สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องรัฐธรรมนูญและกฎหมายปฏิรูป โดยชี้ว่า มาตรา ๒๗๐ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น แต่เพิ่มอำนาจให้สภาสามัญชน และถามถึงสถานะของคณะกรรมการชุดนี้หลังจากครบ ๕ ปี
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านครับ วันนี้ผมถ้ามีรายการนี้มาตรา ๒๗๐ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานว่าขออนุญาตพูดทุกครั้ง เหตุผลเพราะว่าผมตามมาตลอด ผมไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เขียนขึ้นมาเพื่อขยายอำนาจของ ส.ว. ให้กำกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เท่านั้นเอง ไม่มีอย่างอื่นเลยครับ แล้วมันจะหมดไปเมื่อ ส.ว. ครบ ๕ ปี แล้วอำนาจทุกอย่าง อยู่ที่การตัดสินใจขององค์กรนอกรัฐสภาทั้งสิ้น ผมมาดูให้ชัดเข้าไปอีกผมยังไม่แน่ใจที่ผม พูดเมื่อสักครู่นี้มันจะจริงไหม ผมเพิ่งไปอ่านบันทึกประชุมของการร่างกฎหมายฉบับนี้ ร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ท่านที่นั่งอยู่บนนี้ท่านก็มีส่วนร่วมอยู่ ท่านไปดูสิครับว่าทุกคน พูดว่าอย่างไร เป้าประสงค์คือเท่านั้น ทีนี้ท่านดูนะครับ เราจะดูว่ารัฐบาลทำอะไรต้องดูจาก การแถลงนโยบายใช่ไหมครับ การแถลงนโยบายไม่ได้ต่อเนื่องกับเอกสารที่นำมาเสนอสภาเลย ครั้งแรกเล่มขนาดนี้ท่าน วันนี้เล่มขนาดนี้ ผมว่าอีก ๒ ถ้าเขียนอย่างนี้นะ ปีหน้าเป็นคืบ หรือหลายเล่ม เพราะว่าอะไร เขียนเพื่อให้ว่าได้เขียนเท่านั้นเอง ท่านดูสิ การแถลงนโยบาย ท่านบอกว่า ข้อ ๕.๑.๓ บอกว่าปฏิรูปโครงสร้างรายได้ของรัฐ ออกกฎหมายมา ๒ ฉบับ กฎหมายภาษี ฉบับแรกเป็นกฎหมายว่าด้วยภาษียาสูบออกจนกระทั่งว่าราคาบุหรี่ไทยสูงขึ้น ราคาบุหรี่ฝรั่งลดลง โรงงานยาสูบมีกำไร ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือไม่ถึงพันครับท่าน นี่คือความสำเร็จของการร่างกฎหมายอย่างไรครับ ท่านจะต้องดูว่าการร่างแล้วนี่จะต้องดู ผลสัมฤทธิ์ของร่างกฎหมายนั้นควรจะแก้ไขไหม อันที่ ๒ ภาษีเหมือนกัน เรื่องรายได้เหมือนกัน ผูกพันกับข้อ ๕.๑.๓ เหมือนกัน ภาษีที่ดินอย่างไร ทำลายชนชั้นกลางในชนบทหมดเลย ท่านเข้าใจไหมครับ ท่านเป็นข้าราชการประจำท่านไม่เข้าใจว่าชนชั้นกลางนี่สร้างยากนะ แต่ทำลายง่าย เจ้าของโรงแรมเสียภาษี ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี แต่พอมาปีนี้จะ ลดลงตามกฎหมายภาษีใหม่ แต่ชาวบ้านนี่มีลูกอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซื้อคอนโดหลังหนึ่ง บ้านพักหลังหนึ่งต้องเสียภาษีแล้ว อาจจะมีบ้าน ๓-๔ หลัง ราคายังไม่ถึง ๕ ล้านบาทเลย แต่ผู้มีอันจะกิน ๕๐ ล้านบาทไม่ต้องเสีย เห็นไหม กฎหมายอย่างนี้มันทำลายชนชั้นกลาง ในที่สุดจะบีบให้คนชนชั้นกลางต้องขายที่ดิน ที่ดินจะกลายเป็นหลักประกันเท่านั้นเองให้กับ บริษัทใหญ่ ๆ ยิ่งไปดูกฎหมายเรื่องกฎหมายบริษัท ถ้าไปซื้อที่ดินนี่เอากำไรไปซื้อที่ดินถือว่า เป็นการลงทุนไม่ต้องเสียภาษีอีก ที่ผมพูดนี่คือกระบวนการคิดของระบบรัฐไทยมันเป็นอย่างนี้ พอเราดูเรื่อง พ.ร.บ. เขาเรียกว่าคำแถลงนโยบายแล้ว แล้วดูรัฐธรรมนูญแล้วนี่ เรามาดูสิ่งที่ ท่านเขียน ผมหนักใจท่าน หนักใจที่จะอ่านเพราะมันไม่สอดรับกันเลย ผมอยากให้ท่านประธาน ให้ทางสภามีกฎหมายเล็ก ๆ ฉบับหนึ่ง วันนี้ผมไม่ได้หยิบขึ้นมา เรียกว่ากฎหมายวิธีการ งบประมาณ ในนั้นรัฐสภาเขียนว่า กฎหมายวิธีการงบประมาณที่สมาชิกรัฐสภาต้องรู้ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ นี่คือการปฏิรูประบบงบประมาณของไทยโดยข้าราชการ สำนักงบประมาณทำขึ้นมา กฎหมายปฏิรูปมันต้องเป็นอย่างนี้ครับ แต่ว่ากฎหมายปฏิรูป ต่าง ๆ ที่ท่านบอกมันต้องปฏิรูปด้วยกฎหมาย แล้วมีสักข้อความหนึ่งไหมในฉบับนี้ที่บอกว่า ๒ ปีกว่าแล้วคุณได้ปฏิรูปอะไร นอกจากเรื่องภาษี ถ้าเป็นอย่างนี้ถามว่าจะซ้ำรอยกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไหม ตอนนั้นพวกที่ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะพวกผมบอกว่า สงสารสภาพัฒน์ทำงานแล้วไม่มีผู้ช่วย ก็ออกบอกว่าถ้าเช่นนั้นต้องมีสภาตามมาตรา ๘๙ นี่ปี ๒๕๔๐ นะครับ ให้เป็นที่ปรึกษาของสภาพัฒน์ พอมาร่างกฎหมายลูกกลายเป็นที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรีแล้วทำอะไรได้บ้าง ในที่สุดก็ต้องยุบไป คณะปฏิรูปนี้เหมือนกันครับ ถามต่อว่า ถ้าหากครบ ๕ ปีแล้วคุณจะอยู่ในสถานะอะไร เพราะเขาสั่งให้ รัฐธรรมนูญนี้สั่งเลยนะ สั่งบอกว่าสภาปฏิรูป การปฏิรูปประเทศเป็นอำนาจของ ส.ว. ที่จะกำกับ มันเป็นการเพิ่ม อำนาจให้ ส.ว. มาตรา ๒๗๐ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่นเลย เพิ่มอำนาจอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่ง ถ้าสอบสวนแล้ว ให้ ป.ป.ช. สอบสวนแล้ว ถ้าจะฟ้องศาลต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ให้ยึดสำนวนของ ป.ป.ช. เป็นหลัก แบบนี้ก็ถือว่ากำกับจุดไม่ให้ทำอะไร พอพวกคุณมาเป็น กันเอง แบะ แบะ แบะ หมดเลย ไม่ได้ทำอะไรเลยท่านประธานครับ ผมพูดในเชิงกลยุทธ์ เท่านั้นเอง ไม่ได้พูดให้เห็นว่ามันมีจุดอ่อนตรงไหน ขี้เกียจอ่าน ผมถาม ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ไม่มี ใครตอบผมเลย ผมถามท่านว่าสถานะของคณะกรรมการชุดนี้ นี่ผมถามนะ ท่านช่วยตอบ หน่อยว่า ท่านที่ร่างรัฐธรรมนูญมาด้วยกัน หลังจากที่ ส.ว. อยู่ครบ ๕ ปีแล้วสถานะจะเป็น อย่างไร จะทำอะไรได้ไหม ผมถามแค่นี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ