สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑

ทิวา เงินยวง หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และเสนอกรอบในการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาเรื่องการบังคับใช้และการปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของพลเมือง การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญตามความเหมาะสมของกาลเวลาและสภาวการณ์ของประเทศ

นายทิวา เงินยวง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ขอบพระคุณ ที่ให้โอกาสได้พูดถึงปัญหาเรื่องรัฐธรรมนูญ สิ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้ ผมคิดว่าจะเสนอเปึนกรอบในการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะศึกษา เรื่องการบังคับใช้และการปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เบื้องต้น ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า วันนี้เรามีเหตุการณ์ที่วิกฤติเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีสาเหตุหลักจริง ๆ มาจากการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... ซึ่งยื่นต่อ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ หลังจากนั้นก็ต้องยอมรับว่า มีกระบวนการในการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ซึ่งก่อให้เกิดการชุมนุม ของพันธมิตร เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ แต่สิ่งที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธาน ผมจะเรียงลําดับดังนี้นะครับว่า ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั้นท่านประธานคงจําได้นะครับว่าบ้านเมืองเราเจอกับวิกฤติ ทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ยอมรับของสังคมในภาคส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับการเข้า สู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีการซื้อเสียง มีการใช้อํานาจ การใช้อิทธิพล หลังจากนั้นเมื่อสามารถเข้าสู่อํานาจ แล้วก็มีการใช้อํานาจที่ไปแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบขัดต่อกฎหมาย นอกจากนั้น ในส่วนของกระบวนการการตรวจสอบโดยระบบรัฐสภาในขณะนั้นก็อ่อนแอไม่สามารถ ที่จะตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการเลือกตั้งไม่มีพรรคใดนั้น จะสามารถคุมเสียงข้างมากได้จึงทําให้เกิดรัฐบาลผสม เสถียรภาพของรัฐบาลนั้น สั่นคลอนและมีการยุบสภาบ่อย ต้องยอมรับครับว่ากระแสการปฏิรูปการเมืองในช่วงหลัง เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ นั้นผลักดันให้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง เปึนครั้งแรกในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับท่านศาสตราจารย์มารุต บุนนาค ประธานรัฐสภาในขณะนั้นในป้ ๒๕๓๗ ท่านได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย ขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อทําข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง ผมเปึนหนึ่งในคณะกรรมการ คพป. หรือคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยซึ่งได้มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปราย ไปบ้างว่าคณะกรรมการชุดนี้ทํางานน้อยมาก แต่ขอกราบเรียนครับท่านประธาน คณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยที่ตั้งขึ้นเมื่อกลางป้ ๒๕๓๗ นั้นมีคุณหมอประเวศ วะสี เปึนประธาน องค์ประกอบประกอบด้วยทั้ง ส.ส. แล้วก็บุคลากรที่มีความสําคัญอีกจํานวน หลายสิบท่าน กรอบความคิดของการปฏิรูปการเมืองในยุคนั้นมีกรอบความคิดว่า การเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องอํานาจอธิปไตยที่เปึนของปวงชนเท่านั้นครับ แต่กรอบความคิด ที่เราจะปฏิรูปตอนนั้นต้องทําให้การเมืองเปึนเรื่องของพลเมืองครับ อันนี้เปึนกรอบที่ ๑

กรอบที่ ๒ ครับ เมื่อการเมืองเปึนเรื่องของพลเมือง การมีส่วนร่วมของ พลเมืองในทางการเมืองไม่ใช่แค่วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง จะต้องมีกระบวนการที่เป่ดโอกาส ให้พลเมืองหรือประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองมากขึ้น กรอบอีกประการหนึ่งครับคือ กระบวนการทางการเมืองไม่ว่าจะเปึนการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง การใช้อํานาจและการตรวจสอบต้องอยู่ภายใต้กรอบที่เรียกว่าการเมืองต้องโปร่งใสครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยนั้นได้มีการทําวิจัย ไว้ถึง ๑๕ เรื่อง ท่านที่อภิปรายเมื่อตอนบ่ายสามารถไปหาอ่านได้ที่ห้องสมุดที่บอกว่า คณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยนั้นทํางานน้อยมาก ไปอ่านได้ครับ ๑๕ เรื่อง และใน ๑๕ เรื่องนั้นก็ได้มีสาระสําคัญนํามาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ทุกประเด็นทั้ง ๑๕ เรื่องครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นผมต้องกราบเรียนครับ เพราะว่าที่ฟังมาตั้งแต่เป่ดสมัยประชุมสภา (สมัยสามัญ) ตั้งแต่เดือนมกราคมมา ผมได้ยินคําว่า รัฐธรรมนูญ ก็ดีครับ กฎหมาย ก็ดีครับ มาจากคณะปฏิรูป มาจากคณะปฏิวัติ จากคณะรัฐประหาร ผมตั้งแต่มีชีวิต ทางการเมืองในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ป้ ๒๕๑๓ เปึนต้นมา ไม่เคยไม่ต่อต้าน เผด็จการเลยครับ แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับความเปึนจริงของการเปลี่ยนผ่านทางสังคมครับ เมื่อสังคมเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยไปสู่การยึดอํานาจ จากการยึดอํานาจมาสู่ ประชาธิปไตย เรามักจะวัดกันที่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายสูงสุดใช้บังคับ เปึนกฎเกณฑ์สูงสุดในการปกครองประเทศเรา อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า จริง ๆ แล้วในช่วงเปลี่ยนผ่านในแต่ละช่วงซึ่งไม่ใช่เกิดครั้งเดียวเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ครับท่านประธาน ในบ้านเราเกิดมาตลอดครับ รัฐธรรมนูญประมาณครึ่งหนึ่งเกิดขึ้น จากอํานาจปฏิวัติหรือรัฐประหารครับ แล้วต่อมาก็นําไปสู่กระบวนการการบังคับใช้ ตามรัฐธรรมนูญ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่าต้องแยกให้เห็นครับว่า ผู้มีอํานาจในการจัดให้มีรัฐธรรมนูญนั้นมีความแตกต่างไปจากผู้มีอํานาจในการจัดทํา รัฐธรรมนูญครับ สําหรับผู้มีอํานาจในการจัดให้มีรัฐธรรมนูญในโลกนี้เรามีหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๔๗๕ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๗ ทรงพระราชทานให้ใช่ไหมครับ พระมหากษัตริย์ทรงเปึน ผู้มีอํานาจจัดให้มีก็ได้ครับ นอกจากนั้นอาจจะในรูปของคณะกรรมาธิการร่าง ในรูปของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เราก็มีมาแล้วครับ เรียกว่า คณะกรรมาธิการเปึนผู้มีอํานาจ ในการจัดทํา แต่สําหรับผู้มีอํานาจในการจัดให้มีประเภทอื่น ๆ มีไหมครับ มีครับ รัฐธรรมนูญของญี่ปุ์นผู้ที่มีอํานาจในการจัดให้มีไม่ใช่คนญี่ปุ์น เปึนสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกันครับ ผู้มีอํานาจในการจัดทําอาจจะปรากฏได้ในหลายรูปแบบ ในรูปของ คณะกรรมาธิการสภาร่างรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่ง สสร. ซึ่งเปึนรูปแบบที่เราเพิ่งทราบกันดี

อีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะกล่าวก็คือ ผู้มีอํานาจสูงสุดที่ยึดอํานาจสําเร็จ ผมใช้คําว่า สําเร็จ นะครับ ถ้าไม่สําเร็จเราเรียกว่า กบฏ ผิดกฎหมายอาญา เพราะฉะนั้น ผู้ที่ใช้อํานาจสูงสุดในขณะนั้นโดยหลักรัฐธรรมนูญก็ถือว่าเปึนผู้จัดให้มีรัฐธรรมนูญ ส่วนจะจัดให้มีแล้วจะมีใครมาเปึนผู้จัดทํารัฐธรรมนูญนั้นเปึนกระบวนการต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นอันนี้กราบเรียนท่านประธานที่เคารพไว้ว่า จริง ๆ แล้วเราต้องแยกว่าอํานาจ ในการจัดให้มีกับอํานาจในการจัดทํานั้นแยกต่างหากจากกัน หลังจากมีการปฏิรูป การเมืองแล้วก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ก็ได้มีการจัดตั้ง สสร. ขึ้นมา มีกรอบ ในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ผมอยากจะหยิบยกคําปรารภในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มาเปึนกรอบให้เห็นว่าเรากําลังจะตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา เพราะฉะนั้น กรอบเปึนสิ่งสําคัญ ในคําปรารภได้เขียนไว้ว่า รัฐธรรมนูญนั้นย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ตามความเหมาะสมแห่งกาลเวลาและสภาวการณ์ของบ้านเมือง หมายความว่าอย่างไร รัฐธรรมนูญนั้นเปึนเกณฑ์สูงสุดในการปกครองประเทศ เปึนกฎหมาย โลกเรามีจุดเปลี่ยนผ่าน พลวัต มีการพัฒนา กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เราเห็นอยู่นี้คือกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ เขียนไว้จะบังคับใช้ในลักษณะเปึนการบังคับใช้ทั่วไป ใช้กับทุกคน ใช้ได้ตลอดเวลาจนกว่า จะมีการแก้ไขหรือยกเลิก เราถือว่ากฎหมายนี้ใช้ได้เสมอไป ประกาศให้ทุกคนรับรู้ ประกาศให้ทุกพรรคการเมืองรับรู้ว่ากติกาสูงสุดในบ้านเมืองคือประเทศไทยนั้นเขียนไว้ว่า อย่างไร ทุกท่านรับทราบ ทุกพรรคการเมืองรับทราบ ผู้ที่จะบังคับใช้หรือการปฏิบัติ ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญนั้นรับทราบทุกคนครับ แล้วไม่ใช่รับทราบภายหลัง เราใช้ระบบ กฎหมายคือกฎหมายลายลักษณ์อักษร เรารับทราบล่วงหน้าแล้วว่ากติกาเปึนอย่างไร ถามว่าแก้ไขได้ไหม ทุกท่านครับ ยืนยันเหมือนกัน รัฐธรรมนูญทุกฉบับก็มีบทบัญญัติ ว่าด้วยการแก้ไขบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกระบวนการและวิธีการที่แตกต่างไปจาก การแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายปกติธรรมดา นอกจากนั้นในคําปรารภยังบอกว่า รัฐธรรมนูญนั้นต้องเปึนกฎเกณฑ์ที่สําคัญ มีความกระจ่างชัด มีความชัดเจน สามารถใช้ เปึนหลักในการปกครองประเทศ สิ่งที่ผมอยากจะเสนอเปึนกรอบในคําปรารภ ซึ่งมีความสําคัญอยู่ด้วยกัน ๓ ประการ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีสาระสําคัญ ๓ ประการคือ

ประการที่ ๑ ส่งเสริม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐเพิ่มขึ้น

ประการที่ ๒ ปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและ ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประการที่ ๓ สําคัญครับ ทั้งหมดทั้งปวงต้องคํานึงถึงความคิดเห็นของ ประชาชนเปึนสําคัญ

ท่านประธานเห็นกรอบแล้วใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นได้มีการออกแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการ การเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง ถึงแม้ก่อนที่จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เรามีพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศใช้ แต่สุดท้าย เราก็มีองค์กรอิสระที่จะมาทําหน้าที่ในการควบคุมแล้วก็เปึนคนจัดการ เปึนคนชี้ขาด กระบวนการการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมืองคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เปึนอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ ถึงแม้ว่าจะมีองค์กรอิสระที่เข้ามาดูแล กระบวนการการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง แต่ผลที่ตามมาเปึนอย่างไรครับ การเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองของนักการเมืองก็ยังหนี ไม่พ้นครับ ยังมีการใช้อํานาจเงิน ใช้อํานาจอิทธิพลปรากฏให้เห็น ซึ่งสะท้อนจากอะไรครับ กกต. สามารถให้ใบเหลือง ใบแดงจํานวนมากในการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๔ นอกจากนั้น เมื่อกระบวนการเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองยังวนเวียนอยู่กับการใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเข้าสู่ ตําแหน่ง ผลที่ตามมาเราเคยได้ยินคําว่า ธนกิจการเมือง ธุรกิจการเมือง การใช้อํานาจ ก็นําไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งกราบเรียนท่านประธานครับ ตรงนี้แหละครับ ที่เปึนสาเหตุหลักที่นําไปสู่วงจรอุบาทว์ นําไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารอย่าไปโทษใครเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตนั้นเราเคยรู้จักคําว่า ค่าน้ําร้อนน้ําชา กินเปอร์เซ็นต์ แต่เรากลับมาได้ยินคําว่า ทุจริตเชิงนโยบาย ทุจริตเชิงกฎหมายครับ ตรงกันข้ามครับ กระบวนการในการตรวจสอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบรัฐสภาซึ่งฝ์ายนิติบัญญัติ ทําหน้าที่ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องยอมรับครับตามความเปึนจริง ของระบบรัฐสภานั้น ผู้ที่ทําหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นนั้นเปึนเสียงข้างน้อยในรัฐสภา เพราะฉะนั้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีทั้งจุดอ่อนและข้อบกพร่อง แต่สิ่งที่สําคัญที่เราพูดกันตลอดคือ กระบวนการแทรกแซงทางด้านการเมือง ของฝ์ายการเมืองที่มีต่อองค์กรอิสระและวุฒิสภาครับ ตรงนี้แหละครับที่เปึนสาเหตุ ที่นําไปสู่ประสิทธิภาพและคุณภาพการทํางานขององค์กรอิสระและวุฒิสภา ผมจะไม่กล่าวในรายละเอียด สิ่งเหล่านี้ในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นั้นนําไปสู่ วิกฤติทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้เปึนกรรมาธิการในการร่างกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับในยุคนั้น ขณะที่เราร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองก็ดี ว่าด้วยการเลือกตั้งก็ดี ส.ส. ส.ว. นะครับ สมัยนั้นเราร่าง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เราไม่รู้จักคําว่า ซื้อพรรค ไม่รู้จักคําว่า ซื้อทั้งเข่ง เรารู้จักแต่ การซื้อบุคคลที่เราเคยได้ยินจากข่าวสารข้อมูล แล้วเราก็ไม่เคยเห็นครับเปึนช่วงที่มี การแปลความการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ใช้วิชาที่เรียกว่า ศรีธนญชัย มากที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดครับ เมื่อป้ ๒๕๔๕ เดือนตุลาคม พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเข้าสู่สภาผ่านนะครับ แต่สมาชิกพรรคฝ์ายค้านจํานวนตามกฎเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกําหนดได้เข้าชื่อยื่น เพื่อให้ประธานสภาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ท่านทราบไหมครับเกิดอะไรขึ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้นได้ยื่นตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ตามมาตรา ๒๖๒ ท่านประธานครับ แต่ผลปรากฏว่าเพียงไม่กี่นาที กฎหมายฉบับนั้นผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร และผ่านโดยสํานักงานเลขาธิการส่งไปที่ ทําเนียบรัฐบาล อีกไม่ถึง ๑ ชั่วโมงกฎหมายฉบับนี้ได้ถึงสํานักราชเลขาธิการ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนเพื่อเปึนตัวอย่างให้เห็นว่ากรอบในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นดีครับ บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญก็ดีครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและก่อให้เกิดวิกฤติมันไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้เปึนตัวหนังสือ มันเกิดขึ้นจากบุคคลที่ต้องปฏิบัติ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งนอกจากที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นนําไปสู่เหตุการณ์ วิกฤติทางการเมืองจนนําไปสู่เหตุการณ์ วันที่ ๑๙ กันยายน ผมจะไม่พูดถึงว่า วิกฤติเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมจะขออนุญาตนําคําปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนกรอบสําคัญเช่นเดียวกันนะครับ เราจะได้นํากรอบเหล่านี้เปึนตัวตั้งในการไปใช้ ศึกษาวิเคราะห์การบังคับใช้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สาระสําคัญของคําปรารภ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันของประชาชนชาวไทยในการธํารงไว้ซึ่งเอกราช ความมั่นคง ของชาติ การทํานุบํารุงศาสนาทุกศาสนาให้สถิตสถาพรครับ การเทิดทูน พระมหากษัตริย์เปึนประมุขและเปึนมิ่งขวัญของชาติเพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อยึดถือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขเปึนวิถีทาง ในการปกครองประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ เพื่อกําหนดกลไกและสถาบันทางการเมืองทั้งฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหารให้มี ดุลยภาพและมีประสิทธิภาพตามวิถีทางการปกครองแบบรัฐสภา ให้สถาบันศาลและ องค์กรอิสระอื่น ๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสุจริตและเที่ยงธรรมครับท่านประธานครับ นี่คือกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีบทบัญญัติเกือบทั้งหมดเปึนไปตามกรอบนี้ แต่ในตอนท้ายที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมา ในตอนท้ายของคําปรารภบอกว่าขอปวงชนชาวไทย จงมีความสมัครสโมสรเปึนเอกฉันท์ในอันที่จะปฏิบัติตามและพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธํารงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยและอํานาจอธิปไตย ของปวงชนชาวไทย และนํามาซึ่งความผาสุกสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคล อเนกศุภผล สกลเกียรติยศสถาพรแก่อาณาประชาราษฎรทั่วสยามรัฐสีมา สมดั่งพระบรมราชปณิธาน ปรารถนาทุกประการ เทอญ ที่ผมยกตรงนี้มาครับท่านประธานในการศึกษาและวิเคราะห์ การบังคับใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญต้องมีกรอบ มีหลัก มีเกณฑ์ เพราะฉะนั้นในการศึกษา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ นั้น บางท่านอาจจะบอกว่ายอมรับบาง มาตราบางท่านยอมรับหลักเกณฑ์ แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นมาจากฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๔๐ และได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เช่นการควบรวมพรรคทําไม่ได้แล้วครับ การหนี การอภิปรายไม่ได้แล้วครับ มีตัวอย่างเยอะแยะที่เปึนข้อดี แล้วก็มีบทบัญญัติที่จําเปึน จะต้องแก้อีกหลายมาตราเช่นเดียวกันนะครับ ผมขอกราบเรียนท่านประธานเสนอกรอบ ในการพิจารณาฝากถึงท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาศึกษาการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ

ประการแรก ปัญหาในเชิงโครงสร้าง เราทราบกันดีครับว่าในระบบรัฐสภานั้น เราอยากเห็นดุลแห่งอํานาจหรือที่เรียกว่าบาลานซ์ ออฟ เพาเวอร์ (Balance of power) ท่านประธานครับ เราก็ศึกษากันมาเรียนกันมาเราก็ทราบดีว่าอํานาจนั้นแบ่งออกเปึน นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ แต่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเปึนกรอบให้กับคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่า ณ วันนี้อํานาจจริง ๆ ไม่ใช่แค่ ๓ แล้วนะครับ ในบางประเทศนั้นยังมีอํานาจ อื่น ๆ เช่น อํานาจในการแต่งตั้งข้าราชการ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ อีกอํานาจหนึ่งคือองค์กรอิสระ อีกอํานาจหนึ่งที่ผมอยากจะตั้งเปึน ข้อเสนอคือองค์กรภาคประชาชนและสื่อมวลชนครับ ท่านประธานครับ แนวโน้มของการ พัฒนาในประเทศที่ใช้ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นหนีไม่พ้นองค์กร ภาคประชาชนและสื่อมวลชน เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมอยากจะฝากไปถึง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะต้องสร้างกฎเกณฑ์กติกามารองรับองค์กรที่ใช้อํานาจ ซึ่งปัจจุบันนี้เปึนการใช้อํานาจตามสิทธิขั้นพื้นฐานตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่ผมคาดว่าในอนาคตหนีไม่พ้นที่จะถือว่าองค์กรภาคประชาชนและสื่อมวลชนนั้น ย่อมมีบทบาทและมีการทํางานที่ได้รับการรองรับโดยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญเราใช้มา ๑๘ ฉบับมีทั้งข้อดีข้อเสีย มีทั้งใช้บังคับได้และก่อให้เกิดการพัฒนา มีทั้งใช้บังคับแล้ว ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเพียงลายลักษณ์อักษรที่ผู้มีอํานาจ ในการจัดทํานั้นได้ร่างขึ้นมาแล้วก็บังคับใช้กับสังคมการเมืองเราเปึนเกณฑ์สูงสุด ในการปกครองประเทศ แต่สิ่งที่ทําให้รัฐธรรมนูญต้องถูกฉีกทุกครั้งไม่ได้เกิดจาก สารบัญญัติของรัฐธรรมนูญครับ เกิดจากบุคคลที่ใช้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ถ้าใช้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเพื่อประเทศชาติ ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ ก็จะไม่ถูกฉีกครับ วันใดที่เราใช้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลหรือประโยชน์ส่วนตัวเมื่อใด ผมว่าวันนั้นเราหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์ก็จะกลับมาอีก ซึ่งผมหวังว่าต่อไปนี้สังคม การเมืองไทยคงจะได้มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญที่เปึนไปตามกฎเกณฑ์กติกาสูงสุด อย่างเคร่งครัดและสามารถทําให้สังคมไทยไม่ต้องหมุนกลับมาสู่วงจรอุบาทว์อีกครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างสูงครับ สวัสดีครับ