ปณัสยา จันทราสูงเนิน ชี้แจงความล่าช้าในการเสนอรายงานการตรวจสอบบัญชีของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พร้อมอธิบายขั้นตอนและปัจจัยจาก สตง. และกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้อง ย้ำความคืบหน้าในการตรวจสอบรายงานการเงินหลายปี การร่วมมือกับ สตง. การบริหารเงินฝากเพื่อเพิ่มรายได้ และการแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายและลูกหนี้ในช่วงปี 2557–2559
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางปณัสยา จันทราสูงเนิน ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการเงินกองทุน สำนักงานบริหาร กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงานให้มาชี้แจงต่อที่ประชุมในวันนี้ ขอเรียนชี้แจงดังนี้ ในเรื่องของความล่าช้า ของการเสนอรายงานของผู้สอบบัญชีต่อที่ประชุมสภา ขอเรียนว่าตามพระราชบัญญัติ การส่งเสริมเงินกองทุนในปี ๒๕๓๕ ในมาตรา ๓๔/๒ ได้กำหนดไว้ว่าให้กองทุนจัดทำรายงานงบการเงินให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ และให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีที่ได้รับ อนุญาตรับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนภายใน ๑๕๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณเพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบและเสนอรัฐสภาเพื่อทราบ แล้วก็จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในขั้นตอนของ การดำเนินงานที่ล่าช้ามันเกิดจาก ๒ เหตุการณ์ ๑. ในช่วงระยะเวลาของการตรวจสอบรับรอง บัญชีของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ช่วงที่ ๒ ก็คือช่วงระยะเวลาตามขั้นตอนดำเนินงาน ของกองทุนที่ต้องนำเสนอรายงานการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินต่อคณะกรรมการกองทุน ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและต่อคณะรัฐมนตรี กองทุนได้จัดทำรายงาน ทางการเงินส่งให้กับ สตง. เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ซึ่งอยู่ภายในระยะเวลา ๙๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามที่ พ.ร.บ. กำหนด ต่อมา สตง. ได้รายงานงบการเงินและนำส่ง กองทุนเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ เหตุของความล่าช้าในช่วงของ สตง. จากที่เคยคุยกับ สตง. คือโครงการของกองทุนมันมีโครงการเป็นจำนวนมาก แล้ว สตง. ต้องลงตรวจโครงการ กับผู้รับการสนับสนุนจึงต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบ ส่วนในช่วงระยะเวลาขั้นตอน การดำเนินงานของกองทุนเอง สาเหตุที่เกิดความล่าช้า ๑. เมื่อปี ๒๕๖๑ เมื่อกองทุนได้รับ รายงานมาแล้วก็ได้จัดทำรายงานเสนอตามขั้นตอน แต่ประกอบกับช่วงระยะเวลานั้นกองทุน ได้นำเสนอคณะกรรมการกองทุนเพื่อทราบถึงรายงานการสอบบัญชี เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ในการที่เราเสนอคณะกรรมการเราก็ได้มีการชี้แจงให้กับคณะกรรมการทราบถึง เงื่อนไขและข้อสังเกตของ สตง. ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแล้วเราได้ชี้แจง สตง. ว่าอย่างไร แล้ว สตง. ยอมรับในความเห็นหรือว่าในคำชี้แจงของเราหรือไม่ อันนั้นคือเราได้ชี้แจงกับ คณะกรรมการไปแล้ว คณะกรรมการจึงรับทราบผลรายงานของผู้สอบบัญชี เมื่อคณะกรรมการ รับทราบผลรายงานของผู้สอบบัญชีแล้ว เราก็ต้องนำรายงานนี้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ กพช. เพื่อทราบโดยการเสนอกับคณะกรรมการ กพช. เราก็ชี้แจงเหตุผล ถึงเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในรายงานและข้อสังเกตในเรื่องลูกหนี้ที่อยู่ในรายงานให้ กพช. รับทราบ กพช. รับทราบก็ส่งแจ้งมติมาที่กองทุน กองทุนก็ดำเนินการแจ้งกับ ครม. เพื่อทราบและให้ ครม. นำเสนอกับรัฐสภาตามขั้นตอน เนื่องจากการประชุมของ กพช. ในวาระการประชุมคือ ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๒ มีการประชุม ๑ ครั้ง คือเมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๒ เมื่อ กพช. รับทราบเราต้องนำเรื่องนี้เสนอกับคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ในระหว่างตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๒ นั้นคือเราเสนอเรื่องขึ้นไปแต่เป็นระหว่างช่วงที่ ครม. นั้นจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่อง เราก็เลยชะงักอยู่ไม่ได้ดำเนินการต่อไป จากเดือนมกราคม ๒๕๖๒ จากเดือนมกราคม ๒๕๖๒ จนมาถึงเมื่อมี ครม. ใหม่แล้ว เพราะว่า ครม. มีผลต่อประธาน คณะกรรมการกองทุนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เมื่อเราเสนอ ครม. รับทราบ ก็คือ ครม. จะรับทราบเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ ครม. รับทราบ ครม. ก็ส่งเรื่องมาที่สภา อันนี้ ในเรื่องเหตุผลของความล่าช้าค่ะ
ในประเด็นเรื่องของงบการเงินของปี ๒๕๕๗ ในเมื่อ สตง. รายงานเรามาช้า เราก็เสนอขั้นตอนต่อไปช้า และสำหรับรายงานการเงินของปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ เราได้ผ่าน คณะกรรมการกองทุนแล้วตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะเสนอรัฐมนตรีเพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรี และนำเสนอรัฐสภาต่อไปค่ะ ส่วนงบประมาณปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ ตอนนี้ สตง. รับรอง มาให้แล้ว รับรองมาให้เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่จะนำเสนอ เข้ากับคณะกรรมการกองทุน ซึ่งคณะกรรมการกองทุนในปีงบประมาณนี้ยังไม่ได้มีการกำหนด ที่จะประชุม เพราะฉะนั้นในโอกาสหน้าที่มีการประชุมจะบรรจุเรื่องนี้เอาไว้ในวาระการประชุม
เรื่องประเด็นของรายงานค่าใช้จ่าย รายงานเงื่อนไขนะคะ จากรายงานของ ผู้สอบบัญชีได้แสดงเกณฑ์ แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในเรื่องของค่าใช้จ่าย หลังจาก ที่กองทุนได้รับรายงานอันนี้ กองทุนก็ได้ดำเนินการรวบรวมรายงานแผนงานค่าใช้จ่ายที่เบิก จากกองทุนในปี ๒๕๕๗ ถึงปีปัจจุบัน เพื่อสรุปรายงานให้ สตง. ประกอบรายละเอียดให้ สตง. พิจารณา ซึ่งรายงานค่าใช้จ่ายตามแผนงานโครงการนี้ สตง. รับทราบแล้ว และในส่วน ของกองทุนเองเดิมในเรื่องของที่ สตง. ว่ากองทุนไม่ได้มีการติดตามในเรื่องของรายงานใน ปี ๒๕๖๐ กองทุนได้มีการออกระเบียบเพื่อกำหนดให้มีการดำเนินงาน มีการกำหนดรูปแบบ และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกองทุน และมีการติดตามเร่งรัดอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และจากการที่เราทำเอกสาร ทำรายงานค่าใช้จ่ายที่เราไปเก็บรายงานค่าใช้จ่ายมาเราเสนอ ให้ สตง. รับทราบแล้ว จากการที่คุยกับ สตง. กองทุนคาดการณ์ว่าในงบประมาณปี ๒๕๖๒ สตง. จะล้างเงื่อนไขอันนี้ออกจากรายงานการเงิน เพราะรายงานการเงินปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ยังคงมีเงื่อนไขตัวนี้อยู่
ประเด็นที่ ๒ ประเด็นเรื่องลูกหนี้ จากการรับรองรายงานการเงินของกองทุน เมื่อปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ สตง. รับรองรายงานในงบการเงินโดยมีข้อสังเกต ประกอบเรื่องลูกหนี้ แต่เนื่องจากปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ สตง. ได้รับรองงบการเงินและปรากฏว่า มีข้อสังเกตในรายงานของการสอบลูกหนี้ ทั้งนี้กองทุนได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลรายละเอียด แยกประเภทลูกหนี้รายตัว แล้วก็ลูกหนี้ระยะสั้น ระยะยาวให้กับ สตง. เพื่อทราบแล้วนะคะ และในงบประมาณปี ๒๕๖๑ ในข้อสังเกตนี้ สตง. ไม่ได้มีในรายงานงบการเงินแล้วค่ะ อันนี้ในเรื่องของดอกเบี้ยนะคะ เมื่อปี ๒๕๕๗ เรามีรายได้ดอกเบี้ยเกิดจากเงินจากปี ๒๕๕๖ เนื่องจากกองทุนในปี ๒๕๕๖ กองทุนได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน ในปี ๒๕๕๗ ให้นำเงินกองทุนฝากที่ธนาคารกรุงไทยโดยเป็นบัญชีเงินฝาก ประจำประเภท ๑๒ เดือน ๒๔ เดือน ตามพระราชกฤษฎีกาเรื่องการกำหนดจำนวนเงินสะสม สูงสุดและการนำเงินทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของกองทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และให้กองทุนนำเงินตามที่กระทรวงการคลัง พอต่อมาในปี ๒๕๕๙ กระทรวงการคลังได้ ออกระเบียบเงินทุนหมุนเวียนให้