วีระกร คำประกอบ หารือประเด็นการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยเฉพาะการปฏิรูปทรัพยากรน้ำที่ยังไม่เห็นผลชัด พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาน้ำแห้งแล้งที่เกิดขึ้นทุกปีจากพฤติกรรมการใช้น้ำที่ไม่ประหยัดและการบริหารจัดการน้ำที่ไม่เหมาะสม เสนอให้ปฏิรูประบบชลประทานด้วยการเติมน้ำจากแม่น้ำยวมและแม่น้ำเมยเข้าอ่างเก็บน้ำภูมิพล และเรียกร้องให้มีการกระจายงบประมาณจากส่วนกลางไปสนับสนุนท้องถิ่นอย่างเป็นธรรมเพื่อดูแลถนนและระบบชลประทานตามแนวทางรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับจากการที่ได้อ่านรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูป ประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ในช่วงเวลาของเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา ผมอยากแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมจากการที่ท่านได้ดำเนินการซึ่งหลาย ๆ เรื่อง เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่บางส่วนซึ่งขอกรุณาเสนอแนะเพิ่มเติมไปนะครับ ไม่ว่า จะเป็นการปฏิรูปในส่วนของทรัพยากรน้ำ ซึ่งการปฏิรูปทรัพยากรน้ำในปัจจุบันปฏิรูปกันมา หลายปี แต่หลายท่านก็คงจะเห็นว่าระบบน้ำของประเทศไทยทำไมเกิดความแห้งแล้งขึ้นทุกปี ก็เป็นเพราะว่าเกษตรกรเราใช้น้ำเยอะขึ้นแล้วก็การใช้น้ำค่อนข้างจะบอกว่าฟุ่มเฟือยก็ใช่ครับ ความฟุ่มเฟือยเกิดจาก ๒ อย่างด้วยกัน
๑. ก็คือในส่วนของระบบชลประทานประเทศไทยยังคงใช้คลองดินเป็น ส่วนใหญ่ คลองดินเกิดการเสียหายในการซึมลงใต้ดินก็ดี ในการระเหยขึ้นไปในอากาศก็ดี ทำให้ปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำต้นทุนกว่าจะไปถึงพืชแต่ละตัวผมว่าไปถึงไร่ถึงนาของเกษตรกร ก็คงจะหายไปประมาณครึ่งหนึ่ง หายไปแล้วครึ่งหนึ่ง น้ำที่ไหลมาจากตอนบนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน จะเห็นได้ว่าการบริหารจัดการน้ำในส่วนของลุ่มน้ำ ตอนบนมีการใช้น้ำกันเรียกว่าเหมือนจะไม่อยากปล่อยให้น้ำมาสู่ภาคกลางหรือมาสู่ตอนล่าง ของแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอย่างเช่น ในเขตลุ่มน้ำปิงปัจจุบันก็มีอ่างเก็บน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่แตง แม่งัด แม่กวง ไปจนถึงแม่ริม ก็มีหลายโครงการเยอะอยู่แล้ว กำลังจะเพิ่มอีก ๑๔ โครงการ ที่จะกักน้ำเอาไว้ใช้ตอนบน การบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีการปฏิรูปทางตอนบนกักไว้ใช้ ซึ่งภาคการเกษตรก็ใช้มากขึ้น ๆ ก็ยังมีผลทำให้ตั้งแต่จังหวัดตากลงมาเกิดความแห้งแล้ง ถ้าท่านประธานได้ไปเห็นว่าการบริหารจัดการน้ำและการปฏิรูปในระบบน้ำ ทรัพยากรน้ำ ของประเทศนั้น ยังทำไม่เป็นระบบ สิ่งที่อยากจะนำเสนอก็คือ ๑. การเติมน้ำจากนอกประเทศ น้ำที่จะไหลออกไปนอกประเทศให้ย้อนกลับมาใช้ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการทำเขื่อนน้ำยวม สูบน้ำยวมเข้าสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลทางแม่หูด แล้วก็ลงอ่างเก็บน้ำที่ดอยเต่า ซึ่งอันนี้ก็จะ สามารถทำได้ตามที่กรมชลประทานได้ศึกษาไว้แล้วน่าจะต้องรีบนำมาปฏิรูปประเทศในส่วนนี้ เพราะพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตภาคกลาง ภาคกลางคือแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง และตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดตากลงมาเลย ตั้งแต่ใต้เขื่อนภูมิพลลงมา ยังมีความจำเป็นต้องใช้ น้ำอีกเยอะ ปีนี้ห้ามเกษตรกรทำนา อันนี้ต้องรีบปฏิรูปโดยเร็วนะครับการเติมน้ำเข้ามาจาก น้ำยวม ๑,๗๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ใช้งบประมาณประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ไม่ต้องไปคิดมากละครับ เพราะกรมชลประทานเขาคิดไว้ให้แล้ว และวันนี้ปัญหาของ ประเทศก็คือภัยแล้ง อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องนำมาสูบเข้าสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลก็คือจากแม่น้ำเมย แม่น้ำเมยมีน้ำท่าอยู่ประมาณ ๔,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปี และทุกปีก็จะท่วมริมฝั่งแม่น้ำเมย ทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งประเทศเพื่อนบ้านและประเทศเรา ในช่วงที่น้ำท่วมระหว่างเดือนพฤษภาคมจนถึง เดือนพฤศจิกายนจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ ๔,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทาน ก็ได้ศึกษาไว้อีกแล้ว แต่ต้องเร่งทำเพื่อปฏิรูปทรัพยากรน้ำภายในประเทศให้เกษตรกรลืมตา อ้าปากได้ สูบน้ำข้ามเขาจากแม่น้ำเมยมาสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลโดยผ่านแม่ตื่น อุโมงค์ที่จะเกิดขึ้น ก็สั้นแค่ประมาณ ๑๓ กิโลเมตรเท่านั้นเองครับ ก็จะสามารถสูบน้ำ เติมน้ำได้อีก ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่าสิ่งเหล่านี้เขาศึกษาไว้แล้ว เพียงแต่หยิบยก ผลการศึกษานำมาปฏิรูปทรัพยากรน้ำให้กับประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็อยากจะ กราบเรียนก็คือการปฏิรูประบบกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งเพื่อนสมาชิกบางท่านพูดแล้ว แต่ผมขออนุญาตพูดในส่วนที่มองเห็นว่ามันจำเป็นเหลือเกินครับ ตามรัฐธรรมนูญต้องเกิด การกระจายอำนาจ ต้องแบ่งงาน ต้องแบ่งงบประมาณ ส่งไปให้กับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของถนนหนทาง ท่านสังเกตไหมว่ากรมทางหลวงและกรมทางชนบทซึ่งดูแลเส้นทางต่าง ๆ ในประเทศไทยเรามีงบเป็นแสน ๆ ล้านบาท โดยประมาณก็เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๒ กรม แต่ท่านไปดูสิครับว่าถนนที่ถ่ายโอนไปให้กับ อบต. อบจ. ทั้งหลายทั่วประเทศ ซึ่งมีหลายหมื่นกิโลเมตรเขาจะเอาเงินที่ไหนครับ ถ้ากรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ไม่แบ่งรายรับ ก็คืองบประมาณแผ่นดินลงไปให้เขาได้ทำงานบ้าง ส่งไปแต่อำนาจ แต่เงิน ไม่ส่งไป ส่งไปแต่หน้าที่ แต่เงินไม่ส่งไป ให้เขาคอยดูแลถนนที่ท่านถ่ายโอนไป กรมทางหลวง กับกรมทางหลวงชนบททำอะไรครับ เดี๋ยวนี้ก็สร้างแต่ถนนใหม่ ๆ ถนนเก่า ๆ ซึ่งเป็นถนนหลักประจำตำบล ประจำหมู่บ้านไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับการเหลียวแล ก็อยากเรียนว่าอยากจะเห็นการปฏิรูปในส่วนของการปกครองส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ได้ผล ด้วยการแบ่งปันงบประมาณไปบ้าง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทแบ่งไปครึ่งหนึ่งเลยให้กับพี่น้องในเขต อปท. ต่าง ๆ จะเป็น อบต. และ อบจ. ก็ตาม แล้วไปจนถึงในเรื่องของระบบชลประทาน กรมชลประทานก็เช่นเดียวกัน จะมีกรมทรัพยากรน้ำแห่งชาติควรจะต้องแบ่งงบประมาณไปให้เขาดูแลอาคารบังคับน้ำต่าง ๆ ซึ่งมีมากมาย หนอง คลอง บึงที่ท่านทำเสร็จแล้วยกให้ อบต. อบจ. เขาดูแลนี่ไม่ยอมให้ งบประมาณเขาไป ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ