กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายรายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ โดยชี้แจงสถานะการปฏิบัติที่ล่าช้ากว่าเป้าหมายร้อยละ ๒๐ และเรียกร้องให้คณะกรรมการปฏิรูปรับฟังเสียงสะท้อนจาก ส.ส. เพื่อปรับแผนให้ตอบโจทย์ปัญหาของเกษตรกรและคนยากจน พร้อมเสนอตั้งกติกาในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณและพ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน กนก วงษ์ตระหง่าน หารือประเด็นความล่าช้าในการปฏิรูปพลังงานและข้อเสนอเกณฑ์การประเมินโครงการตามผลกระทบที่แท้จริงต่อประชาชน โดยเน้นการปรับแผนการผลิตเพื่อลดค่าครองชีพ และเรียกร้องให้ใช้เกณฑ์ทั้งสามนี้มุ่งประโยชน์สู่ประชาชนผ่านการให้บริการที่มีคุณภาพ ทั่วถึง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน กนก วงษ์ตระหง่าน เสนอให้จัดทำ Executive summary สรุปสาระสำคัญ
เรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะอภิปรายผมอยากขออนุญาต เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมการปฏิรูปแต่ละด้านและฝ่ายเลขานุการว่า ที่ท่านได้ฟังมาโดยตลอดนี้ขอให้ท่านได้โปรดรับฟังเสียงที่อยู่ในสภาแห่งนี้จาก ส.ส. ที่อภิปราย มาทั้งหมดนี้ แต่ละท่านนี้คือเสียงที่สะท้อนความต้องการที่อยากจะเห็นแผนปฏิรูปประเทศ ตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชน ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนยากคนจน เกษตรกรซึ่งมีกว่า ๓๐ ล้านคนในประเทศแห่งนี้ นี่คือเสียงที่แท้จริงครับที่เรา อยากจะบอกกับท่าน เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่าท่านอย่าคิดว่านี่คือเสียงบ่นของสภา หรือ ส.ส. แต่ขอให้ท่านได้เปิดใจที่จะรับฟังแล้วก็มองว่า
๑. ปัญหาของประชาชนในปัจจุบันวันนี้คืออะไร ตอนที่ท่านทำแผนปฏิรูป ปัญหาของประชาชนมันยังไม่เป็นเหมือนกับวันนี้
๒. ขอความกรุณาท่านเปิดใจที่จะปรับแผนปฏิรูปของท่านตามโจทย์ของ ประชาชนที่ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ได้อภิปรายกับท่าน ผมขอตั้งกติกา ๒ ข้อนี้กับท่าน
ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตเข้าสู่รายละเอียด เรื่องที่ ๑ ที่ผมขอพูด ในวันนี้คือสถานะของการปฏิบัติแผนการปฏิรูปประเทศ จนถึงวันนี้กิจกรรมที่ทำแล้วเสร็จ มี ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นไปตามแผน ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ล่าช้ากว่าแผน ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ปรับปรุง อีก ๓ เปอร์เซ็นต์ สรุปง่าย ๆ คือเราช้าไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ประเด็นที่สำคัญที่ผมต้องถาม ก็คือว่าความล่าช้าของการปฏิบัติแผนปฏิรูปนี้ท่านจะแก้อย่างไร เพราะว่ามันช้าแล้วครับ เมื่อท่านจะแก้อย่างไร ประเด็นในการแก้ที่ผมต้องถามท่านต่อมาก็คือว่า กิจกรรมที่ท่าน ทำเสร็จไปแล้วเป็นกิจกรรมที่สำคัญแค่ไหน และกิจกรรมที่ล่าช้าไปนั้นมีความสำคัญแค่ไหน โดยเฉพาะต่อพี่น้องประชาชน เพราะในสภาแห่งนี้ ส.ส. ทุกคนเราต้องการผลที่เกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อประชาชน อิมแพกต์ (Impact) ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศของเรานั่นคือสิ่งที่ สภาของเราต้องการ เพราะฉะนั้นผมก็หวังแต่เพียงอย่างเดียวว่าเรื่องที่ทำเสร็จแล้วจะเป็น เรื่องที่มีความสำคัญมาก แล้วก็เรื่องที่ยังทำไม่เสร็จจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญน้อย แต่ถ้า มันกลับกันครับ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ ที่พยายามจะร้อยเรียงให้เห็นแนวคิดของสภาแห่งนี้ ขอพูดถึงกฎหมายภายใต้แผนการปฏิรูป เป็นแนวนะครับ กฎหมายที่ต้องปฏิรูปภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศนี้มีทั้งหมด ๒๑๖ ฉบับ ทำเสร็จไปแล้ว ๔๘ ฉบับ ท่านประธานครับ คำถามที่เกิดขึ้นก็คือกฎหมายแต่ละฉบับที่จะต้อง แก้นั้นมันมีอิมแพกต์ (Impact) ต่อการปฏิรูปแค่ไหน ท่านบอกเราแค่แต่เพียงว่า ๒๑๖ ฉบับ แต่เราไม่รู้เนื้อหาข้างใน แล้วพอถึงวันจะต้องออกกฎหมายจริงก็มาในสภาแห่งนี้อีกละครับ ทำไมท่านไม่บอกเราว่า ๒๑๖ ฉบับนั้น แนวคิดของการแก้ไขกฎหมายเป็นอย่างไร เนื้อหาสำคัญ คืออะไร และเราจะแก้กับคนกลุ่มไหน เราจะแก้กับพื้นที่ไหนของประเทศ อย่างนี้เป็นต้นครับ แล้วที่สำคัญในกฎหมาย ๒๑๖ ฉบับนี้ ฉบับไหนสำคัญกว่ากัน ไม่ใช่ท่านทำตามเรียงหน้ากระดาน ประธานปฏิรูปด้านไหนขยันก็ทำมาก ไม่ขยันหรือมีปัญหาอุปสรรคก็ทำได้น้อย มันไม่ควรจะ ปล่อยให้เกิดแบบนั้น มันควรจะต้องมียุทธศาสตร์ในการทำงานของท่านกันเอง หมายความว่า ในการรายงานนั้นเราไม่ต้องการรายงานแค่แต่เพียงว่ากฎหมายเสร็จ หรือไม่เสร็จกี่ฉบับ แต่เราต้องการทราบว่ากฎหมายที่ทำเสร็จนั้นมันมีอิมแพกต์ (Impact) ต่อประเทศของเรา อย่างไร ตัวอย่างเช่นกฎหมายในเรื่องของการปฏิรูประบบราชการ ถ้าจะทำให้เกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อระบบราชการ เช่น มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส มีความเป็นธรรม ให้บริการประชาชนได้มากขึ้น มีกฎหมาย อะไรบ้าง ท่านมารายงานต่อสภาแห่งนี้สิครับ เราจะได้ช่วยท่านคิดด้วย นั่นหมายความว่า เราควรจะปฏิรูปในเรื่องที่มีอิมแพกต์ (Impact) สูงในการขับเคลื่อนประเทศ ในการแก้ไข ปัญหาของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ยกตัวอย่างลงไปเป็นรูปธรรม ในด้านกฎหมาย เรามีกฎหมาย โครงการที่ท่านบอกว่าจะเร่งรัดในรายงานนี้ บอกว่าเราจะแก้กฎหมายที่เป็น ภาระ ที่สร้างภาระและก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน ผมไม่ทราบ กฎหมายอะไรที่ท่านจะแก้ แต่ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อภิปรายเรื่องงบประมาณ ของประเทศ ผมบอกท่านเลย ๒ ฉบับที่ต้องแก้ครับ ฉบับแรกคือ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ถ้าถาม ส.ส. ในสภาแห่งนี้ทุกคนยกมือกันทุกคนล่ะครับ เราอยากจะให้แก้อันนี้ และเราผ่านมาแล้วในการพิจารณางบประมาณที่ผ่านมา ฉบับที่ ๒ คือ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ผมมีคำถามกับท่าน ๒ ฉบับนี้ท่านจะแก้ไหมครับ ถ้าท่านตอบวันนี้ว่าไม่แก้ ผมคิดว่าเราก็คงจะต้องพูดกันยาว ถ้าท่านบอกว่าจะแก้ ท่านจะแก้ เรื่องอะไรครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่การปฏิรูปประเทศเดินไม่ได้ถ้า พ.ร.บ. ๒ ฉบับนี้ ไม่ได้รับการแก้ไขครับ ท่านไปถามผู้ว่าราชการจังหวัด ไปถามอธิบดี ไปถามผู้อำนวยการกอง ไปถามนายอำเภอ ไปถามนายก อบต. เขาทำงานไม่ได้เพราะ ๒ ฉบับนี้ท่านประธานครับ แล้วถ้าท่านไม่แก้ท่านแก้อย่างอื่น สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีครับท่านประธาน นี่คือตัวอย่าง ทางด้านกฎหมายครับ
ในด้านการศึกษาท่านบอกว่ามีกฎหมายทั้งหมด ๖ ฉบับที่ต้องแก้ เสร็จแล้ว ๔ ฉบับ กฎกระทรวง ๑ ฉบับแก้เสร็จเรียบร้อยแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือแก้เกือบหมดแล้ว แต่วันนี้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้อภิปรายกันเยอะมากกว่ากฎหมายที่ท่านแก้ไปแล้วไม่ได้มีผลที่จะ ทำให้คุณภาพการเรียนการสอนดีขึ้น ไม่ได้ทำให้คุณภาพนักเรียนดีขึ้น ไม่ได้ทำให้ครูมีชีวิต ที่มีความสุขและมีรอยยิ้มที่จะทำงานให้กับนักเรียนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้คำถามก็คือว่ากฎหมาย ที่ท่านแก้ไปนั้นมันเป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่ นั่นหมายความว่าเราต้องการ ให้การปฏิรูปประเทศ การแก้กฎหมายเกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อประชาชน เกิดอิมแพกต์ (Impact) ต่อบุคคลที่จะได้รับผลประโยชน์ เช่น ในการศึกษาเราต้องการให้นักเรียนได้รับ ประโยชน์จากการแก้กฎหมายนี้ครับ ไม่ใช่ให้ผู้อำนวยการสำนักสะดวกในการบริหารราชการ ไม่ใช่ให้ ผอ. โรงเรียนมีความสะดวกในการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เราต้องการให้นักเรียนได้รับ ผลประโยชน์ครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ผมจึงคิดว่าประเด็นที่ผมบอกว่า กฎหมายที่ต้องแก้ไขนั้นเป็นเรื่องที่ต้องดูให้ลึกลงไปมากกว่านั้น
ในด้านพลังงานครับท่านประธาน ในด้านพลังงานท่านบอกว่ามีกฎหมาย ที่จะต้องแก้ ๕ ฉบับ ยังทำไม่เสร็จเลยครับ แล้วก็มีกฎกระทรวง ๑๑ ฉบับ ก็ยังทำไม่ได้เลย กฎหมาย ๕ ฉบับผมถามว่ามีเรื่องอะไรบ้าง กฎกระทรวง ๑๑ ฉบับ ผมถามว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เพื่อที่ว่าถ้าเราทราบพอกฎหมายเหล่านั้นเข้ามาสู่สภา สภาแห่งนี้ก็จะนึกได้ล่วงหน้าว่า อันนี้อยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศ เราจะได้ช่วยกันผลักดันให้เกิดประโยชน์ขึ้น แต่ถ้าท่าน บอกเราว่าเรื่องนี้ติดเรื่องนี้แล้วประชาชนไม่ได้รับประโยชน์เราก็จะได้บอกเลยว่ากฎหมายนี้ อย่าเสนอเข้ามาในสภาครับ ท่านไปแก้ไขใหม่เพราะว่ากฎหมายพลังงานนี้ไม่เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ตัวอย่างที่ชัดเจนครับท่านประธาน ในรายงานฉบับนี้บอกว่าให้เร่งรัด ให้ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถ้าพูดในหลักการควรจะส่งเสริมครับ แต่อันนั้น เป็นระยะกลางกับระยะยาว ในระยะสั้นที่พี่น้องประชาชนของเราเดือดร้อนวันนี้เพราะว่า รายได้น้อย หนี้มาก มองไม่เห็นอนาคตว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร เพราะฉะนั้นค่าครองชีพที่ถูกลง สำคัญมากครับ ทำไมคณะกรรมการปฏิรูปในด้านพลังงานจึงไม่เร่งรัดในการปรับสัดส่วนของ พลังงานไฟฟ้าในแผนการผลิตพลังงานแห่งชาติกระทรวงพลังงานท่านไม่บอกเขาล่ะครับว่า แก้ใหม่เถอะ พลังงานที่มีแผนแบบนี้มีสัดส่วนว่าพลังงานไฟฟ้าผลิตจากอะไรเท่าไรนั้นมันแพง เกินไป ลดลงไปอีกหน่วยละ ๕๐ สตางค์ได้หรือไม่ อย่างนี้ที่สภาอยากเห็นและสภาพร้อมที่จะ สนับสนุนท่าน นั่นหมายความว่าเราอยากเห็นการปฏิรูปพลังงานที่นำไปสู่การลดค่าครองชีพ ของพี่น้องประชาชน ไปลดต้นทุนทางด้านธุรกิจที่จะทำให้เราแข่งขันได้ อย่างนี้เป็นต้น นั่นหมายความว่าสถานการณ์การปฏิรูปประเทศในแต่ละช่วงเวลานั้นมันเปลี่ยนไปตลอดเวลา ครับท่านประธาน นั่นก็หมายความว่าจำเป็นจะต้องปรับครับ ไม่ใช่บอกว่าวางเป้าไว้แบบนี้ก็เดินตามหน้าไป ดูเอกสารไป ไม่หันมาดูความเป็นจริงของพี่น้องประชาชนเลย ถ้าแบบนี้ผมคิดว่าเราคงจะต้อง พูดกันยาวมากกว่านี้แล้วครับท่านประธาน นั่นก็หมายความว่ากฎหมายทั้ง ๑๓ ด้านนี่ครับ ซึ่งจะต้องทำอีกทั้งหมด ๑๙๘ ฉบับ ผมอยากจะขอให้ฝ่ายเลขานุการกรุณาเรียงเลยได้ไหม ประชุมกรรมการทั้ง ๖ ด้านแล้วเรียงเลยว่าเรื่องไหนสำคัญ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ จนถึงอันดับที่ ๑๙๘ แล้วส่งให้กับสภา แล้วมาอธิบายกับสภาว่า ๑๐ เรื่องนี้เร่งด่วนขอฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลร่วมกัน แก้ไขเลยได้ไหมครับเพราะพี่น้องประชาชนลำบาก ผมคิดว่าวันนี้ถ้าทำอย่างนี้ปฏิรูปประเทศ เดินไปได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นการที่จะบริหารแผนปฏิรูปประเทศก็ต้องมียุทธศาสตร์ ด้วยเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ จากตัวอย่างทั้ง ๓ เรื่องนี้ท่านพอจะเห็นภาพแล้วผมอยาก ขอเสนอว่าขอให้คณะกรรมการที่รับผิดชอบนำเสนอรายงานกิจกรรมที่ให้อิมแพกต์ (Impact) สูงต่อสภา รายละเอียดปลีกย่อยเราเชื่อใจท่าน ท่านไม่ต้องรายงานก็ได้แต่ขอเอาเรื่องใหญ่ ๆ กระทบประชาชนจริงเช่นทำเรื่องนี้แล้วคนไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าทำเรื่องนี้แล้วค่าครองชีพจะลดลงเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ถ้าทำแบบนี้แล้วประชาชนติดต่อ ราชการ ๓ ชั่วโมงเสร็จอย่างนี้ครับท่านมารายงานแล้วพวกเราก็ช่วยกันทำหน้าที่ให้เกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่าเกณฑ์การที่จะปฏิรูปประเทศผมขออนุญาตเสนอ ๓ ประเด็นหลัก
เรื่องแรก คือเรื่องประสิทธิภาพความโปร่งใสความเป็นธรรมทางสังคม คุณภาพ และความทั่วถึงที่จะให้บริการกับประชาชนพูดง่าย ๆ คือทำให้ประชาชนมีรอยยิ้ม ทำให้ การปฏิรูปเป็นแผนปฏิรูปที่มีรอยยิ้มของประชาชนเป็นเลเบิล (Label) อยู่ข้างหน้าครับ
เรื่องที่ ๒ ปฏิรูปเพื่อให้สามารถแข่งขันของประเทศสูงขึ้น
เรื่องที่ ๓ ปฏิรูปเพื่อให้เราสามารถปรับประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะในประเทศ ในภูมิภาคหรือในโลก ผมว่า ๓ เกณฑ์ตรงนี้ อันนี้ตรงไปตรงมา เป็นหลักวิชาเบื้องต้นท่านเอาไปใช้เถอะครับและที่สำคัญ ๓ เกณฑ์นี้ขอให้เป็นเกณฑ์ที่มุ่งไปสู่ ประโยชน์ที่เกิดกับประชาชนครับ นั่นคือข้อสังเกตในประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะพูดถึง
ประการที่ ๒ ความสำคัญของแผนปฏิรูปเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฝ่ายเลขานุการได้รายงานนี้ต่อคณะรัฐมนตรีท่านประธานครับผมอยากเสนอว่าคณะรัฐมนตรี มีความเห็นอย่างไรต่อรายงานฉบับนี้ สภาอยากทราบจริง ๆ ฉะนั้นขอให้การรายงานครั้งหน้า ท่านบอกด้วยว่าคณะรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างไรต่อรายงานนี้ ถ้าคณะรัฐมนตรีบอกว่า รับทราบเฉย ๆ เราก็จะได้รู้ว่าแผนปฏิรูปก็แค่รับทราบไม่มีความเห็นอะไรเลย สภาพูดมา ไม่รู้กี่ชั่วโมงคณะรัฐมนตรีบอกว่ารับทราบครับ แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีบอกว่าต้องแก้ ๑ ๒ ๓ แล้วเอาเรื่องนี้มาบอกสภา สภาก็จะได้บอกว่า ๑ ๒ ๓ ของ ครม. นั้นเราเห็นอย่างไรและ ถ้าเราเห็นตรงกันเราช่วยกันเลยครับ ถ้าเราเห็นต่างเราก็จะได้ฟีดแบก (Feedback) กันได้ ถ้าเป็นแบบนี้แผนปฏิรูปจะเป็นประโยชน์ครับ อย่าให้การที่มารายงานต่อสภานี้เป็นเพียง พิธีกรรมหนึ่งในระบบรัฐสภาที่จะต้องทำเถอะครับ เราก็เบื่อที่จะทำหน้าที่แบบนั้นเพราะว่า เราไม่ใช่เจ้าพิธีครับ แต่เราต้องการเนื้อหาสาระที่จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองถ้าท่านย้อนกลับไปดู พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติบอกว่ายุทธศาสตร์ชาติ สำคัญอย่างยิ่งบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญพวกเราคัดค้าน แต่ไม่เป็นอะไรเมื่อผ่านแล้วก็เอาสำคัญ ใน พ.ร.บ. งบประมาณบอกต้องสอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติแสดงว่าโครงสร้างที่บอกมานี้ สำคัญเหลือเกินแต่พฤติกรรมที่ปรากฏออกมาผมไม่ค่อยแน่ใจว่าการปฏิรูปประเทศสำคัญจริง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ในภาคปฏิบัติเป็นเรื่องจริงครับท่านประธาน ผมต้องการถามจริง ๆ ท่านถามใจท่านดูท่านประธานว่าแผนปฏิรูปที่ท่านทำมาอยู่ทุกวันนี้ด้วยความเหนื่อยและ ยากลำบากนั้นมันมีความสำคัญจริงหรือไม่ ตรงนี้ท่านถามใจของท่าน ผมเชื่อใจของท่านว่า ท่านบริสุทธิ์และต้องการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติเหมือนกับพวกเรา เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับประเด็นข้อสุดท้ายเป็นข้อเสนอแนะครับท่านประธาน
ข้อเสนอแนะผมอยากขอให้ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติแผนนี้ให้ทำเอ็กเซกคูทีฟ ซัมแมรี (Executive summary) ที่จะ บอกสาระสำคัญเหมือนกับที่ผมได้อภิปรายไปแล้วรายงานในความคืบหน้าความก้าวหน้าของ การปฏิบัติแผนนี้ต่อสภาในครั้งหน้าเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอภิปราย เรื่องเหล่านี้สิครับ เราอยากฟังความเห็นของท่าน เราอยากได้รับข้อเสนอแนะจากท่าน ถ้าอย่างนี้การทำงานของเราก็จะร่วมมือกัน เราเป็นหุ้นส่วนกันครับ ท่านอย่าคิดว่าสภาแห่งนี้ เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับท่านครับ เรารักบ้านรักเมืองเหมือนกัน เรารักพี่น้องประชาชนของเรา เหมือนกันเช่นเดียวกันครับ ผมขออนุญาตฝากประเด็นสุดท้ายแล้วครับ มี ๔ เรื่อง
ข้อที่ ๑ ที่ท่านต้องตอบเป้าหมายคืออะไรครับ เป้าหมายของการปฏิรูป ในแต่ละเรื่องคืออะไรครับ
ข้อที่ ๒ ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ ระบุให้ชัดครับ เอาเรื่องสำคัญ ๆ ที่มีอิมแพกต์ (Impact) สูงนะครับ
ข้อที่ ๓ เหตุผลที่มันเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายคือสำเร็จเกินเป้าหรือไม่สำเร็จ ตามเป้า มันเป็นอย่างไรครับ ช่องว่างมันอยู่ตรงไหนครับ
แล้วข้อสุดท้ายข้อเสนอแนะของท่านคืออะไรครับ ถ้าท่านมา ๔ ข้อแบบนี้ พวกผมก็จะให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์กับท่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองครับท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าทั้งหมดที่ผมอภิปรายนี้ผมต้องการให้ แผนปฏิรูปของเรามีความแม่นยำครับ วันนี้ประเทศของเราทรัพยากรจำกัด ถ้าเราไม่แม่นยำ เราสูญเปล่าครับท่านประธาน และความแม่นยำนี้ต้องการคนที่รู้จริง เข้าใจจริงแล้วก็กล้าจริง เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานครับ การปฏิบัติแผนและการรายงานขอให้มีความ แม่นยำและขอให้ท่านได้ใช้ภาวะผู้นำเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของเรา ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ