สุพิศาล เปิดแผนปฏิรูปการบริหาร-ยุติธรรม-การกำหนดโทษ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเสนอให้จัดตั้งหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติเป็นกฎหมาย พร้อมเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเสนอการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเรียกร้องให้แยกสถานะผู้ต้องหาและผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจน ประชาสัมพันธ์กฎหมายการประกันตัวให้ทั่วถึง และผลักดันการปฏิรูปการกำหนดโทษทางอาญาด้วยการใช้ผลวิจัยทางกฎหมายมาสังเคราะห์เป็นแบบจำลองที่โปร่งใสและเหมาะสม

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ความจริงแล้วผมอยากจะได้สัก ๒๐ นาที แต่ได้ ๗ นาที ก็ไม่เป็นอะไร ที่จริงผมมี ๒ ประเด็นใหญ่ ใน ๒ แผนนะครับ แต่ผมจะพยายามย่อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แล้วก็ขอขอบคุณคณะทำงานของแผนปฏิรูปด้วยที่พยายามจะทำจากเล่มเล็ก ๆ ที่ผมเห็น ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ ๓ เหมือนกันครับ แล้วก็มีความก้าวหน้าพอสมควร โดยเฉพาะในประเด็น ของผมที่อภิปรายในเรื่องนี้ เรื่องของแผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ผมคงไม่ต้องลอกโจทย์นะครับ และผมเคยถามลงในกระทู้ถามในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว ท่านก็ตอบมาบางส่วนของคราวที่แล้ว ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๘๕ ง เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ในบางส่วน แต่วันนี้ผมก็เลยจะขอพูดในประเด็นของแผนงานที่ ๑ เรื่องของหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติที่เป็นหมายเลขเดียวนะครับ ซึ่งท่านบอกว่าดำเนินการ เสร็จแล้ว ๙ กิจกรรม ผมก็จะเติมให้ครับ เพราะว่าใน ๙ กิจกรรมนั้นท่านคงยังไปไม่ถึงไหน เพราะในนั้นบอกว่าจะต้องไปเสร็จถึงคิวที่ ๔ ของปี ๒๕๖๓ นี้ ผมจะรอดูในคิวที่ ๔ ของปี ๒๕๖๓ ว่าคงจะเสร็จ แต่ใน ๙ กิจกรรมนั้นผมขอให้ท่านได้กลับไปดูนิดหนึ่งว่าเรื่องของการผลักดัน ในกิจกรรมที่ ๑ คือผลักดันเป็นกฎหมายตามมาตรการและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผมอยาก เสนอแนะอย่างนี้ว่าการผลักดันเป็นกฎหมายเราควรจะยกร่างหมายเลขนี้เป็นพระราชบัญญัติ หมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติขึ้นมาเลย หรือเรียกว่าเป็น พ.ร.บ. ๑๙๑ ขึ้นมาเลยนะครับ แล้วก็ มีลงรายละเอียดเข้าไปลงลึก เพราะว่าในการขับเคลื่อนในหมายเลขดังกล่าวนี้ท่านไปเอา พระราชบัญญัติขององค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ มาเป็นฐานในการที่จะผลักดันเม็ดเงิน จำนวนดังกล่าวมาจากการใช้เงินของกองทุนพัฒนาวิจัย ก็จริงอยู่ครับ ท่านไปหลบเพื่อเอาเงิน ซึ่งไม่ได้อยู่ในงบประมาณ เป็นเงินนอกงบประมาณที่อยู่ในกองทุน ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ มาใช้ แต่ทีนี้เมื่อจัดตั้งแล้วควรจะตั้งเป็นพระราชบัญญัติ ทำไมผมบอกว่าควรจะจัดตั้งเป็น พระราชบัญญัติฉุกเฉินแห่งชาติ เพราะว่าเมื่อรัฐบาลตราออกมาเป็นพระราชบัญญัติฉุกเฉิน แห่งชาติ ท่านจะสามารถใช้งบประมาณและครอบคลุมเป็นร่มใหญ่ ครอบคลุมให้ทั้งประเทศ ในเรื่องสาธารณสุข ความปลอดภัย เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความฉุกเฉินแห่งชาติทั้งหมด อย่างนั้นจะดีเสียกว่านะครับ แล้วก็ขอให้ได้เน้นย้ำในเรื่องของการก้าวล้ำของเทคโนโลยี ที่จะเข้ามาอยู่ในการใช้เลขฉุกเฉินแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องการแสวงหาความร่วมมือจาก ภาคประชาชนให้มากที่สุดในพระราชบัญญัติที่จะสร้างขึ้นมา ก็คงขอเรื่องในการตรากฎหมายนี้ ก็คงจะต้องในกิจกรรมที่ ๒ ที่ตอบว่าคงต้องเน้นเรื่องของภาคประชาชนให้เยอะที่สุด เอกชน ที่มีส่วนร่วม โดยอาจจะใช้งบประมาณของภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในพระราชบัญญัตินั้น อีกก็ได้ครับ นอกจากนั้นแล้วในการบริหารแผนแม่บทในการบริการต่าง ๆ ขอย้ำนะครับว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเราเลียนแบบเขามาแน่นอนครับ ๙๑๑ เขาใช้สเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ซึ่งอยู่ในแต่ละมลรัฐหรือแต่ละเมืองซึ่งเป็นเอกชนครับ เป็นราษฎรหรือของ ประชาชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องแล้วก็มาช่วยบูรณาการทั้งหมด การยกระดับกองบังคับการ ๑๙๑ เป็นศูนย์บัญชาการฉุกเฉินแห่งชาตินั้นก็ดีครับ ผมยืนยันว่าไม่ใช่แค่นี้ มันจะต้องซัปพอร์ต (Support) ไปถึงระดับจังหวัดด้วย ก็ยืนยันว่าใช้ได้ครับ ในระบบดิจิทัลนั้นเป็นระบบที่เข้ามา มีแพลตฟอร์ม (Platform) หลายเรื่องนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าผมขอท่านประธานได้อีกสัก ๓ นาที ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่จะพูดต่อเพราะว่ามีอีกแผนหนึ่งครับ แล้วส่วนเรื่องของการใช้ข้อมูล ขนาดใหญ่ เรื่องของเทคโนโลยีเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กดาต้า (Big Data) เอไอ (AI) หรือโรบอต (Robot) ต่าง ๆ ที่จะมาตอบแทนมนุษย์ในการซักถามหรือข้อมูลของการตอบข้อความ หรือส่วนต่าง ๆ ที่มนุษย์เข้ามาสอบถามในเรื่องของการตรวจสอบ ทั้งเลย์เอาต์ (Layout) ของ คนที่เข้ามา การจัดทำเรื่องของดาตา (Data) ในเรื่องของกราฟแท่ง กราฟวงกลม หรือการสร้าง ฮอตสปอต (Hotspot) ที่เกิดขึ้นในระบบของหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวนี้ก็สามารถทำได้ครับ นอกจากนั้นแล้วก็เป็นเรื่องของการจัดการเรื่องทรัพยากรมนุษย์ก็แน่นอนครับว่าการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์อย่าปล่อยปละละเลยในเรื่องของการเข้าไปดูแลของกำลังพล ต้องจัดกำลังพล เพราะวงรอบฉุกเฉินแห่งชาตินี่ใช้ ๒๔ ชั่วโมง ท่านอย่าคิดว่าใช้แค่ ๘ ชั่วโมงนะครับ อันนั้น เป็นหัวใจสำคัญ และสำคัญคือการถ่ายทอดเรื่องขององค์ความรู้สู่ประชาชนให้มากที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้ เข้าใจในสิทธิขั้นพื้นฐานของการเข้าแจ้งเหตุต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น สุดท้ายจริง ๆ ข้อ ๙ ที่ท่านบอกว่าที่เร่งขึ้นมา ๓ ปีผมดีใจมากครับเพราะว่าในแผนมี ๕ ปีนั้นเป็นเรื่องของ แผนอันแรกที่อยากจะเติมลงไป แต่แผนในประเด็นเรื่องการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม ผมขอเข้าไป ๔ ประเด็นเล็ก ๆ ที่อยู่ในแผนนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการกำหนดระยะเวลา ในประเด็นแรกของประเด็นย่อยในบทบัญญัติกฎหมายใหม่ที่เรียกว่าร่างพระราชบัญญัติ ระยะเวลาการดำเนินงานกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาขอให้กลับไป ดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับเรื่อง การวัดผลสัมฤทธิ์หรือการรับฟังความคิดเห็นแล้วมีซับ (Sub) ลงไปอีกเป็นพระราชบัญญัติ ที่สำคัญทั้งประเทศต้องใช้แล้วทุกการตรากฎหมายย้ำเลยครับว่าพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์ การทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ เป็นสำคัญ เพราะในมาตรา ๑๑ เขามีหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบคือสำนักงานพัฒนางานพัฒนารัฐบาล ดิจิทัลหรือองค์กรมหาชนที่ต้องออกแบบในกฎหมายนี้ แม้กระทั่งสภาแห่งนี้เมื่อคราวที่แล้ว ผมถามเรื่องการยกร่างพระราชบัญญัติงบประมาณแห่งชาติไปเข้าหรือยังแต่โอเค (OK) มันมีบทเฉพาะกาลตอนท้ายของพระราชบัญญัติแห่งนี้ที่ให้ใช้ระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งสภาแห่งนี้ ก็ใช้เทคโนโลยีของสภาเข้ามาใช้ในระบบสารสนเทศ แต่เมื่อระบบกลางของสำนักงานดิจิทัล เสร็จแล้วท่านต้องกลับไปใช้ตามกฎหมายนี้และอย่าไปบกพร่องตรงนี้โดยเด็ดขาด แต่ในนั้น จะมีเรื่องประเด็นคือ ในประเด็นข้อที่ ๒ ประเด็นย่อยคือเรื่องการแทร็กกิง (Tracking) หรือ การที่จะมีโนทิฟิเคชัน ซิสเท็ม (Notification system) ที่เกี่ยวกับการตอบการติดตามของ ประชาชนที่จะติดตามผลการแจ้งต่าง ๆ ก็ดี เพราะว่าอันนี้ขอให้กลับไปดูในพระราชบัญญัติ ดังกล่าวในมาตรา ๓ ว่ามันเน้นถึงผู้เกี่ยวข้อง ผู้เกี่ยวข้องมีสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ในพระราชบัญญัตินั้นมากมายขอให้ซัปพอร์ต (Support) ทั้งหมด รวมไปถึงสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ในพระราชบัญญัติดังกล่าว เพราะอันนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์ที่สุดเมื่อมีการตรา หรือรับกฎหมายทุกฉบับเกิดขึ้นท่านจะต้องตอบเขาให้ได้อย่างเด็ดขาดนั้นคือประเด็นหนึ่ง ที่อยากให้คำแนะนำว่าควรจะต้องเข้าไปศึกษาหาดูเพราะว่าหลายหน่วยงานไม่เกี่ยวข้องก็จะ ไม่ค่อยเข้าไปศึกษาของกฎหมายฉบับนี้ครับ

ประเด็นปฏิรูปที่ ๒ ขอย่อย ๆ อีกนิดหนึ่งครับ เรื่องการพัฒนาความยุติธรรม ทางกายภาพ ผมขอกราบเรียนว่าความคืบหน้าของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่บอกว่าได้ ดำเนินการแล้วเสร็จในโครงการติดตามความคืบหน้าในภาคประชาชนที่มีโครงการมันก็ยังขาด เรื่องการเอาใจใส่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว สิ่งสำคัญผมย้ำเลยว่าในเรื่องของการแยกแยะ ระหว่างผู้ต้องหากับผู้กล่าวหาการกระทำของหน่วยงานระดับลอว์โฟร์ซเมนต์ (Law forcement) สถานีตำรวจทุกสถานีกระทำการกับผู้ต้องหากับผู้กล่าวหาเหมือนกันเปรียบเสมือนกัน ซึ่งมันแตกต่างกันครับ ผู้ถูกกล่าวหามีแค่คนมากล่าวหา แต่ผู้ต้องหาเป็นการดำเนินคดีแล้ว กลายเป็นผู้ต้องหาแล้ว ถ้าอย่างนั้นการกระทำต้องต่างกันพอสมควรโดยเฉพาะการควบคุม หรือการใช้อิสรภาพเป็นเครื่องมือในการต่อรองในเรื่องของการที่ดำเนินคดี อันนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่ควรจะต้องมีการแยกประเด็นตรงนี้ออกให้ชัดเจนเพราะบนสถานีจะกลายเป็นการสร้าง ความเหลื่อมล้ำด้วยการยัดข้อหาหรือยัดสิ่งที่กฎหมายบังคับในฐานะผู้ต้องหาให้กับผู้ถูก กล่าวหาไว้ อันนี้คือประเด็นสำคัญหนึ่งที่อยากจะให้ทบทวนเรื่องนิยามศัพท์ของกฎหมาย ในข้อนี้ครับ

ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ คือประเด็นย่อยในการพัฒนามาตรการการควบคุมตัว ซึ่งดีครับผมยินดีที่ท่านได้ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในทางเทคโนโลยีมาใช้ทั้งหมด คราวที่แล้ว ผมก็พูดไปเหมือนกันเรื่องนี้ แล้วก็สิ่งสำคัญคือการประชาสัมพันธ์ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกฎหมายที่ออกมาใหม่ ๆ โดยที่ท่านประธานศาลฎีกาได้ออกว่าด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ของผู้ต้องหาหรือจำเลยในการประกันตัว ซึ่งจะต้องให้มีสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) คือ หน่วยที่ให้ความช่วยเหลือกับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ตกทุกข์ได้ยากได้รับรู้โดยเร็วไม่อย่างนั้น จะไม่ทราบว่าถ้าไม่เปิดเน็ต (Net) หรือเปิดอะไรดูไม่ทางรู้ว่าท่านเปลี่ยนวิธีคิดหรือวิธีการ ให้ประกันตัวผู้ต้องหาได้เยอะแยะมากมายโดยจะใช้ดุลพินิจของศาลเองด้วย

ประเด็นปฏิรูปที่ ๔ ประเด็นที่ ๓ ย่อยในเรื่องการกำหนดโทษทางอาญา ก็กราบเรียนนะครับว่าต้องนำผลงานวิจัยทางกฎหมายทุกประเภทโดยเฉพาะของสถาบันเรา ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเอามาเกี่ยวข้องแล้วเอามาทำสังเคราะห์แล้วทำให้เห็นรูปแบบหรือว่า ขึ้นโมเดล (Model) ของในประเด็นนี้นะครับ เพื่ออะไร เพื่อปฏิรูปการกำหนดโทษให้เกิด ความเหมาะสมและโปร่งใสควรจะเอาผลวิจัยมาครับ ขอบคุณครับท่านประธานที่ให้เวลาอีก ๓ นาที ขอบคุณครับ น้อยมากครับเวลาในวันนี้ครับ