมทางชนบทซึ่งดูแลเส้นทางต่าง ๆ ในประเทศไทยเรามีงบเป็นแสน ๆ ล้านบาท โดยประมาณก็เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๒ กรม แต่ท่านไปดูสิครับว่าถนนที่ถ่ายโอนไปให้กับ อบต. อบจ. ทั้งหลายทั่วประเทศ ซึ่งมีหลายหมื่นกิโลเมตรเขาจะเอาเงินที่ไหนครับ ถ้ากรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ไม่แบ่งรายรับ ก็คืองบประมาณแผ่นดินลงไปให้เขาได้ทำงานบ้าง ส่งไปแต่อำนาจ แต่เงิน ไม่ส่งไป ส่งไปแต่หน้าที่ แต่เงินไม่ส่งไป ให้เขาคอยดูแลถนนที่ท่านถ่ายโอนไป กรมทางหลวง กับกรมทางหลวงชนบททำอะไรครับ เดี๋ยวนี้ก็สร้างแต่ถนนใหม่ ๆ ถนนเก่า ๆ ซึ่งเป็นถนนหลักประจำตำบล ประจำหมู่บ้านไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับการเหลียวแล ก็อยากเรียนว่าอยากจะเห็นการปฏิรูปในส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ได้ผล ด้วยการแบ่งปันงบประมาณไปบ้าง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทแบ่งไปครึ่งหนึ่งเลยให้กับพี่น้องในเขต อปท. ต่าง ๆ จะเป็น อบต. และ อบจ. ก็ตาม แล้วไปจนถึงในเรื่องของระบบชลประทาน กรมชลประทานก็เช่นเดียวกัน จะมีกรมทรัพยากรน้ำแห่งชาติควรจะต้องแบ่งงบประมาณไปให้เขาดูแลอาคารบังคับน้ำต่าง ๆ ซึ่งมีมากมาย หนอง คลอง บึงที่ท่านทำเสร็จแล้วยกให้ อบต. อบจ. เขาดูแลนี่ไม่ยอมให้ งบประมาณเขาไป ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านครับ วันนี้ผมถ้ามีรายการนี้มาตรา ๒๗๐ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานว่าขออนุญาตพูดทุกครั้ง เหตุผลเพราะว่าผมตามมาตลอด ผมไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เขียนขึ้นมาเพื่อขยายอำนาจของ ส.ว. ให้กำกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เท่านั้นเอง ไม่มีอย่างอื่นเลยครับ แล้วมันจะหมดไปเมื่อ ส.ว. ครบ ๕ ปี แล้วอำนาจทุกอย่าง อยู่ที่การตัดสินใจขององค์กรนอกรัฐสภาทั้งสิ้น ผมมาดูให้ชัดเข้าไปอีกผมยังไม่แน่ใจที่ผม พูดเมื่อสักครู่นี้มันจะจริงไหม ผมเพิ่งไปอ่านบันทึกประชุมของการร่างกฎหมายฉบับนี้ ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ท่านที่นั่งอยู่บนนี้ท่านก็มีส่วนร่วมอยู่ ท่านไปดูสิครับว่าทุกคน พูดว่าอย่างไร เป้าประสงค์คือเท่านั้น ทีนี้ท่านดูนะครับ เราจะดูว่ารัฐบาลทำอะไรต้องดูจาก การแถลงนโยบายใช่ไหมครับ การแถลงนโยบายไม่ได้ต่อเนื่องกับเอกสารที่นำมาเสนอสภาเลย ครั้งแรกเล่มขนาดนี้ท่าน วันนี้เล่มขนาดนี้ ผมว่าอีก ๒ ถ้าเขียนอย่างนี้นะ ปีหน้าเป็นคืบ หรือหลายเล่ม เพราะว่าอะไร เขียนเพื่อให้ว่าได้เขียนเท่านั้นเอง ท่านดูสิ การแถลงนโยบาย ท่านบอกว่า ข้อ ๕.๑.๓ บอกว่าปฏิรูปโครงสร้างรายได้ของรัฐ ออกกฎหมายมา ๒ ฉบับ กฎหมายภาษี ฉบับแรกเป็นกฎหมายว่าด้วยภาษียาสูบออกจนกระทั่งว่าราคาบุหรี่ไทยสูงขึ้น ราคาบุหรี่ฝรั่งลดลง โรงงานยาสูบมีกำไร ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือไม่ถึงพันครับท่าน นี่คือความสำเร็จของการร่างกฎหมายอย่างไรครับ ท่านจะต้องดูว่าการร่างแล้วนี่จะต้องดู ผลสัมฤทธิ์ของร่างกฎหมายนั้นควรจะแก้ไขไหม อันที่ ๒ ภาษีเหมือนกัน เรื่องรายได้เหมือนกัน ผูกพันกับข้อ ๕.๑.๓ เหมือนกัน ภาษีที่ดินอย่างไร ทำลายชนชั้นกลางในชนบทหมดเลย ท่านเข้าใจไหมครับ ท่านเป็นข้าราชการประจำท่านไม่เข้าใจว่าชนชั้นกลางนี่สร้างยากนะ แต่ทำลายง่าย เจ้าของโรงแรมเสียภาษี ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี แต่พอมาปีนี้จะ ลดลงตามกฎหมายภาษีใหม่ แต่ชาวบ้านนี่มีลูกอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซื้อคอนโดหลังหนึ่ง บ้านพักหลังหนึ่งต้องเสียภาษีแล้ว อาจจะมีบ้าน ๓-๔ หลัง ราคายังไม่ถึง ๕ ล้านบาทเลย แต่ผู้มีอันจะกิน ๕๐ ล้านบาทไม่ต้องเสีย เห็นไหม กฎหมายอย่างนี้มันทำลายชนชั้นกลาง ในที่สุดจะบีบให้คนชนชั้นกลางต้องขายที่ดิน ที่ดินจะกลายเป็นหลักประกันเท่านั้นเองให้กับ บริษัทใหญ่ ๆ ยิ่งไปดูกฎหมายเรื่องกฎหมายบริษัท ถ้าไปซื้อที่ดินนี่เอากำไรไปซื้อที่ดินถือว่า เป็นการลงทุนไม่ต้องเสียภาษีอีก ที่ผมพูดนี่คือกระบวนการคิดของระบบรัฐไทยมันเป็นอย่างนี้ พอเราดูเรื่อง พ.ร.บ. เขาเรียกว่าคำแถลงนโยบายแล้ว แล้วดูรัฐธรรมนูญแล้วนี่ เรามาดูสิ่งที่ ท่านเขียน ผมหนักใจท่าน หนักใจที่จะอ่านเพราะมันไม่สอดรับกันเลย ผมอยากให้ท่านประธาน ให้ทางสภามีกฎหมายเล็ก ๆ ฉบับหนึ่ง วันนี้ผมไม่ได้หยิบขึ้นมา เรียกว่ากฎหมายวิธีการ งบประมาณ ในนั้นรัฐสภาเขียนว่า กฎหมายวิธีการงบประมาณที่สมาชิกรัฐสภาต้องรู้ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ นี่คือการปฏิรูประบบงบประมาณของไทยโดยข้าราชการ สำนักงบประมาณทำขึ้นมา กฎหมายปฏิรูปมันต้องเป็นอย่างนี้ครับ แต่ว่ากฎหมายปฏิรูป ต่าง ๆ ที่ท่านบอกมันต้องปฏิรูปด้วยกฎหมาย แล้วมีสักข้อความหนึ่งไหมในฉบับนี้ที่บอกว่า ๒ ปีกว่าแล้วคุณได้ปฏิรูปอะไร นอกจากเรื่องภาษี ถ้าเป็นอย่างนี้ถามว่าจะซ้ำรอยกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไหม ตอนนั้นพวกที่ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะพวกผมบอกว่า สงสารสภาพัฒน์ทำงานแล้วไม่มีผู้ช่วย ก็ออกบอกว่าถ้าเช่นนั้นต้องมีสภาตามมาตรา ๘๙ นี่ปี ๒๕๔๐ นะครับ ให้เป็นที่ปรึกษาของสภาพัฒน์ พอมาร่างกฎหมายลูกกลายเป็นที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรีแล้วทำอะไรได้บ้าง ในที่สุดก็ต้องยุบไป คณะปฏิรูปนี้เหมือนกันครับ ถามต่อว่า ถ้าหากครบ ๕ ปีแล้วคุณจะอยู่ในสถานะอะไร เพราะเขาสั่งให้ รัฐธรรมนูญนี้สั่งเลยนะ สั่งบอกว่าสภาปฏิรูป การปฏิรูปประเทศเป็นอำนาจของ ส.ว. ที่จะกำกับ มันเป็นการเพิ่ม อำนาจให้ ส.ว. มาตรา ๒๗๐ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่นเลย เพิ่มอำนาจอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่ง ถ้าสอบสวนแล้ว ให้ ป.ป.ช. สอบสวนแล้ว ถ้าจะฟ้องศาลต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ให้ยึดสำนวนของ ป.ป.ช. เป็นหลัก แบบนี้ก็ถือว่ากำกับจุดไม่ให้ทำอะไร พอพวกคุณมาเป็น กันเอง แบะ แบะ แบะ หมดเลย ไม่ได้ทำอะไรเลยท่านประธานครับ ผมพูดในเชิงกลยุทธ์ เท่านั้นเอง ไม่ได้พูดให้เห็นว่ามันมีจุดอ่อนตรงไหน ขี้เกียจอ่าน ผมถาม ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ไม่มี ใครตอบผมเลย ผมถามท่านว่าสถานะของคณะกรรมการชุดนี้ นี่ผมถามนะ ท่านช่วยตอบ หน่อยว่า ท่านที่ร่างรัฐธรรมนูญมาด้วยกัน หลังจากที่ ส.ว. อยู่ครบ ๕ ปีแล้วสถานะจะเป็น อย่างไร จะทำอะไรได้ไหม ผมถามแค่นี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดแผนการปฏิรูปประเทศให้มีความ เจริญก้าวหน้า ผมมีความสนใจเมื่อได้ศึกษาจากรายงาน มีความสนใจกระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ผมมีข้อสังเกตว่า กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้นยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไม่ได้ทั่วถึงเพราะ หน่วยงานนี้ยังตั้งอยู่ที่ในระดับจังหวัด ผมมีความประสงค์อยากจะให้หน่วยงานกรมคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้กระจายหรือขยายไปถึงหน่วยอำเภอ เพราะปัญหาเกิดขึ้น ในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้นจะเริ่มจากหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ สถานีตำรวจก็อยู่ ที่อำเภอ เพราะฉะนั้นความที่จะสะดวกสบายหรือจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงได้ ก็ต่อเมื่อมีการขยายกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้กระจายลงไปสู่อำเภอนะครับ ประการแรก

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะให้มีการปฏิรูปก็คือเรื่องของทนายอาสา ทนายอาสา เป็นกระบวนการหนึ่ง เป็นองค์กรหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประกอบไปด้วย ทนาย ตำรวจ อัยการ ศาลและราชทัณฑ์ เวลานั่งพิจารณาคดีในศาล ทนายจะมีบทบาทมากในการ ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่คนยากคนจนซึ่งไม่มีทุนทรัพย์ที่จะไปว่าจ้าง ทนายความเราก็มีทนายอาสาหรือทนายขอแรง แต่ค่าตอบแทนในการทำงาน ในการปฏิบัติ หน้าที่ในการที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชนนั้นยังเป็นค่าตอบแทนที่น้อยมาก ผมอยากจะเห็นการปฏิรูปว่าประเทศไทยของเราเทิดทูนสิทธิเสรีภาพของประชาชนจึงได้จัด งบประมาณให้ทนายความเก่ง ๆ ทนายดี ๆ ได้ไปให้คำปรึกษากับประชาชนในชั้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชั้นอัยการ ชั้นศาล ตลอดจนชั้นราชทัณฑ์เพื่อจะให้ประชาชนได้เข้าถึงอย่างทั่วถึง สิ่งหนึ่งที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็คือทนายขอแรงนั้นจะได้รับค่าตอบแทนที่ถูกมาก เมื่อเปรียบเทียบในการที่จะให้คำปรึกษา ทางด้านกฎหมาย ถ้าเขาทำงานด้านเอกชนซึ่งประชาชนว่าจ้างทั่วไปก็จะได้รับค่าตอบแทน ที่สูง เพราะฉะนั้นกระบวนการปฏิรูปยุติธรรมจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนได้ ก็ต่อเมื่อท่านจะได้จัดค่าตอบแทนให้แก่ทนาย อย่างน้อย ๆ ให้คำปรึกษาในชั้นสอบสวนต้อง ๑,๐๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อได้แล้วก็ต้องให้เบิกได้ทันที ทุกวันนี้การเบิกจ่าย ค่าตอบแทนทนายความค่าตอบแทนน้อยแล้วยังไม่พอ ยังต้องใช้เวลานานในการที่จะเบิกจ่าย นี่คือเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ ผมอยากจะเห็นการปฏิรูปประเทศของเราในเรื่องของการออก เอกสารสิทธิ การออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่ทำกิน ที่อยู่อาศัยของราษฎรเป็นสิ่งจำเป็น เพราะประชาชนเดี๋ยวนี้โดยเฉพาะในทางชนบท บ้านนอก หรือต่างจังหวัด จะถือครองที่ดิน โดยไม่มีเอกสารสิทธิเป็นจำนวนมาก ผลที่ตามมาก็คือมีการโต้แย้งในเรื่องสิทธิของประชาชน อันไหนเป็นสิทธิที่ดินของรัฐ อันไหนเป็นสิทธิของที่ดินของเอกชน รัฐไม่เคยปฏิรูปในการที่จะ ออกโฉนดให้แก่พี่น้องประชาชน สิ่งที่อยากเรียกร้องให้รัฐเห็นความจำเป็นในการออกโฉนด ก็คือประกาศเดินสำรวจรังวัดที่ดินให้แก่ราษฎรผู้ที่ถือครองที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ ทั่วประเทศ ท่านมีแผนหรือยังครับ ผมได้ยินประกาศจากรัฐบาลในการออกโฉนดที่ดินในปีนี้ ก็เพียง ๒๘ จังหวัด หลายจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ดของตัวกระผมเป็นผู้แทนราษฎร ราษฎรมีปัญหาถูกจับกุมกันมาตลอด บางคนก็ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่สาธารณะ บางคน ก็ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่ป่าสงวน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ประชาชนเขาไม่ได้กำหนดเอง รัฐเป็นคนกำหนด เพราะฉะนั้นรัฐจะต้องมีการปฏิรูปอย่างจำเป็นเร่งด่วนเพื่อที่จะส่งเสริมให้ราษฎรมีกรรมสิทธิ์ ในที่ดิน และการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะเกิดขึ้นนั้นรัฐจะต้องจัดสรรเงินงบประมาณในการ เดินสำรวจรังวัดแทนประชาชน ให้ประชาชนเพียงแต่นำเจ้าหน้าที่ไปเดินสำรวจรังวัดในที่ดิน ของตัวเองก็รับเอกสารสิทธิมาถือครอง การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะส่งเสริมให้ราษฎรมีความรัก ในท้องถิ่นหรือที่ทำกินหรือบ้านเกิดของตัวเอง รวมถึงรัฐเป็นเจ้าของประเทศด้วย ถ้าหากว่า เขาไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะบอกว่าเขาเป็นคนไทยได้อย่างไร ฉะนั้นสิ่งจำเป็นอยากจะเห็น ในแผนการปฏิรูปที่ดิน หลายคนได้ยืนขึ้นพูดบอกว่ามีความจำเป็นมีความประสงค์อยากให้ ราษฎรทุกพื้นที่ให้ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ที่ผ่านมามีราษฎรเขาฝากบอกมาถึงคณะกรรมการ ปฏิรูปว่าควรยกเลิก ส.ป.ก. ๔-๐๑ ในเขตหมู่บ้าน หมู่บ้านใดที่เขาอยู่อาศัยกันเป็นชุมชนใหญ่ ไม่มีการทำการเกษตร แต่ทำเป็นที่อยู่อาศัยก็ควรที่จะยกเลิกเพื่อที่จะให้เขาได้มีกรรมสิทธิ์ ในที่ดินโดยออกเอกสารสิทธิคือโฉนดให้แก่เขา ซ้ำร้ายกว่าอีกบางพื้นที่ในภาคอีสานในเขต เทศบาลยังประกาศเป็นเขต ส.ป.ก. อยู่ สิ่งเหล่านี้อยากจะเห็นในช่วงกระบวนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน ๕ ปีอยากจะเห็นความเจริญก้าวหน้าของราษฎรและมีกรรมสิทธิ์ ในที่ดิน ขอกราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศิริพงษ์ เชิญครับ แล้วตามด้วยท่านนิกร จำนง นะครับ

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพ จากที่ได้ฟังสมาชิกได้อภิปรายกันหลาย ๆ ท่านส่วนมากจะเป็นพื้นที่ต่างจังหวัดในเรื่องของ การปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ แต่อยู่พื้นที่เขตหนอกจอกซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก ทั้งนี้และทั้งนั้นท่านประธานที่เคารพ พื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครมีทั้งหมด ๕๐ เขต เป็นการปกครองแบบพิเศษซึ่งเป็นเมืองหลวง ของประเทศไทย ซึ่งมีปัจจัยอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่มันเกิดขึ้นในจังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่แต่ละเขตทั้งหมด ๕๐ เขตในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ยกตัวอย่างเช่น เขตพญาไท จะมีพื้นที่อยู่ ๙ ตารางกิโลเมตร มีประชากร ๓๐,๐๐๐ กว่าคน ราชเทวีมีอยู่ ๗ ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ถ้ามองในทางเขตด้านตะวันออกของจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตหนองจอกมีพื้นที่ ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่เกือบ ๑๘๐,๐๐๐ คน มีพื้นที่ที่กว้างที่สุดในบรรดา ๕๐ เขต ๑ ใน ๗ ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผมพยายามจะ เปิดดูในเรื่องของการปฏิรูปของคณะกรรมการว่าความสำคัญของเมืองหลวงของประเทศไทย ในจังหวัดกรุงเทพมหานครระหว่างกรุงเทพชั้นในกับกรุงเทพชั้นนอกนั่นก็คือด้านทิศตะวันออก ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา และเขตหนองจอก จากการที่กรุงเทพมหานครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาจากการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชน แล้วก็มีสภากรุงเทพมหานครก็คือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร แต่การจัดสรรปันส่วนในเรื่อง ของการแบ่งงบประมาณแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่ผ่านมาหลายสิบปี การแบ่งงบประมาณ ในการบริหารหรือว่าการดูแลการพัฒนาพื้นที่อีกเขตหนึ่ง ๕ ตารางกิโลเมตร ๗ ตารางกิโลเมตร ๑๐ ตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ที่อยู่ชานเมือง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร ในเขตหนองจอกเป็นพื้นที่ ที่กว้างที่สุด แต่งบประมาณก็ได้เท่าเทียมกันในการจัดการแล้วก็การบริหารในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ในเขตหนองจอกมีคลองอยู่ ๑๐๔ คลอง มีถนนอยู่ร้อยกว่าสาย มีโรงเรียนสามัญ มากที่สุดในกรุงเทพมหานคร สังกัดกรุงเทพมหานคร ๓๗ โรง สพฐ. ๓ โรง ชุมชนร้อยกว่าชุมชน หมู่บ้านร้อยกว่าหมู่บ้าน ถนนร้อยกว่าสาย เพราะฉะนั้นการพัฒนาถ้ามีการแบ่งในเรื่องของ งบประมาณใกล้เคียงกันหรือว่าเท่าเทียมกันกับเขตชั้นในที่มีไม่กี่ตารางกิโลเมตร ขณะนี้ ผมอายุประมาณ ๕๑ ปี แต่ถ้ามีการพัฒนาถนนร้อยกว่าสาย ปีหนึ่งพัฒนาได้ ๓ สาย ๔ สาย ผมว่าผมอายุ ๑๐๒ ปี ก็ไม่สามารถที่จะพัฒนาเท่าเทียมกับเขตชั้นในของกรุงเทพมหานครได้ เพราะฉะนั้นฝากคณะกรรมการปฏิรูปในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เขตชั้นนอกยังขาดในเรื่องของการพัฒนาอีกมากมายในเรื่องของสาธารณูปโภค ในเรื่องของ ประปา ในเรื่องของไฟฟ้า ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในเขตหนองจอก มีพื้นที่ที่ทำนาอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเขตกรุงเทพมหานครแต่ทำนาอีกเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่เขตหนองจอก พี่น้องยังใช้น้ำคลอง ไม่มีประปาเข้า ไม่มีไฟฟ้าเข้า หลายสิ่งหลายอย่าง เปรียบเสมือนเป็นเขตพิเศษที่ไม่ได้รับการดูแลพัฒนาอย่างจริงจังของจังหวัดกรุงเทพมหานคร ผมเข้าใจครับ การเลือกตั้งของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันหนึ่งทำงานอยู่แถว ๆ เสาชิงช้าเขตชั้นใน แต่เขตชั้นนอกท่านผู้บริหารไม่ค่อยได้ออกไปดูแล ก็เลยไม่ได้มีการปฏิรูปแล้วก็บรรจุเป็นพื้นที่พิเศษของด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ผมก็ฝากคณะกรรมการปฏิรูปด้วยในเรื่องของการพิจารณาของงบประมาณ หรือว่าพิจารณา ในสิ่งต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครแบ่งเป็น ๒ ส่วน เขตชั้นในและเขตชั้นนอก ผมฐานะที่เป็น ส.ส. พื้นที่เขตหนองจอก เป็น ส.ส. บ้านนอก หนองจอกบ้านนอกกรุงเทพมหานคร ก็คงต้องฝากกับพี่น้องประชาชน ฝากกับท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ ผ่านไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่านไปถึงคณะรัฐบาล ก็ขอชื่นชมแล้วก็ขอชมเชยอีกครั้งหนึ่งที่ทาง ครม. ทางนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติเบี้ยยังชีพผู้พิการจาก ๘๐๐ บาทเป็น ๑,๐๐๐ บาทเพิ่ม ๒๐๐ บาท ผมได้เดินไปพบกับผู้พิการ ก็ฝากขอบคุณรัฐบาลมา ณ ที่นี้ด้วย ฝากเขตหนองจอกบ้านนอก กรุงเทพมหานครด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิกร แล้วตามด้วยท่านขจิตร

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขออภิปราย รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศของเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๒ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรามีรายงานมาแล้วผมได้อภิปราย ครั้งนี้เป็น ๓ ครั้งแล้ว ทีนี้ประเด็นก็คือว่าอยากจะถามคณะกรรมการให้ชัด ๆ ว่าคือเราต้องปฏิบัติตาม ตรงนี้ไปอีกนานพอสมควร อยากจะถามให้ชัดเจนว่าระยะเวลาที่ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญว่า เราจะต้องดำเนินการแบบนี้กันอีกนานเท่าไร เอาเข้ามา ๓ เดือนครั้ง ๓ เดือนครั้งไปจนถึง เมื่อใด เพราะว่าตรงนี้ในรัฐธรรมนูญเองก็มีประเด็นอยู่ ก็ขอทราบเป็นข้อที่ ๒ ว่าความแตกต่าง การปฏิบัติของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ มีการกำหนดว่าถ้า ในมาตรา ๒๕๙ บอกว่าแผนตรงนี้มีการดำเนินการแล้วก็เริ่มดำเนินการปฏิรูปภายใน ๑ ปี นับแต่วันประกาศ ตลอดผลสัมฤทธิ์ซึ่งคาดว่าจะบรรลุภายในเวลา ๕ ปี แล้วหลังจากนั้นล่ะ คือในนี้ระบุว่าบรรลุ ๕ ปี ซึ่งผมเชื่อครับว่าแผนที่เขียนมาไม่มีทางที่จะบรรลุได้ใน ๕ ปี แล้วต่อจากนั้นเราจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป

ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นอยากจะขอสอบถามก็คือความแตกต่างระหว่าง ช่วงบทเฉพาะกาลกับบทถาวรไม่เหมือนกัน เพราะว่าในบทเฉพาะกาลกำหนดว่าขณะนี้ ท่านต้องไปรายงานกับวุฒิสมาชิก ก็คือว่าให้เป็นคนกำกับดูแล แต่พอหมดบทเฉพาะกาลไป ซึ่งก็ครบ ๕ ปีตั้งแต่วันตั้งวุฒิสภาขึ้นมา วุฒิสภาตามกรอบนี้จะไม่อยู่ พอไม่อยู่แล้วการปฏิบัติ ระหว่างกันในหมวด ๑๖ จะดำเนินการอย่างไร เป็นคำถามนะครับ

ส่วนคำถามเรื่องประเด็นที่เกี่ยวกับการรายงานนี้ ผมขอย้อนคำถามที่เคยถาม และได้แนะนำไว้ในคราวที่แล้วเกี่ยวกับรายงานว่ารายงานตัวนี้ต้องมีตัวชี้วัด เพราะที่ทำมา ตั้งแต่เดิมไม่มีตัวชี้วัดเลยนะครับ ทีนี้คราวนี้ก็ไม่มีอีก ผมถามคำถามเดิมนะครับ คำตอบ จึงอยากจะได้ที่ต่างไปก็คือขณะนี้ไม่มีอีก แล้วที่เป็นตัวชี้วัดอย่างหยาบ ๆ ก็คือตัวที่แสดงว่า ความมีอยู่จริงของการปฏิรูปครับ อย่างน้อย ๆ ที่ขอไว้เหมือนกันคราวที่แล้วงบประมาณ เพราะว่านี่ไม่ใช่เป็นเรื่องในอนาคต นี่เป็นเรื่องในอดีต ดังนั้นงบประมาณที่ใช้ไปแล้วไม่ว่า งบประมาณทางด้านเงินที่ใช้ไปงบประมาณ หรือบุคลากรซึ่งถือเป็นงบประมาณอย่างหนึ่ง ให้เขียนบันทึกไว้ด้วยว่าได้ใช้ไปเท่าไร มีเงินเท่าไร เราจะได้วัดได้ เพราะว่าการทำแผนปฏิรูป ขึ้นมามีงบประมาณด้วย ตอนที่ยื่นมาประกาศในราชกิจจานุเบกษามีงบประมาณ ดังนั้น ท่านจะต้องขานงบประมาณได้ว่าใช้ไปเท่าไรแล้ว นี่มันเป็นครั้งที่เท่าไร ตรงนี้ในคราวนี้ก็ไม่มี นั่นคือขออย่างน้อยแล้วว่าขอเป็นแค่งบประมาณ ส่วนความสัมฤทธิ์ผลมันซับซ้อน ตัวชี้วัด อาจจะไม่ชัด ทีนี้ผมมีประเด็นเรื่องการปฏิรูปที่จะถามลงไปในการปฏิรูป การปฏิรูปการเมือง ขณะนี้สรุปแล้วในการปฏิรูปการเมืองคราวนี้ศูนย์ เพราะว่าทั้งประเด็นปฏิรูปทั้ง ๕ ประเด็น ตั้งแต่เดิมจนถึงขณะนี้มีประเด็นย่อยทั้งหมด ๑๗ ประเด็น เขียนไปว่าสรุปว่าทั้งหมดนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการทั้งสิ้น ไม่มีอันไหนที่จะบวกขึ้นมาสัก ๑ เปอร์เซ็นต์เลย ไม่มีอันไหน ที่จะมีการปฏิบัติ ทุกอย่างเหมือนกับคราวที่แล้วทั้งสิ้น คือเป็นซีโร (Zero) เป็นศูนย์ ทีนี้ประเด็นผมก็เลยอยากจะสอบถามว่าจะตรงกับที่ผมทราบไหมว่าผมถามคราวที่แล้วไปว่า ผมทราบว่าคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองลาออกไปเหลือไม่ครบองค์ คราวนี้ที่ผมทราบมา ยังไม่ครบองค์อยู่ คือยังไม่มีประธาน ไม่มีรองประธาน ทั้งหมดเหลืออยู่ ๘ คน คือดำเนินการ ประชุมไม่ได้ พอดำเนินการประชุมไม่ได้มันก็ขับเคลื่อนไม่ได้ ผมก็ถามว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ตอนนี้คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองมีหรือเปล่า จะจัดตั้งกันเมื่อไร คราวที่แล้วก็ถามแล้ว และนี่ล่วงมา ๓ เดือนแล้วก็ยังไม่มีเท่าที่ทราบนะครับ ตรงนี้ผมจะไม่อภิปรายเรื่องการปฏิรูป การเมือง เพราะว่าในเมื่อตรงส่วนนี้ไม่มีก็ป่วยการที่จะพูดถึงว่าจะทำอะไร เพราะว่าทุกอัน อยู่ระหว่างดำเนินการ จริง ๆ แล้วไม่อยู่ในระหว่างการดำเนินการเสียด้วยซ้ำ เพราะยังไม่มี คณะกรรมการ หรือไม่มีการประชุม ไม่มีการเดินหน้า เราไม่ต้องไปพูดถึงว่าการปฏิรูปตรงนั้น จะเป็นอย่างไร อันนี้เป็นคำถามว่าขณะนี้สถานะของกรรมการเป็นอย่างไร

สุดท้ายครับ ผมมีคำถามที่เกี่ยวกับการปฏิบัติของผมเองและทางด้านระบบ ของการออกกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นกฎหมายเป็นกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกของสภานี้ คือร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... เป็นฉบับแรก ผมก็มีเสียงไม่ครบ ๒๐ ผมก็ได้รับความกรุณาจากสมาชิกมาช่วยกันลงนาม แล้วก็ยื่นเป็นกฎหมายฉบับแรก ทีนี้กฎหมายฉบับนี้ได้ยื่นไปเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ เสนอไป และทางประธานสภาได้มีหนังสือตอบแจ้งว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย การเงิน ส่งไปที่นายกรัฐมนตรี ทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้ตอบมาเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ค้างอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เดือนโน้น นี่ เป็นกฎหมายฉบับแรกของเรานะครับ เราร่วมกันยื่น ทีนี้ประเด็นที่สำคัญขณะนี้กฎหมาย ฉบับนี้ผมทราบว่า จริง ๆ ถ้าระบบปกติก็คือทำใจได้ว่าทางรัฐบาลก็ยกร่างกฎหมายขึ้นมา เพื่อรอประกบ ซึ่งผมไม่ติดใจ เพราะกฎหมายฉบับที่รัฐบาลกำลังยกร่างฉบับนี้เป็นผมเสนอไว้ ตอน สปท. เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ประเด็นที่สำคัญคือกฎหมายฉบับนี้เข้ามาอยู่ในการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมด้วย คือประเด็นปฏิรูปที่ ๔ กิจกรรมที่ ๖.๒ อยู่ในเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่อง ร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... และกฎหมายประกอบ อยู่ในประเด็นย่อยที่ ๒ ขณะนี้ก็อยากจะถามว่าความคืบหน้าของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือผมรอได้ เพราะปกติเรา ก็รู้กันอยู่ตั้งแต่ต้นว่าถ้ารัฐบาลไม่มีร่างก็จะไม่ปล่อยกฎหมายของสภาที่ยื่นโดย ส.ส. เข้ามา แต่จะขอถามว่ากฎหมายฉบับนี้สถานะอยู่ที่ไหน อย่างไร เพราะว่าผมติดตามกฎหมายฉบับนี้ ผลักดันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ท่านประธานครับ ๑๘ ปีแล้ว ครั้งนี้ก็หวังว่าจะได้ประสบความสำเร็จ เสียที ก็อยากจะให้ออกมาเพื่อให้บังคับใช้ เพราะขณะนี้เสียชีวิตกันบนถนนจนถึงวันนี้ตั้งแต่ วันที่ ๑ มกราคมมา ๑๓๘ ศพแล้ว เฉพาะเดือนเดียว ก็เป็นคำถามที่จะถามไปยังคณะกรรมการ ๓-๔ ประเด็น กราบขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านขจิตร ต่อไปก็เป็นท่านนิคม บุญวิเศษ นะครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย แผนการปฏิรูปนั้นมีผลบังคับ ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ มาถึงวันนี้ก็ประมาณ ๓ ปีแล้ว และจะสิ้นสุด ปี ๒๕๖๕ มีการปฏิรูป ๑๒ ด้าน ใน ๓ เดือนที่ผ่านมานั้นผมอยากจะกราบเรียนไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ แล้วก็ไปถึงคณะรัฐมนตรีที่ดูแล การปฏิรูปด้วย แม้ว่าที่ฟังอยู่นี้มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการก็ตาม แต่ขอฝากไปว่า ผมผิดหวังมากการปฏิรูป ๑๒ ด้านที่ท่านรายงานมาภายใน ๓ เดือนนี้ ต้องขออภัยว่าผมอ่าน ไม่เห็นความก้าวหน้าเลย เพราะฉะนั้นประโยคแรกที่ผมจะถามท่านก็คือท่านลองตอบผมมา ให้ชัด ๆ ว่านี่มันเลยแผนมาแล้ว ปีที่ ๓ แล้ว เหลืออีก ๒ ปีสุดท้าย ท่านทำอะไรที่ประสบ ความสำเร็จ มีการปฏิรูปที่เห็นชัดเจนบ้างใน ๑๒ ด้าน ผมไม่เห็นจริง ๆ เรื่องการเมืองผมเข้าใจได้ว่าท่านทำไม่ได้หรอกการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ภายใต้เผด็จการครอบงำอยู่นี่มันทำไม่ได้ แล้วท่านก็ไปรายงานเรื่องโรงเรียนประชาธิปไตย ก็ท่านไม่ได้ท่านก็เลยไปอาศัยเด็ก ๆ เด็ก ๆ ก็ทำไม่ได้หรอกครับ ท่านจะไปหลอกเขาทำไม ในเมื่อบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ท่านจะทำเผด็จการให้เป็นประชาธิปไตยมันทำยาก เด็กก็ทำยาก ท่านก็เลยบอกว่าโรงเรียนประชาธิปไตยท่านทำสำเร็จที่ไหน เรื่องการเมือง ทำไม่ได้ แต่เรื่องบริหารราชการแผ่นดินท่านควรปฏิรูปได้เมื่อมีอำนาจอะไรเบ็ดเสร็จมากมาย แต่ปรากฏว่าวันนี้รัฐราชการ ข้าราชการเป็นใหญ่ เป็นเจ้าขุนมูลนาย ลักษณะบริการประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามที่ท่านเขียนไว้ไม่ปรากฏให้เห็นในพื้นที่ที่ผมอยู่และประเทศไทย เท่าที่ฟังข่าว ไม่มี ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุท่านดูแลเรื่องกฎหมายเป็นเรื่องที่ท่านจะต้อง ดูแลอย่างดี แต่ล้มเหลวมาก ท่านมีกฎหมายที่จะทำอยู่ ๒๑๖ ฉบับ ๓ ปี ท่านทำ ๔๘ ฉบับเสร็จ เหลือเท่าไร นี่คือความล้มเหลวที่ชัดเจนมาก เรื่องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไม่ต้องพูดแล้ว มันยังไม่มีอะไรที่ยุติธรรมขึ้นหรอก

เรื่องพลังงานพอเห็นอยู่บ้างมีนายทุนเที่ยวไปเลาะอยู่เขตพื้นที่ผม ไปหาวิสาหกิจ ไปหาประชาชน ๒๐๐ คน ให้มาร่วมลงทุน เพราะว่ามีกำหนดบอกว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วม ลงทุน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีไบโอแมส (Biomass) ไบโอแกส (Biogas) มีการเคลื่อนไหวอยู่บ้าง ในการที่จะทำพลังงานทดแทน แต่อันนี้ต้องรายงานจากพื้นที่ที่ผมอยู่ให้ท่านได้ทราบ

เรื่องด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันนี่มันเรื่องหัวเราะกันเลย ถ้าบอกประชาชนล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ท่านกำลังทำอะไรอยู่ ท่านให้ใครทำ พองบประมาณเยอะ ท่านอีบิดดิง (e-Bidding) ใช่ไหม แล้วท่านรับรองหรือว่าซื้อข้อมูลไม่ได้ ผู้รับเหมาทั่วประเทศ เขารู้ ถ้าอยากรู้ข้อมูลว่าใครสุดท้ายยื่นอะไร ๆ เขามีวิธีการ ถ้าท่านไม่รู้นี่เชยมาก ไปแก้ไข เสียว่าจะป้องกันอย่างไร แนวรบเรื่องปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันก็ล้มเหลว

เรื่องการศึกษา ล้มเหลวสิ้นเชิง มีความพยายามที่จะปรับโครงสร้างแล้วมั่วมาก ใช้คำว่าอันนี้เลย มั่วมาก เขามีเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่เขารับผิดชอบอยู่ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย ท่านก็เอาไปตั้งกระทรวงใหม่ เขารวมเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยความยากลำบากท่านก็แยกออกไป นี่ท่านจะเอาอย่างไรแน่เรื่องการศึกษา เสร็จแล้ว โครงสร้างท่านสร้างศึกษาธิการจังหวัด มีการเสนองบประมาณตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการเขตเต็มแผ่นดิน ท่านจะทำอะไร ท่านจะเอาไว้หรือท่านจะล้ม ไม่แน่ โครงสร้าง ซ้ำซ้อน สับสน โดยสิ้นเชิง ล้มเหลว นี่หรือคือการปฏิรูปด้านการศึกษา โรงเรียนขนาดเล็ก ทุกข์ยากลำบากทุกหย่อมหญ้า ทำลายวัฒนธรรม ทำลายกระบวนการวิถีชีวิตของคนชนบท ร้ายที่สุดการปฏิรูปการศึกษาของท่านวันนี้เลวร้ายที่สุดคือมีความพยายามที่จะออกกฎหมาย ไม่ให้มีใบประกอบวิชาชีพครู แล้วก็เขียนว่าใบอนุญาตประกอบอาชีพครู ผมไม่เชื่อว่าจะมี นักการศึกษาอะไรรับใช้รัฐบาลชุดนี้อยู่ ท่านเขียนการปฏิรูปการศึกษาท่านไม่น่าละอายหรือ ท่านบอกครูไม่ต้องมีใบประกอบอาชีพ มันอธิบายว่าครูไม่ต้องมีวิญญาณของความเป็นครู ครูไม่ต้องมีจรรยาบรรณ ครูไม่ต้องรับผิดชอบ ทำหน้าที่แค่รับจ้างเท่านั้น ท่านเข้าใจไหมครับ ถ้าท่านจะออกกฎหมายมาไม่ให้มีใบประกอบวิชาชีพครูแต่ท่านทำลายวิญญาณของความ เป็นครูลงโดยสิ้นเชิง แล้วการศึกษาจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร นี่คือการปฏิรูปการศึกษา ในรัฐบาลหรือแผนการปฏิรูปของท่านใช่หรือไม่ สุดท้ายผมอยากจะถามท่านว่าท่านบอกว่า ในมาตรา ๒๕ ท่านจะประเมินหน่วยงานราชการโดยใช้ระบบอีเม้น (eMENSCR) ย่อมาจาก ภาษาอังกฤษเยอะแยะไปหมด ระบบนี้ดีมาก ผมศึกษาอ่านมาบ้างแล้ว ถามว่าท่านใช้หรือยัง ท่านใช้ได้หรือยังมันผ่านมา ๓ ปีแล้ว ระบบการประเมินโดยใช้ระบบอีเม้น (eMENSCR) ท่านใช้หรือยัง ถ้าท่านใช้แล้วมีรายงานวัดหน่วยงานกระทรวงไหนผ่านไม่ผ่านบ้างขอทราบ ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนิคม บุญวิเศษ และตามด้วยท่านจิรายุนะครับ

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับวันนี้เป็นการรายงานความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศตาม มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ผมมานั่งอ่าน จริง ๆ แล้วไม่ต้องอ่านก็ได้เพราะทราบดีอยู่แล้ว ว่าการปฏิรูปประเทศที่ผ่านมาเป็นเพียงข้ออ้างซึ่งรัฐบาลของลุงตู่นั้นยึดอำนาจมาโดยอ้างว่า จะปฏิรูปประเทศ มีประชาชนหลายคนเห็นดีเห็นงามด้วยครับ เพราะต้องการให้ประเทศไทย เรามันดีขึ้น คำว่า ปฏิรูปประเทศ ท่านต้องเข้าใจว่าต้องทำในสิ่งที่เป็นอยู่ให้มันดีขึ้นกว่าเดิม นั่นหมายถึงว่าคนที่อาจหาญพูดจะต้องเก่งกว่าคนเก่า มีความสามารถในการบริหารดีกว่า คนเดิมจึงจะสามารถปฏิรูปได้ เราก็รู้สึกว่ามันเป็นไปได้อย่างไรครับว่าจะมีคนดีกว่านี้หรือ ผมก็พยายามดูมาครับ ตลอดเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาไม่มีรูปธรรมเป็นชิ้นเป็นอัน โดยมีหลักฐาน ผมอ่านให้ดูเลยครับว่าวันที่ ๒๙ มีนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปี ๒๕๖๑ ได้รับทราบ แผนการปฏิรูปประเทศ และปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๐ ทำอะไรอยู่ครับ วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการปฏิรูปประเทศ เห็นหรือไม่ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๒ เพิ่งมาร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ และปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ท่านไปทำอะไรอยู่ครับ ท่านอ้างว่าจะปฏิรูปประเทศและเสียเงินไปเท่าไรถูกหรือไม่ครับ ผลของการปฏิรูปประเทศของท่านเป็นอย่างไรบ้าง อันนี้คือรูปธรรมเห็นชัดเจน เกิดคนรวย นิดเดียวกระจุก แต่คนจนทั้งแผ่นดิน นี่คือการปฏิรูปประเทศของท่าน หนี้สินครัวเรือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท เห็นหรือไม่ หนี้สาธารณะ ๗ ล้านล้านบาทไปแล้ว นี่หรือการปฏิรูปประเทศ มันดีขึ้นหรือมันลดลงหรือมันแย่กว่าเดิม เราไม่ต้องมาพูดหรอกครับ ไม่ต้องมาหลอก ประชาชน ถ้ามีความจริงใจจริงจังในการทำ ๕ ปีเข้าปีที่ ๖ แล้วป่านนี้ประเทศมันไปไกลแล้ว เทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน จีดีพี (GDP) เพื่อนบ้านก็ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ เรา ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน นี่หรือการปฏิรูปประเทศเป็นแบบนี้หรือ ยังไม่พอครับคนตกงานเพิ่มขึ้นอีก ธุรกิจใหญ่ ๆ ย้ายฐานการผลิตไปอยู่ประเทศอื่น เห็นหรือไม่ครับ ธุรกิจใหญ่ ๆ ลดการผลิตลง เหลือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นักลงทุนหดย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศกันตอนนี้เยอะแยะ มากมาย โรงงานปิดตัวนะครับ คนจนกันทั้งแผ่นดิน คนจนก็เจ๊ง เจ๊งเป็นหนี้สินผูกคอตายกัน กี่คนแล้วท่านประธานทราบหรือไม่ครับ การปฏิรูปประเทศของพวกเราผมไม่แน่ใจว่าได้ทำ จริงจังหรือไม่ หรือผู้ที่มีหน้าที่ในการทำมีความรู้ความสามารถเท่ากับคนเดิมหรือไม่ จนมาถึง วันนี้มีสภาผู้แทนราษฎรแทนที่ประเทศจะเดินทางไปข้างหน้าแล้วเราเพิ่งมาพูดกันในเรื่อง การปฏิรูปประเทศเสียเวลาไป ๕ ปี หมดงบประมาณไปเท่าไร เสียดายเวลามาก สิทธิเสรีภาพของประชาชนเช่นกัน ปฏิรูปไปปฏิรูปมาวิทยุ ๘,๐๐๐ คลื่น เหลืออยู่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คลื่น ตอนนี้โดนปิดหมด ธุรกิจรายเล็กรายน้อยตายหมด นี่คือ การปฏิรูปประเทศของรัฐบาลชุดนี้ เห็นหรือไม่ครับ ถ้าจะให้แนะนำการปฏิรูปประเทศมันต้อง เป็นอย่างนี้ครับ รัฐบาลเดิมที่เขาทำไว้การศึกษา ๑๒ ปี ท่านก็ต้องมีการศึกษาฟรี ๑๒ ปี เขาให้ทุนการศึกษาคนเรียนดี เรียนเก่งถูกหรือไม่ ๑ ทุน ๑ ตำบล ๑ นายแพทย์ รัฐบาลนี้ มีหรือไม่ครับ ไม่มี สินค้าโอทอป (OTOP) ภูมิปัญญาชาวบ้านเขาพัฒนากันขายดิบขายดี ท่านมาพัฒนาประเทศ ปฏิรูปประเทศ สินค้าโอทอป (OTOP) หายเกลี้ยง เงียบ ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ท่านต้องเอามาทำให้มันดีกว่าเดิม ยางพาราราคา ๗๐ บาท ๘๐ บาท ๑๒๐ บาท ปฏิรูปไปปฏิรูปมาเหลือ ๓ กิโล ๑๐๐ บาท เห็นไหมครับ ยึดสวนยางชาวบ้าน ตัดต้นยางทิ้ง วิธีการอย่างนี้ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้ปฏิรูป ท่านกำลังทำอะไรอยู่ ประชาชนถามมานะครับ ผมเองในฐานะที่เป็นตัวแทนประชาชน เราก็เฝ้าดูเพราะเราไม่มีหน้าที่ในการบริหารประเทศ ได้แต่มาตำหนิติเตียน ให้คำแนะนำ วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ผมได้มาพูดใช้เวลาแค่ ๗ นาที ไม่มาก ขอสะท้อนให้เห็นว่าท่านต้องเร่งดำเนินการ ไม่เช่นนั้นประเทศข้างเคียง ประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา เขาไปไกลแล้ว เราถอยหลังไปไม่รู้กี่ปี ไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี กว่าเราจะเดินทันเขา ฉะนั้นด้วยความเป็นห่วง ผมก็อยากจะแนะนำอีกประการหนึ่งก็คือว่า ท่านต้องเร่งฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพหลักของประเทศไทย ท่านต้องรีบหาตลาด ช่วยชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ข้าวราคา ๑๕,๐๐๐ บาท เหลือ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท ฉะนั้น ฝ่ายเศรษฐกิจต้องรีบสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ไม่เช่นนั้นประชาชนไม่เชื่อหรอกครับ ว่าท่านจะปฏิรูปประเทศได้ กฎหมายต่าง ๆ เช่นกันครับ ท่านมาแก้กฎหมายนี้ผมเห็นดีด้วย กฎหมายใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ล้าสมัย มันทำให้เกิดเป็นอุปสรรคในการพัฒนา ประเทศรีบแก้เถอะครับ เห็นดีเห็นงามด้วย ผมเป็นกำลังใจให้ครับ อยากให้ประเทศไทย เดินไปข้างหน้า ถึงแม้จะมีการติเตียนกันบ้างแต่ก็ให้คำแนะนำ ก็ฝากคณะกรรมการทุกท่าน ให้ความจริงใจในการพัฒนาประเทศ เพราะว่าตอนนี้เราเสียโอกาสไปมากแล้วครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ และตามด้วยท่านคารม เชิญท่านจิรายุก่อนครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ แผนการปฏิรูปประเทศฝากท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ผมก็เข้าใจ ท่านรับนโยบายมาจากท่านนายกรัฐมนตรี นั่งฟังไปก็จด ๆ ไปฝากท่านนายกรัฐมนตรีบ้าง ท่านประธานที่เคารพ ปฏิรูปเลือกตั้งก่อนการเลือกตั้งก็มีแต่แหกตาเท่านั้นครับ หลังจากนั้น มาหนักเข้าไปอีก ท่านประธานครับ ประชาชนนอนไม่ค่อยหลับเพราะว่าตาค้างโดนแหกตา กันมาตลอด ๕ ปี ที่ผมจะพูดนี้ผมพูดไม่ครบทุกด้านหรอกท่านประธานครับ แต่ผมจะพูด บางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่ผมได้พิจารณาแล้วก็ศึกษา ท่านประธานครับ ๕ เดือนมานี้ผมนั่ง เป็นประธานคณะกรรมาธิการศาล องค์กรอิสระ และอัยการ การยุติธรรมนี้ต้องบอกเลยครับ ว่าแทบจะไม่มีจริง มีจริงอยู่บ้างก็คือทำให้เห็นว่าความยุติธรรมนั้นไม่มีจริงในโลกนี้ ฟังแล้วงง หรือไม่ ท่านประธานครับ คือที่เห็นว่ามันมีการปฏิรูปก็คือว่า ๒ มาตรฐานมีจริงในประเทศนี้ ตอนแรกมันเป็นคำเอ่ยอ้าง กันคลุมเครือ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ๕ ปีในรัฐบาลของ คสช. นั้น มีจริง จนกระทั่งมาถึงวันนี้มีการเลือกตั้งแล้วเราก็ภาวนาว่าการปฏิรูปประเทศที่พยายามทำนี้ หนาเตอะนี้ มันน่าจะมีจริง แต่เอาเข้าจริง ๆ ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ครับ และที่น่าเสียใจแทน พี่น้องประชาชนมากไปกว่านี้ก็คือว่าที่ท่านบอกปฏิรูปด้านการยุติธรรมนี้นะครับ ซึ่งมันเป็น เรื่องระดับบริหาร มันไม่ควรมาอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติหรือการแก้ไขปัญหา ที่ท่านบอกว่า การเพิ่มทนายความประจำโรงพักนี้ครับ ท่านประธานครับ ไม่ต้องอยู่ในแผนปฏิรูปใครเขาก็ทำ ทั่วโลกเขาก็ทำ การปฏิรูปคืออะไร คือการทำให้เกิดความยุติธรรมอย่างแท้จริงและตรวจสอบ ได้มีการถ่วงดุลกัน ท่านประธานรู้ไหมว่าโรงพักทั้งหมดมีเกือบ ๒,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ นี่รัฐบาลท่านอยู่มา ๖-๗ ปี ถ้าต่อเนื่องรัฐบาลที่แล้วตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๑๕๐ โรงพักเป็น กรุงเทพมหานคร ๓๕ เป็นต่างจังหวัดอีก ๑๑๕ หมายความว่าทนายอาสาที่ท่านอยู่บอกว่าได้ มีการพัฒนาด้านกระบวนการยุติธรรมไปแล้วมีแค่ประมาณเท่าที่ผมบอก ๑๕๐ แห่ง คำถาม ต่อไปอีกว่าการปฏิรูปประเทศของท่าน ท่านให้ใครไปนั่งเป็นทนาย ท่านประธานอาจจะมี ทนายความส่วนตัว แต่ชาวบ้านไม่มีครับ และที่ผมบอกอย่างนี้ก็เพราะว่าทนายความที่ไปนั่ง ตามโรงพักกรุงเทพมหานคร ๓๕ ต่างจังหวัด ๑๑๕ ได้เงินมาประมาณ ๑,๐๐๐ บาท คำถาม ต่อไปอีกว่าแล้วการปฏิรูปของท่านทำไมต้องไปใช้ในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับแผนการปฏิรูป พันบาทให้ใครท่านประธานครับ สภาทนายความ ผมพยายามเปิดรัฐธรรมนูญอ่านรายมาตรา ไล่เลียงไปไม่เห็นเลยว่าสภาทนายความจะเป็นหน่วยงานรับงบประมาณแผ่นดินได้ตรงไหน นี่ผมยังไม่ได้ลงลึก ท่านประธานแล้วเงินที่จ่ายไปนี่คนละพัน วันละพันเดือนหนึ่งตกประมาณ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาทคูณด้วย ๑๕๐ เดือนละเท่าไรท่านเอางบประมาณตรงไหนไปให้ แล้วสภาทนายความรวยมากนักหรือถึงเป็นตัวแทนของรัฐบาลไปนั่งเป็นทนายความครับ ท่านอาจจะโต้แย้งจิรายุก็มันเป็นเรื่องของสังคมผมต้องช่วย อันนั้นก็เรื่องของสภาทนายความ ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ถ้าเอามาบรรจุไว้ในนี้ผมอับอายขายหน้าแทนกระทรวงยุติธรรม ท่านรัฐมนตรีไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้ยินท่านดูเรื่องนี้แล้วกันคืองบประมาณพวกนี้มันควรจะ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลักการบริหารไม่ต้องเอามาใส่ในแผนปฏิรูปอายเขา อายอ้ายจุก อ้ายแกละ อ้ายเปีย อ้ายโก๊ะ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อมาการปฏิรูปยุติธรรมคืออะไร เมื่อประชาชนยังไม่ได้รับความยุติธรรมนับประสาอะไรกับผู้พิพากษาท่านก็รู้ข่าวที่จังหวัดยะลา ผมพยายามจะค้นหาความยุติธรรมเชิญท่านผู้พิพากษามาชี้แจงในกรรมาธิการที่ผมนั่ง เป็นประธานอยู่ก็ปรากฏว่าไม่ให้ท่านมาก็เลยไม่รู้เลยว่าตกลงความยุติธรรมมันมีจริงไหม ที่ท่านบอกว่าโดนแทรกแซง โดนโน่น โดนนี่ ถ้าท่านเปิดกลไกที่ดีรัฐบาลต้องเป็นโต้โผ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเรียกผู้พิพากษา ตอนนี้ย้ายไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่แล้วท่านประธาน เรียกมาสอบถามว่ากระบวนการยุติธรรมที่ท่านจะปฏิรูปเขามีปัญหาอะไรบ้าง แล้วก็นำเข้าไป แก้ไขปัญหานี่คือวิธีการปฏิรูปอย่างแท้จริงอย่ามาแหกตากันบ่อย นอนไม่ค่อยหลับแล้วกัน ท่านประธานตามันค้างบ่อย ผมจะบอกท่านประธานต่อไปว่าการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม มันไม่ใช่แค่เพิ่มทนายความตามโรงพัก ๑๕๐ โรงพักแล้วเที่ยวมาอวดอ้างสรรพคุณว่าทำแล้ว ปฏิรูปยุติธรรม อายเขา ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีที่จังหวัดจันทบุรีอีก เป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ศาลมาชี้แจงคณะกรรมาธิการผมบอกว่า รปภ. ซึ่งเป็นองค์การทหารผ่านศึก จ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปเคารพธงชาติก็เลยพกพาอาวุธปืนขึ้นไปบัลลังก์แล้วก็ซัดกันนัวอย่างกับ ในหนัง กล้องวงจรปิดก็เห็น แล้วปฏิรูปอะไรผมจึงบอกว่านี่มันคือแหกตาระดับโลก ซึ่งทั่วโลก เขาก็มองว่าคนไทยโดนแหกตากันทุกวันเลย เดี๋ยว ๓ เดือนมาอีกแล้วคณะนี้ แล้วผมก็จะพูด อีกแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมบอกความยุติธรรมที่ทำให้พวกผมเห็นก็คือ ๑. สองมาตรฐานมีจริง ความอยุติธรรมมีจริง ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคิดแบบผม เรื่องต่อมา เรื่องของการพลังงาน ครม. อนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ปตท. บริษัทน้ำมันต่าง ๆ หันมาส่งเสริมน้ำมันที่เรียกกันว่าบี ๑๐ (B10) หรือบี ๒๐ (B20) อะไรประมาณนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ ราคาแก๊สเอ็นจีวี (NGV) เมื่อ ๕ ๖ ๗ ปีที่แล้วก่อนการปฏิวัติราคาอยู่ที่ประมาณ ๖-๗ บาท รถทั้งหมดที่ไปเติมน้ำมันกันที่เป็นรถขนส่ง ท่านจะเห็นถังใหญ่ ๆ ที่มันเรียงกัน เป็นตับข้าง ๆ ท่านประธานรู้ไหมว่าตำรวจจราจรเวลาเขาตั้งด่านตรวจควันดำ เวลารถพวกนี้ วิ่งเข้าเขาบอกว่าไปเลย ท่านรู้หรือไม่เพราะอะไร เพราะเขารู้ว่าแก๊สเอ็นจีวี (NGV) มันมีมลภาวะ เพียงแค่ ๐.๒ แต่ถ้าเป็นน้ำมันดีเซลกดเมื่อไรก็ควันดำเมื่อนั้น ถ้าพี่จ่าอารมณ์เสียเมื่อไร ก็กดคันเร่งควันดำโดนปรับแน่นอน คำถามก็คือว่ารัฐบาลเอาอย่างไรนี่หรือปฏิรูปพลังงาน ดูรายงานจาก ปตท. ในมือผมรวยเอา ๆ ใครนั่งเป็นรัฐมนตรีพลังงานบอกว่านั่งบนกองเงิน กองทอง แต่ผมไม่เชื่อท่านประธาน เพราะมีกองทุนนิติบุคคลไม่นิติบุคคลเยอะแยะมากมาย แต่ที่ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าตกลงท่านเอาอย่างไรกันแน่ รายงานทางวิทยาศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพครับบอกว่าการปฏิรูปพลังงานท่านบอกว่าทำโรงงานประหยัดพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรม จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ หม้อน้ำและระบบ ระบายความร้อนอะไรของท่าน โอ้โห อันนี้สมัยผมเรียนช่างกล ปวช. เขาก็พูดเรื่องพวกนี้ นี่ระดับประเทศเอาเรื่องปฏิรูปมายัดอยู่ในนี้เพื่อให้มันมีอะไร ๆ ท่านประธานครับ เขาเรียกกันว่าทำให้มันมีอะไร ๆ มันจะได้รู้ที่ฉันเรียกกันไปเป่านกหวีดปี๊ดป๊าดปฏิวัติแล้วก็ บอกว่าปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งมันจะได้สมบูรณ์เพราะว่ามันหนาหน่อย ท่านประธานที่เคารพ คนไทยทั้งประเทศเขาก็กินข้าวเขาก็พอเข้าใจ ที่ผมอยากจะบอกท่านประธานต่อไปก็คือ นโยบายพลังงานอยู่ดี ๆ ท่านไปส่งเสริมดีเซลอีกแล้ว ท่านประธานรู้ไหมครับตอนนี้รถบรรทุก ทั่วประเทศส่วนใหญ่ไปถอดระบบเอ็นจีวี (NGV) ออกครับ เพราะอะไรครับ ราคามันสูงขึ้นแตะ ๑๕ บาทต่อกิโลกรัม และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นอีก การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยหรือว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชดเชยราคาส่วนต่างให้เพียงแต่รถร่วม ขสมก. ขสมก. ที่วิ่ง ควันดำกันทั่วไปบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บอกว่าเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนกันไม่สามารถ ชดเชยได้มันก็เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ประเทศจีนท่านประธานครับสมัยก่อนเขาใช้น้ำมัน ดีเซลแบบนี้แบบเราบี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี (B) อะไรนี่ สุดท้ายก็ไปสนับสนุนเรื่องรถไฟฟ้า อีวี (EV) ก็คือเพียว (Pure) ไฟฟ้าเหมือนรถกอล์ฟ ก่อนหน้านั้นก็ลดระดับการใช้รถที่ใช้น้ำมัน ดีเซล แล้วก็ไปส่งเสริมการใช้เอ็นจีวี (NGV) บ้านเราไม่รู้ใครรวยท่านประธานครับ พอท่าน ไปใช้เอ็นจีวี (NGV) มาก ๆ ส่วนต่างมันน้อยหรือเปล่า จึงต้องไปให้ใช้น้ำมันดีเซลกันมาก วันอังคารที่แล้วเพิ่งพูดอีกนะ ครม. บอกแก้ปัญหาฝุ่นควันพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ด้วยการให้ ส่งเสริมน้ำมันดีเซล บี ๒๐ (B20) เอาเอ็นจีวี (NGV) ขับไปควันไม่มีเลย ไปดูรถคอนเทนเนอร์ (Container) ใหญ่ ๆ เวลาเราวิ่งตามบนถนนเส้นมอเตอร์เวย์ (Motorway) ถ้าเกิดท่านไปพัทยา ไปแหลมฉบังท่านจะเห็นที่มีท่อเหมือนแคปซูลใหญ่ ๆ เรียง ๆ ๘ ท่อ เพราะอะไรรู้ไหมครับ รัฐบาลไม่ได้จริงจังและจริงใจในการปฏิรูปเรื่องพลังงานอย่างแท้จริงเลย มีอยู่ยุคหนึ่งใคร ที่ขับรถในสภานี้เงินน้อยหน่อยจะมีหน้าที่ไปเปลี่ยนเป็นแก๊สเอ็นจีวี (NGV) ถังโดนัท (Donut) ถ้าแพงหน่อยเป็นโดนัท (Donut) เอาอะไหล่ออกแล้วก็เอาไปใส่ปรากฏว่ามันวิ่งได้ไม่ไกล วิ่งได้อยู่ประมาณสัก ๑๐๐-๒๐๐ กิโลเมตร เอาล่ะไม่ว่ากันครับ แต่ถ้ามันมีปั๊มเอ็นจีวี (NGV) ซึ่งวันนี้ทั้งประเทศไทยมีปั๊มเอ็นจีวี (NGV) มากมายครับ แต่รัฐบาลไม่ค่อยได้สนใจส่งเสริม ผมก็เลยพาลสงสัยว่านี่หรือครับคือแผนปฏิรูปพลังงานของท่าน ตกลงพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ถ้าเรารณรงค์วันนี้ทั้งประเทศเรามีแหล่งก๊าซโน่น นี่ นั่น มาจากหลายแหล่ง ทั้งแหล่งบงกช ทั้งแหล่งอะไรเยอะแยะมากมายเลยครับ คำถามก็คือท่านปฏิรูปจริงไหม ข้อสังเกตของผม และทีมงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยที่ทำแล้วออกมาพูดแบบนี้ ผมจะไม่ค่อยพูดบ่อยครับ แต่พูดเมื่อไรก็จะชี้แนะให้รัฐบาลได้โปรดนำไปคิดครับ วันดีคืนดีท่านแก้ปัญหาพืชผลราคา การเกษตรน้ำมันปาล์ม เอาล่ะตอน คสช. คนไม่ค่อยตรวจสอบพวกเดียวกับท่านเยอะ แต่ปรากฏว่าท่านไปให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตซื้อปาล์มจากภาคใต้แล้วเอามาขึ้นที่บางปะกงแล้วก็ ให้โรงไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้น้ำมันปาล์มใช้ปาล์มผลนั้นผลิตกระแสไฟฟ้า รถท่านประธานเป็น โรลส์รอยซ์ (Rolls Royce) ใช้เบนซินอยู่ดี ๆ ไปเติมแก๊ส ท่านประธานก็ต้องเปลี่ยนกล่อง เปลี่ยนอีซียู (ECU) เปลี่ยนระบบต่าง ๆ เหมือนกันครับเขาก็ลงทุนเหมือนกัน วันนี้รัฐบาล คสช. คราวที่แล้วท่านจ่ายเงินคืนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเกือบหมื่นล้านบาทหรือยัง แล้วเงินใครครับ เงินตาสี ตาสา ยายมา ยายมีบ้านเราทั้งนั้น ผมจึงบอกว่าการที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างน้อยวันนี้ ท่านพลเอก ประยุทธ์ ไม่สบายไม่ว่ากันท่านเป็นไข้ แต่ขออย่าให้เป็นโคโรนา (Corona) แล้วกัน ขอให้ท่านพักผ่อนเยอะ ๆ ผมอยากบอกท่านประธานก็คือเมื่อใดก็แล้วแต่ ถ้าท่านบอกปฏิรูปเรื่องพลังงานแล้วท่านทำแบบนี้ผมว่าท่านแหกตาอีกแล้ว คือท่านเขียน พี่น้องประชาชนฟังนะครับ ด้านการพลังงานที่เราได้มีการปฏิรูปก็คือโรงงานประหยัดพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานและอุตสาหกรรมจัดทำ อาทิเพิ่มประสิทธิภาพหม้อน้ำและระบบ ระบายความร้อนเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไอน้ำสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลและจัดทำแนวทาง ในการผลักดันใช้มาตรฐานประสิทธิภาพโรงงานอุตสาหกรรม ในภาคอุตสาหกรรมภายใต้ ปีงบประมาณ ๒๕๖๒ จากกองทุนพลังงานอนุรักษ์ กิจกรรมนี้ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีมาตรฐาน และประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน โอ้โห กล้าเขียนนะกล้าเขียน ท่านประธานที่เคารพครับ คือดูแล้วไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมและเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารทั้งสิ้น นี่ล่ะครับปัญญาของรัฐบาล ทำได้แค่นี้หรือ แผนปฏิรูปประเทศที่พวกเราฝากความหวัง ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีและผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นะครับ ผมเข้าใจครับ เวลานั่งประธานกรรมาธิการทีไร เจ้าหน้าที่มาชี้แจงก็กระอักกระอ่วนใจ อยากจะพูด อยากจะด่ารัฐมนตรีใจจะขาด แต่พูดไม่ได้ ผมก็บอกพูดไม่ได้ก็เขียนกระดาษมาฟุตโน้ต (Footnote) มา มีมาบ้างครับ หลายหน่วยงาน หลายกระทรวง ผมจึงบอกว่าการปฏิรูปประเทศที่ท่านต้องมารายงานทุก ๓ เดือนมันทำให้ ท่านมีปัญหา ถ้าเป็นไปได้ขยายไป ๖ เดือนท่านประธานครับ ๖ เดือนค่อยมาทีหนึ่ง ๓ เดือน มันทำอะไรไม่เห็นหรอก แต่ ๖ เดือนถ้ามาแล้วท่านต้องมีความจริงและที่มันเห็นเป็นรูปธรรม ๑ บวก ๑ ต้องได้ ๒ ไม่ใช่ ๑ บวก ๑ ได้ ๘ ถามบอกเป็นอย่างไร บวกผิด ตลก ล้อเล่น ไม่ได้ครับ อันนี้ผมยังไม่ลงรายละเอียดเรื่อง ป.ป.ช. อีกนะท่านประธานครับ ตามระเบียบ ความโปร่งใส ประเมินคุณธรรม ยกระดับ พูดเองเออเอง ส่องกระจกแล้วบอกคนในกระจกหล่อ ผมก็พูดได้ ส่องกระจกบอกคนในกระจกหล่อ รัฐบาลทำแบบนี้อย่างไรครับเศรษฐกิจมันถึงได้ ดิ่งเอา ๆ คุณภาพชีวิตของประชาชนมันถึงได้ย่ำแย่เอาจนทุกวันนี้ท่านประธานครับ ป.ป.ช. เรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไหนบอกว่าปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ประเทศนี้ แก้ไข คสช. เข้ามาเพื่อปราบทุจริต รัฐบาลชุดใหม่ของ พลเอก ประยุทธ์ จะปราบทุจริต เมื่อวานนี้เป็นอย่างไร จัดอันดับการทุจริตระดับประเทศ ไทยแลนด์ (Thailand) ตกอีกแล้ว ไหนล่ะครับปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งและปฏิรูปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ท่านประธาน ที่เคารพ สรุปใจความจริง ๆ แล้วท่านปฏิรูปหนาตึ้บ เยอะมาก แต่อ่านแล้วเหมือนสมัยผมเรียน ปริญญาตรี นักศึกษาทำวิจัย ไปทำมาจะทำอะไรบ้าง ทำสวอต (SWOT) มาสิ ทำวัตถุประสงค์ ตามสมมุติฐานสิ แล้วก็เขียนข้างหลังบอกว่า กำลังศึกษา ประทานโทษท่านประธานที่เคารพ มันผ่านมาปีกว่าแล้ว บางอันยังบอกกำลังศึกษา ส่งไปให้หน่วยงานกำลังดำเนินการ ผมจึง ฝากพี่น้องประชาชนอย่างนี้ครับว่ารัฐบาลชุดนี้ ๑. ไม่ได้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ในการปฏิรูปอย่างแท้จริง นี่ยังไม่ได้พูดเรื่องปฏิรูปตำรวจครับ เพราะว่าตอนนี้หลวงพี่บิ๊กโจ๊ก ก็บวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย นี่ยังไม่ได้พูดวิธีการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานอื่น ๆ อีกเยอะแยะ มากมาย เพราะฉะนั้นผมจึงฝากท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ท่านช่วยกรุณาฟุตโน้ต (Footnote) และถอดคำพูดผมส่งไปยังนายกรัฐมนตรี ส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่ผมพูดแค่ยุติธรรม กับพลังงานเท่านั้นนะครับ ยังไม่ได้เลยเถิดไปถึงเรื่องการศึกษา เรื่องเศรษฐกิจและสังคม นี่ท่านกำลังจะแจกสตางค์ให้ฝรั่งเที่ยวฟรีอยู่ด้วยนะครับ ไม่เป็นอะไรครับ ช่วงนี้เป็นเรื่องของ โคโรนา (Corona) เรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จึงฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี ผ่านทางเจ้าหน้าที่และผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นะครับ เรื่องบางเรื่องฝ่ายค้านได้โปรด แนะนำท่านไปแล้วก็เป็นข้อมูลที่เป็นความจริงแล้วก็เป็นประโยชน์ จึงขอฝากท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคารม และตามด้วยอาจารย์กนกนะครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม ๗ นาทีสั้น ๆ เป็นครั้งแรกที่ผมอภิปราย แผนปฏิรูปประเทศ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนแผนการปฏิรูปประเทศ เขียนเรื่องการปฏิรูปประเทศไว้ในมาตรา ๒๕๗ ๓ วงเล็บนี้เน้นเรื่องความเหลื่อมล้ำต้องลดลง ผมได้มาอ่านรายงานแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าไม่มีความจริงใจของรัฐบาล ซึ่งนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลยแม้แต่นิดเดียว ผมจะขอพูดสัก ๓ เรื่องสั้น ๆ เนื่องจากเวลาจำกัด

เรื่องแรก ผมอยากเรียนว่าด้านสังคมที่ท่านขยายเรื่องคนทำงานคือ พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญ ให้ข้าราชการทำงานถึงอายุ ๖๓ ปี ผมเรียนครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่าน ไม่ได้มองเรื่องคนว่างงาน นักศึกษาว่างงานถึง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน ท่านไม่ได้มองเลย ท่านกำหนดขึ้นมา ข้าราชการตุลาการเกษียณอายุ ๗๐ ปี อัยการเกษียณอายุ ๖๕ ปี ถามว่า เจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการอายุ ๖๓ ปีแข็งแรงไหม แข็งแรง ทำงานได้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมนี้ ข้าราชการทุกหน่วยครับ แต่ท่านเอานักศึกษาที่ว่างงานไปไว้ที่ไหน นี่คือความไม่ประสีประสา ผมต้องใช้คำพูดนี้เลยว่า ในการบริหารประเทศไม่ได้มีความรอบคอบในการที่จะให้ประเทศมันสมดุล นี่คือเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ขณะนี้แผนปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ ในเรื่องของการตั้งคณะกรรมการลดความเหลื่อมล้ำ ร่างกฎหมายก็ยังไม่มี นี่คือเรื่องที่บอกชัดว่าเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาปิดล็อกตัวเองเพื่อจะบอก ว่าถ้ามีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งเต็มรูปทำไม่ได้ก็จะมีปัญหาโดยมี ส.ว. เป็นคนที่จะมาให้ รัฐบาลนี้มาจากการเหลื่อมล้ำรัฐบาลที่มาจากประชาชนเลือกเข้ามาแล้วแก้ปัญหาไม่ได้ก็มา ทำรัฐบาลเลือกตั้งไปไม่ได้ แต่เรื่องใหญ่กว่านั้นเป็นเรื่องที่ผมพอที่จะพูดได้ลึกซึ้งคือเรื่องแก้ไข วิ. แพ่ง ท่านหยิบเข้ามาเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ ท่านแก้ไขอะไรรู้ไหมครับ ท่านแก้ไข เรื่องการไกล่เกลี่ย ผมมีข้อมูลพอสมควรว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่แก้ไข เรื่องไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องเรื่องนี้มีนัยครับ กฎหมายตัวนี้ฉบับนี้เป็นเรื่องที่แก้มาเอื้อประโยชน์ กับนายทุน ท่านประธานฟังผมดี ๆ ครับ คดีทุกวันนี้การไกล่เกลี่ยมีอยู่แล้วโดยศาล มีอยู่แล้ว โดยธรรมชาติ การไกล่เกลี่ยในศาลทุกวันนี้ผมเข้าไปเกี่ยวข้องมีเวลาก็ยังว่าความอยู่บ้าง โดยไม่เสียเวลาของสภา การไกล่เกลี่ยคนที่ตกเป็นรองคือประชาชนที่ไม่มีความรู้ไม่มีทนาย นักธุรกิจสถาบันการเงินได้เปรียบทุกประตู การไกล่เกลี่ยเพื่อบอกว่าให้คดีจบรวดเร็ว จริง ๆ เรื่องนี้เป็นการฟอกคดี เป็นการเอาดอกเบี้ยที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบมาทำในสัญญายอมเข้าสู่ระบบ ข้าราชการที่มีปัญหาเรื่องการเงินเยอะมากที่ไม่ใช่ว่าจะมีความรู้ทางกฎหมายไกล่เกลี่ยเสร็จ อุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ โดยเฉพาะคดีที่เป็นเจ้าหนี้เป็นสถาบันการเงินชาวบ้านเสียเปรียบทุกประตู เพราะอะไรครับ เพราะเหตุว่าเมื่อท่านไกล่เกลี่ยแล้วคดีไม่ไปถึงไหนท่านก็บังคับคดี ผมพูด มาแล้วในสภา อภิปรายมาแล้วตอนที่ญัตติเรื่องแก้ วิ. แพ่งเข้ามา ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นคดีไฟแนนซ์ (Finance) คดีกู้ยืมที่คนมีเงินเข้าไปตั้งบริษัทให้กู้ เวลาที่เขาปล่อย ดอกเบี้ยเงินกู้เขาก็มีวิธีการทำ สุดท้ายเขาก็มีการผิดนัดบังคับคดีก็ฟ้องร้อง ท่านประธาน รู้ไหมครับเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ใช้กระบวนการยุติธรรมมาบีบประชาชน ผมจึงไม่เห็นด้วย กฎหมายตัวนี้มาใส่ในกฎหมายปฏิรูปแล้วเขียนอย่างนี้คือเอื้อนายทุน นายทุนจากประเทศจีน มาตั้งบริษัท ไฟแนนซ์ (Finance) ไม่ผิดกฎหมายตั้งได้ถือหุ้นไม่เกิน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ลูกหนี้ ผิดนัดชาวบ้านผิดนัดฟ้องร้องเขา บีบเขาด้วยการไกล่เกลี่ยจะมีประชาชนสักกี่คนที่มีความรู้ ข้าราชการเยอะแยะ ข้าราชการมากมายที่ไม่มีความรู้เป็นเหยื่อ เพียงแต่เงินเดือนข้าราชการ มันอายัดไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ถ้ามีทรัพย์สินเขายึดได้ พอยึดได้ที่ดินที่อยู่ต่างจังหวัดใครยึดได้ เจ้าหนี้ยึดได้ นายทุนนอกยึดได้เขาถือครองหมดครับ บ้านเมืองมันจะไปได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องความเหลื่อมล้ำ นี่คือการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อนายทุน ยังมีคดีอาญาอีก ผมอ่านเมื่อสักครู่เห็นในกฎหมายปฏิรูปประเทศท่านให้ยอมรับคำพิพากษาของต่างประเทศด้วย ผมจะยกตัวอย่างครับ ขณะนี้มีชาวจีนมาฉ้อโกงมาทำระบบธุรกิจแล้วก็หลอกเอาเงินคนไทย เยอะแยะมากมายโอนเงินไปต่างประเทศ ถามว่าท่านตามไปยึดทรัพย์ต่างประเทศได้ไหม ท่านประธานครับ เป็นไปไม่ได้ ผมยังไม่เคยเห็นกฎหมายที่เราจะตามไปยึดทรัพย์ต่างประเทศได้ แต่กฎหมายของรัฐบาลชุดที่จะออกมานี้ยอมรับคำพิพากษาต่างประเทศ อันนี้คณะกรรมการ ปฏิรูปต้องตอบผมครับ ท่านเขียนขึ้นมาอย่างนี้ท่านมีเจตนาอย่างไร และต้องตอบผมด้วยว่า เรื่องไกล่เกลี่ยบีบลูกหนี้บีบชาวบ้านตายอย่างเดียว ท่านเขียนมาเพื่อเอาความเลวมาบั่นทอน ความยุติธรรมถูกต้องไหม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ้าเป็นการอภิปรายเรื่องนี้รัฐบาลต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลนี้มีหลายประเด็นมากที่เอื้อนายทุน ยังมาเขียนให้ชัดเจนให้คนเห็นว่าท่านนี้เอื้อชัดเจน ขึ้นทุกวัน ทั้ง ๆ ที่ท่านบอกว่าท่านปฏิรูปประเทศ ผมก็ถามว่านี้คือการปฏิรูปประเทศแบบไหน เราต้องเรียนว่าถ้าเมื่อไรความเหลื่อมล้ำมันไม่ตอบโจทย์ ท่านอยู่ไม่ได้หรอกครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอาจารย์กนกครับ

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะอภิปรายผมอยากขออนุญาต เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมการปฏิรูปแต่ละด้านและฝ่ายเลขานุการว่า ที่ท่านได้ฟังมาโดยตลอดนี้ขอให้ท่านได้โปรดรับฟังเสียงที่อยู่ในสภาแห่งนี้จาก ส.ส. ที่อภิปราย มาทั้งหมดนี้ แต่ละท่านนี้คือเสียงที่สะท้อนความต้องการที่อยากจะเห็นแผนปฏิรูปประเทศ ตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชน ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนยากคนจน เกษตรกรซึ่งมีกว่า ๓๐ ล้านคนในประเทศแห่งนี้ นี่คือเสียงที่แท้จริงครับที่เรา อยากจะบอกกับท่าน เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่าท่านอย่าคิดว่านี่คือเสียงบ่นของสภา หรือ ส.ส. แต่ขอให้ท่านได้เปิดใจที่จะรับฟังแล้วก็มองว่า

๑. ปัญหาของประชาชนในปัจจุบันวันนี้คืออะไร ตอนที่ท่านทำแผนปฏิรูป ปัญหาของประชาชนมันยังไม่เป็นเหมือนกับวันนี้

๒. ขอความกรุณาท่านเปิดใจที่จะปรับแผนปฏิรูปของท่านตามโจทย์ของ ประชาชนที่ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ได้อภิปรายกับท่าน ผมขอตั้งกติกา ๒ ข้อนี้กับท่าน

ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตเข้าสู่รายละเอียด เรื่องที่ ๑ ที่ผมขอพูด ในวันนี้คือสถานะของการปฏิบัติแผนการปฏิรูปประเทศ จนถึงวันนี้กิจกรรมที่ทำแล้วเสร็จ มี ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นไปตามแผน ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ล่าช้ากว่าแผน ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ปรับปรุง อีก ๓ เปอร์เซ็นต์ สรุปง่าย ๆ คือเราช้าไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ประเด็นที่สำคัญที่ผมต้องถาม ก็คือว่าความล่าช้าของการปฏิบัติแผนปฏิรูปนี้ท่านจะแก้อย่างไร เพราะว่ามันช้าแล้วครับ เมื่อท่านจะแก้อย่างไร ประเด็นในการแก้ที่ผมต้องถามท่านต่อมาก็คือว่า กิจกรรมที่ท่าน ทำเสร็จไปแล้วเป็นกิจกรรมที่สำคัญแค่ไหน และกิจกรรมที่ล่าช้าไปนั้นมีความสำคัญแค่ไหน โดยเฉพาะต่อพี่น้องประชาชน เพราะในสภาแห่งนี้ ส.ส. ทุกคนเราต้องการผลที่เกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อประชาชน อิมแพกต์ (Impact) ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศของเรานั่นคือสิ่งที่ สภาของเราต้องการ เพราะฉะนั้นผมก็หวังแต่เพียงอย่างเดียวว่าเรื่องที่ทำเสร็จแล้วจะเป็น เรื่องที่มีความสำคัญมาก แล้วก็เรื่องที่ยังทำไม่เสร็จจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญน้อย แต่ถ้า มันกลับกันครับ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ที่พยายามจะร้อยเรียงให้เห็นแนวคิดของสภาแห่งนี้ ขอพูดถึงกฎหมายภายใต้แผนการปฏิรูป เป็นแนวนะครับ กฎหมายที่ต้องปฏิรูปภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศนี้มีทั้งหมด ๒๑๖ ฉบับ ทำเสร็จไปแล้ว ๔๘ ฉบับ ท่านประธานครับ คำถามที่เกิดขึ้นก็คือกฎหมายแต่ละฉบับที่จะต้อง แก้นั้นมันมีอิมแพกต์ (Impact) ต่อการปฏิรูปแค่ไหน ท่านบอกเราแค่แต่เพียงว่า ๒๑๖ ฉบับ แต่เราไม่รู้เนื้อหาข้างใน แล้วพอถึงวันจะต้องออกกฎหมายจริงก็มาในสภาแห่งนี้อีกละครับ ทำไมท่านไม่บอกเราว่า ๒๑๖ ฉบับนั้น แนวคิดของการแก้ไขกฎหมายเป็นอย่างไร เนื้อหาสำคัญ คืออะไร และเราจะแก้กับคนกลุ่มไหน เราจะแก้กับพื้นที่ไหนของประเทศ อย่างนี้เป็นต้นครับ แล้วที่สำคัญในกฎหมาย ๒๑๖ ฉบับนี้ ฉบับไหนสำคัญกว่ากัน ไม่ใช่ท่านทำตามเรียงหน้ากระดาน ประธานปฏิรูปด้านไหนขยันก็ทำมาก ไม่ขยันหรือมีปัญหาอุปสรรคก็ทำได้น้อย มันไม่ควรจะ ปล่อยให้เกิดแบบนั้น มันควรจะต้องมียุทธศาสตร์ในการทำงานของท่านกันเอง หมายความว่า ในการรายงานนั้นเราไม่ต้องการรายงานแค่แต่เพียงว่ากฎหมายเสร็จ หรือไม่เสร็จกี่ฉบับ แต่เราต้องการทราบว่ากฎหมายที่ทำเสร็จนั้นมันมีอิมแพกต์ (Impact) ต่อประเทศของเรา อย่างไร ตัวอย่างเช่นกฎหมายในเรื่องของการปฏิรูประบบราชการ ถ้าจะทำให้เกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อระบบราชการ เช่น มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส มีความเป็นธรรม ให้บริการประชาชนได้มากขึ้น มีกฎหมาย อะไรบ้าง ท่านมารายงานต่อสภาแห่งนี้สิครับ เราจะได้ช่วยท่านคิดด้วย นั่นหมายความว่า เราควรจะปฏิรูปในเรื่องที่มีอิมแพกต์ (Impact) สูงในการขับเคลื่อนประเทศ ในการแก้ไข ปัญหาของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ยกตัวอย่างลงไปเป็นรูปธรรม ในด้านกฎหมาย เรามีกฎหมาย โครงการที่ท่านบอกว่าจะเร่งรัดในรายงานนี้ บอกว่าเราจะแก้กฎหมายที่เป็น ภาระ ที่สร้างภาระและก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน ผมไม่ทราบ กฎหมายอะไรที่ท่านจะแก้ แต่ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อภิปรายเรื่องงบประมาณ ของประเทศ ผมบอกท่านเลย ๒ ฉบับที่ต้องแก้ครับ ฉบับแรกคือ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ถ้าถาม ส.ส. ในสภาแห่งนี้ทุกคนยกมือกันทุกคนล่ะครับ เราอยากจะให้แก้อันนี้ และเราผ่านมาแล้วในการพิจารณางบประมาณที่ผ่านมา ฉบับที่ ๒ คือ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ผมมีคำถามกับท่าน ๒ ฉบับนี้ท่านจะแก้ไหมครับ ถ้าท่านตอบวันนี้ว่าไม่แก้ ผมคิดว่าเราก็คงจะต้องพูดกันยาว ถ้าท่านบอกว่าจะแก้ ท่านจะแก้ เรื่องอะไรครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่การปฏิรูปประเทศเดินไม่ได้ถ้า พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ ไม่ได้รับการแก้ไขครับ ท่านไปถามผู้ว่าราชการจังหวัด ไปถามอธิบดี ไปถามผู้อำนวยการกอง ไปถามนายอำเภอ ไปถามนายก อบต. เขาทำงานไม่ได้เพราะ ๒ ฉบับนี้ท่านประธานครับ แล้วถ้าท่านไม่แก้ท่านแก้อย่างอื่น สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีครับท่านประธาน นี่คือตัวอย่าง ทางด้านกฎหมายครับ

ในด้านการศึกษาท่านบอกว่ามีกฎหมายทั้งหมด ๖ ฉบับที่ต้องแก้ เสร็จแล้ว ๔ ฉบับ กฎกระทรวง ๑ ฉบับแก้เสร็จเรียบร้อยแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือแก้เกือบหมดแล้ว แต่วันนี้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้อภิปรายกันเยอะมากกว่ากฎหมายที่ท่านแก้ไปแล้วไม่ได้มีผลที่จะ ทำให้คุณภาพการเรียนการสอนดีขึ้น ไม่ได้ทำให้คุณภาพนักเรียนดีขึ้น ไม่ได้ทำให้ครูมีชีวิต ที่มีความสุขและมีรอยยิ้มที่จะทำงานให้กับนักเรียนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้คำถามก็คือว่ากฎหมาย ที่ท่านแก้ไปนั้นมันเป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่ นั่นหมายความว่าเราต้องการ ให้การปฏิรูปประเทศ การแก้กฎหมายเกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อประชาชน เกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อบุคคลที่จะได้รับผลประโยชน์ เช่น ในการศึกษาเราต้องการให้นักเรียนได้รับ ประโยชน์จากการแก้กฎหมายนี้ครับ ไม่ใช่ให้ผู้อำนวยการสำนักสะดวกในการบริหารราชการ ไม่ใช่ให้ ผอ. โรงเรียนมีความสะดวกในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เราต้องการให้นักเรียนได้รับ ผลประโยชน์ครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ผมจึงคิดว่าประเด็นที่ผมบอกว่า กฎหมายที่ต้องแก้ไขนั้นเป็นเรื่องที่ต้องดูให้ลึกลงไปมากกว่านั้น

ในด้านพลังงานครับท่านประธาน ในด้านพลังงานท่านบอกว่ามีกฎหมาย ที่จะต้องแก้ ๕ ฉบับ ยังทำไม่เสร็จเลยครับ แล้วก็มีกฎกระทรวง ๑๑ ฉบับ ก็ยังทำไม่ได้เลย กฎหมาย ๕ ฉบับผมถามว่ามีเรื่องอะไรบ้าง กฎกระทรวง ๑๑ ฉบับ ผมถามว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เพื่อที่ว่าถ้าเราทราบพอกฎหมายเหล่านั้นเข้ามาสู่สภา สภาแห่งนี้ก็จะนึกได้ล่วงหน้าว่า อันนี้อยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศ เราจะได้ช่วยกันผลักดันให้เกิดประโยชน์ขึ้น แต่ถ้าท่าน บอกเราว่าเรื่องนี้ติดเรื่องนี้แล้วประชาชนไม่ได้รับประโยชน์เราก็จะได้บอกเลยว่ากฎหมายนี้ อย่าเสนอเข้ามาในสภาครับ ท่านไปแก้ไขใหม่เพราะว่ากฎหมายพลังงานนี้ไม่เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ตัวอย่างที่ชัดเจนครับท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้บอกว่าให้เร่งรัด ให้ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถ้าพูดในหลักการควรจะส่งเสริมครับ แต่อันนั้น เป็นระยะกลางกับระยะยาว ในระยะสั้นที่พี่น้องประชาชนของเราเดือดร้อนวันนี้เพราะว่า รายได้น้อย หนี้มาก มองไม่เห็นอนาคตว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร เพราะฉะนั้นค่าครองชีพที่ถูกลง สำคัญมากครับ ทำไมคณะกรรมการปฏิรูปในด้านพลังงานจึงไม่เร่งรัดในการปรับสัดส่วนของ พลังงานไฟฟ้าในแผนการผลิตพลังงานแห่งชาติกระทรวงพลังงานท่านไม่บอกเขาล่ะครับว่า แก้ใหม่เถอะ พลังงานที่มีแผนแบบนี้มีสัดส่วนว่าพลังงานไฟฟ้าผลิตจากอะไรเท่าไรนั้นมันแพง เกินไป ลดลงไปอีกหน่วยละ ๕๐ สตางค์ได้หรือไม่ อย่างนี้ที่สภาอยากเห็นและสภาพร้อมที่จะ สนับสนุนท่าน นั่นหมายความว่าเราอยากเห็นการปฏิรูปพลังงานที่นำไปสู่การลดค่าครองชีพ ของพี่น้องประชาชน ไปลดต้นทุนทางด้านธุรกิจที่จะทำให้เราแข่งขันได้ อย่างนี้เป็นต้น นั่นหมายความว่าสถานการณ์การปฏิรูปประเทศในแต่ละช่วงเวลานั้นมันเปลี่ยนไปตลอดเวลา ครับท่านประธาน นั่นก็หมายความว่าจำเป็นจะต้องปรับครับ ไม่ใช่บอกว่าวางเป้าไว้แบบนี้ก็เดินตามหน้าไป ดูเอกสารไป ไม่หันมาดูความเป็นจริงของพี่น้องประชาชนเลย ถ้าแบบนี้ผมคิดว่าเราคงจะต้อง พูดกันยาวมากกว่านี้แล้วครับท่านประธาน นั่นก็หมายความว่ากฎหมายทั้ง ๑๓ ด้านนี่ครับ ซึ่งจะต้องทำอีกทั้งหมด ๑๙๘ ฉบับ ผมอยากจะขอให้ฝ่ายเลขานุการกรุณาเรียงเลยได้ไหม ประชุมกรรมการทั้ง ๖ ด้านแล้วเรียงเลยว่าเรื่องไหนสำคัญ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ จนถึงอันดับที่ ๑๙๘ แล้วส่งให้กับสภา แล้วมาอธิบายกับสภาว่า ๑๐ เรื่องนี้เร่งด่วนขอฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลร่วมกัน แก้ไขเลยได้ไหมครับเพราะพี่น้องประชาชนลำบาก ผมคิดว่าวันนี้ถ้าทำอย่างนี้ปฏิรูปประเทศ เดินไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นการที่จะบริหารแผนปฏิรูปประเทศก็ต้องมียุทธศาสตร์ ด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ จากตัวอย่างทั้ง ๓ เรื่องนี้ท่านพอจะเห็นภาพแล้วผมอยาก ขอเสนอว่าขอให้คณะกรรมการที่รับผิดชอบนำเสนอรายงานกิจกรรมที่ให้อิมแพกต์ (Impact) สูงต่อสภา รายละเอียดปลีกย่อยเราเชื่อใจท่าน ท่านไม่ต้องรายงานก็ได้แต่ขอเอาเรื่องใหญ่ ๆ กระทบประชาชนจริงเช่นทำเรื่องนี้แล้วคนไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าทำเรื่องนี้แล้วค่าครองชีพจะลดลงเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าทำแบบนี้แล้วประชาชนติดต่อ ราชการ ๓ ชั่วโมงเสร็จอย่างนี้ครับท่านมารายงานแล้วพวกเราก็ช่วยกันทำหน้าที่ให้เกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่าเกณฑ์การที่จะปฏิรูปประเทศผมขออนุญาตเสนอ ๓ ประเด็นหลัก

เรื่องแรก คือเรื่องประสิทธิภาพความโปร่งใสความเป็นธรรมทางสังคม คุณภาพ และความทั่วถึงที่จะให้บริการกับประชาชนพูดง่าย ๆ คือทำให้ประชาชนมีรอยยิ้ม ทำให้ การปฏิรูปเป็นแผนปฏิรูปที่มีรอยยิ้มของประชาชนเป็นเลเบิล (Label) อยู่ข้างหน้าครับ

เรื่องที่ ๒ ปฏิรูปเพื่อให้สามารถแข่งขันของประเทศสูงขึ้น

เรื่องที่ ๓ ปฏิรูปเพื่อให้เราสามารถปรับประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะในประเทศ ในภูมิภาคหรือในโลก ผมว่า ๓ เกณฑ์ตรงนี้ อันนี้ตรงไปตรงมา เป็นหลักวิชาเบื้องต้นท่านเอาไปใช้เถอะครับและที่สำคัญ ๓ เกณฑ์นี้ขอให้เป็นเกณฑ์ที่มุ่งไปสู่ ประโยชน์ที่เกิดกับประชาชนครับ นั่นคือข้อสังเกตในประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะพูดถึง

ประการที่ ๒ ความสำคัญของแผนปฏิรูปเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฝ่ายเลขานุการได้รายงานนี้ต่อคณะรัฐมนตรีท่านประธานครับผมอยากเสนอว่าคณะรัฐมนตรี มีความเห็นอย่างไรต่อรายงานฉบับนี้ สภาอยากทราบจริง ๆ ฉะนั้นขอให้การรายงานครั้งหน้า ท่านบอกด้วยว่าคณะรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างไรต่อรายงานนี้ ถ้าคณะรัฐมนตรีบอกว่า รับทราบเฉย ๆ เราก็จะได้รู้ว่าแผนปฏิรูปก็แค่รับทราบไม่มีความเห็นอะไรเลย สภาพูดมา ไม่รู้กี่ชั่วโมงคณะรัฐมนตรีบอกว่ารับทราบครับ แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีบอกว่าต้องแก้ ๑ ๒ ๓ แล้วเอาเรื่องนี้มาบอกสภา สภาก็จะได้บอกว่า ๑ ๒ ๓ ของ ครม. นั้นเราเห็นอย่างไรและ ถ้าเราเห็นตรงกันเราช่วยกันเลยครับ ถ้าเราเห็นต่างเราก็จะได้ฟีดแบก (Feedback) กันได้ ถ้าเป็นแบบนี้แผนปฏิรูปจะเป็นประโยชน์ครับ อย่าให้การที่มารายงานต่อสภานี้เป็นเพียง พิธีกรรมหนึ่งในระบบรัฐสภาที่จะต้องทำเถอะครับ เราก็เบื่อที่จะทำหน้าที่แบบนั้นเพราะว่า เราไม่ใช่เจ้าพิธีครับ แต่เราต้องการเนื้อหาสาระที่จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองถ้าท่านย้อนกลับไปดู พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติบอกว่ายุทธศาสตร์ชาติ สำคัญอย่างยิ่งบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญพวกเราคัดค้าน แต่ไม่เป็นอะไรเมื่อผ่านแล้วก็เอาสำคัญ ใน พ.ร.บ. งบประมาณบอกต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติแสดงว่าโครงสร้างที่บอกมานี้ สำคัญเหลือเกินแต่พฤติกรรมที่ปรากฏออกมาผมไม่ค่อยแน่ใจว่าการปฏิรูปประเทศสำคัญจริง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ในภาคปฏิบัติเป็นเรื่องจริงครับท่านประธาน ผมต้องการถามจริง ๆ ท่านถามใจท่านดูท่านประธานว่าแผนปฏิรูปที่ท่านทำมาอยู่ทุกวันนี้ด้วยความเหนื่อยและ ยากลำบากนั้นมันมีความสำคัญจริงหรือไม่ ตรงนี้ท่านถามใจของท่าน ผมเชื่อใจของท่านว่า ท่านบริสุทธิ์และต้องการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติเหมือนกับพวกเรา เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับประเด็นข้อสุดท้ายเป็นข้อเสนอแนะครับท่านประธาน

ข้อเสนอแนะผมอยากขอให้ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติแผนนี้ให้ทำเอ็กเซกคูทีฟ ซัมแมรี (Executive summary) ที่จะ บอกสาระสำคัญเหมือนกับที่ผมได้อภิปรายไปแล้วรายงานในความคืบหน้าความก้าวหน้าของ การปฏิบัติแผนนี้ต่อสภาในครั้งหน้าเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอภิปราย เรื่องเหล่านี้สิครับ เราอยากฟังความเห็นของท่าน เราอยากได้รับข้อเสนอแนะจากท่าน ถ้าอย่างนี้การทำงานของเราก็จะร่วมมือกัน เราเป็นหุ้นส่วนกันครับ ท่านอย่าคิดว่าสภาแห่งนี้ เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับท่านครับ เรารักบ้านรักเมืองเหมือนกัน เรารักพี่น้องประชาชนของเรา เหมือนกันเช่นเดียวกันครับ ผมขออนุญาตฝากประเด็นสุดท้ายแล้วครับ มี ๔ เรื่อง

ข้อที่ ๑ ที่ท่านต้องตอบเป้าหมายคืออะไรครับ เป้าหมายของการปฏิรูป ในแต่ละเรื่องคืออะไรครับ

ข้อที่ ๒ ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ระบุให้ชัดครับ เอาเรื่องสำคัญ ๆ ที่มีอิมแพกต์ (Impact) สูงนะครับ

ข้อที่ ๓ เหตุผลที่มันเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายคือสำเร็จเกินเป้าหรือไม่สำเร็จ ตามเป้า มันเป็นอย่างไรครับ ช่องว่างมันอยู่ตรงไหนครับ

แล้วข้อสุดท้ายข้อเสนอแนะของท่านคืออะไรครับ ถ้าท่านมา ๔ ข้อแบบนี้ พวกผมก็จะให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์กับท่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองครับท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าทั้งหมดที่ผมอภิปรายนี้ผมต้องการให้ แผนปฏิรูปของเรามีความแม่นยำครับ วันนี้ประเทศของเราทรัพยากรจำกัด ถ้าเราไม่แม่นยำ เราสูญเปล่าครับท่านประธาน และความแม่นยำนี้ต้องการคนที่รู้จริง เข้าใจจริงแล้วก็กล้าจริง เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานครับ การปฏิบัติแผนและการรายงานขอให้มีความ แม่นยำและขอให้ท่านได้ใช้ภาวะผู้นำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของเรา ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกรรมการปฏิรูปประเทศมีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ 🔗

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้ให้ความเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์นะครับ กระผมขอเรียนอย่างนี้ว่าในประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้มีการอภิปรายในทุก ๆ ครั้งทางสำนักงานได้ทำการรวบรวมแล้วก็นำเสนอคณะรัฐมนตรีไว้ ให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาทุกครั้ง ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการแล้ว เดี๋ยวตรงส่วนนี้ทางสำนักงานจะรวบรวมความก้าวหน้าต่าง ๆ ที่เป็นความเห็นและข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกนำมารายงานท่านสมาชิกในครั้งต่อไป ทีนี้ในการรายงานความก้าวหน้า ทางการดำเนินการตามแผนปฏิรูปในทุก ๆ ครั้งมันเป็นการรายงานที่เรายึดตามแผนปฏิรูป ที่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอันนี้ในส่วนของความก้าวหน้าต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก ได้มีการตั้งประเด็นไว้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออะไรต่าง ๆ พวกนี้นะครับ ทางสำนักงานจะดึงออกมาแล้วก็ทำเป็นเอ็กเซกคูทีฟ ซัมแมรี (Executive summary) อย่างที่ท่านกนกได้เรียนเมื่อสักครู่แล้วก็จะดูว่าเรื่องสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ที่มีอิมแพกต์ (Impact) จะได้ดึงขึ้นมาแล้วก็นำมารายงาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ทุกท่านนะครับว่าขณะนี้ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทุกชุดอยู่ระหว่างการปรับปรุง แผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็เป็นไปตามความเห็นของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องการ ที่จะให้แผนปฏิรูปนี้มีผลในการปฏิรูปจริง ๆ เพราะฉะนั้นในแต่ละด้านก็จะดึงเอาประเด็น สำคัญ ขึ้นมาที่จะมีอิมแพกต์ (Impact) หรือมีนัยสำคัญต่อการปฏิรูปแล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนขึ้นมาทำเพื่อให้เกิดผลภายในปี ๒๕๖๕ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟัง ความคิดเห็นอยู่ ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นโอกาสที่ดีถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านจะกรุณาให้ วิสดอม (Wisdom) หรือให้ข้อคิดเห็นกับเราในเรื่องประเด็นสำคัญ ๆ ที่ควรจะต้องมีการ ดำเนินการในการปฏิรูปทางสำนักงานจะได้นำมาแล้วก็นำเรียนท่านกรรมการปฏิรูปประเทศ แต่ละคณะที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแล้วก็นำไปบรรจุไว้ในการดำเนินงานในครั้งต่อไปนะครับ

ซึ่งตรงนี้การปรับแผนการปฏิรูปประเทศที่เกิดขึ้นก็จะต้องมีการนำเสนอ รายงานให้กับทางรัฐสภาตามขั้นตอนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทางท่านสมาชิกก็จะมีโอกาส ได้มีการอภิปรายในส่วนของตัวแผนปฏิรูปฉบับใหม่ด้วยนะครับ ทีนี้ต้องเรียนตอบคำถาม ท่านสมาชิกที่ได้มีการถามไว้บางประการว่าในส่วนของตัวกฎหมายต่าง ๆ ที่ได้มีการเสนอไว้ ในแผนปฏิรูปประเทศเดิมประมาณ ๒๐๐ กว่าฉบับ ในคณะรัฐมนตรีเองก็ได้มีการพิจารณา แล้วว่าจริง ๆ จะต้องมีการปรับปรุงทบทวนใหม่ด้วย มันคงจะไม่ถึง ๒๐๐ กว่าฉบับอย่างที่ เสนอมาในครั้งแรก ซึ่งใน ๒๐๐ กว่าฉบับก็จะมีทั้งที่เป็นระดับพระราชบัญญัติ หรือว่าเป็นทั้งระดับกฎระเบียบ หรือว่าพระราชกฤษฎีกาต่าง ๆ อาจจะต้องมีการทบทวนทั้งหมด เพื่อให้การตรากฎหมาย ที่จะเกิดขึ้นในระยะถัดไปของการปฏิรูปประเทศเป็นกฎหมายที่เกิดอิมแพกต์ (Impact) แล้วก็เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ในส่วนของกฎหมายฉบับต่าง ๆ อย่างเช่น เรื่องของกฎหมายวิธีพิจารณาคดีจราจรพวกนี้ ก็เรียนอย่างนี้ว่าทางคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมได้มีการให้ทางสำนักงานศาลยุติธรรมยกร่างเรื่องนี้แล้ว แล้วก็มีการปรับปรุงและขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. เรื่องของการที่ยกร่างกฎหมาย ตามขั้นตอนกฎหมายก็คงจะอีกสักระยะหนึ่งที่พอรับฟัง ความคิดเห็นมาแล้วก็คงจะมีการปรับปรุง แล้วก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ในเรื่องของการจัดการที่ดินนี้สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีปัญหา มีข้อขัดข้อง ในการดำรงชีวิตก็ต้องเรียนว่าในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีการตรวจสอบสิทธิของประชาชนที่อยู่ในส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ พวกนี้ครับ ซึ่งการตรวจสอบสิทธิพวกนี้ก็ต้องใช้ระยะเวลาก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่งในการ ที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ในส่วนนี้กระผมขอเรียนว่าในการรายงานครั้งถัดไปนั้นก็จะนำเอา ข้อคิดเห็นของทุกท่าน ของท่านสมาชิกทุกท่านมาแล้วก็มีการปรับปรุงรายงานให้แสดงผล ของการปฏิรูปได้มากขึ้น แล้วก็แสดงถึงผลสำเร็จต่าง ๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรังสิมา เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือดิฉันนั่งฟังอยู่ว่าใครจะอภิปรายเกี่ยวกับทางด้านสาธารณสุขบ้าง แต่ดิฉันยังไม่ได้ยิน แล้วก็ทุกครั้งที่ท่านมารายงานความคืบหน้าดิฉันก็อ่านแต่ว่าดูแล้วไม่ค่อย คืบหน้าอะไรเลย นี่จะปีหนึ่งแล้วที่ดิฉันได้เข้ามารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดิฉัน ก็เป็นหนึ่งที่รับปากกับวิชาชีพทางด้านสาธารณสุขไม่ว่าจะไปทางไหน ขนาดไปงานท่านชัย ชิดชอบ เมื่อคืนวานซืนนี้ก็ได้เจอพวกพยาบาลเขามาร้องเรียนเยอะมากเลย ทีนี้ดิฉันเป็นห่วง ดิฉันก็อยากจะฝากท่าน ดิฉันเป็นห่วงว่าปฏิรูปไปปฏิรูปมายังไม่ทัน ๒๐ ปี พยาบาลลาออกหมด ดูแล้วตอนนี้พยาบาลก็เริ่มลาออกไปเรื่อย ๆ แล้วก็จะผลิตไม่ทัน ทีนี้ผลิตมากับคนเก่า ดิฉัน อยากจะให้รักษาคนเก่าเอาไว้ด้วย เพราะว่าต้องใช้ประสบการณ์ ไม่ใช่ว่าผลิตแต่จำนวน จำนวนก็ไม่พอ แล้วพยาบาลขวัญกำลังใจยิ่งตอนนี้มีโรคระบาดออกมา ทุกคนก็มีความกลัว แล้วขวัญกำลังใจก็ไม่มี เมื่อคืนท่านให้ดิฉันพูดแค่ ๕ นาที มันก็เลยอธิบายอะไรไม่ค่อยได้ ก็ยังตกไปหลายประเด็นที่ดิฉันจะเรียนท่านประธาน แต่วันนี้ดิฉันก็ขอบคุณท่านประธาน ที่ดิฉันได้พูดไปท่านได้ทำตามที่ดิฉันพูดดิฉันก็ดีใจแล้วเกี่ยวกับเรื่องขวัญกำลังใจนะคะ ดิฉันก็อยากจะฝากว่าท่านต้องเน้นเรื่องนี้ให้มาก ถ้าท่านไม่เน้นปฏิรูปเรื่องขวัญกำลังใจ เรื่องบุคลากร ต่อไปพยาบาลก็จะลาออกหมด ท่านช่วยปฏิรูปในกระทรวง เช่น สาธารณสุข บรรดาภรรยาผู้มีอำนาจทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับไหนก็แล้วแต่ที่มาช่วยราชการ ท่านล้างให้หมดทีได้ไหม คือให้เขาไปทำงาน ไม่ใช่เอาตำแหน่งเป็นภรรยาผู้หลักผู้ใหญ่ ทั้งหลายก็ไปกระจุกอยู่ในกระทรวงเต็มไปหมดเลยแล้วงานก็ไม่ค่อยได้ทำ แต่คนที่อยู่ ต่างจังหวัด อยู่ตามโรงพยาบาลอำเภอ สถานีอนามัยที่ต้องรับผิดชอบมาก ขนาดจะโอน จะย้ายก็ยังไม่ได้เลย ขนาดพื้นที่เก่า โรงพยาบาลเดิมให้ย้าย โรงพยาบาลใหม่รับ แต่ทางกระทรวงก็ไม่อนุมัติ เขาก็จะลาออก ดิฉัน ก็พยายามบอกว่าอย่าเพิ่งลาออกเดี๋ยวจะประสานให้ แต่มันก็ไม่ค่อยคืบหน้า เพราะฉะนั้น ดิฉันก็เป็นห่วงว่ากว่าท่านจะปฏิรูป ๒๐ ปีมันหมดก่อนค่ะ ท่านต้องเร่งหน่อยเพราะดูแล้ว เปิดตรงไหนก็ยังไม่เห็นทางด้านนี้เลย ทางด้านขวัญกำลังใจของบุคลากรทางด้านสาธารณสุข

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากคือเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ดิฉันก็ไปเดินเรื่องเองที่ ป.ป.ช. ไปถามความคืบหน้าอะไร คำตอบก็ไม่ได้รับ แล้วก็ถามว่าทำไมเรื่องมันตั้งนานแล้ว ทำไมไม่คืบหน้า บอกบุคลากรไม่มี แต่ว่าบุคลากรไม่มี ดิฉันก็ต้องฝากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะคะ ว่าเวลางบประมาณเขาเข้ามาทางสภา ก็ตัดงบเขาเยอะเหมือนกัน ของ ป.ป.ช. ดิฉันก็อยากให้เขาเพิ่มบุคลากร เพื่อที่จะไปปราบ พวกขี้โกงทั้งหลายให้มันหมดไปจากประเทศไทย แต่มันหมดยากนะคะ รู้สึกมันจะมีมากขึ้น เรื่อย ๆ เพราะดิฉันมองว่ามีการวิ่งเต้น ท่านต้องเอาจริงด้วย โดยเฉพาะคนที่รับผิดชอบ ทางด้านนี้ คนที่โดนคดีก็จะมีการวิ่งเต้นกัน โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่นก็มากที่ได้รับเลือก มาดูสิคะคดีทุจริตเยอะไปหมดเลย ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันก็ดีใจนะคะ คือที่ผ่านมานายก อบจ. ติดคุก และยังมีอีกหลายคนดิฉันอยากให้ติดคุกให้เป็นตัวอย่าง ใครโกงแผ่นดินต้องมีอันเป็นไป แต่ข้าราชการหน่วยงานมันไม่เคลื่อน ทำอย่างไรจะให้คดี ที่มันมีใน ป.ป.ช. มันล้างบางให้หมดไปเลย แล้วการเลือกตั้งจะได้คนดี ๆ เข้ามา ไม่อย่างนั้น พอวิ่งเต้นเสร็จกลับเข้าไปเป็นก็เข้าไปโกงอีก ก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ ประเทศไม่ได้รับการพัฒนา และไม่ได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะฝากคณะกรรมการที่ดำเนินการเกี่ยวกับ การปฏิรูปต้องเอาจริงแล้วก็ทำงานเชิงรุก ไม่ใช่พอ ๓ เดือนท่านก็มารายงานความคืบหน้า ดิฉันก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าเลย แต่มันต้องมารายงานตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ทำงานเชิงรุก ให้เห็นเป็นประจักษ์ ดิฉันก็จะขอชื่นชม ก็ขอฝาก ๒ ประเด็นนี้ ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเกียรติ ก่อนนะครับ เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คือผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมตั้งคำถาม ผมเป็นคนอภิปรายคนแรก ลองตั้งคำถาม ในเรื่องกระบวนการว่าท่านจะเอาข้อสังเกต ข้อแนะนำของสมาชิกสภานี้ไปเป็นส่วนหนึ่ง ของรายงานครั้งต่อไปหรือไม่ จริง ๆ ท่านรับปากผมแบบนี้มา ๒ ครั้งแล้ว ผมพูดครั้งแรก วันที่ ๒๖ มิถุนายน ครั้งนั้นท่านเลขาเป็นคนรับปากผมเองว่าจะเอาทั้งหมดที่ผมอภิปราย เรื่องสำคัญ ๆ ที่เป็นทุกข์ของชาวบ้านไม่อยู่ในเรื่องแผนปฏิรูปเลย เรื่องส่วนต่างดอกเบี้ย และเรื่องต้นทุนพลังงาน ท่านบอกท่านจะเอาไปรวม พอครั้งที่ ๒ ก็ไม่รวมครับ ครั้งที่ ๒ ผมอภิปรายวันที่ ๖ พฤศจิกายน เอาละผมพอเข้าใจได้ว่าท่านยังไม่รวมเพราะว่าคาบเวลา ของรายงานมันไม่เอื้อ แต่ทำไมครั้งนี้ไม่มีอีกแล้วครับ ผมก็ตั้งคำถามนี้ว่าทำไมถึงไม่มีอีกแล้ว และการที่ท่านไม่ใส่ข้อสังเกตของสมาชิกไปในรายงานและถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ ที่ควรจะไปดำเนินการ ทั้ง ๆ ที่ท่านรับปากและท่านบอกว่าท่านเห็นด้วย ท่านก็ไม่ปฏิบัติ ตามเจตนาของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ขอคำตอบชัด ๆ นะครับ คราวหน้าอีก ๓ เดือน ข้างหน้าผมได้รับรายงานจะมีเรื่องที่พวกเราทุกคนอภิปรายอยู่ในรายงานของท่านหรือไม่ ขอทราบง่าย ๆ แค่นี้ครับ เพราะท่านก็จะบอกทุกที ท่านบอกเดี๋ยวจะรับไป ๆ แต่ไม่ปรากฏ มันไม่เกิดขึ้น และผมทำหน้าที่อย่างไร ผมจะไปอธิบายประชาชนที่เขาเดือดร้อนอย่างไร ขอบคุณครับ ขอความชัดเจนครับ ขอให้ตอบเลยนะครับ เพราะผมรอคำตอบท่านตั้งแต่ ผมอภิปรายสิบโมงครึ่งตอนเช้าเพิ่งได้คำตอบเดี๋ยวนี้ครับ ขอให้ตอบเลยได้ไหมครับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดนะครับท่านประธาน เพราะไม่เช่นนั้นกระบวนการของเราไม่มี ความหมายอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรเลย และไม่เป็นไปตามเจตนาของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอท่านนิกร อีกสักท่าน แล้วท่านตอบก็ได้ครับ

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมตามประเด็นคำถาม ผมเป็นห่วงเรื่องปฏิรูปการเมืองก็จะขอถามซ้ำอีกครั้งว่ากรรมการ ขณะนี้มีสถานะอย่างไร กำลังจะมีหรือกำลังจะเลือกหรืออย่างไร หรือไม่มีเลยเป็นศูนย์มา ๒ ครั้งแล้วครับ ผมขอสอบถามครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกรรมการตอบครับ

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ

เรียนท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ผม ดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำหรับคำถามของท่านเกียรติ สิทธีอมร ขอเรียน อย่างนี้ว่าทุกครั้งที่ท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายแล้วมีประเด็น เราได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี ทุกครั้ง ๒ ครั้งที่ผ่านมานั้นเราได้นำเสนอแล้ว จริง ๆ ก็ต้องขออภัยด้วยที่ในครั้งนี้เราไม่ได้ มีการนำความก้าวหน้าในประเด็นที่ท่านให้ความเห็นไว้เอามาแสดงถึงความก้าวหน้าจริง ๆ เมื่อสักครู่ได้เรียนหารือกับท่านเลขาธิการ ท่านทศพรแล้วว่าในครั้งหน้าเดี๋ยวเราจะมีอีกเซ็กชัน (Section) หนึ่งแยกออกมาต่างหากว่าเป็นคำแนะนำที่ท่านสมาชิกได้ให้ไว้เป็นประเด็นสำคัญ ๆ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ไว้มีเรื่องอะไรบ้างแล้วได้มีการดำเนินการไปอย่างไร เพื่อที่ท่านสมาชิก จะได้ติดตามได้

ในส่วนที่ ๒ ที่ท่านนิกรได้ถามเมื่อสักครู่นะครับ ในสถานะของกรรมการปฏิรูป ด้านการเมืองขณะนี้มีกรรมการเหลืออยู่ประมาณ ๒ ท่าน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ยังทำงานอยู่ เพียงแต่ว่าการผลักดันคงจะเป็นการดำเนินการได้ไม่เต็มที่หนัก ในส่วนของตัวกรรมการ ที่มีการขาดหายไปในชุดต่าง ๆ ทั้ง ๑๑ คณะนี้ ก็ได้มีการนำเสนอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาแล้ว คงจะมีการพิจารณาแล้วก็อนุมัติทางกรรมการเพื่อเติมเข้าไปในชุดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ในลำดับต่อไป กระผมขออนุญาตชี้แจงครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอฝาก ข้อสังเกตของท่านเกียรติว่าข้อเสนอแนะ ข้อติติงขอให้จัดทำมาในคราวต่อไป ไม่เช่นนั้นแล้ว เดี๋ยวการประชุมจะยืดยาวกว่าครั้งนี้อีก เพราะว่าจะเป็นคำถามซ้ำ ๆ อยู่แล้วไม่ได้รับการ ตอบสนอง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองทั้งนั้นละครับ ขอบคุณมากครับ ท่านเกียรติ เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คือจริง ๆ ประเด็นของผมก็คือว่า กระบวนการของเราควรจะรวมข้อสังเกตของทุกคนครับ ไม่ใช่เฉพาะของผม ของผมมีเรื่อง ที่เป็นทุกข์ของชาวบ้าน ๒ เรื่องที่ผมพูดมา ๗ เดือนแล้วก็ยังไม่มีการขยับเลย ต้นทุนพลังงาน ผมเอาหลักฐานมาให้ท่านดูแม้กระทั่งราคาที่โรงกลั่นประเทศไทยแพงกว่าประเทศสิงคโปร์ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๑๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็มีไม่ขยับเลย นี่คือทุกข์ชาวบ้าน แล้วท่านจะไป ปฏิรูปไม่ต้องใช้งบประมาณด้วย กำกับดูแลให้ดีก็ได้แล้ว ส่วนต่างดอกเบี้ยมีวิธีทำเยอะเลย ทำไมไม่ขยับสักที อันนี้คือทุกข์ของชาวบ้าน ทุกข์ของทุกคนเลยที่มีเงินกู้เรียนท่านประธาน มันเป็นกระบวนการที่ถูกต้องและเป็นเจตนาของรัฐธรรมนูญ ต้องรวมของทุกคนไม่ใช่เฉพาะ ของผมครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถูกต้องครับ เข้าใจตรงกันครับ คือข้อสังเกตของสภาที่มีการอภิปราย แต่ข้อสังเกตของท่านเกียรติก็คือว่า ทำไมไม่เอาทั้งหมดมาจัดรวมอยู่ในเล่มในการรายงานครั้งต่อไป ถูกต้องแล้วเข้าใจตรงกัน ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนกรกฎาคม-กันยายน ๒๕๖๒) แล้ว ขอบพระคุณท่านคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ขอบพระคุณมากครับ ต่อไปจะ เป็นเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๒.๒

๒.๒ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗

ต่อไป ด้วยกระทรวงพลังงานได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ ตามมาตรา ๓๔/๒ ของ พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ทุกท่านคงได้รายละเอียดแล้วนะครับ ในเรื่องนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมชี้แจง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้แทนเข้าร่วมชี้แจงเข้าประจำที่ครับ

(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)

มีผู้แทน จากสำนักบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน ๓ ท่าน ได้แก่ นางสาวสมใจ อ่อนทอง เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานประเมินผลและรายงาน นางปณัสยา จันทราสูงเนิน เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน นางสาวอรสุภานนท์ คนหลัก เป็นนักวิชาการ การเงินและบัญชีชำนาญการ แล้วก็มีผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน อีกจำนวน ๓ ท่าน ได้แก่ นางสาวชนานัญ บัวเขียว เป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบาย และแผนพลังงาน นางดวงสุดา จิรประดิษฐกุล เป็นเลขานุการกรม และนางสาวขนกวรรณ หนูดำ เป็นหัวหน้ากลุ่มกองทุนพลังงาน เข้ามาครบแล้วนะครับ ท่านมีอะไรจะแถลงก่อน หรือไม่ครับ ไม่มีนะครับ มีท่านสมาชิกที่จะอภิปรายซักถามหรือไม่ครับ มีท่านเกียรติใช่ไหม เชิญท่านเกียรติก่อน แล้วก็ท่านพิสิฐครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานของผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับงบ การเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทีนี้พอเริ่มต้นมามันก็มีคำถามทันทีเลยว่า ทำไมรายงานปี ๒๕๕๗ เพิ่งมารายงานตอนนี้ครับ ของปี ๒๕๕๗ นะครับ แล้วจากปี ๒๕๕๗ ตอนนี้มันปี ๒๕๖๓ แล้ว จากปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๓ มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมเพิ่งมา รายงานปี ๒๕๕๗ ณ วันนี้ อันนี้ผมงงมาก แทนที่จะ ณ วันนี้เราควรจะมีอย่างต่ำที่สุดของ ปี ๒๕๖๑ ควรจะเข้ามาแล้ว ถูกหรือไม่ครับ ทำไมยังเป็นปี ๒๕๕๗ อยู่เลย และจากวันนั้น ปี ๒๕๕๗ ถึงตอนนี้รายงานของปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ จะเข้ามาหรือเปล่า มันเป็นไปตามกฎหมายหรือเปล่าว่าจะต้องมีการเข้าตามปีหรือประจำปี ทีนี้ผมก็ไปย้อนดูว่า สตง. ตรวจเสร็จเมื่อไร เพื่อความเป็นธรรมในรายงานฉบับนี้ สตง. ตรวจเสร็จวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๐ ซึ่งหมายความว่าปี ๒๕๖๑ ก็ต้องเข้าแล้วเพราะท่านตรวจเสร็จแล้ว ตอนนี้ มาเข้าปี ๒๕๖๓ อันนี้ก็เป็นคำถามอันแรกเลยว่าเหตุใดที่รายงานมันไม่เป็นปัจจุบันมากที่สุด ที่จะเป็นไปได้ และการดำเนินการเช่นนี้สอดคล้องกับเจตนาของ พ.ร.บ. หรือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และสถานะของปีอื่น ๆ จนถึงปัจจุบันมันอยู่ตรงไหนแล้ว นั่นเป็นคำถามแรก เพราะว่าพออ่านดูก็เจอว่าในเรื่องของการยื่นท่านต้องทำทุกปีอยู่แล้ว ทำไมปี ๒๕๕๗ เพิ่งมา ตอนนี้นะครับ

เรื่องที่ ๒ พอผมไปไล่ดู คือเวลาท่านทำเอกสารมาให้ท่านก็เอากฎหมาย ที่เกี่ยวข้องมาให้ แล้วเขามีรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย แต่ท่านดูแลเงิน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เจตนาของกองทุนนี้เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานถูกหรือไม่ ความคาดหวัง ของพวกผมก็คือว่ารายงานของท่านต้องอธิบายว่าท่านใช้เงินไปทำอะไรบ้าง แล้วมันช่วยให้ประเทศนี้อนุรักษ์พลังงานได้อย่างไรบ้าง และการดำเนินการมันมีปัญหา อย่างไรบ้างหรือมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้างในรายงานนี้ไม่มีเลย มีงบการเงินมา มีสำเนา พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องมาให้ ผมไม่ทราบเลยว่าท่านใช้เงินแต่ละปี เราเห็นในบัญชีก็จะเป็นที่มา ของรายได้และเอาไปใช้ เอาไปใช้อะไรบ้าง โครงการไหนบ้าง ไม่มีรายละเอียดเลยนะครับ เป็นงบรายจ่ายอย่างเดียวในงบดุลของบัญชีท่าน เพราะฉะนั้นก็เลยไม่มีรายละเอียดอะไรเลย แล้วก็ไม่ทราบว่าเงินไปใช้มันเป็นเงินมีประสิทธิภาพหรือไม่ แล้วประเทศนี้ได้ประโยชน์ อย่างไรจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นมีการอนุมัติเป็น รายโครงการทุกปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงพลังงานกรมต่าง ๆ เอาไปใช้ได้ ๔-๕ กรมนี้ เอาไปใช้ทุกปีและอนุมัติเป็นโครงการทุกปี แต่กลับไม่มีรายละเอียด ตรงนี้ท่านจะให้พวกเรา ให้ความเห็นอย่างไรดีครับ เราไม่ทราบว่าท่านเอาเงินไปใช้เรื่องอะไรบ้างและประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการใช้เงินนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนั้นยังไม่เป็นอะไรนะครับ พอท่านไปดู ในงบการเงินจริง ๆ ต้องเรียนท่านประธานว่าผมยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่เลย เพราะว่าเป็นการ รายงานของผู้สอบบัญชีมีการแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข เงื่อนไขนี้ฟังแล้วต้องตกใจครับ ตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ ๑๖ กองทุนมีค่าใช้จ่ายแผนงานโครงการแสดงยอด รวมทั้งหมด ๓,๖๔๘ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายจำนวนดังกล่าวไม่ได้แสดงยอดที่ถูกต้องครบถ้วน สาเหตุเกิดจากหน่วยงานผู้เบิกกองทุน คือสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กรมพัฒนา พลังงานทดแทนอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้รับอนุมัติเงินไปนำไปใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ และ เมื่อสิ้นปีงบประมาณหน่วยงานผู้เบิกเงินกองทุนรายงานสรุปผลการใช้เงินและนำเงิน เหลือจ่ายส่งคืนถ้ามีไม่ครบถ้วน คือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เอาเงินไปใช้ไม่รายงานกลับมาว่า เอาไปใช้อย่างไรบ้างและไม่ได้แสดงรายงานสรุปผลการใช้จ่ายเงินและนำเหลือจ่ายส่งคืน มันเป็นไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ผมแปลกใจมาก ผมก็ไม่ใช่มือใหม่หัดขับในสภา ครั้งนี้รู้สึกว่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นรายงานที่มีข้อบกพร่องขนาดนี้ท่านเอาเงินไปใช้ ๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มีรายละเอียดส่งให้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ไม่รู้จะตรวจอย่างไร ต้องตรวจแบบมีเงื่อนไข ท่านจะอธิบายอย่างไรครับ ผลกระทบเรื่องดังกล่าวข้างต้นสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินไม่สามารถใช้วิธีการตรวจสอบอื่นใดเพื่อหาหลักฐานการสอบบัญชี ที่เหมาะสมอย่างเพียงพอเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายแผนงานและโครงการที่ถูกต้องได้ จึงไม่สามารถ สรุปว่าต้องมีรายการปรับปรุงที่จำเป็นของจำนวนเงินค่าใช้จ่ายแผนงานโครงการหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ มีด้วยหรือครับว่าเมื่อสถานะเป็นอย่างนี้ความบกพร่องและการ ขาดข้อมูลมันเป็นขนาดนี้ท่านยังผ่านเข้ามาสภาหรือครับ หรือนี่คือสาเหตุที่ทำให้ท่าน ปิดบัญชีล่าช้าและไม่สามารถส่งงบให้ทันเวลาที่ควรจะทำเพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สามารถตรวจสอบได้ตามเวลาที่ถูกต้อง แต่ถึงกระนั้นก็ตามท่านได้รับรายงานตรวจสอบ ปี ๒๕๖๐ แต่เพิ่งเข้าวันนี้เข้าปี ๒๕๖๓ ถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ผ่าน แล้วผมก็ต้องตั้งคำถามว่าทำไมสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินยอมที่จะตรวจทั้ง ๆ ที่ไม่มี ข้อมูลเพียงพอ อันนั้นไม่เป็นอะไรครับเดี๋ยวต้องว่ากันเวลามีรายงานของการดำเนินการของ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แต่ ณ วันนี้ของกองทุนพลังงาน ผมงงจริง ๆ ว่าทำไมสถานะ มันเป็นเช่นนี้ แค่นั้นยังไม่พอนะครับ มีหมายเหตุเพิ่มเติมอีกข้อมูลและเหตุการณ์ที่เน้นเลย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินขอให้ สังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ ๗ ลูกหนี้ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับลูกหนี้ถึงกำหนดชำระเงิน ภายใน ๑ ปีและเกินกว่า ๑ ปีซึ่งกองทุนแสดงตามประมาณการของตารางแผนการชำระคืน หนี้ที่กองทุนได้รับจากหน่วยงานผู้เบิกเงินกองทุน เป็นรายการโครงการโดยไม่มีรายละเอียด ลูกหนี้อีกแล้วครับ คือท่านเอาเงินไปใช้ท่านอนุมัติโครงการท่านรู้อนุมัติให้ใครบ้าง แต่ท่าน ไม่ทำสรุปส่งตอนปิดงบ แถมปิดงบท่านยังไม่มีลิสต์ (List) รายการลูกหนี้เพื่อปิดบัญชี ท่านครับ มาตรฐานการบัญชีเรามีกฎหมายชัดเจน ถามว่าทำบัญชีอย่างนี้สมควรจะได้รับการตรวจสอบ หรือไม่หรือมันครบถ้วนหรือไม่แล้วมันบกพร่องขนาดนี้ข้อมูลมันหายไปขนาดนี้เป็นไปได้ อย่างไรทั้ง ๆ ที่ผมเน้นนะครับท่านประธานในความเป็นจริง เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นการ อนุมัติรายโครงการมีผู้รับเงินชัดเจน มีผู้นำเงินไปใช้ชัดเจน มีผู้กู้ยืมชัดเจนและมีผู้ที่เป็น ลูกหนี้ชัดเจนและต้องคืนเงินชัดเจนตลอดเวลาของปีบัญชีไม่ว่าตอนไหน แต่ทำไมกองทุนเอง ไม่สามารถที่จะนำรายละเอียดเหล่านี้ยื่นให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบได้ แล้วพอผมดูจดหมายปะหน้าท่านประธาน จดหมายปะหน้าผ่านรัฐมนตรีว่าการ ออกมาจาก รัฐมนตรีว่าการวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนปีที่แล้วเพิ่งนำส่ง ประธานกองทุนก็เป็นรองนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าได้พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย ผมก็ต้องตั้งคำถามว่าในเมื่อรายงานมันเป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นปกติแล้วถือว่าเป็นความบกพร่องที่มีสาระสำคัญและมีนัยสำคัญไม่สามารถให้ผ่าน การตรวจสอบไปได้ ทำไมท่านยื่นเข้าสภาครับ วันนี้จะให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นอย่างไรครับ ผมไม่ทราบจะให้ความเห็นอย่างไรจริง ๆ ถ้าเนื้อหาการที่ท่านเอาเงินไปใช้ ๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มีรายละเอียดปรากฏให้ผู้สอบบัญชีทราบ ไม่มีรายละเอียดลูกหนี้ที่ค้างจ่ายให้ผู้สอบบัญชี ทราบจะทำอย่างไรดีท่านประธาน ผมก็ต้องตั้งคำถามไปที่ท่านประธานด้วย ความจริงแล้ว รายงานเข้ามาอย่างนี้ด้วยสภาพเช่นนี้ ท่านบรรจุวาระได้ไหมครับ บรรจุเป็นวาระเพื่อให้เรา รับทราบแล้วตั้งข้อสังเกตได้ไหมครับ ผมแปลกใจผมอยู่สภามาก็หลายรอบแต่ไม่เคยเห็น จริง ๆ ที่มันมีความบกพร่องขนาดนี้ก็ขอคำชี้แจงให้ชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิฐครับ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยกับที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่คุณเกียรติขออภัยที่เอ่ยนามที่ได้กล่าวถึงเรื่องของ การยื่นงบแล้วก็การตรวจสอบซึ่งก็มีข้อบกพร่องเป็นอย่างมากครับ แล้วผมก็มีความรู้สึกว่า เรื่องนี้คงต้องอยู่เฉย ๆ เป็นเพียงรับทราบไม่ได้คงต้องมีการส่งให้หน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของ ประพฤติมิชอบดูแลต่อด้วยว่าเหตุใดเอกสารต่าง ๆ จึงไม่ได้มีการให้ สตง. ดูแล เพราะฉะนั้น ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตในส่วนนี้หรือหากท่านได้มีการดำเนินการในเรื่องของการตรวจสอบ ก็ขอได้โปรดชี้แจงต่อไป ผมจะไม่กล่าวซ้ำในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้ว แต่อยากที่จะ ขออนุญาตให้ความคิดเห็นต่องบที่ทาง สตง. ได้ตรวจสอบว่าในงบนี้ได้แสดงให้เห็นถึงฐานะ การเงินของกองทุนนี้ ซึ่งตั้งมาตั้งแต่เมื่อสัก ๓๐ ปีที่แล้ว ปี ๒๕๓๕ ซึ่งก็มีเจตนาที่ดีที่อยากจะให้มีการส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงานและการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีแหล่งรายได้จากที่ต่าง ๆ มากมายด้วยกัน ปีหนึ่ง ๆ มีรายได้ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ เจตนาเราคงไม่อยากที่จะให้ท่านไปเก็บเงิน มาซุกไว้จนกระทั่งมีเงินสะสมถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราคงอยากจะให้ระบบราชการ ที่เก็บเงินภาษีอากรก็ดี หรือว่าไปเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าเซอร์ชาร์จ (Surcharge) พิเศษ เหล่านี้ได้นำเงินไปใช้จ่ายเพื่อจะให้เกิดประโยชน์สมกับที่กฎหมายฉบับนี้ได้ออกมาตั้งแต่ เมื่อปี ๒๕๓๕ แต่การที่งานต่าง ๆ มีการใช้เงินไม่มาก จะเป็น ๓,๐๐๐ ล้านบาทหรือ ๔,๐๐๐ ล้านบาทก็แล้วแต่ในปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ ผมก็มีความรู้สึกว่าท่านไม่ได้ทำงานสมกับ กฎหมายที่ได้เขียนเอาไว้ เพราะในกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าท่านมีหน้าที่ในการส่งเสริมให้ หน่วยราชการก็ดี รัฐวิสาหกิจก็ดี หรือเอกชน และสถาบันการศึกษาได้ทำงานด้านนี้เกี่ยวกับ การอนุรักษ์และการดูแลสิ่งแวดล้อม แล้วก็การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอันนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ประสิทธิภาพในการทำงานของเศรษฐกิจโดยรวม พลังงานเป็นตัวแปรตัวหนึ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นกลไกของท่านเป็นตัวจักรที่สำคัญ แต่การที่ ออกมาในรูปแบบที่ว่ามีเงินมาปีละ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ใช้ไม่ถึงครึ่งแล้วก็มีเงินเก็บ ไปเรื่อย ๆ ก็เป็นสิ่งที่เราคิดว่าไม่สมประโยชน์ แน่นอนก็มีประเด็นที่ท่านเกียรติได้กล่าวถึง เมื่อสักครู่นี้ว่าวิธีการใช้มันถูกต้องหรือไม่ อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมก็เป็นห่วงว่ากลไก ของตรงนี้น่าจะได้มีการปรับปรุงดูแลอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่เอาเงินไปแล้วก็ ไม่ส่งหลักฐานคืนมาให้ มีเจตนาที่มิดีมิร้ายต่อเงินแผ่นดินเหล่านี้หรือไม่ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมดูงบท่านแล้วก็มีความไม่เข้าใจว่า อย่างในปี ๒๕๕๗ ท่านมีเงินรายได้ดอกเบี้ยถึง ๘๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ รายได้ดอกเบี้ย ๕๔๙ ล้านบาท ทั้งที่เงินฝากอยู่ประมาณสักหมื่นล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่าท่านบริหารเงินเก่งมาก ผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงกว่านักบริหารเงิน ทุกวันนี้อย่างดีก็ได้สักเปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่ตอนนั้นท่านบริหารอย่างไรที่ได้ดอกผลสูงขนาดนี้ ขอย้ำอีกทีเราไม่ได้ มีเจตนาที่จะให้ท่านเอาเงินไปเก็บแล้วก็ไปบริหารให้ได้ดอกผลสูง ๆ เจตนาอยากจะให้เอาไปใช้ เพื่อในการส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน แต่เผอิญดอกเบี้ยของท่านดูดีมาก ก็เลยแปลกใจว่าระบบบริหารจัดการตรงนี้เป็นอย่างไร ถ้าท่านได้ช่วยชี้แจงก็จะเป็นประโยชน์ ขอขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้ชี้แจง ท่านมีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ

นางสาวสมใจ อ่อนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานประเมินผลและรายงาน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางสาวสมใจ อ่อนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานประเมินผลและรายงาน สำนักงาน บริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้รับมอบหมายจากผู้จัดการสำนักงานบริหาร กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้มาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ขออนุญาตว่าจะมีผู้แทนชี้แจงเพิ่มเติมนะคะ ส่วนดิฉันจะชี้แจงในเรื่องของวัตถุประสงค์ ของการมีงบประมาณกองทุนและการใช้จ่ายเงินกองทุนก่อน ซึ่งตามที่ท่านได้เอ่ยถึงว่าเรา มีพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ซึ่งมีรายได้จากการเก็บภาษี จากน้ำมันส่งเข้ามา เรามีกลไกที่บริหาร ๒ องค์กร คือ คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีเป็น ประธาน แล้วก็มีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ซึ่งก็นำเรียนว่างบประมาณที่ได้รับมาทาง คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานก็จะมีการพิจารณาจัดทำแนวทาง หลักเกณฑ์เงื่อนไขและลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนซึ่งจะมีแผนที่จัดทำนี้ จะตั้งเป็นแผนมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพคือเงินที่จะส่งเสริมมี ๓ แผน แผนเพิ่มประสิทธิภาพ ภายใต้แผนเพิ่มประสิทธิภาพก็จะมีกลุ่มงานย่อย ๆ อีก ๖ กลุ่ม แผนเพิ่มประสิทธิภาพตั้งให้ ล้อกับแผนอนุรักษ์พลังงานของแผนหลักของกระทรวงพลังงาน และมีแผนพลังงานทดแทน กลุ่มงานนี้ก็จะสนับสนุนแผนพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงานแล้วก็มีแผนบริหาร ทางกลยุทธ์ ภายใต้แผนงานนี้จะตั้งงบประมาณแล้วคณะกรรมการกองทุนก็จะเห็นชอบ เห็นชอบเสร็จก็จะนำสู่เสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้เห็นชอบ หลังจาก คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นชอบแล้วก็จะมีมติส่งลงมาว่าในการที่จะ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขนี้ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการกองทุน นี่คือกลไกในการที่จะ จัดสรรเงินกองทุน ซึ่งเมื่อผ่านทั้ง ๒ กลไกนี้แล้ว ในส่วนของกองทุนอนุรักษ์พลังงานแล้วก็ มีการจัดสรรคือจะมีแผนจัดตั้งครั้งละ ๕ ปี ขอเอาแผนล่าสุดก่อนที่จะมาถึงปี ๒๕๖๓ แผนก่อนปี ๒๕๖๓ จะมีแผนปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ซึ่งในแผนนี้จะจัดสรรปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท กลไกในการจัดสรรก็จะมีการประกาศยุทธศาสตร์การจัดสรรเงินกองทุนประกาศทางเว็บไซต์ (Website) แล้วก็ให้ผู้ที่มีสิทธิตามมาตรา ๒๕ ของ พ.ร.บ. อนุรักษ์พลังงานส่งข้อเสนอ โครงการเข้ามาจะมีการกลั่นกรองงบประมาณโดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ ซึ่งมีท่านปลัดเป็นประธาน โครงการที่กลั่นกรองเสร็จจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองก็จะ เสนอเข้าสู่คณะกรรมการกองทุนพิจารณาอนุมัติโครงการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในการกลั่นกรอง โครงการก็จะมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการกลั่นกรองเพราะฉะนั้นโครงการถ้าไม่ผ่านเงื่อนไข การกลั่นกรองก็จะไม่ได้รับการสนับสนุน นี่เป็นที่มาว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีจะใช้ไม่หมด เพราะว่าถ้าโครงการที่เสนอเข้ามาไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะไม่ได้รับซึ่งหลังจากที่ได้รับงบประมาณ สนับสนุนแล้ว ทางกองทุนก็จะให้ผู้ดำเนินโครงการมาลงนามหนังสือยืนยันแล้วก็ว่าจะมีการ จ่ายเงินเหมือนการทำโครงการทั่ว ๆ ไปจะมีการจ่ายเงินเป็นงวด ๆ ซึ่งโครงการที่ได้รับไป ก็จะดำเนินการตามแผนงาน ซึ่งบางครั้งก็เป็นไปตามแผนงาน บางครั้งก็ไม่เป็นไปตามแผนงาน ซึ่งโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการเสร็จตามแผนงานก็จะมีคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหา ช่วยแก้ไขปัญหาให้องค์การดำเนินไปตามผลสำเร็จนะคะ ทีนี้เมื่อปี ๒๕๖๓ ก็ได้มีการปรับ แนวทางหลักเกณฑ์เงื่อนไขใหม่เนื่องจากว่ากองทุนอนุรักษ์พลังงานได้มีการปรับลดอัตรา การเก็บเงินเข้ากองทุนจาก ๒๕ สตางค์เหลือ ๑๐ สตางค์ เราก็เลยปรับอัตราการใช้เงิน ให้เหมาะสมกับงบประมาณที่ได้ลดลงไปในปี ๒๕๖๓-๒๕๖๗ จะตั้งกรอบการจัดสรรไว้ปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะมีแผนส่งเสริมเหมือนกับปีก่อนมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพ แผนพลังงานทดแทน และแผนบริหารทางกลยุทธ์ ซึ่งการจัดสรรนี้ก็จะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของมาตรา ๒๕ ของ พ.ร.บ. ขอบคุณค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ มีชี้แจงอีกหรือไม่ครับ รอให้ชี้แจงนิดหนึ่งครับ

นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน สำนักงานบริหาร กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงานให้มาชี้แจงต่อที่ประชุมในวันนี้ ขอเรียนชี้แจงดังนี้ ในเรื่องของความล่าช้า ของการเสนอรายงานของผู้สอบบัญชีต่อที่ประชุมสภา ขอเรียนว่าตามพระราชบัญญัติ การส่งเสริมเงินกองทุนในปี ๒๕๓๕ ในมาตรา ๓๔/๒ ได้กำหนดไว้ว่าให้กองทุนจัดทำรายงานงบการเงินให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ และให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีที่ได้รับ อนุญาตรับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนภายใน ๑๕๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณเพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบและเสนอรัฐสภาเพื่อทราบ แล้วก็จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในขั้นตอนของ การดำเนินงานที่ล่าช้ามันเกิดจาก ๒ เหตุการณ์ ๑. ในช่วงระยะเวลาของการตรวจสอบรับรอง บัญชีของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ช่วงที่ ๒ ก็คือช่วงระยะเวลาตามขั้นตอนดำเนินงาน ของกองทุนที่ต้องนำเสนอรายงานการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินต่อคณะกรรมการกองทุน ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและต่อคณะรัฐมนตรี กองทุนได้จัดทำรายงาน ทางการเงินส่งให้กับ สตง. เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ซึ่งอยู่ภายในระยะเวลา ๙๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามที่ พ.ร.บ. กำหนด ต่อมา สตง. ได้รายงานงบการเงินและนำส่ง กองทุนเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ เหตุของความล่าช้าในช่วงของ สตง. จากที่เคยคุยกับ สตง. คือโครงการของกองทุนมันมีโครงการเป็นจำนวนมาก แล้ว สตง. ต้องลงตรวจโครงการ กับผู้รับการสนับสนุนจึงต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ ส่วนในช่วงระยะเวลาขั้นตอน การดำเนินงานของกองทุนเอง สาเหตุที่เกิดความล่าช้า ๑. เมื่อปี ๒๕๖๑ เมื่อกองทุนได้รับ รายงานมาแล้วก็ได้จัดทำรายงานเสนอตามขั้นตอน แต่ประกอบกับช่วงระยะเวลานั้นกองทุน ได้นำเสนอคณะกรรมการกองทุนเพื่อทราบถึงรายงานการสอบบัญชี เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ในการที่เราเสนอคณะกรรมการเราก็ได้มีการชี้แจงให้กับคณะกรรมการทราบถึง เงื่อนไขและข้อสังเกตของ สตง. ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแล้วเราได้ชี้แจง สตง. ว่าอย่างไร แล้ว สตง. ยอมรับในความเห็นหรือว่าในคำชี้แจงของเราหรือไม่ อันนั้นคือเราได้ชี้แจงกับ คณะกรรมการไปแล้ว คณะกรรมการจึงรับทราบผลรายงานของผู้สอบบัญชี เมื่อคณะกรรมการ รับทราบผลรายงานของผู้สอบบัญชีแล้ว เราก็ต้องนำรายงานนี้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ กพช. เพื่อทราบโดยการเสนอกับคณะกรรมการ กพช. เราก็ชี้แจงเหตุผล ถึงเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในรายงานและข้อสังเกตในเรื่องลูกหนี้ที่อยู่ในรายงานให้ กพช. รับทราบ กพช. รับทราบก็ส่งแจ้งมติมาที่กองทุน กองทุนก็ดำเนินการแจ้งกับ ครม. เพื่อทราบและให้ ครม. นำเสนอกับรัฐสภาตามขั้นตอน เนื่องจากการประชุมของ กพช. ในวาระการประชุมคือ ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๒ มีการประชุม ๑ ครั้ง คือเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๒ เมื่อ กพช. รับทราบเราต้องนำเรื่องนี้เสนอกับคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ในระหว่างตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๒ นั้นคือเราเสนอเรื่องขึ้นไปแต่เป็นระหว่างช่วงที่ ครม. นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่อง เราก็เลยชะงักอยู่ไม่ได้ดำเนินการต่อไป จากเดือนมกราคม ๒๕๖๒ จากเดือนมกราคม ๒๕๖๒ จนมาถึงเมื่อมี ครม. ใหม่แล้ว เพราะว่า ครม. มีผลต่อประธาน คณะกรรมการกองทุนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เมื่อเราเสนอ ครม. รับทราบ ก็คือ ครม. จะรับทราบเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ ครม. รับทราบ ครม. ก็ส่งเรื่องมาที่สภา อันนี้ ในเรื่องเหตุผลของความล่าช้าค่ะ

ในประเด็นเรื่องของงบการเงินของปี ๒๕๕๗ ในเมื่อ สตง. รายงานเรามาช้า เราก็เสนอขั้นตอนต่อไปช้า และสำหรับรายงานการเงินของปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ เราได้ผ่าน คณะกรรมการกองทุนแล้วตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะเสนอรัฐมนตรีเพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรี และนำเสนอรัฐสภาต่อไปค่ะ ส่วนงบประมาณปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ ตอนนี้ สตง. รับรอง มาให้แล้ว รับรองมาให้เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่จะนำเสนอ เข้ากับคณะกรรมการกองทุน ซึ่งคณะกรรมการกองทุนในปีงบประมาณนี้ยังไม่ได้มีการกำหนด ที่จะประชุม เพราะฉะนั้นในโอกาสหน้าที่มีการประชุมจะบรรจุเรื่องนี้เอาไว้ในวาระการประชุม

เรื่องประเด็นของรายงานค่าใช้จ่าย รายงานเงื่อนไขนะคะ จากรายงานของ ผู้สอบบัญชีได้แสดงเกณฑ์ แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในเรื่องของค่าใช้จ่าย หลังจาก ที่กองทุนได้รับรายงานอันนี้ กองทุนก็ได้ดำเนินการรวบรวมรายงานแผนงานค่าใช้จ่ายที่เบิก จากกองทุนในปี ๒๕๕๗ ถึงปีปัจจุบัน เพื่อสรุปรายงานให้ สตง. ประกอบรายละเอียดให้ สตง. พิจารณา ซึ่งรายงานค่าใช้จ่ายตามแผนงานโครงการนี้ สตง. รับทราบแล้ว และในส่วน ของกองทุนเองเดิมในเรื่องของที่ สตง. ว่ากองทุนไม่ได้มีการติดตามในเรื่องของรายงานใน ปี ๒๕๖๐ กองทุนได้มีการออกระเบียบเพื่อกำหนดให้มีการดำเนินงาน มีการกำหนดรูปแบบ และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกองทุน และมีการติดตามเร่งรัดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และจากการที่เราทำเอกสาร ทำรายงานค่าใช้จ่ายที่เราไปเก็บรายงานค่าใช้จ่ายมาเราเสนอ ให้ สตง. รับทราบแล้ว จากการที่คุยกับ สตง. กองทุนคาดการณ์ว่าในงบประมาณปี ๒๕๖๒ สตง. จะล้างเงื่อนไขอันนี้ออกจากรายงานการเงิน เพราะรายงานการเงินปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ยังคงมีเงื่อนไขตัวนี้อยู่

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องลูกหนี้ จากการรับรองรายงานการเงินของกองทุน เมื่อปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ สตง. รับรองรายงานในงบการเงินโดยมีข้อสังเกต ประกอบเรื่องลูกหนี้ แต่เนื่องจากปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ สตง. ได้รับรองงบการเงินและปรากฏว่า มีข้อสังเกตในรายงานของการสอบลูกหนี้ ทั้งนี้กองทุนได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียด แยกประเภทลูกหนี้รายตัว แล้วก็ลูกหนี้ระยะสั้น ระยะยาวให้กับ สตง. เพื่อทราบแล้วนะคะ และในงบประมาณปี ๒๕๖๑ ในข้อสังเกตนี้ สตง. ไม่ได้มีในรายงานงบการเงินแล้วค่ะ อันนี้ในเรื่องของดอกเบี้ยนะคะ เมื่อปี ๒๕๕๗ เรามีรายได้ดอกเบี้ยเกิดจากเงินจากปี ๒๕๕๖ เนื่องจากกองทุนในปี ๒๕๕๖ กองทุนได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน ในปี ๒๕๕๗ ให้นำเงินกองทุนฝากที่ธนาคารกรุงไทยโดยเป็นบัญชีเงินฝาก ประจำประเภท ๑๒ เดือน ๒๔ เดือน ตามพระราชกฤษฎีกาเรื่องการกำหนดจำนวนเงินสะสม สูงสุดและการนำเงินทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของกองทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และให้กองทุนนำเงินตามที่กระทรวงการคลัง พอต่อมาในปี ๒๕๕๙ กระทรวงการคลังได้ ออกระเบียบเงินทุนหมุนเวียนให้

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิรัชครับ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ต้องขออนุญาตท่านประธานเล็กน้อยนะครับว่าถ้าจะให้มีการชี้แจง เพิ่มเติมจุดบกพร่องก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นต้องเรียนท่านประธาน วันนี้เราได้รับรายงาน รับรอง รายงานไม่ว่าจะเป็นรายงานในส่วนของการปฏิรูปประเทศ ถ้าเผื่อท่านประธานได้เห็นเป็น เล่มแล้วก็มีลักษณะที่ดูแล้วก็น่าอ่านน่าจับต้อง แต่ผมก็ไม่ได้ว่านะครับ ถึงไม่น่าอ่าน ไม่น่า จับต้อง เพราะเป็นกองทุนอนุรักษ์พลังงานที่ถือว่าเป็นเงินกองทุนที่เราเห็นภาพทั่วไปหมด เงินที่ไหนใช้นี่เงินอนุรักษ์พลังงานเราก็อยากจะเห็นผลของการรายงานว่าแต่ละแห่งแต่ละ สถานที่ที่ใช้มันเกิดภาพอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ในสิ่งที่ท่านผู้อำนวยการส่วนทั้งหลายที่มาตอบ ต้องเรียนท่านประธานว่าในทางที่ระดับสูงกว่าในหน่วยงานนี้ทำไมไม่มาตอบเลย ประธาน กองทุนหรือจะเป็นคณะกรรมการกองทุน หรือจะเป็นในส่วนของผู้จัดการกองทุน หรืออะไร ก็ตามที มันเหมือนคล้าย ๆ กับว่าให้ทางเจ้าหน้าที่มาตอบ มีความรู้สึกว่ามันจะไปไม่ไหว ท่านประธานครับ อันนี้ให้ท่านประธานได้โปรดพิจารณาด้วย นี่ด้วยความเคารพนะครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจครับ คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมตอบท่านเกียรติก่อนว่าทำไมบรรจุเข้ามาได้อย่างไร ตรงนี้ต้องบรรจุ ตามกฎหมาย ตามที่ผมได้เน้นตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าตอนนี้ต้องบรรจุตามมาตรา ๓๔/๒ ของพระราชบัญญัติกองทุนอนุรักษ์พลังงานซึ่งก็ต้องเป็นเรื่องแจ้งเพื่อทราบ ส่วนเมื่อเข้ามาแล้ว ความเรียบร้อยไม่เรียบร้อยเหมือนที่เราเห็นนี่นะครับ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ เพราะว่า ไหน ๆ ท่านบอกว่างบการตรวจสอบบัญชีปี ๒๕๕๘-๒๕๕๙ ก็ผ่านคณะกรรมการแล้ว ผ่านคณะรัฐมนตรีหรือยัง คงจะใกล้ผ่านแล้วกระมัง เมื่อผ่านเสร็จแล้วขอให้กลับมาอีกทีหนึ่ง โดยทำให้เรียบร้อยกว่านี้นะครับ ตรงนี้เองผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อบรรจุ เข้ามาเพื่อที่จะให้ที่ประชุมเราเป็นคนรับทราบ เพราะฉะนั้นมีอะไรข้อตกบกพร่องอย่างไร หรือข้อติเตียนอย่างไร ก็เหมือนกับที่เราปฏิบัติทุกครั้งนะครับว่าเราก็จะตำหนิติเตียนไป เสนอแนะไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่าเอากลับไปอีกครั้งหนึ่งไปทำให้เรียบร้อยแล้วเสนอกลับมา เพื่อรับทราบอีกครั้งหนึ่งจะดีกว่าไหม ให้ผู้ที่มีความรู้สามารถตอบชี้แจงสภาได้ให้มาด้วยก็ดี หรือถ้าเป็นไปได้จะเชิญ สตง. ผู้สอบบัญชีมาร่วมชี้แจงด้วยก็ยิ่งดี จะดีกว่าไหมครับ ที่ประชุม เอาอย่างนั้นไหม คือเราให้กลับไปทำใหม่ก่อนดีกว่า

นายวิรัช รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาพร้อมกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ที่ท่านมีแล้ว เอาอย่างนั้นไหมครับ ท่านเกียรติครับ เชิญครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ คือผมเองนี่เห็นใจ ท่าน ผอ. นะครับ ท่าน ผอ. คงตอบหลาย ๆ อย่าง ไม่สามารถที่จะตอบให้เกิดความกระจ่าง กับสมาชิกสภาแห่งนี้ได้ แล้วก็ต้องยอมรับว่าด้วยมาตรฐานไม่ว่าหลักใดก็แล้วแต่ในแต่ละปีถ้าท่านยื่นงบไม่ว่าตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ ถึงท่านยื่นตามเวลาก็แล้วแต่ แต่ความละเอียดมีไม่ครบถึงเป็นเหตุให้ผู้สอบบัญชีนั้น ต้องทำเป็นข้อสังเกตหรือหมายเหตุมาแล้วมันเป็นหมายเหตุที่เป็นสาระสำคัญอย่างยิ่ง มันไปไม่ได้ครับ ผมเข้าใจดีนะครับท่านประธานได้กรุณาตอบผมว่าทำไมถึงเอาเข้ามา ผมเข้าใจดีว่าต้องเอาเข้ามามันเป็นตามกระบวนการขั้นตอน แต่ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า เอกสารที่เข้ามามันมีความบกพร่องมากพอสมควรในหลายประเด็น และจุดที่สำคัญที่พวกเรา อยากจะทราบจริง ๆ ก็คือว่าท่านได้เงินมาเงินกองทุนเอาไปใช้อะไรบ้างแล้วมันเป็นประโยชน์ อย่างไรกับประเทศบ้างนั่นส่วนหนึ่งที่ไม่มีเลย ขาดหายไปเลย อันที่ ๒ ก็คือเข้าใจยากนะครับ เข้าใจยากจริง ๆ เวลาท่านอนุมัติท่านอนุมัติเป็นโครงการแต่ท่านบอกท่านลิสต์ (List) โครงการ ให้ไม่ได้ แล้วเมื่อสักครู่ท่านตอบเองบอกว่าล่าช้าเพราะไปตรวจโครงการ ถ้าไปตรวจโครงการ แล้วทำไมยังต้องมีหมายเหตุอย่างนี้ มันงงครับ ยิ่งตอบยิ่งงง ผมก็เห็นด้วยท่านประธานครับ ท่านไปคุยกันให้ดีครับแล้วเอาเข้ามาใหม่น่าจะดีกว่า แต่ผมยังตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการ ที่ผ่านมาจนถึง ณ วันนี้ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ไม่ผ่านธรรมาภิบาลไม่ผ่านในแง่ของสาระ ความสมบูรณ์ของรายงานที่จะนำเข้ามาสู่การรับทราบของสภา ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านขจิตรครับ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม นายขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมเห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่านแล้วมีความเห็นเพิ่มเติมด้วย คือฟังรายงานแล้วผมก็ฝากท่านประธานกลับไปด้วย ไม่ใช่ว่าตามกฎหมายแล้วจะให้เราทราบ อย่างเดียว คือรายงานไม่ควรจะเอาเข้าสภา คืออย่างน้อยคณะรัฐมนตรี สตง. เอาไปไว้ ๔ ปี ตรวจอย่างไรครับ คนที่รับผิดชอบมันผ่าน ครม. แล้ว ครม. รู้เรื่องนี้ไหมครับหรือเห็นว่า เรื่องผ่านเพื่อทราบก็ทราบมาเลย ต้องท้วงไปยัง ครม. ด้วย แล้วผมก็ฝากท่านประธานด้วยว่า สภาไม่ใช่ว่ากฎหมายเขาเขียนให้เพื่อทราบแล้วก็เอาเข้ามาให้เราทราบมันหมายถึงการมองว่า ผู้แทนราษฎรทำอย่างไรก็ผ่านได้หรือครับ แบบนี้ไม่ควรเข้ามาเลยในวาระเพราะตอบอะไร ไม่ได้ แล้วยังไม่มีความจำเป็นหรอกครับที่จะรับทราบวันนี้ เพราะปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ก็ยังไม่ได้เข้ามา แล้วนี่ไม่รู้ผิดกฎหมายกี่มาตราแล้ว บอก ๙๐ วัน ๑๕๐ วันอะไรนี้ แล้ว สตง. ต้องมีกำหนดตรวจด้วยไหมครับหรือว่า สตง. ไปตรวจเขาตรวจ กี่ปีก็ได้หรือครับ เรื่องเพื่อทราบก็จริงครับแต่ต้องถาม ครม. ครับ สภาว่าเขาจัดการอย่างไร กับ สตง. ที่ไปดูเรื่องนี้อยู่ ๔ ปีถึงคืนเขามา เพราะฉะนั้นผมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่านอกจาก คืนไปแล้วสภาต้องทำคำถามไปด้วยแล้วจะได้รู้ว่าสภานี้ไม่ใช่ตรายางแล้วก็ผ่านอะไรก็ได้ ผู้แทนมาจากไหนก็ไม่รู้ไม่มีคุณภาพพอที่จะดูอะไรออกมันแย่นะครับ เสียหายครับ คืนไป เถอะครับ ขอบคุณมากครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตามที่ ผมได้กราบเรียนแล้วว่าประธานก็มีหน้าที่บรรจุทราบ ไม่ทราบ ตำหนิติเตียนอย่างไรก็แล้วแต่ ก็อยู่ที่สภา เพราะประธานไม่ใช่สภา สภาคือห้องประชุมพวกเราที่ต้องเป็นคนตำหนิติเตียนคน ใช้วิจารณญาณฝากข้อสังเกตกลับไป เพราะฉะนั้นก็นี่ละครับสิ่งที่เราทำเรารับไม่ได้เราไม่ใช่ ตรายางก็ต้องเอาคืนกลับไป ไปทำให้เรียบร้อยพร้อมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ มันควรจะต้อง มีแบบที่ท่านสมาชิกบอกเงินตั้ง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้อะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง โครงการอะไรบ้าง ผลที่ประเทศชาติได้มีอะไรบ้าง ประหยัดงบประมาณไปได้ กี่บาท ประหยัดพลังงานได้เท่าไร ปัญหาที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้างอย่างนี้เป็นต้น แล้วก็มีอีกเยอะแยะ ไปหมดตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป ถ้าอย่างนั้นผมขอที่ประชุมว่าให้เอากลับไปทำ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ ให้กลับไปทำแล้วมานำเสนอใหม่และพร้อมทำให้ละเอียดนะครับ รูปเล่มไม่ต้องสวยเหมือนท่านวิรัชว่าแต่เอาให้มันมีรายละเอียดพอที่จะให้สมาชิกของสภา ทุกท่านนั้นได้ศึกษาการใช้เงินกองทุนว่าได้ประโยชน์อะไรกับประเทศชาติบ้างนะครับ คงจะ พอแล้วละครับ ท่านมีอะไรจะฝาก เชิญครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ต้องเรียนตรง ๆ ครับ กราบเรียนท่านประธานว่าผมดูด้วยความที่ไม่สันทัด เรื่องงบ แต่ว่าพอท่านแนบพระราชบัญญัติมา ๒ พระราชบัญญัติในนี้แล้วก็ได้อ่านแล้ว โดยเฉพาะในมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มีกรรมการกองทุนเป็นถึงนายกรัฐมนตรี แล้วมาตรา ๒๖ มีองค์กรเอกชนที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเงินอุดหนุนตามมาตรา ๒๕ แต่เวลามาชี้แจงแล้วก็ รวมทั้งงบที่แสดงมา เรียนตรง ๆ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเกียรติ คือถ้าเห็นรูปเล่มไม่สำคัญเหมือนที่ท่านวิรัชพูด แต่ผมเห็นว่าท่านไม่ให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎร เงินหลวงเวลานักการเมืองเอาเงินไปใช้ไม่ถูกต้องท่านเอาเป็นเอาตาย สตง. เพราะฉะนั้น ถ้ากลับมาท่านต้องมีรายละเอียดที่เพียงพอจาก สตง. ด้วย คือเงินหลวงมันคงเกรงใจท่าน ไม่ได้หรอกครับ ไม่ได้บอกว่าท่านชี้แจงไม่ชัดเจนแต่ว่ามันไม่ชัดเจนในเนื้อหาท่านประธาน ไม่ชัดเจนเลย ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนั้น นะครับ ขอบคุณท่าน ผอ. เจ้าหน้าที่ครับ อย่างไรก็รับกลับไปทำ

นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน

ขออนุญาตนะคะ ทางกองทุนจะรับเรื่องไปแล้วก็จะไปจัดทำรายละเอียดมาให้ แต่ดิฉัน ขอถามความเห็นนิดหนึ่งคือจะให้เราเสนอพร้อมกับปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ เลยไหมคะ หรือว่า ถ้าเกิดอันนี้เราทำเสร็จก่อนจะเสนอเข้ามาก่อนได้หรือเปล่าคะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มันเสร็จ พร้อมกันไหมละครับ

นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน

เพราะว่า กพช. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานนะคะ ยังไม่รู้ว่าวาระ ถ้ามันมีวาระอันนี้ไม่แน่ใจ ว่าจะได้บรรจุในวาระประชุมหรือเปล่า เพราะฉะนั้นมันต้องรอ กพช. ทราบก่อน

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พิจารณาดู อันไหนมันจะเนิ่นนานก็เอาอันนี้เข้ามาก่อนแต่ต้องมีรายละเอียดตามที่สมาชิกติติงไปว่า ให้ใส่รายละเอียดให้ครบครัน ว่าเงินกองทุนที่ได้รับมามีอะไรบ้าง เอาไปจ่ายอะไรบ้าง ผลประโยชน์ที่ได้รับ ปัญหาที่เจอนะครับ

นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน

ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตว่าจะเอาปี ๒๕๕๗ เข้ามาก่อนนะคะ ไม่ต้องรอปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ เดี๋ยวกลับไปทำรายละเอียดแนบมาแล้วก็จะเสนอเข้ามาอีกครั้งหนึ่งค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ใช้เวลาอีก

นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน

ไม่แน่ใจ เราต้องเสนอ กพช. เพื่อทราบก่อนค่ะ แต่ กพช. ไม่รู้ว่าจะประชุมเมื่อไร

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพราะว่า สภาเราจะปิดเดือนกุมภาพันธ์ ถ้าท่านเอาเข้ามาทันเดือนกุมภาพันธ์ก็ปี ๒๕๕๗ ได้ หรือถ้า ไม่ทันก็พร้อมกันหลังจากเดือนกุมภาพันธ์ สภาเปิดสมัยต่อไป

นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน

ได้ค่ะ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เชิญท่านเกียรติครับ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คือคำถามนี้ถามพวกเรา ไม่ได้ ท่านมีหน้าที่ไปทำตามกฎหมายให้สมบูรณ์โดยท่านรับข้อสังเกตของพวกเราไป แล้วท่านจะพร้อมยื่นงบปีไหน ในเวลาเท่าไร เป็นหน้าที่ที่กรรมการและ ครม. และกรรมการ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นคนอนุมัติครับ ท่านถามพวกเราไม่ได้ครับ แต่พวกเราเรียกร้องว่า เอกสารที่จะเข้าสภาต้องมีความสมบูรณ์ในเนื้อหาสาระ เหมาะสม และไม่มีข้อกังขาในเรื่อง ของผู้สอบบัญชี ผมยังไม่เข้าใจที่ท่านบอกว่าปี ๒๕๖๑ จะล้างหมด ล้างได้อย่างไร ในอดีต มันไม่เกิดขึ้นมันล้างได้อย่างไร ผมก็คุ้นเคยกับการตรวจสอบบัญชี ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ครับ ทำตามเจตนาของ พ.ร.บ. การบัญชีนี่ท่านทำอย่างไร ล้างเฉยเลย มันก็ต้องปรากฏอยู่จนถึง ปีสุดท้ายที่ท่านส่งข้อมูลเรียบร้อยให้พิจารณา แล้วท่านก็บอกว่าที่มีข้อสังเกตในปีก่อนหน้านี้ บัดนี้ไม่มีแล้ว ไม่มีเพราะเหตุอะไร นึกออกไหมครับ แต่ถ้าท่านผ่านงบอย่างนี้ ผมยังยืนยัน ถ้าเป็นกรณีทั่วไปสาระผ่านมาอย่างนี้ผลการตรวจสอบมีหมายเหตุอย่างนี้ รับไม่ได้เลยครับ มันเป็นบัญชีที่ไม่สมบูรณ์ในสาระสำคัญด้วยครับ ขอบคุณครับ ส่วนท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านไปหารือกันกับกรรมการที่รับผิดชอบครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง 🔗

เรียบร้อย เชิญครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเรื่องเพื่อทราบเรื่องที่ ๓ นะครับ

๒.๓ รับทราบรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๑ ศาลปกครองในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ศาลมีจำนวนตุลาการศาลปกครองรวมทั้งสิ้น ๒๓๐ คน เป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ๔๓ คน และตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ๑๘๗ คน รับผิดชอบคดีทั้งหมด ๓๓,๓๑๐ คดี โดยพิจารณาคดีได้แล้วเสร็จจำนวน ๙,๙๗๙ คดี คิดเป็นร้อยละ ๒๙.๙๖ ทั้งนี้หากนับตั้งแต่เปิดทำการจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ได้มีคดีเข้าสู่การพิจารณาแล้วทั้งสิ้น ๑๕๗,๙๗๖ คดี พิจารณาคดีได้แล้วเสร็จ จำนวน ๑๓๒,๕๔๗ คดี หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๓.๙๐ ศาลปกครองได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนางาน ด้านการบังคับคดี ทั้งกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การปรับปรุงแก้ไขระเบียบหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการบังคดีปกครอง และการพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับคดีปกครอง ทั้งนี้จึงส่งผลให้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ มีคำพิพากษาและคำสั่งของศาลปกครองที่เข้าสู่ กระบวนการบังคับคดีทั้งหมด จำนวน ๑,๓๙๔ คดี ดำเนินการบังคับคดีแล้วเสร็จ ๑,๐๔๕ คดี คิดเป็นร้อยละ ๗๔.๙๖ ทั้งนี้หากนับตั้งแต่เปิดทำการจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ มีคำพิพากษาและคำสั่งของศาลปกครองที่เข้าสู่กระบวนการบังคับคดีทั้งหมด ๑๓,๙๘๖ คดี ดำเนินการบังคับคดีแล้วเสร็จ ๑๑,๐๕๕ คดี หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๙.๐๔ ศาลปกครองได้รับ การจัดสรรงบประมาณประจำปี ๒๕๖๑ จำนวน ๒,๖๖๗ ล้านบาท ซึ่งได้รับลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ร้อยละ ๙.๔๕ ทั้งนี้ในรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองประจำปี ๒๕๖๑ ก็ได้มีการนำข้อแนะนำต่าง ๆ ที่ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในคราวประชุมเพื่อพิจารณารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองที่ผ่านมา จำนวน ๕ ประเด็น ซึ่งทางสำนักงานศาลปกครองก็ได้นำข้อแนะนำดังกล่าวมาดำเนินการ

ในส่วนต่าง ๆ ที่ดำเนินการไปแล้วก็มีในเรื่องของการเพิ่มเติมเนื้อหาในรายงาน การปฏิบัติงาน โดยสำนักงานศาลปกครองนั้นได้นำข้อสังเกตและข้อแนะนำมาปรับปรุง ในการจัดทำรายงานการปฏิบัติงานในปี ๒๕๖๑ โดยมีการเพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับรายงาน การวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดีปกครอง รวมถึงรายละเอียดตัวอย่างคดีที่สำคัญ ๆ เพื่อให้ การจัดทำรายงานการปฏิบัติงานมีความครอบคลุม มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนราชการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดทำเนื้อหาเกี่ยวกับรายงานวิเคราะห์เหตุแห่งการฟ้องคดี เพิ่มเติมในรูปแบบของคิวอาร์ โค้ด (QR Code) ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้รูปเล่มเอกสารนี้ไม่หนา จนเกินไปแล้วก็เป็นการประหยัดงบประมาณในการจัดพิมพ์อีกด้วย

สำหรับในเรื่องของการบริหารจัดการและการพัฒนาองค์กรโดยการแก้ไข ปัญหาความไม่สมดุลระหว่างตุลาการศาลปกครอง ซึ่งในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับปริมาณคดี ทางสำนักงานเองก็ได้เร่งรัดในการดำเนินการสรรหาตุลาการ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้มีการดำเนินการสรรหาตุลาการศาลปกครองชั้นต้นเสร็จสิ้นตามกระบวนการ โดยได้สรรหา ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นเพิ่มเติม จำนวน ๔๐ คน แล้วในปัจจุบันก็ได้มีการสอบคัดเลือก ตุลาการศาลปกครองชั้นต้นรอบใหม่ขึ้น ซึ่งในเบื้องต้นมีผู้ผ่านการสอบข้อเขียนแล้วจำนวน ๓๘ คน

สำหรับเรื่องการวิจัยและการพัฒนาเพื่อลดปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการ พิจารณาคดีของศาลปกครองซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว จึงได้มีการ เร่งรัดแล้วก็ผลักดันให้นำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและการดำเนินกระบวนการพิจารณา โดยเร่งด่วนมาปรับใช้ในการดำเนินคดีของศาลปกครองให้กว้างขวางและครอบคลุม เพื่อมุ่ง ให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด มีความรวดเร็วและเกิดผลดีในระยะยาวแก่คู่กรณี อีกทั้ง ยังช่วยลดปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลที่มีอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย

อีกส่วนหนึ่งก็คือการพิจารณาพิพากษาคดีและการบังคับคดี ในส่วนนี้เพื่อให้ การดำเนินการของศาลปกครองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทางสำนักงานเองก็ได้ มีการดำเนินการในการพัฒนาการจัดทำฐานข้อมูลในการพิจารณาคดีปกครองให้เป็นมาตรฐาน มีการติดตามและเร่งรัดการปฏิบัติตามคำพิพากษา การพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการ เพื่อลดปริมาณคดีค้าง และการเพิ่มเติมข้อมูลหน่วยงานที่ได้รับการเผยแพร่หลักปฏิบัติ ราชการของศาลปกครองให้แก่ส่วนราชการต่าง ๆ ในรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครองประจำปี ๒๕๖๑ ที่อยู่ในมือท่านด้วย

สำหรับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ทุกภาคส่วน ในส่วนนี้เอง เราก็ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนารูปแบบและช่องทางการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับศาลปกครอง รวมไปถึงกระบวนการยุติธรรมทางปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครองผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สารคดีวิทยุ และกิจการพิเศษเพื่อการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ทุกภาคส่วน ในสังคมมีความรู้ ความเข้าใจเพียงพอที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพ และร่วมกันตรวจสอบการใช้ อำนาจทางปกครองของหน่วยงานของรัฐแล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งก็จะส่งผลให้เกิดบรรทัดฐาน ในการปฏิบัติราชการทางปกครองที่ดีต่อไปครับ

สำหรับในปี ๒๕๖๓ ศาลปกครองได้กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงาน ของศาลปกครอง เป็นปีแห่งการยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางปกครองสู่ระดับสากล โดยศาลปกครองก็จะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบบริหารศาลปกครองให้มีประสิทธิภาพ และมาตรฐานยิ่งขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ให้มุ่งอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนด้วยความเป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัยตามวิสัยทัศน์ ในปัจจุบัน เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม และประชาชนต่อไปในโอกาสนี้ในนามของ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ผมต้องขอขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณา ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศาลปกครองด้วยดีตลอดมา และใคร่ขอน้อมรับคำแนะนำ และข้อสังเกตจากสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครองประจำปี ๒๕๖๑ เพื่อทางเราจะได้นำไปปรับปรุงและพัฒนา การดำเนินการของศาลปกครองต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

ท่านสมาชิก จะซักถามไหมครับ เชิญท่านเทพไทก่อนแล้วท่านชำนาญทีหลังครับ เชิญท่านเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อ่านรายละเอียดของรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๑ ก็มีประเด็นที่อยากจะซักถามแล้วก็อภิปรายอยู่สั้น ๆ เพียง ๒ ประเด็น ที่ติดใจอยู่นะครับ

เรื่องเขตอำนาจศาล ผมดูแผนที่รายงานของศาลปกครองแล้วครับ ผมคิดว่า การที่ศาลปกครองได้เปิดที่ทำการศาลปกครองใหม่ ๓ แห่ง คือศาลปกครองสุพรรณบุรี ศาลปกครองภูเก็ต และศาลปกครองยะลา ตามที่ท่านเลขาธิการศาลปกครองได้รายงาน ผมคิดว่ามีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ศาลปกครองภูเก็ต เมื่อก่อนศาลปกครองภูเก็ต ก็จะขึ้นกับเขตอำนาจศาลปกครองของนครศรีธรรมราช ซึ่งระยะทางการเดินทางก็ค่อนข้าง ที่จะเป็นปัญหาระหว่างฝั่งอันดามันมาฝั่งอ่าวไทย แต่ว่าเมื่อมีนโยบายแล้วก็ได้เปิดเขตอำนาจ ศาลปกครองที่ภูเก็ตเพื่อที่จะได้บริการเขตพื้นที่ในเขตอันดามันหรือว่าภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม ส่วนศาลปกครองยะลา จริง ๆ แล้วจังหวัดยะลากับ ๓-๔ จังหวัดตรงนี้ถ้าดูพื้นที่แล้วคงคิดว่า ศาลปกครองสงขลาก็น่าจะให้บริการเพียงพอ แต่ว่าด้วยสถานการณ์บ้านเมืองด้วยสภาพ ของพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ในขณะนี้ก็ค่อนข้างจะมีปัญหา เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งมาอีกที่หนึ่ง เป็นที่จังหวัดยะลาเพื่อให้บริการใน ๓ จังหวัด ผมก็คิดว่าเป็นกรณีพิเศษก็เห็นด้วยที่จะให้มี ตรงนี้ ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีก็ถือว่าเป็นภาคตะวันตกก็คงจะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ที่อยู่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็จังหวัดสุพรรณบุรี ตรงนั้นก็คิดว่าน่าจะเหมาะสม ก็เห็นควรด้วย แม้ว่าจะเป็น ๒ จังหวัดก็ตามแต่พื้นที่ ๒ จังหวัดนี้เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างที่จะกว้าง เพราะฉะนั้น การเดินทางก็คงจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก การไปอำนวยความสะดวกถึงพื้นที่ก็คงจะ เป็นการบริการประชาชน แต่ว่าถ้าดูจากที่ทำการของศาลปกครองในจังหวัดต่าง ๆ ศาลปกครองกลาง ศาลปกครอง เชียงใหม่ ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองนครราชสีมาและทุกแห่งครับ ที่ผมติดใจก็คือ ศาลปกครองนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นพื้นที่ของผมเองจังหวัดนครศรีธรรมราช คือศาลปกครอง นครศรีธรรมราชก็ตั้งกันมาก็อยู่หลายปีแล้วแต่ว่าก็ย้ายไปย้ายมาจนถึงปัจจุบันนี้ เมื่อก่อน ที่ทำการอยู่ข้างโรงแรมทวินโลตัส แล้วก็มีงบประมาณไปสร้างที่ทุ่งสงเพื่อคิดว่าเป็นใจกลาง หรือเป็นกึ่งกลางของภาคใต้ตอนกลาง คนที่จะมาจากฝั่งอันดามันก็คงจะมาใกล้ คนที่มาจาก อ่าวไทยพื้นที่อ่าวไทยก็ใกล้น่าจะอยู่ทุ่งสงซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ผมไปดูแล้วก็ได้ว่าจ้าง ได้ก่อสร้าง ลงเสาเข็มทำโครงสร้างไว้บ้างแล้ว แต่ทราบข่าวว่าผู้รับเหมาทิ้งงาน และด้วยเหตุผลอะไร ก็ไม่ทราบต้องเปลี่ยนไป หรือว่าเพราะเหตุผลที่มีศาลปกครองภูเก็ตอยู่แล้วก็เลยย้ายกลับมา สร้างที่ศูนย์ราชการนาสาร ในอำเภอพระพรหม ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งผมอีกละครับ ซึ่งตอนนี้ ผมก็ทราบข่าวว่ากำลังมีปัญหาอีกเรื่องสถานที่ เรื่องถมที่ก็ยังมีปัญหา ซึ่งอันนี้ในรายละเอียด ผมไม่ทราบผมก็ต้องถามเลขาธิการศาลว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน แต่ว่าปัจจุบันที่สร้างอยู่ ในบรรดาที่ทำการศาลปกครองทั้งหมดที่ผมดูแล้วที่มีรูปลักษณ์เป็นเอกลักษณ์มาก ส่วนใหญ่ ก็เหมือนกันหมดแบบแปลนเดียวกันหมดเลย แต่ว่าที่ดูแล้วก็มันเหมือนกับตึกแถวเหมือนกับ บริษัทก็คือที่ทำการศาลปกครองนครศรีธรรมราช เพราะว่าไปเช่าที่ของเอกชนแล้วก็เป็น สถานที่ที่ทำรับเหมา ผมเข้าใจว่าขายวัสดุก่อสร้างหรือกิจการรับเหมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าหากศาลปกครองไม่เร่งรัดที่จะสร้างศาลปกครองเป็นที่ทำการของตัวเองตามแบบแปลน ของตัวเองแล้ว ศาลปกครองนครศรีธรรมราชก็เหมือนแกะดำ ดูจากภาพทั้งหมดท่านประธาน เปิดดูก็จะเห็นว่าจังหวัดนครนครศรีธรรมราชจะแปลกที่สุด ผมก็อยากจะถามความคืบหน้า ของท่านเลขาธิการศาลว่าไปถึงไหนแล้วจะดำเนินการอย่างไร เพราะว่าปัญหาคาราคาซังอยู่ จนถึงทุกวันนี้แล้วก็ล่าช้ามานานมากผมก็อยากจะถามตรงนี้

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะอภิปรายก็คือว่าทุกครั้งที่ผมอภิปรายรายงาน การปฏิบัติงานขององค์กรเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมหลายศาล หลายองค์กรรวมไปถึง องค์กรอิสระ กรณีเรื่องที่จัดทำหลักสูตรพิเศษขึ้นมาอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของศาล เจ้าหน้าที่ ทั่วไป นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน หรือประชาชน ซึ่งองค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ส่วนใหญ่ก็จะทำโครงการนี้ขึ้นมา ซึ่งผมคนหนึ่งที่ต่อต้านเรื่องโครงการนี้ขึ้นมา แม้ว่า ผมจะได้รับการฝึกอบรมผ่านหลักสูตรต่าง ๆ มาเยอะแยะ แต่ว่าผมก็ได้เห็นว่าหลักสูตรต่าง ๆ ที่จัดอบรมขึ้นมาก็นับว่าเป็นผลดีต่อผู้เข้าอบรม ต่อองค์กร อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีแต่ว่าขอให้ เป็นหลักสูตรที่ไม่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เช่นหลักสูตร วปอ. ของวิทยาลัยป้องกัน ราชอาณาจักรเกี่ยวกับความมั่นคง วพน. วิทยาลัยพลังงาน หรือ วตท. วิทยาลัยตลาดทุน หรือว่าของภาคเอกชนอื่น ๆ หรือของสถาบันการศึกษาผมไม่ติดใจหรอกครับ แต่ว่า ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เช่นศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. หรือกรรมการคณะกรรมการเลือกตั้งหรือ พตส. อันนี้แน่นอนที่สุดท่านประธาน ถ้าหากว่า มีบุคคลภายนอกเข้าไปเรียนร่วมกับบุคลากรเกี่ยวกับศาล ความสนิทชิดเชื้อ ความรู้จักกัน ความเกรงอกเกรงใจกัน ยิ่งสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันอาจจะทำให้ กระบวนการยุติธรรมมันบิดเบี้ยวไป เพียงแค่รู้จักกันสนิทสนมกัน แค่ไม่ตัดสินอะไรบางอย่าง หรือไม่ชี้ผิดชี้ถูกกระบวนการยุติธรรมก็เสียหาย แต่ผมก็ทราบข่าวว่าศาลปกครองเคยมี หลักสูตรแบบนี้ และผมก็ได้รับการชี้แจงจากผู้บริหารศาลปกครองเป็นการส่วนตัวว่าศาลปกครองได้เลิกแล้ว ได้ยกเลิกโครงการเหล่านี้ คือถ้ายกเลิกจริงก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่บังเอิญว่าผมก็กดเข้าไปดู ในรายละเอียดก็ยังมีโครงการเกี่ยวกับหลักสูตรพิเศษวิธีพิจารณาศาลปกครองอะไรอยู่ ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจว่ามันเป็นหลักสูตรอะไร แต่ว่าถ้าเป็นหลักสูตรที่เหมือนกับหลักสูตรที่ศาล สถิตย์ยุติธรรมทำ หรือว่าศาลรัฐธรรมนูญจัด หรือว่าคณะกรรมการเลือกตั้งจัดหลักสูตร เหล่านี้อยู่ผมคิดว่าไม่ควรที่จะทำ แต่ถ้าหากว่าศาลปกครองได้ยกเลิกไปแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีโครงการในลักษณะเช่นนี้แล้วผมก็ขออนุญาตที่จะชื่นชมแล้วก็อยากจะให้ศาลหรือองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมได้ยึดเอาแบบอย่างของศาลปกครอง ผมเข้าใจว่าศาลปกครอง คงจะพูดเองไม่ได้หรอกครับ พูดเองก็เหมือนกับว่าไปกระทบกระเทือนกับองค์กรยุติธรรมอื่น ๆ แต่ว่าผมในฐานะที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าหากว่าทาง ท่านเลขาธิการศาลยืนยันว่าไม่มีแล้วจริง เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะถือโอกาสนี้เรียนไปยัง องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมได้เอาแบบอย่างของศาลปกครองด้วย ซึ่งผมคิดว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี แล้วก็ขอสนับสนุนถ้าหากว่าศาลปกครองได้ตัดสินใจ อย่างชัดเจนแล้วว่าไม่มี แล้วก็อยากจะขอคำยืนยันใน ๒ ประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านชำนาญครับ

นายชำนาญ จันทร์เรือง แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้อภิปรายรายงานของศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองเป็นครั้งแรก แล้วก็ชื่นชมการกำเนิดขึ้นของศาลปกครอง ศาลปกครองได้สร้าง คุณูปการไว้หลายอย่างมาก ล่าสุดปลายปีที่แล้วก็ได้พิจารณาพิพากษาคดีที่พิพาทกันระหว่าง กรมธนารักษ์หรือที่ราชพัสดุกับคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรที่กรมธนารักษ์ เอาไปให้คนอื่นเขาเช่าถึงแม้จะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองกลางก็ตาม ถ้าเกิดไม่มีระบบ ศาลคู่ศาลปกครองเกิดขึ้นโอกาสยากที่ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปจะมีโอกาสชนะ จากการรายงานของ ท่านอติโชค เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ที่พูดถึงเรื่องความคืบหน้าและที่ถูกใจผมที่สุด ก็คือเรื่องงานบังคับคดี เพราะว่างานบังคับคดีของศาลปกครองนี้ทำเองไม่ได้ให้กรมบังคับคดี ของกระทรวงยุติธรรมเป็นคนทำ แต่ว่าแน่นอนครับ เมื่อเป็นรายงานก็ต้องมีข้อสังเกตและ มีข้อท้วงติง แต่ผมจะพูดเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้นก็คือเรื่องของการบังคับคดีและในส่วนของ สถิติคดี

ประเด็นแรก คือเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการปฏิบัติตามคำบังคับของ ศาลปกครองชั้นต้นก่อนคดีถึงที่สุด หน้า ๕๔ ถ้าท่านจะกรุณาดูตามไปก็ดี ซึ่งรายงานนี้ก็ได้ แจ้งว่ามีตัวอย่างมาแล้วอย่างคดีศาลปกครองกลางประมาณ ๔ คดี ทีนี้ผมจะเรียนถามท่าน จดเป็นประเด็นอย่างนี้ว่ากรณีแบบนี้ถ้าเกิดศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษามีหรือไม่ ๒. ถ้ามีจะทำอย่างไร จะเยียวยาอย่างไร นี่คือประเด็นของที่ว่าการขอให้ศาลมีคำสั่งให้มี การปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองชั้นต้นก่อนคดีจะถึงที่สุด ประเด็นที่เกี่ยวกับ การบังคับคดีโดยตรง โดยอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศาลปกครองตามรายงานไม่ว่าจะเป็น หน้า ๕๓ หน้า ๑๒๐ หน้า ๑๒๓ ก็ตาม ที่ท่านเลขาธิการได้รายงานว่าได้มีการตั้งข้อสังเกต จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วก็ได้นำมาใส่ในรายงานฉบับนี้แล้ว ซึ่งในข้อ ๗ หน้า ๓๗ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองมีปัญหาอุปสรรคในด้านอื่นนอกจากปัญหาอุปสรรค เกี่ยวกับปริมาณคดีและอัตรากำลังหรือไม่ อันนี้ท่านไม่ได้พูดถึงการรายงานปัญหาอุปสรรคในการบังคับคดีในรายงานฉบับนี้นะครับ และในส่วนของปัญหาอุปสรรคที่ท่านเขียนลงมาในหน้า ๑๒๐ อีกเช่นเดียวกัน คือปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และแนวทางมาตรการในการแก้ไขปัญหา ท่านเพียงแต่บอกว่า

๑. ปัญหาและข้อจำกัดในการดำเนินงานด้านคดี คือปริมาณงานมีจำนวนมาก แล้วก็คดียุ่งยาก

๒. ปัญหาและข้อจำกัดด้านการพัฒนาบุคลากรเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ได้พูดถึง เรื่องการบังคับคดีแต่อย่างใด พอมาถึงหน้า ๑๒๓ ด้านการบังคับคดีปกครอง ท่านบอกว่า ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบังคับคดีปกครองเป็นไปด้วยความ รวดเร็ว และพัฒนาการบังคับคดีปกครองด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

๓. ปรับปรุงมาตรการบังคับคดีปกครองและพัฒนารูปแบบระบบฐานข้อมูล ด้านการบังคับคดีปกครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

๔. เร่งรัดการบังคับคดีปกครองที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เสร็จสิ้น โดยเร็ว ซึ่งดูแล้วมันก็ยังดูลอย ๆ เป็นรูปธรรม ซึ่งท่านก็ยังไม่ได้บอกว่าปัญหาที่เจอมันเจอ เพราะอะไร บังคับไม่ได้หรืออย่างไร หรือว่าการรายงานนี้มันมีสถิติในการบังคับคดีมีอย่างไร อย่างสถิติที่ท่านเลขาธิการได้ยกตัวอย่างไว้ในหน้า ๕๓ กลุ่มที่ ๑ หมายถึงคดีที่ศาลสั่งให้ เอกชนใช้เงิน (รอผู้ฟ้องคดีดำเนินการ) อันนี้หมายถึงการขอคำบังคับหรือไม่ ปกติแล้วโดยคดีแพ่ง ทั่ว ๆ ไปผู้ชนะคดีก็จะขอคำบังคับจากศาล อันนี้มันเป็นประเด็นนี้หรือไม่ และกลุ่มที่ ๒ หมายถึงคดีอื่น ๆ ยกเว้นกลุ่มที่ ๑ ก็หมายถึงหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการถูกบังคับคดี ตรงนี้ผมอยากทราบประเด็นปัญหาซึ่งก็ค้างคามานานก็คือว่าปกติแล้ว การบังคับคดีเอาทรัพย์สินของรัฐมันทำไม่ได้ใช่ไหมครับ และปัญหาพวกนี้ได้เคยมีปัญหา หรือไม่ว่าเกิดการพิพากษาแล้วหลาย ๆ คดีที่บังคับยังไม่ได้ หรือบังคับยังล่าช้า หรือพิพากษา ใช้เงินอะไรพวกนี้ อันนี้ผมขอยกตัวอย่างนิดหนึ่งนะครับ

ในส่วนของสถิติคดี สถิติคดีหน้า ๔๗ ข้อ ๔ ท่านรายงานว่าจำแนกคดีผู้ถูกฟ้อง คดีมากที่สุด ๕ ลำดับแรก ก็มีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม สำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานในบังคับบัญชาของสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านบอก ๕ หน่วยงาน แต่ชาร์ต (Chart) ในรายงานท่านยกมา ๑๐ หน่วยงาน ๑๐ สังกัดเท่านั้นเอง ผมจะเรียนถาม ท่านว่านอกเหนือจาก ๑๐ หน่วยงานมีอีกหรือไม่ ผมเชื่อว่าคงมากกว่านั้น แล้ว ๒. ประเด็น ที่ผมสงสัยแล้วก็ถามและมีปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจก็ตาม เรื่องการปกครองท้องถิ่น ก็ตาม ท่านจัดหมวดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ในสังกัดไหน โดยนัยทางกฎหมาย แล้วตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้สังกัดกระทรวง มหาดไทย คำถามที่ผมจะถามก็คงมีเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิรมิต ถึงมีชื่อท่านก็ต้องยกมือไว้ด้วยนะครับ จะได้มั่นใจว่าท่านยังประสงค์จะพูดต่อ

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ที่เสนอเข้ามาในสภาวันนี้ ผมมีข้อสังเกตเห็นว่าศาลปกครองโดยหน้าที่มีหน้าที่ในการอำนวย ความยุติธรรมทางปกครองให้แก่ประชาชน และสร้างคุณภาพระหว่างการคุ้มครองสิทธิ ส่วนบุคคลและประโยชน์สาธารณะ ผมขอชื่นชมและยินดีกับศาลปกครองที่ได้ผดุงความยุติธรรมทางปกครองให้แก่ประชาชน แต่ผมก็มีข้อสังเกตที่อยากกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังศาลปกครองว่าคติพจน์ของ ศาลปกครองบอกว่า เป็นธรรม รวดเร็ว และทันสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ได้พบได้เห็นอยู่ตลอด ก็คือว่าขั้นตอนกระบวนการดำเนินการพิจารณาคดีของศาลปกครองนั้นผมยังถือว่ายังล่าช้า ยังไม่รวดเร็วตามคติพจน์ของศาลปกครองที่ให้ไว้ ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนรับฟ้อง ผมไม่มีปัญหา ขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริงก็ไม่มีปัญหา แต่ขั้นตอนในการนั่งพิจารณาคดีระหว่างขั้นตอนที่ ๒ กับขั้นตอนที่ ๓ เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานมากไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาจากอะไร ผมอยากจะ เรียนถามว่าขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นตอนที่ ๔ จนถึง ขั้นตอนบังคับคดีขั้นตอนที่ ๕ ได้มีกำหนดไว้ไหมว่าจะใช้เวลานานเท่าไร เพราะผลออกมา ในทางปฏิบัติก็คือว่าเมื่อชาวบ้านเขาไปฟ้องคดีแล้วในศาลปกครองชั้นต้นในส่วนภูมิภาค หรือส่วนต่างจังหวัดที่ปรากฏเห็นอยู่เรื่อยก็คือว่ามีคดีเกินกว่า ๕ ปี ยังไม่มีคำพิพากษา หรือไม่มีคำตัดสินออกมาเลย ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร เลยขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง เรียบร้อยแล้วจะเกิดขึ้นเพราะอะไร ไม่มีการนั่งพิจารณาคดี ผ่านมาตั้ง ๕ ปี ๖ ปี ในศาลชั้นต้น เพราะอะไรครับ ผมอยากจะเสนอให้ทางตุลาการศาลปกครอง หรือศาลปกครองได้กำหนด ว่าในขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนรับฟ้องจะใช้เวลากี่วัน กี่ชั่วโมง กระบวนการขั้นที่ ๒ การแสวงหา ข้อเท็จจริงก็คงไม่มีปัญหา เมื่อศาลปกครองส่งหนังสือไปถึงอีกฝ่าย อีกฝ่ายเขาก็รีบดำเนินการ เขาไม่ได้เสียเวลาอะไร ส่วนมากเอกสารที่เกิดขึ้นในชั้นศาลจะเป็นเอกสารของทางราชการ ก็มีอยู่แล้ว เขาก็ให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่ขั้นตอนการนั่งพิจารณาคดีหลังจากแสวงหา ข้อเท็จจริงไปแล้วทิ้งเวลาไปตั้ง ๒ ปี ๓ ปี อย่างนี้มันไม่เป็นไปตามคติพจน์ของศาลปกครอง ที่วางไว้ก็คือรวดเร็วและทันสมัย เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนให้ท่านได้รับทราบว่าควร ที่จะกำหนดขั้นตอนหลังจากแสวงหาข้อเท็จจริงเสร็จเรียบร้อย การเตรียมนั่งพิจารณาคดี ควรที่จะอยู่ในครึ่งปีหรือ ๑ ปีอะไรทำนองนี้น่าจะกำหนด ถ้าไม่เสร็จเรียบร้อยก็ต้องขออนุญาต อธิบดีเพื่อที่จะอนุญาตเป็นครั้งคราวไป ก็คงจะให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนได้ ผมชื่นชม กับการทำงานของศาลปกครองเพราะแก้ปัญหาให้แก่ข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ดี แต่ความล่าช้านี่ ล่าช้าเป็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น อยากจะเสนอให้ทางศาลปกครองได้กำหนดเวลาในการที่จะพิจารณาคดีตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้ชัดเจนเพื่อที่จะเกิดประโยชน์ให้แก่พี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านคารมครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นพร้อมข้อสังเกตต่อรายงานของศาลปกครอง ในข้อเท็จจริงที่ได้เกี่ยวข้องมีอยู่สัก ๔ ประเด็น

ประเด็นแรก ตามที่มีสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปแล้วครับว่าหน่วยงาน ที่ถูกฟ้องก็คือส่วนราชการแน่นอน เพราะเหตุว่ากฎหมายปกครองทำขึ้นมาก็เพื่อจะคุ้มครอง ประชาชนกรณีที่โต้แย้งมีปัญหากับรัฐ แต่ผมสังเกตคนที่จะมาศาลปกครองได้โดยส่วนใหญ่ ก็จะมอบอำนาจให้ทนาย ที่มีเขียนเองบ้างเขียนเป็นจดหมายนี่ ส่วนดีก็คือว่าระบบของศาลปกครองคือรับไว้หมด แล้วก็มาดูว่าถ้าหากแก้คำฟ้องไม่ถูกต้อง ท่านก็แนะนำให้แก้ แต่ที่ส่วนใหญ่มันหลุดไปแล้วเขาไม่ฟ้องจนบางทีถ้ากรณีที่มันไม่เป็น ประโยชน์ต่อสาธารณะขาดอายุความก็เยอะ เหตุผลหนึ่งที่สำคัญคือเขาไม่ทราบว่าเขามีสิทธิ จะฟ้องได้ การประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะในกรมที่ดินก็ดี สำนักงานที่ดิน ก็ดี หรือหน่วยงานอื่นซึ่งประชาชนเขาเข้าไปพบที่ว่าการอำเภอ ศาลากลางก็ดี ท่านควรที่จะ มีแผ่นพับหรือการประชาสัมพันธ์ที่มากกว่านี้ ผมเคยเห็นที่นาเขาใกล้กับคลองสาธารณะ อบต. ไปขุดเขา แล้วเขาก็ไม่ได้ฟ้องเลย มาฟ้องทีหนึ่งเป็น ๕ ปี ๑๐ ปี ตั้งแต่ตั้งศาลปกครอง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ก็มี นี่คือคำถามแรกแล้วก็ข้อสังเกตแรกที่จะให้ศาลปกครองได้ดำเนินการ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน

ประเด็นที่ ๒ ผมสงสัยมาก ผมดูสถิติคดีที่ค้าง โดยเฉพาะศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ศาลปกครองกลางก็ดีคือศาลปกครองชั้นต้น ท่านเลขาธิการได้รายงานมาแล้วก็รับฟัง ก็คือว่ากำลังรับตุลาการเพราะเหตุว่าคดีมันค้างเยอะ แล้วจริง ๆ ก็เป็นอย่างนั้น ผมจะตั้ง ข้อสังเกต ข้อเท็จจริงเลยว่ามีคดีหนึ่งเขาฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฟ้องตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ตอนนี้ปี ๒๕๖๓ ศาลปกครองกลางตัดสินแล้ว ขณะนี้ศาลปกครองสูงสุดกี่ปีแล้วท่านนับดู คดีนี้เป็นคดีที่ผู้เสียหายเสียชีวิตในโรงพักเพราะไฟไหม้โรงพักไทรน้อย ตั้งแต่ลูกเล็กจนโต สำนักงานตำรวจแห่งชาติแพ้คดีต้องได้ค่าเสียหาย ไม่มีการเยียวยาเลย แต่ท่านไปดูที่ทำการ ของศาลปกครองแต่ละที่สิครับ ผมขึ้นศาลปกครองมาหลายที่ จังหวัดอุบลราชธานีก็เคยขึ้น จังหวัดขอนแก่นก็เคยขึ้น จังหวัดนครราชสีมาก็เคยขึ้น ที่ทำการท่านใหญ่โตมาก ใหญ่มาก เหมือนท่านถอดแบบที่ทำการของศาลปกครองฝรั่งเศสมาเลย แต่บุคลากรที่ท่านจะจ้าง เพื่อให้มีตุลาการที่เพียงพอผมว่าท่านผิดที่ผิดทาง อันนี้ในฐานะที่เป็นตัวแทนประชาชน ต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่ามันไม่สอดคล้องกันเลย ท่านลองดูสิครับ หน้าที่ท่านบอกว่าสถิติคดี เข้ามา ๓๐,๐๐๐ กว่าคดี ท่านเสร็จกี่คดี ๙,๙๗๙ คดี น้อยมากนะครับ และยกตัวอย่างด้วย คดีที่ผมเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ ปี ๒๕๕๖ นี่ปี ๒๕๖๓ ถือว่าล่าช้ามาก ทั้งที่ความจริง มันไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน ส่วนอื่นส่วนกรณีที่ฟ้องง่าย ฟ้องทางไปรษณีย์อันนั้นก็ดีอยู่แล้ว เขตอำนาจก็ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการประชาสัมพันธ์อย่างที่ผมได้นำเรียนแต่ต้นว่า ต้องมากกว่านี้ แต่ว่าเรื่องสถิติคดีค้างนี้ท่านต้องตอบให้ได้ว่าเกิดจากสาเหตุระบบจัดการ เราจะไม่ก้าวล่วงในดุลพินิจคำวินิจฉัย แต่ว่าระบบอื่นท่านต้องตอบเป็นข้อสังเกตจากที่ผม ได้ถามท่าน นอกจากนั้นผมก็กราบเรียนว่ากรณีที่ผมได้สัมผัสกับศาลปกครองคือว่าอยากให้ เสียงของ ส.ส. นี้สะท้อนไปถึงศาลปกครอง รวมทั้งบุคลากร ตุลาการก็ดีว่าโดยหลักแล้ว รัฐนี้มีอำนาจเหนือ เพราะฉะนั้นประชาชนหลักแล้วต้องได้รับความคุ้มครองมากกว่ารัฐ ประชาชนต้องเป็นคนที่ด้อยกว่าอยู่แล้ว ทั้งระบบเอกสาร ทั้งระบบการดำเนินการเพราะเหตุว่า ศาลปกครองเป็นระบบไต่สวน แสวงหาข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นต้องอำนวยความสะดวกแก่ ประชาชนให้มาก บางครั้งบางศาลการคิดระบบค่าถ่ายเอกสารผมเห็นบางทีสูงเกินไป อันนี้ เรียนได้เลยว่าอันนี้คือข้อเท็จจริงที่มีมาแต่ไม่ระบุศาล ผมว่าบางอย่างเราไปเอาประชาชน ซึ่งต้องยอมรับครับว่าประชาชนคือไปศาลในคดีปกครองบางทีฟ้องด้วยจดหมายธรรมดา ผมก็เห็นเยอะ แล้วท่านยังไปเก็บค่าบริการเขาเยอะ อันนี้ก็เป็นความเดือดร้อนของประชาชน เพราะฉะนั้นก็นำเรียนข้อสังเกตต่อรายงานศาลปกครองสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้รายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๑ เข้าสู่สภา ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ พวกเราจะได้ทราบว่า การดำเนินงานของศาลปกครองนั้นเป็นอย่างไร เพราะว่าศาลปกครองเป็นที่พึ่งของพี่น้อง ประชาชน แต่สิ่งที่ผมอยากรบกวนท่านประธานสั้น ๆ ไม่มากครับ ผมอยากจะถามเรื่องเก่า ศาลปกครองนครศรีธรรมราชที่ตั้งที่อำเภอทุ่งสง วันนี้พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอำเภอทุ่งสงถามผมด้วยความเคลือบแคลงใจ ผมตอบไม่ได้ครับ แล้วก็วันนี้ผมกราบขอร้องให้ศาลปกครองตอบวันนี้ให้ชัด ๆ เรื่องก่อสร้างศาลปกครอง ที่อำเภอทุ่งสง ผู้รับจ้างทิ้งงาน ได้ส่งงาน ๒ งวด งวดที่ ๑ งวดที่ ๒ ถ้าผมจำไม่ผิดงบประมาณ เบิกจ่ายไปแล้วประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท ที่ตั้ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเหมาะสมมาก เพราะว่าศาลปกครองนครศรีธรรมราชนั้นต้องดูแล ๓ จังหวัด คือจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ และจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอทุ่งสงเป็นจุดศูนย์กลางและอยู่ถึงเส้นทาง คมนาคมถนน ๔ ช่องทางจราจร สาย ๔๑ ผมกราบเรียนว่าทำเลดีที่สุด สวยที่สุด เหมาะสม ที่สุด และอำเภอทุ่งสงเป็นอำเภอใหญ่กำลังจะเป็นจังหวัดทุ่งสงอยู่ไม่นาน สิ่งที่ผมอยากเรียน ถามว่า ๑. คดีนี้ไปถึงไหนแล้ว ๒. ที่ชาวอำเภอทุ่งสงพูดกันมากแล้วก็ถามผม ผมตอบไม่ได้ ถามว่าแล้วที่ตั้งของศาลปกครองนครศรีธรรมราชคงอยู่ที่ทุ่งสงหรือไม่ เพราะมีเสียงครหา นินทามากว่ามีการเล่นแร่แปรธาตุวิ่งเต้นกัน ทำอะไรที่ไม่ค่อยชอบธรรม และคิดที่จะย้าย สถานที่ตั้งจากอำเภอทุ่งสงไปจุดอื่น ซึ่งผมกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ ศาลปกครองต้องทบทวนแล้วก็ควรที่จะมาตั้งที่อำเภอทุ่งสง ด้วยเหตุความเหมาะสม ทุกเรื่องทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นมติของศาลปกครอง คณะกรรมการพิจารณาการหาที่ก่อสร้าง ศาลปกครองก็ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าอำเภอทุ่งสงมีความเหมาะสม และได้ก่อสร้างแล้วด้วย พอผู้รับเหมาทิ้งงานท่านย้ายที่หรืออย่างไร นี่ผมไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่ผมเรียนถามท่านประธาน ไปยังศาลปกครองวันนี้ผมขอให้ท่านตอบชัด ๆ เพราะว่าพี่น้องประชาชนคนนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอำเภอทุ่งสงสงสัยเรื่องนี้มากครับ แต่ผมยังยืนยันกับพี่น้อง ประชาชนว่าคงอยู่อำเภอทุ่งสงนั่นล่ะ เพราะไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะย้ายที่ก่อสร้างไปที่อื่น ไม่ว่าจุดหนึ่งจุดใดก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอถามสั้น ๆ แค่นี้ เพราะผม คิดว่าถ้าเกิดว่าศาลปกครองไม่ซื่อสัตย์ ซื่อตรง ศาลปกครองยังมีอะไรที่แอบแฝงอยู่ก็มีปัญหา แน่นอน ขอบพระคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวท่าน ก็คงตอบละครับ เชิญท่านสุทัศน์ เงินหมื่น สัก ๕ นาทีนะครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ปีนี้คงเป็นปีที่ ๒๐ ที่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีศาลปกครอง กระผมจำได้ว่าศาลปกครองได้ตั้งขึ้นเมื่อสมัยที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี กระผมรับผิดชอบที่กระทรวงยุติธรรมมีบทบาทในการเสนอและเป็นกรรมาธิการ ซึ่งก็ขอ ชื่นชมการดำเนินงานของศาลปกครองมาตลอด ซึ่งก็สอดคล้องกับกฎหมายและหลักการโดยการฟ้องทำให้ประชาชนสะดวก การแสวงหา ข้อเท็จจริง การนั่งพิจารณาคดี การพิพากษาคดี และการบังคับคดีก็เป็นไปตามลำดับ ซึ่งส่วนหนึ่งประชาชนพึงพอใจ แต่ขณะที่มีการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการของการจัดตั้ง ศาลปกครองนั้น ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตอนนั้นหลายคนเป็นห่วงในเรื่องการที่จะ ใช้จ่ายงบประมาณไปในการสร้างสถานที่ หรืออำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน หรือว่า ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยอยากจะให้เน้นที่การประหยัดเพราะกว่าที่จะมาจัดตั้งศาลปกครองได้นั้น ผู้ที่อยู่ในวงการยุติธรรมก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องลำบากที่สุด แต่เมื่อผมดูการก่อสร้างสำนักงาน ศาลปกครองหลายแห่งค่อนข้างที่จะใหญ่โตมโหฬาร โอ่โถง ทั้ง ๆ ที่ความจริงนั้นการใช้พื้นที่ คงไม่มากมายขนาดนั้น ความศักดิ์สิทธิ์ ความน่าเชื่อถือคงไม่ได้อยู่ที่การก่อสร้างหรือสถานที่ ราชการที่ใหญ่โตมโหฬารทุกแห่งเหมือนกัน แล้วคงจะต้องมีอีกหลายแห่งที่จะต้องสร้าง ใหญ่โตมโหฬารเช่นนั้น ผมคิดว่างบประมาณในการที่จะใช้ในการก่อสร้างนั้นเรานำมาใช้ ในการที่จะมาอำนวยความสะดวก เพิ่มจำนวนผู้พิพากษา เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ เพิ่มระบบ การไต่สวน เพิ่มระบบการพิจารณาพิพากษาคดีน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ข้อสังเกตนี้ ผมคิดว่าคงจะต้องขอฝากให้ทางศาลปกครองได้รับไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งคงไม่จำเป็นที่จะต้อง ไปสร้างให้ใหญ่โตเหมือนเดิมที่เคยสร้างมา ที่สร้างมาแล้วก็แล้วไปคงไม่สามารถทุบได้ แต่ว่า เป็นข้อสังเกตที่มีมาตั้งแต่เริ่มต้นในการพิจารณาคดีจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ของศาลปกครอง ท่านประธานครับ ท่านเวลาผมน้อยผมก็ขอฝากเท่านี้ละครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เวลาท่าน เหลือเลยนะครับ ขอบคุณที่ช่วยประหยัดเวลา เชิญท่านผู้แทนศาลปกครองตอบชี้แจงครับ เชิญครับ

นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบไล่เลียงแต่ละท่านนะครับ ท่านเทพไทที่กรุณาพูดถึง ศาลที่เปิดใหม่ทั้งจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุพรรณบุรี และก็จังหวัดยะลา แล้วมีข้อความถาม ในเรื่องของจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งน่าจะเป็นคำถามที่สอดคล้องกับท่านประกอบนะครับ ขอเรียนถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าเดิมที่มีการสร้างที่ทุ่งสงแล้วได้มีผู้รับเหมาได้ทิ้งงานไป เมื่อทางผู้บริหารศาลปกครองมาพิจารณาหลังจากที่มีเปิดศาลปกครองที่จังหวัดภูเก็ตแล้ว ก็มองว่าการคมนาคมเดิมที่เรามองทุ่งสงนี่เพราะเราดูเขตอำนาจศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในตอนนั้น พอมีการสร้างที่จังหวัดภูเก็ตแล้วจึงเห็นว่าถ้าเป็นอำเภอเมืองก็จะสามารถให้ ความสะดวกกับประชาชนในเขตอำนาจศาลที่มีอยู่ใหม่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชก็คือ จังหวัดนครศรีธรรมราชกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งก็ได้ประสานกับทางจังหวัดเพื่อขอใช้พื้นที่ ศูนย์ราชการนาสารที่ท่านเทพไทได้กรุณาให้ข้อมูลไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ ก็เรียนท่านครับ ก็คือ ปัจจุบันใช้พื้นที่ในการก่อสร้างที่ศูนย์ราชการนาสารซึ่งได้รับความเห็นชอบกับทางจังหวัด เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้มีการพิจารณาผ่านอนุกรรมการของ กสร. แล้ว ขณะนี้ทางจังหวัด ก็ได้จัดทำผังศูนย์ราชการเรียบร้อยก็จะดำเนินการในการก่อสร้างต่อไป แล้วผมขอเรียน ท่านประกอบด้วยความสุจริตใจ ก็คือขอเรียนตรง ๆ ยืนยันได้ตรงนี้เลยว่าในเรื่องการย้ายสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้มีเหตุ ปัจจัยอื่นใดเลยนอกจากความสะดวกของทางประชาชนเป็นหลักนะครับ แล้วก็เรื่องมีนอกมีใน ศาลปกครองไม่เคยทำและในฐานะที่ผมเป็นผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง ผมยืนยันได้เลย การดำเนินงานทุกขั้นตอนของกระบวนการพัสดุทุกอย่างเราทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แล้วก็ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน อันนี้ผมขอกราบยืนยันในตรงนี้ครับ ส่วนในเรื่องของการย้ายพื้นที่ มันก็เป็นเรื่องของผู้บริหารศาลปกครองที่ได้พิจารณาแล้วว่าสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับประชาชน ในสภาพปัจจุบันนี้คือตรงไหน อย่างไร อันนี้ผมขอกราบเรียนแล้วก็ขอยืนยันตรงนี้สามารถ ที่จะตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ขอกราบเรียนยืนยันท่านนะครับ

แล้วก็ในส่วนของที่ท่านเทพไทได้กรุณาสอบถามเรื่องหลักสูตรพิเศษนะครับ ซึ่งเดิมเรามีหลักสูตรนี้เรียกว่า บยป. นะครับ นักบริหารการยุติธรรมทางปกครองระดับสูง ซึ่งเรียนยืนยันเลยครับ เราหยุดมาเข้าปีที่ ๕ แล้วที่ไม่ได้เปิดหลักสูตรนี้ก็เพราะว่าได้รับเสียง สะท้อนจากหลาย ๆ ท่านตั้งแต่สมัยสภาผู้แทนราษฎรมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งทางศาลปกครองเราก็สิ่งใดที่เป็นเสียงสะท้อนจากภายนอกต้องรับฟังเป็นอย่างยิ่ง และสิ่งใดที่เกิดความกังวลที่ว่าจะเกิดเป็นคอนเนกชัน (Connection) หรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งทำให้เราหยุดโครงการนี้ไปเป็นปีที่ ๕ แล้วท่านครับ

ในส่วนต่อไปเป็นคำถามของท่านชำนาญนะครับ ท่านชำนาญได้กรุณาถาม ในเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องงานบังคับคดีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในกรณีที่คำถามในเรื่องของ ศาลปกครองสูงสุดได้มีการกลับการบังคับคดีของศาลปกครองชั้นต้นซึ่งขณะนี้ยังไม่มีปรากฏ เช่นนี้นะครับ

ส่วนในเรื่องของการบังคับคดี ผมขอเรียน ซึ่งมีข้อจำกัดในบางส่วนที่เกิดอยู่ ในรายงานของผลการปฏิบัติงานในปี ๒๕๖๑ เนื่องจากคดีส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการ รื้อถอนอาคาร ซึ่งเกี่ยวกับมลพิษและสิ่งแวดล้อม เหตุเดือดร้อนรำคาญอื่น ๆ ซึ่งคดีดังกล่าว จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่คู่กรณีในคดีในการตรวจสอบการปฏิบัติ ตามคำพิพากษา มีการโต้แย้ง หรือมีการร้องเรียนของคู่กรณี ซึ่งต้องเสนอศาลเพื่อพิจารณา สั่งการ รวมถึงคดีที่เกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่หน่วยงานต้องชดใช้เงินให้แก่คู่กรณี ซึ่งหน่วยงานก็ต้องรองบประมาณและต้องใช้ระยะเวลาในการเบิกจ่ายเงิน จึงเป็นเหตุขัดข้อง ซึ่งทำให้การบังคับคดีมีความยุ่งยากซับซ้อนที่เป็นนอกเหนือจากการควบคุมของสำนัก บังคับคดีปกครองในส่วนของสำนักงานศาลปกครองเองนะครับ ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการแก้ไข กฎหมายในเรื่องการจัดตั้งศาลปกครองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี ซึ่งก็มีการกำหนดให้ ปรับหน่วยงานทางปกครองกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครอง โดยศาลปกครอง ได้ใช้อำนาจในหลายคดี ซึ่งทำให้การบังคับคดีมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับรายละเอียด ในเรื่องของบังคับคดีในหลาย ๆ ส่วนเดี๋ยวผมขออนุญาตให้ทางผู้อำนวยการสำนักงาน ศาลปกครองกลางได้ให้รายละเอียดในรายปลีกย่อยในช่วงหลังล่ะกัน ผมขออนุญาตตอบ ภาพรวมของทุก ๆ ท่านไปก่อนนะครับ

อีกเรื่องของท่านชำนาญนะครับ ในเรื่องของการจำแนกสถิติคดีในเรื่องของ ท้องถิ่น อันนี้เดิมสถิติอยู่ในกระทรวงมหาดไทยซึ่งเราไม่ได้รวมอยู่ในกระทรวงมหาดไทย แต่ว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจนตรงนี้ผมก็เลยให้นโยบายกับทางเจ้าหน้าที่ไปแล้วเหมือนกันว่า ในฉบับปีต่อไปให้แยกออกมาให้ชัดเจน แต่ความจริงไม่ได้รวมนะครับ เพียงแต่ว่าไม่ได้ใส่ไป ในหน่วยงานที่อยู่ในแบบรายงานนี้ อันนี้พอดีใจตรงกันกับท่านชำนาญที่ว่าดูแล้วเหมือนกัน ว่าแล้วท้องถิ่นมันไม่ปรากฏในตรงนี้ แต่ความจริงไม่ได้รวมอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาต นำคำแนะนำของท่านชำนาญไปปรับปรุงในเรื่องของการทำงานในฉบับปี ๒๕๖๒ ต่อไปครับ

ต่อไปเป็นท่านนิรมิตนะครับ ท่านนิรมิตพูดถึงในเรื่องของความเป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัย แต่ว่าในปัจจุบันคดียังล่าช้าอยู่โดยเฉพาะขั้นตอนการนั่งพิจารณาคดี แล้วก็ การใช้เวลานานที่คดีเกินกว่า ๒ ปีขึ้นไปถึง ๕ ปี พอดีมีใกล้เคียงกันหลายท่านก็พูดในเรื่อง ของคดีค้างอย่างเช่นท่านคารมน่าจะมีตรงนี้ที่ใกล้เคียงกัน ผมขออนุญาตตอบในภาพรวม ของการบริหารจัดการคดีให้ท่านได้เห็นภาพนิดหนึ่งนะครับ ก็คือว่าเรามีปัญหาสำคัญที่จะ ส่งผลกระทบในเรื่องนี้ก็เนื่องจากว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ เรามีคดีทั้งหมดในศาลทั้งสิ้น ๓๓,๓๑๐ คดี ซึ่งส่งผลให้ตุลาการศาลปกครองสูงสุดมีภาระงานคดีถึง ๓๔๔ คดีต่อคนต่อปี ในศาลชั้นต้นก็มีภาระงานคดีถึง ๙๙ คดีต่อคนต่อปี ซึ่งความจริงแล้วกรอบอัตรากำลัง ในศาลปกครองสูงสุดเรามีกรอบที่ ๘๓ คน แต่ว่ามีตุลาการศาลสูง ๔๓ คน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๕๑ เศษ ๆ เท่านั้นเอง แล้วก็ในส่วนของศาลชั้นต้นเรามีกรอบอยู่ที่ ๓๖๑ คน แต่ก็มีผู้ครอง ตำแหน่งอยู่ ๑๘๗ คนในช่วงปี ๒๕๖๑ ก็ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในส่วนของผมเองซึ่งเป็นผู้บริหารสำนักงานศาลปกครองก็ได้ให้ความสำคัญตรงนี้ มาโดยตลอด เรามีการเปิดสอบรับสมัครอย่างต่อเนื่องเลยนะครับ พอจบรุ่นนี้ปุ๊บได้มาเท่าไร อย่างที่เรียนไปในตอนแรกได้ศาลชั้นต้นเพิ่มมาอีก ๔๐ คนก็ยังไม่เต็มกรอบ ปีนี้เปิดขึ้นมาอีก ที่ว่าผ่านข้อเขียนไป ๓๘ คน ก็คือเปิดอย่างต่อเนื่องตลอด แต่ว่าขอเรียนท่านอย่างนี้ครับ ในกระบวนการคัดสรรตุลาการศาลปกครอง ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองสูงสุดหรือศาลปกครอง ชั้นต้นเรามีกระบวนการที่ค่อนข้างรัดกุม เพราะเราต้องการจะได้บุคลากรที่ ๑. มีประสิทธิภาพ ในการทำงาน โดยมีประสบการณ์ในการทำงานที่จะสามารถมาตัดสินคดีทางปกครองได้ โดยไม่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน รวมถึงต้องมีจริยธรรม คุณธรรมอีกด้วย อันนี้ก็เลยทำให้ต้อง สรรหามาโดยตลอด ต้องกราบขอประทานโทษท่านด้วยที่ทำไมถึงได้ตุลาการมายังน้อยอยู่ แต่ทั้งนี้เราก็ไม่ได้ฝากความหวังไว้ที่จำนวนตุลาการแต่เพียงอย่างเดียว ผมขออนุญาตเรียน ในส่วนของการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดี ในส่วนของ สำนักงานเราก็ได้มีการดำเนินการในส่วนสำคัญทั้ง ๒ ด้าน ทั้งด้านบุคลากรที่ผมเรียนไปแล้ว ในเรื่องของการสรรหาตุลาการ อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของการพัฒนาและเสริมทักษะ ความรู้ความเชี่ยวชาญของทั้งตัวท่านตุลาการเองและตัวพนักงานคดีปกครองที่จะเป็นผู้ช่วย สนับสนุนการทำงานของตุลาการศาลปกครอง เพื่อให้คน ๆ หนึ่งสามารถที่จะมีศักยภาพ ทำงานได้มากขึ้น แต่ตรงนี้ก็ขอเรียนว่าก็มีข้อจำกัดในด้านงบประมาณพอสมควรในเรื่องของ การฝึกอบรมต่าง ๆ เหล่านี้ค่อนข้างที่จะได้รับงบประมาณค่อนข้างจำกัด แต่เราก็พยายามหา ความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิจากต่างประเทศอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ในการฝึกอบรม

ในเรื่องที่ท่านได้พูดถึงในเรื่องขั้นตอนต่าง ๆ ในส่วนนี้ได้มีการปรับลดขั้นตอน การทำงานของศาลปกครอง โดยท่านประธานศาลปกครองสูงสุดก็ได้ให้นโยบายในเรื่อง ของการปรับลดขั้นตอนของงานค้นคว้าและเปรียบเทียบ แล้วก็ได้มีการมอบอำนาจหน้าที่ ให้ประธานแผนกคดีในการตรวจ แล้วก็สั่งออกคำพิพากษา ซึ่งเดิมมีเฉพาะท่านรองประธาน ที่ทำหน้าที่นี้ช่วยท่านประธานเท่านั้นเอง แต่ว่าก็มีการเพิ่มเติมมากขึ้นซึ่งก็มีผลเป็นที่น่าพอใจ ผลในการดำเนินงานในแผนฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๑ ก็มีการพิจารณาแล้วเสร็จเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ๑,๔๓๘ คดี แล้วก็มีการจำแนกคดี ตามความเชี่ยวชาญโดยแยกเป็นแผนกคดีต่าง ๆ ซึ่งปรากฏในรายงานผลการปฏิบัติงานด้วย ซึ่งผมจะไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ และนอกจากนี้ก็ยังมีการแก้ไขแนวคำวินิจฉัยของ ศาลปกครองสูงสุดให้เป็นแนวทางเดียวกันในกรณีที่มีการแก้ไขแนวคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ก็ได้มีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เมื่อมีการพิจารณาเป็น แนวเดียวกันแล้วการพิจารณาในเรื่องที่มันใกล้เคียงกันก็จะสามารถพิจารณาได้เร็วขึ้น ผมขออนุญาตภาพรวมไปเลย รวมไปถึงในเรื่องของการเผยแพร่ในเชิงป้องกันด้วยเหมือนกัน ที่เรามีการเผยแพร่สรุปคำวินิจฉัยของศาลปกครองเพื่อให้ทางบุคคลภายนอกทั้งเจ้าหน้าที่ ของรัฐเพื่อนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติราชการที่ดี ในส่วนของภาคประชาชนก็จะได้มีข้อมูล มีแนวทางในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเขา ในส่วนนี้แนวทางปฏิบัติราชการที่ดี เราส่งไปให้หน่วยงานทางปกครองถึง ๙,๐๐๐ กว่าหน่วย เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำแนวทาง ปฏิบัติการที่ดีไปสู่เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ปฏิบัติไปตามหลักนิติธรรมซึ่งใช้เป็นเชิงป้องกัน ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามทำในเรื่องของประชาสัมพันธ์ในส่วนนี้

ในส่วนของประชาชน เราก็เน้นเรื่องการที่จะสร้างเครือข่ายในการประชาสัมพันธ์ ขอเรียนตรง ๆ ว่างบประชาสัมพันธ์ไม่เคยได้เลย เรามองว่าการประชาสัมพันธ์ของศาลปกครอง ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์ในเรื่องชื่อเสียงของศาลปกครอง แต่เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน ได้รับรู้รับทราบว่าเขาจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเขาได้อย่างไรไม่ให้ถูกทางหน่วยงานของรัฐ ไปละเมิดสิทธิของเขา ตรงนี้เองได้มีการสร้างความร่วมมือไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิต่าง ๆ ทั้งมูลนิธิ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเขามีช่องทีวีดีแอลทีวี (TV DLTV) อยู่ซึ่งก็จะเผยแพร่ไปทั่วประเทศได้ แล้วก็ทำความร่วมมือกับ สวทช. ในเรื่องของสื่อสาระ ออนไลน์ทางไกล ซึ่งเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งเขาก็ได้กรุณาให้ การสนับสนุนทั้งงบประมาณในการทำสื่อต่าง ๆ ให้กับทางศาลปกครองซึ่งเราไม่ได้รับ งบประมาณเลย ตรงนี้ก็ต้องให้ความรู้ทั้งในเรื่องของหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้วก็ภาคประชาชนด้วยครับ อันนี้ก็เรียนให้เห็นถึงความพยายามในสิ่งที่จะต้องเผยแพร่ ทำความรู้ความเข้าใจให้กับทั้งภาคประชาชน แล้วก็หน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ก็ในเรื่อง ของการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของศาล แล้วก็ ปรับปรุงการบริหารจัดการคดี รวมถึงการบังคับคดีด้วย แล้วก็มีการกำหนดให้ศาลปกครอง มีอำนาจในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ข้อพิพาทของศาลยุติลงได้ อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคดีที่ค้างนานเมื่อสักครู่ที่หลาย ๆ ท่านได้กรุณาพูดถึงนะครับ ก็คือ เรามีการสร้างแรงจูงใจในเรื่องของการทำคดีค้างนานที่เกิน ๒ ปีขึ้นไป ในส่วนของทั้งตุลาการ แล้วก็พนักงานคดีปกครองก็มีการเพิ่มค่าคะแนนในการปฏิบัติงานเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เขา นำเอาคดีที่ค้างนานเกิน ๒ ปีมาใช้

อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือว่าที่ท่านได้กรุณาพูดถึงในเรื่องของการวาง กรอบมาตรฐานในการดำเนินงาน ซึ่งอันนี้จะเป็นที่ท่านนิรมิตได้กรุณาให้ข้อแนะนำไว้ ซึ่งตรงกันกับที่ในส่วนของสำนักงานศาลปกครองดำเนินการอยู่ในเรื่องของการพัฒนา มาตรฐานในการดำเนินงานของศาลปกครอง ซึ่งกำหนดให้มีขั้นตอนและกรอบระยะเวลา การดำเนินการคดี ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ กรอบระยะเวลา ทั้งขั้นตอนและกรอบระยะเวลา การดำเนินคดีของตุลาการศาลปกครองในศาลปกครองชั้นต้น ขั้นตอนและกรอบระยะเวลา การดำเนินคดีของตุลาการศาลปกครองในศาลปกครองสูงสุด กรณีคดีฟ้องตรงต่อศาลปกครอง สูงสุด ขั้นตอนและกรอบระยะเวลาการดำเนินคดีของตุลาการศาลปกครองในศาลปกครอง สูงสุดกรณีคดีอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งสาระสำคัญของร่างขั้นตอนและกรอบระยะเวลาการดำเนินคดีของตุลาการศาลปกครองนี้ กำหนดไว้ ๔ ขั้นตอน ทั้งในเรื่องของการตรวจคำฟ้องหรือการตรวจอุทธรณ์ การแสวงหา ข้อเท็จจริง การสรุปสำนวน การกำหนดวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง การทำแถลงการณ์ และการนั่งพิจารณาคดีและจัดทำคำพิพากษา ซึ่งตรงกันกับที่ท่านนิรมิตได้กรุณาให้ ความห่วงใยแล้วก็ให้ข้อแนะนำไว้นะครับ ซึ่งตรงนี้กำลังเร่งรัดในการทำกรอบมาตรฐาน นอกจากนี้ก็มีความพยายามที่จะดำเนินการโดยการทำการศึกษากรอบสากลเพื่อความเป็นเลิศ ของศาลหรืออินเตอร์เนชันนอล เฟรมเวิร์ก ฟอร์ คอร์ต เอ็กซ์เซลเลนซ์ (International Framework for Court Excellence) มาปรับใช้กับการทำงานของศาลปกครองอีกด้วย ในส่วนตรงนี้ก็คือในเรื่องของการจัดทำมาตรฐานการทำงานต่าง ๆ ซึ่งผมขออนุญาตนำเรียน เป็นในภาพรวมไว้ก่อนนะครับ

แล้วสุดท้ายของท่านสุทัศน์ที่กรุณาให้ข้อแนะนำในเรื่องของการก่อสร้าง ตัวอาคารที่ท่านให้ข้อสังเกตว่าใหญ่โตเกินไปควรจะใช้งบประมาณในเรื่องของการเพิ่มคุณภาพ และเจ้าหน้าที่ อันนี้ผมขออนุญาตรับความหวังดีแล้วก็ความห่วงใย แล้วก็ข้อแนะนำของท่าน เอาไปนำเสนอในผู้บริหารศาลปกครองต่อไป ฉะนั้นในส่วนอื่นที่ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับ การบังคับคดี ผมขออนุญาตให้ทางสำนักงานศาลปกครองกลางได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แล้วในส่วนของสำนักงานศาลปกครองก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่กรุณาให้ข้อแนะนำต่าง ๆ ซึ่งผมขอยืนยันว่าสิ่งที่ท่านให้ข้อแนะนำในทุกครั้งที่ผมมารายงาน ผลการปฏิบัติงานในทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นสภาใดก็แล้วแต่ เมื่อได้มีข้อแนะนำทางเราก็นำไปเป็น ข้อปฏิบัติให้เกิดรูปธรรมทุกครั้งอย่างที่ผมได้นำเรียนตั้งแต่ตอนที่นำเสนอตั้งแต่ตอนแรกว่า เมื่อมีข้อแนะนำอะไร เราได้ไปทำอะไรบ้าง แล้วผมก็ขอเรียนว่าจะนำข้อแนะนำของท่านไป ในส่วนไหนที่เกี่ยวกับศาลปกครองซึ่งเกี่ยวกับทางท่านตุลาการเราก็จะนำไปสู่การนำเสนอกับ ผู้บริหารศาลปกครอง ส่วนไหนที่เป็นส่วนสนับสนุนที่สำนักงานศาลปกครองดำเนินการได้ ทางสำนักงานก็จะรับไปดำเนินการ ก็เหลือในส่วนบังคับคดีอีกบางส่วน ท่านชำนาญจะเพิ่ม รายละเอียดอีกหรือเปล่าครับ หรือว่าจะให้ผมรับไปดำเนินการ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชี้แจง จบหรือยัง จบแล้วใช่ไหมครับ ท่านประกอบมีอะไรไหม เดี๋ยวขอท่านประกอบก่อนนะครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบรบกวนท่านประธานนิดหนึ่งเพื่อที่จะสื่อไปยังท่านเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ข้อเท็จจริงอย่างนี้ เมื่อก่อนนี้การเลือกสถานที่ระหว่างอำเภอทุ่งสงกับศูนย์ราชการนาสาร มีคณะกรรมการศาลได้พิจารณาและมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าทุ่งสงมีความเหมาะสมที่สุดเพราะว่า อยู่ถึงถนน ๔ ช่องทางจราจร ถนนสายหลักสายเอเชียแล้วก็เป็นกึ่งกลาง ถึงแม้ว่า ๒ จังหวัด ระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียนว่าทุ่งสงนี้เป็นจุดศูนย์กลาง เดินทางได้สะดวก ที่ศูนย์ราชการนาสารนั้นที่ว่าศูนย์ราชการแต่ว่าไปค่อนข้างยาก ลึกเข้าไป ผมเชื่อว่าพี่น้องจังหวัดสุราษฎร์ธานีเดินทางยากมาก แม้แต่พี่น้องจังหวัดนครศรีธรรมราช บางส่วนก็ไปยากไม่เหมือนที่ทุ่งสงสะดวก นี่คือเป็นข้อเท็จจริง

เรื่องที่ ๒ คณะกรรมการศาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบและเห็นว่าทุ่งสง เหมาะสม วันที่เริ่มก่อสร้างท่านประธานศาลปกครองสูงสุดกรุณาไปวางเสาเอกแล้วก็ชื่นชม ว่าเป็นที่ที่มีความเหมาะสมที่สุดนะครับ แล้วพอมาวันนี้ที่ผมสงสัยว่าทำไมการพิจารณา ของคณะกรรมการเลยปรับเปลี่ยนเพราะมีข่าวมาว่าผู้ใหญ่บางคนไม่พอใจที่มาตั้งอยู่ทุ่งสง ต้องให้กลับไปตั้งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านยึดตัวอำเภอเมือง ทุ่งสงเป็นอำเภอใหญ่มาก และยังเป็นศูนย์กลางด้วย ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้พี่น้องชาวอำเภอทุ่งสงไม่พอใจมาก ที่ศาลปกครองกลับไปกลับมาไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องคดี เพราะว่าที่ผมกราบเรียนท่านว่าการก่อสร้างผู้รับจ้าง เบิกไปแล้ว ๒ งวด คืองวดที่ ๑ งวดที่ ๒ ถมดินเรียบร้อยแล้วก็ก่อสร้าง ยืนเสาแล้วด้วยครับ และถามว่าคดีวันนี้ไปถึงไหน ผมจำได้ว่าเรื่องนี้ผมพูดในที่ประชุมแห่งนี้แล้วก็ศาลปกครอง คณะของท่านนี่ละครับ แต่ไม่ทราบว่าท่านหรือเปล่า ผมจำไม่ได้ พูดเรื่องศาลปกครองที่ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ยืนยันบอกว่าจะรีบก่อสร้างไม่คอยให้คดีสิ้นสุดและจะก่อสร้าง ที่ทุ่งสงต่อ แต่แล้วเหมือนหลอกลวงพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวอำเภอทุ่งสง ผมถามว่าถ้าศาลปกครองกลับไปกลับมาใครจะเชื่อถือละครับ ศาลปกครอง เป็นที่พึ่งต้องยุติธรรม ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่ใช่โอนไปเอนมา มันไม่อยู่กับร่องกับรอย อย่างนี้ผมคิดว่าไม่น่าถูกต้อง กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการด้วยความเคารพ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประกอบ ก็ค่อนข้างชัดเจนแล้ว พูดเรื่องเดียวนี้ ๒ รอบแล้ว ท่านเลขาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เรื่องท่านประกอบเอาให้จบเป็นเรื่อง ๆ

นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

ขอกราบเรียน ท่านประธานครับ ขออนุญาตเรียนเรื่องความคืบหน้าของคดี เนื่องจากว่ามีการฟ้องร้องคดี อยู่ในขั้นตอนของศาลปกครองสูงสุด อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลอยู่ คือทางผู้รับจ้าง ที่ทิ้งงานไปฟ้องว่าทางสำนักงานศาลปกครองสั่งปรับเขา แล้วทางเราก็เลยฟ้องแย้งไปว่า เขาเป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ในศาลสูงอยู่ กราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านคารม เชิญครับ

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จังหวัดร้อยเอ็ด กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เนื่องจากท่านผู้ที่รายงานได้พูดประเด็น ที่ผมถามแต่ว่าเฉียด ผมได้ถามด้วยว่าที่คดีค้างผมนี่เห็นตรงกับท่านสุทัศน์ ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านสร้างสถานที่ของท่านแบบมันมีแล้ว ท่านสร้างมีแล้วใหญ่มาก ผมเห็นทุกที่ ผมไปหลายศาล จังหวัดนครสวรรค์ใหญ่จนไม่กล้าไปศาลทั้งที่คนที่มาศาลเป็นชาวบ้าน ใส่ผ้าถุงมา ประเด็นที่กำลังจะสอบถามท่านอยากให้ท่านตอบด้วย ตุลาการศาลปกครอง การสอบมันยุ่งยากและมันต้องละเอียด อันนี้ผมรับได้แน่นอน เพราะคนที่จะมาเป็นศาล ต้องละเอียด และท่านก็พยายามจะชี้แจงก็คือให้พนักงานคดีปกครองโดยเพิ่มความรู้ ประเด็นอยู่ตรงนี้ที่อยากกราบเรียนท่านประธานคือว่าการจ้างตุลาการเงินเดือนสูง เพราะว่า ต้องมีเงินเดือนเป็นหลักประกันอิสระ ทำไมศาลปกครองไม่เพิ่มพนักงานคดีปกครอง ซึ่งงบน้อยกว่า แล้วคนที่เรียนนิติศาสตร์ก็เยอะ ผมมีพรรคพวกอยู่ศาลปกครอง แล้วก็เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ท่านแก้ปัญหาได้ง่าย เพราะว่าการทำคดีปกครองก็คือรวบรวมเอกสารเป็นระบบ ไต่สวนแล้วก็ให้ศาลชี้ตัดสิน เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นนี้ผมยังไม่ชัดเจน ในคำตอบ ผมก็มีข้อสังเกตอยากจะทราบเพื่อความเข้าใจ ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านเลขาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ

นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง

ขอประทานโทษ ที่ตอบไม่ครอบคลุมนะครับ ในส่วนของผมได้นำเรียนถึงกระบวนการคัดสรรของตุลาการ เมื่อสักครู่นี้ตกหล่นไปไม่ได้เรียนว่าในส่วนของพนักงานคดีปกครองเราก็มีการสอบคัดเลือก อย่างต่อเนื่องตลอดมาเหมือนกัน ในช่วงที่ผ่านมานี้เรามีพนักงานคดีปกครองที่เพิ่งสอบผ่าน ข้อเขียนไปแล้ว ๘๑ คนแล้วก็อยู่ในระหว่างกระบวนการ เดี๋ยวก็จะมีการสอบสัมภาษณ์ครับ แล้วก็นำเข้ามาช่วย อันนี้ตรงใจกับที่ท่านได้พูดว่าในส่วนนี้เองอันนี้ก็เป็นส่วนรับผิดชอบของ สำนักงานโดยตรง ซึ่งเราจะต้องจัดหาพนักงานคดีปกครองไปช่วยท่านตุลาการในการทำงาน ซึ่งเราได้วางอัตราส่วนไว้ที่ศาลปกครองชั้นต้น ตุลาการ ๑ ท่านต่อพนักงานคดีปกครอง ๓ คน แล้วก็ในส่วนของตุลาการศาลสูง ๑ ท่านต่อพนักงานคดีปกครอง ๕ คน แล้วก็พนักงานคดีปกครองก็จะทำหน้าที่ ๒ ส่วน แต่ตอนนี้เราจะเพิ่มเป็น ๖ คน ก็ตรงกับ ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อแนะนำพอดีว่าน่าจะใช้พนักงานคดีปกครองนี้มาช่วยท่านตุลาการให้มาก เพราะว่าจะสามารถที่เป็นมือเป็นไม้ทำในเรื่องโดยการแสวงหาข้อมูลอะไรต่าง ๆ ในเบื้องต้น ให้ท่านตุลาการผ่อนคลายเบาลง ถึงแม้ว่าจะมีคดีในมือค่อนข้างมาก แต่ว่าถ้ามี พคป. หรือพนักงานคดีปกครองมาช่วยท่านได้เต็มไม้เต็มมือก็จะเป็นสิ่งที่ดี กราบขออนุญาต รับคำแนะนำของท่านไปด้วย พอดีจังหวะตรงกันครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๑ แล้ว ขอขอบคุณผู้แทนสำนักงานศาลปกครอง ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกครับ ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระที่ ๒.๔

๒.๔ รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจ เงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓

ด้วยสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ ท่านสมาชิกตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจ ที่จะซักถามหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งผมได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าเพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณา ผมจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ จึงขอเชิญ ผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงที่ประชุม ๑. นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดิน ๒. นายอลงกรณ์ กลิ่นหอม ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและให้คำปรึกษาการตรวจเงิน แผ่นดิน ๓. นางสุรารักษ์ นิธิตรีรัตน์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ เชิญตัวแทน ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้าห้องประชุม จะนำเสนอก่อนไหมครับ เชิญครับ

(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)

ท่านรองผู้ว่าการ กรุณายืนพูดนะครับ เชิญครับ

นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินให้มาชี้แจงนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตรา ๒๗ บัญญัติให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจวางนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนำไปใช้เป็นกรอบในการตรวจเงิน แผ่นดินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๑ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน บัญญัติให้ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินวางนโยบายออกเป็น ๒ ส่วน คือนโยบายระยะยาวและ นโยบายประจำปี ซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้วางนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ระยะยาว พุทธศักราช ๒๕๖๑ ถึงพุทธศักราช ๒๕๖๕ แล้วได้แจ้งให้สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และ ครม. ทราบเรียบร้อยแล้ว ในครั้งนี้จะเป็นการนำเสนอนโยบายการตรวจ เงินแผ่นดินประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๓ ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

ในนโยบายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้มีการ กำหนดทิศทาง เป้าหมายในการตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

ในส่วนของการตรวจเงินแผ่นดินสำนักงานให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาล และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดิน

ในส่วนของการให้คำปรึกษาแนะนำหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหาร การเงินการคลังและงบประมาณแผ่นดินแก่หน่วยรับตรวจให้หน่วยรับตรวจดำเนินการในการ ใช้จ่ายเงินแผ่นดินให้เกิดมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้หน่วยรับตรวจ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เพื่อป้องกันความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐ

ในส่วนของการส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรต้องมีการให้ความรู้ ทักษะและ ความเชี่ยวชาญในการตรวจเงินแผ่นดินให้ผู้ตรวจสอบมีความเป็นมืออาชีพ ยึดมั่นในคุณธรรม และจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีการปลูกฝัง ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจและ ตระหนักรู้ในการรักษาวินัยการเงินการคลังแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาเงินแผ่นดินและทรัพย์สินของรัฐ และมีการบริหารจัดการ ทางด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศที่ทันสมัย ตลอดจนมีการสนับสนุนทางด้านวิชาการ และวิจัยเพื่อพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดินทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำไปสู่การพัฒนา องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการตรวจเงินแผ่นดิน

และในทิศทางข้อสุดท้าย คือการส่งเสริมให้มีความร่วมมือและช่วยเหลือกัน ระหว่างองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้บรรลุเป้าหมายในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมาย กำหนด ซึ่งหากมีการปฏิบัติตามทิศทางและเป้าหมายที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กำหนดไว้ จะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการตรวจเงินแผ่นดินในปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ ดังนี้

๑. จะทำให้การตรวจเงินแผ่นดินเป็นไปตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน และหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ

๒. จะทำให้การบริหารการเงินการคลังของหน่วยรับตรวจเป็นไปด้วยชอบ ด้วยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรีและแบบแผนการปฏิบัติราชการ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แก่การเงินการคลังของรัฐ

๓. หน่วยรับตรวจจะมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในการรักษาวินัย การเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญในการเข้ามามีส่วนร่วม ในการดูแลรักษาเงินแผ่นดินและทรัพย์สินของรัฐ

๔. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับงานการตรวจเงินแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ

๕. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะมีรายงานผลการปฏิบัติงานที่อยู่บน พื้นฐานความโปร่งใสอิสระและเป็นกลาง เป็นที่ยอมรับของหน่วยรับตรวจและประชาชน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้

๖. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะเป็นองค์กรตรวจสอบมืออาชีพเป็นที่เชื่อมั่น ต่อสาธารณชนและได้รับการยอมรับในระดับสากล

๗. จะมีการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม

นี่คือสาระสำคัญของนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ดังที่กราบเรียนมาให้ทราบครับ ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกสนใจที่จะอภิปรายจำนวน ๔ ท่านนะครับ ท่านแรกเชิญท่านอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ต่อจากท่านอิสระก็เป็นท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญท่านอิสระครับ

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ซึ่งออกโดยคณะกรรมการการตรวจเงิน แผ่นดิน และจะถูกนำไปปฏิบัติโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า สตง. ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการบริหารราชการแผ่นดิน ของประเทศไทย ทีนี้เพื่อที่จะให้เข้าใจถึงนโยบายของการตรวจเงินแผ่นดินให้ชัดเจนมากขึ้น ให้กระจ่างมากขึ้นผมก็ต้องย้อนกลับไปอ่านถึงรายงานประจำปีของการดำเนินงานของ สตง. ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ในหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นว่าพันธกิจและภารกิจหลักที่ระบุไว้ ในรายงานประจำปีของ สตง. มีอยู่หลายเรื่อง แต่ถ้าให้ผมพูดให้เข้าใจสั้น ๆ ง่าย ๆ นั่นก็คือพันธกิจและภารกิจหลักของ สตง. มีหน้าที่ ในการตรวจสอบความถูกต้อง ๓ เรื่อง นั่นก็คือ ถูกหลัก ถูกกฎ และถูกจุด อย่างแรกถูกหลัก นั่นก็คือเป็นการตรวจว่ามีการดำเนินงานให้ถูกต้องตามหลักการเงินการบัญชี อย่างที่ ๒ ถูกกฎ นั่นก็คือตรวจสอบว่าหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และอย่างที่ ๓ คือ ถูกจุด นั่นก็คือการตรวจสอบว่าหน่วยงานของรัฐได้มีการทำงบประมาณการใช้เงิน การรับเงิน อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ เนื่องด้วยภารกิจ พันธกิจที่สำคัญ ๓ ประการนี้ ประกอบกับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินดำเนินนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญขณะที่จะไปตรวจสอบผู้อื่นต้องมั่นใจ ให้ได้ว่าหน่วยงานเหล่านี้ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๑ จึงระบุไว้ในมาตรา ๒๘ ว่าให้คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินจัดทำนโยบายประจำปีและนโยบายระยะยาว และจากนั้นให้แจ้งต่อ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี ตลอดจนประชาชนทั่วไปให้ได้ทราบ ก็จึงเป็นที่มา ของเอกสารที่มาปรากฏต่อหน้าที่ประชุมแห่งนี้ในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ นี้โดยละเอียด ก็มีหลากหลายประเด็นอย่างที่ท่านผู้แทน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้กรุณาชี้แจงให้ทราบ ทีนี้ผมขมวดออกมาเป็นกลุ่ม ๆ คิดว่า เป็นประเด็นที่พอจะสรุปได้มีอยู่ ๔ ประเด็นหลัก

อันที่ ๑ ก็คือประเด็นด้านคุณภาพ มีการกำหนดนโยบายให้ครอบคลุม ด้านการประกันคุณภาพ ด้านระบบคุณภาพ รวมทั้งมีการพยายามที่จะจัดทำคู่มือ การตรวจเงินแผ่นดิน

อันที่ ๒ ก็คือเรื่องคน การพัฒนาคน รวมทั้งการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้

อันที่ ๓ ก็คือเรื่องความรู้ มีนโยบายในการจัดสร้างองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยน ความรู้กับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การอิตโตไซ

อันที่ ๔ ก็คือความเข้าใจ มีการเสริมสร้างให้เกิดความเข้าใจ ทั้งในหน่วยงาน ของ สตง. เอง หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ รวมทั้งให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงการมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบ

นี่ก็เป็น ๔ เรื่องที่ผมรวมกลุ่มออกมาในส่วนของนโยบาย ทีนี้ขอย้อนกลับไป นิดหนึ่งครับท่านประธาน ก็ต้องขอชื่นชมหน่วยงานว่าในรอบปีที่ผ่านมา อย่างเช่น ปี ๒๕๖๑ สตง. ได้มีการตรวจหน่วยรับตรวจถึง ๗๒,๐๐๐ กว่าหน่วย อันนำไปสู่การป้องกันความเสียหาย ได้ถึง ๔,๓๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ก็ต้องขอชื่นชม แต่เมื่อดูตัวเลข ๔,๓๐๐ ล้านบาท ผมก็สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ผมต้องถามตัวเองว่าตกลง ๔,๓๐๐ ล้านบาทนี้เป็นคำถามหรือว่า เป็นคำตอบกันแน่ เพราะในขณะที่แน่นอนต้องขอชื่นชมความแข็งขันของ สตง. ที่สามารถ ที่จะป้องกันความเสียหายให้ได้ ๔,๓๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่ง นั่นกำลังบอกว่า ๔,๓๐๐ ล้านบาทนี้ คือหน่วยงานราชการของไทยกำลังดำเนินการทางด้านการเงินการคลัง ให้มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายได้ถึง ๔,๓๐๐ ล้านบาท ดังนั้นในส่วนของผมจึงอยากจะขอ ตั้งข้อสังเกตแบบนี้ว่าอยากจะให้ สตง. ทำงานในเชิงรุกให้มากขึ้น นั่นก็คือแทนที่จะมาไล่จับ ว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นที่ไหน แต่อยากจะส่งเสริมให้ สตง. ดำเนินการให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ในหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตามที่ทำให้เกิด ความเสียหายได้เช่นนี้ อันนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะขอตั้งข้อสังเกต

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากขอชื่นชมในนโยบายฉบับนี้ นั่นก็คือมีการเขียนนโยบาย ได้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น เรื่องสำคัญที่ผมพูดในหลายโอกาสนั่นก็คือเรื่องการปรับปรุง การตรวจสอบเงินราชการลับ เรื่องเงินราชการลับนี้ผมพูดหลายที่นะครับ เงินราชการลับ ควรจะลับเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรที่จะลับเกินไปจนกระทั่งตรวจสอบไม่ได้ และเป็นช่องทางของการทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญว่าเงินราชการลับต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของ ประเทศ ในขณะเดียวกันต้องไม่เกิดความเสียหายต่อภาษีของประชาชน จึงจะขอเน้นย้ำ ในประเด็นนี้ คราวนี้มองในภาพที่ใหญ่ขึ้นในเชิงเปรียบเทียบและในมิติของระยะเวลา วันนี้วันที่ ๓๐ มกราคม เท่ากับเราเหลือเวลาในการที่จะดำเนินนโยบายนี้อีกเพียงประมาณ ๘ เดือน ผมก็ต้องขอตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ว่าเป้าหมายของนโยบายนี้ซึ่งมีไว้อยู่มากมาย หลากหลาย ผมมองไม่เห็นว่าหลาย ๆ เป้าหมายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในอีก ๘ เดือน ข้างหน้า ตัวอย่างเช่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ท่านบอกไว้ว่าท่านอยากจะให้ทั้งทันสมัย ทั้งปลอดภัย ทั้งเชื่อมโยงกับหน่วยงานของภาครัฐอื่น ๆ ผมไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ ในเวลาอีกเพียงแค่ ๘ เดือน

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ผมได้ลองทำคือผมลองเอานโยบายของท่าน ปี ๒๕๖๓ ไปทำเมทริกซ์ (Matrix) ง่าย ๆ คือเอานโยบายประจำปีของท่านทาบเข้าไปในนโยบายระยะยาว ของท่าน ก็มองเห็นภาพอย่างนี้ครับว่านโยบายประจำปีที่ท่านจัดทำมานี้ตอบโจทย์เพียงแค่ ๗ เป้าหมายของนโยบายระยะยาวตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง ๒ ปี กว่า ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้กำลังจะบอกว่าทั้งนโยบายระยะ ๑ ปีของท่านกับนโยบายระยะยาว ของท่าน ท่านตั้งข้อสังเกตว่าท่านเขียนเกินกำลังหรือเปล่ามันจะสำเร็จได้หรือไม่ในช่วงเวลา ๘ เดือนที่จะถึงนี้หรืออีก ๒ ปีกว่าที่จะถึงนี้ผมจึงอยากจะขอให้ท่านพิจารณาในการเขียน นโยบายให้มีความเป็นรูปธรรมและมีโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จในระยะเวลาที่ตั้งเอาไว้ เพื่อที่จะไม่ให้เราต้องมานั่งรวบรวมนโยบายกระดาษเหล่านี้ แต่สุดท้ายแล้วเราไม่สามารถ ที่จะบรรลุไปถึงเป้าประสงค์นั้น

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอตั้งคำถามถามกับ สตง. นะครับว่า เป็นประเด็น ของนโยบายปี ๒๕๖๒ คือเนื่องจากผมได้รับนโยบายปี ๒๕๖๓ มาผมจึงอยากจะทราบว่า ท่านเขียนนโยบายอย่างไรเปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินนี้ในมาตรา ๒๘ ระบุให้ท่านต้องทำนโยบายประจำปี ซึ่งพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นั่นแปลว่าในปี ๒๕๖๒ ท่านก็ต้องเขียนนโยบายประจำปี ผมได้ลองสอบถามไปยังสำนักงานของท่านครั้งแรกได้รับคำตอบว่าไม่มีนโยบายปี ๒๕๖๒ ด้วยความสงสัยผมจึงสอบถามไปอีกครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้รับคำตอบว่ามี แต่เป็นการจัดทำ เป็นการภายใน ซึ่งไม่ว่าจะมีหรือมีแต่จัดทำเป็นการภายในหรือไม่มี ผมคิดว่าอาจจะไม่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ให้ท่านต้องจัดทำและเผยแพร่ให้ประชาชน ได้รับทราบเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ท่านเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบผู้อื่นจึงจำเป็น ที่จะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่าผู้อื่นในการทำงาน

สุดท้ายท่านประธาน ผมอยากจะขอชื่นชมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ท่านได้ดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล อันประกอบด้วยคุณธรรม นิติธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า แต่ถ้าจะอนุญาตให้ผมแถมอีกข้อหนึ่ง ผมขอแถมนอกเหนือจากธรรมาภิบาล ๖ ข้อก็คือความไม่เกรงใจ เพราะปัญหาของประเทศไทย ประเทศไทยทุกวันนี้ที่เกิดขึ้นหลัก ๆ สำคัญก็เกิดจากความเกรงใจ ดังนั้นจึงขอเป็นกำลังใจ ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในการที่จะดำเนินการตามนโยบายที่คณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินได้วางไว้โดยใช้หลักธรรมาภิบาลทั้ง ๖ ข้อและบวกอีก ๑ ก็คือการปราศจากความเกรงใจ ให้สมกับความภาคภูมิใจที่ท่านได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่คณะมนตรีบริหารในองค์กรของ โลกอิตโตไซ รวมทั้งให้สมกับเกียรติที่จะได้รับในการเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม การตรวจเงินแผ่นดินของเอเชียในปีหน้า ขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็ขอขอบคุณที่ทาง สตง. ได้จัดทำนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินให้สภาได้รับทราบ ผมจะมีความเห็นหลายประการด้วยกัน ซึ่งบางส่วนท่านอาจจะได้มีการประกาศนโยบายไปแล้ว แต่ว่าก็ขอฝากไว้เพื่อจะได้ไปดำเนินการต่อในภายหน้าได้นะครับ ในเบื้องต้นเลยในข้อที่ ๑ ที่ท่านเขียนเกี่ยวกับเรื่องทิศทางและเป้าหมายของการตรวจเงินแผ่นดินนั้น ก่อนที่ท่าน จะเข้ามาเมื่อสักครู่นี้ท่านอาจจะได้ฟังพวกเราในที่ประชุมแห่งนี้พูดถึงเรื่องงบของกองทุน เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานซึ่งมีปัญหาอย่างมาก เราเสียเวลามากกับเรื่องนี้ เพราะว่าเขา มีการเสนองบที่ล่าช้าถึง ๕ ปีด้วยกันตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นนะครับว่า สตง. ได้มีการประกาศนโยบายให้ชัดเจนครับว่าทิศทางของการทำงานท่านท่านจะดูแลให้งบ ของท่านมีความรวดเร็วภายในเวลาที่กำหนดอย่างน้อยก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ช้า ไปกว่า ๓ เดือนนับแต่ที่ปิดงบ เพราะว่าการที่งบมาล่าช้าทำให้การพิจารณาก็ดีหรือว่า การตรวจสอบต่าง ๆ ก็ดีไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เพราะมันผ่านไปแล้ว แล้วก็หลายเรื่องอาจจะ ไม่ทันการณ์นั่นก็เป็นประการหนึ่ง ในขณะเดียวกันผมอยากเห็นทิศทางของท่านมุ่งไปสู่ การตรวจงบเงินนอกงบประมาณ เพราะทุกวันนี้ระบบงบประมาณของบ้านเราจะมีการเฉไฉออกไปสู่เงินนอกงบประมาณมาก ขึ้น ๆ งบประมาณประจำปีแต่ละปีจึงมีการตั้งงบที่เรียกว่า งบกองทุนต่าง ๆ แม้กระทั่ง สภาพัฒน์ในเดือนที่ผ่านมายังมีการตั้งงบ ๑๐๐ ล้านบาท สำหรับการส่งเสริมงานวิจัยของ สภาพัฒน์ เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นท่านได้มุ่งตรวจเงินนอกงบประมาณให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบของท้องถิ่นซึ่งรัฐบาลพยายามจะมีนโยบายการกระจายอำนาจออกไป ก็คือให้มีอำนาจมากขึ้น เจียดจ่ายเงินงบประมาณมากขึ้น เพราะฉะนั้นงบท้องถิ่นต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบต. หรือ อบจ. ก็ตามควรจะต้องมีงบที่โปร่งใสตรวจสอบได้ แต่ปรากฏว่า ในเอกสารงบประมาณที่ได้นำเสนอมาของปี ๒๕๖๓ อบต. และ อบจ. ไม่มีตัวเลขให้เราดู หลายแห่งด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบต. ต่าง ๆ ในการเขียนเกี่ยวกับเรื่องธรรมาภิบาล แล้วก็เรื่องของการตรวจสอบความผิดหรือคอร์รัปชัน จริง ๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับปีปัจจุบัน คือปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๔ เขียนให้อำนาจกับท่านอย่างมากในการที่จะเอาผิดหน่วยงาน ที่มีพฤติกรรมที่ฉ้อฉล ผมอยากเห็นท่านเอาใจใส่ หรือเขียนเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่า สตง. จะประสานกับองค์กรอย่าง ป.ป.ช. เหล่านี้เป็นต้น เพื่อเอาเรื่องกับหน่วยงานที่ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับเรื่องของการเงินของแผ่นดิน ซึ่งในข้อ ๑.๘ ท่านเขียนอ่อนเกินไป

สำหรับเรื่องผลสัมฤทธิ์ ท่านเขียนไว้ค่อนข้างที่จะหลายด้านด้วยกัน แต่ผม ก็อยากมีประเด็นว่าผลสัมฤทธิ์ของเราในการตรวจเงินแผ่นดินน่าจะเป็นเพื่อให้ระบบการคลัง ของเรามีการรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด การรักษาวินัยอันนี้อาจจะไม่ใช่วินัยที่เป็นไปตาม ระเบียบเสียทีเดียว เพราะว่าระเบียบบางครั้งก็อาจจะไม่เหมาะสม ไม่ทันการณ์ ก็คืออาจจะ เป็นการใช้เงินที่เป็นไปตามระเบียบก็จริงแต่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้น สตง. จะต้องช่วยดูแลตรงนี้ว่าผลสัมฤทธิ์ของท่าน งานของท่านจะเกิดผลต่อการที่จะมีฟีดแบ็ก (Feedback) กลับมายังระบบงบประมาณ ระบบการจัดสรรงบประมาณประจำปี หรือระบบ ของการเบิกจ่ายงบประมาณว่ามีจุดรั่วหรือมีส่วนที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงแค่ไหน อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของข้อ ๒.๒ ท่านพูดถึงเรื่องของการบริหารการเงินการคลังว่า ท่านจะดูแลไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือความเสียหาย จริง ๆ แล้วต้องยอมรับว่าการทำงาน ใด ๆ ต้องมีความเสี่ยง ที่ว่าไม่มีความเสี่ยงเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่าเราต้องบริหารความเสี่ยง ให้อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้อย่างไร

ประเด็นหนึ่งที่อยากจะขอฝากไว้ก็คือว่า กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการ คุ้มครองเงินฝากที่เรามีมาหลายปี เมื่อตอนกลางปีที่แล้วได้ลดวงเงินมาเหลือ ๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าหากหน่วยงานของรัฐมีการฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ แล้วธนาคารพาณิชย์ เกิดมีปัญหาไม่สามารถจ่ายคืนได้เพราะฝากเกิน ๕ ล้านบาท จะทำอย่างไร ใครจะรับผิดชอบ ในอดีตสิ่งนี้อาจจะไม่เป็นปัญหาเพราะว่าเรายังมีความเชื่อและเข้าใจและดำเนินการว่า แบงก์ล้มไม่ได้ แต่ในเมื่อ พ.ร.บ. คุ้มครองเงินฝากมีการบีบคั้นมาถึงจุดนี้แล้ว แล้วต่อไปก็จะ เหลือแค่ ๑ ล้านบาท เพราะฉะนั้น สตง. ต้องช่วยดูแลว่าหน่วยงานรัฐซึ่งอาจจะไม่ได้คุ้นเคย กับการบริหารความเสี่ยงท่านจะดูแลการฝากเงินเหล่านี้อย่างไร

ประเด็นต่อไปเรื่องของการตรวจ สิ่งที่ท่านทำแล้วก็เขียน ผมคิดว่ามีประเด็น ที่อยากจะขอคอมเมนต์ (Comment) ในข้อ ๓.๑.๔ ที่ว่าท่านให้คำปรึกษากับหน่วยรับตรวจ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินก่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ ประเด็นที่ผมอยากจะถาม ก็คือว่าเกิดหน่วยงานนั้นไปถามสำนักงบประมาณ ไปถามกรมบัญชีกลาง แล้วคำตอบที่เขา ได้ขัดแย้งกับท่านจะทำอย่างไร อันนี้ก็คงจะต้องมีความชัดเจน

อีกประการหนึ่งในเรื่อง ๓.๒ เรื่องวินัยการเงิน การคลัง อย่างที่ผมได้เรียนว่า วินัยการเงินการคลังเป็นผลสัมฤทธิ์ ในมาตรา ๒๔๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีการเขียน ให้อำนาจกับท่านอย่างชัดเจน ท่านสามารถสั่งลงโทษทางปกครองกรณีมีการกระทำผิด กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นท่านมีการสะท้อน ประโยคนี้ของรัฐธรรมนูญในการทำงานของท่าน เพื่อให้ท่านได้ให้ผู้รับตรวจเห็นได้ชัดว่า ท่านมีดาบอยู่ในมือ

ประเด็นต่อไปที่ผมขออนุญาตคอมเมนต์ (Comment) ก็คือว่าปกติแล้ว เวลาที่เราจะจับหาคนผิดมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันจะต้องมีความร่วมมือจากผู้ที่ให้ข้อมูล หรือผู้ที่คอยดูแล ผมเห็นใจที่ท่านไปดูเอกสารแล้วจะไปดูว่าเขาจะผิดหรือไม่ผิด แต่ว่าอันหนึ่ง ที่จะช่วยได้ก็คือเรื่องของการส่งเสริมให้มีระบบการตรวจสอบภายใน จริง ๆ ในองค์ประกอบ ของ สตง. ของคณะกรรมการของท่านก็มีคุณสมบัติข้อนี้ข้อหนึ่งไว้ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็น ท่านได้มีการประสานกับสำนักงานตรวจสอบภายในของแต่ละแห่งแต่ละที่ ในการทำงานนั้น ถ้าหากหลายที่หลายแห่งอาจจะไม่มีหรือไม่ยอมมี ท่านก็ต้องพยายามผลักดันให้มี เพราะว่า เป็นการส่อถึงเจตนาที่อาจจะไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันประการสุดท้ายที่ขออนุญาตยกขึ้นมา ก็คือเรื่องของการที่งานของท่านเป็นงานตรวจสอบก็คือมองย้อนหลังไป ซึ่งก็เป็นประโยชน์ ระดับหนึ่ง แต่จะให้เกิดประโยชน์มากไปกว่านี้ก็คือท่านควรจะต้องช่วยมองไปข้างหน้าด้วย ซึ่งการมองไปข้างหน้าแน่นอนคงจะไม่ได้อาศัยแต่เฉพาะเอกสารหรือการตรวจสอบย้อนหลัง แต่คงจะต้องช่วยเขาดูในเรื่องของการบริหารความเสี่ยง ซึ่งประเด็นนี้ผมอยากจะฝากไว้ว่า ในภาคธุรกิจเขาก็จะมีการให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริหารความเสี่ยงอย่างมาก เพราะว่าอนาคตข้างหน้านี้เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลง เรื่องที่เราเคยถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาก็ไม่เป็นเช่นนั้น เรื่องหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือเรื่องของทรัพย์สินของรัฐต่าง ๆ อย่างเช่นโรงเรียนต่าง ๆ โรงเรียนประชาบาลต่าง ๆ ที่สร้างกันอย่างเต็มที่ทั่วประเทศทุกวันนี้มีการใช้สอยน้อยมาก ทรัพย์สินเหล่านี้ผมอยากเห็น สำนักงบประมาณให้ความสำคัญ แล้วก็ช่วยดูว่าเราจะมีระบบการบริหารจัดการให้โรงเรียน หรืออาคารต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งทิ้งร้างไว้ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างไร หน่วยงานของท่านจะ เป็นหน่วยงานที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะว่าจะสามารถสะท้อนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมา ให้กับรัฐบาลได้เห็น ขอขอบพระคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ ครับ

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์ 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ทาง สตง. ได้เสนอนโยบายตรวจเงินแผ่นดินประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๓ เพื่อนำเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไปในปีงบประมาณนี้ ซึ่งได้เน้น ในเรื่องของวินัยการเงินการคลังของรัฐ เพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ มีความมั่นคง ยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ กระทำโดยความสุจริต รอบคอบ โปร่งใส เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ เห็นด้วยอย่างยิ่งแล้วก็ชื่นชม การทำงานของ สตง. เพราะการที่ท่านจะเข้าไปตรวจเงินแผ่นดินละเอียดลออทุกซอกทุกมุม ต้องยอมรับว่าวันนี้เฉพาะ อบต. ก็จะแย่แล้ว อบต. ประเทศไทยมี ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ อบต. ท่านเข้าไปตรวจหมดละเอียดมากเลย แต่ก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าในการเข้าไปดูแล อบต. ของท่าน อยากจะกราบขอความกรุณาท่านนิดหนึ่งว่า เนื่องจาก อบต. เป็นท้องถิ่น ผู้บริหาร อบต. เองก็อาจจะมีความรู้น้อยบางท่านก็อาจจะจบน้อย เรียนหนังสือมาน้อย ขอให้ท่าน เข้าไปตรวจแบบให้ความช่วยเหลือเขา ไม่ใช่เข้าไปเหมือนเป็นศัตรู จะเอาเขาติดคุกติดตะราง ตะพึดตะพือเลย อบต. บ้านผมนั้นติดคุกเยอะแล้วที่ท่านเอาเข้าเยอะเลยครับ จะเรียนท่านว่า อย่างไรล่ะ ควรจะเป็นพี่เลี้ยงในลักษณะของการเป็นพี่เลี้ยงเข้าไปชี้แจงให้ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องกฎบัตรกฎหมาย ในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ กฎหมายต่าง ๆ ผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของ อบต. บางทีก็ไม่มีความเข้าใจไปเสียทุกอย่าง เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนท่าน ท่านเชื่อ หรือไม่ว่านายก อบต. ทั่วประเทศเขากลัวท่านมากเลยครับ กลัวไม่รู้จะกลัวอย่างไรแล้ว ผมก็บรรยายไม่ถูก แต่ละคนมาเล่าให้ผมฟังกลัวไปหมดเลย ทุกคนต้องผ่านการคืนเงินบ้าง อะไรบ้าง บางคนต้องคืน ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท เพราะว่าเอาเงินไป เช่นเอาไปจัดงานวัด งานประเพณีเขาอย่างนี้ จัดงานแข่งเรือจังหวัดนครสวรรค์ จัดงานแข่งเรือเขาอย่างนี้ ท่านเล่นให้เขาคืนเงินหมดเลยใช้ไม่ได้ อะไรก็ใช้ไม่ได้ อันโน้นก็ไม่ได้อันนี้ก็ไม่ได้ ผมอยากให้ ท่านนิดหนึ่งช่วยบอกว่าอะไรที่ทำได้อะไรทำไม่ได้ บางอย่างบางเรื่องท่านประธานที่เคารพ อยากให้ทาง สตง. ช่วยอะลุ่มอล่วยบ้างก็ยังดีเพราะงานประเพณีบางอย่างเลิกกันไปเยอะเลย เพราะความที่กลัวคุกกลัวตะรางจากท่าน ผมเข้าใจว่าแม้กระทั่งงานช้างของจังหวัดสุรินทร์ ก็เลิกเดี๋ยวนี้เพราะเหตุว่าจัดไม่ได้ จัดแล้วติดคุกครับ ยกตัวอย่างเช่นงานที่จังหวัดนครสวรรค์ งานประเพณีแข่งเรือยาวความจริงเขามีมานานแต่เป็นเรื่องเป็นราวก็คือประมาณ ๓๐ กว่าปี มานี้เอง คือเมื่อก่อนก็จัดกันมาเรื่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ตอนหลัง สตง. ก็เข้มขึ้น ๆ เข้มจนกระทั่งเดี๋ยวนี้บอกว่าจะจัดคอนเสิร์ตในศาลากลางไม่ได้ เขาจัดมาตั้ง ๓๐-๔๐ ปีแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็บอกว่าจัดไม่ได้ ถ้าคอนเสิร์ตจัดได้แต่คุณห้ามเก็บสตางค์ แล้วแอ๊ดคาราบาวมาฟรี ๆ ที่ไหนละครับมันต้องเสียสตางค์ไปจ้างเขา และท่านก็บอกว่าถ้าเก็บสตางค์จัดในศาลากลาง ไม่ได้ทำอย่างไรครับ งานประเพณีของจังหวัดนครสวรรค์ผมก็ต้องไปจัดข้างถนนสิครับ เพราะแอ๊ดคาราบาวมัดจำเขาไป ๓๐๐,๐๐๐ บาทแล้วอย่างนี้เป็นต้น แต่ว่าพอมาคุยกับ ท่านผู้ว่า สตง. กลายเป็นว่า สตง. จังหวัดนครสวรรค์ผิด ท่านผู้ว่า สตง. กลับบอกว่านี่เป็น งานประเพณีไม่ได้เป็นการจัดเพื่อทำคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นมันประกอบไปด้วย หลาย ๆ อย่าง มีสินค้าโอทอป (OTOP) มีการแข่งเรือยาวประเพณีเป็นประเพณีของพี่น้อง ชาวจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งมีมาเป็นร้อยปีนะครับท่าน ผมอยากจะบอกว่าบางอย่างท่านให้ ความเข้าใจกับ สตง. ระดับจังหวัดนิดหนึ่งครับว่าอะไรก็ตามที่มันพอที่จะอย่าบอกไม่ถึงกับ อะลุ่มอล่วยนะครับ แต่ว่าพอที่จะคลายความเข้มข้นของท่านลงบ้าง ไม่ได้ให้เขาโกงนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับการโกงเลยครับ ไม่ได้เกี่ยวกับการที่จะทำให้เสียวินัยการเงินการคลังอะไรเลย แต่ท่านก็ไปเคร่งครัดเรื่องแปลก ๆ อย่างนี้ ผมอยากจะเรียนว่าเคร่งครัดเรื่องแปลก ๆ อย่างนี้ บอกกับผมเลย สตง. จังหวัดนครสวรรค์ คุณวีระกรคุณจัดได้เลยแต่คุณห้ามเก็บสตางค์ แล้วผมบอกว่าถ้าผมให้เจ้าหน้าที่เดินขอสตางค์ขอเรี่ยไรได้ไหม เพราะว่าเสียสตางค์ไปแล้ว เขาบอกไม่ได้ เรี่ยไรก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ คือผมอยากให้ท่านเข้าใจว่าในงานบ้านนอกเรา หรือว่าในท้องถิ่น คือผมอยากจะเห็นว่าที่งบประมาณเยอะ ๆ ท่านไม่ค่อยไปเข้มกับเขา กรมทาง กรมทางหลวงชนบทปีหนึ่งงบเป็นแสนล้านบาททำไมท่านไม่ไปตรวจหนัก ๆ เข้มข้น อย่างนี้บ้าง หรือว่าเงินนอกงบประมาณหลาย ๆ แห่งอย่างอุดมศึกษา กระทรวงอุดมศึกษา เงินนอกงบประมาณเป็นหมื่น ๆ ล้านบาททำไมท่านไม่ไปดูรายละเอียดเขาบ้าง เขาเอาเงิน เข้าเท่าไร ค่าตรวจรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขาเก็บเท่าไร ทำไม ท่านไม่ไปเอาที่เป็นหมื่น ๆ ล้านบาท อบต. ปีหนึ่งมีงบอยู่ ๒ ล้านบาทบ้างงบจัดซื้อจัดจ้าง นี่ท่านก็จะเอามันติดคุกติดตะราง คืออยากจะให้ท่านเห็นว่าเพื่อดูแลเงินของแผ่นดิน ใช่ว่า ท่านจะต้องดูแต่ตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ ตัวใหญ่ ๆ เงินเยอะ ๆ ท่านก็สมควรจะต้องดูแล ให้เกิดความเป็นธรรมบ้างนะครับ คือผมเข้าใจว่าธรรมาภิบาล แต่คำว่า ธรรมาภิบาล ทำไม มันจะต้องไปจำเพาะเจาะจงอยู่กับตัวเล็ก ๆ อย่าง อบต. มีงบ ๒-๓ ล้านบาท จัดซื้อจัดจ้าง ปีหนึ่งนี่คือช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้เขาในกรณีอย่างนั้นนะครับ แล้วก็อะไรพอที่จะคลายปมคลาย ความเข้มข้นได้บ้างช่วยเหลืองานประเพณีบ้างอะไรบ้างอย่างนี้ท่านจะเอาเขาติดคุกหมดเลย ผมเห็นแล้วผมก็สงสารนายก อบต. บางคนไม่ได้มีสตางค์ทุกคนครับ ต้องเอาเงินคืนหลวง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๗๐๐,๐๐๐ บาท ก็คงจะมีเท่านี้ละครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าหมดเรื่อง จะพูดแล้วก็พอแล้วครับ ต่อไปท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตอำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ วันนี้ในเรื่องของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ผมได้รับเอกสารในเรื่องของนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ มี ๓ แผ่น ๕ หน้ากระดาษ ถือว่ากระชับ อ่านเข้าใจง่าย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ผมขอชื่นชมสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือว่า สตง. ที่วางหลักในการทำงานในเรื่องของการตรวจสอบเงินแผ่นดินต้องทำด้วยความสุจริต รอบคอบ โปร่งใส เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลถือว่าสมบูรณ์แบบ ประเด็นที่ผมสนใจก็คือเรื่องของภารกิจของท่าน มุ่งเน้นในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในการรักษาวินัยทางการคลัง และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามา มีส่วนร่วมในการดูแลเงินแผ่นดินและทรัพย์สินของรัฐ นี่คือหลักการ แนวทางที่ท่านอยาก จะทำในปี ๒๕๖๓ แต่ผมมั่นใจนี่คือเป็นแนวทางของ สตง. ทั้งหมด ผลสัมฤทธิ์ในข้อที่ ๒ ผมบอกแล้วนะครับ เข้าใจง่าย ผลสัมฤทธิ์ในการตรวจสอบเงินแผ่นดินปี ๒๕๖๓ ข้อ ๒.๖ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นองค์กรตรวจสอบมืออาชีพ เป็นที่เชื่อมั่นต่อสาธารณชน และได้รับการยอมรับในระดับสากล อันนี้ผมไม่ปฏิเสธ ผมเองเป็นอดีตสมาชิกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสงขลาได้รับการติดตามในการตรวจสอบ ได้รับการบอกกล่าวจากเทศบาล อบต. และหน่วยงานที่ท่านตรวจสอบในจังหวัดสงขลาบ่อยครั้ง ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าสนใจที่สุด ก็คือข้อที่ ๓ การดำเนินงานเพื่อพัฒนาตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ ข้อ ๓.๑.๓ ปรับปรุง หลักเกณฑ์การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินราชการลับ หรือเงินที่มีลักษณะคล้ายกับเงินราชการลับ ในลักษณะที่ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินราชการลับ โดยคำนึงถึงหลักความโปร่งใส กับการรักษาความลับเป็นสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกท่านแรกได้พูดถึง เงินราชการลับ ท่านเป็นหน่วยงานตรวจสอบต้องการความโปร่งใสแต่ท่านมีงบราชการลับ ท่านตั้งไว้เท่าไร แล้วที่บอกว่าการไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น องค์กรอื่น ท่านตรวจสอบได้ วันนี้สภาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมจะตรวจสอบท่านว่าท่านไปดำเนินการอย่างไร ใช้งบเท่าไร นี่ข้อที่ ๑ ลำดับต่อมา ข้อ ๓.๑.๔ อยู่ติดกันเลยนะครับ ท่านบอกว่าให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะ และตอบข้อสอบถามแก่หน่วยงานรับตรวจเพื่อให้การใช้จ่ายเงินแผ่นดิน เกิดประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทางการเงินและการคลัง เยี่ยมมากครับ ท่านมีหน้าที่ให้คำปรึกษา เสนอแนะ ในเรื่องของงบประมาณในการใช้จ่าย งบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ เหมือนท่านเพื่อนสมาชิก ท่านวีระกร คำประกอบ ได้กล่าว วันนี้ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นมีคดีใน ป.ป.ช. มีคดีในศาลติดคุกไปหลายคน สิ่งที่ท่าน บอกว่าท่านไปให้คำปรึกษา ผมไม่รู้ว่าหน่วยงานที่ท่านให้คำปรึกษาเขาจะเป็นคนที่จงใจ กระทำต่อหน้าที่ เผอเรอ ไม่รู้หรืออย่างไร เลยมีสถิติจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน วันนี้ผมเอง ก็อยากจะตรวจสอบท่านในเบื้องต้น

เรื่องที่ ๒ ก็คืองบประมาณที่บอกว่าเป็นเงินนอกงบประมาณ ซึ่งผมคิดว่า ทางหัวหน้าพรรคผมเคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณแล้วก็เคยขอข้อมูลหลาย ๆ อย่างไม่ว่า จะเป็นข้อมูลที่มาที่ไปของการดำเนินงานของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๕ สถานีโทรทัศน์ สีกองทัพบกช่อง ๗ ก็ไม่เคยมีข้อมูล ผมคิดว่า สตง. มีอำนาจที่จะเข้าไปดูเรื่องงบประมาณ แบบนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถทราบข้อมูลที่มาที่ไปมาตรฐานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หลาย ๆ หน่วยงานท้องถิ่นทั้งภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานเขาก็บ่นกันผมก็เห็นว่า ทางท่านเองก็พยายามที่จะสร้างมาตรฐานให้มีความถูกต้องตรงกัน เพราะว่าบางภาคบอกว่า ทำได้ บางภาคบอกว่าทำไม่ได้ สิ่งนี้คืออยากจะฝากให้ท่านไปดำเนินการให้เป็นมาตรฐาน เดียวกันจริง ๆ มีเรื่องของงบราชการลับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วผมก็มาย้ำอีกหนึ่ง เสียงว่าภาคประชาชนมีความสนใจเรื่องนี้ แต่ถ้าย้อนอดีตไปท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านประธานสภาปัจจุบัน ท่านชวน หลีกภัย ท่านเคยอภิปรายในเรื่องงบลับมาก่อน ผมคิดว่า เรื่องแบบนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจของสังคมและเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถามแล้วก็ฝาก ทาง สตง. ไว้ด้วย มีเรื่องประเด็นของการเก็บค่าธรรมเนียมที่ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ออกระเบียบเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมหน่วยงานที่รับตรวจอย่างรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน ซึ่งรัฐวิสาหกิจเราเข้าใจได้ว่าเป็นหน่วยงานที่สามารถทำกำไรให้กับรัฐ แต่องค์การมหาชน เป็นหน่วยงานที่ทำงานแทนภาครัฐที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร แต่ปรากฏว่าท่านออกระเบียบ เพื่อให้หน่วยงานองค์กรมหาชนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเข้ารับตรวจ ผมคิดว่าข้อสงสัย แบบนี้ท่านสามารถที่จะตั้งข้อสงสัยที่กระผมถามมาได้ แล้วก็ข้อมูลที่ท่านเขียนเป็นนโยบาย เสนอต่อสภาว่าจะปรับปรุงรูปแบบการรายงานผลต่อสภาให้มีความน่าสนใจใช้ถ้อยคำที่ถูกต้อง และเข้าใจง่ายก็คิดว่าเป็นผลสืบเนื่องจากที่มีการอภิปรายเมื่อคราวก่อนในเรื่องของรายงาน ของ สตง. ความกล้าหาญอันน่าชื่นชมของท่านมันเป็นภาพลักษณ์ของการปฏิบัติงานของ สตง. อดีตที่ผ่านก็มีข่าวรับรู้กันทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมของอดีตผู้บริหารท่านหนึ่ง ไม่อยากจะ เอ่ยชื่อก็เป็นเรื่องภาพลักษณ์ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นที่กังขา ค่าตอบแทนของ เจ้าหน้าที่เพื่อน ๆ ข้าราชการหลายคนบอกว่าออกระเบียบกันมาสูงจริง ๆ เอื้อกับตัวเองมาก หรือเปล่า ท่านอาจจะมีเหตุผลในการรองรับเราก็พร้อมที่จะรับฟังคำชี้แจง ดีใจที่ท่านออก ประกาศนโยบายที่ไม่ขยายอำนาจในการตรวจแผนงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้สร้างความอึดอัดให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก หลายท่านอภิปรายไปแล้ว กลัวกันหมดกลัวจนกลายเป็นว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายคนแทบจะทำงานแบบเช้าชาม เย็นชาม ไม่มีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ เพราะเกิดความกลัว เพราะฉะนั้นฝากประเด็นนี้ท่านด้วย สุดท้ายอยากให้ท่านกอบกู้ศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ท่านเข้าไปตรวจ หน่วยงานภาครัฐแต่ยังมีบางหน่วยงาน เช่น กรมโยธาธิการ กรมเจ้าท่า ไม่เห็นหัวไม่เห็นศีรษะ สตง. เลยครับ ท่านถูกลบหลู่ศักดิ์ศรีในข้อทักท้วง เพราะท่านทักท้วงไปแล้วปรากฏว่า อย่างน้อย ๆ ๒ หน่วยงานกลับตั้งงบประมาณเพื่ออ้างว่าป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแต่ไป ตั้งงบประมาณการสร้างเขื่อนโครงสร้างแข็ง ซึ่งมีหลักฐานข้อมูลการวิจัยของนักวิชาการ หลายคนยืนยันแล้วว่าเป็นการทำลายมากกว่าการป้องกันชายหาด

สุดท้ายครับอีกอันหนึ่งระบบการตรวจสอบการจ้างท่านอาจสามารถเสนอ ความเห็นเกี่ยวกับระบบตรวจการจ้างของภาครัฐว่าภาคประชาชนควรจะเข้าไปอยู่ในระบบ ของการตรวจการจ้างของภาครัฐราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ระเบียบของราชการ ส่วนท้องถิ่นภาคประชาชนมีระบบ มีส่วนร่วมในการตรวจการจ้าง แต่เหตุไฉนราชการ ส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคชงกันเอง ทำกันเอง ข้าราชการทำกันเองล้วน ๆ ทั้งหมดเป็น ช่องว่างครับ เป็นช่องว่างที่ก่อให้เกิดข้อครหานินทาและผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งคำถามแบบนี้มาตลอด ก็ฝากทางผู้บริหารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้โปรดนะครับว่า เราจะเดินไปด้วยกัน เพราะเราเห็นความสำคัญว่าเงินของแผ่นดินคือเงินภาษีของประชาชน เห็นตรงกันกับท่านครับตรงนี้ ผมมาเสนอแนะแล้วก็มาขอคำชี้แจงจากท่าน ขอบคุณครับ ท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ เชิญครับ

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในส่วนนี้ผมเองขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดิน โดยความรู้สึกแล้วก็ต้องยอมรับในองค์กรตรวจสอบเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ในระดับหนึ่ง แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ระบบของการบริหารราชการแผ่นดินทุกหน่วย มีความโปร่งใสมากขึ้น อย่างไรก็ตามอยากเรียนว่าในส่วนของนโยบายที่ได้ประกาศในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นสัญญาประชาคมที่ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินนั้นได้มีนโยบายที่มีความชัดเจน แต่ความชัดเจนนี้ผมไม่อยากให้เป็นความชัดเจนบนตัวหนังสือที่มันเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างเดียว อยากให้แนวทางที่ปฏิบัตินั้นออกไปปฏิบัติแล้วเกิดผลอย่างจริงจัง ผมเรียนว่า ในหน่วยรับตรวจทั้งหลายเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม จะมีงบประมาณค่อนข้างเยอะมาก ถ้าเทียบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วเราเทียบกัน แทบไม่ได้เลย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้ผมเองได้รับเสียงสะท้อนจากในส่วนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นว่าในแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าในสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินในแต่ละยุคแต่ละสมัยมีแนวนโยบาย มีทิศทางที่แตกต่างกัน ในบางช่วงก็อาจจะ มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นเหมือนกับที่ท่านสมาชิกได้พูดไป ก็คือในบางช่วงอาจจะใช้วิธีการ บริหารอย่างหลักอะลุ่มอล่วย หลักธรรมาภิบาลก็คือในแนวทางที่มองว่าทุกคนถ้าหากว่า ดำเนินการโดยสุจริตแล้วอาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ก็ต้อง ดูตามเจตนา ผมเชื่อได้ว่าการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ส่วนหนึ่งยอมรับว่า ผลการตรวจสอบทำให้บุคคลที่ดำเนินการโดยไม่สุจริตได้รับโทษไปค่อนข้างเยอะ ขณะเดียวกัน สิ่งที่น่าเสียใจก็คือบางครั้งคนที่ไม่มีเจตนาหรือว่าไม่ได้ทุจริตแต่ต้องพลอยโดนคดีไปด้วย คือสิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับแล้วก็มีความรู้สึกร่วมกันที่จะแก้ไขในสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญ ที่สุดก็คือทิศทางและเป้าหมายในการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งจะต้องมีหลักธรรมาภิบาล อันนี้ คือสิ่งแน่นอนดังที่ได้เรียนไปแล้ว

ประการที่ ๒ ที่อยากจะฝากและสะท้อนก็คือในส่วนขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั้งหลายที่มี ๕ รูปแบบ เป็นท้องถิ่นที่ถูกรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้เป็นการบริหาร แบบมีอิสระ แต่โดยความเป็นอิสระนั้นต้องถูกตรวจสอบอยู่แล้วต้องยอมรับ แต่การตรวจสอบ เหล่านี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องอยากจะบอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีความสำคัญ สำหรับท้องถิ่น เป็นองค์กรที่จะมีการพัฒนาแล้วก็ขับเคลื่อนในเรื่องของเศรษฐกิจท้องถิ่น เป็นอย่างดี ดังนั้นผมคิดว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีความเข้าใจกับ ในส่วนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินด้วย ประการแรกที่อยากจะฝากก็คือในส่วนที่ท่าน บอกว่าให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำและเสนอแนะโดยความเป็นจริงแล้ววันนี้ระเบียบกฎเกณฑ์ ทั้งหลายมันเยอะมาก แม้กระทั่งวันนี้เรามี พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ปี ๒๕๖๑ แล้วก็มีกฎหมายอะไร มีสิ่งที่ออกมา ค่อนข้างเยอะมาก ความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ที่จะตรงกันเป็นสิ่งสำคัญ ผมอยากให้สำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินนั้นได้ทำความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด ๆ อบรมหรือว่ามีการชี้แจงอะไร ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะมันจะเกิดความชัดเจนในการปฏิบัติต่อกัน แล้วผมเอง อยากเรียนว่าบางครั้งท้องถิ่นเองมีความข้องใจว่าบางครั้งเกิดกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น ไม่ว่าจะ เป็นระเบียบ เป็นกฎเกณฑ์ เป็นกฎหมายอะไรก็แล้วแต่นี่นะครับ แต่ว่าเวลาถามทาง สตง. ไป ปกติ สตง. ไม่ตอบ ผมว่าตรงนี้คือสิ่งหนึ่งที่เราอยากจะเห็นความชัดเจนของแนวทาง ปฏิบัติ ถ้าท่านตอบชัดเจนแล้วผมคิดว่ามันจะเป็นแนวทางขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งประเทศในการที่จะปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน แล้วไม่มีปัญหา พอท่านไม่ตอบเขา ก็ไม่เข้าใจนะครับ

ประการต่อมาก็คือในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรของท่านเอง ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งผมเข้าใจดีว่าองค์กรของท่านมีบุคลากรที่มีความสามารถค่อนข้างเยอะ แต่ว่าสิ่งที่ ได้รับการกล่าวขานหรือว่าได้รับการประสานงานมานี่เขาบอกว่าในหน่วยตรวจสอบของท่าน โดยเฉพาะเจ้าหน้าในแต่ละพื้นที่อาจจะมีแนวทาง แนวทางปฏิบัติ แนวคิด หรือว่าในเรื่อง ของความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายระเบียบไม่เท่ากัน ดังนั้นส่วนเหล่านี้ผมอยากจะฝากว่า ในการพัฒนาบุคลากรของท่านน่าจะเป็นแนวทางที่จะทำให้มาตรฐานนั้นเกิดขึ้นทั้งประเทศ ไม่ใช่ว่าจังหวัดโน้นแนวทางเป็นอย่างโน้น แนวทางเป็นอย่างนี้ ในส่วนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย ที่ท่านเองจะมีการปรับและพัฒนาองค์กรของท่านไปสู่ในยุคของดิจิทัล ในยุคที่เราใช้เครื่องมือ สื่อสารและเอามาใช้เพื่อให้เกิดความสะดวกด้วยนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสท่านประธาน ท่านสมาชิกเพื่ออภิปรายประกอบ นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ กระผมต้องชื่นชมสำนักงาน สตง. ว่าเป็นหน่วยงานที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเป็นหน่วยงานที่คอยรักษาผลประโยชน์ของชาติในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ให้มีสัมฤทธิ์ผล มีความคุ้มค่าและไม่รั่วไหล แต่อย่างไรก็ตามสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ ที่สัมผัสกับหน่วยรับตรวจของสำนักงาน สตง. ซึ่งอยู่ในส่วนภูมิภาคก็ดี ในส่วนกลางก็ดี ได้รับ เสียงบ่น ได้รับข้อสังเกต เห็นว่าสิ่งที่ตรวจไปนั้นบางอย่างก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ดี แต่บางอย่างนั้นก็ตรวจไม่เห็นความไม่มีประสิทธิภาพนะครับ เพราะว่ามัวแต่ไปตรวจเอกสาร เป็นส่วนใหญ่ ผมจะขอฝากข้อสังเกตประมาณสัก ๔-๕ ข้อ

เรื่องที่ ๑ สตง. ควรทำให้หน่วยรับตรวจ ไม่ใช่ให้เกรงกลัว สตง. แต่ให้เกรงกลัว ที่จะใช้งบประมาณของประเทศชาติไม่มีประสิทธิภาพ ขอให้หน่วยรับตรวจมีความตระหนักรู้ ว่าเงินงบประมาณเป็นของหายาก เป็นเม็ดเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนงบประมาณ หลายอย่างนำไปสร้างอาคารโครงการต่าง ๆ แล้วไม่ได้มีการใช้งานเป็นจำนวนมาก แล้วถือว่า ถ้าตรวจที่ตัวอาคารนี่ก็สมบูรณ์แบบนะครับ ได้เหล็กเส้น ได้อิฐ หิน ปูน ทรายครบถ้วน แต่ว่า ไม่มีการใช้ประโยชน์เป็นต้น ต้องให้หน่วยรับการตรวจนั้นได้ตระหนักเรื่องนี้ แทนที่จะมากลัว สตง. ให้กลัวว่าใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีสัมฤทธิ์ผล

เรื่องที่ ๒ วัฒนธรรมที่ให้หน่วยรับตรวจต้องรีบใช้จ่ายเงิน เพราะมีอยู่คำหนึ่ง ว่าถ้าใช้เงินไม่ทันสิ้นปีงบประมาณก็ถือว่าผู้บริหารไม่เก่งก็ต้องรีบใช้เงิน บางอย่างช่วงเงิน งบประมาณออกทีไรก็หน้าฝนทุกที จะทำถนนจะก่อสร้างอะไรมันติดอุปสรรคเรื่องฝนตก น้ำท่วมตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่าง ๆ ก็ทำให้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก็อยาก ที่จะให้ สตง. ได้เปลี่ยนวัฒนธรรมของหน่วยรับตรวจว่าการใช้จ่ายเงินนั้นต้องใช้จ่ายเงิน ให้มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเอาสิ่งนี้ไปสัมพันธ์กับการตั้งงบประมาณในปีต่อไป เพราะที่ผ่านมา ถ้าใช้เงินไม่เก่ง ไม่มีประสิทธิภาพ มีเงินเหลือส่งคืนคลังถือว่าปีหน้าต้องตั้งงบประมาณน้อยลง อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมอย่างนี้ท่านต้องเปลี่ยน อาจจะต้องมีการสงวนไว้ งบประมาณไปใช้ในช่วงที่เหมาะสมอย่างไร ท่านต้องให้ความยืดหยุ่น อะลุ่มอล่วยแก่เขา

เรื่องที่ ๓ ที่ผ่านมา สตง. ไม่ให้หน่วยรับตรวจได้ชี้แจงประกอบเอกสารรายงาน ผู้สอบบัญชี สภาผู้แทนราษฎรเรามีประสบการณ์ในการอภิปรายรายงานประจำปีของหน่วยงาน ที่กฎหมายระบุว่าจะต้องมารายงานที่สภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก อันนี้ยิ่งรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องมารายงานเยอะ หน่วยงานที่ผมถืออยู่นี้รายงานของผู้สอบบัญชีเสนอ จุด จุด จุด หน่วยงาน ท่านเขียนเอาใหญ่เลยนะครับว่า รายงานนี้หมายเหตุประกอบ อันนั้นก็ไม่มี อันนี้ ก็ไม่มี อันนั้นก็หาย อันนี้ก็หาย และไม่มีโอกาสให้เจ้าของหน่วยงานได้ชี้แจงประกอบให้ พวกเราได้ถ่วงดุลว่าเขาชี้แจงแล้วเป็นอย่างไร เพราะท่านชี้แจงทางเดียวเลย ที่ผมพูดอย่างนี้ อาจจะถือว่าเป็นมาตรฐานของ สตง. ไหม ผมว่าไม่ใช่ เพราะว่าอะไรครับ เพราะหน่วยงาน สตง. ของท่าน เวลาท่านมารายงานแบบนี้ ท่านใช้กรมบัญชีกลางมาตรวจ กรมบัญชีกลาง ให้โอกาสท่านชี้แจง นี่ละครับท่านตรวจหน่วยงานอื่นทั้งประเทศ แต่ไม่ให้โอกาสคนอื่นชี้แจง แต่หน่วยงานท่านให้กรมบัญชีกลางตรวจ ซึ่งเป็นส่วนราชการเหมือนกันแล้วท่านชี้แจง ประกอบ และปรากฏอยู่ในเอกสารรายงานผู้สอบบัญชีด้วย สภาผู้แทนราษฎรได้รับคำบ่น จากหน่วยงานที่มารายงานที่สภาผู้แทนราษฎรว่าไม่มีโอกาสได้ชี้แจงประกอบรายงาน ผู้สอบบัญชีของ สตง. เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญผมว่าต้องเปิดโอกาส ไม่อย่างนั้นเป็นตราบาป ประกอบอยู่ในเอกสาร เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมอยากฝากท่านว่าท่านต้องให้โอกาสคนอื่น ได้ชี้แจงว่าการตรวจเอกสารบางทีก็อาจจะไม่ครบถ้วน การชี้แจงนั้นก็ชี้แจงเป็นเอกสาร และประกอบเข้าไป ถ้าท่านเห็นว่าการชี้แจงนั้นมันหักล้างกับสิ่งที่ท่านทำความเห็นไป ท่านก็คงจะต้องทำคำชี้แจงขึ้นมาใหม่ก็ได้ อันนี้ก็ฝากท่านไว้แล้วกันนะครับ ในส่วนที่เป็น เรื่องวิชาการของ สตง. ผมก็ไม่อยากที่จะก้าวล่วง

เรื่องที่ ๔ ควรส่งเสริมระบบสารสนเทศมาสร้างความโปร่งใสในการใช้จ่าย งบประมาณ ปัจจุบันท้องถิ่นทั่วประเทศจะจัดงานวัฒนธรรม จะจัดงานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จะจัดงานอะไรก็แล้วแต่ ยิ่งจัดยิ่งกลัว ก็เกิดความเขาเรียกว่า ภยาคติ ก็คือความกลัวครับ เมื่อมีความกลัวก็ไม่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จะทำดีหรือจะไม่ทำดี ทำก็ สตง. จะเข้า เขาเรียกว่า สตง. จะเข้า แล้วก็บางที สตง. ก็เอาไม้ตลับเมตรมาวัดว่าเวทีมันยาวกี่เมตรจริงไหม ก็น่ากลัวเหมือนกัน ก็เลยทำอะไรแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ใจก็จะไหว้เจ้า จะไหว้พระเจ้าตากสิน จะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ โดยมากก็เป็นเรื่องวัฒนธรรม จิตใจก็พะวักพะวง ไม่รู้จะติดคุกไหม อย่างนี้ผมว่าควรที่จะให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้ประสิทธิภาพประสิทธิผลของงบประมาณ ท่านต้องส่งเสริมให้เขาใช้ระบบสารสนเทศ เช่น จะต้องให้เขารายงานขึ้นระบบเว็บไซต์ (Website) ระบบสารสนเทศ ถ้าจัดโครงการนี้ ใช้งบประมาณนี้ ท่านต้องรายงานภาพกิจกรรม จำนวน ๒๐๐ ภาพขึ้นไปในสารสนเทศ เผื่อมาตรวจสอบจะได้ดูได้ว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นอย่าให้เขาอยู่ด้วยความเกรงกลัว จงอยู่ด้วยความโปร่งใสเพื่อที่จะให้ท่าน สามารถแทร็กกิง (Tracking) แทร็กกิง (Tracking) ก็คือสอดแนมกลับเข้าไปหาร่องรอยเดิม ในการตรวจสอบ ท่านไม่ต้องตรวจสอบที่เวทีกว้างยาวเท่าไรก็ได้ ท่านตรวจสอบที่ประสิทธิผล หรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า เอาต์คัม (Outcome) ท่านไม่ต้องตรวจสอบที่รีซัลต์ (Result) มากนัก รีซัลต์ (Rusult) ก็คือทำอันนี้ได้อันนี้ แต่ทำอันนี้มันไปถึงตรงโน้นเป็นเอาต์คัม (Outcome) หรือเป็นอิมแพกต์ (Impact) หรือว่าเป็นผลกระทบในเชิงบวกตามหลักการ เหตุผล ที่เขาเสนอขอใช้งบประมาณมาเป็นสำคัญจะดีกว่าไหม

ในเรื่องสุดท้ายก็อยากจะให้ สตง. นั้น ตรวจหน่วยรับตรวจด้วยการบอกว่า โครงการนี้ที่ท่านตรวจมันเป็นโครงการที่ถูกต้อง สุดยอด และติดดาวเป็น ๕ ดาวไปเลย ท่านตรวจแต่ให้คะแนนผิดเหมือนท่านเป็นครูตรวจนักเรียน ตรวจข้อสอบ ท่านกาแต่ข้อผิด แต่ท่านไม่กาข้อถูก คนที่เป็นนักเรียนเรียนหนังสือกับคุณครูที่ตรวจให้มันมีแต่ผิด แต่ไม่ตรวจ ที่ถูก ถูกก็ไม่ติดดาว ๑ ดาว ๒ ดาว มันมีถูกมาก ถูกน้อยก็มี ท่านควรที่จะให้ระบบ การประเมินของท่านเป็นการประเมินในเชิงให้กำลังใจ ให้หน่วยรับตรวจอื่น ๆ หรือท้องถิ่น อื่น ๆ แห่กันมาดูงานว่าถ้าทำแบบนี้ สตง. ให้ ๕ ดาวเลย แล้วยังมีเพิ่มเติมได้ ปีหน้าตั้งงบ เพิ่มเติมได้อีก ควรที่จะให้เป็นที่ศึกษาดูงานได้ ผมใช้คำว่าติดดาวเพราะว่าถ้านักเรียนอนุบาล จะเข้าใจว่าติดดาวเป็นอย่างไร ท่านควรที่จะตรวจเพื่ออันไหนผิดก็ติดสีแดงไปเลยอย่างไร แล้วก็ถูกก็ติดดาวไป แล้วก็ฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึง สตง. เพื่อพิจารณานำไป ปรับปรุงนโยบายในการตรวจเงินแผ่นดินของหน่วยงาน สตง. และทางสภาผู้แทนราษฎร จะคอยติดตามความคืบหน้าและพัฒนาการของ สตง. ต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สัดส่วนชาติพันธุ์ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ ผมอยากให้เห็นข้อเท็จจริงในพื้นที่ ผมยกกรณีตัวอย่างที่ อปท. ได้รับงบประมาณโอนมาจากกรมป่าไม้ ซึ่ง อปท. ในพื้นที่ ภาคเหนือในช่วงขณะนี้มีความจำเป็นมากที่จะต้องสนับสนุนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในการเฝ้าระวังไฟป่าเพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นควันพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในอดีตที่ผ่านมาก็จะใช้ กม. คือคณะกรรมการหมู่บ้านซึ่งมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่กฎหมายรองรับ อปท. ก็สนับสนุนงบประมาณไปเลย คณะกรรมการหมู่บ้านก็จะมีการบริหารจัดการว่าจะใช้ งบประมาณนี้ในการเฝ้าระวังเท่าไร อย่างไร ใครจะตรวจเวร ใครจะทำไฟป่า เกิดเหตุแล้วใคร จะไปทำงาน อันนี้เป็นเรื่องปกติ พอ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ทาง สตง. ก็ท้วงติงว่าไม่ได้อยู่ในภารกิจ ไปทำในพื้นที่ของกรมป่าไม้หรือกรมอุทยาน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ ในพื้นที่มีหน่วยงาน ตั้งแต่ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และส่วนกลางทำงานร่วมกัน โดยนโยบายของรัฐก็คือว่า ต้องการให้หน่วยงานบูรณาการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอยู่แล้ว พอมัน มีระเบียบที่มันไปตรวจสอบผมเข้าใจว่าอันนี้คืออุปสรรค ตอนนี้คือพี่น้องประชาชน ผู้นำหมู่บ้านเขาทะเลาะกับนายก ทะเลาะกับปลัดว่าเคยให้ได้แล้วไม่ได้ บางพื้นที่ก็คือ พยายามจะรักษาว่าผืนป่าตรงนี้มันสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นควัน หมอกควัน นโยบายของ ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก็สั่งลงไปว่าต้องไม่ให้มี แต่จะใช้งบก็มีปัญหา อันนี้คือปัญหาใหญ่เลย ครับท่านประธาน ทีนี้ประเด็นของผมผมคิดว่าระเบียบที่มันมีอยู่ สตง. ที่ตั้งขึ้นมาผมเข้าใจว่า เป้าหมายเขาชัดเจนคือว่าทำอย่างไรการใช้งบประมาณของแผ่นดินจะมีประสิทธิภาพและ มีประสิทธิผล เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการออกระเบียบ หรือว่าการดูเรื่องกระบวนการทำงาน สมาชิกหลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว ผมคิดว่าเป้าหมายเชิงประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไปตรวจสอบว่าอยู่ในงบประมาณไหม อยู่ในเขต รับผิดชอบไหม แต่ว่าถ้าหลาย ๆ หน่วยงานเขาคิดที่จะทำร่วมกันเพื่อให้สู่เป้าหมายบางอย่าง ร่วมกัน เข้าใจว่าอันนี้จำเป็น ถ้ามีปัญหาที่ระเบียบก็ต้องแก้ที่ระเบียบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้บาง อบจ. มีพื้นที่ทั้งจังหวัดเป็นป่า ช่วงสถานการณ์เรื่องฝุ่นควันอย่างนี้ครับ ความร่วมมือโดยคำสั่งของผู้ว่า แม้กระทั่งเรื่องของ ประชาชนเองที่จะเข้าไปทำงาน พอกระบวนการมันทำให้เกิดความร่วมมือ แต่ระเบียบ ที่ สตง. ไปให้กับท้องถิ่น ตั้งแต่ อบจ. ถึง อบต. เลยครับ อันนี้ก็เลยไม่กล้าที่จะสนับสนุนเลย เพราะฉะนั้นช่วงท้าย ๆ ผมคิดว่า สตง. จะทำอย่างไรให้ระเบียบที่ท่านถือไว้หรือกระบวนการ ที่ท่านจะลงไปสอบ ไปสนับสนุน เราจะทำอย่างไร คือผมเข้าใจว่างบประมาณใช้ไปทำไม เพราะอะไร เกิดผลอย่างไร ผมคิดว่ากระบวนการตรวจสอบให้มีงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ อย่างนี้ มันดีกว่าที่บอกว่าไม่ได้อยู่ในเขตความรับผิดชอบตามกฎหมายของท่าน ท่านใช้ไม่ได้ อันนี้ผมเข้าใจว่ามันผิดวัตถุประสงค์ในแง่ของการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ เกิดประโยชน์ในพื้นที่จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่นะครับถ้าดูไปแล้ว แต่ความเป็นจริง อปท. ทั่วประเทศ ๗,๐๐๐ กว่าที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือตั้งแต่จังหวัดตากไปถึงจังหวัดเชียงราย ทุก อปท. เกือบจะเป็นพื้นที่ป่าหมด เพราะฉะนั้นในภาวะที่เกิดหมอกควัน ฝุ่นควันอย่างนี้ หนีไม่พ้นคือประชาชนแล้วก็เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปหาคนที่ใกล้ชิดที่สุดก็คือนายกแล้วก็ปลัด หรือสมาชิก อบต. เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ถ้าเราเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ว่า งบประมาณที่ใช้ไปใช้ไปทำไม เพราะอะไร เกิดผลอย่างไร ผมคิดว่าอันนี้มันจะเป็นมิติของ การสร้างงบประมาณที่มีประสิทธิภาพครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญครับ

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขอสอบถามและแนะนำนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ กับผู้มาชี้แจงครับ ในส่วนของที่ประกาศนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถเชื่อมโยง ข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการตรวจเงินแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ จะถามว่า ระบบนี้จะมีระบบที่ถามตอบเพื่อที่จะไปทำงานต่อไปได้อย่างไร

อีกเรื่องหนึ่ง ปัจจุบันนี้เรามีการบริหารราชการถึงส่วนท้องถิ่น ซึ่งในระบบ สารสนเทศนี้จะเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๘๐๐ กว่าแห่งนี้ได้อย่างไร ก็อยากจะถามไว้ แล้วก็อยากจะให้ข้อเสนอที่จะเป็นประโยชน์ในการที่บุคลากรจะทำงาน ต่อไปนะครับ เพราะว่าในส่วนท้องถิ่นเองที่มีปัญหาร้องเรียนมามากก็คือเรื่องของการทำงาน แล้วถูกทักท้วงจากหน่วยตรวจ ในเรื่องของการจัดหา ในเรื่องของการจัดซื้อ ไม่ว่าจะเรื่อง ของการแข่งขันกีฬา ในเรื่องของการจัดงาน ในเรื่องของการจัดซื้อต่าง ๆ ซึ่งระเบียบต่าง ๆ นั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราใช้ระเบียบการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย เป็นหลัก ไม่ได้ใช้ระเบียบการเบิกจ่ายเงินของกระทรวงการคลัง แต่มีระเบียบใหม่ก็คือ ระเบียบของกรมบัญชีกลางที่มาเพิ่มเติมในเรื่องของการจัดหา ซึ่งตรงนี้เองมีความแตกต่าง กับภารกิจที่ท้องถิ่นจะต้องทำ คือท้องถิ่นเองปัจจุบันนี้ได้รับหน้าที่เพิ่มเติมตามประกาศ กระทรวงมหาดไทยว่ามีหน้าที่ที่จะต้องทำตามโครงการของรัฐบาล โครงการของกระทรวงมหาดไทย และหน่วยราชการต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจัดตั้งหรือกฎหมาย กระจายอำนาจที่ถ่ายโอนไปแล้ว ซึ่งตรงนี้เองก็จะเป็นประเด็นปัญหาที่เมื่อหน่วยตรวจเข้าไป ก็จะเกิดการทักท้วงในภารกิจที่ซ้ำซ้อน ซึ่งส่วนราชการต่าง ๆ ยังมีอำนาจหน้าที่ทำอยู่ เมื่อไป ตรวจแล้วเป็นภารกิจที่ซ้ำซ้อนหน่วยตรวจก็จะทักท้วง เมื่อเกิดการทักท้วงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในพื้นที่หนึ่งมันก็จะลามไปทั้งประเทศว่าเรื่องนี้ทำไม่ได้นะครับ ส่วนราชการในส่วนของ ท้องถิ่นก็จะมีเรื่องหารือต่อกันไปทุกส่วนเลยว่าเรื่องนี้ถูกทักท้วง ก็ถูกกำหนดว่าทำไม่ได้ ซึ่งระบบพวกนี้ปัจจุบันส่วนท้องถิ่นเองเราได้ถูกร้องขอความร่วมมือจากผู้กำกับคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทำภารกิจที่เป็นนโยบายของรัฐ นโยบายของกระทรวงมหาดไทย ในภารกิจที่ไม่ใช่ของตัวเองแต่เมื่อมีการตั้งงบประมาณเบิกจ่ายก็จะเกิดปัญหาในเรื่องของ การทักท้วง เพราะว่าระเบียบการเบิกจ่ายของท้องถิ่นไม่มี กระทรวงมหาดไทยไม่ได้ออกไว้ ก็อยากจะให้หน่วยตรวจหรือทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแต่ละพื้นที่ช่วยตอบให้กับ ผู้ปฏิบัติชัดเจนหรือแนะนำให้ชัดเจน มิให้ไปบอกว่าเป็นหน่วยตรวจไม่ใช่หน่วยตอบอย่างนี้ เขาก็ไม่รู้จะไปอย่างไรเหมือนกัน ก็อยากจะฝากไว้ว่าตรงนี้จะทำความเข้าใจอย่างไร ซึ่งปัจจุบันเมื่อ ๒-๓ วันนี้ก็จะมีประกาศของกระทรวงมหาดไทยออกมาเมื่อวานหรือวานซืนนี้ เกี่ยวกับเรื่องการให้ท้องถิ่นไปดูงานต่างประเทศได้ ซึ่งผมก็ไม่รู้อันนี้จะขัดกับระเบียบ การเบิกจ่ายหรือไม่ อีกส่วนหนึ่งก็มีประกาศที่เป็นปัญหาของประเทศเกี่ยวกับเรื่องฝุ่นละออง ที่ต้องจัดหาประกาศให้ท้องถิ่นต้องจัดหาหน้ากากอนามัยในพื้นที่ของทุกท้องถิ่นจัดหา เพื่อป้องกันหรือว่าฉีดพ่นสารเคมี ซึ่งเป็นภารกิจที่ยังซ้อนอยู่กับส่วนราชการต่าง ๆ แต่เป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็อยากจะฝากว่าตรงนี้เองท้องถิ่นเราบูรณาการงาน กับทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่ภารกิจที่ท้องถิ่นเป็นเจ้าของตามอำนาจหน้าที่กับภารกิจ ถ่ายโอนนี้ไม่มี จะทำอย่างไร เพราะว่าประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือปัญหาของพี่น้อง ประชาชนเป็นปัญหาพื้นที่ระดับทั้งประเทศ ซึ่งต้องร่วมแก้กับหน่วยราชการอื่น ๆ ก็อยากจะ ฝากว่าถ้ามีระบบสารสนเทศที่เชื่อมโยงได้หรือว่าปัจจุบันนี้ยังมีหน่วยที่ประสานงานแนะนำ ต่าง ๆ ก็อยากจะฝากว่าให้ทำความเข้าใจกับส่วนราชการหรือว่าเอาประโยชน์ของประชาชน เป็นตัวตั้งแล้วมีกติกาใหม่ที่จะออกมาใช้ร่วมกันได้อย่างไร อันนี้ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างมากนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง ผมต้องขอร่วมอภิปรายในเรื่องที่ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้นำเอา นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ มาเสนอต่อสภาเพื่อให้สภาแห่งนี้รับทราบ ผมต้องเริ่มต้นด้วยการชื่นชมท่านครับว่าที่ผ่านมานั้นทาง สตง. เองก็มีเป้าหมายในความตั้งใจ ที่อยากจะทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของท่านเพื่อที่จะให้เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพ ในการใช้เงินงบประมาณของรัฐยังเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดและพยายามที่จะป้องกัน ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐได้อย่างมากที่สุดและผมต้องชื่นชมครับ ยกตัวอย่างในการส่งเจ้าหน้าที่ของท่านเวลาที่ออกไปตรวจตามหน่วยงานที่ท่านเป็นผู้รับตรวจ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น อบจ. อบต. ต่าง ๆ วันนี้ปีหนึ่ง ใน อบจ. เองท่านไปตรวจ ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง ไปตรวจทั้งงบดุล ไปตรวจถึงโครงการต่าง ๆ ไปตรวจแผนงานต่าง ๆ ที่ อบจ. หรือว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเขาต้องการที่จะทำและนอกไปกว่านั้นท่านก็ส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีเครื่องไม้เครื่องมือ วันนี้ถนนถ้าเท ๑๕ เซนติเมตร ท่านมีเครื่องมือที่จะไป เจาะดูครับว่าเขาเท ๑๕ เซนติเมตรจริงหรือไม่ ลงลูกรังขุดลอกคูคลองสร้างอาคารต่าง ๆ ท่านมีวิธี ท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะไปตรวจเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ ของรัฐนั้นถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ให้เกิดสูงสุดกับพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมนั่งฟังมาตั้งแต่สมาชิกท่านแรกได้ลุกขึ้นอภิปรายจนถึงผมซึ่งเข้าใจว่า น่าจะเป็นคนสุดท้าย ท่านประธานก็น่าจะเห็นครับ ผมเชื่อว่าท่านผู้มาชี้แจงเป็นผู้แทนของ ทาง สตง. ก็น่าจะเห็นครับ เห็นถึงความรู้สึกและเสียงสะท้อนจากพวกเราในฐานะที่เป็น ผู้แทนของพี่น้องประชาชนเขามอง สตง. ว่าอย่างไรครับ เขามอง สตง. เหมือนกับเป็นเพื่อน ของเขาที่เวลาเข้ามาบ้านแล้วเราอยากจะทำกับข้าวเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี พูดคุย อาหารดี ดนตรีไพเราะหรือเขามอง สตง. ด้วยความหวาดกลัวครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านมีประสบการณ์ในฐานะที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นเป็นคนที่อยู่ ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่มาจากท้องถิ่น ข้อมูล สตง. ในทางตรงกันข้ามเขามองพวกเรา ด้วยความกลัวครับ เขากลัวอะไรครับ เขากลัวว่าเมื่อท่านเข้าไปแล้วจะต้องมีการเรียกเงินคืน หรือไม่ เขากลัวว่าสิ่งที่เขาทำไปแล้วจะเสี่ยงต่อการติดคุกติดตะราง เสี่ยงต่อการต้องมา รับผิดชอบของผู้บริหารหรือไม่ก็ต้องทำถามท่านว่าเราอยากจะให้ความรู้สึกหวาดกลัวนี้ อยู่กับหน่วยงานที่รับตรวจจากทาง สตง. แบบนี้ต่อไปอย่างนั้นหรือครับ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ครับ แล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านคิดเหมือนกับที่ผมคิด สิ่งที่พวกเราไม่อยากให้เกิดมากที่สุดก็คือ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ใช้เงินงบประมาณของรัฐนั้นเขากลัวที่จะผิดพลาดจนสุดท้ายเขาก็บอก ถ้าอย่างนั้นเขาไม่ต้องทำก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องผิด เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ได้รับผลกระทบ ก็คือพี่น้องประชาชนที่จะเสียผลประโยชน์จากการดูแลจากหน่วยงานต่าง ๆ ผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังทาง สตง. ใน ๒-๓ ประเด็น

ประเด็นแรกผมอยากจะให้ท่านได้พิจารณาแล้วก็ลดการใช้ดุลพินิจของท่าน ลงเสียหน่อยได้ไหมครับ เมื่อไรก็ตามที่คนที่ออกไปตรวจทำหน้าที่นั้นใช้ดุลพินิจของเขาสิ่งที่ เป็นเสียงสะท้อนกลับมานั่นก็คือความเป็นมาตรฐานที่มันไม่เท่าเทียมกัน ในบางจังหวัด ท่านไปให้คำแนะนำว่าทำได้ ในขณะที่บางจังหวัดทำไม่ได้ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องนั้นเรื่องนี้ทำได้ อีกหลักอีกหลายที่ทำไม่ได้มันจะเกิดเป็นคำถามแล้ววันนี้จึงไม่ต้อง แปลกใจว่าทำไมเวลาที่ทางท้องถิ่นเขาจะทำอะไรทีหนึ่งเขาต้องส่งมาให้ สตง. ดู มาปรึกษา สตง. ว่าทำได้หรือทำไม่ได้ กลายเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เราอยากจะเห็น ส่วนท้องถิ่นนั้นเติบโตเข้มแข็งมันจึงเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้ครับ เพราะทุกครั้งที่เขากำลังจะ ทำทุกก้าวที่เขากำลังจะก้าวออกไปเขาไม่แน่ใจว่าเขาก้าวไปขาอีกข้างหนึ่งเขาอยู่ในตะราง หรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือผมอยากจะเห็นมาตรการที่ชัดเจน มีมาตรฐานที่ชัดเจน มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ออกไปตรวจหน่วยงานที่รับตรวจ ในแต่ละที่ และที่สำคัญผมอยากเห็นการทำหน้าที่ของ สตง. เปรียบเสมือนกับการเป็นพี่เลี้ยง ที่ท่านก็เขียนไว้ชัดเจนว่าอยากจะให้เข้าไปเพื่อที่จะให้คำแนะนำให้ข้อเสนอแนะและการทำงาน ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ไปจ้องจับผิดเขาครับ ท่านสามารถที่จะเข้าไป เพื่อให้คำแนะนำ ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้เขาเข้มแข้งและเข้าใจในหลักการเพื่อที่จะได้ ใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุดนั่นคือสิ่งที่ สตง. ควรจะทำไม่ใช่หรือครับ แล้วผมก็ต้องฝากคำถามไปยังท่าน ผมยกตัวอย่างในบางจังหวัดการใช้เงินของ อบจ. หรือว่า อบต. ก็ดีท่านก็บอกว่าอยู่นอกเหนือขอบเขตความรับผิดชอบ อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ของหน่วยงาน ยกตัวอย่าง อบจ. จะส่งเงินสนับสนุนเอาไปอุดหนุนตามโรงเรียนเพื่อที่จะให้ โรงเรียนตามจังหวัดตามชนบทนั้นซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องของงบประมาณจะไปจ้างครูสอน ภาษาอังกฤษมา อบจ. ไปอุดหนุนไม่ได้นะครับ เหมือนกันครับเวลาที่ท่านจะไปอยากจะเห็น ลูกหลานของคนที่อยู่ต่างจังหวัดได้มีโอกาสในการก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่มากขึ้น ด้วยการไปเอาติวเตอร์ (Tutor) ด้วยการไปเอาอาจารย์ดัง ๆ จากกรุงเทพมหานครหรือว่า จังหวัดใกล้เคียงเอาไปสอนเพื่อให้เขามีโอกาสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มากขึ้น อบจ. ทำไม่ได้ครับ หรือแม้กระทั่งการจัดงานประเพณีต่าง ๆ เอง ยกตัวอย่างวันเด็ก วันสงกรานต์ วันวิสาขบูชา วันสำคัญทางศาสนา เราจะจัดงานต้องไปถาม สตง. ว่าจัดแบบนี้ได้ไหม จัดแบบนั้นได้ไหม จะจัดวันก่อนล่วงหน้า ๑ วัน สตง. บอกทำไม่ได้ ต้องจัดวันที่ตรงกับ วันประเพณีเท่านั้น วันเด็กก็ต้องจัดวันเสาร์จัดวันศุกร์ไม่ได้ ก็ต้องมีคำถามว่าแล้วแบบนี้คือ สิ่งที่เราอยากจะเห็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขายืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองและเติบโต ต่อไปเข้มแข็งในอนาคตได้อย่างจริง ๆ หรือครับ สุดท้ายที่ผมอยากจะฝากท่านประธานเอาไว้ ผมดูในประกาศของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งก็ต้องชื่นชมท่านมีทิศทางเป้าหมาย ที่ชัดเจน ท่านมีผลสัมฤทธิ์ในการตรวจเงินแผ่นดินและท่านมีการดำเนินงานที่ชัดเจน ผลสัมฤทธิ์ท่านมีอยู่ ๗ ข้อ ใน ๗ ข้อนี้ไม่มีข้อไหนเลยที่ท่านบอกว่าผลสัมฤทธิ์ของท่านอยู่ที่ การเรียกเงินคืนจากท้องถิ่นได้มากเท่าไร หรือไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่ท่านจะบอกว่ามีโครงการ ที่ท่านเอาไปตรวจแล้วเกิดความผิดปกติของการตั้งงบประมาณของแต่ละท้องถิ่นเท่าไรไม่มี อยู่ในนี้ แต่เจ้าหน้าที่ของท่านที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับว่าจะต้องไปและทำยอดเพื่อให้ เกิดผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานของท่าน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พวกเราทุกคนปรารถนาเลยแม้แต่น้อย ผมฝากท่านประธานไปยังผู้ที่มาชี้แจง พวกเราที่อยู่ตรงนี้เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย สิ่งที่พวกเราอยากเห็นไม่ต่างจากท่านละครับ เราอยากจะเห็นการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกฎตามระเบียบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นฝากความหวังไว้ ที่ท่านในการที่จะเป็นพี่เลี้ยงแล้วทำให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ใช้เงินของงบประมาณนั้นเติบโต อย่างเข้มแข็งยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ที่จริงก็เกือบจะหมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ แต่ว่าท่านคุณครูมานิตย์ขอมาอีกคน ท่านเอาสัก ๕ นาที เชิญนายครูมานิตย์ครับ เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ประการแรก ไม่ได้ถาม สตง. แต่ว่าผ่านทางไมโครโฟนไปยังพี่วีระกรว่างานช้างสุรินทร์ยังจัดอยู่นะครับ เดี๋ยวจังหวัดผมเสียหายนะครับ ยังไม่ได้ยกเลิกนะครับท่านประธาน ยังเป็นงานช้างที่ยิ่งใหญ่ เหมือนเดิม

ท่านประธานครับ วันนี้มีโอกาสคุยกับ สตง. ซึ่งพวกผมเป็นผู้แทนราษฎร ก็ได้มีโอกาสเจอกันปีละครั้งเท่านั้นละครับ เพราะว่าผมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปหาท่าน ที่สำนักงาน ท่านก็ไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องมาหาผมที่นี่ แต่ก็ติดตามทราบข่าวท่านอยู่เรื่อย ผมตั้งข้อสังเกตอยู่หลายประการ

ประการแรก วันนี้การจัดลำดับการทุจริตของประเทศไทยมันเพิ่มขึ้น ๆ มันมี ผลจากการตรวจสอบของท่านหรือเปล่าที่มันจัดลำดับเป็นการทุจริตที่เพิ่มขึ้น หรือของ ป.ป.ช. อันนี้ผมก็สงสัยเพราะว่าผมไม่ได้อยู่ในหน่วยงานนี้ แต่ผมสงสัย

ประการที่ ๒ ผมอยากเห็นท่านไปตรวจสอบแล้วเป็นสื่อตามหน้าหนังสือพิมพ์ หรือตามข่าวกับหน่วยงานใหญ่ ๆ บ้าง เช่น วันนี้เห็นได้ชัดกองทุนส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ที่ทำงบมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ก็ต้องถอนออกจากสภาไป แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่ายังมีหน่วยงานอื่น อีกเยอะแยะมากมายไหม เพราะว่าเราไม่ใช่ สตง. เอาละครับสิ่งที่ท่านทำดีมาก็ขอให้ดีต่อไป ผมเชื่อว่าท่านก็รักประเทศ พวกผมก็รักประเทศ ต่างคนก็อยากเห็นประเทศเดินหน้าไปด้วย ความเจริญก้าวหน้า แต่วันนี้ผมขอพูดสั้น ๆ เพราะท่านประธานให้เวลาผมแค่ ๕ นาที ผมก็ไม่เคยดื้อกับท่านประธาน ผมพูดถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเริ่มจะเป็นไม้เบื่อไม้เมา กับ สตง. เพราะเขากลัวท่านเหมือนกับที่หลาย ๆ คนบอกเขากลัวจริง ๆ ผมก็อยากเห็นท่าน ทำเอกสารไปบอกเขาว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ให้มันชัดเจน แล้วบางเรื่องผมไม่ทราบว่า ท่านไปเจอข้อผิดพลาดหรือไปเจอปัญหาที่เขาสุจริตแต่ผิดระเบียบ ฟังนะครับ สุจริตแต่ว่า ผิดระเบียบ เจตนาดี มีความตั้งใจสูง เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. เจตนาตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นองค์กรที่ช่วยเหลือประชาชน อยู่ใกล้ชิดประชาชน นำความเจริญ นำความผาสุกแล้วพัฒนา แม้กระทั่งว่าช่วงหนึ่งเคยจะโอนโรงเรียน โอนสถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลสุขภาพชุมชน ทุกวันนี้โอนตำรวจไปอยู่ที่นั่นเพราะเห็นว่าหน่วยงานนี้ใกล้ชิด ที่สุดแล้วนำมาซึ่งความผาสุก แต่วันนี้ทำงานด้วยความหวาดระแวง บางช่วงเขาอยาก จะทำ ถ้าท่านประธานจำได้ช่วงหมาบ้าอาละวาด ไม่ใช่โคโรนา (Corona) ช่วงพิษสุนัขบ้า อาละวาดคนจะเป็นจะตาย อบต. จะเอาเงินไปซื้อวัคซีนแต่ก็ซื้อไม่ได้เพราะผิดระเบียบ ท้ายที่สุดก็ต้องรอปศุสัตว์ หน่วยงานปศุสัตว์ก็ไม่มีเงิน ปรากฏว่าก็ต้องปล่อยไปตามยถากรรม กว่าปศุสัตว์จะได้ไปทีละนิด ทีละหน่อย ทีละนิด ทีละหน่อย นี่คือปัญหา ผมคิดว่าบางเรื่อง ผมอยากเห็น สตง. ได้หารือกับทางเจ้าของนโยบายก็คือรัฐบาลที่จะมีเรื่องในการบูรณาการ ที่จะแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้ชาวบ้านในตำบล ก มีวัดอยู่ในตำบล ก หลวงพ่อก็ศักดิ์สิทธิ์ พระก็ดัง ๆ จะทำถนนเฉี่ยว เข้าไปไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่วัดนั้นก็อยู่ในหมู่บ้านนั้นละครับ โรงเรียนจะส่งเสริมให้เด็กเหมือนกับ ที่ท่านผู้อภิปรายก่อนผมมานิดหนึ่งว่าจะส่งเสริมเพราะผมเป็นครูมาก่อน ไปเปิดดูระเบียบ ไม่ได้ ผิด ผิด ผิด เดี๋ยว สตง. มาตรวจ เดี๋ยว สตง. มาตรวจ ผมคิดว่าอะไรที่พอจะอะลุ่มอล่วย เพื่อให้บ้านเมืองมันเกิดความเจริญก้าวหน้าแล้วก็มีเจตนาที่สุจริต ผมคิดว่ามันน่าที่ท่าน จะต้องให้ข้อมูลเขา ชี้แจงเขา ให้ความเมตตาเขาแล้วบ้านเมืองมันก็จะไปได้ดี แต่ถ้าทุกอย่าง เขาทำไปตามงานที่โดนบังคับไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมี อบต. เพราะวันนี้นายอำเภอ กว่าจะอนุมัติงบไป หรือท้องถิ่นอำเภอจะอนุมัติงบไปเขาก็เห็นแล้วว่ามันเป็นอย่างไร ผมฝาก ให้ไปดูหน้างานความจริงด้วยว่ามันเป็นอย่างไรไม่ใช่ไปถึงบนสำนักงานแล้วก็ผิด ๆ ร้องเรียน เรื่องถนน ท่านไปดูถนนทำไม่ได้มาตรฐาน อะไรไม่ได้มาตรฐานเอา แต่อะไรที่มันสุจริต มีความเจตนาปรารถนาดีกับบ้านเมือง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็วว่องไวแล้วนำมา ซึ่งความผาสุกของพี่น้องประชาชนได้ เมตตาเขาเถอะครับ เขาก็รักบ้านรักเมืองไม่ต่างกับ พวกเรา ท่านประธานเขาเตือนผมแล้ว ท่านประธานเครื่องกำลังขึ้นพอดี ขอบพระคุณครับ จริง ๆ ผมก็ไม่ได้คิดร้ายกับพวกท่าน เพราะว่าถ้าไม่มีพวกท่านก็อีลุ่ยฉุยแฉกเหมือนกัน แต่ว่า อยากฝากไว้เป็นวลีเด็ด สุจริตแต่อาจจะพลาดในเรื่องระเบียบ ให้ความเมตตาธรรมเถอะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านคุณครูมานิตย์นะครับ ท่านรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินชี้แจงเชิญครับ

นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 🔗

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม มณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่มีข้อเสนอแนะที่ดี ๆ แล้วก็มีคุณค่าต่อ สตง. มหาศาลในการใช้ปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้จ่ายเงินแผ่นดินซึ่งถือว่า เงินแผ่นดินคือเงินของประชาชนทั้งชาติ

เรื่องที่ ๑ ต้องกราบขอบพระคุณในเรื่องของความห่วงใยของทุกท่านในที่นี้ ที่มีความห่วงใยต่อการใช้จ่ายเงินแผ่นดินของหน่วยงานรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลอย่างแท้จริง อันนี้ก็เป็นสิ่งดี ๆ หลาย ๆ ข้อ ซึ่งทางผมในฐานะตัวแทน ของสำนักงานจะรับข้อเสนอแนะที่ดี ๆ นั้นกลับไปเพื่อนำไปใช้ในการทำงาน ในการกำหนด วิธีการทำงานของ สตง. ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านเสนอแนะมา ในส่วนของข้อบางข้อ ที่ได้ถามมาผมขอตอบรวม ๆ ไปทีเดียว ในส่วนของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สำนักงานกำหนดไว้ในนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๓ เรานำเทคโนโลยี สารสนเทศมาเพื่อมาใช้ในการพัฒนาการตรวจสอบของสำนักงานเพื่อลดในการใช้กระดาษ ที่หน่วยรับตรวจจะต้องส่งมาให้เรา ในเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาการตรวจสอบจะสอดคล้อง กับที่ทุกท่านเสนอมาคือจะเป็นการปรับลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การทำงาน ของ สตง. เกิดมาตรฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้นแนวในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เรากำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่ในส่วนของการดำเนินการจะเริ่มในปี ๒๕๖๓ ในแผนของเรา ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะมาช่วยในการตรวจสอบ แผนในการพัฒนาเราจะต่อเนื่องกัน ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ แล้วจะสำเร็จในปี ๒๕๖๕ ตามนโยบายปีสุดท้ายของคณะกรรมการ ในส่วนงบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ที่ล่าช้า ขอเรียนว่า ในการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในการรับรองงบกองทุน สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้มีการรับรองงบกองทุน ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาครั้งนี้เป็นการนำงบปี ๒๕๕๗ เข้ามาเท่านั้นเอง แต่ถามว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ เราตรวจรับรองงบเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่เป็น การรับรองงบโดยมีเงื่อนไข ในส่วนของการทำงานที่จะต้องตรวจสอบเงินนอกงบประมาณ มากขึ้นอยู่ในแผนนโยบายคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินระยะยาว ซึ่งเราวางแผนในการ ทำงานของเราในปี ๒๕๖๔ ที่จะตรวจในส่วนของเงินนอกงบประมาณ นอกจากนั้นในส่วนที่ ท่านถามมาในเรื่องการทุจริตในส่วนนี้รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ของทั้ง สตง. และ ป.ป.ช. ได้มีการแบ่งแยกเรื่องทุจริตอย่างชัดเจนว่าต่อไปนี้หาก สตง. ตรวจพบว่ามีการกระทำทุจริตของเจ้าหน้าที่ สตง. จะส่งเรื่องนั้นให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ ซึ่งกฎหมายก็เขียนให้มีการประสานกันเรื่องทุจริตไว้ในกฎหมายทั้งของ สตง. และของ ป.ป.ช. ในส่วนกรณีที่ถามว่าถ้ากรณีที่หน่วยงานที่เป็นเจ้าของกฎหมายเช่นสำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางตอบมาแล้ว สตง. จะทำอย่างไร ถ้าความเห็นนั้นของหน่วยงานที่เป็น เจ้าของเรื่องตอบมาแล้วและแนบอยู่ในสำนวน สตง. ก็จะถือปฏิบัติตามหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระเบียบของทางกระทรวงมหาดไทย ถ้ากระทรวงมหาดไทยตอบมาอย่างไร หรือสำนักงบประมาณหรือกรมบัญชีกลางตอบมาอย่างไร สตง. ก็จะถือปฏิบัติและตรวจ ตามหนังสือตอบข้อหารือนั้น เรื่องของการตรวจสอบภายใน ปัจจุบันในเรื่องของระบบ ควบคุมภายในหรือตรวจสอบภายในกฎหมายได้มอบให้กระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่ง สตง. ก็มีการประสานความร่วมมือกับกรมบัญชีกลางในเรื่องนี้อยู่เพราะเป็นเรื่องที่ สตง. เราได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ปัจจุบันก็ยังประสานความร่วมมือกันอยู่โดย สตง. ยังให้ ความสำคัญกับเรื่องระบบการควบคุมและตรวจสอบภายในของหน่วยงานเพื่อไม่ให้เกิด ความบกพร่องเกิดขึ้นอย่างร้ายแรง ซึ่งเราเห็นว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องดี

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเรื่องของท้องถิ่นที่หลาย ๆ ท่านสอบถามว่า สตง. ตรวจ ต้องเรียนอย่างนี้มีอยู่ ๒ ประเด็นที่จะเรียนให้ท่านประธานฝากไปให้ทุกท่านทราบก็คือ เรามีการตรวจก่อนที่จะมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดงาน นั่นคือส่วนหนึ่ง ก่อนหน้านั้นยังไม่มีระเบียบ พอมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดงานและแข่งขัน กีฬาเราก็ยึดตรวจสอบตามระเบียบนั้น เช่น ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดงาน บอกว่าสามารถจัดมหรสพได้ สตง. ก็ตรวจตามนั้นเมื่อระเบียบกำหนดว่าให้จัดได้ เพราะฉะนั้น เราจะมี ๒ ส่วนที่ต่างกันก่อนที่จะออกระเบียบให้ชัดเจนกับมีระเบียบแล้ว

ในส่วนต่อไปที่จะกราบเรียนให้ทราบก็คือปัจจุบันหลายท่านเป็นห่วง ผมเรียน อย่างนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจในกฎหมายของ สตง. ฉบับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๑ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในกฎหมายฉบับนี้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ในการตรวจสอบของ สตง. หากพบว่าหน่วยงานใดบกพร่องเนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแต่การกระทำดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือไม่เป็นการทุจริต สตง. จะแนะนำ ไม่ได้ลงโทษเหมือนกฎหมายฉบับเดิมเพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติตาม ระเบียบซึ่งมีอยู่เยอะ แล้วขอกราบเรียนว่าระเบียบทั้งหมด ข้อบังคับทั้งหมดที่หน่วยรับตรวจ ใช้ทำงานอยู่ สตง. ไม่มีอำนาจในการออกให้หน่วยรับตรวจใช้ปฏิบัติ เป็นระเบียบที่หน่วยงานกลาง เป็นคนออก แล้ว สตง. เป็นคนไปตรวจตามระเบียบนั้น เพียงแต่กฎหมายของเรา มาตรา ๙๕ วรรคแรก กำหนดว่าหากพบว่ามีการไม่ปฏิบัติตามระเบียบจริงแต่ไม่ทุจริตและไม่เสียหาย เราก็จะแนะนำให้ทำให้ถูกต้อง นี่คือสิ่งที่ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของกฎหมายฉบับนี้

ในส่วนของเงินราชการลับ ขอเรียนว่าเงินราชการลับตั้งแต่ สตง. ตั้งมา สตง. ไม่เคยตั้งงบประมาณเงินราชการลับแต่ประการใด ไม่มีเงินราชการลับใน สตง. ไม่เคยตั้ง ส่วนในการตรวจสอบเรามีระเบียบการตรวจสอบเงินราชการลับตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ แล้วก็ตรวจ ตามระเบียบนั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขระเบียบให้สอดคล้องกับ กฎหมายฉบับใหม่

ในส่วนที่หลาย ๆ ท่านอยากให้ สตง. ตอบข้อซักถามกรณีหน่วยงาน ไม่สามารถปฏิบัติได้ ขอกราบเรียนว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๕๗ กำหนดว่า กรณีหน่วยรับตรวจไม่สามารถปฏิบัติงานในส่วนของการทำงาน ที่ สตง. ไปตรวจแล้วมีข้อสงสัย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจ เงินแผ่นดิน หรือ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง หน่วยรับตรวจสามารถสอบถามมายัง สตง. ได้ แล้ว สตง. ก็จะตอบกลับไปภายใน ๓๐ วัน แล้ว สตง. ตอบไปแล้วหน่วยรับตรวจปฏิบัติตาม แม้จะเป็นการปฏิบัติตามโดยอะไรก็แล้วแต่ การกระทำนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกทั้งหมด สตง. จะไม่ท้วงอีก เพราะ สตง. ได้ให้ความเห็นไปแล้ว อันนี้คือข้อที่หลายท่านเป็นห่วงว่า แล้ว สตง. ตอบไปแล้วจะทำอย่างไร หรือ สตง. มีการจะตอบเรื่องนี้หรือไม่

อีกเรื่องหนึ่งสำหรับท้องถิ่นที่ท่านกังวลมา นโยบายปี ๒๕๖๓ มีอยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่องส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีวินัยการเงินการคลัง ในส่วนของสำนักงานได้นำนโยบาย ไปวางแผนในการปฏิบัติงาน เรามีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเฉพาะบางเรื่อง แล้วกำลัง จะดำเนินการเพื่อแจกจ่ายให้กับท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ที่ถูกต้องตรงกัน เป็นคู่มือในการปฏิบัติงาน แล้ว สตง. ก็จะใช้คู่มืออันนี้ใช้ในการทำงานด้วย เช่นเดียวกัน อันนี้คือสิ่งที่อยู่ในแผนการตรวจที่เกิดขึ้นในปีนี้

ในส่วนของกรณีที่จะส่งเสริมให้หน่วยรับตรวจปฏิบัติถูกต้องแล้ว สตง. มีความเห็นอย่างไร เช่นเดียวกันในแผนตามนโยบายปี ๒๕๖๓ และแผนของ สตง. สตง. จะมีการเปิดให้มีหน่วยรับตรวจเข้ามาประเมินผลกับ สตง. แล้ว สตง. ก็จะให้รางวัลกับ หน่วยรับตรวจ โดยเฉพาะปีนี้เริ่มที่ท้องถิ่นก่อน เริ่มที่ อบจ. และเทศบาล สตง. จะให้รางวัล โดยการให้รางวัลของ สตง. จะเป็นการลงไปทำงานร่วมกับท้องถิ่นที่ผ่านการประเมิน เพื่อให้เกิดความถูกต้องเข้าใจตรงกัน แล้ว สตง. ก็จะมีการมอบรางวัลให้ท้องถิ่นนั้นในกรณี ใช้จ่ายเงินให้เกิดธรรมาภิบาล สุดท้ายนี้ต้องขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งสำหรับข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นดี ๆ ที่ท่านได้มอบให้กับสำนักงาน เรารับรองว่าเราจะทำงานเพื่อประโยชน์ ของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง เพื่อให้การใช้จ่ายเงินซึ่งเป็นเงินของแผ่นดิน เงินของประชาชนทั้งชาติเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่หลาย ๆ ท่านได้แนะนำมา ขอบพระคุณครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการอภิปรายซักถาม ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบประกาศคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านผู้แทนของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยท่านรองผู้ว่าการ หัวหน้าคณะ และคณะทุกท่านนะครับ ต้องขอบคุณที่ให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา แล้ววันนี้ เราก็ได้ประชุมกันพอสมควร ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่าน พรุ่งนี้เรามีการ ประชุมเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา และยังมีการปรึกษาหารือกันเป็นปกติเหมือนเดิมนะครับ ขอบคุณมากครับ ขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๕๗ นาฬิกา