วรงค์ เดชกิจวิกรม ชี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรไม่เร่งรีบและต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังใหม่และไม่ควรแก้ไขเร่งรีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้รัฐธรรมนูญได้ทำงานและแสดงผลก่อนที่จะแก้ไข และควรศึกษาข้อดีข้อเสียของทั้งสองรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคุณธรรมและจริยธรรมในการปกครองประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ต้องขอบคุณประธาน จากใจด้วยนะครับ ผมกําลังโยงประเด็นกําลังจะจบครับท่านประธาน ผมเริ่มต้น ตรงนี้ใหม่อีกทีว่า ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นโดยส่วนตัวแก้ไขได้ แต่หลักการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะมีหลักการประมาณ ๓ ข้อที่ผมคิดไว้ ที่จะนําเสนอผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกทุกคนว่า จุดที่ ๑ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ต้องไม่เร่งรีบครับ ทุกอย่างต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะสม ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จริงอยู่ผ่านประชามติเมื่อเดือนสิงหาคมป้ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลชุดนี้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพิ่งเคียงคู่กันมาแค่ ๔ เดือนครับ ผมมองว่า ๔ เดือนที่ผ่านมานั้นมันน้อยเกินไป และ ผมก็กําลังจะชี้ให้เห็นว่าขนาดรัฐบาลทํางานมา ๔ เดือนยังเอะอะโวยวายเลยว่าฝ์ายค้าน มายื่นไม่ไว้วางใจมันเร็วเกินไป ฉะนั้นผมมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันยิ่งเร็วเกินไปครับ ฉะนั้นควรจะให้เวลารัฐธรรมนูญในการทําหน้าที่ของตัวเองและจะได้เห็นว่าจุดไหนเปึนจุด ที่บกพร่องแล้วเราจะได้มาแก้ไข จุดที่ ๒ ที่ผมคิดว่าโดยส่วนตัวนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ได้แล้วนี่เราต้องตอบสังคมได้ว่าแก้แล้วประชาชน สังคมได้อะไร เพราะท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าในช่วงวันนี้กับเมื่อวานนี้ผมนั่งฟังทั้งวัน ปัญหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความเร่งรีบร้อนรน เกิดจากปัญหาของนักการเมืองทั้งสิ้นครับ ไม่มีใครเคยเอาประเด็นที่สําคัญมาบอกว่าแก้แล้วประชาชนได้อะไร มันคล้าย ๆ กับ จะมีบอกว่าในมาตรา ๒๖๖ เปึนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ซุปเปอร์แมน (Superman) ของพรรคประชาธิปัตย์กําลังจะ ตรวจสอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านท่านประธานสภาครับ เพื่อกําลังจะชี้ให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ป่ดกั้นพวกเรา ส.ส. ในการดูแลประชาชนที่เปึนผลประโยชน์ของ ประชาชน แต่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการป่ดกั้น ส.ส. ที่ทํางาน บนเจตนารมณ์เพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ดังนั้นผมเชื่อว่าประเด็นข้อที่ ๒ ที่ผมพยายามย้ําว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องชี้ให้เห็นว่าประชาชน ประเทศชาติได้อะไร และ ข้อที่ ๓ จุดที่เปึนข้อกังขาและกังวลมากที่สุดคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้อง ต้องข้อนี้ เปึนต้องที่สําคัญที่สุดคือ ต้องไม่ทําเพื่อตนเองหรือเพื่อพวกพ้อง วันนี้ข้อกังวล วันนี้ การเมืองภาคประชาชน ม็อบวันนี้เกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ถ้าท่านใจเย็น สักนิดหนึ่งผมเชื่อว่าม็อบเขาไม่ติดหรอกครับ และวันนี้ผมฟังมีหลายคนพยายามโจมตีว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งของพันธมิตร พรรคประชาธิปัตย์ เปึนนักการเมืองตามระบอบสภาผู้แทนราษฎร เรายึดเวทีของสภาผู้แทนราษฎรในการทํา หน้าที่ พันธมิตรเปึนสิทธิของประชาชน เปึนการเมืองภาคประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ที่ประชาชนสามารถจะมีสิทธิในการชุมนุมเรียกร้องอะไรก็ได้ที่อยู่บนพื้นฐาน ความสงบโดยปราศจากอาวุธ เพราะฉะนั้นผมถือว่าเรา ๒ ส่วนแยกกันครับ ต่างฝ์าย ต่างทําหน้าที่ แต่บังเอิญเรา ๒ ส่วนนั้นทําหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนและ ประเทศชาติคล้าย ๆ กันเท่านั้นเอง
ผมอยากจะย้ํากับท่านประธานอีกประเด็นหนึ่งว่า อย่างไรก็แล้วแต่ คณะกรรมาธิการศึกษาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสียของ รัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ให้ชัดเจน วันนี้ผมได้ยินสมาชิกหลายท่านพูดว่า ป้ ๒๕๔๐ วิเศษครับ ผมจําได้ว่าก่อนที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ออกมานั้น ตอนนั้นคิดว่า เพิ่งจะจบเปึนแพทย์ทํางาน เปึนวุฒิบัตรหมอสูตินรีใหม่ ๆ เราก็พลอยตื่นเต้นไปกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วย จําได้ว่าผมก็เอาธงเขียวไปช่วยในการรณรงค์เหมือนกัน เพื่อให้ผ่านมา แต่ท่านประธานคงจะทราบนะครับว่าวิกฤติการณ์ทางประเทศชาติ วิกฤติการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจนนําไปสู่การปฏิวัตินั้นเปึนผลพวงของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีจุดอ่อนเช่นกันที่จะต้อง ปรับปรุงแก้ไข ขณะเดียวกันพวกเราพรรคประชาธิปัตย์ก็คุยชัดเจนว่าเราก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข แต่จะต้องศึกษาแก้ไขด้วยความรอบคอบ ดังนั้นอยากจะฝากกับท่านประธานนะครับว่าวันนี้สังคมเราอยู่ได้ ระบบของสังคม อยู่ได้นั้นกฎหมายเปึนเรื่องสําคัญ ขณะเดียวกันระบบการเมืองที่มันอยู่เหนือกว่า ระบบสังคม ลําพังการใช้กฎหมายนั้นไม่พอ ระบบการเมืองจําเปึนจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรมเข้ามาประกอบด้วยแล้วสังคมถึงจะอยู่ได้อย่างสงบสุข และสิ่งหนึ่งที่อยากจะฝาก กับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าผมเพิ่งรู้ว่ากระบวนการของระบอบประชาธิปไตยนั้น มีศัตรูจริง ๆ แต่เดิมสมาชิกหลาย ๆ ท่านพยายามบอกว่าระบอบประชาธิปไตย เปึนระบอบการเมืองที่ดีที่สุด ผมก็เห็นด้วย เพราะพวกเราก็ปฏิเสธเผด็จการทุกรูปแบบ เผด็จการก็ทําให้เราตกงานเหมือนกันครับ เราคิดว่าระบอบประชาธิปไตยก็เปึนระบอบ ที่ดีที่สุด แต่เราเพิ่งได้คําตอบว่าระบอบประชาธิปไตยก็มีศัตรู ศัตรูของระบอบ ประชาธิปไตยคือทุนนิยมสามานย์จริง ๆ ครับท่านประธาน ศัตรูของระบอบประชาธิปไตย คือทุนนิยมสามานย์ ที่บอกว่าทุนนิยมสามานย์เปึนศัตรูของระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าระบอบนี้จะสร้างเจตนารมณ์สามานย์ขึ้นมา เจตนารมณ์สามานย์ก็คือ เจตนารมณ์ที่ทําเพื่อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง และจุดที่สําคัญที่สุดคือ เจตนารมณ์พวกนี้ชอบอ้างเสียงส่วนใหญ่เข้ามาเปึนหลักการในการอ้างอิงเสมอ ดังนั้น อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน และผมเห็นด้วยที่สภาแห่งนี้จะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการเข้ามาศึกษาถึงปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับ ขอบคุณครับ