สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑

ไชยยศ จิรเมธากร หารือเรื่องการแก้ไขความไม่ชัดเจนในกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๖๖ ที่ไม่ได้ระบุว่าการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเป็นเรื่องของทุจริต หรือไม่ และเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขเพื่อความชัดเจนในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการก่อตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และเรียกร้องการปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้แน่ใจว่าศาลยุติธรรมของไทยมีความยุติธรรมและเป็นกลาง

นายไชยยศ จิรเมธากร อุดรธานี

ด้วยความเคารพต่อท่านประธานครับ คือเนื่องจากผมอภิปรายตามข้อบังคับ ผมไม่ได้วกวนซ้ําซาก แล้วเราไม่ได้มีการกําหนดเวลา กันล่วงหน้า เพราะฉะนั้นผมยังไม่ได้ซ้ําประเด็น ผมยังไม่ได้ซ้ํามาตรา จริง ๆ แล้วนี่ครับ ท่านประธาน ผมเหลืออีกแค่ ๔ มาตราเท่านั้นเองก็จะจบ เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศนะครับท่านประธาน ไม่ใช่ของเด็กเล่น ถ้าผมจะเสนอญัตติ ขึ้นมาเพื่อศึกษาเพราะผมต้องชี้แจงให้สังคมได้รับรู้ได้ว่าพรรคผมที่ร่วมกันเซ็นชื่อมานี่ มีความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ท่านประธานครับ เหลืออีกแค่ ๔ มาตราเท่านั้นล่ะครับ มาตรา ๒๖๖ ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือ แทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น คําว่า ของผู้อื่น นี่ล่ะครับท่านประธานที่มันเปึน ปัญหา มันไม่ได้ระบุว่าโดยทุจริต ถ้ามันมีคําว่า โดยทุจริต สักคําเดียวมันก็จะไม่เปึนปัญหา แต่วันนี้ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่สามารถเข้าไปพูดจาถึงปัญหาที่เปึนประโยชน์ ของประชาชนได้ เพราะคําว่า ของผู้อื่น ผู้อื่นก็หมายถึงคนที่ไม่ใช่ตัวผม หมายรวมถึง พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ สภาแห่งนี้ได้รับการยกเว้นว่าถ้าตั้ง คณะกรรมาธิการสามารถเชิญข้าราชการมาพูดได้ แต่ผมกราบเรียนถามครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ว่าวันนี้เราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องน้ํา ที่เรียกกันว่า วิ. น้ํา คณะกรรมาธิการวิสามัญไปตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ได้ตั้งผมเข้าไปเพราะผมเคยเปึนประธานประชาสัมพันธ์โครงการโขง-ชี-มูล เคยร่วมประชุม ในการทําเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) เรื่องน้ําในสมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่วันนี้ ผมกราบเรียนถามท่านประธานครับว่าที่รัฐธรรมนูญยกเว้นไว้ว่าคณะกรรมาธิการ ที่ตั้งโดยสภา แล้วคณะอนุกรรมาธิการตั้งโดยสภาหรือเปล่าไม่มีใครตอบได้ มีการไปประชุมกันที่ต่างจังหวัดผมไม่กล้าเข้าไป เพราะผมกลัวว่าวันหนึ่งมันจะต้องเปึน ปัญหาต้องตีความ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดไม่ใช่ผลประโยชน์ของผม แต่ผลประโยชน์ ของสภาทั้งปวงแล้วก็เปึนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

เรื่องต่อไปครับ เรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง การตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองขึ้นมา เจตนารมณ์ หลักการของการตั้งก็คือว่า ไม่ให้นักการเมืองเข้าไปใช้อิทธิพลแทรกแซง เพราะฉะนั้นเมื่อเริ่มกระบวนการแล้วก็จะต้องมีการพิจารณาคดีต่อเนื่องทุกวัน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักการของความยุติธรรมของประชาชนไม่ว่าที่ไหน ก็ต้องมี ๓ ศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีอาญา แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองสามารถตัดสินจําคุกนักการเมืองโดยศาลเดียว ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้พิพากษาว่าผมเข้าใจ ผมเชื่อมั่นในระบบศาล ของไทย เชื่อมั่นเชื่อถือในตัวท่าน แต่ที่ผมอภิปรายตรงนี้เพราะว่ามันเปึนเรื่องของหลักการ ประชาชนขึ้นศาลได้ ๓ ศาล ทําไมครับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองจะมีสัก ๒ ศาล มีศาลอุทธรณ์อีกสักศาลหนึ่งเพื่อกลั่นกรองความพร้อม อีกสักศาลหนึ่งได้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าโดยปกตินี่ท่านผู้พิพากษาท่านเห็นเหตุการณ์ เช่น ไปนั่งอยู่แล้วมีคนตีกัน คดีนั้นขึ้นมาท่านก็ตัดสินไม่ได้ แต่ว่าเมื่อศาลจะต้องมาเสนอ กฎมาย มาดีเฟนด์ (Defend) กฎหมาย มาขอการสนับสนุนจากพรรคการเมือง คะแนนเสียงจาก ส.ส. วันข้างหน้าต่อไปจะมีโอกาสหรือเปล่าที่จะทําให้เกิดความสูญเสีย ในความเปึนกลาง แล้วก็มีอคติจากกฎหมายที่ตนเองเสนอหรือไม่ ในขณะที่โดยปกติ กฎหมายของศาลก็เสนอผ่านรัฐบาลมา เพราะรัฐบาลเปึนผู้เสนอกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ ต้องรับผิดชอบต่อสภา ถ้าหากกฎหมายไม่ผ่านรัฐบาลต้องลาออก แต่ถ้ากฎหมายของ ศาลเกิดไม่ผ่านล่ะครับท่านประธาน แล้วกฎหมายที่เปึน พ.ร.บ. การเงิน โดยหลักการ พ.ร.บ. การเงิน นายกรัฐมนตรีต้องเซ็นเห็นชอบเพื่อเปึนหลักประกันว่านายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะเปึนคนที่รับผิดชอบว่าต่อไปสํานักงบประมาณจะต้องจัดสรร งบประมาณให้ตามนั้น ปัญหาก็คือว่าถ้าหากศาลหรือองค์กรอิสระเสนอกฎหมายเข้ามา สู่สภา สภาผ่านไปแล้วไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจะทําอย่างไรครับท่านประธาน ผมกราบเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าทั้งหมดนี้ผมเชื่อมั่นในระบบศาลยุติธรรมของไทย แต่สิ่งที่ผมพูดก็คือหลักการ เพราะว่าหลักการของกฎหมายต้องมีเรื่องของการปราศจาก อคติ มีหลักการอยู่ว่าไม่มีใครสามารถตัดสินเรื่องที่ตนเองมีส่วนได้เสียได้ แล้วเราจะทํา อย่างไรกับเรื่องของการแบ่งแยกอํานาจที่ร่ําเรียนกันมาตั้งแต่เด็กว่าอํานาจอธิปไตย มีอยู่ ๓ อํานาจ ก็คือ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ วันนี้สิ่งที่ทํา มันอาจจะเปึนสิ่งที่แปลกใหม่ เท่าที่ผมตรวจสอบดูไม่มีประเทศไหนในโลกเคยทําไว้ครับ ประเทศไทยเข้าใจว่าเปึนประเทศแรกที่ระบุไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานที่ผมได้กราบเรียนมาทั้งข้อดีและข้อด้อยของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงเปึน สาเหตุให้ผมและคณะได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ เสนอญัตติด่วนเพื่อขอแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการใช้และปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ขอบคุณครับท่านประธาน