กรวีร์ วิจารณ์ดุลพินิจ สตง. หวั่นท้องถิ่นกลัวตรวจสอบ ละเลยประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือบทบาทการตรวจสอบของ สตง. โดยชื่นชมความตั้งใจในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ แต่สะท้อนว่าแนวทางการปฏิบัติบางประการก่อให้เกิดความหวาดกลัวในหน่วยงานท้องถิ่น จนอาจส่งผลให้ละเลยการดำเนินโครงการเพื่อประชาชน จึงเสนอให้ปรับบทบาทจากผู้จับผิดมาเป็นผู้ให้คำแนะนำ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณอย่างมีมาตรฐานและยั่งยืน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง ผมต้องขอร่วมอภิปรายในเรื่องที่ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้นำเอา นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ มาเสนอต่อสภาเพื่อให้สภาแห่งนี้รับทราบ ผมต้องเริ่มต้นด้วยการชื่นชมท่านครับว่าที่ผ่านมานั้นทาง สตง. เองก็มีเป้าหมายในความตั้งใจ ที่อยากจะทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของท่านเพื่อที่จะให้เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพ ในการใช้เงินงบประมาณของรัฐยังเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดและพยายามที่จะป้องกัน ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐได้อย่างมากที่สุดและผมต้องชื่นชมครับ ยกตัวอย่างในการส่งเจ้าหน้าที่ของท่านเวลาที่ออกไปตรวจตามหน่วยงานที่ท่านเป็นผู้รับตรวจ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น อบจ. อบต. ต่าง ๆ วันนี้ปีหนึ่ง ใน อบจ. เองท่านไปตรวจ ๓ ครั้ง ๔ ครั้ง ไปตรวจทั้งงบดุล ไปตรวจถึงโครงการต่าง ๆ ไปตรวจแผนงานต่าง ๆ ที่ อบจ. หรือว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเขาต้องการที่จะทำและนอกไปกว่านั้นท่านก็ส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มีเครื่องไม้เครื่องมือ วันนี้ถนนถ้าเท ๑๕ เซนติเมตร ท่านมีเครื่องมือที่จะไป เจาะดูครับว่าเขาเท ๑๕ เซนติเมตรจริงหรือไม่ ลงลูกรังขุดลอกคูคลองสร้างอาคารต่าง ๆ ท่านมีวิธี ท่านมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะไปตรวจเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ ของรัฐนั้นถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างประโยชน์ให้เกิดสูงสุดกับพี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมนั่งฟังมาตั้งแต่สมาชิกท่านแรกได้ลุกขึ้นอภิปรายจนถึงผมซึ่งเข้าใจว่า น่าจะเป็นคนสุดท้าย ท่านประธานก็น่าจะเห็นครับ ผมเชื่อว่าท่านผู้มาชี้แจงเป็นผู้แทนของ ทาง สตง. ก็น่าจะเห็นครับ เห็นถึงความรู้สึกและเสียงสะท้อนจากพวกเราในฐานะที่เป็น ผู้แทนของพี่น้องประชาชนเขามอง สตง. ว่าอย่างไรครับ เขามอง สตง. เหมือนกับเป็นเพื่อน ของเขาที่เวลาเข้ามาบ้านแล้วเราอยากจะทำกับข้าวเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี พูดคุย อาหารดี ดนตรีไพเราะหรือเขามอง สตง. ด้วยความหวาดกลัวครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านมีประสบการณ์ในฐานะที่เป็นผู้บริหารท้องถิ่นเป็นคนที่อยู่ ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่มาจากท้องถิ่น ข้อมูล สตง. ในทางตรงกันข้ามเขามองพวกเรา ด้วยความกลัวครับ เขากลัวอะไรครับ เขากลัวว่าเมื่อท่านเข้าไปแล้วจะต้องมีการเรียกเงินคืน หรือไม่ เขากลัวว่าสิ่งที่เขาทำไปแล้วจะเสี่ยงต่อการติดคุกติดตะราง เสี่ยงต่อการต้องมา รับผิดชอบของผู้บริหารหรือไม่ก็ต้องทำถามท่านว่าเราอยากจะให้ความรู้สึกหวาดกลัวนี้ อยู่กับหน่วยงานที่รับตรวจจากทาง สตง. แบบนี้ต่อไปอย่างนั้นหรือครับ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ครับ แล้วผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านคิดเหมือนกับที่ผมคิด สิ่งที่พวกเราไม่อยากให้เกิดมากที่สุดก็คือ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ใช้เงินงบประมาณของรัฐนั้นเขากลัวที่จะผิดพลาดจนสุดท้ายเขาก็บอก ถ้าอย่างนั้นเขาไม่ต้องทำก็แล้วกันจะได้ไม่ต้องผิด เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ได้รับผลกระทบ ก็คือพี่น้องประชาชนที่จะเสียผลประโยชน์จากการดูแลจากหน่วยงานต่าง ๆ ผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังทาง สตง. ใน ๒-๓ ประเด็น

ประเด็นแรกผมอยากจะให้ท่านได้พิจารณาแล้วก็ลดการใช้ดุลพินิจของท่าน ลงเสียหน่อยได้ไหมครับ เมื่อไรก็ตามที่คนที่ออกไปตรวจทำหน้าที่นั้นใช้ดุลพินิจของเขาสิ่งที่ เป็นเสียงสะท้อนกลับมานั่นก็คือความเป็นมาตรฐานที่มันไม่เท่าเทียมกัน ในบางจังหวัด ท่านไปให้คำแนะนำว่าทำได้ ในขณะที่บางจังหวัดทำไม่ได้ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องนั้นเรื่องนี้ทำได้ อีกหลักอีกหลายที่ทำไม่ได้มันจะเกิดเป็นคำถามแล้ววันนี้จึงไม่ต้อง แปลกใจว่าทำไมเวลาที่ทางท้องถิ่นเขาจะทำอะไรทีหนึ่งเขาต้องส่งมาให้ สตง. ดู มาปรึกษา สตง. ว่าทำได้หรือทำไม่ได้ กลายเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เราอยากจะเห็น ส่วนท้องถิ่นนั้นเติบโตเข้มแข็งมันจึงเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้ครับ เพราะทุกครั้งที่เขากำลังจะ ทำทุกก้าวที่เขากำลังจะก้าวออกไปเขาไม่แน่ใจว่าเขาก้าวไปขาอีกข้างหนึ่งเขาอยู่ในตะราง หรือไม่ สิ่งที่ผมอยากจะฝากก็คือผมอยากจะเห็นมาตรการที่ชัดเจน มีมาตรฐานที่ชัดเจน มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ออกไปตรวจหน่วยงานที่รับตรวจ ในแต่ละที่ และที่สำคัญผมอยากเห็นการทำหน้าที่ของ สตง. เปรียบเสมือนกับการเป็นพี่เลี้ยง ที่ท่านก็เขียนไว้ชัดเจนว่าอยากจะให้เข้าไปเพื่อที่จะให้คำแนะนำให้ข้อเสนอแนะและการทำงาน ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ไปจ้องจับผิดเขาครับ ท่านสามารถที่จะเข้าไป เพื่อให้คำแนะนำ ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้เขาเข้มแข้งและเข้าใจในหลักการเพื่อที่จะได้ ใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุดนั่นคือสิ่งที่ สตง. ควรจะทำไม่ใช่หรือครับ แล้วผมก็ต้องฝากคำถามไปยังท่าน ผมยกตัวอย่างในบางจังหวัดการใช้เงินของ อบจ. หรือว่า อบต. ก็ดีท่านก็บอกว่าอยู่นอกเหนือขอบเขตความรับผิดชอบ อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ของหน่วยงาน ยกตัวอย่าง อบจ. จะส่งเงินสนับสนุนเอาไปอุดหนุนตามโรงเรียนเพื่อที่จะให้ โรงเรียนตามจังหวัดตามชนบทนั้นซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องของงบประมาณจะไปจ้างครูสอน ภาษาอังกฤษมา อบจ. ไปอุดหนุนไม่ได้นะครับ เหมือนกันครับเวลาที่ท่านจะไปอยากจะเห็น ลูกหลานของคนที่อยู่ต่างจังหวัดได้มีโอกาสในการก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่มากขึ้น ด้วยการไปเอาติวเตอร์ (Tutor) ด้วยการไปเอาอาจารย์ดัง ๆ จากกรุงเทพมหานครหรือว่า จังหวัดใกล้เคียงเอาไปสอนเพื่อให้เขามีโอกาสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มากขึ้น อบจ. ทำไม่ได้ครับ หรือแม้กระทั่งการจัดงานประเพณีต่าง ๆ เอง ยกตัวอย่างวันเด็ก วันสงกรานต์ วันวิสาขบูชา วันสำคัญทางศาสนา เราจะจัดงานต้องไปถาม สตง. ว่าจัดแบบนี้ได้ไหม จัดแบบนั้นได้ไหม จะจัดวันก่อนล่วงหน้า ๑ วัน สตง. บอกทำไม่ได้ ต้องจัดวันที่ตรงกับ วันประเพณีเท่านั้น วันเด็กก็ต้องจัดวันเสาร์จัดวันศุกร์ไม่ได้ ก็ต้องมีคำถามว่าแล้วแบบนี้คือ สิ่งที่เราอยากจะเห็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขายืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองและเติบโต ต่อไปเข้มแข็งในอนาคตได้อย่างจริง ๆ หรือครับ สุดท้ายที่ผมอยากจะฝากท่านประธานเอาไว้ ผมดูในประกาศของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งก็ต้องชื่นชมท่านมีทิศทางเป้าหมาย ที่ชัดเจน ท่านมีผลสัมฤทธิ์ในการตรวจเงินแผ่นดินและท่านมีการดำเนินงานที่ชัดเจน ผลสัมฤทธิ์ท่านมีอยู่ ๗ ข้อ ใน ๗ ข้อนี้ไม่มีข้อไหนเลยที่ท่านบอกว่าผลสัมฤทธิ์ของท่านอยู่ที่ การเรียกเงินคืนจากท้องถิ่นได้มากเท่าไร หรือไม่มีผลสัมฤทธิ์ที่ท่านจะบอกว่ามีโครงการ ที่ท่านเอาไปตรวจแล้วเกิดความผิดปกติของการตั้งงบประมาณของแต่ละท้องถิ่นเท่าไรไม่มี อยู่ในนี้ แต่เจ้าหน้าที่ของท่านที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับว่าจะต้องไปและทำยอดเพื่อให้ เกิดผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานของท่าน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พวกเราทุกคนปรารถนาเลยแม้แต่น้อย ผมฝากท่านประธานไปยังผู้ที่มาชี้แจง พวกเราที่อยู่ตรงนี้เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย สิ่งที่พวกเราอยากเห็นไม่ต่างจากท่านละครับ เราอยากจะเห็นการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกฎตามระเบียบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นฝากความหวังไว้ ที่ท่านในการที่จะเป็นพี่เลี้ยงแล้วทำให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ใช้เงินของงบประมาณนั้นเติบโต อย่างเข้มแข็งยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณครับ