นิกร จี้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายจราจร แก้ปัญหาอุบัติเหตุบนถนน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

นิกร จำนง อภิปรายรายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๒ โดยชี้แจงข้อกังวลเรื่องระยะเวลาการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ความแตกต่างระหว่างบทเฉพาะกาลกับบทถาวร รวมถึงปัญหาที่รายงานขาดตัวชี้วัดและงบประมาณที่ใช้ไปจริง นิกร จำนง ยังได้หารือความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจรที่ยื่นเสนอมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ และเร่งรัดให้รัฐบาลดำเนินการออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนถนนอย่างจริงจัง

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขออภิปราย รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศของเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๒ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรามีรายงานมาแล้วผมได้อภิปราย ครั้งนี้เป็น ๓ ครั้งแล้ว ทีนี้ประเด็นก็คือว่าอยากจะถามคณะกรรมการให้ชัด ๆ ว่าคือเราต้องปฏิบัติตาม ตรงนี้ไปอีกนานพอสมควร อยากจะถามให้ชัดเจนว่าระยะเวลาที่ชัดเจนตามรัฐธรรมนูญว่า เราจะต้องดำเนินการแบบนี้กันอีกนานเท่าไร เอาเข้ามา ๓ เดือนครั้ง ๓ เดือนครั้งไปจนถึง เมื่อใด เพราะว่าตรงนี้ในรัฐธรรมนูญเองก็มีประเด็นอยู่ ก็ขอทราบเป็นข้อที่ ๒ ว่าความแตกต่าง การปฏิบัติของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๖ มีการกำหนดว่าถ้า ในมาตรา ๒๕๙ บอกว่าแผนตรงนี้มีการดำเนินการแล้วก็เริ่มดำเนินการปฏิรูปภายใน ๑ ปี นับแต่วันประกาศ ตลอดผลสัมฤทธิ์ซึ่งคาดว่าจะบรรลุภายในเวลา ๕ ปี แล้วหลังจากนั้นล่ะ คือในนี้ระบุว่าบรรลุ ๕ ปี ซึ่งผมเชื่อครับว่าแผนที่เขียนมาไม่มีทางที่จะบรรลุได้ใน ๕ ปี แล้วต่อจากนั้นเราจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป

ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นอยากจะขอสอบถามก็คือความแตกต่างระหว่าง ช่วงบทเฉพาะกาลกับบทถาวรไม่เหมือนกัน เพราะว่าในบทเฉพาะกาลกำหนดว่าขณะนี้ ท่านต้องไปรายงานกับวุฒิสมาชิก ก็คือว่าให้เป็นคนกำกับดูแล แต่พอหมดบทเฉพาะกาลไป ซึ่งก็ครบ ๕ ปีตั้งแต่วันตั้งวุฒิสภาขึ้นมา วุฒิสภาตามกรอบนี้จะไม่อยู่ พอไม่อยู่แล้วการปฏิบัติ ระหว่างกันในหมวด ๑๖ จะดำเนินการอย่างไร เป็นคำถามนะครับ

ส่วนคำถามเรื่องประเด็นที่เกี่ยวกับการรายงานนี้ ผมขอย้อนคำถามที่เคยถาม และได้แนะนำไว้ในคราวที่แล้วเกี่ยวกับรายงานว่ารายงานตัวนี้ต้องมีตัวชี้วัด เพราะที่ทำมา ตั้งแต่เดิมไม่มีตัวชี้วัดเลยนะครับ ทีนี้คราวนี้ก็ไม่มีอีก ผมถามคำถามเดิมนะครับ คำตอบ จึงอยากจะได้ที่ต่างไปก็คือขณะนี้ไม่มีอีก แล้วที่เป็นตัวชี้วัดอย่างหยาบ ๆ ก็คือตัวที่แสดงว่า ความมีอยู่จริงของการปฏิรูปครับ อย่างน้อย ๆ ที่ขอไว้เหมือนกันคราวที่แล้วงบประมาณ เพราะว่านี่ไม่ใช่เป็นเรื่องในอนาคต นี่เป็นเรื่องในอดีต ดังนั้นงบประมาณที่ใช้ไปแล้วไม่ว่า งบประมาณทางด้านเงินที่ใช้ไปงบประมาณ หรือบุคลากรซึ่งถือเป็นงบประมาณอย่างหนึ่ง ให้เขียนบันทึกไว้ด้วยว่าได้ใช้ไปเท่าไร มีเงินเท่าไร เราจะได้วัดได้ เพราะว่าการทำแผนปฏิรูป ขึ้นมามีงบประมาณด้วย ตอนที่ยื่นมาประกาศในราชกิจจานุเบกษามีงบประมาณ ดังนั้น ท่านจะต้องขานงบประมาณได้ว่าใช้ไปเท่าไรแล้ว นี่มันเป็นครั้งที่เท่าไร ตรงนี้ในคราวนี้ก็ไม่มี นั่นคือขออย่างน้อยแล้วว่าขอเป็นแค่งบประมาณ ส่วนความสัมฤทธิ์ผลมันซับซ้อน ตัวชี้วัด อาจจะไม่ชัด ทีนี้ผมมีประเด็นเรื่องการปฏิรูปที่จะถามลงไปในการปฏิรูป การปฏิรูปการเมือง ขณะนี้สรุปแล้วในการปฏิรูปการเมืองคราวนี้ศูนย์ เพราะว่าทั้งประเด็นปฏิรูปทั้ง ๕ ประเด็น ตั้งแต่เดิมจนถึงขณะนี้มีประเด็นย่อยทั้งหมด ๑๗ ประเด็น เขียนไปว่าสรุปว่าทั้งหมดนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการทั้งสิ้น ไม่มีอันไหนที่จะบวกขึ้นมาสัก ๑ เปอร์เซ็นต์เลย ไม่มีอันไหน ที่จะมีการปฏิบัติ ทุกอย่างเหมือนกับคราวที่แล้วทั้งสิ้น คือเป็นซีโร (Zero) เป็นศูนย์ ทีนี้ประเด็นผมก็เลยอยากจะสอบถามว่าจะตรงกับที่ผมทราบไหมว่าผมถามคราวที่แล้วไปว่า ผมทราบว่าคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองลาออกไปเหลือไม่ครบองค์ คราวนี้ที่ผมทราบมา ยังไม่ครบองค์อยู่ คือยังไม่มีประธาน ไม่มีรองประธาน ทั้งหมดเหลืออยู่ ๘ คน คือดำเนินการ ประชุมไม่ได้ พอดำเนินการประชุมไม่ได้มันก็ขับเคลื่อนไม่ได้ ผมก็ถามว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ตอนนี้คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองมีหรือเปล่า จะจัดตั้งกันเมื่อไร คราวที่แล้วก็ถามแล้ว และนี่ล่วงมา ๓ เดือนแล้วก็ยังไม่มีเท่าที่ทราบนะครับ ตรงนี้ผมจะไม่อภิปรายเรื่องการปฏิรูป การเมือง เพราะว่าในเมื่อตรงส่วนนี้ไม่มีก็ป่วยการที่จะพูดถึงว่าจะทำอะไร เพราะว่าทุกอัน อยู่ระหว่างดำเนินการ จริง ๆ แล้วไม่อยู่ในระหว่างการดำเนินการเสียด้วยซ้ำ เพราะยังไม่มี คณะกรรมการ หรือไม่มีการประชุม ไม่มีการเดินหน้า เราไม่ต้องไปพูดถึงว่าการปฏิรูปตรงนั้น จะเป็นอย่างไร อันนี้เป็นคำถามว่าขณะนี้สถานะของกรรมการเป็นอย่างไร

สุดท้ายครับ ผมมีคำถามที่เกี่ยวกับการปฏิบัติของผมเองและทางด้านระบบ ของการออกกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นกฎหมายเป็นกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกของสภานี้ คือร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... เป็นฉบับแรก ผมก็มีเสียงไม่ครบ ๒๐ ผมก็ได้รับความกรุณาจากสมาชิกมาช่วยกันลงนาม แล้วก็ยื่นเป็นกฎหมายฉบับแรก ทีนี้กฎหมายฉบับนี้ได้ยื่นไปเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ เสนอไป และทางประธานสภาได้มีหนังสือตอบแจ้งว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย การเงิน ส่งไปที่นายกรัฐมนตรี ทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้ตอบมาเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ ว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ค้างอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เดือนโน้น นี่ เป็นกฎหมายฉบับแรกของเรานะครับ เราร่วมกันยื่น ทีนี้ประเด็นที่สำคัญขณะนี้กฎหมาย ฉบับนี้ผมทราบว่า จริง ๆ ถ้าระบบปกติก็คือทำใจได้ว่าทางรัฐบาลก็ยกร่างกฎหมายขึ้นมา เพื่อรอประกบ ซึ่งผมไม่ติดใจ เพราะกฎหมายฉบับที่รัฐบาลกำลังยกร่างฉบับนี้เป็นผมเสนอไว้ ตอน สปท. เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ประเด็นที่สำคัญคือกฎหมายฉบับนี้เข้ามาอยู่ในการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมด้วย คือประเด็นปฏิรูปที่ ๔ กิจกรรมที่ ๖.๒ อยู่ในเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่อง ร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีจราจร พ.ศ. .... และกฎหมายประกอบ อยู่ในประเด็นย่อยที่ ๒ ขณะนี้ก็อยากจะถามว่าความคืบหน้าของกฎหมายฉบับดังกล่าว คือผมรอได้ เพราะปกติเรา ก็รู้กันอยู่ตั้งแต่ต้นว่าถ้ารัฐบาลไม่มีร่างก็จะไม่ปล่อยกฎหมายของสภาที่ยื่นโดย ส.ส. เข้ามา แต่จะขอถามว่ากฎหมายฉบับนี้สถานะอยู่ที่ไหน อย่างไร เพราะว่าผมติดตามกฎหมายฉบับนี้ ผลักดันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ท่านประธานครับ ๑๘ ปีแล้ว ครั้งนี้ก็หวังว่าจะได้ประสบความสำเร็จ เสียที ก็อยากจะให้ออกมาเพื่อให้บังคับใช้ เพราะขณะนี้เสียชีวิตกันบนถนนจนถึงวันนี้ตั้งแต่ วันที่ ๑ มกราคมมา ๑๓๘ ศพแล้ว เฉพาะเดือนเดียว ก็เป็นคำถามที่จะถามไปยังคณะกรรมการ ๓-๔ ประเด็น กราบขอบพระคุณครับ