กุลธิดา ชี้แผนปฏิรูปการศึกษาขาดความชัดเจน ทั้งงบประมาณ โครงสร้าง และความปลอดภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓

กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ วิพากษ์รายงานความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่ยังขาดความชัดเจนในวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด และสถานะการดำเนินงาน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทบทวนการจัดสรรงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ เน้นการใช้ระบบรายหัวและเพิ่มงบอาชีวศึกษา รวมถึงผลักดันให้ความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นวาระแห่งชาติ และส่งเสริมโรงเรียนประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยบูรณาการกับการเรียนการสอนโดยไม่เพิ่มภาระครู

นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ รายงานความคืบหน้าในการ ดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศมีความน่าสนใจ เนื่องจากดิฉันมองไม่เห็นว่าวัตถุประสงค์ และตัวชี้วัดจะสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานได้อย่างไร วันนี้ขออภิปรายในภาพรวม ของปัญหาในการรายงานการทำงานตามแผนปฏิรูปประเทศในฉบับนี้ที่ดิฉันได้อ่านดูแล้ว แล้วก็จะมีข้อเสนอแนะที่จะเสนอแนะเพิ่มเติมในลำดับถัดไปค่ะ

ดิฉันขอเริ่มจากสิ่งที่หายไปจากรายงานฉบับนี้ก่อนนะคะ ภาพรวมในเรื่อง การศึกษาดิฉันเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องที่ใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน ทั้งในแง่ของการปฏิรูป โครงสร้างต่าง ๆ หรือการต้องชำระกฎหมายต่าง ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันเห็นคำว่า อยู่ระหว่าง ดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง น่าจะประมาณร้อยละ ๙๐ ของกิจกรรมต่าง ๆ ในส่วน ของการศึกษาที่อยู่ในรายงานฉบับนี้ ในคราวถัดไปดิฉันขอให้รายงานถึงสถานะการดำเนินงาน ดำเนินการว่าสถานะคืออะไรกันแน่ อยู่ในขั้นตอนอะไรกันแน่ เพื่อที่ทางสภาผู้แทนราษฎร จะได้ติดตามการทำงานได้ละเอียดกว่านี้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไปนะคะ

เรื่องที่ ๒ กฎหมายที่ยังไม่มีการร่างขึ้นมี ๒ ตัว สำหรับเรื่องการศึกษาก็คือ พ.ร.บ. การศึกษาภาคบังคับ ซึ่งดิฉันเข้าใจได้ว่าจะต้องรอพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหญ่ก่อน ดังนั้นเรื่องนี้เข้าใจได้ แต่พระราชกฤษฎีกาสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้ ที่น่าจะต้องมีความคืบหน้ามากกว่านี้ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพของ การศึกษาเพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับทั้งหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ของทั้งประเทศ ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ดังนั้นดิฉันมีคำถามกับทางคณะว่าตกลงแล้วความคืบหน้าของ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จะเป็นอย่างไร จะมีการถกเถียงถึงเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างของ กลุ่มวิชาทั้ง ๘ สาระหรือไม่ จะออกแบบอย่างไร และที่สำคัญที่สุดหน่วยงานไหนจะเป็น ผู้รับผิดชอบในการร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีกี่หน่วยงาน และหน่วยงานเหล่านั้นเกี่ยวข้อง กับทุก ๆ กลุ่ม ๘ สาระหรือไม่ ถ้ายังจะใช้ ๘ สาระอยู่ เรื่องนี้มีความสำคัญเป็นความชัดเจน ที่ท่านน่าจะต้องเสนอและรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากว่าดิฉันจำเป็นที่จะต้อง ตรวจสอบว่าผู้ที่เข้ามามีส่วนในการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและการเรียนรู้ ของชาตินี้มีความเกี่ยวข้องจริง ๆ กับหลักสูตรและการเรียนรู้นะคะ

เรื่องที่ ๓ ที่หายไปซึ่งดิฉันมองไม่เห็นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการ ทำงานทั้งหมดคือเรื่องของงบประมาณ ดิฉันได้อภิปรายในช่วงที่มีการทำร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไปแล้ว แต่ดิฉันยังไม่เห็นกิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณเลย ในรายละเอียดอาจจะไม่ได้มารายงาน ในฉบับนี้ แต่ดิฉันขอฝากไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินรายหัวของเด็กหรือว่าวิธีการจัดสรรงบประมาณ ที่ยังเป็นไปตามรายหัวควรจะจัดการเป็นรูปแบบของคลัสเตอร์ (Cluster) ได้แล้ว มีโรงเรียน กี่ประเภทต้องการการจัดสรรงบประมาณแบบไหน ควรจะมีการถกเถียงกันได้แล้ว แม้กระทั่ง งบประมาณของฝั่งอาชีวศึกษาที่น้อยกว่าประเทศสิงคโปร์ ๒-๓ เท่า ในเรื่องนี้ดิฉันก็ไม่เห็น ในรายงานฉบับนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ดิฉันไม่แน่ใจว่าแผนปฏิรูปฉบับนี้จะสามารถสร้าง ผลสัมฤทธิ์ได้อย่างไรอย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปเมื่อตอนต้น เนื่องจากว่าส่วนหลักใหญ่ใจความ ของการทำงานเป็นเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ไม่งบประมาณก็คน ไม่คนก็งบประมาณ วนกันอยู่ ๒ เรื่องนี้ ดังนั้นถ้าไม่มีเรื่องงบประมาณดิฉันเกรงว่าผลสัมฤทธิ์จะไม่เกิดขึ้นนะคะ

เรื่องที่ ๔ เรื่องที่ดิฉันเห็นว่าเหมือนจะมีแต่ก็ไม่มีและเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องความปลอดภัยของโรงเรียนที่มีการกล่าวถึงใน ๑ กิจกรรม เรื่องความปลอดภัย ของผู้เรียน ในส่วนนี้มีกำหนดแล้วเสร็จในปีงบประมาณปี ๒๕๖๒ แต่ดิฉันก็เห็นว่ายังอยู่ ในระหว่างการดำเนินการอีกเช่นกัน ดิฉันขอถามว่าประเด็นความปลอดภัยของโรงเรียน ของผู้เรียนจะมีการปฏิรูปอย่างไรบ้างเนื่องจากว่า ณ ปัจจุบันจากที่ดิฉันได้ลงพื้นที่ดิฉัน ก็พบว่าโรงเรียนบางโรงเรียนอย่างเช่นในเกาะลิบงเองยังใช้แบบในการสร้างอาคารเรียน ที่เป็นแบบของเก่า ๓๐ ปีมาแล้ว ทำให้ห้องน้ำจะต้องอยู่นอกอาคาร อันตรายมากสำหรับ นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน เราเห็นการที่เด็กโดนล่วงละเมิดทางเพศหรือว่าโดนแอบมา ถ้ำมอง มีคนแอบมาถ้ำมองในโรงเรียนในหลายกรณีเกิดขึ้นในข่าวมาแล้ว ในส่วนนี้ดิฉัน ไม่เห็นถึงความพยายามในการปฏิรูปเรื่องที่ใกล้กับนักเรียนมากที่สุดก็คือเรื่องความปลอดภัย นี่ยังไม่นับถึงความสะอาดสุขอนามัยของห้องน้ำ โรงเรียนหรือแม้กระทั่งเรื่องการกลั่นแกล้ง ในโรงเรียนที่ก็เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในโรงเรียนเช่นเดียวกัน ท่านอย่าลืมว่าประเทศไทยนั้น มีปัญหาเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนและปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียนสูงขึ้นมาก ดังนั้นส่วนนี้ควรเป็นทั้งวาระแห่งชาติ ควรเป็นทั้งงานที่สำคัญสำหรับการปฏิรูปซึ่งทำไม เรื่องนี้ถึงสำคัญคะ ดิฉันมั่นใจว่าทุกท่านอยากไปโรงเรียนที่ท่านรู้สึกปลอดภัย ดิฉันมั่นใจว่า ท่านจะไม่ส่งลูกไปโรงเรียน ลูกท่านไม่กล้าเข้าห้องน้ำหรือลูกท่านไม่กล้ากินอาหาร เพราะกลัวท้องเสีย ดังนั้นเรื่องพื้นฐาน เหล่านี้ควรเป็นเรื่องที่ทำไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาคุณภาพของหลักสูตรการพัฒนาคุณภาพ ของการเรียนรู้ แต่ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการให้ความสำคัญเลยในรายงานฉบับนี้ ในคราวต่อไปก็หวังว่าจะมีรายละเอียดแล้วก็มีความก้าวหน้าของเรื่องที่สำคัญกับเด็ก ๆ มากขึ้น สุดท้ายแล้วสั้น ๆ ในด้านการเมืองมีการจะจัดทำโครงการโรงเรียนประชาธิปไตย ดิฉันก็ขอให้มีการทำตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมของประชาธิปไตยทั้งประเทศมากกว่า การใช้ตัวชี้วัดในลักษณะของการนับจำนวนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม เพราะอะไรตัวชี้วัดเชิง คุณภาพสำคัญมาก ๆ เช่น จำนวนผู้ที่ไปเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นหรือการที่ จะไม่เกิดรัฐประหารขึ้นในอนาคต เหล่านี้ก็ควรจะเป็นตัวชี้วัดว่าประชาธิปไตยและวัฒนธรรม ประชาธิปไตยของประเทศเราได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างไร

เรื่องที่ ๒ ของโรงเรียนประชาธิปไตยที่อยากฝากทุกท่านเลย อย่าทำให้ โครงการนี้กลายเป็นภาระงานเพิ่มเติมของครู อย่าแยกหลักสูตรที่ท่านจะเพิ่มเติมเข้าไปอยู่ใน การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน แต่ขอให้ทำเป็นการบูรณาการร่วมกันกับวิชาอื่น ๆ ของโรงเรียนที่มีอยู่แล้ว ประชาธิปไตยควรเป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน ควรอยู่ในเลือดเนื้อ ควรอยู่ในวิถีที่เด็ก ๆ ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทำแยกออกมาเป็นโครงการ แล้วก็ประเมิน และขอให้สุดท้ายการประเมินโครงการการจัดการให้รางวัลต่าง ๆ เป็นวิธี ที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมประชาธิปไตยเช่นเดียวกันขอให้ไม่เกิดการ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคัดเลือกโรงเรียนตามเอกสาร ดิฉันไม่อยากเห็นกระบวนการทำงาน เพื่อพัฒนาโรงเรียนประชาธิปไตยแต่มีการทำงานที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งหมดที่ดิฉัน กล่าวไปขอฝากให้ทางคณะทำงานได้กลับมารายงานในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในคราวถัดไป ขอบพระคุณค่ะ