สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑

นริศ ขํานุรักษ์ เสนอญัตติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะบทบัญญัติว่าด้วยการลงนามในสนธิสัญญาอนุสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ไปผูกพันกับต่างประเทศ โดยขอให้มีการศึกษาวิธีการดำเนินการให้ชัดเจน โดยเฉพาะมาตรา 67 และ 56 ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีโอกาสได้ใช้และก็ได้ ศึกษารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ป้ ๒๕๕๐ พบว่าในบางบทบัญญัตินั้นควรคงเอาไว้ อย่างยิ่ง แล้วก็ในบางบทบัญญัตินั้นควรยกเลิกจริง ๆ แล้วก็บางบทบัญญัตินั้นควรจะมี การแก้ไขเพิ่มเติม จากความเห็น ๓ ประการ ผมจึงตกลงใจที่จะยื่นญัตติเพื่อให้สภาได้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษาการใช้และการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยผมจะเรียนกับท่านประธานว่ามีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบางบทบัญญัติที่ผมเห็นว่า มีปัญหามาโดยตลอด และมีการเรียกร้องให้มีการแก้รัฐธรรมนูญในบทบัญญัตินี้คือ บทบัญญัติว่าด้วยการลงนามในสนธิสัญญา อนุสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยได้ไปผูกพันกับต่างประเทศไว้ ซึ่งมีปัญหามาโดยตลอด รวมทั้งมีปัญหา มาจนถึงวันนี้ ปัจจุบันนี้ครับ ความตกลงระหว่างประเทศถูกระบุไว้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑ โดยรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑) เขียนไว้ว่า การเจรจาการเมืองกับต่างประเทศทุกเรื่องต้องเปึน หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร คือทุกเรื่องต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับหลัง ๆ มาจนมาถึงป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนดให้ต้องผ่านสภาเพียงบางเรื่อง และบางเรื่อง ไม่ต้องผ่านสภาเลยนะครับ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ขออนุญาตย้อนกลับไปนิดเดียวครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญกําหนดว่า บทบัญญัติข้อตกลงที่ต้องผ่านสภานั้นต้องเปึน ข้อตกลงด้านสันติภาพ การสงบศึก สัญญาที่มีบทให้เปลี่ยนแปลงอาณาเขต เขตอํานาจรัฐ และต้องออกเปึนพระราชบัญญัติเพื่อให้เปึนไปตามข้อตกลงเท่านั้นครับ นอกนั้น ไม่ต้อง จึงทําให้ประเทศไทยพบปัญหาจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะว่า ประเทศไทยได้ไปตกลงช่วยเหลือประเทศสหรัฐอเมริกาทําสงครามกับประเทศอิรัก และ อัฟกานิสถาน ประเทศไทยได้ไปลงนามเอฟทีเอ (FTA) กับหลายประเทศ กระทบการลงทุน กระทบการค้า และประเทศไทยได้ไปลงนามทางด้านสิ่งแวดล้อมไว้หลายฉบับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จึงได้สรุปบทเรียนความบกพร่อง ความผิดพลาด ความเสียหาย จากการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จึงเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแต่เรื่องการสงบศึก เรื่องสันติภาพ เรื่องสัญญาที่ให้เปลี่ยนแปลงอาณาเขต เขตอํานาจรัฐ และต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้เปึนไปตามสนธิสัญญาเท่านั้น แต่เพิ่มเติมว่า ถ้าหากมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศต้องผ่านรัฐสภาด้วย จากบทบัญญัติดังกล่าว มีความเห็น มีข้อเรียกร้องจากหลายฝ์าย โดยเฉพาะฝ์ายรัฐบาลว่า ขอให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวนี้ครับ มาตรา ๑๙๐ ออก เพราะให้เหตุผลว่ารัฐบาลทํางานยาก ให้เหตุผลว่าความลับของข้อตกลงทําให้คู่สัญญาทราบก่อน ทําให้เกิดความเสียหาย แต่ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า ถ้ารัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลใด ๆ ถ้าทํางาน ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เห็นแก่นอกแก่ใน บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในการใช้ เพราะนอกจากต้องผ่าน สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก่อนเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดให้มีขั้นตอนว่า ต้องให้ข้อมูลและจัดการรับฟังความเห็นจากประชาชน ๒. ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานี้ และ ครม. ต้องเสนอกรอบการเจรจาด้วย ๓. ครม. ต้องให้ประชาชนเข้าถึง รายละเอียดของสัญญาด้วย และกรณีที่มีปัญหาให้ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้วินิจฉัยชี้ขาด ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมจึงมีข้อเสนอในเรื่องการลงนามระหว่างประเทศ ในมาตรา ๑๙๐ หากมีการศึกษาในรัฐธรรมนูญใหม่ ขอให้ ๑. ขอให้ศึกษาเพิ่มเติมว่า การคงมาตรา ๑๙๐ ไว้ต่อไปนี้จะมีปัญหา จะเปึนผลดี จะเปึนผลเสียมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ๒. ผมอยากให้มีการศึกษาเพิ่มเติมว่า นอกจากผลกระทบทางด้านความมั่นคง ด้านการค้าที่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วนี้ข้อตกลงด้านอื่นซึ่งมีความจําเปึน มีความสําคัญ มีผลกระทบต่อประชาชน ประเทศชาติ โดยเฉพาะข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมนี้ระบุลงใน รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมไปจากข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและด้านการค้าได้หรือไม่ เพราะว่าประเทศไทยเราพบว่าเราได้ไปลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม รวมแล้ว ๑๙ ฉบับ ใน ๑๙ ฉบับมี ๒ ฉบับเท่านั้นที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านรัฐสภาคือ ข้อตกลงว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่ง ชนิดพันธุ์สัตว์ป์าและพืชป์าที่ใกล้สูญพันธุ์ เราพบว่าอนุสัญญา ๒ อนุสัญญาที่ผ่าน ที่ประชุมรัฐสภาพบว่ามีปัญหาน้อยมาก เหตุที่มีปัญหาน้อยมากเพราะว่านอกจาก เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติให้เปึนไปตามอนุสัญญาข้อตกลงแล้วเจ้าหน้าที่รับข้อสังเกต จากรัฐสภาไปปฏิบัติด้วยจึงทําให้ข้อตกลงที่ผ่านสภาได้ก่อปัญหากับประเทศชาติ ประชาชนนี้น้อยมาก ผมจึงคิดว่าการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อที่จะให้ข้อตกลงระหว่างประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อมถูกระบุไว้เพิ่มเติมจากข้อตกลงทางด้านต่างประเทศ ทางด้านความมั่นคง และการค้าด้วยน่าจะเปึนประโยชน์มากขึ้น ผมมีข้อเสนอว่าขอให้มีการศึกษาว่าข้อตกลง ระหว่างประเทศทุก ๆ ฉบับไม่ว่าจะเปึนด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความมั่นคง ด้านการค้า ด้านแรงงานหรือเรื่องอื่นใดก็ตามต้องผ่านสภาทุกเรื่องครับ เดิมรัฐธรรมนูญที่ผมกล่าวอ้าง ตั้งแต่ต้นแล้วว่า รัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ๑) ได้กําหนดว่าต้องผ่านรัฐสภาทุกเรื่อง แต่ว่า ช่วงหลัง ๆ นี่ผ่านเพียงบางเรื่องจึงมีปัญหา เรากลับไปอีกครั้งได้ไหมครับ กลับไปว่าทุกเรื่องที่เปึน ข้อตกลงระหว่างประเทศต้องผ่านรัฐสภา เพราะว่าเราก็เห็นขณะนี้กรณีเขาพระวิหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ปรึกษาหารือกับสภาผู้แทนราษฎรกับรัฐสภา จึงมีครหา จึงมีปัญหาและนําไปสู่ปัญหาใหญ่โตลุกลามไปในวันข้างหน้า ผมคิดว่าทุกข้อตกลง ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงอยากให้มีการเพิ่มเติม

ประเด็นสุดท้ายที่อยากให้มีการศึกษาก็คือ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ กําหนดให้มีองค์กรอิสระขึ้นมาซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพเปึน คณะกรรมการอิสระขึ้นมาให้ความเห็นในการดําเนินโครงการหรือกิจกรรมของโครงการ ที่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วหรือ อีไอเอ แต่ว่ามาตราดังกล่าวนี่ไปตรงกับ มาตรา ๕๖ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ๑๐ กว่าป้แล้วที่ไม่มีความพยายามให้องค์กรอิสระนี้ เกิดขึ้น เพราะว่าบางฝ์ายบางคนไม่อยากให้มี เหตุเพราะกลัวว่าจะทําโครงการขนาดใหญ่ไม่ได้ ผมจึงอยากให้มีการศึกษาว่าให้กําหนดระยะเวลาให้ชัดเจนเหมือนกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ บางเรื่องที่กําหนดว่า ๑๒๐ วันบ้าง ๑๘๐ วันบ้าง อยากให้กําหนดระยะเวลาให้ชัดเจนว่า ต่อไปนี้ให้มีองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมที่จะมีบทบาทหน้าที่ในการให้ความเห็นก่อน คณะกรรมการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นในเวลาที่ชัดเจน เช่น ๑๒๐ วันหรือ ๑ ป้ ทั้งหมดนี่ครับผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ผมมีข้อเสนอ ๕-๖ ข้อเสนอที่จะให้มีการศึกษา เพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งการใช้และการปฏิบัติ ผมจึงสนับสนุนให้มีการศึกษา เพิ่มเติมและได้ลงชื่อในญัตติด่วนในเรื่องดังกล่าวแล้วท่านประธานครับ ขอบคุณครับ