อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ หารือถึงนโยบายหลักของ สตง. โดยตั้งข้อสังเกตว่าความเสียหายกว่า 4,300 ล้านบาทสะท้อนปัญหาเชิงระบบ จึงเสนอให้หน่วยงานดังกล่าวทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ พร้อมทั้งชื่นชมการปรับปรุงนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบเงินราชการลับโดยต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงหรือภาษี และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับเป้าหมายเพื่อให้สอดคล้องกับกรอบเวลาที่มีจำกัด
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ซึ่งออกโดยคณะกรรมการการตรวจเงิน แผ่นดิน และจะถูกนำไปปฏิบัติโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า สตง. ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการบริหารราชการแผ่นดิน ของประเทศไทย ทีนี้เพื่อที่จะให้เข้าใจถึงนโยบายของการตรวจเงินแผ่นดินให้ชัดเจนมากขึ้น ให้กระจ่างมากขึ้นผมก็ต้องย้อนกลับไปอ่านถึงรายงานประจำปีของการดำเนินงานของ สตง. ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ในหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นว่าพันธกิจและภารกิจหลักที่ระบุไว้ ในรายงานประจำปีของ สตง. มีอยู่หลายเรื่อง แต่ถ้าให้ผมพูดให้เข้าใจสั้น ๆ ง่าย ๆ นั่นก็คือพันธกิจและภารกิจหลักของ สตง. มีหน้าที่ ในการตรวจสอบความถูกต้อง ๓ เรื่อง นั่นก็คือ ถูกหลัก ถูกกฎ และถูกจุด อย่างแรกถูกหลัก นั่นก็คือเป็นการตรวจว่ามีการดำเนินงานให้ถูกต้องตามหลักการเงินการบัญชี อย่างที่ ๒ ถูกกฎ นั่นก็คือตรวจสอบว่าหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และอย่างที่ ๓ คือ ถูกจุด นั่นก็คือการตรวจสอบว่าหน่วยงานของรัฐได้มีการทำงบประมาณการใช้เงิน การรับเงิน อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ เนื่องด้วยภารกิจ พันธกิจที่สำคัญ ๓ ประการนี้ ประกอบกับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินดำเนินนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญขณะที่จะไปตรวจสอบผู้อื่นต้องมั่นใจ ให้ได้ว่าหน่วยงานเหล่านี้ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๑ จึงระบุไว้ในมาตรา ๒๘ ว่าให้คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินจัดทำนโยบายประจำปีและนโยบายระยะยาว และจากนั้นให้แจ้งต่อ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี ตลอดจนประชาชนทั่วไปให้ได้ทราบ ก็จึงเป็นที่มา ของเอกสารที่มาปรากฏต่อหน้าที่ประชุมแห่งนี้ในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านนโยบาย การตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ นี้โดยละเอียด ก็มีหลากหลายประเด็นอย่างที่ท่านผู้แทน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้กรุณาชี้แจงให้ทราบ ทีนี้ผมขมวดออกมาเป็นกลุ่ม ๆ คิดว่า เป็นประเด็นที่พอจะสรุปได้มีอยู่ ๔ ประเด็นหลัก
อันที่ ๑ ก็คือประเด็นด้านคุณภาพ มีการกำหนดนโยบายให้ครอบคลุม ด้านการประกันคุณภาพ ด้านระบบคุณภาพ รวมทั้งมีการพยายามที่จะจัดทำคู่มือ การตรวจเงินแผ่นดิน
อันที่ ๒ ก็คือเรื่องคน การพัฒนาคน รวมทั้งการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
อันที่ ๓ ก็คือเรื่องความรู้ มีนโยบายในการจัดสร้างองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยน ความรู้กับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เป็นสมาชิกขององค์การอิตโตไซ
อันที่ ๔ ก็คือความเข้าใจ มีการเสริมสร้างให้เกิดความเข้าใจ ทั้งในหน่วยงาน ของ สตง. เอง หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ รวมทั้งให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจถึงการมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบ
นี่ก็เป็น ๔ เรื่องที่ผมรวมกลุ่มออกมาในส่วนของนโยบาย ทีนี้ขอย้อนกลับไป นิดหนึ่งครับท่านประธาน ก็ต้องขอชื่นชมหน่วยงานว่าในรอบปีที่ผ่านมา อย่างเช่น ปี ๒๕๖๑ สตง. ได้มีการตรวจหน่วยรับตรวจถึง ๗๒,๐๐๐ กว่าหน่วย อันนำไปสู่การป้องกันความเสียหาย ได้ถึง ๔,๓๐๐ ล้านบาท เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ก็ต้องขอชื่นชม แต่เมื่อดูตัวเลข ๔,๓๐๐ ล้านบาท ผมก็สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ผมต้องถามตัวเองว่าตกลง ๔,๓๐๐ ล้านบาทนี้เป็นคำถามหรือว่า เป็นคำตอบกันแน่ เพราะในขณะที่แน่นอนต้องขอชื่นชมความแข็งขันของ สตง. ที่สามารถ ที่จะป้องกันความเสียหายให้ได้ ๔,๓๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่ง นั่นกำลังบอกว่า ๔,๓๐๐ ล้านบาทนี้ คือหน่วยงานราชการของไทยกำลังดำเนินการทางด้านการเงินการคลัง ให้มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายได้ถึง ๔,๓๐๐ ล้านบาท ดังนั้นในส่วนของผมจึงอยากจะขอ ตั้งข้อสังเกตแบบนี้ว่าอยากจะให้ สตง. ทำงานในเชิงรุกให้มากขึ้น นั่นก็คือแทนที่จะมาไล่จับ ว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นที่ไหน แต่อยากจะส่งเสริมให้ สตง. ดำเนินการให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ในหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตามที่ทำให้เกิด ความเสียหายได้เช่นนี้ อันนี้เป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะขอตั้งข้อสังเกต
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากขอชื่นชมในนโยบายฉบับนี้ นั่นก็คือมีการเขียนนโยบาย ได้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น เรื่องสำคัญที่ผมพูดในหลายโอกาสนั่นก็คือเรื่องการปรับปรุง การตรวจสอบเงินราชการลับ เรื่องเงินราชการลับนี้ผมพูดหลายที่นะครับ เงินราชการลับ ควรจะลับเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรที่จะลับเกินไปจนกระทั่งตรวจสอบไม่ได้ และเป็นช่องทางของการทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญว่าเงินราชการลับต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของ ประเทศ ในขณะเดียวกันต้องไม่เกิดความเสียหายต่อภาษีของประชาชน จึงจะขอเน้นย้ำ ในประเด็นนี้ คราวนี้มองในภาพที่ใหญ่ขึ้นในเชิงเปรียบเทียบและในมิติของระยะเวลา วันนี้วันที่ ๓๐ มกราคม เท่ากับเราเหลือเวลาในการที่จะดำเนินนโยบายนี้อีกเพียงประมาณ ๘ เดือน ผมก็ต้องขอตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ว่าเป้าหมายของนโยบายนี้ซึ่งมีไว้อยู่มากมาย หลากหลาย ผมมองไม่เห็นว่าหลาย ๆ เป้าหมายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในอีก ๘ เดือน ข้างหน้า ตัวอย่างเช่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ท่านบอกไว้ว่าท่านอยากจะให้ทั้งทันสมัย ทั้งปลอดภัย ทั้งเชื่อมโยงกับหน่วยงานของภาครัฐอื่น ๆ ผมไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นได้ ในเวลาอีกเพียงแค่ ๘ เดือน
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ผมได้ลองทำคือผมลองเอานโยบายของท่าน ปี ๒๕๖๓ ไปทำเมทริกซ์ (Matrix) ง่าย ๆ คือเอานโยบายประจำปีของท่านทาบเข้าไปในนโยบายระยะยาว ของท่าน ก็มองเห็นภาพอย่างนี้ครับว่านโยบายประจำปีที่ท่านจัดทำมานี้ตอบโจทย์เพียงแค่ ๗ เป้าหมายของนโยบายระยะยาวตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง ๒ ปี กว่า ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้กำลังจะบอกว่าทั้งนโยบายระยะ ๑ ปีของท่านกับนโยบายระยะยาว ของท่าน ท่านตั้งข้อสังเกตว่าท่านเขียนเกินกำลังหรือเปล่ามันจะสำเร็จได้หรือไม่ในช่วงเวลา ๘ เดือนที่จะถึงนี้หรืออีก ๒ ปีกว่าที่จะถึงนี้ผมจึงอยากจะขอให้ท่านพิจารณาในการเขียน นโยบายให้มีความเป็นรูปธรรมและมีโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จในระยะเวลาที่ตั้งเอาไว้ เพื่อที่จะไม่ให้เราต้องมานั่งรวบรวมนโยบายกระดาษเหล่านี้ แต่สุดท้ายแล้วเราไม่สามารถ ที่จะบรรลุไปถึงเป้าประสงค์นั้น
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอตั้งคำถามถามกับ สตง. นะครับว่า เป็นประเด็น ของนโยบายปี ๒๕๖๒ คือเนื่องจากผมได้รับนโยบายปี ๒๕๖๓ มาผมจึงอยากจะทราบว่า ท่านเขียนนโยบายอย่างไรเปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินนี้ในมาตรา ๒๘ ระบุให้ท่านต้องทำนโยบายประจำปี ซึ่งพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นั่นแปลว่าในปี ๒๕๖๒ ท่านก็ต้องเขียนนโยบายประจำปี ผมได้ลองสอบถามไปยังสำนักงานของท่านครั้งแรกได้รับคำตอบว่าไม่มีนโยบายปี ๒๕๖๒ ด้วยความสงสัยผมจึงสอบถามไปอีกครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้รับคำตอบว่ามี แต่เป็นการจัดทำ เป็นการภายใน ซึ่งไม่ว่าจะมีหรือมีแต่จัดทำเป็นการภายในหรือไม่มี ผมคิดว่าอาจจะไม่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ให้ท่านต้องจัดทำและเผยแพร่ให้ประชาชน ได้รับทราบเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ท่านเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบผู้อื่นจึงจำเป็น ที่จะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่าผู้อื่นในการทำงาน
สุดท้ายท่านประธาน ผมอยากจะขอชื่นชมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ท่านได้ดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล อันประกอบด้วยคุณธรรม นิติธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า แต่ถ้าจะอนุญาตให้ผมแถมอีกข้อหนึ่ง ผมขอแถมนอกเหนือจากธรรมาภิบาล ๖ ข้อก็คือความไม่เกรงใจ เพราะปัญหาของประเทศไทย ประเทศไทยทุกวันนี้ที่เกิดขึ้นหลัก ๆ สำคัญก็เกิดจากความเกรงใจ ดังนั้นจึงขอเป็นกำลังใจ ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในการที่จะดำเนินการตามนโยบายที่คณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินได้วางไว้โดยใช้หลักธรรมาภิบาลทั้ง ๖ ข้อและบวกอีก ๑ ก็คือการปราศจากความเกรงใจ ให้สมกับความภาคภูมิใจที่ท่านได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่คณะมนตรีบริหารในองค์กรของ โลกอิตโตไซ รวมทั้งให้สมกับเกียรติที่จะได้รับในการเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม การตรวจเงินแผ่นดินของเอเชียในปีหน้า ขอบคุณครับ