ชำนาญ ชี้ปัญหาบังคับคดีศาลปกครอง ขอชี้แจงแนวทาง-ปรับปรุงประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

ชำนาญ จันทร์เรือง ชื่นชมบทบาทศาลปกครองในการส่งเสริมความยุติธรรมและเรียกร้องให้ปรับปรุงประสิทธิภาพการบังคับคดี โดยตั้งข้อสังเกตและคำถามเกี่ยวกับความล่าช้า ปัญหาอุปสรรค สถิติการบังคับคดี รวมถึงการเยียวยากรณีคำพิพากษาถูกกลับ โดยขอให้ชี้แจงแนวทางชัดเจนและพิจารณาการจัดอันดับหน่วยงานที่ถูกฟ้องและสถานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาระบบศาลปกครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายชำนาญ จันทร์เรือง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชำนาญ จันทร์เรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสได้อภิปรายรายงานของศาลปกครองและสำนักงาน ศาลปกครองเป็นครั้งแรก แล้วก็ชื่นชมการกำเนิดขึ้นของศาลปกครอง ศาลปกครองได้สร้าง คุณูปการไว้หลายอย่างมาก ล่าสุดปลายปีที่แล้วก็ได้พิจารณาพิพากษาคดีที่พิพาทกันระหว่าง กรมธนารักษ์หรือที่ราชพัสดุกับคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรที่กรมธนารักษ์ เอาไปให้คนอื่นเขาเช่าถึงแม้จะเป็นคำพิพากษาศาลปกครองกลางก็ตาม ถ้าเกิดไม่มีระบบ ศาลคู่ศาลปกครองเกิดขึ้นโอกาสยากที่ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปจะมีโอกาสชนะ จากการรายงานของ ท่านอติโชค เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ที่พูดถึงเรื่องความคืบหน้าและที่ถูกใจผมที่สุด ก็คือเรื่องงานบังคับคดี เพราะว่างานบังคับคดีของศาลปกครองนี้ทำเองไม่ได้ให้กรมบังคับคดี ของกระทรวงยุติธรรมเป็นคนทำ แต่ว่าแน่นอนครับ เมื่อเป็นรายงานก็ต้องมีข้อสังเกตและ มีข้อท้วงติง แต่ผมจะพูดเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้นก็คือเรื่องของการบังคับคดีและในส่วนของ สถิติคดี

ประเด็นแรก คือเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการปฏิบัติตามคำบังคับของ ศาลปกครองชั้นต้นก่อนคดีถึงที่สุด หน้า ๕๔ ถ้าท่านจะกรุณาดูตามไปก็ดี ซึ่งรายงานนี้ก็ได้ แจ้งว่ามีตัวอย่างมาแล้วอย่างคดีศาลปกครองกลางประมาณ ๔ คดี ทีนี้ผมจะเรียนถามท่าน จดเป็นประเด็นอย่างนี้ว่ากรณีแบบนี้ถ้าเกิดศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษามีหรือไม่ ๒. ถ้ามีจะทำอย่างไร จะเยียวยาอย่างไร นี่คือประเด็นของที่ว่าการขอให้ศาลมีคำสั่งให้มี การปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองชั้นต้นก่อนคดีจะถึงที่สุด ประเด็นที่เกี่ยวกับ การบังคับคดีโดยตรง โดยอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศาลปกครองตามรายงานไม่ว่าจะเป็น หน้า ๕๓ หน้า ๑๒๐ หน้า ๑๒๓ ก็ตาม ที่ท่านเลขาธิการได้รายงานว่าได้มีการตั้งข้อสังเกต จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วก็ได้นำมาใส่ในรายงานฉบับนี้แล้ว ซึ่งในข้อ ๗ หน้า ๓๗ ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองมีปัญหาอุปสรรคในด้านอื่นนอกจากปัญหาอุปสรรค เกี่ยวกับปริมาณคดีและอัตรากำลังหรือไม่ อันนี้ท่านไม่ได้พูดถึงการรายงานปัญหาอุปสรรคในการบังคับคดีในรายงานฉบับนี้นะครับ และในส่วนของปัญหาอุปสรรคที่ท่านเขียนลงมาในหน้า ๑๒๐ อีกเช่นเดียวกัน คือปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และแนวทางมาตรการในการแก้ไขปัญหา ท่านเพียงแต่บอกว่า

๑. ปัญหาและข้อจำกัดในการดำเนินงานด้านคดี คือปริมาณงานมีจำนวนมาก แล้วก็คดียุ่งยาก

๒. ปัญหาและข้อจำกัดด้านการพัฒนาบุคลากรเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ได้พูดถึง เรื่องการบังคับคดีแต่อย่างใด พอมาถึงหน้า ๑๒๓ ด้านการบังคับคดีปกครอง ท่านบอกว่า ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบังคับคดีปกครองเป็นไปด้วยความ รวดเร็ว และพัฒนาการบังคับคดีปกครองด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

๓. ปรับปรุงมาตรการบังคับคดีปกครองและพัฒนารูปแบบระบบฐานข้อมูล ด้านการบังคับคดีปกครองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

๔. เร่งรัดการบังคับคดีปกครองที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เสร็จสิ้น โดยเร็ว ซึ่งดูแล้วมันก็ยังดูลอย ๆ เป็นรูปธรรม ซึ่งท่านก็ยังไม่ได้บอกว่าปัญหาที่เจอมันเจอ เพราะอะไร บังคับไม่ได้หรืออย่างไร หรือว่าการรายงานนี้มันมีสถิติในการบังคับคดีมีอย่างไร อย่างสถิติที่ท่านเลขาธิการได้ยกตัวอย่างไว้ในหน้า ๕๓ กลุ่มที่ ๑ หมายถึงคดีที่ศาลสั่งให้ เอกชนใช้เงิน (รอผู้ฟ้องคดีดำเนินการ) อันนี้หมายถึงการขอคำบังคับหรือไม่ ปกติแล้วโดยคดีแพ่ง ทั่ว ๆ ไปผู้ชนะคดีก็จะขอคำบังคับจากศาล อันนี้มันเป็นประเด็นนี้หรือไม่ และกลุ่มที่ ๒ หมายถึงคดีอื่น ๆ ยกเว้นกลุ่มที่ ๑ ก็หมายถึงหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการถูกบังคับคดี ตรงนี้ผมอยากทราบประเด็นปัญหาซึ่งก็ค้างคามานานก็คือว่าปกติแล้ว การบังคับคดีเอาทรัพย์สินของรัฐมันทำไม่ได้ใช่ไหมครับ และปัญหาพวกนี้ได้เคยมีปัญหา หรือไม่ว่าเกิดการพิพากษาแล้วหลาย ๆ คดีที่บังคับยังไม่ได้ หรือบังคับยังล่าช้า หรือพิพากษา ใช้เงินอะไรพวกนี้ อันนี้ผมขอยกตัวอย่างนิดหนึ่งนะครับ

ในส่วนของสถิติคดี สถิติคดีหน้า ๔๗ ข้อ ๔ ท่านรายงานว่าจำแนกคดีผู้ถูกฟ้อง คดีมากที่สุด ๕ ลำดับแรก ก็มีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม สำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานในบังคับบัญชาของสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านบอก ๕ หน่วยงาน แต่ชาร์ต (Chart) ในรายงานท่านยกมา ๑๐ หน่วยงาน ๑๐ สังกัดเท่านั้นเอง ผมจะเรียนถาม ท่านว่านอกเหนือจาก ๑๐ หน่วยงานมีอีกหรือไม่ ผมเชื่อว่าคงมากกว่านั้น แล้ว ๒. ประเด็น ที่ผมสงสัยแล้วก็ถามและมีปัญหาเรื่องการกระจายอำนาจก็ตาม เรื่องการปกครองท้องถิ่น ก็ตาม ท่านจัดหมวดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ในสังกัดไหน โดยนัยทางกฎหมาย แล้วตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้สังกัดกระทรวง มหาดไทย คำถามที่ผมจะถามก็คงมีเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ