นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าไม่ใช่แก้เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง แต่เพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังชี้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช มีความเห็นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย แล้วก็มีบางท่านได้กล่าวในทํานองลักษณะพาดพิงมาถึงพรรค ซึ่งท่านอาจจะใช้คําพูดว่า พรรคเก่าแก่หรืออะไรก็ตาม แต่นั่นผมหมายความว่าท่านน่าจะหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้เล็กน้อยครับก่อนที่จะเข้าถึงเนื้อหาของญัตตินี้ ผมกราบเรียนว่า ที่ท่านพาดพิงถึงพรรคนั้นท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เองหรือท่านหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยกล่าว เคยพูดว่าเราก็จะแก้รัฐธรรมนูญ ผมพูดว่านั่นคือเรื่องที่จริง และผมกราบเรียนว่าพรรคประชาธิปัตย์เองเราไม่เคยปฏิเสธเลยไม่ว่าที่ไหนก็ตามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขไม่ได้ เราพูดและยืนยันมาตลอดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จําเปึน ต้องมีการแก้ไข แต่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น เรามีแนวทาง ในการแก้ไขซึ่งอาจจะแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายไป
ประเด็นแรกที่ผมกราบเรียนท่านประธาน คือเราย้ําอยู่ตลอดเวลาว่าการแก้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ใช่ภาระเร่งด่วนของรัฐสภา และผมกราบเรียนท่านประธาน เปึนครั้งที่ ๒ ในสภาแห่งนี้ว่า ผมเห็นด้วยกับคําพูดของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ที่ท่านได้พูดเมื่อรับตําแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ ๆ ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ เรื่องเร่งด่วน และท่านได้ย้ําต่อสาธารณะในหลายครั้งว่ารัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญนี้ ในป้ที่ ๔ หรือ ๓ เดือนสุดท้ายของวาระรัฐบาล ซึ่งเราก็เห็นด้วยครับว่าตั้งแต่นี้เปึนต้นไปจนถึงป้สุดท้ายของรัฐบาลจําเปึนต้องมีการศึกษา รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างถ้วนถี่เพื่อที่จะแก้ไข เพื่อให้ถูกจุด ถูกประเด็น ผมเห็นด้วยกับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ท่านนายกรัฐมนตรีก็เปลี่ยนไป โดยสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะเร่งด่วนขึ้นมา นี่คือสิ่งที่เราเห็นว่า แตกต่างกัน
เรื่องที่ ๒ ที่พรรคประชาธิปัตย์เราได้พูดเสมอว่าเมื่อไม่ใช่เร่งด่วน แล้วเราต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา โดยดึงจากบุคคลภายนอก ดึงจาก การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วม นี่คือจุดยืนของพรรคครับ และประการสําคัญเราพูดเสมอว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกติกาที่สูงที่สุด ของประเทศนี้มันไม่ใช่แก้เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง หรือไม่ได้แก้เพื่อผลประโยชน์ ของพรรคการเมืองครับ แต่เปึนการแก้เพื่อผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือหลักการที่เรายืนยันมาตลอดครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ถึงเพื่อนสมาชิกครับว่า เวลาท่านอภิปรายท่านจะใช้คําพูดอย่างไรก็ตามที่อาจจะพาดพิง ไปถึงพรรคการเมืองอื่น ขอให้ฟังให้ละเอียดนะครับ อย่าพูดโดยที่ท่านก็ไม่มีข้อมูลและ ไม่รับผิดชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเกือบทุกท่าน เหตุผลใหญ่ประการหนึ่งที่ท่านบอกว่าท่านรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ ตรงกันครับ ซึ่งเปึนความเห็นจากซีกรัฐบาลก็คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาจากเผด็จการ พูดอย่างนี้ครับ แต่ว่าท่านไม่ได้พูดถึงเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญว่าถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจาก การปฏิวัติหรือการรัฐประหารก็ตาม เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันใช้ได้ไหม มันดีไหม ท่านมิได้พูดถึงเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ พูดเพียงแต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการรัฐประหาร เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการพูดอย่างนั้นเรื่องเดียวครับ ผมคิดว่าท่านพูดเพียงประมาณ ๑๐ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่ควรจะพูดในเนื้อหาของ รัฐธรรมนูญเท่านั้นล่ะครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผมก็ยอมรับส่วนหนึ่งครับว่า รัฐธรรมนูญที่เรากําลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ครับ มันอาจจะมีที่มาจากการรัฐประหาร หรือท่านจะใช้คําพูดว่ามีที่มาจากเผด็จการก็แล้วแต่ครับ แต่ตอบคําถามผมสักนิดได้ไหมครับ ใครก็ตามที่ยืนขึ้นในสภาแห่งนี้แล้วพูดว่ารัฐธรรมนูญมาจากเผด็จการ มาจากรัฐประหาร พูดต่ออีกสักนิดได้ไหมครับว่าเผด็จการหรือรัฐประหารนั้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไร พูดถึง สาเหตุสิครับ ถ้าเราไม่พูดถึงสาเหตุเราแก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ ผมเคยพูดหลายครั้งว่า มันต้องแก้ที่เหตุครับ จริงอยู่ครับท่านบอกว่ามาจากเผด็จการ แต่ว่าเผด็จการที่เขาล้ม รัฐบาลคราวที่แล้วนั้นเขาล้มรัฐบาลที่เปึนทุนนิยมครับ แล้วที่หนักไปกว่านั้นก็คือ เราเรียกว่า ทุนนิยมสามานย์ ครับ ทุนนิยมสามานย์ที่แฝงอยู่ในคราบของประชาธิปไตย ความคิดของคนในประเทศนี้เลยต่อสู้ เลยขัดแย้งกันว่าในระหว่างทุนนิยมสามานย์กับ เผด็จการที่ยึดอํานาจนั้นอย่างไหนมันจะดีกว่ากัน แล้วทุนนิยมสามานย์นั่นหรือครับ ที่บริหารบ้านเมืองมาจะอ้างความเปึนประชาธิปไตย ท่านได้อ้างถึงความเปึน ประชาธิปไตย แต่ท่านใช้คําว่าประชาธิปไตยนั้นทําลายบ้านเมืองเสียยับเยินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดีใจท่านประธานพยักหน้าแสดงว่าท่านประธานเห็นด้วยกับผม ใน ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาไม่เคยมียุคไหนที่มีการทุจริตมากถึงขนาดนั้นนะครับ แต่ว่ารัฐบาล ที่บอกว่ามาจากประชาธิปไตยนั่นล่ะครับเปึนรัฐบาลที่ปล่อยให้มีการทุจริตมากที่สุดตั้งแต่ เราเคยมีรัฐบาลมา แล้วรัฐสภาแห่งนี้ไม่สามารถแก้ไขการทุจริตของรัฐบาลที่มาจาก ประชาธิปไตยได้เลยครับ เราเลยเรียกเขาว่า รัฐบาลที่เปึนทุนนิยมสามานย์ พูดถึงสาเหตุ สักนิดเถอะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ารัฐบาลลักษณะอย่างนี้บริหารบ้านเมือง ต่อไปประเทศนี้เหลือเฉพาะกระดูกเท่านั้นล่ะครับ แต่ว่าเนื้อหนังมังสาทั้งหลายมันจะอยู่ ในมือของพรรคการเมือง มันจะอยู่ในมือของนักการเมืองทั้งสิ้น ประชาชนและประเทศนี้ จะเหลือเฉพาะโครงสร้าง เหลือเฉพาะกระดูกเท่านั้นล่ะครับ นี่คือสาเหตุที่มาของ รัฐธรรมนูญที่ท่านพูดว่าเปึนที่มาของเผด็จการ ผมเรียนท่านอีกสักครั้งนะครับว่า การปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดขึ้นเปึนการต่อสู้ระหว่างเผด็จการที่ท่านพูดถึงกับการต่อสู้ ของทุนนิยมสามานย์ครับ แต่ว่าในขณะนี้มีพรรคการเมือง มีสมาชิกหลายท่านบอกว่าจําเปึนต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่าท่านเคยประกาศไว้ตอนเลือกตั้งว่าถ้าเลือกท่านเข้ามาแล้วท่านจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมไม่ขัดข้องครับ เพราะว่าสิ่งที่เกิดจากการปฏิวัติหรือการรัฐประหาร หรือสิ่งที่เกิดจาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันกระทบ