พรรณสิริ วิจารณ์แผนปฏิรูปประเทศขาดความชัดเจน ชี้ต้องเร่งปรับปรุง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

พรรณสิริ กุลนาถศิริ วิพากษ์การรายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศที่ยังขาดความชัดเจนในเป้าหมายและตัวชี้วัด พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงกระบวนการเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชน นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนผ่านการบูรณาการในหลักสูตรการเรียนรู้ สนับสนุนบทบาท อสม. ในการดูแลสุขภาพด้วยการพัฒนาตัวชี้วัดและกำลังใจ รวมถึงผลักดันนโยบายการออมแห่งชาติเพื่อความมั่นคงหลังวัยเกษียณอย่างเป็นรูปธรรม

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ดิฉันขอเรียนแสดง ความคิดเห็นในเรื่องของการรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ในช่วง ๓ เดือน ของเดือน กรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ดิฉันได้อภิปรายตั้งแต่ครั้งแรกของการเปิดสภาในวาระ สมัยนี้ในครั้งแรกดิฉันได้นำเรียนไปยังสภาพัฒน์ในฐานะหน่วยของเลขานุการคณะกรรมการ ในการจัดทำเอกสารรายงานก็ขอเรียนให้กำลังใจไปนะคะ เพราะว่าเอกสารฉบับแรกนั้น เหมือนเราหยิบอะไรมาต่อ ๆ กัน ยังไม่เห็นภาพของการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่สร้าง ความเชื่อมั่นหรือความมั่นใจให้กับประชาชนหรือความอบอุ่นใจที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการ ทำงานได้ สำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ สำหรับรายงานที่เข้าสู่สภาแห่งนี้ ดิฉันขอเรียนไปในส่วน ของการดำเนินการจัดทำรายงานความก้าวหน้าและข้อสังเกตบางประการ

ในเรื่องแรกในส่วนของเอกสารที่นำเสนอปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ ของการทำข้อมูลการรายงาน ปัญหาและอุปสรรคที่ได้นำเสนอในที่นี้บอกว่ามี ๖ ประเด็น ด้วยกัน ประเด็นแรกก็คือการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดในระดับแผนต้องมีความชัดเจน ดิฉันไม่อยากจะเห็นรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ยังมาท้วงติงกัน ด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ดิฉันมองว่าเรื่องนี้แผนการรายงานครั้งนี้น่าจะเป็นแผนและการรายงาน ให้กับการรายงานทุกเรื่องทุกราวทุกหน่วยงานและองค์กรที่จะมารายงานต่อสภา ดังนั้น แผนปฏิรูปจึงยังไม่ปฏิรูปตัวเองที่จะเป็นต้นแบบในการทำแผนอื่น ๆ ได้ อันนี้คือข้อสะท้อน จากการสะท้อนตัวเองของคณะทำงาน

ในส่วนต่อ ๆ ๕-๖ ประเด็น มีประเด็นหนึ่งอ้างว่าในเรื่องของความเชื่อมโยง กิจกรรมโครงการยังไม่บูรณาการกันที่ชัดเจน อันนี้ก็สะท้อนให้เห็นในเรื่องของการจัดทำ งบประมาณที่ประเทศชาติของเราก็ยังขาดกระบวนการบูรณาการเช่นเดียวกัน

ในส่วนของข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูป ดิฉันมองไปที่แผนปฏิรูป ด้านการเมือง ด้านการเมืองระบุว่ามีข้อเสนอแนะให้ทำโรงเรียนประชาธิปไตย ดิฉันขอเสนอ โรงเรียนประชาธิปไตยนี่ค่ะกับการที่สร้างขึ้นมาชัด ๆ แล้วบอกว่าให้มีหลักสูตรให้มีอย่างน้อย ๑ รายวิชา ดิฉันมองว่าการเป็นประชาธิปไตยมันควรอยู่ในวิถีชีวิตค่ะ น่าจะบูรณาการเข้าไป ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สามารถสร้าง กิจกรรมนักเรียนภายใต้กิจกรรมที่ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธรรมาภิบาล ในโรงเรียนในห้องเรียน ระบบนักเรียนเขามีอยู่ เพียงแต่ว่าเราพยายามจัดกรอบไม่ว่าจะเป็น เรื่องของนิติธรรม เรื่องของคุณธรรม การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า และความโปร่งใส เราสามารถแทรกในเรื่องสิทธิหน้าที่และความเป็นพลเมืองได้ในทุกกิจกรรม ถ้าเราประกาศตัวว่าต่อไปเราจะเป็นโรงเรียนประชาธิปไตยแปลว่าเรามีความบกพร่องมากมาย จึงต้องประกาศตัวเช่นนี้ ดิฉันเสนอว่าควรจะอยู่ในวิถีการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระและในกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน

ในส่วนของการปฏิรูปด้านสาธารณสุข ดิฉันมองเป็นว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และจะพยายามในผลของการปฏิรูปให้สำเร็จให้เกิดภาพปรากฏที่ชัด แต่ดิฉันขอเสนอในเรื่อง ของตัวชี้วัด ในด้านสาธารณสุขนั้นตัวชี้วัดจะต้องลงไปถึงที่สุขภาวะสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะขณะนี้มาแรงมาเร็วกับนโยบายของรัฐบาลที่บอกว่าหมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน และมี อสม. เป็นเพื่อนคู่ตัวคู่ใจ เราจะทำได้จริงหรือไม่ ขณะนี้เราส่งเสริมขวัญและกำลังใจ ให้ อสม. จาก ๖๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันเรากำลังจัดการอบรมในหลักสูตร ที่บอกว่าคลินิกหมอครอบครัว เพราะเราไม่สามารถที่จะมีแพทย์ พยาบาลไปถึงทุกครัวเรือนได้ แต่เราจะสื่อผ่าน อสม. ซึ่งขณะนี้ อสม. ระดับตำบล ระดับหมู่บ้านในประเทศไทยจำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน กำลังเข้าหลักสูตรที่บอกว่าเราจะดูแลสุขภาพจิตของพี่น้องประชาชน และตัว อสม. เองอย่างไร ในเรื่องของความจำเป็น ในเรื่องของสุขอนามัยที่เราเน้นว่าฟันดี ในเรื่องของทันตกรรม ในเรื่องของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงในชุมชน ในหมู่บ้านในครัวเรือนเรามีวิธีในการดูแลอย่างไร ในเรื่องของการป้องกันโรคสำหรับการเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ และที่สำคัญยิ่งสุขภาวะที่ดีภายใต้ สมุนไพรหมอพื้นบ้าน หมอแผนไทย รวมทั้งการออกกำลังกาย ดิฉันอยากเห็นตัวชี้วัดที่จะ เกิดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนของหมอที่บอกว่าเป็นคลินิกหมอครอบครัวโดยมีกำลังหลักสำคัญ ก็คือพี่น้อง อสม. แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ขอให้กำลังใจที่กำลังอบรมกันอยู่ทั้งประเทศนี้ หลังจากการอบรมแล้วผ่านหลักสูตรแล้วก็มีแนวทางว่าจะปรับเงินให้กับ อสม. เป็น ๒,๕๐๐ บาท ตรงนี้อยากเห็นตัวชี้วัดที่ระบุถึงการมีสุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชน อาทิเช่น ฟ้าทะลายโจร ที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรบอกว่าจะเป็นตัวที่เป็นภูมิคุ้มกันกับไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ไวรัสอู่ฮั่นที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ก็อยากจะให้ใช้ในเรื่องของสมุนไพรให้เต็มศักยภาพ รวมทั้งการออมแห่งชาติในการปฏิรูปด้านสังคมมีโจทย์ท้าทายที่คณะกรรมการได้เสนอไว้ว่า ภายใน ๑๕ ปีการออมที่ประชาชนจะมีรายได้จากบำเหน็จบำนาญไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๓๐ ของรายได้สูงสุดสุดท้ายหลังจากที่จะถึงวัยเกษียณกับคนทุกอาชีพ ภายใน ๑๕ ปีก็หมายถึง ว่าคนอายุ ๔๕ ปีเป็นต้นไปเมื่อถึงอายุ ๖๐ ปีเราจะมีความเรียบร้อยในระบบการออมก็เป็น โจทย์ที่ท้าทาย อยากจะเห็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนี้ให้เป็นจริงดังข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการปฏิรูปต่อคณะทำงานทุกกระทรวง ก็ขอเป็นข้อสังเกตแล้วก็ขอชื่นชม ในการทำงานก็คิดว่าดีขึ้นมาแล้วก็เป็นที่น่าเชื่อมั่นได้มากกว่าในการเข้าสภาใน ๒-๓ ครั้งแรก ที่ผ่านมา ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ