นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าการแก้ไขไม่สามารถทำได้ด้วยเสียงข้างมากในสภา และต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนทุกคน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวว่ามีประโยชน์มากกว่าประชาชน แต่มีปัญหาในมาตรา ๒๖๖ ที่ทำให้ผู้แทนราษฎรไม่สามารถดำเนินการได้
ท่านประธานที่เคารพ มีเพื่อนสมาชิก ได้กราบเรียนต่อท่านประธานว่าจําเปึนต้องแก้ในรัฐธรรมนูญ เพราะว่าตอนเลือกตั้งนั้น ได้มีการไปประกาศ ได้มีการไปป์าวร้อง ได้มีการไปบอกกับพี่น้องประชาชนว่า ถ้าเลือกท่านเข้ามาแล้วท่านจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งผมก็บอกว่าผมไม่ขัดข้องที่ท่านจะ แก้รัฐธรรมนูญครับ แต่ว่าท่านลืมความจริงไปอย่างหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญนั้นเขาไม่ให้แก้ กันง่าย ๆ หรอกครับ ถ้าลําพังพวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ๔๘๐ คน ร่วมกับวุฒิสมาชิก แก้รัฐธรรมนูญนั้นแล้วมันก็แก้ไม่ถูกจุดหรอกครับ รัฐธรรมนูญต้องการความมีส่วนร่วม ของประชาชน ท่านประธานครับ มีคํากล่าวว่าเรื่องของศีลธรรม เรื่องของจริยธรรมนั้น เขาไม่ได้ตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก เมื่อไรก็ตามที่เอาเรื่องของศีลธรรม เรื่องของจริยธรรมให้ใช้เสียงข้างมากตัดสิน วันนั้นบ้านเมืองอยู่ไม่ได้ครับ ผมคิดว่า เช่นเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันครับ มีเรื่องของหลักโครงสร้างใหญ่ ของประเทศ มีเรื่องของคุณธรรมที่นักการเมืองและพรรคการเมืองควรจะปฏิบัติด้วย เพราะฉะนั้นใช้เสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ตัดสินไม่ได้หรอกครับ มันต้องอาศัย ความร่วมมือของพี่น้องประชาชนข้างนอกด้วย ท่านประธานครับ เวลาเราคนใดคนหนึ่ง กระทําความผิด ผิดต่อกฎหมายหรืออะไรก็ตาม เขาก็ไม่ให้ใช้เสียงข้างมากตัดสิน ถ้าท่านประธานทําผิด ท่านประธานจะออกประชามติบอกว่าให้ประชาชนคนทั้งประเทศ มาตัดสินดูสิว่าท่านประธานทําผิดไหมอย่างนี้ไม่ได้ครับ ความดี ความงาม จริยธรรม คุณธรรม ความผิด ความถูก เขาไม่ตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก ลักษณะเช่นนี้เขาตัดสิน กันด้วยกระบวนการของตุลาการครับ เขาให้ผู้พิพากษาเปึนคนตัดสิน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่ขัดแย้ง ผมไม่โต้แย้ง ไม่โต้เถียงท่าน ถ้าท่านประธาน บอกกับพี่น้องประชาชนว่าท่านหาเสียงไว้ตอนเลือกตั้งว่าจะเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อนที่จะมีการรับร่าง ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ เราฟังเสียง ของประชาชนโดยการทําประชามติ เพราะเมื่อถึงเวลาต้องมีการแก้ไข นอกจาก ท่านจะเริ่มต้นด้วยการแก้ไขแล้ว ผมคิดว่าต้องอาศัยความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ข้างนอกซึ่งเขาก็เปึนเจ้าของรัฐธรรมนูญด้วย ผมไม่สบายใจอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึงคนข้างนอกเรามักจะบอกว่ากลุ่มพลังหรือประชาชนที่อยู่ข้างถนน เราพูดถึง เขาอย่างนั้นผมคิดว่าเหยียดหยามกันเกินไปนะครับ แต่เวลาเราลงเลือกตั้งทุกครั้งเราเข้าหา ประชาชนทุกครั้ง และผมเชื่อว่าคนที่ยืนอยู่สะพานมัฆวานรังสรรค์ในขณะนี้ คนที่ยืนอยู่ ข้างถนนขณะนี้ เวลาที่ท่านประธาน เวลาที่ผมเลือกตั้งเราก็ต้องไปไหว้เขา เราก็ต้องเข้าไป หาเขา แต่วันนี้พอเราเปึนผู้แทนราษฎร พอเรามาจากการเลือกตั้งเสร็จแล้วเรากลับไป กล่าวหาพี่น้องประชาชนข้างนอกว่าเปึนแก๊งข้างถนน ผมว่าไม่มีความเปึนธรรมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าแก้ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอาศัยหลักการที่พรรคประชาธิปัตย์เราได้เคยประกาศไว้ต่อสาธารณะหลายครั้งว่า กระบวนการในการแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีกระบวนการของมันเอง ในพักหลังนี้ผมเปึนคนที่ อ่านเรื่องรัฐธรรมนูญเยอะมากคนหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงจุดนี้ของประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่รู้สึกตื่นเต้น ผมไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อการแก้รัฐธรรมนูญ อีกต่อไปแล้วครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่ตื่นเต้น และไม่หวั่นไหวต่อการแก้รัฐธรรมนูญของประเทศนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะผมคิดว่า ความคิดของคนในประเทศนี้มีเคยตกผลึกเรื่องรัฐธรรมนูญ การแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้ง มันเหมือนกับเทศกาลของประเทศไทยครับ ประเทศนี้มีเทศกาลทุกครั้งคือเทศกาล ในการแก้รัฐธรรมนูญครับ วันนี้เรากําลังถึงเทศกาลในการแก้รัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ของประเทศที่ได้ชื่อว่าประเทศไทยครับ และเมื่อถึงฤดูกาลการแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเทศกาลนี้เราจะได้ยินคนที่บอกว่ามีภูมิความรู้มากมายไปศึกษาเมืองนอกเมืองนามา และมีประสบการณ์พูดถึงรัฐธรรมนูญ ผมเลยไม่ตื่นเต้น วันนี้มีผู้รู้ทั้งหลาย ในบ้านเมืองออกมาเถียงกันว่าประเทศของเราควรจะมีผู้แทนราษฎรสักกี่คน เราเถียงเรื่องนี้กันมาจนผมคิดว่าเปรอะไปทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วครับ เรามาเริ่มเถียงกันอีก ครั้งหนึ่งว่าเราจะแบ่งเขตเลือกตั้งกันอย่างไร เราจะเริ่มเถียงกันอีกครั้งว่าที่มาของ ส.ส. ควรจะเปึนอย่างไร มีกี่ระบบ ส.ว. มีอย่างไร มีกี่ระบบ เราไม่เคยตกผลึก แล้วผมยังคิดต่อไป ล่วงหน้าว่า ถ้าเราไม่เคยตกผลึกเรื่องอย่างนี้ ๓ ป้ ๔ ป้ข้างหน้าผมคิดว่าได้ถึงเทศกาล การแก้รัฐธรรมนูญอีกสักครั้งหนึ่งครับ ผมเรียนท่านประธานเริ่มต้นว่า ผมไม่ปฏิเสธ การแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าการแก้รัฐธรรมนูญของประเทศนี้เวลานี้มาผิดเวลาครับ การแก้รัฐธรรมนูญของประเทศมาผิดเวลา แก้รัฐธรรมนูญในขณะที่น้ํามัน ๔๐ กว่าบาท ต่อลิตร แก้รัฐธรรมนูญในขณะที่ข้าวสารแพงเหลือเกินครับ เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่ น้ําตาลทรายแพงมากครับ เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่เงินเฟัอเกือบจะถึง ๒ หลักแล้ว ของประเทศนี้ครับ เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่เรากําลังบอกว่าประเทศนี้อยู่ในวิกฤติ ที่เรียกว่า ข้าวยากหมากแพง เรามาแก้รัฐธรรมนูญในขณะที่พี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ ของประเทศนี้กินข้าวท้องไม่อิ่มครับ กินข้าวไม่ครบมื้อ บางวันไม่ได้กินข้าว เรามาเถียงกัน เรื่องรัฐธรรมนูญ เรามาเถียงกันเรื่องประชาธิปไตย ผมเลยบอกว่าเราใช้เวลาของประเทศนี้ ผิดครับ เราแก้รัฐธรรมนูญผิดเวลาครับ เราพูดถึงรัฐธรรมนูญ พูดถึงประชาธิปไตย ของประเทศนี้ในขณะที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ท้องกําลังหิวโหยครับ แต่ว่าในขณะที่ ประชาชนส่วนใหญ่ท้องกําลังหิวโหยนั้นคนที่แก้รัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองที่เริ่ม ในการแก้รัฐธรรมนูญอิ่มหมีพีมันทั้งนั้นแหละครับ นี่คือความไม่สมดุลของประเทศนี้ นี่คือความไม่สมดุลของความคิดของคนในประเทศนี้ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอ่านบทความของผู้รู้บางท่านมา ผมก็แอบจําเขามาล่ะครับ ผมเปึนคนที่มีการศึกษาไม่เยอะเท่าไรครับ เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีนั้นมันมีโครงสร้างอยู่ ๒ โครงสร้างที่จะต้องคุยกันในเรื่องรัฐธรรมนูญ ๑. ที่มา ใครจะเปึนคนแก้รัฐธรรมนูญ นี่เปึนเรื่องสําคัญครับ สรุปได้ทีเดียวครับท่านประธานว่าคนที่ควรเปึนคนแก้รัฐธรรมนูญ คือคนที่ไม่ควรจะคิดเปึนนักการเมืองต่อไปในอนาคต นี่ผมคิดรวบยอดนะครับ และนักคิด ที่เปึนคนคิดเรื่องรัฐธรรมนูญ ครูบาอาจารย์ที่สอนเรื่องรัฐธรรมนูญเขาก็พูดเรื่องนี้มาตลอด เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดนั้นมันควรจะมีหลักคิดมาจากคนที่ไม่คิดจะเปึน นักการเมืองต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นผู้รู้ทั้งหลายที่คิดว่าตัวเองจะไม่เปึนนักการเมือง จะไม่สมัครในพรรคการเมือง สร้างความดีไว้กับบ้านเมือง คนเหล่านั้นแหละครับจะเปึน คนสร้างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด
เรื่องต่อไปที่เราเถียงกัน คือเรื่องเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญควรจะเปึน อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่เรากําลังพูดอยู่ในขณะนี้ มันมาพร้อมกับความคิดในการแก้รัฐธรรมนูญว่ามีธงนําในการแก้รัฐธรรมนูญว่าอย่างไร ความจริงลําพังความคิดในการแก้รัฐธรรมนูญผมคิดว่าประชาชนไม่ปฏิเสธนะครับ ในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญเมื่อเริ่มต้นนั้นมันได้ประโยชน์ มันเอื้อประโยชน์กับนักการเมืองและพรรคการเมืองทั้งนั้นแหละครับ มันไม่ได้ เอื้อประโยชน์กับประชาชนคนทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ มีผู้กล่าวในสภานี้เกือบทุกคนทุกท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหา มันมีอุปสรรค กับผู้แทนราษฎรอยู่มาตราหนึ่ง ท่านประธานคงจําได้ขึ้นใจแล้วกระมังครับ คือ มาตรา ๒๖๖ เขาบอกว่าผู้แทนราษฎรเดี๋ยวนี้ทําอะไรไม่ได้ ไปปรึกษาส่วนราชการก็ไม่ได้ เปึนการก้าวก่ายเปึนเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ผลประโยชน์ขัดแย้งกัน ผมไม่ได้ ตีความรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๖๖ เปึนอย่างนั้นเลยครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เหนือกว่ารัฐธรรมนูญคือ จิตวิญญาณของประชาชนในประเทศนี้ ลําพังมาตรา ๒๖๖ ไม่สามารถป่ดกั้นการทํา หน้าที่ของผู้แทนราษฎรได้ ผมยืนขึ้นมาพูดเพื่อยืนยันกับท่านประธานว่าในอาทิตย์หน้า ผมจะทดลองรัฐธรรมนูญให้ท่านประธานดู ตั้งแต่มีการเลือกตั้งมาผมมีหนังสือถึง ส่วนราชการเกือบทุกอาทิตย์ ตรงไหนถนนมีปัญหาผมเรียนถึงทางหลวงชนบท ตรงไหนมีปัญหาผมทําหนังสือถึงแขวงการทาง ตรงไหนมีปัญหามีอาชญากรรมมาก ผมทําหนังสือถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ตรงไหนมีอาชญากรรมเยอะผมทําหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผมทําทุกอาทิตย์ครับ แล้วได้รับการตอบสนองอย่างนี้ทุกอาทิตย์ครับ ถนนที่มีปัญหาเขาก็ไปซ่อมให้ อาชญากรรมที่มีปัญหาเขาก็ไปดูแลความทุกข์สุขของ ประชาชนได้ เขาทําให้ครับ ผมสัญญากับท่านประธานครับว่า อาทิตย์หน้า