สุขุมพงศ์ โง่นคํา ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ มีคุณูปการ แต่ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข เช่น การบังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน สุขุมพงศ์ โง่นคํา ยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด เช่น มาตรา 128 และ 136 ที่ขัดแย้งกัน และขอให้มีการแจ้งทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ง่ายเข้าใจ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนจาก จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมรู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสอภิปราย ญัตติสําคัญของสภาแห่งนี้ เนื่องจากว่าในระหว่าง ๑ เดือนที่ผ่านมานี้ก็มีข่าวคราว เกี่ยวกับเรื่องการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ กระผมเองเปึนบุคคลหนึ่งที่ติดตามการจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับนี้หลังจากการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายนเปึนต้นมา จนกระทั่งถึง มีแนวโน้มที่จะมีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมศึกษาต่อเนื่องมาเปึนเวลานานและ ต่อเนื่องตลอดมาเช่นเดียวกับท่านสมาชิกหลายท่านในสภาแห่งนี้ ญัตติในวันนี้มีทั้งหมด ๗ ญัตติ ๔ ญัตติที่เปึนญัตติเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการบังคับใช้ ของรัฐธรรมนูญ อีก ๒ ญัตติเปึนญัตติเช่นเดียวกัน แต่เพิ่มวัตถุประสงค์เข้าไปเพื่อให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วญัตติสุดท้ายเปึนญัตติเข้าใจว่าน่าจะเปึนของพรรคการเมือง พรรคหนึ่งจากพรรคชาติไทย ของท่านเขียนไว้ไม่ชัดว่าเปึนญัตติเพื่อให้มีการแก้ไข หรือไม่แก้ไข แต่เขียนเปึนทํานองว่าศึกษาข้อดี ข้อเสียของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเมื่อดู เนื้อหาสาระญัตติแล้วกระผมเข้าใจว่ากระผมสามารถที่จะอภิปรายเรื่องการศึกษาแนวทาง ต่าง ๆ เพื่อไปสู่การแก้ไข เพื่อไปสู่ผลสรุปข้อดี ข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ ท่านประธาน เปึนผู้แทนราษฎรครั้งแรกถ้าผมจําไม่ผิดประมาณป้ ๒๕๑๒ ก็รุ่นราวคราวเดียวกับบรรพบุรุษ พวกเราหลายคน บางท่านก็ล้มหายตายจากไปแล้ว ก็เปึนผู้แทนราษฎรในสมัยที่ท่าน เปึนในครั้งแรก ท่านประธานคงพบว่าประเทศไทยเปึนประเทศแรกในหลาย ๆ ประเทศ ในโลกร้อยกว่าประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลก ใน ๑๘ ฉบับเปึนรัฐธรรมนูญถาวร เปึนรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ประชาธิปไตยเต็มใบหรือครึ่งใบ ๙ ฉบับครับท่านประธาน เปึนรัฐธรรมนูญชั่วคราว หรือเปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้หลังจากการปฏิวัติรัฐประหาร บังเอิญจริง ๆ ครับท่านประธาน ๙ ฉบับเหมือนกัน เรามีรัฐธรรมนูญที่ใช้นานที่สุด ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงทราบ ไม่น่าเชื่อ รัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกเมื่อป้ ๒๔๗๕ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ใช้นานที่สุดในประเทศไทย ๑๔ ป้เศษ ถ้านับรวมนํามาใช้ในรอบที่ ๒ ป้ ๒๔๙๕ เกือบ ๒๐ ป้ ไม่น่าเชื่อรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกเปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้ได้นานที่สุด นอกจากนั้น ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่คิดว่าดีที่สุดกลับใช้อายุสั้นที่สุด นี่คือปัญหาของประเทศไทย เรามีการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๒ ครั้ง เรามีการกบฏ ๑๒ ครั้ง บังเอิญจริง ๆ ตรงกัน ๒ อย่างแล้วครับ ท่านประธาน นอกจากนั้นเราก็มีการยุบสภา ๑๒ ครั้ง เพราะฉะนั้นในระหว่างเวลา ๗๖ ป้ ที่เรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยล้มลุกคลุกคลานอยู่ในวงจรอุบาทว์ ปฏิวัติ จัดทํารัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ปฏิวัติ จัดทํารัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง หมุนเวียนอยู่ครับ ผลที่สุด ใน ๗๖ ป้ที่เรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรามีคณะรัฐมนตรี ๕๗ ชุด มีนายกรัฐมนตรี ๒๕ คน ประเทศเดียวในโลกครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาคํานึงว่าประเทศไทยควรจะออกนอกวงจรอุบาทว์นี้เสียที เขาก็เลย มีเจตนารมณ์ไว้ ๓ เรื่อง เพิ่มสิทธิเสรีภาพ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ให้รัฐบาลเข้มแข็ง ผมโชคดีครับท่านประธาน ผมเปึนผู้แทนราษฎรหลังท่านประธาน ร่วม ๑๐ สมัย แต่ผมเปึนผู้แทนราษฎรสมัยแรกและเปึนสภาที่อยู่ครบ ๔ ป้ เปึนสมัยแรก ของประเทศไทยเพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นี่คือคุณูปการของ รัฐธรรมนูญฉบับนั้น แล้วบังเอิญว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ประชาชน มีส่วนร่วมมากที่สุดในการจัดทํา ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ก็เปึนที่น่าเสียดาย ผมเชื่อว่าทุกอย่างในโลกย่อมมีดีและมีไม่ดีบ้างเปึนเรื่องปกติ แต่ระหว่างตอนท้ายของ การใช้บังคับรัฐธรรมนูญก็มีการศึกษาและแก้ไขเช่นนี้เช่นเดียวกัน รัฐบาลในขณะนั้น ก็ได้มอบให้สถาบันการศึกษา อุดมศึกษาทุกแห่งในประเทศไทยไปสรุปปัญหาการบังคับใช้ เหมือนที่เราทําขณะนี้ ทําเปึนเล่มประมาณ ๒๖ ประเด็นที่จะต้องนํามาแก้ไข เพราะฉะนั้นการที่จะตั้ง คณะกรรมาธิการมาศึกษา สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องไปนํามา ต้องไปนํารายงาน อธิการบดี ๒๖ สถาบันนี่มาดูการศึกษาก็จะเร็วขึ้น เมื่อเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ขึ้นมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ก็จําเปึนจะต้องมีการจัดทํารัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่กีดกันคนส่วนใหญ่ของประเทศ ในการร่วมจัดทํา ทําไมถึงเปึนเช่นนั้น ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้ที่ผมชูขึ้นต่อ ท่านประธาน เขาบอกว่าผู้ใดที่เปึนสมาชิกพรรคการเมือง ผู้ใดที่เคยเปึนสมาชิก พรรคการเมืองขาดจากสมาชิกไม่น้อยกว่า ๒ ป้ห้ามยุ่งเกี่ยวในการจัดทํารัฐธรรมนูญ ห้ามยุ่งเกี่ยวอย่างไรครับ ๑. ห้ามเปึน สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๒. ห้ามเปึน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๓. ให้เปึนสมาชิก สนช. ได้ เฉพาะเปึนตัวแทน พรรคการเมืองบางพรรคเข้ามาเท่านั้น ก็หมายความว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีส่วนร่วม ในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถามว่าคนที่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองในประเทศไทยนี้ มีกี่คน ประเทศไทยมีประชากร ๖๕ ล้านคน เปึนสมาชิกพรรคการเมืองเกินกว่ากึ่งหนึ่งของ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ ๔๒ ล้านคน เปึนสมาชิกพรรคการเมือง เกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นั่นก็หมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ เปึนรัฐธรรมนูญที่กีดกั้นคนที่เสียงข้างมาก จํานวนประชากรข้างมากไม่ให้มา มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เริ่มต้นมันก็ผิดเสียแล้วท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตกล่าว เฉพาะประเด็นที่ยังไม่มีสมาชิกท่านใดให้ความเห็นไว้ ในระหว่างที่มีการจัดทําร่าง รัฐธรรมนูญ กระผมได้มีโอกาสติดตามการอภิปรายของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทุกครั้งที่มีการอภิปราย ท่านประธานเชื่อไหมครับเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้ เราที่เปึนสมาชิก พรรคการเมือง เราที่เคยบริหารราชการแผ่นดิน เปรียบเสมือนเปึนเสือ เปึนสิงห์ เปึนกระทิง เปึนแรด กฎกติกาที่จะให้คนมามีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดิน ถัดจากรัฐบาลชุดของเขาที่กําลังร่างรัฐธรรมนูญอยู่จะต้องกีดกันบุคคลเหล่านี้สารพัดเรื่อง สารพัดราว ไม่ว่าจะเปึนระบบการเลือกตั้ง ส.ส. ท่านสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเปึนระบบการเลือกตั้ง ส.ว. อํานาจ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง การสรรหา ก็มีเท่ากับอํานาจของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ทําไมเขาทําเช่นนั้นครับท่านประธาน เพราะเปึนการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปัองกันบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้เข้ามามีอํานาจในบ้าน ในเมือง หลักการนี้ทั่วโลกเขาก็ไม่ทํากัน การตรากฎหมาย หลักพื้นฐานในการตรากฎหมาย จะต้องชัดเจนบังคับได้ทั่วไปและเปึนประโยชน์กับประชาชน เมื่อวัตถุประสงค์มันเพี้ยน เช่นนั้น เนื้อหาต่าง ๆ เพี้ยนไปหมดครับท่านประธานที่เคารพ ประชาชนไม่ได้เปึนเจ้าของ ประเทศที่แท้จริง สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนนอกจากที่เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนต่อ ท่านประธานแล้ว จะเห็นได้ว่าใครก็ตามที่มาใช้อํานาจรัฐ ใครก็ตามที่จะมาบริหารประเทศ ในขณะนี้ตามภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้จะอยู่ลําบาก ข้อเท็จจริงก็เกิดขึ้นแล้ว ในขณะนี้พรรคพลังประชาชนของกระผมชนะด้วยเสียงข้างมาก ๒๓๓ เสียง เมื่อรวมกับ พรรคร่วมรัฐบาลแล้วได้เสียงข้างมาก ๓๑๖ เสียง อยู่ได้ไม่ถึง ๔ เดือนครับท่านประธาน ที่เคารพ เกิดปัญหาความขัดแย้ง เกิดปัญหาการร้องเรียนชุมนุม ขณะนี้ประชาชนไม่ว่า จะอยู่ภูมิภาคใด ไม่ว่าจะเปึนต่างจังหวัด กรุงเทพมหานคร ในประเทศ ต่างประเทศเกิด ความสับสนวุ่นวายไปหมด วันนี้มีข่าวว่าจะมีการเดินขบวนชุมนุมเพื่อยึดทําเนียบรัฐบาล ซึ่งก็ถือว่าเปึนการชุมนุมท่านมีสิทธิที่จะชุมนุมตามอํานาจหน้าที่ของท่านตามรัฐธรรมนูญ แต่การชุมนุมนั้นก็มีเงื่อนไขที่จะกระทําได้มากน้อยเพียงไร ท่านประธานที่เคารพครับ การประกาศท้าทายเยี่ยงนี้ กระผมเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งก็เกิดจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้แน่นอน การบริหารราชการแผ่นดินโดยทั่วไปเขาต้องนํานโยบาย ของพรรค นโยบายที่หาเสียงในการรณรงค์เลือกตั้ง เมื่อประชาชนเลือกแล้วพรรคที่มี เสียงข้างมากต้องนํานโยบายนั้นมาเปึนนโยบายรัฐบาลและบริหารราชการแผ่นดิน ขณะนี้ เกิดปัญหาขึ้นแล้วครับ เมื่อวานผมได้รับหนังสือ รายละเอียดร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ผมไปเป่ดดูครับท่านประธาน มีหมวด มีหมู่ เหมือนกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนไว้ทุกประการเหมือนกันหมดครับ เริ่มต้นด้วยเรื่องแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ หมวด ๑ ของงบประมาณก็เขียนไว้เช่นนี้ จนกระทั่งหมวด ๙ หมวด ๑๐ วิทยาศาสตร์ ที่ดิน ต่างประเทศ เศรษฐกิจ กฎหมาย การศึกษา นําหมวดบัญญัติ ในนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมาเปึนหมวดในการใช้งบประมาณแผ่นดิน นอกจากนั้น ก็ไม่พอครับท่านประธานที่เคารพ ก่อนหน้านี้สัก ๓ เดือนมีการประชุมรัฐสภา นโยบาย รัฐสภาที่แถลงก็นโยบายพื้นฐานแห่งรัฐนี่แหละครับมาเปึนนโยบายของรัฐบาล ผลที่ตามมาก็คือว่าราษฎรที่เขาจะต้องเลือกคนมาบริหารประเทศ เขาไม่สามารถเลือกคน ที่จะบริหารประเทศตามเจตนารมณ์ของราษฎรได้ เพราะถูกกําหนดขีดเส้นไว้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในหมวดว่าด้วยนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพราะฉะนั้นใครจะมา บริหารบ้านนี้เมืองนี้จะทําสิ่งอื่นไม่ได้นอกจากรัฐธรรมนูญเขียนไว้เท่านั้น กระผม มีอีกสิ่งหนึ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า สิ่งหนึ่งที่น่าหวั่นเกรงที่น่าวิตกกันมาก ก็คือว่าบทบัญญัติหลายบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งเสริมระบบราชการให้เหนือ ระบบการเมือง เปึนที่ยอมรับกันครับว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเรามี ๓ หลัก อํานาจนิติบัญญัติเปึนผู้ตรากฎหมาย อํานาจบริหารนํากฎหมายไปใช้บังคับ อํานาจตุลาการ ตัดสินคดีพิพาท เมื่อกฎหมายใช้บังคับแล้วเกิดผลเสียแก่ผู้ใด ขณะนี้ระบบราชการกลับมา มีอํานาจเทียบเท่าอํานาจหลักทั้ง ๓ จะเห็นได้ว่าองค์กรอิสระทั้งหลายตามที่รัฐธรรมนูญ กําหนดมีอยู่ ๗ องค์กร องค์กรอิสระ ๔ องค์กร องค์กรอื่นอีก ๓ องค์กร เช่น คณะกรรมการ การเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน องค์กรอัยการ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเปึนองค์กรตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นเราก็มีองค์กรอื่นอีกครับ ท่านประธานที่เคารพ องค์กรตามมาตรา ๘๑ ถ้าท่านประธานมีรัฐธรรมนูญอยู่ข้างหน้า ท่านช่วยดูองค์กรตามมาตรา ๘๑ คือองค์กรเพื่อที่จะติดตามการทํางานของกระบวน การยุติธรรม องค์กรตามมาตรา ๓๐๘ องค์กรปฏิรูปกฎหมาย องค์กรตามมาตรา ๔๗ องค์กรที่มีหน้าที่กํากับการใช้คลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม และสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรตามมาตรา ๖๑ เปึนองค์กรที่จะมาคุ้มครองผู้บริโภค ๔ องค์กรนี้กับอีก ๗ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวม ๑๑ องค์กร ถามว่ารัฐบาลจะเข้ามา เกี่ยวข้องจะเข้ามายึดโยงในองค์กรอิสระทั้งหลายทั้ง ๑๑ องค์กรได้หรือไม่มากน้อย เพียงใด เพราะฉะนั้นเปึนประเทศเดียวในโลกกระผมขอยืนยัน นอกจากอํานาจบริหาร ที่รัฐบาลจะถูกแย่งไปในองค์กรอิสระทั้งหลายทั้ง ๑๑ องค์กรเขาทํางานไม่ได้ ใครมาบริหาร ใครมาเปึนผู้ใช้อํานาจบริหารก็ทํางานลําบาก การพัฒนากฎหมายตามมาตรา ๓๐๘ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังมีอีกองค์กรหนึ่งเปึนองค์กรที่เกิดขึ้นมาเพื่อพัฒนา การเมือง องค์กรนี้รัฐก็ไม่ได้เกี่ยวข้องไปฝากไว้ที่สถาบันพระปกเกล้าเปึนฝ์ายเลขาธิการ เขามีสภาพัฒนาการเมืองก็ทําหน้าที่คล้าย ๆ กับสภาผู้แทนราษฎรของเรานี่เองเพื่อที่จะ พัฒนาการเมือง เพราะฉะนั้นใครมาบริหารราชการแผ่นดิน อํานาจบริหารของท่านถูกลดทอนไปโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นเดียวกัน สิ่งที่ผมจะ กราบเรียนเปึนลําดับต่อไปก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกจากจะไม่ส่งเสริม บั่นทอนอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหารดังกล่าวแล้ว สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะเรียนท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ กําหนดเหตุแห่งการยุบ พรรคการเมืองไว้เพียง ๒ เหตุเท่านั้น เหตุที่ ๑ ถ้าบุคคลใด คณะบุคคลใด หรือบุคคลใด ในพรรคการเมืองกระทําการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กระทําการ อันได้มาซึ่งอํานาจที่มิใช่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขากําหนดไว้ ๒ เหตุเท่านั้น ที่จะยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้บริหารพรรคการเมืองได้ นอกจากนั้นก็ไปเขียนเหตุเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเหตุหนึ่งซึ่งกําหนดไว้ภายหลัง หลังจากรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนแล้ว คือในมาตรา ๒๓๗ ในกรณีที่มีการกระทําความผิดต่อ กฎหมายเลือกตั้ง ถ้ากรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรครู้เห็นเปึนใจหรือไม่รู้เห็นเปึนใจ เพียงแต่ปล่อยปละละเลยไม่ห้ามปรามยับยั้งการกระทําก็ให้ยุบพรรคนั้นแล้วเพิกถอนสิทธิ กรรมการพรรคนั้นเปึนเวลา ๕ ป้ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีประเทศไหนในโลก ผมขอ ย้ําอีกครั้งหนึ่งเปึนครั้งที่ ๓ ว่าเขาจะยุบพรรคการเมืองที่เปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาลป้ละหน จะมีประเทศไทยประเทศเดียวเท่านั้นครับที่จะยุบพรรคการเมืองที่เปึนแกนจัดตั้งรัฐบาล ป้ละหน ความเชื่อถือในโลกนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ทุกวันนี้ตัวแทนประเทศไปประชุม นานาประเทศ เขาไม่ถามว่าท่านจะมาค้าขายอะไร ท่านจะเป่ดสัมพันธไมตรีทางธุรกิจด้านไหน เขาถามเพียงแต่ว่าท่านจะอยู่ได้กี่วัน พรรคท่านจะถูกยุบเมื่อไร นี่คือสิ่งที่รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง นอกจากนั้นถ้าไปดูในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง ยังตรากฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะยุบพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้น ทําไมกระผมพูดเช่นนั้นครับท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญกําหนดเหตุยุบพรรคการเมืองได้ ๓ เหตุ กระผมกราบเรียนแล้ว ๑. ล้มล้างการปกครอง ๒. ได้อํานาจมาโดยไม่ชอบ ๓. มีการซื้อเสียงแล้วก็กรรมการรู้เห็น แต่ในกฎหมายพรรคการเมืองไปเพิ่มเหตุมาอีกอย่างน้อย ๕ เหตุครับท่านประธาน เหตุที่ ๑ รับต่างด้าวเปึนสมาชิก เหตุที่ ๒ พรรคการเมืองไม่จัดทํา รายงานประจําป้ เหตุที่ ๓ รับบริจาคไม่ถูกต้อง เหตุที่ ๔ กลั่นแกล้งพรรคอื่นให้ต้องรับโทษ เหตุที่ ๕ ช่วยเหลือผู้สมัคร ส.ว. ในการเลือกตั้ง เพิ่มเหตุที่เกินกว่ากําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาทุกวันนี้ประมาณ ๓๖ พรรค วันดีคืนดี อาจจะยุบไม่เหลือสักพรรค กระผมทราบมาว่าขณะนี้ กกต. กําลังพิจารณานอกจาก ๓ พรรคที่พิจารณาไปแล้วยังมีพรรคใหญ่พรรคหนึ่งที่กระทําความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง และกรรมการบริหารเปึนผู้กระทําความผิดเอง ถ้ายุบพรรคก่อนหน้านี้ ๓ พรรค และ ยุบพรรคที่จะส่งเข้าไปให้ศาลฎีกาพิจารณาอีก ๑ พรรค ในสภานี้จะเหลือผู้แทนราษฎร ไม่ถึง ๓๐ คนครับท่านประธานที่เคารพ แล้วบ้านเมืองเราจะอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้น จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน นอกจากเจตนารมณ์ นอกจากเนื้อหา นอกจากสาระสําคัญเปึนการกระทําที่ไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง ไม่เปึนประชาธิปไตยแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมครับ ใน ๓๐๙ มาตรานี้รัฐธรรมนูญเขียนขัดแย้ง เขียนผิดอยู่ อย่างน้อย ๓-๔ มาตรา ถามว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนผิดนี่ต้องแก้ไหมครับ เด็กนักเรียนเขียนภาษาไทยผิดอาจารย์เขาก็แก้ให้ เราตอบคําถามผิดครูเขาก็แก้ให้ กฎหมายผิดสภาแห่งนี้ก็นํามาแก้ไข กฎหมายผิดบางเรื่องเราก็ไม่ทูลเกล้าฯ อันนี้ รัฐธรรมนูญผิด ท่านประธานอยากทราบไหมครับว่าผิดมาตราไหนบ้าง มาตรา หนึ่งที่ผิด ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๘ เขาบอกว่า ประทานโทษครับท่าน ในรัฐธรรมนูญ ที่ว่าด้วยการเป่ดสมัยประชุมสภาเปึนครั้งแรก ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๒๘ ซึ่งท่านประธานก็คงทราบดี ท่านประธานเปึนผู้แทนราษฎรมา ๖-๗ สมัย ท่านประธาน ได้มีโอกาสร่วมรัฐพิธีเปึนครั้งแรกนะครับ พวกเราก็ภาคภูมิใจ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ในมาตรา ๑๒๘ เขาบอกว่าเปึนรัฐพิธี ดําเนินการเป่ดรัฐพิธีโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือผู้แทนพระองค์ทุกครั้งนะครับ ท่านประธานไปดูในมาตรา ๑๓๖ (๗) ขัดแย้งกัน ในมาตรา ๑๓๖ (๗) หมวดที่ว่าด้วยบทที่ใช้ร่วมกันทั้ง ๒ สภา การประชุมร่วมกันทั้งของ รัฐสภา (๗) การเป่ดประชุมรัฐสภาเปึนครั้งแรก ตามมาตรา ๑๒๘ ท่านประธานที่เคารพครับ การประชุมร่วมกันให้ใช้ข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา การประชุมร่วมกันคือ การประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส. ส.ว. ในห้องประชุมนี้แต่การเป่ดรัฐพิธีเราไปทําพิธี ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ผมติดใจประเด็นนี้หลายครั้งหลายหน กระผมไม่อยาก ให้กฎหมายรัฐธรรมนูญขัดแย้งกันเอง กระผมไม่อยากจะให้กฎหมายนี้ผิด ผมได้ตรวจ ย้อนหลังไป ๓๐ กว่าป้ ปรากฏว่าไปผิดตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๔๘๙ เขาเขียนไว้เช่นนั้น ผมเข้าใจว่าในสมัยนั้นอาจจะไม่ผิด เพราะการประชุมรัฐสภา ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะทําที่พระที่นั่งอนันตสมาคม กระผมฝากเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่า เรื่องผิดเปึนเรื่องใหญ่ เช่นนี้เราจะไม่แก้ไขเชียวหรือ
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่จะต้องมีการแจ้งทรัพย์สิน ท่านประธานคงทราบ บุคคล ที่ต้องแจ้งทรัพย์สินมี ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ คือ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่าน ส.ส. ส.ว. ท่านรัฐมนตรี ท่านเลขานุการรัฐมนตรี ท่านที่ปรึกษา ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งหลายประมาณ ๒๐ ตําแหน่ง ตลอดจนท่านสมาชิกท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นอีกหลายพันคน ตามที่กฎหมายกําหนด เขาให้ไปแจ้งทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. หาก ป.ป.ช. พบว่าจงใจหรือแจ้งเท็จ ส่งศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญใหม่ เดิมส่งศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เปึนตําแหน่ง สูง ๆ ท่านประธานศาลฎีกา ท่านอัยการสูงสุด ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดี ซึ่งกฎหมาย กําหนดให้แจ้ง เขาให้แจ้งต่อ ป.ป.ช. และให้ ป.ป.ช. ชี้มูลว่าผิดหรือไม่ผิด ถ้าผิดก็ลงโทษ ทางวินัยไม่ต้องไปขึ้นศาล ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือหลักตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ปรากฏว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านดูในมาตรา ๒๖๓ มาตรา ๒๖๔ นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในนั้นบอกว่า มาตรา ๒๖๔ บทบัญญัติมาตรา ๒๕๙ มาตรา ๒๖๐ มาตรา ๒๖๑ มาตรา ๒๖๑ วรรคสอง และมาตรา ๒๖๓ วรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย อ่านเช่นนี้คนฟังคงไม่เข้าใจ ผมขออนุญาตชี้แจงก็หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะต้อง แจ้งทรัพย์สินไปแจ้งที่ ป.ป.ช. และหาก ป.ป.ช. ชี้ว่าผิดไม่ยุตินะครับ เดิมยุติตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คราวนี้ต้องส่งไปศาลฎีกาเปึนคนวินิจฉัยเพื่อที่จะลงโทษลงทัณฑ์ว่า แจ้งทรัพย์สิน เท็จหรือแจ้งทรัพย์สินไม่ครบ ผลตามมาคืออะไรครับ ราชการท่านนั้นต้องพักงานทันทีเพราะ มีคดีความอยู่ที่ศาลเนื่องจากมีคดีแจ้งทรัพย์สินไม่ครบเพราะ ป.ป.ช. ชี้มูล อันนี้เปึนที่ หวั่นวิตกแก่ผู้ที่อ่านกฎหมายเข้าใจ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง หากมีประเด็นแจ้งทรัพย์สินไม่ครบ นั่นคือผิดพลาดจะต้องแก้ไข ในประเด็นที่ ๒
ประเด็นที่ ๓ ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญผิด ท่านประธานเปึนผู้แทนราษฎร ผมก็เปึนผู้แทนราษฎร ก่อนสมัครผู้แทนราษฎรเราก็ต้องดูว่าคุณสมบัติเรามี คุณสมบัติ ต้องห้ามเรามีหรือไม่ ในมาตรา ๑๐๒ บอกว่าผู้แทนราษฎรจะต้องไม่เปึน (๘) ข้าราชการที่มีตําแหน่ง เงินเดือน นอกจากข้าราชการการเมือง หมายถึงอย่างไรครับ หมายถึงว่า คนที่จะสมัครผู้แทนราษฎร จะต้องไม่เปึนข้าราชการ ยกเว้นข้าราชการการเมือง ก็หมายความว่า คนที่จะสมัคร ผู้แทนราษฎรจะเปึนข้าราชการสมัครไม่ได้ แต่ถ้าเปึนข้าราชการการเมืองสมัคร ผู้แทนราษฎรได้ ข้าราชการการเมืองมีใครบ้างครับท่านประธาน มีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษา เลขานุการ รวมแล้ว ๒๐ ตําแหน่ง สมมุติครับท่านประธาน ที่เคารพ สมมุติว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปสมัคร ขณะนี้ท่านมาสมัคร ส.ส. เมื่อมี การยุบสภาหรือครบวาระก็แล้วแต่ ท่านก็สามารถเปึนผู้แทนราษฎรและมาเปึน นายกรัฐมนตรีได้ อันนี้ไม่มีปัญหาแต่มีปัญหาคือตําแหน่งอื่นที่ไม่ใช่รัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญให้มาเปึน ส.ส. ได้ ตําแหน่งอื่นที่ไม่ใช่รัฐมนตรี เช่น เลขานุการ รัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาทั้งหลายประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี อีก ๑๘-๑๙ ตําแหน่ง เขาให้สมัครเปึนผู้แทนราษฎรได้ครับท่านประธาน แล้วผิดอย่างไร ไปผิดกับมาตรา ๒๖๕ ในมาตรา ๒๖๕ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา จะมีตําแหน่งหรือใช้อํานาจหน้าที่ในส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงาน ของรัฐไม่ได้ มันผิดพลาดครับ ท่านเลขานุการนายกรัฐมนตรี ท่านเลขานุการรัฐมนตรี ให้เขารับสมัครเปึนผู้แทนราษฎรได้ แต่เมื่อเขาเปึนผู้แทนราษฎรได้กลับไม่ให้เขาเปึน กฎหมายมันขัดแย้งกันโดยแท้ จะห้ามตรงไหนก็ห้าม เพราะฉะนั้นจําเปึนจะต้องมีการแก้ไขครับ ท่านประธานที่เคารพ อย่างน้อย ๓ มาตราที่มันผิดพลาด กระผมเองได้ศึกษากฎหมาย ฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น หลังจากเขามีการปฏิวัติรัฐประหาร ผมก็ติดตามมาตลอด และระหว่าง ที่มีการประชามติเราก็มีศึกษาประชามติ โดยเฉพาะพรรคพวกกระผมก็คัดค้าน ซึ่งในที่สุด เสียงประชามติก็ออกมาตามที่ท่านทราบแล้ว ๑๐ กว่าล้านเสียง แล้วระหว่างเลือกตั้ง ตัวกระผมเอง พรรคพวกกระผมเองก็รณรงค์เพื่อที่จะมาขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมบอกพี่น้อง ทั่วประเทศว่าเราจะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าผมเปึนผู้แทนราษฎร พรรคผมเปึนแกนนํา จัดตั้งรัฐบาล กระผมเห็นว่าขณะนี้มีความพร้อมแล้วครับ พวกเราในฐานะที่เปึนสมาชิก รัฐสภา เราทําตามบทบัญญัติในมาตรา ๒๙๑ ว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วเปึนสิทธิ โดยชอบธรรมของพวกเราที่จะกระทํา กระผมไม่ได้คิดเดี๋ยวนี้ ไม่ได้คิดเดือนนี้ ไม่ได้คิด ๓ เดือนนี้ เราคิดตั้งแต่ถูกปฏิวัติวันแรก คืนวันที่ ๑๙ ว่ารัฐธรรมนูญเผด็จการต้องออกมา แบบนี้แล้วข้อเท็จจริงก็เปึนเช่นนี้ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนพี่น้องประชาชน ท่านสมาชิก ทั้งหลายว่าสมควรแล้วละครับ ท่านจะศึกษาก็ศึกษาไป ผมศึกษามา ๘-๙ เดือนแล้ว ก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลท่านในการแก้ไขต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพ