อสิ มะหะมัดยังกี พูดถึงปัญหาการเมืองในประเทศไทย โดยวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองที่ไม่มีจริยธรรมและจิตสํานึก โดยกล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองปัจจุบันนี้เป็นเพราะนักการเมืองที่ไม่ฉ้อฉล ไม่ขี้โกง มีจริยธรรม มีจรรยาบรรณ หากนักการเมืองไม่ฉ้อฉล ไม่ขี้โกง มีจริยธรรม มีจรรยาบรรณ จะไม่มีเหตุการณ์บ้านเมืองจะไปถึงขนาดนี้
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. ประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ก่อนที่ผมจะพูดนี้ผมและพรรคประชาธิปัตย์ มีความเคารพต่อประชาชนทุกท่าน เคารพในเสียงของประชาชนครับ เคารพในความคิด ของประชาชนและไม่เคยคิดว่าประชาชนภาคใด ส่วนใดของประเทศโง่และไร้สติปัญญา ทุกสิ่งที่ประชาชนคิดเปึนความถูกต้องทั้งหมดครับ และสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง ในปัจจุบันนี้บางคนก็คิดว่ามันเปึนการกลั่นแกล้ง เปึนความโชคร้ายของคนบางคน แต่ผมเองถึงแม้จะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ผมก็ได้เรียนศาสนาพุทธมาครับ ผมจําได้ว่า ศาสนาพุทธเขากล่าวไว้ว่า สัตว์โลกย่อมเปึนไปตามกรรม ผมก็คิดว่าเปึนกรรมของแต่ละคน ที่เกิดขึ้น วันนี้เรามีวิกฤติของการเมืองในประเทศคาดเดาไม่ออกว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น แก่ชาติบ้านเมือง แก่ประชาชน บางคนก็ไปโทษรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไปต่าง ๆ นานา บางคนบอกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ดี ความจริงผมก็เห็นว่ามีข้อดีหลายประการ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้กระทั่งตอนที่มีการทําประชาพิจารณ์ในเรื่อง สสร. ลงไป ในพื้นที่ของผม ผมก็ยังได้เคยไปพูดว่าผมเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หลายประการครับ มีข้อดีอยู่หลายอย่าง บางคนก็ไปโทษรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่าไม่ดี ความจริงก็มีดี หลายอย่างเหมือนกัน อย่างเช่น การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ที่มาขององค์กรอิสระ ซึ่งชัดเจนครับ บางคนไปโทษทหารครับ บอกว่าทหารยึดอํานาจทําให้ประเทศชาติ บ้านเมืองถอยหลัง จริง ๆ แล้วผมคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองปัจจุบันนี้ ผมในฐานะนักการเมืองยอมรับแบบเต็ม ๆ เลยว่าเปึนเพราะนักการเมืองครับ ไม่ได้เกิดจาก รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกิดจากทหาร ถ้านักการเมืองไม่ฉ้อฉล ไม่ขี้โกง มีจริยธรรม มีจรรยาบรรณ ไม่มีทางครับเหตุการณ์บ้านเมืองจะไปถึงขนาดนี้ ผู้นําบางคนเห็นชัดว่าได้ปฏิบัติเหตุ ๔ วิบัติ ที่ทําให้ตัวเองต้องวิบัติและทําให้ชาติบ้านเมืองต้องวิบัติด้วยก็คือ ๑. ไม่รู้จักพอ มีคืบเอาศอก ได้ศอกเอาวา จากวาจะเอาเปึนลี้ พันลี้ ในที่สุดก็อยู่ไม่ได้ ต้องสํานึกถึง ต้องรู้ซึ้งถึงคําว่า ส่งกันพันลี้อย่างไรก็ต้องจากกัน ๒. ไม่ฟังคําทัดทาน มีนักปราชญ์ ในบ้านเมืองหลายท่านได้ทัดทานว่าแนวทางที่ท่านทํานั้นผิดพลาดต้องแก้ไข้อย่าทํา ก็ไม่ฟัง ๓. ไม่สร้างความสมานฉันท์ ใครก็ตามที่ไปอยู่ ไม่เห็นด้วยกับฝ์ายตัวเองก็ผลักไป อยู่ฝ์ายตรงข้าม นี่ก็คือสิ่งที่ทําให้เกิดปัญหาทั้งหลายทั้งปวง แล้ว ๔. ก็คือไม่มีจริยธรรมครับ เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง เอาคนของตัวเองเปึนใหญ่เปึนโต ๔ วิบัตินี่ได้สั่งสอนกันมา ตั้งแต่สมัยโบราณแล้วครับ ในปัจจุบันก็ยังพิสูจน์ได้ว่าใช้ได้อยู่ ผมจะพูดถึงการขาดจิตสํานึก ของนักการเมืองที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือตอนที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งได้เปลี่ยนจาก รัฐวิสาหกิจเปึนบริษัท ได้มีการจองหุ้นซึ่งหมดในเวลาอันรวดเร็วไม่ถึง ๑๐ นาทีก็หมด หุ้นจํานวนมหาศาล ประชาชนสงสัยมากว่าไปรอจะจองหุ้นแต่ไม่ได้ ปรากฏว่าในตอนหลัง ก็มีการออกมายอมรับว่าหุ้นจํานวนมากได้ถูกแบ่งไปให้ผู้มีอุปการคุณ จริง ๆ แล้วผู้มี อุปการคุณของรัฐวิสาหกิจนั้นคือประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง ท่านต้องแบ่งให้ประชาชน อย่างเท่าเทียมกัน นี่คือการขาดจิตสํานึกอย่างรุนแรงของนักการเมือง เปึนตัวอย่างที่เห็น ได้ชัดเจนครับ นักการเมืองที่ไม่รู้จักพอมีเท่าไรก็ไม่เคยพอ ไม่มีทางทําให้บ้านเมือง เกิดความสงบได้ นอกจากว่าในประเทศนี้เขาอยู่คนเดียวเอาไปหมดทุกอย่าง ไม่มีใคร เดือดร้อน ไม่มีใครว่าอะไร ไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าอยู่ร่วมกับคนอื่นต้องมีปัญหาแน่นอน ครับ อย่าไปโทษทหารว่ายึดอํานาจ อย่าไปโทษรัฐธรรมนูญฉบับโน้นฉบับนี้ไม่ดี ไม่มี รัฐธรรมนูญฉบับไหนที่มันสมบูรณ์แบบในโลกนี้ผมเชื่อว่าไม่มี เมื่อวานผมได้ฟังคําของ นายแพทย์ประเวศ วะสี บอกว่าถ้าเรามีเสี้ยนหรือถูกตําเท้าก็ต้องเอาเสี้ยนออกไป ใครเปึน เสี้ยนของบ้านเมืองก็ต้องรีเจ็คท์ (Reject) ออกไปครับ ผมเปึนแพทย์การรักษาต้องอยู่ที่ต้นเหตุ ถูกเสี้ยนตําต้องเอาเสี้ยนออก ถ้าไม่เอาเสี้ยนออก แล้วไม่หาย นี่เปึนความจริงแพทย์ทุกคนทราบข้อเท็จจริงข้อนี้ครับ นักการเมืองเปึนผู้ที่ รับจ้างจากประชาชนเปึนงานอาสาครับว่าผมเข้ามาทําหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองไม่มีใคร บังคับ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีบุญคุณก็คือ ประชาชนมีบุญคุณต่อนักการเมืองไม่ใช่นักการเมือง ที่หลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่เปึนผู้ที่สร้างบุญคุณแก่ประเทศชาติ ผมไม่คิดเช่นนั้นครับ มันตรงกันข้ามครับ ใครที่คิดว่าใหญ่กว่าประชาชน เก่งกว่าประชาชนมักจะอยู่ไม่ได้เพราะ หลงตัวเองครับ อันนี้เปึนสิ่งที่จะต้องยอมรับกันโดยทั่วไปถึงจะอยู่ได้นานแต่ถ้าคิดว่าใหญ่ กว่าประชาชนไม่มีใครอยู่ได้ครับ ประชาชนเปึนเจ้าของประเทศ ผู้ที่มีบุญคุณเราเปึนหนี้ บุญคุณของประชาชนครับ ไม้ใช่ประชาชนเปึนหนี้บุญคุณของนักการเมือง เพราะฉะนั้น การที่ทําความผิดแล้วไปโทษคนนั้นคนนี้ โทษกฎกติกามารยาท โทษสายลมแสงแดด โทษป้ืโทษกลอง จริง ๆ แล้วผู้ที่ทําความผิดต้องสํานึกตัวเอง ถ้าจะพูดถึงวงจรอุบาทว์ ผมจําได้ว่าตอนเช้าได้มีท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้บอกว่ามีวงจรอุบาทว์ เกิดขึ้นในวงการเมืองของเราคือ มีการเลือกตั้งและมีการปฏิวัติเขียนรัฐธรรมนูญใหม่แล้วก็ ไปเลือกตั้งอีก ผมคิดว่ามันอุบาทว์จริงในวงจรนี้แต่วงจรไม่อุบาทว์ แต่ผมคิดว่าถ้าอุบาทว์ น่าจะเปึนคนอุบาทว์มากกว่า เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นักการเมืองทุกคนจะต้องรับผิดชอบ ร่วมกันผู้นําต้องรับผิดชอบสูงสุดร่วมกับขบวนการฉ้อโกงทั้งหลาย ผมเองในฐานะ นักการเมืองก็ต้องยอมรับผิดจึงมีความผิดอยู่ด้วยเหมือนกัน ผิดตรงที่ไม่มีความสามารถ ที่จะไปหยุดบุคคลเหล่านั้นให้กระทําทารุณกรรมต่อประเทศชาติได้ ผมต้องยอมรับครับ ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องรัฐธรรมนูญอยู่เรื่องหนึ่ง ประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกับจังหวัดผม รัฐธรรมนูญของเขาเปึนแค่จารีตเท่านั้นเองครับ ไม่ได้เขียนเปึนเล่มหนาอย่างของเรา แต่บ้านเขาไม่มีวิกฤติ ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญแล้วเขียนใหม่ เขียนแล้วเขียนเล่าฉีกแล้ว เขียนใหม่ คนทั้งประเทศของเขาทั้งนักการเมืองทั้งประชาชนยอมรับรัฐธรรมนูญซึ่งเปึน กฎหมายสูงสุดของประเทศ บ้านเมืองเขาก็ไม่มีปัญหา ผมจําได้ว่าวันที่เราจะมาทํางาน ในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีการปฏิญาณตนก่อนครับ ผมก็ได้ทราบมาว่ารัฐบาล คณะรัฐมนตรีจะต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ว่า จะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต จะปกปัองสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่เปึนข้อมูลที่สําคัญ ถ้าเราได้ทําในข้อนี้จริง ผู้นําได้ทําในข้อนี้จริงความวิบัติแก่ชาติบ้านเมืองจะไม่เกิด แต่นี่ ไม่ได้ทําอย่างที่ได้ปฏิญาณตนไว้ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และหลายคนได้พูดถึง เผด็จการทหารว่าเปึนสิ่งที่น่าเกลียด น่ากลัวเปึนอย่ายิ่ง เปึนอันตรายต่อระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งผมยอมรับว่าเปึนเรื่องจริงต่อระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติยึดอํานาจ เปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมแต่น่ากลัวหรือไม่ สิ่งที่ร้ายกว่าเผด็จการทหารก็คือ เผด็จการรัฐสภาครับ ที่ออกกฎหมาย แก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง พูดง่าย ๆ ก็คือ โกงโดยมีกฎหมายรองรับ ท่านประธานคงรู้จักฮิตเลอร์ ฮิตเลอร์นี่ไม่ใช่ เผด็จการทหารนะครับ ฮิตเลอร์เปึนเผด็จการรัฐสภา เปึนหัวหน้าพรรคนาซีมีเสียง ในสภาอย่างล้นหลามแก้รัฐธรรมนูญจนสามารถประกาศสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ในที่สุดก็ทําให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดโศกนาฏกรรมแก่มนุษยชาติอย่างมหาศาล คนตายเปึนหลายสิบล้านคน นี่คือตัวอย่างของเผด็จการรัฐสภา ไม่ใช่เผด็จการทหาร เพราะฉะนั้นในประเทศไทยที่เราต้องระวังมากที่สุดในขณะนี้ก็คือเผด็จการรัฐสภา อย่าก่อโศกนาฏกรรมให้แก่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญโดยที่จะมี การศึกษาครั้งนี้จึงจะต้องทําเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้ทําเพื่อบุคคลบางคน ไม่ได้ ทําเพื่อคนบางกลุ่ม จะต้องไม่มีการหมกเม็ด จะต้องไม่มีวัตถุประสงค์ที่ซ่อนเร้น มีวาระ แอบแฝง ผมเองไม่ค่อยเห็นด้วยในการแก้รัฐธรรมนูญตอนนี้ เนื่องจากเงื่อนของเวลา ที่ใช้มาเพียง ๓-๔ เดือนเท่านั้นเองครับ ยังไม่รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ตามความเห็นของผมแล้ว สักป้หนึ่งก็น่าจะพอเห็นครับ และผมไม่ได้ยินประชาชนสักคนบ่นว่าเดือดร้อนเพราะ รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ยินครับ ประชาชนบอกว่าของแพงครับ น้ํามันขึ้นราคา ๔๐ บาทแล้ว น้ําตาลขึ้นอีก ๕ บาท ข้าวสารขึ้นไปเท่าไรนี่คือเสียงของประชาชน ผมยังไม่เคยได้ยินจริง ๆ ครับท่านประธาน ว่าประชาชนเดือดร้อนเพราะรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย แต่เนื่องจากพรรคของผมมีความต้องการที่จะผ่อน คลายเกลียวที่กําลังเขม็งเกลียวอย่างน่ากลัวในขณะนี้ในวงการเมือง เราก็มีความเห็นพ้องกัน ว่าน่าจะเปึนการลดอุณหภูมิในขณะนี้ได้ ก็เลยยื่นญัตติศึกษารัฐธรรมนูญครับ แต่เพื่อ แก้ไขนะครับ ไม่ใช่เพื่อแก้ ถ้าแก้ไขนี้เพื่อประชาชน แต่ถ้าแก้ก็เพื่อคนบางคน มันไม่เหมือนกันระหว่างแก้กับแก้ไขนะครับ และผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพียงอย่างเดียวไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาประเทศไทยได้ ถ้าไม่แก้ตรงจิตสํานึกของ นักการเมือง และจากแผน ๑๐ ได้กล่าวไว้ว่า ประเทศไทยประสบภาวะการขาดคุณธรรม การขาดจริยธรรมของคนในชาติอย่างรุนแรง ก็ต้องแก้ไขปัญหาจริยธรรมของคนในชาติด้วย ทําเหล่านี้ด้วยกันมันถึงจะสามารถแก้ปัญหาของประเทศชาติได้ ผมก็มีความเห็น ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเท่านี้ครับ ในเรื่องรายละเอียดผมคิดว่าคณะกรรมาธิการ ก็คงไปศึกษาอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรที่ควรจะแก้ อันไหนที่ไม่ควรจะแก้ ขอขอบคุณท่านประธาน เปึนอย่างสูงครับ