เทพไท ซักถามการจัดตั้งศาลปกครองใหม่ ห่วงโปร่งใสอบรมบุคคลภายนอก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

เทพไท เสนพงศ์ ซักถามและอภิปรายประเด็นจากรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง ปี 2561 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมในการจัดตั้งศาลปกครองใหม่ในสามจังหวัด และเรียกร้องให้ชี้แจงความคืบหน้าการก่อสร้างศาลปกครองนครศรีธรรมราชที่ล่าช้าและไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พร้อมแสดงความกังวลต่อโครงการอบรมที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม เกรงว่าจะกระทบความเป็นธรรมและก่อให้เกิดการอุปถัมภ์ จึงเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการและยืนยันการดำเนินการอย่างชัดเจน

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้อ่านรายละเอียดของรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๑ ก็มีประเด็นที่อยากจะซักถามแล้วก็อภิปรายอยู่สั้น ๆ เพียง ๒ ประเด็น ที่ติดใจอยู่นะครับ

เรื่องเขตอำนาจศาล ผมดูแผนที่รายงานของศาลปกครองแล้วครับ ผมคิดว่า การที่ศาลปกครองได้เปิดที่ทำการศาลปกครองใหม่ ๓ แห่ง คือศาลปกครองสุพรรณบุรี ศาลปกครองภูเก็ต และศาลปกครองยะลา ตามที่ท่านเลขาธิการศาลปกครองได้รายงาน ผมคิดว่ามีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ศาลปกครองภูเก็ต เมื่อก่อนศาลปกครองภูเก็ต ก็จะขึ้นกับเขตอำนาจศาลปกครองของนครศรีธรรมราช ซึ่งระยะทางการเดินทางก็ค่อนข้าง ที่จะเป็นปัญหาระหว่างฝั่งอันดามันมาฝั่งอ่าวไทย แต่ว่าเมื่อมีนโยบายแล้วก็ได้เปิดเขตอำนาจ ศาลปกครองที่ภูเก็ตเพื่อที่จะได้บริการเขตพื้นที่ในเขตอันดามันหรือว่าภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม ส่วนศาลปกครองยะลา จริง ๆ แล้วจังหวัดยะลากับ ๓-๔ จังหวัดตรงนี้ถ้าดูพื้นที่แล้วคงคิดว่า ศาลปกครองสงขลาก็น่าจะให้บริการเพียงพอ แต่ว่าด้วยสถานการณ์บ้านเมืองด้วยสภาพ ของพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ในขณะนี้ก็ค่อนข้างจะมีปัญหา เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งมาอีกที่หนึ่ง เป็นที่จังหวัดยะลาเพื่อให้บริการใน ๓ จังหวัด ผมก็คิดว่าเป็นกรณีพิเศษก็เห็นด้วยที่จะให้มี ตรงนี้ ส่วนจังหวัดสุพรรณบุรีก็ถือว่าเป็นภาคตะวันตกก็คงจะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ที่อยู่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็จังหวัดสุพรรณบุรี ตรงนั้นก็คิดว่าน่าจะเหมาะสม ก็เห็นควรด้วย แม้ว่าจะเป็น ๒ จังหวัดก็ตามแต่พื้นที่ ๒ จังหวัดนี้เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างที่จะกว้าง เพราะฉะนั้น การเดินทางก็คงจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก การไปอำนวยความสะดวกถึงพื้นที่ก็คงจะ เป็นการบริการประชาชน แต่ว่าถ้าดูจากที่ทำการของศาลปกครองในจังหวัดต่าง ๆ ศาลปกครองกลาง ศาลปกครอง เชียงใหม่ ศาลปกครองสงขลา ศาลปกครองนครราชสีมาและทุกแห่งครับ ที่ผมติดใจก็คือ ศาลปกครองนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นพื้นที่ของผมเองจังหวัดนครศรีธรรมราช คือศาลปกครอง นครศรีธรรมราชก็ตั้งกันมาก็อยู่หลายปีแล้วแต่ว่าก็ย้ายไปย้ายมาจนถึงปัจจุบันนี้ เมื่อก่อน ที่ทำการอยู่ข้างโรงแรมทวินโลตัส แล้วก็มีงบประมาณไปสร้างที่ทุ่งสงเพื่อคิดว่าเป็นใจกลาง หรือเป็นกึ่งกลางของภาคใต้ตอนกลาง คนที่จะมาจากฝั่งอันดามันก็คงจะมาใกล้ คนที่มาจาก อ่าวไทยพื้นที่อ่าวไทยก็ใกล้น่าจะอยู่ทุ่งสงซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ผมไปดูแล้วก็ได้ว่าจ้าง ได้ก่อสร้าง ลงเสาเข็มทำโครงสร้างไว้บ้างแล้ว แต่ทราบข่าวว่าผู้รับเหมาทิ้งงาน และด้วยเหตุผลอะไร ก็ไม่ทราบต้องเปลี่ยนไป หรือว่าเพราะเหตุผลที่มีศาลปกครองภูเก็ตอยู่แล้วก็เลยย้ายกลับมา สร้างที่ศูนย์ราชการนาสาร ในอำเภอพระพรหม ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งผมอีกละครับ ซึ่งตอนนี้ ผมก็ทราบข่าวว่ากำลังมีปัญหาอีกเรื่องสถานที่ เรื่องถมที่ก็ยังมีปัญหา ซึ่งอันนี้ในรายละเอียด ผมไม่ทราบผมก็ต้องถามเลขาธิการศาลว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหน แต่ว่าปัจจุบันที่สร้างอยู่ ในบรรดาที่ทำการศาลปกครองทั้งหมดที่ผมดูแล้วที่มีรูปลักษณ์เป็นเอกลักษณ์มาก ส่วนใหญ่ ก็เหมือนกันหมดแบบแปลนเดียวกันหมดเลย แต่ว่าที่ดูแล้วก็มันเหมือนกับตึกแถวเหมือนกับ บริษัทก็คือที่ทำการศาลปกครองนครศรีธรรมราช เพราะว่าไปเช่าที่ของเอกชนแล้วก็เป็น สถานที่ที่ทำรับเหมา ผมเข้าใจว่าขายวัสดุก่อสร้างหรือกิจการรับเหมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าหากศาลปกครองไม่เร่งรัดที่จะสร้างศาลปกครองเป็นที่ทำการของตัวเองตามแบบแปลน ของตัวเองแล้ว ศาลปกครองนครศรีธรรมราชก็เหมือนแกะดำ ดูจากภาพทั้งหมดท่านประธาน เปิดดูก็จะเห็นว่าจังหวัดนครนครศรีธรรมราชจะแปลกที่สุด ผมก็อยากจะถามความคืบหน้า ของท่านเลขาธิการศาลว่าไปถึงไหนแล้วจะดำเนินการอย่างไร เพราะว่าปัญหาคาราคาซังอยู่ จนถึงทุกวันนี้แล้วก็ล่าช้ามานานมากผมก็อยากจะถามตรงนี้

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะอภิปรายก็คือว่าทุกครั้งที่ผมอภิปรายรายงาน การปฏิบัติงานขององค์กรเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมหลายศาล หลายองค์กรรวมไปถึง องค์กรอิสระ กรณีเรื่องที่จัดทำหลักสูตรพิเศษขึ้นมาอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของศาล เจ้าหน้าที่ ทั่วไป นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน หรือประชาชน ซึ่งองค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ส่วนใหญ่ก็จะทำโครงการนี้ขึ้นมา ซึ่งผมคนหนึ่งที่ต่อต้านเรื่องโครงการนี้ขึ้นมา แม้ว่า ผมจะได้รับการฝึกอบรมผ่านหลักสูตรต่าง ๆ มาเยอะแยะ แต่ว่าผมก็ได้เห็นว่าหลักสูตรต่าง ๆ ที่จัดอบรมขึ้นมาก็นับว่าเป็นผลดีต่อผู้เข้าอบรม ต่อองค์กร อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีแต่ว่าขอให้ เป็นหลักสูตรที่ไม่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เช่นหลักสูตร วปอ. ของวิทยาลัยป้องกัน ราชอาณาจักรเกี่ยวกับความมั่นคง วพน. วิทยาลัยพลังงาน หรือ วตท. วิทยาลัยตลาดทุน หรือว่าของภาคเอกชนอื่น ๆ หรือของสถาบันการศึกษาผมไม่ติดใจหรอกครับ แต่ว่า ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เช่นศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. หรือกรรมการคณะกรรมการเลือกตั้งหรือ พตส. อันนี้แน่นอนที่สุดท่านประธาน ถ้าหากว่า มีบุคคลภายนอกเข้าไปเรียนร่วมกับบุคลากรเกี่ยวกับศาล ความสนิทชิดเชื้อ ความรู้จักกัน ความเกรงอกเกรงใจกัน ยิ่งสังคมไทยเป็นสังคมอุปถัมภ์ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันอาจจะทำให้ กระบวนการยุติธรรมมันบิดเบี้ยวไป เพียงแค่รู้จักกันสนิทสนมกัน แค่ไม่ตัดสินอะไรบางอย่าง หรือไม่ชี้ผิดชี้ถูกกระบวนการยุติธรรมก็เสียหาย แต่ผมก็ทราบข่าวว่าศาลปกครองเคยมี หลักสูตรแบบนี้ และผมก็ได้รับการชี้แจงจากผู้บริหารศาลปกครองเป็นการส่วนตัวว่าศาลปกครองได้เลิกแล้ว ได้ยกเลิกโครงการเหล่านี้ คือถ้ายกเลิกจริงก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่บังเอิญว่าผมก็กดเข้าไปดู ในรายละเอียดก็ยังมีโครงการเกี่ยวกับหลักสูตรพิเศษวิธีพิจารณาศาลปกครองอะไรอยู่ ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจว่ามันเป็นหลักสูตรอะไร แต่ว่าถ้าเป็นหลักสูตรที่เหมือนกับหลักสูตรที่ศาล สถิตย์ยุติธรรมทำ หรือว่าศาลรัฐธรรมนูญจัด หรือว่าคณะกรรมการเลือกตั้งจัดหลักสูตร เหล่านี้อยู่ผมคิดว่าไม่ควรที่จะทำ แต่ถ้าหากว่าศาลปกครองได้ยกเลิกไปแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีโครงการในลักษณะเช่นนี้แล้วผมก็ขออนุญาตที่จะชื่นชมแล้วก็อยากจะให้ศาลหรือองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมได้ยึดเอาแบบอย่างของศาลปกครอง ผมเข้าใจว่าศาลปกครอง คงจะพูดเองไม่ได้หรอกครับ พูดเองก็เหมือนกับว่าไปกระทบกระเทือนกับองค์กรยุติธรรมอื่น ๆ แต่ว่าผมในฐานะที่เป็นฝ่ายตรวจสอบ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าหากว่าทาง ท่านเลขาธิการศาลยืนยันว่าไม่มีแล้วจริง เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะถือโอกาสนี้เรียนไปยัง องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมได้เอาแบบอย่างของศาลปกครองด้วย ซึ่งผมคิดว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี แล้วก็ขอสนับสนุนถ้าหากว่าศาลปกครองได้ตัดสินใจ อย่างชัดเจนแล้วว่าไม่มี แล้วก็อยากจะขอคำยืนยันใน ๒ ประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับ