สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวหาว่าประธานสภาไม่สุจริตในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประธานสภาแสดงความเห็นใจ ส่วนในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นตระหนักถึงบทบาทของตนเองในช่วงรอยต่อประวัติศาสตร์ทางการเมือง และไม่พกความแค้นส่วนตัวเข้าไปในการศึกษา
ขอบคุณครับ ผมยืนยันท่านประธาน นะครับ เรื่องนี้ไม่ใช่การใส่ร้ายครับ บุคคลที่เอ่ยถึงนั้นเปึน ส.ส. ทั้งสิ้นครับ ถ้าไม่ใช่เปึน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสื่อมวลชนท่านปฏิเสธได้ครับ จะนายแพทย์สุรพงษ์ก็ดีที่จุดประเด็น มาตรา ๒๓๗ ต้องแก้ก่อนยุบพรรค หรือแม้แต่กระทั่งคําแถลงของ ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชนที่ลงในเว็บไซต์แนวหน้า ฉบับวันที่ ๒๖ มีนาคม ป้ ๒๕๕๑ นี้ครับ ท่านแถลงเช่นนี้จริง ผมกราบเรียนท่านประธานต่อไปครับว่า หลังจากนั้นเมื่อมีมติกัน แล้ววิปรัฐบาลเองก็ไปแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เราจํากันได้ทุกคนครับว่า ประเด็น เรื่องรัฐธรรมนูญนั้นมันมาร้อนขึ้นเมื่ออนุวิปของรัฐบาลเองไปเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นนั้นเสนอแก้ไข ๕ มาตราครับ ๕ มาตรานี้เปึนที่มาของกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างยิ่งว่ามันเหมาะมันควรหรือไม่ ไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับ ว่าท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่เหตุผลและเจตนาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่านนั้น มันถูกตีความได้ว่าเปึนเจตนาที่ไม่สุจริตตั้งแต่ต้น ท่านพูดมาตรา ๒๓๗ ท่านพูดมาตรา ๓๐๙ ในขณะนั้น อย่าปฏิเสธเลยครับว่ามันมีกระแส คัดค้านเกิดขึ้นมากมายในสังคม พรรคประชาธิปัตย์เองครับเปึนฝ์ายเตือนและให้สติรัฐบาลว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทําได้แต่ต้องระมัดระวัง ในเวลานี้ปัญหาวิกฤติปากท้องของแพง เปึนเรื่องใหญ่ รัฐธรรมนูญมีปัญหาต้องแก้แน่ แต่รัฐธรรมนูญยังมีปัญหาในส่วนเฉพาะการเมือง แก้ปัญหาประชาชนก่อน แต่เรื่องรัฐธรรมนูญที่เดินต่อก็คือว่า หลังจากที่มีการจุดประเด็นแก้ไข ๕ ประเด็นขึ้นมาแล้วสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์คัดค้านกันอย่างเรียกได้ว่ากว้างขวาง ไปทั่วทั้งประเทศ สุดท้ายครับกระผมก็จะตัดตอนว่าที่สุดแล้วนี่วิปรัฐบาลเองก็เลยเปลี่ยนแปลง จากการแก้ไข ๕ ประเด็นกลับกลายเปึนการแก้ไขทั้งร่าง วันที่ประกาศว่าแก้ไขทั้งร่างนี่ละครับ เปึนวันที่มีการก่อกระแสการคัดค้านความเห็นของท่านกว้างขวางในทุกวงการ เราแทบ ไม่เคยเห็นว่านายแพทย์อาวุโสของประเทศนี้จะออกมาให้สัมภาษณ์แถลงข่าวไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งร่าง เราไม่เคยเห็นองค์กร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ออกมาคัดค้าน ความจริงสิ่งที่เขาคัดค้านก็มีประเด็นครับ เขาไม่ได้ค้านการแก้รัฐธรรมนูญว่า ท่านแก้ไม่ได้ แต่คัดค้านระยะเวลาและจุดมุ่งหมายในการแก้ไข เอาละครับ หลังจากนั้น เมื่อกระแสคัดค้านสูงขึ้นแล้วกลุ่มที่ต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปลี่ยนแปลงวิธีการ จะโดยเหตุผลใดก็แล้วแต่ครับ วันที่ ๘ พฤษภาคมแกนนํากลุ่มที่เรียกตนเองย่อ ๆ ว่า คปพร. ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับพรรคการเมืองบางพรรคอย่างแน่นอน ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อประธานสภาป่ดถนนที่หน้าสภาเปึนเวลาครึ่งวัน จะไปบอกคนอื่นว่าป่ดถนนขัดรัฐธรรมนูญ เพราะว่าเสียประโยชน์สาธารณะ แต่บางกลุ่มไปชุมนุมที่ตนเองเห็นด้วยทําไมไม่พูดให้จบครับ หลังจากยื่นไปแล้วก็ทราบว่ามีปัญหาเพราะบางฝ์ายติงว่าไม่มีกฎหมายรองรับ เรื่องการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของประชาชน สุดท้ายเหตุการณ์ที่ใหญ่สุด ที่นํามาซึ่งญัตติวันนี้ก็เกิดขึ้นในวันที่ ๒๑ พฤษภาคม วันที่ฝ์ายค้านไปยื่นหนังสือถอดถอน อดีตรัฐมนตรีจักรภพ เพ็ญแข กลุ่มหนึ่งในพรรคพลังประชาชนก็ไปยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ถึงตรงนี้อย่าบอกนะครับว่ากลุ่มที่เขาชุมนุมที่พวกท่านเรียกเปึนคนข้างถนน หรืออะไรก็แล้วแต่นี่ว่าเขาชุมนุมกันมาก่อนหน้านี้ เพราะทันทีที่ท่านยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถัดจากนั้น ๔ วันครับกลุ่มพันธมิตรจึงเริ่มชุมนุม ถามวันนี้ว่าชนวนชุมนุมมาจากไหนครับ คําตอบมันชัดเจน ท่านจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยเรื่องหนึ่ง แต่บิดเบือนข้อเท็จจริงไม่ได้ ชนวนการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งไม่ควรจะเปึนชนวนวิกฤติบ้านเมืองท่านจุดขึ้นมาเอง จุดแล้ว วันนี้ลุกลามบานปลายท่านโทษใครครับ วันนี้ชี้หน้าโทษหาคนอื่นบอกอยู่เบื้องหลัง กลับไปดูข้อเท็จจริงทางการเมืองครับแล้วอย่าปฏิเสธความจริง ประเด็นข้อเท็จจริง เปึนอย่างนี้ครับ ในที่สุดการชุมนุมที่ลุกลามบานปลายข้างนอกก็ขยายวงมากขึ้นเรื่อย ๆ และยกระดับการต่อสู้ของเขานั่นเปึนการเคลื่อนไหวภาคประชาชน ในสภาของเราครับ ในเวลาที่กลุ่มคนต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เดินหน้าที่จะทําต่อนั้นกลายเปึนกลุ่มการเมือง พรรคฝ์ายค้านครับที่เสนอมาตลอดเวลาว่าต้องตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่อง รัฐธรรมนูญเพราะต้องการให้ทุกฝ์ายเข้ามามีส่วนร่วมและดับชนวนวิกฤติก่อน ผมจําได้ว่า เวลานั้นมี ๒ ญัตติที่ไปจากพรรคพลังประชาชนคาอยู่ในสภา พรรคเพื่อแผ่นดินยื่นมา พรรคชาติไทยยื่นมา เราพยายามพูดหลายครั้งว่าเอาญัตตินี้ขึ้นมาเถิด สภานี้ไม่สนใจ เดินหน้า จะแก้รัฐธรรมนูญกันต่อจนวงบานปลายขยายวงมากขึ้น ในที่สุดอะไรเกิดขึ้นครับ ก็ต้องมีการถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะทนกระแสกดดันภายนอกไม่ได้ ในที่สุดแล้วร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอันนั้นก็ถูกถอดไป แต่สังคมก็ยังไม่วางใจหรอกครับ เพราะมีการพูดอยู่เสมอว่าถอนไปวันนี้ก็ยื่นใหม่ได้อีก มีข่าวเยอะครับ กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ภาคนั้นภาคนี้จะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนก็เปึนห่วงว่าวิกฤติ ซึ่งบ้านเมืองแย่อยู่แล้วจะหนักขึ้น ที่สุดก็เปึนอย่างที่พวกเราเห็นกันครับว่าก่อนเป่ดสภา สมัยวิสามัญ ท่านประธานสภานัดไปคุยกันในเรื่องของการประชุมสภา ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นซึ่งนั่นเปึนหนทางที่ดี ที่สุด ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับพรรคประชาธิปัตย์ เราคิดว่ารัฐธรรมนูญ ในเมื่อถูกจุดให้เปึนชนวนวิกฤติบ้านเมืองได้ก็ควรจะดับชนวนวิกฤติได้ด้วยการใช้เวทีของ รัฐสภาเรา ก็ต้องขอบคุณเจ้าของญัตติทุกฝ์ายครับ จะด้วยความจําใจจํายอมหรืออย่างไร ก็แล้วแต่ท่านก็เสนอญัตติเข้ามาสู่สภานี้เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา
ประเด็นต่อไปจากนี้ก็คืออย่างนี้ครับว่าหลังจากตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ ไปแล้ว คณะกรรมาธิการชุดนี้จะมีจุดยืนอย่างไรในการที่จะไปศึกษาเรื่องของการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ ผมเปึนห่วงเพราะมีการอภิปรายที่เห็นได้ชัดในเวลาวันกว่า ๆ ที่ผ่านมาว่า แนวคิดมีแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ฐานคติประเภทที่รับไม่ได้เลย ฐานคติที่มีอคติ ต่อบางเรื่องจะเปึนเรื่องที่อันตรายมาก หากนําความคิดเช่นนั้นไปในการศึกษาเรื่องของ การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ผมเรียนตรงนี้เพื่อฝากไปถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านว่า ท่านไม่ใช่ชุดแรกหรอกของสภานี้ที่เปึนคณะกรรมาธิการในการศึกษาเรื่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๖ ต่อเนื่องจากป้ ๒๕๓๕ เคยมีคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานี้พิจารณาญัตติ ในการศึกษารัฐธรรมนูญ ๗ ฉบับเท่ากันเลยกับตอนนี้และผลรายงานของคณะกรรมาธิการ ชุดนั้นเปึนที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่คณะกรรมาธิการชุดนั้นเขามีจุดยืนชัดเจนครับ ผมจึงกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการชุดที่จะไปนี้ที่จะประกาศชื่อกันก็พอทราบกันได้ว่า ใครเปึนใครบ้าง แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงก็คือ กรอบแนวความคิดจุดยืนคณะกรรมาธิการ จะเปึนอย่างไร ถ้าปักหลักด้วยอคติว่างานนี้จะกลับเข้าไปแก้แค้นคนที่ร่างรัฐธรรมนูญมา วิกฤติบ้านเมืองนี้ไม่จบหรอกครับ สิ่งที่ท่านต้องตั้งหลักก็คือว่าถ้าจะศึกษาก็ต้อง ด้วยความมีเหตุมีผลครับ กระผมไม่ได้ดูถูกความคิดของใคร แต่กระผมเปึนห่วง ผมคิดว่า ข้อที่ ๑ รัฐธรรมนูญนั้นจําเปึนที่จะต้องการการมีส่วนร่วมของทุกฝ์าย ประการที่ ๒ ต้องเข้าใจเหมือนกันว่ารัฐธรรมนูญเพิ่งบังคับใช้มาเพียง ๓-๔ เดือน ยังมีกลไก ในรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้ปฏิบัติอีกมาก ฝ์ายค้านเราได้ลองศึกษาดูว่ากฎหมายที่ต้องออก ตามรัฐธรรมนูญมีจํานวนเท่าใด ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่ามีมากกว่า ๓๐ ฉบับ ที่ต้องออกและ ณ บัดนี้ยังไม่ได้ออกบังคับใช้เลยแม้แต่ฉบับเดียว กลไกรัฐธรรมนูญ ที่ยังไม่บังคับใช้ท่านไปศึกษาอย่างไรครับที่จะบอกว่าต้องแก้ทั้งที่กลไกรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้เริ่ม ที่สําคัญก็คือว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องไปศึกษาเรื่องของรัฐธรรมนูญ โดยต้องอิงกับความคิดเห็นของประชาชน ไม่ควรมีความคิดแบ่งภาค แบ่งจังหวัด แบ่งฝักแบ่งฝ์าย ยกย่องเชิดชูคนภาคหนึ่งเหยียดหยามคนอีกภาคหนึ่ง หรือแม้แต่ชี้นํา ความคิดว่ามีความแตกแยกกันขึ้นในประเทศ มิเช่นนั้นครับคําว่า สมานฉันท์ก็ดี คําว่า สามัคคีในบ้านเมืองก็ดี ก็เสมอเปึนเพียงลมปากนักการเมืองที่พูดไปพล่อย ๆ เท่านั้น ผมก็ไม่อยากเห็น แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงแล้วก็น่าเสียดายอย่างยิ่งก็คือว่าในเวลาที่ต้องการ องค์ประกอบที่ใหญ่ขึ้น คนมาจากทุกฝ์ายอิงกับประชาชน ในเวลาที่ผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรไปคุยกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายรัฐบาลเองเสนอบอก ต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๖๐ คน ในเวลาที่ต้องการองค์ประกอบที่ใหญ่ขึ้น คนมาจากทุกฝ์าย อิงกับประชาชน ในเวลาที่ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไปคุยกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายรัฐบาลเอง เสนอบอกต้องมีกรรมาธิการวิสามัญ ๖๐ คน เพื่อต้องการองค์ประกอบจากคนข้างนอก เข้ามาให้มาก ฝ์ายค้านเสนอบอกว่าใน ๖๐ คนนี้สัก ๒๐ คนขอเปึนสัดส่วนจาก บุคคลภายนอกที่เขามาได้โดยตรง โดยรัฐสภาเรากําหนดกระบวนการสรรหา อีก ๔๐ คน เปึนของฝ์ายการเมือง น่าเสียดายครับที่ข้อเสนอของวิปรัฐบาลเองสุดท้ายก็ถูกวิปรัฐบาล ปฏิเสธ เพราะทราบว่าวันนี้ท่านต้องการกรรมาธิการเพียง ๔๐ คนเท่านั้น สัดส่วนนี้ก็ลดลง แล้วก็เปึนเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ความน่าเปึนห่วงต่อไปก็คือว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ จะเข้าไปศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ โดยจะกําหนดให้รัฐธรรมนูญอยู่ในฐานะอะไร ของการเมืองไทย อย่าลืมว่าการปฏิรูปการเมืองนับแต่หลังพฤษภาทมิฬ ป้ ๒๕๓๕ เริ่มจุดแนวคิดเรื่องของรัฐธรรมนูญนิยมขึ้น รัฐธรรมนูญจึงเปึนกฎหมายสูงสุดที่ทุกฝ์าย เข้าไปเกี่ยวข้องยกร่างให้มีความสัมพันธ์ของอํานาจ แต่เท่าที่ฟังวันเศษที่ผ่านมา ผมเปึนห่วงครับ หลายเสียงในสภานี้ซึ่งจะเปึนเสียงข้างมากท่านมองว่ารัฐธรรมนูญ เปึนเครื่องมือทางด้านการเมืองเท่านั้น ท่านกล่าวว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เอาไว้ฆ่าคน บางคน เปึนเครื่องมือแก้แค้น แต่ถ้าเราอ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตรามันไม่ได้กําหนด ไว้เช่นนั้น ในแนวนโยบายแห่งรัฐมีหลายเรื่องที่ไม่เคยบัญญัติเอาไว้ก่อน การคํานึงถึง คนยากคนจน การคํานึงถึงสวัสดิการประชาชนเปึนส่วนดีที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ถ้าใช้ฐาน คติว่ารัฐธรรมนูญเปึนเครื่องมือแก้แค้นกันทางการเมือง ไม่วายครับที่ผลการศึกษา จะออกมาในทิศทางอีกทิศทางหนึ่งเลย อันนี้น่าเปึนห่วงมาก ผมกราบเรียนเรื่องนี้ เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ท่านเปึนช่วงรอยต่อในประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่สําคัญ และกรรมาธิการชุดนี้จะไป ศึกษาประเด็นต่าง ๆ โดยเอาความแค้นส่วนตัวพกเข้าไปไม่ได้ มิเช่นนั้นผมเชื่อว่า สถานการณ์ทางด้านการเมืองที่เราหวังจะดับชนวนคลี่คลายด้วยกรรมาธิการชุดนี้ ไม่มีวันที่จะดับลงได้ ผมเรียนท่านประธานในเรื่องนี้ก็เพื่อที่จะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการ และเห็นว่าประเด็นสําคัญที่สุดที่คณะกรรมาธิการชุดนี้และรัฐสภาต้องช่วยกันก็คือ ต้องนําพาประเทศไทยก้าวข้ามผ่านวิกฤติความแตกแยกในขณะนี้ไปให้ได้ ถ้าวันนี้ กับเมื่อวานนี้ ๒ วัน เราได้ระบายความรู้สึกที่เปึนความอึดอัดใจในทางการเมืองออกมาแล้ว วันนี้ต้องตั้งสติครับ ประเทศไม่อาจจะอยู่ได้ด้วยความคิดของคนที่รักทักษิณ ฝ์ายหนึ่งกับไม่ชอบทักษิณอีกฝ์ายหนึ่ง ประเทศมีมากกว่าเรื่องนี้ ประเทศมีคนอีก ๖๐ กว่าล้านคน ประเทศมีคนยากคนจนอีกหลายสิบล้านคนที่รอความหวังจากคน ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาเลือกมาและไปแก้ไขปัญหาให้เขา เวลาของประเทศ ไม่ได้มีเพื่อต้องการเอากลับไปแก้แค้นใครหรือปกปัองใครในทางการเมือง แต่ต้องแก้ไข ปัญหาประชาชน กรรมาธิการที่จะเข้าไปศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญต้องตระหนักเรื่องนี้ ไว้แล้ว ผมเชื่อว่านั่นแหละครับวัตถุประสงค์ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญชุดนี้ จึงสามารถที่จะบรรลุผลสําเร็จได้ ผมเรียนท่านประธานว่า สภานี้ก็คงจะมีมติร่วมกันในการตั้งคณะกรรมาธิการ แต่จากวันนี้ไปเราอยากเห็น ความก้าวหน้า และคณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องทําสิ่งที่พวกเราคาดหวัง สังคมคาดหวัง ให้เปึนจริง ขอบพระคุณครับ