รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑
ครั้งที่ ๔ (สมัยวิสามัญ) เปึนพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ณ ตึกรัฐสภา
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาเรื่องอ้อยที่มีเงินชดเชยเข้าไปให้กับชาวไร่โดยตรง ชาวไร่เมื่อวานได้โทรศัพท์มาถึงผมว่าชาวไร่ที่ทําไร่อ้อยจริง ๆ ไม่ได้เงินชดเชย คนที่ได้ชดเชยคือเจ้าของโควตาคือยี่ปัูว พอรัฐบาลโอนเงินเข้าไป ชาวบ้านที่ขายโควตาขาด บางคนขายขาดได้ตันละ ๔๕๐ บาท รัฐบาลชดเชยไปอีกตันละ ๑๗๙ บาท ไปอยู่ที่โควตาไม่ถึงชาวไร่ชาวนาโดยตรง ก็ฝาก เรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลขอให้หาทางแก้ไขครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่ามีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกกะหล่ําปลี ปลูกผักกาดขาว แล้วก็พืชผักอีกหลายชนิดนะครับ ปรากฏว่ารัฐบาลเอง ได้ปล่อยให้มีการนําเข้ากะหล่ําปลี ผักกาดขาว แล้วก็ผักสดอีกหลายชนิดจากประเทศ เพื่อนบ้านก็คือ จากจีน จากลาว แล้วก็เวียดนามทางด่านหนองคายแล้วก็ทางจังหวัด อุบลราชธานีที่ช่องเม็กก็ทําให้พืชผัก ผลไม้ราคาตกต่ําเปึนอย่างมาก กะหล่ําปลี จากราคา ๗-๑๐ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งพี่น้องเกษตรกรพออยู่ได้คุ้มกับราคาปุิยบ้าง แต่ในเมื่อ มีการนําเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่มีมาตรการทางด้านภาษี หรือมาตรการ ที่จะปัองกันเกษตรกรของไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบก็ทําให้ราคาของกะหล่ําปลีตกลงมา เหลือกิโลกรัมละ ๑ บาท แล้วก็ในสวนเหลือแค่ ๕๐ สตางค์ เพราะฉะนั้นก็ก่อให้เกิด การประท้วงหลายจังหวัดไม่ว่าจะเปึนที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัด อื่น ๆ ในภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นก็ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธาน ฝากไปยังรัฐบาลให้เร่งดําเนินการแก้ไขแล้วก็หามาตรการในการที่จะปกปัองรักษา ราคามาตรฐานในด้านกลไกการตลาดให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคพลังประชาชน จังหวัดลําพูน ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ที่ได้ให้โอกาสสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หารือ เนื่องจากว่าห้วงเวลาที่เราป่ดสภาไปนั้น เราได้พบพี่น้องประชาชนได้รับข้อร้องเรียนส่วนหนึ่งก็ทําเปึนเอกสารและส่วนหนึ่ง ก็หวังไว้ว่าจะมาหารือในส่วนของท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง ผมได้รับข้อร้องเรียน จากชาวนาผู้ปลูกข้าวนึ่งหรือข้าวเหนียวจากจังหวัดลําพูนและจังหวัดเชียงใหม่ครับ หลังจากที่จํานําไปเมื่อเดือนที่แล้วปรากฏว่าได้รับแต่เฉพาะแผ่นกระดาษครับ วันนี้ ไม่ได้รับเงินเลยครับ สอบถามจากพี่น้องเกษตรกรว่าทําไมถึงไม่ได้รับเงินทั้ง ๆ ที่มี หลักฐานชัดเจน ปรากฏว่าได้รับการปฏิเสธจาก ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. ตอนแรกรับว่ามีเงินอยู่ ๕,๐๐๐ ล้านบาทในการจํานําข้าวนึ่งหรือข้าวเหนียวพี่น้องเกษตรกรทางภาคเหนือ มาวันนี้บอกว่ายังไม่มีสตางค์ครับ ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ขอความกรุณาให้ ธ.ก.ส. โปรดส่งเงินไปที่ ธ.ก.ส. จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลําพูนโดยด่วน ไม่เช่นนั้น เขาก็จะต้องเอะอะโวยวายและพลอยทําให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๒ จังหวัดและรัฐบาล ไม่สบายใจอีกครับ
เรื่องที่ ๒ พี่น้องของผมฝากนําเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับว่า วันนี้มีปัญหาเรื่องโครงการของรัฐขนาดใหญ่ เช่น โครงการผันน้ําแตง สู่น้ํากวงติดที่อีไอเอ (EIA) ครับ ปรากฏว่าพอส่งไปคณะกรรมการอีไอเอก็เปลี่ยนกรรมการอีก แล้วก็ขอเอกสารใหม่อีกครับ ๓ ป้ ๓ ชิ้นนะครับ ไม่ผ่านอีไอเอสักทีครับ ชื่อเปึนภาษาอังกฤษ พี่น้องประชาชนผมก็ไม่เข้าใจว่าอีไอเอเปึนภาษาอังกฤษทําไมมันถึงยาก ทําไมมันผ่าน ยากเย็นเหลือเกินทําให้ชาวบ้านเสียประโยชน์เพราะภาษาอังกฤษ ๓ ตัวนี้ครับ อีไอเอครับ ท่านประธานช่วยได้โปรดให้เร่งรัดกระบวนการตรงนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอเชิญ คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานนะครับ ก็คงจะเปึนเรื่อง ที่เพื่อนสมาชิกได้หารือนะครับ เปึนเรื่องใหญ่ที่สุดวันนี้ก็คือเรื่องข้าวยากหมากแพง พี่น้องทั่วทุกภูมิภาควันนี้เดือดร้อนมากเลยครับท่าน เดือดร้อน ๒ เรื่องใหญ่ ๑. เรื่องราคา น้ํามันที่แพงขึ้นไม่มีวันที่จะหยุดได้นะครับ เรื่องที่ ๒ ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องคอขาดบาดตายของประชาชนชาวไทยทั้ง ๖๐ ล้านคน ก็คือเรื่องข้าวสารที่แพงมาก ท่านประธานครับ ๒ เรื่องนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องใหญ่ ของประเทศชาติ วันนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลกําลังคิดแก้ไข แต่ดูผลจากการบริหารราชการ แผ่นดินของรัฐบาลแล้วก็ไม่ทําให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้นเลย ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าวิตกมาก อย่างไรก็ตาม ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าคงจะต้องจี้ทางรัฐบาลว่าต้องเอาใจใส่เอาจริงเอาจัง กับ ๒ เรื่องนี้ ท่านประธานครับ จากปัญหาข้าวยากหมากแพงทําให้เกิดเรื่องที่ ไม่พึงประสงค์ ๒ เรื่องด้วยกันในบ้านเมืองเรา เรื่องที่ ๑ เรื่องการพนัน เมื่อไรประชาชน อดอยากก็แสวงหาโชคลาภคือการพนัน การพนันวันนี้ผมเข้าใจว่าเกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ด มากมายเลย เรื่องที่ ๒ ที่น่าตระหนักมาก น่าตกใจก็คือเรื่องโจร ขโมยลักเล็กขโมยน้อย เพราะไม่มีกินนี่ก็จําเปึนท่านประธานครับ คนที่มีคุณธรรมบางครั้งเมื่ออดอยากก็ต้องหา ทางลัดก็คือไปขโมย เรื่องที่ ๒ เรื่องของพี่น้องเกษตรกรก็คือเรื่องของปัจจัยการผลิตที่แพง ไม่ว่าเรื่องน้ํามันที่ผมกราบเรียนมาแล้ว แต่เรื่องที่ ๒ คือเรื่องปุิย วันนี้ปุิยไม่มีท่าทีที่จะลดราคา บางสูตร บางยี่ห้อเมื่อเทียบกับป้ที่แล้วเพิ่มขึ้นประมาณ ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ปุิยแพงไม่พอ ท่านประธานครับ ที่น่าเจ็บใจมากที่สุดวันนี้คือปุิยปลอม ผมถามว่าปุิยปลอมวันนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะยับยั้งได้เลย พี่น้องเกษตรกรต้องประสบกับโชคร้าย ๒ เด้งก็คือ เด้งแรกปุิยแพง แพงไม่พอครับ คือปุิยปลอม ทั้ง ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ผมเรียนว่ามีความจําเปึน ที่รัฐบาลจะต้องเร่งด่วนในการแก้ พวกกระผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับ ท่านประธาน เราคิดว่าถ้าเราไม่สามารถแก้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้แล้ว ก็ไม่ทราบว่าจะทําเรื่องอะไรแล้ว เพราะ ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ก็ฝากเรียน ท่านประธานที่เคารพนะครับ เพื่อที่จะส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณท่านมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณสิรินทร รามสูต ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดน่าน ดิฉันอยากจะขอเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง คือเดี๋ยวนี้ที่จังหวัดน่านเกิดปัญหาเรื่องหนู กองทัพหนูได้เข้ามาทําลายพืชสวนไร่นา พืชผลทางด้านการเกษตรและยุ้งฉางที่เกษตรกร ได้เก็บพืชผลทางการเกษตรก็มีกองทัพหนูเข้ามาทําลายพืชผลเหล่านั้น ก็อยากจะเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปช่วยดูแลเกี่ยวกับปัญหา ในพื้นที่จังหวัดน่านที่กองทัพหนูได้เข้ามาทําลายพืชผลทางด้านการเกษตรด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญคุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานและฝากกราบเรียนผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ฯพณฯ รัฐมนตรีพร้อมด้วย ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดลพบุรี ที่โครงการ เขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ ในคราวนั้นได้มีพี่น้องเกษตรกรร้องเรียนขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ให้ความช่วยเหลือใน ๓ เรื่อง ซึ่งบัดนี้เวลาล่วงเลยมา เมื่อวานนี้ดิฉันก็ได้รับ การติดต่อจากประชาชนให้ทวงถามเรื่องนี้
เรื่องที่ ๑ เรื่องเงินชดเชยภัยแล้งของเกษตรกรจังหวัดลพบุรี ในหลายอําเภอ ภัยแล้งป้ ๒๕๔๙ ยังได้รับเงินชดเชยไม่ทั่วถึง ในการสอบถามเมื่อคราว ไปตรวจราชการได้ทราบความว่าเงินงวดที่ ๑ นั้นได้ส่งไปแล้ว แต่ว่างวดที่ ๒ ยังไม่ได้ ส่งไปนะคะ ทําให้เกษตรกรรอคอยโดยเฉพาะที่อําเภอบ้านหมี่ แล้วก็ที่ตําบลโคกตูม อําเภอเมือง ขณะนี้ขึ้นฤดูกาลใหม่เกษตรกรก็รอคอยที่จะได้รับเงินชดเชยเพื่อจะไปลงทุน การผลิตรอบใหม่นะคะ
เรื่องที่ ๒ เรื่องขอให้ทวงถามติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต ค่าใช้จ่ายในเรื่องของไฟฟัา เนื่องจากปัจจุบันนี้กรมชลประทานได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ใช้น้ําโดยงดเว้น การจัดเก็บค่าไฟฟัาในช่วงฤดูฝนแล้วก็คิดค่าไฟฟัาในช่วงฤดูแล้ง แต่ว่าเนื่องจากฤดูฝน เกษตรกรไม่ได้ใช้ไฟฟัาอยู่แล้ว ข้อเสนอของพี่น้องเกษตรกรคือขอให้ทางกรมชลประทาน ได้ทบทวนปรับช่วงฤดูการเก็บค่าไฟฟัาของชาวไร่อ้อยในโครงการกลุ่มผู้ใช้น้ํานะคะ ซึ่งวันนั้นท่านรัฐมนตรีก็รับปากว่าจะไปช่วยคิดค่าใช้จ่ายแล้วก็ปรับดูตามความเหมาะสมนะคะ
ส่วนสุดท้ายก็คือปัญหาความเดือดร้อนเรื่องเงินชดเชยของผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนป์าสักชลสิทธิ์ซึ่งมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย ดิฉันก็ขอฝากกราบเรียนท่านประธานหารือไปที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญคุณจุมพฏ บุญใหญ่
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน สกลนคร เขต ๒ ท่านประธานครับ ในการออกเยี่ยม ประชาชนในระหว่างการป่ดประชุมสภา กระผมได้พบกับพี่น้องชาวอําเภอวานรนิวาส หลายตําบล เช่น ตําบลหนองแวงใต้ ตําบลศรีวิชัย ทาง อบต. ได้เสนอโครงการ ขอโครงการน้ําประปาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ แต่ปรากฏว่ามีหนังสือของอธิบดีที่ดูแลน้ําประปา บอกว่าจะเปลี่ยนแปลงเอาเงินงบประมาณที่มีอยู่แล้วออกไปจากโครงการน้ําประปา ที่เสนอเพราะว่าไม่มีประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชน ในอําเภอวานรนิวาส นอกจากนั้นยังมีในอําเภอวาริชภูมิ เช่น บ้านโคกตาทอง ตําบลค้อเขียวรอโครงการน้ําประปาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ขอหารือไปยังท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องได้ดูอธิบดีที่มีหนังสือไปหาผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่าจะเอาเงิน งบประมาณที่มีอยู่แล้วที่จะไปสร้างน้ําประปานั้นไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นนั้น ได้ตรวจสอบด้วยว่า ถ้ายังไม่มีการสร้างระบบน้ําประปาให้กับพี่น้องประชาชนก็ขอความกรุณา อย่าโยกงบหนีเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อ ๒-๓ วันมานี้ผมได้รับโทรศัพท์ ติดต่อจากตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ําท่วมนา เนื่องจากการสร้างเขื่อนน้ําอูน ผมได้พูดเรื่องนี้ในสภานี้ ๒ ครั้งแล้ว ด้วยความกรุณาของท่านประธานครับ เขาได้ โทรศัพท์มาหาผมเมื่อ ๒ วันก่อน เขาบอกว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ติดต่อให้เขานําพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย เงินทดแทนจากน้ําท่วมนา ของเขาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๖ ซึ่งสร้างเขื่อนสําเร็จเขาจะนําพี่น้อง ๙๖๑ คนเข้ามาสนับสนุนม็อบ (Mob) พันธมิตรครับท่านประธาน ผมจึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ว่าท่านสนับสนุนม็อบทางอ้อมหรือเปล่าครับ ผมได้บอกได้ขอร้อง พี่น้องประชาชนเหล่านั้นว่าอย่าเข้ามาเลย ผมจะใช้เวลาหารือในสภา แต่ท่านประธาน ได้งดเว้นข้อ ๑๗วันนี้ผมจึงขอหารือ ตอนนี้เขาเตรียมแล้วครับท่านประธานขอหารือไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ มติของคณะกรรมการพิจารณา ให้เงินค่าทดแทนนี้ได้ออกมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ เดือนธันวาคม ตอนนี้ยังไม่จ่ายเลย ถ้ามีงบประมาณกรุณาจ่ายให้พี่น้องของกระผมเหล่านั้น เขาเดือดร้อนมากเพื่อเขาจะได้ ยุติไม่เข้ามาสนับสนุนม็อบพันธมิตร ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ขอบพระคุณท่านประธานครับ บรรยากาศวันนี้ก็ดูจะดีกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนะครับ เพราะว่าท่านประธานได้กรุณาให้สมาชิกได้มีการหารือกัน ผมหารือกับท่าน ๒-๓ เรื่อง เพราะว่าติดค้างมาตั้งแต่ก่อนจะป่ดสมัยประชุมเมื่อรอบที่แล้ว
เรื่องแรก เรื่องของการเคหะแห่งชาติ มีการร้องเรียนจากประชาชน ในพื้นที่ของผมเอง แล้วก็ในอีกหลายเขตว่าตอนนี้การเคหะแห่งชาติมีนโยบายที่จะให้นํา คนไปอบรมเกี่ยวกับเรื่องน้ํายาจุลินทรีย์อีเอ็ม (EM) นี่นะครับ ปรากฏว่าการอบรม ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่มีคุณภาพ ถ้าหากว่าจะเทียบกับการอบรมที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ มีการใช้งบประมาณที่มากขึ้น แต่ว่าคุณภาพของการอบรมนั้นจะใช้เวลาที่ค่อนข้างจํากัด สิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็คือการที่มีอาหารเปึนพิษ มีผู้คนที่ไปอบรมกันที่จังหวัด สระบุรี แล้วก็ถูกหามไปส่งโรงพยาบาลเมื่อเดือนก่อนหลายร้อยคนทีเดียว คุณภาพของ การจัดการอบรมสัมมนาแบบนี้ต้องยุตินะครับ ไม่ใช่การผลาญงบไปเรื่อย ๆ แล้วก็ใช้ งบประมาณโดยแฝงการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ขอให้ท่านได้กรุณาติดต่อไปที่ การเคหะแห่งชาติเพื่อที่จะให้สั่งระงับการใช้โครงการนี้ก่อนเปึนเบื้องต้น แล้วก็ทบทวน โครงการนี้ครับ
เรื่องที่ ๒ ผมขออนุญาตที่จะต้องเรียนถามท่านว่าทางสภานั้นได้มีการติดต่อไป เพื่อที่จะให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมแล้วหรือยัง ซึ่งเปึนตัวข้อบังคับในระเบียบใหม่
ผมเรียนคุณบุญยอดเลยนะครับ เราทําทันทีครับ ตอนนี้กรมประชาสัมพันธ์โดยคุณสุริยงค์ได้แจ้งมาว่าขัดข้องนะครับ ผมก็กําลังจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบก็ถือโอกาสนี้แจ้งให้ทราบว่าเขาขัดข้อง แต่เขาจะถ่ายทอด ให้เปึนช่วง ๆ ในการอภิปรายญัตติทั้ง ๗ ฉบับ ก็เพื่อแจ้งให้ทราบเลยครับ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมพบกับ รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม นายเผชิญ ขําโพธิ์ ท่านบอกว่า สภาไม่เคยติดต่อไปที่กรมประชาสัมพันธ์นะครับ
มีเอกสารหลักฐานครับ
เอาล่ะครับ ก็ขอให้ท่าน ได้เร่งรัด เพราะว่าการถ่ายทอดสดนั้นก็เปึนหน้าที่ของสมาชิกทุกคนเพื่อที่จะได้ทําให้เห็นว่า เราทํางานกันอย่างไรในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้
เรื่องสุดท้ายผมขอทวงถามถึงเรื่องขององค์ประชุมนะครับ ซึ่งผมทวงถามไป ในการประชุมเมื่อคราวที่แล้ว องค์ประชุมของ ป.ป.ท. ปัองกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการ การประชุมในวันนั้นการลงคะแนนท่านคงจําได้ว่าลงคะแนน ออกมาทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียงนั้นมีจํานวนไม่ถึงครึ่งหนึ่งนะครับ แล้วรายงานการประชุมก็ไปเขียนว่าเห็นชอบแล้วก็ไม่ได้ใส่รายละเอียด ผมทวงถามเรื่องนี้ ไปแล้วนะครับ จนกระทั่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายละเอียด ขอให้ท่านได้เร่งรัดไปที่ทาง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ ขอบพระคุณท่านครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญคุณปวีณ แซ่จึง สั้น ๆ นะครับ ให้เพื่อนได้พูดบ้าง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคพลังประชาชน มีเรื่องที่กราบเรียนขอหารือ ท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ เรื่องเงินชดเชยเกษตรกรที่ประสบกับภาวะฝนแล้งและ น้ําท่วมของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งผมได้เคยกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ไว้แล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ปรากฏว่าได้รับคําตอบว่าจะดําเนินการอย่างไรนะครับ ซึ่งฝนแล้งและน้ําท่วมนั้น เกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๐
เรื่องที่ ๒ นั้นอยากจะกราบเรียนเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่ ๒ จังหวัดศรีสะเกษ มีโรงเรียนอยู่โรงหนึ่งซึ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะไม่ได้รับ การดูแลจากผู้บริหารหรือคณะกรรมการแต่อย่างใด ก็คือโรงเรียนบ้านหลักด่านหนองจอก ตําบลหนองบัวดง อําเภอศิลาลาด จังหวัดศรีสะเกษ อาคารเรียนหลังนั้นสร้างประมาณ เกือบ ๓๐ ป้ หน้าต่างหลุด ประตู เพดานมีการใช้ไม้ไปค้ํายันเอาไว้ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ เราจะต้องคํานึงถึงคุณภาพของการศึกษาเปึนประเด็นแรก ส่วนประเด็นที่ ๒ นั้น ต้องคํานึงถึงความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโรงเรียนแห่งนี้ จึงขอฝากท่านประธานได้กรุณาแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เขาไปตรวจสอบด้วย
เรื่องที่ ๓ เรื่องของถนนครับ เนื่องจากว่าอําเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้ร้องเรียนมาว่าถนนที่สัญจร
ผมว่ารายละเอียดส่งเปึน เอกสารมา
สั้น ๆ นิดเดียวครับท่าน คือเส้นทางที่ผ่าน ที่ว่าการอําเภอ คือเส้นทางที่ ศก ๔๐๐๖ กับ ศก ๔๐๒๕ ชํารุดครับ การที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเข้าร่วมประชุมที่ที่ว่าการอําเภอการสัญจรไปมาลําบากมากครับ โดยมีคนพูดบอกว่า ถนนเส้นนี้เปึนถนนหนทางที่จะใช้คําพูดบอกว่าภายในระยะเวลา ๓ เมตร จะมีหลุมอยู่หลุมหนึ่งครับ การสัญจรไปมา ๑๕ กิโลเมตรใช้เวลาเกือบ ๓๐ นาที ก็อยากจะกราบเรียนฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาเข้าไปดูด้วยนะครับ มี ๒ เส้น ศก ๔๐๐๖ กับ ศก ๔๐๒๔ เปึนของทางหลวงชนบทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนฝากเพิ่มเติมก็คือเรื่องของ
ผมว่าส่งรายละเอียดมา ผมจะส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบท่านทันทีภายใน ๓๐ วันตามข้อบังคับ
ถ้าอย่างนั้นก็จะขออนุญาตท่านประธาน ส่งเปึนรายละเอียดให้กับท่านประธานครับ
ดีมากครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ
ต่อไปขอความกรุณา เนื่องจากบัดนี้ครบองค์ประชุมแล้ว แต่เพื่อเป่ดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกอีก ๔ ท่าน คือ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคพลังประชาชน ๑ ท่าน แล้วก็พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน เพื่อเราจะได้เข้าสู่ระเบียบวาระ เพราะว่าวันนี้ผู้อภิปรายในเรื่องญัตติทั้ง ๗ ฉบับนั้น มีอยู่ ๗๘ ท่านด้วยกันก็ต้องกินเวลา ก็ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน ได้เห็นใจด้วยนะครับว่าเราจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ขอเชิญคุณเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สัก ๒ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉันขออนุญาตที่จะทวงถามกฎหมาย ๒ ฉบับ ท่านประธานคะ ในสมัยการประชุมที่ผ่านมาดิฉันได้เสนอกฎหมายไว้ ๒ ฉบับ แต่ว่าจนบัดนี้ยังไม่ได้รับ การบรรจุในระเบียบวาระ ฉบับแรกก็คือร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระผู้บริโภค ซึ่งจริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติที่จะต้องออกตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ แล้วจะต้องออกให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ป้นับจาก ที่รัฐบาลได้แถลงนโยบาย ซึ่งดิฉันก็ได้ยื่นไปแล้วนะคะ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ต้องรับ งบสนับสนุนก็เลยถูกตีเปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินจึงต้องได้รับความเห็นชอบ จากท่านนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ดิฉันอยากให้ท่านประธานได้ช่วยทวงถามด้วยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดูกฎหมายฉบับนี้แล้วหรือยัง
๒ ฉบับ เดี๋ยวจะให้ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบนะครับ
ค่ะ ฉบับแรกนะคะ ฉบับที่ ๒ ก็คือร่างพระราชบัญญัติการโอนที่ราชพัสดุที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินในท้องที่ตําบล เชิงทะเล อําเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อขายคืนให้แก่ราษฎร พ.ศ. .... รายละเอียด ในร่างกฎหมายคงมีแล้วนะคะ ดิฉันเพียงแต่อยากเรียนว่าดิฉันได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เข้าไปแล้วเพื่อเปึนการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่ด้วยติดที่เปึน พระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน เพราะการซื้อขายนั้นรัฐบาลจะได้รับเงินเข้ามานะคะ แล้วถูกตีว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินต้องให้ได้รับความเห็นชอบ จากท่านนายกรัฐมนตรี อยากเรียนประธานให้ช่วยเร่งทางท่านนายกรัฐมนตรีด้วยค่ะ เพราะว่าจะได้ประโยชน์ทั้งราษฎร คือเขามีความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สินของเขาและรัฐบาล ก็จะได้เงินเข้ามาในกระทรวงการคลังค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องเรียนว่าหลังจากที่ท่านมานั่งเปึนประธานแล้วหลาย ๆ อย่าง ได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากนะครับ แล้วสมาชิกทั้งหลายนี่ก็ได้สะท้อนปัญหาทั้งหมด ไปสู่พี่น้องประชาชนค่อนข้างชัดเจน ท่านประธานครับ สิ่งที่อยากจะฝากท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งที่มีความสําคัญค่อนข้างมากก็คือ เรื่องของการประกันสุขภาพของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรซึ่งวันนี้หลายคนล้มป์วยเจ็บเปึนไข้
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เมื่อวานผมได้อ่านให้ที่ประชุมทราบแล้วนะครับ เรื่องประกันสุขภาพก็รอให้สมาชิก ไปเซ็นคําร้องเท่านั้นเอง
เราเซ็นกันแล้วครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ลงไปประสานข้างล่าง ข้างล่างยังตอบอะไรให้พวกเราไม่ได้ครับ ขอความกรุณาท่านประธานได้ช่วยสั่งการลงไปข้างล่างเพื่อที่จะให้ดําเนินการได้เรียบร้อย รวดเร็วด้วยครับ
ประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ ขณะนี้ผมต้องเรียนผ่านท่านประธาน ผมเองเปึนห่วงเรื่องการท่องเที่ยวที่เขาใหญ่ ซึ่งวันนี้ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ ไปเที่ยวกันเยอะมาก สร้างรายได้ให้กับประเทศและคนในพื้นที่ ผมเองพยายามที่จะทํา หนังสือ ได้ทําหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คือ ท่านวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ขออนุญาตเอ่ยถึงท่าน เพื่อที่จะขอนําพวกชมรมท่องเที่ยว เขาใหญ่เข้าไปพบเพื่อปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนว่าวันนี้การท่องเที่ยวไม่ได้ดูแลเขาเลย ปล่อยให้เขาเองนี่ต้องช่วยเหลือตัวเองตลอดทั้งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งวันนี้ ผมไม่ได้รับคําตอบจาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แม้แต่นิดเดียว หรือท่านอาจจะไม่ได้รับหนังสือผมไม่รู้ แต่วันนี้ในฐานะที่เราเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัญหาความเดือดร้อนทั้งหลายพวกเราทุกคนมีหมด เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่นั่งเปึนเสนาบดีขอความกรุณาท่านประธานได้ช่วยประสานไปเถอะว่า ผู้แทนราษฎรที่เข้าไปพบเขาเอาปัญหาไปเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามให้ผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสเข้าไปพบ คงไม่ทําให้ท่านเสียเวลาอะไรมากมายนักหรอก ฝากผ่านท่านประธานไปด้วยเพื่อที่จะ ได้กรุณาได้มีการประสานเพื่อให้พวกเราในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าไปปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนเพื่อนําปัญหาไปแก้ไขเพราะเปึนประโยชน์ทั้งสิ้นเลย ขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบพระคุณครับ เชิญ คุณรณฤทธิชัย คานเขต คนสุดท้ายครับ แล้วจะได้เข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ คงใช้เวลา แป็บเดียว จริง ๆ แล้วผมเตรียมไว้ ๒-๓ เรื่อง แต่ว่าจะขอแค่เรื่องเดียวเพื่อประหยัดเวลา ของสภา ท่านประธานครับ มีโครงการอยู่โครงการหนึ่งโครงการสร้างสะพานข้ามลําน้ําชี ที่เชื่อมระหว่างอําเภอค้อวังกับอําเภอมหาชนะชัย ทางฝัืงค้อวังนี่ที่ตําบลกุดน้ําใส บ้านแจนแลนข้ามมาทางฝัืงของอําเภอมหาชนะชัยที่ตําบลม่วง โครงการนี้เตรียมความพร้อม เสร็จหมดแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ มีการลงไปสํารวจแล้วก็ประมาณการเรื่องเงินเสร็จสรรพ เรียบร้อยตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ แล้ว ปรากฏว่าหลังจากการปฏิวัติมีการโยกเอางบประมาณ ในส่วนที่จะก่อสร้างตรงจุดนี้ไปลงที่จุดอื่นซึ่งความพร้อมยังไม่มีเลย ก็ขอกราบเรียนท่าน ไปถึงทางกองสะพานของกรมทางหลวงชนบทว่าพี่น้องประชาชนตรงนี้เขาเดือดร้อน เพราะทั้ง ๒ ฝัืง ฝัืงของอําเภอมหาชนะชัยที่ตําบลม่วงเปึนพื้นที่การเกษตรของพี่น้อง ที่อยู่ฝัืงของอําเภอค้อวังที่บ้านแจนแลน บ้านตูม บ้านดงบัง เวลาเก็บเกี่ยวพืชผล ทางด้านการเกษตร แม้กระทั่งเวลาเกี่ยวข้าวจะทําการขนส่งนี่ต้องอ้อมไปอีกประมาณ ๑๒ กิโลเมตรถึงจะสามารถที่จะเอาข้าวไปเก็บไว้ในยุ้งฉางของพี่น้องอีกฝัืงหนึ่ง ได้จริง ๆ แล้วโครงการนี้เตรียมความพร้อมไว้หลายป้แล้ว แล้วป้ ๒๕๔๘ ที่ผมย้ํานี่ เพราะว่าทางกรมทางหลวงชนบทที่จังหวัดยโสธรที่ผมประสานเขาบอกว่างบประมาณ พร้อมในการที่จะก่อสร้างในป้ ๒๕๔๙ แต่ว่าผลสุดท้ายจนกระทั่งถึงวันนี้ป้ ๒๕๕๑ ก็ยังไม่มีความแน่ใจว่าตรงจุดนี้สามารถที่จะก่อสร้างได้ไหมทั้ง ๆ ที่มีความพร้อมแล้ว ในส่วนที่ยังไม่มีความพร้อมเอาไปสร้างก่อนแล้ว จริง ๆ แล้วผมเคยพูดในสภาผู้แทนราษฎร ตอนเริ่มมีการเป่ดประชุมกันใหม่ ๆ ผมพูดครั้งหนึ่งแล้ว แต่วันนี้ความชัดเจนยังไม่มีเลย เพราะฉะนั้นก็ขอฝากท่านประธานไปถึงทางกองสะพานของกรมทางหลวงชนบทไว้ เพื่อการพิจารณางบประมาณที่จะเข้าในส่วนของป้ ๒๕๕๒ ด้วยครับ ขอบพระคุณมาก ๆ ครับท่านประธาน
ผมขอป่ดการดําเนินการหารือ ต่อไปผมจะเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ เพราะขณะนี้สมาชิกได้มาเซ็นชื่อ ๒๕๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ก็ดําเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
เรื่องการประชุมใหญ่สามัญประจําป้ ๒๕๕๐
ด้วยจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจําป้ ๒๕๕๐ ของหน่วยประจําชาติไทย ในสหภาพรัฐสภา ไอพียู (IPU) สหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟ่ก เอพีพียู (APPU) และสมัชชารัฐสภาอาเซียน เอไอพีเอ (AIPA) ในวันอังคารที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมรัฐสภา ห้องประชุมนี้ อาคารรัฐสภา ๑ จึงขอเชิญท่านสมาชิก ทุกท่านมาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ขอความกรุณาเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา วันที่ ๒๔ นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน คือ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้ และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในการประชุม ครั้งที่แล้วก็มีการเสนอญัตติทั้งหมด ๗ ฉบับ แล้วได้แสดงแถลงเหตุผลครบทุกญัตติแล้ว และมีสมาชิกประสงค์จะอภิปรายจํานวนมาก กระผมจึงได้เลื่อนมาพิจารณาในวันนี้ เมื่อวานยังมีผู้ยกมือดําเนินการ ผมก็จะเอาตามผู้ที่ยังค้าง ที่ผมค้างอยู่นะครับ คือ ท่านเจริญ คันธวงศ์ แพทย์หญิงมาลินี แล้วก็คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์
(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรคุณสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ในส่วนผู้อภิปรายของพวกเราฝ์ายค้านนี่นะครับ เราได้มี การจัดเรียงลําดับผู้อภิปรายใหม่ ทีนี้เมื่อถึงการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปึนในส่วนของพวกเรา ผู้ที่เขาอภิปรายเขาจะทราบว่าถึงลําดับของเขา เพราะฉะนั้น เขาจะมานั่งและเขาจะยกมือขึ้นซึ่งจะมีเพียงท่านเดียวเท่านั้นในแต่ละช่วงที่จะถึงส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนเพราะว่าเราจะไม่จัดส่งรายชื่อไปเนื่องจาก จะมีการสลับสับเปลี่ยนคนใหม่ ดังนั้นรายชื่อที่ส่งท่านประธานนั้นก็ถือว่ายกออกไปก่อน อย่างสักครู่นี้ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะเปึนท่านนิพิฏฐ์ และท่านต่อไปก็จะมานั่งรอ พอถึงส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เขาจะยกมือเลย ผมกราบเรียนท่านประธาน และกราบเรียนท่านเลขาธิการซึ่งต้องทําหน้าที่จดชื่อด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ
คือจะสะดวกกับผมไหมครับ คือจะยกมือคนเดียวหลังจากฝ์ายหนึ่งอภิปรายจบแล้วแล้วก็ยกมือคนเดียวแล้วก็ชี้คนนั้น โดยไม่ต้องส่งรายชื่อ แต่ว่าทางฝ์ายพรรคพลังประชาชนเขาเสนอมาแล้ว ๑๗ ชื่อด้วยกัน ผมก็จะอ่านรายชื่อให้ทราบดังต่อไปนี้นะครับ ๑. คุณศุภชัย โพธิ์สุ ๒. คุณนิรมิต สุจารี ๓. คุณสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๔. คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ๕. คุณสมคิด บาลไธสง ๖. คุณสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ๗. คุณคมเดช ไชยศิวามงคล ๘. คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๙. คุณปวีณ แซ่จึง ๑๐. คุณสถาพร มณีรัตน์ ๑๑. คุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม ๑๒. คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ๑๓. คุณนิยม เวชกามา ๑๔. คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๕. คุณทองดี มนิสสาร ๑๖. คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๑๗. คุณนิยม วรปัญญา ๑๗ ท่านด้วยกันนะครับ แล้วก็มีพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งท่านเปึนเจ้าของญัตติแต่ว่ามีผู้เสนอญัตติแทนไปแล้วก็จะเปึนคนอภิปรายต่อไป เหมือนกันไปตามคิวนะครับ เมื่อเอาคิวใหม่ก็แสดงว่าต้องลบคิวเก่า คุณสาทิตย์ลบคิวเก่า คุณเจริญ แพทย์หญิงมาลินีท่านไม่ว่าผมนะครับ แพทย์หญิงครับไม่มีปัญหานะครับ ก็เปึนพระคุณครับ เดี๋ยวจะมาโทษผมว่าไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ ผมระวังมากครับ ขอบคุณมากครับ ต่อไปเชิญคุณศุภชัย โพธิ์สุ
(นายไชยยศ จิรเมธากร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณไชยยศขอความกรุณา สักนิด เดี๋ยวพอคุณศุภชัยเสร็จแล้วคุณต่อเลยครับ ผมเตรียมเอาไว้แล้วครับ ไม่ให้พลาดหรอกครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า กระผมเปึนคนหนึ่งที่ได้ลงชื่อเปึนผู้เสนอญัตติเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภาแห่งนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ สาเหตุที่กระผมได้ลงชื่อเสนอเพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ เพราะกระผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่ขัดกับ หลักนิติธรรม ขัดกับหลักนิติรัฐ ซึ่งไม่ได้มาตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานว่า ถึงแม้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ จะได้ผ่านการลงประชามติของ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศก็ตาม ผลการลงประชามติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้พี่น้อง ประชาชนประมาณ ๑๔ ล้านคนให้ความเห็นชอบ อีก ๑๐ ล้านคนเศษก็ไม่เห็นชอบ ไม่รับ นี่เปึนปัญหาที่ทําให้เกิดความแตกแยก ทําให้เกิดความวุ่นวาย กระผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่า ในการลงประชามติครั้งที่ผ่านมาพี่น้องชาวจังหวัดนครพนมของกระผม ได้ลงประชามติโหวต โน (Vote no) คือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนที่หนึ่ง ของประเทศไทย จํานวนถึง ๗๗.๖๔ เปอร์เซ็นต์ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การที่พี่น้อง ชาวจังหวัดนครพนมและคนภาคอีสานตลอดถึงภาคเหนือเปึนส่วนใหญ่ไม่รับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีเหตุมีผลครับท่านประธาน สาเหตุที่ไม่รับก็เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีที่มาไม่ชอบธรรม ไม่เปึนไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยโดยคณะรัฐประหาร ที่เรียกตัวเองว่า คปค. ตอนหลังก็แปรสภาพมาเปึน คมช. ได้ทําการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอํานาจจากรัฐบาลของ ฯพณฯ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ทําการ ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่พี่น้องประชาชนคนไทยมีส่วนร่วม และเห็นว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทยและเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ฉบับหนึ่งของโลกได้ทําการฉีกรัฐธรรมนูญที่เปึนของประชาชนลงไป ความจริงแล้ว การฉีกรัฐธรรมนูญ การยึดอํานาจ การรัฐประหารนั้นผิดกฎหมายครับ ผิดทั้งกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ผิดทั้งกฎหมายอาญา ถือว่าเปึนกบฏต่อแผ่นดินนะครับ ฉะนั้นการกระทํา ของ คปค. หรือ คมช. ที่ดําเนินการผ่าน ๆ มานั้นถือว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วหลังจากที่ คปค. แปรเปึน คมช. ยึดอํานาจก็ได้ตั้ง สสร. ขึ้นมา สสร. เปึนใครมาจากไหน พี่น้องประชาชนไม่ได้รับรู้รับทราบ ผมขอเรียนว่า ที่จังหวัดนครพนมมีคนมาเปึน สสร. อยู่ท่านหนึ่งคนนครพนมไม่รู้เรื่องเลย เปึนคนที่เคยติดคุกติดตะรางมาเปึน สสร. คราวที่แล้วสงสมัคร ส.ส. ได้คะแนน ๑,๓๗๐ คะแนน ท่านประธานครับ เปึนการต่อสู้กัน ลงเขตเดียวกันกับผม สสร. ท่านนั้นก็รณรงค์บอกว่าเปึนผู้มีส่วนในการที่ไปร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไปบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดีอย่างไร วิเศษวิโสอย่างไร ผมก็บอกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมไม่รับ ผมไม่เอา ผมเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนนอกจากลงประชามติเปึนที่หนึ่งของประเทศไทยไม่รับรัฐธรรมนูญ แล้วยังเลือกตั้งผมมาในเขตเลือกตั้งเขตละ ๒ คน ผมยังได้คะแนนแสนเศษครับ แต่ว่าตัวแทนจาก สสร. ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้คะแนน ๑,๐๐๐ กว่าคะแนนครับ นี่มันเปึนการพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าคนนครพนมมีเหตุมีผล คนภาคอีสานมีเหตุมีผล ท่านประธานครับตั้ง สสร. ขึ้นมาโดยการเลือกสรรจาก คมช. มีองค์กรเลือกสรร แต่ว่า สุดท้ายก็ คมช. เปึนผู้ตัดสินใจว่าเอาใครมาเปึน สสร. โดยไม่ได้ผ่านการคัดเลือกจาก พี่น้องประชาชนตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ในที่สุดก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกมาโดยการควบคุม โดยการกํากับ โดยการดูแลของผู้ทํารัฐประหารของเผด็จการ ในที่สุดรัฐธรรมนูญก็ทําท่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชน แต่ก็เอาไปให้ พี่น้องประชาชนลงประชามติเพื่อที่จะให้เกิดความชอบธรรมในการที่จะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาประกาศใช้ ท่านประธานครับ ถ้าหากการลงประชามติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนไปตามครรลอง เปึนไปด้วยความชอบธรรม เปึนไปตามหลักนิติรัฐ เปึนไปตามหลักของระบอบประชาธิปไตย ผมจะไม่ว่าอะไรเลยผมจะยอมรับ แต่ท่านทราบไหม บรรยากาศของการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้เปึนการลงประชามติ ที่พี่น้องประชาชนโดยทั่วไปอยู่ในความมืดมน ภายใต้การคุกคามของเผด็จการ ภายใต้ การครอบงําของกฎอัยการศึกที่ประกาศอยู่ทั่วประเทศ อาจจะเปึนการลงประชามติ กฎหมายครั้งแรกครั้งเดียวฉบับเดียวของโลกที่ให้พี่น้องประชาชนลงประชามติตัดสินใจว่า จะรับ ไม่รับ จะเอา ไม่เอาภายใต้กระบอกป๋นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านทราบไหมครับ บรรยากาศของการลงประชามติข้าราชการเกือบจะทุกฝ์าย เกือบจะทุกส่วนถูกบังคับครับ ให้รณรงค์ให้พี่น้องประชาชนโดยอ้างว่าให้ประชาชนมาใช้สิทธิในการลงประชามติ แต่แท้ที่จริงแล้วข้าราชการเขาลําบากใจมาก อึดอัดใจมาก โดยเฉพาะนายอําเภอ บางอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดบางจังหวัดต้องวิ่งรอกไปขอร้องพี่น้องประชาชนบอกว่า ขอให้ไปลงประชามติ ถ้าไม่ไปลงประชามติ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ข้าราชการ จะเดือดร้อน จะถูกย้าย จะถูกลงโทษ พี่น้องประชาชนอยู่ในความหวาดผวาครับ ถูกคุกคาม เพราะว่าถูกสื่อมวลชนทุกประเภททั้งของรัฐและของเอกชนเผยแพร่ออกไปเรียกร้อง ให้ประชาชนมาลงประชามติ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็ขอเถอะ ลงประชามติเสร็จแล้ว บ้านเมืองจะได้ไม่วุ่นวาย บ้านเมืองจะได้สงบ ลงประชามติเสร็จแล้วจะได้เลือกตั้ง ลงประชามติเสร็จแล้วบ้านเมืองจะได้เปึนประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนไปลงประชามติด้วยความอึดอัดขัดใจ ด้วยความมืดมน เพราะว่าก็มีคําขู่ ออกมาจาก คมช. ตลอดว่าถ้าประชาชนลงประชามติไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ถ้าไม่ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่แน่ใจว่าจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับใด นี่เปึนการลงประชามติ แบบมัดมือชก เปึนการลงประชามติแบบป่ดหูป่ดตา ประชาชนไม่มีทางเลือก เพราะถ้าไม่เอา รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้อะไรมา ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไรจะได้มีการเลือกตั้ง ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไรบ้านเมืองจะเข้าสู่ภาวะปกติ ในที่สุดพี่น้องประชาชนชอบ ไม่ชอบ อย่างไรก็ไปลงประชามติเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึง ๑๔ ล้านกว่าคน แต่พี่น้อง ประชาชนส่วนหนึ่งที่ยืนหยัดบอกว่านี่คือมรดกบาปของเผด็จการ ไม่เอา ๑๐ ล้านคนเศษครับ ยืนยันไม่เอา แล้วคนที่ ๑๔ ล้านเศษที่ไปนี้ครับ ส่วนหนึ่งก็ต้องการให้บ้านเมืองสงบ ส่วนหนึ่งต้องการให้มีการเลือกตั้ง อีกส่วนหนึ่งก็เข้าใจว่าลงประชามติรับไปแล้ว เลือกตั้ง เสร็จแล้วก็ค่อยไปแก้กันทีหลัง ท่านประธานครับ แม้แต่หัวหน้าพรรคการเมืองเก่าแก่ บางพรรคนี่ครับ พอประชามติผ่านแล้วยังออกมายืนยันเลยครับว่าเปึนผลดีแล้ว รับไปแล้วเปึนเรื่องดีเพราะจะได้มีการเลือกตั้ง พอเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ไปแก้กันทีหลัง ไม่ถูกต้องตรงไหน ไม่ชอบตรงไหนก็ไปแก้กันทีหลัง ทุกส่วนของสังคม ผู้นําทางสังคม บอกว่ารับไปแล้วก็ไปแก้ทีหลัง ในที่สุดก็ได้ประกาศใช้และให้มีการเลือกตั้ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ การที่คนนครพนม การที่คนภาคอีสาน คนภาคเหนือ คนไทยทั้งประเทศ ๑๐ กว่าล้านคนไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเหตุมีผลครับ นอกจากความไม่ชอบมาพากล ในที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ แล้ว เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญก็เปึนเผด็จการ จํากัดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เริ่มตั้งแต่ผมขอเรียนท่านประธานว่า เมื่อวานนี้ ผมชื่นชมท่านสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม ขอประทานอภัยที่เอ่ยชื่อท่าน แต่เปึน การเอ่ยชื่อเพื่อให้เกียรติท่าน ท่านสุทิน คลังแสง ได้อภิปรายความไม่ชอบมาพากล และเหตุผลที่ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ด้วยเหตุด้วยผลชัดเจนมากครับ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อที่จะให้เห็นว่า การที่พวกเราไม่เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และต้องการให้มีการแก้ไขนั้น เราไม่ได้แก้ไขเพื่อผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้แก้ไขเพื่อที่จะหนีคดียุบพรรค ไม่ได้แก้ไขเพื่อผลประโยชน์ของตัวบุคคลคนใดคนหนึ่ง แต่เราเห็นว่าเนื้อหาสาระที่มาไม่ชอบ เนื้อหาสาระก็ไม่ชอบ แม้แต่มาตรา ๙๔ การเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ไปประชามติที่ไหน ไปประชาพิจารณ์ที่ไหน พี่น้องประชาชนก็บอกว่าเขตเดียว เบอร์เดียว วัน แมน วัน โหวต (One man one vote) เปึนหลักการของระบอบประชาธิปไตยที่เขาใช้กันทั่วโลกนะครับ เพราะว่า ส.ส. ๑ คน ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน สามารถดูแล สามารถบริการ สามารถแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงพี่น้องประชาชนก็ต้องการอย่างนั้น แต่เวลา มาเขียนเปึนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๔ ก็ให้มีการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์ ทําเพื่อต้องการทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ระบบการเมืองขาดความเข้มแข็ง นอกจากนั้น ที่มาของ ส.ว. มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนสมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กําหนดให้มี ส.ว. จํานวน ๒๐๐ ท่าน แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้มี ส.ว. ๑๕๐ ท่าน ท่านประธานทราบไหมครับ จํานวน ๑๕๐ ท่าน พี่น้องประชาชนคนไทย ๖๐ ล้านคน หรือผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งประมาณ ๔๕ ล้านคนเลือก ส.ว. ได้เพียง ๗๖ คน เพราะมีอยู่ ๗๖ จังหวัด แต่ว่าคณะกรรมการสรรหาซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คมช. เพียง ๗ คน ท่านประธานครับ สามารถเลือก ส.ว. ได้ถึง ๗๔ คน เกือบครึ่งต่อครึ่ง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แสดงออกให้เห็นถึงความไม่เสมอภาคของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่มีอยู่ในแผ่นดินนี้เนื่องจากการเลือกตั้ง ส.ส. เปึนเขตใหญ่เรียงเบอร์แล้วนี่นะครับ บางเขตมี ส.ส. ๑ คน บางเขตมี ส.ส. ๒ คน บางเขตมี ส.ส. ๓ คน เลือกตั้ง ส.ว. ก็เหมือนกัน กรุงเทพมหานครมีประชากรเกือบ ๑๐ ล้านคนเลือก ส.ว. ได้ ๑ คน จังหวัดระนองมีประชากร ไม่กี่แสนก็เลือก ส.ว. ได้ ๑ คน นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่เสมอภาคของพี่น้องประชาชน แค่มาตราเดียวก็รับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่ได้แล้วจําเปึนต้องแก้ไขครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขอเรียนท่านประธานว่า พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะคนในชนบทคนบ้านนอกของผมนี่ เขาเลือก ส.ส. มาเขาหวังพึ่งพาอาศัย คิดอะไรไม่ออกไปหา ส.ส. นึกอะไรไม่ออกไปหา ส.ส. เดือดร้อนถูกจับกุมคุมขัง ไม่ได้รับความเปึนธรรม เดือดร้อนอย่างไรไปหา ส.ส. เพราะ ส.ส. คือตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่เขาเลือกมา เขาจะเลือกใครเขาต้องหวังว่าเขาจะพึ่งได้ อาศัยได้ ตอนเปึน ส.ส. ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ พวกเราที่เปึน ส.ส. ได้ทํางานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาเรื่องอะไร เราสามารถประสาน ถ้าระดับล่างยังไม่ต้องประสานกับรัฐมนตรีเราก็ประสานไปถึง ท่านนายอําเภอ ถึงผู้กํากับ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงผู้บังคับการตํารวจ สามารถ ประสานงานกันได้ อันไหนช่วยได้ อันไหนแก้ได้ก็แก้กันไป สังคมอยู่กันอย่างสงบสุข อยู่กันอย่างสมานฉันท์ ท่านประธานครับ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บัญญัติเอาไว้ว่า ส.ส. หรือ ส.ว. จะไปก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการไม่ได้ และที่สําคัญที่สุดนั้น จะไปก้าวก่าย ไปแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์คนอื่น เอาล่ะครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าไปแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ ส่วนตัวผมเห็นด้วยว่าไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ส.ส. ส.ว. ไม่ควรกระทําโดยเด็ดขาด แต่การบอกว่าไปแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์คนอื่น คนอื่นหมายถึงใครล่ะครับ หมายถึง พี่น้องประชาชน หมายถึงใครก็ได้ที่มีความเดือดร้อนมาหา ส.ส. ส.ส. จะไปพูดกับท่านนายอําเภอ ไปพูดกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือทําเปึนเอกสารหลักฐานอะไรถือว่าแทรกแซง การก้าวก่าย หรือแทรกแซงนั้นมีมาตรฐานตรงไหนล่ะครับที่จะแยกชัดว่า อ้ายนี่ไม่ใช่ก้าวก่ายนะ อ้ายนี่ไม่ใช่แทรกแซงนะ สมมุติว่าประชาชนเดือดร้อนมาไม่ได้รับความเปึนธรรม ผมประสานไปถึงท่านนายอําเภอ ไปถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด บอกว่าช่วยดูแลหน่อยนะ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนนะ พอช่วยได้ช่วยหน่อย ถ้าสมมุติว่าเกิดผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอไม่ชอบขี้หน้า ส.ส. ท่านประธานครับ เขาเอาเรื่องนี้มาร้องและสามารถถอดถอน ส.ส. ได้ หาว่าไปก้าวก่ายข้าราชการประจํา แล้วอย่างนี้ ส.ส. ในสภาไม่รู้จะปฏิบัติหน้าที่อย่างไร เอาล่ะหน้าที่ออกกฎหมาย แก้กฎหมายในสภาก็พูดกันตรงนี้ แต่ว่าในความเปึนจริงของความเปึนนักการเมือง ในความเปึนจริงของ ส.ส. นั้นต้องอยู่กับพี่น้องประชาชน คลุกคลีตีโมง กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวรากหญ้าเขาไม่มีโอกาสนะครับ สถานะของเขา เขาไม่มีโอกาสที่จะมาติดต่อขอรับการแก้ไขจากรัฐมนตรี จากผู้หลักผู้ใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้ เขาก็ต้องอาศัย ส.ส. มาตรานี้ผมขอเรียนกับท่านประธานว่า เปึนปัญหาที่ทําให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลําบากใจเปึนอย่างยิ่งในการที่จะปฏิบัติ หน้าที่ เพราะถ้าหากว่าไม่สนใจไม่ดูแลปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็บอกว่า ส.ส. คนนี้ใช้ไมได้ พึ่งพาอาศัยไม่ได้สมัยหน้าก็ไม่เลือก เพราะ ส.ส. ก็กลัวไม่ได้รับเลือกตั้ง นี่คือเนื้อหาสาระส่วนหนึ่งที่ผมเรียนว่าจําเปึนล่ะครับ ที่สภาแห่งนี้จะต้องนํามาพิจารณาศึกษาให้ละเอียดและต้องดําเนินการแก้ไขในโอกาส ต่อไป และนอกจากนั้นมาตราเจ้าปัญหาที่บางฝักบางฝ์าย บางกลุ่มบอกว่าพวกผม ที่ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแก้ไขเพื่อตัวเอง จะแก้ไขเพื่อพรรคพวก นั่นก็คือ มาตรา ๒๓๗ การกระทําความผิดของกรรมการบริหารพรรค ของสมาชิกพรรค ท่านประธานครับ ความจริง ถ้าใครจะไปทําอะไรผิดนั้นไม่มีใครบอกกล่าวกันหรอกครับ แต่ถ้าสมมุติว่ากระทํา ความผิดออกมาแล้ว การวินิจฉัยของ กกต. การวินิจฉัยขององค์กรอิสระบอกว่ามีส่วนรับรู้ มีส่วนรู้เห็นในการกระทําความผิดนั้น ทั้ง ๆ ที่ผิดหรือไม่ผิดก็ไม่รู้แต่ว่าเปึนดุลยพินิจ ขององค์กรอิสระนั้น ๆ เปึนดุลยพินิจของท่าน กกต. เกิดวินิจฉัยว่ามีส่วนรู้เห็นก็จะนําไปสู่การ ลงโทษให้ใบแดง เอาล่ะครับ ถ้าหากว่ากรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคคนนั้น กระทําความผิดด้วยตัวเขาเองและตัวเขาได้รับโทษทัณฑ์โดนใบเหลือง โดนใบแดง เราไม่ว่าอะไรก็รับใช้กรรมกันไปตามการกระทําของแต่ละบุคคล แต่ว่าการให้ใบแดง กรรมการบริหารพรรคจะนําไปสู่การยุบพรรค ท่านรู้ไหมครับ บทเรียนจากการยุบพรรค ไทยรักไทยในอดีตที่ผ่านมาทําให้นักการเมืองที่ได้ทําคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ จํานวน ๑๑๑ คนเหมือนกับตายทั้งเปึนทางการเมืองไม่มีสิทธิมีเสียงอะไรเลย จะไปสมัคร ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้ จะไปเลือกก็ไม่ได้ มีเวทีทางการเมืองจะไป เดินผ่านหน้าเวทีทางการเมืองก็ยังไม่ได้อีกครับ นี่เขาผิดอะไรหรือครับ แล้วที่สําคัญที่สุด การตัดสิทธิทางการเมือง ๑๑๑ คนเปึนการออกกฎหมายย้อนหลังของ คปค. โดยหลักการ ของกฎหมายนั้นจะออกให้คุณย้อนหลังได้ แต่ถ้าจะออกให้โทษมันย้อนหลังไม่ได้ แต่ท่านประธานครับ คปค. สสร. ชุดนี้ทําได้ทุกอย่างครับ คือรวบรวมเอาประกาศของ คปค. รวบรวมเอาคําสั่งทั้งหลายทั้งปวงเอามารวมเปึนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ทั้งหมด ฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓๗ เปึนมาตราที่ไม่ให้ความเปึนธรรมกับคนไทย ที่เข้าสู่กระบวนการทางการเมือง มาตรานี้จําเปึนต้องศึกษา จําเปึนต้องดําเนินการแก้ไข และนอกจากนั้นครับท่านประธาน มาตรา ๒๖๖ การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ของ ส.ว. ที่ผม ได้เรียนท่านประธานไปแล้วว่าจําเปึนจะต้องมีการศึกษาและแก้ไข ที่สําคัญที่สุด ที่กระผมอยากจะมาย้ํานะครับท่านประธาน กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๙ ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๙ ขอประทานอภัยท่านประธานว่า ผมขออนุญาตลงไปในเนื้อหาสั้น ๆ มาตรา ๓๐๙ บัญญัติไว้ว่า บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรอง ไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่ว) ขอประทานอภัย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ นั่นก็คือประกาศของ คปค. แล้วก็มาเขียนรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ป้ ๒๕๔๙ ถือว่า เปึนการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้น ๆ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๓๐๙ ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนการเขียน กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรมให้กับคนกระทําการรัฐประหารยึดอํานาจ ถ้าเปึน ในสมัยโบราณถือว่าเปึนกบฏต้องถูกตัดคอเจ็ดชั่วโคตร แต่ว่ารัฐธรรมนูญเขียนนิรโทษกรรม เอาไว้ เอาล่ะ นิรโทษกรรมเมื่อเขารัฐประหารทําสําเร็จก็ถือว่าเขาเปึนผู้ชนะไม่ได้เปึนกบฏ เขียนนิรโทษกรรมให้เฉพาะการกระทําที่ผ่านมา ไม่เปึนไรครับท่านประธาน แต่นี่ดันเขียน นิรโทษกรรมให้กับคนที่ทํารัฐประหาร ทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งก่อนหน้า ปัจจุบัน และการกระทําใด ๆ ในอนาคตด้วย นอกจากนิรโทษกรรมให้กลุ่มผู้ก่อการรัฐประหาร ยังไม่พอ กลุ่มบุคคล องค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ คมช. แต่งตั้งขึ้นมา ไม่ว่าจะกระทําการใด ๆ ก่อน หน้า ปัจจุบัน และอนาคต ถือว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ทั้งหมดครับ ผมไม่เข้าใจว่านักวิชาการทางกฎหมายที่เชี่ยวชาญของประเทศไทย ผมไม่เข้าใจว่า นักการเมืองที่เราต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิตกว่าจะได้ประชาธิปไตยมายอมรับ ให้มีมาตรา ๓๐๙ นี้ได้อย่างไร เพราะเปึนการเขียนนอกจากนิรโทษกรรมแล้ว ที่ผ่านมาแล้ว ยังเขียนนิรโทษกรรมไว้ หมายความว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ใช้ดําเนินการไปนาน เท่าไร ผู้กระทําความผิดที่เกิดขึ้นจากบุคคล องค์กรอิสระดําเนินการใด ๆ ก็สามารถได้รับ การอภัยโทษ สามารถได้รับการปลดเปลื้องความผิดไปตลอดชั่วอายุของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉะนั้นผมจึงขอเรียนท่านประธานที่เคารพว่า กระผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนมาอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ มีศรี ฉะนั้นจึงเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงแม้จะประกาศใช้มาได้ไม่นานนักหลายคนบอกว่าทําไมจึงไม่ใช้ ไปก่อน ๒ ป้ ๓ ป้ แล้วค่อยดําเนินการแก้ไข ผมขอเรียนท่านประธานว่าที่มา เนื้อหาสาระ เราได้เห็นเปึนที่ประจักษ์แล้วว่ามันไม่เปึนไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ถ้าเปรียบเสมือนอาหารก็เปึนยาพิษครับท่านประธาน เมื่อเรารู้ว่านี่คือยาพิษทําไมละครับ เราถึงจะต้องกินอาหารที่มียาพิษอีกลงไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยไปแก้ไขทีหลัง ดังนั้น ผมจึงขอเรียนท่านประธานว่าในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครพนม ของพี่น้องคนไทย ผมขอให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อมีการศึกษา และนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป
แล้วผมฝากประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียกร้อง ต่อสภาแห่งนี้และจะฝากเรียกร้องถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศด้วยครับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กําลังจะศึกษาและเกิดมีขึ้นในอนาคตนั้นมันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ ผมเรียกร้องทุกฝักทุกฝ์ายว่าสภาแห่งนี้เปึนสถานที่ที่จะใช้แก้ไขปัญหา ของประเทศชาติ ท่านประธานเห็นไหมครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญ ที่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติมากมาย เริ่มตั้งแต่เริ่มเขียนกันก็มีปัญหาแล้ว เกิดความแตกแยก ในสังคมแล้ว นํามาสู่การลงประชามติก็แตกแยกในสังคมแล้ว ประกาศใช้แล้วขณะนี้ ก็มีปัญหามากมาย ไม่ใช่ผลจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้หรือครับจึงมีรัฐอิสระ ที่อยู่ถนนราชดําเนินสะพานมัฆวานรังสรรค์ในขณะนี้ ไม่ใช่เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือครับจึงทําให้ปัญหาทุกปัญหาไม่สามารถจะแก้ไขได้เลย ลุกลาม ม็อบเกิดขึ้น เปึนดอกเห็ด ใครไม่พอใจอะไรออกมาป่ดถนน ใครไม่พอใจอะไรออกมาเดินขบวน แล้วอย่างนี้อย่าว่าแต่ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช เลยครับเปึนนายกรัฐมนตรีที่จะแก้ปัญหา ชาติบ้านเมืองได้ ผมเรียนว่าแม้แต่พรรคเก่าแก่ที่อยู่ยาวนานมาเปึนผู้บริหาร หัวหน้าพรรคมาเปึนนายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถที่จะดํารงได้ ฉะนั้นผมจึงเรียน ท่านประธานว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จําเปึนโดยเร่งด่วนครับที่จะต้องดําเนินการ แล้วในความรู้สึกส่วนตัว ในความคิดเห็นส่วนตัวว่าเราไม่ควรจะแก้ไขเปึนบางมาตรา เพราะถ้าเน้นไปแก้ไขมาตรา ๒๓๗ มาตรา ๓๐๙ ก็จะหาว่าแก้ไขเพื่อพรรคตัวเอง แก้ไขเพื่อพวกพ้อง ผมขอเสนอคณะกรรมาธิการที่ได้รับการมอบหมายแต่งตั้งต่อไปว่า ขอให้ไปศึกษาในรายละเอียดและนําเอาแนวความคิดในการที่จะแก้ไข นําเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด ประชาชนมีส่วนร่วมที่สุด ใช้มาเปึนสิบป้ ปัญหาน้อยที่สุด เพราะอย่างน้อย ๆ การใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เกือบสิบป้ไม่มีปัญหา ก็มีปัญหาแต่ช่วงท้าย ๆ เพราะว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มสูญเสียผลประโยชน์ เลือกตั้ง แพ้ทุกทีในที่สุดก็ต้องไปพึ่งพิงอํานาจนอกสภามาดําเนินการเพื่อที่จะล้มล้างรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย เพื่อที่จะให้ตัวเองได้ขึ้นสู่อํานาจ โดยอาศัยใต้ร่มของเผด็จการ คมช. ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตแทรกนิดหนึ่งครับ เนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ กําหนดให้ประธานสภาต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้อย่างทั่วกัน เว้นแต่ มีเหตุขัดข้องให้แจ้งที่ประชุมทราบ เราได้ทําหนังสือไปยังอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ตามหนังสือที่ สผ ๐๐๘/๕๙๓๔ ลงนามโดยท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รับแจ้งมาว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยได้ทําหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๘.๐๒/๒๔๘๐ เรื่อง การถ่ายถอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เรียน เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร อ้างถึงหนังสือสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ สผ ๐๐๐๘/๕๙๓๔ ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ ตามหนังสือที่อ้างถึงสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอสนับสนุนเวลาการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติด่วน เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการใช้และการปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมรัฐสภา ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๑ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น สถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทยขอเรียนให้ทราบว่า เนื่องจากติดภารกิจจึงไม่สามารถให้การสนับสนุน ถ่ายทอดสดได้ ทั้งนี้ทางสถานีจะจัดส่งทีมข่าวมารายงานข่าวเพื่อเผยแพร่ต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขออภัยมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ นายสุริยงค์ มูลหะถะสาร ผู้อํานวยการส่วนจัดและควบคุมรายการ รักษาราชการแทนผู้อํานวยการ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ประธานจึงต้องแจ้งตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๑ ให้ที่ประชุมรับทราบและบันทึกไว้เปึนหลักฐาน ทําตามข้อบังคับนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ต่อไปก็ขอเชิญคุณไชยยศ ในฐานะเปึนเจ้าของญัตตินะครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม ไชยยศ จิรเมธากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอประทานโทษท่านประธาน เมื่อวานนี้ ท่านประธานเรียกชื่อผมพอดีคุณพ่อผ่าตัดแวะออกไปประมาณชั่วโมงกว่ากลับเข้ามา ไม่ทันจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมและท่าน ส.ส. รณฤทธิชัย คานเขต ร่วมกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อแผ่นดินได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้แต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการใช้และปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อให้การอภิปรายของผมเปึนไปโดยสมบูรณ์ ใคร่ขออนุญาตท่านประธานอ่านตัวญัตติ ของผมพอสังเขปดังนี้ครับ
ตามที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นําไปสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และประกาศ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามความแจ้งอยู่แล้วนั้น ปัจจุบันมีการวิพากษ์วิจารณ์และมีความคิดเห็นที่หลากหลายต่อการใช้และปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทั้งในฝ์ายที่สนับสนุนและเห็นควรให้มีการปรับปรุงแก้ไข มีการเคลื่อนไหวของบุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความวิตกกังวลต่อความสามัคคีภายในชาติ และภาพพจน์ของชาติต่อประชาคมโลก รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีทั้งข้อดีและข้อด้อย มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยดังที่จะเห็นได้จากการลงประชามติ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีผู้ลงคะแนนเห็นชอบประมาณ ๑๔ ล้านเสียง ไม่เห็นชอบประมาณ ๑๐ ล้านเสียง ซึ่งถึงแม้เสียงข้างน้อยจะแพ้ต่อประชามติแต่ยังคงได้รับการเคารพ ตามหลักการเคารพต่อเสียงข้างน้อยที่เรียกกันว่า ไมนอริตี้ ไรท์ (Minority rights) บัดนี้ เปึนที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บังคับใช้ มาระยะหนึ่ง ได้เกิดความพยายามของหลายฝ์ายในการขอแก้ไขปรับปรุงในหลากหลาย ประเด็นซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอันก่อให้เกิดความแตกต่างในแนวความคิด กันโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมานฉันท์และปัองกันความแตกแยกในสังคม รวมทั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปที่มาจากการรวบรวมความคิดเห็นของทุกฝ์าย สมควรที่ สภาผู้แทนราษฎรจะได้ทําหน้าที่เปึนสื่อกลางระหว่างฝ์ายการเมืองและภาคส่วนต่าง ๆ ทุกภาคส่วนจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่งโดยมีองค์ประกอบจาก ทุกภาคส่วน เช่น นักวิชาการ ภาคประชาชน และอื่น ๆ เพื่อพิจารณาผลดี ผลเสีย ปัญหา และอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดจากการใช้การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และนําผลการศึกษามาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดําเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมต่อไป
ท่านประธานที่เคารพครับ คงต้องเปึนที่ยอมรับกันว่าประเทศไทยของเรานั้น เปึนประเทศหนึ่งที่มีการใช้รัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก เรามีรัฐธรรมนูญผ่านมานับ สิบฉบับ มีทั้งฉบับที่ได้รับการยอมรับ ฉบับที่ไม่ได้รับการยอมรับ ในหลาย ๆ ฉบับนั้นมีฉบับ ที่ได้รับการยอมรับว่าเปึนประชาธิปไตย ยกตัวอย่าง เช่น ฉบับป้ ๒๕๑๗ ฉบับป้ ๒๕๒๑ ฉบับป้ ๒๕๔๐ และฉบับปัจจุบัน ฉบับปัจจุบันที่กําลังบังคับใช้อยู่นี้เราคงต้องยอมรับว่า มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตกล่าวถึงข้อดีของ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปึนรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่เป่ดโอกาส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการลงประชามติ มีการกําหนดด้านสิทธิเสรีภาพ กระบวนการ คุ้มครอง เช่น สิทธิที่ให้ชุมชนสามารถฟัองร้องหน่วยงานของรัฐได้ ให้ประชาชนมีสิทธิ ฟัองร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงเปึนครั้งแรกในกรณีของการละเมิดสิทธิและ เสรีภาพ มีการกําหนดให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น กําหนด การคุ้มครองเด็ก เยาวชน สตรี และคนพิการ มีการกําหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ไว้อย่างละเอียดลออ ทําให้รัฐบาลต้องระบุให้ชัดเจนในการกําหนดนโยบายที่แถลงต่อ สภารวมถึงต้องรายงานความคืบหน้าการดําเนินการและปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในการ ดําเนินการตามนโยบายที่แถลงต่อสภากลับให้สภาได้รับทราบอีกครั้ง กําหนดให้มี ส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนโดยตรง มีการลดจํานวนประชาชนในการเข้าชื่อเสนอ กฎหมายให้เหลือเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ๒๐,๐๐๐ รายชื่อสําหรับการเข้าชื่อถอดถอน บุคคลผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๕๐,๐๐๐ รายชื่อสําหรับการขอแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ กําหนดให้การลงประชามติมีผลผูกพันต่อการตัดสินใจในการดําเนินนโยบาย ต่าง ๆ ของรัฐบาล มีการกําหนดเงื่อนไขให้การใช้จ่ายงบประมาณให้รัฐบาลซึ่งเปึน ฝ์ายบริหารต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา ต้องแจกแจงที่มาที่ไปของงบประมาณ รวมตลอดถึงภาระการผูกพันที่รัฐบาลในอนาคต หรือประเทศชาติจะต้องรับผิดชอบต่อการเสนอนโยบายการใช้จ่ายงบประมาณในครั้งนั้น มีการกําหนดห้ามไม่ให้มีการนําเงินรายได้นอกงบประมาณไปใช้จ่ายโดยอาศัยอํานาจของ รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีโดยไม่ผ่านสภา มีการเป่ดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสเปึนรัฐมนตรีโดยไม่ต้องลาออกจากตําแหน่ง ส.ส. ท่านประธานครับ ที่ผมกล่าวว่า เปึนข้อดีมิใช่ว่าเพราะผมหรือเพื่อนสมาชิกที่นั่งกันอยู่ตรงนี้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับท่านประธาน ประเทศอื่นที่เขาเจริญแล้วไม่ว่าจะเปึนอังกฤษ เปึนญี่ปุ์นที่เปึนประเทศประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์เปึนประมุข เขาก็ใช้ระบบนี้ เหมือนกัน เพราะอะไรครับ เพราะว่า ส.ส. คือบุคคลที่มาจากการเลือกสรร การมอบหมาย อํานาจของประชาชน เมื่อ ส.ส. ขึ้นไปทําหน้าที่เปึนรัฐมนตรีมีความรับผิดชอบที่ต้อง รับผิดชอบต่อประชาชน รับผิดชอบต่อพรรคที่ได้แถลงนโยบายไว้ต่อประชาชน ท่านประธานคงจะเห็นครับว่าที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งในบางหน่วยงานเราเชื่อมั่น ในคนนอก วันนี้ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานรับทราบว่าวันนี้เรามีวิกฤติพลังงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าไม่ได้โทษท่านรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่ง แต่ผมเชื่อมั่นว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง กับการพลังงานหลายต่อหลายท่านที่คณะรัฐบาลที่ผ่านมาได้แต่งตั้งมาจากบุคคล ที่มาจากบริษัทค้าน้ํามันเปึนหนึ่งในปัญหาอุปสรรคหรือเปล่า นี่เปึนเพียงข้อสังเกต ไม่ได้กล่าวหานะครับว่าเปึนปัญหาอุปสรรคหรือเปล่าที่การดําเนินการเรื่องพลังงาน ทดแทนทั้งหลายไม่คืบหน้า เพราะว่ามันมีอะไรครับ มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีคอนฟลิคท์ ออฟ อินเทอเรสท์ (Conflict of interest) ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้มีการพยายามผลักดันพื้นที่การปลูกพืชพลังงาน มีการพยายาม ผลักดันการวางท่อแก๊สเอ็นจีวี (NGV) เพื่อที่จะนําไปใช้ในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตภาคอีสานตอนใต้ของท่านประธาน โดยจะต่อท่อแก๊สขึ้นไปยังอําเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อไปขึ้นรถไฟที่นั่นลําเลียงต่อไป เป่ดปัูมในพื้นที่อีสานใต้ ในอีสานตอนบน ในจังหวัดอุดรธานีของผม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสกลนคร จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนมจะเป่ดใช้ เร่งรัดให้มีการเป่ดใช้หลุมแก๊สที่ภูฮ่อมจังหวัดอุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่ได้เคลื่อนไหว ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประสานงานไปกับทางกระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี พินิจ จารุสมบัติ และผมในขณะนั้นดูแลโรงงานอุตสาหกรรมทางทหารที่ยังไม่ได้ใช้ ประโยชน์สร้างไว้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เอามาทําอะไรครับท่านประธาน มาทําถังแก๊ส ถังแก๊สมันไม่ได้มีเทคโนโลยีอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าต้องมีรับความกดดันที่เรา เรียกกันว่า เพรสเชอร์ (Pressure) จํานวนมหาศาล วันนี้สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันทําได้ก็เพียง แค่ลดภาษีนําเข้าถังแก๊สจากต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้ผ่านไป ๓ ป้ การอนุมัติ เอทานอล โรงงานเอทานอลอนุมัติไปประมาณ ๔๐ โรงงาน ขณะนี้ยังไม่ได้คืบหน้าไป ถึงไหน โรงงานอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นที่จะเปึนผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ที่ปลูกอ้อยจะดึงราคาอ้อย ราคามันขึ้นมายังไม่คืบหน้า เพราะวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) หรือการให้บริการจุดเดียวมันถูกยกเลิกไป แล้วก็คนที่ต้องการจะตั้งโรงงาน เอทานอลจะต้องไปผ่านกระบวนการหลายกระทรวง วิสัยทัศน์ความคิดของ ในแต่ละกระทรวงก็ปกปัองผลประโยชน์ของตนเอง เช่น สรรพสามิตก็เกรงว่าการทํา เอทานอลแล้ววันหนึ่งจะแปรเปลี่ยนเปึนโรงงานผลิตเหล้าขาวได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เรามีรัฐมนตรีไม่ได้มาจากพรรคผมหรอกครับ มาจากพรรคร่วมรัฐบาล ท่านเปึนผู้หญิงมาจากผู้รับราชการทหารมาก่อนแต่ท่านก็ทําได้ดี ผมกราบเรียน กับท่านประธานครับ เพราะว่าท่านเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านต้องรับผิดชอบ ต่อนโยบายของพรรค รับผิดชอบต่อนโยบายของรัฐบาล บรรดาคนภายนอกทั้งหลายเมื่อเขาจบออกไปแล้วปัญหาประเทศชาติที่ทิ้งอยู่วันนี้ ใครรับผิดชอบครับ พ้นตําแหน่งไปแล้วก็จบกันไป แต่ผมไม่ได้บอกว่าวันนี้จําเปึนจะต้อง เปึนเฉพาะ ส.ส. เท่านั้น ไม่ได้ป่ดกั้นตรงนั้น ยังเห็นว่ามีวิกฤติทางด้านบุคลากรอีกที่ บางครั้งบางคราวเราจําเปึนจะต้องเอาผู้เชี่ยวชาญจากบุคคลภายนอกเข้ามาเปึนรัฐมนตรี ก็ยังเป่ดช่องที่จะให้บุคคลภายนอกเข้ามา ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ผมกราบเรียน ให้ท่านประธานเห็น ข้ามไปนิดหนึ่งถึงจุดบกพร่อง ท่านประธานจําได้ไหมว่าในคราวที่ จัดตั้งรัฐบาลชุดปัจจุบันมีรายชื่อบุคคลที่สมควรแก่การเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลายต่อหลายท่าน ไม่ได้แปลว่าท่านนี้ไม่มีคุณสมบัติ มีแต่บุคคลภายนอก แล้วบุคคล เหล่านั้นปฏิเสธการเข้ารับตําแหน่งเพราะอะไรครับ ก็เพราะบอกว่ากลัวเงื่อนไขต่าง ๆ ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ข้อดีข้อต่อไป รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกําหนดให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบต่อกระบวนการการดําเนินการของสภา เช่น กําหนดว่าจะต้องมาตอบ กระทู้ถามด้วยตนเอง มีการเพิ่มอํานาจในการเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลและมาชี้แจง ต่อสภา
ข้อดีอีกประการหนึ่งเปึนข้อดีที่สําคัญมากก็คือ กําหนดให้มีประมวลจริยธรรม ทั้งในฝ์ายการเมืองและข้าราชการประจําที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ ประกอบกับมาตรา ๓๐๔ ว่าจะต้องกําหนดประมวลจริยธรรมของทุกฝ์ายให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งป้นับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเดือนสิงหาคมนี้ ก็จะครบแล้ว ท่านประธานครับ ยังมีข้อดีอีกหลายข้อ แต่ว่าขอยกพอสังเขปเท่านี้ ในขณะเดียวกันมีข้อดีที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วก็ยังมีข้อเสียอยู่ในตัวมันเอง การลงประชามติที่ผมบอกว่าเปึนข้อดี แต่มันก็มีข้อเสียว่าประชามติในการลงครั้งที่ผ่าน มาเป่ดโอกาสให้ประชาชนเลือกเพียงแค่ว่ารับหรือไม่รับ ประชาชนไม่ได้มีโอกาสเลือกว่า อยากได้ ส.ส. เขตเล็กเบอร์เดียว อยากให้มี ส.ว. มาจากการเลือกตั้งหรือเปล่า ปัญหา ที่สําคัญของการลงประชามติก็คือว่า เราได้ให้ความรู้กับประชาชนเพียงพอแล้วหรือไม่ ดังนั้นเมื่อเกิดการลงประชามติไป ๑๔ ล้านเสียงรับ ก็ยังมีคนมากล่าวอ้าง ไม่มีใครรู้ ความจริงหรอกครับ เพราะไม่มีใครรู้ว่าคนลงนั้นเขาคิดอะไร แต่ก็มีคนบอกว่า ใน ๑๔ ล้านเสียงที่รับ รับก็เพียงเพราะต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ แล้วจะได้เข้ามาแก้ไขกัน ในสภาผู้แทนราษฎร ต้องการให้ประชาธิปไตยกลับคืนมา
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมบอกว่ามีการกําหนดเสรีภาพของ ประชาชน ในขณะเดียวกันในหมวดเสรีภาพของปวงชนชาวไทยและความเสมอภาคนั้น ในมาตรา ๓๑ กําหนดไว้ว่า ข้าราชการฝ์ายต่าง ๆ ย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกับประชาชน ในการมีสิทธิเสรีภาพความเสมอภาค ท่านประธานครับ มองดูแล้วดี แต่ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานว่า วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้รองรับการก่อม็อบ (Mob) ของข้าราชการประจํา ได้ด้วยหรือเปล่า ถ้าวันหนึ่งมีข้าราชการประจําหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่พอใจ เรื่องเงินเดือน ไม่พอใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ตามออกมาก่อม็อบโดยอ้างสิทธิในมาตรา ๓๑ ประกอบกับมาตราอื่น ๆ จะเปึนม็อบที่น่ากลัวครับท่านประธาน เพราะเขาคือบุคลากร ของรัฐ กินเงินเดือนของรัฐ แล้วมีเครื่องไม้เครื่องมือของรัฐอยู่ในมือ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมบอกว่าการกําหนดนโยบายแห่งรัฐ กําหนดไว้อย่างละเอียด ความละเอียดบางครั้งก็ดี แต่บางครั้งถ้ามากไปก็เปึนความหยุมหยิม ๑๐ กว่ามาตราที่กําหนดไว้ ท่านประธานครับ ลองไปไล่ดูทีละข้อ ๆ ใน ๑๐ กว่ามาตรา มีการผมไม่กล้าใช้คําพูดว่า ซ่อน แต่ว่ามีการระบุไว้ทั้งหมด ๑๐๐ กว่าเรื่อง เกือบ ๒๐๐ เรื่อง ปัญหาก็คือว่า มันมีข้อดีว่ารัฐบาลจะต้องดําเนินการไปตามนั้น แต่โลกเราวันนี้มันเปลี่ยนไปเร็ว เมื่อก่อนสิบกว่าป้ที่แล้วเราฮิตคําว่า โลกาภิวัตน์ วันนี้โลกมันไร้พรมแดนจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ผมกราบเรียนถามว่า ถ้าหากว่าสภาวการณ์นโยบายต่าง ๆ ที่ต้องออกมา มันไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ แล้วมันขัดกับรัฐธรรมนูญเราจะทําอย่างไรครับ วันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วก็คือว่ารัฐบาล รวมถึงพรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ในสภาแห่งนี้เขียนนโยบายของพรรคการเมือง แทบจะไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมันครอบคลุมไว้หมด ไปเขียน ไม่ดีเสนอแนวนโยบายใหม่มันจะดีแต่อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญก็ได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นการที่กําหนดไว้ละเอียดนี่ มันก็ต้องอิงหลักวิชาการ ผมคิดว่า ยังมีจุดบกพร่องในเรื่องนี้ เมื่อสักครู่ผมบอกว่าการกําหนดเรื่องนโยบายงบประมาณ เปึนสิ่งที่ดี ท่านประธานครับ วันที่ ๒๕-๒๖ หรืออาจจะเปึนวันที่ ๒๗ ด้วยสภาแห่งนี้ จะต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณรวมถึง วุฒิสภาที่จะต้องร่วมกันทํา ประชุมกัน ๓ วัน ๒ คืน แล้วก็ไปในชั้นคณะกรรมาธิการ แล้วก็ กลับมา ๓-๔ อาจจะ ๓ วัน ๒ คืนเหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคยเปึน กรรมาธิการงบประมาณร่วมกับท่านประธาน ซึ่งท่านประธานทําหน้าที่เปึนประธานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ งบประมาณหลายต่อหลายครั้งผมได้เขียนข้อสังเกตไว้ในสภาแห่งนี้ เขียนไว้ว่าอย่างไร ครับท่านประธาน การที่เราเสนองบประมาณนั้นเราเรียกว่าร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณ เมื่อผ่านสภาแล้วทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยมาใช้บังคับเปึน พระราชบัญญัติงบประมาณ ท่านประธานครับ มีท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งชอบใช้ คําว่า ของพรรคพลังประชาชน ไม่ได้เสียหายหรอกครับพี่สงวน ท่านชอบใช้ คําว่า เปึนพิธีกรรม วันนี้การที่เราประชุมกันเสียเวลาหลายสิบวัน สิ้นเปลืองงบประมาณ ในการประชุม เปลืองเวลาทั้งของ ส.ส. ส.ว. ในการประชุมงบประมาณ ผมกราบเรียน มันเปึนพิธีกรรมเท่านั้นเพราะอะไรครับ เราเปึนเพียงแค่ตรายาง เปึนเพียงแค่ตรายาง ตามกฎหมายปัจจุบัน เพราะท่านประธานประชุมกันไปเสร็จได้พระราชบัญญัติ ซึ่งเปึนกฎหมายฉบับหลักของประเทศเข้าไปแล้วกรรมาธิการจะไปตัดงบประมาณปรับลด ในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ตาม แก้ไขอย่างไรก็ตาม พอเสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ใช้มติคณะรัฐมนตรีประกอบกับวิธีการงบประมาณ มติคณะรัฐมนตรีเปึนกฎหมายฉบับรอง ใช้กับระเบียบวิธีการงบประมาณที่ออกโดยท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ สามารถแก้ไขงบประมาณได้ครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าท่านประธานก็เคยทราบ เมื่อก่อนเราเคยตัดงบลับของหน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่งกลับเข้าไปถึง ตัดกัน เรียบร้อยสภาแถลงข่าว พอไปถึงมติ ครม. ก็กลับคืนให้เขา ถึงเวลาแล้วหรือยังครับที่เราจะกําหนด ในรัฐธรรมนูญให้มันชัดเจนว่าการพิจารณางบประมาณแล้ว เปึนร่างพระราชบัญญัติแล้ว ต้องให้ความสําคัญกับร่างพระราชบัญญัติไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยมติ ครม. ถ้าหากมีความจําเปึนต้องเปลี่ยนก็ต้องเอากลับเข้ามาขอความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีการเพิ่มความรับผิดชอบให้สูงขึ้น กําหนดว่า ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามในสภามาชี้แจงในสภาด้วยตนเอง แต่ไม่ได้มีบทบังคับไว้ว่าถ้าท่านไม่มาแล้วเกิดอะไรขึ้น มอบหมายคนอื่นแล้วเกิดอะไรขึ้น สภาเปึนที่คาดหวัง เราตั้งคณะกรรมาธิการวันนี้เราเลื่อนญัตติจะตั้งคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นไปมีคนคาดหวัง มีคนเคยถามผมว่าเปึน ส.ส. มาหลายสมัย กรรมาธิการทําไมทําอะไรไม่ค่อยได้สําเร็จ ผมกราบเรียนว่าเพราะอะไรครับ เพราะว่านักวิชาการหรือคนทั้งหลายในประเทศนี้มักจะบอกว่าทําไมประเทศไทยสภาไทย มาตรฐาน ส.ส. ไทยไม่เปึนเหมือนต่างประเทศ ไม่เปึนเหมือนประเทศนั้นประเทศนี้ ก็เพราะเราไม่เคยเป่ดโอกาสให้ ส.ส. เรามีอํานาจแบบนั้น เพราะการร่างกฎหมายทุกครั้ง จะเห็นว่า ส.ส. นักการเมืองคือประชาชนชั้น ๒ คิดว่าคนเหล่านี้เข้ามาเพื่อแสวงหา ผลประโยชน์อํานาจให้กับตัวเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมกรรมาธิการของรัฐสภา อเมริกาเขาถึงได้ยิ่งใหญ่ ง่ายนิดเดียวครับ สภาเราก็ทําได้กําหนดสิครับ แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วกําหนดว่าให้กรรมาธิการเปึนเจ้าพนักงานสอบสวนแห่งรัฐ เท่านั้นเอง เพราะว่าถ้าผู้ที่เข้ามาในสภามาโกหกต่อสภา มาไม่รับผิดชอบ วันหนึ่ง เปึนการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเล่ากราบเรียน ให้ท่านประธานฟัง ที่ต้องยกตัวอย่างเรื่องนี้เพราะท่านประธานในขณะนั้นเปึนกรรมาธิการ อยู่กับผม ในขณะที่ท่านประธานกับผมเปึนกรรมาธิการการคมนาคมของ สภาผู้แทนราษฎร มีการตั้งมอบหมายให้ผมเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการ การคมนาคมตรวจสอบการบริหารงานของบริษัทการบินไทย ท่านประธานเคยเอาเรื่อง มาให้ผมตรวจสอบผู้บริหารระดับสูงไม่เอ่ยตําแหน่งแล้วกัน เชิญเขากี่ครั้ง ๆ ก็ปฏิเสธ ท่านประธานครับ วันนั้นในครั้งนั้นมีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทการบินไทย ขึ้นมา ผู้บริหารท่านนั้นขึ้นมาประกาศบอกว่าป้นี้จะทํากําไร ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ถัดไป จะทํากําไร ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บังเอิญในช่วงนั้นมีเหตุการณ์ ไนน์วันวัน (9/11) สายการบินในอเมริกายกเลิกแล้วก็ประกาศขายเครื่องบินอายุเพียงแค่ ๒-๓ ป้ ในขณะที่ มาตรฐานเครื่องบินอายุการใช้งานของการบินไทย ๑๐ กว่าป้ ๒๐ ป้ ขายในราคาถูก ประกอบกับการบินไทยกําลังคิดจะซื้อเครื่องบิน คณะกรรมาธิการเชิญมาแล้วถามว่า ทําไมท่านไม่ไปซื้อเครื่องบินอันนี้ ผู้บริหารท่านนั้นประกาศต่อคณะกรรมาธิการบอกว่า บันทึกเทปเปึนลายลักษณ์อักษรไว้ได้ว่ามันมีปัญหา มีอุปสรรค เขาไปจอดไว้ที่ทะเลทราย ที่อริโซน่า มันมีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ ตราบใดที่ผมเปึนผู้บริหารการบินไทยจะไม่มีวันซื้อ เครื่องบินนี้มาใช้ ท่านประธานทราบไหมครับหลังจากนั้น ๑๐ วัน ประกาศซื้อ ๑๐ ลําครับ แล้วตั้งแต่นั้นเชิญมาอีกไม่เคยมา คณะอนุกรรมาธิการผมพยายามติดต่อไปบอกว่า ไม่ต้องมาสภา จันทร์ถึงศุกร์ท่านว่างวันไหนขอให้บอกเราพร้อมจะไปพบท่าน ประสานไป กับหน้าห้องบอกว่าสมมุติว่าเปึนวันพุธเราออกหนังสือไปวันจันทร์ วันอังคารตอนเย็น ท่านบินแล้วครับทุกครั้งตลอดจนหมดสมัยประชุมสภา
ท่านประธานครับ เรื่องต่อไปมีการกําหนดสิทธิในการได้รับการบริการ สาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ ผมอยากจะยกตัวอย่างครับว่า วันนี้ในมาตรา ๕๓ ถ้าท่านประธานดูในมาตรา ๕๓ พูดกัน ถึงเรื่องบุคคลอายุเกิน ๖๐ ป้ที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ กราบเรียนถาม ท่านประธานว่า วันนี้ความพร้อมทางระบบการเงินการคลังของรัฐบาลสามารถทําได้ เพียงพอหรือยังที่เคยให้กันเดือนละ ๕๐๐ บาท บางเดือนก็ไม่ได้ บางเดือน ก็กระท่อนกระแท่นอันนั้นยังพอว่าครับ ในมาตรา ๕๕ กําหนดไว้ว่า บุคคลซึ่ง ไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ ที่เหมาะสมจากรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ชีวิตคนความเหมาะสมมันอยู่ที่ไหน อยู่ที่ปัจจัยสี่ ปัจจัยสี่คืออะไรครับ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ยารักษาโรค บุคคลเหล่านี้ เมื่อไปประกอบกับมาตราอื่น ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่า ที่ดินของหน่วยงานของรัฐ ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ยังรกร้างว่างเปล่าอยู่ หรือแม้แต่ในรั้วสภาเราเองถ้าเกิดวันหนึ่ง คนจรจัดเดินเข้ามาแล้วมาอาศัยนอนหรือไปปลูกบ้านในที่รกร้างว่างเปล่าต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการแล้วไม่ยอมออก เขาอ้างสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๕ นี้ ท่านประธานจะทําอย่างไร เมื่อสักครู่ท่านศุภชัย อาจารย์แก้ว ได้พูดไปถึงเรื่องเขตเลือกตั้ง ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า มีการกําหนดเขตเลือกตั้งไว้ในมาตรา ๙๔ (๔) เท่าที่ผมจําได้ ติดตามข่าวสารในขณะที่มีการร่างได้มีการทําเฮียริ่ง (Hearing) หรือว่า การไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ไปที่ไหนประชาชนก็อยากได้ เขตเล็กเบอร์เดียว เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าประชาชนได้รับรู้ว่า ส.ส. นั้นหน้าตาเปึนอย่างไร ต้องการ ให้คนในพื้นที่ได้มีโอกาสเติบโตเปึนนักการเมืองได้ ไม่ใช่คนมาจากที่อื่นแล้วอาศัย ความกว้างใหญ่ของเขต คือต่างคนต่างไม่รู้จักหิ้วกระเปิาเงินมาซื้อเสียงแล้วได้เปึน ไปที่ไหนก็มีครับ แต่ปรากฏว่าพอเข้ามาสภาร่างรัฐธรรมนูญก็เสนอขึ้นมาครับท่านประธาน เปึนเขตเล็กเบอร์เดียว สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติแก้จากเขตเล็กเบอร์เดียวเปึนเขตใหญ่ เรียงเบอร์ ด้วยเสียง ๕๐ ต่อ ๓๐ เสียงกระมังครับ ซึ่งผมเชื่อว่าไม่ครบองค์ประชุม แต่เอาล่ะครับเราไม่ได้พูดกันประเด็นนั้น แต่กราบเรียนถามกับท่านประธานครับว่า เหตุผลที่เขาบอกว่าไม่ให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียวเพราะมันจะมีการซื้อเสียง ผมเรียนถามครับว่า การซื้อเสียงได้หรือไม่มันอยู่กับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายถูกต้องไหมครับ เพราะมันคือการทําผิดกฎหมาย เขตเล็กก็ซื้อได้ เขตใหญ่ก็ซื้อได้ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้ประชาชนในเขตบ้านผมไม่ได้โง่ครับ ให้เงินมาเขาก็รับครับ แต่เขาเลือกคนที่เขารู้จัก เลือกคนที่เขาเชื่อมั่นว่ามีความรู้ มีความสามารถจะเปึนตัวแทนของเขาได้ แต่พอมาขยาย เปึนเขตใหญ่ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่า เกิดมาบางหมู่บ้านนี่ผู้แทนราษฎร ไม่เคยเห็นกันเลย เขาก็ไม่เคยรู้จักผม ผมก็ไม่เคยรู้จักเขา วันนี้มันเกิดขึ้นมาเขียน โดยสะท้อนความรู้สึกว่านักการเมืองคือคนที่เลวร้ายกับสะท้อนความรู้สึกในความไม่เชื่อถือ กับประชาชน พี่น้องในท้องถิ่นวันนี้ผมเชื่อว่าเขาฉลาดพอครับท่านประธาน เรื่องของ การเปึนเขตเล็กเบอร์เดียวมันเปึนเรื่องในสังคมโลก ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อก่อนนั้นประเทศญี่ปุ์นเคยมีทฤษฎีนี้เคยคิดกันมาแล้วว่าถ้าเขตใหญ่จะได้ซื้อเสียงไม่ได้ ญี่ปุ์นเมื่อ ๑๐ กว่าป้ย้อนหลังไป เขาเคยกําหนด ๒ จังหวัดเปึน ๑ เขตเลือกตั้ง ผลที่ได้รับ ก็คือว่าทุกคนต้องคบหากับยากูซ่า คบหากับมาเฟ้ย ต้องคบหากับบริษัทใหญ่ ๆ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าเงินที่จะใช้ในการเลือกตั้งมันลําบาก วันนี้บอกว่า กลัวพี่น้องประชาชนจะรับเงิน ไม่อยากให้คนรวยเข้าครอบงํา อยากให้คนยากจน คนมีความสามารถขึ้นมา แต่เงินจาก ๑ ล้านบาทต้องเพิ่มมาเปึน ๑ ล้าน ๕ แสนบาท เพิ่มขึ้นมา ๕ แสนบาทแล้วครับท่านประธาน ในที่สุดญี่ปุ์นก็ต้องกลับมาเปึนเขตเล็ก เบอร์เดียว แล้วที่สําคัญโดยหลักการประชาธิปไตย ผมกราบเรียนถามครับว่า หลักความคิดที่ว่าประชาชนทุกคนในชาติต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน เขียนไว้แต่ว่า มีความขัดแย้งกัน ขออนุญาตพูดกันเรื่องนี้ทีไรก็ต้องพูดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือจังหวัดของท่าน ส.ส. รังสิมา มี ส.ส. ได้คนเดียว จังหวัดอุดรธานีบ้านผม เขต ๓ กับเขต ๔ มี ส.ส. ได้ ๒ คน พี่น้องประชาชนจังหวัดระนองไปลงคะแนน ๑ คะแนน กา ส.ส. ได้คนเดียว เขต ๓ กับเขต ๔ บ้านผม กาได้ ๒ คน เขตอื่น ๆ ที่เหลือกาได้ ๓ คน พี่น้องครับ พี่น้องเขาสงสัยมาว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ทําไมสิทธิของเขามีสิทธิได้แค่คนเดียว ทําไม สิทธิของเขามีได้แค่ ๒ คน ทําไมสิทธิคนบ้านโน้นถึงมีได้ ๓ คน ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ในการกําหนดคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. กําหนดไว้ในมาตรา ๑๐๔ (๔) กําหนดว่าคนที่จะลงได้จะต้องเคยศึกษาในจังหวัดนั้นต่อเนื่องไม่น้อยกว่าห้าป้การศึกษา รับราชการ หรือเคยมีทะเบียนบ้าน หรือมีทะเบียนบ้านอยู่ไม่น้อยกว่าห้าป้ติดต่อกัน ไล่มาเถอะครับท่านประธาน เมื่อก่อนนั้นเคยกําหนดว่าอดีต ส.ส. ลงสมัครได้ ในเขตพื้นที่ ผมไปเป่ดในเจตนารมณ์ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญเขาเรียนไว้ เขาบอกว่า เพื่อต้องการให้ประชาชนกับ ส.ส. มีความผูกพันกัน รู้จักกันในพื้นที่ แต่เรื่องเขตก็ขัดแย้ง เรื่องนี้ผมถามหน่อยครับท่านประธานว่าคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ ๕ ป้ต่อเนื่อง อาจจะ ไม่เคยไปอยู่เลยก็ได้ แต่คนที่เปึนอดีต ส.ส. ผมรู้จักอดีต ส.ส. บางท่านไม่มีคุณสมบัติ จะกลับไปลงเขตเลือกตั้งเดิม เพราะว่าบ้านเขาอยู่ที่นั่นแหละ แต่พ่อแม่มาซื้อบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ กลัวว่ามีปัญหา จะขายจะมีปัญหาเรื่องภาษีเอาชื่อลูกมาใส่ไว้ วันนี้พอกลับไป เปึนอดีต ส.ส. กลับไป ลงเลือกตั้งไม่ได้ครับ เพราะไม่ได้เข้าคุณสมบัติเลย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องปริญญาจริง ๆ แล้วขออนุญาตข้ามไปแล้วกันครับไม่เปึนการเสียเวลา
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องต่อไป กําหนดเรื่องสมาชิกวุฒิสภาไว้ ให้สมาชิกวุฒิสภามาจาก ๒ แบบ ก็คือ การเลือกตั้งและการแต่งตั้ง คือเลือกตั้ง ๗๖ คน แต่งตั้ง ๗๔ คน ท่านประธานครับ ผมจะไม่ติดใจเลยถ้าหากว่าวุฒิสภาที่มาจาก การแต่งตั้งทําหน้าที่เปึนเพียงสภากลั่นกรอง แต่วันนี้หลักการประชาธิปไตยที่ไหนครับ ที่ให้คนที่มาจากการแต่งตั้งมีสิทธิปลดคนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกล้าพูดได้เลยว่าวันนี้อาจจะยังไม่เกิดปัญหาแต่วันหนึ่ง เกิดปัญหาแน่ ที่สุภาษิตไทยเรียกว่า ปลาสองน้ํา มันตกลงกันไม่ได้ถึงวันก็ต้องมีปัญหากันว่า คุณมาจากการแต่งตั้ง ผมมาจากการเลือกตั้ง ผมต้องรับผิดชอบเปึน ส.ว. ต้องรับผิด ต่อเขตเลือกตั้ง ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน วันหนึ่งก็จะต้องเกิดปัญหา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่ได้ติดใจในประเด็นว่าคนเลือกตั้ง ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ทําไมมีจังหวัดละคน เพราะว่าถ้ามาจากการกลั่นกรองเปึนสภาอีกสภาหนึ่ง มันก็เหมือนกับหลักการของประเทศหลาย ๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา รัฐอะแลสกา เล็กที่สุดประชากรน้อยที่สุดก็มี ส.ว. ๒ คน รัฐแคลิฟอร์เนียมีประชากรมากกว่า ประเทศไทยไม่รู้กี่เท่าก็มี ส.ว. ๒ คน ผมไม่ติดใจ แต่ผมกราบเรียนถามท่านประธาน ผมต้องกราบยืนยันกับท่านประธานก่อนที่พูดเรื่องนี้ไม่ได้คิดจะไปยกเลิก ส.ว. นะครับ แต่ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่า ถ้าหากว่าต่อไปมีปัญหาแล้ว ส.ว. ชุดนี้มีการแก้ไข มันก็ต้องเปึนปัญหากันต่อไปว่าพอ ส.ว. แต่งตั้งครบ ๓ ป้แล้วเราจะเอาอย่างไรกับ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง จะแต่งตั้งใหม่แล้วจะลดอํานาจอย่างไรเพื่อให้มันเปึนไปตามหลัก ประชาธิปไตยหรือจะจบ และถ้าจบแล้วไม่มีการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ถ้าจะแต่งตั้งใครจะแต่งตั้ง ถ้าไม่แต่งตั้ง ส.ว. ที่เหลือจะมีแค่ ๗๖ คน หรือจะเลือกใหม่ แล้วถ้าจะมีการเลือกใหม่ ส.ว. ชุดปัจจุบันจะให้เขาอยู่ครบ ๖ ป้หรือเปล่า ถ้าไม่ให้เขาอยู่ครบ ๖ ป้ เขาอยู่ได้ ๓ ป้ ไปพร้อมกัน จะให้เขาลงเลือกตั้งใหม่ครั้งหน้าได้หรือเปล่า เพราะว่าเขาก็เสียสิทธิเปึน ส.ว. ได้แค่ ๓ ป้ แต่ถ้าให้เขาลงไปครั้งหน้าเขาก็จะได้เปรียบ ส.ว. ชุดอื่น ๆ หรือเปล่าที่เปึนได้ สมัยเดียว ๖ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ก็จะเพียงแค่กราบฝากผู้ที่จะไปเปึน คณะกรรมาธิการไว้เท่านั้นเอง มาตรา ๑๙๐ ครับท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ
ท่านนริศมีอะไรเชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานไม่ปฏิบัติให้เปึนไปตามข้อบังคับ ที่จริงญัตติด่วนเรื่องขอให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านไชยยศ จิรเมธากร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เปึนผู้เสนออยู่ในขณะนี้นั้น ญัตติดังกล่าวเสนอแล้วเมื่อวานนะครับ คือท่านรณฤทธิชัย คานเขต เปึนผู้เสนอญัตตินี้แล้วเมื่อวานนะครับ ท่านประธานอนุญาต ให้คุณไชยยศกระทําได้อย่างเดียวตามข้อ ๕๓ เท่านั้นคือ ให้ถอนญัตติหรือแก้ไขเพิ่มเติม หรือถอนชื่อจากการเปึนผู้ร่วมเสนอได้อย่างเดียวครับ นอกนั้นไม่ได้ ถ้าท่านประธานปฏิบัติ อย่างนี้ญัตติของพรรคประชาธิปัตย์ ๔๗ คนที่ลงชื่อเสนอนี่เราก็สามารถลุกขึ้นอภิปราย ได้ทุกคน ท่านประธานปฏิบัติผิดข้อบังคับครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย
ผมวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คุณไชยยศท่านกําลังติดพันอยู่ก็เลยปล่อยไปตามเลย นิดหน่อยก็ขอความกรุณา คุณไชยยศรวบรัดเพราะว่าปล่อยมามากแล้วกินเวลาคนอื่นเขา ก็ขอความกรุณา ความจริงเนื้อหาสาระดีมาก แต่ว่าขอความกรุณา ขอไปแปรญัตติเอาครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องเวลา ที่ท่านไชยยศใช้ไปนะครับ ผมพูดถึงข้อบังคับที่ท่านประธานหยิบมา
ผมเข้าใจครับ ผมก็ยอมรับ
เพราะว่าท่านประธานไม่สามารถอนุญาต ให้ท่านไชยยศขึ้นมาเสนอญัตติได้อีกนะครับ นอกจากจะเปึนผู้ถอนญัตติออกไปหรือแก้ไข เพิ่มเติมในญัตติที่เสนอเข้ามา ผมนั่งฟังท่านไชยยศมาตลอดนะครับว่า ท่านจะแก้ไข เพิ่มเติมหรือถอนญัตติท่านเมื่อใดเท่านั้นเอง
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ผู้ประท้วงครับท่านประธาน
ครับ
ท่านประธานครับ ผมก็ยังสามารถ ถึงแม้ผมจะไม่ใช้ในฐานะของผู้เสนอ ผมก็สามารถใช้ในฐานะของผู้เสนอร่วมได้ ผมยัง สามารถใช้สิทธิในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ครับท่านประธาน
เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ เดี๋ยวเสียเวลา คุณไชยยศครับ ขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ์ายเถอะครับ ท่านนริศครับ
คือท่านประธานครับ ถ้าไม่อย่างนั้น แปลว่า ๔๗ คนที่เหลือของ
นิดเดียวท่านประธานครับ คือท่านไชยยศ สามารถที่จะอภิปรายได้ แต่ว่าทั้งหมดที่ท่านไชยยศขึ้นมาเปึนผู้เสนอ เมื่อสักครู่นี้ทั้งเริ่ม อ่านญัตติด้วย เปึนผู้เสนอนะครับ ท่านไชยยศก็สามารถที่จะเปึนผู้อภิปรายได้ แต่ว่า หลังจากผู้เสนอแล้วท่านประธานต้องชี้ข้ามไปข้ามมานะครับ
ผมก็จะปฏิบัติอย่างที่ คุณนริศได้บอกนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
แต่ตอนนี้ก็กําลังจะจบแล้ว ก็ขอความกรุณาเถอะ เดี๋ยวก็คงจบแล้วก็จะเปึนของคุณนิพิฏฐ์ต่อไป เชิญครับ คุณไชยยศ รวบรัดหน่อยครับ
ท่านประธานครับ เพื่อให้ผู้ฟังทางบ้าน ได้เข้าใจ ถึงอย่างไรผมก็ใช้สิทธิความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้ร่วมเสนอได้ อยู่แล้วนะครับ ผมอภิปรายได้ ถ้าคุณนริศติดใจจะตัดถ้อยคําตรงที่ผมอ่านญัตติก็ได้ แต่ว่าเพื่อให้มันเกิดมาตรฐานครับท่านประธาน ไม่ใช่อยู่ ๆ จะลุกขึ้นมาประท้วงกัน
ผมขอเถอะ เอาเนื้อหาสาระ คุณไชยยศเพื่อจะได้สรุปแล้วก็
คือท่านประธานครับ การประท้วง มันต้องมีหลักการ มีเหตุมีผล ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็ขึ้นมาประท้วงตัดคนอื่นเขา เพราะผมมีสิทธิ อยู่นี่ครับท่านประธาน ถ้าไม่พอใจก็ให้ตัดในส่วนที่ผมอ่านญัตติออกไปได้ แต่ว่าส่วนอื่น ผมมีสิทธิของความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนคนที่เสนอญัตติร่วม
ก็ไม่ผิดล่ะครับ ถูกแล้วครับ
คุณนริศก็เปึนเพียงแค่ผู้เสนอญัตติร่วม แปลว่าคุณนริศจะไม่พูดใช่ไหมครับ
ขอความกรุณาเถอะครับ มันไปได้สวยแล้ว
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาต สอบถามท่านประธานว่าท่านอนุญาตให้ท่านไชยยศอภิปรายในฐานะผู้เสนอญัตติหรือ ผู้สนับสนุนญัตติครับ
ผู้เสนอญัตติร่วม เขาเปึน คนเสนอญัตติ แล้วก็ของพรรคประชาธิปัตย์อีก ๕๐ กว่าคนก็จะให้ปฏิบัติแบบเดียวกัน ผมไม่ลําเอียงหรอกครับ ผมไม่ลําเอียงครับ ผมก็ถือปฏิบัติไปอย่างนี้ก็แล้วกันครับ ถ้านอกจากเวลามันจํากัดแล้วก็มีผู้เสนอว่าอยากแบ่งเวลา
ไม่ได้ครับท่านประธานครับ ผู้เสนอญัตติ ทั้งหมดนี่ไม่ได้ครับ ผมคิดว่าอภิปรายสนับสนุนนั้นได้
ก็อย่างท่านนะครับ อย่างฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอ
มา ๔๗ คนครับ
ผู้เสนอจากท่านสาทิตย์จนถึง ท่านถวิล ไพรสณฑ์ นี่นะครับ ร่วม ๕๐ ก็เปึนผู้เสนอญัตติ เปึนเจ้าของญัตติทุกคน
ท่านให้อภิปรายในฐานะผู้เสนอญัตติ
ครับ ก็จะให้ผมทําอย่างไร ละครับ ข้อบังคับมันเขียนอย่างนั้น เมื่อผู้เสนอก็ต้องเปึนผู้เสนอ ผู้รับรองก็ผู้รับรองครับ
ที่จริงโดยธรรมเนียมปฏิบัติมีผู้เสนอญัตติ ๑ คนต่อ ๑ ญัตติ แล้วนอกนั้นเปึนผู้สนับสนุนญัตติ ถูกไหมครับ
นั่นคือวิธีปฏิบัติครับ แต่ถ้า เขาเอาตามหลัก
ผมคิดว่าท่านประธานปฏิบัติผิดพลาดมา ในกรณีท่านไชยยศ
ผมไม่ผิดแน่ครับเรื่องนี้
ผิดครับ ท่านอนุญาตให้ท่านไชยยศอภิปราย ในฐานะผู้เสนอญัตติซ้อน
เขาอภิปรายในฐานะที่เปึน เจ้าของญัตติครับ
แล้วท่านเอาความผิดพลาดนี้ไปใช้ต่อไป เพื่อไม่ให้สิ่งที่ท่านทําผิดพลาดให้ถูกต้องขึ้นนี่ไม่ได้ครับท่านประธาน
ผมพร้อมที่จะปฏิบัติ คุณจะให้ ผมปฏิบัติอย่างไรบอกครับ
ถ้าท่านคิดว่าท่านทําถูกโดยให้ท่านไชยยศ อภิปรายในฐานะผู้เสนอญัตตินั้น ผมคิดว่าท่านควรจะให้คนอื่นเสนอญัตติ ซึ่งอย่างนี้ ไม่เปึนไปตามข้อบังคับนะครับ ไม่เปึนไปตามประเพณีปฏิบัติของพวกเราด้วย
คือมันเรื่องประเพณีครับ แต่ถ้าเรื่องปฏิบัติแล้วตามข้อบังคับผู้เสนอญัตติมีสิทธิที่จะอภิปรายในญัตตินั้นได้ ตามข้อบังคับ ฉะนั้นอย่าให้เสียเวลาเลยครับคุณนริศ ก็ขอให้คุณไชยยศสรุปหน่อย เถอะครับ เพราะเวลาพอสมควรแล้วครับ
ถ้าอย่างนั้นท่านในฐานะผู้เสนอญัตตินะครับ ผมจะได้ไม่ติดใจ ไม่ประท้วง
ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมต่อนะครับ เท่าที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้อภิปรายวกวนซ้ําซากหรือซ้ําประเด็นเลยก็เหลืออีกไม่กี่ข้อแล้วละครับ ท่านประธานครับ ในกรณีของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งระบุไว้ว่า การที่จะกระทําการใด ๆ ของรัฐบาลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างกว้างขวาง หรือมีผลทางการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากสภา ท่านประธานครับ คําว่า อย่างกว้างขวาง มันกว้างขวางแค่ไหน ถึงจะต้องกลับเข้ามา ยกตัวอย่าง เช่น วันนี้ผมต้องกราบเรียนก่อนว่าผมเชื่อมั่นในตัว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าท่านคงไม่ได้ทําอะไรที่ผิด แต่ว่ากรณี อย่างนี้ต่อไปก็จะต้องเปึนปัญหากันว่าอย่างนี้ต้องเอาเข้าสภาก่อนหรือเปล่า ในวรรคสาม บอกไว้ว่า ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์กรการค้า ระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาที่รัฐบาลไปทําความตกลง ทางการค้า เช่น เอฟทีเอ (FTA) หรือว่าเขตเสรีทางการค้า ถ้าหากเราดําเนินการตามวรรคสาม แปลว่าเราต้องมาเป่ดไพ่ให้ต่างชาติดูด้วยการทําเสนอข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ว่าทั้งประเทศหรืออย่างไร แล้วจะเอาอะไรไปต่อรองกับเขา เพราะว่าวันนี้คู่แข่งทางการค้าที่จะลงนามกับเราเขารู้หมดแล้วว่าเราจะไปทําอะไร ผมเห็นด้วยครับว่าสภาแห่งนี้ควรจะได้รับทราบ แต่ว่าผมเห็นด้วยในประเด็นตามวรรคสองว่า ควรจะต้องมาให้สภาดู แต่ในส่วนของวรรคสามผมเชื่อว่าจะเปึนปัญหาอุปสรรค ในการดําเนินการของรัฐบาลเพื่อปกปัองผลประโยชน์ของประเทศ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ มาตรา ๒๖๕ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภาต้องไม่ดํารงตําแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ท่านประธานครับ วันนี้เราบอกว่าเราให้ ส.ส. มีโอกาสไปเปึนรัฐมนตรี ท่านประธานคงจะทราบว่าระบบราชการไทยมีความซับซ้อน เป่ดโอกาสให้ ส.ส. ไปเปึน รัฐมนตรีได้ แต่ไม่เป่ดโอกาสให้ ส.ส. ไปเรียนงานการเปึนรัฐมนตรีในตําแหน่งของ เลขานุการรัฐมนตรี และที่สําคัญครับท่านประธานอย่างหน่วยงาน เช่น โรงเรียนที่มักจะ เชิญ ส.ส. เราไปเปึนกรรมการการศึกษา ใครไปเปึนวันนี้ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานประท้วงครับ
คุณไชยยศมีผู้ประท้วง อีกแล้วครับ เชิญคุณหมอประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ
ประท้วงผมนะครับ ข้อบังคับข้อไหนครับ
ผมแนะนําตัวก่อนนะครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วงท่านประธาน ๒ ข้อติดต่อกัน ข้อที่ ๑ คือประท้วงในข้อ ๕๘ และข้อที่ ๒ ประท้วงในข้อ ๕๙ ในข้อ ๕๘ กําหนดไว้ว่า ผู้อภิปราย ก่อนคือผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติและให้ประธานอนุญาตให้ผู้อภิปรายก่อนได้เพียง คนเดียว นั่นหมายความว่า เมื่อวานนี้ผู้เสนอญัตติทุกคนได้อภิปรายครบไปแล้วทุกคน ๑ คนนะครับท่านประธาน และมาข้อ ๕๙ คือเมื่อผู้อภิปรายก่อนได้อภิปรายไปแล้ว การอภิปรายในระดับถัดไปจะต้องเปึนการอภิปรายสลับกันระหว่างฝ์ายค้านและ ฝ์ายสนับสนุน การอภิปรายวันนี้เปึนการอภิปรายในฐานะเปึนการสนับสนุนผู้สนับสนุน การอภิปราย หมายความว่าท่านประธานจะต้องสลับกันระหว่างฝ์ายสนับสนุนและ ฝ์ายค้านสลับกันไป แต่ท่านประธานให้ฝ์ายรัฐบาลอภิปรายติดต่อกันไปเลย ผมถือว่า ท่านประธานกําลังทําผิดข้อบังคับการประชุมทั้ง ๒ ข้อ
ท่านประธานครับ ผม ไชยยศ ขอประท้วง ท่านผู้ประท้วงครับ ท่านประธานครับ
เดี๋ยวคุณไชยยศ ให้ผมวินิจฉัยก่อนครับ ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้ที่ท่านประท้วงผม ผมก็ได้พิจารณาแล้วว่า ข้อประท้วงของท่านการอภิปรายญัตติยังไม่ได้แปรญัตติในข้อบังคับ คือมาแปรญัตติแล้วก็จึงมีการอภิปรายในญัตตินั้น ๆ อันนี้เขาเปึนผู้เสนอญัตติ ผมก็อยากจะขอความกรุณากําลังจะจบอยู่แล้วนะครับคุณหมอครับ คุณไชยยศครับ ขอให้สรุปเถอะครับ ไม่ต้องไปอย่างนี้กันหรอกครับ ขอให้สรุปเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าวันนี้มันไม่ใช่ฝ์ายสนับสนุนกับฝ์ายคัดค้าน เพราะทุกคนสนับสนุนญัตติ ของตัวเองท่านประธาน มันจะอ่านข้อบังคับขึ้นมาประท้วงคนอื่น
ขอความกรุณาเถอะครับ คุณไชยยศไม่ต้อง คุณอภิปรายอะไรต่อขอให้อีกสัก ๒ นาที แล้วก็ให้คนอื่นเขา ขอความกรุณาครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานว่าตกลงตั้งแต่นี้ต่อไปเราจะกําหนดเวลาใช่ไหมครับ ผู้อภิปราย ท่านประธาน ช่วยกําหนดไว้เลยว่าตั้งแต่นี้เราจะอภิปรายกันคนละกี่นาที
คือท่านอภิปรายมามาก แล้วนะครับ ประธานก็มีความเห็นว่าพอที่จะสรุปได้ก็ขอความกรุณาเท่านั้นเองครับ
ด้วยความเคารพต่อท่านประธานครับ คือเนื่องจากผมอภิปรายตามข้อบังคับ ผมไม่ได้วกวนซ้ําซาก แล้วเราไม่ได้มีการกําหนดเวลา กันล่วงหน้า เพราะฉะนั้นผมยังไม่ได้ซ้ําประเด็น ผมยังไม่ได้ซ้ํามาตรา จริง ๆ แล้วนี่ครับ ท่านประธาน ผมเหลืออีกแค่ ๔ มาตราเท่านั้นเองก็จะจบ เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศนะครับท่านประธาน ไม่ใช่ของเด็กเล่น ถ้าผมจะเสนอญัตติ ขึ้นมาเพื่อศึกษาเพราะผมต้องชี้แจงให้สังคมได้รับรู้ได้ว่าพรรคผมที่ร่วมกันเซ็นชื่อมานี่ มีความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ท่านประธานครับ เหลืออีกแค่ ๔ มาตราเท่านั้นล่ะครับ มาตรา ๒๖๖ ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือ แทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น คําว่า ของผู้อื่น นี่ล่ะครับท่านประธานที่มันเปึน ปัญหา มันไม่ได้ระบุว่าโดยทุจริต ถ้ามันมีคําว่า โดยทุจริต สักคําเดียวมันก็จะไม่เปึนปัญหา แต่วันนี้ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่สามารถเข้าไปพูดจาถึงปัญหาที่เปึนประโยชน์ ของประชาชนได้ เพราะคําว่า ของผู้อื่น ผู้อื่นก็หมายถึงคนที่ไม่ใช่ตัวผม หมายรวมถึง พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ สภาแห่งนี้ได้รับการยกเว้นว่าถ้าตั้ง คณะกรรมาธิการสามารถเชิญข้าราชการมาพูดได้ แต่ผมกราบเรียนถามครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ว่าวันนี้เราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องน้ํา ที่เรียกกันว่า วิ. น้ํา คณะกรรมาธิการวิสามัญไปตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ได้ตั้งผมเข้าไปเพราะผมเคยเปึนประธานประชาสัมพันธ์โครงการโขง-ชี-มูล เคยร่วมประชุม ในการทําเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เรื่องน้ําในสมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่วันนี้ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่าที่รัฐธรรมนูญยกเว้นไว้ว่าคณะกรรมาธิการ ที่ตั้งโดยสภา แล้วคณะอนุกรรมาธิการตั้งโดยสภาหรือเปล่าไม่มีใครตอบได้ มีการไปประชุมกันที่ต่างจังหวัดผมไม่กล้าเข้าไป เพราะผมกลัวว่าวันหนึ่งมันจะต้องเปึน ปัญหาต้องตีความ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดไม่ใช่ผลประโยชน์ของผม แต่ผลประโยชน์ ของสภาทั้งปวงแล้วก็เปึนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
เรื่องต่อไปครับ เรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง การตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองขึ้นมา เจตนารมณ์ หลักการของการตั้งก็คือว่า ไม่ให้นักการเมืองเข้าไปใช้อิทธิพลแทรกแซง เพราะฉะนั้นเมื่อเริ่มกระบวนการแล้วก็จะต้องมีการพิจารณาคดีต่อเนื่องทุกวัน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักการของความยุติธรรมของประชาชนไม่ว่าที่ไหน ก็ต้องมี ๓ ศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีอาญา แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองสามารถตัดสินจําคุกนักการเมืองโดยศาลเดียว ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้พิพากษาว่าผมเข้าใจ ผมเชื่อมั่นในระบบศาล ของไทย เชื่อมั่นเชื่อถือในตัวท่าน แต่ที่ผมอภิปรายตรงนี้เพราะว่ามันเปึนเรื่องของหลักการ ประชาชนขึ้นศาลได้ ๓ ศาล ทําไมครับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองจะมีสัก ๒ ศาล มีศาลอุทธรณ์อีกสักศาลหนึ่งเพื่อกลั่นกรองความพร้อม อีกสักศาลหนึ่งได้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าโดยปกตินี่ท่านผู้พิพากษาท่านเห็นเหตุการณ์ เช่น ไปนั่งอยู่แล้วมีคนตีกัน คดีนั้นขึ้นมาท่านก็ตัดสินไม่ได้ แต่ว่าเมื่อศาลจะต้องมาเสนอ กฎมาย มาดีเฟนด์ (Defend) กฎหมาย มาขอการสนับสนุนจากพรรคการเมือง คะแนนเสียงจาก ส.ส. วันข้างหน้าต่อไปจะมีโอกาสหรือเปล่าที่จะทําให้เกิดความสูญเสีย ในความเปึนกลาง แล้วก็มีอคติจากกฎหมายที่ตนเองเสนอหรือไม่ ในขณะที่โดยปกติ กฎหมายของศาลก็เสนอผ่านรัฐบาลมา เพราะรัฐบาลเปึนผู้เสนอกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ ต้องรับผิดชอบต่อสภา ถ้าหากกฎหมายไม่ผ่านรัฐบาลต้องลาออก แต่ถ้ากฎหมายของ ศาลเกิดไม่ผ่านล่ะครับท่านประธาน แล้วกฎหมายที่เปึน พ.ร.บ. การเงิน โดยหลักการ พ.ร.บ. การเงิน นายกรัฐมนตรีต้องเซ็นเห็นชอบเพื่อเปึนหลักประกันว่านายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะเปึนคนที่รับผิดชอบว่าต่อไปสํานักงบประมาณจะต้องจัดสรร งบประมาณให้ตามนั้น ปัญหาก็คือว่าถ้าหากศาลหรือองค์กรอิสระเสนอกฎหมายเข้ามา สู่สภา สภาผ่านไปแล้วไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจะทําอย่างไรครับท่านประธาน ผมกราบเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าทั้งหมดนี้ผมเชื่อมั่นในระบบศาลยุติธรรมของไทย แต่สิ่งที่ผมพูดก็คือหลักการ เพราะว่าหลักการของกฎหมายต้องมีเรื่องของการปราศจาก อคติ มีหลักการอยู่ว่าไม่มีใครสามารถตัดสินเรื่องที่ตนเองมีส่วนได้เสียได้ แล้วเราจะทํา อย่างไรกับเรื่องของการแบ่งแยกอํานาจที่ร่ําเรียนกันมาตั้งแต่เด็กว่าอํานาจอธิปไตย มีอยู่ ๓ อํานาจ ก็คือ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ วันนี้สิ่งที่ทํา มันอาจจะเปึนสิ่งที่แปลกใหม่ เท่าที่ผมตรวจสอบดูไม่มีประเทศไหนในโลกเคยทําไว้ครับ ประเทศไทยเข้าใจว่าเปึนประเทศแรกที่ระบุไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานที่ผมได้กราบเรียนมาทั้งข้อดีและข้อด้อยของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงเปึน สาเหตุให้ผมและคณะได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ เสนอญัตติด่วนเพื่อขอแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการใช้และปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ เรียบร้อยดี เชิญคุณนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย แล้วก็มีบางท่านได้กล่าวในทํานองลักษณะพาดพิงมาถึงพรรค ซึ่งท่านอาจจะใช้คําพูดว่า พรรคเก่าแก่หรืออะไรก็ตาม แต่นั่นผมหมายความว่าท่านน่าจะหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้เล็กน้อยครับก่อนที่จะเข้าถึงเนื้อหาของญัตตินี้ ผมกราบเรียนว่า ที่ท่านพาดพิงถึงพรรคนั้นท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เองหรือท่านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยกล่าว เคยพูดว่าเราก็จะแก้รัฐธรรมนูญ ผมพูดว่านั่นคือเรื่องที่จริง และผมกราบเรียนว่าพรรคประชาธิปัตย์เองเราไม่เคยปฏิเสธเลยไม่ว่าที่ไหนก็ตามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขไม่ได้ เราพูดและยืนยันมาตลอดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จําเปึน ต้องมีการแก้ไข แต่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เรามีแนวทาง ในการแก้ไขซึ่งอาจจะแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายไป
ประเด็นแรกที่ผมกราบเรียนท่านประธาน คือเราย้ําอยู่ตลอดเวลาว่าการแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ใช่ภาระเร่งด่วนของรัฐสภา และผมกราบเรียนท่านประธาน เปึนครั้งที่ ๒ ในสภาแห่งนี้ว่า ผมเห็นด้วยกับคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ที่ท่านได้พูดเมื่อรับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ เรื่องเร่งด่วน และท่านได้ย้ําต่อสาธารณะในหลายครั้งว่ารัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญนี้ ในป้ที่ ๔ หรือ ๓ เดือนสุดท้ายของวาระรัฐบาล ซึ่งเราก็เห็นด้วยครับว่าตั้งแต่นี้เปึนต้นไปจนถึงป้สุดท้ายของรัฐบาลจําเปึนต้องมีการศึกษา รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างถ้วนถี่เพื่อที่จะแก้ไข เพื่อให้ถูกจุด ถูกประเด็น ผมเห็นด้วยกับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปลี่ยนไป โดยสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะเร่งด่วนขึ้นมา นี่คือสิ่งที่เราเห็นว่า แตกต่างกัน
เรื่องที่ ๒ ที่พรรคประชาธิปัตย์เราได้พูดเสมอว่าเมื่อไม่ใช่เร่งด่วน แล้วเราต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา โดยดึงจากบุคคลภายนอก ดึงจาก การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วม นี่คือจุดยืนของพรรคครับ และประการสําคัญเราพูดเสมอว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกติกาที่สูงที่สุด ของประเทศนี้มันไม่ใช่แก้เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง หรือไม่ได้แก้เพื่อผลประโยชน์ ของพรรคการเมืองครับ แต่เปึนการแก้เพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือหลักการที่เรายืนยันมาตลอดครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ถึงเพื่อนสมาชิกครับว่า เวลาท่านอภิปรายท่านจะใช้คําพูดอย่างไรก็ตามที่อาจจะพาดพิง ไปถึงพรรคการเมืองอื่น ขอให้ฟังให้ละเอียดนะครับ อย่าพูดโดยที่ท่านก็ไม่มีข้อมูลและ ไม่รับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเกือบทุกท่าน เหตุผลใหญ่ประการหนึ่งที่ท่านบอกว่าท่านรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ ตรงกันครับ ซึ่งเปึนความเห็นจากซีกรัฐบาลก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาจากเผด็จการ พูดอย่างนี้ครับ แต่ว่าท่านไม่ได้พูดถึงเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญว่าถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจาก การปฏิวัติหรือการรัฐประหารก็ตาม เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันใช้ได้ไหม มันดีไหม ท่านมิได้พูดถึงเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ พูดเพียงแต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการรัฐประหาร เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการพูดอย่างนั้นเรื่องเดียวครับ ผมคิดว่าท่านพูดเพียงประมาณ ๑๐ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่ควรจะพูดในเนื้อหาของ รัฐธรรมนูญเท่านั้นล่ะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผมก็ยอมรับส่วนหนึ่งครับว่า รัฐธรรมนูญที่เรากําลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ครับ มันอาจจะมีที่มาจากการรัฐประหาร หรือท่านจะใช้คําพูดว่ามีที่มาจากเผด็จการก็แล้วแต่ครับ แต่ตอบคําถามผมสักนิดได้ไหมครับ ใครก็ตามที่ยืนขึ้นในสภาแห่งนี้แล้วพูดว่ารัฐธรรมนูญมาจากเผด็จการ มาจากรัฐประหาร พูดต่ออีกสักนิดได้ไหมครับว่าเผด็จการหรือรัฐประหารนั้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไร พูดถึง สาเหตุสิครับ ถ้าเราไม่พูดถึงสาเหตุเราแก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ ผมเคยพูดหลายครั้งว่า มันต้องแก้ที่เหตุครับ จริงอยู่ครับท่านบอกว่ามาจากเผด็จการ แต่ว่าเผด็จการที่เขาล้ม รัฐบาลคราวที่แล้วนั้นเขาล้มรัฐบาลที่เปึนทุนนิยมครับ แล้วที่หนักไปกว่านั้นก็คือ เราเรียกว่า ทุนนิยมสามานย์ ครับ ทุนนิยมสามานย์ที่แฝงอยู่ในคราบของประชาธิปไตย ความคิดของคนในประเทศนี้เลยต่อสู้ เลยขัดแย้งกันว่าในระหว่างทุนนิยมสามานย์กับ เผด็จการที่ยึดอํานาจนั้นอย่างไหนมันจะดีกว่ากัน แล้วทุนนิยมสามานย์นั่นหรือครับ ที่บริหารบ้านเมืองมาจะอ้างความเปึนประชาธิปไตย ท่านได้อ้างถึงความเปึน ประชาธิปไตย แต่ท่านใช้คําว่าประชาธิปไตยนั้นทําลายบ้านเมืองเสียยับเยินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจท่านประธานพยักหน้าแสดงว่าท่านประธานเห็นด้วยกับผม ใน ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาไม่เคยมียุคไหนที่มีการทุจริตมากถึงขนาดนั้นนะครับ แต่ว่ารัฐบาล ที่บอกว่ามาจากประชาธิปไตยนั่นล่ะครับเปึนรัฐบาลที่ปล่อยให้มีการทุจริตมากที่สุดตั้งแต่ เราเคยมีรัฐบาลมา แล้วรัฐสภาแห่งนี้ไม่สามารถแก้ไขการทุจริตของรัฐบาลที่มาจาก ประชาธิปไตยได้เลยครับ เราเลยเรียกเขาว่า รัฐบาลที่เปึนทุนนิยมสามานย์ พูดถึงสาเหตุ สักนิดเถอะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ารัฐบาลลักษณะอย่างนี้บริหารบ้านเมือง ต่อไปประเทศนี้เหลือเฉพาะกระดูกเท่านั้นล่ะครับ แต่ว่าเนื้อหนังมังสาทั้งหลายมันจะอยู่ ในมือของพรรคการเมือง มันจะอยู่ในมือของนักการเมืองทั้งสิ้น ประชาชนและประเทศนี้ จะเหลือเฉพาะโครงสร้าง เหลือเฉพาะกระดูกเท่านั้นล่ะครับ นี่คือสาเหตุที่มาของ รัฐธรรมนูญที่ท่านพูดว่าเปึนที่มาของเผด็จการ ผมเรียนท่านอีกสักครั้งนะครับว่า การปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดขึ้นเปึนการต่อสู้ระหว่างเผด็จการที่ท่านพูดถึงกับการต่อสู้ ของทุนนิยมสามานย์ครับ แต่ว่าในขณะนี้มีพรรคการเมือง มีสมาชิกหลายท่านบอกว่าจําเปึนต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่าท่านเคยประกาศไว้ตอนเลือกตั้งว่าถ้าเลือกท่านเข้ามาแล้วท่านจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมไม่ขัดข้องครับ เพราะว่าสิ่งที่เกิดจากการปฏิวัติหรือการรัฐประหาร หรือสิ่งที่เกิดจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันกระทบ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ
คุณปวีณประท้วงเรื่องอะไร
ผู้ที่อภิปรายใช้คําพูดไม่เหมาะสมครับ
ประท้วงเรื่องอะไร ประท้วงใคร
ประท้วงท่านผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ ที่ใช้คําว่า รัฐบาลที่มาจากทุนนิยมสามานย์ บังเอิญผมอยู่พรรคนั้นพอดีในช่วงที่แล้วมา คําว่า สามานย์ เปึนคําที่ควรจะพูด ณ ที่ตรงนี้ไหม เสียดสีบุคคลอื่นไหม ทําให้คนอื่น เสียหายไหมครับ แล้วควรจะใช้ไหมครับ
ให้ผมวินิจฉัยครับ ผมวินิจฉัยให้นะครับ ยังไม่เข้าเนื้อหาสาระเพียงแต่เกริ่นเท่านั้นเองครับ เชิญพูดได้ครับ คุณนิพิฏฐ์
ท่านประธานที่เคารพ มีเพื่อนสมาชิก ได้กราบเรียนต่อท่านประธานว่าจําเปึนต้องแก้ในรัฐธรรมนูญ เพราะว่าตอนเลือกตั้งนั้น ได้มีการไปประกาศ ได้มีการไปป์าวร้อง ได้มีการไปบอกกับพี่น้องประชาชนว่า ถ้าเลือกท่านเข้ามาแล้วท่านจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งผมก็บอกว่าผมไม่ขัดข้องที่ท่านจะ แก้รัฐธรรมนูญครับ แต่ว่าท่านลืมความจริงไปอย่างหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญนั้นเขาไม่ให้แก้ กันง่าย ๆ หรอกครับ ถ้าลําพังพวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ๔๘๐ คน ร่วมกับวุฒิสมาชิก แก้รัฐธรรมนูญนั้นแล้วมันก็แก้ไม่ถูกจุดหรอกครับ รัฐธรรมนูญต้องการความมีส่วนร่วม ของประชาชน ท่านประธานครับ มีคํากล่าวว่าเรื่องของศีลธรรม เรื่องของจริยธรรมนั้น เขาไม่ได้ตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก เมื่อไรก็ตามที่เอาเรื่องของศีลธรรม เรื่องของจริยธรรมให้ใช้เสียงข้างมากตัดสิน วันนั้นบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ครับ ผมคิดว่า เช่นเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันครับ มีเรื่องของหลักโครงสร้างใหญ่ ของประเทศ มีเรื่องของคุณธรรมที่นักการเมืองและพรรคการเมืองควรจะปฏิบัติด้วย เพราะฉะนั้นใช้เสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ตัดสินไม่ได้หรอกครับ มันต้องอาศัย ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนข้างนอกด้วย ท่านประธานครับ เวลาเราคนใดคนหนึ่ง กระทําความผิด ผิดต่อกฎหมายหรืออะไรก็ตาม เขาก็ไม่ให้ใช้เสียงข้างมากตัดสิน ถ้าท่านประธานทําผิด ท่านประธานจะออกประชามติบอกว่าให้ประชาชนคนทั้งประเทศ มาตัดสินดูสิว่าท่านประธานทําผิดไหมอย่างนี้ไม่ได้ครับ ความดี ความงาม จริยธรรม คุณธรรม ความผิด ความถูก เขาไม่ตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก ลักษณะเช่นนี้เขาตัดสิน กันด้วยกระบวนการของตุลาการครับ เขาให้ผู้พิพากษาเปึนคนตัดสิน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่ขัดแย้ง ผมไม่โต้แย้ง ไม่โต้เถียงท่าน ถ้าท่านประธาน บอกกับพี่น้องประชาชนว่าท่านหาเสียงไว้ตอนเลือกตั้งว่าจะเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อนที่จะมีการรับร่าง ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ เราฟังเสียง ของประชาชนโดยการทําประชามติ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องมีการแก้ไข นอกจาก ท่านจะเริ่มต้นด้วยการแก้ไขแล้ว ผมคิดว่าต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ข้างนอกซึ่งเขาก็เปึนเจ้าของรัฐธรรมนูญด้วย ผมไม่สบายใจอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึงคนข้างนอกเรามักจะบอกว่ากลุ่มพลังหรือประชาชนที่อยู่ข้างถนน เราพูดถึง เขาอย่างนั้นผมคิดว่าเหยียดหยามกันเกินไปนะครับ แต่เวลาเราลงเลือกตั้งทุกครั้งเราเข้าหา ประชาชนทุกครั้ง และผมเชื่อว่าคนที่ยืนอยู่สะพานมัฆวานรังสรรค์ในขณะนี้ คนที่ยืนอยู่ ข้างถนนขณะนี้ เวลาที่ท่านประธาน เวลาที่ผมเลือกตั้งเราก็ต้องไปไหว้เขา เราก็ต้องเข้าไป หาเขา แต่วันนี้พอเราเปึนผู้แทนราษฎร พอเรามาจากการเลือกตั้งเสร็จแล้วเรากลับไป กล่าวหาพี่น้องประชาชนข้างนอกว่าเปึนแก๊งข้างถนน ผมว่าไม่มีความเปึนธรรมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าแก้ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอาศัยหลักการที่พรรคประชาธิปัตย์เราได้เคยประกาศไว้ต่อสาธารณะหลายครั้งว่า กระบวนการในการแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีกระบวนการของมันเอง ในพักหลังนี้ผมเปึนคนที่ อ่านเรื่องรัฐธรรมนูญเยอะมากคนหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงจุดนี้ของประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่รู้สึกตื่นเต้น ผมไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อการแก้รัฐธรรมนูญ อีกต่อไปแล้วครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ตื่นเต้น และไม่หวั่นไหวต่อการแก้รัฐธรรมนูญของประเทศนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะผมคิดว่า ความคิดของคนในประเทศนี้มีเคยตกผลึกเรื่องรัฐธรรมนูญ การแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้ง มันเหมือนกับเทศกาลของประเทศไทยครับ ประเทศนี้มีเทศกาลทุกครั้งคือเทศกาล ในการแก้รัฐธรรมนูญครับ วันนี้เรากําลังถึงเทศกาลในการแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ของประเทศที่ได้ชื่อว่าประเทศไทยครับ และเมื่อถึงฤดูกาลการแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเทศกาลนี้เราจะได้ยินคนที่บอกว่ามีภูมิความรู้มากมายไปศึกษาเมืองนอกเมืองนามา และมีประสบการณ์พูดถึงรัฐธรรมนูญ ผมเลยไม่ตื่นเต้น วันนี้มีผู้รู้ทั้งหลาย ในบ้านเมืองออกมาเถียงกันว่าประเทศของเราควรจะมีผู้แทนราษฎรสักกี่คน เราเถียงเรื่องนี้กันมาจนผมคิดว่าเปรอะไปทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วครับ เรามาเริ่มเถียงกันอีก ครั้งหนึ่งว่าเราจะแบ่งเขตเลือกตั้งกันอย่างไร เราจะเริ่มเถียงกันอีกครั้งว่าที่มาของ ส.ส. ควรจะเปึนอย่างไร มีกี่ระบบ ส.ว. มีอย่างไร มีกี่ระบบ เราไม่เคยตกผลึก แล้วผมยังคิดต่อไป ล่วงหน้าว่า ถ้าเราไม่เคยตกผลึกเรื่องอย่างนี้ ๓ ป้ ๔ ป้ข้างหน้าผมคิดว่าได้ถึงเทศกาล การแก้รัฐธรรมนูญอีกสักครั้งหนึ่งครับ ผมเรียนท่านประธานเริ่มต้นว่า ผมไม่ปฏิเสธ การแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญของประเทศนี้เวลานี้มาผิดเวลาครับ การแก้รัฐธรรมนูญของประเทศมาผิดเวลา แก้รัฐธรรมนูญในขณะที่น้ํามัน ๔๐ กว่าบาท ต่อลิตร แก้รัฐธรรมนูญในขณะที่ข้าวสารแพงเหลือเกินครับ เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่ น้ําตาลทรายแพงมากครับ เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่เงินเฟัอเกือบจะถึง ๒ หลักแล้ว ของประเทศนี้ครับ เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่เรากําลังบอกว่าประเทศนี้อยู่ในวิกฤติ ที่เรียกว่า ข้าวยากหมากแพง เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่พี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ ของประเทศนี้กินข้าวท้องไม่อิ่มครับ กินข้าวไม่ครบมื้อ บางวันไม่ได้กินข้าว เรามาเถียงกัน เรื่องรัฐธรรมนูญ เรามาเถียงกันเรื่องประชาธิปไตย ผมเลยบอกว่าเราใช้เวลาของประเทศนี้ ผิดครับ เราแก้รัฐธรรมนูญผิดเวลาครับ เราพูดถึงรัฐธรรมนูญ พูดถึงประชาธิปไตย ของประเทศนี้ในขณะที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ท้องกําลังหิวโหยครับ แต่ว่าในขณะที่ ประชาชนส่วนใหญ่ท้องกําลังหิวโหยนั้นคนที่แก้รัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองที่เริ่ม ในการแก้รัฐธรรมนูญอิ่มหมีพีมันทั้งนั้นแหละครับ นี่คือความไม่สมดุลของประเทศนี้ นี่คือความไม่สมดุลของความคิดของคนในประเทศนี้ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอ่านบทความของผู้รู้บางท่านมา ผมก็แอบจําเขามาล่ะครับ ผมเปึนคนที่มีการศึกษาไม่เยอะเท่าไรครับ เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีนั้นมันมีโครงสร้างอยู่ ๒ โครงสร้างที่จะต้องคุยกันในเรื่องรัฐธรรมนูญ ๑. ที่มา ใครจะเปึนคนแก้รัฐธรรมนูญ นี่เปึนเรื่องสําคัญครับ สรุปได้ทีเดียวครับท่านประธานว่าคนที่ควรเปึนคนแก้รัฐธรรมนูญ คือคนที่ไม่ควรจะคิดเปึนนักการเมืองต่อไปในอนาคต นี่ผมคิดรวบยอดนะครับ และนักคิด ที่เปึนคนคิดเรื่องรัฐธรรมนูญ ครูบาอาจารย์ที่สอนเรื่องรัฐธรรมนูญเขาก็พูดเรื่องนี้มาตลอด เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดนั้นมันควรจะมีหลักคิดมาจากคนที่ไม่คิดจะเปึน นักการเมืองต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นผู้รู้ทั้งหลายที่คิดว่าตัวเองจะไม่เปึนนักการเมือง จะไม่สมัครในพรรคการเมือง สร้างความดีไว้กับบ้านเมือง คนเหล่านั้นแหละครับจะเปึน คนสร้างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด
เรื่องต่อไปที่เราเถียงกัน คือเรื่องเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญควรจะเปึน อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่เรากําลังพูดอยู่ในขณะนี้ มันมาพร้อมกับความคิดในการแก้รัฐธรรมนูญว่ามีธงนําในการแก้รัฐธรรมนูญว่าอย่างไร ความจริงลําพังความคิดในการแก้รัฐธรรมนูญผมคิดว่าประชาชนไม่ปฏิเสธนะครับ ในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญเมื่อเริ่มต้นนั้นมันได้ประโยชน์ มันเอื้อประโยชน์กับนักการเมืองและพรรคการเมืองทั้งนั้นแหละครับ มันไม่ได้ เอื้อประโยชน์กับประชาชนคนทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ มีผู้กล่าวในสภานี้เกือบทุกคนทุกท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหา มันมีอุปสรรค กับผู้แทนราษฎรอยู่มาตราหนึ่ง ท่านประธานคงจําได้ขึ้นใจแล้วกระมังครับ คือ มาตรา ๒๖๖ เขาบอกว่าผู้แทนราษฎรเดี๋ยวนี้ทําอะไรไม่ได้ ไปปรึกษาส่วนราชการก็ไม่ได้ เปึนการก้าวก่ายเปึนเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ผลประโยชน์ขัดแย้งกัน ผมไม่ได้ ตีความรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๖ เปึนอย่างนั้นเลยครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เหนือกว่ารัฐธรรมนูญคือ จิตวิญญาณของประชาชนในประเทศนี้ ลําพังมาตรา ๒๖๖ ไม่สามารถป่ดกั้นการทํา หน้าที่ของผู้แทนราษฎรได้ ผมยืนขึ้นมาพูดเพื่อยืนยันกับท่านประธานว่าในอาทิตย์หน้า ผมจะทดลองรัฐธรรมนูญให้ท่านประธานดู ตั้งแต่มีการเลือกตั้งมาผมมีหนังสือถึง ส่วนราชการเกือบทุกอาทิตย์ ตรงไหนถนนมีปัญหาผมเรียนถึงทางหลวงชนบท ตรงไหนมีปัญหาผมทําหนังสือถึงแขวงการทาง ตรงไหนมีปัญหามีอาชญากรรมมาก ผมทําหนังสือถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตรงไหนมีอาชญากรรมเยอะผมทําหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผมทําทุกอาทิตย์ครับ แล้วได้รับการตอบสนองอย่างนี้ทุกอาทิตย์ครับ ถนนที่มีปัญหาเขาก็ไปซ่อมให้ อาชญากรรมที่มีปัญหาเขาก็ไปดูแลความทุกข์สุขของ ประชาชนได้ เขาทําให้ครับ ผมสัญญากับท่านประธานครับว่า อาทิตย์หน้า
ท่านประธานครับ
มีอะไรคุณสุนัย
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขอประทานอภัยท่านนิพิฏฐ์อยากจะให้คําอภิปรายของท่านสมบูรณ์ที่สุด ถ้าเปึนไปได้ไหมครับเพื่อจะได้สร้างระบบร่วมกัน อยากจะได้หนังสือที่ท่านบอกว่าท่านทํา ทุกอาทิตย์ช่วยทําสําเนาส่งท่านประธานด้วยเถอะครับ เพื่อจะได้ไปพิสูจน์กันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาหรือไม่มีปัญหาซึ่งจะเกิดผลประโยชน์ ก็ขอประทานโทษครับ ขอบพระคุณครับ
คุณนิพิฏฐ์เขาก็พูดยืนยัน กับสภาแล้วว่าเขาเปึนคนทํา มันก็เปึนหลักฐานที่แน่ชัดแล้วที่สภา
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน ได้กรุณาบันทึกไว้ แล้วท่านเลขาธิการครับ อาทิตย์หน้าท่านกรุณาเตือนผมด้วย และ ท่านประธานทวงผมบนบัลลังก์เลยครับ ผมจะนําหนังสือของผมที่ทําหนังสือ ถึงส่วนราชการมาให้ท่านประธานและผมขอให้ท่านประธานสักเรื่องหนึ่งครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ผมขอท่านประธานสักเรื่องหนึ่งครับ
คืออาทิตย์หน้าเอามา ก็แล้วกัน ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ผมเอามาครับ ผมขอท่านประธาน สักเรื่องได้ไหมครับ หนังสือที่ผมทําถึงส่วนราชการทั้งหลายในการแก้ปัญหาประชาชน กรุณานําหนังสือของผมที่ผมลงนามรับรองถูกต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ผม
อันนี้ต้องดูเนื้อหาสาระ ก่อนครับ เพราะว่าสภามีที่ปรึกษากฎหมายครับ
เอาอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมจะมอบ ให้ท่านประธานสัก ๕ ชุดแล้วกันท่าน นอกจากท่านประธานแล้วผมจะมอบ ให้ท่านประธานสัก ๕ ชุด ผมจะลงนามเรียบร้อยรับรองสําเนาถูกต้องให้หมด แล้วท่านผู้ใดที่ยืนขึ้นประท้วงโดยผิดจังหวะเมื่อสักครู่ผมไม่ว่าท่านนะครับ กรุณาไปรับ จากท่านประธาน
ผมว่าคุณนิพิฏฐ์เชิญต่อ ในเรื่องเนื้อหาสาระดีกว่าครับ
กรุณานําหนังสือของผมไปรับจาก ท่านประธานแล้วผมไม่ถามท่านประธานเลยครับว่ามีใครไปแอบรับหนังสือนี้บ้าง และผม ขอสักอย่างหนึ่งเถอะครับ เมื่อท่านรับแล้วกรุณาทดลองมาตรา ๒๖๖ ตามรัฐธรรมนูญ ให้ผมด้วย ส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าผู้แทนราษฎรของประเทศนี้แก้ปัญหา ให้ประชาชนอย่างนี้ไม่ได้ไม่ควรมานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ผมเชื่อของผมอย่างนั้นครับ และผมอยากดูจริง ๆ ว่าเมื่อผมทําหนังสือถึงส่วนราชการในการแก้ปัญหาให้ประชาชนนั้น ผมมีสิทธิที่จะเปึนสมาชิกของรัฐสภาแห่งประเทศนี้ไหม ช่วยผมเถอะครับ แล้วต่อไป ท่านอย่าอ้างว่าท่านต้องแก้รัฐธรรมนูญเพราะมาตรา ๒๖๖ มันบังคับท่านทําหน้าที่ไม่ได้ แต่เมื่อไรก็ตามที่ชื่อของผมถูกลบออกจากสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้แล้ว ท่านลงมือ แก้รัฐธรรมนูญเถอะครับ แต่ว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการกระทําหน้าที่เหล่านั้น ของกระผมไม่ผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ อย่ามายืนในสภาแห่งนี้แล้วบอกว่า รัฐธรรมนูญมาจากเผด็จการ อย่ามายืนในสภาแห่งนี้แล้วร้องแรกแหกกระเชอว่า ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ อีกต่อไปนะครับ ท่านประธานที เคารพครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าชีวิตผมไม่ตื่นเต้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกต่อไปแล้ว เพราะผมคิดว่าความคิดของเราไม่ตกผลึก วันนี้เราแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เหมาะสมกับ บุคลิกของหัวหน้าพรรค วันนี้เรากําลังแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เหมาะสมกับบุคลิกของ นักการเมือง เราตัดรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้าหรือเราจะตัดเท้าของเราให้เหมาะสมกับ รองเท้าครับ ทําไมละครับนักการเมืองทั้งหลาย ผมเองก็เปึนนักการเมืองครับ ทําไมเรา ไม่ปรับจิต ทําไมเราไม่ปรับวิญญาณของเราให้เข้ากับรัฐธรรมนูญครับ ทําไมเราต้องปรับ รัฐธรรมนูญให้เข้ากับบุคลิกที่เปึนทุนนิยมของพรรคการเมืองบางพรรค ทําไมเราทํา อย่างนั้นล่ะครับ ถ้าสักวันหนึ่งพรรคการเมืองที่เปึนผู้บริหารประเทศมีอํานาจขึ้นมา มีบุคลิกภาพที่ไม่ตรงกับรัฐธรรมนูญของประเทศนี้และวันนั้นเราต้องนั่งแก้รัฐธรรมนูญกันใหม่ หรือครับ หลักที่ดีที่สุดในวันนี้ครับ ปรับตัวให้เข้ากับรัฐธรรมนูญ พฤติกรรมทั้งหลาย ที่ท่านกระทําไปแล้วที่มันขัดกับรัฐธรรมนูญก็อย่ากระทําต่อไป เท่านั้นแหละครับผมคิดว่า บ้านเมืองนี้ก็จะสงบสุข ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญและ ผมไม่ตื่นเต้นอีกต่อไปแล้วนะครับ และผมวาดหวังอนาคตของประเทศนี้อย่างไรที่เราจะ เดินไปข้างหน้า เมื่อคืนผมไปอ่านบทความหนังสือมาเรื่องหนึ่งครับ ซึ่งท่านผู้เขียนก็ได้ เขียนมานานนะครับ ผมคิดว่าจะล้าสมัย จริง ๆ ไม่ล้าสมัยแล้วก็ทันสมัยมากครับ ถ้าท่านประธานเห็นด้วยกับผมก็นําแจกเพื่อนสมาชิกก็ได้เพื่อเปึนอุดมคติในการแก้ รัฐธรรมนูญ จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอนครับ ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ บทความ จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอนนะครับ ผมต้องการเห็นบทความนั้นเปึนจริงขึ้นมาครับ ดอกเตอร์ปิวยเขียนไว้นานแล้วครับ ผมคิดว่าจะล้าสมัยเสียแล้วครับ นําความคิดเหล่านั้น มาอ่านให้ตกผลึกและนําไปแก้รัฐธรรมนูญ และผมคิดว่าถ้าเปึนอย่างนั้นได้ เราก็ไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้ง เราก็ไม่ต้องมีเทศกาลในการแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้ง
กราบเรียนท่านประธานในช่วงท้ายสุดนี้ครับว่า เราต้องยอมรับความจริง นะครับว่ารัฐธรรมนูญเปึนต้นเหตุของความขัดแย้งของประเทศนี้ เมื่อรัฐธรรมนูญเปึน ต้นเหตุของความขัดแย้งในประเทศนี้ครับ บุคลิกของผู้นําผู้ที่มีอํานาจต้องลดทิฐิมานะ ที่แสดงออกถึงต้องการแพ้ชนะออกให้หมดสิ้น แล้วร่วมกันสร้างสรรค์รัฐธรรมนูญ อย่าคิดว่า รัฐธรรมนูญนี้มีคนแพ้ มีคนชนะ อย่าไปอ้างเสียง ๑๔ ล้าน อย่าไปอ้างเสียง ๑๐ ล้าน ๑๑ ล้านอีกต่อไปนะครับ แต่ต้องอาศัยความสมานฉันท์ ผมทายไว้ก่อนท่านประธานครับ ถ้า เราแก้รัฐธรรมนูญนี้โดยอาศัยเสียงข้างมากในรัฐสภาแห่งนี้ โดยไม่ได้อาศัย ความร่วมไม้ร่วมมือ โดยไม่อาศัยส่วนร่วมของประชาชนจากข้างนอก ถึงแม้ว่ารัฐสภา แห่งนี้จะผ่านรัฐธรรมนูญออกไปได้โดยอาศัยเสียงข้างมากก็ตาม ผมคิดว่าไม่ถึง ๔-๕ ป้ครับ เราต้องเริ่มต้นเทศกาลในการแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสุขุมพงศ์ โง่นคํา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนจาก จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสอภิปราย ญัตติสําคัญของสภาแห่งนี้ เนื่องจากว่าในระหว่าง ๑ เดือนที่ผ่านมานี้ก็มีข่าวคราว เกี่ยวกับเรื่องการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ กระผมเองเปึนบุคคลหนึ่งที่ติดตามการจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับนี้หลังจากการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนเปึนต้นมา จนกระทั่งถึง มีแนวโน้มที่จะมีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมศึกษาต่อเนื่องมาเปึนเวลานานและ ต่อเนื่องตลอดมาเช่นเดียวกับท่านสมาชิกหลายท่านในสภาแห่งนี้ ญัตติในวันนี้มีทั้งหมด ๗ ญัตติ ๔ ญัตติที่เปึนญัตติเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการบังคับใช้ ของรัฐธรรมนูญ อีก ๒ ญัตติเปึนญัตติเช่นเดียวกัน แต่เพิ่มวัตถุประสงค์เข้าไปเพื่อให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วญัตติสุดท้ายเปึนญัตติเข้าใจว่าน่าจะเปึนของพรรคการเมือง พรรคหนึ่งจากพรรคชาติไทย ของท่านเขียนไว้ไม่ชัดว่าเปึนญัตติเพื่อให้มีการแก้ไข หรือไม่แก้ไข แต่เขียนเปึนทํานองว่าศึกษาข้อดี ข้อเสียของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อดู เนื้อหาสาระญัตติแล้วกระผมเข้าใจว่ากระผมสามารถที่จะอภิปรายเรื่องการศึกษาแนวทาง ต่าง ๆ เพื่อไปสู่การแก้ไข เพื่อไปสู่ผลสรุปข้อดี ข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ ท่านประธาน เปึนผู้แทนราษฎรครั้งแรกถ้าผมจําไม่ผิดประมาณป้ ๒๕๑๒ ก็รุ่นราวคราวเดียวกับบรรพบุรุษ พวกเราหลายคน บางท่านก็ล้มหายตายจากไปแล้ว ก็เปึนผู้แทนราษฎรในสมัยที่ท่าน เปึนในครั้งแรก ท่านประธานคงพบว่าประเทศไทยเปึนประเทศแรกในหลาย ๆ ประเทศ ในโลกร้อยกว่าประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลก ใน ๑๘ ฉบับเปึนรัฐธรรมนูญถาวร เปึนรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ประชาธิปไตยเต็มใบหรือครึ่งใบ ๙ ฉบับครับท่านประธาน เปึนรัฐธรรมนูญชั่วคราว หรือเปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้หลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร บังเอิญจริง ๆ ครับท่านประธาน ๙ ฉบับเหมือนกัน เรามีรัฐธรรมนูญที่ใช้นานที่สุด ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงทราบ ไม่น่าเชื่อ รัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกเมื่อป้ ๒๔๗๕ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ใช้นานที่สุดในประเทศไทย ๑๔ ป้เศษ ถ้านับรวมนํามาใช้ในรอบที่ ๒ ป้ ๒๔๙๕ เกือบ ๒๐ ป้ ไม่น่าเชื่อรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกเปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้ได้นานที่สุด นอกจากนั้น ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่คิดว่าดีที่สุดกลับใช้อายุสั้นที่สุด นี่คือปัญหาของประเทศไทย เรามีการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๒ ครั้ง เรามีการกบฏ ๑๒ ครั้ง บังเอิญจริง ๆ ตรงกัน ๒ อย่างแล้วครับ ท่านประธาน นอกจากนั้นเราก็มีการยุบสภา ๑๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นในระหว่างเวลา ๗๖ ป้ ที่เรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยล้มลุกคลุกคลานอยู่ในวงจรอุบาทว์ ปฏิวัติ จัดทํารัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ปฏิวัติ จัดทํารัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง หมุนเวียนอยู่ครับ ผลที่สุด ใน ๗๖ ป้ที่เรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรามีคณะรัฐมนตรี ๕๗ ชุด มีนายกรัฐมนตรี ๒๕ คน ประเทศเดียวในโลกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาคํานึงว่าประเทศไทยควรจะออกนอกวงจรอุบาทว์นี้เสียที เขาก็เลย มีเจตนารมณ์ไว้ ๓ เรื่อง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ให้รัฐบาลเข้มแข็ง ผมโชคดีครับท่านประธาน ผมเปึนผู้แทนราษฎรหลังท่านประธาน ร่วม ๑๐ สมัย แต่ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรกและเปึนสภาที่อยู่ครบ ๔ ป้ เปึนสมัยแรก ของประเทศไทยเพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นี่คือคุณูปการของ รัฐธรรมนูญฉบับนั้น แล้วบังเอิญว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ประชาชน มีส่วนร่วมมากที่สุดในการจัดทํา ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ก็เปึนที่น่าเสียดาย ผมเชื่อว่าทุกอย่างในโลกย่อมมีดีและมีไม่ดีบ้างเปึนเรื่องปกติ แต่ระหว่างตอนท้ายของ การใช้บังคับรัฐธรรมนูญก็มีการศึกษาและแก้ไขเช่นนี้เช่นเดียวกัน รัฐบาลในขณะนั้น ก็ได้มอบให้สถาบันการศึกษา อุดมศึกษาทุกแห่งในประเทศไทยไปสรุปปัญหาการบังคับใช้ เหมือนที่เราทําขณะนี้ ทําเปึนเล่มประมาณ ๒๖ ประเด็นที่จะต้องนํามาแก้ไข เพราะฉะนั้นการที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการมาศึกษา สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องไปนํามา ต้องไปนํารายงาน อธิการบดี ๒๖ สถาบันนี่มาดูการศึกษาก็จะเร็วขึ้น เมื่อเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ขึ้นมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ก็จําเปึนจะต้องมีการจัดทํารัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่กีดกันคนส่วนใหญ่ของประเทศ ในการร่วมจัดทํา ทําไมถึงเปึนเช่นนั้น ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้ที่ผมชูขึ้นต่อ ท่านประธาน เขาบอกว่าผู้ใดที่เปึนสมาชิกพรรคการเมือง ผู้ใดที่เคยเปึนสมาชิก พรรคการเมืองขาดจากสมาชิกไม่น้อยกว่า ๒ ป้ห้ามยุ่งเกี่ยวในการจัดทํารัฐธรรมนูญ ห้ามยุ่งเกี่ยวอย่างไรครับ ๑. ห้ามเปึน สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒. ห้ามเปึน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๓. ให้เปึนสมาชิก สนช. ได้ เฉพาะเปึนตัวแทน พรรคการเมืองบางพรรคเข้ามาเท่านั้น ก็หมายความว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีส่วนร่วม ในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถามว่าคนที่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองในประเทศไทยนี้ มีกี่คน ประเทศไทยมีประชากร ๖๕ ล้านคน เปึนสมาชิกพรรคการเมืองเกินกว่ากึ่งหนึ่งของ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ ๔๒ ล้านคน เปึนสมาชิกพรรคการเมือง เกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นั่นก็หมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ เปึนรัฐธรรมนูญที่กีดกั้นคนที่เสียงข้างมาก จํานวนประชากรข้างมากไม่ให้มา มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เริ่มต้นมันก็ผิดเสียแล้วท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตกล่าว เฉพาะประเด็นที่ยังไม่มีสมาชิกท่านใดให้ความเห็นไว้ ในระหว่างที่มีการจัดทําร่าง รัฐธรรมนูญ กระผมได้มีโอกาสติดตามการอภิปรายของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทุกครั้งที่มีการอภิปราย ท่านประธานเชื่อไหมครับเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ เราที่เปึนสมาชิก พรรคการเมือง เราที่เคยบริหารราชการแผ่นดิน เปรียบเสมือนเปึนเสือ เปึนสิงห์ เปึนกระทิง เปึนแรด กฎกติกาที่จะให้คนมามีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดิน ถัดจากรัฐบาลชุดของเขาที่กําลังร่างรัฐธรรมนูญอยู่จะต้องกีดกันบุคคลเหล่านี้สารพัดเรื่อง สารพัดราว ไม่ว่าจะเปึนระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ท่านสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึนระบบการเลือกตั้ง ส.ว. อํานาจ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง การสรรหา ก็มีเท่ากับอํานาจของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ทําไมเขาทําเช่นนั้นครับท่านประธาน เพราะเปึนการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปัองกันบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้เข้ามามีอํานาจในบ้าน ในเมือง หลักการนี้ทั่วโลกเขาก็ไม่ทํากัน การตรากฎหมาย หลักพื้นฐานในการตรากฎหมาย จะต้องชัดเจนบังคับได้ทั่วไปและเปึนประโยชน์กับประชาชน เมื่อวัตถุประสงค์มันเพี้ยน เช่นนั้น เนื้อหาต่าง ๆ เพี้ยนไปหมดครับท่านประธานที่เคารพ ประชาชนไม่ได้เปึนเจ้าของ ประเทศที่แท้จริง สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนนอกจากที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนต่อ ท่านประธานแล้ว จะเห็นได้ว่าใครก็ตามที่มาใช้อํานาจรัฐ ใครก็ตามที่จะมาบริหารประเทศ ในขณะนี้ตามภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้จะอยู่ลําบาก ข้อเท็จจริงก็เกิดขึ้นแล้ว ในขณะนี้พรรคพลังประชาชนของกระผมชนะด้วยเสียงข้างมาก ๒๓๓ เสียง เมื่อรวมกับ พรรคร่วมรัฐบาลแล้วได้เสียงข้างมาก ๓๑๖ เสียง อยู่ได้ไม่ถึง ๔ เดือนครับท่านประธาน ที่เคารพ เกิดปัญหาความขัดแย้ง เกิดปัญหาการร้องเรียนชุมนุม ขณะนี้ประชาชนไม่ว่า จะอยู่ภูมิภาคใด ไม่ว่าจะเปึนต่างจังหวัด กรุงเทพมหานคร ในประเทศ ต่างประเทศเกิด ความสับสนวุ่นวายไปหมด วันนี้มีข่าวว่าจะมีการเดินขบวนชุมนุมเพื่อยึดทําเนียบรัฐบาล ซึ่งก็ถือว่าเปึนการชุมนุมท่านมีสิทธิที่จะชุมนุมตามอํานาจหน้าที่ของท่านตามรัฐธรรมนูญ แต่การชุมนุมนั้นก็มีเงื่อนไขที่จะกระทําได้มากน้อยเพียงไร ท่านประธานที่เคารพครับ การประกาศท้าทายเยี่ยงนี้ กระผมเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งก็เกิดจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่นอน การบริหารราชการแผ่นดินโดยทั่วไปเขาต้องนํานโยบาย ของพรรค นโยบายที่หาเสียงในการรณรงค์เลือกตั้ง เมื่อประชาชนเลือกแล้วพรรคที่มี เสียงข้างมากต้องนํานโยบายนั้นมาเปึนนโยบายรัฐบาลและบริหารราชการแผ่นดิน ขณะนี้ เกิดปัญหาขึ้นแล้วครับ เมื่อวานผมได้รับหนังสือ รายละเอียดร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ผมไปเป่ดดูครับท่านประธาน มีหมวด มีหมู่ เหมือนกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ทุกประการเหมือนกันหมดครับ เริ่มต้นด้วยเรื่องแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ หมวด ๑ ของงบประมาณก็เขียนไว้เช่นนี้ จนกระทั่งหมวด ๙ หมวด ๑๐ วิทยาศาสตร์ ที่ดิน ต่างประเทศ เศรษฐกิจ กฎหมาย การศึกษา นําหมวดบัญญัติ ในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมาเปึนหมวดในการใช้งบประมาณแผ่นดิน นอกจากนั้น ก็ไม่พอครับท่านประธานที่เคารพ ก่อนหน้านี้สัก ๓ เดือนมีการประชุมรัฐสภา นโยบาย รัฐสภาที่แถลงก็นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนี่แหละครับมาเปึนนโยบายของรัฐบาล ผลที่ตามมาก็คือว่าราษฎรที่เขาจะต้องเลือกคนมาบริหารประเทศ เขาไม่สามารถเลือกคน ที่จะบริหารประเทศตามเจตนารมณ์ของราษฎรได้ เพราะถูกกําหนดขีดเส้นไว้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในหมวดว่าด้วยนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพราะฉะนั้นใครจะมา บริหารบ้านนี้เมืองนี้จะทําสิ่งอื่นไม่ได้นอกจากรัฐธรรมนูญเขียนไว้เท่านั้น กระผม มีอีกสิ่งหนึ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า สิ่งหนึ่งที่น่าหวั่นเกรงที่น่าวิตกกันมาก ก็คือว่าบทบัญญัติหลายบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริมระบบราชการให้เหนือ ระบบการเมือง เปึนที่ยอมรับกันครับว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเรามี ๓ หลัก อํานาจนิติบัญญัติเปึนผู้ตรากฎหมาย อํานาจบริหารนํากฎหมายไปใช้บังคับ อํานาจตุลาการ ตัดสินคดีพิพาท เมื่อกฎหมายใช้บังคับแล้วเกิดผลเสียแก่ผู้ใด ขณะนี้ระบบราชการกลับมา มีอํานาจเทียบเท่าอํานาจหลักทั้ง ๓ จะเห็นได้ว่าองค์กรอิสระทั้งหลายตามที่รัฐธรรมนูญ กําหนดมีอยู่ ๗ องค์กร องค์กรอิสระ ๔ องค์กร องค์กรอื่นอีก ๓ องค์กร เช่น คณะกรรมการ การเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน องค์กรอัยการ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นเราก็มีองค์กรอื่นอีกครับ ท่านประธานที่เคารพ องค์กรตามมาตรา ๘๑ ถ้าท่านประธานมีรัฐธรรมนูญอยู่ข้างหน้า ท่านช่วยดูองค์กรตามมาตรา ๘๑ คือองค์กรเพื่อที่จะติดตามการทํางานของกระบวน การยุติธรรม องค์กรตามมาตรา ๓๐๘ องค์กรปฏิรูปกฎหมาย องค์กรตามมาตรา ๔๗ องค์กรที่มีหน้าที่กํากับการใช้คลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม และสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรตามมาตรา ๖๑ เปึนองค์กรที่จะมาคุ้มครองผู้บริโภค ๔ องค์กรนี้กับอีก ๗ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวม ๑๑ องค์กร ถามว่ารัฐบาลจะเข้ามา เกี่ยวข้องจะเข้ามายึดโยงในองค์กรอิสระทั้งหลายทั้ง ๑๑ องค์กรได้หรือไม่มากน้อย เพียงใด เพราะฉะนั้นเปึนประเทศเดียวในโลกกระผมขอยืนยัน นอกจากอํานาจบริหาร ที่รัฐบาลจะถูกแย่งไปในองค์กรอิสระทั้งหลายทั้ง ๑๑ องค์กรเขาทํางานไม่ได้ ใครมาบริหาร ใครมาเปึนผู้ใช้อํานาจบริหารก็ทํางานลําบาก การพัฒนากฎหมายตามมาตรา ๓๐๘ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังมีอีกองค์กรหนึ่งเปึนองค์กรที่เกิดขึ้นมาเพื่อพัฒนา การเมือง องค์กรนี้รัฐก็ไม่ได้เกี่ยวข้องไปฝากไว้ที่สถาบันพระปกเกล้าเปึนฝ์ายเลขาธิการ เขามีสภาพัฒนาการเมืองก็ทําหน้าที่คล้าย ๆ กับสภาผู้แทนราษฎรของเรานี่เองเพื่อที่จะ พัฒนาการเมือง เพราะฉะนั้นใครมาบริหารราชการแผ่นดิน อํานาจบริหารของท่านถูกลดทอนไปโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมจะ กราบเรียนเปึนลําดับต่อไปก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกจากจะไม่ส่งเสริม บั่นทอนอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหารดังกล่าวแล้ว สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะเรียนท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ กําหนดเหตุแห่งการยุบ พรรคการเมืองไว้เพียง ๒ เหตุเท่านั้น เหตุที่ ๑ ถ้าบุคคลใด คณะบุคคลใด หรือบุคคลใด ในพรรคการเมืองกระทําการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กระทําการ อันได้มาซึ่งอํานาจที่มิใช่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขากําหนดไว้ ๒ เหตุเท่านั้น ที่จะยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้บริหารพรรคการเมืองได้ นอกจากนั้นก็ไปเขียนเหตุเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเหตุหนึ่งซึ่งกําหนดไว้ภายหลัง หลังจากรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนแล้ว คือในมาตรา ๒๓๗ ในกรณีที่มีการกระทําความผิดต่อ กฎหมายเลือกตั้ง ถ้ากรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรครู้เห็นเปึนใจหรือไม่รู้เห็นเปึนใจ เพียงแต่ปล่อยปละละเลยไม่ห้ามปรามยับยั้งการกระทําก็ให้ยุบพรรคนั้นแล้วเพิกถอนสิทธิ กรรมการพรรคนั้นเปึนเวลา ๕ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีประเทศไหนในโลก ผมขอ ย้ําอีกครั้งหนึ่งเปึนครั้งที่ ๓ ว่าเขาจะยุบพรรคการเมืองที่เปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาลป้ละหน จะมีประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้นครับที่จะยุบพรรคการเมืองที่เปึนแกนจัดตั้งรัฐบาล ป้ละหน ความเชื่อถือในโลกนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ทุกวันนี้ตัวแทนประเทศไปประชุม นานาประเทศ เขาไม่ถามว่าท่านจะมาค้าขายอะไร ท่านจะเป่ดสัมพันธไมตรีทางธุรกิจด้านไหน เขาถามเพียงแต่ว่าท่านจะอยู่ได้กี่วัน พรรคท่านจะถูกยุบเมื่อไร นี่คือสิ่งที่รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง นอกจากนั้นถ้าไปดูในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง ยังตรากฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะยุบพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น ทําไมกระผมพูดเช่นนั้นครับท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญกําหนดเหตุยุบพรรคการเมืองได้ ๓ เหตุ กระผมกราบเรียนแล้ว ๑. ล้มล้างการปกครอง ๒. ได้อํานาจมาโดยไม่ชอบ ๓. มีการซื้อเสียงแล้วก็กรรมการรู้เห็น แต่ในกฎหมายพรรคการเมืองไปเพิ่มเหตุมาอีกอย่างน้อย ๕ เหตุครับท่านประธาน เหตุที่ ๑ รับต่างด้าวเปึนสมาชิก เหตุที่ ๒ พรรคการเมืองไม่จัดทํา รายงานประจําป้ เหตุที่ ๓ รับบริจาคไม่ถูกต้อง เหตุที่ ๔ กลั่นแกล้งพรรคอื่นให้ต้องรับโทษ เหตุที่ ๕ ช่วยเหลือผู้สมัคร ส.ว. ในการเลือกตั้ง เพิ่มเหตุที่เกินกว่ากําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาทุกวันนี้ประมาณ ๓๖ พรรค วันดีคืนดี อาจจะยุบไม่เหลือสักพรรค กระผมทราบมาว่าขณะนี้ กกต. กําลังพิจารณานอกจาก ๓ พรรคที่พิจารณาไปแล้วยังมีพรรคใหญ่พรรคหนึ่งที่กระทําความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง และกรรมการบริหารเปึนผู้กระทําความผิดเอง ถ้ายุบพรรคก่อนหน้านี้ ๓ พรรค และ ยุบพรรคที่จะส่งเข้าไปให้ศาลฎีกาพิจารณาอีก ๑ พรรค ในสภานี้จะเหลือผู้แทนราษฎร ไม่ถึง ๓๐ คนครับท่านประธานที่เคารพ แล้วบ้านเมืองเราจะอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้น จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน นอกจากเจตนารมณ์ นอกจากเนื้อหา นอกจากสาระสําคัญเปึนการกระทําที่ไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง ไม่เปึนประชาธิปไตยแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมครับ ใน ๓๐๙ มาตรานี้รัฐธรรมนูญเขียนขัดแย้ง เขียนผิดอยู่ อย่างน้อย ๓-๔ มาตรา ถามว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนผิดนี่ต้องแก้ไหมครับ เด็กนักเรียนเขียนภาษาไทยผิดอาจารย์เขาก็แก้ให้ เราตอบคําถามผิดครูเขาก็แก้ให้ กฎหมายผิดสภาแห่งนี้ก็นํามาแก้ไข กฎหมายผิดบางเรื่องเราก็ไม่ทูลเกล้าฯ อันนี้ รัฐธรรมนูญผิด ท่านประธานอยากทราบไหมครับว่าผิดมาตราไหนบ้าง มาตรา หนึ่งที่ผิด ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๘ เขาบอกว่า ประทานโทษครับท่าน ในรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยการเป่ดสมัยประชุมสภาเปึนครั้งแรก ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๒๘ ซึ่งท่านประธานก็คงทราบดี ท่านประธานเปึนผู้แทนราษฎรมา ๖-๗ สมัย ท่านประธาน ได้มีโอกาสร่วมรัฐพิธีเปึนครั้งแรกนะครับ พวกเราก็ภาคภูมิใจ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ในมาตรา ๑๒๘ เขาบอกว่าเปึนรัฐพิธี ดําเนินการเป่ดรัฐพิธีโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ทุกครั้งนะครับ ท่านประธานไปดูในมาตรา ๑๓๖ (๗) ขัดแย้งกัน ในมาตรา ๑๓๖ (๗) หมวดที่ว่าด้วยบทที่ใช้ร่วมกันทั้ง ๒ สภา การประชุมร่วมกันทั้งของ รัฐสภา (๗) การเป่ดประชุมรัฐสภาเปึนครั้งแรก ตามมาตรา ๑๒๘ ท่านประธานที่เคารพครับ การประชุมร่วมกันให้ใช้ข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา การประชุมร่วมกันคือ การประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส. ส.ว. ในห้องประชุมนี้แต่การเป่ดรัฐพิธีเราไปทําพิธี ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ผมติดใจประเด็นนี้หลายครั้งหลายหน กระผมไม่อยาก ให้กฎหมายรัฐธรรมนูญขัดแย้งกันเอง กระผมไม่อยากจะให้กฎหมายนี้ผิด ผมได้ตรวจ ย้อนหลังไป ๓๐ กว่าป้ ปรากฏว่าไปผิดตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๔๘๙ เขาเขียนไว้เช่นนั้น ผมเข้าใจว่าในสมัยนั้นอาจจะไม่ผิด เพราะการประชุมรัฐสภา ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะทําที่พระที่นั่งอนันตสมาคม กระผมฝากเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่า เรื่องผิดเปึนเรื่องใหญ่ เช่นนี้เราจะไม่แก้ไขเชียวหรือ
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่จะต้องมีการแจ้งทรัพย์สิน ท่านประธานคงทราบ บุคคล ที่ต้องแจ้งทรัพย์สินมี ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ คือ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่าน ส.ส. ส.ว. ท่านรัฐมนตรี ท่านเลขานุการรัฐมนตรี ท่านที่ปรึกษา ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งหลายประมาณ ๒๐ ตําแหน่ง ตลอดจนท่านสมาชิกท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นอีกหลายพันคน ตามที่กฎหมายกําหนด เขาให้ไปแจ้งทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. หาก ป.ป.ช. พบว่าจงใจหรือแจ้งเท็จ ส่งศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญใหม่ เดิมส่งศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เปึนตําแหน่ง สูง ๆ ท่านประธานศาลฎีกา ท่านอัยการสูงสุด ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดี ซึ่งกฎหมาย กําหนดให้แจ้ง เขาให้แจ้งต่อ ป.ป.ช. และให้ ป.ป.ช. ชี้มูลว่าผิดหรือไม่ผิด ถ้าผิดก็ลงโทษ ทางวินัยไม่ต้องไปขึ้นศาล ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือหลักตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านดูในมาตรา ๒๖๓ มาตรา ๒๖๔ นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในนั้นบอกว่า มาตรา ๒๖๔ บทบัญญัติมาตรา ๒๕๙ มาตรา ๒๖๐ มาตรา ๒๖๑ มาตรา ๒๖๑ วรรคสอง และมาตรา ๒๖๓ วรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย อ่านเช่นนี้คนฟังคงไม่เข้าใจ ผมขออนุญาตชี้แจงก็หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้อง แจ้งทรัพย์สินไปแจ้งที่ ป.ป.ช. และหาก ป.ป.ช. ชี้ว่าผิดไม่ยุตินะครับ เดิมยุติตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คราวนี้ต้องส่งไปศาลฎีกาเปึนคนวินิจฉัยเพื่อที่จะลงโทษลงทัณฑ์ว่า แจ้งทรัพย์สิน เท็จหรือแจ้งทรัพย์สินไม่ครบ ผลตามมาคืออะไรครับ ราชการท่านนั้นต้องพักงานทันทีเพราะ มีคดีความอยู่ที่ศาลเนื่องจากมีคดีแจ้งทรัพย์สินไม่ครบเพราะ ป.ป.ช. ชี้มูล อันนี้เปึนที่ หวั่นวิตกแก่ผู้ที่อ่านกฎหมายเข้าใจ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง หากมีประเด็นแจ้งทรัพย์สินไม่ครบ นั่นคือผิดพลาดจะต้องแก้ไข ในประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญผิด ท่านประธานเปึนผู้แทนราษฎร ผมก็เปึนผู้แทนราษฎร ก่อนสมัครผู้แทนราษฎรเราก็ต้องดูว่าคุณสมบัติเรามี คุณสมบัติ ต้องห้ามเรามีหรือไม่ ในมาตรา ๑๐๒ บอกว่าผู้แทนราษฎรจะต้องไม่เปึน (๘) ข้าราชการที่มีตําแหน่ง เงินเดือน นอกจากข้าราชการการเมือง หมายถึงอย่างไรครับ หมายถึงว่า คนที่จะสมัครผู้แทนราษฎร จะต้องไม่เปึนข้าราชการ ยกเว้นข้าราชการการเมือง ก็หมายความว่า คนที่จะสมัคร ผู้แทนราษฎรจะเปึนข้าราชการสมัครไม่ได้ แต่ถ้าเปึนข้าราชการการเมืองสมัคร ผู้แทนราษฎรได้ ข้าราชการการเมืองมีใครบ้างครับท่านประธาน มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษา เลขานุการ รวมแล้ว ๒๐ ตําแหน่ง สมมุติครับท่านประธาน ที่เคารพ สมมุติว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปสมัคร ขณะนี้ท่านมาสมัคร ส.ส. เมื่อมี การยุบสภาหรือครบวาระก็แล้วแต่ ท่านก็สามารถเปึนผู้แทนราษฎรและมาเปึน นายกรัฐมนตรีได้ อันนี้ไม่มีปัญหาแต่มีปัญหาคือตําแหน่งอื่นที่ไม่ใช่รัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญให้มาเปึน ส.ส. ได้ ตําแหน่งอื่นที่ไม่ใช่รัฐมนตรี เช่น เลขานุการ รัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาทั้งหลายประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี อีก ๑๘-๑๙ ตําแหน่ง เขาให้สมัครเปึนผู้แทนราษฎรได้ครับท่านประธาน แล้วผิดอย่างไร ไปผิดกับมาตรา ๒๖๕ ในมาตรา ๒๖๕ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา จะมีตําแหน่งหรือใช้อํานาจหน้าที่ในส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน ของรัฐไม่ได้ มันผิดพลาดครับ ท่านเลขานุการนายกรัฐมนตรี ท่านเลขานุการรัฐมนตรี ให้เขารับสมัครเปึนผู้แทนราษฎรได้ แต่เมื่อเขาเปึนผู้แทนราษฎรได้กลับไม่ให้เขาเปึน กฎหมายมันขัดแย้งกันโดยแท้ จะห้ามตรงไหนก็ห้าม เพราะฉะนั้นจําเปึนจะต้องมีการแก้ไขครับ ท่านประธานที่เคารพ อย่างน้อย ๓ มาตราที่มันผิดพลาด กระผมเองได้ศึกษากฎหมาย ฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น หลังจากเขามีการปฏิวัติรัฐประหาร ผมก็ติดตามมาตลอด และระหว่าง ที่มีการประชามติเราก็มีศึกษาประชามติ โดยเฉพาะพรรคพวกกระผมก็คัดค้าน ซึ่งในที่สุด เสียงประชามติก็ออกมาตามที่ท่านทราบแล้ว ๑๐ กว่าล้านเสียง แล้วระหว่างเลือกตั้ง ตัวกระผมเอง พรรคพวกกระผมเองก็รณรงค์เพื่อที่จะมาขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมบอกพี่น้อง ทั่วประเทศว่าเราจะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าผมเปึนผู้แทนราษฎร พรรคผมเปึนแกนนํา จัดตั้งรัฐบาล กระผมเห็นว่าขณะนี้มีความพร้อมแล้วครับ พวกเราในฐานะที่เปึนสมาชิก รัฐสภา เราทําตามบทบัญญัติในมาตรา ๒๙๑ ว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วเปึนสิทธิ โดยชอบธรรมของพวกเราที่จะกระทํา กระผมไม่ได้คิดเดี๋ยวนี้ ไม่ได้คิดเดือนนี้ ไม่ได้คิด ๓ เดือนนี้ เราคิดตั้งแต่ถูกปฏิวัติวันแรก คืนวันที่ ๑๙ ว่ารัฐธรรมนูญเผด็จการต้องออกมา แบบนี้แล้วข้อเท็จจริงก็เปึนเช่นนี้ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนพี่น้องประชาชน ท่านสมาชิก ทั้งหลายว่าสมควรแล้วละครับ ท่านจะศึกษาก็ศึกษาไป ผมศึกษามา ๘-๙ เดือนแล้ว ก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลท่านในการแก้ไขต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพ
เชิญท่านถวิลครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากมีการเลือกตั้งผ่านไปแล้วเมื่อปลายป้ที่แล้วก็ได้มีการถกเถียงกันค่อนข้างมากว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีปัญหาอย่างไรหรือไม่ อีกประเด็นหนึ่ง ที่มีการถกเถียงกันมากก็คือว่า บางท่านก็บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ดีที่สุด รวมทั้งที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนั้นด้วย ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น บางฝ์าย ก็บอกว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถึงแม้ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญ ที่เกิดขึ้นภายหลังมีการรัฐประหารก็ตาม ผมเองในฐานะที่ได้มีโอกาสอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งในฐานะสมาชิกวุฒิสภาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างหนึ่งอย่างใดเช่นกัน และได้พยายาม ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็งของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับในระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งก็เปึนประเด็น ที่อาจจะพูดได้ว่ารัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนี้มีส่วนเสียและส่วนที่คิดว่าดีสลับกันไป ประเด็นนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองของแต่ละท่านเปึนอย่างไร ซึ่งในฐานะที่เราเปึนนักการเมืองเราต้อง ให้เกียรติคนที่มองเห็นอะไรก็ตามที่แตกต่างไปจากเรา ผมเองโดยส่วนตัวยึดถืออย่างนี้เสมอ เราอย่าไปว่าใครคนหนึ่งคนใดที่ไม่เห็นด้วยกับเราเปึนอันขาด กระผมเองมองเห็นว่า ช่วงระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้ประกาศใช้ได้มีผลบังคับใช้นั้นรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นก็มีปัญหาขัดกับหลักการอยู่หลายมาตราด้วยกัน ผมคงไม่รบกวนเวลา ท่านประธานมากนะครับ แต่จะยกตัวอย่างบางมาตราที่ผมคิดว่าขัดกับหลักการปกครอง ในระบอบรัฐสภา เช่น ในกรณีที่บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีก็ดี เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะเดียวกันไม่ได้ ซึ่งมีการอ้างกันว่าการที่ต้องทําเช่นนี้ เพื่อให้ฝ์ายบริหารมีความเข้มแข็ง แต่ในขณะเดียวกันท่านที่คิดอย่างนั้นอาจจะลืมคิด ไปว่าเปึนการทําให้ฝ์ายนิติบัญญัติอ่อนแอเช่นเดียวกันก็คิดได้เหมือนกัน ผมเองผมไม่แน่ใจว่า ประเทศทั้งหลายในโลกนี้ที่มีการปกครองในระบอบรัฐสภานั้นจะห้ามมิให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดํารงตําแหน่งข้าราชการการเมืองหรือตําแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีในขณะเดียวกัน ไม่ได้ ถ้ามีก็มีประเทศเดียวในยุโรปก็คือประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกระผมเองก็เคยไปศึกษา ที่นั่น ส่วนประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศแม่แบบของระบอบรัฐสภาอย่างอังกฤษ คนที่มาเปึนนายกรัฐมนตรี เปึนรัฐมนตรีก็ต้องเปึน ส.ส. ในขณะเดียวกันได้ ประเด็นปัญหา มันอยู่ตรงนี้ครับ การที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้นั้น ทําให้ความห่างเหินระหว่างฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัตินั้นมีค่อนข้างมาก สังเกตได้ว่า ในระยะ ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมานั้น ฝ์ายบริหารมักจะไม่ค่อยมา ร่วมประชุม เพราะถือว่าตัวเองไม่มีสิทธิที่จะลงคะแนนเสียง ซึ่งอันนี้โดยหลักจริง ๆ ผมก็เห็นด้วยว่าในเมื่อตัวเองไม่มีสิทธิที่จะมาใช้สิทธิลงคะแนนในสภาแล้วต้องมาทําไม ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง อันนี้คือเปึนปัญหา เมื่อความห่างเหินระหว่างฝ์ายบริหารกับ ฝ์ายนิติบัญญัติมีมากขึ้นทําให้ความสัมพันธ์ระหว่างฝ์ายนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหารจึงไม่ค่อย ราบรื่น ซึ่งผิดหลักการในการปกครองระบอบรัฐสภา ซึ่งทั้งฝ์ายนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหารนั้น จะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แล้วสิ่งหนึ่งที่น่าจะมีปัญหามาก ๆ ก็คือว่า สมมุติว่า นายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศชาติอยู่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเกิดกรณีใดก็แล้วแต่ ต้องพ้นจากตําแหน่งไป นั่นก็หมายถึงว่า หัวหน้าพรรคผู้นั้นที่เปึนนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเข้ามานั่งในสภาได้เลย หัวหน้าพรรคต้องอยู่ห่างไปเลย เปึนฝ์ายบริหารก็ไม่ใช่ แล้วจะมาเปึน ส.ส. ก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นในสภาจึงไม่มีหัวหน้าพรรค นี่คือจุดอ่อน แต่ว่ายังไม่เกิดขึ้นเท่านั้นเองครับ ใน ๕-๖ ป้ที่ผ่านมา ซึ่งกระผมถือว่าระบบ รัฐสภานั้น ส.ส. ต้องเปึนฝ์ายบริหารได้ในขณะเดียวกัน อันนี้คือจุดอ่อนในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐
จุดอ่อนอีกประการหนึ่งก็คือว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเป่ดโอกาสให้มี การรวมพรรคการเมืองได้ภายหลังการเลือกตั้ง คือรวมพรรคการเมืองเมื่อไรก็ได้ นี่คือ เปึนจุดอ่อนทําให้เกิดปัญหาขึ้นมาว่า ช่วงที่แต่ละพรรคการเมืองไปหาเสียงเลือกตั้งนั้น แต่ละพรรคการเมืองก็มีนโยบายเฉพาะ ซึ่งประชาชนก็เลือกตามนโยบายนั้น ๆ ว่า พรรคการเมืองนี้มีนโยบายอย่างนี้จึงเลือกผู้สมัครของพรรคการเมืองนี้ แต่เมื่อได้รับ เลือกตั้งเข้ามาแล้วกลายเปึนว่าพรรคการเมืองเหล่านั้นมารวมกัน ก็ต้องถามกันว่า คุณขัดขืนมติของประชาชนที่เลือกพรรคท่านหรือไม่ เพราะฉะนั้นการที่เป่ดโอกาสให้มี การรวมพรรคภายหลังจากการเลือกตั้งไปแล้วนี่กระผมคิดว่าน่าจะไม่เหมาะสม อันนี้ ก็เปึนประการหนึ่งที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อาจจะเปึนจุดอ่อน
ในประการที่ ๓ ที่ผมคิดว่าเปึนจุดอ่อนก็คือว่า เกี่ยวกับกระบวนการสรรหา องค์กรอิสระ เจตนารมณ์ขององค์กรอิสระนั้นต้องการให้มีความเปึนอิสระจริง ๆ ซึ่งอันนี้ ใคร ๆ ก็ยอมรับ แล้วหลักการของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีหลักการสําคัญอยู่ประการหนึ่ง ก็คือว่า ต้องการให้มีองค์กรอิสระมาทําหน้าที่คัดสรรคนเข้ามาอยู่ในเวทีตรงนี้ นั่นก็คือ ให้ กกต. เปึนผู้ทําหน้าที่อันนี้ ซึ่งแต่เดิมทีท่านประธานคงทราบว่ากระทรวงมหาดไทยเปึน ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็อยู่ภายใต้รัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีก็สังกัด พรรคการเมือง เพราะฉะนั้นจึงมีองค์กรกลางขึ้นมาซึ่งเราก็พยายามเลียนแบบจากหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเปึนอินเดีย เยอรมันีก็แล้วแต่ ให้มี กกต. ขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่สกรีน (Screen) คนเข้ามาสู่เวทีอย่างนี้ว่า คุณต้องเข้ามาสู่เวทีตรงนี้ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมให้ได้คนดี ให้ได้คนที่ประชาชนเขาเห็นว่าเปึนคนดีจริง ๆ เข้ามาอยู่ตรงนี้ พยายามปัองกันกระบวนการ วิธีการต่าง ๆ ที่ไม่ชอบเข้ามาอยู่ตรงนี้ นั่นก็คือการมี กกต. เสร็จแล้วเมื่อเข้ามาอยู่ตรงนี้ แล้วก็มีองค์กรอิสระอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญอะไรก็แล้วแต่ทําหน้าที่ คอยตรวจสอบควบคุมอีกขั้นตอนหนึ่ง เพื่อว่าคนที่เข้ามาอยู่ตรงนี้แล้วต้องปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เห็นประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมเปึนใหญ่ หลักการนี้ถูกต้องครับ แต่ว่ากระบวนการสรรหานั้นที่กําหนดไว้ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีปัญหา ทําให้กรณีเกิดขึ้นหลายต่อหลายอย่างที่ชัดเจน อย่างเช่น กกต. ที่ถูกกรณีจนกระทั่งถูกศาล สั่งลงโทษ ซึ่งเปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้วผมไม่อยากจะพูดให้ชัดเจนก็ทราบกันดีอยู่แล้ว นั่นก็คือ กระบวนการสรรหามีปัญหาทําให้ไม่สามารถเลือกคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ และมีความเปึนกลางทางการเมืองมาทําหน้าที่ กกต. ทําให้เกิดกรณีที่ท่านประธาน คงทราบอยู่แล้วเช่นเดียวกัน แม้แต่องค์กร ป.ป.ช. ก็เช่นเดียวกัน ทําให้ ป.ป.ช. ชุดหนึ่ง จะต้องออกจากตําแหน่งไป สิ่งเหล่านี้เปึนต้น นั่นเปึนเพราะความล้มเหลวของกระบวนการ สรรหาองค์กรอิสระเหล่านั้น เหตุที่ล้มเหลวก็เพราะว่าการสรรหาคนเหล่านั้นที่ผมเรียน ประธานตั้งแต่ต้นแล้วว่า มีองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อให้ทําหน้าที่เปึนกลาง มีความซื่อสัตย์ สุจริตเปึนที่ประจักษ์ ทําหน้าที่สกรีนคนเข้ามาอยู่ในเวทีการเมือง ในขณะเดียวกัน เมื่อเข้ามาอยู่ในเวทีการเมืองแล้วก็มีองค์กรหนึ่งทําหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองเหล่านี้ แต่ก็ปรากฏว่าให้พรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการสรรหา และมิหนําซ้ํา เมื่อมีการแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ครั้งหนึ่งให้กลายเปึนว่า การสรรหานั้นก็มีวิธี การเปลี่ยนแปลงไป องค์ประกอบของผู้สรรหาอย่างนี้เปึนต้น ซึ่งการที่เอาคนที่ต้องถูกตรวจสอบเข้ามาเปึนผู้สรรหานั้นทําให้เกิดปัญหาที่ผมเรียนไปแล้วว่า ทั้ง ป.ป.ช. ก็ดี ทั้ง กกต. ก็ดีมีปัญหาต้องถูกลงโทษไป นั่นก็เปึนจุดอ่อนประการสําคัญของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งกระผมถือว่าเปึนจุดอ่อนที่จําเปึนจะต้องมีการแก้ไขเปึนอย่างยิ่ง มิฉะนั้นแล้วเจตนารมณ์ของการที่ตั้งเปัาหมายหลักเมื่อป้ ๒๕๔๐ ก็ต้องเปลี่ยนไป ผมย้ํา อีกครั้งหนึ่งว่าเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ประการหนึ่งที่สําคัญคือว่าทําอย่างไร คนที่เข้ามาอยู่เวทีตรงนี้เข้ามาด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้งและเมื่อมา อยู่แล้วก็ทํางานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต นี่คือประการสําคัญ
อีกอันหนึ่งที่คิดว่าเปึนจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือว่า ไม่ได้ กําหนดเอาไว้ชัดเจนว่าในเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง ว่าเมื่อมาเปึนนักการเมือง มีสภาพเปึนนักการเมืองแล้วนั้นจะต้องวางตัวอย่างไรเพื่อให้มีจริยธรรมของนักการเมือง เหมือนที่พี่น้องประชาชนต้องการ มี ๒-๓ เรื่องซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่มีใครพูดกันมากนักก็คือ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อันหนึ่งที่กระผมคิดว่ายังไม่มีสมาชิกท่านใดได้พูดถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ในประเด็นที่เกี่ยวกับสภาเกษตรกร ซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า จะให้มีเมื่อไรอย่างไร แต่ว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นได้บัญญัติอย่างชัดเจนว่าเราจําเปึน จะต้องมีสภาเกษตรกร ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานที่เคารพครับ เปึนเพราะว่าประเทศเรานั้น เกษตรกรมีจํานวนเปึน ๑๐ ล้านคนขึ้นไป แต่เราก็ยังไม่มีองค์กรที่เปึนเอกภาพจริง ๆ ของพี่น้องชาวเกษตรกร เพราะฉะนั้นผมพยายามมองรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับแล้วก็มานั่ง พิจารณากันด้วยความเปึนธรรมว่าแต่ละฉบับนั้นมีทั้งจุดอ่อน จุดด้อย และก็จุดเด่น การที่เรา มาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาพิจารณากันนั้น กระผมถือว่าเปึนเรื่อง ที่ถูกต้องแล้ว แต่ในขณะเดียวกันในการพิจารณาเราก็ต้องวางตัวเปึนกลาง รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีทั้งดีมีทั้งเสีย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีงามที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน อย่างแท้จริงก็คือว่า ส่วนไหนที่เปึนส่วนดีของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับก็นํามาใช้ แต่ในขณะเดียวกัน ส่วนที่ดีส่วนที่เหมาะสมนั้นต้องอย่าเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง อย่าเอาพรรคการเมือง ของตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง จะต้องมองถึงอนาคตของประเทศชาติ มองถึงลูกหลานในอนาคต ข้างหน้าว่าเราจะต้องสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์อนาคตของประเทศชาติ มิฉะนั้นแล้ว คณะกรรมาธิการก็จะมองแต่ว่าอะไรก็ตามที่ตัวเองไม่ชอบแล้ว ในที่สุดเราก็จะไม่ได้ รัฐธรรมนูญที่ดีอีกต่อไป ผมได้ฟังท่านสมาชิกเกือบจะทุกท่านได้พูดเปึนแนวเดียวกันว่า เมืองไทยเรานั้นมีรัฐธรรมนูญหลายฉบับเหลือเกิน รัฐธรรมนูญอยู่ไม่ได้ เพราะว่ามีการฉีก มีการปฏิวัติรัฐประหารเปึนวัฏจักรที่ค่อนข้างจะเลวร้ายมากสําหรับการเมืองของเมืองไทย เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไรก็ตามที่รัฐสภาหรือสภาแห่งนี้ได้มีโอกาสแก้รัฐธรรมนูญแล้วมองตัวเอง เปึนหลัก มองพรรคการเมืองตัวเองเปึนหลัก มองกลุ่มผลประโยชน์เปึนหลัก แล้วมาแก้ รัฐธรรมนูญผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะต้องถูกฉีกอีกแน่นอน เพราะฉะนั้นผมขอสรุป ตรงนี้ครับท่านประธานว่า การพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเราต้องพิจารณาด้วยใจเปึนธรรมจริง ๆ ด้วยการมองถึง อนาคตของประเทศชาติ อย่ามองผลประโยชน์ของตัวเอง ของพรรคการเมือง ของกลุ่มผลประโยชน์ จะต้องมองว่าเราจะทําอย่างไรให้รัฐธรรมนูญของเรานั้นมีความมั่นคง ยั่งยืน ซึ่งก็แน่นอนละครับ รัฐธรรมนูญนั้นเมื่อโลกาภิวัตน์มันเปลี่ยนไปเรื่อย เราอาจจะ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอนาคตบ้าง แต่ว่าไม่ใช่การฉีกทําลาย เพราะฉะนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีส่วนดีก็มาก ป้ ๒๕๕๐ มีส่วนดีก็มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชน ให้ประชาชนสามารถฟัองศาลได้เมื่อมี การละเมิดสิทธิ อันนี้ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ดี ประชาชนสามารถตรวจสอบ ควบคุม นักการเมืองได้ก็เปึนสิ่งที่ดี สภานิติบัญญัติแห่งชาติสามารถตรวจสอบฝ์ายบริหารได้ แล้วก็เปึนรัฐธรรมนูญที่มุ่งเน้นถึงเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน กระผมเรียน ท่านประธานว่าการเมืองต่อไปนี้เปึนการเมืองที่ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่เปึน การเมืองของนักการเมืองเท่านั้น อันนี้เปึนเรื่องที่ล้าสมัยแล้ว ผมไม่อยากให้นักการเมือง คิดว่าเมื่อเลือกตั้งมาแล้วคนอื่นไม่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ผมอยากให้คิดว่าเมื่อเลือกตั้งมาแล้วนั้น จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อะไรก็ตามที่มีผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ประชาชนมีโอกาส ตรวจสอบนักการเมืองมากยิ่งขึ้น ง่ายยิ่งขึ้น เปึนสิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสุชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้ผมได้ยื่นญัตติร่วมกับคณะให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการบังคับใช้ กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา ๒๙๑ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะมีการศึกษาหรือแก้ไข ผมต้องเล่าก่อนเลย ครับว่าผมเพิ่งเปึนผู้แทนราษฎรมาประมาณ ๒ สมัย ถามว่ามาได้อย่างไร มาตามกติกา มาตามกติกาที่คนอื่นเขาเขียนไว้ให้ ผมต้องบอกเลยครับว่าผมใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาจากประชาชน มาจากที่ผู้เขียนกฎหมายขึ้น เขียนกติกาขึ้นให้เราเปึนคนใช้ สุดท้ายเรา กําลังใช้อยู่ดี ๆ มีการปฏิวัติรัฐประหาร ป้ ๒๕๕๐ แล้วคนปฏิวัติรัฐประหารมาเขียนกติกาเอง ท่านประธานครับ เขียนกติกาให้คนอื่นใช้ แล้วคนอื่นก็ใช้อยู่ในสภาใช้เหมือนกัน ใช้เท่ากัน แต่คนที่ใช้อยู่อาจจะไม่พอใจก็ยังไปอยู่ข้างสภาก็ยังมี วันนี้กระผมเองได้ยื่นเรื่อง เข้ามา มาในนามประชาชน มาในนามผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมาจากต่างจังหวัด ทําไมผมต้องเกริ่นอย่างนี้ก่อน ผมต้องบอกท่านประธานเลยครับว่า ก่อนที่ผมจะมาเปึน ผู้แทนราษฎรในป้นี้ ในสมัยนี้ ผมเดินรณรงค์หาเสียงที่จังหวัดลพบุรี ผมบอกว่าถ้าผมเปึน ผู้แทนราษฎรผมจะกลับมาแก้กฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ที่กฎหมายมาจากเผด็จการ มาจาก การปฏิวัติรัฐประหาร มาจากคนที่มีอํานาจมานั่งเขียน เขียนเพื่อตัวเอง ทําไมผมถึง บอกว่าเขียนเพื่อตัวเอง วันนี้ผมต้องบอกว่าเขียนเพื่อตัวเองท่านประธานครับ เขียนแล้ว พอไม่ได้นั่งก็ออกไปเดินขบวนอยู่ข้างนอก ท่านประธานลองสังเกตดูครับว่ามีกี่คนที่เขียน กฎหมายแล้วไปอยู่ข้างนอกไม่ได้อยู่ในสภา ไปลงเลือกตั้งเหมือนกัน แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก็ไปใช้เวทีข้างนอก ต่อไปนี้ถ้าเกิดผมพูดจบ ผมก็คงจะมีการเขียนกฎหมายไว้เลยครับ ท่านประธาน ต่อไปว่าอํานาจมี ๔ อํานาจ อํานาจที่ ๑ คืออํานาจบริหาร อํานาจที่ ๒ คืออํานาจนิติบัญญัติ อํานาจที่ ๓ ก็คืออํานาจ ตุลาการ อํานาจที่ ๔ ก็คืออํานาจพันธมิตร ท่านประธานครับ ทําไมผมพูดอย่างนี้ คําว่า อํานาจพันธมิตรก็คือ อารยขัดขืน คือไม่ต้องใช้กติกาอะไรครับ ไม่ต้องใช้กติกา ไม่ต้องใช้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ล่าสุดคุณบอกกฎหมายรัฐธรรมนูญดีที่สุด ป้ ๒๕๔๐ ก่อนผมจะ ไปเปึนผู้แทนราษฎรก่อนป้ ๒๕๔๘ ผมเปึนบุคคลหนึ่งที่มาจากผู้นําแรงงาน เปึนคน ผูกผ้าเขียวเป่ดไฟให้เอากฎหมาย ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ เปึนกฎหมายที่ดีที่สุดในเมืองไทย ก็ว่าได้ สุดท้ายมีการปฏิวัติบอกกฎหมายฉบับนี้ใช้ไม่ได้ ฉีก ท่านประธานครับ ฉีกแล้ว เอาคนที่มาจากปฏิวัติ คนที่มาจากเผด็จการมาเขียนให้เราใช้ สุดท้ายผมกลับเข้ามา ผมบอกว่าผมต้องแก้ ผมต้องศึกษา คุณบอกไม่ได้ ๆ ต้องมีเหตุผล ท่านประธานครับ วันนี้ ผมบอกได้ ผมบอกได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเหมือนกัน มาตรา ๒๙๑ ที่ผู้แทนราษฎร ที่มาจากประชาชนมีสิทธิแก้ไขได้ นี่พูดเกริ่นให้เห็นว่าที่ไปที่มาทําไมเราต้องศึกษา เราถึง แก้ไข ทุกคนพูดหมดครับว่ากฎหมายต้องใช้กับคน กฎหมายต้องใช้กับคนที่มีจริยธรรม คุณธรรม ต้องถามกันครับว่าจริยธรรม คุณธรรมอยู่ที่ไหน อันดับแรกอยู่ที่ใจ ผมถามตรง ๆ ว่าพรรคนะครับ อันดับแรกพรรคจะเห็นแก่ใครก่อน พรรคก็ต้องเห็นแก่พวกพ้อง ของตัวเองก่อนอันดับแรกเปึนธรรมชาติ ไม่มีหรอกครับพรรคหนึ่งไปเห็นใจพรรคหนึ่งก่อน แล้วอย่างนั้นมันจะมีกติกากันไว้ทําไม มันเหมือนฟุตบอลครับท่านประธาน กําหนดว่า ให้แข่งได้ ๑๑ คน แต่คุณก็ส่งคนลงไปแข่งขัน ๑๑ คนเหมือนกัน พอคุณแพ้ คุณบอกว่า รับไม่ได้ เอาคนเก่งมาเล่นกับคนไม่เก่ง มันโกงกันชัด ๆ อย่างนี้สนามฟุตบอลใช้ไม่ได้ รื้อสนามทิ้ง ท่านประธานครับ นี่คือไม่มีกติกา ทีนี้ต้องบอกว่าเรื่องคุณธรรม คุณธรรมต้อง ถามเลยว่าอยู่ที่ไหน ตอนแรก ๆ ผมเปึนเด็กไปวัดกับพ่อกับแม่ก็ได้ไหว้พระ นับถือพระ ศึกษามาตั้งแต่เด็ก มันบ่มเพาะนิสัยไปว่าจริยธรรม คุณธรรมต้องอยู่ที่วัด อยู่ที่พระ อยู่ที่ คนบ่มสอน ไม่ใช่จริยธรรมจะมาอยู่กับนักวิชาการหรือจะมาอยู่กับดอกเตอร์ที่เรียนสูง ๆ แล้วบอกว่าผมเปึนดอกเตอร์ ผมมีจริยธรรมสูง ผมว่าไม่ใช่ท่านประธานครับ วันนี้ผม ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ออกไปใช้กับประชาชนแล้วประชาชนถามว่าได้อะไร วันนี้พี่น้อง ประชาชนฟังวิทยุอยู่ผมก็ต้องขอโอกาสที่ต้องพูดตรงนี้ว่าคนใดก็แล้วแต่ถ้าหนีการเมือง ห่างการเมือง ไม่เข้าใจการเมือง ไม่เข้าใจกฎหมายก็จะต้องโดนคนอื่นเขาหลอกใช้ไปวัน ๆ ทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับล่าสุดมีการถ่ายทอดทีวี อย่าไปเอ่ยชื่อเลย ถ่ายทอด ๒๔ ชั่วโมง มีคนกระซิบผมบอกว่าที่สหรัฐอเมริกาเอาไปขายหุ้นครับ ไปขายหุ้นให้กับ คนต่างชาติได้ดู ไม่ต้องจัดรายการครับ ไม่ต้องจ้างนักแสดง ไม่ต้องจ้างคนมา ใช้เวทีที่ใคร อยากขึ้นไปปราศรัยก็ไปพูดแล้วก็ถ่ายทอดไปทั่วโลก ให้คนอื่นเขาเห็นว่านี่เมืองไทย แล้วถามตรงนี้เลยครับว่ามีจริยธรรมไหม มีคุณธรรมไหม ไม่มี แต่ใครได้ครับ ต้องไปถามว่า คนได้เงินคนเดียวมีบริษัทอะไรก็แล้วแต่อยากจะให้ไปเช็กกันว่าที่ไปถ่ายทอดสด ๒๔ ชั่วโมงนี้ แล้วไปขายหุ้นในสหรัฐอเมริกา แล้วใครได้ประโยชน์ แต่คนที่ไปขึ้นเวทีเย้ว ๆ แต่เวที ในสภาไม่มาขึ้น ไปขึ้นข้างนอก ตรงนี้แล้วจะมายอมรับกติกากันได้อย่างไร กฎหมาย ต้องใช้กับคนครับท่านประธาน มาตามกติกา เล่นตามกติกา แล้วมันจะอยู่อย่างชอบธรรม แต่นี่คุณไม่เล่นตามกติกาแล้วมันจะไปชอบธรรมได้อย่างไรท่านประธาน วันนี้ผมอ่านแล้ว ท่านประธานครับ อ่านแล้ว ศึกษาแล้ว เห็นแล้วว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้บกพร่อง ถามว่าทําไมบกพร่อง เมื่อคืนนี้ผมต้องชื่นชมท่านอุทัย พิมพ์ใจชน ที่ออกรายการเอ็นบีที (NBT) ผมนั่งฟังอยู่ ผมนั่งดูอยู่ ท่านบอกเลยครับว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีที่มาจาก ประชาชน มาจากคนที่มีจิตใจประชาธิปไตยเปึนคนร่าง แล้วท่านบอกเลยว่า พอมายุคนี้ ที่ผู้แทนราษฎรยื่นญัตติเปึนครรลองของการแก้ไขถูกต้องตามกฎหมาย ใครมาเปึนก็ต้องแก้ ถามว่าทําไมถึงแก้ คนที่แก้ต้องบอกเลยครับว่าแก้เขาไม่ได้ใช้อย่างผมครับท่านประธาน ไม่ได้มาแก้เพื่อตัวเองแน่นอน เพราะผมถือว่าผมมาเปึนผู้แทนราษฎรแล้ว ผมใช้กติกาที่เขาเขียนแล้วเลือกผมก็เข้ามาเปึนแล้ว แล้วผมแก้เที่ยวนี้ก็ไม่ได้แก้ให้ผมเพราะว่าผมอยู่แล้ว ก็ต้องแก้ไปให้คนที่อยู่รุ่นหลัง อนุชนรุ่นหลังได้เอาไปใช้เพราะอะไร เพราะที่ไปที่มาของมันไม่ขลัง ไม่ศักดิ์สิทธิ์ อย่างมาตรา ๓๐๙ ผมย้ําเลยครับว่า เปึนสื่อเปึนข่าวไปว่ามาตรา ๓๐๙ แก้ไม่ได้ แก้เพื่อตัวเอง แก้เพื่อทักษิณ ผมต้องพูดเลยครับว่ามันไม่ใช่ มันไม่ใช่ตรงไหนครับท่านประธาน มาตามผม มาตรา ๓๐๙ บอก การใดก็แล้วแต่ที่ทําไปถือไม่มีผิด อย่างนี้ถ้าใครไปตราไว้ก็จะก่อให้เกิด การปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้งไป เหมือนกับกติกาในการเมืองสู้กันไม่ได้ก็มีการปฏิวัติ พอปฏิวัติ ก็มาเขียนมาตรา ๓๐๙ บอกว่า การใดก็แล้วถือว่าไม่มีความผิดมาเขียนเติมไว้อย่างนี้ วันนี้พวกเราเข้ามาแล้ว มาจากประชาธิปไตย มาจากประชาชนที่เลือกตั้งเราเข้ามา ทําไม เราไม่กล้าแตะ ทําไมเราไม่กล้าแก้ นี่แหละครับตรงนี้ถึงจะมาย้อนให้ท่านประธานเห็นว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญบกพร่อง ส่วนดีก็มีครับท่านประธาน ส่วนไม่ดีก็เยอะแยะ แล้วคนที่ใช้ ก็ต้องดูแล ในฐานะที่เราเปึนผู้แทนราษฎรเราก็อยากเห็นสิ่งดี ๆ ในประเทศ อยากจะเห็น ความสามัคคีในประเทศ อยากจะเห็นกติกา อยากจะเห็นครรลองของกฎหมาย มีคนศึกษา หลายคน มีคนดูหลายคน มีผู้ใหญ่หลายคน มีนักวิชาการหลายคน วันนี้ทุกคนเปึนคนไทย ทุกคนจะต้องอ้างเสมอว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ข้างบนต้องนับถือ คําพูดที่ใครเล่าก็แล้วแต่ที่จะต้อง เอามานับถือมาศึกษากันแล้วเอามาแก้ เอามาเพื่อความสามัคคีของประเทศ ถามว่าสามัคคี อยู่ตรงไหน ถ้าท่านไม่เดินตามครรลอง ไม่เดินตามกติกา มันคงหาความสามัคคีไม่ได้ ท่านประธานครับ กระผมคงจะไม่รบกวนเวลายังมีผู้อภิปรายอีกหลายคน ถามว่าวันนี้ ถ้าผมศึกษาแล้วแก้ไขได้หรือไม่ จะใช้เวลากี่ป้ จะใช้เวลากี่เดือน ก็ต้องมีการแก้ไขในสิ่ง ที่ดีขึ้นให้กับประชาชนทั้งประเทศได้ใช้ ขอบคุณมากครับ
เชิญครับ ท่านหลังสุดมองไม่ถนัด เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ในญัตติที่ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้น กระผมเองขออนุญาตที่จะ ให้ความเห็น ขออนุญาตในการที่จะสนับสนุนเพื่อที่จะให้ญัตตินี้ได้มีการดําเนินการ ได้มี การอภิปราย ได้มีการนําเสนอความเห็น ได้มีการโต้แย้ง เพื่อที่จะประมวลมาเปึนข้อมูล ให้กับคณะกรรมาธิการของเราในสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะได้ไปศึกษาตามกรอบระยะเวลาที่สภา ได้วางเอาไว้ ท่านประธานครับ เหตุที่พวกเราจะต้องนําเรื่องของรัฐธรรมนูญเข้ามาพูดจากัน ในสภาในวันนี้นั้น ทั้ง ๆ ที่เราเพิ่งใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้ไม่กี่เดือน แล้วก็ได้มา ไม่ถึง ๑ ป้ ภาวะช่วงนี้ถือได้ว่าเปึนวิกฤติของรัฐธรรมนูญ สถานการณ์ของบ้านเมือง ณ วันนี้นั้นถือว่าเปึนวิกฤติของรัฐธรรมนูญ ทุกฝ์ายได้มีการพูดจา ได้มีการถกเถียง ได้มี การให้ความเห็นในเรื่องราวของรัฐธรรมนูญ และประชาชนก็แบ่งออกเปึน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยในการที่จะมีจะรีบด่วนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนหนึ่งก็ตั้งใจ ที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ดําเนินการไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเพื่อที่จะให้กลไกของรัฐธรรมนูญ ได้ดําเนินการในการแก้ไขปัญหาคลี่คลายวิกฤติของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอให้ความเห็นก็คือว่าในเรื่องของ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นหลายท่านได้พูดแล้วก็มองว่าเปึนมรดกของเผด็จการ เปึนผลผลิตที่ตกทอดมาจากเผด็จการ เปึนสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอํานาจในวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอ เรียนว่าในทุกรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๖-๑๗ ฉบับที่เราใช้กันมา ที่เราได้เคยศึกษากันมาตลอด ตั้งแต่เรามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในป้ ๒๔๗๕ นั้น กว่าครึ่งหนึ่งเปึนธรรมนูญ หรือเปึนรัฐธรรมนูญที่เราใช้เกิดมาจากการปฏิวัติ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอํานาจ การปกครอง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศ และในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งหลายความเห็นบอกว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนที่แท้จริง ถ้าหากว่าเราได้มองย้อนแล้วก็ศึกษาลงไปให้ลึกแล้วก็ดูข้อเท็จจริงแล้วจะเห็นได้ว่า ที่มา ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นก็มีที่มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกิดจากการปฏิวัติรัฐประหารของคณะ รสช. ซึ่งนําโดย พลเอก สุจินดา คราประยูร และคณะที่ได้ทําการปฏิวัติยึดอํานาจจากรัฐบาลของประชาชน ซึ่งมี พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เปึนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น แล้วก็มีรัฐมนตรีบางท่านซึ่งนั่งอยู่ในทําเนียบ ตอนนี้ก็เคยถูกผลกระทบจากการปฏิวัติรัฐประหารในป้ ๒๕๓๔ แล้วก็ได้มีการสร้าง รัฐธรรมนูญขึ้นมาเรียกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ และได้ก่อให้เกิดวิกฤติขึ้นมาเปึนวิกฤติ ที่รุนแรงช่วงหนึ่งของประเทศ นั่นคือก่อให้เกิดวิกฤติในป้ ๒๕๓๕ เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เพราะสาระในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๓๔ ซึ่งร่างโดยคณะ รสช. นั้นไม่ได้พูดถึง แล้วก็ มีมาตราที่บอกว่านายกรัฐมนตรีนั้นไม่จําเปึนจะต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่จําเปึนจะต้องมาจากการเลือกตั้ง ไม่จําเปึนจะต้องมาจากระบบประชาธิปไตย ตรงนี้ คือวิกฤติที่สุดของรัฐธรรมนูญในยุคนั้น ต่อมาก็ได้มีการแก้ไขอีกประมาณ ๔-๕ ครั้ง เปึน ๖ ครั้ง แล้วก็ได้มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นมาและก่อให้เกิดที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เกิดมาจาก สสร. ซึ่งเราตั้งขึ้นมาในช่วงประมาณป้ ๒๕๓๙ นั่นคือการมองย้อน ลงไปจะเห็นได้ว่าทั้งป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเราบอกว่าป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนของ ประชาชน ป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนของเผด็จการ แท้ที่จริงแล้วเราอย่าเบี่ยงเบนประเด็น เราต้อง ให้ความเปึนธรรมมองว่าสิ่งที่เราใช้มานั้นล้วนแล้วแต่เปึนเผด็จการ ล้วนแล้วแต่เปึนมรดก ของเผด็จการทั้งนั้น เพียงแต่ว่าสาระมันอยู่ตรงไหนเท่านั้นเอง กระผมเองในฐานะซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือว่าถึงแม้ว่าป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้อยู่ขณะนี้เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งมาจาก ผลผลิตของปฏิวัติรัฐประหารแล้วก็มีการตั้ง สสร. ๒ ขึ้นมา มีการร่าง มีการทํา ประชาพิจารณ์และให้พี่น้องประชาชนได้ลงมติ แต่สิ่งที่ผมมีความพอใจก็คือว่า นายกรัฐมนตรีซึ่งจะเปึนใครก็ตามเข้ามานั่งเปึนเบอร์หนึ่งของประเทศนั้นมาจากการเลือกตั้ง ของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ประชาชนคนไทยทั่วประเทศเห็นชอบและเปึนสิ่งที่ พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศเห็นพ้อง แล้วก็เห็นด้วยว่าที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ดําเนินการในการที่จะใช้ไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ในการอภิปรายของผมในตอนนี้นั้นคงจะต้องเปรียบเทียบทั้งฉบับป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ ในฉบับป้ ๒๕๔๐ เพราะมีการเกี่ยวเนื่องเกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน เพราะมีบางความคิด บางความเห็นบอกว่าเรายกเลิกป้ ๒๕๕๐ โดยรีบด่วน แล้วเอาป้ ๒๕๔๐ มาใช้ทั้งฉบับ บางส่วนก็บอกว่าเอาอีกร่างซึ่งร่างขึ้นมานํามาใช้ก็เปึนความเห็นซึ่งแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ สําคัญที่สุดในความเห็นของกระผมนั้นก็คือว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้เปึนสาเหตุของวิกฤติ แต่วิกฤตินั้นเกิดมาจากตัวบุคคลซึ่งมาใช้รัฐธรรมนูญ ในป้ ๒๕๔๐ ประชาธิปัตย์ เปึนรัฐบาลแล้วก็ได้เคยใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาเปึนช่วงเวลา ๓-๔ ป้ การบริหารงาน การบริหารประเทศไม่ก่อให้เกิดวิกฤติ เพราะเปึนรัฐบาลซึ่งไม่ไปแตะต้ององค์กรอิสระ เปึนรัฐบาลซึ่งไม่เข้าไปแทรกแซงการทํางานของ กกต. เปึนรัฐบาลซึ่งไม่แทรกแซงการทํางานของ ป.ป.ช. และเปึนรัฐบาลซึ่งไม่เข้าไปแทรกแซง การทํางานของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเรามาจากระบบของการเลือกตั้งและเรามีคุณธรรม ไม่ลุแก่อํานาจ ดังนั้นจึงไม่เคยปรากฏข่าวว่าในช่วงที่ประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล แล้วก็ บริหารประเทศภายใต้กฎกติกาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีข่าวว่าเราเข้าไปแทรกแซง การทํางานขององค์กรอิสระ แต่ในทางกลับกันเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลขึ้นมา ท่านประธานก็คงจําได้ว่ารัฐบาลชุดไหน พรรคการเมืองชุดไหนซึ่งเข้ามาบริหารประเทศ ในช่วงระยะเวลาในช่วงนั้นใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ป้ ๒๕๔๐ เหมือนกันแต่คนละ รัฐบาล แต่วิกฤติมันเกิดคนละอย่างกัน ทั้งนี้เพราะว่ามีการลุแก่อํานาจ มีการพยายามที่จะ เข้าไปแทรกแซงการทํางานขององค์กรอิสระ ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต้องการที่จะให้องค์กรอิสระนั้นเปึนอิสระในการทํางาน เปึนการถ่วงดุลแล้วก็คานอํานาจ ในการทํางานกับฝ์ายบริหาร แต่ฝ์ายบริหารชุดนั้นก็พยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงการทํางาน ขององค์กรอิสระ เริ่มมีข่าวตั้งแต่กรณีของการซุกหุ้น จงใจหรือไม่จงใจที่จะมีการซุกหุ้น มีเปึนข่าวซึ่งสาธารณชนทั่วไปก็รับทราบว่ามีบางส่วนเข้าไปแทรกแซงการทํางานขององค์กร ซึ่งตัดสินในคดีตรงนั้น วิกฤติตรงนั้นผ่านไปแล้วก็มาปรากฏชัด แล้วก็มีการตัดสินคดี มีคําพิพากษาปรากฏออกมาตลอดสามารถที่จะตรวจสอบได้ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) สามารถตรวจสอบได้จากเอกสาร นั่นก็คือคําพิพากษาในการยุบพรรคการเมือง พรรคหนึ่งในป้ ๒๕๔๙ ซึ่งในคําพิพากษาระบุชัดว่า พรรคการเมืองพรรคนั้นได้เข้าไป แทรกแซงการทํางานขององค์กรอิสระ อย่าง กกต. คณะกรรมการบริหารพรรคอย่างน้อย ๒ คน ถูกระบุชื่ออยู่ในคําพิพากษา มีตัวแทนแกนนําของพรรคการเมืองเล็ก ๆ บางพรรค ซึ่งถูกว่าจ้างได้ถูกระบุอยู่ในคําพิพากษา มีเจ้าหน้าที่ธุรการอย่างน้อย ๒ คนซึ่งอยู่ใน สํานักงาน กกต. ได้ถูกระบุอยู่ในคําพิพากษาในการตัดสินคดียุบพรรคในคราวนั้น นี่คือ ความชัดเจนที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยท่านประธานศาลฎีกา เปึนประธาน ท่านประธานศาลปกครองเปึนรองประธาน และมีองค์คณะอีกหลายท่าน นั่งบัลลังก์ เปึนหลักฐานชัดเจนว่ามีการแทรกแซงการทํางานขององค์กรอิสระ แล้วก็ แล้วคําพิพากษาก็ออกมาว่ามุ่งต้องการที่จะได้มาซึ่งอํานาจในการบริหารประเทศ โดยไม่ถูกต้องตามครรลองของรัฐธรรมนูญซึ่งได้ระบุไว้ แล้วก็มีการตัดสินยุบพรรคการเมืองนั้น เพราะไม่มีความเปึนอุดมการณ์ของพรรคการเมือง มุ่งต้องการที่จะล้มล้างระบบ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข สิ่งที่ผมนํา ตรงนี้ขึ้นมาพูดก็บอกว่าตัวรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหามันขึ้นอยู่กับผู้ซึ่งใช้แล้วก็ ผู้ซึ่งบังคับใช้ มาในป้ ๒๕๕๐ ก็เกิดกรณีทํานองนั้นขึ้นมาอีกแต่ยังไม่มีคําพิพากษา นั่นคือ เกิดการที่ทาง กกต. ได้มีการตรวจสอบ ได้มีการสรุปข้อมูลในเรื่องของการซื้อเสียง แล้วก็ บังเอิญคนที่ซื้อเสียงก็เปึนกรรมการบริหารของพรรคท่านเลยเกิดเปึนประเด็น เลยเกิดเปึน สิ่งที่คาใจขึ้นมา เกิดเปึนคําถามขึ้นมาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นได้กลั่นแกล้งพรรคการเมือง หรือไม่ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ถ้าหากว่าคนคนนั้น ถ้าหากว่าพรรคการเมืองพรรคนั้น หาเสียงต้องการได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยโดยวิธีการ ที่ถูกต้อง โดยวิธีการที่มาตามครรลองคลองธรรม จะแพ้จะชนะเราใช้วิธีการที่ถูกต้อง เหมือนกับที่ประชาธิปัตย์ซึ่งเคยเปึนรัฐบาลในป้ ๒๕๔๔ และมีการเลือกตั้งในป้ ๒๕๔๔ ทั้ง ๆ ที่กุมอํานาจรัฐอยู่ แต่ก็ปล่อยให้ทุกอย่างดําเนินไปตามครรลอง เมื่อได้เสียงเข้ามาเปึน ข้างน้อยในสภา เราก็ขอเปึนฝ์ายตรวจสอบรัฐบาล แล้วเรารู้กติกาตรงนี้ดี เพราะฉะนั้น มาในป้นี้ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้มีการบังคับใช้มาตรา ๒๓๗ ซึ่งทุกท่าน ก็คงจะได้รับทราบข้อมูลตรงนี้ดีว่าคดีกําลังดําเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นจึงทําให้เกิด เปึนอุณหภูมิที่เร่งร้อนแล้วก็เร่งเร้าในการที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศและคนซึ่งมีวุฒิภาวะทางความคิดตั้งคําถามว่า เราแก้เพื่อใคร เราแก้เพื่ออะไร เราแก้แล้วประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ นี่คือสิ่งที่เรา ตั้งคําถามและมีการตั้งคําถามว่า รัฐธรรมนูญนั้นเปึนหลักเกณฑ์ที่สูงสุด เปึนสาระในการปกครองประเทศ มีสถานะเปึน กฎหมายสูงสุด แล้วก็เปึนกฎหมายลายลักษณ์อักษร มันแก้ได้ตามช่วงเวลา ตามฤดูกาล ตามความรู้สึก ตามความต้องการของภาวะช่วงนั้นหรือ ทําไมเราจึงไม่ยกระดับของ รัฐธรรมนูญให้เปึนรัฐธรรมนูญที่แก้ได้ยาก ทําไมเราไม่ถือว่าตรงนี้คือกฎหมายสูงสุด และกระผมเองก็ไม่เห็นด้วย ไม่ว่าผมจะอยู่ในซีกของรัฐบาลหรือจะอยู่ในซีกของฝ์ายค้าน จะมีที่นั่งในซ้ายมือ จะมีที่นั่งในขวามือ แต่ผมไม่เห็นด้วยถ้าผมจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อใช้ ในการปฏิบัติ ในการปกครองตัวผมเอง เพราะคนซึ่งใช้กติกาตรงนั้นไม่สมควรที่จะเข้าไป ยุ่งเกี่ยว ไม่สมควรที่จะเข้าไปแตะต้องในการสร้างกฎเกณฑ์กติกาตรงนั้น กฎเกณฑ์กติกา ในการปกครองรัฐธรรมนูญนั้น ในการที่จะเขียนรัฐธรรมนูญนั้นต้องเปึนองค์อธิปัตย์ ซึ่งต้องมี ส่วนร่วมมาจากพี่น้องประชาชน ซึ่งจะต้องมีตัวแทนจากภาคของประชาชน ซึ่งต้องมีตัวแทน จากภาควิชาการ ซึ่งต้องมีตัวแทนจากหลาย ๆ ส่วนนํามาวิเคราะห์ นํามาศึกษาใช้เวลา เปึนป้ในการที่จะให้ได้มาซึ่งข้อสรุปต่าง ๆ และนําเอากฎหมายประชามติซึ่งเราผ่านสภา เข้าไปในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นนําไปใช้ นี่คือสิ่งที่มันเปึนหลักการในการแก้ไข เพราะฉะนั้น อยู่ ๆ เราจะมาตั้งคณะกรรมาธิการแล้วก็บอกว่าเราจะแก้กันเลยตรงนี้ เปึนสิ่งที่ผมเชื่อมั่น เหลือเกินว่าในวงที่เปึนนักวิชาการ ในวงที่เปึนสังคมทั่วไปไม่สามารถจะยอมรับแนวความคิด ตรงนี้ได้ เพราะมันง่ายเกินไป พรรคไทยรักไทยเองก็เคยเสนอความคิด ในสมัยป้ ๒๕๔๙ ท่านลองย้อนไปแล้วก็เป่ดดูในเว็บไซต์ (Web site) ของพรรคไทยรักไทย ท่านจะเห็นได้ว่า ท่านเองเปึนคนซึ่งเสนอสภาปฏิรูปการปกครอง ผมเชื่อว่าในเว็บไซต์นั้นคงยังไม่ถอดออก และถ้าหากว่าหาไม่เจอก็ไปดูในบันทึกของตําราวิชาการซึ่งมีอยู่ในห้องสมุดของรัฐสภา ว่าพรรคไทยรักไทยเองก็เคยเสนอให้มีสภาปฏิรูปการปกครอง ถามว่ามาจากไหน ก็มาจาก นักวิชาการ จากสายรัฐศาสตร์ จากสายนิติศาสตร์ จากภาคประชาชน จากตัวแทน ทั่วทั้งประเทศ ช่วงนั้นเราเกิดกรณีที่ตั้งคําถามว่าจะให้มีการปฏิรูปการเมืองในรอบที่ ๒ ขึ้นมา ทางท่านเองก็ได้เคยเสนอความคิดตรงนี้ แล้วก็มองว่าไม่ใช่เปึนเรื่องที่รีบด่วน และกระบวนการเท่าที่ผมได้ตรวจสอบจากในเว็บไซต์ของท่านใช้เวลาเกือบ ๆ ป้ แล้วก็ป้ครึ่ง กว่ากระบวนการของรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นครบถ้วน แล้วก็ในห้วงเวลาเดียวกันนั่นเอง พรรคประชาธิปัตย์เราก็เสนอคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเพื่อยกร่างแล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญขึ้นมาประกบ เปึนความคิด ๒ ความคิด แต่มีวิธีการในทํานองเดียวกัน นั่นก็คือ ว่าให้ผู้รู้ ให้นักวิชาการ ให้ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในทางการเมืองมาเปึนองค์กรผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นท่านประธานสภาที่เคารพครับ เมื่อเราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา เมื่อเรา ได้มีตัวแทนจากแต่ละพรรคการเมืองเข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอ แล้วก็คงจะมีกรรมาธิการนําสิ่งเหล่านี้เข้าไปพูดจากันในคณะกรรมาธิการก็คือว่าถ้าจะแก้ แก้อย่างไร แก้ในการที่ทําอย่างไรที่จะให้มีส่วนร่วม ทําอย่างไรที่จะให้มีตัวแทนจาก ภาคประชาชน ทําอย่างไรที่จะให้มีตัวแทนของนักวิชาการ ตัวแทนของพรรคการเมืองเปึนเพียงแค่ ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งซึ่งเข้าไปเสริมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตรงนั้น ไม่ใช่ว่าเราแก้เพื่อ ต้องการที่จะปลดล็อกบางอย่าง ไม่ใช่ว่าเราแก้เพื่อต้องการที่จะให้คดีบางคดีของผู้นําบางท่าน ไม่ต้องการที่จะให้ไปสู่กระบวนการการตัดสินของศาลยุติธรรม สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เปึนการแก้ไข มีวาระที่ซ่อนเร้น
ท่านฮอชาลีครับ ขออภัย มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านเชาวรินครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดราชบุรี ผมได้นั่งฟังอยู่นานพอสมควร ท่านสมาชิกที่กําลัง อภิปรายสนับสนุนหรือจะเปึนผู้เสนอญัตตินี้ก็ตาม แต่การอภิปรายของท่านนั้นได้สร้าง ความเสียหายให้กับพรรคพลังประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านพยายามที่จะชี้ว่า พรรคพลังประชาชนที่เคยมีข่าวเรื่องการเสนอแก้รัฐธรรมนูญนั้นทําเพื่อหนีคดียุบพรรค ท่านพยายามชี้อภิปรายโน้มน้าวให้ผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านเห็นว่าพรรคพลังประชาชนได้ทําผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทั้งประเทศรู้ว่าขณะนี้มีคดีของรองหัวหน้าพรรคอยู่ในการวินิจฉัย ของศาลฎีกา แต่ผมขอเรียนว่าคดีนี้ที่อ้างว่าพรรคพลังประชาชนจะแก้มาตรา ๒๓๗ นั้น ไม่ใช่อย่างที่ท่านอภิปราย พรรคพลังประชาชนขอแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้มีเจตนาที่จะไปลบล้าง การต้องคดีของอดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าตรงนี้ปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการทักท้วงก็จะเกิด ความเสียหายแก่หลายฝ์าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่บอกว่า พรรคพลังประชาชนแก้ มาตรา ๒๓๗ นั้นเพื่อหนีคดียุบพรรค ท่านรู้ได้อย่างไรว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าท่านยงยุทธ ติยะไพรัช จะผิด พรรคพลังประชาชนยังไม่มีสมาชิกคนหนึ่งคนใดที่ถูกคําพิพากษาของศาล ผมไม่อยากจะระบุบอกว่าพรรคของท่านนั่นแหละครับ ศาลฎีกาตัดสินจําคุกแล้วตัดสิทธิ การเมือง ๑๐ ป้ ผมพยายามที่จะฟังด้วยความอดทนอดกลั้น อย่าทําให้เกิดความเสียหาย ให้แก่คนอื่นครับท่านประธาน ขอให้ท่านสมาชิกอภิปรายอย่าก้าวล่วงมาถึงพรรคพลังประชาชน ขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ผมขอวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านเชาวรินประท้วงแล้วก็ถือโอกาสได้ใช้สิทธิพาดพิง ทําความเข้าใจ มีสิทธิประท้วง ผมเห็นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องระมัดระวังสักนิด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้ระบุถึง พรรคพลังประชาชนเลยนะครับ อย่าร้อนตัว ผมไม่ได้ระบุถึงพรรคการเมืองของท่าน แต่ผมระบุว่ามีบางกลุ่ม บางคน บางพวก บางความคิดเห็น ผมพยายามที่จะหลีกเลี่ยง ในเรื่องของชื่อพรรค แม้กระทั่งเรื่องของยุบพรรคผมพยายามที่จะไม่พูดตรงนั้น แต่ก็ขอให้ เราทน เพราะว่าเรื่องของการเมืองนั้นเปึนเรื่องของการที่เราสามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์ กันได้ ต้องมีจิตวิญญาณของความเปึนนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากว่า จะมีการแก้ไข ผมเองก็ขอเสนอแล้วก็ขอฝากความเห็นไปยังคณะกรรมาธิการของเรา ทุกพรรค ไม่ว่าจะเปึนซีกของพรรคพลังประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน ทุกพรรคซึ่งเข้ามาอยู่ในคณะกรรมาธิการตรงนั้น อยากจะฝากหลักการว่าเราจะต้อง ไม่เปึนผู้ซึ่งสร้างกติกาขึ้นมาปกครองเราเอง เราจะต้องให้องค์อธิปัตย์ก็คือให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการที่จะให้มาซึ่งกฎเกณฑ์ ตรงนี้และให้มีการศึกษาอย่างครบถ้วน อย่างรอบด้านในทุกมาตรา แล้วก็ให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นั้นได้เปึนกลไกในการที่จะคลี่คลายวิกฤติของประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านสมคิดครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคพลังประชาชนจากหนองคาย เขต ๑ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพที่ได้ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็นในการพิจารณาญัตติเกี่ยวกับการศึกษา และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กระผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกทั้งซีกรัฐบาลและซีกฝ์ายค้าน ได้อภิปรายมาก็เห็นด้วยในการที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ผมจะอธิบายผมขอบัญญัติศัพท์ ขึ้นใหม่ก่อน เพราะว่ามีหลายท่านได้กล่าวพาดพิงมายังซีกรัฐบาลว่าพวกเราเปึนทุนนิยม สามานย์ ผมจะบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นฝ์ายซีกตรงข้ามว่า ประชาธิปไตยบวกเผด็จการ เขาเรียกว่า ประชาธิปไตยสามานย์ ประชาธิปไตยบวกพันธมิตร หรือพันธมิตรบวก ประชาธิปไตย เรียกว่า พันธมานย์ อันนี้ก็ขอให้บันทึกไว้ ผมบัญญัติศัพท์แล้วนะครับ ทําไมผมถึงอยากสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเปึนครูบ้านนอก ผมไม่ได้คิดว่าจะ ได้มาเปึน ส.ส. ผมเห็นนักการเมืองรุ่นพี่เปึนมานานก็ดูในโทรทัศน์ดูมาตลอดไม่ได้คิดว่า จะมาเจอรูปการเมืองแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อได้เข้ามาแล้วได้มีส่วนร่วม ในการทํางานการเมือง ผมก็อยากอธิบายให้พี่น้องประชาชนและผู้มีเกียรติทั้งในสภาและนอกสภาได้ทราบว่า สาเหตุในการที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ สาเหตุมันมีอันเดียว สาเหตุใหญ่ ๆ ก็คือ ที่มาของรัฐธรรมนูญเนื่องจากรัฐธรรมนูญมันมีที่มาไม่ถูกต้อง ผมต้องขอยกตัวอย่างว่า สมมุติว่าพระสงฆ์องค์หนึ่งเปึนพระที่เทศน์ดีมากในอดีต ทั้งอยู่ภาคเหนือและภาคใต้ ผมไม่เอ่ยชื่อท่านมีคนนิยมชมชอบมากเลยนะครับ แต่ต่อมาปรากฏว่ามีเหตุการณ์ว่า ท่านทุศีล เพราะฉะนั้นพระสงฆ์องค์นั้นท่านจะสร้างความดีความงามมามากเท่าไรก็ตาม ผมเปรียบรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ท่านอ้างว่าดี ๆ นี่ มันจะดีแค่ไหนก็ตามที่มามันผิด พระที่ทุศีลแล้วต้องสึกเข้าใจไหมครับ เพราะฉะนั้นนี่แหละต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่า ที่มามันผิดที่ เมื่อมาผิดที่ก็ต้องแก้ รู้ว่าพระไม่ถูกก็ต้องสึก ทําไมถึงได้สร้างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ขึ้นมา เพราะเกิดจากความอิจฉาริษยากันใช่ไหม ผมเปึนครูบ้านนอกในอดีต ฟังมาในสภาตั้งแต่นายกรัฐมนตรีทักษิณยังไม่หนีออกไป ก็เพราะว่าความอิจฉาริษยา ผมคิดเอาเองนะนี่ อิจฉาริษยาเพราะว่าทําไมพรรคการเมืองตั้งมา ๖๐-๗๐ ป้ บางพรรค ทําไมไม่เข้าใจถึงประชาชน แถลงนโยบายออกไปไม่ถูกตลาด เมื่อทักษิณเข้ามาไม่กี่ป้ สามารถที่แถลงนโยบายออกกินใจประชาชนจนประชาชนยอมรับนักวิชาการทั้งหลาย หน้าแตกไปหมดเห็นไหมครับ เมื่อหน้าแตกแล้วก็เสียหน้าล่ะครับตอนนี้ เสียหน้าแล้ว จะปล่อยให้คนอื่น ทักษิณเปึนใครผมต้องอธิบาย ทักษิณเปึนคนบ้านนอกอยู่เชียงใหม่
ผมประท้วงท่านประธานครับ ท่านที่กําลัง อภิปรายไม่ได้ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพเลยครับ มันเปึนเวทีไฮด์ปาร์ค (Hyde Park) ไม่ใช่เวทีรัฐสภา ขอบคุณครับ
อันนี้มันสไตล์ (Style) ของผมครับ พูดค่อยคนไม่เข้าใจ
เปึนลักษณะบุคลิกของท่าน ดูท่านเหมือนจะโกรธใครมา
ขอบคุณท่านประธาน ต้องอดทน ฟังผมด้วยนะ ไม่ใช่ให้ผมอดทนฟังพวกท่านนะครับ นี่ล่ะครับเมื่อทํานโยบายถูกใจ ประชาชนมันถึงได้รับเลือกตั้งมามาก ตอนนั้นผมเปึนครูอยู่บ้านนอกผมไม่รู้หรอก ผมก็รู้ แต่ว่าชาวบ้านชอบเลือกตั้งได้เสียงมากมาจัดตั้งรัฐบาล ผมกําลังพูดถึงสาเหตุของ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อได้รับความไว้วางใจมากกติกาก็บอกว่าพรรคไหน ได้เสียงข้างมากให้จัดตั้งรัฐบาล ไหนว่าเปึนประชาธิปไตย ถ้าว่าเปึนประชาธิปไตย ก็ยอมรับเสียงข้างมาก พอเขาได้เสียงข้างมากเราก็อ้างว่าเผด็จการรัฐสภา มันไม่เผด็จการ มันเสียงมาก ยุบเสียงมันก็มากกว่าอยู่แล้ว นี่ล่ะครับสาเหตุก็อ้างอันนี้ออกไป สื่อมวลชน ก็ช่วยกันตีไม่รู้ว่าอยู่ฝ์ายเดียวกันหรือเปล่า มันถึงออกมาแบบนั้นครับ ออกมาโจมตีกันแบบนั้น ถ้าเขาทําดีถูกใจประชาชนก็บอกว่าประชานิยม ผมถามว่าถ้าคุณไม่ทําให้ประชานิยมแล้วคุณ จะมาทําเพื่ออะไร ทํานโยบายให้ประชานิยม ถ้าคุณไม่ต้องการให้ชาวบ้านนิยมเขาจะ เลือกคุณได้อย่างไร นี่แหละครับเขาก็อ้างกัน ต่อมา ๆ ก็เปึนข้ออ้างต่าง ๆ นานา ฝ์ายผิดหวัง ก็รวมหัวกันเดินขบวนเห็นไหมครับ ผมพูดตรง ๆ ครูบ้านนอกนี่ครับ รวมหัวเดินขบวน กดดัน ต่าง ๆ นานา ผลปรากฏว่าเข้าทางท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็เลยหนีออกไปต่างประเทศ เห็นไหมครับ ยึดอํานาจ ไหนบอกว่าเปึนประชาธิปไตย ร้องเรียกแต่ประชาธิปไตย เอาชีวิตของคนแลกมากี่ร้อยกี่พันคนแล้ว ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา กี่สมัยแล้ว ผมยุค ๑๔ ตุลาเหมือนกัน ผมไม่บอกใครหรอก ผมไม่ใช่ตุลาจอมปลอม เห็นไหม ไม่มีใครรักษา ไม่รักษาสิ่งที่เราต้องการ ที่เราร้องเรียกออกมา เมื่อมีการเลือกตั้งได้ประชาธิปไตย มาหลายครั้งแล้ว เมื่อเราแพ้ เราไม่ยอม ทนไม่ได้ก็ไปเรียกร้องทหารมาช่วย เมื่อเรียก กําลังทหารมาช่วยยึดอํานาจ เรียกคนไหนก็ได้ที่เกลียดชังทักษิณมากที่สุดมาเขียน รัฐธรรมนูญกัน พอไปเขียนรัฐธรรมนูญเขียนมาว่าอย่างไร เขียนอย่างไรก็ได้ที่พรรคไทยรักไทย มันแตกกระจาย เขียนอย่างไรก็ได้ที่ให้ทักษิณเกิดไม่ได้ใช่ไหม เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใครลุกขึ้นพูดก็พูดด่าแต่ทักษิณ ทักษิณ เคยพูดถึงความดีทักษิณไหม เหมือนรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้แหละ อยากให้แต่พวกเราพูดหาความดีฉบับป้ ๒๕๕๐ บ้าง แต่ทักษิณทําดี ทําไม ไม่พูดเรื่องทักษิณทําดีนะครับ ผมบอกเลย ผมท้าให้เลยว่า ยุบสภาวันนี้เข้ามาเหมือนเดิม เอาทหารปฏิวัติวันนี้ก็เข้ามาเหมือนเดิม นี่คือสาเหตุ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มันเกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นพวกเราบอกว่าเอารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่เปึนธรรมแก่ประชาชนหลายแห่ง ไม่ใช่ว่าทุกมาตรา หลายมาตราเปึนประโยชน์ผมบอกแล้วว่ามันดีอยู่ แต่ว่าเปึนพระที่ทุศีล แล้วจําเปึนต้องสึก หรือท่านจะเอาพระที่ทุศีลมากราบไหว้ คือของรัฐธรรมนูญเผด็จการนี่ ไหนว่าเปึนประชาธิปไตยเอามาปกปัองรัฐธรรมนูญของเผด็จการ เมื่อจัดทํารัฐธรรมนูญ ขึ้นมาเราก็เห็นว่ามันผิด มีข้อบกพร่องต้องแก้ไข เมื่อเห็นว่าข้อบกพร่องที่จะต้องแก้ไข เราก็บอกว่าพี่น้องประชาชนครับ ถ้าพวกผมได้เปึนรัฐบาลพี่น้องประชาชนอย่าว่าแต่เขาโง่นะ คนอีสาน เราพูดเรื่องรัฐธรรมนูญที่ไหน ที่ศาลาวัดไม่มีคนร้องไห้ ไม่มีหรอก ศาลาวัดไหนที่ผม ไปพูดแล้วคนไม่ร้องไห้ ถามว่าพูดอะไร ก็บอกว่า ซื้อเสียง ขายเสียง ผมถามว่าคนที่นั่งอยู่ ที่นี้มีคนไม่ซื้อไหมเพียงแต่จับกันไม่ได้เท่านั้น อย่าว่าตัวเองเก่ง ผมนี่ครูบ้านนอกไม่มีเงินเลย เขามาเชิญสมัครผู้แทนราษฎร สมัครก่อน ๓-๔ วันเท่านั้นมานี่
เชิญครับ ท่านธนิตพล
ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังการอภิปราย ของท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่นะครับ ขอประท้วง ข้อ ๖๑ คือท่านสมาชิกอภิปราย ด้วยรูปแบบของท่าน พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าหรอกครับ แต่การพูดเสียดสีหรือใช้ คําถามที่ถามเชิงกล่าวหาว่าในสภาแห่งนี้ใครบ้างที่ไม่ได้ซื้อเสียงเข้ามา ผมเห็นว่าเรื่องนี้ ไม่ค่อยเหมาะสมครับ ขอให้ท่านถอนคําพูดครับ แล้วก็ขอให้ท่านประธานได้ช่วยเตือน เวลาพูดหรืออภิปรายในสภานั้นอย่าพยายามพาดพิงกล่าวใส่ร้ายถึงจะไม่เอ่ยชื่อก็เปึนสิ่ง ที่ไม่สมควรครับ ขอบคุณครับ
ครับ ผมขอถอน
ท่านสมคิด ผมขอวินิจฉัยก่อนนะครับ ก็ให้ท่านอย่างนี้ดีกว่าท่านลดเพดานลงมานิดหนึ่ง มันจะได้บรรยากาศมากขึ้น แล้วที่ท่านประท้วงเมื่อกี้นี้อาจจะเข้าข่ายประชดประชันเสียดสี เพราะฉะนั้นให้ระมัดระวังด้วยครับ
ครับ ผมขอถอนนะครับ ที่ท่านต้องการ ให้ถอน
ผมไม่ได้ให้ถอนนะครับ เขาถอนเอง จบแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าต้องประท้วงเพราะว่า สภานี้เสียหายนะครับ เสียหายกับเพื่อนสมาชิกที่ไม่ซื้อเสียงนะครับ ท่านบอกว่าไหนบอก มาสิว่าในสภาแห่งนี้ใครไม่ซื้อเสียงบ้าง ผมจะบอกว่าที่ไม่ซื้อเสียงเยอะนะครับ ในประชาธิปัตย์ นี่ผมคนหนึ่งล่ะครับกับสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์นี่ไม่ซื้อเสียงครับ ทีนี้ถ้าท่านซื้อนี่ ก็เปึนเรื่องของท่านนะครับ แต่คําพูดที่บอกว่าใครบ้างไม่ซื้อเสียง นี่ต้องตอบนะครับ ทีนี้ คําพูดลักษณะนี้ไม่ใช่ประชดประชันครับ เปึนการใส่ร้ายนะครับ จะอย่างไรก็ตามผมคิดว่าท่านถอนไปน่ะดีแล้ว แต่ว่าต้องชี้แจงให้ เปึนที่ประจักษ์ว่าสมาชิกของซีกพรรคประชาธิปัตย์เราไม่ซื้อเสียงนะครับ ถ้าท่านจะซื้อ ก็เปึนเรื่องของท่านนะครับ
ก็ถือว่าจบแล้ว ท่านถอนแล้ว เชิญครับ
ถอนแล้วครับ ๆ ทนฟังผมหน่อยครับ ผมทนฟังพวกท่านมาครึ่งวันแล้วครับ ถ้าจะพูดเหมือนกับคนไข้ผมจะไม่พูดเลย พูดในสภาพูดเหมือนคนไข้พูดให้ใครฟัง ผมบอกตรง ๆ ผมหาเสียง เราพูดด้วยความจริง ผมไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ผมเปึนนักการเมืองเพิ่ง ๔ เดือนนี้ ท่านต้องทนฟังผมเพราะว่าผมฟัง ท่านมานานแล้วตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก็ ๕๖ ป้แล้ว
ท่านต่อของท่านเถอะครับ
ครับ เมื่อมีการจัดทํารัฐธรรมนูญ ขึ้นมาเห็นไหมครับ แล้วก็รีบออกประชาพิจารณ์ออกไปให้ประชาชนรับรองรัฐธรรมนูญ หลายท่านว่ามาแล้วทั่วประเทศใช้เงินก็ไม่ใช่น้อย แต่พอเราจะทําตัวนี้เงินใช้มากครับ ใช้เงิน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน พอทําประชาพิจารณ์ออกไปทั้งใช้อํานาจรัฐ อํานาจ ทหาร ตํารวจบีบบังคับประชาชนให้รับ ขนาดบีบบังคับให้รับได้แค่นี้ครับ แค่ ๑๓ ล้าน ๑๔ ล้าน บังคับนะครับ แล้วจะทําอย่างไรชาวบ้านร้องไห้ ผมถามว่าใครก็ตามถ้าพูดอย่างฝ์ายซีก ตรงข้ามไปเลือกตั้งอยู่อีสาน ผมว่าหลุดเข้ามาก็ถือว่าบุญมากแล้ว เอาล่ะครับเมื่อเปึนอย่างนี้ ก็ไม่เปึนไร เราก็ได้มีการลงประชามติ ลงประชามติพี่น้องชาวหนองคายผมได้อันดับ ๔ ของประเทศในด้านที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วจะให้ผมพูดค่อยอย่างไรพี่น้องเลือกผม มาโดยที่ผมไม่ได้ไปทําเหมือนกับใครคนใดเท่าไร ผมได้อันดับ ๔ ของประเทศครับ ๗๕-๗๖ เปอร์เซ็นต์ รองจากจังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร แล้วก็จังหวัดร้อยเอ็ด ผมเปึนครูบ้านนอกออกหาเสียงพบปะประชาชนเอาความจริงไปพูดให้ท่านฟัง พอได้มาแล้ว ก็มาออกข่าวว่าคนอีสานกับคนภาคเหนือมันโง่ โง่มากให้คนจูงจมูกได้ ผมถามว่าคนภาคอื่น โง่หรือเปล่าที่ไปเลือกพวกท่าน บ้านผมก็โง่เพราะเลือกตามผมบอก แต่ได้อันดับที่ ๔ ของประเทศในด้านไม่รับ เมื่อไม่รับแล้วจะทําอย่างไร เมื่อไม่รับมันก็ต้องแก้
ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ที่บอกว่า ไม่รู้คนภาคอื่นจะโง่หรือเปล่า มันเปึนคําถามที่แฝงความในไว้ครับ ผมขอบอกว่าคนภาคใต้ ไม่โง่นะครับ
ผมฟังอยู่ครับ เชิญท่านสมคิดต่อเถอะครับ
ทนฟังผมหน่อยครับ ผมพูดความจริง เพราะว่าบ้านผมถูกออกทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ เยาะเย้ยถากถางทุกช่อง
ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เขาไม่ได้ระบุอย่างนั้นครับท่าน ผมนั่งฟังอยู่ เชิญท่านสมคิดครับ
ขอบคุณมากครับท่านประธาน พวกเราก็เลยถูกมาแบ่งสี เขียนแผนที่ประเทศไทยขึ้นมาเปึน ๒ ประเทศ ประเทศสีเขียว กับประเทศสีแดง ใครเปึนคนแบ่ง ไม่ใช่คนอีสานกับคนเหนือแบ่งนะครับ แล้วมาร้องเรียก หาความสามัคคีทําไมใช่ไหมครับ เราร้องหาความสามัคคีสมานฉันท์ใครเปึนคนมาแบ่ง พวกเราเปึนสีเขียว สีแดง คนได้คะแนนมากหน่อยได้สีเขียวเปึนผู้มีจริยธรรมดี คนมีสีแดง เปึนพวกโง่เขลาเบาปัญญา นี่ครับมันเลยเกิดการแบ่งแยกมาตั้งแต่แต้มสีนั้นมา ทาสีนั้นมา
ท่านมาลินีเชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ดิฉันขอให้ ท่านประธานควบคุมการประชุมโดยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ว่า อย่าสร้างความแตกแยกให้กับ ประเทศไทยเลยนะคะ อย่าแบ่งเลยว่าเหนือว่าอย่างนี้ ใต้ว่าอย่างนี้ อีสานว่าอย่างนี้ ได้โปรดค่ะท่านประธาน ท่านประธานควรจะสร้างความสมานฉันท์ขึ้นมากกว่านี้ เพราะว่ารุนแรงเกินไปค่ะ ดิฉันอยู่ในสภาแห่งนี้ตั้งนานแล้วไม่เคยประท้วงเลยนะคะ ดิฉัน ขออนุญาตนะคะท่านประธานคะ
ท่านสมบูรณ์เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเคยมีอาชีพเปึนครู เช่นเดียวกัน แต่ว่าวันนี้ท่านประธานครับ การทําหน้าที่ของสมาชิกเมื่อสักครู่นะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม คุณสมคิด ขณะนี้ผมคิดว่าไม่อยู่ในวุฒิภาวะของการอภิปราย ในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ เพราะเปึนการอภิปรายที่ใช้อารมณ์และสร้าง ความแตกแยกให้กับพี่น้องประชาชน คือการอภิปรายสามารถที่จะอภิปราย ในความคิดเห็น แสดงความคิดเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญได้ แต่ไม่ใช่เปึนการอภิปราย ลักษณะดังกล่าวซึ่งไม่ใช่เปึนวุฒิภาวะของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ เราไม่ได้ว่าหรอกครับว่าใครจะเปึน ส.ส. ใหม่หรือ ส.ส. เก่า แต่ขอให้ดําเนินการอภิปราย อยู่ในหลักอยู่ในเกณฑ์ก็จะได้รับการชื่นชมต่อสมาชิกในสภาแห่งนี้ ขอให้ท่านประธาน ได้ให้เขายุติการอภิปรายได้แล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านที่ ประท้วงครับ พาดพิง
ใครขอประท้วงครับ
ผมขอประท้วงครับ ผู้ประท้วงบอกว่า ผมไม่มีวุฒิภาวะ ให้ถอนคําพูดครับ
ท่านทีละคนนะครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยก่อนนะครับ ที่จริงผมก็นั่งฟังอยู่ ซึ่งก็ถือว่า ขออย่างนี้ได้ไหมท่านสมคิดลดอารมณ์ลงสักนิดนะครับ ให้มันเข้าบรรยากาศสักหน่อย
กระผมจะยืนห่างไมโครโฟนครับ เพราะเสียงผมดังครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนของพรรคพลังประชาชน ผมได้นั่งเฝัาฟังการอภิปราย ตั้งแต่เช้าผมก็เห็นว่ามีการเสียดสีกันเยอะแต่ผมก็ไม่ประท้วงใด ๆ ครับท่านประธาน ก็คิดว่าให้มันเปึนไปตามกลไกของกระบวนการอภิปราย มาถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมคิด ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ผมว่าแต่ละคนนั้นมีลักษณะเอกลักษณ์ ของแต่ละคนในการพูด ถ้าจะบอกว่าพูดอย่างนี้เหมือนไฮด์ปาร์ค แล้ว ส.ส. บางคนที่ไป ไฮด์ปาร์คที่ไม่เหมาะสมอยู่ข้างนอกในเวทีพันธมิตร
ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวก็ไม่จบครับท่าน ขอความกรุณาเถอะ ไม่อย่างนั้นก็ว่ากันไปว่ากันมา ไม่จบแน่นอน พอเถอะนะครับ สิ่งที่ท่านประท้วงผมได้อนุญาตแล้ว ท่านได้พูดแล้วนะครับ แต่ผมไม่อยากให้มีการพูดพาดพิงกระทบกันไปกระทบกันมาเท่านั้นเอง ท่านพอเถอะครับ ได้ครับ
(นายสมคิด บาลไธสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เมื่อกี้ท่านสมคิดประท้วงใช่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผมประท้วงครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม ที่ได้ลุกขึ้นประท้วงท่าน ส.ส. สมคิด กล่าวหาว่า ขาดวุฒิภาวะในการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเปึนผู้อภิปราย ผมขอเรียนว่าการกล่าวหาของคุณสมบูรณ์นั้นเปึนการใส่ร้ายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง เปึนการใส่ร้ายคุณสมคิด เพราะกระผมได้นั่งฟังคุณสมคิดพูดมาโดยตลอด คุณสมคิดยังพูด ในประเด็นเกี่ยวข้องกับการเสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ออกนอกลู่นอกทาง เพียงแต่ว่าท่านสมคิดเปึนคนที่พูดเสียงดังเท่านั้นเองนะครับ ประชาธิปัตย์อาจจะไม่เคยชินเคยแต่ใช้เสียงดังกับคนอื่นเวลาคนอื่นดังบ้างตกใจ
เอาล่ะพอแล้วครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านสมบูรณ์ถอนเถอะครับที่บอกไม่มีวุฒิภาวะ เฉพาะตรงนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าในกรณีที่ผมพูดในลักษณะที่ดูหมิ่นเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน ผมขอถอนคําพูดพร้อมทั้งขออภัยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย แต่เมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ผมเรียนว่าในภาวะขณะนั้นความเหมาะสมของวุฒิภาวะ เนื่องจาก
เอาล่ะท่านพอเถอะถือว่าถอนแล้วนะครับ ท่านสมคิดห่างไมโครโฟนสักนิดก็ดีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้มีวุฒิภาวะมาก ผมก่อนที่จะมาเปึน
ท่านสมคิดต่อของท่านเลยครับ เชิญครับ
ผมกําลังว่าจะจบแล้วนะครับ เพราะว่า คนอื่นอธิบายมาหลายมาตราแล้วรู้แล้วว่าควรจะแก้ ทั้ง ๆ ที่ซีกฝ์ายตรงข้ามเขารู้ว่าตรงไหน ควรจะแก้ แต่ทําเปึนปาก แขน ขาสั่นเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่กลัวเหมือนกันว่าจะถูกยุบ ไม่แน่หรอกครับ เดี๋ยวเที่ยวหน้าอาจจะถูกยุบเหมือนกัน ผมถามว่ายุบพรรคมันได้อะไร ผมเปึนชาวบ้าน ยุบพรรคไทยรักไทยยุบไปแล้วทําไมเสียงมันถึงมากอยู่ แล้วมันได้ประโยชน์อะไรที่ว่า ยุบพรรค ๆ พูดให้คนอื่นกลัว ผมไม่เห็นกลัว เชิญเลย ยุบเลย ใครมีปัญญาจะยุบพรรค คนอื่น ชาวบ้านเขายิ่งสงสารเขายิ่งเกลียดคนที่อยากยุบเขา เขารู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ของการยุบ เอาล่ะครับ ผมพูดมาก็พอสมควรผมจะไม่พูดรายละเอียดเพราะว่าทุกคนรู้แล้ว ถ้าเราพูดมาตรา ๒๓๗ เดี๋ยวก็ว่าอันนั้นอันนี้ไม่พูด อยากยุบก็ยุบ ยุบวันนี้แต่งชื่อใหม่ เลือกตั้งแข่งกันใหม่ แต่ให้ยอมรับเสียงข้างมากก็แล้วกัน ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านนริศครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีโอกาสได้ใช้และก็ได้ ศึกษารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ป้ ๒๕๕๐ พบว่าในบางบทบัญญัตินั้นควรคงเอาไว้ อย่างยิ่ง แล้วก็ในบางบทบัญญัตินั้นควรยกเลิกจริง ๆ แล้วก็บางบทบัญญัตินั้นควรจะมี การแก้ไขเพิ่มเติม จากความเห็น ๓ ประการ ผมจึงตกลงใจที่จะยื่นญัตติเพื่อให้สภาได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาการใช้และการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยผมจะเรียนกับท่านประธานว่ามีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบางบทบัญญัติที่ผมเห็นว่า มีปัญหามาโดยตลอด และมีการเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญในบทบัญญัตินี้คือ บทบัญญัติว่าด้วยการลงนามในสนธิสัญญา อนุสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยได้ไปผูกพันกับต่างประเทศไว้ ซึ่งมีปัญหามาโดยตลอด รวมทั้งมีปัญหา มาจนถึงวันนี้ ปัจจุบันนี้ครับ ความตกลงระหว่างประเทศถูกระบุไว้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ โดยรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑) เขียนไว้ว่า การเจรจาการเมืองกับต่างประเทศทุกเรื่องต้องเปึน หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร คือทุกเรื่องต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับหลัง ๆ มาจนมาถึงป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนดให้ต้องผ่านสภาเพียงบางเรื่อง และบางเรื่อง ไม่ต้องผ่านสภาเลยนะครับ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ขออนุญาตย้อนกลับไปนิดเดียวครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญกําหนดว่า บทบัญญัติข้อตกลงที่ต้องผ่านสภานั้นต้องเปึน ข้อตกลงด้านสันติภาพ การสงบศึก สัญญาที่มีบทให้เปลี่ยนแปลงอาณาเขต เขตอํานาจรัฐ และต้องออกเปึนพระราชบัญญัติเพื่อให้เปึนไปตามข้อตกลงเท่านั้นครับ นอกนั้น ไม่ต้อง จึงทําให้ประเทศไทยพบปัญหาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะว่า ประเทศไทยได้ไปตกลงช่วยเหลือประเทศสหรัฐอเมริกาทําสงครามกับประเทศอิรัก และ อัฟกานิสถาน ประเทศไทยได้ไปลงนามเอฟทีเอ (FTA) กับหลายประเทศ กระทบการลงทุน กระทบการค้า และประเทศไทยได้ไปลงนามทางด้านสิ่งแวดล้อมไว้หลายฉบับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จึงได้สรุปบทเรียนความบกพร่อง ความผิดพลาด ความเสียหาย จากการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จึงเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแต่เรื่องการสงบศึก เรื่องสันติภาพ เรื่องสัญญาที่ให้เปลี่ยนแปลงอาณาเขต เขตอํานาจรัฐ และต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้เปึนไปตามสนธิสัญญาเท่านั้น แต่เพิ่มเติมว่า ถ้าหากมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศต้องผ่านรัฐสภาด้วย จากบทบัญญัติดังกล่าว มีความเห็น มีข้อเรียกร้องจากหลายฝ์าย โดยเฉพาะฝ์ายรัฐบาลว่า ขอให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวนี้ครับ มาตรา ๑๙๐ ออก เพราะให้เหตุผลว่ารัฐบาลทํางานยาก ให้เหตุผลว่าความลับของข้อตกลงทําให้คู่สัญญาทราบก่อน ทําให้เกิดความเสียหาย แต่ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ถ้ารัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลใด ๆ ถ้าทํางาน ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นแก่นอกแก่ใน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในการใช้ เพราะนอกจากต้องผ่าน สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก่อนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดให้มีขั้นตอนว่า ต้องให้ข้อมูลและจัดการรับฟังความเห็นจากประชาชน ๒. ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานี้ และ ครม. ต้องเสนอกรอบการเจรจาด้วย ๓. ครม. ต้องให้ประชาชนเข้าถึง รายละเอียดของสัญญาด้วย และกรณีที่มีปัญหาให้ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้วินิจฉัยชี้ขาด ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมจึงมีข้อเสนอในเรื่องการลงนามระหว่างประเทศ ในมาตรา ๑๙๐ หากมีการศึกษาในรัฐธรรมนูญใหม่ ขอให้ ๑. ขอให้ศึกษาเพิ่มเติมว่า การคงมาตรา ๑๙๐ ไว้ต่อไปนี้จะมีปัญหา จะเปึนผลดี จะเปึนผลเสียมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ๒. ผมอยากให้มีการศึกษาเพิ่มเติมว่า นอกจากผลกระทบทางด้านความมั่นคง ด้านการค้าที่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วนี้ข้อตกลงด้านอื่นซึ่งมีความจําเปึน มีความสําคัญ มีผลกระทบต่อประชาชน ประเทศชาติ โดยเฉพาะข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมนี้ระบุลงใน รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมไปจากข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและด้านการค้าได้หรือไม่ เพราะว่าประเทศไทยเราพบว่าเราได้ไปลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม รวมแล้ว ๑๙ ฉบับ ใน ๑๙ ฉบับมี ๒ ฉบับเท่านั้นที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านรัฐสภาคือ ข้อตกลงว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่ง ชนิดพันธุ์สัตว์ป์าและพืชป์าที่ใกล้สูญพันธุ์ เราพบว่าอนุสัญญา ๒ อนุสัญญาที่ผ่าน ที่ประชุมรัฐสภาพบว่ามีปัญหาน้อยมาก เหตุที่มีปัญหาน้อยมากเพราะว่านอกจาก เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติให้เปึนไปตามอนุสัญญาข้อตกลงแล้วเจ้าหน้าที่รับข้อสังเกต จากรัฐสภาไปปฏิบัติด้วยจึงทําให้ข้อตกลงที่ผ่านสภาได้ก่อปัญหากับประเทศชาติ ประชาชนนี้น้อยมาก ผมจึงคิดว่าการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อที่จะให้ข้อตกลงระหว่างประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อมถูกระบุไว้เพิ่มเติมจากข้อตกลงทางด้านต่างประเทศ ทางด้านความมั่นคง และการค้าด้วยน่าจะเปึนประโยชน์มากขึ้น ผมมีข้อเสนอว่าขอให้มีการศึกษาว่าข้อตกลง ระหว่างประเทศทุก ๆ ฉบับไม่ว่าจะเปึนด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความมั่นคง ด้านการค้า ด้านแรงงานหรือเรื่องอื่นใดก็ตามต้องผ่านสภาทุกเรื่องครับ เดิมรัฐธรรมนูญที่ผมกล่าวอ้าง ตั้งแต่ต้นแล้วว่า รัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑) ได้กําหนดว่าต้องผ่านรัฐสภาทุกเรื่อง แต่ว่า ช่วงหลัง ๆ นี่ผ่านเพียงบางเรื่องจึงมีปัญหา เรากลับไปอีกครั้งได้ไหมครับ กลับไปว่าทุกเรื่องที่เปึน ข้อตกลงระหว่างประเทศต้องผ่านรัฐสภา เพราะว่าเราก็เห็นขณะนี้กรณีเขาพระวิหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ปรึกษาหารือกับสภาผู้แทนราษฎรกับรัฐสภา จึงมีครหา จึงมีปัญหาและนําไปสู่ปัญหาใหญ่โตลุกลามไปในวันข้างหน้า ผมคิดว่าทุกข้อตกลง ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงอยากให้มีการเพิ่มเติม
ประเด็นสุดท้ายที่อยากให้มีการศึกษาก็คือ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ กําหนดให้มีองค์กรอิสระขึ้นมาซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพเปึน คณะกรรมการอิสระขึ้นมาให้ความเห็นในการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมของโครงการ ที่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วหรือ อีไอเอ แต่ว่ามาตราดังกล่าวนี่ไปตรงกับ มาตรา ๕๖ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ๑๐ กว่าป้แล้วที่ไม่มีความพยายามให้องค์กรอิสระนี้ เกิดขึ้น เพราะว่าบางฝ์ายบางคนไม่อยากให้มี เหตุเพราะกลัวว่าจะทําโครงการขนาดใหญ่ไม่ได้ ผมจึงอยากให้มีการศึกษาว่าให้กําหนดระยะเวลาให้ชัดเจนเหมือนกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ บางเรื่องที่กําหนดว่า ๑๒๐ วันบ้าง ๑๘๐ วันบ้าง อยากให้กําหนดระยะเวลาให้ชัดเจนว่า ต่อไปนี้ให้มีองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมที่จะมีบทบาทหน้าที่ในการให้ความเห็นก่อน คณะกรรมการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นในเวลาที่ชัดเจน เช่น ๑๒๐ วันหรือ ๑ ป้ ทั้งหมดนี่ครับผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีข้อเสนอ ๕-๖ ข้อเสนอที่จะให้มีการศึกษา เพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งการใช้และการปฏิบัติ ผมจึงสนับสนุนให้มีการศึกษา เพิ่มเติมและได้ลงชื่อในญัตติด่วนในเรื่องดังกล่าวแล้วท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน แบบสัดส่วน ผมได้ฟังท่านสมาชิกแต่ละท่านได้อภิปรายมาลงถึงรายละเอียด ถึงสาระ ถึงเนื้อหา ซึ่งในที่นี้ผมจะไม่รบกวนเวลาสภามากที่จะพูดถึงสิ่งเหล่านั้น เพราะว่าผมเชื่อว่า หลังจากนั้นแล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราจะตั้งไปก็จะศึกษารายละเอียดทุกขั้นตอน แต่ผมจะให้ข้อคิดถึงข้อมูลต่าง ๆ สิ่งที่กําลังเกิดขึ้นและสิ่งที่จะเปึนไปในอนาคตว่า การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการศึกษาปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนอย่างไร ถ้าท่านย้อนมองว่าทําไมจึงมีการสร้างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมา เพราะได้เห็นความบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ความจริงความบกพร่อง ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่มาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นใช้มาถึง ๑๐ ป้ จากการประมวลดู จากที่สื่อต่าง ๆ แล้วก็มีการให้ข้อคิดต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ของป้ ๒๕๕๐ นั้นจะเห็นได้ว่าความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นก็คือว่าฝ์ายบริหารมีอํานาจแข็งเกินไปจึงทําให้ไปครอบงําถึงฝ์ายอื่น นี่คือความรู้สึก ของกระแสประชาชนทั่วไป
๒. ฝ์ายบริหารได้ครอบงําฝ์ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะทําให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้นทํางานอย่างขาดอิสระ รายละเอียดก็มีมากมาย เรื่องของระยะเวลา เรื่องของการอยู่ในพรรคแล้วก็ไม่สามารถที่จะไปย้ายสถานที่หรือว่าไปออกความคิดเห็น เพราะว่ามันมีกฎวินัยของพรรคบังคับอยู่ อันนี้ผมจะไม่ลงรายละเอียด
๓. คือฝ์ายบริหารครอบงําวุฒิสภา ทําให้วุฒิสภานั้นเลือกองค์กรอิสระ แล้วทําให้องค์กรอิสระนั้นเหมือนว่ามีการครอบงํา นี่คือภาพที่เกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําให้ทุกคนเกิดความรู้สึกว่าน่าที่จะปรับปรุงแก้ไข หลังจากที่มีการปฏิวัติแล้วก็ ได้ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ในระยะต้น ๆ ประชาชนก็ตาม แล้วก็สื่อมวลชนก็ตาม ถ้าท่านสังเกตดูต่างมีกระแสพูดว่ารีบร่างรัฐธรรมนูญให้เร็ว โดยการแก้ข้อบกพร่องของ ป้ ๒๕๔๐ เท่านั้น จากการประมวลสาระของมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับ ๔-๕ ประเด็นหลัก แล้วก็รีบเลือกตั้งเพื่อให้กลไกของสภามันเดินไปได้ แต่ว่าคณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่ได้ดําเนินการ เมื่อไม่ได้ดําเนินการก็มีการรื้อแก้ไขทั้งระบบ ของป้ ๒๕๕๐ ก็คือร่างใหม่ พอร่างใหม่แล้วเกิดอะไรขึ้นครับในการไม่ฟังคําแซ่ซ้องหรือ คําพูดของบุคคลทั่วไป ผมได้มีโอกาสที่ได้นั่งฟังการอภิปรายรัฐธรรมนูญตลอดเวลาแล้วก็ การร่างที่บางแสนตอนนั้นผมเปึนเลขานุการและเปึนที่ปรึกษาของคุณเสรี สุวรรณภานนท์ เพื่อนกันที่เปึน ส.ว. และเปึนรองประธานได้เห็นนะครับ ความจริงขณะที่เราฟังทุกคนก็มี เจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหาแล้วก็นําปัญหาขึ้นมาว่าแต่ละมาตรานั้นเกิดอะไรขึ้น ได้เป่ด ให้มีการถกเถียงกันอย่างมากมาย ผมเสียดายครับว่าประเด็นทางการเมืองต่าง ๆ เหล่านั้น คนที่ร่างไม่ได้เปึนนักการเมือง ไม่รู้สมมุติฐานรากฐานของปัญหาก็เลยแก้ในเชิงวิชาการ มันเหมือนกับว่าถ้าสมมุติว่าสภานี้มีฝนรั่ว พอเห็นฝนรั่วปุ็บก็เอาไปแปะที่ฝัาเพดาน หารู้ไม่ว่า ปัญหามันอยู่ที่หลังคาข้างบนมันรั่ว มันไม่ได้รักษาที่ฐานรากของปัญหาที่แท้จริง ปัญหาก็เลย เกิดอย่างต่อเนื่องขึ้นมา สิ่งเหล่านี้คือการสร้างองค์กร กลไกต่าง ๆ เพื่อจะมาผลักดันปัญหานั้น ไม่สามารถจะดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่เปึนไรเมื่อร่างออกมาแล้ว ทีนี้ จะเห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่าอิสระที่เกิดขึ้น อิสระในการทํางานของ ส.ส. มันน้อย ครั้งนี้ก็เลยแก้ให้มาก ส.ส. มีอิสระในการเสนอกฎหมายในการลงความเห็นที่แม้ขัดมติพรรค หรืออะไรต่าง ๆ ก็เปึนเรื่องรายละเอียดว่ากันไป โครงสร้างที่มาของ ส.ส. หรือว่าที่มาของ องค์กรอิสระซึ่งปราศจากการครอบงําเขาก็หาทางแก้ไขในสิ่งเหล่านี้ ทีนี้มาดูนะครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นอย่างไร จริง ๆ ผมมีความรู้สึกว่าปรัชญาหรือว่าหลักการในการจัดทํา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เกิดปัญหา เพราะว่าทุกคนต่างใส่ความต้องการของตนเองขึ้นไป เอ็นจีโอ (NGO) ก็อยากจะได้สิ่งเหล่านี้ ข้าราชการประจําที่อยู่ก็อยากได้สิ่งเหล่านั้น นักวิชาการ ก็อยากได้สิ่งเหล่านั้น จึงทําให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนแหล่งรวมความต้องการของคน ที่ร่างแล้วก็เกิดปัญหาขึ้นมา และสิ่งหนึ่งก็คือว่าพยายามจะผลักดัน เจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม มองว่านักการเมืองคือ คนที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ มีการซื้อเสียง ก็เลยสร้างกลไกต่าง ๆ ขึ้นมาแล้วก็บังคับให้ การทํางานของฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติมีปัญหาอุปสรรคอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูด มาแล้ว สิ่งเหล่านี้จึงเกิดมีความจําเปึนที่ต้องแก้ไข ทีนี้มาดูว่าหลักของการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญนั้นต้องไม่ได้ร่างเพื่อกลัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งมามีอํานาจ ร่างเพื่อที่จะ กลัวพรรคใดพรรคหนึ่งเข้ามา เพราะว่าถ้าตราบใดที่เรามีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยแล้ว เราจะต้องถือว่าพรรคการเมืองเปึนกลไกสําคัญในการขับเคลื่อน กระบวนการประชาธิปไตย ถ้าพรรคการเมืองมีอายุสั้นแค่เดินสะดุดก้อนหินหน่อยก็โดน ยุบแล้ว ผมเชื่อว่าใครก็ตามนะครับ มันไม่มีพัฒนาการ ถ้าใครทําผิดก็เอาเฉพาะบุคคลนั้น ไปดําเนินการเสียให้มันเปึนครรลองไป แล้วให้พรรคการเมืองซึ่งเปึนสถาบันสังคมของ ประชาชนดํารงอยู่แล้วก็พัฒนากันไป เมื่อพรรคการเมืองพัฒนาคนในพรรคการเมืองก็จะ มองเห็นอนาคตของตัวเองว่าจะพัฒนาตามกลไกโครงสร้างอย่างไร แล้วประชาชนก็มี ความดื่มด่ําในโครงสร้างในสถาบันของพรรคการเมืองนั้น นี่ถ้าเรารักประชาธิปไตย เราก็ ต้องคิดสิ่งเหล่านี้ แต่สิ่งที่ทุก ๆ คนยอมรับไม่ได้ก็คือว่า การยุบพรรคการเมืองง่ายกว่า ยุบสมาคม ง่ายกว่ายุบบริษัทต่าง ๆ อีก ใครที่เคยเลิกบริษัทจะรู้ว่ากว่าจะยุบได้ยาก แต่พรรคการเมืองแค่ไอมีหวัดหน่อย ทําอะไรมีภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยุบกันแล้ว แล้วองค์กร ที่ยุบเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่าทําไมถึงเปึนสิ่งเหล่านั้นได้ ทฤษฎีของการสร้าง รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเท่าที่ผมจําความได้ในการเรียนรัฐศาสตร์ก็คือว่า ทฤษฎีสัญญาประชาคม ของโทมัส ฮอบส์ กับจอห์น ล็อกั เขามีความรู้สึกว่าเจตจํานงร่วมของประชาชนที่สละสิทธิ ของตัวเองให้กับอํานาจรัฐนั้นมีความจําเปึน เพราะเพื่อให้สังคมหล่อหลอมรวมอยู่กันได้ แล้วพัฒนาให้มันดีขึ้น ทุกคนจึงสละเจตจํานงร่วมหรือสละสิทธิของตัวเองให้มา ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงร่างมาเพื่อให้คนในสังคม อยู่ด้วยปกติสุข แล้วมีการเกลี่ยความชอบธรรมในสังคม ไม่มีอะไรมาก เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญต่อไปที่เราจะศึกษา ผมฝากท่านคณะกรรมาธิการที่จะศึกษา อย่าไปศึกษา เฉพาะรายละเอียดเพื่อแก้สิ่งนั้นมันไม่จบ ต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสาระหรือปรัชญา ปรัชญาของรัฐธรรมนูญที่จะต้องดูก็คือว่า หลวงประดิษฐ์มนูธรรมได้กล่าวไว้ว่า ภารกิจ ในการจัดการอํานาจรัฐมีแค่ ๓ ภารกิจ ๑. ภารกิจในการตรากฎหมายก็คืออํานาจนิติบัญญัติ ๒. ภารกิจในการบังคับใช้กฎหมายคืออํานาจบริหาร ๓. ภารกิจในการวินิจฉัยกฎหมายคืออํานาจ ตุลาการ ๓ อํานาจนี้เปึนรัฐาธิปัตย์ เปึนองคาพยพหรือเปึนขาหยั่งที่สําคัญในการคุ้ม อํานาจรัฐ เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการร่างรัฐธรรมนูญ ในการหา ข้อบกพร่องนั้นต้องหาข้อบกพร่องตามกรอบของอํานาจนี้เท่านั้นจึงจะสร้างความแข็งแกร่ง ถ้า ๓ อํานาจนี้มีความแข็งแกร่งสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้แล้ว การเดินขบวน การทําสิ่งต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นเรามาดูครับว่าอํานาจสภา สิ่งที่ต้องการเปึนอย่างไร ทําอย่างไรที่สภาจะได้ออกกฎหมายหรือตรากฎหมายให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ แล้วก็สนองตอบการแก้ไขปัญหาของประชาชน สภาในอดีตที่ผ่านมาเปึน สภาที่ออกกฎหมายโดยข้าราชการประจํา กฎหมายที่ออกมาส่วนใหญ่จะเพิ่มอํานาจของ ข้าราชการประจํา แล้วก็ให้ข้าราชการประจํามีอํานาจในการจัดการกับประชาชน ยิ่งมี กฎหมายออกมากประชาชนก็รู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิมากเท่านั้น นี่คือความรู้สึก เพราะฉะนั้นแล้ว กฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ก็ต้องมาดูว่าทําอย่างไรจะจัดโครงสร้างจํานวนหรือแหล่งที่มา อันนั้นเปึนรายละเอียดว่าที่จะสนองตอบเปัาหมายนี้ ทีนี้การทํางานของ ส.ส. ส.ว. ผมถือว่า มีความจําเปึนที่จะต้องมีอิสระ อันนี้ผมถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้อํานาจไว้ดีพอสมควร เพราะคนจะอยู่ร่วมกันนั้นมันไม่ได้อยู่ด้วยความรู้สึก มันไม่ได้อยู่ด้วยกติกาหรือข้อบังคับ แต่อยู่ด้วยความรู้สึกสมานฉันท์ ความรู้สึกรักและศรัทธาในผู้นําในองค์กรที่จะอยู่ร่วมกัน ถ้าเราสร้างวัฒนธรรมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างดีในแต่ละพรรค ผมเชื่อว่าวัฒนธรรม ขององค์กรจะหล่อหลอมคนให้อยู่ร่วมกันได้แต่ไม่ใช่อยู่ด้วยข้อบังคับ ทีนี้สมาชิกรัฐสภา ที่จะทํางานได้นั้นจะต้องสะท้อนการแก้ไขปัญหาของประชาชนโดยแท้จริง นี่คือสาระ ที่เราจะคิดว่าทําอย่างไรที่จะให้สภานั้นดําเนินการได้โดยย่อ ๆ ส่วนฝ์ายบริหารเราจะดูว่า ทําอย่างไรรัฐบาลจะได้คณะรัฐมนตรีที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพในกระทรวง ทบวง กรมนั้น ๆ ได้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการ เพราะว่าถ้าคนที่เปึนเสนาบดีในการรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีนั้น ถ้ามีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ แล้วมีความกล้าที่จะตัดสินใจแล้ว ผมเชื่อว่าปัญหา ของประชาชนจะได้รับการแก้ไขอย่างง่าย แล้วมีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ตั้ง นี่ความรู้สึก ของผมว่าการได้มาซึ่งอํานาจของฝ์ายบริหารและบุคคลฝ์ายบริหารนั้นมีความจําเปึน ส่วนอํานาจตุลาการอันนี้ส่วนมากพวกเราจะไม่พูดกัน ผมถือว่าถ้าเราพูดเรื่องรัฐธรรมนูญ ต้องพูดเรื่องอํานาจทั้ง ๓ อํานาจนี้ให้ครบถ้วน ความจริงอํานาจตุลาการนั้นมีปัญหามาก แต่เราไม่ค่อยได้พูดกัน ถ้าเราสามารถทําทั้ง ๓ อํานาจให้เกิดดุลยภาพ ให้เกิดการเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and balance) อย่างเฉกเช่นที่อังกฤษ ที่สหรัฐอเมริกาเขาทํากันแล้ว ผมเชื่อว่ากลไกต่าง ๆ จะทํางานอย่างมีระบบ เรามาดูนะครับอํานาจตุลาการ ปัจจุบันตุลาการ เรานี่นะครับทั้งวินิจฉัยข้อเท็จจริงและวินิจฉัยข้อกฎหมาย เปึนอํานาจขององค์คณะของ ตุลาการ ซึ่งตุลาการจะไม่มีความรู้ในข้อเท็จจริงมาก เรื่องเด็กที่อยู่ในสลัมก็ตาม เรื่องปัญหา ยาเสพติดก็ตาม เรื่องอะไรก็ตาม ตุลาการจะเรียนรู้ข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นแล้วผมก็เคย ไปสังเกตเขาเรียกว่า ผู้พิพากษาสมทบของศาลคดีเด็กและเยาวชน พอไปนั่งขึ้นมา ผู้พิพากษาสมทบก็ไม่ได้ทําอะไร นั่งเฉย ๆ เกรงใจตุลาการแล้วก็ว่ากันไป เลยกลายเปึนว่า ตําแหน่งผู้พิพากษาสมทบความจริงมีอํานาจที่จะคอมเมนท์ (Comment) มีอํานาจที่นําเสนอ แล้วก็มีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับตุลาการได้แต่ก็ไม่กล้าทํากัน เพราะว่าส่วนมากจะได้ บุคคลชั้นสูงในสังคมในแต่ละจังหวัดนั้นอันนี้ก็ไม่ว่ากัน นี่คือกระบวนการที่เกิดขึ้นจึงทําให้ กระบวนการต่าง ๆ ที่เข้ามาเสริมงานตุลาการให้แข็งแกร่งในข้อเท็จจริงนั้นไม่สามารถทําได้ ทีนี้มาดูว่าถึงเวลาไหมครับที่เราจะต้องมีเหมือนกับลูกขุนที่จะต้องเสนอข้อเท็จจริง แล้วผู้พิพากษาดูแลเฉพาะข้อกฎหมาย พอผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาผมเชื่อว่าท่านผู้พิพากษา ก็คงจะไม่ชอบ แต่ผมจะกราบเรียนท่านครับว่า ผมเพิ่งกลับจากสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๑๘ ผมไปนั่งดูเคเบิลทีวี (Cable TV) มันมีช่องหนึ่งเขาเอาเรื่องศาลนี่มาออกตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง เราได้รู้ว่า เวลาเขาพิพากษาเขาไม่มีหรอกครับที่จะมาถือหนังสือและเล่น สําบัดสํานวนมาเปึนพัน ๆ หน้า มันไม่มีใครอ่าน เขาเอาขึ้นจอเลยครับ สถานการณ์เปึน อย่างไรแล้วขึ้นดิจิตอล (Digital) เลย ขณะที่พิพากษาหรือกําลังพิจารณาเป่ดโฟน (Phone) ให้บุคคลภายนอก ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ มาแสดงความคิดเห็นสด ๆ เลย มันเปึนเวที ที่เป่ดกว้างให้คนได้เสนอข้อเท็จจริงที่หลุดไปได้ เมื่อเปึนอย่างนี้แล้วคนจะสบายใจ แม้ลูกขุนที่ถูกนั่งอยู่นั่นก็ยังไม่รู้มากพอ มีการเป่ดให้คนที่ดูทีวีสามารถโทรศัพท์เข้าไป ได้เลยว่าเรื่องนี้เคยมีประสบการณ์นี้อย่างไร แล้วลูกขุนก็จะวินิจฉัย วินิจฉัยเสร็จแล้ว ศาลก็เอาข้อวินิจฉัยนั้นมาสรุปข้อกฎหมายว่าจะติดคุกอะไรอย่างไร ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องพูดกันให้ครบถ้วนทั้ง ๓ อํานาจ อํานาจตุลาการที่เราเชื่อมั่นก็คือปัจจุบันเราเชื่อใน คุณธรรม เชื่อในจริยธรรม เชื่อในบุคคลฝ์ายตุลาการว่าถูกหล่อหลอมมาดี จึงทําให้ตุลาการ ได้ถูกส่งเข้าไปวางเปึนความหวังของสังคมไปอยู่ในระบบต่างทั่วไป อันนี้ผมถือว่าเปึน การแก้ไขวิกฤติชั่วคราว ใครที่ว่าส่อเสียดผมก็ไม่ว่าอะไร เพราะผมถือว่าพอวิกฤติชั่วคราว เราต้องการหมอประเภทไหนรักษาแล้วก็เอาประเภทนั้นขึ้นมา แต่สังคมเราไม่ได้อยู่แค่นี้ เรายังอยู่อีก ๕๐ ป้ ๑๐๐ ป้หรือ ๑,๐๐๐ ป้ข้างหน้า มันก็มีคนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไป แต่เราต้องวางรากฐานของระบบให้ได้ ทีนี้ตุลาการที่ดีนอกจากจะถูกต้องแล้วผมคิดว่าน่าจะรวดเร็วด้วย ความช้า เปึนความอยุติธรรมอย่างยิ่งแม้ว่าตัดสินมาแล้ว มีหลายคนหลายคดีที่ติดคุก ๔-๕ ป้ แล้วก็สรุปแล้วพอตัดสินมาตัวเองไม่ผิด มีหลายครั้งคนไม่อยากจะต่อสู้เพราะต้องต่อสู้ ๕ ป้ ๑๐ ป้ ไม่มีเงินทองก็เลยต้องติดคุก สิ่งเหล่านี้ผมถือว่าถึงเวลาที่ก็ต้องมีการสัมมนา กระบวนการยุติธรรม ถ้ามีการศึกษาผมอยากให้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาทั้งระบบ องคาพยพอํานาจอธิปไตยทั้งฝ์ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการให้ครบถ้วน ทีนี้เรามาดู ว่าอันสุดท้ายที่ผมจะขออนุญาตให้ท่านว่า การวินิจฉัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมีความจําเปึน ถ้าสมมุติว่าเราศึกษาแก้ไขโดยพิจารณาเปึนข้อ เปึนมาตรา เปึนปัญหา มันจะไม่สามารถ บูรณาการ แต่ถ้าเราเอา ๓ ขาหยั่งนี่มาวางตั้งว่าอํานาจอธิปไตยก็คือนิติบัญญัติ มีอะไรบ้าง แล้วสิ่งหล่อหลอมรวมสิ่งเหล่านั้นมาตาม แต่เรามาดูครับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เรา บ่นกันอํานาจ กกต. กกต. หรือ ป.ป.ช. หรือ สตง. หรือสิ่งต่าง ๆ องค์กรอิสระที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เปึนอํานาจอธิปไตยที่ ๓ ที่ ๔ แต่เปึนอํานาจที่จะมารองรับอํานาจอธิปไตยอันนี้ สมมุติ กกต. ปัจจุบันมีอํานาจทั้งฝ์ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการในตัวเอง มีอํานาจ บริหารอย่างไร กกต. มีอํานาจจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศบริหารจัดการเลือกตั้งทั้งหมด อํานาจนิติบัญญัติเปึนอย่างไร กกต. มีอํานาจที่ออกประกาศของ กกต. ๕ ท่าน ให้มีสถานภาพเหมือนกับเปึนพระราชกฤษฎีกามีอํานาจบังคับใช้ เพราะฉะนั้น กกต. จะกําหนดบทบาทหน้าที่ใครพูดได้ไม่ได้อย่างไร ใครจะใช้โปสเตอร์ขนาดไหน เขียนได้หมด หลายคนก็อึดอัดว่าเหมือนกับ กกต. ให้ออกแบบโปสเตอร์เล็กนิดเดียว ทําอะไรก็ไม่สามารถที่จะส่งผ่านถึงประชาชนได้อันนั้นเปึนรายละเอียดเราไม่ว่ากัน เสร็จแล้ว กกต. มีอํานาจตุลาการในการที่จะตัดสินให้ใบเหลือง ใบแดง กกต. เปึนองค์กรเดียว ที่ใช้อํานาจอธิปไตยทั้งสามเลยเกิดความอึดอัดว่าถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอํานาจขององค์กร อิสระต่าง ๆ นั้นจะต้องเปึนอํานาจที่จะรองรับ ๓ อํานาจ ถ้าทําบริหารก็ทําบริหารแล้วก็ รองรับเพื่อให้ตุลาการนั้นตัดสิน เพราะฉะนั้น กกต. ต้องมีอํานาจแค่การสอบสวน เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วส่งให้ศาล ศาลมีอํานาจวินิจฉัยความถูกผิด แล้วถ้าสมมุติ มีคนกล่าวว่าช้าผมก็ได้เคยคุยกับอาจารย์จรัญตอนเปึนสมาชิกวุฒิสภาว่าจริง ๆ แล้ว สามารถออกกฎหมายว่าด้วยระเบียบวิธีพิจารณาศาลเลือกตั้งได้ สามารถดําเนินการได้ ไม่ใช่ว่ามาขึ้นศาลอาญาทางการเมืองคดีเลือกตั้งไม่ใช่คดีอาญาที่จะต้องว่ากัน เหมือนอย่างกับอาชญากรรม สามารถว่าด้วยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเลือกตั้ง ได้อย่างรวดเร็วแล้วก็เปึนศาลเดียว สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้หมด เพราะฉะนั้นผมขอฝาก คณะกรรมาธิการผมเห็นด้วยที่จะมีการศึกษา แล้วเห็นด้วยที่จะเชิญให้ผู้รู้บุคคลภายนอก ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือคนที่มีความเห็นเข้ามาร่วมกันเพื่อจะดึงความขัดแย้งนอกสภา ให้อยู่ในสภา แล้วพอสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นผมเชื่อว่าสังคมจะย้อนกลับเข้ามาใช้อํานาจ อธิปไตยทั้งสามคือนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการเพื่อจะวางรากฐานของสังคม ในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านมาลินีครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส. สัดส่วน กลุ่มที่ ๒ นครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ดิฉันจะขออภิปราย ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านประธานสักเล็กน้อยว่า ถ้าในสภา แห่งนี้ไม่สามารถจะแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้นั้นจะเปึนที่น่าเสียใจเปึนอย่างยิ่ง ทําให้เกิดวิกฤตินอกสภาขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเราทุกคนซึ่งมาอยู่ในสภาแห่งนี้ คงต้องร่วมกันที่จะคิดเปึนตัวอย่างแบบฉบับที่ดีของสังคมภายนอกได้ด้วยนะคะ ตอนนี้ ดิฉันก็จะขอพูดถึงเรื่องว่าดิฉันจะขออภิปรายในเรื่องใด ขออภิปรายในญัตติด่วนเรื่อง ขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยวางกรอบแนวทางการอภิปรายของดิฉันดังนี้นะคะ ข้อที่ ๑ กรอบแนวความคิดว่า ความเปึนมาทําไมจึงต้องคลอดรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ข้อที่ ๒ ข้อดี ข้อเสียของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ข้อที่ ๓ แนวทางการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในเรื่องของความเปึนมาที่ต้องมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ท่านประธาน ท่านผู้ทรงเกียรติ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านท่านคงทราบว่าก่อน ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐ ภายใต้ การบริหารงานของฝ์ายบริหารที่ได้รับผลพวงจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่อยากให้ได้ รัฐบาลที่เข้มแข็ง ผลที่เกิดมาคือมีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) มีการโกงบ้าน โกงเมืองและไม่อายที่จะโกง ซึ่งพิสูจน์ได้จากคดีต่าง ๆ เช่น ซีทีเอ็กซ์ (CTX : เครื่องตรวจ วัตถุระเบิด) เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank : ธนาคารเพื่อการส่งออกและการนําเข้าแห่ง ประเทศไทย) ที่ให้พม่ากู้ไป ๔,๐๐๐ ล้านบาทและอีกมากมาย ซึ่งกําลังอยู่ในกระบวนการ ยุติธรรมจาก คตส. สู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีการ แทรกแซงองค์กรอิสระทุกองค์กรอย่างเปึนขบวนการ ซึ่งดิฉันเปึนสมาชิกวุฒิสภาอยู่ใน ขณะนั้นคือ ป้ ๒๕๔๓ ถึงป้ ๒๕๔๙ ดิฉันซาบซึ้งและรู้รสชาติของการแทรกแซงสมาชิก วุฒิสภาเปึนอย่างดี และองค์กรอิสระอื่น ๆ อีกมากมายจนมี กกต. ๓ คนต้องติดคุก บ้านเมืองวุ่นวายมาก มีพี่น้องประชาชนผู้รักชาติออกมาเดินขบวน ฝ์ายผู้กุมอํานาจก็มี ขบวนการดึงประชาชนโดยวิธีการที่ถูกกล่าวหาว่าจ้างมา เรื่องของม็อบชนม็อบก็จะ เกิดขึ้นจนจะเกิดเหตุเลือดตกยางออก ทําให้เกิดเหตุใน ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐ ซึ่งดิฉัน ไม่อยากจะใช้คําว่า ปฏิวัติ หรือ ปฏิรูป หรือ ยึดอํานาจ แต่เปึนวิธีการที่ผู้รักชาติอีกกลุ่มหนึ่ง คิดว่าเปึนวิธีการที่ดีที่สุดแล้วที่จะไม่ให้เกิดการเลือดตกยางออกและยุติการนองเลือด ครั้งนี้จนทั่วโลกแปลกใจว่า ทําไมทหารออกมายึดอํานาจนั้นได้รับดอกไม้ อาหารการกิน อย่างมากมาย มีประชาชนให้กําลังใจมาก มีการถ่ายรูปกับรถถังกับทหารยิ่งกว่า งานวันเด็กเสียอีก ดิฉันประชุมอยู่ที่ประเทศญี่ปุ์นดูซีเอ็นเอ็น (CNN) อยู่ก็ยังแปลกใจ ถัดมาชาวต่างชาติก็เริ่มเข้าใจวิถีประชาธิปไตยแบบไทย ๆ จนดิฉันสามารถที่จะประสานงาน ดําเนินการจัดประชุมรัฐสภาไทยร่วมกับยูเอ็นเอฟพีเอ (UNFPA : กองทุนประชากรแห่ง สหประชาชาติ) ซึ่งมี ส.ส. ส.ว. จากทั่วโลกมาประชุมที่ตึกยูเอ็น (UN) ได้ เมื่อมีการร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีกระบวนการสรรหาการคัดเลือกกันเองซึ่งเปึนกระบวนการ ที่ยืดยาวจนได้ สสร. ๒ และได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จนมาถึงการลงประชามติ เปึนครั้งแรกของประเทศไทยให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ มีการต่อสู้กันมากมาย ฝ์ายรัฐบาลก็รณรงค์อย่างเปึนกลางให้ประชาชนมาลงประชามติ ฝ์ายผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ก็อึดอัดใจว่าทําไมรัฐบาลจึงไม่พูดให้ชัดเจนว่า ให้มาลงประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ อีกกลุ่มหนึ่งก็กล่าวหาว่ารัฐได้ใช้อํานาจรัฐไปบีบให้รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่อีกกลุ่มหนึ่ง ก็ถูกกล่าวหาเช่นเดียวกันว่าซื้อเสียงไม่ให้รับรัฐธรรมนูญพร้อมพ่วงเบียร์ คือให้เลือก ส.ส. ที่จะมาถึงหลังจากการผ่านรัฐธรรมนูญนะคะ ดิฉันเปึนคนหนึ่งที่ศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญ ของหลายประเทศ พยายามบอกว่าอย่าเอาเยี่ยงอย่างรัฐธรรมนูญของตะวันตกเลย ให้ดูตะวันออกไว้บ้าง เช่น อย่างบังกลาเทศ ซึ่งดิฉันก็ได้พยายามต่อสู้อยู่ว่าขอให้รัฐบาลที่รักษาการนั้นอย่าได้ ใช้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเดิม ขอให้มีกระบวนการสรรหารัฐบาลขึ้นมาชุดหนึ่งชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาเรื่องรัฐบาลรักษาการที่ใช้เครื่องมือของรัฐในการหาเสียงจะได้เกิดความเปึนธรรม แก่ทุกฝ์าย ก็มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในคณะ สสร. แต่สุดท้ายดิฉันก็แพ้โหวตไป เพราะท่าน สสร. หลายท่านบอกว่ามันไม่เปึนประชาธิปไตยซึ่งดิฉันก็รับได้นะคะ ข้อดีของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นก็คือว่าให้สิทธิประชาชนมากขึ้น เช่น ประชาชนแค่ ๒๐,๐๐๐ ชื่อ ไม่ต้องใช้ถึง ๕๐,๐๐๐ ชื่อก็สามารถที่จะถอดถอนนักการเมืองที่มีลักษณะไม่ถูกต้องได้ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น นายกรัฐมนตรีก็ใช้จํานวน ส.ส. แค่ ๑ใน ๕ ไม่ต้องถึง ๒ ใน ๕ ก็ทําให้การทํางานง่ายขึ้น ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้วางยาแรงมาก เหมือนคนไข้ที่เข้าอยู่ในไอซียู (ICU) หมอต้องใช้ยาแรงเหลือเกิน เนื่องจากเห็นผลพวงที่เกิดจาก ความผิดปกติจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บางครั้งก็อาจจะแรงเกินไปจนพวกเราคงจะ รับกันไม่ได้ ดิฉันขอยกตัวอย่างเรื่องของการเลือกผู้แทนราษฎรจากวัน แมน วัน โหวต (One man one vote) คือเลือกเขตเล็ก เราก็มีการตรวจสอบกัน มีการคุยกันอย่างมากมายเหมือนกัน ว่าโดยเขตเล็กนั้นเราจะทําหน้าที่ซ้ําซ้อนกับ ศอ.บจ. หรือเปล่า ถ้าเปึนเขตใหญ่ขึ้น น่าจะดีกว่าไหม เพราะเราจะได้ประสานกับ ศอ.บจ. ว่าขาดตกบกพร่องอย่างไร เราก็นําขึ้นมา สู่ระดับชาติได้ว่าจะแก้ปัญหาให้เขาอย่างไร อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เราคิดกันอยู่เหมือนกันว่า น่าจะดีกว่า เราอาจจะได้ ส.ส. ที่มีคุณภาพดีมากขึ้น และนอกจากนั้นประชาชนก็มีสิทธิ ที่จะเลือกคนได้ถึง ๒ คนหรือ ๓ คนแทนที่จะคนคนเดียว เราก็พูดกันถึงระบบว่าจะใช้ ระบบด๊องท์ (d’Hondt) ของเยอรมันไหม เพื่อจะให้เสียงของประชาชนนั้นทุกเสียงมีคุณค่า ไม่ใช่ การเลือกตั้งแบบที่เปึนอยู่เดิม คือว่าใครชนะเพียง ๑ คะแนนก็ไปเอาคะแนนของคนอื่นเขา มาหมดเลยนะคะ หรือเราเรียกว่า เดอะ วินเนอร์ เทค ออล (The winner take all) อันนี้ ก็ไม่เปึนธรรมกับประชาชนเหมือนกัน ซึ่งดิฉันก็คิดว่าอันนี้เราคงต้องอภิปรายกันอย่างกว้าง อีกสักครั้งหนึ่งว่าเราควรจะใช้วิธีใดเพื่อไม่ให้เสียงของพี่น้องประชาชนนั้นหายไปหมด แค่ชนะเขามา ๑ คะแนนเท่านั้นเอง แต่เอาคะแนนของผู้ที่เขาแพ้เราไป ๑ คะแนนนั้น อมมาเปึนของเราเองมันก็ไม่ค่อยยุติธรรมนักนะคะ ในเรื่องของ ส.ว. ทําไมจึงจะต้องมีสรรหา ครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่ง หรือ ๗๖ ๗๔ ก็แล้วแต่ที่จะพูด เพราะว่าเรามีประสบการณ์ เราได้เห็นแล้วว่า ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งล้วน ๆ นั้นเราได้ถูกขนานนามว่าเปึน ส.ว. ทาส เราก็ต้องศึกษาดูอีกสักระยะหนึ่งว่า ส.ว. ที่ได้มาโดยการสรรหาครึ่งหนึ่ง เลือกตั้งครึ่งหนึ่ง นั้นจะทํางานได้ และทํางานได้ดีกว่า ส.ว. ที่มาจากการสรรหาทั้งหมดหรือไม่ ดิฉันคิดว่า เราคงต้องให้โอกาสในการที่จะศึกษาดูอีกสักระยะหนึ่งนะคะ และจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เพิ่งใช้มาไม่กี่เดือนนั้นยังมองไม่เห็นโรคแทรกซ้อนอย่างชัดเจน ดิฉันจึงคิดว่าเราควรจะ ใช้เวลาศึกษาให้อย่างรอบคอบ ไม่ใช่ว่าจะใช้ความชอบ หรือความได้เปรียบ หรือความไม่ชอบ ความเสียเปรียบอย่างใดอย่างหนึ่งมาเปึนตัวกําหนด ขอให้มองอย่างกลาง ๆ และรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติการเมืองอยู่นอกสภานะคะ เพราะฉะนั้นสภาของเราขอให้ทําใจ ให้เปึนกลางด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่าสิ่งใดก็แล้วแต่ถ้าเผื่อว่าเรามีเจตนารมณ์ที่แท้จริง ที่จะมารับใช้พี่น้องประชาชนด้วยคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรมของเราและมีความจริงใจ ต่อบ้านเมืองต่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะมียาแรงขนาดไหนเรามีภูมิคุ้มกันที่ดี เราไม่กลัวเลยดิฉันมั่นใจว่าคนดีต้องไม่กลัวสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ จึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวจนเราจะต้องมารีบร้อนที่จะแก้ไขกันขอให้มีเวลา ศึกษากันนะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตทําหน้าที่ประท้วงท่านประธานสักนิดเดียวครับ เพราะว่าถ้าไม่ทักเสียตรงนี้ ต่อไปสมาชิกก็จะทําผิดข้อบังคับเรื่อยไป โดยส่วนตัวแล้วผมทั้งรักเคารพท่านสมาชิก ที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ ดังนั้นจึงไม่ขัดจังหวะใด ๆ ทั้งสิ้นให้ท่านอภิปรายจนเสร็จสิ้น ผมที่ประท้วงท่านประธานก็เพราะว่าท่านประธานได้ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ในข้อ ๖๑ มีความตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า ห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านให้ที่ประชุมโดยไม่จําเปึน เกือบตลอดเวลาของการอภิปรายของท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ถืออยู่ ๒ แผ่น ๓ แผ่น ก้มหน้าก้มตาอ่าน นาน ๆ ก็เงยขึ้นสบตาประธานสักครั้งหนึ่ง แล้วท่านก็ไม่ทักไม่ท้วง ถ้าทําอย่างนี้เรื่อยไปสมาชิกคนอื่น ๆ ก็จะทําเปึนแบบอย่างต่อไปก็ร่างสป้ช (Speech) มา แล้วก็มายืนอ่านกันในสภามันไม่ใช่เปึนลักษณะของการอภิปรายตามที่บัญญัติไว้ ในข้อบังคับการประชุมครับ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยแล้วอย่าปล่อยให้มีการกระทํา อย่างนี้เกิดขึ้นอีกในคราวต่อ ๆ ไป ขอบคุณครับ
ก็เห็นด้วยกับท่านเชาวรินซึ่งข้อบังคับก็ชัดเจนนะครับ ต้องขออนุญาตท่านประธาน แล้วก็ เท่าที่จําเปึนเท่านั้นนะครับ เชิญคุณสาธิตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดสุรินทร์ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการพูดและเสนอข้อคิดเห็นในเรื่องของ การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการแก้ไขและการใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งในส่วนตัวผมเองผมมีความเห็นที่อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดจากผลพวงของการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ที่เกิดขึ้น เปึนการปฏิวัติ เปึนการยึดอํานาจเผด็จการทางทหาร โดยยึดอํานาจจากรัฐบาล แล้วก็ สภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นเองรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ สิ่งที่ขาด หายไป และสิ่งที่มันไม่มีในรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลยก็คือจิตวิญญาณแห่งความเปึน ประชาธิปไตย ที่มีในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้ง การแต่งตั้งสมาชิก วุฒิสภาโดยในมาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๑๘ ในหมวดของการสรรหาและแต่งตั้งวุฒิสภา ขึ้นมา วุฒิสภาชุดนี้ที่มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีการแต่งตั้งขึ้นมา ๗๔ คน โดยใช้ คนเพียง ๗ คน ในการเลือกคน ๗๔ คนเพื่อเปึนตัวแทนและทําหน้าที่ให้กับประชาชน ทั่วประเทศ และอีก ๗๖ คนที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจากทั่วประเทศ โดยประชาชน ผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศกว่า ๒๐-๓๐ ล้านคนมีสิทธิเลือกวุฒิสภาได้เพียง ๗๖ คน แต่ว่าคน ๗ คน สามารถเลือกสมาชิกวุฒิสภาได้ ๗๔ คน แต่ถึงกระนั้นเองผมก็ต้อง ขอขอบพระคุณสําหรับผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ยังเห็นความสําคัญของประชาธิปไตย ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ก็คือยังให้สมาชิกวุฒิสภาในสัดส่วนของการเลือกตั้ง ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมากกว่าวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งถึง ๒ คน ก็ยังถือว่า ท่านยังให้ความสําคัญถึงจุดนี้อยู่ ท่านประธานครับผมอยากจะกล่าวถึงประวัติความเปึนมา ถึงประวัติศาสตร์ในการมีระบอบประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นมาในโลกของเราใบนี้ แล้วมัน ก็ได้สืบทอดกันมาเปึนการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีการพัฒนาขึ้นมาเพื่อที่จะทํา ให้ได้เห็นว่า ทําไมการเลือกตั้งจะต้องมาจากประชาชนและให้ประชาชนได้เปึนผู้มีสิทธิออกเสียง เมื่อประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ ป้ก่อนคริสต์ศักราช ในนครเอเธนส์ได้มีการปกครองที่ใช้ปกครอง ในนครเอเธนส์ขึ้นมาก็โดยการที่ให้ประชาชนในนครเอเธนส์ได้มีส่วนร่วมได้มาประชุม แล้วก็ ปรึกษาหารือแสดงความคิดเห็นเพื่อที่จะแก้ปัญหาของประชาชนในนครเอเธนส์ ซึ่งรูปแบบ การปกครองและการแสดงความคิดเห็นตรงนี้ เราได้ถือปฏิบัติต่อมาว่าเปึนการปกครอง โดยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในขณะนั้นเปึนการปกครองเราที่เรียกว่า การปกครองแบบ ประชาธิปไตยโดยตรงนะครับ แต่เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้นมามีประชากร ประชาชนเพิ่มมากขึ้น เราก็ไม่สามารถที่จะให้ประชาชนทุกคนได้มีสิทธิออกเสียงหรือมาแสดงความคิดเห็นได้ ดังนั้นเองจึงมีการพัฒนามาเปึนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เราเรียกว่า การปกครองแบบประชาธิปไตยโดยตัวแทนหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เปึนการเลือกตั้ง เปึนตัวแทนของประชาชนเข้ามาทํางานในสภาแห่งนี้นะครับ ท่านประธานก็เปึนผู้หนึ่ง ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่ผมอยากจะชี้ ให้เห็นถึงความสําคัญและความสวยงามของสภาแห่งนี้ โดยเฉพาะท่านประธานที่นั่งอยู่ ข้างบนก็จะมองลงมา ณ สภาแห่งนี้ ท่านจะเห็นถึงความแตกต่างและความสวยงามของ สภาแห่งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๔๘๐ คน ณ ที่นี้ทุกคนมาจากพื้นฐานที่ต่างกัน มาจากพื้นที่ที่ต่างกัน มาจากภูมิภาคที่ต่างกัน บางคนมาจากทางเหนือ มาจากทางใต้ มาจากทางภาคอีสาน แม้แต่คําพูด ภาษาที่ใช้ก็มีความแตกต่างกันนะครับ อาชีพก็แตกต่างกัน บางท่านเปึนข้าราชการเกษียณ บางท่านเปึนนักธุรกิจ เปึนพ่อค้า บางท่านเปึนครูประชาบาล แต่ทุกท่านได้ผ่านการเลือกตั้งโดยประชาชนเข้ามา แต่ถ้าเปึนการแต่งตั้งหรือสรรหาขึ้นมา ท่านจะไม่ได้เห็นถึงความสวยงามตรงนี้ อย่างท่านที่เพิ่งพูดอภิปรายจบไปเมื่อสักพักหนึ่งคือ ท่านสมคิด บาลไธสง ซึ่งผมเห็นถึงความสวยงามตรงนี้ ท่านเปึนผู้แทนราษฎรที่มาจากจังหวัด หนองคาย คําพูดของท่านในการอภิปรายท่านเปึนคนตรง นี่คือพื้นฐานแล้วก็นิสัย ความตรงไปตรงมาของพ่อแม่พี่น้องของประชาชนในภาคอีสานเรามีอะไรเราพูดตรง ๆ ไม่มีอ้อมค้อม ไม่มีลีลา ไม่ใช่ว่าพูดคําแถคํา พูดคํากัดคํา นี่คือลีลาตรง ๆ นี่คือความสวยงาม ถ้าแต่งตั้งขึ้นมาท่านจะไม่ได้ผู้แทนราษฎรที่มีความสวยงามตรงนี้เกิดขึ้นมาครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ อีกมาตราหนึ่งที่ผมอยากจะขอกล่าวถึงก็คือมาตรา ๓๐๙ ซึ่งเปรียบเสมือนเปึนมาตราแห่งทายาทอสูร เนื่องจากเปึนมาตราที่รับรองว่าการทํา รัฐประหารเปึนสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งถ้าเรายอมรับในสิ่งตรงนี้การรัฐประหารในประเทศไทย ก็จะเกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําอีก เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีกครับท่านประธาน สิ่งที่ผมพยายามอยากจะ กล่าวถึงและยืนหยัดในสิ่งที่เปึนประชาธิปไตยและอยากให้มีในรัฐธรรมนูญที่จะใช้ ในประเทศไทยของเราก็คือจิตวิญญาณและความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ที่มี การเลือกตั้งโดยประชาชน ถ้าสังเกตนะครับท่านประธาน หลังการปฏิวัติที่เกิดขึ้นเรามี รัฐบาลที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะผู้ทําการยึดอํานาจ ก็คือรัฐบาลในสมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไม่ได้รับการยอมรับจากประเทศสหรัฐอเมริกาหรือในประเทศยุโรปเลยนะครับ ไม่ได้ให้การยอมรับเลย ไม่ใช่เพียงเพราะว่าผู้นําหรือประเทศเหล่านี้ไม่ได้ให้เกียรติประเทศ เรานะครับ แต่สิ่งที่เขาไม่ยอมรับก็คือการทําปฏิวัติยึดอํานาจและโค่นล้มระบอบ ที่มีการเลือกตั้งมาจากประชาชน ซึ่งผู้นําประเทศเหล่านี้ถ้าเกิดเขาให้การยอมรับ และเห็นว่าการทําปฏิวัติรัฐประหารเปึนสิ่งที่ถูกต้อง เขาก็ไม่สามารถตอบประชาชน ที่เลือกเขามาทํางานได้ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งถือว่าประธานาธิบดีมีอํานาจ ในการบริหารที่ถือว่าสูงสุด ถ้ายอมรับในสิ่งตรงนี้แล้วมันก็จะเกิดข้อกังขาและข้อสงสัย ในประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในประเทศของเขาว่าถ้าผู้นําของเขาต้องการที่จะสืบทอด อํานาจหรืออยากจะเปึนประธานาธิบดีอีก ๑ สมัย ก็จะใช้วิธีในการยึดอํานาจหรือเปล่า และการที่เป่ดช่องแล้วขาดความเชื่อมั่นในประชาธิปไตยตรงนี้ขึ้นมาก็จะทําให้ผู้ที่กุมอํานาจ ทางด้านทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ถือเปึนโอกาสในการที่จะทําปฏิวัติแล้วก็โค่นล้ม อํานาจตัวแทน ซึ่งเปึนตัวแทนประชาชนของเขาขึ้นมาได้นะครับ ดังนั้นเองเปึนจุดที่ผม อยากจะชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่เราต้องยึดมั่นและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย อีกสิ่งหนึ่งครับ ท่านประธานที่ผมอยากจะยกตัวอย่าง สําหรับประเทศอินเดียที่ถือว่าเปึนประเทศที่มี ความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ชนชาติ ศาสนา แล้วเปึนประเทศใหญ่มีประชากรกว่า ๑,๐๐๐ ล้านคน แต่มีระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ถือว่ายาวนานประเทศหนึ่ง และไม่มีการทําปฏิวัติรัฐประหารตลอดจนหลังจากที่ประเทศอินเดียนี้ได้รับเอกราชจาก ประเทศอังกฤษเมื่อป้ ๒๔๙๐ แล้วมีการสถาปนาเปึนสาธารณรัฐ เมื่อป้ ๒๔๙๓ ขึ้นมานะครับ รัฐบาลอินเดียเองหรือในการเมืองของอินเดียเอง หลาย ๆ ครั้งก็เปึนรัฐบาลที่มาจากรัฐบาลผสม ไม่ค่อยมีเสถียรภาพในการบริหารงานเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังยึดมั่น ประเทศเขา ยังยึดมั่นและเชื่อมั่นก็คือจิตวิญาณความเปึนประชาธิปไตยนะครับ แล้วเขาก็เชื่อว่า การบริหารและการทํางานในระบอบประชาธิปไตยถึงแม้ว่าจะมีปัญหาบ้าง ในหลาย ๆ ครั้ง ที่เจอปัญหาหนักหน่วง แต่ถ้ายึดมั่นเชื่อมั่นในระบบของมันเองมันก็จะสามารถแก้ไขให้ลุล่วง แล้วก็สามารถทํางานต่อไปได้นะครับ ดังนั้นในประวัติศาสตร์ของอินเดียก็ไม่มีการทําปฏิวัติ รัฐประหารเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยแรก ผมจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในครั้งหนึ่งในช่วงที่ผมศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์นี้ก็มีโอกาสได้ศึกษาและเรียนรู้ถึงหน้าประวัติศาสตร์ในเรื่องของเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม แล้วก็ ๖ ตุลาคมเอง แต่ต้องยอมรับว่าในสมัยนั้นที่ผมได้ทําการศึกษาอยู่ ผมก็ รับรู้ถึงเรื่องของการสูญเสียและการเรียกร้องซึ่งจะได้มาในระบอบประชาธิปไตยจากอํานาจ ของเผด็จการ แต่ต้องยอมรับว่าในขณะนั้นเอง ผมยังขาดความเข้าใจและยังขาดเรื่องของ จิตวิญญาณและความเปึนประชาธิปไตย แต่เมื่อผมได้มาทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ผมได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากท่านรุ่นพี่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลาย ๆ คนที่มีโอกาสและมีประสบการณ์ผ่านเหตุการณ์ทางด้านการเมืองมาหลาย ๆ ท่าน ท่านหนึ่งที่ผมรู้สึกเชิดชูแล้วก็นิยมชมชอบในตัวท่านก็คือ ท่านสุนัย จุลพงศธร เนื่องจากว่า หลาย ๆ ครั้งที่ผมเห็นท่านลุกขึ้นอภิปราย ท่านได้ใช้ถ้อยคําที่ดูรุนแรงแล้วก็ดูจงเกลียดจงชัง ในระบอบเผด็จการ และการยึดอํานาจรัฐประหารขึ้นมานะครับ แรก ๆ ผมก็รู้สึกแปลกใจ แล้วก็รู้สึกเปึนห่วงแทนท่านว่าทําไมท่านถึงกล้าใช้คําพูดแล้วก็รุนแรงถึงขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผม ได้สัมผัสแล้วก็พิสูจน์มาในตัวท่านนะครับ ที่ท่านกล้าพูดและกล้ายืนหยัดและกล้ายืน ในฝัืงที่เปึนฝัืงตรงข้ามของระบอบเผด็จการ ในสิ่งที่ท่านมีจากประสบการณ์ที่ท่านเคยผ่าน ในการเรียกร้องแล้วก็สูญเสียในการเรียกร้องในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม และ ๖ ตุลาคมเอง ท่านได้สัมผัสมา สิ่งที่ท่านมีอยู่และท่านไม่เคยละทิ้งไปแม้แต่เวลามันจะผ่านมาหลายป้แล้ว คือเรื่องของจิตวิญญาณและความเปึนประชาธิปไตย และท่านพยายามที่จะรักษาตรงนี้ แล้วหลาย ๆ ครั้งท่านก็พยายามสื่อสาร แล้วก็พยายามส่งทอดต่อให้กับคนรุ่นหลัง ๆ ของเราเองนะครับ เมื่อสักพักก็มีผู้ที่อภิปรายหลาย ๆ ท่านก็ให้ความเห็นแล้วก็ดูเหมือนจะ ยินดีแล้วก็เชิดชูถึงเหตุการณ์ปฏิวัติที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ กันยา เห็นดีเห็นงามด้วยนะครับ แล้วก็มีบางท่านที่เห็นด้วยแล้วก็บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เองน่าจะยินยอมแล้วก็ใช้ไปก่อน ยอม ๆ ปรับตัวตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ตาม สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือว่าจากสิ่งตรงนี้ รัฐธรรมนูญที่เราประกาศใช้ในส่วนตัวแล้วกระผมเชื่อว่าในเพื่อน ๆ สมาชิกของผมเอง ก็ยินยอมนะครับ เรายอมปฏิบัติตามในกฎกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกผมไม่สามารถจะเปลี่ยนได้นะครับ ก็คือจิตวิญญาณแห่งความเปึน ประชาธิปไตยนะครับ สิ่งนี้ที่พวกผมไม่สามารถจะยินยอมแล้วก็ปรับเปลี่ยนมันได้นะครับ ดังนั้นสิ่งที่เราพยายามจะทํากันอยู่ตรงนี้ก็คือ เรื่องของการที่เราจะเติมเต็มของความเปึน ประชาธิปไตยและจิตวิญญาณอันนี้ลงในรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้และเชื่อว่าถ้าสิ่งที่เรา ยึดมั่นและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยตรงนี้มีต่อไปใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เราจะ ใช้กันต่อไป มันก็จะไม่ทําให้การปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น แล้วเราต้องเห็นว่าการทําปฏิวัติ รัฐประหารเปึนสิ่งไม่ถูกต้องนะครับ อย่าไปยินดีแล้วก็เชิดชูในสิ่งตรงนี้นะครับ เราต้องยึดมั่นและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยครับ ท่านประธานครับ ก็ขอสรุปว่า ในส่วนตัวผมเองแล้วผมก็เชื่อรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่ที่มาจากการยึดอํานาจของ ประชาชนไปนะครับ มันจึงขาดจิตวิญญาณแห่งความเปึนประชาธิปไตย ผมจึงเห็นด้วย ที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับต่อไปที่เราจะใช้ มีจิตวิญญาณแห่งความเปึนประชาธิปไตยและเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณผุสดีเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ ๖ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะเมื่อกี้นี้ได้มีสมาชิกลุกขึ้นประท้วงว่า มีบางท่านได้อ่านคําอภิปราย ดิฉัน ต้องขออนุญาตท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เนื่องจากว่ามีวัยอยู่พอสมควรแล้ว ก็จะขออนุญาตอ่านบ้างเปึนครั้งคราวนะคะ
อนุญาตครับ ดูไปเลยครับ ยังสาวยังแส้จะหาว่าแก่ได้
จะไม่ประท้วงค่ะ เดี๋ยวจะเสียเวลาดิฉัน ท่านประธานคะ ขออนุญาตอย่างนี้ค่ะ ในเรื่องของญัตติด่วนที่ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการใช้แล้วก็ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ดิฉันจะขออนุญาตท่านประธานเรียนเปึนประเด็นอย่างนี้นะคะ ก่อนอื่นต้องยอมรับ เลยนะคะว่า กฎหมายไม่ว่าระดับใดก็ตามมีความเหมาะสมกับวาระและเวลาในตอนนั้น แล้วก็ตามแต่สถานการณ์ในแต่ละช่วง รัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นนะคะ เพราะฉะนั้น ก็เปึนเรื่องปกติธรรมดาที่จะต้องมีการใคร่ครวญแล้วก็พิจารณาศึกษาเพื่อจะแก้ไขหรือไม่ แก้ไขให้สอดคล้องตามสถานการณ์ ถัดมาดิฉันก็คงจะต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ต้องยอมรับเช่นเดียวกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ที่วันนี้ได้รับการยกย่องอย่างเหลือเกิน เลยว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่เปึนประชาธิปไตยที่สุด แล้วก็เปึนรัฐธรรมนูญที่มีที่มาดีที่สุด อย่างนั้นก็เถอะค่ะท่านประธาน ดิฉันจําได้ว่าในตอนช่วงป้ ๒๕๔๐ ดิฉันยังไม่ได้เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่เปึนราษฎรธรรมดาที่สนอกสนใจในเรื่องการเมืองและ การปฏิรูปก็รู้สึกได้ว่านักการเมืองในขณะนั้นทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ก็รังเกียจอยู่ เพราะเงื่อนไข มีอยู่ชัดเจนว่านักการเมืองตอนนั้นคือ ส.ส. และ ส.ว. ไม่อาจที่จะอภิปรายเพื่อแก้ไขอะไรได้ เพียงแต่จะต้องพิจารณารับหรือไม่รับเท่านั้นเอง แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อสมาชิกรัฐสภา ในขณะนั้นให้ความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากแล้วก็ได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่นั้นมาเปึนเวลายาวนานเกือบ ๑๐ ป้ ตรงนี้ท่านประธานคะ ดิฉันก็คงจะต้องขออนุญาต ย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าที่จริงเวลามีการพูดกันว่ารัฐธรรมนูญนั้นเปึนตัวร้าย เปึนตัววิกฤติ ตัวเหตุ แห่งความวิกฤติ ดิฉันรู้สึกสงสารรัฐธรรมนูญเหมือนกัน เพราะว่าจริง ๆ ในช่วงแรกแห่งการใช้ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลเปึนรัฐบาลผสมที่มีพรรคประชาธิปัตย์ เปึนแกนนํา และมีนายชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี ดิฉันเองเปึนประชาชนก็เฝัาดูอยู่ว่า การปฏิบัติใช้รัฐธรรมนูญนั้นจะมีปัญหาหรือไม่อย่างไร ดิฉันสัมผัสไม่ได้เลยถึงการลุแก่อํานาจ หรือการใช้อํานาจที่ไม่ชอบธรรมก่อให้เกิดความโกลาหลมากมาย และก่อให้เกิดความเสียหาย อย่างจริง ๆ ในช่วงระยะเวลาต่อมา ก็ได้เปึนที่ประจักษ์อยู่แก่สายตาของประชาชนในจํานวนไม่น้อย ในช่วง พ.ศ. ๒๕๔๔ จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๙ เราก็เห็นชัดเจนนะคะว่า ผลแห่งการปฏิบัติใช้ของรัฐธรรมนูญนั้น เปึนอย่างไร เราก็ต้องยอมรับว่านั่นคือข้อเท็จจริง แต่ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งหลายคน ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายพูดถึงว่าการปฏิวัติยึดอํานาจที่เกิดขึ้นนั้นก็เปึนเรื่องของเผด็จการ และเปึนที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ท่านประธานคะ ต้องยอมรับอีกเช่นกัน ในข้อเท็จจริงนะคะว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้อยู่ดี ๆ มันจะ เกิดขึ้นเหมือนกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะไม่มีสาเหตุ ดิฉันคง ต้องขออนุญาตท่านประธานย้ําอีกสักนิดหนึ่งนะคะว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันก็เปึน ผลมาจากการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในช่วงหลัง ซึ่งมันเปึนที่ประจักษ์ชัดจริง ๆ นะคะ แล้วก็หลายท่านก็พูดเหมือนกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นี้มุ่งสร้างความเข้มแข็งและ ความมีประสิทธิภาพให้กับรัฐบาลหรือฝ์ายบริหาร ท่านประธานคะ ภาพที่เรา มองเห็นว่าฝ์ายบริหารเข้มแข็งแล้วก็มีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้นําไปสู่สังคมที่มีการใช้ชีวิต อยู่ด้วยกันอย่างเสมอภาค เปึนธรรมแล้วก็สันติเลย ในทางตรงกันข้ามท่านประธานคะ จะมองเห็นว่าความเข้มแข็งหรือการมีประสิทธิภาพที่หลายคนมองเห็นนั้นกลับนําไปสู่ การใช้อํานาจแบบผูกขาด ไม่ใช่การผูกขาดแบบธรรมดาแต่เปึนการผูกขาด ที่ล่อแหลมต่อการกระทําผิดกฎหมายแล้วก็ไม่ชอบธรรม ท่านประธานคะ สิ่งเหล่านี้ ดิฉันไม่ได้กล่าวขึ้นมาลอย ๆ แต่ว่ามันเปึนเรื่องเปึนราวและเปึนคดีที่ยังค้างกันอยู่ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการแทรกแซงองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการใช้อํานาจ ที่เกินขอบเขตและก่อให้เกิดการเสียชีวิตของผู้คนเปึนจํานวนมากเกินกว่า ๒,๕๐๐ ศพ ในช่วงระยะเวลา ๓ เดือน ซึ่งในเวลาต่อมานั้นก็มีการยืนยันว่าเกินกว่าครึ่งที่ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด อย่างนี้ก็เปึนตัวอย่าง นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการคุกคาม แทรกแซงสื่อ รวมไปถึงเรื่องของการทุจริตการเลือกตั้ง แล้วก็ไม่รับผิดชอบต่อสภา ท่านประธานสภาคะ ตรงนี้เปึนเหตุที่ทําให้เกิดมีการยึดอํานาจเกิดขึ้น ดิฉันเชื่อมั่นว่า ตัวดิฉันเองและรวมทั้งเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ไม่มีใครหรอกค่ะที่มาจากการเลือกตั้ง จะชอบหรือพิสมัยการปฏิวัติรัฐประหารหรือยึดอํานาจ แต่ดิฉันยอมรับในแง่ว่า เมื่อมันมีเหตุมันก็ต้องมีผล และผลมันก็ต้องมาจากเหตุ และนี่ก็คือการพัฒนาในระบอบ ประชาธิปไตยที่เราคงจะต้องค่อยช่วย ๆ กันไป
ผมขออนุญาตพูดได้ไหม ท่านผุสดีครับ ผมขออนุญาตนิดนะครับ คือรับแขกสักนิดหนึ่ง ทางสภาผู้แทนราษฎรยินดี ต้อนรับคณะที่ปรึกษาของท่านรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ของวุฒิสภา ยินดีต้อนรับ ขอบคุณมากครับ เชิญคุณผุสดีต่อครับ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองขึ้นแล้ว เราจะหวนกลับไปใหม่ เพื่อจะลบประวัติศาสตร์ก็ทําไม่ได้ การเดินหน้าจึงต้องเกิดขึ้นต่อไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเกิดขึ้น ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อว่าเราจะมองด้วยความเข้าใจและด้วยความไร้อคติ เราก็จะพบจริง ๆ ค่ะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่เกิดขึ้นนั้นมันเปึน ความพยายามที่จะอุดช่องโหว่ต่าง ๆ ที่สังคมเผชิญกันมา แล้วก็ สสร. ที่ตั้งขึ้นนั้นก็ได้ใช้ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนตัวเริ่มต้น แล้วก็กลายมาเปึนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านการลงประชามติด้วยเสียงข้างมาก ดิฉันอยากจะขออนุญาตท่านประธาน ยกตัวอย่างบ้างเพื่อจะสะท้อนความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างจากเพื่อนสมาชิกบางท่าน ที่ได้อภิปรายมาแล้วซึ่งหลายท่านได้ยกถึงความไม่ค่อยดีไม่ค่อยงามของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ดิฉันเองในฐานะที่เปึนประชาชนในช่วงนั้นแล้วก็มาเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ ต้องบอกตามตรงเลยนะคะว่าสําหรับประชาชนแล้วดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๒๕๕๐ มีข้อดีมากมายเหลือเกิน ขออนุญาตยกตัวอย่าง ในเรื่องของสิทธิต้องยอมรับว่ามีการแก้ไข แล้วก็ทําให้ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมซึ่งทําให้ประชาชนนั้นเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ได้ง่าย สะดวก แล้วก็รวดเร็วขึ้น แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ คนพิการก็มีเขียนไว้ว่าจะได้รับการคุ้มครองในการดําเนินกระบวนพิจารณาคดี อย่างเหมาะสม อันนี้ก็จะเปึนครั้งแรก อีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าเปึนข้อดีก็คือการกําหนดให้ สิทธิและเสรีภาพตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยรับรองมีผลผูกพันเช่นเดียวกับ สิทธิและเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนตัวชี้บ่งที่ทําให้ประเทศไทยนั้น สามารถที่จะยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างามอีกข้อหนึ่ง
อีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญก็คือเรื่องสิทธิชุมชน ท่านประธานคะ สังคมไทยเรา มีชีวิตอยู่ได้อย่างในลักษณะชุมชนมาเปึนเวลานาน แต่การรับรองสิทธิของความเปึนชุมชนนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนถึงในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเขียนไว้แต่ว่าพวกเราก็ยังจะต้องไปช่วยกันออก กฎหมายซึ่งจะรับรองให้เปึนจริงเปึนจัง นอกเหนือจากนั้นท่านประธานคะดิฉันต้อง ขออนุญาตตรงนี้ในฐานะที่เปึนผู้หญิงก็อยากจะบอกว่า การเขียนรัฐธรรมนูญหรือการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ กลายมาเปึน ๒๕๕๐ นี้มีส่วนที่น่าทึ่งกันมากก็คือว่า การส่งเสริม สิทธิความเปึนมนุษย์ของสตรีนี่แหละค่ะ ส่งเสริมให้มากขึ้นอย่างไรคะท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้พูดถึงการมีส่วนร่วมของทั้งผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วน ที่ใกล้เคียงกันร่วมทําอะไรคะ ร่วมในการกําหนดนโยบาย ร่วมในการวางแผนพัฒนา ร่วมในการตัดสินใจ ร่วมในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ แล้วก็ร่วมในเรื่องของการดําเนิน กิจการสาธารณะของชุมชนหรือว่ากลุ่มประชาคมที่เปึนเครือข่าย อันนี้ก็เปึนสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า การที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ว่าให้พรรคการเมืองจัดทํา บัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ในระบบสัดส่วน โดยคํานึงถึงโอกาส สัดส่วนที่เหมาะสม และความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย แม้จะยังอาจไม่เกิดขึ้นจริงในวันนี้ แต่ก็เปึนทิศทาง ที่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความมักง่ายหรือการเรียกร้องสิทธิสตรี เย้ว ๆ ไม่ใช่เลยค่ะท่านประธาน แต่เปึนเรื่องของการพิจารณาจากการศึกษาวิจัย แล้วก็เก็บเกี่ยว มาจากทั้งต่างประเทศและในประเทศเองที่วันนี้ได้ข้อสรุปว่า ถ้าอยากจะให้การพัฒนา ของประเทศนั้นสมดุลและยั่งยืนองค์การสหประชาชาติก็ดี ธนาคารโลกก็ดี ธนาคารเอเชีย ก็ดี และรวมทั้งองค์กรในประเทศไทยเองก็บอกตรงกันทั้งหมดว่าต้องให้ผู้หญิงเข้ามา มีส่วนร่วม
ในส่วนที่ ๒ ข้อดีที่ดิฉันมองเห็นก็คือว่า การบริหารจัดการบ้านเมืองแล้วก็ การทําการเมืองให้โปร่งใส มีคุณธรรม จริยธรรม ลดการผูกขาดอํานาจรัฐ ท่านประธานคะ ดิฉันคงไม่ต้องพูดกันมากไปกว่านี้เมื่อเช้า และเมื่อตอนช่วงบ่ายต้นก็ได้มีการกล่าวถึง อย่างนี้แล้วว่า การใช้อํานาจอธิปไตยของประชาชนนั้นก็ทําได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเปึนจํานวน ของประชาชนที่ลดน้อยลงเพื่อจะเสนอกฎหมายก็ดี ถอดถอนก็ดีก็ทําได้ง่ายขึ้น
อีกส่วนหนึ่งซึ่งเปึนเรื่องที่เรากําลังเผชิญกันอยู่ ดิฉันก็ขออนุญาตเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่า การตรวจสอบอํานาจรัฐโดยระบบรัฐสภา ที่จริงในรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ป้ ๒๕๔๐ ก็มี ป้ ๒๕๕๐ ก็มี นอกเหนือจากการยื่นกระทู้ถาม ยื่นญัตติ ของสมาชิก แล้ว การตรวจสอบที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานคะ ได้มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็เปึนห่วงกังวลว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะค่อย ๆ ทําให้ความเข้มแข็งและการมีประสิทธิภาพของฝ์ายบริหารนั้นลดลง มาตรา ๑๕๘ และมาตรา ๑๕๙ ซึ่งหลายท่านคิดอย่างนั้นจริง ๆ เพราะจํานวน ส.ส. ที่ต้องยื่นนั้นน้อยลง กว่าเดิม แล้วก็จะทําให้เกิดการอภิปรายอย่างพร่ําเพรื่อ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาต เรียนท่านประธานตรงนี้ค่ะว่า ด้วยหลักการในระบอบประชาธิปไตยซึ่งการตรวจสอบ หรือการคานอํานาจนั้นมันเปึนสิ่งจําเปึนอย่างเหลือเกิน และเปึนสิ่งสําคัญที่สุดประการหนึ่ง ไม่ว่าใครจะได้อํานาจมาอย่างไร จํานวนเท่าไรที่สนับสนุนก็แล้วแต่ แต่เมื่อเข้าไปใช้ อํานาจแล้วต้องถูกตรวจสอบ นี่คือหลักการขั้นพื้นฐานที่สุด ท่านประธานคะ อันที่จริง ดิฉันเคยถามอยู่เสมอว่า ทําไมรัฐธรรมนูญจะต้องไปกําหนดให้มีจํานวนของ ส.ส. เท่านั้น เท่านี้ ดิฉันคิดว่าโดยหลักการแล้วแม้จะมี ส.ส. ฝ์ายค้านเพียงคนเดียวก็ต้องให้โอกาส ในการตรวจสอบหากว่ามีข้อมูลเพียงพอ ความสําคัญแล้วก็ความจําเปึนของการยื่น อภิปรายไม่ไว้วางใจดิฉันได้เห็นคนพูดกันอยู่นี่นะคะว่าเพิ่งทํางานกันเพียง ๓-๔ เดือน ไม่เหมาะสมเลย ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตเรียนไว้ที่ตรงนี้ว่า การยื่นอภิปราย ไม่ไว้วางใจมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนของเวลา แต่ว่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริหารงาน ของฝ์ายบริหาร อย่าว่าแต่ ๓-๔ เดือนเลยค่ะท่านประธานคะ แม้เพียง ๑ สัปดาห์ถ้าเผื่อ รัฐบาลหรือฝ์ายบริหารมีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายก็คงต้องถูกตรวจสอบ วันนี้ท่านประธานท่านก็เห็นตัวอย่างชัดเจนนะคะว่าในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เราก็ พยายามอย่างยิ่งที่จะใช้ข้อบังคับแล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะดําเนินการให้ได้เปึนไป เพื่อประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ วันนี้เมื่อเช้าท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายเรื่องความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชน ส.ว. ได้พยายามใช้มาตรา ๑๖๑ ของรัฐธรรมนูญ ก็ดูจะไม่มีทีท่า สําเร็จมาถึงทั้ง ส.ส. ซีกฝ์ายค้านรวมทั้ง ส.ว. ที่คิดว่าน่าจะเปึนโอกาสอันดีที่เป่ดสภาร่วม เพื่อจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้มีโอกาสชี้แจงแถลงข้อเท็จจริงเผื่อว่า พวกเราจะตกหล่นหายไป และติดตามการทํางานของท่านได้ไม่ทั่วถึง ก็จะแนะนําให้ใช้ มาตรา ๑๗๙ วันนี้ก็ดูทีท่าประตูจะป่ดเสียอีกแล้วนะคะ ก็เลยเปึนอันว่ามีพวกเราบางส่วน ก็คือซีกฝ์ายค้านก็ต้องถูกบังคับให้เดินไปในอีกช่องทางหนึ่ง ก็คือใช้มาตรา ๑๕๘ มาตรา ๑๕๙ ยื่นญัตติขอเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนี้จะป่ดสภาเสียอีกแล้วนะคะ ก็ดูทีท่าว่าอาจจะต้อง ถูกบังคับให้พวกเราขยับไปใช้มาตรา ๑๒๙ หรือเปล่า เพื่อจะให้เป่ดสมัยประชุมวิสามัญขึ้นอีก ท่านประธานคะ ดิฉันได้ยินเสียงเพื่อนสมาชิกพูดถึงเรื่องของการเมือง ดิฉันขออนุญาต ใช้คําเพราะสักนิดหนึ่งนะคะ การเมืองบาทวิถีที่หลายคนพูดกันว่าข้างถนนบ้างอะไรบ้าง ดิฉันคิดว่าสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่ผู้แทนปวงชนของประชาชนเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ แล้วก็มีข้อจํากัดในการที่จะดําเนินการหลายเรื่องหลายราว แล้วก็ไม่สามารถที่จะตอบสนอง ต่อความต้องการของเขาได้ เพราะฉะนั้นมันเปึนความจําเปึนที่เขาถูกผลักให้ต้องไปหาวิธีอื่น ๆ ดิฉันเชื่อมั่นว่าไม่มีใครหรอกค่ะที่อยากจะไปกรําแดดกรําฝนนอนหามรุ่งหามค่ํา ไม่ได้นอน กันอย่างสบาย ๆ แต่เพราะอะไรคะ เพียงเพื่ออยากจะสะกิดสะเกาพวกเราทุกคนเลย แล้วก็รวมทั้งรัฐบาลที่เปึนฝ์ายบริหารให้ได้นึกถึงเสียงของคนข้างน้อยบ้าง ตรงนี้ล่ะค่ะ ที่เปึนความงดงามของประชาธิปไตย ถ้าท่านคิดว่าหรือพวกเราคิดว่าเรามีวิญญาณ ประชาธิปไตยจริง ๆ เสียงข้างน้อยต้องละเลยไม่ได้ ในอีกประเด็นหนึ่งท่านประธานคะ เรื่องการดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้มงวดขึ้นมากเลยในเรื่องจริยธรรม เพราะว่ากําหนดให้เราต้องไปทําประมวลจริยธรรมขึ้นมา แล้วถ้าหากสมาชิกฝ์าฝ๋นจริยธรรม อย่างร้ายแรงก็มีเขียนไว้ว่าอาจจะนําไปสู่การพิจารณาถอดถอนได้ ข้อนี้ก็ทําให้เกิด ความกังวลอยู่ไม่น้อยทีเดียว แล้วก็คิดกันว่าอะไรกันนักกันหนามองเห็นนักการเมืองเปึน คนชั่วไปหมดหรืออย่างไร ดิฉันกลับคิดตรงกันข้ามค่ะท่านประธาน ดิฉันคิดว่าเมื่อเรา ตัดสินใจเข้ามาเปึนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เปึนผู้แทนของประชาชนแล้ว ดิฉันคิดว่า เราคงต้องยอมรับกันนะคะว่า มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพง ราคาในที่นี้เดี๋ยวท่านจะเข้าใจผิด ที่ดิฉันพูดถึงมันไม่ใช่เรื่องตัวเงินนะคะ แต่ว่ามันเปึนเรื่องอื่น เช่น ในความเปึนบุคคลสาธารณะ ก็คงจะต้องถูกจับตาอยู่โดยตลอด จะไปทางไหน จะทําอะไรก็คงต้องถูกเฝัามอง และมาตรฐานการดําเนินชีวิตก็ดูจะต้องเข้มงวดกว่าการเปึนประชาชนธรรมดา ๆ เมื่อกระทําผิด ก็คงจะต้องเข้าไปสู่การพิจารณาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ไม่มีโอกาสที่จะอุทธรณ์ ไม่มีโอกาสที่จะฎีกาเฉกเช่นบุคคลทั่วไป แต่ท่านประธานคะ ดิฉัน คิดว่าเราคงต้องตัดสินใจ ถ้าหากเราอยากจะถูกปฏิบัติเฉกเช่นประชาชนทั่วไปก็คงต้อง ไม่ตัดสินใจมาเปึนนักการเมือง ถ้ามาเปึนนักการเมืองในวันนี้ก็คงจะต้องยอมรับในกติกานี้
ท้ายที่สุดท่านประธานคะ เราปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้เลยว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มาเปึนป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ผ่านการลงประชามติด้วยเสียงที่ยอมรับ ๑๔ ล้านเสียง และมีเสียงที่ไม่ยอมรับ ๑๐ ล้านเสียง ดิฉันได้ยินเสียงพูดกันมากเลยเรื่องนี้ ใครเปึนเสียงข้างมาก ใครเปึนเสียงข้างน้อย และใครจะข่มขู่เสียงใคร ดิฉันคิดว่าอย่างนี้เรา คงจะต้องหยุดกันดีไหมคะ ไม่ต้องบอกดีไหมคะว่าการลงประชามติครั้งนั้นจะอยู่ภายใต้ ภาวการณ์ที่บีบคั้น บีบบังคับหรืออย่างไร เพราะบางท่านอาจจะคิดว่ามีประสบการณ์ อย่างนั้นจริง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีอีกหลายท่านที่ประสบการณ์ต่างกัน เราเห็นเอกสารซึ่งก็ คิดว่าน่าจะเปึนการบิดเบือนและชักนําประชาชนโดยให้ข้อมูลไม่ครบด้านเหมือนกัน เช่น มีบอกว่าอันตรายของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ถ้าเผื่อรับก็จะยกเลิกเรื่องของบัตรทอง ถ้ารับอันตรายอีกอันที่มีก็คือเข้าไปค้นบ้านได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล หรือ ส.ส. และ ส.ว. ไม่อาจช่วยประชาชนได้อย่างนี้เปึนต้น ดิฉันคิดว่าเราเลยเวลาตรงนั้นไปแล้ว วันนี้เราใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อยู่ ซึ่งประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ และวันนี้เปึน วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ท่านประธานคะ เวลาผ่านยังไม่ถึงขวบป้เลยค่ะ แน่นอนดังที่ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันมาเราก็จะฟังได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีทั้งข้ออ่อน ข้อด้อย ข้อที่ เปึนกังวล และข้อที่ดี ๆ ที่ดิฉันกล่าวถึงก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว ก็ต้องมาช่วยกันคิดดูว่าข้อกังวล เหล่านั้นอยู่ที่ใดบ้างและควรจะต้องแก้ไขอย่างไร สําคัญที่สุดท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าวันนี้ เราหยุดเถอะค่ะไม่ต้องพูดแล้วว่ารัฐธรรมนูญจะมาจากที่ใด เราเดินหน้าต่อไปเลยว่าผลแห่ง การปฏิบัติใช้ของรัฐธรรมนูญต่อไปนี้คืออะไร แล้วก็จะต้องแก้ไขหรือไม่ เพราะฉะนั้นดิฉัน ขอสนับสนุนให้ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ส่วนจะแก้หรือไม่อย่างไรดิฉันคิดว่า อยากจะขอให้ตั้งใจมุ่งมั่นร่วมกันรอพิจารณาศึกษาในเวลาที่จะมาถึงนี้ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญคุณคมเดช ไชยศิริมงคล
ไชยศิวามงคล ครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญก่อนป้ ๒๕๔๐ สมัยท่านบรรหารครั้งหนึ่ง มีโอกาสใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ สมัยท่านชวน ท่านทักษิณ แล้วก็ป้ ๒๕๕๐ ท่านครับ จริง ๆ แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคน เคยใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาหลายสิบฉบับ เราสามารถวิเคราะห์ประเมินได้ว่าอะไรดี ไม่ดี มันถูกต้อง สถานการณ์การบ้านการเมืองในยุคนั้นเปึนอย่างไรบ้าง ท่านคงจําคําคําหนึ่งได้ จากการดําริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านใช้คําว่า แพ้ทั้งคู่ สมัยท่านจําลอง ศรีเมือง กับท่านสุจินดา คําคํานี้ท่านครับให้ระวังให้ดี เพราะว่าเกิดข้อขัดแย้งกันขึ้น ในทางบวก ทางลบ โดยเฉพาะในระบอบประชาธิปไตยและระบบเผด็จการ หรือระบอบประชาธิปไตย ที่มันแอบแฝงอยู่ ตรงนี้เปึนจุดซ่อนเงื่อนจุดหนึ่งในด้านเศรษฐกิจ ในด้านสังคม ในด้านการเมือง ในด้านความมั่นคง ถ้าเราจะดูเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญในด้านการเมือง เพียงอย่างเดียว การเกิดข้อขัดแย้งขึ้นมันเปึนการทําลายเศรษฐกิจครับ ผมยังใช้แท็กซี่ ประจําเลยครับ ท่านลงจากสนามบินดอนเมืองไปที่พักมาสภาแล้วก็กลับ แท็กซี่หนึ่ง โรงแรมหนึ่ง เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมหนึ่ง ร้านอาหารหนึ่ง หลังจากที่เกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร ๑๙ กันยายน จริง ๆ แล้วได้รับดอกไม้ในวันแรก ๆ พอ ๒ เดือนผ่านไปครับ มันไม่ใช่ดอกไม้ มันเริ่มเปึนดอกไม้เหี่ยว เปึนดอกไม้เน่า เปึนก้อนหินกําลังจะคืบคลานมา แต่ยังดีในช่วงนั้นในการปฏิวัติก็มีการให้สัญญากับสังคมว่าหลังจาก ๑ ป้จะคืน อํานาจให้ หลังจากนั้นมีการฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วมาใช้ป้ ๒๕๕๐ จุดอ้างอิงที่ฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันมีอยู่ ๔-๕ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก คือประเด็นที่ ๑ หมิ่นสถาบัน ประเด็นที่ ๒ แทรกแซงองค์กรอิสระ ประเด็นที่ ๓ แทรกแซงสื่อ ประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่ ๕ ความมั่นคง ความไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่าง ๆ หนังมันอยู่กับตอนจบ พอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ พอเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ออกมา องค์กร อิสระมันไม่ใช่ถูกแทรกแซงครับท่านประธาน มันถูกยึดเลย มันยึดอย่างไรครับ ส.ว. มาจาก การคัดสรรครึ่งหนึ่ง มาจากการเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง ๗๔ ๗๖ เลือกมาจากการเลือกตั้งอีก ๒ คนครับ ยกมือชนะแล้วมันเปึนการยึดสภาสูงครับ สภาสูงสมัยก่อนสมัยคณะรัฐบาล ชุดเดิมมีการตําหนิว่าเปึนสภาผัวเมียถูกแทรกแซงสภาสูง แทรกแซงกับยึดมันต่างกันครับ เอาไปเอามาสภาสูงถูกยึด แล้วเปึนสภาที่จัดสรรองค์กรอิสระ องค์กรอิสระถูกคัดสรร มาจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนสิ่งที่ถ่วงดุลอํานาจของระบอบประชาธิปไตย ๑ ใน ๓ อํานาจ คือ ฝ์ายบริหาร ฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายตุลาการ ชงเรื่องมาตรงนี้ครับท่าน พอชงเรื่องมาตรงนี้เสร็จเข้าไปสู่สภาสูง สภาสูงเลือกองค์กรกลาง องค์กรอิสระ อีก ๓ ป้ ส.ว. คัดสรรหมดวาระตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาแล้วก็ไปเลือก ส.ว. อีก มันน่ากลัวนะครับ ท่านประธานครับ ทูตแต่ละประเทศที่ส่งมาในประเทศไทย ผมคิดว่าเขาคงไม่ส่งคนโง่ เข้ามาอยู่ประจําประเทศ บางคนเขาบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตลกจัง คําว่า ตลกของเขา ท่านครับ คําว่า ตลก ออกมาจากปากท่านทูตหรือกลุ่มคนที่ไปอยู่ต่างประเทศ เขาหัวเราะเยาะครับ เพราะว่าในยุคการค้าแบบเสรีแล้วกฎหมายที่ไม่เอื้อประโยชน์ ในการแข่งขัน แล้วโดยเฉพาะเกิดแนวทางการทําลายในระบบ ทําลายในประเทศขึ้น อันนี้มันเหมือนไปตีงูให้กากิน มันเปึนการทําลายประเทศครับ ทรัพย์สินทุกวันนี้ มันไม่เหมือนสมัยก่อนครับท่านประธาน สมัยก่อนมีเงิน มีที่ดิน มีทองเก็บไว้ เงินร้อย มันก็เปึนเงินร้อย เงินล้านก็เปึนเงินล้าน ทองเท่าไรก็เท่านั้นล่ะครับ ที่ดินเท่าไรก็เท่านั้น สมัยนี้ทรัพย์สิน การค้าแบบเสรี ทรัพย์สินทุกวันนี้มันเปึนหุ้นครับ มันเปึนหุ้นเงินแสนล้าน ถ้าความมั่นใจไม่เกิดในประเทศนี่เหลือ ๑,๐๐๐ ล้านก็ได้ครับ พังเลยครับท่าน เราต้อง อาศัยเงินต่างประเทศเข้ามาบริหารประเทศ เงินประเทศไทย ๑ บาท เงินสหรัฐอเมริกา ๑ ดอลลาร์มาแลกเงินประเทศไทยได้ ๓๐ กว่าบาท อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวพังหมด เขาถือเงินมา ๑ ดอลลาร์มาแลก ๓๔ บาท ถือมา ๑ แสนดอลลาร์มาแลกได้ ๓ ล้านกว่าบาท เราจะเห็นว่าในสังคมของบ้านนอกเราบางคนไปได้สามีฝรั่ง สร้างบ้านหลังหนึ่ง จริง ๆ เขาหมดเงินแสนเดียวครับ เขามาสร้างบ้านในประเทศเราหลังหนึ่ง ๓ ล้านกว่าบาท เพราะฉะนั้นในรูปแบบการท่องเที่ยว ในอุตสาหกรรมการเงิน ในการดึงเงินทุนเข้าในประเทศ แล้วก็เก็บภาษีมาบริหารประเทศมันมีความจําเปึน ถือป๋น ถือรถถังออกมา ถามว่า มีร้านอาหารร้านหนึ่งถือป๋นเถียงกันทุกวัน มันจะมีคนเข้าร้านอาหารหรือครับ มันก็ เปรียบเสมือนคณะปฏิวัติ คณะรัฐประหารถือป๋น ขับรถถังออกมา จะให้มีใครมาเที่ยวครับ เศรษฐีกลัวอยู่ ๒ อย่างแค่นั้นเอง ๑. กลัวจน จนนี่แสดงว่าถ้าจะเข้ามาลงทุนประเทศนี้ วางระยะเวลาไว้อย่างต่ํา ๓ ป้ ๕ ป้ ถึง ๑๐ ป้ ถึง ๑๕ ป้ ไปดีกว่า ๒. กลัวตาย ถือป๋นอยู่ครับ วันหนึ่งแพ้ เราต้องชนะ เราต้องชนะ คนนี้ต้องแพ้ ประเทศไทยแพ้กับชนะ แพ้ทั้งคู่ครับ ดําริคํานี้เปึนปรัชญาที่สูงสุดที่ต้องเอามาใช้ทุกยุคทุกสมัย ถ้าจะสังเกตดูแค่คนที่เข้ามา เที่ยวในประเทศไทย อย่างสนามบินสุวรรณภูมิสหรัฐอเมริกาเข้ามาแสนคนแสนล้าน มาจับจ่ายใช้สอย เข้ามาที่พัก โรงแรม เข้ามาลงทุนอุตสาหกรรม มาแท็กซี่ มาซื้ออาหาร มาเที่ยว มาใช้บริการ ๔๕ ล้านคนรองรับได้ต่อป้ เราไล่เขาไปทําไม เราไล่เขาไปทําไมครับ เราจะไปเอาข้อดีของเขามาทําไม คือมันต้น กลาง ปลาย ท่านประธานที่มาของกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ถ้าเรายังให้เกียรติ ให้คําสดุดีผมว่าวันหลังเกิดขึ้นอีก จองโรงแรมประมาณ ๘ แสนกว่าคน เขายกเลิกหมดแล้ว เหลืออยู่สัก ๘๐๐ ตามที่พรรคพวกบอก หนีหมดเลยครับ แทนที่จะมาจับจ่ายใช้สอย นี่ครับก่อนเลือกตั้ง ก่อนยึดอํานาจ ๑๖ เดือน แล้วหลังจากมาใช้ กฎหมายอีก ๔ เดือน มีการเลือกตั้ง ป้สองป้ครับ ข้ออ้างอิง ๓-๔ ข้อ ผมว่าตอนจบที่ใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันไม่ได้แก้ไขอะไรเลย คําว่า แทรกแซงองค์กรอิสระ มันกลับ กลายเปึนยึดองค์กรอิสระ สภาสูงถูกยึด ความมั่นคงภาคใต้ ๑๖ เดือน ผมไม่เห็นว่ามันจะ เกิดประโยชน์อะไรขึ้นในการแก้ไขแทรกแซงสื่อ ๑๖ เดือนก่อนที่มีการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วยึดอํานาจ บางฉบับ บางคอลัมน์ได้ยินเสียงกระซิบว่าบางคนถึงกับร้องคําว่า อู๊ด ๆ เลย อิ่มครับ มันถูกแทรกแซงไปหรือเปล่า มันถูกยึดไปหรือเปล่า หรือเข้าไปเปึนกลุ่ม เปึนพวก กฎหมายรัฐธรรมนูญถ้าดูเปึนข้อ ๆ ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าไปได้ แต่พอเราจิ๊กซอว์ (Jigsaw) เรามาต่อกันมาดูภาพรวมเสร็จ ข้างนอกการเดินขบวนมันไม่ใช่ปัญหาครับ แต่ถ้ามันมาโยงอยู่กับสภาสูง มาโยงกับองค์กรอิสระ แล้วมาโยงกับข้างใน แล้วไปโยงกับ ตุลาการ ไปโยงกับศาลปกครอง ไปโยงกับฝ์ายตุลาการ อันนี้มันยิ่งหนักอันตรายที่สุด กฎหมาย ฉบับนี้กฎหมายป้ ๒๕๕๐ มันก็เหมือนคนป์วย ผมคนหนึ่งเคยใช้ก่อนป้ ๒๕๔๐ ใช้ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็มาใช้ป้ ๒๕๕๐ ถามว่าใช้ไปสักพักหนึ่งก่อน เราป์วยอยู่ ๓ เดือนจะรอให้ป์วยไปถึง ป้สองป้แล้วถึงไปรักษา คนที่เข้ามามันคนทางการเมืองหมดครับเรารู้ เราผ่า มันเปึนไก่เห็นตีนงู เท่านั้นครับ เราจะพูดไปในแนวไหนแค่นั้นเองที่เปึนการสร้างหรือเปึนการเอื้อหรือเปึน การโยงกันไปโยงกันมา ท่านประธานครับ ในด้านเศรษฐกิจ ในด้านสังคม ในด้านการเมือง ในด้านความมั่นคง ถ้าเราไม่เอาแนวทางในการบริหารจัดการมาดูเปึนภาพรวมแล้ว พูดประเด็นเดียว พูดประเด็นเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ แก้ดี แก้ไม่ดี แล้วก็เอา สภาวะของสงครามพลังงานที่มันเกิดขึ้นมาเปึนตัวสอดแทรก แล้วก็เปึนแหย่ แล้วก็เปึน ยึดโยง แล้วก็มาเผากันเอง ตรงนี้ผมคิดว่าประเทศไทยถอยหลัง ความจริงเราถอยหลังไป ส่วนหนึ่งแล้ว ๑๖ เดือน ติดลบกว่าจะมาเปึนบวกมันต้องเสมอตัวก่อน กว่าจะมาเอา ลบออกไปแล้วให้มาเสมอแล้วถึงบวกนี่มันติดอยู่ ๒ บ่วงนะครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ นักวิชาการที่ได้รับการยอมรับของประเทศคนหนึ่ง คือท่านวิษณุ เครืองาม เคยนําไป ศึกษาและชําแหละกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในคอลัมน์ของมติชนสุดสัปดาห์ วันที่ ๑๘-๒๔ เมษายน ๒๕๕๑ ท่านบอกว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นมาด้วยกลไกอวิชา จุดหมายเพื่อทําลายคนคนเดียวเท่านั้นเอง ท่านเขียนร่างบอกว่า เปึนฉบับเกลียดทักษิณ แค่นี้เองครับ คนคนเดียวแค่นี้หรือครับที่ร่างกฎหมายขึ้นมาแล้วก็ทําลาย อดีตมีการทําลาย พรรคเก่าพรรคไทยรักไทย ยุบพรรค ยุบคณะกรรมการบริหาร ทําลายหัวหน้าพรรค ทําลาย เมียหัวหน้าพรรค ลูกหัวหน้าพรรค ยึดเงิน ยึดทรัพย์สินไป ติดค้างอยู่อย่างเดียวครับ ทําลายประชาชนไม่ได้ ที่เขาได้ประโยชน์จากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ภาคอีสาน ภาคเหนือ และบางตําบลส่วนใหญ่สมัยก่อนภาคอีสานถูกทําลายโดยการแตกแยกในระบบ การเมือง มีพรรคหลายพรรค มีพรรคความหวังใหม่ มีพรรคกิจสังคม มีพรรคชาติไทย มีพรรคเสรีธรรม มีพรรคไทยรักไทย สมัยก่อนภาคอีสานเลือก ส.ส. แบบตัวใครตัวมันครับ ผัวเลือกเบอร์หนึ่ง เมียเลือกเบอร์หนึ่ง ลูกไปเลือกอีกเบอร์หนึ่ง เลือก ๓ คน แต่หลังจาก การใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ภาคอีสานเลือกระบบพรรคการเมือง เปึนการสอน ระบบการเมืองที่ดีที่สุดจากสภาพความเปึนจริง การเมืองไม่มีโรงเรียนที่ให้คนเข้าไปเรียนรู้ ถึงหมดประเทศขนาดนั้นครับ แนวทางการพัฒนาของโครงสร้างระบบกฎหมายรัฐธรรมนูญ แค่นั้นเอง ที่เปึนตัวทําให้เกิดโรงเรียนในระบบการบ้านการเมืองของพี่น้องประชาชน ที่มา เรามาคุยกันว่าชอบหรือไม่ชอบ ที่มาของมันผมก็ไม่อยากตําหนิ แต่ผมไม่อยากให้เปึน ตัวอย่างในอนาคตข้างหน้าว่า ที่มาของการร่างกฎหมายมาจากระบบรัฐประหารแล้วดี มันจะถูกทําลายครับท่าน เราทํางานวันนี้ในระบบกลไกของสภาหรือการเปึนนักการเมืองอายุ ๕๐ ป้ ๖๐ ป้ ๗๐ ป้ ผมว่าอีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ เราก็หมดแรง หมดกําลัง แต่เราต้องรักษา รักษาสิ่งที่ดีไว้ให้ลูกหลาน เราครับท่าน ลูกหลานเราอายุ ๕ ขวบ ๑๐ ขวบ ในอนาคตข้างหน้าเขาควรจะได้รับ สิ่งที่ดีที่สุดแล้วไม่ควรที่จะให้เขาด่าปู์ย่าตายายของเขาว่าเปึนคนจัญไร เปึนคนไม่ดี ไปเอาสิ่งไม่ดีเข้ามาทําไม ทําไมเอามูลมรดกให้เขา ท่านประธานครับ ในช่วงสุดท้ายนี้ ผมในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมคิดว่าในอนาคตของเราในเมื่อมี กฎหมายประชามติเราก็ควรจะหาทางออกตรงนั้นให้มีมาตรฐานมีความเปึนกลางขึ้น จริง ๆ แล้วกฎหมายต่าง ๆ กฎหมายที่แก้ได้ กฎหมายที่แก้ไม่ได้ หรือกฎหมายที่แก้ยาก เล็ก กลาง ใหญ่ การเลือกตั้งเข้ามาเราก็สามารถทําหน้าที่ได้ในฝ์ายบริหาร แต่รูปแบบ กฎหมายใหญ่ ๆ ก็คิดว่าเราก็ควรจะใช้ระบบประชามติ ตัวอย่าง เช่น การตั้งบ่อนดี ไม่ดี อะไรทํานองนี้ ๒. กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓. กฎหมายหลัก ๆ ตัวอื่นอีก การสร้างโรงงาน ระบบนิวเคลียร์หรือการแก้ไขปัญหาหลัก ๆ ตรงนี้คิดว่าเปึนทางออกส่วนหนึ่งที่ควรจะ ผลักดันให้เร็วที่สุด แล้วก็ให้มีความคิดเห็นพ้องต้องกันว่ากฎหมายเล็ก กลาง ใหญ่ จุดแก้ได้ แก้ไม่ได้ แล้วแก้ยาก บางอย่างก็ควรจะเปึนแนวทางของมหาชนอยากให้เร่ง กฎหมายตัวนั้นออกมา แล้วก็อยากให้จําคําคํานี้ไว้ว่ามันจะเปึนอุทาหรณ์ที่จะเกิดขึ้น หรือดับลงไปจากพระราชดําริคําคําว่าแพ้ทั้งคู่อย่าให้เกิดขึ้นครับ
เชิญอาจารย์
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็ขอบคุณครับที่ได้มีโอกาสอภิปรายในหัวข้อการตั้ง คณะกรรมาธิการในการใช้และปฏิบัติดูตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่นะครับ ก่อนอื่น ต้องย้อนสักนิดหนึ่งไปดูรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก่อนว่า วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่บอกว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตยที่สุดในประเทศไทยนั้นดีจริงหรือไม่ ๑๐ ป้ ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น บัญญัติในเรื่องที่ให้อํานาจประชาชน มาไว้ในระดับฐานล่างเยอะแยะเลยครับ ซึ่งเปึนอํานาจในการตรวจสอบไม่ว่าจะเปึน การเข้าชื่อถอดถอน ไม่ว่าจะเปึนการตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเปึนการตั้งคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นอกเหนือจากการมีอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งเปึนสภาวะปกติทั่วไป อยู่แล้ว ท่านที่ทําการศึกษาก็จะรู้ว่าเปึนการยํารวมครับ ญี่ปุ์นบ้าง ฝรั่งเศสบ้าง อเมริกา อังกฤษบ้าง ก็เปึนกระบวนการที่ยํารวมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ให้กับประชาชนในระดับฐานล่างหรือเรียกกันอีกทีว่า ชนชั้นกลาง ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นในสมัยที่ร่างนั้นดีทีเดียวครับในเรื่องของคอนเซพท์ (Concept) นี้ เพราะตั้งแต่ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมา วันนั้นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เปึน ชัยชนะของประชาชนอย่างแท้จริง กลับเปึนชัยชนะของระบอบที่มันสร้างขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่า อมาตยาธิปไตย ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จึงเปึนจุดเริ่มต้นที่เห็นความหวังว่า ประชาชนชนชั้นกลางนั้นจะมีโอกาส ๑๐ ป้ผ่านมาวันนี้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในประเทศไทย หลายคนเรียกมันว่า ความวุ่นวาย แต่ผมขอเรียกมันว่า ความแตกต่างทางความคิด และผมอยากให้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคิดว่ามันเปึนความแตกต่างครับ เพราะถ้าพรุ่งนี้ มีความรุนแรงเกิดขึ้น ท่านจะไม่ต่างอะไรเลยกับคนที่ได้อํานาจนี้มาโดยการทํารัฐประหาร ให้เขาคิดครับ แล้วให้ความคิดประชาธิปไตยมันตกผลึก นั่นคือผลพวงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เราบอกว่ามันเปึนครับ เพราะมันพยายามให้คนชั้นกลาง ชนชั้นล่างมีปากมีเสียงขึ้นมาได้ เอาล่ะครับนั่นจะถึงต้องให้มีการศึกษารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนฉบับป้ ๒๕๕๐ ว่ามันจะ มีผลแรงกว่านั้นหรือเปล่า ถึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา ถึงต้องชะลอสักนิดหนึ่งครับ อย่าไปกังวลใจในเรื่องที่บอกว่า กลัวว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เกิดช้าจะแก้ไขปัญหา คดียุบพรรคของท่านไม่ได้ จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของการยึดทรัพย์ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ อย่าไปคํานึงเรื่องนั้นครับ คํานึงประโยชน์ประชาชนก่อน ผมเองวันนี้ก็ขอใช้โอกาสนี้ ในการที่จะพูดถึงรัฐธรรมนูญของไทยในมาตราที่ผมคิดว่าเปึนปัญหา ความรุนแรงที่เกิดขึ้น หนีไม่พ้นครับ มีมาตราอยู่มาตราหนึ่งซึ่งหลายคนก็ลืมที่จะคิดถึงมันไปคือ มาตรา ๓๙ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๙ เขาบอกว่า บุคคลจะไม่ต้อง รับโทษอาญา เว้นแต่จะได้กระทําการอันที่กฎหมายใช้อยู่ในเวลาที่กระทํานั้นบัญญัติว่า เปึนความผิดและกําหนดโทษไว้ สิ่งที่ผมกําลังจะอภิปรายต่อไปนี้นั่นก็คือ เรื่องของการที่ โทษอาญาย้อนหลังไม่ได้แต่โทษบางชนิดย้อนหลังได้ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญของไทยที่ผ่านมา เรื่องนี้ไม่ได้ระบุอยู่ในป้ ๒๕๕๐ อย่างเดียวนะครับ ระบุมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วครับ แต่มันล้าหลังครับ เพราะวันนี้เรามีโทษทางแพ่งเกิดขึ้น วันนี้เรามีโทษทางการปกครอง โทษวินัย แน่นอนโทษทางการเมือง สิ่งที่เปึนข้อโต้แย้งกันเหลือเกินครับ แล้วก็พรรคไทยรักไทย บอกว่าท่านไม่ได้รับความเปึนธรรมที่พรรคท่านถูกยุบ จากประกาศของ คปค. ฉบับที่ ๒๗ ที่เพิ่มโทษจากเดิม กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกยุบ โดนแค่ห้ามไปจดทะเบียน พรรคการเมืองใหม่ โดนแค่ห้ามไปมีส่วนร่วมในการขอจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ แล้วก็ ห้ามดํารงตําแหน่งทางกรรมการบริหาร แต่ด้วยประกาศ คปค. ฉบับที่ ๒๗ ท่านโดน เพิ่มโทษมาครับ หนักกว่าเดิมก็คือการตัดสิทธิ ๕ ป้ วันนี้ท่านออกมาพูดว่าไม่เปึนธรรม แต่ผมจะบอกว่ามันเปึนธรรมแล้วครับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยครับ ฟังให้จบก่อนนะครับ เพราะรัฐธรรมนูญไทยนั้นใช้คําว่า โทษอาญา อย่างเดียวครับ แล้วก็โทษอาญานั้นผูกพันเฉพาะ ๕ ชนิดเท่านั้นที่มีการตีความตามมาตรา ๑๘ ตามประมวลกฎหมายอาญาคือ โทษประหารชีวิต จําคุก กักขัง ปรับ แล้วก็ริบทรัพย์สิน ส่วนโทษที่ท่านตัดสิทธินั้นเขาบอกว่า ย้อนได้ครับ เพราะมันเปึนปัญหาในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ นี่ละครับ เพราะเขาใช้คําว่า โทษอาญา แล้วไม่ได้เปึนเพราะว่าตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นถูกจัดตั้งขึ้นโดยประกาศ คณะปฏิวัตินะครับ มันเปึนแนววินิจฉัยของศาลฎีกาครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ ๖๔๑๑/๓๔ คําพิพากษาศาลฎีกา ๙๐๘๓/๔๔ วินิจฉัยในแนวเดียวกันหมดเลยครับว่าย้อนได้ เพราะว่าศาลฎีกานั้นตีความเฉพาะโทษอาญา ๕ ชนิดเท่านั้นที่ห้ามย้อน เอาละครับ ผมเห็นว่ามันผิดกับหลักปกติของหลักสากลทั่วโลก เพราะอะไรครับ เพราะว่ามีหลักกฎหมาย ทั่วไปที่เราเรียกว่า เจเนอรัล พรินซิเพิล ออฟ ลอว์ (General Principle of Law) เขาบอกว่า ไม่มีความผิดโดยไม่มีกฎหมาย ภาษาละติน ขออนุญาตนะครับ นูลลา โพยนา ซินเน เลเก (Nulla poena sine lege) หรือว่าไม่มีโทษโดยไม่มีกฎหมาย นูลลัม ครีเมน ซินเน เลเก (Nullum cremen sine lege) ไม่มีการพูดเรื่องอาญา หลักกฎหมายต่างประเทศเปรียบเทียบครับ ในสหรัฐอเมริกานั้น อาร์ติเคิล (Article) ที่ ๑ เซคชัน (Section) ที่ ๙ แห่งรัฐธรรมนูญของ สหรัฐอเมริกานั้นก็ไม่ได้พูดเรื่องคําว่า อาญา เอาไว้ เขาห้ามย้อนทุกชนิดครับ ขออนุญาต อ่านภาษาอังกฤษ โน บิล ออฟ อเทนเดอร์ ออร์ เอกซ์ โพสต์ เฟคโต ลอว์ แชล บี พาส (No bill of attainder or ex post facto Law shall be passed) คืออะไรครับ เขาห้ามผ่านกฎหมาย ที่มีลักษณะเปึน เอกซ์ โพสต์ เฟคโต ลอว์ (Ex post facto Law) อันนี้มีการตีความในคดีอยู่ ๒ คดีด้วยกัน ซึ่งเปึนคดีที่มีอายุเปึนร้อยป้ทั้งนั้นนะครับ ขออนุญาตบันทึกไว้ในการประชุม วันนี้นะครับ คดีที่ ๑ เขาเรียกว่า เฟลทเชอร์ วี เพค (Fletcher v. Peck) ๒ คนเขาทะเลาะกันครับ ในป้ ๑๘๑๐ อีกคดีหนึ่งชื่อคดี คอลเดอร์ วี บูล (Calder v. Bull) ๑๗๙๘ เขาได้ข้อสรุปครับว่า ห้ามบัญญัติใช้กฎหมายที่กําหนดให้การกระทําใดการกระทําหนึ่งเปึนความผิด ทั้งที่การกระทํานั้น ถูกต้องอยู่ในขณะกระทํา หรือกําหนดเพิ่มโทษหลังจากการกระทํานั้นได้เกิดขึ้นแล้ว หรือเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เรื่องพยานเพื่อทําให้การเอาผิดนั้นง่ายขึ้น สหรัฐอเมริกา เขาก็มีเรื่องนี้ครับ เขาไม่ได้จํากัดเฉพาะโทษอาญา ๕ ชนิดแบบรัฐธรรมนูญไทย ฝรั่งเศส พูดเอาไว้ครับ เปึนเรื่องเกี่ยวกับที่ตุลาการรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสวินิจฉัยไว้ที่ ๘๒-๑๕๕ ๓๐ ตุลาคม ๑๙๘๒ เรื่องเกี่ยวกับภาษี เขาบอกว่าโทษทางภาษีนั้นก็ห้ามย้อน ไม่ได้ใช้เฉพาะโทษ อาญาอย่างเดียว ฝรั่งเศสเขาก็พูดอย่างนี้ครับ สุดท้ายเยอรมนี ศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนี ก็บอกเอาไว้ว่า การตรากฎหมายย้อนหลังไปนั้นใช้บังคับกับข้อเท็จจริงที่จบแล้วและเปึน ผลร้ายกับบุคคลทําไม่ได้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้พูดในเรื่องของกฎหมายอาญา ซึ่งเปึนการตีความ แบบแคบ ผมไม่โทษศาลฎีกาครับ เพราะท่านตีความถูกต้องแล้วตามรัฐธรรมนูญ ผมไม่พูดหรอกว่าตุลาการรัฐธรรมนูญวันนี้ไม่ใช่เปึนศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญไทย เขียนแบบนี้มานมนานแล้ว นี่คือสิ่งที่ตั้งเปึนข้อสังเกตว่าหากว่าเราศึกษาและมีเวลาดู รัฐธรรมนูญแบบละเอียด มีคณะกรรมการขึ้นมาสักชุดหนึ่งที่เรากําลังจะทํากันอยู่นี่ศึกษาว่า มันดีหรือไม่ดี แล้วรอเวลา ดูเวลามันตกผลึกแล้วจะเปึนอย่างไร อันนี้เห็นชัดแล้วมาตรา ๓๙ ว่าวันนี้โทษที่ไม่ใช่โทษอาญามันย้อนได้ แล้วก็เปึนปัญหาในสังคมชาติบ้านเมือง วันนี้ พูดในฐานะอยู่พรรคประชาธิปัตย์ก็ขอพูดเรื่องนี้ได้ เพราะว่าเปึนเรื่องที่ผิดปกติอยู่สําหรับ ประเทศไทยใช้เวลาสักนิดหนึ่ง เอาละครับ ผมขอพูดไปอีกสักประเด็นหนึ่งสั้น ๆ นิดเดียว มีคนว่าเหลือเกินว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้นจากปฏิวัติ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านการทําประชามตินะครับ คมช. หายใจไม่ทั่วท้องเหมือนกันกลัวว่าจะไม่ผ่าน ขอให้เรา เชื่อมันมีความศักดิ์สิทธิ์ วุฒิสภา ไปอีกสักประเด็นนะครับ ท่านบอกว่าวุฒิสมาชิกนั้นมาจาก การแต่งตั้งไม่เปึนธรรม ต่อสายอํานาจ ผมอยากให้ความคิดนี้มันตกผลึกสักนิดเถอะ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รอสักหน่อยเถอะครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ วุฒิสมาชิกมาจาก การเลือกตั้งทั้งหมดกฎหมายผิดกี่ครั้ง ผ่าน ๒ สภามีกฎหมายผิด วันนี้วุฒิสภามาจาก การแต่งตั้ง มาจากบุคคลที่เขาคัดสรรและกลั่นกรองมาอยู่ส่วนหนึ่ง มันอาจจะดีก็ได้ แต่ดีหรือไม่ดีต้องรอดูตอนมันจบ ต้องรอครับ วันนี้ถึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา แล้วหวังเปึนอย่างยิ่งว่าจะมีนักวิชาการ อาจารย์ที่ไม่เกี่ยวข้องแวะกับการเมืองมากนัก มาให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา อยากเห็นภาพนี้เกิดขึ้นในการเมืองไทย อยากเห็น คณะกรรมาธิการชุดนี้เกิด แล้วก็อย่าเพิ่งเร่งแก้รัฐธรรมนูญนะครับ เพราะมันจะเกิดข้อกล่าวหา ว่าท่านแก้เพื่อปัองกันคดียุบพรรค แก้เพื่อปกปัองผลประโยชน์ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี รอสักนิดรอดูตกผลึก ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ให้ผมด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับคุณอรรถวิชช์ ต่อไปก็เปึนคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อเรื่องราวญัตติด่วนที่สภาแห่งนี้กําลัง พิจารณากันอยู่ หลักสําคัญก็คือจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ คนที่จะให้แก้ก็อภิปราย เหตุผลประกอบในการแก้ไข ส่วนท่านที่เห็นว่ายังไม่ควรจะแก้ก็อธิบายกันไป ท่านประธานครับ ในส่วนตัวของผมเองนั้นผมก็ชื่นชมในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนบางมาตรา แต่เมื่อ ภาพโดยรวมแล้วผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะมาศึกษากัน มาตั้งคณะกรรมาธิการ ดูว่าแต่ละมาตราในรัฐธรรมนูญนั้น กฎหมายแต่ละฉบับนั้นควรที่จะมีการแก้ไขอะไรบ้าง ก่อนที่จะลงไปรายละเอียดเรื่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตก่อน นั่นก็คือเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกจากจังหวัดหนองคาย ท่านสมคิด ผมคิดว่าเปึนท่านสมาชิกที่อธิบายได้ง่าย เข้าใจง่ายและชัดเจนที่สุดตั้งแต่ผมฟังมา พี่น้องประชาชนจากจังหวัดหนองบัวลําภู ก็โทรศัพท์มาให้กําลังใจท่านสมคิดแม้นว่าจะโดนประท้วงหลายครั้งก็ไม่เปึนไรนะครับ เพราะว่านี่คือระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมเองเห็นคล้ายกันกับท่าน เพื่อนสมาชิกสมคิดจากจังหวัดหนองคาย เพราะผมเห็นว่าประเทศไทยนี้แม้นว่าเราจะมี รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นหรือว่าฉบับแรกของเมืองไทย ก็คล้ายกันเหลือเกินกับป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ๗๐ กว่าป้แล้วผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่า ในอายุของผมจะเห็นการปฏิวัติรัฐประหารจากป้ ๒๕๓๕ เปึนต้นมาไม่คิดว่าจะมี แต่ก็ได้เห็น จนได้ก็จะนําเหตุการณ์ในป้ที่มีการปฏิวัติรัฐประหารไปเล่าให้กับลูกกับหลานฟังว่า ประเทศไทยเองจะว่าด้วยดวงหรือว่าจะด้วยการเริ่มต้นที่ไม่ดีก็ไม่ทราบ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับแรกมันมาด้วยไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย มันก็เลยไปสู่การที่ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ได้ยากเหลือเกิน ท่านประธานครับ แต่ผมเองเปึนคนหนึ่งที่รักในระบอบประชาธิปไตย เคารพทั้งเสียงข้างมาก เคารพทั้งเสียงข้างน้อย แล้วผมก็ยังยืนยันว่าการปกครองด้วย ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุขถือว่าเปึนการปกครองที่ดี ที่สุดและเหมาะสมที่สุดกับประเทศไทยของเรา ท่านประธานครับ เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีหลายมาตราที่เปึนประโยชน์ แล้วผมคิดว่าน่าจะคงเอาไว้นะครับ เพราะว่า เปึนกฎหมายซึ่งบางครั้งเราต้องยอมรับว่าในระบอบประชาธิปไตยเราก็มีปัญหาถกเถียงกัน ซึ่งบางมาตราแม้ว่าเราจะเห็นด้วยแต่มันก็ไปไม่ถึงสักที แต่เมื่อมันมาแบบว่าพิเศษหน่อย มันก็เลยมาบัญญัติอยู่ในป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมคิดว่าถ้าอันไหนมันดีเราก็เก็บเอาไว้ ส่วนการอภิปราย ของผมวันนี้ผมจะไม่ยึดโยงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือป้ใด ๆ ก็ตามแต่ แต่ผมจะขอ เจาะดูในป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบันนี้มันมีอะไรบ้างที่ขัดกับหลักการ ปกครองแบบประชาธิปไตย และขออนุญาตย้ําอันหนึ่งนะครับท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันออกมาชัดเหลือเกินว่าหลายมาตราที่ออกมา หรือว่าตัดมาเหมือนสูทนี่ครับ ตัดมาสําหรับที่จะปัองกันคนคนหนึ่งหรือว่าปัองกันระบอบระบอบหนึ่งไม่ให้กลับมาสู่ การเมืองการปกครองในประเทศไทย ซึ่งการตัดสูทเหล่านั้นผมคิดว่าเปึนการตัดสิทธิ หรือว่าเสียโอกาสของประเทศไทย แต่ผมจะไม่ขอลงรายละเอียด ท่านประธานครับ ถ้าหากจะดูในเรื่องของหมวด ๖ ว่าด้วยรัฐสภา ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า หมวด ๖ นี้ กระทบกับตัวผมเองถ้าจะว่าไปแล้วผมเปึน ส.ส. โมฆะรุ่นแรกของประเทศไทย ป้ ๒๕๔๙ ผมลงสมัครผู้แทนราษฎรรอบแรกลงคนเดียว ลงพรรคเดียว ได้คะแนนมาท่วมท้น แต่ก็ เปึนโมฆะ ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนั้นเขตเล็กท่านประธาน ผมไม่ว่าเลย ลงคนเดียวด้วย ไม่มีคู่ต่อสู้ด้วยก็ถือว่าเปึนระบอบประชาธิปไตย ดีใจอยู่พักเดียวครับ แต่ก็ต้องออกไปด้วย กฎหมาย ซึ่งผมเคารพนะครับ ผมก็ไม่ได้ว่า ผมเคารพ แต่พอมารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขยับเขตจากเขตเล็กประชากรประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ผมต้องเข้าไปดูแลประชากรถึง ๕ แสนคนครับท่านประธาน จังหวัดหนองบัวลําภูมีอยู่ ๖ อําเภอ สมัยก่อนผมมี ๒ อําเภอ ที่รับผิดชอบ เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เข้ามาบังคับใช้ด้วยความที่อยากเปึนผู้แทนราษฎร ด้วยความที่อยากจะเข้ามาทํางานอาสาให้กับพี่น้องประชาชนก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ต้องยอมรับว่า ๖ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ๖๐๐ กว่าหมู่บ้านยังกลับไปได้ ไม่ครบ แล้วชาวบ้านก็ต่อว่ามาเหลือเกิน แต่ผมก็จะพยายามถ้าสภานี้อยู่ครบ ๔ ป้ก็คง คิดว่าจะเข้าไปได้ทุกหมู่บ้านแล้วก็ไปแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนได้ จะนําเรียนอย่างนี้นะครับ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ในเรื่องของเขตเล็ก เขตใหญ่ ถามว่าต่างประเทศเขาทําอย่างไรกัน ผมศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในสมัยที่เปึนวัยรุ่นอยู่เกือบ ๑๐ ป้ เขาแบ่งเปึนเขตละคน คนละเขต แล้วเขาดูแลกันได้ชัดเจน แล้วก็สามารถที่จะมองออกได้เลยว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือว่าตัวแทนของเขาในเขตนั้น ๆ ทําหน้าที่โดยชอบธรรม ทําหน้าที่ได้ถูกตากรรมการหรือเปล่า ถ้าไม่ถูกตา ๔ ป้เขาก็ เปลี่ยนครับท่านประธาน เพราะว่ามันเขตเล็ก และนอกจากนั้นท่านประธานครับ ต่างประเทศเขาก็ใช้ระบบพรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรคเหมือนกัน แต่พอมา เปลี่ยนเปึนเขตใหญ่ขึ้นประชาชนเริ่มสับสน ในเขตนั้นอย่างผมเขตเลือกตั้งมี ๓ คน โชคดีหน่อย ที่อยู่พรรคพลังประชาชน และกระแสของพี่น้องประชาชนยังนิยมในพรรคเก่าอยู่ เขาก็เลยเลือกขึ้นมายกทีม แต่ถ้าไม่มีอย่างนั้นถ้าเกิดว่าเปึนเขตใหญ่และสู้กันเต็ม ๆ ประชาชนบางส่วนก็จะเอานโยบายพรรค บางส่วนก็จะเอาคน บางส่วนก็จะเอาเหตุผล อื่น ๆ ต่าง ๆ นานาอีก มันก็ไม่สามารถนํามาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมใคร่ขอนําเรียนท่านประธานว่าควรจะแก้อย่างยิ่งในหมวด ๖ ว่าด้วย รัฐสภา มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๑๑๐ นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในการแบ่งเขต มาตรา ๙๔ นี้ (๔) เขียนไว้ว่าเขตหนึ่งมีไม่เกิน ๓ คน แต่ถ้าจังหวัดไหนใหญ่นะครับ อย่างจังหวัดอุดรธานีอยู่ข้าง ๆ ผมนี่ มีผู้แทนราษฎร ๑๐ คน มีอยู่ ๔ เขต บางเขตก็มี ๓ คน บางเขตก็มี ๒ คน ท่านประธานครับ นี่ล่ะครับระบอบประชาธิปไตย การเปึน ส.ส. การเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชนก็น่าจะมาจากฐานเดียวกันครับ คนที่อยู่จังหวัดเดียว จังหวัด เล็ก ๆ มาจากประชาชนแสนกว่าก็มาเหมือนมีสิทธิทุกอย่างเท่าเทียมกันกับคนที่มาจาก จังหวัดใหญ่หรือเขตใหญ่ ๕ แสนคนนะครับ แค่ตรงนี้ก็มองออกแล้วนะครับว่า มันไม่เปึน ระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าหากว่าเราซอยออกไปเปึนเขตเล็ก เขตหนึ่ง ส.ส. รับผิดชอบ ๑๕๐,๐๐๐ คน สามารถที่จะเข้าถึงพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนก็สามารถเข้าถึง ส.ส. ได้ ตรงนี้เปึนเรื่องใหญ่ที่ผมคิดว่าถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยนแปลง ถึงเวลาที่ต้องมีการตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษารัฐธรรมนูญ ยังมีอีกหลายมาตรา นอกจากนั้นในหมวด ๖ นี้ ว่าด้วยเรื่องของรัฐสภา ซึ่งจะมีทั้ง ส.ส. และ ส.ว. จริง ๆ ผมไม่อยากจะแตะตรง ส.ว. มากนัก แต่ท่านประธานต้องนําเรียนนิดหนึ่งว่าการมาจากการเลือกตั้งกับมาจากการคัดสรร มันแตกต่างกันครับท่านประธาน การมาจากการเลือกตั้งอย่างผม ผมเปึนหนี้ประชาชน ๕ แสนกว่าคน แสนกว่าคะแนนที่จะต้องดูแล แต่การมาจากการแต่งตั้งนั้นหรือว่าสรรหานั้น ไม่ได้เปึนหนี้ใครครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่มีหลักที่จะพิง ตรงนี้เปึนอันตราย เหลือเกิน พอมีสภาลูกผสมที่ทั้งเลือกตั้งและแต่งตั้งเข้ามารวมกัน และสภาลูกผสมก็สามารถ ที่จะถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ ถ้าหากว่าเราปล่อยให้รัฐธรรมนูญมาตรานี้ ยาวนานไป ผมไม่มั่นใจว่าในอนาคตถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนข้างบริหารประเทศชาติ บ้านเมืองก็เดือดร้อนกันทุกพรรคล่ะครับ เพราะฉะนั้นมาตราตรงนี้น่าจะเปึนอะไรที่ควรที่จะ มีการแก้ไข แต่ในขณะเดียวกันท่าน ส.ว. ที่ได้รับการสรรหามาแล้วก็ควรจะอยู่ให้ครบ แต่เมื่อครบแล้วเรามีบทเฉพาะกาลแก้ไข แล้วก็ต้องเดินไปสู่กระบวนการที่ถูกต้องยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับฉันทานุมัติมาจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจาก จังหวัดหนองบัวลําภู ผมลงพื้นที่สอบถามพี่น้องประชาชนว่าจะให้แก้หรือไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนหลายคนเปึนห่วงเหลือเกินว่าทําไมมีส่วนหนึ่งยังอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ก็เลยบอกผมว่าน่าจะตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากันเสียนะครับ แล้วก็เชิญพี่น้องที่อยู่ สะพานมัฆวานรังสรรค์มาเข้าร่วมกับเรา ผมก็เห็นด้วยนะครับ แล้วก็อยากจะฝากไปทาง ผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยว่า ในการตั้งคณะกรรมาธิการ ๔๔ คนมันน้อยไป ก็เปึน ๖๐ หรือเปึน ๑๐๐ คนก็ได้ ท่านประธานครับ ยิ่งเยอะยิ่งดีเพื่อที่จะได้รับฟังจากทุกภาคส่วนว่าใครเห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วย และทุกอย่างกลับเข้ามาสู่ระบบรัฐสภาเถอะครับ สงสารประเทศไทย สงสารคนไทย ซึ่งขณะนี้โดยเฉพาะคนยากคนจนนะครับอยู่ในชนบทเองกําลังจะได้ลืมตา อ้าปาก กําลังขายข้าวเปึนราคา แต่พอมีเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นในกรุงเทพฯ เองเขาก็ไม่สบายใจ พี่น้องประชาชนก็ไม่มีความสุขในชีวิต และอยากจะฝากเรียนทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง ในระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้หันหน้าเข้ามาหากันพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล ผมคิดว่า ประเทศไทยของเราน่าจะไปรอดนะครับ แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้งก็ตามแต่ ท่านประธานครับ สุดท้ายผมก็เห็นด้วยที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อให้ได้ ข้อสรุปและนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเปึนรูปธรรมต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ทางฝ์ายพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่เห็นยกมือครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. ประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ก่อนที่ผมจะพูดนี้ผมและพรรคประชาธิปัตย์ มีความเคารพต่อประชาชนทุกท่าน เคารพในเสียงของประชาชนครับ เคารพในความคิด ของประชาชนและไม่เคยคิดว่าประชาชนภาคใด ส่วนใดของประเทศโง่และไร้สติปัญญา ทุกสิ่งที่ประชาชนคิดเปึนความถูกต้องทั้งหมดครับ และสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง ในปัจจุบันนี้บางคนก็คิดว่ามันเปึนการกลั่นแกล้ง เปึนความโชคร้ายของคนบางคน แต่ผมเองถึงแม้จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ผมก็ได้เรียนศาสนาพุทธมาครับ ผมจําได้ว่า ศาสนาพุทธเขากล่าวไว้ว่า สัตว์โลกย่อมเปึนไปตามกรรม ผมก็คิดว่าเปึนกรรมของแต่ละคน ที่เกิดขึ้น วันนี้เรามีวิกฤติของการเมืองในประเทศคาดเดาไม่ออกว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น แก่ชาติบ้านเมือง แก่ประชาชน บางคนก็ไปโทษรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไปต่าง ๆ นานา บางคนบอกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ดี ความจริงผมก็เห็นว่ามีข้อดีหลายประการ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้กระทั่งตอนที่มีการทําประชาพิจารณ์ในเรื่อง สสร. ลงไป ในพื้นที่ของผม ผมก็ยังได้เคยไปพูดว่าผมเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หลายประการครับ มีข้อดีอยู่หลายอย่าง บางคนก็ไปโทษรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่าไม่ดี ความจริงก็มีดี หลายอย่างเหมือนกัน อย่างเช่น การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ที่มาขององค์กรอิสระ ซึ่งชัดเจนครับ บางคนไปโทษทหารครับ บอกว่าทหารยึดอํานาจทําให้ประเทศชาติ บ้านเมืองถอยหลัง จริง ๆ แล้วผมคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองปัจจุบันนี้ ผมในฐานะนักการเมืองยอมรับแบบเต็ม ๆ เลยว่าเปึนเพราะนักการเมืองครับ ไม่ได้เกิดจาก รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกิดจากทหาร ถ้านักการเมืองไม่ฉ้อฉล ไม่ขี้โกง มีจริยธรรม มีจรรยาบรรณ ไม่มีทางครับเหตุการณ์บ้านเมืองจะไปถึงขนาดนี้ ผู้นําบางคนเห็นชัดว่าได้ปฏิบัติเหตุ ๔ วิบัติ ที่ทําให้ตัวเองต้องวิบัติและทําให้ชาติบ้านเมืองต้องวิบัติด้วยก็คือ ๑. ไม่รู้จักพอ มีคืบเอาศอก ได้ศอกเอาวา จากวาจะเอาเปึนลี้ พันลี้ ในที่สุดก็อยู่ไม่ได้ ต้องสํานึกถึง ต้องรู้ซึ้งถึงคําว่า ส่งกันพันลี้อย่างไรก็ต้องจากกัน ๒. ไม่ฟังคําทัดทาน มีนักปราชญ์ ในบ้านเมืองหลายท่านได้ทัดทานว่าแนวทางที่ท่านทํานั้นผิดพลาดต้องแก้ไข้อย่าทํา ก็ไม่ฟัง ๓. ไม่สร้างความสมานฉันท์ ใครก็ตามที่ไปอยู่ ไม่เห็นด้วยกับฝ์ายตัวเองก็ผลักไป อยู่ฝ์ายตรงข้าม นี่ก็คือสิ่งที่ทําให้เกิดปัญหาทั้งหลายทั้งปวง แล้ว ๔. ก็คือไม่มีจริยธรรมครับ เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง เอาคนของตัวเองเปึนใหญ่เปึนโต ๔ วิบัตินี่ได้สั่งสอนกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วครับ ในปัจจุบันก็ยังพิสูจน์ได้ว่าใช้ได้อยู่ ผมจะพูดถึงการขาดจิตสํานึก ของนักการเมืองที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือตอนที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งได้เปลี่ยนจาก รัฐวิสาหกิจเปึนบริษัท ได้มีการจองหุ้นซึ่งหมดในเวลาอันรวดเร็วไม่ถึง ๑๐ นาทีก็หมด หุ้นจํานวนมหาศาล ประชาชนสงสัยมากว่าไปรอจะจองหุ้นแต่ไม่ได้ ปรากฏว่าในตอนหลัง ก็มีการออกมายอมรับว่าหุ้นจํานวนมากได้ถูกแบ่งไปให้ผู้มีอุปการคุณ จริง ๆ แล้วผู้มี อุปการคุณของรัฐวิสาหกิจนั้นคือประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง ท่านต้องแบ่งให้ประชาชน อย่างเท่าเทียมกัน นี่คือการขาดจิตสํานึกอย่างรุนแรงของนักการเมือง เปึนตัวอย่างที่เห็น ได้ชัดเจนครับ นักการเมืองที่ไม่รู้จักพอมีเท่าไรก็ไม่เคยพอ ไม่มีทางทําให้บ้านเมือง เกิดความสงบได้ นอกจากว่าในประเทศนี้เขาอยู่คนเดียวเอาไปหมดทุกอย่าง ไม่มีใคร เดือดร้อน ไม่มีใครว่าอะไร ไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าอยู่ร่วมกับคนอื่นต้องมีปัญหาแน่นอน ครับ อย่าไปโทษทหารว่ายึดอํานาจ อย่าไปโทษรัฐธรรมนูญฉบับโน้นฉบับนี้ไม่ดี ไม่มี รัฐธรรมนูญฉบับไหนที่มันสมบูรณ์แบบในโลกนี้ผมเชื่อว่าไม่มี เมื่อวานผมได้ฟังคําของ นายแพทย์ประเวศ วะสี บอกว่าถ้าเรามีเสี้ยนหรือถูกตําเท้าก็ต้องเอาเสี้ยนออกไป ใครเปึน เสี้ยนของบ้านเมืองก็ต้องรีเจ็คท์ (Reject) ออกไปครับ ผมเปึนแพทย์การรักษาต้องอยู่ที่ต้นเหตุ ถูกเสี้ยนตําต้องเอาเสี้ยนออก ถ้าไม่เอาเสี้ยนออก แล้วไม่หาย นี่เปึนความจริงแพทย์ทุกคนทราบข้อเท็จจริงข้อนี้ครับ นักการเมืองเปึนผู้ที่ รับจ้างจากประชาชนเปึนงานอาสาครับว่าผมเข้ามาทําหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองไม่มีใคร บังคับ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีบุญคุณก็คือ ประชาชนมีบุญคุณต่อนักการเมืองไม่ใช่นักการเมือง ที่หลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่เปึนผู้ที่สร้างบุญคุณแก่ประเทศชาติ ผมไม่คิดเช่นนั้นครับ มันตรงกันข้ามครับ ใครที่คิดว่าใหญ่กว่าประชาชน เก่งกว่าประชาชนมักจะอยู่ไม่ได้เพราะ หลงตัวเองครับ อันนี้เปึนสิ่งที่จะต้องยอมรับกันโดยทั่วไปถึงจะอยู่ได้นานแต่ถ้าคิดว่าใหญ่ กว่าประชาชนไม่มีใครอยู่ได้ครับ ประชาชนเปึนเจ้าของประเทศ ผู้ที่มีบุญคุณเราเปึนหนี้ บุญคุณของประชาชนครับ ไม้ใช่ประชาชนเปึนหนี้บุญคุณของนักการเมือง เพราะฉะนั้น การที่ทําความผิดแล้วไปโทษคนนั้นคนนี้ โทษกฎกติกามารยาท โทษสายลมแสงแดด โทษป้ืโทษกลอง จริง ๆ แล้วผู้ที่ทําความผิดต้องสํานึกตัวเอง ถ้าจะพูดถึงวงจรอุบาทว์ ผมจําได้ว่าตอนเช้าได้มีท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้บอกว่ามีวงจรอุบาทว์ เกิดขึ้นในวงการเมืองของเราคือ มีการเลือกตั้งและมีการปฏิวัติเขียนรัฐธรรมนูญใหม่แล้วก็ ไปเลือกตั้งอีก ผมคิดว่ามันอุบาทว์จริงในวงจรนี้แต่วงจรไม่อุบาทว์ แต่ผมคิดว่าถ้าอุบาทว์ น่าจะเปึนคนอุบาทว์มากกว่า เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นักการเมืองทุกคนจะต้องรับผิดชอบ ร่วมกันผู้นําต้องรับผิดชอบสูงสุดร่วมกับขบวนการฉ้อโกงทั้งหลาย ผมเองในฐานะ นักการเมืองก็ต้องยอมรับผิดจึงมีความผิดอยู่ด้วยเหมือนกัน ผิดตรงที่ไม่มีความสามารถ ที่จะไปหยุดบุคคลเหล่านั้นให้กระทําทารุณกรรมต่อประเทศชาติได้ ผมต้องยอมรับครับ ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องรัฐธรรมนูญอยู่เรื่องหนึ่ง ประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับจังหวัดผม รัฐธรรมนูญของเขาเปึนแค่จารีตเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เขียนเปึนเล่มหนาอย่างของเรา แต่บ้านเขาไม่มีวิกฤติ ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญแล้วเขียนใหม่ เขียนแล้วเขียนเล่าฉีกแล้ว เขียนใหม่ คนทั้งประเทศของเขาทั้งนักการเมืองทั้งประชาชนยอมรับรัฐธรรมนูญซึ่งเปึน กฎหมายสูงสุดของประเทศ บ้านเมืองเขาก็ไม่มีปัญหา ผมจําได้ว่าวันที่เราจะมาทํางาน ในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีการปฏิญาณตนก่อนครับ ผมก็ได้ทราบมาว่ารัฐบาล คณะรัฐมนตรีจะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต จะปกปัองสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่เปึนข้อมูลที่สําคัญ ถ้าเราได้ทําในข้อนี้จริง ผู้นําได้ทําในข้อนี้จริงความวิบัติแก่ชาติบ้านเมืองจะไม่เกิด แต่นี่ ไม่ได้ทําอย่างที่ได้ปฏิญาณตนไว้ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหลายคนได้พูดถึง เผด็จการทหารว่าเปึนสิ่งที่น่าเกลียด น่ากลัวเปึนอย่ายิ่ง เปึนอันตรายต่อระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งผมยอมรับว่าเปึนเรื่องจริงต่อระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติยึดอํานาจ เปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมแต่น่ากลัวหรือไม่ สิ่งที่ร้ายกว่าเผด็จการทหารก็คือ เผด็จการรัฐสภาครับ ที่ออกกฎหมาย แก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง พูดง่าย ๆ ก็คือ โกงโดยมีกฎหมายรองรับ ท่านประธานคงรู้จักฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์นี่ไม่ใช่ เผด็จการทหารนะครับ ฮิตเลอร์เปึนเผด็จการรัฐสภา เปึนหัวหน้าพรรคนาซีมีเสียง ในสภาอย่างล้นหลามแก้รัฐธรรมนูญจนสามารถประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ในที่สุดก็ทําให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดโศกนาฏกรรมแก่มนุษยชาติอย่างมหาศาล คนตายเปึนหลายสิบล้านคน นี่คือตัวอย่างของเผด็จการรัฐสภา ไม่ใช่เผด็จการทหาร เพราะฉะนั้นในประเทศไทยที่เราต้องระวังมากที่สุดในขณะนี้ก็คือเผด็จการรัฐสภา อย่าก่อโศกนาฏกรรมให้แก่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญโดยที่จะมี การศึกษาครั้งนี้จึงจะต้องทําเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้ทําเพื่อบุคคลบางคน ไม่ได้ ทําเพื่อคนบางกลุ่ม จะต้องไม่มีการหมกเม็ด จะต้องไม่มีวัตถุประสงค์ที่ซ่อนเร้น มีวาระ แอบแฝง ผมเองไม่ค่อยเห็นด้วยในการแก้รัฐธรรมนูญตอนนี้ เนื่องจากเงื่อนของเวลา ที่ใช้มาเพียง ๓-๔ เดือนเท่านั้นเองครับ ยังไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ตามความเห็นของผมแล้ว สักป้หนึ่งก็น่าจะพอเห็นครับ และผมไม่ได้ยินประชาชนสักคนบ่นว่าเดือดร้อนเพราะ รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ยินครับ ประชาชนบอกว่าของแพงครับ น้ํามันขึ้นราคา ๔๐ บาทแล้ว น้ําตาลขึ้นอีก ๕ บาท ข้าวสารขึ้นไปเท่าไรนี่คือเสียงของประชาชน ผมยังไม่เคยได้ยินจริง ๆ ครับท่านประธาน ว่าประชาชนเดือดร้อนเพราะรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย แต่เนื่องจากพรรคของผมมีความต้องการที่จะผ่อน คลายเกลียวที่กําลังเขม็งเกลียวอย่างน่ากลัวในขณะนี้ในวงการเมือง เราก็มีความเห็นพ้องกัน ว่าน่าจะเปึนการลดอุณหภูมิในขณะนี้ได้ ก็เลยยื่นญัตติศึกษารัฐธรรมนูญครับ แต่เพื่อ แก้ไขนะครับ ไม่ใช่เพื่อแก้ ถ้าแก้ไขนี้เพื่อประชาชน แต่ถ้าแก้ก็เพื่อคนบางคน มันไม่เหมือนกันระหว่างแก้กับแก้ไขนะครับ และผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาประเทศไทยได้ ถ้าไม่แก้ตรงจิตสํานึกของ นักการเมือง และจากแผน ๑๐ ได้กล่าวไว้ว่า ประเทศไทยประสบภาวะการขาดคุณธรรม การขาดจริยธรรมของคนในชาติอย่างรุนแรง ก็ต้องแก้ไขปัญหาจริยธรรมของคนในชาติด้วย ทําเหล่านี้ด้วยกันมันถึงจะสามารถแก้ปัญหาของประเทศชาติได้ ผมก็มีความเห็น ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเท่านี้ครับ ในเรื่องรายละเอียดผมคิดว่าคณะกรรมาธิการ ก็คงไปศึกษาอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรที่ควรจะแก้ อันไหนที่ไม่ควรจะแก้ ขอขอบคุณท่านประธาน เปึนอย่างสูงครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ ต่อไป เชิญคุณปวีณ แซ่จึง ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง ศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคพลังประชาชน ญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ทําไม ต้องแก้ ปัญหาก็คือหลังจากที่มีการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพียงระยะเวลา สั้น ๆ พวกเราทุกคนถ้าหากมีใจเปึนกลางจะต้องยอมรับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่จะต้องแก้ไข มีหลายท่านที่บอกว่าผลพวงจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีข้อบกพร่อง และมี หลายท่านมักจะโทษว่านักการเมืองไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างจะลงที่นักการเมือง ตลอดระยะเวลาที่นั่งฟัง ผมคิดว่าไม่อยากจะให้ลงโทษนักการเมืองทุกคนว่าดี ไม่ดี ไม่อยากให้ลงที่นี่ที่เดียว นักการเมืองที่เปึน ส.ส. กับท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการเลือกตั้ง มาจากประชาชนนั้น เรามีความเชื่อมั่นว่าเรามีคุณภาพพอ และเรามีจิตวิญญาณของ ความเปึนคนพอที่จะไม่ต้องดูหมิ่นกันขนาดนั้น เพราะฉะนั้นอยากให้เลิกพูดในเรื่องนี้ เมื่อเช้าผมได้ประท้วงไปแล้วรายหนึ่ง แต่ก็ดีครับ ไม่อยากจะต่อปากต่อคํา การอภิปราย ที่ใช้คําพูดที่ไม่เหมาะสมอย่ากระทํา ผมอยากจะเรียนว่าทุกคนเราก็พอที่จะรู้ วาจาที่ท่าน เอื้อนเอ่ยมามันเฉลยเจตนาของท่านอยู่แล้วว่าท่านต้องการอะไร เราโต ๆ กันทั้งนั้น ใช้คําพูดที่ดีหน่อย แล้วหาแนวทางที่จะร่วมกันแก้ปัญหาของชาติ รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนี้ มีข้อบกพร่องทั้ง ๒ ฉบับ ต้องยอมรับทุกคนถ้าหากมีความคิดและมีความที่ใจเปึนกลาง จะต้องยอมรับในประเด็นนี้ การศึกษาผลกระทบจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น เปึนแนวทางที่หาทางออก ไม่ใช่เปึนแนวทางที่เราจะต้องมาใช้วาทะเสียดสีกัน ณ ที่ตรงนี้ ท่านผู้ใดมีแนวทางที่ดีโปรดได้เสนอแนะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญผู้ที่จะรับผิดชอบไปนั้น ได้ไปช่วยกันแก้ไข ทุกสิ่งทุกอย่างมีทั้งดีและไม่ดี มีบางท่านบอกว่ามันไม่ดีต้องใช้ยาแรง ผมอยากจะเรียนว่าผู้ที่เคยเปึนหมอมาก่อนท่านกล้าที่จะใช้ยาแรง ๆ ทันทีหรือไม่ ในขณะที่ท่านให้การรักษาพยาบาล ยาที่แรง ๆ นั้นอาจจะดีและในขณะเดียวกัน มีผลข้างเคียงขึ้นมา ถ้ามันกระทบขึ้นมามันคุ้มไหมกับการที่จะให้ครั้งเดียว เพราะฉะนั้น ผมถึงบอกว่าเรารู้อยู่แล้วว่าเรากําลังทําอะไร พันธะสัญญาของนักการเมืองในแต่ละท่าน ในแต่ละเขตพื้นที่ไม่เหมือนกัน ในบ้านของผมจังหวัดศรีสะเกษลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ พวกผมให้สัญญากับผู้ที่เลือกตั้งพวกผมมาโดยเขาถามว่าเข้าไปแล้วจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไหม ถ้าไม่แก้ ไม่เลือก พวกผมก็ไปรับมาบอกว่าเข้ามานี่แก้แน่นอน ขอเพียงแต่ว่าประเด็นที่จะ ให้แก้ไขนั้นมีอะไรบ้าง อย่าได้ดูถูกคนระดับล่าง ตอนนี้ที่บ้านเมืองเกิดปัญหาเช่นนี้เพราะ ลองวิเคราะห์ดี ๆ ครับ คนระดับกลางเห็นว่าความคิดของตัวเองนั้นชอบธรรม ในขณะเดียวกันคนระดับล่างคือชาวไร่ ชาวนา เลือกมาแล้วก็โดนดูถูก อย่างภาคอีสาน ตอนนี้ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ไปดูถูกเขาขนาดนั้น เราทุกคนมีศักดิ์ มีศรีเหมือนกัน จะพรรคอะไรก็ตาม ประเด็นปัญหาเรารู้กันอยู่แล้ว ผลพวงจากการบังคับใช้นี้มีอะไรบ้าง ที่เกิดขึ้น จริงอยู่ครับในส่วนของภาคประชาชนนั้นเราได้ให้สิทธิและเสรีภาพของท่าน อย่างมากมาย แม้แต่การเข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็สามารถที่จะมามีส่วนร่วมด้วยตัวเองได้โดยเสนอชื่อเข้ามาได้ ซึ่งก็ถือว่าเขาเกิดสิทธิและ เสรีภาพเปึนสิ่งที่ดีก็ควรที่จะคงไว้ แต่ในส่วนที่มันเกิดผลกระทบกับเราทุกคนนั้นผมกล้าใช้ คําว่า กับพวกเราทุกคน เพราะฉะนั้นเราจะต้องให้ความร่วมมือและแก้ไข เพื่อที่จะนํา ประเทศชาตินั้นเข้าสู่ความสงบสุข ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๙๔ มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๒๓๗ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๓๐๙ อ่านแล้วเข้าใจทุกคน จริงอยู่ถ้าจะมองปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายด้านเดียวมันก็ อาจจะดี แต่ถ้ามองโดยภาพรวมแล้วให้กฎหมายนี้บังคับใช้ไปเรื่อย ๆ วิวัฒนาการของ ธรรมชาติจะต้องมีการปรับปรุงและแก้ไข ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของชีวิต วิถีชีวิต กฎหมาย ขนบธรรมเนียมและประเพณีจะต้องมีการวิวัฒนาการขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สังคมมนุษย์นั้น สามารถที่จะอยู่ในโลกต่อไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๙๔ เลือกตั้งเขตใหญ่ ศรีสะเกษ ๑,๔๕๐,๐๐๐ คน แบ่งเปึน ๓ เขต เขตละ ๓ คน แต่ละคนในเขตเลือกตั้ง ๓ คนนั้น ต้องดูแลประชากรเกือบ ๕ แสนคน ความยาวของพื้นที่ ๑๕๐-๑๖๐ กิโลเมตร เขตเลือกตั้ง ที่ ๑ จังหวัดศรีสะเกษ ๘๗ ตําบล ๙๔๖ หมู่บ้าน ๙ อําเภอ ท่านลองดูครับแล้วจะอยู่ได้ อย่างไรนักการเมือง ประชาชนจะอยู่ได้อย่างไร เมื่อก่อนผมอยู่เขตเลือกตั้งที่ ๙ ประชากร แสนห้ากว่าเกือบแสนหก เราดูแลเขาได้ใน ๑ อาทิตย์หลังจากป่ดประชุม เราไป อย่างทั่วถึงเก็บปัญหาต่าง ๆ จากเขามา แล้วมานําเสนอต่อสภาแห่งนี้ แล้วตอนนี้ทําได้ไหม ทําไม่ได้ครับ ตั้งแต่เปึน ส.ส. มายังไม่ถึงครึ่งเลย ยังไม่ถึงของ ๙๔๖ หมู่บ้านเลย ไปประชุมร่วมกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพิ่งได้ ๗ อําเภอ ยังเหลือ ๒ แล้วจะดีได้อย่างไรถ้าเปึน อย่างนี้ ถามว่ามีคนบอกว่าข้อเสียซื้อเสียงง่ายลองดูสิครับ อยากจะดูเหมือนกันว่าซื้อง่าย ซื้ออย่างไร เขาไม่ได้โง่ขนาดที่จะดูถูกเขาตลอดเวลา เฉพาะอย่างยิ่งบ้านผมอยากให้ลองดู อยากจะให้ไปลองจริง ๆ ครับ บอกว่าเงินเยอะ ๆ ซื้อง่าย ๆ ลองสักตั้งหนึ่ง ลองแบ่ง เขตเล็กดูจะได้รู้สึก ความใกล้ชิด การดูแลเปึนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผู้ที่จะได้ ประโยชน์จากผลประโยชน์อันนี้ก็คือรัฐบาล รัฐจะเปึนคนที่นําปัญหาเหล่านี้ไปแก้ไข ให้กับเขา อันนี้คือประเด็นที่บอกว่าไม่ดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และมาตรา ๑๑๑ การได้มาซึ่งวุฒิสภา ๑๕๐ เลือก ๗๖ ตั้ง ๗๔ เหตุผลในการตั้ง ๗๔ บอกว่า เพื่อให้ได้มาซึ่ง ตัวแทนของทุกสาขาอาชีพ ถามดูหน่อยว่ามีชาวนาที่ไหนบ้างที่ได้รับการแต่งตั้งในจํานวน ๗๔ คนนี้มีสามล้อบ้างไหม มีตัวแทนช่างบ้างไหม มีตัวแทนจากกลุ่มอื่นบ้างไหมที่ได้เปึน นี่อยากจะถามอย่างนี้ ถ้ามีทางเลือกตั้งให้เขาเลือกตั้งตามสัดส่วนของประชากร เขาก็ อาจจะมาจากทุกสาขาอาชีพ การยึดโยง การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนมี ความจําเปึนเปึนอย่างยิ่งในการที่จะนํามาซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ในการที่จะบริหารจัดการให้เขา ได้รับการดูแล ได้รับทราบปัญหาเขาอย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ไม่อยากจะพูดต่อว่า จะเปึนอย่างไร แต่ไม่เห็นด้วยในการสรรหา ควรจะกลับเข้าสู่ระบบเดิม กรุงเทพมหานคร มีประชากรเท่าไรเลือกได้ ๑ คน ๑ คนเปึนผู้แทนราษฎรแท้ ๆ จริงหรือ เพราะฉะนั้นก็ฝากครับ ในประเด็นนี้คือประเด็นที่ทําไมต้องแก้ และไม่เห็นด้วย
ต่อไปมาตรา ๒๓๗ กรณีของการยุบพรรคการเมืองผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมไม่ต้องการให้ท่านย้ํามากจนเกินไปว่า สิ่งที่ผ่านมานั้นเปึนอย่างไร ถึงแม้ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราก็ยอมรับวิถีของความยุติธรรมที่ผ่านไปแล้ว แล้วก็ผ่านไปเลยไม่มีโอกาสที่จะ กลับมาอีก เพราะฉะนั้นไม่ต้องการให้ตอกย้ําในประเด็นนี้ มีสมาชิกท่านผู้ทรงเกียรติ ลุกขึ้นมาพูดประเด็นเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้ยึดโยงกับเรื่องนี้เลย เพียงแต่ต้องการ มาตอกย้ําเท่านั้นเอง ท่านคิดหรือว่าคําพูดของท่านจะยับยั้งความตั้งใจของคนได้ ผมไม่แตะ ก็ได้ในประเด็นที่ผมไม่ข้องใจ แต่เปึนเอกสิทธิ์ที่ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ จังหวัดศรีสะเกษ และของรัฐสภาแห่งนี้มีสิทธิและมีเอกสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นและ ไม่จําเปึนต้องตรงกับความคิดเห็นของท่าน ผมได้สาบานตนแล้ว ผมไม่อยู่ใต้อาณัติใคร เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยว การพูดในครั้งนี้จะต้องขอร้องท่านสมาชิกถ้าไม่อยากให้ทะเลาะกัน ท่านพูดเรื่องของท่านอย่างผมนี่ ผมจะไม่พูดเรื่องคนอื่น มาตรา ๒๓๗ มองกลาง ๆ ว่า คนหนึ่งทําผิด อีกคนหนึ่งต้องรับโทษทั้งปวง ไม่ใช่พ่อแม่ตัวเองด้วยซ้ําไปทําผิดในครอบครัว เพียงแต่อาจจะเปึนพี่ หรือคนที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ร่วมทะเบียนเดียวกันไปทําผิดก็ต้อง ลงโทษทั้งหมดใช่ไหม คนที่อยู่ทะเบียนบ้านชายคาเดียวกันนี่ต้องเอาขนาดนั้นหรือ อย่าย้อนยุค สมัยนี้เปึนสมัยประชาธิปไตยแล้ว อย่าย้อนยุค ถ้าอย่างนี้ถือว่าย้อนยุคไม่ได้มี แนวคิดเปึนประชาธิปไตย ผมไม่อ่านเสียเวลาแห่งที่ประชุม มาตรา ๒๓๗ มาตรา ๒๖๕ ยังมาเขียนอีกบอกว่า ห้าม ส.ส. ส.ว. ดํารงตําแหน่งในหน่วยงานของราชการ หรือของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สมาชิกสภาท้องถิ่น ท่านทราบไหมครับ นักการเมืองหลายท่านก็เปึนประธาน คณะกรรมการสถานศึกษา นักการเมืองหลายท่านก็เปึนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในสถาบันศึกษาต่าง ๆ กฤษฎีกาเคยตีความว่าไม่มีอํานาจในตัวก็ไม่เข้าข่ายเพราะว่าเปึน รูปคณะกรรมการ แต่เขียนอย่างนี้มีใครบ้างที่จะกล้าไปเสี่ยง ไม่หรอกครับ ผลประโยชน์เสีย ที่ไหน ต้องการกําจัดนักการเมืองที่ตัวเองตั้งสมมติฐานว่าเปึนคนเลว ไปอยู่วงการไหน ก็ทําให้เขาเลวเขาเสียหายหมดก็แค่นั้น แล้วจะรับได้อย่างไร ในชนบทนั้นถึงแม้ไม่ได้เปึน นักการเมือง ระบบของการอาศัยพึ่งพาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ความร่วมมือของชุมชนมันจะต้อง ตั้งกันอยู่แล้ว วิถีชีวิตวัฒนธรรมเหล่านี้ถูกทําลายด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วมันได้รับความเปึนธรรมไหม จะถามอย่างนี้ แล้วผมถามว่าข้าราชการที่มาเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องลาออกไหม ทําไมไม่ให้ลาออกก่อน ตั้งได้อย่างไร กินเงินเดือน ๒ ทาง และยังปฏิบัติตําแหน่งหน้าที่ได้
ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๒๖๖ ส.ส. ส.ว. ต้องไม่ใช้ฐานะและตําแหน่ง ไปก้าวก่ายแทรกแซง หากจะเขียนเพียงแต่ว่าในเรื่องของการย้าย การปรับตําแหน่งหรือ การเลื่อนตําแหน่งให้มันชัดเจนลงไป เราก็จะได้มีความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจหน้าที่ ไม่มี ส.ส. คนไหนหรอกครับที่จะนั่งอยู่เฉย ๆ ถ้าหากไปเยี่ยมชาวบ้านแล้วบอกว่า ท่านครับ ท่านดูหน่อยน้ําประปาผมไม่มีใช้เลย หมู่บ้านอื่นใช้จนว่าเขาได้ดื่มบริโภค น้ําสะอาดแล้ว บ้านผมถนนท่านดูสิบ้านผมมีปัญหาเยอะแยะเลย สถานีอนามัยก็ไกล จะไปอย่างไร วิธีการที่จะประสานงานจะทําอย่างไร การสื่อสารเพียงแต่ถ้าโทรศัพท์ไป ถ้าเขาอัดเสียงไว้ ถ้ามันตีความเปึนว่าเราไปก้าวก่ายแทรกแซงขาดสมาชิกภาพ แล้วเขียนทําไม ถ้าจะเขียนบอกว่าในเรื่องที่เปึนผลประโยชน์ก็บอก เรื่องย้าย เรื่องให้คนนั้น ย้ายไปนั่นไปนี่มีตําแหน่งบรรจุอะไรก็เขียนลงให้มันชัดเจน สิ่งใดที่มันไม่ดีควรจะแก้ไข
ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของมาตรา ๓๐๙ ก็คงไม่อยากจะพูด ทีบทของตัวเองเขียนอย่างนี้ มีใครพูดบ้างว่าเขาเขียนกฎหมายเพื่อตัวเขาเอง พูดบ้างไหม ไม่มี เพราะมันจะได้สะใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้อยากจะเรียนว่าทําไมต้องแก้ ต้องแก้เพราะ ๓ สถาบันไม่เท่ากัน กฎหมายบอกว่าการบริหารราชการแผ่นดินมันมีอยู่ ๓ ส่วน คือนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ขณะนี้นิติบัญญัติต่ําที่สุด ถ้าเปึนก้อนเส้า หุงข้าวไม่สุก ที่มันดีทุกวันมันมีหม้อหุงข้าวไฟฟัา มันก็เลยไม่มีข้อเปรียบเทียบ ที่โตขึ้นที่สุด ตุลาการ ๒ ตุ่ม ๒ เส้าที่ต่ําเหมือน ๆ กันคือนิติบัญญัติและฝ์ายบริหาร เพราะฝ์ายบริหาร มาจาก สส. มาจากพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้ก็กําลังเผชิญปัญหาจากบทบัญญัติ แห่งกฎหมายฉบับนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องการแก้ ไม่แก้เปึนเอกสิทธิ์ ต้องไม่ใส่ร้ายกัน จนเกินไป ต้องไม่เปรียบเทียบว่าผู้ที่ไม่เห็นกับท่านเปึนนักการเมืองที่เหมือนกับคนอื่น มองแนวคิดไม่ตรงกันไม่จําเปึนต้องเปึนคนชั่วเสมอไป วิถีชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน ผมรับฉันทานุมัติมาจากพี่น้องของผม ๗๒ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องทํา ส่วนจะทําอย่างไร แก้อย่างไร เปึนเอกสิทธิ์ของผม ผมจะไม่พูดตอนนี้ว่าผมจะแก้ข้อไหนบ้าง มาตราใดบ้าง แต่ข้อใด มาตราใดที่ไม่ดีไม่เปึนประชาธิปไตย ไม่สอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ต้องแก้ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือประชาชนที่อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าเขาจะอยู่ระดับบน ระดับกลาง ระดับล่างก็ช่าง ปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้อยากจะเรียนในข้อสุดท้ายว่า เพราะคนระดับล่างกําลังจะมีอํานาจ คนระดับกลางกับระดับบนไม่ยอมรับก็แค่นั้นเอง ยังอยากจะดันทุรังปกปัองเขาอย่างนี้ต่อไป ท่านผู้มีเกียรติที่รักและเคารพครับ ท่านสมาชิก ผมอยากจะบอกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องพูดความจริง ผมจะพูดของผมอย่างนี้ แล้วผมกล้าที่จะบอกว่าผมพูดความจริง ผมอยากจะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยนําเอาข้อความที่ดีกว่าใส่เข้าไป ไม่จําเปึนต้องไปอิงฉบับไหน ไม่จําเปึนต้องอิง ป้ ๒๕๔๐ เอาป้ ๒๕๕๐ นี่ล่ะมาแก้ แก้ให้มันดีแล้วเปึนฉบับใหม่ เมื่อเช้ามีท่านผู้มีเกียรติ ท่านหนึ่งได้กรุณาได้อภิปรายว่าขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในขณะที่บ้านเมืองกําลังเผชิญกับประชาชนข้าวยากหมากแพง น้ํามันขึ้นราคา สินค้า ขึ้นราคา ควรจะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ก่อน รัฐบาลเองก็กําลังแก้ปัญหานี้อยู่แล้ว น้ํามัน ขึ้นราคาลองบอกหน่อยสิใครแก้ได้ จะแก้อย่างไรจึงจะไม่กระทบต่อกองทุนน้ํามัน จะแก้อย่างไรจึงจะไม่เปึนผลต่อไปในข้างหน้าที่จะสร้างหนี้สร้างสินให้กับคนใช้น้ํามัน น้ํามันขึ้นราคากระทบอะไรบ้างทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยึดโยงมาว่าควรจะแก้เรื่องนี้ รัฐบาลทําอยู่แล้ว เราไม่ใช่รัฐบาล เราเปึนฝ์ายนิติบัญญัติ เราก็ประชุมของเราไปไม่เกี่ยว ถ้าท่านเห็นว่าเขาทําไม่ถูกต้อง ไม่มีผลงานก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านก็ทํา ของท่านไป พวกผมก็จะแก้ไขกฎหมายของผมไปอย่างนี้ เงินเดือนตั้งเกือบแสนหนึ่ง หักภาษีแล้วเหลือ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ บาท มันต้องทําให้เขา ไหน ๆ ก็ได้เข้ามาแล้ว ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับที่ได้ให้เวลาผมได้อภิปรายในวันนี้ และขอกราบเรียน ฝากท่านสมาชิกทุกท่านว่าที่ผมพูดนี้ผมพูดจากความจริงใจของผม สวัสดีครับ
เชิญ ฯพณฯ ชํานิครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์
ประทานโทษครับ ผมนึกว่า คุณชํานิเมื่อกี้ ขอประทานอภัยนะครับคุณศุภชัย
ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อกรณี ของญัตติด่วนเรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการใช้ และการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และคณะพวกเราได้นําเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ ผมขออนุญาตประทาน กราบเรียนว่า กระผมถือว่าเปึนที่มา เปึนผลผลิตจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งไม่แตกต่าง จากท่านทั้งหลายที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คนอุบลราชธานี คนอีสาน ได้ให้โอกาสกับผมในการทํางานการเมืองในนามของพรรคประชาธิปัตย์ อีสานไม่ได้ถูก แบ่งสี ไม่ได้ถูกจัดสีโดยพรรคประชาธิปัตย์ แต่การจัดสี การแบ่งสีที่ท่านผู้ทรงเกียรติ บางท่านได้พูดในที่ประชุมแห่งนี้ ผมเข้าใจว่าเปึนการจัดสี แบ่งสีเพื่อประโยชน์ในทาง การเมืองของบางกลุ่มเพื่อให้ร้ายกับพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า ท่านประธานครับ คนอีสานให้โอกาสกับพรรคการเมืองบางพรรคในหลาย ๆ โอกาสตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๖-๗ ป้ ผมยังเชื่อมั่นว่าคนอีสานเขาจะให้โอกาสกับพรรคการเมืองอีกบางพรรคในโอกาส ต่อไป นั่นขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ในทางการเมืองแต่ละครั้งเปึนอย่างไร สําหรับ พรรคประชาธิปัตย์ที่ผมสังกัด ท่านประธานที่เคารพครับ คนอีสานบ้านผมเปึนผู้มีส่วน อย่างสําคัญในการตั้งพรรคประชาธิปัตย์ พ่อฟอง สิทธิธรรม พ่อเลียง ไชยกาล หลวงอัษฎานุเคราะห์ จากภาคอีสาน ท่านเทียม ไชยนันทน์ จากภาคเหนือ ท่านควงและหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จากกรุงเทพมหานคร ท่านเหล่านี้มีส่วนอย่างสําคัญในการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ และทําให้อยู่กับพี่น้องมา ๖๒ ป้ ความเปึนสถาบันในทางการเมืองของพรรคการเมืองมีส่วน อย่างสําคัญในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นในการพิจารณาเรื่องของ ท่านเหล่านี้มีส่วนอย่างสําคัญในการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ และทําให้อยู่กับพี่น้องมา ๖๒ ป้ ความเปึนสถาบันในทางการเมืองของพรรคการเมืองมีส่วนอย่างสําคัญ ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นในการพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญ การให้ความสําคัญต่อสถาบันทางการเมือง ให้ความสําคัญต่อพรรคการเมือง ผมถือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่งยวด ท่านประธานครับ กระผมคาดหมายว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในวันนี้ ที่สําคัญที่สุดคือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษา ขอประทานกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อศึกษา ถ้าใช้คําว่า เพื่อศึกษา คําที่ คณะกรรมาธิการจะต้องนําไปพินิจพิเคราะห์ตลอดระยะเวลาการทําหน้าที่หลังจาก ที่ประชุมแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการแล้วคือคําว่า ศึกษา คําว่า ศึกษา ผมอยากจะอธิบาย ความว่า คณะกรรมาธิการก็ดี ท่านผู้ทรงเกียรติในที่ประชุมแห่งนี้ก็ดี ควรมีคําถามในใจ ตลอดเวลาว่าทําไมถึงเปึนเช่นนั้น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่าเราตั้งคําถาม อย่างนี้ตลอดเวลา ผมมั่นใจว่าจะนําไปสู่ข้อสรุปบางอย่าง บางประการว่าที่เหตุการณ์ บ้านเมืองเปึนเช่นนี้มีที่มาจากอะไร ที่เราจําเปึนจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ ศึกษาการบังคับใช้ก็ดี เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ดี ทําไมเราถึงจะต้องศึกษา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าจะจํากัดกรอบเฉพาะช่วงของการรัฐประหารถึงปัจจุบัน แล้วใช้ถ้อยคํา บางประการ แล้วอ้างเหตุความไม่ดีไม่งามเฉพาะกรอบช่วงเวลานั้นจากการรัฐประหารถึง ปัจจุบันดูจะไม่สมบูรณ์เท่าใดนัก ถ้าท่านใช้คําของกระผมบอกว่าทําไมถึงเปึนเช่นนั้น ย้อนขึ้นไปดูสิครับ ย้อนขึ้นไปดูก่อนที่จะมีการรัฐประหาร ถ้าบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีที่มาจาก สสร. ๒ สสร. ๒ มีที่มาจากการรัฐประหาร ในระหว่างที่เราทําประชาพิจารณ์ ท่านประธานคงจําได้เอกสารที่คณะ สสร. ส่งให้พี่น้องประชาชนได้พินิจพิเคราะห์ก่อน ที่จะให้ความคิดความเห็นต่อรัฐธรรมนูญมีการเทียบเคียงระหว่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั่นคือที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันมิใช่หรือ ถ้าบอกว่า คมช. มาจากการรัฐประหาร ก่อนหน้านั้นละครับ ทําไม ย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ทําไมจึงเปึนเช่นนั้น ทําไมจึงมีการรัฐประหาร คําถามนี้เปึนคําถามที่มีความสําคัญ ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ครับ ถ้าถามว่าทําไม ผมพอจะมีคําอธิบายเล็ก ๆ ในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านครับ ในช่วงเวลานั้นมีการทุจริตคอร์รัปชันไหมครับ ท่านครับ ในช่วงเวลานั้นมีการควบรวมพรรคการเมืองจนกระทั่งนําไปสู่เผด็จการในรัฐสภาหรือไม่ พอควบรวมพรรคการเมืองมากเข้า ๆ หลายอย่างพี่น้องประชาชนตั้งข้อสังเกตว่านําไปสู่ การคอร์รัปชันเชิงนโยบายหรือไม่ ในขณะเดียวกันมีการแทรกแซงองค์กรอิสระหรือไม่ พฤติกรรมบางอย่างนําไปสู่ความไม่มั่นใจของพี่น้องประชาชนต่อความจงรักภักดี ต่อสถาบันสูงสุดหรือไม่ คําถามเหล่านี้เปึนคําถามที่เราจะต้องถามว่าทําไมจึงนําไปสู่ การรัฐประหาร เท่านั้นยังไม่พอครับ การเลือกตั้งก่อนหน้านั้น การได้มาซึ่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเข้ามานั่งในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ คัดสรรคนโดยผ่าน กระบวนการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งสมบูรณ์เพียงพอแล้วหรือไม่ ถ้าสมบูรณ์เพียงพอไฉนเลยคณะกรรมการการเลือกตั้งวันนี้จึงต้องคําพิพากษา ตั้งคําถาม ต่อไหมครับ ถ้าตั้งคําถามต่อว่าทําไมจึงเปึนเช่นนั้น คําอธิบายต่อคือว่ามีการทุจริต การเลือกตั้งในห้วงเวลานั้นหรือไม่ ถ้ามีการทุจริตในการเลือกตั้งในห้วงเวลานั้นหรือไม่ ถ้ามีการทุจริตในการเลือกตั้งในห้วงเวลานั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ใครคือผู้ทุจริต รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีรัฐบาลที่ถือปฏิบัติ ได้มีโอกาสใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้น ๒ รัฐบาล รัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เปึนรัฐบาลแรก ที่ได้มีโอกาสใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้น ท่านประธานครับ มีข้อครหาเหล่านี้หรือไม่ ถ้าไม่มี ข้อครหานั่นแสดงว่าผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ผู้ที่มีอํานาจในห้วงเวลานั้นก่อให้เกิดการรัฐประหาร ใช่หรือไม่ ผมเข้าใจว่าคําถามเหล่านี้เปึนคําถามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญต้องไปค้นหา คําตอบ ถ้าท่านไม่ไปค้นหาคําตอบผมมีความกังวลใจต่อเนื่องว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเราใช้อยู่ ท่านประธานครับ ดี ไม่ดีมีข้อจํากัดอย่างไร ๔ หรือ ๕ เดือนที่ผ่านมายากในการอธิบาย กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับ วันนี้เราเพิ่งพิจารณาในวาระแรก ผมจะใช้รถยนต์สักคันหนึ่ง ผมเพิ่งใช้ได้ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร ออพชั่น (Option) ต่าง ๆ หรือชุดอุปกรณ์เสริม เครื่องอํานวยความสะดวก ต่าง ๆ ยังใช้ไม่ครบเลย ถ้าใช้ไม่ครบอย่างไรเสียวันนี้อีกฝ์ายหนึ่งตั้งใจเหลือเกิน อยากจะแก้ไขกุลีกุจอขมีขมันไม่ว่าท่าน ผมเคารพในความคิดความเห็นของท่าน แต่ในขณะเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจะใช้ไปด้วย ศึกษาไปด้วย หาแนวทาง ที่เหมาะสมไปด้วย เหมือนกับญัตติด่วนที่คณะพรรคประชาธิปัตย์โดยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นําเสนอ ผมเข้าใจว่าแนวทางนี้เปึนประโยชน์ แล้วขออนุญาตประทานกราบเรียน ต่อประธานด้วยครับว่า รัฐธรรมนูญมีความสําคัญยิ่ง รัฐธรรมนูญคือการออกแบบ ประเทศไทยครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ รัฐธรรมนูญคือการออกแบบประเทศไทย ถ้าเราจะ ออกแบบประเทศไทย การคํานึงถึงสถาบันต่าง ๆ คํานึงถึงที่มาของคนไทย คํานึงถึง บุคลิกลักษณะนิสัยของคนไทย ขนบธรรมนียมประเพณีวัฒนธรรมมีความสําคัญ เปึนอย่างยิ่ง วันนี้ถ้าเราจะบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับของต่างชาติต่างประเทศบางฉบับดี แต่นั่น มิได้หมายความว่านํามาใช้สําหรับประเทศไทยแล้วจะมีความเหมาะสม บางท่านอาจจะ อธิบายบอกว่า ถ้า ส.ว. มาจากการแต่งตั้งไม่ดี แล้ว ส.ว. มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร แต่งตั้งโดยคณะบุคคล ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลก็มาจากการแต่งตั้ง ทําไมเราจึงให้ความเคารพ การอธิบายที่มาคงไม่ได้บ่งชี้ความสมบูรณ์ ความดี ความงาม แต่ความดี ความงามเหล่านั้นอยู่ในตัวตนของแต่ละคน อยู่ในตัวตนที่สังกัด อยู่ในสถาบัน ที่ตัวเองมีคุณลักษณะมีนิสัยสอดคล้องหรือไม่ต่างหาก ผมจึงขออนุญาตประทาน กราบเรียนว่า การสนับสนุนญัตติด่วนของกระผมต่อสภาแห่งนี้เพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาการใช้และการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีความสําคัญ และขอให้พิจารณาโดยรอบคอบสอดคล้องกับความเปึนไทย ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณศุภชัยครับ ต่อไปเชิญ คุณสถาพร มณีรัตน์ ครับ คุณสถาพร มณีรัตน์ ไม่อยู่ ก็ขอคุณจตุพร พรหมพันธุ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ญัตติที่มีการเสนอศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ในวันนี้นั้นจะเปึนเรื่องที่สอดคล้องกับวิกฤติของประเทศ ผมขอกราบเรียน กับท่านประธานว่า ประเทศไทยเปึนประเทศเดียวหรือเปึนประเทศหนึ่งในโลกที่ใช้ รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุด นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ป้ ๒๔๗๕ ซึ่งกําลังจะครบ ๗๖ ป้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั้น เราได้ผ่านการใช้รัฐธรรมนูญมาทั้งสิ้น ๑๘ ฉบับ อย่างที่ท่านสมาชิกหลายคนได้อธิบาย ความว่า ประเทศเรามีการเลือกตั้ง แล้วก็มีการยึดอํานาจ มีการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดย ส่วนใหญ่แล้วนั้นรัฐธรรมนูญใน ๑๘ ฉบับนั้นล้วนออกมาจากกระบอกป๋นหรือคนนั่งรถถัง มาร่างแทบทั้งสิ้น มีรัฐธรรมนูญที่สวยงามที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของนักศึกษาประชาชน ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๖ เราได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ ก่อนหน้านี้เราบอกว่า ดีที่สุดตั้งแต่ประเทศเราเคยมีมา แต่ว่าใช้ได้เพียงแค่ชั่วประเดี๋ยวชั่วประด๋าวเกิดเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ป้ ๒๕๑๙ รัฐธรรมนูญที่ได้ไปต่อสู้ซึ่งได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยก็ต้องมีอัน ต้องถูกฉีกไป ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นเปึนกงเกวียนกําเกวียนของรัฐธรรมนูญ ในบ้านเมืองเรา หลังจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ ถูกฉีก มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๒๑ จนกระทั่ง ก็มีการยึดอํานาจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๓๔ ได้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ขึ้นมาแทนที่ ท่านประธานคงจะได้แลเห็นว่าวิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญที่มามันสะท้อนของผู้ร่าง ในขณะนั้นได้เปึนอย่างดี ผมเองได้เห็นปรากฏการณ์ทันในฐานะคนที่สนใจทางการเมือง เห็นปรากฏการณ์ว่าเมื่อเวลาคณะรัฐประหารเขาตั้งคนจะโดยเปึนคณะกรรมาธิการ ยกร่างแล้วให้สภานิติบัญญัติเปึนบางเวลาช่วงในขณะนั้นหรือจะใช้วิธีแปลงร่างดูเสมือน ว่าชื่อสวยงามแบบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่นัยเนื้อหาไม่แตกต่างกัน นั่นก็คือว่า ๑. ต้องเคลียร์ความผิดของคนที่ไปกระทําการรัฐประหาร ๒. ก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญไปย่ํายีระบอบประชาธิปไตย กดขี่สิทธิเสรีภาพของประชาชน สภาพ จะเปึนอย่างนี้มาโดยตลอด ป้ ๒๕๓๔ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองเปึนคนหนึ่งที่ร่วม ชุมนุมกับพี่น้องประชาชน ผมเคยเรียนในที่สภาแห่งนี้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ตั้งแต่ขั้นตอนคณะกรรมาธิการยกร่างร่างแม้กระทั่งว่าระบุบางมาตราให้อํานาจประธาน คณะ รสช. เวลานั้น นี่ขนาดจะเปึนรัฐธรรมนูญอยู่แล้วสามารถใช้อํานาจทั้งนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ในมาตรา ๒๗ ได้ แปลความว่าโดย ๑ คนสามารถสั่งประหารชีวิตใครก็ได้ คนที่ร่างเวลานั้นเราเองก็ไปเผาหุ่นรับไม่ได้กับสภาพอย่างนั้น แต่ว่าท้ายที่สุดแก่นแท้ มาตราเหล่านี้ก็วางไว้ที่หน้าฉากมาตราแท้ ๆ ก็คือว่า เอาคนที่มาจากการเลือกตั้งให้น้อย ที่สุด ป้ ๒๕๓๔ ที่มันมีบทเรียนตรงที่ว่าประชาชนมีความตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตย ต้องการนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าอย่างที่ผมได้เรียนกับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ เปึนรอยด่างในทางประวัติศาสตร์ไม่ได้แตกต่างกันก็คือว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ประธานวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งเปึนประธาน รัฐสภา นั่นหมายความว่า คนที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ในแถว ๒ ในรัฐธรรมนูญที่เปึนเผด็จการ แต่วันเวลานั้นมันได้ผ่านพ้นไปได้เพราะอะไรครับว่า บรรดาแม่ทัพนายกองคณะ รสช. ออกมาแถลงต้มพี่น้องประชาชนบอกว่า ข้าพเจ้าและพวกจะไม่รับตําแหน่งในตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีโดยเด็ดขาด เพื่อต่อรองกับประชาชนไม่ให้มาขัดขวางในการที่จะผ่าน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ นักการเมืองในสภาแห่งนี้ที่ผมต้องเรียนย้ําว่าเรามีบทเรียน ที่ไม่ได้แตกต่าง มีความเชื่อและผมก็เชื่อว่านักการเมืองคนดังกล่าวเขาเชื่อโดยสนิทใจว่า ให้ไปแก้ไขกันที่สภา เรื่องทุกอย่างสภาจัดการได้หมด แต่ในทางปฏิบัติเรื่องรัฐธรรมนูญ แม้ว่าพูดได้คิดได้พอจะแก้ไขจริง ๆ มันแก้ไขไม่ได้ ท้ายที่สุดเมื่อบรรดาแม่ทัพนายกอง คณะ รสช. ผิดคําพูด เกิดเสียสัตย์เพื่อชาติขึ้นมานั้น ด้วยการเป่ดช่องนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งก็นําพาสู่การสูญเสียในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ท่านประธานที่เคารพ เกิดเหตุการณ์นองเลือดไปก่อน ๔ ประเด็น ๒ ประเด็นหลักที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่มาของประธานรัฐสภา แก้ไขได้ภายในวันเดียว แต่นั่นคือผ่านการสูญเสียกันมาแล้วทั้งสิ้น ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เรามักพยายามจะพูดกัน ยกกันนั้น ก็เปึนผลพวงของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ที่มีการแก้ไขในป้ ๒๕๓๕ ในป้ ๒๕๓๗ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร ซึ่งนั่งอยู่ใน กรงขังหน้ารัฐสภาเวลานี้นั้นได้มาจุดประกายความคิดว่าเมื่อครบรอบ ๒ ป้ของการเกิด เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ มาอดอาหารเพื่อที่จะอุทิศส่วนกุศล มีพิธีกรรมอะไรต่าง ๆ มากมาย แต่จุดประกายเรียกร้องในฐานะครบ ๒ ป้ ในการจากไปของวีรชนที่ไปพลีชีพ ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ไปจุดประกายความคิดว่า ขอรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่าง โดยประชาชนจริง ๆ สักฉบับหนึ่ง เพราะที่ผ่านมามันล้วนมาจากกระบอกป๋นทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ผมก็เปึนคนหนึ่งหลังจากเสร็จศึกพฤษภาทมิฬไปทําหน้าที่ทํางานกัน เมื่อ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร มาจุดประกายอย่างนี้ รวมสมัครเพื่อนพ้องน้องพี่ก็มี ความหวังเช่นเดียวกันว่า เราน่าจะมีรัฐธรรมนูญของประชาชนที่ไม่ได้มาจากกลิ่นอายของ กระบอกป๋นสักฉบับหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ การชุมนุมก็ยืดเยื้อยาวนาน จะมีการตั้ง สภาเวลานั้นก็ไม่ขานรับ จะตั้งคณะกรรมาธิการรวบรวม เรียบเรียง ยกร่าง ท้ายที่สุด ก็เหลว ท้ายที่สุดประธานสภาผู้แทนราษฎรเวลานั้น ท่านอาจารย์มารุต บุนนาค หาทางออกตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย แต่ก็ยังไม่ได้ทําอะไรเท่าไรหรอกครับ ก็เกิดการยุบสภาเสียก่อน แต่ว่าความสําเร็จมาอยู่คนที่สังคมไม่เคยให้การคาดหวัง รัฐธรรมนูญเวลานั้น แล้วก็ต้องยกเครดิตให้คืออดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา ไปแก้ไขมาตรา ๒๑๑ จนเปึนช่องทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ได้ทั้งฉบับ มาตรา ๒๑๑ คือมาตรา ๒๙๑ ในปัจจุบันแล้วก็ไปสําเร็จในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ ท่านประธาน ที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นซึ่งบางคนเรียกว่า เปึนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ใช้สีเขียวเปึนสัญลักษณ์ในการต่อสู้ ผมเคยไปถามอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการยกร่างว่าเหตุผลอะไรจึงเลือกสีเขียวเปึนสีสัญลักษณ์ ในการต่อสู้ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน บอกว่า สมาชิก สภา สสร. เวลานั้นไปเลือกเอาสีประจําพระองค์ของรัชกาลที่ ๗ เปึนสีเขียว เขาจึงเรียกว่า รัฐธรรมนูญฉบับธงเขียว ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้ประกาศใช้ ผมเองเห็นว่าหลายอย่างก็มีความไม่สมบูรณ์อยู่ แน่นอนที่สุดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข แต่ว่าโดยรวมโดยจิตวิญญาณนั้นมันได้มาจากการมีส่วนในการรับรู้ของพี่น้อง ประชาชนในวันที่มีกลิ่นไอของระบอบประชาธิปไตย ก่อนการยึดอํานาจ ๑๙ กันยา ๒๕๔๙ ไม่ว่าจะเปึนซีกฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลที่นั่งเวลานี้ทุกคนตกผลึกเหมือนกันหมดว่า ถึงอย่างไรก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องการให้ฝ์ายบริหาร มีเสถียรภาพ แปลความกันว่า เมื่อก่อนนั้นความที่ไม่มีเสถียรภาพของฝ์ายบริหารนั้น เรามาได้สรุปข้อความกันว่า ทําให้ประเทศไทยนั้นล้าหลังกว่าประเทศอื่น นอกจากประเทศ ที่ไม่มีประชาธิปไตยต่อเนื่อง มีประชาธิปไตยก็แบบล้มลุกคลุกคลาน ไปเยือนต่างประเทศ ทีนะครับในสภายื่นจะล้มกันแล้ว สภาพง่อนแง่นกันมาโดยตลอด การพัฒนาก็ขาดตอน ประเทศที่เคยตามหลังประเทศไทยก็กลายเปึนประเทศที่นําหน้าประเทศไทย ผมขอเรียน กับท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีเจตนารมณ์อย่างนั้น แต่ว่าเมื่อวันหนึ่ง เขาบอกว่าตรวจสอบลําบาก ทุกคนมีความคิดเห็นพ้องต้องกันว่าเมื่อเขาเลือกฝ์ายค้าน มาเปึนเสียงน้อยลง ไม่สามารถอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ ยิ่งสมัยที่ ๒ อภิปรายรัฐมนตรี ในประเด็นทุจริตไม่ได้เสียอีกนะครับ เพราะฉะนั้นไปแก้ไขให้มีการตรวจสอบง่ายลงมี แนวความคิดกันอยู่แล้วทุกฝ์ายว่าวันนี้เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์ ๑๙ กันยาขึ้นมา ผมขอเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผลในการยึดอํานาจแต่ละครั้งนั้น ท่านประธาน ดูเถอะครับว่าล้วนแต่เปึนเหตุผลที่คล้ายกันทั้งสิ้น ยึดอํานาจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๓๔ เรื่องวันลอบสังหารบุคคลสําคัญ ยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ก็หมิ่นเหม่เบื้องสูง จะเปึนอย่างนี้และใช้เปึนเหตุผล ป้ ๒๕๓๔ ศาลก็ยกฟัองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ที่นั่งอยู่ฟากทางโน้น ป้ ๒๕๔๙ อัยการสูงสุดก็ไม่สั่งฟัองเช่นเดียวกัน การแทรกแซง องค์กรอิสระ ข้อกล่าวหาที่หลายคนได้พยายามอธิบายความว่านี่เปึนสาเหตุของการยึดอํานาจ โดยเฉพาะการแทรกแซง ส.ว. ที่จะไปเลือกองค์กรอิสระกันต่อ ท่านประธานเปึนพยานกับผม ได้ว่าถ้าการแทรกแซง ส.ว. จริง เวลาเลือกตั้งผู้แทนราษฎรสมัยถัดมาประธาน ส.ว. ที่ ส.ว. เลือกตั้งป้ ๒๕๔๓ ไปลงเลือกตั้งพรรคไหน รองประธาน ๒ คน อ่างทอง ๑ คนใช้สิทธิ พาดพิงได้ นี่สอบได้กลับเข้ามา รองประธานวุฒิสภา ๑ คนก็ไปลงที่โคราชนี่ก็สอบตก อยู่เวทีพันธมิตรเวลานี้ก็อยู่พรรคหนึ่งชัดเจน อีกพรรคหนึ่งรองประธานสภา วุฒิสภา ประธานวุฒิสภา ไม่มีสักคน ผมบอกว่าแล้วมันจะแทรกแซงตามกระบวนการตรงไหนกัน อย่างไร ผมเรียนกับท่านประธานตรงนี้นะครับว่า วันนี้ผมบอกว่าข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่ใช้ ในการย่ํายีบุคคลอื่นมันไปทําลายความรู้สึกเรื่องจิตวิญญาณประชาธิปไตยกันหมด รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเองมีความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกันมาตั้งแต่ต้น แต่ทว่าเพราะมีความเชื่อ โดยสุจริตว่า คําสุภาษิตไทยโบราณบอกว่า แปลเปึนสุภาพแล้วว่างาช้างไม่มีวันจะงอก จากปากสุนัขฉันใด ประชาธิปไตยไม่มีวันที่งอกออกมาจากเผด็จการฉันนั้น นั่นแปลความกันว่า รัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตยไม่มีวันที่จะออกมาจากเผด็จการโดยเด็ดขาด การร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้นว่าจะสร้างพิธีกรรมมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนกับ สสร. ป้ ๒๕๔๐ แต่นัยที่มานั้นแตกต่างกัน การไปรวบรวมผู้คนได้ ๒,๐๐๐ คนให้รองประธาน คมช. เวลานั้น แต่งตั้งให้ ๒,๐๐๐ คนเลือกกันเหลือ ๒๐๐ แล้วพอได้ ๒๐๐ คน เสนอให้ประธาน คมช. เลือกเหลือ ๑๐๐ คน ใน ๑๐๐ คนไปเลือกกรรมาธิการให้ได้ ๒๕ คน ประธาน คมช. ตั้งกัน เหนียวอีก ๑๐ คน รวมกันเปึน ๓๕ คน ผมจึงบอกว่าปรากฏการณ์อย่างนี้ เนื้อหาสาระผมบอก ว่าการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อสกัดบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะไม่เปึนประโยชน์อะไรกับประเทศเลย วันนี้ที่เราบอกว่าญัตติศึกษาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพวกฝัืงนั้นก็บอกว่าศึกษา เรื่องข้อบังคับใช้ แต่วันนี้ให้สบายใจกันว่าเมื่อเราตั้งธงว่าจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มี อะไรขัดขวางกันนั้นจะทําประชามติ แต่ว่าทําประชามติได้ก็ต้องให้ประชามติผ่านสภาแล้วก็ ประกาศเปึนกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเปึนที่เรียบร้อยแล้วจึงจะไปประกาศลงประชามติได้ นั่งนับเวลากันแล้ว นับหัวนับท้ายก็ไม่ต่ํากว่า ๑ ป้ แปลความกันว่า แต่ละฝ์ายวันนี้ท่านประธานลองดูเถอะว่า ก่อนที่จะมีการลงประชามติว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ละฝ์ายพูดเหมือนกันหมดว่า รับแล้วจะไปแก้ไขภายหลัง คนในกลุ่มพันธมิตรที่ออกมาเย้ว ๆ เวลานี้ก็บอกเหมือนกันว่า จะไปล่าชื่อประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หลังจากรัฐธรรมนูญผ่านก็บอกว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร ท่านก็บอกว่า สสร. ไม่ลงเลือกตั้งเองไม่รู้ว่าคนที่ลงเลือกตั้งเขามีความรู้สึกกันอย่างไร นี่เปึนอารมณ์ของผู้คนในสังคม เพราะทุกคนวันนั้นต้องการการเลือกตั้ง ต้องการประชาธิปไตย บรรยากาศการลงประชามติมันเปึนการลงบนพื้นฐานที่คนมีทางเลือกน้อยที่สุด บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านให้อํานาจ คมช. ใช้เวลา ๓๐ วันไปเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใด ฉบับหนึ่งปรับปรุงแล้วมาใช้งาน อ้ายนี่ไม่รู้อนาคตว่าข้างหน้าจะเปึนนรก สวรรค์อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นท่ามกลางทางเลือกที่น้อย ลงประชามติรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่าเปึนประชาธิปไตยในวันที่ประเทศเต็มไปด้วยการประกาศกฎอัยการศึก มีเอกสาร รับฟังคนไปกระทําการมากมาย ผมจึงบอกว่ารัฐธรรมนูญมันผ่านไปด้วยความชอกช้ําหัวใจ ของพี่น้องประชาชน ฟากผมถึงอย่างไรก็ตามต้องพูดว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฟากทาง ท่านก็พูดว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็บอกว่ารอให้คดียุบพรรคเสร็จเสียก่อน รอให้ นายกรัฐมนตรีทักษิณติดคุกเสียก่อน ผมบอกว่านี่เท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้ภายใต้ เงื่อนไขเรื่องการยุบพรรคไทยรักไทย หรือพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย หรือ พันตํารวจโท ทักษิณต้องติดคุก คือ ล็อก สเปก ความรู้สึกกันมาอย่างนี้ มันจึงเปึนทัศนคติของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ว่ามันร่างเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เอาล่ะท่านประธานที่เคารพครับ โดยเงื่อนไข คดีความนั้นถ้าว่ากันตามกระบวนที่ว่ากันนั้น ๑ ป้นี้คงจะมีความชัดเจนกันที่จะพิสูจน์ ตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนอย่างที่ว่า แต่ผมบอกว่าการที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นมันได้ผ่านภายใต้เงื่อนไขที่คณะผู้ยึดอํานาจได้ประกาศบันได ๔ ขั้นที่เกี่ยวข้องกับ รัฐธรรมนูญได้เปึนอย่างดี เกี่ยวข้องเรื่องชะตากรรมของประเทศแล้วกระทบกระเทือนต่อ ทุกอย่างที่มันเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตอ่านนะครับ เพราะว่า เกี่ยวข้องกัน ประธาน คมช. ไปพูดเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ป้ ๒๕๕๐ ที่กระทรวงสาธารณสุข พูดถึงบันได ๔ ขั้นบอกว่า ผมวางขั้นตอนไว้ในการปฏิรูปการปกครองจนถึงวันสุดท้ายจะต้อง เปึนไปตามขั้นตอน คือ ๑. การยุบพรรคจะต้องเกิดขึ้น เพราะคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องผมรู้จัก ทุกคน มันเปึนความผิดทางอาญาเห็น ๆ ๒. คดีที่ผิดเรื่องการโกงกิน การคอร์รัปชันจะปรากฏ นี่ขั้นตอน คตส. ๓. พรรคจะเริ่มแตกแล้ววิ่งกระจายสิ้นสุด ๔. นําไปสู่การลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง แล้วบอกว่าการเลือกตั้งคราวหน้าคือวันที่ ๒๓ ธันวาคม นั้นจะต้องเปึนพรรคที่ทุกคนในฝ์ายบริหารจะต้องรักชาติ ศาสนา กษัตริย์ และสถาบัน ขณะนี้เปึนไปตามขั้นตอนที่วางไว้และผลผลิต คตส. กําลังบรรลุเปึนขั้น ๆ แล้วก็บอกว่า เห็นพรรคที่จะได้รับการเลือกตั้งในครั้งหน้ามีพรรคใหญ่อยู่ ๒-๓ พรรคที่ได้เปึนผู้บริหาร ประเทศ นั่นหมายความว่า พรรคที่อยู่ตรงกันข้ามกับพรรคการเมืองเหล่านี้ตายลูกเดียว เพราะฉะนั้นตั้งแต่ขบวนการยุบพรรค ขบวนการที่จะเล่นงานเรื่องทาง คตส. เพิ่งส่งฟัอง ได้คดีเดียว อีกคดีหนึ่งเขายื่นให้ศาลฎีกาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเรื่องอํานาจหน้าที่ แล้วเรื่องประชามติ เรื่องทําให้พรรคการเมืองแตกนั้นมันเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ ของ คมช. ทั้งสิ้น ผมจึงบอกว่าเราอาจจะมีทรรศนะที่แตกต่างทางการเมืองกันได้ ต่อสู้ทาง การเมืองกันได้ แต่จิตวิญญาณทางระบอบประชาธิปไตยนั้น เราต้องรักษากันเอาไว้ เพราะเรามาจากการเลือกตั้ง เราจะอธิบายความว่าการแต่งตั้งมันดีกว่าการเลือกตั้ง ไม่ดีกว่าอย่างไร ผู้พิพากษายังแต่งตั้งเลย นี่ผมว่าไปกันใหญ่ กระบวนการตุลาการก็ว่าตาม กระบวนการตุลาการมีที่มาที่ไป ระเบียบปฏิบัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่นักการเมืองที่มา บริหารประเทศที่ต้องทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้ หรือทําหน้าที่ในทําเนียบรัฐบาล มันต้องมาจาก การเลือกตั้ง มิฉะนั้นก็แต่งตั้งกันไปเสียหมดสิครับแล้วมาเลือกตั้งทําอะไร ผมจึงบอกว่า เราต้องมีศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญเมื่อผ่านไป วันที่ ๑๙ สิงหาคม ทุกคนไปเลือกตั้ง ผมอยู่ในซีกที่ประกาศชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับ การยึดอํานาจให้มาเลือกพรรคพลังประชาชน พรรคพลังประชาชนเปึนรัฐบาลจะไปแก้ไข รัฐธรรมนูญ แต่ว่าเมื่อมีการอธิบายความว่าเปึนปัญหา เอาล่ะใช้เวลาอีก ๑ ป้ รอกฎหมายประชามติ ทําประชามติแล้วเสร็จไม่เปึนไร แต่ความรู้สึกแนวความคิดที่แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มันจะหลุดตัวพวกผมไปไม่ได้ ผมไม่มีทางที่จะเอาไปให้ตายที่ไหน ผมจะอธิบายว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันดีอย่างไรนั้นให้ตายเถอะผมพูดไม่ได้ และผมไม่มีวันที่ไป อธิบายว่าการใช้กําลังทหาร การใช้อาวุธมายึดอํานาจล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เปึนเรื่องถูกต้อง ผมรับไม่ได้ และที่ประหลาดใจก็คือว่าบางคนที่มาโวยวายที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เมื่อวันที่ทหารฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เงียบปาก มุดหัวสนิท เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมบอกนี่มีอารมณ์ที่แตกต่าง วันนั้นเราบอกว่า นี่คุณฉีกรัฐธรรมนูญ คุณล้มล้างประชาธิปไตย มันจึงเปึนทัศนคติที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นผมจึงบอกกับท่านประธานว่าไม่เปึนไรเราแตกต่างกันได้ ท่านก็สู้ในแนวทาง ของท่าน ผมก็จะสู้ในแนวทางของผมถ้าสภาแห่งนี้มันมีอยู่ต่อไป เกิดพรุ่งนี้พลิกล็อก ก็อาจจะช็อกกันไปได้นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อบันได ๔ ขั้น มันเหมือนแผนการ เหมือนคําสั่ง ที่ไปปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญมันจึงออกมาในแบบพิกลพิการ ผมได้อธิบายกับท่านประธานว่า ประเทศไทยของเราหลังจากการเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ นั้น เรามีสภาพ ฮ่องกงนั้นเมื่ออังกฤษคืนให้จีน เขาบอกว่าเปึนหนึ่งประเทศสองระบบ หมายความว่า การปกครองแผ่นดินใหญ่กับฮ่องกงนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทว่าประเทศเรา ก็เหมือนกันเปึนหนึ่งประเทศสองระบบ นั่นก็คือว่าระบอบประชาธิปไตยที่มาจาก การเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ๒. ระบอบเผด็จการที่มาจากการยึดอํานาจ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ยังอยู่ในปัจจุบันหลังจาก ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ครบถ้วน องค์กรอิสระ บางองค์กรจะอยู่ได้ ๗ ป้ ๙ ป้ วุฒิสมาชิกครับ ท่านประธานที่เคารพ เราเองได้พูดอยู่เสมอว่า ถ้าต้องการบอกว่าเปึนสภาผัว สภาเมีย หรือจะเปึนสภาแฝด ผมบอกว่าถ้าห้ามก็ออก ระเบียบห้าม แต่ไม่ได้บอกว่าคนที่มาจากการเลือกตั้งมันจะเปึนสภาผัว สภาเมีย สภาแฝด สภาพี่ สภาน้องผมบอกว่ากติกาห้ามอย่างไรก็ได้แต่ต้องเลือกตั้ง ปรากฏว่าสมาชิก วุฒิสภา ถ้าจําเปึนบอกว่ามีแล้วถูกแทรกแซง บอกว่าเปึนสภาผัวเมียเกี่ยวข้องกัน ผมบอกว่า จะไปออกกติกาสกัดกั้นผ้ายันต์ทุกอณูขุมขน และต้องมีการเลือกตั้งโดยความเสมอภาคกันนั้น ไม่มีปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่าให้ไปเลือกตั้ง ๗๖ จังหวัดละคน แต่งตั้งโดยคน ๗ คน อีก ๗๔ และ ๓ คนใน ๗ เปึนประธานองค์กรอิสระที่ คมช. เปึนคนแต่งตั้ง ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า วันที่เลือกประธานวุฒิสภา มันไม่ใช่ว่าคนมาจากการเลือกตั้ง ๗๖ คือ ๗๖ ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างเพราะมาจากจังหวัดละคน แต่ปรากฏว่าวันนั้นไม่ใช่เรื่อง ๗๖ กับ ๗๔ ฝ์าย ๗๖ ถูกล็อกคอไว้ที่ กกต. อีก ๖ คน ถึงอย่างไรมันเปึนเรื่องระหว่าง ๗๐ กับ ๗๔ แปลความว่าแต่งตั้งมาจากขุมเดียวนี่เลือกอย่างไรก็เปึนประธานอยู่แล้ว ผมไม่ได้ กล่าวหาประธานคนปัจจุบัน แต่ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น เมื่อที่มามันขัดแย้งกัน กรุงเทพฯ คนได้เปึน ส.ว. ๗ แสนคน นครศรีธรรมราชได้ ๓ แสนคน แต่ปรากฏว่าที่เหลืออีก ๗๔ คนนั้นมาจากคน ๗ คน แล้วมันเกี่ยวข้องมันร้อยเหมือนแชร์ ลูกโซ่ ท่านประธานลองดูเถอะครับว่าคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ๗ คนมาจากศาล มาจาก องค์กรอิสระ แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ส.ว. ที่มาจากการสรรหานั้นยังมีอํานาจในการเห็นชอบ ในการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ป.ป.ช. กกต. อัยการสูงสุด รวมทั้งถอดถอนบุคคลดํารงตําแหน่งสําคัญ เช่น นายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ป.ป.ช. ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการทหารบก โดยคนเหล่านี้ไม่ได้ผ่านการพิสูจน์จากประชาชนเลย แปลความก็คือว่า ๗ คนไปสรรหา ส.ว. ได้มา ๗๔ คน แล้วใน ๗ คนนั้นถ้าเกิดครบวาระในบางคนนั้น เมื่อมีการสรรหาใหม่ ก็ให้ ส.ว. ที่ได้รับการสรรหาจากตัวเองนั่นแหละครับจะเปึนคนเลือกองค์กรที่ตัวเองเคยอยู่ เดิมขึ้นมาแทนที่หรือจะเลือกคนเดิมหรือจะอะไรยังได้ต่อ แปลความกันว่ามันไขว้กันมา เหมือนกับแชร์ลูกโซ่ไม่มีผิด ผมจึงบอกว่ามันเปึนประชาธิปไตยแบบอีหลักอีเหลื่อ ท่านประธานที่เคารพ หรือแม้แต่กระทั้งว่าเรื่องการถอดถอนนี่ครับที่ต้องใช้ความเห็นชอบ ของวุฒิสภา ๓ ใน ๕ แต่ว่าการที่ได้เสียงไปตุนขณะนี้ ๗๔ เสียงแล้ว มันรองพื้นถึงทุกสิ่ง ทุกอย่าง ผมจึงบอกว่าวันนี้ผมไม่ได้มีอคติเปึนการส่วนตัวกับคน ๗๔ คน แต่ผมยอมรับ ที่มาไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐธรรมนูญต้องการเปึนประชาธิปไตยกันนั้น แปลความกันว่า ถ้าจะมีต้องเลือกตั้งกันสถานเดียว ถ้าจะไม่มีมันก็คือไม่มี ผมจึงบอกว่ามันประชุมกันได้ อย่างไรล่ะครับ อีกคนหนึ่งมาจากหลายแสน อีกคนหนึ่งมาจากคน ๗ คน แล้วก็ทําหน้าที่ ต้องไปตรวจสอบ ๗ คนที่แต่งตั้งตัวเองเข้ามาด้วย มันเปึนปัญหาของประเทศมากมาย จนถึงปัจจุบันนี้ครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องระบบการแบ่งเขตเลือกตั้งนี่ก็ไปสร้าง ปัญหาเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ระบบสัดส่วนนี่ชัดเจนที่สุด บางกลุ่มจากเดิม ๑๐๐ คน แล้วเหลือ ๘๐ คน เปึน ๘ กลุ่ม ไม่ได้อธิบายหลักอะไรเลยว่าใน ๘ กลุ่มกลุ่มละ ๑๐ คนนั้น ได้หลักสมมุติฐานอะไร บางทีเอาภาคใต้ เอาจังหวัดชุมพรไปรวมกับจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอะไรเต็มกันไปหมด มันไม่ได้สะท้อนอะไรว่าต้องการแก้ไข ปัญหาอะไร แต่คิดอย่างเดียวว่าถ้าทําอย่างนี้อีกฝ์ายหนึ่งจะได้เสียงมากขึ้น อีกฝ์ายหนึ่งจะได้ เสียงน้อยลง ผมบอกว่านี่เปึนปัญหา เรื่องการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งก็เช่นเดียวกัน นายอุทัย พิมพ์ใจชน เปึนประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แกขอเรื่องเดียว ขอไป นับคะแนนกันที่อําเภอ เพราะมีความเชื่อว่าถ้านับกันที่หน่วยเลือกตั้งกลไกหัวคะแนนก็จะ สัมฤทธิ์ โรคไข้โปังก็จะเกิดขึ้น ท้ายที่สุดก็ได้นักการเมืองที่ซื้อเสียงเข้าไป แต่วันนี้องค์กร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ถอยย้อนกลับมาใหม่ว่าไปนับกันที่หน่วย เพราะต้องการให้กลไก ของอํานาจรัฐเวลานั้น กลไกของหัวคะแนนสัมฤทธิผล มันเท่ากับถอยหลังกลับไป เพราะฉะนั้นที่มาของ ส.ว. ที่มาของ ส.ส. มันก็มีสภาพความอีหลักอีเหลื่อจนถึงปัจจุบัน ผมบอกว่าวันนี้ระบบการเลือกตั้ง การแบ่งเขตเลือกตั้ง เราเคยเอาจากพวงใหญ่มาพวงเล็ก จนกระทั่งมาเปึนวัน แมน วัน โหวตที่ให้ ๑ คนเขารับผิดชอบเลยว่าเมื่อประชาชนเดือดร้อน เขาจะตามผู้แทนราษฎรที่ไหน ไม่ต้องวิธีถางป์าไปเจอกัน แปลความก็คือว่า เดี๋ยวติดอยู่ อําเภอโน้น เดี๋ยวติดอยู่อําเภอนี้ หนีราษฎรแต่ราษฎรสามารถตามตัวได้ชัดเจนเลย แปลความกันว่า ถ้าคุณทํางานไม่สอดคล้องต่อความต้องการของชาวบ้าน นักการเมืองรุ่น ใหม่เรียกว่า ผู้แทนนกแล สมัยก่อนนี่นะครับสามารถใช้ความดีไปต่อสู้เลย แต่เขตใหญ่ นี่ยากมาก นักการเมืองบางคนนี่นะครับ เขตอําเภอเมืองชนะยก พอไปชานเมืองแพ้มาหมด นี่เราเคยเห็นปรากฏการณ์ เพราะฉะนั้นวัน แมน วัน โหวตก็ได้สร้างนักการเมืองคนใหม่ ๆ เข้ามาทําหน้าที่มากมาย ท่านประธานที่เคารพ แต่ที่มากกว่าการสร้างนักการเมือง เพราะปกตินั้นเลือกตั้ง ๑ ครั้งจะมีนักการเมืองเดิมสูญหายไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่า ระบบใหม่มันสร้างนักการเมืองให้เกิดความเข้มแข็งและขณะเดียวกันประชาชนก็มี ความเข้มแข็งในการที่จะดูแลตรวจสอบกับนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น หลาย ๆ เรื่องที่มันเปึนปัญหาเช่นว่าเรื่องพรรคการเมืองที่จะถูกยุบพรรคตามมาตรา ๒๓๗ ซึ่งใช้เปึนเงื่อนไขหนึ่งว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อจะหนีคดียุบพรรค ผมบอกว่าคดียุบพรรคยังต้องมีอยู่ในรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าการยุบจะต้องเอาคนที่ กระทําความผิด ก็คือหมายความว่าถ้าใครผิดคนนั้นไปรับผิดชอบจะไปสันนิษฐาน การรู้เห็นว่าคน ๑ คนไปทํา องค์กรสมาชิกเหมือนอย่างในอดีตว่าคนถูกกล่าวหา ๒ คน ขั้นตอนอนุกรรมการสอบสวนคดียุบพรรคไทยรักไทยยกขึ้นตัวอย่างหนึ่ง ปรากฏว่า ประธานอนุกรรมการซึ่งเปึนประธาน คตส. ปัจจุบัน สอบทุกคนยกเว้นคนที่ถูกกล่าวหา แล้วก็ยื่นสํานวนไปคดียุบพรรค ผมบอกว่าวันนี้อธิบายอย่างไรมันก็อธิบายไม่ขึ้น เพราะเปึนธงของประธาน คมช. บอกว่าจะต้องยุบพรรค แต่ผมยกตัวอย่างว่า คุณกล่าวหา ๒ คน คน ๑๔ ล้านคนคนที่เปึนกรรมการบริหารเขาไปผิดอะไรด้วย แต่ผมอธิบายความ อย่างนี้ เพราะใครไม่เจอกับตัวเองย่อมไม่มีความรู้สึก ใครที่ไปเจอกับตัวเองก็จะมี ความรู้สึก ต่อไปนี้พรรคการเมืองจะเปึนองค์กรที่ตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคน้อยที่สุด แล้วก็จะบอกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ควรจะเปึนผู้ลงรับสมัครรับเลือกตั้ง ยกเว้น คนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีหรือคนสําคัญ เพราะว่ามันควบคุมพรรคการเมืองจนกระทั่ง ที่สวนทางเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ผมบอกว่าผมไม่ได้สนับสนุนให้ใครทําผิด กฎหมาย การแจกใบแดง ใบเหลือง ยังจะต้องมีต่อไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมนะครับ พรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ในสภาแห่งนี้ไม่มีใครบอกได้เลยว่าตัวเองบริสุทธิ์ เพียงพรรคเดียวโดนกันทุกพรรค ถูกข้อหาแจกใบแดง ใบเหลืองเจอกันทุกพรรค เอาตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ใบแดงใบแรกที่ไหนจนกระทั่งเลือกตั้งปัจจุบันโดนกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอย่าบอกว่าโน่นทุจริตเลือกตั้งมาก ฉันทุจริตเลือกตั้งน้อย แปลความกันว่า เลือกตั้งก็ทําหน้าที่กัน คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ตรวจสอบ เพราะฉะนั้นก็อย่ามาว่า อีกฝ์ายหนึ่งมันไปทุจริต เพราะมันถูกใบเหลืองกันทั้งนั้น มีใบแดง มีใบเหลืองกันทุกพรรค รู้สึกจะยกเว้นพรรครวมใจไทยชาติพัฒนากับพรรคประชาราช ๒ พรรค เพราะฉะนั้นผมจึง บอกว่าถ้าพรรคการเมืองมันอ่อนแอเสียงของประชาชนจะไม่มีความหมายเลย ผมเคยตั้ง การทักท้วงถึงขนาดว่าต่อไปนี้พรรคการเมืองแข่งขันจะไม่ยากเลย ให้ส่งคนไปเปึนกรรมการ พรรคที่ใดที่หนึ่งแล้วไปกระทําความผิดเข้าข่ายคุณสมบัติที่จะถูกยุบพรรคได้เท่านั้นล่ะครับ ท่านประธานที่เคารพ ตีขิมรอเลย การเมืองมันก็เกิดความสั่นคลอนในเรื่องเสถียรภาพ แต่ถ้าเราอยากอธิบายอย่างคนดัดจริตก็จะอธิบายความทันทีว่าไม่ได้การเลือกตั้ง ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วถามว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมคืออะไร ล้านสามใบเหลือง หมื่นบาท ใบแดง ผมบอกว่านี่ไม่มีมาตรฐานเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม มีหลายประเด็น เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งในโลกแห่งความเปึนจริงป้ ๒๕๔๐ เราพูดเรื่องการปฏิรูป การเมือง แม้กระทั่งเรื่องปัจจุบันก็ตามว่าให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาล ตรากฎหมายดูสวยงามที่สุด แต่ในโลกแห่งความเปึนจริงท่านประธาน ก็เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมายาวนานตั้งแต่ป้ ๒๕๑๒ ท่านประธานคงจะแลเห็น เหมือนกันว่าราษฎรนั้นเห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคือผู้ที่แก้ไขปัญหาให้กับเขาได้ ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องอะไรเดือดร้อนเรื่องอะไรชาวบ้านคิดไม่ออกให้ไปบอกผู้แทน แปลความกันว่าต่อให้บอกไปสอนประชาชน สอนทฤษฎีรัฐศาสตร์ บอกว่าผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ตรากฎหมาย ควบคุมรัฐบาลดูสวยงามที่สุดแต่ในโลกแห่งความเปึนจริงนั้น ทุกข์ของราษฎรเขาวิ่งหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น แต่มาตรา ๒๖๖ นั้นมันเท่ากับ เปึนการป่ดกั้นไม่ให้ ส.ส. ไปเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนได้เลย เท่ากับเปึนการไปตัดเอาประชาชนออกไปจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าความทุกข์ของประชาชนยังมีอยู่หรือไม่ ความทุกข์ก็ยังมีอยู่ บางครั้งไม่ได้รับ ความยุติธรรมจากหน่วยงานราชการแต่ว่าเขามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพอส่งเสียง พออ้าปากได้ นี่ไปเกี่ยวข้องไม่ได้เลย ไปยุ่งเกี่ยวโดนถอดถอน ผมบอกว่านี่เปึนความย่ําแย่ ที่สุดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมกระทั่งว่าความที่ว่าข้าราชการโดยส่วนใหญ่ หรือว่าร่างรัฐธรรมนูญเพื่ออํามาตยาธิปไตยนั้น ฝ์ายบริหารถูกจํากัดในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน เช่นว่าจะต้อง ไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของ ข้าราชการรวมทั้งการบริหารบุคคล ซึ่งได้แก่การแต่งตั้ง โยกย้ายเรื่องสําคัญในการบริหาร เว้นแต่การปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการตามนโยบายหรือตามที่กฎหมายบัญญัติ อธิบายให้ดีก็สวยงามเหมือนกันว่าไม่แทรกแซง แต่ในทางปฏิบัติพรรคการเมืองที่ได้รับ ฉันทานุมัติจากประชาชนไปหาเสียงกับประชาชนบอกว่าจะมาทําอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ และถามว่านักการเมืองไปเปึนรัฐมนตรีปฏิบัติเองได้หรือเปล่า ตอบว่าไม่ใช่ ถามว่า ใครปฏิบัติ ตอบว่าข้าราชการ ถ้าไม่สามารถให้คุณให้โทษได้หรือว่าให้ได้ก็ด้วยความยาก จํากัดจําเขี่ย สารพัดวิธี เพราะฉะนั้นการสนองนโยบายที่ประชาชนได้ความคาดหวังนั้น จะไม่สอดคล้องเลย เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าข้าราชการจะเข้มแข็ง อํามาตยาธิปไตย จะเข้มแข็ง ประชาชนจะอ่อนแอ ระบอบประชาธิปไตยจะอ่อนแอ นายกรัฐมนตรี ฝ์ายบริหาร รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรล้วนอ่อนแอภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น ประเด็น ต่อมาก็คือว่า ผมเองได้มีความรู้สึกว่ามาตราที่เกี่ยวข้อง การเพิ่มบทบาทของศาลและ องค์กรอิสระและข้าราชการประจํา ผมบอกว่าถ้าที่มาองค์กรอิสระมีที่มาที่ตรงไปตรงมา จากประชาชนไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่วันนี้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งต้องแสดง บัญชีทรัพย์สินและต้องแสดงเป่ดเผย องค์กรอิสระ หน่วยงานอื่น ข้าราชการระดับสูง ไม่มี ใครต้องดําเนินการอย่างนี้เลย ผมจึงบอกว่านี่คือความแตกต่าง ไปสร้างทัศนคติว่า นักการเมืองจะต้องเปึนคนชั่วเปึนคนเลว ผมจึงบอกว่าแล้วบุคคลอื่นในการที่จะไป ตรวจสอบบุคคลอื่นนั้น ตัวเองต้องมีความโปร่งใสเสียก่อน นั่นหมายความว่าตัวเอง ไปกล่าวหาใครว่าทุจริตคอร์รัปชัน แต่ข้าพเจ้ายังไม่สามารถที่จะแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดยเป่ดเผย เมื่อตัวเองมีหน้าที่จะต้องไปตรวจความโปร่งใสของบุคคลอื่น ตัวเองก็ต้อง เป่ดเผยความโปร่งใสของตัวเอง แปลความว่าไปค้นประชาชนมันจะไม่จับยัดยาบ้า แปลความว่าแต่ละคนฝ์ายตรวจก็ล้วงกระเปิาให้เห็นว่าไม่มี ทั้งหมดผมจึงบอกว่า รัฐธรรมนูญมันได้สร้างเงื่อนไขมากมาย เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าแม้กระทั่ง คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจะแต่งตั้งคณะกรรมการวินัยทางการเงินทางการคลัง มีอํานาจวินิจฉัยว่าการดําเนินการใดขัดวินัยทางการคลังได้นี่ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ คือ รัฐบาลจะบริหารตามนโยบายอะไร ถ้าเกิดมีปัญหาองค์กรอิสระจัดการเลย และที่มากกว่านั้น ก็คือว่า การกําหนดว่ารัฐต้องจัดสรรงบประมาณ คือบอกมาเท่าไรก็ต้องให้เพียงพอ ตามนั้น แต่ผมบอกว่าวันนี้ทั้งหมดกระบวนการแต่ละฝ์ายเรามักจะพูดเรื่องความเปึนกลาง เรามักจะพูดเรื่องความเสมอภาคความเท่าเทียม แต่ท่านประธานจะมีความรู้สึก เหมือนกับผมหรือไม่ว่าฝ์ายที่พูดบอกว่าอีกฝ์ายหนึ่งทําหน้าที่เปึนกลาง ในวันที่คนคนนั้น เขาตัดสินเข้าข้างฝ์ายนั้น ความเปึนกลางคือความพึงพอใจ และผมได้อธิบายความ ตอนกฎหมาย พ.ร.บ. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองว่าวันนี้ เราหาความเปึนกลางกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่า ณ วันนี้เราต้องการรัฐธรรมนูญ ที่มีความสุจริตมีความโปร่งใส ต้องการให้ที่มาองค์กรอิสระ ถ้าจะมาโดยการสรรหา มีกระบวนการสรรหา สมัยก่อนต้องเสนอให้ ส.ว. มา ๒ เท่าและเลือกเหลือเท่าหนึ่ง จะมาทางศาล มาจากกรรมการสรรหาก็ตาม วันนี้ไม่ใช่ มาจากกรรมการสรรหาและ มีหน้าที่รับหรือไม่รับเท่านั้น แปลความว่าทางเลือกการใช้การตัดสินมันจะไปสืบเสาะ หาประวัติมาทําไม เพราะว่าสุดท้ายก็มีมติว่ารับหรือไม่รับเท่านั้นเอง แต่ว่าไม่มีสิทธิที่จะเลือกอะไรเลย เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าจริงอยู่ว่ามาตรา ๓๐๙ ซึ่งเปึนมาตราสุดท้ายวันนี้บอกว่ายกเลิก ไปแก้ไขมาตรานี้ไม่ได้ ความจริงแล้วท่านประธานที่เคารพ ขนาดผู้ร่างเขาร่างเพื่อไม่ให้ เอาผิดพวก คมช. องค์กรบริวารพรรคพวกที่สามารถทําความผิดตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต แต่ปรากฏว่าวันนี้มาแปลเจตนาว่า ถ้ามาตรานี้ถูกยกเลิกไปมันจะกลายเปึนว่าจะทําให้ คนโน้นคนนี้พ้นผิด ผมจึงบอกว่าวันนี้ประเทศนี้จําเปึนต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยู่ในโลก แห่งความเปึนจริงบอกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์มีคนแสดงความคัดค้านและจะสร้างปัญหา ระบอบประชาธิปไตยจะซวนซัดซวนเซอีก ผมใช้คําว่า ถอยสุดซอย แปลว่า เอาล่ะ คุณไม่ให้แก้เวลานี้ไม่เปึนไร ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาก็ว่ากันไป แต่ผมดีใจที่เพื่อนสมาชิก บอกว่าเขาไม่เห็นด้วย แต่จําเปึนให้บ้านเมืองสงบต้องการที่จะศึกษา ศึกษาการบังคับใช้ แปลความคือว่าจิตใจเห็นกับป้ ๒๕๕๐ ดี ก็ไม่เปึนไรก็เปึนภาระหน้าที่ของพวกผม ที่จะต้องไปศึกษาร่วมกับพวกท่านเพื่อที่จะดูว่ามาตราใดที่มันขัดแย้งต่อการเปึนประชาธิปไตย แล้วท้ายที่สุดเมื่อเราจะเลือกทางว่าจะรอประชามติ ซึ่งประมาณป้เศษอย่างที่ผมเรียน เมื่อตอนต้นประชาชนบอกว่าหลังจากศึกษากันแล้วเสร็จ มีตัวอย่างชัดเจนว่าจะต้องแก้ไข มาตราไหนบ้าง ซึ่งแต่ละคนบอกว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งนั้น ไม่มีหัวหน้าพรรคไหน สักพรรคบอกว่าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ระยะเวลาที่รอกฎหมายประชามตินั้น รอเวลาที่จะ ลงประชามตินั้นเราจะมีเวลาที่จะศึกษา เมื่อวันที่ประชาชนลงประชามติ แปลความว่ากฎหมาย ประชามติสภาผู้แทนราษฎร ๑๒๐ วัน ส.ว. ๙๐ วัน ถ้ามีความเห็นแย้งก็อีกประมาณ ๒ เดือนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญก่อนลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสร็จ ถ้าจะไปลงประชามติต้องประกาศล่วงหน้าไม่ต่ํากว่า ๙๐ วันแต่ไม่เกิน ๑๒๐ วัน ในการลงประชามติ แปลความกันว่าประมาณป้เศษ ๆ ระยะเวลาเหลือเฟ๋อครับท่านประธาน ที่เคารพ เพราะฉะนั้นเวลาแตกต่างกันชัดเจน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าเรามีเวลาที่จะ ศึกษา แต่อย่ามาเหยียบย่ําคนที่เขามีความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าต้องการปกปัอง ให้ตัวเองพ้นผิด เพื่อเปึนการช่วยเหลือพวกตัวเอง เพื่อต้องการฟอกตัวเอง กระบวนการ ยุติธรรมไม่มีใครปฏิเสธ ศาลสถิตยุติธรรมที่มาถูกต้อง องค์กรอิสระที่มาถูกต้องไม่มีใคร ปฏิเสธ แต่ผมบอกว่าคนที่บอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขเพื่อจะช่วยพรรคพวกให้พ้นจากการโกงนั้น ถ้าวันหนึ่งท่านมีกรณีพิพาทสัก ๑ กรณี และมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขกรณีข้อพิพาทมา แล้วไปเอาคู่ขัดแย้งของท่านเปึนกรรมการ ท่านจะมีความรู้สึกอย่างไร เหมือนฟุตบอล เราแข่งกับเกาหลีซึ่งความจริงวันนี้สู้ไม่ได้แต่กรรมการเปึนเกาหลีเสียอีก ๓ คน ริมเส้น ๒ คน กลางสนาม ๑ คน เอาของไทยเปึนกรรมการสํารองคนที่ ๔ ผมถามว่าคนไทยที่ไหน เขารับได้ กรณี คตส. ที่หยิบยกขึ้นมาอธิบายความก็เช่นเดียวกันไปเลือกเอาคนที่เปึน ปฏิปักษ์ทางการเมืองขึ้นเวทีโจมตีว่ากล่าวชนิดที่ไม่เผาผีกัน ยึดอํานาจเสร็จบอกว่า นี่แหละจะเปึนกรรมการมาปราบปรามทุจริต คนที่เปึนญาติพี่น้องเปึนหมอเขาไม่ให้ผ่าตัด คนที่เปึนญาติพี่น้องเลย เพราะเขารู้ว่าจิตใจมันสั่น มันผิดปกติ แต่นี่เอาคนที่เปึนอคติ มาจัดการ ผมบอกว่าผมไม่เสนอว่าจะต้องยุบ คตส. คตส. มีวันไปอีกไม่กี่วัน แต่ผมบอกว่า กระบวนการวันนี้จะต้องแยกกันระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลเตี้ยให้ได้ ศาลเตี้ย จะเปึนศาลสูงไม่ได้ ศาลสูงคือศาลสถิตยุติธรรม ผมบอกว่าวันนี้เจอกับอีกฝ์ายหนึ่ง ท่านคิดวันที่เจอกับฝ์ายพวกท่านเองครับ เพราะฉะนั้นความยุติธรรมวันนี้มันจึงไม่เกิดขึ้น ผมบอกกับท่านประธานด้วยความรู้สึกว่าสถานการณ์รัฐธรรมนูญวันนี้ดูเสมือนว่า ผ่อนคลาย เพราะข้อเรียกร้องเงื่อนไขต่าง ๆ เขาเลยขั้นรัฐธรรมนูญ วันพรุ่งนี้จะเกิดเหตุการณ์ปะทะนองเลือดนําพาสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรหรือเปล่า ผมคาดเดาไม่ได้ เพราะการที่จะไปบุกยึดทําเนียบรัฐบาลที่เปึนสถานที่ของราชการ ในการบริหารประเทศลําดับสูงสุดในทางบริหารนั้นเปึนเรื่องที่ใหญ่มาก สถานการณ์ จะเกิดอะไรกันก็ได้ ในสภาวันนี้ดูเสมือนว่าจะร้อนแต่ข้างนอกร้อนเปึนไฟ ผมไม่ได้บอกว่า อีกฝ์ายหนึ่งคุณอย่าบุก อีกฝ์ายหนึ่งคุณอย่าใช้ความรุนแรง วันนี้ใครจะไปห้ามใครไม่ได้ คนที่ทําหน้าที่ดูแลกฎหมายก็ต้องดูแลไป ผมอธิบายวันนี้ก็คือว่าแม้นว่ามีการ ยื่นไม่ไว้วางใจ เพื่อที่บอกว่าไม่ยุบสภา เอาล่ะจะอภิปรายวันไหนท่านไปรวบรวม ส.ว. อีก ๖๑ คน ท่านได้อภิปรายแหง ๆ ผมถามนายกรัฐมนตรี ถามรัฐมนตรีแล้วพร้อมชี้แจงท่าน ท่านมี ๑๖๔ คนไปบวกกับ ๖๑ คนเลยแล้วอภิปรายได้ ปัญหาก็คือว่าเราจะมีประชาธิปไตย ไปถึงวันที่ท่านจะได้อภิปรายหรือเปล่า นี่เปึนเรื่องของคนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมานั่งคิดกัน เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐธรรมนูญเปึนเรื่องหนึ่งที่ศึกษา มีระยะเวลาเรียนรู้ จะมีคนใน มีคนนอกผู้รู้ เอาแต่ละเรื่องบนพื้นฐานของการไม่มีอคติ วันนี้ความยุติธรรม อย่างเดียวครับท่านประธานที่จะแก้ไขปัญหาสิ่งที่ไม่สงบสุขในบ้านในเมืองได้ อย่าให้ ทุกสิ่งทุกอย่างเวลานี้จะขยับทําอะไร เอาสถาบันที่คนไทยเคารพนับถือมาเปึนเครื่องมือ ทางการเมืองทําลายใครกันมานับไม่ถ้วน แล้วผมก็ไม่ต้องการว่าสภาแห่งนี้จะต้องไปใช้ วิธีการอย่างนั้นกัน การร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผมบอกว่าเมื่อมาตรา ๒๙๑ เมื่อก่อนเขาบอกว่าต้องมี สสร. บอกว่าคนร่าง ยังไม่คิดว่ามี แต่ทั้งหมดท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้ฝากทุกอย่างไว้ที่บุคคล เพราะว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผู้ร่างเมื่อมาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คนเปลี่ยนกันได้ ตัวหนังสือ จิตวิญญาณที่เปึนประชาธิปไตยของเนื้อหาที่ประชาชนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมต้องการให้มีคณะที่หลังจากมีการศึกษา แต่เปึนเรื่องชะตากรรมของประเทศต่อไป ข้างหน้าว่า ท้ายที่สุดประชาชนเขาจะคิดอะไร ถ้าคนเขาเห็นด้วยกับการแก้ไข แน่นอน ที่สุดคณะกรรมาธิการศึกษาคณะนี้จะมีบทบาทที่สําคัญ แปลความก็คือว่าท่านศึกษา ให้เสร็จสรรพ วันนั้นเรามีสภาหรือจะคิดรูปแบบอย่างไรก็แล้วแต่ รัฐธรรมนูญ มันจะเดินทางแก้ไขกันมาได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าระยะเวลานี้เปึนหัวเลี้ยวหัวต่อ ของประชาธิปไตย สิ่งที่ทุกคนจากฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลทุกคนไม่ต้องการจะเปึนคนว่างงาน ด้วยการไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีประชาธิปไตย แต่สิ่งหนึ่งที่เราปรารถนาก็คือว่า แต่ละฝ์ายนั้นได้รักษาประชาธิปไตยให้ยาวนานที่สุดได้อย่างไร ผมได้ทําหน้าที่ในฝ์ายผม แล้วผมก็อยากร้องขอในแต่ละฝ์าย การที่จะหยิบยกบอกว่าป่ดวิสามัญเพื่อจะหนีอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่ ท่านสามารถเข้าชื่อ ท่านพออยู่แล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจได้ กลไกสภา เดินได้ตามปกติ ฝ์ายตรวจสอบเขาอย่างไรเขาต้องให้ได้การตรวจสอบอยู่แล้ว แต่ทั้งหมด วันนี้ก็คือว่าเราต้องมีภารกิจเรื่องการรักษาประชาธิปไตยมากกว่าการมีหน้าตา ของฝ์ายค้านและรัฐบาล ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน
ที่จริงบรรยากาศวันนี้คาดว่าน่าจะร้อนนะครับ แต่รู้สึกเย็นผิดปกติ เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ก่อนอื่นผมก็ขอใช้สิทธิถูกพาดพิงนะครับ และต้องขอขอบคุณผู้ที่พาดพิงถึงผม ผมต้องเรียน นิดหนึ่งว่าการที่ผมเปึนอดีตรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง แล้วมาลงสังกัดพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมมีที่มาที่ไปชัดเจนเป่ดเผย เพราะในชีวิตทางการเมืองของผมนั้น ๒๐ กว่าป้ เปึนทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อน และไปเปึนวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้ง และเปึนวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งชุดแรก ของวุฒิสภา ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าในชีวิตของผมนั้นอยู่กับการเมืองผมได้ทําหน้าที่ ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด แล้วคิดว่าเมื่อวุฒิสภาโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ผมไม่สามารถที่จะลงสมัครเปึนสมาชิกวุฒิสภาได้อีก ผมจึงต้องหาทาง ที่จะต้องมาดําเนินกิจกรรมทางการเมืองด้วยการสมัครเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงต้องคิดมากครับว่าถ้าจะเล่นการเมืองต่อนั้นในวัย ๖๐ เศษ ๆ แล้วก็อยู่ใน ทางการเมืองมาเปึนเวลายาวนาน รู้ถึงพฤติกรรมของพรรคการเมือง ของนักการเมือง มาเปึนอย่างดี ในช่วงสุดท้ายที่จะเล่นการเมืองนั้นถ้าผมจะเล่นการเมืองต่อผมจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะหาพรรคการเมืองที่อยู่ในอุดมคติของผมที่สามารถให้ผมเข้าทํางานได้อย่างอิสระเสรี และอยู่ในพรรคการเมืองที่ดีที่สุดที่อยู่ในสายตาของผม และเปึนที่ยอมรับเปึนสถาบัน การเมือง ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคําว่า พรรคการเมืองที่ผมตกลงใจถ้าหากว่า จะเล่นการเมืองต่อไปในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วผมจะไม่อยู่พรรคไหนอย่างเด็ดขาด นอกจากพรรคประชาธิปัตย์ และขณะที่ผมจะมาลงสังกัดพรรคประชาธิปัตย์นั้นผมอยากจะเรียน ว่าผมลาออกขณะดํารงตําแหน่งรองประธานวุฒิสภา ไม่ใช่รักษาการนะครับ เพราะตําแหน่ง ๓ ตําแหน่งคือ ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา คนที่สองนั้น ดํารงตําแหน่งอยู่ ผมได้ตัดสินใจลาออกถ้าจะเล่นการเมือง เพราะขณะที่เราเปึน สมาชิกวุฒิสภานั้นจะต้องดําเนินการทางการเมืองอย่างเปึนกลางตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด ไว้อย่างเคร่งครัด และผมได้ถือปฏิบัติเช่นนั้นมาโดยตลอด ผมเปึนทั้งสมาชิกวุฒิสภา แต่งตั้งและเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมต้องทําความเข้าใจว่าที่ผมต้องมาอยู่พรรค ประชาธิปัตย์นั้นผมคิดว่าผมได้ตัดสินใจถูกที่สุด ดีที่สุดที่จะมาสังกัดพรรคการเมืองที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ ผมได้ถูกพาดพิง ความจริงผมไม่อยากพูดถึงวุฒิสภา ที่ผมได้รับเลือกมา ในป้ ๒๕๔๓ ถึงป้ ๒๕๔๙ ความจริงผมภูมิใจนะครับ เพราะเปึนวุฒิสภาชุดแรกของประเทศไทย ที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กําหนดให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง ผมได้ตัดสินใจที่จะลงสมัครเปึนสมาชิกวุฒิสภาชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้ง นี่ผมพูด ด้วยความภูมิใจ แต่ถ้าจะให้พูดถึงความหดหู่อดสูใจในส่วนลึกของผมนั้นมันก็มีอยู่ ซึ่งผมไม่อยากจะพูดเลยแต่จําเปึนต้องพูดเพราะถูกพาดพิงถึง การทําหน้าที่วุฒิสภา ๖ ป้นั้นผมเชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภารุ่นเดียวกับผม ส่วนหนึ่งผมขอชื่นชมแสดงความยินดี ด้วยความจริงใจว่าได้ทําหน้าที่อย่างดีที่สุดสมกับเปึนสมาชิกวุฒิสภาที่ประชาชนได้เลือกตั้ง มาอย่างสมเกียรติอย่างสง่าภาคภูมิ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องเปึนที่ยอมรับไม่อย่างนั้น พี่น้องประชาชนหรือสื่อมวลชนคงไม่ตั้งฉายาสภาที่ผมเปึนอยู่ในขณะที่เปึนวุฒิสภาว่า สภาทาส หรือสภาอะไรก็ตามอีกหลายชื่อที่เรียกกันผมห่อเหี่ยวหัวใจอย่างยิ่ง ต้องเรียนตรง ๆ นะครับ และความเปึนจริงของวุฒิสภา
ท่านประธานครับ ผมต้องขออภัยขอโทษพี่นิพนธ์ด้วยนะครับ ขอขัดจังหวะนิดหนึ่ง คือท่านบอกว่าท่านเปึน สมาชิกวุฒิสภา เมื่อเช้าก็มีสมาชิกในพรรคท่านคนหนึ่งเหมือนกันพูดลักษณะเดียวกัน ผมก็ใช้ความอดทนพอสมควร ขอเถอะครับอย่าบอกว่าเปึนสภาทาส เพราะผมไม่เคย เปึนทาสใคร ผมก็เปึนสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งเหมือนกับพี่ที่กําลังอภิปราย แล้วตอนเช้าก็มีอยู่คนหนึ่งเหมือนกันใช้คําว่า สภาทาส ต่อไปนี้ขอเถอะครับอย่าใช้ คําอย่างนั้นกับวุฒิสภาไม่ว่าจะเปึนป้ ๒๕๔๓ ไม่ว่าจะเปึนป้ ๒๕๔๙ หรือจะเปึนป้ ๒๕๕๐ คําคํานี้มันไม่เปึนมงคลกับพวกเราเลยครับ หาคําอื่นที่มันไพเราะเสนาะโสตหน่อย กรุณาใช้ป่ยวาจาด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านนิพนธ์ครับถือว่าท่านเชาวรินขอนะครับ เชิญครับ เชิญต่อเลยครับ
คือท่านประธานครับ ใจผมไม่อยากเอ่ย ผมเอ่ยทีไรผมห่อเหี่ยวหัวใจ ผมอดสูใจที่ถูกเขากล่าวหาอย่างนั้น นี่เปึนคํากล่าวหาของสื่อของพี่น้องประชาชนที่ตั้งฉายาให้ ผมไม่อยากพูดหรอกครับ เชาวรินน้องรัก เราอยู่ด้วยกันมาเรารู้ใจ เราอยู่ตั้งแต่เปึน ส.ส. จนมาเปึนสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้ง ถามว่าการแทรกแซงวุฒิสภานั้นมีจริงไหม ผมยืนยันว่ามีจริง แล้วขณะที่ผมนั่งทําหน้าที่เปึนประธานอยู่มีสมาชิกวุฒิสภาได้ถามว่า ท่านประธานได้ยิน มาใช่ไหมว่ามีสมาชิกวุฒิสภาได้ไปกล่าวในงานธรรมศาสตร์ต่อหน้าผม ต่อหน้า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ต่อหน้าท่านมานิตย์ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ว่าวุฒิสภามีประมาณ ๖๘-๗๐ คน กินเงินเดือนประจํา ถามผมอย่างนั้นจริง ๆ ขณะที่ผมนั่งทําหน้าที่เปึนประธานอยู่บนสภา ผมก็บอกว่า ความจริงเรื่องนี้ผมอยากพูดข้างล่าง สมาชิกที่ถามผมนั้นเขาบอกว่าผมถามท่าน ขณะท่านนั่งทําหน้าที่ประธาน ผมก็บอกเมื่อต้องการอย่างนั้นผมก็จะพูดความจริงว่า ใช่ จริง แล้วไม่จริงก็ฟัองร้องได้ ผมเปึนคนที่พูดอะไรพูดความจริง เพราะฉะนั้น ในเรื่องการแทรกแซงวุฒิสภานั้นมีจริง แล้วก็ยืนยันได้ครับมีตัวตนอยู่ แล้วก็ จากการสังเกตในการเลือกตั้งองค์กรอิสระก็อาศัยช่องว่างของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คือ คณะกรรมการสรรหานั้นจะมาจากพรรคการเมือง จะสังเกตได้ทุกครั้งเลยครับว่า พรรคการเมืองอันดับ ๑ จะมีตัวแทนเข้ามาหรือพรรคการเมืองอันดับที่มี ส.ส. คนเดียว ก็เปึนตัวแทน แต่พรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงเปึนลําดับ ๒ นั้นไม่ได้รับเลือกเข้ามา เปึนคณะกรรมการสรรหาเลย เพราะฉะนั้นจุดอ่อนตรงนี้เปึนช่องว่างเปึนโอกาสที่จะให้ การสรรหาบุคคลมาเพื่อให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบนั้นเปึนช่องโหว่ ตรงนี้ซึ่งพูดกันมาก ในวุฒิสภา และแม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎรยุคนั้นก็ตามก็เห็นช่องโหว่ตรงนี้ว่าควรจะ ตัดพรรคการเมืองออกไปไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับการเปึนกรรมการสรรหา นอกจากนั้น ในการเลือกตั้งองค์กรอิสระทุกครั้งมีโผของผู้ที่จะได้รับเลือกในองค์กรอิสระแต่ละองค์กร ทุกครั้ง การเลือกตั้งและการให้ความเห็นชอบก็เปึนไปตามโผทุกครั้งเลย ไม่เคยพลาด จริง ๆ และคะแนนอันดับมันโดดกันไปโดดกันมา แต่ว่าคะแนนมันไม่น่าเปึนไปได้สําหรับ คนที่เกือบ ๒๐๐ คนนะครับ แล้วเปึนที่น่าสังเกตครับการประชุมวุฒิสภาเวลาพิจารณา กฎหมายอยู่กัน ๗๐-๘๐ คน บางครั้งถ้ามีการให้นับองค์ประชุมต้องป่ดประชุม เพราะ องค์ประชุมไม่ครบ นี่คือความเปึนจริง แต่ถ้ามีการเลือกตั้งองค์กรอิสระทุกครั้ง ถ้าจะประชุมสอบประวัติความประพฤติ ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่ม เกือบ ๒๐๐ คนอยู่กันครบ และคนที่ ได้กล่าวต่อหน้าผม ต่อหน้าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน ผมต้องเรียนตรง ๆ ครับว่า ก็บอกว่าเวลาการเลือกตั้งทุกครั้งก็มีการจ่ายกันเปึนงาน เปึนจ็อบ (Job) เปึนการเลือกตั้ง แต่ละครั้ง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมคิดว่าความจริงก็คือความจริง แล้วคนที่รับส่วนนี้ไป ก็คงรู้แก่ใจกันดี แม้กระทั่งผมเองผมอยู่ในวุฒิสภา ผมเปึนประธานวิป (Whip) หรือ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา ๔ ป้ติดต่อกัน ผมรับรองว่าผมทําหน้าที่ อย่างกลางที่สุด แม้จะถูกกล่าวหาว่าผมเปึนเพื่อนกับอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย แต่ขณะผมทําหน้าที่ในวุฒิสภา หรือแม้ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ ผมทําหน้าที่ตรงวุฒิสภาก็ทําอย่างเปึนกลางตรงไปตรงมา เพราะผมถือว่าขณะนี้ ผมเปึนวุฒิสภา รัฐธรรมนูญกําหนดให้ผมเปึนกลาง ผมสามารถที่จะให้ตรวจสอบ การทํางานได้ตลอดเวลาในชีวิตทางการเมือง แม้แต่การเปึน ส.ส. มา ๔ สมัย เปึนสมาชิก วุฒิสภาจากการแต่งตั้งและเลือกตั้ง บางครั้งผมอยากจะเรียนครับว่า วุฒิสมาชิกที่มาจาก การแต่งตั้งที่ผมเปึนอยู่ บางครั้งทําหน้าที่อย่างอิสระเสรีไม่มีใครมาชี้นําได้ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาล แต่งตั้งมานะครับ ผมมีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังเรื่องหนึ่งเปึนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสภา กรรมการองค์กรอิสระหรือกรรมการเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน ป.ป.ป. สมัยนั้น รัฐบาล เปึนคนเสนอรายชื่อผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ให้ความเห็นชอบ ไม่เคยมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งชุดไหนปฏิเสธการเสนอจากรัฐบาล เพราะรัฐบาลเปึนคนแต่งตั้ง แต่ในวุฒิสภาชุดที่ผมเปึนสมาชิกอยู่ก่อนที่จะเลือกตั้ง ชุดแรก รัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ป. เข้ามา โดยมี ท่านอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรเปึนประธานกรรมการ ป.ป.ป. สมาชิกทั้งสภา สนับสนุน ผมลุกขึ้นอภิปรายไม่เห็นด้วย ใช้เวลาเกือบชั่วโมงด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ผมยังขอบคุณท่าน พลเอก เทียนชัย ศิริสัมพันธ์ หลังจากที่ผมอภิปรายเสร็จท่านเดิน เข้ามาบอก นิพนธ์ ผมจะให้ลงคะแนนลับดีไหมเวลาโหวตเลือกประธานและ คณะกรรมการ ป.ป.ป. ผมยกมือไหว้ท่านบอกว่าถ้าท่านกล้าเสนอผมจะขอบคุณมาก และ ท่านก็ลุกขึ้นเสนอ ผลลงมติออกมาไม่รับครับ ไม่ให้ความเห็นชอบ ซึ่งเปึนครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ผมยังขอชมเชยวุฒิสภาชุดนั้น ทั้ง ๆ ที่มาจากการแต่งตั้งจากรัฐบาลนะครับ เขาทําหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แล้วรัฐบาลก็จะพยายามเสนอเข้ามาอีกแต่ก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าวุฒิสภาชุดนั้น จะไม่กลับมติเดิมที่มีไว้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าวุฒิสภานั้นถูกแทรกแซงหรือไม่ แม้แต่ตัวผมเองจะสมัครลงชิงตําแหน่งประธานวุฒิสภา ทุกเรื่องที่พูดในสภานี้ผมได้ไปให้ การที่ศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ พิสูจน์ได้ของจริง และศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าเปึนความจริงที่มีการแทรกแซงวุฒิสภา เพื่อนผมที่เปึนสมาชิกวุฒิสภาไปถูกขอร้อง ให้ผมถอนตัว ผมนั้นไม่ยอมที่จะถอนตัว ใช้เวลาหลายวันกว่าจะตกลงใจในการที่จะเสนอตัว เพื่อชิงตําแหน่งประธานวุฒิสภา แต่เพื่อนคนนั้นบังเอิญมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่จะต้อง รับอนุมัติจากรัฐบาลในเวลานั้นหลายเรื่องหลายราว เพื่อน ๆ ก็บอกว่า เฮ้ย ถ้าไม่ยอม เดี๋ยวพรรคพวกจะเดือดร้อน และคนคนนั้นก็เปึนกําลังสําคัญของผมในการที่จะสนับสนุน ผมเปึนประธานวุฒิสภาด้วย ผมก็คิดว่าไม่เปึนก็คงไม่เปึนไร เพราะฉะนั้นการแทรกแซง วุฒิสภาถ้ามีเวลาใครยังข้องใจมาคุยกับผมได้ตลอดเวลาว่ามีอะไรอีกนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะใช้เวลาตรงนี้เพื่อทําความเข้าใจ และผมต้องขอขอบคุณท่านที่พาดพิง ผมนะครับ ทําให้ผมได้มีโอกาสชี้แจงถึงความเปึนจริงความเปึนไป และผมก็จะพยายาม ไม่พูดอย่างที่ท่านเชาวรินได้ขอร้อง เพราะผมพูดทีไรผมก็หดหู่หัวใจผมทุกครั้งเหมือนกัน ต่อไปผมก็จะขออภิปรายในประเด็นที่ญัตติ
ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียว จะได้เปึนประเด็นต่อเนื่องให้ท่านนิพนธ์ได้พูดประเด็นนี้จบไป
เชิญครับ
เพื่อเปึนประโยชน์กับทางท่านนิพนธ์ แล้วก็สภาแห่งนี้คือ ๑. ท่านก็บอกว่าทุกอย่างในการเลือกอะไรก็แล้วแต่ล้วนมีโผมาทั้งสิ้น ในการเลือกประธานวุฒิสภาหรือรองประธานวุฒิสภา ถามท่านว่าท่านได้รับเลือกอย่างไร ประเด็นต่อมาก็คือว่า
ท่านประธานครับประท้วงครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม
เชิญครับ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ขณะนี้ท่านประธานกําลัง ทําผิดข้อบังคับการประชุม ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นมาท่านควรจะประท้วง ประท้วง ในกรณีไหน แต่การที่ท่านสมาชิกลุกขึ้นมานั้นกําลังอภิปรายนะครับ มันเปึนการขัดจังหวะ การอภิปรายของท่านสมาชิกก็คือท่านของพรรคประชาธิปัตย์ที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยครับ
เห็นด้วยครับ มีเหตุผล ผมคิดว่าท่านประท้วง
อย่างนี้ครับท่านประธานครับ
ประท้วงต้องนั่นครับ
ผมขอเรียนว่าผมประท้วงด้วยเหตุผลที่ว่า ที่ท่านได้ลุกขึ้น
ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ เชิญครับ
ผมทําผิดข้อบังคับอะไร
ท่านประธานที่เคารพผมเอง ได้อธิบายความเพียงแค่ว่าแต่ละฝ์าย
ต้องขออภัยจริง ๆ ถ้าประท้วงแล้วต้องมีคนทําผิดข้อบังคับ เพราะฉะนั้นต้องชี้ตรงนี้ก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ อภิปรายต่อนะครับ
เชิญต่อครับ
ตามที่สภาได้มีการพิจารณา ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผมอยากจะเรียนประธานอย่างนี้ครับว่า รัฐธรรมนูญของไทยเรานั้นมีมาถึงปัจจุบัน ๑๘ ฉบับ รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ร่างขึ้นหลังจาก การปฏิวัติรัฐประหารเกือบทั้งสิ้น มีอยู่เพียงฉบับหรือ ๒ ฉบับเท่านั้นที่ร่างขึ้นขณะที่มี สภาผู้แทนราษฎร มีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน และรัฐบาลที่มาจาก การปฏิวัติรัฐประหารหลายรัฐบาล ผมต้องเรียนว่าผมอยู่ในแวดวงตรงนี้มาเห็น หลายรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย ส่วนรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งก็มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย ถามว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กับรัฐบาลที่มีการปฏิวัตินั้นใครทุจริตคอร์รัปชันมากกว่ากัน ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า บางรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติทุจริตน้อยกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง บางรัฐบาล ที่มาจากการปฏิวัติทุจริตมากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะฉะนั้น การปฏิวัติทุกครั้งที่เรามีสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งนั้น เพราะเหตุรัฐบาล ได้สร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ ซึ่งในชีวิตผมต้องออกตัวก่อนว่าผมเกลียดการปฏิวัติที่สุด แม้แต่การปฏิวัติรัฐประหารบางครั้งมีการทาบทามให้ผมไปเปึนสมาชิกไปร่วมงาน กับคณะปฏิวัติคณะปฏิรูปผมปฏิเสธ ถ้าผมจะดําเนินกิจการทางการเมืองแล้วผมจะต้อง มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนเท่านั้นผมมีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะตัวแทนของ ประชาชนต้องมาจากประชาชน รัฐธรรมนูญเองก็ตามหลายฉบับก็ดี แต่ก็มีการปรับปรุงแก้ไข ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ผมต้องยอมรับว่า เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนจริง ๆ เพราะร่างขึ้นในสมัยที่เรามีสภาผู้แทนราษฎร เปึนรัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้าพัฒนาระบอบประชาธิปไตย แต่ถามว่ามีจุดบอด จุดบกพร่อง มีไหม มี จุดดีจุดเด่นก็มี อย่างจุดเด่นก็คือให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง เปึนครั้งแรก ส่วนจุดบอดหลายจุดที่มีอยู่หรือจุดบกพร่อง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ให้ความสําคัญแก่สภาเลยก็เปึนจุดบอด จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ แต่เมื่อใช้ไปแล้ว ๑๐ ป้ก็มีการศึกษากันทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก็มีจุดบอด จุดอ่อน จุดบกพร่องที่จะต้องแก้ไขมากมาย แต่ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทุกคน ตั้งข้อรังเกียจว่ามาจากการปฏิวัติมาจากการปฏิรูป ผมเองก็รังเกียจแต่เราต้องดูเนื้อหา สาระของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมคงไม่ใช้เวลามากเพราะทุกท่านได้อภิปรายถึงจุดอ่อน จุดแข็งของรัฐธรรมนูญ จุดบกพร่อง จุดที่เปึนปัญหามากมายแล้ว จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็คือวุฒิสภาอย่างที่หลายท่านได้อภิปราย วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่มาจากการสรรหาซึ่งผมก็ตั้งข้อรังเกียจ แต่เมื่อดูตัวบุคคลที่เขาสรรหามาแล้วหลายท่าน ส่วนใหญ่เปึนบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเปึนคนดี โดยเฉพาะประธานวุฒิสภานั้น เปึนคนที่มีความรู้ความสามารถ เปึนอดีตประธานศาลอุทธรณ์ และเปึนคนตรง เปึนคนดี เปึนคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต อันนี้เขาก็สรรหาได้ดี แต่ถามหลักการผมนั้นผมไม่เห็นด้วย กับการสรรหาแน่นอน แต่ถ้าจะมีการศึกษาแก้ไขแล้วผมก็ยังยึดกลับไปตรงนั้น ให้มีการเลือกตั้ง เพราะตัวแทนของพี่น้องประชาชนต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น นี่คือจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญที่ผมเห็นว่าควรจะศึกษาแก้ไข แต่จุดแข็งของรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็คือมาตรา ๒๓๗ ทําไมผมถึงพูดอย่างนี้ พวกเราในสภาแห่งนี้ผมเชื่อว่าทุกคน รู้แก่ใจกันเองดีว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาเราทําอะไรบ้าง เราซื่อสัตย์สุจริต เราไม่ซื้อเสียง เราทําถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ผมคิดว่าทุกคนรู้แก่ใจกันเองดี เรื่องซื้อเสียงนั้นเราถูกกล่าวหามานาน ทุกยุคทุกสมัยแม้แต่ในสภาแห่งนี้ยังเคยมีการยื่น ญัตติไม่ไว้วางใจในป้ ๒๕๓๐ ในเรื่องการซื้อเสียง ซึ่งทําให้เสียชื่อเสียเสียงไปทั่วโลก ซีเอ็นเอ็น (CNN) ออกข่าวการซื้อเสียงในประเทศไทย เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันนั้นมาจนวันนี้ ก็ยังมีการกล่าวหากันเรื่องซื้อเสียง แล้วเมื่อกี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งพูดว่า ก็ซื้อกันทั้งนั้น จะจับได้หรือไม่ได้เท่านั้น ท่านพูดถูกแต่ไม่ถูกหมด พูดไม่ถูกหมดนะครับ เพราะคนที่ไม่ซื้อก็มีครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการซื้อเสียงนี่แหละเปึนตัวทําลาย ระบอบประชาธิปไตย คนดี ๆ ไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาถ้าไม่มีเงินซื้อเสียง แล้วอย่างมาตรา ๒๓๗ ที่บัญญัติถึงเรื่องการยุบพรรคการเมืองนั้นผมไม่ใช่มาปรามาสหรือจะมาดูแคลน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราแต่ผมเชื่อว่าหลายท่านเข้ามาโดยการบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ซื้อเสียงและไม่มีเงิน แต่การซื้อเสียงนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงส่วนใหญ่ ไม่มีเงินมาซื้อหรอกถ้าไม่ได้เงินจากพรรคการเมืองมา ความเปึนจริงตรงนี้ผมว่า มันยอมรับกันหรือเปล่าในเรื่องของความเปึนจริงทุกคนคงปฏิเสธ และผมเอง ไปออกรายการไปตอบคําถามในเรื่องซื้อเสียงหลายครั้ง เขาถามผมว่า คุณนิพนธ์ เมื่อถามบอกว่าซื้อเสียงมา คนโน้นคนนี้ซื้อเสียงมา ทุกคนปฏิเสธหมดว่า ในชีวิตไม่เคยซื้อเสียงเลย ผมจะว่าอย่างไร ผมไม่กล้าตอบนะครับ เพราะผมก็ไม่รู้ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งถูกจับได้ซื้อเสียง ผมบอก โอ้โฮ ทําไมเลือกตั้งมาตั้งนาน ๗-๘ สมัย มาจับได้ตอนนี้ให้มีหลักฐาน นั่นเปึนเรื่องที่ผมพูดถึงเพื่อนผม แต่ผมพูดกับผู้สื่อข่าว และรายการที่ผมไปออก ผมบอกว่าผมนั้นไม่เคยชอบสาบานและไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่าไร แต่ผมอยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านนี้เมืองนี้มีจริงสักครั้งหนึ่ง ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านใดไม่ซื้อเสียง เลือกตั้งมาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง โปรดอํานวยอวยพรให้ผู้นั้นและครอบครัวลูกหลานมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าท่านใด ซื้อเสียงและโกหกพี่น้องประชาชนและสภาแห่งนี้ก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง ให้ทันตาเห็นเถอะครับ โปรดดลบันดาลให้มีอันเปึนไปด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านชวลิตเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากพรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ฟังการบรรยาย ได้ฟังการอภิปรายมาตั้งแต่ช่วงเช้า ก็มาสะดุดไม่สบายใจอยู่นิดหนึ่งในส่วนของการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกอย่างน้อย ๒ ท่านในอันที่จะให้ท้ายหรือให้ความสําคัญกับการปฏิวัติรัฐประหารว่าในขณะนั้นช่วงนั้น เปึนการถูกต้องแล้ว ซึ่งกระผมคิดว่าเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีค่านิยม หรือมีประเพณีที่จะต้องปกปัองระบอบประชาธิปไตยอย่างสุดชีวิต ผมก็หวังที่จะให้ สภาของเรามีความยืนยาว ถ้าจะไปก็ไปด้วยระบอบของมันคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่ไปจากการนอกระบบ ซึ่งผมอยากจะเรียกร้องท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านการเลือกตั้งเข้ามา ขอให้มีความคิดเช่นเดียวกันก็คือรักประชาธิปไตย ผมชักไม่แน่ใจครับท่านประธานที่มีการกล่าวกันว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งตีสองหน้า หน้าหนึ่งมีการไปเคลื่อนไหวในพันธมิตร มีการไปเคลื่อนไหวในมวลชนที่มาเคลื่อนไหว อยู่ข้างทําเนียบ จนปัจจุบันนี้ผมก็ยังไม่เชื่อครับท่านประธาน เพราะผมมั่นใจว่า พรรคที่รักประชาธิปไตย พรรคที่ต่อต้านเผด็จการจะมีพฤติกรรมเช่นนั้น ผมหวังว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพ กระผมมาจากจังหวัดนครพนม จังหวัด ที่มีโน โหวต (No vote) ในการต่อต้านหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญสูงสุดของประเทศ ถึง ๗๗ เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อมีการประชามติ ผลประชามติออกมาอย่างไร คนนครพนม ก็รับความหรือรับคําตัดสินนั้นด้วยการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างที่พวกผมก็ได้มาสมัครเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ แต่ในขณะเดียวกันก่อนการเลือกตั้งพวกกระผมก็รณรงค์ในการที่จะแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าไม่ว่าจะเปึนที่มา เนื้อหาของกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น ไม่เปึนประชาธิปไตยแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้สะท้อนออกมา ในการอภิปรายหลายสิบคนที่ผ่านมา ผมมั่นใจว่าพวกเราเห็นพ้องต้องกันว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ คงจะต้องมีการแก้ไขอย่างแน่นอน แต่จะแก้ไขอย่างไร เราก็นํามาศึกษานํามาเสนอเปึนญัตติที่จะต้องมีการศึกษากันในการตั้งคณะกรรมาธิการ ร่วมกันในการอภิปรายในวันนี้ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมมีข้อสังเกตที่ผมเห็นว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีความไม่เปึนประชาธิปไตยอย่างแน่นอน และต้องมี การให้รับ ๆ กันไปก่อน และเปึนการแสดงความคิดเห็นไว้อย่างเปึนลายลักษณ์อักษร มีการลงสื่อมวลชนโดยความเห็นของคณะกรรมาธิการยกร่างซึ่งผมขอยกตัวอย่าง สัก ๓ ท่าน แต่จะไม่ขอเอ่ยนามครับ ท่านที่ ๑ หากประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเชื่อว่า จะมีปัญหาตามมามากมายจนไม่แน่ใจว่าการเลือกตั้งจะทันภายในสิ้นป้นี้หรือไม่ รับร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อนน่าจะเปึนทางออกที่ดี ไม่ชอบใจตรงไหนค่อยหาทางแก้ไขภายหลัง นี่ท่านที่ ๑ ท่านที่ ๒ การคาดหวังว่า คมช. จะหยิบรัฐธรรมนูญจะหยิบรัฐธรรมนูญ ในอดีตมาใช้ให้ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นไม่มีอะไรไปบังคับเขาได้ ถ้าไม่เปึนไป ตามคาดจะเกิดอะไรขึ้น หากรับร่างจะดีหรือเลวเราก็ได้ระบอบประชาธิปไตยมา อํานาจอธิปไตยกลับมา จึงอยากให้รับร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อนจากนั้นค่อยมาแก้ไขทีหลัง ในประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ท่านที่ ๓ อยากถามว่าประชาชนจะเลือกอะไร ระหว่างรับรอง รัฐธรรมนูญฉบับ สสร. ให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือจะรอให้ คมช. ข่มขืนเอารัฐธรรมนูญ ออกมา หรือขอให้ประชาชนลองดูโฉมหน้ารัฐธรรมนูญก่อนว่าดีหรือไม่ เหมือนการตัดสินใจแต่งงานบางทีรูปร่างไม่สวยไปบ้างก็มาจากการรัฐประหาร แต่ขอให้ดู ที่จิตใจว่าจิตใจดีหรือไม่ ถ้ามองว่าดีก็ให้แต่งไปก่อน แล้วส่วนที่บกพร่องก็ค่อยไปปรับปรุง ภายหลัง ท่านประธานครับ ไม่นับการขอร้องแกมบังคับไปยังข้าราชการ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ไปบอกพี่น้องประชาชนไม่รับ ให้รับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ พรรคพลังประชาชน ได้ศึกษาสิ่งที่ไม่เปึนประชาธิปไตยในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มากมาย หลายประเด็น ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายดังที่ผมได้กราบเรียนไปเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เสียเวลา กับที่ประชุมกระผมจะเอาในสิ่งที่ไม่ซ้ํากับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว
ข้อแรก การทําลายสิทธิพื้นฐานประชาธิปไตย ๑ สิทธิ ๑ เสียง ตรงนี้อาจจะ มีการอภิปรายไปบ้างแล้ว แต่ผมเห็นว่าเปึนพื้นฐานสําคัญของระบอบประชาธิปไตย นอกจากนั้นในมาตรา ๙๔ ให้เลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ซึ่งเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายกันไปจํานวนมากว่า ส.ส. ไม่สะดวกในการเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน แต่ถ้ามองในมุมกลับ พวกเราคิดถึงประชาชนบ้างไหมที่เขาจะต้องมาเยี่ยม ส.ส. มาเยี่ยมอย่างไร นําเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ เพราะการติดต่อทางโทรศัพท์แต่เพียงอย่างเดียวหรือการที่ ส.ส. ไปเยี่ยม แต่เพียงอย่างเดียวนี่มันไม่พอ พี่น้องประชาชนถ้าจะมาพบ ส.ส. ห่างไกลมาก ครับท่านประธาน น้ํามันในภาวะเศรษฐกิจบ้านเมืองอย่างนี้พี่น้องประชาชนไม่มีโอกาส ที่จะมาเยี่ยมเยียน ส.ส. หรือมาเสนอเรื่องร้องทุกข์ได้สะดวกนะครับ ผมจะตัดประเด็น ในส่วนที่ซ้ํากับเพื่อนสมาชิกออกไปเหลือเพียงมาตรา ๒๖๕ การกระทําที่เปึนการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ในมาตรา ๒๖๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้อง ไม่ดํารงตําแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือ ตําแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น ผมยกตัวอย่าง ข้อนี้ขึ้นมาก็เนื่องจากว่านอกจากผมจะประสบปัญหาด้วยตนเอง กระผมก็คิดว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ประสบปัญหา ก่อนการเลือกตั้งกระผมจะต้องลาออกจาก กรรมการสภามหาวิทยาลัยนครพนม ลาออกจากบอร์ดวิทยาลัยการบินนานาชาติของ มหาวิทยาลัยนครพนม เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ (๑) ในขณะที่ ในป้ ๒๕๔๐ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีข้อบัญญัติยกเว้นไว้ ในมาตรา ๒๖๕ (๒) (๓) (๔) เกี่ยวกับการจํากัดสิทธิมีการพูดกันตลก ๆ นะครับท่านประธาน แต่ผมคิดว่า อาจจะเปึนเรื่องจริงได้ก็คือว่าจํากัดสิทธิของ ส.ส. ในการเลือกคู่ครอง ทําไมจํากัดสิทธิ ท่านประธาน เพราะกฎหมายได้ห้ามไว้ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ต้องไม่รับ หรือแทรกแซง หรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเปึนคู่สัญญากับรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ อันมีลักษณะเปึนการผูกขาดตัดตอน หรือเปึนหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นส่วน ในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่ได้รับสัมปทานหรือเข้าเปึนคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้นําความใน (๒) (๓) (๔) นี่วรรคท้ายนะครับมาใช้บังคับ กับคู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาและบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่คู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภานั้นที่ดําเนินการ ในลักษณะผู้ถูกใช้ ผู้ร่วมดําเนินการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาให้กระทําการตามมาตรานี้ด้วย ท่านประธานครับ ในสภานี้ มี ส.ส. หนุ่มสาวที่ยังโสดมากมายหลายท่าน ถ้าเขาจะมีคู่ครองที่ทํากิจการรับสัมปทาน จากรัฐ เขาก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ เพราะติดเงื่อนไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ นี่คือ สิ่งที่เขาพูดกันตลก ๆ ข้างนอก แต่ในข้อเท็จจริงอาจจะเปึนจริงก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเปึนประเด็นสุดท้ายก็คือว่า มีการกล่าวอ้างกันว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนี้แก้เพื่อใคร ทําไมต้องรีบแก้ ผมคิดว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้เปึนการแก้เพื่อใคร แต่เปึนการแก้ เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนให้มีระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ให้มีกติกา ที่สมบูรณ์ แล้วกระผมก็ยังมั่นใจว่ากฎหมายนั้นเมื่อแก้ไขแล้วไม่มีผลย้อนหลัง นอกจากนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมเปึนประเด็นสุดท้ายตอกย้ํากับสิ่งที่ผม ได้เรียนมาตั้งแต่ต้นว่า ขณะนี้เราเอาปัญหาต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในสภาแล้ว ก็อยากจะวิงวอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านให้ใช้สภาของเราเปึนเวทีในการแก้ไข ปัญหาของบ้านเมืองนะครับ ขอวิงวอนตรงนี้แล้วก็อยากจะให้สภาของเรานั้นมีความยืนยาว เพื่อที่จะเปึนองค์กรสําคัญในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ขอขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ
ประเด็นไหนท่าน
มีประเด็นที่ก่อนหน้า ท่านชวลิตจะอภิปรายนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกขวามือซึ่งได้อภิปรายและได้เล่า ชีวประวัติของท่านในฐานะอดีตสมาชิกวุฒิสภา ผมเองก็เปึนอดีตสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาจากการเลือกตั้งสมัยเดียวกัน ผมย้ายที่นั่งมาตรงนี้เพราะผมต้อง มองหาเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาในสมัยป้ ๒๕๔๓ ท่านประธานครับ ซ้ายมือผมนี่ ท่าน ส.ส. ศรีเมือง เจริญศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ขวามือผมนี่ อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ อดีตสมาชิก วุฒิสภาจากแม่ฮ่องสอน ข้างหลังครับ ท่านผู้อาวุโส พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน อดีตสมาชิกวุฒิสภาป้ ๒๕๔๓ เช่นกัน ถัดไปคุณอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกวุฒิสภา ป้ ๒๕๔๓ เช่นกัน พวกผมทั้ง ๕ คนปัจจุบันนี้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบสัดส่วน และแบบเขตเลือกตั้งต่างได้รับความเสียหายจากการอภิปรายของท่าน ส.ส. ซีกขวามือที่เปึนอดีตสมาชิกวุฒิสภา
ท่านเชาวริน ขออภัยนิดหนึ่งครับ
ครับ
ขออภัยนิดหนึ่งครับ เอาเฉพาะจุดที่โดนพาดพิงแล้วเสียหายเฉพาะตรงนั้นนะครับ
ในประเด็นที่ ๑ ท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับคดียุบพรรค ท่านประธานครับ คนฟังทั้งประเทศก็คงจะต้อง แซ่ซ้องสาธุการว่าท่านนั้นไปเบิกความที่ศาลรัฐธรรมนูญ กระผมได้ข้อมูลจากเพื่อน อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่นั่งรอบข้างผมนี่ ศาลรัฐธรรมนูญครั้งนั้นที่เราเรียกกันว่า ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีพระบรมราชโองการโปรดโกล้าฯ แต่งตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้ง ของคณะปฏิวัติ แม้วันตัดสินก็ไม่กล้าใส่เสื้อครุย แล้วที่ท่านพูดพาดพิงไปถึง อดีตพรรคไทยรักไทย ซึ่งแท้ที่จริงผมไม่ได้เปึนสมาชิกพรรคไทยรักไทย ผมมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคพลังประชาชน แต่ท่านโยงให้เห็นว่า พวกพรรคพลังประชาชนนั้นสืบทอดมาจากพรรคไทยรักไทย ความเสียหายตรงนั้น ก็จะตกแก่พวกสมาชิกพรรคพลังประชาชนซึ่งหลาย ๆ คนเข้ามาใหม่ ท่านประธานครับ ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนั้นที่ท่านบอกว่าท่านไปเบิกความก็ถามเฉพาะท่านคนนี้ที่พูด เมื่อสักครู่นั่น แล้วก็นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง อีกคนหนึ่ง ส่วนสมาชิกวุฒิสภาคนอื่น ๆ ที่ไปศาลไม่ได้ถามเลย ไม่ได้ถามถึงเลยครับ เรียกอย่างนี้ไม่ผิดหรอก ฟังความข้างเดียว แล้วก็ตัดสิน และเห็นไหมวันตัดสินไม่กล้าใส่เสื้อครุยแบบเดียวกับตุลาการศาล รัฐธรรมนูญทั้งหลาย ข้อเท็จจริงตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนั้นไม่มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ถ้าท่านจะภูมิใจ จะบอกลูกบอกหลานในอนาคตจดจําไปบอกกันเถอะครับ แต่อย่าเอามาใช้กับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนองค์พระประมุข ที่ทุกอย่างเข้าตามตรอกออกตามประตู
ประเด็นต่อไปท่านประธานที่เคารพครับ ท่านได้ลําดับชีวประวัติของท่าน น่ายกย่องเหลือเกิน ท่านตัดสินใจที่จะลงสมัครผู้แทนราษฎร ท่านพูดว่าท่านตัดสินใจ เลือกพรรคประชาธิปัตย์เปึนพรรคการเมืองที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ การพูดอย่างนี้ เปึนการพูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น แล้วผมเข้าพรรคพลังประชาชนนี่ผมชั่วหรือ ท่านประธาน ถ้าจะเอาลําดับประวัติแล้วผมก็จะเล่าให้ฟังว่าผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒ ท่านประธานครับ ผมก็ทําหน้าที่ของผมในสภาผู้แทนราษฎรนานพอสมควร แต่วันหนึ่งเมื่อผมตัดสินใจ ประจักษ์ชัดแล้วว่าผมไม่สามารถทํางานกับเพื่อนสมาชิกในพรรคเดียวกัน ผมมีความละอายใจที่จะคงความเปึน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ผมจึงยื่นใบลาออก พ้นสมาชิกสภาพเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๒ ท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยู่ พรรคประชาธิปัตย์แล้วผมจะเลว ไม่ใช่ว่าท่านอยู่พรรคประชาธิปัตย์แล้วท่านจะเปึนดีที่สุด ตัดสินใจดีที่สุดว่าเลือกพรรคดีที่สุด ขอเถอะครับ อย่าเอาความดีเข้าตัว เอาความชั่วให้คนอื่น ผมถูกพาดพิงแล้วผมขอพูดแค่นี้ ผมมั่นใจเหลือเกินว่าคนไทยทั้งประเทศจะให้ความเปึนธรรมแก่พวกผมที่เปึนอดีต ส.ว. จากการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๓ และปัจจุบันมาเปึนสมาชิกอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ในสังกัดพรรคพลังประชาชน ขอขอบคุณครับ
ท่านนิพิฏฐ์เชิญครับ
เดี๋ยวครับท่านประธาน ผมถูกพาดพิงครับ ขอก่อนครับ
ท่านนิพนธ์ก่อนก็ได้ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านเชาวรินท่านก็เปึนตํารวจเก่าแล้วก็เปึนนักกฎหมายนะครับ ท่านต้องฟังให้ชัดเจนก่อน ผมไม่ได้พาดพิงอะไรถึงท่าน ผมพูดถึงตัวผมที่จะตัดสินใจเล่นการเมืองนะครับ ผมก็มองว่า พรรคไหนที่ผมควรจะเข้าและผมเห็นว่าดีที่สุดในตัวของผม ผมไม่ได้บอกคนอื่นว่าจะเข้าพรรคไหน หรือไม่อย่างไร เปึนเรื่องของการตัดสินใจแต่ละท่าน แล้วผมต้องเรียนว่าเหตุที่ผม เข้าพรรคนี้นี่ผมยังมีปัจจัยอีกประการหนึ่งก็คือ ผมก็เห็นว่าอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัย เปึนนายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์ที่สุดในประเทศไทย ผมจึงเข้าพรรคนี้ ในความเห็นและส่วนตัวของผม เพราะฉะนั้นผมไม่ได้พาดพิงอะไร ให้ท่านเสียหายนะครับ และการเบิกความที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นผมต้องชี้แจงครับว่า จะต้องมีการระบุพยาน ต้องส่งถ้อยคําเปึนเอกสารไปก่อนก่อนที่จะเบิกความ และสิ่งที่ผมพูดในสภาแห่งนี้ ผมก็พูดในวุฒิสภามาเหมือนกันขณะนั่งทําหน้าที่ประธาน มีสมาชิกถามผมเรื่องต่าง ๆ ผมก็ชี้แจงไป เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นี่อะไรเปึนอะไร ผมว่าทุกคน รู้แก่ใจกันเองดี ไม่เปึนไรครับ ถ้าข้องใจอะไรก็ยินดีเสมอสําหรับผม ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ อันนี้ก็ต้องถือบอกว่า
ท่านครับ ผมฟังอยู่ไม่มีอะไรเสียหายครับ คงไม่เปึนไรครับ พอเถอะครับ ไม่มีอะไร เสียหายครับ
(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านนิพิฏฐ์ประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ท่านนิพนธ์ขอความกรุณาครับ ผมฟังอยู่ครับ ผมฟังอยู่ท่านนิพนธ์ผมฟังอยู่ ท่านไม่ได้ หมายความอย่างที่ท่านเชาวรินพูดตรงนั้นนะครับ ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ไม่มีอะไรครับ นั่งเถอะครับ ท่านนิพิฏฐ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมขออนุญาตประท้วงเพื่อนสมาชิก ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๑ เมื่อสักครู่ท่านเชาวริน ขออภัยเอ่ยนามได้กล่าวพาดพิง ถึงการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมเปึนผู้หนึ่ง ที่ได้รับมอบอํานาจจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ดําเนินคดีนี้ในศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกจะกล่าวโดยพลั้งพลาด เจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม แต่ว่าทําให้ ศาลรัฐธรรมนูญได้รับความเสียหายครับ และพรรคประชาธิปัตย์เองซึ่งต่อสู้ในคดีนี้ ก็ได้รับความเสียหาย ข้อความเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ประโยคแรกผมไม่ติดใจครับ ผมคิดว่าท่านไม่ทราบ ท่านบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญเองไม่ได้ใส่เครื่องแบบ หรือไม่แต่งเครื่องแบบในขณะนั่งตัดสินพิจารณา ผมไม่ติดใจประเด็นนี้ครับ แต่ว่า ท่านต้องรู้ว่านั่นเปึนการปฏิบัติตามปกติของศาลรัฐธรรมนูญเขาไม่ใส่เครื่องแบบครับ เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ที่ผมจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานประท้วงเพื่อเพื่อนสมาชิก ได้ถอนคําพูดของท่าน ผมจดไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านเชาวรินได้กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญฟังความข้างเดียวแล้วตัดสินคดี อันนี้ศาลรัฐธรรมนูญเสียหายครับ และศาลรัฐธรรมนูญเปึนบุคคลภายนอกที่ถูกพาดพิง ผมกราบเรียนว่า ท่านต้องถอนคําพูดว่า ศาลรัฐธรรมนูญฟังความข้างเดียวแล้วตัดสินคดี ผมนั่งอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญตลอดเวลา ที่มีการพิจารณาคดีครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้ฟังความทั้ง ๒ ข้าง ทั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งของพรรคไทยรักไทย ประโยคสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยว่า พรรคการเมืองมีหน้าที่ ต้องรักษาระบอบประชาธิปไตย บัดนี้ ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทยไม่สามารถรักษา ระบอบประชาธิปไตยของประเทศนี้ไว้ได้ให้ยุบพรรคไทยรักไทยครับ ท่านต้องถอนคําว่า ฟังความข้างเดียวแล้วตัดสินคดีครับ
ท่านเชาวรินครับ
ครับผม
ผมขอวินิจฉัย
ท่านประธาน จะวินิจฉัยก่อนหรือว่าจะให้ผมแก้ต่างก่อน
ผมขอวินิจฉัยครับ
ถ้าอย่างนั้นผมนั่งลงครับ
ขอให้ท่านเชาวรินถอนคําพูดประเด็นที่ศาลฟังความข้างเดียวตรงนั้นครับ
นี่แหละครับ ท่านประธานผมถึงถามว่า ท่านจะวินิจฉัยก่อนหรือว่าจะให้ผมแก้ต่างก่อน ผมไม่ถอน เพราะผมไม่ได้พูด ผมไม่ทราบว่าผู้ประท้วงผมนี่ไปเอานั่นมาจากไหน ผมเขียนไว้เลยว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญ ผมว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมาตัดสินความ แล้วท่านจะไปภูมิใจอะไร ผมไม่ได้เอ่ยว่าศาลรัฐธรรมนูญ นี่ผมจดไว้นี่ ผมก็กลัวพลาด ผมบอกตลอดเวลาว่า อันนักปราชญ์ราชบัณฑิตนี่บางที สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง กิ้งกือยังเดินตกท่อ ผมก็กลัวพลาดก็เลยเขียนไว้ก่อนเลยว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญ ทุกคําครับไม่มีคําว่า ศาล ครับ เพราะฉะนั้นถอนไม่ได้ เพราะไม่ได้พูด
ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ความจริงผมไม่อยากโต้เถียงประเด็น เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้กับท่านเชาวรินเนื่องจากท่านเชาวรินก็เปึนผู้ที่อาวุโส เรื่องนี้เล็กน้อย มากครับ ไม่ควรเปึนประเด็นให้ท่านลุกขึ้นมาโต้ผมในลักษณะนี้นะครับ เมื่อสักครู่ท่าน บอกว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่เปึนไรครับ เมื่อสักครู่ผมพูดว่าศาล ผมถอนคําว่า ศาล ก็ได้ครับ แต่เมื่อท่านยืนยันว่าท่านพูดว่าตุลาการรัฐธรรมนูญฟังความข้างเดียวแล้ว ตัดสินคดี ท่านต้องถอนครับ
ท่านเชาวรินขออนุญาตนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ติดใจคําว่า ศาล นะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ ท่านถอนสิ่งที่ท่านนิพิฏฐ์ขอให้ถอนเมื่อสักครู่นี้ครับ
ท่านประธานครับ แล้วท่านนิพิฏฐ์นี่ไปเกี่ยวข้องอะไรกับตุลาการรัฐธรรมนูญ เปึนผู้เสียหายหรือเปล่าครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่
ท่านเชาวรินครับ เรื่องเล็กน้อยนะครับ ขอเถอะครับ ถอนเถอะครับ ท่านเชาวรินครับ ขอความกรุณานะครับ ถ้าไม่ถอนก็คงไม่จบ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมบอกแล้วว่าท่านเปึนผู้เสียหายหรือเปล่า ตอบผมเปึนผู้เสียหายหรือเปล่า หรือต่อให้ เปึนผู้เสียหายผมก็ไม่ถอน เพราะผมไม่ได้ว่าท่าน ไปสิไปเรียกตุลาการรัฐธรรมนูญ
ท่านเชาวรินครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วให้ท่านถอนนะครับ ท่านกรุณาเถอะครับ ถอนเถอะครับ
ผมนี่เคารพความคิดเห็น แล้วก็ให้เกียรติผู้ทําหน้าที่เปึนประธานในที่ประชุมเสมอ แต่ผมไม่ได้ทําผิดอะไร ท่านคงเคยได้ยิน คนที่ถูกตัดสินที่ไม่ได้ทําผิดนี่บางทีมันเปึนประวัติศาสตร์ ท่านจําได้ไหม ท่านประธาน ท่านเคยเรียนมัธยม ธรณีที่นี้
ท่านเชาวรินครับ ผมขอใช้ข้อบังคับ ให้บันทึกไว้ในรายงานตามข้อบังคับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ จบแล้วครับ จบแล้วครับ จบแล้วครับท่านครับ
ท่านประธานครับ ผม
จบนะครับท่าน
ท่านประธานครับ ผมเคารพ ท่านประธานครับ
ทําอย่างนี้ท่านนิพิฏฐ์ ถ้าประธานใช้อํานาจวินิจฉัยแล้วให้ถอน แต่ถ้าสมาชิกไม่ยอมถอน มันมีข้อบังคับอีกข้อหนึ่งผมจําไม่ได้ ข้อ ๖๔ ครับ ให้บันทึกไว้ก็ถือว่าจบ ได้ดําเนินการ จบแล้วครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงท่านประธานในประเด็นนี้ครับ
เชิญครับ
บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในเรื่องของผู้ที่อภิปรายไม่ถอนคําพูดนะครับ ท่านต้องให้เขาออกจากห้องประชุมก่อน เมื่อเขาออกจากห้องประชุมโดยไม่ถอนคําพูด ตามข้อ ๖๔ ที่ท่านว่า วรรคสอง ออกจากห้องประชุมโดยไม่ถอนคําพูดตามคําวินิจฉัย ของประธาน ให้ประธานบันทึกการไม่ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยไว้ในรายงานการประชุม ท่านต้องให้สมาชิกซึ่งดื้อด้านไม่ฟังคําตัดสินของประธาน
ท่านประธานครับ ต้องถอนคําว่า ดื้อด้าน
ผมว่าเรื่องนี้จบแล้วนะครับ อย่าเอาเปึนสาระเลยครับ เรื่องอื่น ๆ สําคัญมากกว่านี้ มีอีกเยอะ ขอความกรุณาเถอะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ
ท่านดูข้อ
ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมขอ
อย่างนี้ครับ ผมยังไม่อนุญาตนะครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ ผมยังไม่อนุญาต ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ซึ่งกรณีที่ถ้าประธานอนุญาตให้ถอนคําพูดแล้วท่านสมาชิกไม่ยอมถอนและ ออกนอกห้องประชุม ผมจึงจะสามารถที่จะให้บันทึกไว้ในรายงานตรงนั้น เพราะฉะนั้น ถือว่าตรงนี้ผมได้วินิจฉัยโดยที่ท่านเชาวรินยังไม่ได้ออกจากห้องประชุม ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ ซึ่งมันขัดกับข้อ ๖๔ เพราะท่านเชาวรินยังไม่ได้ออกจากห้องประชุม ก็ถือว่าผมวินิจฉัย ผิดพลาด คงจะเอาเหตุความผิดพลาดของผมไปเชิญท่านเชาวรินออกจากห้องประชุม คงไม่เปึนธรรมแน่นอน เพราะฉะนั้นผมก็ยังยืนยันว่าต้องขอให้ท่านเชาวรินถอนคําพูดแล้ว ก็ให้ท่านบุญยอดถอนคําพูดเมื่อกี้ คําเมื่อกี้นะครับ ดื้อด้าน ท่านต้องถอนด้วยครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ คําว่า ดื้อด้านมีในพจนานุกรม แน่นอน
ท่านอย่าแย้งเลยครับ ผมได้วินิจฉัยแล้ว ท่านกําลังทําผิดข้อบังคับนะครับ เพราะถือว่า คําวินิจฉัยเปึนเด็ดขาดแล้ว ท่านต้องถอนครับ แล้วท่านเชาวรินก็ต้องถอนด้วยนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ จะได้จบครับ ท่านเชาวรินขอความกรุณาจะได้ถอนด้วยกันทั้งคู่ครับ
ท่านประธานครับ ความจริงเวลาจะถามประเด็นนี่มันก็มีกติกาว่าต้องถามประเด็นหลังก่อน ให้เขาถอน ก่อนสิครับ
ท่านครับ เหตุการณ์ของท่านเกิดก่อน ท่านถอนก่อนเถอะครับ ท่านเชาวรินครับ ด้วยความเคารพนะครับ อย่าเอาเปึนสาระเลยครับ ผมขอบิณฑบาตนะครับ ท่านถอน เถอะครับ
ท่านประธานครับ มันไม่ใช่เรื่องที่ท่านประธานจะขอบิณฑบาต ขอกันกินมากกว่านี้ จริง ๆ ผมก็เห็นด้วย แต่ว่าท่านประธานรับรองกับผมได้ไหมว่า ถ้าผมถอนแล้วเขาก็จะถอนคําว่า ดื้อด้าน อย่ามาอ้างว่ามันเปึนคําที่ในพจนานุกรมมี ไม่ใช่เอาคําในพจนานุกรมมาว่า คนโน้นคนนี้ได้
ท่านครับ ผมเชื่อนะครับว่าถ้าท่านถอนแล้วผมเชื่อว่าท่านบุญยอดถอนครับ ท่านถอน เถอะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านอดุลย์ประท้วงใครครับ
ประท้วงท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ จากแม่ฮ่องสอน ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานเกี่ยวกับ การวินิจฉัยของท่านประธาน
ท่านอดุลย์กําลังทําผิดข้อบังคับมาประท้วงคําวินิจฉัยประธานไม่มีสิทธินะครับ ท่านนั่ง เถอะครับ
ท่านประธานครับ ประทานโทษครับ ผมนั่งฟังมาตลอด
ท่านอดุลย์ด้วยความเคารพท่านนั่งเถอะครับ ท่านเชาวรินขอความกรุณาผมเชื่อว่า ถ้าท่านถอนท่านบุญยอดก็ถอน ผมเชื่อว่าอย่างนั้นจะได้จบครับ
ท่านประธานครับ เมื่อท่านขอแล้วข้อบังคับเขียนไว้อย่างนี้ผมเคยพูดในสภานี้ในสมัยเปึนสมาชิกวุฒิสภา และถูกประท้วงให้ถอนคําพูด ผมบอกถ้าผมทําผิดเอาผมไปฆ่าดีกว่าอย่าให้ผมถอนเลย ผมถอนไม่ได้เพราะผมพูดไปแล้ว บ้าหรือเปล่าคําพูดถอนได้ที่ไหนมันถอนไม่ได้ผมพูดกับ เพื่อนผม เพื่อนผมบอกพี่ถอนเถอะ ๆ ผมเลยดุไปเลยบอกบ้าหรือเปล่าคําพูดมันถอน ได้ที่ไหนมันไม่ใช่ต้นไม้ ใบหญ้า แต่ผมเคารพท่านประธานท่านวินิจฉัยใช่ไหมครับว่า ผมควรถอนใช่ไหมอย่างนั้นผมก็ไม่ประชุมกับคนแบบนี้
ท่านประธานครับ ท่านต้องสั่งไว้ ในรายงานว่าท่านต้องบันทึก
ท่านนั่งก่อนครับ ก็ให้บันทึกไว้นะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้วินิจฉัยให้ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ถอนคําพูด ซึ่ง ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ไม่ถอนคําพูดตามคําวินิจฉัยและได้เดินออกจากที่ประชุมสภา)
ท่านบุญยอดถอนนะครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ซึ่งท่านประธานก็พยายามที่จะทําหน้าที่นั้นผมยินดีที่จะถอนผมไม่มีศักดิ์ศรีอะไรมากมาย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เมื่อกี้ฝ์ายรัฐบาลพูดหรือเปล่าที่เพิ่งจบไปเมื่อกี้ ขอสลับไปพรรคชาติไทย สักท่านได้ไหมครับ เชิญท่านวรงค์ก่อน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมีความรู้สึกว่าวันนี้การเมืองไทยของเราติดหล่ม ท่านประธานครับ การเมืองไทยของเราติดหล่มมานานหลายสิบป้ แล้วผมคิดว่าในช่วงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมที่ผ่านมาคิดว่าการเมืองไทยจะหลุดจากหล่มนี้ โดยเฉพาะหล่มปัญหาเรื่อง รัฐธรรมนูญนี้ ผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เคยประกาศไว้ว่าหลังจาก ที่จัดตั้งรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วจะยังไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญจะรอจนกว่าประมาณ ๓ เดือนก่อนหมดวาระของรัฐบาลถึงจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ผมก็ตกใจเหมือนกันว่า ทําไมอยู่ ๆ วันดีคืนดีก็จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความเร่งรีบ แต่ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่า ไม่ว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ แต่จะดีจะชั่วในการใช้รัฐธรรมนูญนั้นอยู่ที่คนใช้ อยู่ที่พวกเราที่เปึนนักการเมือง ทั้งหมดในการเอารัฐธรรมนูญทั้งหมดมาใช้ว่าจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน หรือจะเกิดประโยชน์กับพรรคพวกเพื่อนฝูงส่วนตัว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผมไม่สบายใจคืออยู่ ๆ วันดีคืนดีที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความเร่งรีบร้อนรน ปัญหามันอยู่ตรงนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในช่วงปัจจุบันนี้ประเด็นที่มีการเกิดมวลชน มีการเมืองภาคประชาชนที่ออกมาต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาของการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้ประเด็นหลักสําคัญอยู่ที่การแก้ไขด้วยความเร่งรีบและร้อนรน ผมจําได้ว่า ฝ์ายที่พยายามที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นได้มีการพูดถึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการทําประชามติที่ไม่ชอบ มีการใช้อํานาจของฝ์ายเผด็จการเข้ามาครอบงํา ประชาชนทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผลพวงหรือเปึนผลที่เกิดจากอํานาจ ของเผด็จการ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผลพวง หรือเปึนผลที่เกิดจากอํานาจของเผด็จการ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่สมาชิกหลายคนได้พูดถึงการทํา ประชามติที่เกิดขึ้นนั้นไม่ชอบ สมาชิกหลาย ๆ ท่านนั้นพูดไม่จบครับ เนื่องจากว่าผมก็เปึน ส.ส. หรือเปึนนักการเมืองอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ท่านเชื่อไหมครับว่าในช่วงนั้นในช่วงที่มีการทําประชามติ สิ่งที่เกิดขึ้นคือใบปลิวเถื่อนครับ ใบปลิวเถื่อนที่สร้างความแตกแยกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ใบปลิวเถื่อนที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนว่าหลายสิ่งหลายอย่างจะเกิดขึ้น ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ดังนั้นผมถือว่าสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้มีการพูดถึงว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการใช้ประชามติที่ผ่านมานั้นเขาพูดไม่หมดครับ มีสมาชิก หลายคนพยายามกล่าวโจมตีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเปึนซากของเผด็จการ ผมพยายาม คิดอยู่เสมอว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนซากของเผด็จการ แต่ทําไมเผด็จการที่มีการปฏิวัติ รัฐประหารในป้ ๒๕๔๙ นั้นประชาชนเอาดอกไม้ไปมอบให้เท่ากับเปึนคําตอบที่ยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนมีการปฏิวัติรัฐประหารนั้นมันย่ําแย่กว่าเผด็จการที่เกิดขึ้นครับ ทําให้ผม พยายามนั่งคิด คิดไปคิดมาจนได้คําตอบว่า วันนี้มันมีเผด็จการบางรูปแบบที่เลวร้าย ยิ่งกว่าเผด็จการทหารครับ เผด็จการทหารพี่น้องประชาชนเห็นทหารถือป๋นออกมา เผด็จการทหารพี่น้องประชาชนเห็นทหารเอารถถังออกมานี่คนจับต้องได้เลย สัมผัสได้ว่า นี่คือเผด็จการครับ แต่เผด็จการในรูปแบบใหม่ที่ประชาชนสัมผัสไม่ได้ เพราะว่าเผด็จการนี้ มาจากกระบวนการการเลือกตั้ง นั่นคือเผด็จการรัฐสภา ดังนั้นผมอยากจะย้ํากับ ท่านประธานว่า วันนี้จะกล่าวอะไรก็แล้วแต่ให้คํานึงอยู่เสมอว่าวันนี้ขณะนี้เรากําลัง เผชิญรูปแบบของเผด็จการในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า เผด็จการรัฐสภา ซึ่งเผด็จการ รัฐสภานั้นน่ากลัว รุนแรงยิ่งกว่าเผด็จการของทหารครับ ดังนั้นอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานให้เห็นภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ผมอยากพยายามที่จะย้ําว่า เพราะเหตุใดการแก้รัฐธรรมนูญนี้ถึงเปึนการแก้ด้วยความเร่งรีบ เร่งด่วน และรวดเร็ว ผมเห็นเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นมีปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. ที่มาของ ส.ว. หรือการทําหน้าที่ของ ส.ส. ตามมาตรา ๒๖๖ แต่ถ้าถามใจผม ผมไม่เชื่อว่าประเด็นต่าง ๆ ที่สมาชิกพูดออกมานี้ จะเปึนประเด็นปัญหาที่ทําให้มีการเร่งรีบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านตอบความจริงมาว่า การผลักดันให้มีการเร่งรีบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีนัยสําคัญอยู่แค่ ๒-๓ ข้อ เท่านั้นเอง นัยสําคัญข้อที่ ๑ ท่านต้องยอมรับเลยว่าวันนี้มันมีคดีเรื่องยุบพรรคคาอยู่ ตามมาตรา ๒๓๗ ในช่วง ๒ วันที่ผ่านมานี้มีเพื่อนสมาชิกบางคนพยายามบอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่เกี่ยวกับคดีการยุบพรรคที่จะเกิดขึ้น และผลพวงของ การแก้ไขก็ไม่เกี่ยวข้อง แต่ฟังไปฟังมาบางคนก็บอกว่ามันเกี่ยวข้องกับการยุบพรรค แล้วถ้าประชาธิปัตย์โดนบ้างแล้วจะรู้สึก เหมือนกันครับประเด็นข้อที่ ๒ ที่ผมเชื่อว่า พรรคการเมืองที่พยายามมีการผลักดันให้เร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผลพวงของ การที่ไม่ต้องการให้อดีตนายกรัฐมนตรีต้องขึ้นไปพิจารณาคดีในศาล จริงอยู่วันนี้ ท่านขึ้นศาลแล้วครับ แต่ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าจะเปึนข้ออ้างในการที่จะบ่ง บอกว่ากฎหมายข้อนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และทําให้มีการหลุดคดีจากศาล ดังนั้น ขอให้ท่านผู้คิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความเร่งรีบ ท่านผู้คิดต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความเร่งด่วน ท่านพูดได้ไหม ท่านพูดในสภาแห่งนี้ได้ไหมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้จะไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๓๗ และท่านพูดดัง ๆ ได้ไหมครับว่า ถ้าจะมีบทเฉพาะกาลในการที่จะชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้นั้น ไม่มีผลต่อการแก้ไขในมาตรา ๓๐๙ ที่จะให้อดีตนายกรัฐมนตรีผ่านกระบวนการยุติธรรม วันนี้ผมได้ยินสมาชิกบางท่านบอกว่า มันไม่เปึนความยุติธรรมกับอดีตนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า เอาคนที่ไม่ชอบกัน เอาคนที่เกลียดกันมาตรวจสอบกัน ผมคิดไปคิดมาฟังดู ตอนแรกเหมือนมีเหตุผลครับ แต่คิดไปคิดมาจริง ๆ แล้วสิ่งที่ คมช. ทํานั้นถูกต้องแล้ว ที่ผมกล้าบอกว่า คมช. ทําถูกต้องแล้วในการแต่งตั้ง คตส. เนื่องจากว่าคนที่เปึน นายกรัฐมนตรีนั้นมีอํานาจมากจริง ๆ ครับ และในช่วงหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมาก็เปึนการบ่งบอกว่าท่านผู้นี้เปึนนายกรัฐมนตรีที่มีการแทรกแซง หน่วยงานต่าง ๆ มากที่สุด ดังนั้นเกิดท่านมีแต่งตั้งคนธรรมดาที่ไม่มีศักยภาพเท่าไร ผมเชื่อว่า คตส. ชุดนั้นถูกแทรกแซงหมด การทํางานของ คตส. ก็เหมือนกับเปึนหน่วยงานอิสระ หน่วยงานหนึ่ง และสุดท้ายครับถ้าท่านมีความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ผมเชื่อว่าศาลคือศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะให้ความยุติธรรม คนทุกคนถ้ามี ความบริสุทธิ์ใจผมเชื่อจริง ๆ ว่าศาลท่านจะให้ความเปึนธรรมครับ แม้กระทั่งช่วงล่าสุดนี้ คดีขึ้นสู่ศาล ศาลจะมีการส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดีว่าปัญหาต่าง ๆ นั้น มีการขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นผมอยากจะย้ําครับว่าวันนี้มีการเร่งรีบ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือประเด็นที่เปึนข้อกังวลครับ และผมเกรงว่าการแก้ไขครั้งนี้ ถ้าทําให้ ๒ ข้อนี้หลุดไปแล้วระบบกฎหมายของประเทศชาติก็จะผุพังทําลายลงไปครับ ดังนั้นในประเด็นเหล่านี้ผมถือว่าเปึนข้อที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันพิจารณาครับ และจุดที่ ผมยังกังวลอีกข้อหนึ่งว่า ผลพวงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะมีผลต่อองค์กรอิสระ วันนี้องค์กรอิสระที่มีอิทธิพลสูงมีอยู่ ๓ ส่วน คือ กกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ผมจําได้ว่าเคยมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีผลทําให้การแต่งตั้งหน่วยงานอิสระ หรือองค์กรอิสระนั้นต้องยุติไปแล้วต้องมีการแต่งตั้งใหม่ภายใน ๑๘๐ วัน ผมเกรงว่า ถ้าการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในสภานั้น เปึนคณะกรรมการสรรหาก็จะเกิดการแทรกแซงองค์กรอิสระขึ้นมาอีก ดังนั้นผมถือว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ ถามผมโดยส่วนตัวว่ารัฐธรรมนูญนั้นแก้ไขได้ไหม ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า อะไรก็แล้วแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ ทําขึ้นมันแก้ไขได้หมดครับ รัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่มนุษย์ร่างขึ้นมาก็สามารถแก้ไขได้ แต่ผมต้องย้ําครับว่าการแก้ไขนั้นมันต้องมีช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม การแก้ไขด้วย ความเร่งรีบร้อนรนมันไม่ปกติครับ ดังนั้นถ้าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างน้อย ๆ ข้อที่ ๑ มันไม่ควรจะเร่งรีบที่ผิดปกติและควรจะเป่ดโอกาสให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ทําหน้าที่ของตัวเอง ไปสักระยะเวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ผมจะเทียบเคียงครับ ผมจําได้ว่าเมื่อวานนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ์ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และอีกฉบับหนึ่งได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ๗ ท่านครับ มีเสียงกระแส วิพากษ์วิจารณ์มาว่าขณะนี้รัฐบาลเพิ่งทํางานมาได้ ๔ เดือนเท่านั้นเองทําไมถึงจะต้อง เร่งรีบอภิปราย แต่เหตุผลของฝ์ายค้านในการตอบไปชัดเจนครับว่า แค่ ๔ เดือนนี้ ก็สร้างความเสียหายกับประเทศชาติมาเยอะแล้วจึงจําเปึนต้องอภิปราย
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงผู้อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ขอกราบเรียนท่านประธานได้วินิจฉัย ด้วยครับ
ผมก็วินิจฉัยครับ คือกําลัง เข้าเนื้อหาสาระ ขอให้เข้าเนื้อหาสักหน่อยคุณหมอครับ เหมือนกับเรารักษาคนไข้นะครับ ให้มันละเอียดลออกว่านี้สักนิดหนึ่ง ไม่เปึนอะไรครับ สรุป ๆ หน่อยก็แล้วกัน ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ต้องขอบคุณประธาน จากใจด้วยนะครับ ผมกําลังโยงประเด็นกําลังจะจบครับท่านประธาน ผมเริ่มต้น ตรงนี้ใหม่อีกทีว่า ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นโดยส่วนตัวแก้ไขได้ แต่หลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะมีหลักการประมาณ ๓ ข้อที่ผมคิดไว้ ที่จะนําเสนอผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกทุกคนว่า จุดที่ ๑ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ต้องไม่เร่งรีบครับ ทุกอย่างต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสม ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จริงอยู่ผ่านประชามติเมื่อเดือนสิงหาคมป้ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลชุดนี้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพิ่งเคียงคู่กันมาแค่ ๔ เดือนครับ ผมมองว่า ๔ เดือนที่ผ่านมานั้นมันน้อยเกินไป และ ผมก็กําลังจะชี้ให้เห็นว่าขนาดรัฐบาลทํางานมา ๔ เดือนยังเอะอะโวยวายเลยว่าฝ์ายค้าน มายื่นไม่ไว้วางใจมันเร็วเกินไป ฉะนั้นผมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันยิ่งเร็วเกินไปครับ ฉะนั้นควรจะให้เวลารัฐธรรมนูญในการทําหน้าที่ของตัวเองและจะได้เห็นว่าจุดไหนเปึนจุด ที่บกพร่องแล้วเราจะได้มาแก้ไข จุดที่ ๒ ที่ผมคิดว่าโดยส่วนตัวนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ได้แล้วนี่เราต้องตอบสังคมได้ว่าแก้แล้วประชาชน สังคมได้อะไร เพราะท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าในช่วงวันนี้กับเมื่อวานนี้ผมนั่งฟังทั้งวัน ปัญหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความเร่งรีบร้อนรน เกิดจากปัญหาของนักการเมืองทั้งสิ้นครับ ไม่มีใครเคยเอาประเด็นที่สําคัญมาบอกว่าแก้แล้วประชาชนได้อะไร มันคล้าย ๆ กับ จะมีบอกว่าในมาตรา ๒๖๖ เปึนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ซุปเปอร์แมน (Superman) ของพรรคประชาธิปัตย์กําลังจะ ตรวจสอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านท่านประธานสภาครับ เพื่อกําลังจะชี้ให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ป่ดกั้นพวกเรา ส.ส. ในการดูแลประชาชนที่เปึนผลประโยชน์ของ ประชาชน แต่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการป่ดกั้น ส.ส. ที่ทํางาน บนเจตนารมณ์เพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ดังนั้นผมเชื่อว่าประเด็นข้อที่ ๒ ที่ผมพยายามย้ําว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องชี้ให้เห็นว่าประชาชน ประเทศชาติได้อะไร และ ข้อที่ ๓ จุดที่เปึนข้อกังขาและกังวลมากที่สุดคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้อง ต้องข้อนี้ เปึนต้องที่สําคัญที่สุดคือ ต้องไม่ทําเพื่อตนเองหรือเพื่อพวกพ้อง วันนี้ข้อกังวล วันนี้ การเมืองภาคประชาชน ม็อบวันนี้เกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ถ้าท่านใจเย็น สักนิดหนึ่งผมเชื่อว่าม็อบเขาไม่ติดหรอกครับ และวันนี้ผมฟังมีหลายคนพยายามโจมตีว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งของพันธมิตร พรรคประชาธิปัตย์ เปึนนักการเมืองตามระบอบสภาผู้แทนราษฎร เรายึดเวทีของสภาผู้แทนราษฎรในการทํา หน้าที่ พันธมิตรเปึนสิทธิของประชาชน เปึนการเมืองภาคประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ที่ประชาชนสามารถจะมีสิทธิในการชุมนุมเรียกร้องอะไรก็ได้ที่อยู่บนพื้นฐาน ความสงบโดยปราศจากอาวุธ เพราะฉะนั้นผมถือว่าเรา ๒ ส่วนแยกกันครับ ต่างฝ์าย ต่างทําหน้าที่ แต่บังเอิญเรา ๒ ส่วนนั้นทําหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนและ ประเทศชาติคล้าย ๆ กันเท่านั้นเอง
ผมอยากจะย้ํากับท่านประธานอีกประเด็นหนึ่งว่า อย่างไรก็แล้วแต่ คณะกรรมาธิการศึกษาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสียของ รัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ให้ชัดเจน วันนี้ผมได้ยินสมาชิกหลายท่านพูดว่า ป้ ๒๕๔๐ วิเศษครับ ผมจําได้ว่าก่อนที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ออกมานั้น ตอนนั้นคิดว่า เพิ่งจะจบเปึนแพทย์ทํางาน เปึนวุฒิบัตรหมอสูตินรีใหม่ ๆ เราก็พลอยตื่นเต้นไปกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วย จําได้ว่าผมก็เอาธงเขียวไปช่วยในการรณรงค์เหมือนกัน เพื่อให้ผ่านมา แต่ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าวิกฤติการณ์ทางประเทศชาติ วิกฤติการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจนนําไปสู่การปฏิวัตินั้นเปึนผลพวงของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีจุดอ่อนเช่นกันที่จะต้อง ปรับปรุงแก้ไข ขณะเดียวกันพวกเราพรรคประชาธิปัตย์ก็คุยชัดเจนว่าเราก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข แต่จะต้องศึกษาแก้ไขด้วยความรอบคอบ ดังนั้นอยากจะฝากกับท่านประธานนะครับว่าวันนี้สังคมเราอยู่ได้ ระบบของสังคม อยู่ได้นั้นกฎหมายเปึนเรื่องสําคัญ ขณะเดียวกันระบบการเมืองที่มันอยู่เหนือกว่า ระบบสังคม ลําพังการใช้กฎหมายนั้นไม่พอ ระบบการเมืองจําเปึนจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรมเข้ามาประกอบด้วยแล้วสังคมถึงจะอยู่ได้อย่างสงบสุข และสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝาก กับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าผมเพิ่งรู้ว่ากระบวนการของระบอบประชาธิปไตยนั้น มีศัตรูจริง ๆ แต่เดิมสมาชิกหลาย ๆ ท่านพยายามบอกว่าระบอบประชาธิปไตย เปึนระบอบการเมืองที่ดีที่สุด ผมก็เห็นด้วย เพราะพวกเราก็ปฏิเสธเผด็จการทุกรูปแบบ เผด็จการก็ทําให้เราตกงานเหมือนกันครับ เราคิดว่าระบอบประชาธิปไตยก็เปึนระบอบ ที่ดีที่สุด แต่เราเพิ่งได้คําตอบว่าระบอบประชาธิปไตยก็มีศัตรู ศัตรูของระบอบ ประชาธิปไตยคือทุนนิยมสามานย์จริง ๆ ครับท่านประธาน ศัตรูของระบอบประชาธิปไตย คือทุนนิยมสามานย์ ที่บอกว่าทุนนิยมสามานย์เปึนศัตรูของระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าระบอบนี้จะสร้างเจตนารมณ์สามานย์ขึ้นมา เจตนารมณ์สามานย์ก็คือ เจตนารมณ์ที่ทําเพื่อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง และจุดที่สําคัญที่สุดคือ เจตนารมณ์พวกนี้ชอบอ้างเสียงส่วนใหญ่เข้ามาเปึนหลักการในการอ้างอิงเสมอ ดังนั้น อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน และผมเห็นด้วยที่สภาแห่งนี้จะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการเข้ามาศึกษาถึงปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอพรรคชาติไทย สักคนหนึ่งนะครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย สืบเนื่องจากเมื่อวานจนมาถึงขณะนี้ วันนี้ตั้งแต่เช้าผมได้มีโอกาสนั่งอยู่ ในที่ประชุมตลอดเวลาได้นั่งฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ร่วมกันอภิปรายในประเด็น ปัญหาของสังคมอยู่ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครในที่นี้ปฏิเสธถ้าหากว่าผมจะพูดว่า ปัญหาของสังคมที่ ๒ ฝ์ายกําลังเผชิญหน้ากันอยู่ในขณะนี้ และเราก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย สาเหตุหลักต้นเหตุหลักของการเกิดความขัดแย้ง พวกเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าต้นเหตุหนึ่งของความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นจากความเห็น ที่แตกต่างกันของคนสองฝ์าย ฝ์ายหนึ่งบอกว่า เอาละรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่ดี ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เกิดขึ้นมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้รัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้งแล้วจําเปึนที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในขณะที่อีกฝ์ายหนึ่ง ก็บอกเหมือนกันว่าเพิ่งจะใช้มาเพียงแค่ ๓ หรือ ๔ เดือน เรายังไม่รู้ว่าข้อดีและข้อเสียของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้คืออะไร เพราะฉะนั้นชะลอไว้ก่อนอย่าเพิ่งไปแก้ นี่คือความขัดแย้ง ที่ถือเปึนชนวนเริ่มต้นของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ผมจึงเห็นด้วยครับ เห็นด้วยแล้วก็ต้องชื่นชมกับสภาที่ทุกพรรคการเมืองวันนี้เห็นว่าทางออกที่สําคัญ ของประเทศ นั่นก็คือจะต้องจับมือกัน แล้วก็ร่วมมือกันศึกษา แล้วก็ช่วยกันแก้ไขปัญหา อย่างจริงจัง ทุกพรรคการเมืองได้ร่วมกันเสนอญัตติเพื่อที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมือง เสนอญัตติเพื่อที่จะศึกษาปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ เราจะได้รู้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อดีและมีข้อด้อยอย่างไร ข้อดีไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับว่า มันก็มีเหมือนกันในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และข้อด้อยก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มีข้อด้อยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงเปึนเรื่องที่ดีที่รัฐสภาที่สภา แห่งนี้ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนได้ร่วมมือกันหาทางออกให้กับสังคม ผมฝากความหวังไว้กับคณะกรรมาธิการชุดนี้ และตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับท่านประธาน มีหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปราย หลายท่านทั้งในสภาแห่งนี้และนอกสภาพูดว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มาจากการรัฐประหาร เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ชั่วร้าย รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลว ผมต้องบอกครับ เปรียบเทียบกับในครอบครัว พ่อเปึนโจร แม่เปึนโจร ไม่ได้หมายความว่า ลูกที่เกิดมาจากพ่อแม่ในครอบครัวจะต้องเปึนโจรเหมือนกับพ่อแม่นี่ครับ เพราะฉะนั้น เรายังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันดีหรือไม่ดีอย่างไร อย่าเพิ่งไปปรามาสว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไม่ดี ผมคิดว่าที่มาของรัฐธรรมนูญไม่ใช่สาเหตุจะไปกล่าวหาว่าดีหรือไม่ดี บนประวัติศาสตร์ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงจะเห็น มีรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ที่มาบนบรรยากาศที่เปึนประชาธิปไตยของประเทศในขณะนั้น แล้วก็มีรัฐธรรมนูญ อีกหลายฉบับเหมือนกันที่มาจากเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร แต่ผมคิดว่าที่มา ไม่ใช่เรื่องสําคัญ สําคัญอยู่ที่ว่าคนใช้รัฐธรรมนูญมากกว่า รัฐธรรมนูญที่มาจาก การรัฐประหาร ผมคิดว่าก็ยังจะดีกว่ารัฐธรรมนูญที่มาจากบรรยากาศที่เปึนประชาธิปไตย แต่ผู้เอามาใช้ เปึนผู้นําที่มีลักษณะเผด็จการ อันนี้รุนแรงและอันตรายมากกว่า เพราะฉะนั้นผมไม่อยาก ให้ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ตามเปึนเงื่อนไขของการนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้คงจะเร็วเกินไปครับถ้าหากว่าเราจะพูดว่า เมื่อตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมาแล้ว เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญคงจะเร็วเกินไป เรื่องนี้เปึนเรื่องของอนาคตที่ทางคณะกรรมาธิการ ชุดนี้จะต้องไปหาข้อสรุป หาเหตุของข้อดีและข้อเสีย เมื่อสรุปสุดท้ายแล้วจะแก้ หรือจะไม่แก้เราค่อยมาว่ากันในอนาคต ผมฝากข้อสังเกตซึ่งไม่มากนัก เมื่อสักครู่นี้ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ฝากข้อสังเกตไปแล้ว อย่างเช่น เรื่องที่มาของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของ ส.ส. ของพวกเรา หลายคนพูดว่าเขตใหญ่หรือเขตเล็ก รัฐธรรมนูญฉบับนี้กําหนดให้เปึนเขตใหญ่ เพราะอ้างว่าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนเขตเล็กเกิดการทุจริต เกิดการคอร์รัปชันมากในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เกิดการคอร์รัปชัน เกิดการทุ่มเงินเพื่อที่จะนําไปซื้อเสียง เขาก็เลยเปลี่ยนให้มาเปึน เขตใหญ่เพื่อที่จะลดปัญหาเรื่องการซื้อเสียงลง แต่ผมคิดว่าเขตเล็กหรือเขตใหญ่ ถ้าหากว่าคนจะซื้อเสียง ถ้าหากว่าคนตั้งใจที่จะทําทุจริตคงไม่มีความแตกต่างหรอกครับ จะเขตเล็กหรือเขตใหญ่คนซื้อเสียงมันก็ซื้ออยู่นั่นแหละครับ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หรือการเลือกตั้งครั้งก่อนที่จะใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เปึนสิ่งที่ยืนยันได้ว่า การซื้อเสียงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขตเล็กหรือเขตใหญ่ ประเด็นสําคัญอยู่ที่กรรมการมากกว่า กรรมการที่เปึนคนห้ามนักมวยบนเวทีนี่คือสิ่งที่สําคัญ คณะกรรมการการเลือกตั้งคือ หน่วยที่ดูแลการเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริต ตรงนี้สําคัญครับ เขตเล็กหรือเขตใหญ่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ สําคัญอยู่ที่ว่า กกต. มีความเข้มงวดกับการดูแลการเลือกตั้ง มากน้อยเพียงใด ตรงนี้คือเรื่องที่สําคัญ ผมฝากไว้เปึนประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ เรื่องบัญชีรายชื่อ เรื่องการเลือกตั้งแบบสัดส่วน ผมแปลกใจ ผมสงสัยว่าทําไมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถึงต้องมาแบ่งเขตเลือกตั้งออกเปึน ๘ เขต ทั้ง ๆ ที่ การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. เองเปึนไปในลักษณะที่ไม่มีทิศทางอะไรเลย จับจังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้เอาไปรวมกลุ่มอยู่กับพื้นที่ภาคกลาง ความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความแตกต่างทางวิถีชีวิต การเลือกคน ผมคิดว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่รู้ว่า ต่างวัฒนธรรม ต่างวิถีชีวิตจะเอามารวมกันได้อย่างไร จะให้เลือกคนได้อย่างไร ผมคิดว่า ถ้าเปึนอย่างนี้ทําไมไม่ทําย้อนให้เปึนแบบเก่าล่ะ อย่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่ให้ ประเทศทั้งประเทศเปึนเขตเลือกตั้งเดียว แล้วก็ให้คนเลือกไปสิครับ คนภาคเหนือ ก็เลือก ภาคกลางก็เลือก ภาคใต้ก็เลือก ก็เลือกกันไป ส่วนได้เท่าไรก็ไล่ลําดับกันลงมา อันนี้จะไม่มีการแบ่งแยก แล้วที่สําคัญรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ บอกว่าแบ่งเปึน เขตเลือกตั้งแล้วจะช่วยปัองกันปัญหา ๕ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าพรรคที่ได้ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์จะไม่ได้ผู้แทนราษฎรเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่าถ้าอย่างนี้ไปแบ่ง สัดส่วนแล้วก็ไม่ต้องไปคํานวณถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมบอกครับนี่ยิ่งเปึนการเพิ่มจาก ๕ เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นเปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์อีกต่างหาก คํานวณจากตัวเลขแล้ว พรรคการเมืองขนาดเล็กถ้าแบ่งเปึนกลุ่มขณะนี้ไม่มีทางได้เกิดหรอกครับ นี่คือประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการนับคะแนนถือเปึนเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเอาไว้ในมาตรา ๙๔ วรรคสุดท้ายครับท่านประธานบอกว่า ให้นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่เปลี่ยนจากการนับที่หน่วยเลือกตั้งไปเปึนหน่วยกลางก็เพื่อลดปัญหาการใช้หัวคะแนน เพราะกาบัตรที่ไหนนับบัตรที่นั่นก็จะรู้ครับว่าคะแนนออกมาตามเปัาหมายหรือเปล่า นับบัตรที่ไหนกาบัตรที่นั่นก็จะรู้ครับว่าเงินที่ออกให้หัวคะแนนไปเท่าไร แล้วคะแนน กลับมาเท่าไรได้ตามเปัาที่ได้กําหนดไว้หรือเปล่า เขาก็เลยกําหนดใหม่ว่าเอาอย่างนี้ ก็แล้วกันในเมื่ออย่างนี้ซื้อเสียงง่ายทําให้หัวคะแนนทําประโยชน์ให้กับผู้สมัครได้ง่าย เพราะฉะนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกันเปลี่ยน เปลี่ยนเปึนไปนับคะแนนที่หน่วยกลาง ก็แล้วกัน แต่นับคะแนนที่หน่วยกลางเมื่อการเลือกตั้งครั้ง ๒๕๔๘ เราก็คงจะเห็น การทุจริตมากมายเกี่ยวกับการขนย้ายหีบเลือกตั้ง มีคําครหาว่าจะขนย้าย ขณะที่ขนย้าย หีบเลือกตั้งไปที่หน่วยกลางมีการเปลี่ยนหีบเลือกตั้งหรือการนับคะแนนไปจนถึงตอนเช้า ทําให้เกิดการทุจริตการนับคะแนนในหน่วยที่นับคะแนน ตรงนี้ก็เกิดปัญหา เพราะฉะนั้น ผมฝากคณะกรรมาธิการที่กําลังจะตั้งขึ้นนี้พิจารณาประเด็นนี้อีกประเด็นหนึ่ง
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ประเด็นนี้จริง ๆ ผมไม่อยากจะพูดถึง เพราะว่าพรรคการเมืองที่ผมสังกัดอยู่นั้นถือเปึนจําเลยของสังคมอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ มาตรา ๒๓๗ เรื่องการยุบพรรค สรุปง่าย ๆ ก็คือว่ากรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่ง หรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่งเมื่อทําการทุจริตเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคทั้งพรรคก็จะโดน ไปด้วย แล้วพรรคการเมืองซึ่งเปึนองค์ประกอบของผู้คนจากหลากหลายอาชีพ เปึนองค์ประกอบของผู้คนที่มีเจตนารมณ์เดียวกัน มีเจตนาที่จะทําการเมืองไปในทิศทาง เดียวกันจะต้องมารับเคราะห์กับคนเพียง ๑ คน ซึ่งทําการทุจริตเลือกตั้ง ตรงนี้ผมเห็นว่า มันไม่เปึนผลดีต่อพรรคการเมืองและไม่มีความถูกต้องที่จะมาทําแบบนี้ ที่ผมพูด ไม่ได้หมายถึงพรรคของผมกําลังเปึนจําเลยของสังคมก็เลยจะมาพูดเพื่อให้การแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ๆ ไปแล้วแก้มาตรานี้ให้มันผ่าน ๆ ไป ผมพูดเพียงแต่ในหลักการ แล้วบอกว่าในอนาคตวันข้างหน้าทุกพรรคการเมืองนั่นละครับอาจจะประสบปัญหา กับมาตรานี้ซึ่งเราได้ใช้กันมาแล้ว แล้วก็พบว่ามันเปึนปัญหาจริง ๆ นี่เปึนอีก ๑ มาตรา ที่คิดว่าเปึนปัญหาสําหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๒-๓ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากท่านประธาน ถึงคณะกรรมาธิการที่กําลังจะตั้งให้ช่วยกันศึกษาและช่วยกันพิจารณาและต้องฝากด้วยว่า วันนี้ปัญหาความขัดแย้งจะยุติหรือไม่ยุติอยู่ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าจะดําเนินการ อย่างไร ผมอยากจะฝากให้พิจารณาทุกด้านอย่างเปึนกลางและมองผลประโยชน์ ของบ้านเมืองเปึนหลัก อย่าพิจารณาเพื่อที่จะเอาผลประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่ควรที่จะพิจารณาเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปึนฉบับที่สมบูรณ์แล้วก็พร้อมที่จะให้คนไทยทุกคนได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่วมกันครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้มาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ แต่ก็ยังให้ความเคารพที่บอกว่า ถึงแม้จะไม่ได้มีส่วนในการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วก็จะไปขอเสียงประชามติจากพี่น้องประชาชน ก็ยังมีส่วน ที่ให้ความสําคัญของพี่น้องประชาชน ผมถึงบอกว่าผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปึนประชาธิปไตยไม่เต็มใบ แต่เงื่อนไขในการแก้ไขนั้นมีหลายท่านอภิปรายว่าแก้ไข เพื่อบุคคลบางคน แก้ไขเพื่อพวกพ้อง ในมุมมองของผมนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่า เปึนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องนําเสนอต่อสภา ไม่สามารถ ที่จะไปทําลับ ๆ ล่อ ๆ ๒ คนได้ ฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ ที่จะนํามาแก้ไขในสภานั้นสามารถ ที่จะตรวจสอบ สามารถที่จะอภิปราย แล้วก็หารือ หาข้อสรุปร่วมกันได้ ฉะนั้นผมถึงเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ จะช้า เร็ว ไม่เปึนประเด็น ซึ่งเราก็ให้เวลา ในการแก้ไขที่จะขอประชามติ ๑ ป้ ไม่สามารถที่จะชี้ให้เห็นว่าทําเพื่อใคร เพราะกระบวนการยุติธรรมก็จะเดินไป ผมเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าใครทําอะไรไว้ ก็ต้องเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เราเชื่อมั่นในกฎหมาย ในหลักการของกฎหมาย เชื่อมั่นในขื่อแปของบ้านเมือง เชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุดในการปกครอง ประเทศ แต่รัฐธรรมนูญไม่ใช่ว่าจะต้องมีเดดล็อก (Deadlock) แก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญ จะต้องเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนในการแก้ไข ขณะเดียวกันถ้าท่านมองย้อนกลับไปว่า คนที่ร่างรัฐธรรมนูญได้มีอคติหรือไม่ ได้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อที่จะกําจัดใครบางคน หรือไม่ ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อจะทําลายฝ์ายใดหรือไม่ นั่นผมอยากให้ทุกฝ์าย มองตรงนี้ แต่ถ้าเจตนาบริสุทธิ์ในการทํากฎหมายเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อว่า พี่น้องสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๔๘๐ คนซึ่งเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยไม่เห็นด้วย กับระบอบเผด็จการแน่นอน โดยสายเลือดของผมนั้นผมมาจากคนยากคนจน ผมเห็นว่า อํานาจรัฐ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะช่วยให้บ้านเมือง ช่วยให้คนยากคนจนสามารถ ที่จะมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันกับคนที่เรียกว่าเกรงคนรวย ประเด็นนี้ผมอยากชี้ ให้พี่น้องเห็นว่าปัญหาและอุปสรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ที่มุมมอง ๒ คนเดินตามช่อง คนหนึ่งบอกว่าเร่งรีบเพื่อใครหรือไม่ อีกฝ์ายหนึ่งบอกว่าคุณทําเพื่อจะทําร้ายใครหรือไม่ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่คือเปึนเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์ผมได้ฟังมานะครับ ในส่วนตัว ของผม ผมยังมั่นใจว่าทุกคนมีความจริงใจต่อชาติบ้านเมืองในการที่จะทําหน้าที่ ผู้ยกร่างกฎหมาย อยากให้บ้านเมืองเดินไปได้ในสภาวะที่บ้านเมืองต้องอาจถึงทางตัน แต่วันนี้เราก็ไม่แน่ว่าบ้านเมืองของเราเดินมาวันนี้ทางมันตันหรือยัง พูดวันนี้ อีกวันพรุ่งนี้ ทางใครทางมันหรือเปล่าผมยังไม่ทราบ แต่ที่สําคัญครับ ผมขออนุญาตว่าหากทุกฝ์าย คํานึงถึงประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเอาความสมัครสมานสามัคคีเปึนที่ตั้ง ในการทําหน้าที่ ให้คํานึงถึงความถูกต้อง คํานึงถึงความต้องการของพี่น้องประชาชน
คุณจุมพฏ ยกมืออะไร เห็นยกมือนานแล้วมีอะไร
ท่านประธานครับ กระผมในฐานะ ผู้เสนอญัตตินะครับ ประสงค์ที่จะให้ป่ดการอภิปรายเพราะว่าเริ่มวนเวียนซ้ําซาก แล้วก็ เก็บซ้ําประเด็นได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ
ถ้าคุณประท้วงได้ ตอนนี้นะครับ ตอนนี้ผู้อภิปรายกําลังอภิปรายอยู่นะครับ ท่านยังไม่มีสิทธิที่จะเสนอได้ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
ถ้าคุณอภิปรายแล้ว มีคนยกมือแล้วประธานไม่เรียกคุณ คุณก็จะหาว่าผมทําผิดข้อบังคับอีก กระผมว่า ขอความกรุณาเถอะให้เขาอภิปรายให้จบก่อนนะครับ เพราะว่าหน่วยหัดใหม่ก็จําเปึน ที่จะต้องไปในรูปนี้ครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ สําหรับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือป้ ๒๕๔๐ เปึนประเด็นที่เราจะต้องนํามาหารือกันในวันนี้ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เรามีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเพื่อแก้ไข ผมเห็นด้วยในการที่จะยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม หลักธรรมาภิบาลในการปกครองบ้านเมือง รัฐธรรมนูญผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ต้องมีจิตวิญญาณ มีรากฐานมาจาก พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ เชิญคุณจุมพฏครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน สกลนคร เขต ๒ กระผมในฐานะผู้เสนอญัตติ และได้ฟังการอภิปรายทั้ง ๒ วัน ท่านสมาชิกได้ให้ความคิดเห็นแง่มุมวิพากษ์วิจารณ์ รัฐธรรมนูญคิดว่าครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว และเปึนเวลาพอสมควรแล้ว ผมขอเสนอ ให้ป่ดการอภิปรายโดยข้อบังคับ ข้อ ๖๕ เพื่อลงมติครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านประธานครับ
เชิญคุณสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าความจริงเราก็อภิปรายกันมาด้วยดีตลอดนะครับ แล้วก็ผู้อภิปราย ทั้ง ๒ ฝ์ายก็ทราบว่ามีจํานวนมากนะครับ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เองความจริง มีผู้แสดงความจํานงอภิปราย ๔๐-๕๐ ท่านนะครับ สุดท้ายเราก็ปรับ ขณะนี้ก็เหลืออีก เพียงประมาณท่านสองท่านเท่านั้นเอง ผมก็ขอความกรุณาว่าขอทางฝ์ายเราได้อภิปราย อีกสักท่านสองท่านแล้วก็ค่อยป่ดอภิปรายนะครับ ที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือ
คืออย่างนี้คุณสาทิตย์ครับ ความเปึนจริงพรรคพลังประชาชนส่งมาให้ผม ๓ แผ่นนะครับ ๔๐ กว่าท่าน แล้วก็ ยังเหลืออยู่ประมาณเกือบร่วม ๒๐ ท่านครับ และผมไม่ทราบว่าคุณจุมพฏไปรับนโยบาย จากไหนมาเสนอป่ดอภิปราย ผมก็ไม่ทราบ แต่ว่าท่านทําตามข้อบังคับ เมื่อมีผู้รับรอง ถูกต้อง ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ
ผมก็จะเรียนไปทางวิปรัฐบาลนะครับ ขอความกรุณาอีกสักท่านสองท่านนะครับ เพราะทางฝ์ายประชาธิปัตย์จะมี ท่านอดีตท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย จะอภิปรายเปึนท่านถัดไป ก็ขออีกสัก ท่านสองท่านแล้วเราก็จะสรุปกันซึ่งก็คงจะใช้เวลาอีกพอสมควรครับ ถ้าวิปรัฐบาล ได้กรุณาได้เจรจาไปถึงท่านที่เสนอญัตติด้วยนะครับ ได้กรุณาให้พวกเราได้อภิปรายกัน จนครบถ้วนทุกฝ์ายนะครับ ก็จะขอบคุณยิ่งครับ
คุณจุมพฏจะขอถอน ได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ กระผมก็จะขอเสนอ ทางพรรคพลังประชาชนอีก ๒ ท่าน โดยจะหารือกับทางท่านประธานวิปว่าจะเปึนผู้ใด อภิปรายต่อไป
ต้องถอนก่อนแล้วก็ ค่อยหารือ
ครับ ผมขอถอนญัตติครับ
ถอนนะครับ
ครับผม
ก็ถือว่าถอนนะครับ ท่านจะเอาพรรคพลังประชาชน แล้วคนที่เขาเสนอมาทั้งหมดนี้ถอนหมดไหมครับ มีผู้ที่เสนอญัตติที่ค้างอยู่นะครับ มีคุณนิยม เวชกามา คุณทองดี มนิสสาร คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล คุณนิยม วรปัญญา ผมต้องอ่านรายชื่อทั้งหมดนะครับ เดี๋ยวจะมาโทษผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ คุณสุนัย จุลพงศธร คุณฐิติมา ฉายแสง คุณวิเชียร ขาวขํา คุณกุเทพ ใสกระจ่าง คุณนิสิต สินธุไพร คุณอนันต์ ผลอํานวย คุณชลน่าน ศรีแก้ว คุณอํานวย คลังผา คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณนิยม ช่างพินิจ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง แล้วพรรคชาติไทยก็มีคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ยังค้างอยู่ครับ ทุกท่านที่เสนอชื่อมานี้ถอนหมดนะครับ จะเอากี่ท่าน บอกว่า ๒ ท่านเมื่อกี้เอาใครครับ เชิญคุณสุทินครับ
ท่านประธานครับ ผม สุทิน คลังแสง จังหวัดมหาสารคาม พรรคพลังประชาชน เพื่อให้สอดคล้องต้องกันก็ขอ ๒ ท่าน โดยเสนอ ท่านกุเทพ ใสกระจ่าง และท่านสุนัย จุลพงศธร
อยู่ในห้องประชุมทั้ง ๒ ท่าน หรือเปล่าครับ เดี๋ยวพอถึงแล้วก็ตามหาตัวยากอีกครับ เชิญคุณสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ คนครับ แล้วก็หมดครับ
ท่านที่ปรึกษา
ท่านประธานที่เคารพ พรรคชาติไทย ๑ คนครับ
พรรคชาติไทย คุณสิริพงศ์ ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
ก็เปึน ๕ ท่านด้วยกันนะครับ
ขอบคุณครับ
๕ ท่านด้วยกันนะครับ ที่ประชุมไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมรับทราบกัน ทุกคนนะครับ เชิญท่านที่ปรึกษาที่เคารพครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้รับฟัง เพื่อนสมาชิกเสนอญัตติด่วนตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็จนถึงวันนี้ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ทุกท่านก็มีเหตุผลทั้งในส่วนของภาพกว้างและภาพเล็ก ซึ่งแล้วแต่จะมองประเด็น ของแต่ละท่านซึ่งเปึนประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ในฐานะเปึนผู้ใช้รัฐธรรมนูญมามาก เท่ากับท่านประธานนะครับ คือเราได้เริ่มใช้รัฐธรรมนูญร่วมกันตั้งแต่ป้ ๒๕๑๑ กระผม คิดว่าคนที่มีโอกาสได้ทําหน้าที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติก็ดี ฝ์ายบริหารก็ดีต่างก็มีประสบการณ์ ในการใช้รัฐธรรมนูญด้วยกันทั้งสิ้น และผมคิดว่าแต่ละท่านนี่อาจจะมีข้อสรุปของตัวเองได้ว่า ผลจากการที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่ว่าในฐานะของฝ์ายนิติบัญญัติหรือฝ์ายบริหารก็ตาม คงจะมองเห็นไม่ต่างกันมากนักว่าตัวบทกฎหมายรัฐธรรมนูญเองไม่ใช่ตัวปัญหา ที่เปึนสาเหตุของปัญหาทั้งหมดเสียทีเดียว กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องนี้เพราะเหตุว่าก็ไม่อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งตกเปึนจําเลยของพวกเรา และเช่นเดียวกันก็ไม่อยากให้มองข้ามว่าแต่ละฉบับล้วนมีปัญหา ซึ่งเปึนทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อนด้วยกันทั้งสิ้น แม้กระทั่งฉบับที่เราถือว่าดีที่สุดคือเมื่อป้ ๒๕๑๗ แต่ว่าก็ใช้ได้ เพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเองก็มีอันเปึนไป เช่นเดียวกันก็ไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ใช้ได้ยาวนานกว่าฉบับอื่นจะเปึนฉบับที่ถือเปึนมาตรฐานดีกว่าฉบับอื่นก็ไม่ใช่ เพราะองค์ประกอบที่สําคัญนั้นคือผู้ใช้ แต่ว่าไม่ว่าในทางวิชาการหรือในทางผู้ใช้ผู้ปฏิบัติ ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายหลัก ในทางวิชาการนั้นต้องถือว่าเปึนกฎหมายที่มีศักดิ์สูงสุด พวกเราทุกคน ก็จะได้ยินเขาจะพูดว่ากฎหมายฉบับใดที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมายนั้น ก็ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญจึงมีกระบวนการแก้ไขที่ต่างไปจาก พระราชบัญญัติทั่วไปไม่ใช่แก้ไม่ได้ แก้ได้เสมอแต่ว่าด้วยความที่เปึนกฎหมาย ที่มีศักดิ์สูงสุดและมีความเปึนพิเศษนี้เอง บทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงกําหนดไว้เปึนพิเศษที่มีองค์ประกอบต่างไปจากการแก้ไขพระราชบัญญัติทั่วไป ผมกราบเรียนเบื้องต้นเพื่อที่จะให้เราได้เห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญแก้ไขได้ และให้เห็นว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญมีความสําคัญต่างไปจากกฎหมายทั่วไปจึงต้องการองค์ประกอบพิเศษ ทั้งผู้เสนอและการพิจารณาแต่ละวาระ ถ้าเราเข้าใจตรงนี้เราก็จะได้ตระหนักร่วมกันว่า เพราะฉะนั้นเมื่อเราคิดจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เราก็ควรจะ ทบทวนว่าต้องมีความรอบคอบเปึนพิเศษ เรื่องนี้เปึนประเด็น ๒ ประเด็นที่ผมถือโอกาส กราบเรียนท่านประธาน
ประเด็นแรก ญัตติที่เสนอในวันนี้แม้หัวข้อของญัตติจะแตกต่างกันบ้าง แต่ว่าทุกเรื่องก็คือ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มันไม่ใช่เปึนของที่เพิ่งเสนอ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ ความคิดเรื่องนี้ผมจําได้ว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอมาตลอดว่า ไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทันที โดยไม่มีการ ผ่านกระบวนการที่ให้บุคคลหลายฝ์ายเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณา ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ต้องขอเท้าความนิดเดียวครับว่า เหตุอันเปึนสาเหตุที่เราต้องเสนอญัตตินี้ เพราะในขณะนั้นมีความตึงเครียด มีการประจันหน้าอันเกิดจากความเชื่อว่าจะมีการ เสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยเฉพาะมาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๓๐๙ มีปฏิกิริยาตอบโต้ในทางที่ไม่เห็นด้วยแต่ผู้เสนอก็ยืนยันในขณะนั้น ผู้ชุมนุมพันธมิตร ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยแล้วก็เปึนจุดที่ทําให้เกิดการชุมนุมขึ้น เหตุผลเรื่องนี้เปึนส่วนหนึ่ง ที่ทําให้เกิดการชุมนุมขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ว่าข้อเสนอของท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรถือว่าเปึนการช่วยหาทางออกให้กับบ้านเมือง และรัฐบาล นั่นคือการหารือกับท่านประธานซึ่งก็ต้องขอบคุณที่ท่านประธานกรุณา ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แล้วท่านก็เห็นด้วย และในที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย ในตอนนั้น ถ้าจะถามว่าคนที่มีความเข้าใจว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ มาตรา ๓๐๙ ตีตนไปก่อนไข้ไหม เรื่องนี้ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ให้ความเปึนธรรมกับเขาน่าจะเชื่อว่า มีความเปึนไปได้จริงในขณะนั้นเพราะมีการยืนยัน ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนแรกที่ยืนยันว่าจะปล่อยไปได้อย่างไรในเมื่อมันจะมีการ ยุบพรรคกันอยู่อย่างนี้ มันจําเปึนต้องแก้มาตรา ๒๓๗ มาตรา ๓๐๙ ท่านเปึนคนพูดเอง เพราะฉะนั้นก็ทําให้ทุกฝ์ายเชื่อมั่นว่า จะมีการเร่งรัดแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในบทบัญญัตินี้ แล้วก็มีการตั้งข้อกล่าวหาว่าเปึนการแก้เพื่อตัวเอง เพื่อลบล้างความผิด ความเชื่อนี้จะไปตําหนิว่าเขาเชื่อผิด ๆ ไม่มีเหตุผลก็ไม่ได้เพราะมันมีหลักฐานคํากล่าว คํารับรอง คํายืนยันของรัฐบาลเองในเรื่องนี้ ผมพูดประเด็นนี้เพราะจะกลับมากราบเรียน ท่านประธานว่า ดังนั้นเมื่อท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าทางออกอันหนึ่ง คือ เราตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันแม้จะมีปฏิกิริยาตอนแรกไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ว่าเมื่อท่านประธานมีส่วนร่วมเอาจริง และนายกรัฐมนตรีก็ส่งสัญญาณว่า ท่านเห็นด้วย ในที่สุดร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ได้เข้าชื่อเสนอไปนั้น ก็มีการถอนชื่อออก แล้วในที่สุดวันที่ ๕ มิถุนายน ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็เสนอญัตติเรื่องนี้เข้ามา ผมถือโอกาสนี้ขอบพระคุณท่านประธานแล้วก็ชื่นชม เพื่อนสมาชิกที่อย่างน้อยคิดหาทางออก แทนที่จะเผชิญหน้าในสิ่งที่ไม่จําเปึน การเสนอ ญัตติไม่ใช่เปึนการหนีปัญหา แต่เปึนการแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ถูกต้องที่สุดนั่นคือการระดม ความคิดจากบุคคลหลายฝ์ายเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ จะดี ทั้งหมดหรือจะเลวทั้งหมด แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะถือว่าคนที่ร่างจะเปึนคนที่เก่งกาจสามารถ กว่าคนอื่น แต่ผมคิดว่าถ้าเราได้ระดมความคิดจากผู้ที่มีประสบการณ์เข้ามาก็จะเปึน ส่วนสําคัญยิ่ง นี่คือประการแรกที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าญัตตินี้เข้ามาอย่างนี้
ทีนี้ประการต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติที่เสนอมาในครั้งนี้ ในเนื้อหาสาระจริง ๆ นั้นคือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ส่วนในสาระรายละเอียดว่า บทบัญญัติมาตราใดเหมาะหรือไม่เหมาะ ควรจะแก้หรือไม่ควรจะแก้ นั่นเปึน ส่วนประกอบอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งกระผมเองก็กราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ได้เห็นด้วย ทุกมาตราหรอกครับ กระผมเห็นว่าบางบทบัญญัติมาตราควรต้องมีการแก้ไข แต่กระผม ก็ไม่เห็นด้วยว่าเราจะเสนอแก้โดยไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม กระผมจึงคิดว่า ขอให้เราทุกฝ์ายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วกระผมเชื่อว่าเราจะได้ คําตอบไม่ช้าไม่เร็วเกินไป ระยะเวลาไม่ใช่เงื่อนไขครับถ้าการแก้ไขนั้นถูกต้องชอบธรรม ประกอบไปด้วยการระดมสมองทุกฝ์ายแล้ว ระยะเวลาไม่ใช่เงื่อนไข ไม่ใช่หมายความว่า เร็วแล้วจะไม่ดี ช้าแล้วจะดี หรือช้าไม่ดี เร็วไม่ดี ไม่ใช่ แต่ความรอบคอบจากทุกฝ์าย เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เหมาะสม สอดคล้องกับความชอบธรรมถูกต้องและสามารถ เปึนหลักให้กับบ้านเมืองได้นั่นคือสิ่งสําคัญที่สุด และแน่นอนที่สุดว่าเราต้องไม่ลืมว่า เราไม่ได้อยู่เพียงแค่นี้ เราต้องให้ความสําคัญกับทุกฝ์ายที่เปึนส่วนหนึ่งของบ้านเมืองด้วย ไม่ว่านักวิชาการ ไม่ว่าข้าราชการ ไม่ว่าตัวแทนขององค์กร บุคคลต่าง ๆ ก็ตาม รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ถ้าจะกราบเรียนท่านประธานในสายตาของผมตั้งแต่ต้นก็คือว่า เขาไม่มีโอกาสได้คนที่มีประสบการณ์ในการใช้รัฐธรรมนูญมานั่งร่วมพิจารณา เมื่อตอนมีการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ มีการมองนักการเมืองไปในทางผู้ร้ายจริง ๆ ก็ไม่ผิดนักที่สมาชิกหลายท่านพูด แต่ว่าถ้าท่านจําได้วันนั้นคนที่ออกมาปกปัองก็ต้องพูดว่า ผมเปึนคนหนึ่งที่ได้ออกมาพูดเสมอว่าอย่ามองนักการเมืองไปในทางร้ายทั้งหมด ร้ายก็มี ดีก็มี ซื้อเสียงมาก็มี ไม่ซื้อก็มี ไม่ใช่เลวร้ายทั้งหมดหรอก แล้วผมก็ยังบอกในขณะนั้นว่า ทุกวงการล้วนมีคนดีและไม่ดีด้วยกันทั้งสิ้น แต่เสียดายที่ว่าผู้เข้าไปมีบทบาท การร่างนั้นไม่มีคนที่มีประสบการณ์ใช้รัฐธรรมนูญอย่างท่านประธานหรืออย่างกระผม มิฉะนั้นเราอาจจะให้ข้อมูลกับเขาได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็อาจจะมีบางจุดที่เปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังมองผู้ร่างไปในทางบวกว่าเขาไม่ได้เจตนาที่จะทําให้ มีปัญหากับบ้านเมือง ผมรู้จักหลายท่านครับ แล้วก็คุยกับหลายท่านว่า ท่านมองเรื่องนี้ ลบเกินไป เรื่องนี้ความจริงควรจะเปึนอย่างนี้ การที่ผู้ยกร่างกําหนดบางเรื่อง ยกตัวอย่าง เช่น เขตเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าเขาจะมองผู้แทนราษฎรไปในทางลบหรือเจตนา ให้มีปัญหา เพราะแท้จริงแล้วประสบการณ์แต่ละคนก็ต่างกัน บางคนก็เห็นว่า เขตเบอร์เดียว คนเดียวเบอร์เดียวดีกว่า บางคนบอกว่า ๓ คนใน ๑ เขต คนดีมีโอกาส เกิดบ้าง มิฉะนั้นคนร้ายซื้อหมด นี่ก็มีเหตุผลของเขา แม้กระทั่งอยากกราบเรียนท่านประธานว่า การกําหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องจบ ปริญญาตรี ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ไม่มี ผมถือว่าอันนี้เปึนเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ในยุคสมัยนี้ความรู้ ที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัยกับความรู้ที่ไม่ได้เรียนมาจากมหาวิทยาลัยมันอาจจะพอ ๆ กัน ใช่ว่าจบปริญญามหาวิทยาลัยแล้วจะดีกว่าหรือเก่งกว่าเสมอไปก็หาไม่ เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ก็เปึนสิ่งที่ถือว่าเปึนบวก แต่ว่าโดยรวมแล้วกระผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ต่างกับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มากนัก ต่างครับ ในบางประเด็นต่าง แต่ว่าไม่มากนัก คําว่า ไม่มากนัก หมายความว่าตัวโครงสร้างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทําให้บ้านเมืองมีปัญหาไหม ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ บอกได้อย่างเดียวว่าใครทําผิดตามมาตรา ๒๓๗ หนักครับ ยุบพรรค แต่ไม่ใช่หมายความว่าคนใดคนหนึ่งในพรรคการเมืองนั้นไปซื้อเสียงทุจริต แล้วจะถูกยุบ มิใช่ครับ หมายถึงว่า ถ้ากรรมการของพรรคมีส่วนรู้เห็น รู้แล้วละเลย อย่างนี้ครับที่จะมีปัญหา ผมต้องกราบเรียนเรื่องนี้กับท่านประธาน เพราะว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็เจอปัญหาครับ พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับโครงสร้างกรรมการ พรรคใหม่ ลดจํานวนกรรมการลงมา เหตุผลหนึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เพื่อปัองกันปัญหาตั้งแต่ต้น แต่ไม่คิดกลัวกับมาตรา ๒๓๗ หน้าที่คือต้องทําสิ่งที่ถูกต้อง ผมกราบเรียนเรื่องนี้เพราะว่าเมื่อพูดเรื่องนี้นั้นผมได้เคยพูดให้สัมภาษณ์ไปว่า ผมคิดว่า บ้านเมืองต้องเข้าสู่ยุคที่กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือกฎหมายบัญญัติไว้อย่างไร ต้องเปึนอย่างนั้น เมื่อผิดต้องผิด อย่าไปแก้ว่าผิดแล้วไม่ผิด ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมยืนยันความเชื่ออันนี้จริง ๆ แต่ว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะว่าอยากจะให้พรรคการเมือง ของเพื่อนถูกยุบ หามิได้ เอาใจช่วยเรารู้ว่าตั้งพรรคยาก แต่ว่าผมอยากเห็นบ้านเมือง เข้าสู่ระบบกฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ประเดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธานอีกทีหนึ่ง จึงขออนุญาตกราบเรียนว่าเพื่อนพรรคการเมืองที่พบปัญหานี้ขอได้โปรดรับรู้ว่า ผมเข้าใจ และเห็นใจ แต่ในความเห็นของกระผมนั้นผมไม่อยากให้เราแก้กฎหมายเพื่อทําให้สิ่งที่ผิด ไปแล้วกลายเปึนถูก ถ้าเราจะทําเพื่อวันข้างหน้าเปึนอีกเรื่องหนึ่ง และเราก็ต้องคิด ขณะเดียวกันว่าถ้าเราจะแก้ไขกฎหมายมาตรา ๒๓๗ เราต้องคิดเผื่อไว้ด้วยว่าถ้าอย่างนั้น มาตรการที่เราจะนํามาเพื่อปัองกันการเมืองที่ทุจริต ซื้อ โกง เราจะทําอย่างไร เพราะนี่คือ โจทย์ที่ใหญ่ที่สุดของประชาธิปไตยในเมืองไทยขณะนี้ โจทย์นี้คือโจทย์ที่ใหญ่ที่สุด ที่ทุกฝ์ายเห็นว่าถ้าแก้เรื่องนี้ไม่ได้ยากนักที่การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประเทศไทยจะไปรอด แล้วยากนักที่คนที่คิดว่าดีพอแต่ว่าเงินไม่มีจะไปสู้กับคนที่เขา มีเงิน ผมมิได้หมายความว่าคนชนะจะต้องซื้อทั้งหมดนะครับ ขอได้เข้าใจ ผมเชื่อทุกพรรคมีคนที่ ไม่ซื้อเสียงมีอยู่จะมากจะน้อยอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ผมก็เชื่อว่า ๗๕ ป้เศษที่เปลี่ยนแปลง การปกครองมานั้นระบบการเมืองของเราดีขึ้นในหลายเรื่องหลายด้าน แต่ที่เลวลงจริง ๆ ก็คือเรื่องนี้เรื่องนักการเมืองซื้อเสียงมากขึ้นจริง ๆ มันต่างกับเมื่อเราสมัครผู้แทนราษฎร เมื่อป้ ๒๕๑๒ แล้วครับท่านประธาน วันนี้เขาไม่ถามว่าใครซื้อเสียงบ้าง วันนี้เขาถามว่า ใครไม่ซื้อเสียงบ้าง แล้วเราพอใจหรือสิ่งนี้ ผมเชื่อว่าสุจริตชนคนที่รักประชาธิปไตย จะไม่ชอบ แล้วคนที่มาด้วยวิธีการไม่ซื้อเสียงนั้นผมรู้ว่าท่านเหนื่อยขนาดไหน แล้วคนที่ ซื้อเสียงนั้นผมก็รู้ว่าสบายขนาดไหน ชาวบ้านเปึนอีกเรื่องหนึ่งถึงเวลาค่อยไปจ่ายก็จบกัน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้อยากให้พวกเราได้มองร่วมกันว่าถ้าเราคิดจะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยเราไปด้วยดี เราต้องเห็นร่วมกันว่าเราต้องขจัดความ เลวร้ายที่เปึนโจทย์ใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้ให้ได้ ซึ่งมันมีปัจจัยอื่นที่ตามมา เพราะฉะนั้นเมื่อ เราคิดถึงมาตรา ๒๓๗ ว่ามันเปึนยาแรงที่อาจจะมีผลข้างเคียงเรารับไม่ได้ เราต้อง คิดเผื่อว่าถ้าเรารับมาตรา ๒๓๗ ไม่ได้แล้วเราจะปล่อยเลยตามเลยไหม ใครซื้อได้ซื้อไป ใครซื้อไม่ได้ก็ช่างหัวมัน ถ้าคิดอย่างนี้ตําแหน่งผู้แทนราษฎรก็ไม่ต้องเลือกตั้ง ประมูลกันดีกว่า ใครให้มากก็เปึน ใครไม่ให้ก็ไม่ได้เปึน ชาวบ้านก็จะพูดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราต้องคิดเผื่อ ชาวบ้านแทนชาวบ้าน เจ็บปวดครับสําหรับคนที่ซื้อเสียงเมื่อต้องมาสู่วิธีการที่ไม่ซื้อเสียง แต่ไม่มีทางเลี่ยงเปึนอย่างอื่นเลย วันนี้บ้านเมืองเปึนอย่างนี้แล้วถ้าเราไม่แก้จุดนี้ ผู้ที่เรียกร้องความเปลี่ยนแปลงไม่มีวันที่เขาจะยอมรับได้ แต่ว่าถ้าเราทุกคนร่วมกัน ทําสิ่งเหล่านี้ ใครแพ้ก็แพ้ ใครชนะก็ชนะด้วยความชอบธรรม ผมว่านั่นคือสิ่งที่ทุกคน ปรารถนา ผมยังจําได้ครับท่านประธาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทให้แก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อป้ ๒๕๔๕ เรื่องนี้ครับ คนมุ่งความสําเร็จจนไม่คิดถึงความชอบธรรม ความสําเร็จนั้นก็จะไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในประเด็นนี้เราคงคิดร่วมกันและขอได้โปรดเข้าใจในสิ่งที่กระผมกราบเรียน ท่านประธาน เพราะว่ากระผมไม่ซ้ําเติมเพื่อนพรรคการเมืองที่ประสบปัญหา เอาใจช่วย ให้สามารถบริหารพรรคไปได้ ไม่ใช่ว่าไม่เจอแล้วไม่รู้สึก เจอก่อนท่านอีกครับ แล้วเจอนี้ หนักกว่าท่านครับ เพราะเจอโดยรัฐบาลสมัยนั้นเขาสั่งได้ เขาสั่ง กกต. ให้เล่นงานเรา แล้วสั่งอัยการได้ให้ฟัองเรา ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ด้วยความเที่ยงธรรมของตุลาการ รัฐธรรมนูญชุดนั้นแม้ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง แม้จะเปึนตุลาการรัฐธรรมนูญที่มาในช่วงมีการยึดอํานาจ แต่เปึนตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่เที่ยงตรงที่สุดชุดหนึ่งอย่างที่เราได้เห็นทุกถ้อยคําการตัดสิน ทําไมกระผมจะไม่ทราบ เพราะกระผมเปึนหัวหน้าทนายความแก้ต่าง รู้ว่ายากลําบากแค่ไหนในการสู้คดี ในการต้องอ่านเอกสารเปึนพันหน้า ท่านประธานนึกออกนะครับ แต่ในที่สุดความจริง ก็ต้องอยู่กับความจริง ในที่สุดความเปึนธรรมต้องมีอยู่แม้ในช่วงนั้นก็ตาม ผมจึงอยากจะ ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนั้นไม่มีสิทธิที่จะมากล่าวอะไรในที่นี้ แต่ขอพูดแทนด้วยความภาคภูมิใจว่าเปึนชุดที่มีความเที่ยงธรรม เที่ยงตรงที่สุดชุดหนึ่ง ที่กระผมได้เห็นมา แม้ต่อมาข่าวออกมาว่ามีการจ่ายเงินให้คนละ ๓๐ ล้านบาท แต่ท่านเหล่านั้น ก็ไม่รับ อันนี้คือสิ่งที่พวกเราประสบมาด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผมได้กราบเรียน เกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๒๓๗ นั้นเพราะประสบด้วยตัวเองด้วยความเห็นใจ แต่หลักการ ต้องเปึนหลักการเพื่อความอยู่รอดของบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นเปึน อีกประเด็นหนึ่งที่กระผมกราบเรียนให้ท่านประธานทราบ แต่ว่าในที่สุดเมื่อกระผม ได้พูดว่าในแง่ของรายละเอียดของบทบัญญัติมาตราต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี้ กระผมจะไม่ลงไปสัมผัสกับรายละเอียดเหล่านั้น แต่อยากจะมองภาพโครงสร้างว่า เมื่อกรรมาธิการชุดที่จะตั้งต่อไปนี้เกิดขึ้นแล้ว กรรมาธิการควรจะได้มีบทเรียน หรือมีประสบการณ์ หรือมีโจทย์ หรือมีข้อมูลอยู่ในตัวเองว่าแท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญ จะมีส่วนในการเข้าไปทําให้บ้านเมืองเราได้รับการจัดการบริหารที่ดีได้อย่างไร ท่านประธานครับ จึงจําเปึนอย่างยิ่งที่เรามาดู ขอรบกวนท่านนิดเดียวครับ ถ้าเราอ่าน รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เราจะสะดุดตั้งแต่มาตราแรก ๆ เลยครับ ท่านประธานครับ กระผมไม่พูดรายละเอียด แต่กระผมชี้ให้ท่านเห็นว่ามันเปึนการบอกให้เรารู้ว่า เมื่อเริ่มมาตรา ๓ เขาคิดอย่างไรกับบ้านเมือง มาตรา ๓ เขียนไว้อย่างนี้ครับ อํานาจอธิปไตย เปึนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปึนประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ข้อความนี้ไม่ได้ต่างไปจาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จบเพียงเท่านี้ครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สมาชิกดูนะครับ มีวรรคสองครับ วรรคสองเขียนไว้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐ ต้องเปึนไปตามหลักนิติธรรม มันจําเปึนอะไรต้องใส่เรื่องนี้ลงไป เหมือนเขียนกฎหมายว่า ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย มันจําเปึนอะไรต้องเขียน ถ้าไม่เขียนบทบัญญัตินี้หมายความว่า สถาบันทั้ง ๓ ไม่ต้องเคารพหลักนิติธรรมหรือ ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นในความรู้สึกของผม ย่อหน้านี้ถึงไม่เขียนไว้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและภารกิจของอํานาจอธิปไตยทั้งสาม และองค์กรอื่น แต่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญเขาไม่ใช่คนโง่ ล้วนเปึนผู้รู้ การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในวรรคสองของมาตรา ๓ มันมีที่มาจากความเชื่อว่าวิกฤติของบ้านเมืองเกิดขึ้น จากการไม่เคารพหลักนิติธรรม นี่คือคําตอบ แล้วก็นี่คือที่มาของการหวาดระแวงสงสัย ก็ทําให้มีบทบัญญัติหลายเรื่องที่สมาชิกกังวลนั้นเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพ เพื่อเราได้เข้าใจว่าถ้าอย่างนั้นรัฐธรรมนูญที่เราจะแก้ไขต่อไปเมื่อคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วมันจะเปลี่ยนโครงสร้างหรือจะเปลี่ยนรายละเอียดอย่างไร ท่านประธานครับ มันไกลเกินไปที่จะไปบอกรายละเอียดเหล่านั้น แต่กระผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะมองโครงสร้างให้เราเห็นภาพของปัญหา รัฐธรรมนูญทุกฉบับทั้งหมดที่เราเคยใช้มา โครงสร้าง ของอํานาจไม่ได้เปลี่ยนมากนัก มันมาเปลี่ยนครั้งสําคัญก็คือป้ ๒๕๔๐ และฉบับปัจจุบัน คือ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ๓ อํานาจนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ป้ ๒๕๔๐ เริ่มมีองค์กรที่เรียกว่าองค์กรอิสระหรือองค์กรที่เกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ เกิดขึ้นหลายองค์กร ทั้งหมดเปึนส่วนหนึ่งและเปึนอิสระแก่ตัวเอง เปึนเสมือนฐานสําคัญที่จะรองรับโครงสร้างการปกครองบ้านเมืองให้เปึนไปโดยมั่นคง ชอบธรรม มีฝ์ายนิติบัญญัติคือพวกเรา มีวุฒิสภาคือผู้ที่มาอีกสภาหนึ่งก็คือ ฐานฝ์ายนิติบัญญัติ มีฝ์ายบริหารคือรัฐบาล มีฝ์ายตุลาการผู้แปลกฎหมาย ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหารมาจากการเลือกตั้ง ฝ์ายตุลาการมาจากการแต่งตั้ง และเขาคิดว่าเสาเหล่านี้ มันไม่เพียงพอแล้วสําหรับบ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้จึงมีเสาใหม่ ๆ เกิดขึ้นเปึนหลัก ป.ป.ช. กกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน อีกหลายกระบวนการ ที่เปึนเหมือนเสาหลัก ๆ อีกหลายเสาเพื่อค้ําจุนให้เสมือนหนึ่งโครงสร้างการปกครอง บ้านเมืองนั้นเข้มแข็งยิ่งขึ้น น่าจะเปึนอย่างนั้นครับ บัดนี้การเลือกตั้งเพื่อความยุติธรรม กระทรวงมหาดไทยไว้ใจไม่ได้ ต้องให้ กกต. มาดูแล ใครคิดว่าวันหนึ่ง กกต. กับมหาดไทย ไม่มีใครบอกว่าอันไหนร้ายกว่ากัน อันไหนดีกว่ากัน ไม่มีใครคิดว่าจะเปึนอย่างนั้น แต่มันเกิดขึ้นจริง ๆ มันเกิดขึ้นจากที่เราได้เห็น กระผมเชื่อในที่นี้ ท่านประธานก็ดี เพื่อนเราหลายคนที่ผ่านประสบการณ์มาก็ดีก็จะมองเห็นภาพชัดเจนว่า โครงสร้างอํานาจ นิติบัญญัติและบริหาร ๒ โครงสร้างนี้ที่มาจากการเลือกตั้งมีปัญหาครับ ตุลาการ เขาไม่เปลี่ยนแปลง เคยมีความคิดว่าประเทศไทยจะไม่ให้มีตุลาการแบบต่างประเทศไหม คือตุลาการที่มาจากการเลือก มีการเถียงกันมาก หลังป้ ๒๕๔๙ แล้วข้อโต้เถียงนี้ก็จบไปเลย ไม่มีใครไปโต้เถียงอีกแล้ว ทุกคนเห็นพ้องกันหมดว่า การที่สถาบันตุลาการยังมั่นคงยั่งยืนอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะเขามาจากระบบนั้น ระบบที่ เมื่อสําเร็จกฎหมายเปึนเนติบัณฑิต อายุถึงสอบ แล้วก็ไต่ขึ้นไปจากผู้ช่วยผู้พิพากษา เปึนผู้พิพากษาเลื่อนอันดับขึ้นมาเรื่อย แล้วเขาครองกันอย่างดิบดีพอสมควร ด้วยคณะกรรมการ กต. จึงมีคนแปลกปลอมเข้ามาสร้างปัญหาไม่มากนัก จะบอกไม่มี ก็ไม่เชิง มีแต่ว่าน้อยมาก ถือว่าเปึนองค์กรที่ดีที่สุดองค์กรหนึ่งที่โครงสร้างขององค์กรนั้น สามารถทําให้มีการสร้างคนดี ๆ ขึ้นมารองรับ ความเชื่อมั่นต่อศาลจึงไม่น่าแปลกใจอะไร ดีแต่ท่านอย่าแปลกใจว่ามันดีในประเทศนี้ ประเทศอื่นโครงสร้างของฝ์ายตุลาการเขาก็ดี เกือบทั้งนั้นครับ เพราะว่ามันเปึนลักษณะพิเศษ แต่ฝ์ายบริหารและฝ์ายนิติบัญญัติของเรานั้น มีปัญหา ของเราด้วยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีบทบัญญัติมาตราไหนไหมครับ ป้ ๒๕๔๐ ที่จะเป่ดโอกาสให้โครงสร้างฝ์ายนิติบัญญัติของเรากลายเปึนเครื่องมือ ฝ์ายบริหาร ไม่มี ผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากเสียงข้างมากจะยกมือสนับสนุนรัฐบาล ไม่แปลก ถ้าเสียงมากนั้นล้นจนฝ์ายค้านทําหน้าที่ไม่ได้ เป่ดญัตติไม่ได้ไม่แปลก เมื่อคนเลือกมา อย่างนั้นก็ไม่แปลก จึงได้มีความคิดมีวุฒิสมาชิกขึ้นมา ไม่สังกัดพรรคการเมือง ไม่ทํา ตามที่พรรคการเมืองสั่ง เปึนอิสระ ใครจะนึกวันหนึ่งวุฒิสมาชิกจากรัฐธรรมนูญฉบับนั้น กินเงินเดือนประจําฝ์ายบริหาร ที่ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ได้กล่าว ใครจะนึกครับ มันเปึนไปอย่างนั้น ในที่สุดเสานิติบัญญัติของเราพังเลยครับ เสานิติบัญญัติของเราพังไป เพราะไม่สามารถตรวจสอบฝ์ายบริหารได้อีกแล้ว เนื่องจากเหมือนเปึนลูกจ้างฝ์ายบริหาร กินเงินเดือนประจําไปแล้ว ท่านประธานครับ เปึนความผิดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไหม กระผมว่าไม่ใช่ นี่ถึงกราบเรียนท่านประธานว่าเราอย่าให้รัฐธรรมนูญต้องเปึนจําเลย ทุกกรณี นี่เปึนพฤติกรรมของบุคคลฝ์ายบริหารขณะนั้นที่นําวุฒิสมาชิกส่วนหนึ่ง ขอกราบเรียน ท่านประธานว่าส่วนหนึ่งนะครับ อีกส่วนหนึ่งเขาดี เขาไม่ได้มีปัญหา ส่วนหนึ่งยอมมาอยู่ ภายใต้อํานาจของฝ์ายบริหาร ไม่เปึนไรครับท่านประธาน ยังมีฝ์ายค้านอยู่ และยังมี องค์กรอิสระอยู่ ถ้าทําผิด ป.ป.ช. เขาตรวจสอบ เลือกตั้งไม่สุจริต กกต. เขาสอบ ถ้าคุณ ทําผิดกฎหมาย ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคอยดูแลอยู่ มีองค์กรอีกหลายองค์กรที่เข้ามา ตรวจสอบ แต่ว่าในที่สุดองค์กรเหล่านั้นก็มีอันเปึนไปหมดสิ้น ความผิดของรัฐธรรมนูญไหม ก็ไม่ใช่ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ก็ตาม ไม่มีเงื่อนไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญที่จะทําให้เกิดความผิดโดยตรง แต่เปึนการกระทําในส่วนของบุคคล ต้องกราบเรียนท่านประธานเรื่องนี้ว่าเราจะแก้ปัญหาก็ยอมรับความจริงกัน เมื่อฝ์าย นิติบัญญัติมีปัญหา ฝ์ายบริหารมีปัญหาองค์กรทั้งหลายตรวจสอบไม่ได้ เพราะบัดนี้ ถูกแทรกแซงหมดแล้ว แทรกแซงถึงขนาดว่าใครจะเปึนประธาน ป.ป.ช. ก็ต้องสั่งกันเลย อันนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมได้ยินด้วยตัวเอง คนที่เปึนกรรมการก็เล่า ให้ฟังด้วยตัวเองว่าเขาก็รับไม่ไหวเหมือนกันเมื่อสั่งแม้กระทั่งว่าคนนี้เปึนประธานไม่ได้ ให้คนนี้เปึนประธาน เที่ยวนี้ตํารวจ ทหารไม่เอานะ เที่ยวนี้เอาอดีตนักกฎหมาย เปึนประธาน ป.ป.ช. ชุดที่ไม่โปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยนั่นละครับ ในที่สุดองค์กร เหล่านี้ก็มีปัญหาหมด เมื่อมีปัญหาหมดจะเหลืออะไรอยู่ครับ ที่จริงบ้านเมืองไม่ถึงขนาด อับจนหรอกครับท่านประธาน เราก็มีฝ์ายค้าน แต่ฝ์ายค้านนั้นก็มีข้อจํากัดในเรื่องของ จํานวนเสียง แต่ถ้าท่านประธานนึกออก ป้ ๒๕๔๔ เปึนต้นมากระผมเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ทําทุกอย่าง อภิปรายท้วงติงเท่าที่สามารถทําได้ภายใต้ขอบเขต อํานาจที่เรามีอยู่ขณะนั้น ผมก็ยังหวังว่าส่วนราชการ ระบบราชการยังเปึนส่วนหนึ่ง ที่คอยคานรัฐบาล ราชการมีหน้าที่ปฏิบัติตามราชการ แต่ว่าถ้าคําสั่งใดที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบ ราชการสามารถที่จะท้วงติงได้ ในที่สุดก็เปึนที่มาของการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย ข้าราชการอย่างไม่เปึนธรรม ผมต้องกราบเรียนเรื่องนี้กับท่านประธานเพราะว่าในฐานะ เคยเปึนผู้บริหารเข้าใจดี รัฐบาลอยากใช้คนที่ไว้ใจได้ไม่ผิดหรอกครับ แต่ว่าถ้าตั้งเงื่อนไขว่า คุณอยากเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดไหม ถ้าคุณอยากเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดคุณลงไป อยู่ใต้นะ แล้วคุณต้องทําให้พรรคไทยรักไทยชนะพรรคประชาธิปัตย์รับได้ไหม คนรับไม่ได้ ก็ไม่ได้เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด ของจริงมีครับ จนบัดนี้ครับ นี่คือจุดที่ทําให้ข้าราชการเรา เริ่มมีปัญหา ในที่สุดข้าราชการต้องเอาตัวรอด เมื่อต้องเอาตัวรอดก็ต้องทํา สิ่งที่ไม่เหมาะสมติดตามมา กระบวนการทั้งหลาย องค์กรทั้งหลายจึงมีอันเปึนไป อย่างน่าตกใจ ทั้งหมดนี้จะโทษว่าเปึนความผิดของรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ กระผมกราบเรียน เรื่องเหล่านี้เพื่อให้ท่านประธานได้มองเห็นว่าจึงต้องคิดเลยไปไกลกว่านั้นว่าถ้าอย่างนั้น เราจะหวังว่าเราได้คนดีมาปกครองโดยไม่คํานึงถึงโครงสร้างหรือ กระผมคิดว่า ก็ผิดเช่นเดียวกัน เราก็ต้องคิดหาโครงสร้างที่สามารถตรวจสอบได้ดีกว่านี้ ท่านประธานครับ มีการพูดถึงประเด็นต่าง ๆ หลายเรื่องซึ่งกระผมต้องกราบเรียนว่ามันเปึนความจริง ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อทบทวนแล้วก็บอกท่านได้ว่ามันไม่ใช่ความผิด ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่าง เช่น ความขัดแย้งแตกแยกความสามัคคี ในชาติสูงมากในขณะนี้ต้องยอมรับ น่าใจหายน่าตกใจ แต่ทั้งหมดมันไม่ใช่ เพราะรัฐธรรมนูญไปเขียนแล้วทําให้รัฐบาลกับประชาชนหรือประชาชนกับแต่ละภาค ต้องขัดแย้งกัน ผมเชื่อว่าท่านประธานซึ่งมีโอกาสได้เห็นบ้านเมืองมาตลอดระยะเวลา อันยาวนาน ท่านต้องยอมรับความจริงว่าเราไม่เคยมีรัฐบาลใดที่กล้าประกาศว่า เราจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทย เราจะไม่เคยมี แต่มันเกิดขึ้นจริง ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นเพราะเหตุว่าคนที่ถูกเลือกปฏิบัติเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับ ความเปึนธรรม ผมภูมิใจที่เขารู้สึกนะครับ ถ้าเขาสยบถ้าอย่างนั้นช่วยผมเถอะครับ ผมยอม ผมจะหดหู่เลยครับว่าคนไม่มีศักดิ์ศรี แต่การที่คนมีความรู้สึกมีศักดิ์ศรี และไม่ยอมกับการคุกคามเช่นนั้น ผมถือว่าคนไทยยังมีที่หวังเพราะยังมีวิญญาณ ของความเปึนคนไทยที่ไม่ยอมรับการปฏิบัติหรือการเลือกปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่เราจะต้องหาทางออกว่าเราจะมีระบบอย่างไร เพื่อตรวจสอบ สมมุติวันข้างหน้ามีผู้ปกครองที่นําแนวนี้ปฏิบัติ เลือกปฏิบัติกลั่นแกล้งเขา ข้าราชการไม่ได้รับความเปึนธรรม เราจะมีโครงสร้างอย่างไรที่สามารถตรวจสอบ สิ่งเหล่านี้ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหวังอย่างยิ่งว่าเพื่อน ๆ ซึ่งจะเปึน คณะกรรมาธิการวิสามัญในญัตตินี้จะได้ร่วมกันพิจารณาต่อไปว่าเมื่อเราพูดถึง บทบัญญัติบางมาตราที่เปึนอุปสรรคในการทํางานของเราแล้วซึ่งกระผมไม่เห็นด้วยครับ บางมาตราไปคุม ส.ส. จนกระทั่งขยับตัวไม่ได้เลย อันนี้กระผมเห็นด้วยว่าก็ไม่ควรจะเปึน อย่างนั้น ความจริงแล้วเคยมีคนคิด มีการเสนอให้บํานาญ ส.ส. นะครับ ที่ผมเล่าเรื่องนี้ เพราะผมคนหนึ่งที่มีความรู้สึกไม่พอใจวันนั้น คือผมไม่เห็นด้วยหรอกครับที่จะให้บํานาญ ส.ส. เราเปึนนักการเมืองไม่ใช่ข้าราชการประจํา เราได้สิทธิพิเศษมากมาย เปึนข้าราชการ ประจําอยู่มาตลอดชีวิตบางคนสายสะพายไม่ได้สักเส้นหนึ่ง แต่มาเปึนนักการเมือง เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการ ๔ ป้ได้ ๔ เส้น ลัดคิวคนอื่นเขามากแล้วยังไปเอาบํานาญอีก เอาเปรียบสังคมมากไปผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าเหตุผลที่ผู้พิจารณาเรื่องนี้ให้นั้นผมก็รับไม่ได้ เขาบอกว่าไม่ควรให้หรอกเพราะว่า ส.ส. รวยอยู่แล้ว นี่คือการเหมา เหมามองนักการเมือง ด้วยความเข้าใจที่ผิดตลอด เอาเถอะครับเรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว แล้วก็ผมเปึนคนหนึ่ง ที่อยากกราบเรียนว่าได้ปกปัองสถาบันความเปึนผู้แทนราษฎร เพราะผมเปึนนักการเมือง ท่านประธาน ผมไม่อยากให้เรานักการเมืองด้วยกันต้องอยู่ในฐานะที่ถูกเขาตั้งเปึนจําเลย ว่าเปึนตัวก่อปัญหา แต่สิ่งเหล่านี้มันจะปลดเปลื้องได้ต่อเมื่อเราเองไม่ไปประพฤติปฏิบัติ อย่างนั้น ผมไม่ตําหนิใครจะว่าผมว่าแผ่นเสียงตกร่อง เพราะมันยังเดินอยู่ในร่องเดิม มันยังมี ขบวนการซื้อเสียงโกงเลือกตั้งอย่างรุนแรง แต่กระผมกราบเรียนว่าได้สู้มาตลอด ผมเปึนรัฐบาลเลือกตั้งใหม่ไม่เคยชนะเลยครับ ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ๒ ครั้งเลือกตั้งทีไร ผมแพ้ทุกทีไม่เคยคิดจะโกง เอาคนนอกมาคุม ครั้งแรกพ้นจากนายกรัฐมนตรี ก็เอาดอกเตอร์กระมล ทองธรรมชาติ มาคุม เพื่อให้เกิดความเปึนธรรมเปึนกลาง ไม่เคย คิดจะเอาชนะ เพราะฉะนั้นสมาชิกบางท่านที่พาดพิงถึงพรรค พรรคเก่าแก่ลงเลือกตั้งก็แพ้ ยอมครับ แพ้ครับ มีแพ้มีชนะ ในภาคเหนือ ภาคอีสานก็แพ้ชนะ ขุนพลที่ยิ่งใหญ่ของเรา ภาคอีสานในอดีตก็เคยอยู่ในอีสาน กาฬสินธุ์ ท่านขุนทอง ภูผิวเดือน จังหวัดเชียงราย เราเคยได้หมดเมื่อผมเปึนผู้แทนราษฎรครั้งแรก แล้วต่อมาเราก็แพ้ ภาคใต้เราก็แพ้ แพ้พรรคกิจสังคม แล้ววันหนึ่งเราก็ชนะ เราแพ้ชนะด้วยความชอบธรรม และเราอยากเห็น สิ่งเหล่านี้ถ้าการเมืองไทยสามารถเดินอยู่ในร่องนี้ได้แม้มันจะตกร่องแต่ร่องนี้มันไปได้ครับ แต่ว่าถ้าเราไม่ยอมรับความจริงเราหลีกหนีทุกคนเอาตัวรอด ทุกคนจะทําสิ่งที่มันผิด ทํานองคลองธรรม ทุจริต โกง ซื้อเสียงทุกกระบวนการ ข่มเหงข้าราชการ พูดถึงข้าราชการ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมพูดได้เต็มปาก เพราะว่าวันที่แต่งตั้งน้องเขย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเปึนปลัดกระทรวงนั้น นั่นคือการพิสูจน์ว่าเราไม่เลือกปฏิบัติ ท่านจะเปึนน้องเขยใครแต่เมื่ออาวุโสท่านใช้ได้แล้ว ความสามารถท่านไปได้แล้ว ท่านมีสิทธิเปึนปลัดกระทรวง ยุคสมัยนี้ไม่มีหรอกครับ เพียงแค่รู้ว่าเคยอยู่จังหวัดนั้น ก็โดนแกล้งแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งนี้คือสิ่งที่เปึนความจริงที่ทุกฝ์ายจะต้องทบทวนว่า แท้จริงแล้วเราต้องการให้การเมืองของเราไปในทางที่ดีจริงไหม ถ้าจริงไม่ได้อยู่ที่ ตัวบทรัฐธรรมนูญอย่างเดียว รัฐธรรมนูญเปึนหลักแต่ว่าผู้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ คือบุคคลสําคัญที่จะทําให้กระบวนการประชาธิปไตยในบ้านเมืองเราไป และสามารถ นําพาประเทศชาตินี้ไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ และความชอบธรรมจะเกิดขึ้นในบ้านเมือง กระผมขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบพระคุณท่านที่ปรึกษา เชิญท่าน ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ครับ เต็มยศหน่อย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผมได้ฟัง การอภิปรายในญัตตินี้มายาวนานทําให้มองเห็นสัจจะหรือความจริงหลายประการครับ ท่านประธาน
ประการที่ ๑ เมื่อผมไปอ่านชื่อญัตติทําไมเห็นความแตกต่าง ทําไม ผมได้เห็นชื่อญัตติบางญัตติบอกว่าเปึนการศึกษาการบังคับใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ จากคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตตินี้ก็พอจะมองเห็นเหตุผล ประการสําคัญอยู่ เหตุผลที่สําคัญที่ผมมองเห็นก็คือ ได้พยายามหาเหตุผลที่จะชื่นชม การก่อการรัฐประหารครั้งล่าสุด รวมไปถึงการชื่นชมรัฐธรรมนูญที่มาจากระบอบเผด็จการ ท่านประธานที่เคารพครับ ทําให้กระผมคิดว่ามีนักการเมืองเราจํานวนมากในยุคปัจจุบัน ที่เชื่อว่าประชาธิปไตยชดเชยได้ด้วยการรัฐประหาร เมื่อกระผมได้รับการเลือกตั้ง ครั้งล่าสุด และเมื่อท่านประธานส่งไปเปึนผู้แทนประชุมองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ ที่สวิตเซอร์แลนด์ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าสมาชิกขององค์การนั้นเขาต้อนรับ เข้าสู่องค์การของเขาอย่างตื่นเต้น เขาบอกว่าในรอบ ๑ ป้ที่ผ่านมาที่มีการรัฐประหารนั้น ประเทศไทยไม่ได้มีสิทธิในการที่จะเข้าร่วมองค์การเหล่านั้นเลย เพราะเขาบอกว่า ประเทศไทยอยู่ในช่วงเผด็จการไม่มีการเลือกตั้ง เขาไม่ต้อนรับตัวแทนซึ่งไม่ได้มาจาก ประชาชนเข้าสู่องค์กรของเขา เมื่อท่านประธานได้ส่งพวกกระผม ไปเปึนตัวแทนทําให้เขามีความกระตือรือร้นจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ นั่นแสดงให้เห็น จิตวิญญาณของประเทศที่มีประชาธิปไตย เขามองการรัฐประหารเปึนเรื่องเลวร้าย และ เมื่อผมทราบจากเวทีอภิปรายตรงนั้นว่าทุกประเทศต่างต่อต้านเราอย่างที่สุดในรอบ ๒ ป้ ก่อนหน้านั้น การค้าการขายหยุดชะงักไปหมด นั่นก็เปึนเพราะว่าเราส่งเสริมให้เกิด การรัฐประหารขึ้น ท่านประธานที่เคารพ ครั้งล่าสุดผมได้เปึนตัวแทนพรรคพลังประชาชน ไปร่วมประชุมการประชุมนานาชาติของพรรคการเมืองของเอเชียที่ประเทศเกาหลีใต้ ท่านประธานครับ พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ร่วมประชุมมาจากทุกประเทศในเอเชีย ๒๖ ประเทศ ต่างก็มีความชื่นชมยินดีที่เรามีการเลือกตั้ง มีระบอบประชาธิปไตย แต่เขา รู้สึกตกใจมากว่าในประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างประเทศไทยนั้นจะมีการยุบ พรรคการเมืองอย่างง่ายดาย เขาคาดไม่ถึงว่าประเทศอย่างเราจะมีเรื่องอย่างนี้ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผลของทุกท่านที่นํามาอภิปรายเยินยอ สรรเสริญการรัฐประหาร เยินยอรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารจะดีเลิศอย่างไรนั้น ผมไม่อาจจะยอมรับได้ และในชีวิตของพวกเราไม่ควรจะมีคําว่า รัฐประหาร ชดเชย ประชาธิปไตยได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมรู้ว่าการยื่นญัตติในลักษณะอย่างนี้ ก็เปึนความพยายามในการหาเหตุผลโจมตีอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งของประเทศ โดยอ้างเหตุผลของการรัฐประหารนั่นเองมาเปึนหลักยืนยัน ข้อกล่าวหาที่คณะรัฐประหาร ได้กล่าวหา แม้จะยังไม่มีการพิสูจน์ก็เปึนที่รู้กันว่าเมื่อเกิดการรัฐประหารทุกครั้งคนที่ถูก รัฐประหารโค่นล้มลงก็จะมีข้อกล่าวหาเหล่านี้แหละทุกครั้ง วันนี้เราก็ยังเปึนไปตามเพลงนั้น เอาเหตุผลที่นักรัฐประหารมากล่าวหาโจมตีอดีตนายกรัฐมนตรีมากล่าวทับถมโจมตี ต่อไปอีก เชื่อมโยงไปถึงคําวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองของตุลาการรัฐธรรมนูญ บอกว่า เปึนการตัดสินที่ถูกต้องโดยลืมไปว่านั่นคือตุลาการรัฐธรรมนูญที่ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า ไทรบูนัล (Tribunal) เขาไม่ได้เรียกว่าคอร์ท (Court) หรือศาล ในประเทศที่มี ระบบกฎหมายเขาไม่ใช้ เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยคําตัดสินนั้นจะเปึนอย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงก็คือว่าเปึนการตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญหรือไทรบูนัล ท่านประธาน ที่เคารพครับ การไปกล่าวหาโจมตีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณอย่างมันปากมันคอ จะพูด อย่างไรก็พูดได้ในวันนี้ แต่ละเลยลืมไปว่าในช่วง ๔ ป้ที่บริหารบ้านเมืองอยู่นั้น ประเทศไทยเราได้ก้าวไปถึงไหน ต่างประเทศเขายกย่องชมเชยขนาดไหน เศรษฐกิจมั่นคง ขนาดไหน ประชาชนทั่วประเทศทั้งในระบบรากหญ้า กลาง หรือปลายแถวรู้สึกยินดีปรีดา อย่างไร ละเลยที่จะพูดถึงทั้งสิ้น มีแต่การมองในด้านลบด้านเดียว การยื่นญัตติ เพียงเพื่อที่จะทําลายล้างความชอบธรรมของบุคคลบางคนอย่างนี้ไม่มีเหตุที่เราจะต้อง ไปเห็นด้วยได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากกราบเรียนว่า ถ้าเราจะใช้เวทีตรงนี้ กล่าวถึงภาพลบของคนคนหนึ่งแล้วอีกฝ์ายหนึ่งมากล่าวถึงภาพบวกใช้เวลาเท่า ๆ กัน ผมเชื่อว่าเราทําได้ดีกว่า แต่ผมไม่รบกวนเวลาท่านประธานหรอกครับ สามัญสํานึก ของประชาชนรู้ดีว่าใครอคติ ใครไม่อคติ ทําให้ผมมองเห็นอคติต่อไปในเรื่องมาตรฐาน ของการเมืองไทย เราเห็น ๒ มาตรฐานชัดเจนในเรื่องเวลาครับท่านประธาน ในการใช้ รัฐธรรมนูญพวกเราเรียกร้องว่ารัฐธรรมนูญนี้เพิ่งบังคับใช้ให้เวลาหน่อยสิ ให้รัฐธรรมนูญ ยาวต่อออกไปอีกหน่อยสิค่อยแก้ เอาละครับ เรื่องนี้มีเหตุผลพอรับฟังได้ กระบวนการ แก้รัฐธรรมนูญในทันทีจึงยุติ แต่เวลารัฐบาลจะทํางาน ท่านประธานครับ รัฐบาลมาจาก การเลือกตั้งเข้ามาอยู่ในภาวะวิกฤติพยายามแก้ปัญหางบประมาณยังไม่ได้ตั้ง ขอเวลาทํางานเพียง ๔ เดือน ตลอด ๔ เดือนที่ผ่านมาอยู่ในสภานายกรัฐมนตรีมาตอบ กระทู้ถาม รัฐมนตรีพะวงอยู่กับสภา ไม่มีเวลาทํางานเต็มที่ ขอเวลาทํางานต่อไปอีกหน่อยไม่ได้ บอกเลยครับว่าทํางาน ๔ เดือนมาก็เสียหายพอแล้ว มาตรฐานอะไร ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องได้เวลาในการอยู่ พิสูจน์ รัฐบาลทําไมเขาไม่มีสิทธิได้เวลาพิสูจน์ตัวเอง ฉะนั้นตรงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงบอกว่าเฉพาะจุดเริ่มต้นก็เห็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นเปึนอคติ เปึน ๒ มาตรฐานชัดเจน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อให้ตรงประเด็นกระผมอยากกราบเรียนว่า ทําไมเราจึง จําเปึนต้องมาคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้เพิ่งคิดวันนี้หรอกครับ ในช่วงที่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ออกไปทําประชามติ พวกเราพรรคพลังประชาชนได้ออกไปเคลื่อนไหว บอกประชาชนว่าถ้าพี่น้องสนับสนุนเราเข้ามาเปึนรัฐบาลเราจะแก้รัฐธรรมนูญ เราจึงมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราคิดนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นจากอัตวิสัยส่วนตัวของคนบางคน ที่มาตําหนิติเตียนเราว่า โอ้ คดียุบพรรคจะเกิดขึ้นเลยรีบแก้ ไม่ใช่ครับ ตอนนั้น เรากําลังเลือกตั้ง เราไม่รู้ว่ามันจะมีคดียุบพรรคแต่เราก็บอกว่าจะแก้ เพราะเราเห็น ความไม่เปึนประชาธิปไตยและเห็นสิ่งที่มันขัดต่อหลักนิติธรรมที่พวกเราเชิดชูยกย่อง นั่นแหละครับ ท่านประธานที่เคารพ หลายท่านพูดถึงว่าที่มาไม่ชอบ แน่นอนครับ ผมคงไม่ต้องไปย้ํา แต่อยากกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้สร้างระบบ สิ่งที่เรียกว่า พรรคระบบราชการให้เข้มแข็งขึ้น หลายคนใช้คําว่า อํามาตยาธิปไตย ถ้ามันเปึนคําแสลงผมจะไม่ใช้ คําว่า พรรคราชการ นี้เปึนคําที่ใช้มาดั้งเดิมก่อนป้ ๒๕๔๐ ที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน บอกว่าคนในระบบราชการเขามีอํานาจจริง เขาเข้มแข็ง นักวิชาการทางรัฐศาสตร์บอกว่าประเทศไทยเปึนพรรคเดียวที่เข้มแข็งที่สุดคือ พรรคราชการ ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายมาตราจริง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึง ความเข้มแข็งของพรรคราชการ ท่านประธานดูแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เขียนไว้ ๙ ส่วน มีทุกส่วนมีทุกนโยบายล็อกไว้หมด พรรคการเมืองแทบไม่ต้อง แถลงนโยบายอะไรเลย เข้ามาเปึนรัฐบาลก็ต้องทําตามรัฐธรรมนูญ นี่คือการสร้างระบบ ราชการให้มีความเข้มแข็ง ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๒๖๕ วรรคหนึ่ง หลายคน อภิปรายอย่างผิวเผิน ผมอยากลงลึกนิดเดียวครับท่านประธาน ในระบบการบริหาร ราชการแผ่นดิน เราเห็นว่าสิ่งที่มันมีอยู่ก็คือ อํานาจประจํากับอํานาจการเมือง อํานาจฝ์ายประจําในกระทรวง ทบวง กรม เราวัดจากหัวก็คือปลัดกระทรวง ส่วนอํานาจ การเมืองก็เหนือขึ้นไป ท่านประธานที่เคารพ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ อํานาจการเมือง เขาตัดรัฐมนตรีออกไปจากฝ์ายนิติบัญญัติไม่ให้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรียกว่า ตัดอํานาจฝ์ายนิติบัญญัติออกจากบริหาร แต่เป่ดทางให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าไปอยู่ในส่วนอํานาจการเมืองด้วย ตําแหน่งทางการเมืองจึงให้กับสภาผู้แทนราษฎร เราจึงได้เข้าไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรม ขับเคลื่อนการทํางานเชิงนโยบาย แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านประธานที่เคารพ มันผิดฝา ให้รัฐมนตรีเปึน ส.ส. ได้ แต่ ส.ส. จะไปดํารงตําแหน่งการเมืองไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ ถ้า ส.ส. ไปดํารงตําแหน่ง การเมืองไม่ได้นั่นหมายถึงว่า อาณาจักรตรงนั้นก็ถูกครอบครองโดยข้าราชการประจํา ในประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อประธานาธิบดีเขาเข้าสู่ตําแหน่ง สิ่งแรกที่ต้องทําคือถอนคนของพรรคอื่นออกไปก่อนนั่นคือตําแหน่งทางการเมือง ถ้าเขาไม่มีคนของเขาเขาขับเคลื่อนไม่ได้แต่วันนี้เราทําเช่นนั้นไม่ได้ พวกเราต้องถูกจํากัด อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ตรงนี้ผมกราบเรียนท่านว่าเปึนการทําลายอํานาจฝ์ายการเมือง ลงอย่างชัดเจน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมอยากชี้แจงและเปึนประเด็น สําคัญที่สุดในการอภิปรายของผมวันนี้ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้บิดเบือนเจตนารมณ์ การยุบพรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๖๘ วรรคแรก เขียนไว้ว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อ ให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาเขียนวรรคต่อไปว่า ถ้าพรรคการเมืองใด ไปดําเนินการอย่างนั้นต้องถูกยุบพรรค นี่คือหลักการแรก หลักการแรกนี้มาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็เปึนหลักการนี้เท่านั้น พรรคการเมืองที่จะถูกยุบถ้าตามหลักการนี้คือ พรรคการเมืองที่ไปเคลื่อนไหวนอกสภา พรรคการเมืองที่มีมติแปลก ๆ เช่น เขาให้ส่งคน ลงเลือกตั้งไม่ลง ได้คว่ําบาตรการเลือกตั้ง แล้วไปร่วมกับขบวนการนอกสภาด้วยวิธีการ ที่จะได้อํานาจมาโดยวิธีการที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ เราเข้าใจว่าหลักการนี้ ต้องการลงโทษพรรคการเมืองที่ดําเนินการอย่างนั้น รวมไปถึงการแสวงหาอํานาจ การปกครองประเทศด้วยวิธีการอื่น เช่น ใช้อํานาจ ยึดอํานาจรัฐประหาร ถ้าพรรคการเมืองใด ไปสนับสนุนจะต้องถูกยุบ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ หลักการนี้ถูกบิดเบือนอย่างสิ้นเชิง เมื่อมีมาตรา ๒๓๗ มาตรา ๒๓๗ ไปเขียนเอาข้อความในประกาศคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดินหรือประกาศ คปค. ฉบับที่ ๒๗ มาเขียนไว้ คปค. ฉบับที่ ๒๗ ออกมาจาก คณะรัฐประหารเพื่อยุบพรรคไทยรักไทยโดยเฉพาะ ท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐประหารตั้งธงยุบพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าตุลาการรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย เปึนประการใดก็ตามในการสู้คดีผมเปึนคนหนึ่งที่สู้คดีมาแต่ต้น ผมไปอยู่ตรงนั้นรับฟัง การพิจารณาเกือบทุกนัด ความรู้สึกของผู้ชนะย่อมรู้สึกว่าตัวเองเปึนธรรม ท่านประธานครับ ข้อกล่าวหาที่เราสู้กันต่อตุลาการรัฐธรรมนูญ พรรคหนึ่งถูกกล่าวหาว่าจ้างพรรคเล็ก ลงสมัคร อีกพรรคหนึ่งถูกกล่าวหาว่าจ้างพรรคเล็กไม่ให้ลง ประจักษ์พยานเท่าเทียมกัน แต่เมื่อตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าฝ์ายที่จ้างพรรคเล็กไม่ให้ลงฟังได้มากกว่าเราก็ต้อง ยอมรับ เรามีน้ําตาครับท่านประธาน ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙ พวกเราร่ําไห้ หลายคนร้องไห้ เรารู้ว่าเราเจ็บปวดแต่เราต้องยอมรับคําวินิจฉัยแม้องค์กรนั้นจะไม่ได้เปึนองค์กรที่ตัดสิน ในพระปรมาภิไธย เพราะนั่นคือตุลาการรัฐธรรมนูญ ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ใส่เสื้อครุย วันนี้เรามีศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เราเชื่อมั่นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีบรรทัดฐาน ที่แตกต่าง แต่ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ทําหน้าที่ภายใต้การกํากับควบคุมของกฎเกณฑ์ ซึ่งร่างในคณะรัฐประหารโดยคณะรัฐประหารเขาย่อมมีอิสระน้อย เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จึงไปเอาประกาศ คปค. มาบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓๗ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขอกราบเรียนท่านประธานในฐานะนักการเมืองผู้มีประสบการณ์ยาวไกลที่สุดในหมู่พวกเรา เปึนผู้ที่มีความขยันขันแข็งศึกษารอบรู้ในทุกเรื่อง ประวัติของท่านประธานเปึนที่ประจักษ์ ท่านประธานตอบผมได้ไหม หลักกฎหมายที่เขียนว่า เมื่อคนหนึ่งทําผิดถือว่าองค์กรของ คนนั้นผิดด้วย แล้วถือว่าทุกคนที่อยู่ในองค์กรนั้นก็ผิดไปด้วย แล้วให้ยุบองค์กรนั้น แล้วให้ ตัดสิทธิคนที่อยู่ในองค์กรนั้นทางการเมืองอีก ๕ ป้ คําว่า ตัดสิทธิทางการเมืองห้าป้ ท่านประธานครับ มาจาก คปค. ฉบับที่ ๒๗ ที่ออกมาดักหน้าว่า ถ้ามีการยุบพรรคไทยรักไทย จะต้องตัดสิทธิคนที่เปึนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด ๑๑๑ คน ๕ ป้ ท่านประธานที่เคารพ คําอภิปรายของอดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ที่ถามท่านประธาน ชื่นชมหลักการนี้มากว่า เปึนหลักการที่จะทําให้พรรคการเมืองระมัดระวังและไม่ไปซื้อเสียงถามว่าถ้าไม่มีมาตรานี้ จะแก้ปัญหาซื้อเสียงได้หรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องการซื้อเสียงไม่ว่าใคร จะพูดดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นขนาดไหนก็ตาม ผมบอกว่าพรรคใดก็ตามถ้ามองไม่เห็นปัญหาตรงนี้ใกล้ตัวเองก็แสดงว่าตาบอดละครับ ผมไม่ได้ท้าทายครับท่านประธาน นักการเมืองที่ต่อสู้กันในเวทีนี้เรารู้ แต่เรา ไม่ประจานกันหรอกครับ แต่จะบอกว่าผมมือสะอาดอยู่คนเดียว คนอื่นสกปรกหมด มันไม่ใช่วิสัยของสุภาพบุรุษ ถามว่าถ้าไม่มีมาตรานี้ปัองกันการซื้อเสียงได้ไหม ผมก็ บอกว่ามันปัองกันไม่ได้หรอก ถึงมีมาตรานี้มันก็ยากที่จะปัองกัน เพราะคนจะซื้อเสียงนี่ มันก็มีเปัาหมายซื้อเสียง แต่ถามว่าไม่มีมาตรานี้มีกฎหมายอื่นเอาโทษการซื้อเสียงไหม ท่านประธานครับ มีครับ โทษการซื้อเสียงที่เราได้คุ้นเคยกันมาแต่ก่อน ถ้าคุณได้ใบเหลือง ไปเลือกตั้งใหม่ ถ้าได้ใบแดงคุณถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑ ป้ เราที่นี่หลายคนโดนมาแล้ว แต่มันไม่กระเทือนองค์กร การซื้อเสียงเปึนเรื่องของบุคคลที่มันชั่ว เจตนาไม่ดีเมื่อจับได้ ก็ลงโทษไป เขาก็ตัดสิทธิการเมือง ๑ ป้ แต่ คปค. ฉบับที่ ๒๗ ได้สร้างหลักการใหม่ ว่าจะเอาให้มันตาย จะเอาให้มันไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดก็เลยเอามาบัญญัติไว้ เพราะฉะนั้น กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าหลักการนี้มันไม่ได้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาซื้อเสียง แต่เปึนหลักการเอามาหักล้างทําลายหมายที่จะทําให้พรรคการเมืองฝ์ายตรงข้ามตัวเอง ย่อยยับอับปางวันนี้ถามว่าพรรคการเมืองที่ปรับโครงสร้างเพื่อหนีมาตรานี้บอกว่าไม่กลัว จริงไหมครับ ถ้าไม่กลัวอย่าปรับสิครับโครงสร้าง ก็แสดงว่านี่ก็กลัว ทําไมไม่ปล่อยให้ พรรคการเมืองบริหารไปโดยธรรมชาติ ต่อไปพวกเราจะเปึนอีแอบหมด จะตั้งคนมาเปึน กรรมการบริหารพรรคคือเอาเด็กขับรถมาเปึนแล้วพวกเราก็ไปสั่งบัญชาการอยู่หลัง อย่างนั้นหรือ ทําไมเราไม่กล้าที่จะต่อสู้ว่าเราบริหารพรรคผิดพลาดก็ว่ากันไป ประเทศ ที่เจริญแล้วเขาไม่ยุบพรรคการเมืองง่าย ๆ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อท่านประธานขยับท่า อย่างนั้นแสดงว่าบอกว่าผมพูดนานพอสมควรแล้ว ผมเปึนผู้น้อย ผมไม่บังอาจที่จะใช้ เวลาเกินเหตุหรอกครับ
ไม่ขัดข้องครับ เอาเวลา เท่าไรก็ตามอัธยาศัย
กราบขอบคุณท่านประธานครับ
สภาเปึนที่สําหรับพูดครับ เชิญครับ
ผมกราบขอบคุณครับท่าน แต่ผม ก็จะไม่บังอาจใช้เวลาของสภาเกินเหตุหรอกครับ ผมจะพูดเฉพาะสิ่งที่ผมมีเหตุมีผล ถามท่านประธานว่าที่เราเชิดชูหลักนิติธรรม นักกฎหมายที่นี่ลุกขึ้นมาบอกว่าหลักนิติธรรม ถามว่ากรรมการบริหารคนหนึ่งไปซื้อเสียงจับได้ว่าซื้อเสียง แล้วรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ เขียนล็อกศาลรัฐธรรมนูญเลยครับท่านประธาน วรรคสอง บอกว่าถ้ากรรมการบริหาร คนนั้นไปกระทําผิดด้วยการซื้อเสียงถือว่าพรรคจะต้องถูกยุบ แล้วให้ตัดสิทธิ กรรมการบริหารอื่น ถามว่าหลักนิติธรรมตรงนี้มันอยู่ตรงไหน หลักความผิดของบุคคล จะเกิดเมื่อบุคคลทําผิดใช่หรือไม่ เมื่อท่านเปึนพ่อเปึนแม่ ลูกไปทําผิดพ่อจะต้อง ไปรับด้วยหรือ มันเปึนหลักนิติธรรมประเทศไหนผมถามท่านประธาน เนติบัณฑิต ประเทศไหนที่จะต้องยอมรับหลักนี้ได้ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนท่านประธานว่า พวกเราไม่ได้มีอคติกับมาตราอย่างนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับคดีที่พวกเรากําลังจะเผชิญ เพราะทุกพรรคก็มีสิทธิที่จะเผชิญได้ แต่สิ่งที่พวกเราต้องยืนขึ้นมาสู้ก็คือปกปัองหลักนิติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีการเยินยอว่าการยื่นญัตติวันนี้จะเปึนการคลี่คลาย สถานการณ์ของบ้านเมือง ผมถามว่าจริงหรือ มีการว่ากลุ่มประชาชนที่เคลื่อนไหว เพราะเราจะไปแก้รัฐธรรมนูญแล้วออกมาเคลื่อนไหว ถามว่านั่นคือเปัาหมายจริงหรือ เมื่อพวกเราบางส่วนเคลื่อนไหวจะแก้รัฐธรรมนูญยังไม่ได้ยื่นญัตติถึงท่านประธาน เปึนเรื่องราวเลย ประธานยังไม่ได้รับเปึนญัตติเลย เพียงแต่ไปบอกว่าศึกษาดูสิว่า ชื่อครบไหม ตัวญัตติเปึนอย่างไรออกมาชุมนุมแล้ว เมื่อพวกเราคํานึงถึงความสงบสุขของ บ้านเมืองเราไม่ยื่น เราถอยแล้วเขาถอยไหมครับท่านประธาน เปัาหมายของเขาต่อไป เปึนอะไร โค่นล้มรัฐบาล เมื่อจะโค่นล้มรัฐบาลผมก็เชื่อว่าญัตติที่เกิดขึ้นวันนี้ก็เห็นด้วยกับ ท่านที่อภิปรายว่า เปึนเพราะความพยายามของท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่อยากคลี่คลาย สถานการณ์ แล้วมันคลี่คลายได้หรือเปล่าละครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บอกว่ายื่นญัตตินี้แล้วบอกกับเราไหมว่าคนที่ชุมนุมข้างนอกเขาจะกลับบ้านเพื่อฟังเราพูด ในสภา ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไปบอกเขากลับสิครับ แม้แต่ ส.ส. ของท่านเอง ท่านยังเอากลับมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่ารัฐธรรมนูญเปึนเพียงข้ออ้าง คุณจะ รักษาไว้กี่ป้ค่อยแก้ไขผมไม่ว่าหรอกครับ แต่ถ้าคุณมีความจริงใจ คุณจะต้องบอกว่า ถ้าไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในขณะนี้ก็น่าจะเปึนความพอใจแล้ว ก็ไม่ควรจะไป ทําให้เกิดปัญหาบ้านเมืองจนกระทั่งว่าเราเผชิญอยู่กับภาวะในขณะนี้ ซึ่งหลายท่าน ก็บอกแล้วว่าไม่รู้ว่าคืนนี้ พรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น นี่คือมูลเหตุจากรัฐธรรมนูญ เมื่อเราจับต้อง มันเปึนไฟ มันร้อน เราวางลง มันก็ควรจะยุติสิ ถ้ามีความจริงใจต่อกัน แต่นี่คุณก็ยังเดินต่อ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าญัตตินี้เราก็ได้ใช้เวลาในสภาพอสมควร อย่างน้อยที่สุดหลาย คนก็ได้แสดงความรู้สึกสะใจในการที่จะไปด่าอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งซึ่งทําคุณประโยชน์ ให้กับประเทศชาติมากมาย ว่าไปเถอะครับเขาไม่มีสิทธิที่จะมาอุทธรณ์ร้องทุกข์หรอก เขาไม่ได้แทรกแซงกระบวนการใด ๆ ก็ไปตั้งข้อหาว่าแทรกแซง คดีของเขาอยู่ในศาล เขาพร้อมที่จะสู้คดี แต่เขาไม่ต้องการอภิสิทธิ์เหมือนคนบางกลุ่มพอถูกฟัองให้ตํารวจ เรียกตัวไปชี้แจงก็กล่าวหาว่ามีการไปแทรกแซง ไปกดดัน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงไม่คาดหวัง อะไรจากญัตตินี้เลย กรรมาธิการจะไปศึกษาอย่างไรก็ศึกษา ผมก็เห็นด้วยว่าควรศึกษา ประเด็นที่ผมชี้มาก็ควรจะได้ไปพิจารณาอย่างถ่องแท้ ด้วยโยนิโสมนสิการ แต่อย่าหวังว่า ญัตตินี้จะแก้ คลี่คลายสถานการณ์ได้เลยท่านประธานครับ เพราะวันนี้พวกเราส่วนหนึ่งไปมี ส่วนร่วมจุดไฟให้เกิดความเคลื่อนไหวด้านนอกร่วมมือกันอย่างมีนัยสําคัญ แล้วเหตุการณ์ เหล่านี้ก็คงเดินหน้าต่อไป ก็เปึนเรื่องที่เราต้องรับชะตากรรมตรงนี้ เพราะเราไม่เชื่อมั่นใน ประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ เราแอบไปชื่นชมกระบวนการใดก็ตามที่จะเข้ามาทําลายระบบ นี้เพียงเพื่อให้พวกตัวหรือพวกเราเองได้ประโยชน์เราก็พอใจ โดยเราถือว่าประชาธิปไตย สามารถชดเชยได้ด้วยระบอบเผด็จการซึ่งผมไม่สามารถจะยอมรับได้ และผมก็ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่าน ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ต่อไปก็คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ขออนุญาตให้ทางโน้นสักนิดหนึ่ง และท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรต่อ ให้พรรคชาติไทยสักนิดหนึ่งครับ เชิญครับ
ท่านประธาน จะให้กระผมอภิปรายต่อหรือใช้สิทธิพาดพิงครับ
เชิญครับ
คือถ้าจะให้ กระผมอภิปรายก็ต่อได้ครับ ถ้าจะให้ใช้สิทธิพาดพิงก็จะขอความกรุณาใช้ตามข้อบังคับ
ผมไม่ขัดข้องครับ เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปึนสิทธิของประชาชนคนไทยคนนั้นเหมือนเดิมทุกประการ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ผู้นั้นต้องรับผิดชอบ ผมเพียงแต่กําชับลูกพรรคทุกคนว่าจะไปหรือไม่ไปชุมนุมหรือจะทํา อะไรก็ตามห้ามไปดําเนินการอะไรนอกเหนือรัฐธรรมนูญ จะไปชุมนุมต้องเปึนการชุมนุม อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและต้องรับผิดชอบตัวเอง บังเอิญท่านอาจารย์สมเกียรติก็พูด พาดพิงละครับแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ กระผมก็เพียงแต่บอกว่าผมก็เข้าใจอาจารย์สมเกียรติ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของแกนนําพันธมิตรมาก่อน ท่านเปึนแกนนํามาตั้งแต่ต้น วันหนึ่งท่านมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงไม่ได้คิดหรอกครับ ว่าเรื่องพันธมิตรมันจะต้องเกิดขึ้นมาอีก แต่เมื่อมันเกิดผมก็นึกภาพออกครับ เอาใจท่าน มาใส่ใจผมว่าถ้าผมเปึนท่าน เขามีการเคลื่อนไหวกัน แล้วจะบอกว่าผมเปึนผู้แทนราษฎร แล้วผมไม่ยุ่งแล้ว ผมก็คิดว่าท่านก็คงนึกออกนะครับ คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เขาจะรู้สึกอย่างไร ผมก็ยอมรับในความรู้สึกตรงนี้ แต่ก็กําชับว่าเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ ของรัฐธรรมนูญ และกราบเรียนท่านประธานครับ อาจารย์สมเกียรติไม่ขึ้นเวทีวันนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าพันธมิตรเขาจะหยุดชุมนุมครับ ก็ ๑ ใน ๕ อีก ๔ ใน ๕ ก็ยังอยู่ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ประเด็นวันนี้ว่าการที่พันธมิตร จะหยุดชุมนุมหรือไม่ มันมาตั้งคําถามกับเจตนาของกระผมในเรื่องของการ ที่จะพยายามคลี่คลายปัญหาของบ้านเมือง ผมฟังเพื่อนสมาชิกทุกท่านเลยครับวันนี้ ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ผมเคารพแล้วก็เห็นใจในความรู้สึกของท่าน หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมา แต่กระผมต้องขยายความบางเรื่องเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าผมไม่ได้เคยขัดข้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้เปึนการแก้ไขที่มีส่วนร่วม และที่สําคัญวันที่มีการลงประชามติจนถึงวันเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เรื่องรัฐธรรมนูญที่พูดถึงการแก้ไขกันเราไม่เคยคิดเลยว่าจะเปึน การแก้ไขที่อาจส่งผลกระทบต่อคดีความ ไม่ว่าจะเปึนศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ไม่มีครับ แล้ววันนี้หลักมาตรา ๒๓๗ หรือมาตรา ๓๐๙ จะเปึนอย่างไร ขัดกับหลักนิติธรรมหรือไม่ กระผมกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าผมเขียนมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๓๐๙ เองได้กระผมก็คงไม่เขียน อย่างนี้ครับ แต่มันก็มีหลักนิติธรรมที่สําคัญอีกประการหนึ่งเหมือนกันครับก็คือว่าผู้มี อํานาจไม่พึงใช้อํานาจนั้นทําเพื่อตัวเอง แก้ผิดให้เปึนถูก มันก็ขัดกันอยู่อย่างนี้แหละครับ เราก็จึงจําเปึนจะต้องมาศึกษาอย่างไรครับ ท่านก็มีเหตุผลของท่าน ผมก็เข้าใจ แต่ผมและ ผมเชื่อว่าคนที่เขาคัดค้านการเคลื่อนไหวในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเขาก็มี เหตุผลของเขาชัดเจนว่ามันขัดกับหลักนิติธรรมอย่างไร กระผมกราบเรียนว่าผมพูด ผมคิด ผมทําเรื่องใดด้วยจิตวิญญาณในเรื่องของประชาธิปไตย ด้วยความสม่ําเสมอครับ เกิดรัฐประหาร วันรุ่งขึ้นผมก็ว่าผมเปึนหัวหน้าพรรคการเมืองคนเดียวที่บอกว่าผม ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วผมบอกว่า ผมวางจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ทําอย่างไรเราได้อํานาจประชาชนคืนมาอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด เราก็ยึดตามนั้นครับ กระผมกราบเรียนว่าท่านมีความรู้สึกหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการยุบพรรค ผมก็ขอ ตั้งข้อสังเกตไว้เพียงประการเดียวครับท่านประธาน พวกกระผมไม่เคยร้องให้มีการยุบ พรรคการเมืองอื่นเลยครับ เหตุแห่งการยุบพรรคครั้งที่แล้วเกิดจากการร้องเรียนพฤติกรรม บางอย่าง แต่อนุกรรมการของ กกต. เขาไปสรุปว่ามันเปึนความผิดที่ไปเข้าข่าย มาตรา ๖๘ ถ้าผมจําไม่ผิด ก็เลยเกิดคดียุบพรรคขึ้นครับ แต่ท่านทั้งหลายซึ่งอภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง คนของท่านครับไปร้องให้ยุบพรรคของผมครับ แล้วที่ ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายไปว่าอย่าคิดว่าไม่โดนแล้วไม่รู้สึก มันเปึนพรรคประชาธิปัตย์ มันเปึนไม่ได้หรอกครับ พวกผมโดนมาแล้วจริง ๆ อย่าว่า แต่กรรมการบริหารพรรคเลยครับ ท่านไปร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ อ้างเอาคน ซึ่งห่างไกลมากจากการเปึนตัวแทนของพรรคครับ แล้ววันนี้ก็มีคนของท่านไปร้องยุบพรรค กระผมอีกครับ ในขณะที่พวกกระผมไม่เคยร้องให้ยุบพรรคการเมืองอื่นเลยครับ ผมก็ กราบเรียนว่าทั้งหมดอยากจะเรียนย้ํากับท่านประธานครับ ท่านมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ มีความเห็นของท่าน แต่อย่าได้ตั้งคําถามต่อเจตนารมณ์ของตัวกระผมเลย ผมย้ําอีกครั้ง ว่าผมทําเรื่องนี้เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้บ้านเมืองส่วนหนึ่ง แต่จะเปึนเพราะปัจจัยอื่น เรื่องของท่าทีในเบื้องต้นของท่านต่อเรื่องนี้จะเปึนเรื่องอื่น ๆ ที่มันลุกลามบานปลาย ออกไปจนทําให้ความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนที่เขามาชุมนุมกับรัฐบาล มันไม่สามารถ แก้ได้ด้วยญัตตินี้ ก็ไม่ได้มามีผลกระทบต่อความตั้งใจของกระผมที่ยังจะใช้เรื่องอื่น ๆ ในการคลี่คลายปัญหาต่อไป ถ้าท่านเคารพประชาธิปไตยอยากเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของ เวทีรัฐสภา ช่วยบอกรัฐบาลท่านเถอะครับ เอาสิทธิอะไรไปปฏิเสธสิทธิของสมาชิกวุฒิสภา ที่เป่ดอภิปรายทั่วไป มาท้าทายพวกกระผมทําไมว่าให้ไปเข้าชื่อกันเป่ดสมัยวิสามัญ ในเมื่อเปึนอํานาจของรัฐบาลอย่างเต็มที่ที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมรับการตรวจสอบ ตามวิถีทางประชาธิปไตย ท่านจะอ้างหลักการอะไรได้ทั้งนั้นแต่ต้องปฏิบัติตามหลักการ เหล่านั้นด้วย กระผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่ากระผมตั้งใจจริง ๆ และถ้าท่านเห็นว่าญัตตินี้ไม่เปึน ประโยชน์กับบ้านเมือง ไม่ต้องเกรงใจผม ไม่ต้องเกรงใจประชาชน ไม่ต้องเกรงใจพันธมิตร ไม่ต้องเกรงใจใครครับกรุณาลงมติไม่รับญัตติที่ท่านเสนอเข้ามาเอง
เชิญพรรคชาติไทยครับ คุณสิริพงศ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคชาติไทย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ได้ให้โอกาสผมซึ่งเปึน สมาชิกพรรคชาติไทยได้อภิปรายเปึนคนสุดท้ายของพรรคชาติไทยในค่ําคืนนี้ ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านครับว่า ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกใหม่ของสภาแห่งนี้ ต้องกราบเรียนครับว่าครั้งแรกที่เข้ามาสู่ ถนนการเมืองนั้นก็รู้สึกหดหู่ใจ เนื่องจากตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาก็ถูกคนอยู่หลายกลุ่ม ตราหน้าว่านักการเมืองนั้นเข้ามาเพื่อจะหวังเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง แต่ผม ก็ยืนยันครับว่าสมาชิกจํานวนไม่น้อยในสภาแห่งนี้นั้นไม่ได้มีความตั้งใจและเจตนาเช่นนั้น หากแต่ต้องการที่จะเข้ามาสู่สภาแห่งนี้เพื่อที่จะพัฒนาบ้าน เพื่อที่จะพัฒนาถิ่นเกิด เพื่อที่จะพัฒนาประเทศให้ไปในทางที่ดีขึ้น ต่อมาครับท่านประธาน ความหดหู่ประการ ต่อมาก็เนื่องจากโดนพิษของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ ที่บอกว่าจะยุบพรรคการเมือง ซึ่งผมเปึนหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค และอาจจะเปึนกรรมการบริหารพรรคคนแรก ที่เปึน ส.ส. เพียง ๔ เดือน หรือ ๕ เดือน หรือเพียงสมัยแรก ถ้าถูกตัดสินยุบพรรคก็จะถูก ตัดสิทธิทางการเมืองไปด้วย ๕ ป้ แต่ถ้าท่านประธานสังเกต และถ้าท่านสมาชิกทุกท่าน สังเกต พรรคชาติไทยของเรานั้นไม่เคยมีครั้งใดเลยที่จะมาเรียกร้องให้แก้มาตรานี้ เพื่อที่จะให้พรรคชาติไทยพ้นจากความผิดนั้น หากแต่พรรคชาติไทยยืนหยัดตลอดว่า ก็จะขอต่อสู้ไปตามครรลองและไปตามวิถีแห่งประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมได้มีโอกาสรับฟังพี่ ๆ สมาชิกหลายท่านอภิปรายมาตลอด มีความเห็นแตกต่างกัน แต่ผมต้องกราบเรียนครับว่า ถึงเวลานี้แล้วในความคิดเห็นส่วนตัวของผมนั้นผมไม่คิดเลยว่า การได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะมาด้วยระบอบเผด็จการหรือระบอบประชาธิปไตย อันไหนจะดีหรือไม่ดีกว่ากัน เพราะผมเชื่อว่าสิ่งที่ดีหรือไม่ดีนั้นอยู่ที่การที่คนเรานํามาใช้ อยู่ที่การบังคับใช้ และผมก็เชื่อครับว่าการต่อสู้กันทางความคิดนั้นก็ถือว่าเปึน ความเบ่งบานและความงดงามของประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ขอเพียงแต่ว่าการต่อสู้นั้น ไม่มีเจตนาอื่นที่จะนําไปสู่ความรุนแรงแอบแฝงอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ณ เวลานี้ มันต้องยอมรับครับ เราต้องยอมรับครับว่าการต่อสู้รุนแรงมากขึ้น สถานการณ์งวดเข้ามา ทุกขณะ ในขณะที่สภามี ส.ส. บางกลุ่มมีความต้องการที่จะยื่นญัตติเพื่อขอแก้รัฐธรรมนูญ ก็มีคนบางกลุ่มออกมาต่อต้านบอกว่า รัฐธรรมนูญนี้นะเพิ่งบังคับใช้มาได้เพียง ๙ เดือน ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะแก้ไขในเวลานี้ ซึ่งในความเปึนจริงแล้วในการจะขอแก้ หรือไม่ขอแก้นั้น ผมเชื่อครับว่าเปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกทุกท่านในสภาแห่งนี้ แต่สภา หรือสมาชิกกลุ่มนั้นก็เลือกที่จะถอยให้ ผมเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวที่อยากจะเห็น บ้านเมืองไปในทางที่ดี แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวที่มีการขยายผลที่อาจจะ นําไปสู่ความไม่สงบสุขในประเทศชาติ เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เมื่อท่านบอกว่า รัฐธรรมนูญนี้เพิ่งบังคับใช้มาเพียง ๙ เดือน การที่จะปรับเปลี่ยนนั้นยังเร็วเกินไป เช่นเดียวกันกับการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่งผมเชื่อครับว่าบริหารงานมาเพียง ๔ เดือน และบริหารงานมาในภาวะเศรษฐกิจที่เรารู้กันดีว่าประสบภัยพิบัติด้านเศรษฐกิจ กันทั่วโลก มันไม่ใช่ภาวะธรรมดา ดังนั้นผมจึงขอใช้สภาแห่งนี้วิงวอนให้ทุกฝ์ายถอยกันเสียคนละ ๑ ก้าว เพื่อที่ประเทศชาติ ของเราจะได้ไปในทางที่ดีขึ้น และผมมีความยินดีที่วันนี้ญัตติเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการ ศึกษาข้อดีและข้อเสียของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นได้นําสู่สภา ผมต้องกราบเรียนครับว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีเรื่องที่ดีอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเพิ่มอํานาจ ให้กับภาคประชาชน การเพิ่มอํานาจให้กับองค์กรอิสระ การเพิ่มอํานาจให้กับสภาแห่งนี้ ในการตรวจสอบฝ์ายบริหาร แต่ต้องยอมรับครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นยังมี ข้อด้อยอยู่หลายประการ ผมขอยกตัวอย่าง มาตรา ๑๙๐ ที่กล่าวถึงการลงนามในสนธิสัญญา ต่าง ๆ ระหว่างไทยกับต่างประเทศว่าสัญญาเหล่านั้นก่อนที่จะลงสนธิสัญญาหรือจะทํา ข้อตกลงใดจะต้องนํากลับเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาก่อน แต่ปรึกษาหารือ ท่านประธานครับว่า กรณีที่มีการไปเซ็นรับรองแนวเขตแดนในแผนที่ตัวนี้ถือว่าเข้าข่าย มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ไม่มีใครตอบได้เพราะไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมจึงเห็นว่า หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมาตรานี้และมาตราอื่น ๆ อีกหลายมาตราสมควรเปึนอย่างยิ่ง ที่จะหยิบยกขึ้นมาแล้วก็เขียนคําจํากัดความอธิบายให้ชัดเจน มาตราต่อไป ท่านประธานครับ คือมาตรา ๒๖๖ ผมอาจจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างจากท่านสมาชิกคนก่อน ๆ หน้านี้ที่ได้ มีโอกาสอภิปรายแล้วท่านบอกว่าท่านยินดีที่จะพิสูจน์ว่ามาตรา ๒๖๖ นั้นไม่สามารถ บังคับใช้กับการทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ แต่บังเอิญครับท่านประธาน บังเอิญว่าผมไม่โชคดีอย่างนั้น เพราะมาตรา ๒๖๖ นั้นผมโดนมากับตัวเองครับ เมื่อสัปดาห์ ที่แล้วผมได้มีโอกาสโทรศัพท์ไปปรึกษาหารือแขวงการทางจังหวัดศรีสะเกษถามว่าถนน ที่มันเปึน ๒ เลนอยู่นั้นถ้าอยากจะให้มี ๔ เลน ไม่ทราบว่ามันมีอยู่ในแผนไหม แต่กลับ ได้รับคําตอบกลับมาว่าท่าน ส.ส. รัฐธรรมนูญใหม่กําหนดว่าท่านไม่มีสิทธิมาแทรกแซง การทํางาน เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ นั้นบัญญัติเอาไว้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่นหรือของ พรรคการเมืองไม่ได้ แล้วก็ต้องถามต่อครับว่าผู้อื่นนั้นหมายถึงใคร ผมได้รับการร้องเรียน มาจากชาวบ้าน ผมไปถามไถ่แต่ปรากฏได้รับคําตอบกลับมาว่าท่านแทรกแซงไม่ได้ แล้วผมก็ถามต่อไปครับว่า สมมุติว่าข้าราชการคนนี้มีการไปกระทําความผิดซึ่งต้องถูกสอบ วินัยร้ายแรงและประชาชนมาร้องเรียนกับผมนํามาซึ่งผมต้องไปร้องเรียนกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทําให้เขาต้องถูกตรวจสอบและถูกถอดถอนจากตําแหน่งที่เขาดํารงอยู่ ผมจะผิดมาตรา ๒๖๖ (๓) หรือไม่ครับ อันนี้เปึนปัญหา ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้แล้ว พวกเราทุกคนทราบดีครับว่าข้อดีและข้อเสียในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ นั้นมีดีและไม่ดีต่างกัน ทางพรรคชาติไทยมีแนวทางชัดเจนว่าเราไม่เห็นด้วยกับ การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เราเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรายมาตรา เปึนปัญหาอยู่ แล้ววันนี้การมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะมาพิจารณาการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญนี้น่าจะเปึนทางออกที่ดีสําหรับพวกเราชาวไทยทุกคน และผมก็ตั้งความหวัง เอาไว้กับคณะกรรมาธิการคณะนี้เปึนอย่างมากครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณสุนัยอยู่หรือเปล่า คุณจุมพฏให้ใครพูด
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านประธานครับ
ประทานโทษคุณทิวาครับ เมื่อกี้นี้ที่ประชุมรับทราบแล้วพรรคประชาธิปัตย์ ๒ คน ทางพรรคพลังประชาชน ๒ ท่าน พรรคชาติไทย ๑ ท่าน เหลือพรรคประชาธิปัตย์อีก ๑ ท่าน ถ้าท่านได้รับมอบหมาย จากพรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้พูดเปึนคนสุดท้าย
ขอบคุณครับ
ก็เอาตามที่เราได้ตกลงกันไว้ คงไม่ผิดเงื่อนไขนะครับ จะให้คุณวิเชียรหรือว่าใครคุณจุมพฏเจ้าของ
ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมาย จากคุณสุนัยครับ
รับมอบหมายนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณวิเชียรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมใคร่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกรัฐสภา หลายท่าน และพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ตลอดจนบางกลุ่มบางคนที่ชุมนุมอยู่แถว ถนนราชดําเนินเพื่อให้ทราบแนวทาง แนวคิดและอุดมการณ์ของนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง ที่ได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนเข้ามาทําหน้าที่ของพวกเรา ท่านประธานครับ ในขณะที่คณะปฏิวัติรัฐประหารได้ทําการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราได้ติดตามสอดส่อง ดูแลเปึนรายมาตรามาตลอดเวลา จนกระทั่งรัฐบาลในยุคนั้นได้มีการให้ทําประชามติ ผมเปึนคนหนึ่งที่ขึ้นปัายตัวสีแดง ๆ ทั่วเขตเลือกตั้งของผมว่า นายวิเชียร ขาวขํา ไม่เห็นด้วย และไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และในเขตเลือกตั้งผมประชาชนไม่รับ ๗๔ เปอร์เซ็นต์ นี่คือ อุดมการณ์ทางการเมืองของนักการเมืองผู้หนึ่ง ซึ่งในสภาแห่งนี้มีนักการเมืองเกินกึ่งหนึ่ง ที่มีอุดมการณ์เช่นเดียวกับผม การนําเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้น หลังการเลือกตั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นหลังจากที่เราได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่เกิดขึ้น ในขณะที่เราเห็นจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในขณะที่ทําการร่างและทําการประชามติ ในขณะเดียวกันเราได้เดินหน้าหาประชาชนเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศแล้ว และประกาศให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ที่ผ่านมา เราเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง เราเดินหน้าเข้าหาประชาชน ผมคนหนึ่งเปึนคนบอก พี่น้องประชาชนว่า ถ้าพี่น้องประชาชนเลือกพวกเราเข้าไป เลือกผมเข้าไป เลือกพรรคพลังประชาชน เข้ามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมาเปึนรัฐบาล เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในทันทีเปึนอันดับแรก เพราะฉะนั้นคําตอบที่จะตอบกับพี่น้องประชาชน และบางท่าน ที่กล่าวหาพวกเราว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อพวกเรา เพื่อพรรคของเรา โดยจะแก้ มาตรา ๒๓๗ และมาตรา ๓๐๙ นั้นไม่เปึนความจริง ท่านประธานครับ เราเดินหน้าเข้าหา ประชาชน และบอกประชาชนแล้วก่อนการเลือกตั้ง ในขณะนั้นเรายังไม่ทราบหรอกครับว่า พรรคเราจะโดนร้องเรียน พรรคเราจะโดนอะไรแล้วจะนําไปสู่การยุบพรรคหรือไม่ เราไม่ทราบเพราะเหตุการณ์อย่างนี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่เราได้บอกพี่น้องประชาชนแล้วว่า เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๒๓๗ นั้นก็เปึนเหตุผลอีกเหตุผลหนึ่ง มาตรา ๒๖๖ ก็เปึนเหตุผลหนึ่ง มาตรา ๒๙๙ ก็เปึนเหตุผลหนึ่ง แล้วมาตรา ๑๙๐ ก็เปึนเหตุผล อีกเหตุผลหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นวันนี้กระบวนการทางการเมืองที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นเปึนอุดมการณ์ของนักการเมืองหลายคนและผมด้วย เพราะฉะนั้นการที่ บางท่าน บางพรรค บางคนกล่าวหาพวกเราและกล่าวหาคนที่เสนอญัตติและรับรองญัตตว่า ทําเพื่อตัวเองนั้น ผมคิดว่าวันนี้ผมได้อภิปรายและกราบเรียนท่านประธานพอเข้าใจแล้ว แล้วก็ฝากผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนว่า แล้วก็ฝากผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนว่าถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีอุดมการณ์ เหมือนพวกเราและเข้ามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนพวกเราผ่านการเลือกตั้ง โดยสัญญาประชาชนว่าถ้าเราเข้ามาแล้วเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วท่านไม่ทําเสมือนหนึ่ง ผิดสัญญากับพี่น้องประชาชนหรือไม่ เสมือนหนึ่งเราตระบัดสัตย์กับพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกันกับการไปสัญญากับพี่น้องประชาชนในนโยบายของพรรคการเมือง ไม่ว่าจะ เปึนพรรคการเมืองใดก็ตามไปสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า ถ้าเราเปึน ส.ส. ถ้าเราเปึนรัฐบาล เราจะทําอย่างนั้นเราจะทําอย่างนี้เหมือนกันกับที่เราสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลหลายประการ
และเหตุผลประการสุดท้าย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นโดยการตั้งคณะกรรมการ ของคณะปฏิวัติรัฐประหาร ท่านประธานครับ ประเทศใดในโลกนี้ ประชาชนในโลกนี้ ที่เขาเปึนประเทศที่เจริญ ประชาชนที่เขามีความรู้ ประชาชนที่เขาอยู่ในประเทศที่เจริญแล้ว เขาจะไม่มาเที่ยว เขาจะไม่มาลงทุนในประเทศที่อยู่ในระหว่างปฏิวัติรัฐประหารเด็ดขาด เพราะเขามองเข้ามาว่าประเทศที่ถูกยึดอํานาจอยู่ภายใต้ปลายกระบอกป๋น เพราะฉะนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติรัฐประหารของประเทศไทยนั้นใหญ่หลวงนัก ผมจึงมีความเห็นว่ากฎหมายใดก็ตามที่เกิดขึ้นจากปลายกระบอกป๋น กฎหมายใดก็ตาม ที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติรัฐประหาร เราเปึนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งที่เปึน นักประชาธิปไตยต้องแก้ให้หมดสภาจะไม่ให้เหลือทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นคําตอบสั้น ๆ ๒ เหตุผลของกระผมในวันนี้จึงคิดว่าสามารถสื่อถึงพี่น้องประชาชน และสื่อถึงบุคคล ที่อยู่ราชดําเนินได้พอสมควร และผมถามกลับไปว่าคนที่อยู่ข้างนอกสภาที่ชุมนุมกันอยู่ ตลอดเวลานั้น ถ้าท่านเหล่านั้นเปึนผม เปึนนักการเมืองที่ไปสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเรามาเปึน ส.ส. เราจะแก้ ผมถามว่าถ้าบุคคลเหล่านั้น เปึนผม เปึนเรา เขาจะทําอย่างไร นี่เปึนคําถามที่ฝากไปถาม เพราะฉะนั้นอุดมการณ์ ของคนเราแตกต่างกันได้ แต่เมื่อเรามาทําหน้าที่ของใครของมัน เราต้องทําหน้าที่ ตามสัญญากับพี่น้องประชาชน จึงกราบเรียนท่านประธานเพียงสั้น ๆ เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
พรรคประชาธิปัตย์จะให้ ท่านสาทิตย์มอบหมายให้ท่านทิวาใช่ไหมครับ
จะมีผู้ใช้สิทธิอภิปราย ๑ ท่าน แล้วผม เปึนคนอภิปรายสรุปญัตติครับ
ถ้าอย่างนั้นเชิญอาจารย์ทิวาครับ
ท่านประธานที่เคารพ ขอบพระคุณ ที่ให้โอกาสได้พูดถึงปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ สิ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้ ผมคิดว่าจะเสนอเปึนกรอบในการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะศึกษา เรื่องการบังคับใช้และการปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เบื้องต้น ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้เรามีเหตุการณ์ที่วิกฤติเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีสาเหตุหลักจริง ๆ มาจากการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... ซึ่งยื่นต่อ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ หลังจากนั้นก็ต้องยอมรับว่า มีกระบวนการในการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ซึ่งก่อให้เกิดการชุมนุม ของพันธมิตร เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธาน ผมจะเรียงลําดับดังนี้นะครับว่า ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั้นท่านประธานคงจําได้นะครับว่าบ้านเมืองเราเจอกับวิกฤติ ทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ยอมรับของสังคมในภาคส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับการเข้า สู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการซื้อเสียง มีการใช้อํานาจ การใช้อิทธิพล หลังจากนั้นเมื่อสามารถเข้าสู่อํานาจ แล้วก็มีการใช้อํานาจที่ไปแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบขัดต่อกฎหมาย นอกจากนั้น ในส่วนของกระบวนการการตรวจสอบโดยระบบรัฐสภาในขณะนั้นก็อ่อนแอไม่สามารถ ที่จะตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเลือกตั้งไม่มีพรรคใดนั้น จะสามารถคุมเสียงข้างมากได้จึงทําให้เกิดรัฐบาลผสม เสถียรภาพของรัฐบาลนั้น สั่นคลอนและมีการยุบสภาบ่อย ต้องยอมรับครับว่ากระแสการปฏิรูปการเมืองในช่วงหลัง เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ นั้นผลักดันให้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง เปึนครั้งแรกในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับท่านศาสตราจารย์มารุต บุนนาค ประธานรัฐสภาในขณะนั้นในป้ ๒๕๓๗ ท่านได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย ขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อทําข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง ผมเปึนหนึ่งในคณะกรรมการ คพป. หรือคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยซึ่งได้มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย ไปบ้างว่าคณะกรรมการชุดนี้ทํางานน้อยมาก แต่ขอกราบเรียนครับท่านประธาน คณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยที่ตั้งขึ้นเมื่อกลางป้ ๒๕๓๗ นั้นมีคุณหมอประเวศ วะสี เปึนประธาน องค์ประกอบประกอบด้วยทั้ง ส.ส. แล้วก็บุคลากรที่มีความสําคัญอีกจํานวน หลายสิบท่าน กรอบความคิดของการปฏิรูปการเมืองในยุคนั้นมีกรอบความคิดว่า การเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องอํานาจอธิปไตยที่เปึนของปวงชนเท่านั้นครับ แต่กรอบความคิด ที่เราจะปฏิรูปตอนนั้นต้องทําให้การเมืองเปึนเรื่องของพลเมืองครับ อันนี้เปึนกรอบที่ ๑
กรอบที่ ๒ ครับ เมื่อการเมืองเปึนเรื่องของพลเมือง การมีส่วนร่วมของ พลเมืองในทางการเมืองไม่ใช่แค่วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง จะต้องมีกระบวนการที่เป่ดโอกาส ให้พลเมืองหรือประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น กรอบอีกประการหนึ่งครับคือ กระบวนการทางการเมืองไม่ว่าจะเปึนการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง การใช้อํานาจและการตรวจสอบต้องอยู่ภายใต้กรอบที่เรียกว่าการเมืองต้องโปร่งใสครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยนั้นได้มีการทําวิจัย ไว้ถึง ๑๕ เรื่อง ท่านที่อภิปรายเมื่อตอนบ่ายสามารถไปหาอ่านได้ที่ห้องสมุดที่บอกว่า คณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยนั้นทํางานน้อยมาก ไปอ่านได้ครับ ๑๕ เรื่อง และใน ๑๕ เรื่องนั้นก็ได้มีสาระสําคัญนํามาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ทุกประเด็นทั้ง ๑๕ เรื่องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นผมต้องกราบเรียนครับ เพราะว่าที่ฟังมาตั้งแต่เป่ดสมัยประชุมสภา (สมัยสามัญ) ตั้งแต่เดือนมกราคมมา ผมได้ยินคําว่า รัฐธรรมนูญ ก็ดีครับ กฎหมาย ก็ดีครับ มาจากคณะปฏิรูป มาจากคณะปฏิวัติ จากคณะรัฐประหาร ผมตั้งแต่มีชีวิต ทางการเมืองในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ป้ ๒๕๑๓ เปึนต้นมา ไม่เคยไม่ต่อต้าน เผด็จการเลยครับ แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับความเปึนจริงของการเปลี่ยนผ่านทางสังคมครับ เมื่อสังคมเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยไปสู่การยึดอํานาจ จากการยึดอํานาจมาสู่ ประชาธิปไตย เรามักจะวัดกันที่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายสูงสุดใช้บังคับ เปึนกฎเกณฑ์สูงสุดในการปกครองประเทศเรา อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วในช่วงเปลี่ยนผ่านในแต่ละช่วงซึ่งไม่ใช่เกิดครั้งเดียวเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ครับท่านประธาน ในบ้านเราเกิดมาตลอดครับ รัฐธรรมนูญประมาณครึ่งหนึ่งเกิดขึ้น จากอํานาจปฏิวัติหรือรัฐประหารครับ แล้วต่อมาก็นําไปสู่กระบวนการการบังคับใช้ ตามรัฐธรรมนูญ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่าต้องแยกให้เห็นครับว่า ผู้มีอํานาจในการจัดให้มีรัฐธรรมนูญนั้นมีความแตกต่างไปจากผู้มีอํานาจในการจัดทํา รัฐธรรมนูญครับ สําหรับผู้มีอํานาจในการจัดให้มีรัฐธรรมนูญในโลกนี้เรามีหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๔๗๕ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๗ ทรงพระราชทานให้ใช่ไหมครับ พระมหากษัตริย์ทรงเปึน ผู้มีอํานาจจัดให้มีก็ได้ครับ นอกจากนั้นอาจจะในรูปของคณะกรรมาธิการร่าง ในรูปของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เราก็มีมาแล้วครับ เรียกว่า คณะกรรมาธิการเปึนผู้มีอํานาจ ในการจัดทํา แต่สําหรับผู้มีอํานาจในการจัดให้มีประเภทอื่น ๆ มีไหมครับ มีครับ รัฐธรรมนูญของญี่ปุ์นผู้ที่มีอํานาจในการจัดให้มีไม่ใช่คนญี่ปุ์น เปึนสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกันครับ ผู้มีอํานาจในการจัดทําอาจจะปรากฏได้ในหลายรูปแบบ ในรูปของ คณะกรรมาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่ง สสร. ซึ่งเปึนรูปแบบที่เราเพิ่งทราบกันดี
อีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะกล่าวก็คือ ผู้มีอํานาจสูงสุดที่ยึดอํานาจสําเร็จ ผมใช้คําว่า สําเร็จ นะครับ ถ้าไม่สําเร็จเราเรียกว่า กบฏ ผิดกฎหมายอาญา เพราะฉะนั้น ผู้ที่ใช้อํานาจสูงสุดในขณะนั้นโดยหลักรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเปึนผู้จัดให้มีรัฐธรรมนูญ ส่วนจะจัดให้มีแล้วจะมีใครมาเปึนผู้จัดทํารัฐธรรมนูญนั้นเปึนกระบวนการต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นอันนี้กราบเรียนท่านประธานที่เคารพไว้ว่า จริง ๆ แล้วเราต้องแยกว่าอํานาจ ในการจัดให้มีกับอํานาจในการจัดทํานั้นแยกต่างหากจากกัน หลังจากมีการปฏิรูป การเมืองแล้วก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ก็ได้มีการจัดตั้ง สสร. ขึ้นมา มีกรอบ ในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ผมอยากจะหยิบยกคําปรารภในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มาเปึนกรอบให้เห็นว่าเรากําลังจะตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา เพราะฉะนั้น กรอบเปึนสิ่งสําคัญ ในคําปรารภได้เขียนไว้ว่า รัฐธรรมนูญนั้นย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสมแห่งกาลเวลาและสภาวการณ์ของบ้านเมือง หมายความว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญนั้นเปึนเกณฑ์สูงสุดในการปกครองประเทศ เปึนกฎหมาย โลกเรามีจุดเปลี่ยนผ่าน พลวัต มีการพัฒนา กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เราเห็นอยู่นี้คือกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ เขียนไว้จะบังคับใช้ในลักษณะเปึนการบังคับใช้ทั่วไป ใช้กับทุกคน ใช้ได้ตลอดเวลาจนกว่า จะมีการแก้ไขหรือยกเลิก เราถือว่ากฎหมายนี้ใช้ได้เสมอไป ประกาศให้ทุกคนรับรู้ ประกาศให้ทุกพรรคการเมืองรับรู้ว่ากติกาสูงสุดในบ้านเมืองคือประเทศไทยนั้นเขียนไว้ว่า อย่างไร ทุกท่านรับทราบ ทุกพรรคการเมืองรับทราบ ผู้ที่จะบังคับใช้หรือการปฏิบัติ ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญนั้นรับทราบทุกคนครับ แล้วไม่ใช่รับทราบภายหลัง เราใช้ระบบ กฎหมายคือกฎหมายลายลักษณ์อักษร เรารับทราบล่วงหน้าแล้วว่ากติกาเปึนอย่างไร ถามว่าแก้ไขได้ไหม ทุกท่านครับ ยืนยันเหมือนกัน รัฐธรรมนูญทุกฉบับก็มีบทบัญญัติ ว่าด้วยการแก้ไขบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกระบวนการและวิธีการที่แตกต่างไปจาก การแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายปกติธรรมดา นอกจากนั้นในคําปรารภยังบอกว่า รัฐธรรมนูญนั้นต้องเปึนกฎเกณฑ์ที่สําคัญ มีความกระจ่างชัด มีความชัดเจน สามารถใช้ เปึนหลักในการปกครองประเทศ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอเปึนกรอบในคําปรารภ ซึ่งมีความสําคัญอยู่ด้วยกัน ๓ ประการ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีสาระสําคัญ ๓ ประการคือ
ประการที่ ๑ ส่งเสริม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐเพิ่มขึ้น
ประการที่ ๒ ปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและ ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ประการที่ ๓ สําคัญครับ ทั้งหมดทั้งปวงต้องคํานึงถึงความคิดเห็นของ ประชาชนเปึนสําคัญ
ท่านประธานเห็นกรอบแล้วใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นได้มีการออกแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการ การเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง ถึงแม้ก่อนที่จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เรามีพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศใช้ แต่สุดท้าย เราก็มีองค์กรอิสระที่จะมาทําหน้าที่ในการควบคุมแล้วก็เปึนคนจัดการ เปึนคนชี้ขาด กระบวนการการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมืองคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เปึนอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ ถึงแม้ว่าจะมีองค์กรอิสระที่เข้ามาดูแล กระบวนการการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง แต่ผลที่ตามมาเปึนอย่างไรครับ การเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมืองก็ยังหนี ไม่พ้นครับ ยังมีการใช้อํานาจเงิน ใช้อํานาจอิทธิพลปรากฏให้เห็น ซึ่งสะท้อนจากอะไรครับ กกต. สามารถให้ใบเหลือง ใบแดงจํานวนมากในการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๔ นอกจากนั้น เมื่อกระบวนการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองยังวนเวียนอยู่กับการใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเข้าสู่ ตําแหน่ง ผลที่ตามมาเราเคยได้ยินคําว่า ธนกิจการเมือง ธุรกิจการเมือง การใช้อํานาจ ก็นําไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งกราบเรียนท่านประธานครับ ตรงนี้แหละครับ ที่เปึนสาเหตุหลักที่นําไปสู่วงจรอุบาทว์ นําไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารอย่าไปโทษใครเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตนั้นเราเคยรู้จักคําว่า ค่าน้ําร้อนน้ําชา กินเปอร์เซ็นต์ แต่เรากลับมาได้ยินคําว่า ทุจริตเชิงนโยบาย ทุจริตเชิงกฎหมายครับ ตรงกันข้ามครับ กระบวนการในการตรวจสอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบรัฐสภาซึ่งฝ์ายนิติบัญญัติ ทําหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องยอมรับครับตามความเปึนจริง ของระบบรัฐสภานั้น ผู้ที่ทําหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นนั้นเปึนเสียงข้างน้อยในรัฐสภา เพราะฉะนั้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีทั้งจุดอ่อนและข้อบกพร่อง แต่สิ่งที่สําคัญที่เราพูดกันตลอดคือ กระบวนการแทรกแซงทางด้านการเมือง ของฝ์ายการเมืองที่มีต่อองค์กรอิสระและวุฒิสภาครับ ตรงนี้แหละครับที่เปึนสาเหตุ ที่นําไปสู่ประสิทธิภาพและคุณภาพการทํางานขององค์กรอิสระและวุฒิสภา ผมจะไม่กล่าวในรายละเอียด สิ่งเหล่านี้ในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นั้นนําไปสู่ วิกฤติทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้เปึนกรรมาธิการในการร่างกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับในยุคนั้น ขณะที่เราร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองก็ดี ว่าด้วยการเลือกตั้งก็ดี ส.ส. ส.ว. นะครับ สมัยนั้นเราร่าง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เราไม่รู้จักคําว่า ซื้อพรรค ไม่รู้จักคําว่า ซื้อทั้งเข่ง เรารู้จักแต่ การซื้อบุคคลที่เราเคยได้ยินจากข่าวสารข้อมูล แล้วเราก็ไม่เคยเห็นครับเปึนช่วงที่มี การแปลความการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ใช้วิชาที่เรียกว่า ศรีธนญชัย มากที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดครับ เมื่อป้ ๒๕๔๕ เดือนตุลาคม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเข้าสู่สภาผ่านนะครับ แต่สมาชิกพรรคฝ์ายค้านจํานวนตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกําหนดได้เข้าชื่อยื่น เพื่อให้ประธานสภาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านทราบไหมครับเกิดอะไรขึ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นได้ยื่นตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ตามมาตรา ๒๖๒ ท่านประธานครับ แต่ผลปรากฏว่าเพียงไม่กี่นาที กฎหมายฉบับนั้นผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร และผ่านโดยสํานักงานเลขาธิการส่งไปที่ ทําเนียบรัฐบาล อีกไม่ถึง ๑ ชั่วโมงกฎหมายฉบับนี้ได้ถึงสํานักราชเลขาธิการ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนเพื่อเปึนตัวอย่างให้เห็นว่ากรอบในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นดีครับ บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญก็ดีครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและก่อให้เกิดวิกฤติมันไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้เปึนตัวหนังสือ มันเกิดขึ้นจากบุคคลที่ต้องปฏิบัติ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งนอกจากที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นนําไปสู่เหตุการณ์ วิกฤติทางการเมืองจนนําไปสู่เหตุการณ์ วันที่ ๑๙ กันยายน ผมจะไม่พูดถึงว่า วิกฤติเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมจะขออนุญาตนําคําปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนกรอบสําคัญเช่นเดียวกันนะครับ เราจะได้นํากรอบเหล่านี้เปึนตัวตั้งในการไปใช้ ศึกษาวิเคราะห์การบังคับใช้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สาระสําคัญของคําปรารภ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันของประชาชนชาวไทยในการธํารงไว้ซึ่งเอกราช ความมั่นคง ของชาติ การทํานุบํารุงศาสนาทุกศาสนาให้สถิตสถาพรครับ การเทิดทูน พระมหากษัตริย์เปึนประมุขและเปึนมิ่งขวัญของชาติเพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อยึดถือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขเปึนวิถีทาง ในการปกครองประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ เพื่อกําหนดกลไกและสถาบันทางการเมืองทั้งฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหารให้มี ดุลยภาพและมีประสิทธิภาพตามวิถีทางการปกครองแบบรัฐสภา ให้สถาบันศาลและ องค์กรอิสระอื่น ๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสุจริตและเที่ยงธรรมครับท่านประธานครับ นี่คือกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีบทบัญญัติเกือบทั้งหมดเปึนไปตามกรอบนี้ แต่ในตอนท้ายที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมา ในตอนท้ายของคําปรารภบอกว่าขอปวงชนชาวไทย จงมีความสมัครสโมสรเปึนเอกฉันท์ในอันที่จะปฏิบัติตามและพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธํารงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและอํานาจอธิปไตย ของปวงชนชาวไทย และนํามาซึ่งความผาสุกสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคล อเนกศุภผล สกลเกียรติยศสถาพรแก่อาณาประชาราษฎรทั่วสยามรัฐสีมา สมดั่งพระบรมราชปณิธาน ปรารถนาทุกประการ เทอญ ที่ผมยกตรงนี้มาครับท่านประธานในการศึกษาและวิเคราะห์ การบังคับใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญต้องมีกรอบ มีหลัก มีเกณฑ์ เพราะฉะนั้นในการศึกษา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้น บางท่านอาจจะบอกว่ายอมรับบาง มาตราบางท่านยอมรับหลักเกณฑ์ แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นมาจากฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ และได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เช่นการควบรวมพรรคทําไม่ได้แล้วครับ การหนี การอภิปรายไม่ได้แล้วครับ มีตัวอย่างเยอะแยะที่เปึนข้อดี แล้วก็มีบทบัญญัติที่จําเปึน จะต้องแก้อีกหลายมาตราเช่นเดียวกันนะครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานเสนอกรอบ ในการพิจารณาฝากถึงท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาศึกษาการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ
ประการแรก ปัญหาในเชิงโครงสร้าง เราทราบกันดีครับว่าในระบบรัฐสภานั้น เราอยากเห็นดุลแห่งอํานาจหรือที่เรียกว่าบาลานซ์ ออฟ เพาเวอร์ (Balance of power) ท่านประธานครับ เราก็ศึกษากันมาเรียนกันมาเราก็ทราบดีว่าอํานาจนั้นแบ่งออกเปึน นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ แต่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเปึนกรอบให้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่า ณ วันนี้อํานาจจริง ๆ ไม่ใช่แค่ ๓ แล้วนะครับ ในบางประเทศนั้นยังมีอํานาจ อื่น ๆ เช่น อํานาจในการแต่งตั้งข้าราชการ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ อีกอํานาจหนึ่งคือองค์กรอิสระ อีกอํานาจหนึ่งที่ผมอยากจะตั้งเปึน ข้อเสนอคือองค์กรภาคประชาชนและสื่อมวลชนครับ ท่านประธานครับ แนวโน้มของการ พัฒนาในประเทศที่ใช้ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นหนีไม่พ้นองค์กร ภาคประชาชนและสื่อมวลชน เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมอยากจะฝากไปถึง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะต้องสร้างกฎเกณฑ์กติกามารองรับองค์กรที่ใช้อํานาจ ซึ่งปัจจุบันนี้เปึนการใช้อํานาจตามสิทธิขั้นพื้นฐานตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่ผมคาดว่าในอนาคตหนีไม่พ้นที่จะถือว่าองค์กรภาคประชาชนและสื่อมวลชนนั้น ย่อมมีบทบาทและมีการทํางานที่ได้รับการรองรับโดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญเราใช้มา ๑๘ ฉบับมีทั้งข้อดีข้อเสีย มีทั้งใช้บังคับได้และก่อให้เกิดการพัฒนา มีทั้งใช้บังคับแล้ว ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเพียงลายลักษณ์อักษรที่ผู้มีอํานาจ ในการจัดทํานั้นได้ร่างขึ้นมาแล้วก็บังคับใช้กับสังคมการเมืองเราเปึนเกณฑ์สูงสุด ในการปกครองประเทศ แต่สิ่งที่ทําให้รัฐธรรมนูญต้องถูกฉีกทุกครั้งไม่ได้เกิดจาก สารบัญญัติของรัฐธรรมนูญครับ เกิดจากบุคคลที่ใช้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ถ้าใช้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเพื่อประเทศชาติ ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ ก็จะไม่ถูกฉีกครับ วันใดที่เราใช้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลหรือประโยชน์ส่วนตัวเมื่อใด ผมว่าวันนั้นเราหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์ก็จะกลับมาอีก ซึ่งผมหวังว่าต่อไปนี้สังคม การเมืองไทยคงจะได้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญที่เปึนไปตามกฎเกณฑ์กติกาสูงสุด อย่างเคร่งครัดและสามารถทําให้สังคมไทยไม่ต้องหมุนกลับมาสู่วงจรอุบาทว์อีกครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านจุมพฏครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ ขอใช้ สิทธิในการอภิปรายสรุปตามข้อบังคับในฐานะของผู้เสนอญัตติครับ
ยังไม่ได้ป่ดอภิปรายใช่ไหมครับ
คือได้เสนอให้ป่ดเมื่อทางพรรคประชาธิปัตย์ อภิปราย ๒ ท่าน
เมื่อกี้ท่านประธานชัยไม่ได้ป่ดใช่ไหม ไม่ใช่อภิปรายสรุปใช่ไหมที่พูดจบไปเมื่อกี้
นิดหนึ่งครับท่านประธาน อย่างนี้ครับ ก่อนที่จะมาถึงท่านจุมพฏ ท่านประธานชัยได้บอกว่าได้เปึนข้อตกลงระหว่าง ๒ ฝ์าย ว่าให้แต่ละพรรค ฝ์ายค้าน ๒ ท่าน พรรคพลังประชาชน ๒ ท่าน แล้วก็พรรคชาติไทย อีก ๑ ท่าน ซึ่งก็ใช้สิทธิหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงจะเปึนขั้นตอนของผู้ใช้สิทธิเจ้าของญัตติ อภิปรายสรุป ซึ่งท่านจุมพฏเข้าใจว่าจะใช้สิทธิผู้อภิปรายสรุป ถัดจากนั้นก็จะเปึนทางโน้น แล้วก็ทางนี้อีกท่านหนึ่งก็จะจบสมบูรณ์ครับ
ถ้าอย่างนั้นผมหารือที่ประชุมเพื่อป่ดอภิปรายนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมมีมติให้มีการป่ดอภิปรายนะครับ ท่านจุมพฏจะใช้สิทธิอภิปรายสรุปนะครับ
ครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ จากพรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ ญัตติการศึกษาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ กระผมขอกราบเรียนทําความเข้าใจเบื้องต้น กับท่านประธานว่า พรรคพลังประชาชนได้เสนอญัตติการศึกษาปัญหาการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญเข้ามา ๒ ญัตติ ตั้งแต่เมื่อคราวการประชุมสมัยสามัญทั่วไป กระผมจําได้ว่า ญัตติที่ ๑ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม คือ ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ จากนครราชสีมา ได้ยื่นเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ศกนี้ และกระผมเองกับคณะก็ได้ยื่นเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม แต่เนื่องจากว่ามีญัตติในสภาจํานวนมาก แม้ญัตติด่วนของการศึกษาแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญจะเปึนญัตติที่สําคัญก็ไม่สามารถที่จะได้รับการพิจารณาญัตติในคราว การประชุมสมัยสามัญ ท่านประธานครับ นี่คือเจตนารมณ์ของพรรคพลังประชาชนว่า เราไม่ได้จะเร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เราต้องการที่จะศึกษากระบวนการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญเสียก่อนเพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม ท่านประธานครับ กระผมจะใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาทีเพื่ออภิปรายสรุปอย่างนี้ หลักนิติธรรมที่เอ่ยอ้างกันนั้นบางครั้งฟังดูเลื่อนลอย หลักของการบัญญัติรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายมหาชน เปึนกฎหมายบังคับโครงสร้าง ของการปกครองแผ่นดินนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ การจะตีความกฎหมาย หรือบัญญัติกฎหมายนั้น กระผมขอกราบเรียนท่านประธานได้ทราบว่ากฎหมาย จะแยกออกเปึนกฎหมายมหาชนและกฎหมายเอกชน ซึ่งปรัชญาในการใช้ในการตีความนั้น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในการตีความหรือการแปลความของกฎหมายมหาชนจะนํา หลักของกฎหมายเอกชนมาตีความไม่ได้โดยเด็ดขาด นี่คือหลักวิชากฎหมายการปกครอง บ้านเมือง กระผมจะขอย้อนไปถึงหลักการปกครองที่มีอยู่ในพระไตรป่ฎก กระผมเปึน เด็กวัดครับ ไม่ได้รับการศึกษากฎหมายจากต่างประเทศเรียนการศึกษาจากมหาวิทยาลัย รามคําแหงเพียงนิติศาสตร์บัณฑิตเท่านั้น มรดกสุดท้ายของพระพุทธองค์ที่มอบให้กับโลก ท่านได้ตรัสกับพระอานนท์และภิกษุว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ภิกษุทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด นี่คือ เจตนารมณ์ของหลักกฎหมายมหาชนที่พระพุทธองค์ได้มอบให้กับโลก นั่นหมายความว่า อย่างไรครับ นักศึกษาที่เรียนวิชากฎหมายมหาชนจะได้ทราบ แม้แต่ถ้าท่านที่ติดตาม ฟังการบรรยายการปกครองบ้านเมืองของท่านประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งได้บรรยายที่สถาบันนิด้า ท่านบอกว่าการปกครอง บ้านเมืองจะไม่มีปัญหาถ้าผลประโยชน์ของเอกชนและผลประโยชน์ของรัฐ หรือของสาธารณะได้สมดุลกัน นี่คือคําตรัสของพุทธองค์ครับ ประโยชน์ตนคือประโยชน์ของเอกชน หรือประชาชน หรือสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ประโยชน์ท่านคือประโยชน์สาธารณะต้องถึงพร้อมกันคือสมดุลกัน นั่นหมายความว่า ผู้ปกครองหรือรัฐจะต้องไม่ใช้อํานาจตามอําเภอใจ ประชาชนผู้ถูกปกครองจะต้องไม่อ้าง สิทธิและเสรีภาพเกินขอบเขตไปละเมิดประโยชน์ของสาธารณะ หรือไปละเมิดสิทธิของ บุคคลอื่น กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานได้พิจารณาว่าในขณะนี้มีคนอ้าง มาตรา ๖๓ แห่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อ้างแต่วรรคหนึ่งบอกว่ามีสิทธิชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ แต่วรรคสองไม่พูดถึง วรรคสองได้บอกว่า ถ้ารัฐธรรมนูญนี้จะจํากัดเสรีภาพ โดยออกกฎหมายว่าถ้าการชุมนุมนั้นไปละเมิดสาธารณะทําให้สาธารณะต้องเสียประโยชน์ ท่านประธานครับ ในขณะนี้การชุมนุม ได้ยกการชุมนุมและอ้างว่าเปึนการชุมนุม โดยอารยะหรืออารยะขัดขืน ท่านประธานครับ ในกฎหมายอาญาซึ่งเปึนกฎหมายมหาชน เช่นกันในมาตรา ๖๕ ได้บัญญัติยกเว้นไม่เอาผิดคนที่กระทําความผิดกฎหมาย ไว้มาตราหนึ่งคือมาตรา ๖๕ บอกว่า ผู้ใดกระทําความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะจิตฟัืนเฟ๋อน ท่านประธานที่เคารพ นั่นก็คือหมายความว่า ผู้ใดกระทําความผิดเพราะเปึนโรคจิตไม่สามารถรู้ผิดชอบกฎหมายบอกไม่เอาโทษ ในขณะนี้การชุมนุมซึ่งอ้างสิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตไปล่วงล้ําประโยชน์ของสาธารณะ นักเรียนไม่สามารถมาโรงเรียนได้ในวันพรุ่งนี้ เกินขอบเขตแล้วครับ การชุมนุมนี้ ไม่ใช่การชุมนุมที่เปึนอารยะขัดขืน ถ้าจะพูดถึงมาตรา ๖๕ นั่นคือคนวิปลาสทําความผิด ไม่ต้องรับโทษ ขณะนี้กําลังจะยกระดับขึ้นสู่วิปลาสขัดขืนครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะว่าทําอะไร ๆ ก็ไม่ผิด ไม่มีใครไปเอาโทษ นี่คือความวุ่นวายของบ้านเมืองกําลัง เกิดขึ้นเพราะเอกชนหรือประชาชนอ้างสิทธิเสรีภาพ ใช้คําว่า สิทธิเสรีภาพ ตามอําเภอใจ ของตนเกินขอบเขตของการที่จะเคารพถึงประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิสาธารณะ ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๒๓๗ ซึ่งมีการกล่าวว่าพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย หรือแม้แต่กระทั่งพรรคมัชฌิมาธิปไตยพร้อมที่จะแก้ไขเพื่อหนีการยุบพรรคนั้น หลักกฎหมายมหาชนคืออะไร นิติบุคคลตามกฎหมายเอกชนได้มีคณาจารย์จาก หลายมหาวิทยาลัย ๔๒ ท่านเขียนบทความในหนังสือมติชนบอกว่า ถ้าลูกจ้างกระทํา ความผิดในทางการที่จ้าง นายจ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิด ให้กับลูกจ้าง อันนั้นเปึนกฎหมายเอกชน เปึนบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ แล้วกฎหมายมหาชนละครับ กระผมขอกราบเรียนอย่างนี้ ถ้าสมมุติ มีผู้พิพากษาคนหนึ่งรับสินบนซึ่งมีจริงในประเทศไทยมีสถิติยืนยัน สมัยประธานศาลฎีกา ท่านหนึ่งเคยไล่ผู้พิพากษาโดย กต. ไล่ออกจากราชการเพราะการทุจริตถึง ๑๗ ท่าน ผมถามว่าเราจะยุบศาลฎีกาได้ไหม ยุบไม่ได้ครับ เพราะศาลเปึนของประชาชน ศาลเปึนองค์กรตามกฎหมายมหาชน ผมถามว่าถ้าผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการ ทหารเรือ หรือผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหลายกระทําการยึดอํานาจการปกครองแผ่นดิน ซึ่งเปึนความผิดฐานเปึนกบฏตามประมวลกฎหมายอาญานั้น เราจะไปยุบกองทัพบก ยุบเหล่าทัพทิ้งได้ไหมครับท่านประธาน ยุบไม่ได้ เพราะนี่เปึนสถาบันของมหาชน เปึนสถาบันของสาธารณะ เปึนนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชนครับ ท่านประธานที่เคารพ พรรคการเมืองคือที่รวมของผู้มีอุดมการณ์ทางการเมืองเช่นเดียวกัน พรรคการเมืองคือ สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะรวมตัวกันเปึนนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นี่คือนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน ถ้าสมาชิก พรรคการเมืองท่านใดท่านหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึนหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค กระทําความผิดต้องรับเฉพาะตัวครับ เช่นเดียวกันกับที่ผู้พิพากษาถ้ากระทําผิดต้องรับผิดเฉพาะตัว เช่นเดียวกันกับถ้าทหาร กระทําความผิดต้องทําผิดเฉพาะตัวไม่สามารถให้องค์กรรับผิดได้ เช่นเดียวกันกับ พรรคการเมืองครับท่านประธาน ดังนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๓๗ อันวิพากษ์วิจารณ์กันตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งถึงวันนี้นั้นจึงขัดกับหลักของกฎหมาย มหาชนและขัดกับข้อห้ามของปรัชญากฎหมายมหาชนที่ห้ามนําเอากฎหมายเอกชน มาตีความและมาบัญญัติไว้ในกฎหมายมหาชนครับท่านประธาน นี่คือรัฐธรรมนูญ ที่ขัดกับหลักนิติธรรมอย่างสิ้นเชิงและขัดอย่างร้ายแรงด้วย แม้รัฐธรรมนูญจะได้เขียนไว้ ในมาตรา ๓ ว่าการใช้อํานาจต้องเปึนไปตามหลักนิติธรรม ผู้บัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นเอง กลับบัญญัติรัฐธรรมนูญขัดกับหลักนิติธรรม ดังนั้นมาตรา ๒๓๗ จะต้องได้รับ การพิจารณาว่าควรบัญญัติไว้หรือยกเลิกไปโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น กระผมได้ยกเหตุผลในการเสนอญัตติ ๒ ประการ คือรัฐธรรมนูญมิได้เปึนไปตามหลัก การปกครองระบอบประชาธิปไตย กระผมจะไม่อภิปรายสรุปในประเด็นนั้น เหตุผล ประการต่อมาคือรัฐธรรมนูญบัญญัติโดยขัดกับหลักนิติธรรม ในระหว่างการหาเสียง เลือกตั้งครับท่านประธาน กระผมและผู้สมัครพรรคพลังประชาชนในจังหวัดสกลนคร ทุกท่านได้บอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยบอกกับพี่น้องประชาชนเปึนภาษาง่าย ๆ ไม่อธิบายด้วยภาษากฎหมายยาก ๆ ว่าท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ที่ผมใช้ปราศรัยกับพี่น้องประชาชนว่าการออกกฎหมายนั้นถ้าสมมุติว่าบ้านของเรา หรือสังคมของเรามีพี่น้องประชาชนชาวรากหญ้าอยู่ในบ้านนอกคอกนาไม่มีส้วม ที่จะอุจจาระใส่ ขอประทานอภัยท่านประธานครับ ไปอุจจาระใส่ทุ่งนาและท่าน้ําก่อให้เกิด ความสกปรกเปึนที่เสียหายแก่สิ่งแวดล้อม ผู้ปกครองบ้านเมืองเพื่อที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม จึงออกกฎหมายบัญญัติว่าผู้ใดอุจจาระใส่ทุ่งนาและท่าน้ําผู้นั้นมีความผิด แต่ถ้าจะบอกว่า วันพรุ่งนี้นับแต่กฎหมายบัญญัติใช้ผู้นั้นมีความผิดสังคมอยู่ได้ แต่ถ้าบอกว่าเมื่อวานนี้ สัปดาห์ก่อน เดือนก่อน ป้ก่อน ใครอุจจาระใส่ทุ่งนาและท่าน้ํามีความผิดทั้งหมด กระผม ถามท่านประธานว่าสังคมเราอยู่ได้ไหม เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เมื่อมีการยึดอํานาจ การปกครองแผ่นดิน กฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้บอกว่ากรรมการบริหารพรรค จะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ป้ ไม่มีกฎหมายนี้บัญญัติไว้ครับท่านประธาน แล้วตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน เพราะศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีองค์คณะ ๑๕ ท่าน สวมครุยสีแดง ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ตุลาการรัฐธรรมนูญไม่มีครุยครับ และไม่ได้รับการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมครับท่านประธานที่เคารพ ตุลาการรัฐธรรมนูญบัญญัติ ย้อนหลัง ลงโทษย้อนหลังเอากับกรรมการ ๑๑๑ คนนั้นขัดกับหลักนิติธรรมง่าย ๆ เรื่องอุจจาระใส่ทุ่งนาใส่ท่าน้ําครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนชาวอีสานเห็นว่า รัฐธรรมนูญขัดกับหลักนิติธรรมและต้องการให้พรรคพลังประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรานี้จึงเลือกพรรคพลังประชาชนเกือบทั้งอีสาน หลักนิติธรรมต่อไปก็คือว่าจัดตั้ง องค์กรเฉพาะกิจหรือศาลเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีใดคดีหนึ่งไม่ได้ครับ ในอดีตเคยมีพระราชบัญญัติออกมาเพื่อพิจารณาคดีอาชญากรสงคราม ศาลฎีกา ในยุคนั้นได้ปฏิเสธไม่ใช้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติอาชญากรสงครามไปลงโทษ กับผู้ที่ถูกฟัองร้องว่าเปึนอาชญากรสงครามเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ กระผมจําเลข ฎีกาไม่ได้ครับ เพราะกระผมเปึนคนตกเลข จําได้แต่ว่าเลข ๑๑๑ ออกเมื่อกี้นี้ครับ วันที่ ๑๖ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือการที่ตุลาการรัฐธรรมนูญคือองค์กรที่ตั้งขึ้น โดยผู้ยึดอํานาจเปึนองค์กรเฉพาะกิจครับ ขัดกับหลักเราจะตั้งศาลขึ้นมาพิจารณา คดีใดคดีหนึ่งแล้วยุบศาลนั้นลงไป นี่คือขัดกับหลักนิติธรรม นอกจากนั้นเพื่อยืนยันว่า จะฆ่าคนคนหนึ่งให้ตายแน่ ๆ ตั้ง คตส. ขึ้นมาอีกครับ คตส. ก็คือองค์กรเฉพาะกิจ เมื่อกระทํากิจฆ่าคนคนหนึ่งให้ตายทางการเมืองแล้วก็จะต้อง สิ้นอายุไปในวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้ นี่คือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาขัดกับหลักนิติธรรม นี่คือ มาตรา ๓๐๙ มาตรา ๓๐๙ จึงจะต้องได้รับการขึ้นมาพิจารณาว่าจะต้องแก้ไขหรือให้คงไว้ การซื้อเสียงในการหาเสียงเลือกตั้งนั้นเปึนความผิดชั่วร้ายอย่างแน่นอน เมื่อเช้านี้ มีเพื่อนสมาชิกพรรคผมคนหนึ่งถามว่าในสภาแห่งนี้มีใครบ้างไม่ซื้อเสียง กระผมตอบว่า ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ไม่ได้ซื้อเสียงเข้ามาในสภาแห่งนี้ครับ กระผมเคยสมัครรับเลือกตั้ง เปึนผู้แทนราษฎรตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ แล้วก็กราบเรียนว่าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ครับ ได้คะแนน ๓๐,๐๐๐ เศษครับ ไม่ได้ซื้อเสียงครับ แต่เข้าสภาไม่ได้ ท่านประธานครับ ใช้เวลา ๒๒ ป้ ในการรับใช้ประชาชนจึงเข้าสภาได้ ทําไมครับ เพราะตอนนั้นพี่น้อง ชาวอีสานยังไม่พัฒนาการเมือง ยังเลือกที่ตัวบุคคล แต่ ณ วันนี้พี่น้องชาวอีสานได้เลือก พรรคการเมืองแล้ว พี่น้องภาคใต้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ครับ ไม่สนใจว่าจะเปึนใคร ในขณะนี้พี่น้องชาวอีสานไม่สนใจว่าใครจะลงสมัครขอให้เปึนพรรคพลังประชาชน ผิดด้วยหรือครับท่านประธาน นี่คือวิวัฒนาการและความก้าวหน้าทางการเมืองซึ่งใช้เวลา ถึง ๒๒ ป้ พี่น้องครับ ท่านประธานครับ เราให้เวลาพี่น้องประชาชนได้พัฒนาความคิดนี้ ให้การซื้อเสียงหรือขายเสียงได้หายไปโดยจิตสํานึกของผู้สมัครรับเลือกตั้งและของ ผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง จะดีกว่าไหมครับที่จะหาทางยุบพรรคการเมือง โดยมาตรา ๒๓๗ ใจเย็น ๆ ครับ ประชาธิปไตยต้องใจเย็น ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเกิดมาจากใจครับ มะโน ปุ พัง คมา ธรรมาครับท่านประธาน ใจเปึนตัวสั่งถ้าใจสั่งว่าไม่ซื้อเสียง มันก็ไม่ซื้อเสียง ถ้าใจสั่งว่าไม่ขายเสียงใครเอาเงินมาจ่ายเขารับทั้งนั้นแต่เขาไม่กาให้หรอกครับ นี่คือ พี่น้องอีสานของกระผมเปึนอย่างนั้นทุกจังหวัดครับ ๑๙ จังหวัดครับ กระผมอยากจะ กราบเรียนว่า ความชั่วร้ายที่ร้ายกว่าการขายเสียงและการซื้อเสียงคือการเปึนกบฏ ยึดอํานาจการปกครองแผ่นดิน ยืนยันความชั่วร้ายว่าโทษนั้นจะต้องได้รับถึง การประหารชีวิตหรือจําคุกตลอดชีวิต ยืนยันโดยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ แต่โทษซื้อเสียงนั้น ถ้าดําเนินคดีก็จําคุกป้สองป้ แถมรอลงอาญาอีกครับ นี่คือระดับของ ความชั่วนั้นแตกต่างกัน ท่านประธานที่เคารพ พูดอย่างนี้เห็นไม่ชัดครับ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะพูดให้พี่น้องรากหญ้าได้ฟังด้วย สมมุติว่ามีสาวงามคนหนึ่งชื่อว่านางสาวประชาธิปไตย มีคนรูปหล่อ คารมเปึนต่อรูปหล่อเปึนรองไปจีบแล้วเขาก็วิ่งตามไม่ต้องเสียค่าสินสอด ไม่ต้องเสียสินแล้วก็ไปสมรสกันอยู่ด้วยกันเปึนคู่สมรส ท่านประธานครับดีไหมครับ ประเพณีไทยบอกไม่ดี แต่อันนี้เปรียบได้กับกาแฟแก้วเดียวก็ไม่เลี้ยงใครแล้วได้เปึน ผู้แทนราษฎรใช่ไหมครับ ทีนี้มีอีกคนหนึ่งครับ รักแล้วก็เอาเงินไปแต่ง อีกคนหนึ่งบอกเขา ไม่รักแต่จะเอาเงินไปแต่งหรือเอาเงินไปซื้อ ท่านประธานครับ อีกคนหนึ่งบอกเอาเงินไปให้ เขาก็ไม่เอา แต่เอาป๋น เอารถถังออกมาจี้และข่มขืนกระทําชําเรา เปรียบได้กับการกบฏ ยึดอํานาจ ใครชั่วร้ายกว่ากัน แล้วคนที่ชักนําสร้างเงื่อนไขใช้วิปลาสขัดขืนเพื่อสร้าง เงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติยึดอํานาจถือว่าเปึนผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา ชั่วร้ายไหมครับ ผู้สนับสนุนต้องระวางโทษ ๒ ใน ๓ นะครับ จากประหารชีวิตลดเหลือ จําคุกตลอดชีวิตนี่คือความชั่วร้ายที่ไม่ควรให้มี จิตวิญญาณคนเปลี่ยนแปลงได้ บางคน อาจจะยอมรับวิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในระบบรัฐสภา แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปใจคนเปลี่ยนได้ครับ นักการเมืองท่านหนึ่งอาจจะบอกว่ายึดมั่น ในวิถีการปกครองในระบอบรัฐสภา แต่เมื่อเวลาเนิ่นช้าออกไป อาจจะสนับสนุนการใช้วิธีวิปลาสขัดขืนสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติก็ได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมจะสรุปจบว่า พระพุทธองค์ได้สั่งสอนว่าเราจะต้องเสียสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ เราจะต้องเสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต และเราจะต้องสละชีวิต เพื่อรักษาธรรม ปรัชญาการปกครองบ้านเมืองกระผมได้พูดเป่ดว่าอย่าปกครองโดยคน ต้องปกครองโดยกฎหมาย รัฐบาลต้องเปึนรัฐบาลของกฎหมายหรือรัฐบาลโดยกฎหมาย เพราะคนเปลี่ยนแปลงได้ เราจะต้องใช้หลักกฎหมายที่ไม่ฝ์าฝ๋นหลักนิติธรรม เราจะต้อง ไม่ยอมสละหลักนิติธรรม หลักกฎหมายในการปกครองบ้านเมืองเพื่อที่จะไปล่าล้างแค้น บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่กระทําความผิด เราจะต้องไม่ตั้งศาลขึ้นมาพิจารณาคดีหรือองค์กร พิจารณาคดีของบุคคลใดคนหนึ่ง โดยละทิ้งซึ่งหลักนิติธรรมอันเปึนหลักสงบสุข ที่จะปกครองบ้านเมืองให้ประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านถึงพร้อมกันดั่งพระพุทธองค์ตรัส ท่านประธานที่เคารพครับ ในการพิจารณาคดีอาญาศาลจะต้องไม่ยอมให้ผู้บริสุทธิ์ ได้รับโทษ แม้แต่การรับโทษจําคุก ๑ วินาทีจะเกิดขึ้นไม่ได้ เช่นเดียวกันครับกฎหมาย อันขัดกับหลักนิติธรรมนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้นในประเทศอันปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย และท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญที่ฝ์าฝ๋นต่อหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และไม่เปึนไปตามหลักนิติธรรมนั้นจะต้องได้รับการแก้ไขทันทีโดยไม่รีรอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านณัฐวุฒิจะใช้สิทธิอภิปรายสรุปใช่ไหมครับ
ใช่ครับ ท่านประธานครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ขออนุญาต อภิปรายสรุปญัตติของพรรคชาติไทยที่ได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ญัตติด่วนของพรรคชาติไทย เรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรค ข้อดี ข้อเสีย ของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบ ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคชาติไทย ได้ยื่นญัตติด่วนด้วยเหตุผลหลายประการครับ
ประการแรก ทําไมต้องมีการศึกษา เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าจะผ่านการลงประชามติ แต่เสียงที่ผ่าน การลงประชามตินั้นใกล้เคียงกันมากครับ ๑๔ ล้านเสียงเห็นชอบให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ยังมีอีก ๑๐ ล้านเสียงครับ ไม่เห็นชอบ ไม่เห็นด้วย ด้วยหลักปกครองระบอบ ประชาธิปไตยที่มีหลักการว่าเรายอมรับเสียงข้างมากแต่ต้องเคารพเสียงข้างน้อยด้วยครับ เพราะฉะนั้นใน ๑๐ ล้านเสียงนั้นเราต้องมาดูครับว่าเขาไม่เห็นด้วยในประเด็นไหนบ้าง ไม่เห็นชอบในประเด็นบทบัญญัติในมาตราใดบ้าง เพราะฉะนั้นจึงเปึนเหตุเปึนผล อย่างยิ่งครับที่สภาที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนจะได้มีโอกาสนําเสียงข้างน้อย ๑๐ ล้านเสียงเข้ามาพิจารณาเข้ามาศึกษากันว่ามีประเด็นใดที่จําเปึนต้องปรับปรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ
ประการที่สอง สําคัญอย่างยิ่งครับท่านประธานที่เคารพ ระยะเวลาในการแก้ไข รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมที่สุด ภายใต้บรรยากาศที่ไม่เกิดความแตกแยกของผู้คนในสังคมของชาติไทยเรา บรรยากาศ ของความสมานฉันท์ต้องเกิดขึ้นครับ ภายใต้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ใช่แตกแยก อย่างที่เปึนอยู่ ฉะนั้นเปึนหน้าที่ของคณะกรรมาธิการที่จะมีการแต่งตั้งไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้พรรคชาติไทยภูมิใจกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ๒ ท่าน ที่ได้แสดงความคิดเห็นได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ครับ ท่านแรกขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ได้หยิบยกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบางมาตราให้เห็นแล้วว่า มันจําเปึนต้องไปศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขต่อไป อีกท่านหนึ่งครับ ท่าน ส.ส. สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกทั้ง ๒ ท่านครับ แต่สามารถ ลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่สําคัญที่สุดก็คือ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ส.ส. สิริพงศ์ได้ชี้ให้เห็นว่าความชัดเจนในมาตราต่าง ๆ นั้นจําเปึนต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ผมยกตัวอย่างให้เห็นอีกมาตราหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญที่ใช้ อยู่ในปัจจุบันมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตอ่านครับ วรรคสองสั้น ๆ ครับท่านประธานครับ
หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย นี่ประการแรกนะครับ เปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้อง ออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญา ต่อไปนะครับท่านประธานครับ หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
บทบัญญัติอย่างนี้ชัดเจนหรือยังครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาพระวิหารในขณะนี้ นี่นะครับ ถ้าบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ เขียนไว้อย่างนี้ ยังไม่ได้รับการปฏิบัติตามเพราะว่า คําว่า สัญญา หนังสือสัญญา จะไปครอบคลุมกับการลงนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศหรือไม่ จะต้องไปตีความกันอย่างนั้น เพราะฉะนั้นก็เปึนหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการชุดนี้อีกเหมือนกันครับต้องไปดูว่า เหตุใดบทบัญญัติอย่างนี้ยังไม่ชัดเจน และยิ่งไปกว่านั้นครับ วรรคสาม ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับ นานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ ตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูล และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอ ความเห็นชอบด้วย อย่างนี้มันชัดเจนหรือยังครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ามันยัง ไม่ชัดเจนอีกก็เปึนหน้าที่ของกรรมาธิการชุดนี้ครับน่าเสียดายเหลือเกินครับว่าอาจจะ มีการละเมิดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ นี้หรือไม่ครับ
ประการสุดท้ายครับ ท่านประธานคงยังจําได้ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน หลังจากที่มีการยุบสภา มีการเลือกตั้ง มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๘ เราใช้ งบประมาณไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากนั้นเพียงป้เดียวมีการยุบสภาเกิดขึ้น แล้วก็มีการเลือกตั้ง เราเสียเงินไปเมื่อวันที่ ๒ เมษายน อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาทแล้วในท้ายที่สุด ๔,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับท่านประธาน หลังจากนั้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒ เมษายน เปึนโมฆะ นํามาสู่การลงประชามติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ เราเสียเงินไปอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ที่เคารพครับ ๖,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ วันที่ ๒๓ ธันวาคม สภาชุดนี้แหละครับ มีการเลือกตั้ง เราเสียเงินงบประมาณไปอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณซึ่งเปึนภาษี ของพี่น้องประชาชน ๘,๐๐๐ ล้านบาทเสียไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นเปึนหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการชุดนี้อีกเหมือนกันจะต้องไปพิจารณาว่าเราจะทําประชามติ ถ้ามีการแก้ไข เราจะทําประชามติก่อนหรือหลัง ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบจากพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศครับ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถ้ามีการแก้ไขและจะนํามาใช้จําเปึน อย่างยิ่งครับ จําเปึนอย่างยิ่งต้องผ่านฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เช่นเดียวกัน ไม่ใช่มาผ่านรัฐสภา สมาชิกรัฐสภา ซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน อย่างเดียว จําเปึนครับต้องไปลงประชามติกันอีกครั้งหนึ่งถึงแม้ว่าจะเสียงบประมาณ เพิ่มเติมก็ตาม แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะทํามติว่าเห็นควรหรือไม่เห็นควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะมีการแก้ไข ผมขออนุญาตสรุปญัตติของผมแต่เพียงเท่านี้ ก็หวังว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติแห่งสภานี้จะได้ให้ความเห็นชอบต่อญัตติ ที่พรรคชาติไทยได้นําเสนอต่อไปกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผมจะเปึนคนสรุปญัตตินี้ครับท่านประธาน ผมคิดว่าตลอดระยะเวลา ๑ วันเศษที่ผ่านมาที่สภานี้ใช้เวลาหลายชั่วโมง ในการพิจารณาญัตติด่วนของพวกเราทั้งสิ้นจํานวน ๗ ฉบับนั้น ต้องยอมรับว่า เปึนการพิจารณากันไปในท่ามกลางสถานการณ์ภายนอกสภาที่ไม่ปกติเปึนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเปึนสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ สถานการณ์ทางด้านสังคม หรือแม้แต่กระทั่ง สถานการณ์ทางด้านการเมือง แม้จนกระทั่งปัจจุบันที่พวกเรากําลังอภิปรายกันอยู่ และจะมีการลงมตินั้น สถานการณ์ภายนอกสภานี้ก็ยังมีความรุนแรงและน่าเปึนห่วงว่า อาจจะนําไปสู่ความวิกฤติที่หนักหน่วงยิ่งขึ้นในบ้านเมืองของเรา ญัตติด่วนฉบับนี้ เปึนญัตติด่วนที่เกิดขึ้นจากความเปึนห่วงในสถานการณ์ของบ้านเมืองดังกล่าวนั้นครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอแนวความคิดนี้มาตลอดระยะเวลาตั้งแต่ มีการพูดถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความเปึนห่วงว่าการคิดที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นอาจจะนําไปสู่วิกฤติที่บานปลายในบ้านเมืองได้ เหตุผลที่เปึนอย่างนี้ ก็เพราะว่าพวกเราเห็นครับว่า ปัญหาทั้งหลายภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ รัฐบาลซึ่งมีเสียงข้างมากโดยพรรคพลังประชาชนนั้น ท่านมีเปัาหมายชัดเจนที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งไม่ใช่เปึนเปัาหมายที่ผิดแต่ประการใด แม้แต่กระทั่งความเชื่อของท่าน ที่ท่านเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่มีที่มาจากอํานาจเผด็จการก็ตาม เพียงแต่จังหวะก้าวและท่าทีรวมถึงระยะเวลาและเนื้อหาในการนําเสนอในการ แก้รัฐธรรมนูญนั้นกลายเปึนจุดที่ทําให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองก็ว่าได้ พรรคประชาธิปัตย์นั้นเชื่อว่ารัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ครับ แต่ขึ้นอยู่กับว่าในการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นเราจะแก้อะไร แก้เพื่อใครและแก้เมื่อใด เปึนความจริงเช่นเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยบอกว่าเมื่อประชามติจบไปแล้วรัฐธรรมนูญก็สามารถที่จะแก้ไขได้ และมีหลายเรื่องที่จําเปึนที่จะต้องแก้ไข แต่ว่าในความเปึนจริงของประเทศเราต้องยอมรับว่า ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ช่วงปลายป้ที่แล้วนั้นเมื่อเสร็จสิ้น จากการเลือกตั้งแล้วปัญหาจริง ๆ ที่เผชิญหน้ากับประเทศของเราอยู่หาใช่เรื่องวิกฤติ ที่เกิดจากรัฐธรรมนูญไม่ แต่วิกฤติที่เผชิญหน้าเราอยู่เปึนวิกฤติที่เกิดขึ้นกับประชาชน ทั่วทุกหย่อมหญ้า เปึนวิกฤติในเรื่องปากท้องของแพง เปึนวิกฤติที่กระทบไปถึงพี่น้อง เกษตรกร เปึนวิกฤติที่กระทบไปถึงคนยากคนจน เปึนวิกฤติที่มาจากส่วนหนึ่งเปึนปัญหา ที่เกิดขึ้นจากภายนอกประเทศ และจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งมีเจตจํานงอันแน่วแน่ที่จะแก้ไขวิกฤติเหล่านั้นจึงสามารถนําพาประเทศไปสู่ความอยู่ดี กินดีได้ สิ่งที่เราเปึนห่วงก็คือว่าภายใต้ภาวะวิกฤติปากท้องของแพงนั้นในวันที่รัฐบาล แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ท่านระบุเอาไว้ในนโยบายของท่าน อย่างชัดเจนในเวลานั้นในหน้า ๒๘ บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับแรกที่ให้ประชาชนออกเสียงลงประชามติให้ความเห็นชอบ แต่โดยที่ยังปรากฏว่า มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่มาก รัฐบาลนี้จึงจะสนับสนุนให้มีการศึกษาทบทวน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อดําเนินการแก้ไขให้เปึนไปตามหลักประชาธิปไตย อย่างแท้จริง และเปึนประโยชน์ต่อการบริหารประเทศให้ดียิ่งขึ้นในเวลาอันควรต่อไป ท่านประธานก็จะเห็นว่าในวันที่ท่านแถลงนโยบายก็จะไม่มีสมาชิกจากซีกของฝ์ายค้าน ลุกขึ้นคัดค้านในประเด็นของรัฐธรรมนูญนี้แต่ประการใด ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้นําสูงสุดที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรก็ยังบอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญอาจจะ มีการกระทํากันในช่วง ๔-๕ เดือนก่อนที่จะครบวาระ ๔ ป้ สถานการณ์ในขณะนั้น จึงเอื้ออํานวยที่จะให้การแก้ไขปัญหาวิกฤติปากท้องของแพงของประชาชนโดยรัฐบาล ต้องดําเนินต่อไป แต่คําถามที่เกิดขึ้นก็คือว่าแล้ววิกฤติการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันเกิดขึ้น ได้อย่างไร เราจําเปึนจะต้องย้อนข้อเท็จจริงในทางด้านการเมืองในครั้งนี้ อย่างน้อย เพื่อบันทึกเอาไว้ และเปึนประโยชน์ต่อการที่กรรมาธิการชุดนี้จะนําไปศึกษาในการแก้ไข รัฐธรรมนูญต่อไปในวันข้างหน้าด้วย แนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นหลังจากแถลงนโยบาย ไปแล้วมันเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ คณะกรรมการ การเลือกตั้งได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาผลการสอบสวนกรณีทุจริตการเลือกตั้ง จังหวัดเชียงรายของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านเปึนประธาน สภาผู้แทนราษฎร เปึนอดีตในขณะนี้ ในที่สุด กกต. นั้นมีมติ ๓ ต่อ ๑ ลงมติว่าท่านทุจริต การเลือกตั้ง พูดง่าย ๆ ในภาษาชาวบ้านก็คือว่าให้ใบแดง นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในกุมภาพันธ์ เหตุการณ์นั้นผมเชื่อว่าหลายฝ์ายคงไม่สบายใจอย่างน้อยที่สุดผู้ที่ ถูกใบแดงก็มีตําแหน่งเปึนกรรมการบริหาร เปึนรองหัวหน้าพรรค หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ วันที่ ๒๗ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ประกาศยุติการทําหน้าที่ แต่เหตุการณ์สําคัญ จริง ๆ มันเกิดวันที่ ๒๐ โดยกฎหมายวันที่ ๒๐ มีนาคม กกต. ซึ่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ในส่วนที่ต้องทําเรื่องคดีเลือกตั้งนั้น ศาลฎีกาโดย นายสมศักดิ์ เนตรมัย มีคําสั่งประทับ รับฟัองคดีดําที่ ลต ๓๘/๒๕๕๑ ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งและนายยงยุทธ ติยะไพรัช รวมถึงบุคคลอื่นด้วย โดยรัฐธรรมนูญและกฎหมายนั้น หลังจากศาลฎีกาประทับรับฟัองก็เปึนอันว่าต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ ข้อกังวลเรื่องนี้ผม เข้าใจว่าเกิดขึ้นทันทีครับ นั่นเพราะว่าในกฎหมายเลือกตั้งระบุเอาไว้ชัดเจน ในรัฐธรรมนูญระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ถ้ามีกรณีทุจริตการเลือกตั้งดังกล่าวจะมีเงื่อนไข ซึ่งอาจจะนําไปสู่การยุบพรรคได้ นโยบายที่แถลงไว้ว่าจะต้องมีการศึกษาทบทวนก่อน จึงถูกละเลย วันที่ ๒๒ มีนาคม หลังจากศาลฎีกามีคําสั่งประทับรับฟัองไปเพียง ๒ วัน บุคคลแรกที่จุดประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือเลขาธิการพรรคพลังประชาชน นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ให้สัมภาษณ์ว่า แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเสนอ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ เพียงมาตราเดียว และให้มีผลบังคับใช้ก่อนที่ตุลาการ รัฐธรรมนูญจะมีคําพิพากษาคดียุบพรรค คําให้สัมภาษณ์เช่นนี้เปึนบันทึกยืนยันและ มัดแนวคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ามีที่มาจากกรณีที่ศาลฎีกามีคําสั่งประทับรับฟัอง เลขาธิการพรรคพลังประชาชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูด ในที่สุดก็เลยเกิดเปึน ประเด็นที่ภายในพรรคพลังประชาชนเองเอาไปประชุมกันครับ ผมเล่าเรื่องนี้เพราะเปึน ข้อเท็จจริงทางการเมือง แล้วเราจําเปึนที่จะต้องรับทราบที่มาที่ไปของญัตตินี้ เพราะท่านเอง บอกว่าญัตตินี้นั้นอาจจะมีวาระซ่อนเร้น แต่กระผมกราบเรียนว่าไม่มีจริง ๆ หลังจากนั้น วันที่ ๒๖ มีนาคม โฆษกพรรคพลังประชาชนแถลงชัดเจนภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมมีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ในหลายประเด็น โดยมอบหมายให้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ท่านสาทิตย์มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านวิเชียร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคพลังประชาชน จังหวัดอุดรธานี ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายซึ่งข้อความเนื้อหาสาระ เปึนการอภิปรายที่ใส่ร้ายพรรคพลังประชาชน ระบุชัดเจนว่า เรานําเข้าไปประชุมเปึนที่มา ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นอย่างนี้ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วคุณสาทิตย์ไม่ได้อยู่ใน ห้องประชุมของพรรคพลังประชาชน คุณสาทิตย์จะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเรานําประเด็น เหล่านี้เข้าไปประชุมในพรรคพลังประชาชน ผมว่าบรรยากาศมันจะจบแล้ว บรรยากาศ มันกําลังไปด้วยดี ผมว่าอย่าใช้สํานวนโวหารอย่างนี้เลยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านสาทิตย์ครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ทีนี้เหตุการณ์ที่ท่านเล่ามามันก็ส่วนหนึ่ง ที่เปึนข่าวออกมาก็เปึนตามที่ท่านว่า แต่ถ้าเอามาเรียงปะติดปะต่อกันแล้วนี้มันอาจจะทํา ให้เกิดการเข้าใจผิดนะครับ แล้วอาจจะขัดกับหลักความจริงก็ได้ มันก็เลยอาจจะเข้าข่าย ใส่ร้าย เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ท่านได้โปรดระมัดระวังตรงนี้ด้วยครับ ขออนุญาตเตือนท่านนะครับ
ขอบคุณครับ ผมยืนยันท่านประธาน นะครับ เรื่องนี้ไม่ใช่การใส่ร้ายครับ บุคคลที่เอ่ยถึงนั้นเปึน ส.ส. ทั้งสิ้นครับ ถ้าไม่ใช่เปึน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสื่อมวลชนท่านปฏิเสธได้ครับ จะนายแพทย์สุรพงษ์ก็ดีที่จุดประเด็น มาตรา ๒๓๗ ต้องแก้ก่อนยุบพรรค หรือแม้แต่กระทั่งคําแถลงของ ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชนที่ลงในเว็บไซต์แนวหน้า ฉบับวันที่ ๒๖ มีนาคม ป้ ๒๕๕๑ นี้ครับ ท่านแถลงเช่นนี้จริง ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปครับว่า หลังจากนั้นเมื่อมีมติกัน แล้ววิปรัฐบาลเองก็ไปแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เราจํากันได้ทุกคนครับว่า ประเด็น เรื่องรัฐธรรมนูญนั้นมันมาร้อนขึ้นเมื่ออนุวิปของรัฐบาลเองไปเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นนั้นเสนอแก้ไข ๕ มาตราครับ ๕ มาตรานี้เปึนที่มาของกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างยิ่งว่ามันเหมาะมันควรหรือไม่ ไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับ ว่าท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่เหตุผลและเจตนาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่านนั้น มันถูกตีความได้ว่าเปึนเจตนาที่ไม่สุจริตตั้งแต่ต้น ท่านพูดมาตรา ๒๓๗ ท่านพูดมาตรา ๓๐๙ ในขณะนั้น อย่าปฏิเสธเลยครับว่ามันมีกระแส คัดค้านเกิดขึ้นมากมายในสังคม พรรคประชาธิปัตย์เองครับเปึนฝ์ายเตือนและให้สติรัฐบาลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทําได้แต่ต้องระมัดระวัง ในเวลานี้ปัญหาวิกฤติปากท้องของแพง เปึนเรื่องใหญ่ รัฐธรรมนูญมีปัญหาต้องแก้แน่ แต่รัฐธรรมนูญยังมีปัญหาในส่วนเฉพาะการเมือง แก้ปัญหาประชาชนก่อน แต่เรื่องรัฐธรรมนูญที่เดินต่อก็คือว่า หลังจากที่มีการจุดประเด็นแก้ไข ๕ ประเด็นขึ้นมาแล้วสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านกันอย่างเรียกได้ว่ากว้างขวาง ไปทั่วทั้งประเทศ สุดท้ายครับกระผมก็จะตัดตอนว่าที่สุดแล้วนี่วิปรัฐบาลเองก็เลยเปลี่ยนแปลง จากการแก้ไข ๕ ประเด็นกลับกลายเปึนการแก้ไขทั้งร่าง วันที่ประกาศว่าแก้ไขทั้งร่างนี่ละครับ เปึนวันที่มีการก่อกระแสการคัดค้านความเห็นของท่านกว้างขวางในทุกวงการ เราแทบ ไม่เคยเห็นว่านายแพทย์อาวุโสของประเทศนี้จะออกมาให้สัมภาษณ์แถลงข่าวไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งร่าง เราไม่เคยเห็นองค์กร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ออกมาคัดค้าน ความจริงสิ่งที่เขาคัดค้านก็มีประเด็นครับ เขาไม่ได้ค้านการแก้รัฐธรรมนูญว่า ท่านแก้ไม่ได้ แต่คัดค้านระยะเวลาและจุดมุ่งหมายในการแก้ไข เอาละครับ หลังจากนั้น เมื่อกระแสคัดค้านสูงขึ้นแล้วกลุ่มที่ต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปลี่ยนแปลงวิธีการ จะโดยเหตุผลใดก็แล้วแต่ครับ วันที่ ๘ พฤษภาคมแกนนํากลุ่มที่เรียกตนเองย่อ ๆ ว่า คปพร. ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับพรรคการเมืองบางพรรคอย่างแน่นอน ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อประธานสภาป่ดถนนที่หน้าสภาเปึนเวลาครึ่งวัน จะไปบอกคนอื่นว่าป่ดถนนขัดรัฐธรรมนูญ เพราะว่าเสียประโยชน์สาธารณะ แต่บางกลุ่มไปชุมนุมที่ตนเองเห็นด้วยทําไมไม่พูดให้จบครับ หลังจากยื่นไปแล้วก็ทราบว่ามีปัญหาเพราะบางฝ์ายติงว่าไม่มีกฎหมายรองรับ เรื่องการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของประชาชน สุดท้ายเหตุการณ์ที่ใหญ่สุด ที่นํามาซึ่งญัตติวันนี้ก็เกิดขึ้นในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม วันที่ฝ์ายค้านไปยื่นหนังสือถอดถอน อดีตรัฐมนตรีจักรภพ เพ็ญแข กลุ่มหนึ่งในพรรคพลังประชาชนก็ไปยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ถึงตรงนี้อย่าบอกนะครับว่ากลุ่มที่เขาชุมนุมที่พวกท่านเรียกเปึนคนข้างถนน หรืออะไรก็แล้วแต่นี่ว่าเขาชุมนุมกันมาก่อนหน้านี้ เพราะทันทีที่ท่านยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถัดจากนั้น ๔ วันครับกลุ่มพันธมิตรจึงเริ่มชุมนุม ถามวันนี้ว่าชนวนชุมนุมมาจากไหนครับ คําตอบมันชัดเจน ท่านจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยเรื่องหนึ่ง แต่บิดเบือนข้อเท็จจริงไม่ได้ ชนวนการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งไม่ควรจะเปึนชนวนวิกฤติบ้านเมืองท่านจุดขึ้นมาเอง จุดแล้ว วันนี้ลุกลามบานปลายท่านโทษใครครับ วันนี้ชี้หน้าโทษหาคนอื่นบอกอยู่เบื้องหลัง กลับไปดูข้อเท็จจริงทางการเมืองครับแล้วอย่าปฏิเสธความจริง ประเด็นข้อเท็จจริง เปึนอย่างนี้ครับ ในที่สุดการชุมนุมที่ลุกลามบานปลายข้างนอกก็ขยายวงมากขึ้นเรื่อย ๆ และยกระดับการต่อสู้ของเขานั่นเปึนการเคลื่อนไหวภาคประชาชน ในสภาของเราครับ ในเวลาที่กลุ่มคนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าที่จะทําต่อนั้นกลายเปึนกลุ่มการเมือง พรรคฝ์ายค้านครับที่เสนอมาตลอดเวลาว่าต้องตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่อง รัฐธรรมนูญเพราะต้องการให้ทุกฝ์ายเข้ามามีส่วนร่วมและดับชนวนวิกฤติก่อน ผมจําได้ว่า เวลานั้นมี ๒ ญัตติที่ไปจากพรรคพลังประชาชนคาอยู่ในสภา พรรคเพื่อแผ่นดินยื่นมา พรรคชาติไทยยื่นมา เราพยายามพูดหลายครั้งว่าเอาญัตตินี้ขึ้นมาเถิด สภานี้ไม่สนใจ เดินหน้า จะแก้รัฐธรรมนูญกันต่อจนวงบานปลายขยายวงมากขึ้น ในที่สุดอะไรเกิดขึ้นครับ ก็ต้องมีการถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะทนกระแสกดดันภายนอกไม่ได้ ในที่สุดแล้วร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอันนั้นก็ถูกถอดไป แต่สังคมก็ยังไม่วางใจหรอกครับ เพราะมีการพูดอยู่เสมอว่าถอนไปวันนี้ก็ยื่นใหม่ได้อีก มีข่าวเยอะครับ กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ภาคนั้นภาคนี้จะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนก็เปึนห่วงว่าวิกฤติ ซึ่งบ้านเมืองแย่อยู่แล้วจะหนักขึ้น ที่สุดก็เปึนอย่างที่พวกเราเห็นกันครับว่าก่อนเป่ดสภา สมัยวิสามัญ ท่านประธานสภานัดไปคุยกันในเรื่องของการประชุมสภา ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นซึ่งนั่นเปึนหนทางที่ดี ที่สุด ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับพรรคประชาธิปัตย์ เราคิดว่ารัฐธรรมนูญ ในเมื่อถูกจุดให้เปึนชนวนวิกฤติบ้านเมืองได้ก็ควรจะดับชนวนวิกฤติได้ด้วยการใช้เวทีของ รัฐสภาเรา ก็ต้องขอบคุณเจ้าของญัตติทุกฝ์ายครับ จะด้วยความจําใจจํายอมหรืออย่างไร ก็แล้วแต่ท่านก็เสนอญัตติเข้ามาสู่สภานี้เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา
ประเด็นต่อไปจากนี้ก็คืออย่างนี้ครับว่าหลังจากตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ไปแล้ว คณะกรรมาธิการชุดนี้จะมีจุดยืนอย่างไรในการที่จะไปศึกษาเรื่องของการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ ผมเปึนห่วงเพราะมีการอภิปรายที่เห็นได้ชัดในเวลาวันกว่า ๆ ที่ผ่านมาว่า แนวคิดมีแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ฐานคติประเภทที่รับไม่ได้เลย ฐานคติที่มีอคติ ต่อบางเรื่องจะเปึนเรื่องที่อันตรายมาก หากนําความคิดเช่นนั้นไปในการศึกษาเรื่องของ การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ผมเรียนตรงนี้เพื่อฝากไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านว่า ท่านไม่ใช่ชุดแรกหรอกของสภานี้ที่เปึนคณะกรรมาธิการในการศึกษาเรื่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๖ ต่อเนื่องจากป้ ๒๕๓๕ เคยมีคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานี้พิจารณาญัตติ ในการศึกษารัฐธรรมนูญ ๗ ฉบับเท่ากันเลยกับตอนนี้และผลรายงานของคณะกรรมาธิการ ชุดนั้นเปึนที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่คณะกรรมาธิการชุดนั้นเขามีจุดยืนชัดเจนครับ ผมจึงกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการชุดที่จะไปนี้ที่จะประกาศชื่อกันก็พอทราบกันได้ว่า ใครเปึนใครบ้าง แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือ กรอบแนวความคิดจุดยืนคณะกรรมาธิการ จะเปึนอย่างไร ถ้าปักหลักด้วยอคติว่างานนี้จะกลับเข้าไปแก้แค้นคนที่ร่างรัฐธรรมนูญมา วิกฤติบ้านเมืองนี้ไม่จบหรอกครับ สิ่งที่ท่านต้องตั้งหลักก็คือว่าถ้าจะศึกษาก็ต้อง ด้วยความมีเหตุมีผลครับ กระผมไม่ได้ดูถูกความคิดของใคร แต่กระผมเปึนห่วง ผมคิดว่า ข้อที่ ๑ รัฐธรรมนูญนั้นจําเปึนที่จะต้องการการมีส่วนร่วมของทุกฝ์าย ประการที่ ๒ ต้องเข้าใจเหมือนกันว่ารัฐธรรมนูญเพิ่งบังคับใช้มาเพียง ๓-๔ เดือน ยังมีกลไก ในรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้ปฏิบัติอีกมาก ฝ์ายค้านเราได้ลองศึกษาดูว่ากฎหมายที่ต้องออก ตามรัฐธรรมนูญมีจํานวนเท่าใด ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่ามีมากกว่า ๓๐ ฉบับ ที่ต้องออกและ ณ บัดนี้ยังไม่ได้ออกบังคับใช้เลยแม้แต่ฉบับเดียว กลไกรัฐธรรมนูญ ที่ยังไม่บังคับใช้ท่านไปศึกษาอย่างไรครับที่จะบอกว่าต้องแก้ทั้งที่กลไกรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้เริ่ม ที่สําคัญก็คือว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องไปศึกษาเรื่องของรัฐธรรมนูญ โดยต้องอิงกับความคิดเห็นของประชาชน ไม่ควรมีความคิดแบ่งภาค แบ่งจังหวัด แบ่งฝักแบ่งฝ์าย ยกย่องเชิดชูคนภาคหนึ่งเหยียดหยามคนอีกภาคหนึ่ง หรือแม้แต่ชี้นํา ความคิดว่ามีความแตกแยกกันขึ้นในประเทศ มิเช่นนั้นครับคําว่า สมานฉันท์ก็ดี คําว่า สามัคคีในบ้านเมืองก็ดี ก็เสมอเปึนเพียงลมปากนักการเมืองที่พูดไปพล่อย ๆ เท่านั้น ผมก็ไม่อยากเห็น แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงแล้วก็น่าเสียดายอย่างยิ่งก็คือว่าในเวลาที่ต้องการ องค์ประกอบที่ใหญ่ขึ้น คนมาจากทุกฝ์ายอิงกับประชาชน ในเวลาที่ผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรไปคุยกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายรัฐบาลเองเสนอบอก ต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๖๐ คน ในเวลาที่ต้องการองค์ประกอบที่ใหญ่ขึ้น คนมาจากทุกฝ์าย อิงกับประชาชน ในเวลาที่ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไปคุยกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายรัฐบาลเอง เสนอบอกต้องมีกรรมาธิการวิสามัญ ๖๐ คน เพื่อต้องการองค์ประกอบจากคนข้างนอก เข้ามาให้มาก ฝ์ายค้านเสนอบอกว่าใน ๖๐ คนนี้สัก ๒๐ คนขอเปึนสัดส่วนจาก บุคคลภายนอกที่เขามาได้โดยตรง โดยรัฐสภาเรากําหนดกระบวนการสรรหา อีก ๔๐ คน เปึนของฝ์ายการเมือง น่าเสียดายครับที่ข้อเสนอของวิปรัฐบาลเองสุดท้ายก็ถูกวิปรัฐบาล ปฏิเสธ เพราะทราบว่าวันนี้ท่านต้องการกรรมาธิการเพียง ๔๐ คนเท่านั้น สัดส่วนนี้ก็ลดลง แล้วก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ความน่าเปึนห่วงต่อไปก็คือว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ จะเข้าไปศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ โดยจะกําหนดให้รัฐธรรมนูญอยู่ในฐานะอะไร ของการเมืองไทย อย่าลืมว่าการปฏิรูปการเมืองนับแต่หลังพฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ เริ่มจุดแนวคิดเรื่องของรัฐธรรมนูญนิยมขึ้น รัฐธรรมนูญจึงเปึนกฎหมายสูงสุดที่ทุกฝ์าย เข้าไปเกี่ยวข้องยกร่างให้มีความสัมพันธ์ของอํานาจ แต่เท่าที่ฟังวันเศษที่ผ่านมา ผมเปึนห่วงครับ หลายเสียงในสภานี้ซึ่งจะเปึนเสียงข้างมากท่านมองว่ารัฐธรรมนูญ เปึนเครื่องมือทางด้านการเมืองเท่านั้น ท่านกล่าวว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เอาไว้ฆ่าคน บางคน เปึนเครื่องมือแก้แค้น แต่ถ้าเราอ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตรามันไม่ได้กําหนด ไว้เช่นนั้น ในแนวนโยบายแห่งรัฐมีหลายเรื่องที่ไม่เคยบัญญัติเอาไว้ก่อน การคํานึงถึง คนยากคนจน การคํานึงถึงสวัสดิการประชาชนเปึนส่วนดีที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ถ้าใช้ฐาน คติว่ารัฐธรรมนูญเปึนเครื่องมือแก้แค้นกันทางการเมือง ไม่วายครับที่ผลการศึกษา จะออกมาในทิศทางอีกทิศทางหนึ่งเลย อันนี้น่าเปึนห่วงมาก ผมกราบเรียนเรื่องนี้ เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ท่านเปึนช่วงรอยต่อในประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่สําคัญ และกรรมาธิการชุดนี้จะไป ศึกษาประเด็นต่าง ๆ โดยเอาความแค้นส่วนตัวพกเข้าไปไม่ได้ มิเช่นนั้นผมเชื่อว่า สถานการณ์ทางด้านการเมืองที่เราหวังจะดับชนวนคลี่คลายด้วยกรรมาธิการชุดนี้ ไม่มีวันที่จะดับลงได้ ผมเรียนท่านประธานในเรื่องนี้ก็เพื่อที่จะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการ และเห็นว่าประเด็นสําคัญที่สุดที่คณะกรรมาธิการชุดนี้และรัฐสภาต้องช่วยกันก็คือ ต้องนําพาประเทศไทยก้าวข้ามผ่านวิกฤติความแตกแยกในขณะนี้ไปให้ได้ ถ้าวันนี้ กับเมื่อวานนี้ ๒ วัน เราได้ระบายความรู้สึกที่เปึนความอึดอัดใจในทางการเมืองออกมาแล้ว วันนี้ต้องตั้งสติครับ ประเทศไม่อาจจะอยู่ได้ด้วยความคิดของคนที่รักทักษิณ ฝ์ายหนึ่งกับไม่ชอบทักษิณอีกฝ์ายหนึ่ง ประเทศมีมากกว่าเรื่องนี้ ประเทศมีคนอีก ๖๐ กว่าล้านคน ประเทศมีคนยากคนจนอีกหลายสิบล้านคนที่รอความหวังจากคน ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาเลือกมาและไปแก้ไขปัญหาให้เขา เวลาของประเทศ ไม่ได้มีเพื่อต้องการเอากลับไปแก้แค้นใครหรือปกปัองใครในทางการเมือง แต่ต้องแก้ไข ปัญหาประชาชน กรรมาธิการที่จะเข้าไปศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญต้องตระหนักเรื่องนี้ ไว้แล้ว ผมเชื่อว่านั่นแหละครับวัตถุประสงค์ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ จึงสามารถที่จะบรรลุผลสําเร็จได้ ผมเรียนท่านประธานว่า สภานี้ก็คงจะมีมติร่วมกันในการตั้งคณะกรรมาธิการ แต่จากวันนี้ไปเราอยากเห็น ความก้าวหน้า และคณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องทําสิ่งที่พวกเราคาดหวัง สังคมคาดหวัง ให้เปึนจริง ขอบพระคุณครับ
ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิ พาดพิงครับ
ท่านใช้สิทธิอะไรนะครับ
สิทธิพาดพิงครับ
พาดพิงประเด็นไหนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับ เพราะว่าท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้ระบุชื่อ แล้วก็การแถลง ข่าวของผมอย่างชัดเจน ซึ่งทําให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะว่าผู้อภิปรายได้โยงไปว่าการกระทําของพวกเรา เปึนชนวนให้เกิดวิกฤติ ขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนด้วยความเคารพว่า การที่ท่านเลขาธิการพรรคพลังประชาชนได้ไปราชการต่างประเทศ ไปพูดคุยกับนักลงทุน ชาวต่างประเทศ นักลงทุนไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองของเรา เพราะในช่วงนั้น มีการเสนอข่าวในทางการเมืองในเรื่องที่จะมีการยุบพรรค ในเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ที่มีบทบัญญัติซึ่งไม่เปึนประชาธิปไตย ท่านก็บอกว่าการจะสร้างความเชื่อมั่นในเสรีภาพ ของการเมืองก็อาจจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปลดชนวนของความไม่มั่นใจ ตรงนั้นเปึนมูลเหตุที่พรรคได้มีการประชุมแล้วกระผมก็ได้แถลงว่าพรรคมีมติที่จะให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กราบเรียนท่านประธานว่าการที่พรรคมีมติที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องตื่นตระหนก เพราะพรรคนี้ได้เดินลงไปหาประชาชนตั้งแต่รณรงค์ หาเสียงเลือกตั้งว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อเราบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ก็มีการขับเคลื่อนที่จะยื่นญัตติ แล้วก็มีกลุ่มคนแสดงความคัดค้าน เราเห็นครับว่าการที่เราหยิบเรื่องนี้มาแม้จะมีเจตนาดีต้องการสร้างความเชื่อมั่นในทาง การเมือง แต่เมื่อมีคนออกมาคัดค้าน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเปึนกลุ่มคนบางกลุ่ม ผู้อภิปรายบอกว่า มีการคัดค้านอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ท่านอย่ากล่าวอ้างอย่างนั้นเลย คนออกมาคัดค้าน เปึนคนบางกลุ่มซึ่งเราก็เคารพ มีคนบอกว่าเราไม่ฟังเสียงประชาชน เราก็ฟังเสียง ประชาชน เราบอกว่าเมื่อประชาชนยังไม่เห็นพร้อม แม้ว่าจะมีปัญหาที่เราเชื่อว่าถ้าปล่อย สภาพอย่างนี้ความไม่เชื่อมั่นก็ยังมีอยู่ เราก็ยุติ เราใช้ภาษาในทางการเมืองที่แสดงถึง การถดถอยอย่างถึงที่สุดด้วยการฟังความเห็นประชาชน คือถอยสุดซอย เรายุติครับ ท่านประธาน แต่การที่กลุ่มชนอาศัยชนวนในเรื่องรัฐธรรมนูญออกมาชุมนุม แล้วพอเรา ถอยสุดซอยแล้วยังไม่กลับ เดินหน้าต่อ ท่านจะบอกว่ามันเปึนสิ่งที่เราจุดแล้วเขาไม่เลิก ได้อย่างไร ในเมื่อข้อเรียกร้องอันแรกเขาบอกว่าไม่ให้เราริเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนี้ เราก็ไม่ทํา เมื่อเราไม่ทําแล้วโดยสัญญาสุภาพบุรุษก็ต้องถอยกัน กระผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่า คําอภิปรายของผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้พยายามที่จะทําให้สังคมเข้าใจว่า พวกเราเปึนตัวจุดชนวน แต่ด้วยความตรงไปตรงมาท่านประธานเราริเริ่มเรื่องนั้นด้วย เหตุผลที่เราเห็นปัญหา แต่เมื่อประชาชนบางส่วนเขาคัดค้านเราฟังแล้วเราก็ถอย มันก็ควรจะยุติตรงนั้น แล้วใครละครับ พรรคใดละครับที่ไปมีส่วนผสมโรงให้เกิดวิกฤติ ยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้ ตรงนี้ละครับ ผมจึงกราบเรียนว่าที่มาพูดจาให้เกิดความเข้าใจว่า พวกเราเปึนคนจุดชนวนนั้นไม่เปึนธรรม ไม่ถูกต้อง จึงเปึนความเสียหายที่ผม ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่เราริเริ่มไว้เพราะเราเห็นปัญหาจากการที่ท่านรัฐมนตรี ไปทํางานต่างประเทศ แล้วทําให้เราต้องพิจารณา แต่เมื่อเราจะทําแล้วเสียงคัดค้านมี เราก็ถอย เมื่อเราถอยแล้วทําไมคนอื่นไม่ถอยละครับ ตรงนี้กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าการเมืองไม่รู้จักถอยให้กันจะเรียกร้องหาความสมานฉันท์จากที่ไหนละครับ เราต้อง มาร่วมมือกันสิ วันนี้ผมถามปัญหาเพียงแค่ว่าเมื่อท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ริเริ่มเรื่องนี้และมีคนมาพูดตรงนี้เยินยอ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเยินยอว่า ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีความคิดเลอเลิศประเสริฐศรีต้องการแก้วิกฤติ ผมก็ชื่นชมด้วย ผมถามเพียงแค่ว่าเมื่อท่านริเริ่มแล้วแก้ได้หรือเปล่า วิกฤติที่เกิดขึ้น ข้างนอกมันหยุดหรือเปล่า ผมถามแค่นี้เองก็เปึนฟ๋นเปึนไฟเดือดร้อน ทําไมละครับ ก็ถ้ามันยังแก้ไม่ได้ก็ต้องยอมรับว่ายังมีปัญหาต้องแก้กันต่อ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่า อภิปรายอะไรขอให้อยู่ในกรอบอย่าทําให้คนอื่นเสียหายเลยครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ความจริงก็เปึน สิทธิท่านที่จะชี้แจง
ใช้สิทธิประท้วงหรือเปล่าครับ
ใช้สิทธิพาดพิงครับ
ผมฟังอยู่นะครับ ไม่มีอะไรเสียหายครับ
ท่านพาดพิงชัดนะครับว่าพรรคใด ที่ไปผสมโรงนะครับ
ผมฟังอยู่ครับท่านสาทิตย์ไม่มีอะไรเสียหาย
แล้วท่านหมายถึงพรรคไหนครับ พูดให้ชัดสิครับ
เปึนการชี้แจงในสิ่งที่ท่านกุเทพถูกพาดพิงและอาจทําให้เกิดความเสียหายซึ่งผมได้ อนุญาตให้ท่านกุเทพได้พูดในฐานะถูกพาดพิงแล้วผมก็ฟังอยู่ตลอดไม่มีอะไรเสียหายครับ ผมคงไม่อนุญาต พอเถอะสมควรแล้วครับ ท่านสาทิตย์ผมเห็นว่าพอเถอะครับ สมควรแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านสาทิตย์ครับผมวินิจฉัยแล้ว แล้วก็ถือว่า เปึนที่สุดท่านนั่งเถอะครับไม่อย่างนั้นมันไม่จบครับ ผมเห็นพอสมควรแล้วครับ
ผมเข้าใจครับ ผมอธิบายสั้น ๆ แค่นั้นเองนะครับ
คงไม่อนุญาตแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านบุญยอดประท้วงนะครับ
ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ในข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ว่า ในการประท้วงว่ามีการฝ์าฝ๋นข้อบังคับนั้นจะมีการอนุโลม ให้กับผู้ที่ถูกอภิปรายพาดพิงถึงเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องอื่นใดอันเปึนที่เสียหายแก่ผู้นั้น ซึ่งท่านจะต้องให้โอกาสเขาอธิบายนะครับ เพราะเมื่อสักครู่นี้ทุกคนก็ฟังอยู่นะครับท่านครับ ขอความกรุณาว่าถ้ามีการพาดพิงกันเกิดขึ้นก็ต้องให้สิทธิของผู้ที่ถูกพาดพิงอภิปราย
ท่านบุญยอดครับ ขอบคุณครับ ท่านสาทิตย์ใช้สิทธิประท้วงว่าถูกพาดพิงผมก็อนุญาต ให้ประท้วงโดยท่านอ้างใช้สิทธิพาดพิง ผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับว่าพาดพิงแล้ว ไม่เสียหายก็ถือเปึนที่สุดแล้วครับ แล้วผมขอความกรุณาว่ามันพอสมควรแล้วครับ จบนะครับ
(นายสุทิน คลังแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านใช้สิทธิอะไรอีกหรือเปล่าครับ ท่านสุทินครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พลังประชาชน ขอใช้สิทธิสรุปในฐานะผู้ยื่นญัตติเปึนคนสุดท้าย ผมยื่นญัตติเปึนลําดับที่ ๗ ซึ่งเปึนคนสุดท้าย
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลา ที่ค่อนข้างดึกผมก็จะใช้เวลาเท่าที่เปึนประโยชน์ที่สุด ผมกราบเรียนว่าผมได้อภิปราย มาแล้วเมื่อวานครั้งหนึ่งซึ่งว่าถ้าหากได้เห็นผมอภิปรายผมจะพยายามพูดถึงเพื่อนสมาชิก จากซีกฝ์ายค้านให้น้อยที่สุด เพราะว่าผมไม่ได้ถือว่ากรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์เปึนคู่กรณีกับเราผมไม่ถืออย่างนั้น แต่ผมถือว่าคู่กรณีและเปัาหมาย และเปึนจําเลยของผมคือเผด็จการ คือคณะรัฐประหาร คือคณะอํามาตยาธิปไตย ที่มาเขียนรัฐธรรมนูญ เมื่อเปัาหมายผมไปทางนั้นแล้วท่านกลับไปยืนอยู่กับเขามันไปโดน ท่านเองเปึนความจําเปึนครับผมหลีกเลี่ยงไม่ได้คือช่วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมก็จะอภิปรายไปในทิศทางเดิม ถ้าหากว่าแม้นมันจะโดนบ้างก็ถือว่าเปึนความบังเอิญ ที่ท่านไปเลือกข้าง ไปปกปัองสรรเสริญเยินยอฝ์ายที่เขียนรัฐธรรมนูญเอง ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายสรุปขออนุญาตเอ่ยนามท่านสาทิตย์ที่บอกว่าญัตตินี้ และกรรมาธิการที่หากแม้นจะมีการตั้งต่อไปนี้จะเปึนที่สนใจของประชาชน จะเปึนการทํางานที่อยู่ในความสนใจและยากยิ่งและเสี่ยงและท้าทายต่อความเชื่อถือมาก ผมเห็นด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้การอภิปรายสรุปของผมผมจึงอยากจะขออภิปรายให้ข้อมูล ซึ่งคิดว่าจะทําให้การศึกษาครั้งนี้ได้เกิดสิ่งสําคัญอยู่ ๒ อย่าง สิ่ง ๒ อย่างที่ผมอยากให้เกิด ในการศึกษาครั้งนี้เพื่อการยอมรับหรือถ้าหากแม้ว่าความฝันของผมไม่เกินจริง หวังว่าการศึกษาครั้งนี้จะเปึนเครื่องมือในการคลี่คลายปัญหาของประเทศชาติ ดังที่เพื่อนฝ์ายค้านเขาได้พูด
ข้อแรกครับ กรรมาธิการชุดนี้จะต้องทําให้เกิดการศึกษาครั้งนี้คือ ความเที่ยงธรรม หรือนักวิจัยเขาเรียกว่าแวลิดิตี้ (Validity) ต้องทําให้เกิดความเที่ยงตรง ความเที่ยงตรงก็หมายความว่า ได้ขจัดอคติออก ได้ขจัดความแบ่งข้างแบ่งพรรค แบ่งฝ์ายออก ผมเห็นด้วย ท่านสาทิตย์บอกว่าอย่าเข้าไปแก้แค้นกัน แน่นอน ตัวที่ ๒ เมื่อมีแวลิดิตี้แล้วรีไลอะบิลิตี้ (Reliability) ก็คือความเชื่อถือ ตัวนี้ที่ผมต้องใช้ศัพท์ครับ ท่านประธาน ผมเคยทํางานวิจัยมาก่อนขออนุญาต อยากให้การศึกษาครั้งนี้ได้มี ๒ อย่าง เกิดขึ้นถึงจะเปึนคุณค่าที่แท้จริงสมกับที่เราอภิปราย ๒ วัน สมกับที่เราลงทุน ลงรอนกัน ท่านประธานครับ การอภิปราย ๒ วันนี่ได้ข้อมูลมากมายที่กรรมาธิการ จะหยิบยกไปเปึนประโยชน์ แต่ข้อมูลทั้ง ๒ ฝ์ายซึ่งก็เห็นด้วยอีกแหละว่าสุดโต่ง ฝ์ายหนึ่งบอกไม่เห็นควรต้องแก้เลย เพราะเห็นว่าที่มาคือรัฐประหารได้ร่างนั้น ชอบ เนื้อหาก็ชอบธรรมแล้ว ห้วงเวลาก็ยังไม่เหมาะ ส่วนอีกฝ์ายหนึ่งบอกว่าเห็นควร จะต้องแก้ด้วยที่มาเนื้อหา บรรยากาศไม่ชอบด้วยบรรยากาศประชาธิปไตยและความเปึน ประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าผมยอมรับว่าหลายท่าน ได้อภิปรายแล้วให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาน่าเชื่อถือแล้วก็เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าการอภิปราย ๒ วันมีไม่น้อยทีเดียวที่อภิปรายและนําเสนอข้อมูล ด้วยอคติเข้าข้างตัวเอง ป่ดบังความจริงของตัวเอง แล้วก็มุ่งเปัาหมายไปที่จะทําลายล้าง บุคคลใดบุคคลหนึ่ง พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมถึงฝาก กรรมาธิการว่าถึงคราวที่ท่านจะต้องไปศึกษา ท่านต้องคัดกรองสิ่งเหล่านี้ออกให้ได้ มากที่สุด เพราะฉะนั้นผมจะพยายามนําเสนอข้อสรุปต่อไปนี้โดยพยายามที่จะตัดสิ่งเหล่านี้ออก แต่ถ้าหากแม้นว่ากรรมาธิการจะเลือกเชื่อหรือไม่เลือกเชื่อในประเด็นใด กระผมพร้อมใจ แล้วก็ยินดีที่จะรับได้ เพราะผมเสนอไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ฝ์ายที่เห็นด้วยว่าควรแก้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็มีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ ๒-๓ ประการ ๔ ประการ นั่นก็คือว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาไม่ชอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดจากเผด็จการ เกิดจากวิถีทาง ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ตรงกันข้ามกับระบอบที่เราอยู่คือสภา ท่านประธานที่เคารพครับ หลายคนก็บอกว่าทําไมต้องไปรังเกียจกับที่มา ผมอภิปรายแล้วครับ รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องต้องใช้กฎหมายสร้างขึ้น แต่มากกว่ากฎหมายคือรัฐธรรมนูญต้องใช้วัฒนธรรม ซึ่งจะต้องเกิดจากจิตสํานึกซึ่งมันสะสมต่อกัน เพราะฉะนั้นการปฏิเสธการเข้าสู่การเมือง โดยรัฐประหาร การปฏิเสธคนปฏิวัตินี่คือการสร้างจิตสํานึกที่ดีที่จะตกสะสม เปึนวัฒนธรรมต่อต้านคนที่มาไม่ชอบ เข้าประตูไม่ถูกทาง จําเปึนเหลือเกินที่จะต้อง สร้างจิตสํานึกตัวนี้คือไม่ยอมรับคนที่เข้าไม่ถูกตามตรอกออกตามประตู แต่เอาเถอะ หลายคนก็พยายามบอกผมว่า ทําไมจะต้องติมากเกินไปว่าแม่เขาเปึนยักษ์ ลูกอาจจะ ออกมาหน้าตาสะสวยก็ได้ หรือแม่เปึนยักษ์อาจจะออกลูกเปึนคนก็มีคนบอกผม แน่นอนครับ ผมก็รออยู่เหมือนกันในช่วงร่าง แต่สุดท้ายยักษ์ไม่ได้ออกลูกเปึนคน ออกลูกเปึนป้ศาจคาบไปปี (Pipe) หรือเปล่าไม่รู้ หน้าแหลมหรืออะไรหรือเปล่า ไม่รู้ไม่ทราบ แต่ออกลูกเปึนป้ศาจ ผมหมายถึงสาระคืออะไรบ้างครับ ผมจะสรุปย่อ ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผิดหลักบัญญัติกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้น นักการเมือง นักวิชาการ ปราชญ์ผู้รู้หลายท่านติงไว้ว่าการบัญญัติกฎหมายที่มุ่งเจาะจง เฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งให้มีผลบังคับใช้กับคนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เวลาใดเวลาหนึ่งอย่าพึงกระทํา แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราไม่ต้องอธิบายขยายความ เพิ่มเติมว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่มุ่งออกมาใช้เพื่อใคร กลุ่มใด เวลาใด นี่คือเบื้องต้น ซึ่งผมขออนุญาตเวลาจํากัดไม่อธิบาย แต่ ๒ วันเพื่อนได้อธิบายแล้วแต่สรุปให้ฟังนี่คือ หลักการที่ ๑
ประการที่ ๒ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติออกมาโดยกีดกันประชาชน ให้มีส่วนร่วมน้อยที่สุด ผมบอกแล้วตั้งแต่วันแรกไปถามความเห็นประชาชนได้อย่างไร เขาบอกจะเอาเขตเดียวเบอร์เดียว คุณมาเขียนเปึนเขตใหญ่เรียงเบอร์ และที่สําคัญที่สุด ผลต่อเนื่องรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเพื่อมุ่งเจาะจงจะทําลายภาคการเมืองให้อ่อนแอ ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลไร้เสถียรภาพ ตรงนี้เองซึ่งผมต้องสงวน เพื่อนจากซีกฝ์ายค้านว่าท่านไม่ใช่คู่กรณีกับผม จะดีจะชั่ว จะทะเลาะ จะเห็นต่างกันบ้าง จะต่อล้อต่อเถียงกันบ้าง แต่สุดท้ายเราคือ ศักดิ์ศรีของสถาบันนิติบัญญัติ ๑ ใน ๓ ถึงเวลาหนึ่งเราจะต้องรวมตัวกันเพื่อปกปัอง ศักดิ์ศรี แต่ไม่ใช่ศักดิ์ศรีเท่านั้นเพราะศักดิ์ศรีกินไม่ได้ แต่ศักดิ์ศรีของเราหมายถึง ศักยภาพ หมายถึง อํานาจ บทบาทซึ่งเราจะอยู่ที่นี่เพื่อทํางานให้กับประชาชนได้ แต่วันนี้ ถูกทําลายไป แต่ผมเสียดายและหดหู่มาก ๒ วันเต็ม ๆ ได้เห็นเพื่อนสมาชิกของเรา ซึ่งอยู่ในฝ์ายนิติบัญญัติมาจากการเลือกตั้งพูดว่าเราอยู่ในระบอบรัฐสภา แต่ทุกครั้ง ๒ วันเต็ม ๆ พูดเพื่อลดความเชื่อถือของสถาบันเราเอง ให้ร้ายปัายสีและปฏิเสธ การเลือกตั้ง และไม่แยแสต่อเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งทําลายพรรคการเมืองให้อ่อนแอ เพื่อนสมาชิกพูดมากแล้ว รัฐบาล ไร้เสถียรภาพพูดมากแล้ว วันนี้ออกฤทธิ์ออกเดช แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ที่วุ่นวายอยู่ วันนี้เพราะอะไร เขตเดียวเรียงเบอร์เปึนรัฐบาลที่ลูกผสมเสียงปริ่มน้ํา แล้วท้ายที่สุด การเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจเขียนให้อภิปรายง่าย วันนี้ ๓-๔ เดือนเท่านั้นเองเริ่มยื่นแล้ว รัฐบาลไม่ต้องเปึนอันทําอะไร เพราะฉะนั้นตัวที่ ๒ คือมุ่งทําลาย พรรคการเมืองให้อ่อนแอ และให้รัฐบาลไร้เสถียรภาพ และประการต่อมาครับ ช่วงเวลาที่เหมาะกับ การประหัตประหารเอาให้ตายเลยสําหรับฝ์ายการเมือง การยุบพรรคประเดี๋ยวผมจะพูด ในประเด็นต่อไป การตั้งศาลพิเศษขึ้นมา การให้อํานาจฝ์ายตุลาการเข้ามายื่นกฎหมาย ตั้งศาลพิเศษขึ้นมาไต่สวนพิเศษและมีศาลชั้นเดียว นี่คือนักการเมือง บัญญัติว่านักการเมือง ถ้าหากต้องคําพิพากษาลงโทษจําคุกแม้ไม่รอลงอาญาหรือรอลงอาญาหมดสิทธิ ไปทันทีครับ ฝ์ายการเมืองเดินอยู่บนคมหอกคมดาบผมพูดไปแล้วเมื่อวาน
ประการต่อมาครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนเพื่อนอกจากทําลาย ฝ์ายการเมือง ฝ์ายประชาธิปไตยแล้วยังมุ่งที่จะกีดกันนักการเมืองออกห่างจากประชาชน กิจกรรมใดที่นักการเมืองจะทําตัวให้เปึนประโยชน์กับประชาชนเขียนมัดเข้าไว้ กันเข้าไว้ เพื่อนสมาชิกจากพรรคชาติไทยบอกแล้ว เพียงโทรศัพท์ไปถามเรื่องงบประมาณ ที่หน่วยงานราชการบอกคุณไปอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ แต่โชคดีท่านนิพิฏฐ์ เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านจะเปึนคนพิสูจน์ ดีมากครับ หนังสือที่ท่านเขียนไปหาหน่วยงาน ต่าง ๆ ยื่นเถอะจะเปึนอานิสงส์กับพวกเรามาก นี่ก็คือรัฐธรรมนูญซึ่งกันพวกเรา ออกจากประชาชน มุ่งทําลายความศรัทธา มุ่งให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อนักการเมือง และระบอบรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นที่เลวร้ายที่สุดเผด็จการมาแล้ว ก็ผ่านไป เราพอหลับหูหลับตาให้ผ่านไปได้ แต่มาแล้วจะอยู่ต่อ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้เขียนไว้เพื่อสืบทอดอํานาจ ยึดโยง มือยาว ๆ เหมือนผีอะไรไม่ทราบยื่นเข้ามา วันนี้ ยังสืบทอดอํานาจผ่านองค์กรอิสระ ผ่านสมาชิกหลาย ๆ ส่วนอยู่ได้ มาตรา ๓๐๙ ไม่ต้อง อธิบายอีก นิรโทษกรรมย้อนหลังไม่พอ ไปข้างหน้าอีก ตราบจนชั่วชีวิตของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้คณะรัฐประหารทําอะไรไม่ผิด นี่คือส่วนหนึ่งซึ่งเพื่อนสมาชิก ฝ์ายที่เห็นว่าต้องแก้ เรื่องบรรยากาศการร่างไม่ต้องพูดถึง พูดกันมากแล้ว ประชามติ ทําด้วยสภาพอะไร บีบคอให้ยกมืออธิบายกันหมดแล้ว แต่ก็มีเพื่อนสมาชิกอีกซีกหนึ่ง ซึ่งบอกว่าไม่ควรแก้ เหตุผลที่ไม่ควรแก้ส่วนใหญ่แล้วผมประมวลเปึนกลุ่มก้อน ท่านประธานที่เคารพครับ บอกว่าชอบธรรมแล้วที่ปฏิวัติ ชอบธรรมแล้วที่คณะรัฐประหาร ต้องออกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะนี่สําคัญผมอยากให้คนซึ่งอยู่ในสถาบันนิติบัญญัติ คนซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ฟังทบทวนหน่อย
ท่านสุทินมีผู้ประท้วงครับ ท่านบุญยอดเชิญ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เราก็ฟังกันด้วยความอดทนนะครับ ผมว่าผมไม่เคยได้ยินคําว่า ปฏิวัติ หรือว่ามีผู้เห็นด้วย กับการปฏิวัติในสภาแห่งนี้ตลอด ๒ วันที่ผ่านมา ขอให้ท่านพูดให้ชัดเจนเลยว่า ใครเปึนคนพูดประโยคนี้ ถ้าท่านทําอย่างนั้น ท่านเปึนการกล่าวเท็จในสภา ท่านบิดเบือน ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไม่ได้ มันไม่มีคําพูดที่เกิดขึ้นมา ขอให้ ท่านพิจารณาด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
สรุปแล้วท่านประท้วงหรือเปล่า
ท่านประธานครับ ตั้งใจฟังผม นิดหนึ่งนะครับ อาจจะดึกไปหน่อย ผมประท้วงว่าผู้ที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้กล่าวคําเท็จ ในสภา ไม่มีใครกล่าวคําว่า ปฏิวัติ หรือ เห็นด้วยกับการปฏิวัติในสภาแห่งนี้ในตลอด ๒ วัน ที่ผ่านมาขอให้ท่านผู้อภิปรายได้ชี้แจงพูดให้ชัดเจนว่าใครเปึนคนกล่าวคํานั้นครับ
เชิญท่านสุทินครับ
อภิปรายต่อนะครับท่านประธาน ที่เคารพครับ
ที่เมื่อกี้ท่านบุญยอดได้ถามประเด็นนั้นนะครับท่าน ประเด็นที่ท่านได้พูดถึงนะครับ ซึ่งท่านมีสิทธิที่จะไม่ขยายความเปึนสิทธิของท่านนะครับ ถ้าขยายความแล้วอาจจะ ก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งท่านบุญยอดก็อยากจะให้ท่านระบุประเด็นนี้ ที่จริงท่านบุญยอดครับ ฟังท่านสุทินต่ออีกสักเล็กน้อยดีไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปรายในสภา
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ คือเราอย่าเพิ่งข้ามประเด็นนี้ไปเพราะว่ามันจะเปึนที่สําคัญ ท่านผู้อภิปรายนั้นได้กล่าวสรุปนะครับว่ามีคนกล่าวคํานี้ ซึ่งผมเองก็ตั้งใจฟังอยู่นะครับ แล้วทุกคนก็ฟังอยู่ไม่มีใครกล่าวคํานี้ ถ้าไม่มีใครกล่าวคํานี้ท่านก็ต้องถอนคํานี้ออกไป
ท่านสุทินเห็นว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปรายในสภาถ้าคนฟังแล้วก็คนพูดเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกัน และการพูดมิได้กล่าวหาเจาะจงใคร ท่านก็ได้อภิปรายมีสิทธิอภิปรายเช่นเดียวกัน ใครผิดใครถูกประชาชนคนฟังตัดสิน เพื่อนสมาชิกในสภาก็จะตัดสินและเปึนเหตุผล ประกอบในการยกมือ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้บอกว่าใครเห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่ทิศทาง การอภิปรายนั้นได้ไปในทิศทางสนับสนุนเยินยอการกระทํารัฐประหาร
ท่านประธานครับ
ท่านบุญยอดครับ ที่จริงท่านสุทิน ไม่ได้ระบุใครนะครับ ซึ่งลักษณะการอภิปรายก็อย่างนี้ มาตลอดนะครับ
(นายศุภชัย ศรีหล้า ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับท่าน
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ คํากล่าวของผู้ที่กําลังอภิปรายเมื่อสักครู่บ่งชี้ได้ชัดเจนว่าพาดพิงถึง ผู้ที่อภิปรายทุกคนที่อภิปรายมา ๒ วัน ผมเปึนหนึ่งในผู้อภิปรายนั้น ผมมั่นใจว่า ในสภาแห่งนี้ยังไม่มีบุคคลดังกล่าวเช่นนั้น ไม่มีใครสรรเสริญเยินยอการปฏิวัติรัฐประหาร แม้แต่คนเดียว ผมขอให้ถอนครับท่านประธานครับ
ท่านสุทินเพื่อไม่ให้มีปัญหาท่านช่วยตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปรายมา ๒ วัน คนที่พูดหลายท่านขึ้นอภิปรายมาบอกว่ามีคนสรรเสริญเยินยอ และเห็นด้วย หาเหตุผลสนับสนุนคณะรัฐประหารพูดกันมาทั้ง ๒ วัน ไม่ใช่ผมคนแรก ท่านเป่ดเทปพิสูจน์สิครับ ก็เปึนการพูดได้เพราะไม่ได้เจาะจงใคร ถ้าไม่ใช่ท่านแล้วนี่ผมว่า ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องเดือดร้อน เพราะประชาชนคนฟังเขาจะแยกแยะได้
ครับ ฉะนั้นผมวินิจฉัยนะครับ ท่านสุทินพูดต่อเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในซีกของ เพื่อนสมาชิก
กราบเรียนท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งครับ
ท่านบุญยอดครับ ผมถือว่าผมได้วินิจฉัยนะครับ ไม่ได้พาดพิงทําให้เกิดความเสียหาย เชิญท่านสุทินต่อด้วยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในกลุ่มก้อน ของเพื่อนสมาชิกส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมประมวลได้ว่า
ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ด้วยเห็นว่า
มีคนประท้วงท่าน ท่านสมบูรณ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ต้องประท้วงและต้องให้ถอนคําพูดด้วย เนื่องจากเปึนการดูถูกสมาชิก ซึ่งอยู่ระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้นครับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งไม่มีใครสนับสนุน การปฏิวัติหรือเห็นด้วยกับการปฏิวัติหรอกครับ ผมสังเกตท่านประธานตั้งแต่ มีการพูดพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานก็ไม่ยอมให้พูดชี้แจง ขณะนี้นะครับ มีสมาชิกซึ่งพูดพาดพิงว่ามีคนอภิปรายว่าเห็นด้วยสนับสนุนกับการปฏิวัติ
ท่านสมบูรณ์ครับ ผมถือว่าผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ท่านมาประท้วงเรื่องที่ผมได้วินิจฉัยแล้ว ท่านทําผิดข้อบังคับ ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ ท่านสมบูรณ์ครับนั่งเถอะครับ จะจบแล้วครับ ถ้าจะใช้สิทธิพาดพิงผมก็นั่งฟังอยู่ตลอด เขาก็ไม่ได้ระบุหมายถึงใคร ซึ่งอาจจะเปึนใคร ก็ได้ในจํานวน ๔๐๐ กว่าท่าน ซึ่งอาจจะเปึนใครก็ได้ เพราะฉะนั้นผมฟังอยู่มันไม่ได้ ระบุหมายถึงใคร แล้วก็ไม่น่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ถ้าท่านจะประท้วงประเด็นเดิมผมคงไม่อนุญาตนะครับ เพราะผมได้วินิจฉัย ไปแล้ว ถือว่าเปึนที่สุดแล้วครับ ถ้าจะประท้วงต้องประท้วงประเด็นใหม่ เชิญครับ ต้องประเด็นใหม่นะครับ ท่านสมบูรณ์ครับ ประเด็นเดิม ผมไม่อนุญาตนะครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าท่านประธาน กําลังทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการที่จะรักษาความเปึนระเบียบเรียบร้อยในสภาแห่งนี้ คําวินิจฉัยของท่านประธาน
ท่านครับ ผมดําเนินการตามข้อ ๘ ที่ท่านประท้วงผม แต่ท่านไม่ได้ดําเนินการตามข้อ ๘ ที่ท่านประท้วงนะครับ ข้อบังคับชัดเจน ผมได้วินิจฉัยแล้วถือว่าเปึนที่สุด เพราะฉะนั้น ท่านต้องนั่งครับ เชิญท่านสมบูรณ์เชิญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้อภิปราย อภิปรายว่ามีฝ์ายหนึ่ง เห็นด้วยที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุผลเพราะอย่างนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ กับอีกฝ์ายหนึ่งซึ่งสรุปว่า อภิปรายสนับสนุนเห็นด้วย เยินยอการรัฐประหาร ท่านครับ กล่าวถึงใครละครับ ถ้าไม่กล่าวถึง ส.ส. ด้านที่เห็นว่าไม่ควรมีเหตุที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปึนการกล่าวเสียดสี แล้วก็พูดไม่ตรงกับความจริง ผมคิดว่าต้องให้ถอนในการส่งเสริม สนับสนุน เยินยอ การทํารัฐประหาร ขอให้ถอนคําพูดตรงนี้ครับ เพราะว่า ส.ส. ในห้องนี้ไม่มีใครพูด แล้วก็ไม่มีใครมีแนวคิดเช่นนี้
ครับ เพื่อให้เหตุการณ์เรียบร้อยนะครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยอีกครั้งนะครับ ให้ท่านสุทิน ระมัดระวังสักนิดครับ เพื่อการประชุมจะได้เรียบร้อยนะครับ ก็ต้องขอความกรุณานะครับ
ครับ จะพยายามระมัดระวังครับ
ถือว่าได้เตือนเปึนการวินิจฉัยเรียบร้อยแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นริศ ขํานุรักษ์ จากพัทลุงนะครับ ขอสิทธิพาดพิง และผมขอให้ท่านประธานเพียงยืนยัน ว่าอีกซีกหนึ่ง ดุลยพินิจท่านประธานคือไม่ใช่ซีกพรรคประชาธิปัตย์ที่เยินยอการปฏิวัติ ที่บอกซีกหนึ่งไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ ขอคํายืนยันแค่นั้นนะครับ
ไม่ใช่ครับ
ไม่ใช่นะครับ ขอบคุณครับ
เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านจบแล้วครับ ขอความกรุณาเถอะครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับ
ท่านสุชาติครับ
ผมประท้วงครับ ยังไม่จบ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกพรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี ผมขอประท้วงท่านประธานแล้วก็ท่านผู้ที่ ประท้วงอยู่ ทุกคนลุกขึ้นบอกท่านประธานที่เคารพ แล้วท่านประธานตัดสินไป ๒ ครั้ง ให้นั่งลง แล้วก็ไม่นั่ง แล้วก็ยังลุกขึ้นมาเถียงท่านประธานอีก เมื่อเช้านี้ผมก็พูดว่า ผมไม่เห็นด้วยกับคน
เอาละครับ ท่านสุชาติครับ มันจบแล้วครับ ขอบคุณครับ นั่งเถอะครับ เชิญท่านสุทินครับ
ท่านประธานครับ ก็จะพยายาม ระมัดระวังนะครับ แต่ว่าโดยเนื้อหาสาระนั้นผมก็คงเนื้อหาสาระ แต่คําพูดและภาษา จะพยายามระมัดระวัง ท่านประธานครับ กลุ่มซึ่งคิดว่าไม่ควรแก้ก็ได้อธิบายกันกลุ่มก้อน ฟังเหตุผลใหญ่ ๆ ก็คืออ้างอย่างนี้ครับ เพราะรัฐบาลที่แล้วมีการทุจริตคอร์รัปชันใช้คําว่า เชิงนโยบายบ้าง คอร์รัปชันอย่างมโหฬารบ้าง มีการซื้อเสียงในรัฐบาลที่แล้วบ้าง แทรกแซงองค์กรอิสระบ้าง เพราะฉะนั้นจึงเกิดการรัฐประหาร เพราะบอกว่านั่นคือต้นเหตุ ของการรัฐประหาร ต้นเหตุของการที่มาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็หมายความว่า เพราะรัฐบาลคราวที่แล้วทุจริต มีการซื้อเสียง แทรกแซงองค์กรอิสระ จึงทําให้คนเข้ามา รัฐประหาร จึงทําให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะหมายความว่าอย่างไรก็สุดแท้แต่จะไป คิดกันเอา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าเราไม่ปฏิเสธหรอกครับนักการเมือง มีทั้งคนดี คนไม่ดี เหมือนท่านผู้อาวุโสจากซีกฝ์ายค้านบอก เช่นเดียวกับทุกองค์กร มีทั้งคนดี คนไม่ดี รัฐบาลที่อยู่ในประเทศไทยมาไม่รู้กี่ชุดก็ไม่ปฏิเสธว่ามีการทุจริต ทั้งที่ศาลได้ตัดสินไปแล้วบ้างและยังไม่ตัดสิน มี ผมไม่ไปรับรองใครทั้งสิ้น แต่ผมอยากจะถาม แล้วฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะเขียนรัฐธรรมนูญดังต่อไปนี้ว่า หากตั้งโจทย์ว่า มีการทุจริต มีการแทรกแซงองค์กรอิสระจึงจะต้องคงรัฐธรรมนูญและสรุปบทศึกษาว่า ต้องมีรัฐธรรมนูญแบบป้ ๒๕๕๐ คงไว้จะแก้ได้ ระวังนะครับ เพราะท่านประธานที่เคารพครับ พิสูจน์ได้ว่าถ้าตั้งโจทย์อย่างนั้น ตั้งสมมุติฐานอย่างนั้นและเชื่อว่าการรัฐประหารและ ร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้จะแก้ได้ ถามว่ารัฐประหารแล้วแก้ทุจริตได้ไหมครับ ผมว่า เปลี่ยนคิวกันทุจริต รัฐบาลมาอยู่ป้หนึ่งเกิดอะไรขึ้นครับ ใครกล้ารับรองได้ว่าบริสุทธิ์ สะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ งบกองทัพเพิ่มขึ้น ๒๐๐-๓๐๐ เท่าหมายถึงอะไร และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้ละครับที่ผมรันทดหดหู่กับเพื่อนสมาชิกของเราซึ่งอยู่ใน สถาบันนิติบัญญัติด้วยกัน แน่นอนหากแม้นมีการทุจริตซึ่งผมไม่ได้ยอมรับว่ารัฐบาล ทุจริตนะครับ แต่รัฐบาลใดก็ตามถ้ามาตามการเลือกตั้ง ถ้าบ้านเมืองอยู่ในสภาพ เปึนประชาธิปไตยถามว่าเราไร้กลไกที่เอาผิดกับนักการเมืองเหล่านั้นหรือครับ ถึงจําเปึนจะต้องมีการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนั้นทิ้ง เรายังมีกลไกปกติอยู่ ๓ ระดับที่จะต้องตัดสินนักการเมืองที่ทุจริตและในสภาพปกติยังทํางานได้ เช่น ๑. เรามี ศาลสถิตยุติธรรม ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาทํางานเปึนปกติ เราเชื่อมั่นไหมครับ ๒. เรายังมีองค์กรอิสระ สตง. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง และ สุดท้ายที่สุดครับ ถ้าเรามาจากการเลือกตั้งและมีวิญญาณเปึนนักประชาธิปไตยปฏิเสธ ไม่ได้คือศาลประชาชน ไม่เห็นจําเปึนจะต้องใช้การปฏิวัติรัฐประหารเข้ามาแก้ไข ผมยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกจะเชื่อถือต่อศาลยุติธรรมหรือไม่ ว่าจะแก้ไขปัญหาและจับคนทุจริตทางการเมืองได้ ผมเชื่อมั่นครับ เชื่อมั่นว่าทําได้ ผมยกตัวอย่างได้ มีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านหนึ่งไม่เอ่ยนามท่าน ศาลพิพากษาถึงที่สุดจําคุกอยู่ ณ ขณะนี้ด้วยข้อหาทุจริตยามีคดีหนึ่ง ส.ป.ก. ๔-๐๑ ศาลฎีกาได้พิพากษาแล้วว่ากระทําผิดจนต้องสั่งคืน ส.ป.ก. นั้นแก่สํานักงาน ส.ป.ก. นี่แสดงว่าหากแม้นการกระทํามิดีมิชอบทุจริตระบบปกติคือศาลยุติธรรมยังทํางานได้ องค์กรอิสระ ๓ องค์กรที่พูดกันนักกันหนาว่ามีการแทรกแซง ประเดี๋ยวจะพูดในประเด็น ต่อไป ผมเชื่อว่า ๓ สถาบัน ๓ องค์กรยังทํางานได้และสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ คือศาล ประชาชน เราเชื่อมั่นไหมครับ วันนี้อย่าปฏิเสธความจริง ถ้าเราเปึนนักการเมือง เราทําดี ทําชั่ว ประชาชนจะให้คุณและโทษของเราเองจะแต่งตั้งและถอดถอนเราเองเมื่อคราวเลือกตั้ง ถ้าคนไม่เชื่อมั่นต่อการตัดสินใจของประชาชนว่า เขาเลือกเรามาเพราะได้วินิจฉัยแล้วว่า พฤติกรรมของเราชอบไม่ชอบ เห็นไหมครับคดียุบพรรคไทยรักไทย ศาลคิดว่าจะเอาให้ สิ้นซากให้ยุบพรรคนี้ไปนั่นคือเจตนาที่ต้องยุบไป ท้ายที่สุดศาลประชาชนเปึนอย่างไรครับ เลือกเข้ามาอีกไหมครับ คนกลุ่มเดิมเยอะด้วยครับ ถ้าหากบ้านเมืองเปึนประชาธิปไตย ผมคิดว่าถล่มทลาย แล้วอีกกรณีหนึ่งครับ เชื่อมั่นไหมในศาลประชาชน กรณีที่เพชรบูรณ์ ไปจับการซื้อเสียงได้เงินสดล้านกว่าบาท กกต. ตัดสินให้ใบเหลืองซึ่งทุกคนคิดว่าน่าจะ เปึนใบแดงแต่สุดท้ายกลับไปเลือกตั้งใหม่ ศาลประชาชนบอกให้ใบแดงเองเลยครับ ตกเลยครับ เพราะฉะนั้นผมยังเชื่อมั่นว่าแม้จะมีการทุจริตเกิดขึ้นในรัฐบาลใดก็ตาม ระบบปกติของเรายังทํางานได้ ไม่จําเปึนที่จะต้องเรียกหาคณะรัฐประหารมาฉีกรัฐธรรมนูญ และเรียกเข้ามาแล้วแก้อะไรได้ซ้ํากลับมาทําเสียเอง เพราะฉะนั้นประเด็นการทุจริต ประเด็นการกล่าวหาเรื่องนี้กรรมาธิการจะไปแก้ไขจะไปศึกษาไปคิดให้หนักนะครับว่า การจะแก้ไขปัญหาทุจริตนี่จะเขียนอย่างไร จะสรุปอย่างไร ถ้าสรุปว่าเราต้องเขียน รัฐธรรมนูญเป่ดทางให้มีการเข้ามาปฏิวัติรัฐประหารเพื่อปราบนักการเมืองทุจริต คิดให้ดีนะครับ ผมว่าคิดผิดนะครับ ประการต่อมารัฐบาลชุดที่แล้วแทรกแซงองค์กรอิสระ เปึนมูลเหตุ ให้ทหารปฏิวัติก็เท่ากับรับรองว่าเพราะเหตุนั้นแหละรัฐบาลที่รัฐประหารเข้ามา จึงชอบธรรม ผมไม่บอกว่าควรเยินยอแต่รับรองเหตุผลการเข้ามาทํารัฐประหาร เพราะมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ ผมไม่เสียเวลาเถียงหรอกครับ เถียงกันยาว ต้องเอาหลักฐานกันมางัดแต่ถามกลับแล้วฝากไปยังกรรมาธิการที่จะศึกษาว่า ถ้าคุณตั้งสมมุติฐานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เป่ดช่องให้นักการเมืองแทรกแซงองค์กร อิสระได้ แล้วรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะปัองกันการแทรกแซงได้ ผมถามว่ามันเปลี่ยน คนแทรกแซงไม่ใช่หรือครับ ป้ ๒๕๔๐ นักการเมืองแทรกแซง เอาละ อนุโลมว่าตามท่านไป แต่ป้ ๒๕๕๐ นี่ เปลี่ยนให้เผด็จการแทรกแซง เปลี่ยนให้อํามาตยาธิปไตยแทรกแซง แทรกแซงอย่างไรก็วันนี้สรรหาองค์กรอิสระใครสรรหาครับ ก็โยงใยไปแล้วไปถึงคน ซึ่งทํารัฐประหารทั้งนั้น เป่ดช่องให้แทรกแซงเหมือนกัน ป่ดฝ์ายนักการเมืองไม่ให้แทรก แต่เป่ดประตูบานใหญ่ฝ์ายข้าราชการ อํามาตยาธิปไตยและคนรัฐประหารแทรกแซง ต่างกันตรงไหนครับ ถ้าจะเลือกให้แทรกแซงได้ผมยังคิดว่าฝ์ายการเมืองแทรกแซงแล้ว กลับไปหาประชาชน ประชาชนลงโทษได้แต่คณะรัฐประหารและอํามาตยาธิปไตย ใครยึดโยง ใครไปให้คุณและโทษกับเขาได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะเขียนมาตรานี้ แล้วตั้งสมมุติฐานอย่างนี้คิดให้ดีนะครับก่อนจะสรุปผลการศึกษา ประเด็นต่อมาบอกว่า ในสภานี่คือผมที่เศร้าใจที่สุดเพราะสภาเปึนเผด็จการรัฐสภา การบอกว่าเปึนเผด็จการรัฐสภา ก็เท่ากับการไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนเลือกมา เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ ที่จะต้องไปศึกษาคิดให้ดีนะครับ ผมเองก็ไม่ชอบถ้ามีเผด็จการรัฐสภา หรือเผด็จการ ด้วยเสียงข้างมาก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การกล่าวหาเสียงข้างมาก การกล่าวหา เผด็จการรัฐสภา เราไปคิดแยกออกสิอันไหนเปึนมายาคติ อันไหนเปึนความจริง ผมตั้งข้อสังเกตว่าคนซึ่งโจมตีเสียส่วนใหญ่ โจมตีเผด็จการรัฐสภาส่วนมากจะเปึน เสียงส่วนน้อย จะเปึนฝ์ายพ่ายแพ้จึงหาเหตุผลมาประกอบเพื่อลดความชอบธรรม ฝ์ายเสียงข้างมาก เปึนเช่นนี้ตลอดและหาเหตุผลสนับสนุนตนเองซึ่งเปึนฝ์ายเสียงข้างน้อย ให้ระวังถ้าจะสรุปผลการศึกษาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก่อให้เกิดเผด็จการรัฐสภา และ เผด็จการรัฐสภานี่เปึนเหตุให้บ้านเมืองเปึนวิกฤติ ถ้าจะศึกษา ถ้าจะสรุปอย่างนั้น ผมขอฝากให้คิด ท่านประธานหรือกรรมาธิการต่อไปนี้ให้คิดด้วยว่าถ้ากลัวว่าเผด็จการรัฐสภานี่ หรือคนบอกว่า อันตรายกว่ารัฐประหาร หรือเรียกว่าทุนสามานย์ก็สรรหามาพูดกัน แต่ผมฝากไปคิดและตั้งเปึนสมมุติฐานด้วยว่าเสียงข้างน้อยก็อันตราย เสียงข้างน้อย ก็ทําลายระบอบประชาธิปไตยได้อันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าเสียงข้างน้อยนี่ เมื่อไม่ยอมรับเสียงข้างมากในสภาไปสมคบกับอํานาจข้างนอกมาล้มเสียงข้างมาก ในสภา อันนี้อันตรายให้ตั้งสมมุติฐานนี่แล้วก็เขียนไว้ด้วย
อันต่อมาซื้อเสียง พูดประหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําให้รัฐบาลและ สภาคราวที่แล้วซื้อเสียงมากจึงชอบธรรมที่ต้องรัฐประหาร และคณะรัฐประหารชอบธรรม ที่จะต้องเขียนรัฐธรรมนูญออกมาปัองกัน จริงหรือเปล่าครับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แก้ไขปัญหาการซื้อเสียงได้ ผมคิดว่าหนักกว่าเดิมนะครับ และการซื้อเสียงนี่ฝ์ายอื่น กล่าวหาเรามามาก ฝ์ายที่จะลดความชอบธรรมของสภาโขกสับเรามาตลอด ลดความเชื่อถือ เรามาตลอด ผมก็รับได้ แต่เสียใจนะครับที่เรามาจากการเลือกตั้งด้วยกัน เราพูดถึงเรื่องนี้ กล่าวหาการซื้อเสียงด้วยความเลื่อนลอย ส่วนมากจะเหมากัน และผมฝากกรรมาธิการ ถ้าจะไปศึกษา ถ้าจะสรุปว่ารัฐธรรมนูญจําเปึนต้องเขียนเหมือนป้ ๒๕๕๐ เพื่อจะปัองกัน การซื้อเสียง ผมฝากให้คิดให้ระแวดระวังว่าการกล่าวหาว่าคนอื่นซื้อเสียงมักจะเกิดจาก คนแพ้เลือกตั้ง บางครั้งไปซื้อด้วยกันแต่ประชาชนเลือกคนหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ซื้อด้วยกันแต่เมื่อ แพ้กลับไปกล่าวหาเขาว่าเขาซื้อทั้ง ๆ ที่ไปซื้อด้วยกัน ซึ่งไม่รู้จะเปึนใครไม่ได้ระบุ แต่เมื่อ แพ้ก็ไปชี้หน้าเขาว่าคุณซื้อเสียง ความเปึนจริงก็คือซื้อแล้วประชาชนรับเงินทั้ง ๒ ฝ์าย แต่เขาไม่เลือกตัวเอง ไม่ต้องวิตกว่าคนจะไปกล่าวหาว่าพูดเรื่องซื้อเสียงบ่อยจนเปึน แผ่นเสียงตกร่อง ไม่ต้องวิตกครับ เพราะการกล่าวหาว่าคนอื่นซื้อเสียงนี่ไม่ตกร่องหรอกครับ แต่พูดบ่อย ปริมาณการพูดว่าซื้อเสียงจะสัมพันธ์กับปริมาณจํานวนครั้งที่พ่ายแพ้ แพ้บ่อย ก็พูดบ่อย แพ้น้อยก็พูดน้อย แต่ถ้าชนะจะเงียบ เพราะฉะนั้นการตั้งสมมุติฐานว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แก้ปัญหาการซื้อเสียงได้ให้คิดดี ๆ นะครับกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมา การยุบพรรค แก้มาตรา ๒๓๗ แล้ว เท่ากับว่าจะปล่อยให้คนซื้อเสียงเปึนอิสระเลยหรือ ถ้าเราไม่เอามาตรา ๒๓๗ ไม่มี การยุบพรรคก็แสดงว่าเราเป่ดเสรีให้มีการซื้อเสียงไม่ใช่หรอกครับ ฝากกรรมาธิการด้วย กฎหมายที่เอาผิดกับคนซื้อเสียงแม้ไม่ยุบพรรคมีอยู่มากเอกอุแหละครับ จะล้มจะตาย อยู่แล้วครับ ๑. ถูกตัดสิทธิทางการเมือง นี่คือโทษทางการเมือง ๕ ป้ ๑๐ ป้ว่ากันไป ยังไม่รวมทั้งโทษทางสังคมที่ประชาชนจะประณามหยามเหยียด ๒. ผิดกฎหมายอาญา มีคนติดคุก ๓. รับผิดชอบทางแพ่ง การเลือกตั้งครั้งหน้าใช้ทุนเท่าไรจะต้องไปชดใช้ ผมว่ามันไม่หนักพอแล้วหรือครับสําหรับจะลงโทษคนซื้อเสียง จําเปึนที่จะต้องไปยุบเขา หรือเปล่าครับ และพูดแล้วว่าในแง่กฎหมายไม่ชอบธรรม และในแง่ข้อเท็จจริง มีประเทศใดในโลกเขาทํา เพราะฉะนั้นถ้าแก้ประเด็นนี้แล้วผมยืนยันว่าแม้ไม่มีการยุบพรรค แต่มีบทบัญญัติของกฎหมายรุนแรงพอที่จะจัดการกับคนซื้อเสียง แต่ผมก็ยังไม่เชื่อ อยู่ดีแหละครับมาตรการทางกฎหมาย ผมยังเชื่อว่ามาตรการจิตสํานึก การสร้างนโยบายที่ดี และรัฐบาลและพรรคการเมืองใดพูดแล้วทําตามนโยบายแล้วให้ประชาชนเขาเห็นจริงว่า นโยบายที่ดีสัมผัสได้เปึนประโยชน์กับเขา ผมเชื่อว่าแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้
ท่านประธานครับ ประเด็นต่อมาที่พูดกันมากก็คือเรื่องการเมืองภาคประชาชน การมีส่วนร่วมของประชาชน การเมืองภาคพลเมือง อันนี้ผมต้องพูดท่านประธานที่เคารพครับ เพราะบ้านเมืองต่อไปนี้เกิดวิกฤติวันนี้ด้วยอ้างการเมืองภาคประชาชน และต่อไปถ้าอ้างอย่างนี้ ไปเรื่อย ๆ ใครให้หลักประกันได้ว่าวันนี้อ้างภาคประชาชนล้มรัฐบาลท่านสมัคร แต่ประทานโทษครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ครั้งหน้าถ้าเกิดท่านอภิสิทธิ์ได้เปึนายกรัฐมนตรี ใครรับประกันได้ว่าจะไม่มีซีกอื่นขึ้นมาอ้างการเมืองภาคพลเมืองสร้างความวุ่นวาย เพราะนี่คือการสร้างวัฒนธรรมที่ผิด ผมถึงได้ขออนุญาตบอกกรรมาธิการที่จะศึกษา ต่อไปนี้ครับ ให้ไปเชิญนักวิชาการมาร่วมในกรรมาธิการมาก ๆ ช่วยตีความและบัญญัติ ให้คํานิยามกับคําว่า การเมืองภาคประชาชน ให้ดีสิ ผมได้ศึกษาเรื่องนี้มามาก เมื่อคราวสอนหนังสือ และได้ไปศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศซึ่งเปึนประชาธิปไตยว่า การเมืองภาคพลเมืองของเขาคืออะไร ท่านประธานครับ อันตรายมากเรื่องนี้ นักวิชาการที่จะเชิญมาร่วมคณะกรรมาธิการให้เขาตีความแล้วก็ให้เขาให้นิยามว่า การเมืองภาคประชาชน หรือการเมืองภาคพลเมืองต่างกับการเมืองในสภาอย่างไร ซึ่งศัพท์รัฐศาสตร์มันบอกอยู่แล้ว ของเรานี่เขาเรียกว่า การเมืองระบบตัวแทน เรพพรีเซนเททีฟ เดโมเครซี (Representative democracy) แต่ภาคประชาชนเรียกว่า ไดเร็คท์ เดโมเครซี (Direct democracy) มีแต่นักวิชาการเหล่านั้นบางคนไม่ตีความ ผมถามว่าการเมืองภาคประชาชน ที่อ้างต่างจากการเมืองซึ่งเราเลือกอย่างไร ถามว่าเรามานั่งอยู่ที่นี่ประชาชนมีส่วนร่วมไหม เทวดา หรือมนุษย์ต่างดาวเลือกเรามานี่ ถ้าประชาชนเลือกเรามาถามว่าเขามีส่วนร่วมไหม ถ้าร่วมแล้ว ๔ ป้ ท่านครบวาระเขาต้องไปถอดเรา ถามว่ามีส่วนร่วมไหม ถ้านี่ก็คือ การเมืองภาคประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกเรามาและถอดถอนเรามา แล้วหน้าที่ ของการเมืองภาคประชาชนคืออะไร คือไปเดินขบวนอยู่ข้างถนน อยู่สวนสาธารณะ แล้วถามว่าใครจะให้คําจํากัดความและนิยามขีดเส้นแบ่งได้ว่าการเมืองภาคประชาชน กับการเมืองเชิงระบบมันจะต้องทํางานสอดสัมพันธ์กันอย่างไร ใครอยู่เส้นไหน ใครอยู่ เส้นใด ถ้าหากว่าไม่มีการตีความชัดเจนแล้วแบ่งเส้นไม่ชัดเจน วุ่นวายครับ ผมได้ศึกษา เหมือนกันท่านประธาน ที่ต้องพูดเรื่องนี้เพราะคําว่า การเมืองภาคประชาชน และการมี ส่วนร่วมบัญญัติในรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าจะศึกษาจะตีความและหาข้อสรุปต้องฟังทางนี้ ด้วยครับ การเมืองภาคประชาชนในประเทศซึ่งเขาเปึนประชาธิปไตย ผมยกตัวอย่าง จะเปึนการต่อสู้ในความเปึนประชาชนอันบริสุทธิ์ด้วยวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง ของเขา ล่าสุดที่เกาหลีใต้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านการนําเข้าเนื้อโคซึ่งรัฐบาลละเลย แล้วไม่มีนักการเมืองไปแทรกเขานะครับ เปึนประชาชนบริสุทธิ์จริง ๆ ที่เขาต้องลุกขึ้นมา เพราะนโยบายรัฐบาลตกหล่นไม่ได้ดูแลเขา เขาก็ขึ้นมาเรียกร้อง ที่ประเทศไทยก็มีครับ การเมืองภาคประชาชนที่แท้จริงพี่น้องชาวบ้านกูดต่อต้านท่อแก๊ส เหล่านั้นละครับ คือการเมืองภาคประชาชน แต่การเมืองภาคประชาชนที่เราอ้างวันนี้แยกกันอย่างไรครับ วันนี้ประชุมอยู่สภาแล้วก็ไปขึ้นเวทีหนึ่งแล้วขณะนี้ก็อยู่ที่นั่นด้วย ขนาดประชุมสภาอยู่นี่ ไปอยู่ที่นั่นด้วย แล้วคนสอบตกสอบได้เฮโลขึ้นที่นั่นหมด การเมืองภาคพลเมืองกับ การเมืองในสภาต่างกันตรงไหนครับ เพราะฉะนั้นต้องไปศึกษาครับ คณะกรรมาธิการ และบัญญัติเสียในรัฐธรรมนูญจะเขียนไว้ในมาตราใด หรือจะเปึนข้อสังเกตตาม รัฐธรรมนูญว่า ท้ายรัฐธรรมนูญว่าการเมืองภาคประชาชนหรือการมีส่วนร่วมต่อไปนี้ มิได้หมายความว่าจะเปึนการเมืองที่ป่ดถนนได้ ละเมิดกฎหมายได้ หรือเปึนการเมือง ที่เลือกตั้งมาแล้ว ๓ เดือน ก็ล้มระบบการเลือกตั้งมา อันนี้สําคัญครับ ต้องไปศึกษาและ หาข้อสรุปให้ดี ไม่เช่นนั้นวัฒนธรรมตัวนี้ การอ้างผิด ๆ และการเอาการเมืองภาคพลเมือง มาเปึนเครื่องมือกับการเมืองในสภาวุ่นไม่จบ
สิ่งต่อไปซึ่งก็พูดถึงกันมากเหมือนกันท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือเรื่องที่บอกว่าวันนี้วิกฤติคือรัฐธรรมนูญเปึนวิกฤติ ท่านประธานครับ ท่านพิจารณา ด้วยความเปึนธรรมสิครับว่าจริงหรือเปล่า หรือถูกเอารัฐธรรมนูญไปอ้าง เพราะเหตุผลอื่น ถ้าจริงวันนี้ถ้าเรายุติแก้ไขรัฐธรรมนูญเราทําตามทุกอย่างจะไม่ประชามติ จะเข้าสู่สภา แล้วทําไมไม่ดู พูดแล้วและที่ชัดเจนที่สุดวันนี้ก็คือข้อเรียกร้องที่ชัดเจนคือให้รัฐบาล ลาออกหรือยุบสภา
ท่านประธานครับ
มีผู้ประท้วงครับ ท่านชินวรณ์เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ในกรณีของการอภิปรายที่วกวน ซ้ําประเด็น และที่สําคัญ ในขณะนี้เปึนการอภิปรายที่ใช้สิทธิในการสรุปหรือเรียกว่าอภิปรายสรุปครับ ผมคิดว่า ท่านประธานควรจะได้ให้แนวทางแล้วก็ตักเตือนผู้ที่กําลังอภิปราย เพราะท่านไม่มีหน้าที่ ที่จะไปตอบคําถามผู้อภิปรายรายอื่นเหมือนกับจงใจที่จะแสดงความเปึนภูมิรู้ หรือแสดงความจงใจที่จะทําความเข้าใจกับบุคคลอื่นซึ่งต่างคนต่างก็นั่งฟังอยู่ในสภาแล้ว แต่ว่าเขาควรที่จะสรุปประเด็นต่อญัตติที่เจ้าตัวเปึนผู้เสนอครับ ผมจึงถือว่าจะเปึนสิทธิ ในการอภิปรายสรุปครับ มิฉะนั้นก็จะใช้เวลาของสภานี้ไปโดยไม่สมเหตุสมผลนะครับ ขอให้ท่านประธานได้วางบรรทัดฐานในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุทินครับ ท่านใช้สิทธิอภิปรายสรุปเถอะครับ ให้กระชับลงหน่อยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านอภิปรายสรุป ๒-๓ ท่าน ก่อนหน้าผมก็ได้อภิปรายในทํานองเดียวกัน แต่ไม่เปึนไรครับ ผมจะพยายามรวบรวมเอาความคิดเห็นในสภา ผมถึงบอกว่าจะเสนอเพื่อให้ เปึนประโยชน์แล้วก็จะใช้เวลากระชับที่สุด ท่านประธานครับ จริงหรือเปล่าว่ารัฐธรรมนูญ วันนี้เปึนวิกฤติ ถ้าบอกว่าเปึนวิกฤติผู้ต้องหาก็โยนมาที่เรา เขาบอกไม่ใช่หรือครับว่า วันนี้แม้จะหยุดแก้รัฐธรรมนูญแล้วก็ไม่หยุด ถ้ารัฐบาลไม่ลาออก หรือยุบสภา
เชิญครับ
ผมกราบเรียนท่านประธาน นิดหนึ่งครับ เมื่อกี้ผู้อภิปรายไม่ได้ฟังคําวินิจฉัยของท่านประธานนะครับ ผมคิดว่าผู้สรุปญัตติ ในญัตติใดญัตติหนึ่งนั้นควรที่จะได้สรุปต่อประเด็นญัตติในคณะของตัวเองพูดนะครับ ไม่ใช่ไปรวบรวมความคิดเห็นของสภาแล้วมาตอบคําถาม ผมคิดว่าถ้าเปึนอย่างนี้ ถ้าเรามีหลายญัตตินี่ผมคิดว่าต้องใช้เวลาไปมากพอสมควรนะครับ ท่านประธาน ควรจะได้กรุณาใช้ข้อบังคับที่กําหนดไว้ด้วยครับ
ท่านสุทินครับ บางทีผมก็พยายามอะลุ่มอล่วยอนุโลมนะครับ ถ้าไม่มีใครประท้วง แต่ตอนนี้มีคนประท้วงแล้ว แล้วมันต้องโดยข้อบังคับนะครับ ท่านมีสิทธิอภิปรายสรุป ในญัตติที่ท่านเสนอไม่เกี่ยวกับญัตติอื่น สรุปเฉพาะในประเด็นญัตติที่ตัวเองเสนอนะครับ
ครับ ก็คิดว่าอยู่ในญัตติของคนเสนอ ถ้าหากว่าเอาตามที่ท่านวินิจฉัยหรือเพื่อนสมาชิกประท้วง ผมยืนขึ้นแล้วก็อ่านจบ ในวินาทีเดียวตามหน้ากระดาษ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็กําลังจะสรุปแล้วละครับ ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายจนสรุปเองว่า สรุปแล้วที่ผ่านมารัฐธรรมนูญไม่ผิด แต่คนผิด รัฐธรรมนูญยังทํางานของมันได้ แต่คนเท่านั้นที่เปึนปัญหา นี่ถ้าตั้งสมมุติฐาน ไม่สับสนในตัวเองก็แสดงว่าถ้าเช่นนั้นทําไมไม่เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ใช้ต่อละครับ แล้วเขียนขึ้นมาใหม่ทําไม ป้ ๒๕๔๐ ถ้าไม่ผิดเพราะคนผิด ถ้าคนผิดแก้ที่คนครับ ระบบผิดแก้ที่ระบบ รัฐธรรมนูญผิดแก้ที่รัฐธรรมนูญ ผมถึงบอกว่าเอาป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ท่านประธานครับ ในที่สุดแล้วกระผมเชื่อว่าความเห็นที่กระผมเสนอวันนี้ได้รวบรวม ทั้งฝ์ายที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นจะได้นําไปประกอบการพิจารณา
ประเด็นสุดท้ายที่กล่าวหาคนเสนอญัตติซึ่งผมได้เสนอชัดเจนว่าจะต้องแก้ บอกว่าแก้เพื่อคนคนหนึ่งคนเดียว ตลอด ๒ วัน ผมยังไม่เห็นท่านผู้ใดได้ชี้ให้ที่สภานี้ เห็นชัดเจนว่าประเด็นใดถ้าแก้แล้วจะทําให้คนนั้นได้ประโยชน์ เห็นมีอยู่ประเด็นเดียว บอกว่า มาตรา ๓๐๙ ถ้าแก้แล้วจะทําให้ คตส. หมดอายุ มันหมดไปแล้วครับ จะหมดวันหน้า หรือแม้ไม่หมด ผมอภิปรายแล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ตั้งข้อสังเกตให้ศาลรัฐธรรมนูญไปตีความแล้วว่า คุณต่ออายุมาชอบไหม และบรรดาความผิด บรรดาข้อกล่าวหาทั้งหลายได้ขึ้นสู่ การพิพากษาของศาล ขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แม้แก้รัฐธรรมนูญก็ไปดึงมันออกมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมไม่อยากให้สังคมของเราได้ฟังตามกันไปแล้วด้วยการสร้างกระแส แล้วเชื่อด้วยการไม่ได้คิดและไม่ได้ใช้ปัญญา ท่านประธานที่เคารพครับ แก้เมื่อไร ทําไม ถึงแก้ช่วงนี้ก็เปึนญัตติแล้วผมอภิปรายสนับสนุนไปวันก่อน แล้วเพื่อนสมาชิกก็พูดถึง ผมขออนุญาตสรุปนิดหนึ่งว่า เราก็ได้ยืนยันชัดเจนมาตลอดว่าเราจะแก้ตั้งแต่ตอนร่าง ตอนหาเสียงก็ยืนยันมาตลอด แล้ววันนี้หลายคนก็บอกว่า ก็รัฐบาลพูดเองว่า ๓ เดือน ก่อนหมดวาระจะแก้ตามข้อเท็จจริงวันนี้ใครรับประกันได้ว่าจะหมดวาระเมื่อไร เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านทานข้าวอยู่กับผมยังบ่นเลยว่า อีก ๒-๓ วันจะหมด ตกใจนี่ บางคนก็บอกว่าทําไมไม่รอให้คดีอดีตนายกรัฐมนตรีจบก่อน ผมถามว่า ๔ ป้ถ้าเราอยู่เต็มนี่ มั่นใจหรือครับว่าคดีท่านนายกรัฐมนตรีจะจบแล้วเราจะได้แก้ ถ้าเช่นนั้นเราไปสัญญา กับประชาชนว่าเข้ามาเราจะแก้ และก่อนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็บอกว่าก็รับไปก่อน แล้วสภาครั้งหน้าเข้ามาจะแก้ มีโอกาสหรือครับ เพราะฉะนั้นวันนี้แม้มีเวลาเพียงน้อยนิด เราก็ริเริ่มทําไป ส่วนรัฐบาลก็บริหารบ้านเมืองไป เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่หลายคนกล่าวอ้าง ว่าช่วงนี้ไม่เหมาะ เพราะกําลังเกิดความแตกแยก ถามจริง ๆ นะครับท่านประธานครับ แยกแยะออกนะครับว่าถ้าการเรียกร้องที่เกิดอยู่วันนี้แถวสะพานมัฆวานรังสรรค์ แถวข้างนอก เรียกว่าถ้าเปึนทางเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่า อุปสงค์ คือความต้องการ อย่างนี้เขาเรียก อุปสงค์เทียมครับ สร้างขึ้นมา อุปสงค์เทียมสร้างขึ้นมาเราก็แยกแยะออก และมั่นใจ ได้อย่างไรว่าอีก ๔ ป้ไปแก้แล้วคนเหล่านี้จะไม่ขึ้นมาค้านอีก อุปสงค์เทียมจะไม่เกิดขึ้นอีก ทําไมผมถึงบอกว่าอุปสงค์เทียม ก่อน ๑๔ กันยายน คนยังงงครับ พอจบแล้วต่อจิ๊กซอว์ เห็นภาพหมดว่าตัวละครใครเปึนคนอยู่ตรงไหน ใครเปึนคนเชิด จบเห็นชัดเจน เพราะฉะนั้นเราเมื่อมีปัญญาแล้วเราจะไปเชื่อหรือเราจะไปเสียเวลากับสิ่งซึ่งมันเปึน อุปสงค์เทียม ป์วยการครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมถึงกราบเรียนฝากไปยังเพื่อนสมาชิก ทุกท่านไม่ว่าฝ์ายใด รัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งทําลายสถาบันนิติบัญญัติ ผมอยากให้พวกเรา ได้ตระหนักข้อนี้ ๒ วันก่อนผมได้เห็นอํานาจอีกอํานาจหนึ่งเข้ามาบุกถึงสภาแล้วยื่นกฎหมาย แล้วกฎหมายนั้นเปึนกฎหมายยื่นดาบให้พวกเรารับดาบเพื่อจะปาดคอตัวเองด้วย ผมถึงได้คิด และบอกครับท่านประธานครับ เราจะดีจะชั่ว เราจะต่อล้อต่อเถียงกันบ้าง แต่ท้ายที่สุด เราจะไม่เอาสถาบันเราไว้หรือครับ เราจะปล่อยให้คนอื่นเข้ามาแล้วตัดทอนบ่อนทําลาย ให้สถาบันของเราไร้ซึ่งขีดความสามารถจะช่วยเหลือประชาชนหรือครับ ผมไม่ได้เรียกร้อง ศักดิ์ศรีอย่างไร้เหตุผล แต่เรียกร้องศักยภาพของเราเพื่อจะทํางานให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นการใดที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ขอวิงวอนว่า เราได้ทําร่วมกันเถอะครับ มิติหนึ่งคือเพื่อปกปัองศักดิ์ศรีของรัฐสภา ของสภานิติบัญญัติ ของฝ์ายนิติบัญญัติ มิติหนึ่งเราก็ทําเพื่อจะเปึนเครื่องมือให้กับพวกเราได้รับใช้ประชาชน ต่อไป ประชาธิปไตยผมเชื่อว่าต่อไปนี้จะต้องสร้างให้เกิดวัฒนธรรมอยู่ ๓ อย่าง และวันนี้ ถูกท้าทายและจะทําลายลงแล้วในวันนี้ พรุ่งนี้ วัฒนธรรมอย่างที่หนึ่งซึ่งจะต้องขอวิงวอน เพื่อนสมาชิก หากแม้นเรามีเวลายืนอยู่ตรงนี้ควรช่วยกันทําก็คือ วัฒนธรรมยอมรับ การเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งนอกเหนือจากตัวของมันเองจะเปึนการคัดคนเข้าสู่ ตําแหน่งและถอดถอนคนแล้ว คุณค่าของการเลือกตั้ง
ประการที่ ๑ ในเชิงวิชาการก็คือเปึนการหาข้อยุติ เปึนการแก้ปัญหา ความขัดแย้งทางสังคม
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ จะจบแล้วครับ ร่วมกันสร้างวัฒนธรรม เคารพกฎหมาย และทําลายกฎหมู่ที่มาอยู่เหนือกฎหมาย
ประการสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐสภาหรือสภา หรือพวกเรา ๔๘๐ ชีวิตที่มาอยู่ที่นี่ หากมาด้วยเราติงกันว่ากลไกคัดเลือกเรามามันบกพร่อง มันมีการซื้อเสียง มีการทุจริต ผมคิดว่าเรามาช่วยกันปรับปรุงแก้ไขดีกว่าปล่อยให้ คนซึ่งเข้ามาไม่ผ่านการเลือกตั้ง การเลือกตั้งแม้จะมีข้อด่างพร้อยบ้าง ผมยังว่ามีคุณค่า มากกว่าคนที่ไม่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาใช้อํานาจรัฐ เพราะฉะนั้นผมจึงหวังใจว่า ญัตติของผมและเพื่อนสมาชิกจะได้ผ่านความเห็นชอบให้ตั้ง และคณะกรรมาธิการ จะศึกษาไปด้วยความเปึนธรรม ให้เกิดความเที่ยงตรงและเกิดความน่าเชื่อถือ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและคนไทยทั้งประเทศ ขอขอบพระคุณครับ
ครับ ขออนุญาตขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกข้างนอกด้วยนะครับ เชิญครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติผมขออนุญาต ตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อไม่ให้มีปัญหาครับ เชิญใช้สิทธิแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
ป่ดการแสดงตนครับ ผู้เข้าประชุม ๓๐๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ ผมขออนุญาตขอถามมติในที่ประชุมจะเห็นด้วยกับญัตติ ทั้ง ๗ ญัตติที่ให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเห็นด้วยหรือไม่ เชิญใช้สิทธิได้เลย
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ขออนุญาตป่ดการลงคะแนนครับ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ ผู้เข้าประชุม ๓๐๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ
ขอเชิญเสนอจํานวนกรรมาธิการครับ ท่านสามารถเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชน เสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๔๔ ท่านครับ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่น ท่านศิริโชคเชิญครับ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการ ๖๐ ท่าน ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากจะให้มีคนนอก มาร่วมมาก ๆ ขอผู้รับรองครับ
เสนอเท่าไรนะครับ ๖๐ คนนะครับ ขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เชิญสมาชิกข้างนอกครับ ลงมติอีกรอบครับ เชิญครับ ถามมติเลยนะครับ ถ้าเห็นด้วย กับการตั้งคณะกรรมาธิการ ๔๔ ท่าน กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับ ๖๐ ท่าน ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
เชิญครับเจ้าหน้าที่ ป่ดการลงคะแนนแล้วครับ ผู้เข้าประชุม ๒๘๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๐๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติ ๔๔ ท่านนะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชูศักด์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของรัฐบาลขออนุญาตสละสิทธิครับท่านประธาน
คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๔๔ ท่าน รัฐบาลสละสิทธิครับ ก็จะเปึนสัดส่วน ของพรรคพลังประชาชน ๒๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชาชน ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชาชน จํานวน ๒๑ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. ศาสตราจารย์กระมล ทองธรรมชาติ ๒. นายปัญญา ถนอมรอด ๓. นายจุมพล ณ สงขลา ๔.นายโคทม อารียา ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ๖. นายวิทยา ทรงคํา ๗. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๘. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๙. นายประชา ประสพดี ๑๐. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๑๑. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ๑๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๓. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๔. นายวิเชียร ขาวขํา ๑๕. นายจุมพฏ บุญใหญ่ ๑๖. นายสงวน พงษ์มณี ๑๗. นายสามารถ แก้วมีชัย ๑๘. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๑๙. นายสุทิน คลังแสง ๒๐. นายสุนัย จุลพงศธร และ ๒๑. นายอํานวย คลังผา ขอผู้รับรองค่ะ
ผู้รับรองถูกต้อง พรรคประชาธิปัตย์ ๑๕ ท่าน เชิญท่านบุญยอดครับ
ท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๕ ท่านดังนี้ ๑. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๒. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๓. นายวิทยา แก้วภราดัย ๔. นายพิเชฐ พัฒนโชติ ๕. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ๖. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ๗. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๘. นายทิวา เงินยวง ๙. นายทศพล เพ็งส้ม ๑๐. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๑๑. รองศาสตราจารย์ปกรณ์ ปรียากร ๑๒. นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ๑๓. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๑๔. นายวีระชัย คล้ายทอง และ ๑๕. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้อง พรรคชาติไทย ๓ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทย จังหวัดนครสวรรค์ ขอเสนอ คณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยในเรื่องการศึกษารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ๑. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๒. นายนิกร จํานง ๓. นายอรรคพล สรสุชาติ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ พรรคเพื่อแผ่นดิน ส.ส. แบบสัดส่วน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอ ท่านไชยยศ จิรเมธากร และ ส.ส. ปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องครับ พรรคมัชฌิมาธิปไตยครับ ๑ ท่านครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคมัชฌิมาธิปไตย ชัยนาท ขอเสนอ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในสัดส่วนของพรรคคือ นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๑ ท่านครับ เชิญครับ
ขออนุญาตค่ะ ต่อให้พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ พรรคประชาราช ๑ ท่านครับ
และในส่วนของพรรคประชาราชนะคะ ท่านสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการจํานวน ๔๔ ท่านครับ ๑. ศาสตราจารย์กระมล ทองธรรมชาติ ๒. นายปัญญา ถนอมรอด ๓. นายจุมพล ณ สงขลา ๔. นายโคทม อารียา ๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ๖. นายวิทยา ทรงคํา ๗. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ๘. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ๙. นายประชา ประสพดี ๑๐. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๑๑. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ๑๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๓. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๔. นายวิเชียร ขาวขํา ๑๕. นายจุมพฏ บุญใหญ่ ๑๖. นายสงวน พงษ์มณี ๑๗. นายสามารถ แก้วมีชัย ๑๘. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๑๙. นายสุทิน คลังแสง ๒๐. นายสุนัย จุลพงศธร ๒๑. นายอํานวย คลังผา ๒๒. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๒๓. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ๒๔. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๕. นายพิเชฐ พัฒนโชติ ๒๖. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ๒๗. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ๒๘. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๙. นายทิวา เงินยวง ๓๐. นายทศพล เพ็งส้ม ๓๑. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๓๒. รองศาสตราจารย์ปกรณ์ ปรียากร ๓๓. นายเจิมศักดิ์ ป่ืนทอง ๓๔. รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ๓๕. นายวีระชัย คล้ายทอง ๓๖. นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ๓๗. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๓๘. นายนิกร จํานง ๓๙. นายอรรคพล สรสุชาติ ๔๐. นายไชยยศ จิรเมธากร ๔๑. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ๔๒. นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี ๔๓. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ๔๔. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์
ขอเวลาพิจารณาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชนครับ ขอเสนอเวลาพิจารณา ๖๐ วันครับ ขอผู้รับรองครับ
๖๐ วันนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่น
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถือว่าที่ประชุมมีมติ ๖๐ วันครับ สมควรแก่เวลาครับ ญัตติเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ขอเปึนสัปดาห์ถัดไปครับ ป่ดประชุมครับ