วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่า การแก้ไขด้วยความเร่งรีบและร้อนรน เป็นปัญหาที่สำคัญ และอาจเกิดผลพวงหรือผลที่เกิดจากอำนาจของเผด็จการ นอกจากนี้ยังชี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลพวงของอำนาจของเผด็จการรัฐสภา ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าเผด็จการทหาร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมมีความรู้สึกว่าวันนี้การเมืองไทยของเราติดหล่ม ท่านประธานครับ การเมืองไทยของเราติดหล่มมานานหลายสิบป้ แล้วผมคิดว่าในช่วงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคมที่ผ่านมาคิดว่าการเมืองไทยจะหลุดจากหล่มนี้ โดยเฉพาะหล่มปัญหาเรื่อง รัฐธรรมนูญนี้ ผมจําได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เคยประกาศไว้ว่าหลังจาก ที่จัดตั้งรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วจะยังไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญจะรอจนกว่าประมาณ ๓ เดือนก่อนหมดวาระของรัฐบาลถึงจะมีการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ผมก็ตกใจเหมือนกันว่า ทําไมอยู่ ๆ วันดีคืนดีก็จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความเร่งรีบ แต่ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานนะครับว่า ไม่ว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ แต่จะดีจะชั่วในการใช้รัฐธรรมนูญนั้นอยู่ที่คนใช้ อยู่ที่พวกเราที่เปึนนักการเมือง ทั้งหมดในการเอารัฐธรรมนูญทั้งหมดมาใช้ว่าจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน หรือจะเกิดประโยชน์กับพรรคพวกเพื่อนฝูงส่วนตัว ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่ผมไม่สบายใจคืออยู่ ๆ วันดีคืนดีที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความเร่งรีบร้อนรน ปัญหามันอยู่ตรงนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในช่วงปัจจุบันนี้ประเด็นที่มีการเกิดมวลชน มีการเมืองภาคประชาชนที่ออกมาต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาของการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้ประเด็นหลักสําคัญอยู่ที่การแก้ไขด้วยความเร่งรีบและร้อนรน ผมจําได้ว่า ฝ์ายที่พยายามที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นได้มีการพูดถึงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการทําประชามติที่ไม่ชอบ มีการใช้อํานาจของฝ์ายเผด็จการเข้ามาครอบงํา ประชาชนทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผลพวงหรือเปึนผลที่เกิดจากอํานาจ ของเผด็จการ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผลพวง หรือเปึนผลที่เกิดจากอํานาจของเผด็จการ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่สมาชิกหลายคนได้พูดถึงการทํา ประชามติที่เกิดขึ้นนั้นไม่ชอบ สมาชิกหลาย ๆ ท่านนั้นพูดไม่จบครับ เนื่องจากว่าผมก็เปึน ส.ส. หรือเปึนนักการเมืองอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ท่านเชื่อไหมครับว่าในช่วงนั้นในช่วงที่มีการทําประชามติ สิ่งที่เกิดขึ้นคือใบปลิวเถื่อนครับ ใบปลิวเถื่อนที่สร้างความแตกแยกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ใบปลิวเถื่อนที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนว่าหลายสิ่งหลายอย่างจะเกิดขึ้น ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ดังนั้นผมถือว่าสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้มีการพูดถึงว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการใช้ประชามติที่ผ่านมานั้นเขาพูดไม่หมดครับ มีสมาชิก หลายคนพยายามกล่าวโจมตีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเปึนซากของเผด็จการ ผมพยายาม คิดอยู่เสมอว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนซากของเผด็จการ แต่ทําไมเผด็จการที่มีการปฏิวัติ รัฐประหารในป้ ๒๕๔๙ นั้นประชาชนเอาดอกไม้ไปมอบให้เท่ากับเปึนคําตอบที่ยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนมีการปฏิวัติรัฐประหารนั้นมันย่ําแย่กว่าเผด็จการที่เกิดขึ้นครับ ทําให้ผม พยายามนั่งคิด คิดไปคิดมาจนได้คําตอบว่า วันนี้มันมีเผด็จการบางรูปแบบที่เลวร้าย ยิ่งกว่าเผด็จการทหารครับ เผด็จการทหารพี่น้องประชาชนเห็นทหารถือป๋นออกมา เผด็จการทหารพี่น้องประชาชนเห็นทหารเอารถถังออกมานี่คนจับต้องได้เลย สัมผัสได้ว่า นี่คือเผด็จการครับ แต่เผด็จการในรูปแบบใหม่ที่ประชาชนสัมผัสไม่ได้ เพราะว่าเผด็จการนี้ มาจากกระบวนการการเลือกตั้ง นั่นคือเผด็จการรัฐสภา ดังนั้นผมอยากจะย้ํากับ ท่านประธานว่า วันนี้จะกล่าวอะไรก็แล้วแต่ให้คํานึงอยู่เสมอว่าวันนี้ขณะนี้เรากําลัง เผชิญรูปแบบของเผด็จการในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า เผด็จการรัฐสภา ซึ่งเผด็จการ รัฐสภานั้นน่ากลัว รุนแรงยิ่งกว่าเผด็จการของทหารครับ ดังนั้นอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานให้เห็นภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ผมอยากพยายามที่จะย้ําว่า เพราะเหตุใดการแก้รัฐธรรมนูญนี้ถึงเปึนการแก้ด้วยความเร่งรีบ เร่งด่วน และรวดเร็ว ผมเห็นเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นมีปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. ที่มาของ ส.ว. หรือการทําหน้าที่ของ ส.ส. ตามมาตรา ๒๖๖ แต่ถ้าถามใจผม ผมไม่เชื่อว่าประเด็นต่าง ๆ ที่สมาชิกพูดออกมานี้ จะเปึนประเด็นปัญหาที่ทําให้มีการเร่งรีบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านตอบความจริงมาว่า การผลักดันให้มีการเร่งรีบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีนัยสําคัญอยู่แค่ ๒-๓ ข้อ เท่านั้นเอง นัยสําคัญข้อที่ ๑ ท่านต้องยอมรับเลยว่าวันนี้มันมีคดีเรื่องยุบพรรคคาอยู่ ตามมาตรา ๒๓๗ ในช่วง ๒ วันที่ผ่านมานี้มีเพื่อนสมาชิกบางคนพยายามบอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่เกี่ยวกับคดีการยุบพรรคที่จะเกิดขึ้น และผลพวงของ การแก้ไขก็ไม่เกี่ยวข้อง แต่ฟังไปฟังมาบางคนก็บอกว่ามันเกี่ยวข้องกับการยุบพรรค แล้วถ้าประชาธิปัตย์โดนบ้างแล้วจะรู้สึก เหมือนกันครับประเด็นข้อที่ ๒ ที่ผมเชื่อว่า พรรคการเมืองที่พยายามมีการผลักดันให้เร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนผลพวงของ การที่ไม่ต้องการให้อดีตนายกรัฐมนตรีต้องขึ้นไปพิจารณาคดีในศาล จริงอยู่วันนี้ ท่านขึ้นศาลแล้วครับ แต่ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าจะเปึนข้ออ้างในการที่จะบ่ง บอกว่ากฎหมายข้อนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และทําให้มีการหลุดคดีจากศาล ดังนั้น ขอให้ท่านผู้คิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความเร่งรีบ ท่านผู้คิดต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความเร่งด่วน ท่านพูดได้ไหม ท่านพูดในสภาแห่งนี้ได้ไหมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้จะไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๓๗ และท่านพูดดัง ๆ ได้ไหมครับว่า ถ้าจะมีบทเฉพาะกาลในการที่จะชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้นั้น ไม่มีผลต่อการแก้ไขในมาตรา ๓๐๙ ที่จะให้อดีตนายกรัฐมนตรีผ่านกระบวนการยุติธรรม วันนี้ผมได้ยินสมาชิกบางท่านบอกว่า มันไม่เปึนความยุติธรรมกับอดีตนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า เอาคนที่ไม่ชอบกัน เอาคนที่เกลียดกันมาตรวจสอบกัน ผมคิดไปคิดมาฟังดู ตอนแรกเหมือนมีเหตุผลครับ แต่คิดไปคิดมาจริง ๆ แล้วสิ่งที่ คมช. ทํานั้นถูกต้องแล้ว ที่ผมกล้าบอกว่า คมช. ทําถูกต้องแล้วในการแต่งตั้ง คตส. เนื่องจากว่าคนที่เปึน นายกรัฐมนตรีนั้นมีอํานาจมากจริง ๆ ครับ และในช่วงหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมาก็เปึนการบ่งบอกว่าท่านผู้นี้เปึนนายกรัฐมนตรีที่มีการแทรกแซง หน่วยงานต่าง ๆ มากที่สุด ดังนั้นเกิดท่านมีแต่งตั้งคนธรรมดาที่ไม่มีศักยภาพเท่าไร ผมเชื่อว่า คตส. ชุดนั้นถูกแทรกแซงหมด การทํางานของ คตส. ก็เหมือนกับเปึนหน่วยงานอิสระ หน่วยงานหนึ่ง และสุดท้ายครับถ้าท่านมีความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ผมเชื่อว่าศาลคือศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะให้ความยุติธรรม คนทุกคนถ้ามี ความบริสุทธิ์ใจผมเชื่อจริง ๆ ว่าศาลท่านจะให้ความเปึนธรรมครับ แม้กระทั่งช่วงล่าสุดนี้ คดีขึ้นสู่ศาล ศาลจะมีการส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาคดีว่าปัญหาต่าง ๆ นั้น มีการขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นผมอยากจะย้ําครับว่าวันนี้มีการเร่งรีบ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือประเด็นที่เปึนข้อกังวลครับ และผมเกรงว่าการแก้ไขครั้งนี้ ถ้าทําให้ ๒ ข้อนี้หลุดไปแล้วระบบกฎหมายของประเทศชาติก็จะผุพังทําลายลงไปครับ ดังนั้นในประเด็นเหล่านี้ผมถือว่าเปึนข้อที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันพิจารณาครับ และจุดที่ ผมยังกังวลอีกข้อหนึ่งว่า ผลพวงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะมีผลต่อองค์กรอิสระ วันนี้องค์กรอิสระที่มีอิทธิพลสูงมีอยู่ ๓ ส่วน คือ กกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ผมจําได้ว่าเคยมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีผลทําให้การแต่งตั้งหน่วยงานอิสระ หรือองค์กรอิสระนั้นต้องยุติไปแล้วต้องมีการแต่งตั้งใหม่ภายใน ๑๘๐ วัน ผมเกรงว่า ถ้าการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในสภานั้น เปึนคณะกรรมการสรรหาก็จะเกิดการแทรกแซงองค์กรอิสระขึ้นมาอีก ดังนั้นผมถือว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ ถามผมโดยส่วนตัวว่ารัฐธรรมนูญนั้นแก้ไขได้ไหม ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับว่า อะไรก็แล้วแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ ทําขึ้นมันแก้ไขได้หมดครับ รัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่มนุษย์ร่างขึ้นมาก็สามารถแก้ไขได้ แต่ผมต้องย้ําครับว่าการแก้ไขนั้นมันต้องมีช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม การแก้ไขด้วย ความเร่งรีบร้อนรนมันไม่ปกติครับ ดังนั้นถ้าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างน้อย ๆ ข้อที่ ๑ มันไม่ควรจะเร่งรีบที่ผิดปกติและควรจะเป่ดโอกาสให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ทําหน้าที่ของตัวเอง ไปสักระยะเวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ผมจะเทียบเคียงครับ ผมจําได้ว่าเมื่อวานนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ์ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และอีกฉบับหนึ่งได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ๗ ท่านครับ มีเสียงกระแส วิพากษ์วิจารณ์มาว่าขณะนี้รัฐบาลเพิ่งทํางานมาได้ ๔ เดือนเท่านั้นเองทําไมถึงจะต้อง เร่งรีบอภิปราย แต่เหตุผลของฝ์ายค้านในการตอบไปชัดเจนครับว่า แค่ ๔ เดือนนี้ ก็สร้างความเสียหายกับประเทศชาติมาเยอะแล้วจึงจําเปึนต้องอภิปราย