ชัยวุฒิ แจงปัญหากระจายอำนาจ-กฎหมายล้าสมัย-ผลักดัน EV

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ขออภิปรายและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ โดยหารือปัญหาการกระจายอำนาจที่ล้มเหลว ระบุคณะกรรมการกระจายอำนาจทำงานไม่ประสิทธิภาพ สร้างภาระให้ท้องถิ่นโดยไม่สนับสนุนทั้งงบประมาณและงาน จึงเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์กรนี้ก่อนดำเนินการปฏิรูปท้องถิ่นต่อไป นอกจากนี้ยังหารือปัญหากฎหมายล้าสมัย โดยเฉพาะ พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย ปี 2456 ที่ทำให้ภาคเอกชนและประชาชนต้องขออนุญาตหลายหน่วยงานในการดำเนินการเดียวกัน จึงเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายหรือระเบียบเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนและส่งเสริมการลงทุน พร้อมทั้งหารือการปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเรียกร้องมาตรการสนับสนุนการซื้อ การกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม และการปรับระบบไฟฟ้าให้รองรับการชาร์จอย่างมีประสิทธิภาพ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับเรื่องรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศผมก็อยากจะอภิปราย ซักถามและตั้งข้อสังเกตสัก ๒-๓ เรื่อง

เรื่องแรก คือเรื่องการกระจายอำนาจซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเป็นการที่เรา จะปรับโครงสร้างหรือพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล รวมถึง อบจ. ที่จะไปดูแลพัฒนาพื้นที่และบริการพี่น้องประชาชน แต่ที่ผ่านมาหลังจากมีท้องถิ่นต่าง ๆ มาหลายสิบปีเราก็จะเห็นว่าแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงหลังผมยืนยันเลยว่า การทำงานของท้องถิ่นติดหล่มมีแต่ปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการแก้ไข แล้วเราก็ยังเขียนว่า มีการปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะเรื่องการกระจายอำนาจ ผมอ่านในรายงานท่านก็เขียนเป็น สีเทา ๆ ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจ ซึ่งหน่วยงานนี้ ผมว่าอยู่มา ๒๐ กว่าปี แต่เป็น ๒๐ กว่าปีแห่งความล้มเหลว ทำไมท่านไม่ปฏิรูปหน่วยงานนี้ ก่อนละครับ โครงสร้างคณะกรรมการกระจายอำนาจพอผมดูแล้วเพราะหล่มทั้งหมดที่ติดนี่ ผมว่าติดที่คณะกรรมการกระจายอำนาจ ถ้าท่านไม่ปฏิรูปเรื่องนี้ท้องถิ่นไปไม่ได้หรอกครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ มีหลายเรื่องที่ทำมาในช่วงหลังซึ่งเป็นปัญหามากกับท้องถิ่นจากการที่ คณะกรรมการกระจายอำนาจออกกฎเกณฑ์ขึ้นมา ตัวอย่างเช่นการกำหนดภารกิจให้ท้องถิ่น แต่เป็นภารกิจที่ท้องถิ่นทำไม่ได้หรือไม่มีงบประมาณจะทำ เช่นไปตั้งบอกว่าการขุดลอก แหล่งน้ำพัฒนาแหล่งน้ำขนาดไม่เกิน ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรให้เป็นงานของท้องถิ่นเท่านั้น ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรถ้าทำกันเงินเป็น ๑๐๐ ล้านนะครับ ท้องถิ่นไม่มีเงินหรอกครับ พอท่าน ออกระเบียบนี้ปุ๊บกรมทรัพยากรน้ำ งบผู้ว่าราชการจังหวัด งบจังหวัดเอาไปลงท้องถิ่นก็ไม่ได้ กลายเป็นทั้งปีนี้ไม่ต้องทำแหล่งน้ำมันเลยครับ เพราะท้องถิ่นก็ไม่มีเงิน หน่วยงานอื่นที่มีเงินก็เข้าไปทำไม่ได้ ท่านไปดูครับนี่เป็นปัญหามาก หรือแม้แต่เรื่องการให้เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ หรือเงินอุดหนุนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่งไปให้กับท้องถิ่น ก็ให้ไปแต่เงินแต่ไม่ให้งาน อันแรกนี่ผมพูดให้งานไม่ให้เงิน อันที่ ๒ ให้เงิน แต่ไม่ให้งาน ผิดกันหมดนะครับ เช่นให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินเดือนผู้สูงอายุให้ไปเหมือนให้ เขาเป็นคนผ่านบัญชี เงินผ่านบัญชีท้องถิ่นแล้วไปถึงผู้สูงอายุ แต่ไม่มีภารกิจอะไรไปให้เลย ท้องถิ่นยังถามว่าเอาเงินมาฝากเขาทำไม ทำไมไม่จ่ายตรงไปเลย เพราะวันนี้มีระบบอีเพย์เมนต์ (e-Payment) ระบบธนาคารที่สามารถโอนตรงได้อยู่แล้ว แม้แต่เงินเดือน อสม. ใช่ไหมครับ เราก็ทราบกัน วันนี้ไปฝากไว้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดทุกจังหวัด บางที่เป็นร้อยล้านบาท แต่ อบจ. ไม่รู้เรื่องเลย รายชื่อ อสม. ใครเป็นบ้างยังไม่รู้เลยว่าใครรับเงินบ้าง แต่บอกว่าเป็น งบท้องถิ่น แล้วทำไมไม่โอนไปให้หมดเลยล่ะครับ งาน อสม. งานของโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลไปให้หมดสิครับ ถ้าโอนเงินก็โอนงานไปด้วย หรือถ้าโอนงานก็โอนเงินไปด้วย ปัญหานี้เรื่องใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นผมว่าวันนี้ถ้าท่านจะปฏิรูปท้องถิ่นท่านต้องปฏิรูป คณะกรรมการการกระจายอำนาจก่อน ถ้าอยู่กันแบบนี้ไม่มีทางปฏิรูปท้องถิ่นได้เพราะผ่านมา ๒๐ กว่าปีแล้ว พวกเราในสภาพี่น้องประชาชนเห็นครับ มันไม่มีทางเดินหน้าได้เลยถ้าท่าน ไม่แก้เรื่องนี้

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะฝากคือเรื่องกฎหมายโบราณ ท่านพูดถึงเรื่องการปฏิรูป กฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรม ผมเรียนว่าวันนี้มันมีกฎหมายโบราณหลายเรื่องที่ทำให้ การดำเนินงานของภาคเอกชน พี่น้องประชาชนติดหล่มเหมือนกัน ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง พ.ร.บ. การเดินเรือน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ ของกรมเจ้าท่า ปี ๒๔๕๖ ผมว่าเกิดก่อนพวกเรา ทุกคนในนี้เกิด ยังใช้อยู่นะครับ มีอยู่ข้อหนึ่งครับ หลัก ๆ เรื่องนี้ที่เกี่ยวกับประชาชนนอกจาก เรื่องเดินเรือจะมีอยู่ ๒ เรื่อง คือเรื่องล่วงล้ำลำน้ำ ท่านจะสร้างสะพาน สร้างท่อน้ำ สร้างอะไร ต่าง ๆ ที่ไปเกี่ยวกับแม่น้ำคูคลองต้องขอล่วงล้ำลำน้ำจากกรมเจ้าท่า อันนี้เข้าใจเป็นหน้าที่หลัก ของท่านเพราะกลัวไปกีดขวางการเดินเรือ แต่มีอีกข้อหนึ่งมาบังคับใช้กันคือการทิ้งของเสีย หรือน้ำเสีย เขาใช้คำว่า ปฏิกูลลงสู่แม่น้ำ ต้องมาขอกรมเจ้าท่าด้วย แล้วเป็นอย่างไรวันนี้ โรงงานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำขออนุญาตกรมโรงงานเสร็จเพื่อทิ้งน้ำ เปิดโรงงาน การระบายน้ำเสีย ก็ต้องขอกรมโรงงานอยู่แล้ว ๑ หน่วยงานแล้วครับ ที่ ๒ ถ้าแม่น้ำนั้นเป็นทางน้ำชลประทาน เป็นเขตชลประทานต้องขอกรมชลประทานอีก ๒ หน่วยงานแล้วนะครับ สุดท้ายวันนี้ก็มา ขออนุญาตทิ้งน้ำระบายน้ำจากโรงงานกับกรมเจ้าท่าอีก ท่านทราบไหมครับ ทำโรงงานโรงหนึ่ง ต้องขอระบายน้ำกับ ๓ หน่วยงาน ทำไมประเทศไทยต้องวุ่นวายขนาดนี้ถ้าเราจะส่งเสริม การลงทุน ผมว่าอย่างนี้ไม่แก้กฎหมายตัวนี้ ท่านก็แก้ที่ระเบียบราชการหรือออกกฎหมาย เพิ่มแค่ว่า ถ้าท่านเป็นโรงงานท่านขออนุญาตกรมโรงงานแล้ว ถ้ามีกฎหมายอื่นที่มีลักษณะ บังคับใช้เหมือนกันก็ไม่ต้องไปขอแล้วเพราะขอกับกรมโรงงานไปแล้ว เขียนแค่นี้เองครับ แก้ปัญหาได้ทุกเรื่องเลยครับ เพราะวันนี้มันมีอย่างนี้เยอะมากนะครับ ที่เราทำถูกกฎหมาย ฉบับหนึ่งกับหน่วยงานหนึ่ง แต่ก็จะมีอีกหน่วยงานหนึ่งบอกว่าผิดของเขาเพราะมีกฎหมาย อีกฉบับหนึ่งแต่เรื่องเดียวกัน นี่ผมยังไม่ได้พูดเรื่องที่ดิน เรื่องป่าไม้ก็มีลักษณะนี้เหมือนกัน เพราะกฎหมายมันขัดกัน

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้คือเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ หลัก ๆ ที่ผมสนใจ มีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ท่านคงทราบดีว่าจากเรื่อง พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เรื่องฝุ่นเราก็พูดกันมากว่าเราควรจะเริ่มคิดถึงการนำรถไฟฟ้ามาใช้ แต่วันนี้ท่านมีการปฏิรูปเรื่องนี้โดยการให้บีโอไอ (BOI) ส่งเสริมการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้า จูงใจให้คนมาลงทุน แต่ถ้าไม่ทำเรื่องสำคัญที่สุดครับ ส่งเสริมให้คนซื้อรถมาใช้ ท่านส่งเสริมเขาลงทุนแต่ท่าน ไม่มีมาตรการส่งเสริมให้คนซื้อรถมาใช้ แล้วเขาจะขายใคร วันนี้ไม่มีใครซื้อรถไฟฟ้าหรอก ใช่ไหมครับ เพราะว่าถ้าไม่มีมาตรการจูงใจเรื่องภาษี เรื่องราคาอันดับแรกนะครับ เรื่องที่ ๒ มาตรฐานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่มีความชัดเจน และสุดท้ายที่ผมทราบคือ วันนี้ถ้าเอารถยนต์ไฟฟ้ามาใช้จริงท่านก็ไม่มีการปฏิรูประบบการจ่ายไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้า เพราะรถยนต์ไฟฟ้าถ้าท่านชาร์จ (Charge) แบตเตอรี่แบบเร็วที่บ้านให้เต็มภายในเวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง ท่านต้องใช้ไฟ ๔๐ แอมแปร์ ๔๐ แอมแปร์นะครับ สายไฟต้องเป็นลักษณะพิเศษ หม้อแปลงต้องเปลี่ยนทั้งหมด วันนี้ไฟบ้านเราครับ แม้แต่ไฟตามออฟฟิศตามห้างสรรพสินค้า ยังเป็นไฟ ๕ แอมแปร์ ๑๕ แอมแปร์ ถ้าท่านขับรถยนต์ไฟฟ้าไปชาร์จ (Charge) แบตเตอรี่ ที่ศูนย์การค้าท่านต้องชาร์จ (Charge) ๕-๖ ชั่วโมงครับกว่าจะเต็มมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่ คนจะใช้รถไฟฟ้า เพราะขับไปก็แบตเตอรี่หมดครับ รอชาร์จ (Charge) คืนหนึ่งแล้วถึงจะ ใช้ได้ต่อ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าท่านไม่มีการปฏิรูปเรื่องนี้นะครับ การส่งเสริมให้เราใช้รถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อลดฝุ่นไม่มีทางได้เกิดหรอกครับ ก็ฝากท่านไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ