สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑

ชัย ชิดชอบ เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักนิติธรรม และเสนอให้เชิญพรรคชาติไทยเข้าร่วมประชุมเพื่อหารือ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ขัดข้องครับ เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปึนสิทธิของประชาชนคนไทยคนนั้นเหมือนเดิมทุกประการ เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ผู้นั้นต้องรับผิดชอบ ผมเพียงแต่กําชับลูกพรรคทุกคนว่าจะไปหรือไม่ไปชุมนุมหรือจะทํา อะไรก็ตามห้ามไปดําเนินการอะไรนอกเหนือรัฐธรรมนูญ จะไปชุมนุมต้องเปึนการชุมนุม อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและต้องรับผิดชอบตัวเอง บังเอิญท่านอาจารย์สมเกียรติก็พูด พาดพิงละครับแม้ไม่ได้เอ่ยชื่อ กระผมก็เพียงแต่บอกว่าผมก็เข้าใจอาจารย์สมเกียรติ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของแกนนําพันธมิตรมาก่อน ท่านเปึนแกนนํามาตั้งแต่ต้น วันหนึ่งท่านมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงไม่ได้คิดหรอกครับ ว่าเรื่องพันธมิตรมันจะต้องเกิดขึ้นมาอีก แต่เมื่อมันเกิดผมก็นึกภาพออกครับ เอาใจท่าน มาใส่ใจผมว่าถ้าผมเปึนท่าน เขามีการเคลื่อนไหวกัน แล้วจะบอกว่าผมเปึนผู้แทนราษฎร แล้วผมไม่ยุ่งแล้ว ผมก็คิดว่าท่านก็คงนึกออกนะครับ คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เขาจะรู้สึกอย่างไร ผมก็ยอมรับในความรู้สึกตรงนี้ แต่ก็กําชับว่าเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ ของรัฐธรรมนูญ และกราบเรียนท่านประธานครับ อาจารย์สมเกียรติไม่ขึ้นเวทีวันนี้ ก็ไม่ได้แปลว่าพันธมิตรเขาจะหยุดชุมนุมครับ ก็ ๑ ใน ๕ อีก ๔ ใน ๕ ก็ยังอยู่ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ประเด็นวันนี้ว่าการที่พันธมิตร จะหยุดชุมนุมหรือไม่ มันมาตั้งคําถามกับเจตนาของกระผมในเรื่องของการ ที่จะพยายามคลี่คลายปัญหาของบ้านเมือง ผมฟังเพื่อนสมาชิกทุกท่านเลยครับวันนี้ ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แต่ผมเคารพแล้วก็เห็นใจในความรู้สึกของท่าน หลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมา แต่กระผมต้องขยายความบางเรื่องเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าผมไม่ได้เคยขัดข้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้เปึนการแก้ไขที่มีส่วนร่วม และที่สําคัญวันที่มีการลงประชามติจนถึงวันเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เรื่องรัฐธรรมนูญที่พูดถึงการแก้ไขกันเราไม่เคยคิดเลยว่าจะเปึน การแก้ไขที่อาจส่งผลกระทบต่อคดีความ ไม่ว่าจะเปึนศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ไม่มีครับ แล้ววันนี้หลักมาตรา ๒๓๗ หรือมาตรา ๓๐๙ จะเปึนอย่างไร ขัดกับหลักนิติธรรมหรือไม่ กระผมกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าผมเขียนมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๓๐๙ เองได้กระผมก็คงไม่เขียน อย่างนี้ครับ แต่มันก็มีหลักนิติธรรมที่สําคัญอีกประการหนึ่งเหมือนกันครับก็คือว่าผู้มี อํานาจไม่พึงใช้อํานาจนั้นทําเพื่อตัวเอง แก้ผิดให้เปึนถูก มันก็ขัดกันอยู่อย่างนี้แหละครับ เราก็จึงจําเปึนจะต้องมาศึกษาอย่างไรครับ ท่านก็มีเหตุผลของท่าน ผมก็เข้าใจ แต่ผมและ ผมเชื่อว่าคนที่เขาคัดค้านการเคลื่อนไหวในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเขาก็มี เหตุผลของเขาชัดเจนว่ามันขัดกับหลักนิติธรรมอย่างไร กระผมกราบเรียนว่าผมพูด ผมคิด ผมทําเรื่องใดด้วยจิตวิญญาณในเรื่องของประชาธิปไตย ด้วยความสม่ําเสมอครับ เกิดรัฐประหาร วันรุ่งขึ้นผมก็ว่าผมเปึนหัวหน้าพรรคการเมืองคนเดียวที่บอกว่าผม ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วผมบอกว่า ผมวางจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ทําอย่างไรเราได้อํานาจประชาชนคืนมาอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด เราก็ยึดตามนั้นครับ กระผมกราบเรียนว่าท่านมีความรู้สึกหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการยุบพรรค ผมก็ขอ ตั้งข้อสังเกตไว้เพียงประการเดียวครับท่านประธาน พวกกระผมไม่เคยร้องให้มีการยุบ พรรคการเมืองอื่นเลยครับ เหตุแห่งการยุบพรรคครั้งที่แล้วเกิดจากการร้องเรียนพฤติกรรม บางอย่าง แต่อนุกรรมการของ กกต. เขาไปสรุปว่ามันเปึนความผิดที่ไปเข้าข่าย มาตรา ๖๘ ถ้าผมจําไม่ผิด ก็เลยเกิดคดียุบพรรคขึ้นครับ แต่ท่านทั้งหลายซึ่งอภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง คนของท่านครับไปร้องให้ยุบพรรคของผมครับ แล้วที่ ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายไปว่าอย่าคิดว่าไม่โดนแล้วไม่รู้สึก มันเปึนพรรคประชาธิปัตย์ มันเปึนไม่ได้หรอกครับ พวกผมโดนมาแล้วจริง ๆ อย่าว่า แต่กรรมการบริหารพรรคเลยครับ ท่านไปร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ อ้างเอาคน ซึ่งห่างไกลมากจากการเปึนตัวแทนของพรรคครับ แล้ววันนี้ก็มีคนของท่านไปร้องยุบพรรค กระผมอีกครับ ในขณะที่พวกกระผมไม่เคยร้องให้ยุบพรรคการเมืองอื่นเลยครับ ผมก็ กราบเรียนว่าทั้งหมดอยากจะเรียนย้ํากับท่านประธานครับ ท่านมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ มีความเห็นของท่าน แต่อย่าได้ตั้งคําถามต่อเจตนารมณ์ของตัวกระผมเลย ผมย้ําอีกครั้ง ว่าผมทําเรื่องนี้เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้บ้านเมืองส่วนหนึ่ง แต่จะเปึนเพราะปัจจัยอื่น เรื่องของท่าทีในเบื้องต้นของท่านต่อเรื่องนี้จะเปึนเรื่องอื่น ๆ ที่มันลุกลามบานปลาย ออกไปจนทําให้ความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนที่เขามาชุมนุมกับรัฐบาล มันไม่สามารถ แก้ได้ด้วยญัตตินี้ ก็ไม่ได้มามีผลกระทบต่อความตั้งใจของกระผมที่ยังจะใช้เรื่องอื่น ๆ ในการคลี่คลายปัญหาต่อไป ถ้าท่านเคารพประชาธิปไตยอยากเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของ เวทีรัฐสภา ช่วยบอกรัฐบาลท่านเถอะครับ เอาสิทธิอะไรไปปฏิเสธสิทธิของสมาชิกวุฒิสภา ที่เป่ดอภิปรายทั่วไป มาท้าทายพวกกระผมทําไมว่าให้ไปเข้าชื่อกันเป่ดสมัยวิสามัญ ในเมื่อเปึนอํานาจของรัฐบาลอย่างเต็มที่ที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมรับการตรวจสอบ ตามวิถีทางประชาธิปไตย ท่านจะอ้างหลักการอะไรได้ทั้งนั้นแต่ต้องปฏิบัติตามหลักการ เหล่านั้นด้วย กระผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่ากระผมตั้งใจจริง ๆ และถ้าท่านเห็นว่าญัตตินี้ไม่เปึน ประโยชน์กับบ้านเมือง ไม่ต้องเกรงใจผม ไม่ต้องเกรงใจประชาชน ไม่ต้องเกรงใจพันธมิตร ไม่ต้องเกรงใจใครครับกรุณาลงมติไม่รับญัตติที่ท่านเสนอเข้ามาเอง

เชิญพรรคชาติไทยครับ คุณสิริพงศ์เชิญครับ