เกียรติ ทวงถามรายงานปฏิรูปประเทศ ชี้ยังไม่รวมข้อเสนอ ส.ส.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

เกียรติ สิทธีอมร ทวงถามความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะประเด็นโครงสร้างพลังงาน ราคาพลังงาน ดอกเบี้ย ข้อเสนอ SMEs และการจัดเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซ ที่ยังไม่ถูกรวมในรายงาน ทั้งที่เคยรับปากว่าจะนำข้อเสนอสมาชิกสภาเข้าไปพิจารณา พร้อมแสดงความผิดหวังต่อความล่าช้าและความไม่ชัดเจนในการดำเนินการ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ของสภาชุดนี้ที่ได้รับฟังรายงานความคืบหน้าของ แผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกคือวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ ผมก็ลุกขึ้นอภิปราย ผมพูด ๒ ประเด็นที่สำคัญซึ่งเป็นทุกข์ของชาวบ้าน เรื่องส่วนต่าง ดอกเบี้ย เรื่องราคาค่าพลังงาน ตอนนั้นท่านเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้รับฟังอยู่ในตอนนั้นก็บอกว่าจะนำเรื่องราวเหล่านี้ไปผนวกรวมอยู่ในรายงาน พอมา วันที่ ๖ พฤศจิกายน เป็นรอบที่ ๒ ที่มีการรับฟังรายงาน ผมก็ทวงถามครับ แต่ผมก็พอเข้าใจ เพราะวันที่ ๖ พฤศจิกายนเป็นการรับฟังรายงานรอบที่ ๒ ซึ่งเป็นของช่วงเวลาซึ่งเกิดขึ้น อาจจะเป็นคาบเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ผมได้มีการอภิปรายไป ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมประเด็นต่าง ๆ ที่รับฟังจากสมาชิกสภายังไม่ได้มีการนำเข้าไปผนวกรวมอยู่ในรายงานของท่าน แต่ว่าครั้งนี้ ครั้งที่ ๓ แล้วมันเป็นรอบรายงานซึ่งท่านควรจะรับทราบหมดแล้วว่าข้อเสนอแนะความคิดเห็น ของสมาชิกสภามีอะไรบ้างเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และควรจะเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน ที่ท่านนำเสนอในครั้งนี้ แต่ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความผิดหวังว่าเปิดดูเหมือนเดิมเลย ยังไม่มีการสรุปความคิดเห็นข้อเสนอแนะของสมาชิกเข้าไปอยู่ในรายงานฉบับนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ท่านได้รับปากทั้ง ๒ ครั้ง ๒ วาระของการรับฟังรายงานว่าจะนำไประบุอยู่นะครับ ตรงนี้ผม ก็เกิดความกังวลว่าถ้าเป็นเช่นนั้นกระบวนการของเราในการรับฟังความคืบหน้าแผนการปฏิรูป ประเทศมันมีความหมายอะไร มันจะมีความหมายอะไรถ้าไม่นำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ของสมาชิกเข้าไปรวมอยู่ในนั้นด้วย ผมก็ยังต้องทวงถาม ผมบอกท่านไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว เรื่องที่เป็นทุกข์ของชาวบ้านผมมีหน้าที่ที่จะต้องทวงถามท่าน ว่าท่านทำไปถึงไหนแล้วครับ ๒ เรื่องที่ผมอยากจะทวงถามท่าน โครงสร้างพลังงาน ผมย้อนไปนิดเดียว วันที่ ๖ พฤศจิกายน วันนั้นผมตั้งคำถามท่าน ท่านตอบนะครับ มีผู้ตอบ เป็นคณะกรรมการที่ตอบบอกว่าเสนอให้ กระทรวงรับทราบแล้ว แล้วผลคืออะไรครับทำไมไม่อยู่ในรายงานฉบับนี้ว่าท่านจะดำเนินการ อย่างไร ค่าแอลเอ็นจี (LNG) ผมถามเรื่องเปิดเสรีการค้าแอลเอ็นจี (LNG) ประชาชนได้อะไร ยังไม่มีความชัดเจนนะครับ และสถานะของรายงานในวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม อยู่ที่เดิมเลยครับ สถานะอยู่ที่เดิม กระทรวงแถลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน วันที่ ๒๕ ธันวาคม วันที่ ๒๑ มกราคม บอกว่าจะทบทวนปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่หมดเลยและราคาก๊าซด้วยให้เป็นธรรม เกิดขึ้น แต่คำว่า เป็นธรรม ต่อประชาชนมิได้ระบุอยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ ท่านไปดูเลยครับ ทุกหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิรูปพลังงานไม่มีการพูดถึงเรื่องความเป็นธรรมของราคาพลังงานเลย ตรงนี้ผมก็ต้องตั้งคำถามกลับมาอีกครับ เพราะเป็นหน้าที่ของผมว่าท่านจะเอาเรื่องนี้ไปทำไหม แล้วท่านขับเคลื่อนได้ไหมในฐานะ กรรมการปฏิรูปประเทศ ท่านขับเคลื่อนได้ไหมครับ หรือต้องเป็นภาระหน้าที่ของกระทรวง ที่จะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ มันไม่อยู่ในแผน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เงินฝาก ส่วนต่างดอกเบี้ย ผมย้ำนะครับ เพราะท่านทำไม่ต้องใช้งบประมาณ ท่านทำครั้งเดียวทำได้ แล้วประชาชนได้ อานิสงส์ทั้งประเทศ ทำไมยังไม่ขยับเลยครับ แล้วไม่มีเขียนอยู่ในรายงานฉบับล่าสุด แต่ท่าน รับปากผมว่าท่านจะไประบุในรายงานนี้ว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้ในการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ ทางด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาผมเห็นข่าวครั้งเดียว มีอยู่วันเดียวเลยครับว่าธนาคารหลัก ๔ แห่ง ร่วมกันลดดอกเบี้ยเงินกู้ ในขณะเดียวกันลดดอกเบี้ยเงินฝากด้วย ส่วนต่างดอกเบี้ยยังเท่าเดิม มันจะได้ประโยชน์อะไรถ้าเป็นอย่างนั้น คราวที่แล้วในวันที่ ๖ พฤศจิกายนผมถามท่านเรื่องนี้ กรรมการปฏิรูปประเทศบอกว่าประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ทำไมท่านไม่ระบุในรายงานว่าจะเอามาเป็นเป้าหมายในการปฏิรูป ทำไมล่ะครับ ฉะนั้น จะมีประโยชน์อะไร เรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยพูดและถามไว้และผมคิดว่าเป็นสาระสำคัญก็คือ เรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) หน้า ๒๓ ท่านปรับเป้าลงไปอีกครับ ในรายงานฉบับล่าสุดเดิมบอกว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ต้องเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ท่านปรับลง เหตุผลอะไรที่ปรับลง จาก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ผมไม่เข้าใจ ขอคำอธิบายครับ โครงสร้าง ภาษีอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญมาก ผมไม่เห็นว่าท่านจะดำเนินการ อย่างไร ควิกวิน (Quick win) คราวที่แล้วพูดตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่มี มีหลายเรื่องที่ต้องทำได้ แต่ท่านก็ไม่มี ไม่มีในรายงานว่าควิกวิน (Quick win) ของท่านคืออะไร ทำไมเป็นเช่นนั้น ความสามารถในการแข่งขันอันนี้เป็นเรื่องใหม่ ท่านฟังให้ดีนะครับเพราะท่านกำลังปฏิรูป ผิดประเด็น ท่านใส่ในการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจในเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ท่านระบุ กฎหมายฉบับหนึ่ง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ว่าท่านต้องปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้ เพื่อความสามารถในการแข่งขัน ท่านเข้าใจผิดครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับเดียว ที่สามารถให้ประเทศแต่ละประเทศสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ในเรื่องการลงทุน การแข่งขัน จากนักลงทุนต่างประเทศ ไม่ให้กระทบกับภาคธุรกิจของประเทศไทยเกินควรและเกินกว่า ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ไม่ใช่เป็นข้อผูกพันครับ แต่ผมเข้าใจดีว่าทำไมท่านถึงได้รับหัวข้อนี้มา แล้วบอกว่าต้องปฏิรูป เพราะว่าเป็นข้อเรียกร้องของหอการค้าต่างประเทศทุกปี ตั้งแต่สมัย พ.ร.บ. ๒๕๔๒ แล้วครับ พอดีตอนนั้นท่านประธานสภาท่านเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วผมเป็น คนมีส่วนร่วมในการแก้ไขกฎหมาย ปว. ๒๘๑ มาเป็น พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขัน และไม่ใช่เป็นข้อผูกพันที่องค์การการค้าโลก เพราะองค์การการค้าโลกยังไม่มีข้อตกลงพหุภาคีในเรื่องการลงทุน และยังถือว่าแต่ละประเทศ มีสิทธิในการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พอท่าน เอาเรื่องนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มารวมอยู่ในการปฏิรูป ท่านเดินผิดทางแล้วครับ เพราะว่าการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้แล้วว่าทบทวนโดยกรรมการเสนอ ครม. ปรับปรุงได้ เลยทันที ปรับปรุงบัญชีแนบท้าย ๓ บัญชี แน่นอนครับต่างประเทศก็ต้องขอให้ท่านแก้ไข ทุกครั้ง ทุกสมัย แต่ผมเคยตั้งกรรมการร่วมกับหอการค้าต่างประเทศ ๓๐ หอนะครับ และให้ เขาอธิบายมาว่าอุปสรรคอยู่ตรงไหน ๓ ปีเขาตอบไม่ได้เลยเพราะไม่มีอุปสรรค เพียงแต่เขา อยากให้เปิดมากขึ้น ผมก็บอกเขาว่าถ้าต้องการเปิดมากขึ้นผมจะรอเจรจาการค้าเสรีกับ ประเทศนั้น ๆ แล้วผมถึงจะเปิดให้เมื่อคุณเปิดให้เราเหมือนกัน ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจครับ เพราะฉะนั้นโดยสรุป ท่านประธานครับ ผมคิดว่าตอนนี้รายงานของเราถ้าทำอย่างนี้ทุก ๓ เดือน โดยไม่มีความคืบหน้าและไม่นำข้อสังเกตของสมาชิกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรายงานฉบับ ต่อ ๆ ไป เสียเวลาครับ เสียเวลาจริง ๆ ครับ อยู่ที่เดิมเลยครับ และคำตอบก็เหมือนเดิม ๆ ไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการทบทวนความก้าวหน้าทุก ๓ เดือนไม่เหมาะ หรอกครับ เพราะว่าความก้าวหน้าท่านมีไม่มากพอ แต่ผมเข้าใจดีครับว่าเป็นความต้องการ ระบุไว้ในมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ครับจะเอาอย่างไรกันดี จะเลื่อนเป็น ๖ เดือนได้หรือไม่ถ้าท่านก้าวหน้าไม่พอ หรือถ้า ท่านบอกว่าท่านจะไม่ระบุข้อสังเกตของสมาชิกสภาเข้าไปในรายงานฉบับอนาคตทั้งหมดเลย ก็ไม่ต้องเข้าสภาครับ เพราะเข้าสภามันก็ฟังเรื่องเดิมครับ ผมก็ต้องพูดเรื่องเดิม เพราะไม่มี เรื่องอื่นจะพูดแล้วครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานขอความกระจ่างกับกรรมการนิดหนึ่ง อันนี้ไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น ผมอยากเห็นการปฏิรูปประสบความสำเร็จจริง ๆ ครับ หลายเรื่อง ที่ระบุไว้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ว่าเรื่องที่ไม่ได้ระบุไว้ก็สำคัญเหมือนกันและต้องดำเนินการ ต้องระบุไว้ในรายงานฉบับนี้ในเป้าหมายของการปฏิรูปประเทศ เพราะฉะนั้นขอรับทราบ จริง ๆ ครับ ช่วยชี้ให้ผมเห็นทางกระจ่างนิดหนึ่งว่าทุก ๓ เดือนที่เรามาเจอกันไม่เป็นการเสียเวลา ขอบคุณครับ